การค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด EXPLORE ENDLESSLY

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ศูนย์รวมสินค้าปลอดภาษีชั้นนำ ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงครบวงจรระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์  EXPLORE ENDLESSLY  สุดอลังการ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ เนรมิตพื้นที่กว่า 22,000 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท ให้เป็นมากกว่าดิวตี้ฟรี ด้วยนิยามใหม่ EXPLORE ENDLESSLY เพราะการค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ณ. คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เมื่อวันก่อน  โดย นายอัยยวัฒน์  ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ -กล่าวว่า

“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดภาษี ที่เพียบพร้อมสมบรูณ์แบบ โดยรวบรวมสินค้าที่ดีที่สุดของไทยกับของโลกมาไว้บริการที่นี่และการบริการเหนือระดับในทุกมิติเพื่อเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ผมเชื่อมั่นว่า คิง เพาเวอร์ รางน้ำจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในทุกมิติ สำหรับทุกนักเดิน และจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในประเทศได้ในระยะยาว พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศชาติ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับ บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตให้แขกผู้มีเกียรติ วีวีไอพีทั้งชาวไทย และต่างชาติ ได้สัมผัสกับบรรยากาศตื่นตาตื่นใจ แห่งโลกการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัดในทุกมิติของคิง เพาเวอร์รางน้ำ โฉมใหม่ ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงด้านใน โดยในแต่ละชั้นจะอัดแน่นไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ และกิจกรรมพิเศษมากมาย

โดยไฮไลท์ในงานที่สะกดทุกสายตา เริ่มต้นด้วยเริ่มด้วยการแสดงชื่อดัง ‘Overture Performance’ กายกรรมลอยฟ้าด้วยบอลลูน 250 ลูก จากประเทศอิตาลี ต่อมาเป็นการแสดงม้าจริงประกอบเทคนิคแสงสีเสียงสุดอลังการ ‘Spirit of Travel’ ผสมผสานกับการแสดงหนังใหญ่ ซึ่งออกแบบและผลิตใหม่ทั้งหมดเพื่องานนี้เท่านั้น ออกแบบท่าเต้นโดยอาจารย์โจ้– สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางที่รวมโลกตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ช่วงไฮไลท์ฟินาเล่เป็นการเปิดตัว Global Ambassador นั่นคือ ซุปเปอร์สตาร์สาวสวย ฟ่านปิงปิง เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดมัน ด้วยคอนเสิร์ตจาก วงบอดี้สแลม และไทเทเนียม เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นทีเดียว

ในส่วนของแขกผู้มีเกียรติและเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมเลือกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั่วมุมโลก เช่น สองสาวสวยอย่าง ดวงกมล เหลืองโรจนกุล และอภิญญา โดลแลน ควงคู่กันมา บอกว่า “ชอบช้อปกระเป๋าและเครื่องสำอางที่สนามบินเป็นพิเศษ ตอนนี้ไม่ต้องรอไปถึงสนามบินแล้วค่ะ” ในส่วนของ ชโลทร เจริญรัตน์ปัญญา, เบญจพร คลองลาภยศ, ชนานิกานต์ วัฒนพงษ์วานิช กล่าวถึงการปรับโฉมครั้งนี้ว่า “ปกติช้อป คิง เพาเวอร์ เป็นประจำที่สนามบิน ชอบช้อปเครื่องสำอาง อย่างที่นี่ดูใหญ่น่าช้อปขึ้นกว่าเดิมถ้ามีเวลาก็จะมาที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ด้วย” มาดูทางฝากฝั่งหนุ่มหล่อรักการแต่งตัวอย่าง วราภุช คูหาเปรมกิจ และวรรคสร โหลทอง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “งานวันนี้อลังการดี กว้างขวาง ชอบช้อปน้ำหอมที่สนามบินและที่สาขา รางน้ำ”


สำหรับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ นับจากนี้ไปจะกลายเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ แห่งมหานครกรุงเทพที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยทั่วประเทศและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก เพราะที่นี่คือสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่พรั่งพร้อมไปด้วยสินค้าดิวตี้ฟรีที่ครอบคลุมทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลักชัวรี่ แบรนด์เนม เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา แว่นตากันแดด และของฝากที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งสินค้าภูมิปัญญาไทยฝีมือประณีตที่ได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังพร้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นนำทั้งสตรีทฟู้ด อาหารไทย และอาหารนานาชาติ และพื้นที่กิจกรรมความบันเทิง เพื่อเติมความเพลิดเพลิน และความสุขแบบไม่รู้จบให้กับนักเดินทางแบบ 360 องศาในที่เดียว

สโลว์ไลฟ์สุดใจที่ อลงกรณ์ ฟาร์ม & รีสอร์ท แก่งกระจาน

เมล่อนฟาร์มหนึ่งในโครงการศูนย์การเรียนรู้ เข้าไปอยู่ใน อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา Toptotravel มีอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ มาเล่าสู่กันฟังได้โอกาสพบ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร เจ้าของ รีสอร์ท  Home  Made  สรรค์สร้างจนเกิดศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ สไตล์บ้านเล็กในป่าใหญ่ ในวิสัยทัศน์มุมมองแนวทางที่แตกต่างออกไป มีอุดมการณ์  มีความเชื่อ  มีความฝัน ท้าทายความสามารถตัวเอง ด้วยการปฎิรูปด้านเกษตรไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และเป็นการกระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนในชาติ ด้วยศาสตร์ของพระราชา

ด้วยปณิธานที่แน่วแน่ของคุณ อลงกรณ์ พลบุตร มุ่งสู่ อลงกรณ์ ฟาร์ม แอนด์รีสอร์ท ศูนย์ Training Center ที่ครบวงจร พร้อมที่พักหลากหลายสไตล์เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างเต็มที่

บ้านพักบนต้นไม้ สไตล์อลงกรณ์ พลบุตร

แน่นอนว่า แนวคิดที่ยิ่งใหญ่ของคุณ อลงกรณ์ พลบุตร ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขบคิดเพียงชั่วข้ามคืน  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็เช่นกัน  นี่จึงเป็นสาเหตุให้ คุณอลงกรณ์ พลบุตร นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น และมุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจชุนชนอย่างโดดเด่น แนวคิดที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง สอดคล้องกับ เทรนด์ท่องเที่ยว Experiential Travel ที่กำลังเบ่งบานทั่วโลก  การท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชา สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

การดูแลเอาใจใส่ในรายละเอียดทุกๆ ขั้นตอนของการปลูก เมล่อนสายพันธุ์แท้จากญี่ปุ่น คือสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลผลิตที่งอกงามและคุณภาพเกินราคา มีจำหน่ายที่ อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ภายใต้ชื่อ “ไดยะมอนโดะ” ความหอมหวานน่าทาน หรือสามารถไปเลือกเก็บจากต้นหรือสั่งซื้อพร้อมจัดส่งทั่วประเทศแล้ววันนี้

โครงการกุ้งคอนโด


กุ้งออร์กานิค ศูนย์สาธิตระบบเลี้ยงแบบขุนสัตว์น้ำ เริ่มจาก โครงการกุ้งคอนโด เริ่มทะยอยนำกุ้งก้ามแดงซึ่งย้ายจากบ่อกุ้งใส่ในกล่องเลี้ยงที่มีระบบน้ำหมุนวนและระบบกรองพิเศษ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและคุณภาพกุ้ง ผลผลิตที่ได้จะใช้บริการลูกค้าของรีสอร์ทและส่งออกต่างประเทศ

อยากไปแล้วสิ การเดินทางเริ่มต้นจากที่ไหนก็แล้วแต่ ให้มาลง ต.สองพี่น้องอ.แก่งกระจาน เพชรบุรี จังหวัดที่รายล้อมด้วยทิวทัศน์ภูเขา เมฆหมอก ป่าไม้ โค้งน้ำขนาดใหญ่ ทิวเขา และ ธรรมชาติ ที่หาได้ยากในเมืองกรุง ที่นี่เป็นแหล่งรวมโอโซนบริสุทธิ์ การได้มาพักผ่อนที่ ฟาร์มแห่งนี้ เปรียบเสมือนได้ชาร์จพลังให้กับร่างกายไปในตัว

บรรยากาศริมน้ำชุ่มชื่นปอด นอนกอดธรรมชาติ Alongkorn Farm & Resort

หลังจากกลับจากทริป  แก่งกระจาน กลับมาคิกว่า การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ไปนอนเล่น ชมวิว ล่องแม่น้ำเพชรบุรี  แก่งกระจานมีสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนมากมาย เหมาสำหรับทุกครอบครัวอย่างลงตัว ระหว่างเส้นทางแก่งกระจานมีรีสอร์ทสวยๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่น่ารัก กิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่น ชมไร่
สตรอว์เบอร์รี ฟาร์มเมล่อน หรือเลือกซื้อเมล่อนหวาน ละมุนลิ้น

วินาทีแรกที่ได้เข้ามาวิวหน้ารีสอร์ทสวยมาก จะเห็นรีสอร์ หรือที่พักรอบๆ หน้าตาธรรมชาติแบบนี้นี่ล่ะ….

เดี๋ยวเข้าไปดูข้างใน บรรยากาศภายในที่ รีสอร์ท ที่เป็นมากกว่าฟาร์ม มาเที่ยวด้วย มาทัศนศึกษา รับรองว่าจะลืมอารมณ์เบื่อๆ เซ็งๆ เพราะที่อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ที่นี่คือดินแดนที่รวบรวมความเป็นธรรรมชาติ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  มาเที่ยวที่ฟาร์มช่วงนี้  ชิมเมล่อนญี่ปุ่นหอมหวาน หากเริ่มเหนื่อยจากความร้อน  ลองมาเติมความสดชื่น กับน้ำเมล่อนปั่นอร่อยๆ ให้ซื้อทานกัน

Alongkorn Farm & Resort  แหล่งเรียนรู้ ทั้งคนไทย และ ต่างชาติ ได้ทำความ รู้จักความเป็นอยู่บ้านเล็ก ในป่าใหญ่ และเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา มีพื้นที่ให้ปั่นจักรยานยามเย็น และมีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่น
มีพื้นที่กางเต็นท์ติดทิวเขาเน้นธรรมชาติ พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดแสนประทับใจ

นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกและสวนน้ำ ให้คุณสนุกสุดมันส์ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา พื้นที่กว้างขวาง จะกลิ้ง จะวิ่งทั่วแค่ไหนก็ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นรีสอร์ทที่เข้าพักแล้วรู้สึกว่า อยากหยุดเวลาไว้ที่นี่จังและคิดว่า ตัวเองพลาดเป็นอย่างมาก ที่เลือกมานอนที่นี่แค่คืนเดียว

 

 

เริ่มจากห้องพัก ความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยคุณไปพบ ที่พักของเราอยู่คน
ละตึกกับที่มาเช็คอิน โดนรอบๆ เป็น รีสอร์ที่หรูหราและเรียบง่าย สบายๆ ห้องพักทุกห้องหันหน้าเข้าหาธรรมชาติ แต่ที่ไหนได้ เปิดห้องมาถึงกับตกใจ ห้องใหญ่และใหม่มาก ที่สำคัญ มีความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศดีมากๆ ห้องน้ำขนาดใหญ่ สะอาดสะอ้าน มีผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผม และของ
ใช้ต่างๆ ในห้องน้ำเตรียมไว้ให้พร้อม

ห้องพักมีระเบียงให้ออกไปดูดาวยามค่ำคืน หรือดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าก็ได้ได้ชื่นชมภูเขาเขียวๆ เพราะจะได้เห็นหญ้าสีเขียวๆ สุดลูกหูลูกตา ในตอนกลางวัน และใกล้ชิดกับแสงดาวสะท้อนโค้งน้ำในตอนยามค่ำคืน มุมมองจากหน้าต่าง ห้องพักสไตล์ลอฟท์  เป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัว ใครชอบธรรมชาติรักความสงบ ชื่นชอบ อลงกรณ์ ฟาร์ม &  รีสอร์ท ตอบสนองช่วงเวลาวีคแอนด์ของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน

ห้องพักสไตล์ลอฟท์ : ห้องโล่งโปร่งสบาย ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายเหมาะสำหรับลูกค้าทั้งแบบกลุ่มและแบบพักผ่อนส่วนตัว บริเวณด้านหน้าห้องพักมีสนามหญ้าโล่ง สามารถใช้ทำกิจกรรมหรือจัดปาร์ตี้ในช่วงกลางคืนได้อย่างลงตัว

บ้านพักสไตล์ลอฟท์ : ริมลำธาร 14 ยูนิต เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างเต็มที่

ห้องพักสไตล์บ้านถ้ำ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เด็กๆชอบค่ะ ในวันหยุดนี้ พาบุตรหลานมาใช้ชีวิตนอกห้องแอร์ ปั่นจักรยาน ถีบเรือเป็ด ให้อาหารปลาหลากหลายพันธุ์ในสระน้ำ

เมื่อไปยืนตรงกลางสะพานจะสามารถมองเห็นได้รอบๆ อลงกรณ์ฟาร์มแอนด์รีสอร์ท

บ้านพักบนต้นไม้ สไตล์อลงกรณ์ พลบุตร
ลานกางเต้นท์สุดชิวสูดอากาศธรรมชาติได้เต็มปอด พร้อมบริการเช่าเต้นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

Alongkorn Farm & Resort
อลงกรณ์ ฟาร์ม & รีสอร์ท
ม. 1 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
Tel. 091-701-0000

#อลงกรณ์ฟาร์มแอนรีสอร์ทแก่งกระจานเพชรบุรี
#ขยายผลศาสตร์พระราชา #อลงกรณ์ฟาร์มแอนด์รีสอร์ท

Nyx Professional Makeup

ผู้สนับสนุนหลักรายการเรียลริตี้ที่แซ่บที่สุด
ในสามโลก Drag Race Thailand

พร้อมแปลงโฉมชาว Drag Queen ให้เฟียซโลกตะลึง เป็นครั้งแรกที่ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) แบรนด์โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพสุดเปรี้ยวจากแอลเอ นำโดย นาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และ วิลาสินี ภาณุรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดสินค้าเมคอัพ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด รุกตลาดเมคอัพให้แซ่บตั้งแต่ต้นปี ต่อยอดแคมเปญ LUV OUT LOUD เป็นแรงผลักดันให้สาวๆ ลุกขึ้นมาแสดงออกในความเป็นตัวของตัวเองและรักตัวเอง ส่งกลยุทธ์สปอนเซอร์ชิพ เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการและเอ็กซ์คลูซีฟเมคอัพใน “Drag Race Thailand”


รายการเรียลริตี้สุดฮอตเอาใจชาวสีม่วงที่จะมาสั่นสะเทือนทั้งวงการ พร้อมส่ง statement สุดเก๋ LUV YOUR MAKEUP OUT LOUD มาเป็นแรงผลักดันให้ผู้เข้าแข่งขันที่มีความหลากหลายทางเพศได้แสดงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ รายการ #DragraceTH ยังได้ อาร์ต-อารยา อินทรา สไตล์ลิสต์ตัวแม่ของแม่มาการันตีความแซ่บสะพรึง พร้อมแผดเผาไหม้เปลือกปลอมของทุกคนในรายการ NYX Professional Makeup พร้อมแล้วที่จะแปลงโฉมชาว Drag Queen ให้เฟียซขนลุกขั้นสุด เล็กๆไม่ ต้องใหญ่เท่านั้น พร้อมดึงคอนเทนต์รายการต่อยอดสื่อสารกับผู้บริโภคเมคอัพจังกี้ในโซเชียลมีเดีย พูดเลยว่าห้ามพลาดค่ะซิส รับรองว่าเมคอัพของชาว Drag queen จะต้องเปรี้ยวซ่าทะลุจอแน่นอน ออนแอร์ให้ชาวไทยได้ชมเร็วๆนี้ที่ #LINETV

สามารถติดตามแคมเปญ LUV OUT LOUD พร้อมร่วมแชร์ความรักในแบบของซิสได้แล้วที่ www.nyxproluvoutloud.konvy.com

Facebook: NYX PROFESSIONAL MAKEUP THAILAND, Instagram: @nyxcosmetics_th และ Youtube: NYX PROFESSIONAL MAKEUPTHAILAND พร้อมพบกับ LOL Charity Kit สำหรับนิกซ์เตอร์สายแซ่บ ได้แล้ววันนี้ที่ NYX PROFESSIONAL MAKEUP shop ทั้ง 11 สาขา ไม่รวมในห้างสรรพสินค้าและ EVEANDBOY

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.nyxproluvoutloud.konvy.com

#LuvOutLoudth #nyxcosmeticsth

อมตะ ปรับโฉมธุรกิจครั้งใหญ่รับยุค 4.0

ชูวิสัยทัศน์มุ่งสู่ผู้นำสมาร์ทชิตี้ระดับโลก

“อมตะ” พลิกโฉมครั้งใหญ่ ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ “โลโก้” และชื่อเรียกโครงการจาก “อมตะนคร” สู่ “อมตะ ซิตี้ ชลบุรี” และ “อมตะ ซิตี้” สู่ “อมตะ ซิตี้ ระยอง” มุ่งสู่ความเป็นสากลที่ทันสมัย สอดรับเป้าหมายการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระดับโลกหวังเป็นแม่เหล็กดึงนักลงทุนรับอีอีซี พร้อมเผยแผนเตรียมขยายฐานลงทุน  ตั้งเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบในประเทศพม่า เปิดอมตะคาสเซิลชิมรางจัดงาน  “AMATA SMART  CITY EXHIBITION”  วันที่ 18-20 มกราคม 2561 จัดแสดงนวัตกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากบริษัทชั้นนำระดับโลก  ที่มีสายการผลิตในเมืองอุตสาหกรรมอมตะกว่า 40 บริษัท เป็นศูนย์กลางการพบปะสู่ความร่วมมือทางธุรกิจการค้าการลงทุนยุค 4.0

นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ากลุ่มบริษัทอมตะได้จัดงานประจำปี 2561 ชื่อว่า AMATA BEYOND 2018 ภายใต้แนวคิด “Towards Smart City” พร้อมกับจัดการแสดงนิทรรศการ “AMATA SMART CITY EXHIBITION” ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 18-20 มกราคม 2561 ณ อมตะคาสเซิล จ.ชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีสำหรับลูกค้า คู่ค้า นักลงทุนจากต่างประเทศ นักศึกษา และบุคคลที่สนใจ เพื่อทำความรู้จักแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายระหว่างกัน โดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีสายการผลิตในเมืองอุตสาหกรรมอมตะ ตลอดจนบริษัทในเครืออมตะและคู่ค้าของอมตะ กว่า 40 บริษัท แบ่งเป็นผู้ประกอบการภายในอมตะ 21 บริษัท บริษัทในกลุ่มอมตะและคู่ค้า 15 บริษัท สถาบันการศึกษา 8 สถาบัน ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ ในงาน รวมถึงการแนะนำโครงการในปัจจุบันและโครงการใหม่ของอมตะด้วย อีกทั้งมีการจัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการก้าวไปสู่เมืองอัจฉริยะ จากผู้นำองค์กรชันนำระดับโลกที่จะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายด้านการค้าการลงทุน โดยงานดังกล่าว  เปิดให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไป

“การจัดแสดงนวัตกรรมและกิจกรรมพิเศษต่างๆ ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ใหม่  และเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกัน รวมถึงมองหาโอกาสทางธุรกิจ นอกจากนี้ อมตะหวังว่าการจัดแสดงนวัตกรรมจะจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ให้สนใจศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศในการพัฒนา และก้าวหน้าต่อไป”  -นายวิกรม กล่าว

สโลแกนเป็น Possibilities Happen หรือ “ให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นได้”

นายวิกรม กล่าวต่อว่า ในปีนี้กลุ่มอมตะได้กำหนดแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปีมุ่งสู่การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City)ระดับโลก โดยปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ให้สอดรับกับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต พร้อมก้าวสู่ยุค 4.0 ที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคและจะเป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ  ภาคตะวันออก(อีอีซี) ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากผู้นำการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมระดับโลกสู่ การสร้างและพัฒนาให้เกิดเมืองที่สมบูรณ์แบบ (Perfect City) เมืองที่มีการพัฒนา และ สร้างสรรค์ให้เกิดแต่สิ่งดีๆ  มีประโยชน์ต่อทุกคนที่อยู่ในเมือง และปรับเปลี่ยนพันธกิจใหม่จากพัฒนาเมืองที่มีความทันสมัย บริการคุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การยึดมั่นในวัฒนธรรมของการให้ทุกคนได้รับประโยชน์ได้สิ่งที่ดี ด้วยความมุ่งมั่นในการบุกเบิกและค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะสร้าง Smart City (เมืองอัจฉริยะ) ที่ซึ่งชีวิตมีคุณภาพ และยกระดับชีวิตให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโลโก้และชื่อเรียกโครงการใหม่จาก อมตะนคร สู่ “อมตะ ซิตี้ ชลบุรี” และอมตะ ซิตี้ สู่ “อมตะ ซิตี้ ระยอง” เพื่อมุ่งสู่ความเป็นสากลความทันสมัยสอดรับเป้าหมายการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะระดับโลก

สำหรับการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่เริ่มจากปรับเปลี่ยนตัวอักษร AMATA จากเดิมให้ทันสมัยมากขึ้น ตัดสัญลักษณ์ฟันเฟืองออกไปเพราะเฟืองเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมยุคเก่า และเพิ่มลายเส้นใต้ตัวอักษร AMATA แสดงการพัฒนาและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งที่อมตะจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างไร้พรมแดน ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนสโลแกนเป็น Possibilities Happen หรือ “ให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นได้” โดยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีผล ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป

“นับจากวันนี้แผนงานการพัฒนา โครงการ อมตะ ซิตี้ ชลบุรี จะเน้นความเป็นเมืองแห่งพลังงานสะอาด และเป็นต้นแบบของนิคมฯในกลุ่มอมตะทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการบริหารจัดการพลังงานทางเลือกอย่างชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีทันสมัย  การจัดการทรัพยากรทางด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้มีหลาย  โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาตามแผนงานยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเป็นเมืองอัจฉริยะระดับโลก อาทิ โครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ ( AMATA Science City) และโครงการเมืองการศึกษา (Edu Town ) เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนให้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้” นายวิกรม กล่าว

ทั้งนี้แผนการลงทุน เพื่อพัฒนานิคมฯ ให้เป็นเมืองอัจฉริยะจะครอบคลุมการพัฒนาในด้านต่าง ๆ 10 ด้านหลัก คือ 1) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) 2)การเดินทางอัจฉริยะ(  Smart Mobility) 3) ชุมชนอัจฉริยะ (  Smart Community) 4) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) 5) ระบบการศึกษาอัจฉริยะ (Smart  Education) 6)  สายการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) 7) เมืองอากาศยานอัจฉริยะ (Smart Aerospace City) 8)นวัตกรรมอัจฉริยะ (Smart Innovation) 9)   ระบบเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และ10) การบริหารจัดการเมืองแบบอัจฉริยะ (Smart Governance)

นายวิกรม กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทชิตี้ตามแผนการลงทุนในระยะ 5 ปี (2561-2564) ของอมตะฯ โดยรูปแบบการลงทุนจะร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น บริษัทอินชอน สมาร์ทชิตี้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Incheon Smart City Corporation) ประเทศเกาหลี และบริษัท Saab AB จากประเทศสวีเดน เป็นต้น

“กลุ่มอมตะฯ มีเป้าหมายในการพัฒนานิคมฯ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนานิคมฯที่ประเทศเวียดนามไปแล้วเป็นแห่งแรก และอมตะยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนเพิ่มขึ้นโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในประเทศพม่าซึ่งได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นย่างกุ้งและบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) แล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากอมตะได้เล็งเห็นศักยภาพตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน ภายใต้ชื่อ One belt One Road ตามการพัฒนาเส้นทางการค้าการลงทุนของจีนในภูมิภาคอาเซียน” นายวิกรม กล่าว

สำหรับการดำเนินธุรกิจพัฒนานิคมฯในประเทศเวียดนาม ปัจจุบันมี 2 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท อมตะชิตี้ เบียนหัว จังหวัดดองไน บนพื้นที่ 700 เฮกตาร์ หรือ 4,375 ไร่ ถือเป็นโครงการแรกที่อมตะเข้าพัฒนาในต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้มีนักลงทุนเข้าประกอบกิจการเกือบเต็มพื้นที่ ส่วนบริษัท อมตะชิตี้ ลองถั่น จังหวัด ดองไน โครงการที่ 2 บนพื้นที่ 1,270 เฮกตาร์ หรือ ประมาณ 8,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการนิคม 33% และโครงการพัฒนาเมืองชุมชน 67% สำหรับในปีนี้ บริษัทจะเริ่มพัฒนาและเปิดขายพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคเป็นอันดับแรก โดยคาดว่า เงินลงทุนที่ต้องใช้สำหรับโครงการนี้ ประมาณ 10,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ อมตะฯ ยังได้ขยายไปยังภาคเหนือของเวียดนามที่เมืองฮาลอง จังหวัดกว่างนิงห์ ภายใต้ชื่อ บริษัท อมตะ ชิตี้ ฮาลอง (AMATA City Halong) ถือว่าเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ บนพื้นที่การลงทุนใหม่ขนาด 5,789 เฮกตาร์ หรือ ประมาณ 36,200 ไร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญ และไว้วางใจต่อบริษัท อมตะเป็นอย่างยิ่ง

จังหวัดกว่างนิงห์ ถือเป็นจังหวัดชายแดนของเวียดนามที่ติดต่อกับประเทศจีนตอนใต้ มีการพัฒนาสาธารณปโภคที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม เช่น ถนนใหม่ไฮเวย์หมายเลข 5 เชื่อมฮานอย-ไฮฟอง-ฮาลองที่ใกล้เสร็จเรียบร้อย การยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติแคทบี่ Cat Bi ที่เสร็จเรียบร้อย และท่าเรือน้ำลึกหลักเฟี่ยน Lach Huyen ที่พร้อมเสร็จภายในต้นปีนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม

ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตการลงทุน ต่อรัฐบาลกลาง โดยการสนับสนุนของรัฐบาลท้องถิ่น โดยบริษัทฯ วางแผนการลงทุนและพัฒนาในเฟสแรก บนพื้นที่ขนาด 714 เฮกตาร์ หรือ ประมาณ 4,500 ไร่ คาดว่า ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 156 ล้านเหรียญ หรือ 5,500 ล้านบาท โดยในปีนี้ บริษัทคาดว่า จะได้รับการอนุมัติใบอนุญาตการลงทุน พร้อมกับขอส่งเสริมให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไปพร้อม ๆ กัน

ทั้งนี้ การลงทุนในเวียดนามทั้งหมด จะลงทุนผ่าน บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่จะสร้างความเติบโตและความยั่งยืนให้กับกลุ่มอมตะ นอกจากนี้ ยังจะได้เริ่มมีการนำแนวคิดของเมืองอัจฉริยะรวมถึงการพัฒนาธุรกิจแบบยั่งยืนไปปรับใช้ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน เมืองอุตสาหกรรมของอมตะมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เป็นที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิตชั้นนำและบางส่วนที่อยู่ใน Global Fortune 500 จำนวน 1,300 โรงงาน จากกว่า 30 ประเทศ มีการจ้างงานกว่า 300,000 อัตรา และมีมูลค่าการผลิตรวมกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (รวมทุกโครงการในประเทศไทยและเวียดนาม)

สนใจได้เข้าชมฟรี โดยลงทะเบียนร่วมงานผ่าน
http://event.amata.com/beyond/what-is-amata-beyond.html
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 3893 9043-5

คืนชีวิตปลอดสารสู่คนเมือง ตลาดนัดธรรมชาติ

อาหารจากธรรมชาติ

เราไปมาแล้ว! มาหาของกินที่งานตลาดนัดธรรมชาติ เอาบรรยากาศและรายละเอียดงานตลาดนัดธรรมชาติ ที่นี่เค้ารวบรวมของดีของคนไทย  มาเปิดโลกอีกมุม  อาชีพทางด้านเกษตรที่ได้รับความสนใจมาก ยังต่อยอดแปรรูปสินค้าของตัวเอง จนสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร  เพื่อเลี้ยงดูชาวโลกมาเป็นระยะเวลานาน  รายได้ในรูปของมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรระยะยาว ในแบบ ฐานธรรมฯ พระราม๙  และที่นี่กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง

ด้วยการชักชวนของคุณอภิญญา ภักดีรักษ์ (นที สุวรรณนที) คนเมืองที่หันเหชีวิตเข้าสู่อาชีพเกษตรกร  ( ลูกศิษย์  ยักษ์กะโจน )  ด้วยการเล็งเห็นผลผลิตทางการเกษตร  ที่ต้องการขยายช่องทางจำหน่าย ให้ผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชนและท้องถิ่น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ ฐานรากสร้างรายได้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ยักษ์กะโจน จึงได้ชักชวนให้ Totptotravel ได้รู้จัก ตลาดนัดธรรมชาติ เราไปถึงช่วง 10 โมงเช้า  วันนี้ทางตลาดมีกิจกรรมกิจธรรมเทศนาของหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย งานทอดผ้าป่า..ลงขันธรรมธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๑


ที่นี่เป็นตลาดเล็กๆ แต่หลายคนใช้เวลาเดินเป็นชั่วโมง เค้าเดินหาของอร่อยกินกันตามประสาคนรักสุขภาพ Totptotravel ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยไปงานนี้มาก่อน แอบติดใจ แนะนำทุกท่าน ควรจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมชมงานนี้ซักครั้งมันดีจริงๆ งานนี้มีหลายอย่างที่น่าสนใจ เลยอยากจะมาบอกว่า  ใครที่รักการทำอาหาร ชอบชิมของอร่อยๆ ชอบชอปปิ้งของที่ราคาต่ำกว่าท้องตลาด หรือเป็นคนที่อยากจะลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะซื้ออาหารผักผักสดๆ จากคนปลูกนอกเมือง ผลไม้ปลอดสาร  มาดูว่าเค้าเห็นความสำคัญ และเตรียมผลผลิตจากการเตรียมการเพาะปลูก ดูแล แปรรูป  ของแปรรูปอย่างมะขามแช่อิ่ม ถั่วงาแผ่น งาม้อนคั่ว แยมมัลเบอรี่ ข้าวเกรียบว่าว กาแฟน้ำแร่ กาแฟชะมด ด้วยความใส่ใจ และมั่นใจได้ในความปลอดภัย
โดยไม่ใช้สารเคมี เด็ดขาด

หาเวลามาเดินเพลิดเพลินด้วยกัน ที่ฐานธรรมฯพระราม ๙ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง เดินช็อปตลาดนัดธรรมชาติ  เลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษ อาทิ อาหารทะเล อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่มขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มสมุนไพร ฯลฯ ที่นี่มีที่นั่งคุย นั่งเล่น โดยภายในงานมีกิจกรรมสนุกสนานมากมายจากแต่ละร้านค้าที่ร่วมออกงาน

เพื่อเป็นการเอาใจ คนรักธรรมชาติ สินค้าท้องถิ่นที่มีอยู่มาก เน้นหนักไปที่ผักผลไม้ สมุนไพร เครื่องหอม เห็นแค่นี้ก็ทำให้เรารู้ว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งการแบ่งปัน สังคมที่เป็นธรรมตลาดนัดธรรมชาติสังคมใหม่ สังคมแห่งบุญทานตลาดนัดธรรมชาติ ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยและคนทั่วไปได้ความรู้และแรงบันดาลใจดีๆ กลับมาเพียบ

เพราะประเทศไทยมีความได้เปรียบเรื่องอาหารจากธรรมชาติ ธุรกิจที่ใช้ธรรมะทำธุรกิจ ที่รวบรวมสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพลิกฟื้นผืนดิน ฟื้นฟูธรรมชาติ ปลูกธรรมในใจ ทำมาหากินด้วยความสุข ส่งต่อความเป็นธรรมสู่สังคม เริ่มต้นเล่าง่ายด้วยการจัดตลาดนัดธรรมชาติที่นี่  ทุกเสาร์ – อาทิตย์ เป็นการถาวร

นอกจากของกิน ความเป็นไปอย่างไร้ขีดจำกัด จากของใช้จาก ธรรมชาติแท้ ไปจนถึงไขสันหลัง จากลูกศิษย์ อจย. และ อจจ.แล้ว เพื่อนๆ ที่นี่ก็มีความเป็นกันเองแลดูมีอัธยาศัยดียิ้มแย้มทักทายถือเป็นจุดอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตของ ปลูกธรรมในใจ ทำมาหากินด้วยความสุข

ซึ่งนอกจากจะซื้อหาสินค้าแล้ว ก็อาจจะได้ไอเดียใหม่ๆ จากกิจกรรมของตลาดนัดธรรมชาติ “ยักษ์กะโจนสัญจร” มีสินค้าธรรมชาติที่แฝงด้วยความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของชาวบ้าน ผลิตผลจากธรรมชาติให้ชมจากลูกศิษย์ยักษ์กับโจน ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าแต่ละร้าน มีความคึกคัก ต่อแถวยาวเหยียด
มีของออร์แกนิกส์ให้เลือก อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับประเทศที่น่าสนใจมากๆ คอกาแฟ ต้องห้ามพลาดรู้มั้ย?  Mineral coffee และ  Chamod coffee
กาแฟแบบดริฟคุณภาพดีระดับโลกอยู่ที่นี่  บอกเลย คอกาแฟที่ว่าแน่!!
ต้องมาชิมด้วยตัวเอง

Mineral coffee และ  Chamod coffee

สิ่งทำให้อึ้ง เพราะกาแฟที่เราเจอ รสชาติดีมากกว่ากาแฟดำที่เคยดื่ม เมื่อ เราได้ชิมกาแฟดำ จากเกษตรกรไทย  ณ. ดอยชมหมอก จ.เชียงราย แหล่งปลูกกาแฟน้ำแร่คุณภาพดี ติดอันดับโลก Toptotravel อยากทำความรู้จักกับ กาแฟน้ำแร่ และ กาแฟชะมดไทย ที่คุณวศิน คชสาร แนะนำว่า Mineral เป็นกาแฟที่มีคาแฟอินน้อยที่สุด มีกลิ่นหอมรสชาตินุมนวล โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์  ต้นกำเนิดกาแฟน้ำแร่ และ กาแฟชะมดไทย คุณภาพดีติดอันดับโลก ด้วยความตั้งใจของครอบครัวเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถ่ายทอดการเรียนรู้วิถีชีวิตคนบนดอย ตามรอยศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ ๙

ขอขอบคุณข้อมูล จาก คุณธิติ  คชสาร  (K.THITI  KHOTCHASARN ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกราวด์วอเตอร์ จำกัด และ บริษัท มิเนอรัล คอฟฟี่ จำกัด ปลูกกาแฟ ปลูกป่า รักษาต้นน้ำกาแฟน้ำแร่ และกาแฟชะมดคุณภาพดีระดับโลก ทำให้ธุรกิจกาแฟไทยโด่งดังระดับโลก ควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติในโครงการ ปลูกกาแฟ ปลูกป่า รักษาต้นน้ำ ตอบแทนแผ่นดินพร้อมสรรหากาแฟพิเศษสุดมีกลิ่นหอมและรสชาติโดดเด่น กาแฟน้ำแร่ และกาแฟชะมดไทย ที่ดอยชมหมอก ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

คุณธิติ คชสาร ให้ความรู้เรื่อง…กาแฟชะมด และกาแฟน้ำแร่  ด้วยความเชี่ยวชาญของ คุณธิติ คชสาร ทางด้านการสำรวจศึกษาน้ำบาดาล น้ำแร่ เจาะบ่อน้ำบาดาล แก้ไขโครงการที่พัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้แล้วเกิดความเสียหาย วางแผนบริหารจัดการน้ำให้กับโรงงาน โรงแรม รีสอร์ท ให้มีน้ำสะอาดใช้ได้อย่างยั่งยืนทั่วประเทศ มากกว่า 25 ปี จากผลงานที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ควบคู่กับกิจกรรมที่ส่งเสริม และมุ่งเน้นให้พัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้อย่างอนุรักษ์และยั่งยืน จนเป็นที่ยอมรับให้เป็น อันดับ 1 ของประเทศ ในด้านน้ำบาดาล

คุณธิติ คชสาร ผู้คิดค้นโครงการ CHAMOD COFFEE จากแนวคิดเริ่ม สู่ขบวนการสรรสร้างกาแฟคุณภาพดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ดอยชมหมอกกาแฟออกผลผลิตครั้งแรก ด้วยการศึกษาข้อมูลและได้ทดลองผลิตกาแฟชะมดในระบบฟาร์ม ลองเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ชะมดและปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ จ.เชียงราย ส่งเสริมอาชีพเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง มีรายได้ ให้เกิดภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง

คุณธิติ คชสาร ผู้คิดค้นโครงการ CHAMOD COFFEE จากแนวคิดเริ่ม สู่ขบวนการสรรสร้างกาแฟคุณภาพดีที่สุดของประเทศไทย

CHAMOD COFFEE จากแนวคิดเริ่ม สู่ขบวนการสรรสร้างกาแฟคุณภาพดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ดอยชมหมอกเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่ธรรมชาติไหลเป็นน้ำซับแพร่กระจายปกคลุมพื้นที่โครงการ สวนกาแฟอาราบิก้าห้อมล้อมด้วยป่าธรรมชาติ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของชะมดป่า ความสูงและอากาศเย็น น้ำแร่กลั่นตัวเป็นทะเลหมอก เพิ่มความชุ่มชื่นปกคลุมไร่กาแฟ ตั้งอยู่บนแนวลาดเอียงของภูเขา จึงมีเศษหินผุที่พังทลายจากยอดเขาไหลลงมาปนกับดิน เมื่อฝนตกจะละลายแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ทำให้เหมาะกับการปลูกกาแฟคุณภาพดีในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ได้กาแฟคุณภาพดีทัดเทียมนานาชาติ มีกลิ่นหอมและมีรสชาติที่นุ่มนวลอ่อนละมุน

CHAMOD COFFEE

การปลูกกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ดี ทริปปิก้าและเบอบอน แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ด้วยการใส่ใจดูแลสวนกาแฟอย่างถูกวิธี โดยทีมที่เชี่ยวชาญด้านการปลูกกาแฟในแหล่งน้ำแร่ ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์พื้นที่เหมาะสม มีไม้ใหญ่เป็นร่ม อากาศที่เย็นทำให้กาแฟสุกช้า เมล็ดกาแฟจึงมีเวลาดูดซับสารอาหารและแร่ธาตุนานยิ่งขึ้น  เมล็ดกาแฟจึงมีความสมบูรณ์ จากความชุ่มชื้นของทะเลหมอก น้ำแร่กาแฟ กลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น เป็นที่ดึงดูดของชะมดป่า ต้นกาแฟในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติสุก จะมีกลิ่นหอมและรสหวาน เป็นที่ดึงดูดและโปรดปรานของชะมดป่า ชะมดป่าออกมา กินกาแฟในพื้นที่โครงการ ธรรมชาติของชะมดป่าจะเลือกกินเฉพาะกาแฟเชอรี่ลูกที่สุกสมบูรณ์เต็มที่การเก็บจากในป่าทุกวัน เพื่อรักษาคุณภาพ ความสะอาดและความสดใหม่ กาแฟชะมดที่เก็บได้ ต้องมาล้างทำความสะอาดโดยใช้น้ำแร่ในขบวนการผลิต และตากแดดในพื้นที่ มีอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาสูง จนกระทั่งแห้งเหจึงได้กาแฟกลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวล นำมาสีและคัดขนาดก่อนนำไปคั่วและทดสอบโดย Q-grader กาแฟชะมดมีกลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวล โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ CHAMOD COFFEE ตอบโจทย์คอกาแฟไทย และชาวโลกจากดอยชมหมอกสู่ผู้นิยมรสชาติกาแฟ  ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์

MINERAL COFFEE
กาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์ดี ทริปปิก้า และเบอบอน ใส่ใจดูแลสวนกาแฟอย่างถูกวิธี  ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ โดยทีมที่เชี่ยวชาญด้านการปลูกกาแฟในแหล่งน้ำแร่ พื้นที่เหมาะสม อากาศเย็นทำให้กาแฟสุกช้า กาแฟจึงมีเวลาดูดซับสารอาหารและแร่ธาตุนานอีกทั้งยังได้รับความชุ่มชื้นจากทะเลหมอกน้ำแร่ กาแฟจึงมีความสมบูรณ์เพราะมีไม้ใหญ่เป็นร่มเงา อากาศเย็น ดินอุดมไปด้วยแร่ธาตุ แหล่งน้ำแร่คุณภาพดี กาแฟจากสวนของเราจึงมีกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น การผลิตเลือกเก็บกาแฟเชอรี่เฉพาะลูกที่สุกสมบูรณ์เต็มที่ ด้วยมือทีละเมล็ด ใช้น้ำแร่ในขบวนการผลิต ตั้งแต่นำมาล้างทำความสะอาด และคัดแยกเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ออก ด้วยสูตรเฉพาะ จากนั้นนำไปตากแดดในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาสูง เม็ดกาแฟแห้งเหมาะสมนำมาเก็บบ่มเม็ดกาแฟคุณภาพ จากนั้นนำมาสีและคัดขนาดก่อนนำไปคั่วทดสอบโดย Q-grader จึงได้กาแฟน้ำแร่ที่มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ของ MINERAL COFFEE

นายวศิน คชสาร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิเนรัลคอฟฟี่ จำกัด เล่าว่าMineral coffee และ Chamod coffee มีกาแฟแบบดริฟให้ได้ลิ้มลองกัน จิบกาแฟรสชาติกลมกล่อมปลูกและผลิตกาแฟคุณภาพดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ เพื่อให้ได้เป็น MINERAL COFFEE กาแฟดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติและ CHAMOD COFFEE กาแฟชะมดจากธรรมชาติ ที่มีกลิ่นหอม และรสชาติ
ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างชื่อเสียง ทุกขบวนการผลิตการสำรวจหาสถานที่ตั้งซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่คุณภาพดี,การคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับการปลูกบนภูเขาสูง, การปลูกและดูแลต้นกาแฟอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ, การเก็บผลผลิตที่ได้มาตรฐาน, การเพาะขยายพันธุ์ชะมดปล่อยคืนสู่ป่า เพื่อผลิตกาแฟชะมด จากธรรมชาติ
ที่เป็นสูตรเฉพาะ จึงมั่นใจได้ว่า กาแฟของเรามีคุณภาพดี กลิ่นและรสชาติ
ที่เป็นเอกลักษณ์ของ CHAMOD COFFEE
รายละเอียดของ  www.mineralcoffee.co.th

นายวศิน คชสาร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิเนรัลคอฟฟี่ จำกัด

โครงการธรรมธุรกิจ ก่อตั้งโดย อ.ยักษ์ -ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (ประธานธรรมธุรกิจ),อ.โจน จันใด (รองประธานธรรมธุรกิจ),คุณหนาว – พิเชษฐ โตนิติวงศ์ (ผจก.ธรรมธุรกิจ) ได้นำพากลุ่มชาวนาธรรมชาติ (ชาวไร่และชาวนาดั้งเดิม) และกสิกรอินดี้ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ยักษ์กะโจน ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้าหลังจากสร้างขั้นพื้นฐานมาแล้วใน 3 ปีแรก

ทั้งหมดนี้  เป็นเพียงส่วนหนึ่งสำหรับความน่าสนใจจากโครงการธรรมธุรกิจ ที่ฐานธรรมฯ พระราม ๙ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา กลางเมือง มีกิจกรรมพิเศษ คือ การทาสีบ้านดิน ที่เราใช้หลายมือหลายเท้า มาช่วยกันย่ำ ช่วยกันก่อ ช่วยกันสร้างจนเป็นหลังขึ้นมาแล้ว ณ บัดนี้ เพื่อใช้เป็นร้านกาแฟ เป็นที่แฮงก์เอาท์ เป็นที่มาพบปะเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ มาเรียนรู้ มาหัวเราะ
มาร้องไห้ มาบ่น ฯลฯ

สินค้าคุณภาพจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริก็เป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ แล้ว เพราะหลายอย่างนี่หลายคนหาซื้อแถวบ้านได้ยากมาก แต่ในงานนี้มีให้เลือกซื้อเพียบเยอะเลย

พบกัน เสาร์ อาทิตย์ ที่ฐานธรรมพระราม ๙ (โรงเรียนชาญวิทย์) กรุงเทพฯ
อย่าลืมหาเวลามาพบกันใหม่ในงานตลาดนัดธรรมชาติ “ยักษ์กะโจนสัญจร”

#ตลาดนัดธรรมชาติ
#ฐานธรรมฯพระราม๙
#ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง

5 เมนูไฮไลท์ โอมากาเสะซูชิคอร์ส

ฝีมือ เชฟบอส” จากร้าน มูเกนได ฮอนเต็น

กำลังมองหามื้อพิเศษ คำพิเศษ สำหรับปาร์ตี้แทนคำอวยพรแก่คนพิเศษของคุณอยู่หรือเปล่า?  ลองเลือกเป็น “โอมากาเสะ ซูชิ” สักคอร์สซิ แล้วจะไม่ผิดหวัง เพราะทุกคำคือคำพิเศษที่เชฟซูชิพิถีพิถันทุกขั้นตอน ก่อนจะผ่านมาเสิร์ฟตรงหน้าคุณแบบอุ่นๆ ฟินๆ

เชฟบอส – คุณสุทธิเกียรติ คงคติธรรม หัวหน้าเชฟ / เชฟซูชิประจำร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม มูเกนได ฮอนเต็น

เพราะ โอมากาเสะ ซูชิ คอร์ส  คือ เมนูซูชิที่เชฟซูชิผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษ พิถีพิถันทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศบรรจงปรุงซูชิด้วยความเอาใจใส่ทีละคำ ประดิษฐ์ประดับอย่างมีศิลปะ และเชฟจะเป็นผู้ออกแบบเมนูด้วยตัวเอง โดยที่ลูกค้าจะไม่ทราบก่อน ว่าอาหารที่จะได้รับประทานคืออะไร เพราะเชฟจะเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่นั่งรับประทานที่บาร์ซูชิทีละคำ เพื่อให้สัมผัสถึงกระบวนการปรุงอย่างละเมียดละไม และความใจใส่ที่เชฟทุ่มเทจากตรงหน้า

วันนี้ เชฟบอส – คุณสุทธิเกียรติ คงคติธรรม หัวหน้าเชฟ / เชฟซูชิประจำร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม มูเกนได ฮอนเต็น  (MUGENDAI HONTEN) เชฟซูชิคนไทยที่มีประสบการณ์ในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกมากว่า 14 ปี มีโอกาสได้ร่วมงานกับเชฟชื่อดังมากมาย อาทิ เชฟชิโร่ (Shiro), เชฟโมริโมโต้ (Morimoto) แนะนำเมนูสนุกๆ สุดสร้างสรรค์ ให้ได้ลิ้มลองกัน

1. Fake Tomato (มะเขือเทศปลอม) – เมนูแอพพิไทเซอร์

Fake Tomato (มะเขือเทศปลอม)

เมนูนี้ทำหน้าที่แอพพิไทเซอร์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะนอกจากหน้าตาน่ารัก รับประทานง่าย รสชาติเบาๆแล้ว ยังสร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มคอร์ส ด้วยการเซอร์ไพรซ์จากวิธีการรับประทาน ทันทีที่มะเขือเทศปลอมลูกนี้ แตกโพละแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ลิ้นจะได้สัมผัสรสชาติน้ำมะเขือเทศที่กลมกล่อมเหมือนน้ำหวาน ให้ความสดชื่น และกลิ่นหอมมะเขือเทศจริงๆ แถมมีรสเผ็ดซ่าขึ้นจมูกนิดๆ ให้พอประหลาดใจ เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ส่วนการประดับตกแต่งนั้น เชฟบอสออกแบบให้เหมือนผลมะเขือเทศจริง ด้วยการจัดวางมะเขือเทศปลอม 2 ลูก ประดับช่อจากกิ่งของมะเขือเทศจริง วางบนกองดินที่ทำจากคุกกี้ช็อกโกแล็ตและงาดำบดเข้าด้วยกัน

2. Awabi (เป๋าฮื้อ) – เมนูแอพพิไทเซอร์

เป๋าฮื้อญี่ปุ่นสดขนาดเล็ก เนื้อใสเด้ง นำไปนึ่งด้วยสาเกชั้นดี วางบนข้าวปั้นซูชิ ที่ผ่านการนำไปคลุกเคล้าให้เข้ากับซอสตับเป๋าฮื้อปรุงรสสูตรพิเศษที่เชฟบอสคิดค้นขึ้น ประดับด้วยใบไมโครร็อกเก็ตเพื่อความสวยงาม ความพิเศษของเมนูนี้คือในซูชิคำเดียวนี้เองที่จะพาคุณดำดิ่ง
ไปสู่รสชาติของทะเลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรสเค็ม กลมกล่อมจากตับเป๋าฮื้อที่แทรกอยู่ทั่วข้าวซูชิ เป๋าฮื้อสดๆ ที่สัมผัสได้ถึงเนื้อแน่น
เด้งสดจริง ชนิดที่ยังคงมีกลิ่นหอมจากทะเลติดจมูกมาถึงบนโต๊ะอาหาร

3. Akami Tataki (ทูน่ารมควัน) – เมนูแอพพิไทเซอร์

นอกจากนางเอกของเมนูนี้จะคือทูน่าเนื้อสดสีแดงจัดแล้ว ยังมีความพิเศษในการปรุงอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอีกด้วย นั่นคือวิธีการรมควันทูน่าด้วยการใช้ฟางแบบโบราณ กลิ่นหอมของฟางจึงเป็นเสน่ห์ของคำพิเศษคำนี้ ที่จะหอมติดจมูกตลอดการรับประทาน ผสมอย่างกลมกลืนไปกับรสของครีมไวท์ทรัฟเฟิลออยล์ พร้อมเครื่องเคียงด้วยสลัดซอสพอนซึกับใบโอบะ (ใบชิโสะ) คลุกเคล้ากับขิงญี่ปุ่น หรือ เมียวกะ (Myoga) วางบนวาซาบิพาวเดอร์ เพิ่มรสเผ็ดซ่า ซูชิเมนูนี้ผสมผสานความจัดจ้านในหลากหลายรสชาติในคำเดียวกันได้ในปริมาณที่ลงตัวที่สุด

4. D.I.Y. Sandwich (ดี.ไอ.วาย. แซนด์วิช) – เมนูแอพพิไทเซอร์

การสร้างประสบการณ์จากความสนุกในการทำแซนด์วิชแต่ละคำด้วยตัวเองคือความพิเศษของเมนูนี้ โดยเชฟบอสได้พิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตุดิบเกรดพรีเมี่ยม สั่งตรงแบบสดๆ มาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสำหรับโอมากาเสะคอร์ส ได้แก่ ไข่ปลาคาเวียร์สด, ทูน่าบดสับ, อูนิ หรือ ไข่หอยเม่นสดสั่งตรงจากฮอกไกโด, ต้นหอมญี่ปุ่นสำหรับโรยหน้า ซอสสาหร่าย และขนมปังบริยอช (Brioche) ปิ้งกับเนยอย่างดี จัดวางส่วนผสมชั้นเลิศไว้บนจานไม้สไตล์ญี่ปุ่น จากนั้นก็พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้สนุกไปกับซูชิพรีเมี่ยมคำนี้

5. Tamago (ไข่หวาน) – เมนูซูชิเมนคอร์ส
ของหวานกลิ่นหอมยั่วใจ สีเหลืองนวลฉ่ำน่ารับประทาน ที่น่าเซอร์ไพรซ์ยิ่งกว่าก็คือเป็นเมนูของหวานที่เชฟบอสสร้างสรรค์มาจากของคาวอย่างไข่ไก่ญี่ปุ่น ปรุงด้วยกรรมวิธีสูตรเฉพาะ จนกลายเป็นเมนูไข่หวาน ที่รับประทานเป็นเมนูหวานได้สมศักดิ์ศรี กลิ่นหอม รสหวานกำลังดี มีสัมผัสนุ่มลิ้น เป็นเมนูที่เชฟตั้งใจเสิร์ฟเมนูเมนคอร์สลำดับสุดท้าย เพื่อเป็นการปรับรสชาติจากของคาวเข้าสู่เมนูของหวานอย่างละมุนละม่อม โดยตัดเสิร์ฟชิ้นพอคำ
1 ชิ้น วางบนถาดไม้ขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยม

 

ไข่ไก่ญี่ปุ่น ปรุงด้วยกรรมวิธีสูตรเฉพาะ จนกลายเป็นเมนูไข่หวาน

สำหรับคอร์ส “โอมากาเสะ ซูชิ” โดยฝีมือ เชฟบอส-สุทธิเกียรติ คงคติธรรม ร้านมูเกนได ฮอนเต็น (MUGENDAI HONTEN) ซ.ทองหล่อ 10 ใน 1 คอร์ส มีทั้งหมด 19 เมนู ประกอบด้วย แอพพิไทเซอร์ 6 เมนู, ซูชิ 11 เมนู, ซุป 1 เมนู, และผลไม้ 1 เมนู ราคาคอร์สละ 5,000 บาท+++

ให้บริการเสิร์ฟโอมากาเสะคอร์สทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ 18.00 น.
และ 20.00 น. คอร์ส ละไม่เกิน 8 ท่าน กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า 2 วัน
ได้ที่โทร. 02-726-9222, 087-996-8888

ร้านมูเกนได ฮอนเต็น (Mugendai Honten)
ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ มูเกนได เฮ้าส์ (Mugendai House)
ซ.ทองหล่อ 10 เปิดให้บริการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 17.00-24.00 น.

ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-24.00 น.

ติดตามและติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-726-9222, 087-996-8888
www.mugendaibkk.com

เผยหมดเปลือก Kunihiro Oyster ที่นักกินต้องรู้!

หอยนางรม Kunihiro Oyster
ที่ร้าน  Bottoms Up พร้อมให้ลองชิมแล้ว

วันนี้ Toptotravel  ได้มานั่งชิมหอยนางรม ถ้าไม่ลองชิม อาจไม่รู้ถึงความดีงามของมัน หนึ่งในโยชน์ของหอยชนิดนี้ คือ ช่วยบำรุงร่างกายหลายอย่าง ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

หอยนางรมช่วยป้องกันโรคเหน็บชา เพราะหอยนางรมอุดมไปด้วยวิตามินบี จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเส้นประสาทและทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยลดอาการชาตามนิ้วมือ นิ้วเท้า

หอยนางรม เป็นตัวช่วยในการขับปัสสาวะ หอยนางรม มีส่วนประกอบของ
วิตามินเค และ แคลเซียม ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด เสริมสร้างกระดูก และยังมีคุณสมบัติขับปัสสาวะ

หอยนางรมช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ ในตัวหอยนางรมมีธาตุเหล็ก วิตามิน บี1 และ วิตามินบี2 หากรับประทานหอยนางรมควบคู่กับการออกกำลังกายจะทำให้รูปร่างตึงกระชับยิ่งขึ้น

สายกินหอยนางรมส่วนใหญ่ มักจะเลือกทานหอยนางรมสด ที่มีรสชาติครีมมี่อย่าง Kunihiro Oyster การเลี้ยงด้วยการทำทรีตเม้นท์ ล้างทำความสะอาดจุลินทรีย์ แบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมในตัวหอยนางรม ถ้าหากพูดถึง หอยนางรม  (KAKI)  มิยาจิม่า เกาะมรดกโลกอย่าง ฮิโรชิม่า  หอยนางรม ถือว่าเป็นตัวแทนหลักอาหารของ ฮิโรชิม่า ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกินกันสดๆ หอยนางรม ในภาษาญี่ปุ่น เรียกกันว่า カキ  Kaki  อยากจะบอกว่าวันนี้ได้ลิ้มลองไปเรียบร้อยแล้ว  สดอร่อย เนื้อเยอะ ไม่เค็มไม่คาว  มีความครีมมี่ อร่อยมากจึงได้รับความนิยมในการบริโภค Kunihiro Oyster

ถ้าใครเคยเดินผ่านร้าน ต้อสะดุดตา  ร้าน BottomsUp   (บอททอมส์  อัพ) สาขาทองหล่อ เป็นร้านอาหารฟิวชั่น ที่มีการตกแต่งร้านค่อนข้างสวยงามแปลกตา น่านั่ง ร้านจะมีอยู่ 2 ส่วน วันนี้เรานั่งในส่วนที่ติดขอบเวที หรือถ้า
ใครชอบอสกาศดค้านอกจะออกไปรับลมชมวิวนั่งดริงค์ค็อกเทล พร้อมกับลิ้มรสอาหารก็นั่งสบายไม่แพ้กัน

เค้าว่ากันวัน…ยิ่งอากาศหนาวยิ่งจิบไวน์ได้อร่อยสุดๆ  คืนนี้  ชวนคนรู้ใจไปดินเนอร์เมนูใหม่ ในฤดูกาล  ที่ร้านอาหารสุดหรู  และยังได้ร่วมชมบรรยายกาศ คอนเสิร์ต BOTTOMSUP FUN FEST WITH JOE & KONG ภายในงาน  มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายเริ่มด้วยอาหารคาว สเต็ก เนื้อนุ่มมาก สปาเกตตี้มีความข้น พิซซ่าแป้งบาง



ได้โอกาสมา ร้าน BottomsUp ทั้งที ต้องไม่พลาด เพราะช่วงนี้ ที่ร้านนำเข้า Kunihiro Oyster มาทั้งหมด 25,000 ตัว จากที่ต้องการสั่งจริง 40,000 ตัว แต่เพราะต้องไปไฟท์กับโควต้าของอีกหลายประเทศทั่วโลก   ฉะนั้นในปีนี้ จึงได้เพียง 25,000 ตัว หมดแล้วหมดเลย อยากทานอีกทีต้องรอปีหน้า

 



ความสุข รอยยิ้ม ในวันที่อากาศเย็นสบาย ถ้าบ้านเรามีอากาศเย็นสบายแบบนี้ ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ก็คงจะดี  อากาศแบบนี้  อยากจะพาไปลิ้มลองอาหารอร่อย บรรยากาศสบายๆ กันที่ร้าน  BottomsUp สาขาทองหล่อ  ดีใจ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ Kunihiro  หอยนางรม ซึ่งก็ทำให้ไม่ผิดหวัง ทานสดใอร่อย และสะอาด ที่นี่นำเข้าหอยนางรมเกรด Sushi Quality  ซึ่งตอนนี้  มาเทียบท่าพร้อมให้ลองชิมกันแล้วด้วยนะคะ

Sushi Quality หอยนางรม Kunihiro เลี้ยงด้วยน้ำทะเลสะอาด ทำให้เหมาะกับการทานแบบดิบๆ มีรสชาติแบบครีมมี่ๆ อุดมไปด้วยสารอาหาร มีรสชาติเค็มนิดๆ  ซึ่งไม่เค็มเหมือนหอยนางรมทั่วไป ส่วนเนื้อของหอย Kunihiro ยังคงฉ่ำและหวานละมุนลิ้น เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง น้ำจิ้มซีฟู้ด สุดพิเศษซึ่งมีกรรมวิธีพิเศษในแบบฉบับของ ร้าน  Bottoms Up

Kunihiro Oyster เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ด สุดพิเศษซึ่งมีกรรมวิธีพิเศษในแบบฉบับของ BottomsUpThailand

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ร้าน คือ  Kunihiro Oyster เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้ม
ซีฟู้ด แบบฉบับของ BottomsUpThailand เมื่อลองทาน Kunihiro Oyster คำแรกที่ทานถึงกับอุทาน ตอนแรกคิดว่าจะรสชาติเหมือนหอยนางรมทั่วไป  คือ รสชาติออกเค็มๆ  ด้วยคุณสมบัติพิเศษ เกรด Sushi Quality  นำเข้าจาก ฮิโรชิม่า ญี่ปุ่นการันตีด้วย รางวัลเหรียญทอง  จากสถาบันด้านอาหารระดับโลก Monde Selection ด้านคุณภาพและรสชาติอาหาร

วันนี้  ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก คุณ  Surisak   Thawansakvudhi  ผู้บริหาร BottomsUpThailand  ด้วยการนำเข้า Kunihiro Oyster มาให้ชิม แถมด้วยบริการพร้อมส่งให้ได้ทานกันถึงที่บ้าน ส่วนใครที่อยากลองสัมผัสรสชาติของหอยนางรมจากสามารถมาทานได้ที่ร้าน Bottoms Up (บอททอมส์ อัพ) สาขาทองหล่อ นำเข้าซีฟู้ดสดใหม่จากธรรมชาติ

คุณ Surisak Thawansakvudhi ผู้บริหาร BottomsUP Thailand

คุณ Surisak Thawansakvudhi   เผยหมดเปลือก  Kunihiro Oyster
โปรดักส์ไลน์ตัวใหม่!  ล่าสุดร้าน BottomsUpThailand  เลือกความพิเศษ ด้วยกระบวนการควบคุมคุณภาพ 2 ขั้นตอน

1.การทำทรีตเม้นท์ล้างทำความสะอาดจุลินทรีย์ แบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมในตัวหอยนางรม ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยอุณหภูมิต่ำ แรงดันสูง เพื่อให้เปลือกหอยเปิดออกแบบธรรมชาติของหอยที่อยู่ในน้ำลึกที่จะเปิด
ฝาออกเองแบบธรรมชาติ

2. ผ่านกระบวนการ Shock Freeze ลดอุณหภูมิอาหารอย่างรวดเร็ว ด้วยการลดอุณหภูมิของอาหารให้ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส โดยน้ำในอาหารจะเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง ซึ่งเป็นกรรมวิธีการถนอมอาหารที่คงความสด และรักษาคุณภาพอาหาร ที่มีความสด สะอาดได้ดีกว่าการถนอมอาหารด้วยวิธีอื่นๆ

Kunihiro Oyster กับการเพาะเลี้ยง หอยนางรมสดจากญี่ปุ่น  สุดยอดพันธุ์หอยนางรมที่มีต้นกำเนิดจากอ่าวฮิโรชิม่า หนึ่งในสถานที่เลี้ยงหอยนางรมที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น จึงทำให้หอยนางรมสายพันธุ์นี้  เป็นหอยนางรมที่สะอาดและบริสุทธิ์ด้วยขั้นตอนทั้งหมด ทำให้หอยนางรมผ่านการทำละลาย  คงคุณภาพและรสชาติความสดอร่อย สะอาดปลอดภัยทั้งในแบบการกินสด และพร้อมปรุง

BottomsUpThailand นำเข้ามาให้ชิมกันแล้ว เลือกแบบทาน สด และปรุง
แถมด้วยบริการพร้อมส่งให้ได้ทานกันถึงที่บ้าน ถ้าอยากลอง ช่วงเปิดตัวกับโปรแรง 1 เดือนเต็ม ฟรีค่าส่งไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนในกรุงเทพฯ ระหว่าง 10.00-19.00 น. ส่งถึงบ้านฟรี  ถ้าอยู่ในเขตปริมณฑล หรือ ยังแฮ้งส์-เอ้าส์ติดพัน  ทางร้านก็บริการส่งถึงบ้านจนถึง 22.00 น. โดยเสียค่าส่งนิดเดียว

BottomsUpThailand
ที่อยู่: ซอย ทองหล่อ ซอย สุขุมวิท 55 แขวง คลองตันเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร  10110
ชั่วโมง: วันนี้เปิดทำการ  16:00–1:00 น.
โทรศัพท์: 081  890  9119

#ฮิโรชิม่า #ญี่ปุ่น #KunihiroOyster #BottomsUpThailand #BottomsUpEastVille #BottomsUpCatering

กิน พัก เที่ยว ที่เดียวครบ Travel made EASY…Star Cruises

ถ้าคุณรักการเดินทาง คุณเคยเดินทาง
กับ Super Star Gemini หรือยัง?

ถ้าคุณรักการเดินทาง  เพราะการเดินทาง คือ การสร้างแรงบันดาลใจ ชวนมาลองเที่ยวแบบเรือสำราญอันน่าตื่นตาตื่นใจ คุ้มค่ากว่าใคร  ประสบการณ์ครั้งแรกแบบ  คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล  มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการล่องเรือสำราญ  Super Star Gemini หนึ่งในเรือสำราญที่ได้รับการออกแบบตกแต่งให้หรูหรามีระดับ มีพื้นที่แบ่งออกเป็นโซนๆ Star Cruises แฝงตัวอยู่กลางท้องทะเล

หนีความวุ่นวายของชีวิตออกมา ปล่อยกาย  – ปล่อยใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว  กับธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่มันคือการพัฒนาตัวตนวิธีคิดของเราให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น โปรแกรมอีกหนึ่งเส้นทาง จุดหมายปลายฝัน ด้วยการเดินทางการเดินทางที่ เริ่มต้นที่ แหลมฉบัง-สีหนุวิลล์-เกาะสมุย-สีหนุวิลล์ 4 วัน คืน


บัตรสำหรับห้องพัก ทานอาหาร และใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ บนเรือสำราญ

วันนี้เลยได้มาเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ เห็นวิวโดยรอบ ชมภาพวาดสามมิติ แล้ว เปิดหลังอาบแดด บนเรือ Super Star Gemini  ที่โรแมนติกที่สุด  เรือสำราญสุดหรู ซูเปอร์สตาร์ เจมิไน เข้ามาให้บริการในไทย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันนี้  ไปจนถึงวันที่ 29 เมษายน 2561

โปรแกรมของแต่ละวันจะติดไว้หน้าห้องของทุกท่าน


การเดินทางไปล่องเรือสำราญแสนจะง่ายดายแบบชิลล์ๆ กับการคมนาคมทันสมัย  ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจดูไกล เป็นอีกทริปที่ถือว่าเราได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นโอกาสที่จะได้ชมได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการของเรือสำราญ หรูหรา สะดวกสบาย มีสิงอำนวยความสะดวกครบทุกสิ่ง ตั้งแต่ห้องพักระดับ 4-5 ดาว ดื่มด่ำกับการรับประทานอาหารกลางทะเล มีร้านอาหาร  สระว่ายน้ำ โรงละคร โรงภาพยนต์คาสิโน และเอ็นเตอร์เทนเมนท์ สำคัญที่สุดคือ นอน กิน เที่ยว ทุกอย่างฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

การกลับมาอีกครั้งของสตาร์ครูซส์ ในการนำเรือสำราญ Super Star Gemini เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ซึ่งถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 สตาร์ครูซส์ ได้เข้าเทียบท่าที่จังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก  เรือ Super Star Gemini   เรือมีทั้งหมด 12 ชั้น สามารถมองเห็นวิว ทิวทัศน์ ที่นี่มีห้องพักหลายแบบ ห้องพัก 765 เคบิ้น ที่เรียงรายตลอดแนวเรือ  สามารถรับผู้โดยสารได้1,530 ท่าน จอดเทียบท่ารอรับนักท่องเที่ยว ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ยิ่งถ้าได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทริปที่ชอบเดินทางเหมือนกัน แต่พอได้มาสัมผัสแล้วเป็นการเดินทางที่สนุกและดีมากๆ

เก็บกระเป๋ากันเลยค่ะ มาแล้ว… ตามคำเรียกร้องของพี่น้องชาวไทย เรือที่เราจะเดินทางไปด้วยในครั้งนี้  ชื่อเรือสำราญ Super Star Gemini ยิ่งใหญ่ น่ารัก มีทุกอย่างที่ทันสมัย  อลังการ และตอนนี้มาเทียบท่าให้บริการนำความสำราญมาสูคนไทยกันที่แหลมฉบัง ก่อนถึงทางเข้าเรือ มีเคาท์เตอร์สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญโดยเฉพาะ ภายใน Terminal มี ตม. อยู่ในนี้ด้วยพอเสร็จขั้นตอนการเช็คอินก็จะเดินเข้าไปที่ตม. ด้านในเลย พอผ่านตม. ก็เป็นทางเดินเข้าสู่ตัวเรือทันที เราเข้ามาในเรือ Super Star Gemini แล้วเหรอ??

SuperStar Gemini เป็นหนึ่งในครอบครัวสตาร์ครุยส์ โดยเรือจะแล่นและแวะเที่ยวเมืองต่างๆเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้เราต้องออกเดินทาง คือ สร้างแรงบันดาลใจ บางครั้งที่เรารู้สึกแห้งแล้งแรงบันดาลใจอาจต้องออกไปใช้ชีวิต เจอทั้ง หมอก แดด ลม ฝน PASSPORT ทางเรือจะเก็บไว้ตลอดการเดินทาง

ห้องที่เราพักคือห้อง แบบมีหน้าต่าง หน้าห้องมีทางเดินยาวสุดที่เชื่อกับทุกห้องพักของแต่ละชั้น ห้องพักสีครีม เมื่อเปิดประตูห้องก็จะเจอ หน้าต่างบานโต  กับท้องทะเลสุดกว้าง  เป็นห้องพักที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่นอนสบายไม่อึดอัด มีมุมสำหรับนั่งเล่นแยกกับเตียงนอนพร้อมระเบียง ภายในห้องมีทีวี ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ  สำหรับห้องพักบนเรือถือว่า ห้องนี้สะดวกสบายมาก

สำรวจห้องเสร็จสักพัก มีเสียงประกาศบนเรือให้เข้าร่วมขั้นตอนการสาธิตขั้นตอนความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉินต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ซึ่งทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพราะก่อนเข้าลูกเรือจะสแกนบัตรของเราเอาไว้ ว่าเราเข้ารับการร่วมกิจกรรมนี้

ขึ้นไปด้านบนชั้น 12 ชั้นบนสุดด้านหน้าเรือ มีสนามบาสเก็ตบอลกลางแจ้งกับแสงแดดที่สาดส่องมา  ส่วนนี้ถือว่าเป็นโซน Outdoor เราเดินไปทางด้านหน้าสุดของเรือ ชั้น12  เราก็จะเจอเป็นสระว่ายน้ำในร่มมีอ่างจากุชชี่ และ Champ’s Bar ที่ใหญ่ที่สุดของเรือ หลายคนชอบมานั่งชิวที่ Bar ที่นี่
มีบริการเครื่องดื่ม ชมวิวพระอาทิตย์ตกน้ำทะเล ที่ตรงนี้เชื่อพี่มันดีงาม ใครมองหาที่เปลี่ยนบรรยากาศพักผ่อนแต่อบอุ่น ส่วนตัว สงบ สะดวกสะสบายมากกว่าอยู่บ้าน อาหารอร่อย ตอบโจทย์แบบครบทุกข้อ

Super Star Gemini มีห้องอาหารที่มีให้เลือก 11 ห้อง รูปแบบอาหารที่แตกต่างกันไป แต่ละห้องถูกตกแตกด้วยงานศิลปะมากมายที่จัดวางอย่างลงตัวแลน่าสนใจ สำหรับห้องอาหารที่รวมในราคาแพคเกจมี 3 ห้อง

1.ห้องอาหาร Mariner เป็นอาหารประเภทบุฟเฟต์
2.ห้อง Dynasty เป็นอาหารจีน
3.ห้อง Bella Vista เป็นอาหารตะวันตก และอาหารจีน

Mariner  หนึ่งในห้องอาหารสุดเอ็กซ์คลูชีฟของเรือ Enjoy eating  ที่พร้อมนำผู้เข้าพักได้ลิ้มรสอาหารสุดพิเศษ พร้อมดื่มดำไปกับบรรยากาศการรับประทานอาหารบนท้องทะเล เป็นห้องอาหารเย็นแห่งความรัก และเป็นที่ประจำสำหรับพวกเราในทริปนี้แอดมินขอแนะนำเมนู lamb shop เป็นสเต็กแกะ ที่ไม่มีกลิ่นคาวเลย เนื้อนุ่ม หอม ละมุนลิ้นมากๆค่ะ จัดว่า เด็ดทุกเมนูหลายคนสนใจอยากเที่ยวแบบล่องเรือสำราญบ้าง

หลังจากรับประทานอาหารเย็น มาเดินสำรวจเรือโซนต่างๆ เรือ SuperStar Gemini สวยดุจเนรมิตจริงๆ  เค้ามีกิจกรรมอะไร และที่ไหนบ้าง ด้านหน้าห้องจะมี เนวิเกเตอร์ หรือเรียกว่า คู่มือนำทางของเรือก็ได้ในนั้นจะมีข่าวสาร สภาพอากาศ มีรายละเอียดกิจกรรมต่างๆมากมาย ต้องศึกษาและอ่านให้ละเอียด โปรแกรมมีตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ส่วนเรื่องการเล่น Internet บนเรือ ราคาค่าเล่น Internet ต้องจ่ายเอง แพ็คเกจถูกสุดเลยคือ 10 เหรียญ/สิงค์โปร
ใครต้องการวอปปิ้ง ใช้จ่ายแนะนำให้แลกเงินสกุลสิงค์โปร์ดอลล่าไปค่ะ

ตื่นมาพร้อมพระอาทิตย์ในยามเช้า เมื่อเรือของเรามาถึงเมือง เราจะได้ลงจากเรือกันบ้าง การเที่ยวบนฝั่งสามารถซื้อทัวร์จากบนเรือก็ได้หรือว่าจะเดินทางเองก็ได้ ใครจะจัดการเรื่องซื้อทัวร์ หรือสั่งซื้อมาแล้วก็มาทำเรื่องที่ห้อง Shore Excursions  ห้องนี้อยู่ที่ชั้น 7 ของเรือ และสำหรับคนที่จะเดินทางเที่ยวเองสามารถใช้ Shuttle Bus ของทางเรือ หรือ นั่งรถแท็กซี่ ก็ได้ซึ่งท่าเรือแต่ละที่ก็จะมีรถมารอรับนักท่องเที่ยวอยู่แทบทุกเมือง

หรือถ้าใครไม่อยากลงจากเรือ  ก็สามารถศึกษาคู่มือและใช้บริการ ต่างๆ มากมาย เช่น ห้องออกกำลังกาย ห้องทำผม และห้องทำสปาและสุดยอดคาราโอเกะ

วันนี้เรามาดูกันว่า เคล็บลับการเดินทางอย่างมีสไตล์ อะไรบ้างที่จะทำให้ทริปการล่องเรือสำราญฟินที่สุด Super Star Gemini มาถึงเมืองไทย ของ Star Cruises สายการเดินเรือสำราญ ชื่อดังของเอเชีย มีชื่อเสียงติด 1 ใน 10 ทั่วโลก เรือสุดหรูลำนี้ จอดเทียบประจำท่าเรือนานาชาติแหลมฉบัง ชลบุรี เป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ ร้านค้าปลอดภาษีให้ทุกท่านไม่พลาดช็อปปิ้งแม้จะอยู่บนเรือในยามค่ำคืนบนเรือให้ความรู้สึกพักผ่อนเต็มที่  ไม่ว่าจะใช้บริการต่างๆ บนเรือ หรือเดินรับลมชมท้องฟ้า สัมผัสดวงดาวที่รายล้อมบนดาดฟ้าเรือหรือเข้าห้องนอนที่สุดแสนจะสบายราวกับว่า ท่านไม่ได้อยู่บนเรือสำราญไปลองสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ภายในมีห้องพักสบายเหมือนโรงแรมเลย มีห้องอาหารมีบ่อนการพนัน มีฟอร์เต้นลำ มี ดนตรี มีสระว่าน้ำ มีที่พักให้ชมบรรยากาศ มีอีกเยอะหลายอย่างไม่แพ้โรงแรม อาหารก็ดี อร่อย บรรยากาศบนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การคัดสรรส่วนผสมและวัตถุดิบต่างๆ เพื่อนำมาใช้ปรุงอาหาร มุ่งมั่นในการเสาะแสวงหาเฉพาะวัตถุดิบและส่วนผสมที่ดี รสชาติอาหารที่อร่อยล้ำ

จะมีสักกี่ครั้งที่เราได้มีโอกาส ชมการแสดงทุกค่ำคืนที่ห้อง Star Dust และสุดยอดบาร์ นั่งจิบไวน์ ข้างๆ ยังมีมุมเสี่ยงโชค เฉพาะเวลาที่เรือล่องน่านน้ำเท่านั้น หรือจะฟิตร่างกาย เข้าฟิตเนส วิ่งจ๊อกกิ้งเรือเจมิไน มีให้บริการ หรือสระว่ายน้ำด้านหน้าเรือชั้น 12 และด้านหลังเรือชั้น 9 เดินต่อไปส่วนคาสิโน Slot machine มีหลายแบบให้เลือกเล่นตามชอบ มีเวลาเปิด/ปิด  พอมีเวลาเหลือก่อนที่จะออกเดินทาง ก็มาเดินสำรวจ ชมวิวรอบๆ เรือกันค่ะ รอบดึก ถ้าใครยังไม่อยากนอน มีข้าวต้มรอบค่ำ มีกิจกรรมให้ทำกัน ไม่ว่าจะไปว่ายน้ำตอนกลางคืน นั่งฟังพลงสบายๆ หรือ จะไปบรหารสายตากับคาสิโน Slot machine

เชื่อว่าส่วนใหญ่ทุกคนที่ไปเที่ยวก็อยากแชร์ประสบการณ์ทุกอย่างผ่านโซเชียล บอกตรงๆหลงเสน่ห์เรือลำนี้ ช่วงเย็นนี้เรามีดินเนอร์กันกับเพื่อนๆ หลังอาหารเย็น มีการแสดง แบบปาร์ตี้สนุกสนาน สำหรับห้อง Star Dust รองรับได้ 600 ท่าน ซึ่งในแต่ละคืนจะมีโชว์ 2 รอบ รับรองเลยว่าดูแล้วต้องร้องว้าวเลยทุกโชว์ ตื่นตามากกับการแสดงมายากล ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ และยังมีการแสดงโชว์ของคนไทย มีเกมส์ต่างๆ มีการแสดงโชว์เล็กๆ และมีวงดนตรี มีการแสดงไฮไลท์สุดพิเศษทุกคืน

Star Dust รองรับได้ 600 ท่าน ซึ่งในแต่ละคืนจะมีโชว์ 2 รอบ

เคยสงสัยมั้ย ขณะที่เรือสำราญเทียบท่า เขาทำอะไรกันบ้าง วันนี้เราได้หยิบ ในเวลาที่เรือจอดเทียบท่า เขาทำอะไรกันบ้าง?  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเรือสำราญ  ให้เราได้ใช้วันพักผ่อนได้อย่างยอดเยี่ยมการขึ้นเรือสำราญเพื่อล่องทะเล ก็เหมือนกับการทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ เพราะบนเรือจะมีอะไรให้เราชมความสะดวกสบาย หรูหรา สร้างความสนุกและรอยยิ้มในวันท่องเที่ยว

เรือสำราญ  นำพาไปตามท่าเรือของประเทศต่างๆ เดินทาง ชมเมืองริมชายฝั่ง ชื่นชมวัฒนธรรมต่างๆ ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้กับการท่องเที่ยวทำให้การล่องเรือสำราญ เป็นฉากสำคัญอันงดงามของการท่องเที่ยวของคู่รัก เพื่อนรัก ครอบครัวที่รัก ที่ได้รับความนิยมไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนสักครั้ง

หากพูดถึงทะเล สีหนุวิลล์ เมืองแห่งสายน้ำ ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ไม่มีทางหลุดโผจากใจใครหลายคน เป็นสถานที่ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง เมื่อเทียบท่าเมืองสีหนุวิลล์ หาดโอชัดเทล เป็นหาดที่นิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองสีหนุวิลล์ มีบาร์ ร้านอาหารทะเล เตียงและร่มชายหาด พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวได้พักผ่อนพร้อมลิ้มลองอาหารทะเลสด ๆ และมีบริการเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ

สีหนุวิลล์เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลชั้นนำของประเทศกัมพูชา มีชายหาดขาวสวย และน้ำทะเลอุ่นๆ ของอ่าวไทยกับบรรยากาศการพักผ่อนริมชายทะเลที่เหมาะอย่างยิ่งในวันหยุด

เมื่อเทียบท่าเมืองสีหนุวิลล์ หาดโอชัดเทล เป็นหาดที่นิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองสีหนุวิลล์ มีบาร์ ร้านอาหารทะเล เตียงและร่มชายหาด พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวได้พักผ่อนพร้อมลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ และ
มีบริการเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ


วัดเลอหนึ่งใน 5 วัดเก่าแก่ของเมืองสีหนุวิลล์

สีหนุวิลล์เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลชั้นนำของประเทศกัมพูชา มีชายหาดขาวสวย และน้ำทะเลอุ่นๆ ของอ่าวไทยกับบรรยากาศการพักผ่อนริมชายทะเลที่เหมาะอย่างยิ่งในวันหยุด นอกจากพักผ่อนริมชายทะเล

วัดเลอหนึ่งใน 5 วัดเก่าแก่ของเมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งรู้จักกันในนาม  วัดตอนบน ซึ่งวัดเลอ ปกคลุมสร้างความร่มเย็นในบริเวณวัด และด้วยความสมบูรณ์จะเห็นว่ามีลิงที่อาศัยอยู่ในบริเวณวัด แต่ไม่สร้างความวุ่นวาย เมื่อมองจากวัดลงไปจะเห็นถึงวิวทิวทัศน์ของเมืองสีหนุวิลล์จากด้านบนนี้ได้ด้วย

ตลาดพลาซ่าเลอ เป็นตลาดที่ใหญ่สุดของเมืองสีหนุวิลล์ มีความหลากหลายของสินค้าให้เลือก ทั้งผลไม้ เสื้อผ้า อาหารทะเล อัญมณี และอาหารสด

เกาะสมุย แหล่งท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของไทย มีดีที่ห้ามพลาด  เรือจอดในทะเลใกล้เกาะสมุย  นักท่องเที่ยวสามารถลงเรือเล็กไปยังเกาะสมุย นั่งรถเช่า เพื่อไปชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบเกาะ ทั้งชายหาดสวยงามรวมถึงกิจกรรมอันหลากหลายที่รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกประเภท

เรือ สำราญสุดหรูๆ Super Star Gemini ได้ทำพิธีเปิดเทียบท่า แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เรียบร้อยแล้วราคานี้รวมค่าห้องพักบนเรือ อาหารครบมื้อบนเรือ ภาษีท่าเรือ ประกันบนเรือเส้นทางแหลมฉบัง-สีหนุวิลล์-เกาะสมุย

เริ่มเดือน ธันวาคม 2560  วันที่ 3-6 / 10-13 / 17-20
เดือน มกราคม 2561     วันที่ 07-10/14-17/21-24/28-31
เดือน กุมภาพันธ์ 2561 วันที่ 04-07/11-14/18-21/25-28
เดือน มีนาคม 2561       วันที่ 04-07/11-14/18-21/25-28
เดือน เมษายน 2561     วันที่ 01-04/08-11/15-18/22-25

สามารถจองโปรแกรมการล่องเรือสำราญ SuperStar Gemini ล่วงหน้า
โดย เริ่มออกเดินทางจากท่าเรือแหลมฉบังนั้น จะมีอยู่ 3 โปรแกรม คือ
-โปรแกรม 4 วัน 3 คืน ออกเดินทางทุกวันอาทิตย์ ไปยังเมืองสีหนุวิลล์
-เกาะสมุย โปรแกรม 3 วัน 2 คืน ออกเดินทางทุกวันพุธ ไปยังสีหนุวิลล์
-โปรแกรม 3 วัน 2 คืน ออกเดินทางทุกวันศุกร์ ไปยังเกาะกง

ราคาราคาสมเหตุสมผลและการบริการที่เป็นกันเองน่าประทับใจ
ล่องเรือ 3 คืน ไปยังสีหนุวิลล์และเกาะสมุย เริ่มต้น 12,900* บาท/ต่อท่าน
ล่องเรือ 2 คืน ไปยังสีหนุวิลล์   เริ่มต้น 8,900* บาทต่อท่าน
ล่องเรือ 2 คืน ไปยังเกาะกง      เริ่มต้น 9,900* บาท ต่อท่าน

ทั้งนี้ ราคาโปรโมชั่น เริ่มตั้งแต่ระยะเวลาการโปรโมท
ไปจนถึง เดือนมิถุนายน 2017

หลายคนสนใจอยากเที่ยวแบบล่องเรือสำราญบ้าง ใครสนใจอยากเดินทางล่องเรือสำราญ dy[ช่วงเวลาดีๆ มีให้จดจำ นี่คือความรื่นรมย์ของการเดินทางด้วยเรือสำราญไม่ว่าคุณจะเดินทางไปมุมไหนของโลกใบนี้

สนใจสอบถามได้ที่ : โทร 02-2337789
#cruisefanclub #colofulworld #SuperStarGemini

 

ARROW & EXCELLENCY DELIGHTED PARTY

ต้อนรับเทศกาลแห่ง “ความสุข”
พร้อมส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษ
ให้กับคนสำคัญ

หนุ่มๆรู้ไหม? เวลาจะซื้อเสื้อผ้าทั้งที ต้องเลือกเสื้อที่สามารถยับยั้งแบคทีเรีย สดชื่น ไร้กลิ่นอับชื้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของ ARROW FRESH  ที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน และด้วยเทคโนโลยีพิเศษของ  ARROW ทำให้คุณสมบัติ ที่ไม่ว่าจะซักไปกี่น้ำ ก็ยังยับยั้งแบคทีเรีย สดชื่น ไร้กลิ่นอับชื้นได้ตลอดอายุการใช้งาน แถมกระบวนการผลิตยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนกระดุมเสื้อของ ARROW ทุกตัว พิถีพิถันด้วยการเย็บแบบลูกศรที่สวยงา มและใส่แล้วยังช่วยเพิ่มความทนทาน ไม่หลุดง่าย  อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ARROW พร้อมการบริการเย็บกระดุมเสื้อที่ชำรุด ฟรี ที่เคาน์เตอร์  ARROW ทุกสาขา

วันนี้มาชมบรรยากาศสดจากงาน “ARROW & Excellency Delighted Party”  สัมผัสแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นล่าสุดจากฤดูกาลแห่งความสุขเริ่มแล้ว กับคอลเลคชั่นล่าสุดจาก ARROW & Excellency ด้วยไอเดียการแต่งตัวในแบบฉบับ ARROW

เทศกาลปีใหม่ เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการส่งมอบความสุขอีกครั้ง สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลนี้ คือการมอบของขวัญให้กับคนสำคัญ เพื่อต้อนรับเทศกาลส่งมอบความสุข  ถึงเวลามาจับคู่เป็น “พันธมิตร” กันอีกครั้งกับ ARROW & EXCELLENCY ต้อนรับเทศกาลแห่ง “ความสุข” พร้อมส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กับคนสำคัญ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และ ฤดูกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2018 ในบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน รื่นเริง เบิกบานใจให้ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์คอลเลคชั่นล่าสุดของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากทั้ง 2 แบรนด์ในปีนี้ ไม่ว่าจะวาระไหน คุณก็สามารถแต่งกายให้เหมาะสมกับ กาลเทศะ และ เข้าได้ กับทุกงาน

หากต้องการแต่งกายสุภาพ สบาย พิถิพิถัน แบบลำลอง ต้องนึกถึง
ARROW : CELBRATION 2018 ด้วยเฉดสีสวยสดใส สนุกสนาน เบิกบานใจ อย่างไม่เป็นทางการแต่ถ้าเมื่อใดต้องการความหล่อเนี๊ยบ ทุกกระเบียดนิ้ว เปรียบประดุจเจ้านาย เข้าสังคม พบปะสังสรรค์  กับผู้คน ให้นึกถึง EXCELLENCY : THE CELEBRATION MOMENTS เป็นทางเลือกแรกสำหรับคุณ ด้วยความหรูหรา สง่างาม ตามวาระสำคัญนั้น

ถึงจะเป็น “ผู้ชาย” ก็ขอใส่ใจในรายละเอียดกันสักนิด หยิบจับชุดมาใส่แต่ละครั้ง ยังจำเป็นต้องให้ ดูดี พิถีพิถัน มีระดับ เข้ากับทุกสไตล์มากกว่าใคร จนคุณได้ชื่อว่าเป็น  ผู้ชาย…ไม่หยุดหล่อ ARROW : CELEBRATION 2018 เรียบง่าย สวมใส่สบาย สไตล์ CASUAL

ARROW: CELEBRATE 2018 เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข ในบรรยากาศการเฉลิมฉลอง ที่ใกล้มาถึง จากเทศกาลที่จะสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ให้กับครอบครัว เพื่อนฝูง และทุกคนที่รู้จัก ได้ใช้เวลามาเฉลิมฉลองร่วมกัน เพื่อมอบของขวัญชิ้นสำคัญให้แก่กัน ใน “วันสำคัญ” ซึ่งจะกลับมาเยือนอีกครั้งของ…ทุกปี

ARROW : CELEBRATE 2018 ให้ทุกคนสัมผัสรับรู้ได้ถึงผลงานสร้างสรรค์ ซึ่งบ่งบอกถึง ความเรียบง่าย สวมใส่สบาย สไตล์ CASUAL ของการสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แบรนด์ ARROW ที่มาพร้อมความสุข ควา สนุกสนาน รื่นเริงใจ เน้นความหลากหลายของสีสันมากขึ้น ทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวล สบายตา โรแมนติก กับ โทนสีพาสเทล หรืออบอุ่น โดดเด่น ดึงดูดใจ แฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ กับ โทนสีร้อนแรง สดใส เพื่อให้เหมาะสมกับบรรยากาศอันหนาวเย็นในฤดูกาลนี้ ด้วยเสื้อถักไหมพรม เสื้อแจ๊คเกต เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล กางเกงลำลองสีสันสดใส ให้ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี สามารถเลือกสรรมาสวมใส่กันได้ ไม่ว่าจะวันทำงานหรือวันพักผ่อน ในฤดูกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2018

EXCELLENCY : THE CELEBRATION MOMENTS
หรูหรา สง่างาม อย่างเป็นทางการ สไตล์ DRESSY

EXCELLENCY : THE CELEBRATION MOMENTS เข้ามาร่วมสร้างสีสันของความสง่างามสมชื่อแบรนด์ EXCELLENCY อย่างแท้จริง และดูเหมือนว่า ช่วงเวลา โอกาส ความเหมาะสม ของฤดูกาลนี้ จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจพร้อมความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดเป็นผลงานเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรูปลักษณ์ของ TUXEDO & SUIT ซึ่ง หรูหรา สง่างาม อย่างเป็นทางการ สไตล์ DRESSY เหมาะสำหรับ งานสำคัญ เทศกาลสำคัญ คนสำคัญ ด้วยความคุ้มค่า และยังถือว่าเป็นหนึ่งของเครื่องแต่งกาย ที่
เมื่อคุณผู้ชายสวมใส่แล้วภาพลักษณ์ที่ออกมาจะหล่อและดูดีที่สุด

TUXEDO & SUIT คือ คำตอบของ EXCELLENCY : THE CELEBRATION MOMENTS กับช่วงฤดูกาลนี้ ที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการได้แต่งกายด้วย ภาพลักษณ์ ดูดี เนี๊ยบ แต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานที่สุดในรอบปี ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนนำไปใช้ได้ในหลากสไตล์ เปลี่ยนลุคจากผู้ชายเคร่งขรึม เป็นผู้ชายอารมณ์ดี เปลี่ยนจาก  DRESSY BUSINESS เป็น  SMART CREATIVE CASUAL โดยไม่ทิ้งความเท่ ความมีเสน่ห์ ที่จะกลมกลืนเข้ากันได้อย่างลงตัว และเมื่อบรรยากาศของความหนาวเย็นมาเยือน จึงเป็นโอกาสดีที่คุณผู้ชายจะน่าสนใจกันอีกครั้งกับผ้าพันคอ (SCARF) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ทำให้คุณดูดีและหล่อขึ้นมาได้ทันที โดยเลือกที่มีส่วนผสมของ WOOL สำหรับอากาศเย็นมาก และ COTTON เนื้อดี สำหรับอากาศเย็นน้อย ให้เข้ากับช่วงฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่จะมาถึงนี้

ARROW & EXCELLENCY DELIGHTED PARTY
วันที่ 7 ธันวาคม 2560 เวลา 16.30 -17.50 น.
ณ บริเวณ ชั้น M (Paris) ศูนย์การค้า Terminal 21 (อโศก)
#ARROW #ARROW EXCELLENCY DELIGHTED PARTY

ททท. เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมอาเซียน

“Experience Thailand and MORE”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยโหมเคมเปญ Open to the New Shades เปิดตัวคู่มือการท่องเที่ยว “Experience Thailand and MORE” สร้าง 4 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมไทย-อาเซียน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ชูจุดเด่นกรุงเทพจุดหมายเริ่มต้นทัวร์อาหาร บุรีรัมย์  จุดหมายเริ่มต้นทัวร์กีฬา เชียงรายจุดหมายเริ่มต้นทัวร์ประวัติศาสตร์ และภูเก็ตจุดหมายเริ่มต้นเส้นทางสายเปอรานากัน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว “Experience Thailand and MORE” ซึ่งรวบรวมเส้นทางการท่องเที่ยว 4 เส้นทาง ได้แก่ A Journey of ASEAN Ancient Kingdoms, ASEAN Peranakan and Nature Trail, Mekong Active Adventure Trail และ ASEAN World-Class Culinary and Heritage Cities โดย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายกล่าวว่า ตามที่ ททท. ได้เปิดตัวเคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ “Open to the New Shades” ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยว ประสบการการท่องเที่ยวที่หลากหลาย พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว

การเปิดตัวเส้นทางการท่องเที่ยวทั้ง 4 เส้นทางนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ใหม่ให้แหล่งท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งกรุงเทพให้ฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic tourism) บุรีรัมย์ ในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและผจญภัย (Sport and Adventure Tourism) เชียงรายในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (History and New Destination Tourism) และภูเก็ตในฐานะจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ซึ่งจากนี้ ททท. จะมีการโปรโมต ออกไปยังทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

“ประเทศไทยและเพื่อนบ้านมีความพร้อมรับเทรนด์การท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการการท่องเที่ยวในแบบฉบับเฉพาะตัวมากขึ้น เรามีแหล่งท่องเที่ยวทางอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่หลากหลายและแปลกใหม่ อย่างเช่นเวลาคนนึกถึงภูเก็ต ก็จะนึกถึงทะเลสวยๆ ชายหาดสวยๆ แต่วันนี้ เราชวนคนจากทั่วโลกมารู้จักภูเก็ตในมุมวัฒนธรรม สร้างเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมเปอรานากัน ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ลังกาวี ไปจนถึงปีนัง ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวไทย และการท่องเที่ยวในภูมิภาค สามารถตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้หลายหลายกลุ่มมากขึ้น เป็นการสร้างการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปทั้งในเมืองรองและชุมชนต่างๆ

โดยภายในงานเปิดตัวหนังสือคู่มือท่องเที่ยวดังกล่าว ททท. ยังมีการจัดสัมมนา Travel Inspiration Pitch โดยเชิญชวนบุคคลผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นตัวแทนเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละเส้นทาง มาเล่าถึงแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวในแบบฉบับของตน ประกอบด้วย เชฟต้น ธิติฏฐ์  ทัศนาขจร เจ้าของร้านฤดู เชฟคลื่นลูกใหม่ไฟแรง ที่มาเล่าถึงการท่องเที่ยวเชิงอาหาร



ท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic tourism) บุรีรัมย์ ในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและผจญภัย (Sport and Adventure Tourism) เชียงรายในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (History and New Destination Tourism) และภูเก็ตในฐานะจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ซึ่งจากนี้ ททท. จะมีการโปรโมต ออกไปยังทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

“ประเทศไทยและเพื่อนบ้านมีความพร้อมรับเทรนด์การท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการการท่องเที่ยวในแบบฉบับเฉพาะตัวมากขึ้น เรามีแหล่งท่องเที่ยวทางอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่หลากหลายและแปลกใหม่ อย่างเช่นเวลาคนนึกถึงภูเก็ต ก็จะนึกถึงทะเลสวยๆ ชายหาดสวยๆ แต่วันนี้ เราชวนคนจากทั่วโลกมารู้จักภูเก็ตในมุมวัฒนธรรม สร้างเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมเปอรานากัน ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ลังกาวี ไปจนถึงปีนัง ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวไทย และการท่องเที่ยวในภูมิภาค สามารถตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้หลายหลายกลุ่มมากขึ้น เป็นการสร้าง  การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเป็นการกระจายรายได้จาก  การท่องเที่ยวไปทั้งในเมืองรองและชุมชนต่างๆ

“ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย อย่างบุรีรัมย์ก็เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวทางกีฬาที่เรียกได้ว่า มาแรงที่สุดในภูมิภาค ส่วนทางอีสานใต้ ลาวใต้ และกัมพูชา ก็มีเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยอย่างยิ่ง ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก หันมามองและท่องเที่ยวเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้านในมุมใหม่ๆ ” คุณไชยชนก กล่า

ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ สามารถขอรับคู่มือการท่องเที่ยว “Experience Thailand and MORE” ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ToptoTravel อยากกินอะไร อยากเที่ยวที่ไหน อะไรมาใหม่จัดไป … ตามอำเภอใจ