ทริคดูแลตัวเองจนสวยเกินหญิง

ประสบการณ์ใหม่ที่ Diva Nails & Lashes

สัปดาห์นี้ แอดมินนึกสนุก ชวนสาวๆ มาเปลี่ยนลุค  ทริคดูแลตัวเองจนสวยเกินหญิง ใครบอกหน้าแน่นต้องใช้เวลานาน  มาสลัดความเปรียวเผ็ดร้อนแบบสาวรุ่นใหม่ ชวนการต่อขนตาแบบหวานใส  หวานละมุนและดูเด็กอยู่เสมอ เพราะความสวยทำให้สาวๆมั่นใจและได้เปรียบหลายอย่าง เราก็ไม่
ใช่คนสวยนะคะ แต่คิดเสมอว่า ความสวยจะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น

การต่อขนตาไม่เป็นอันตรายคะ!  การต่อขนตาไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
ที่สำคัญที่สุด ควรเลือกร้านที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญ ทีมช่างมีประสบการณ์โดยตรงและความชำนาญด้านการต่อขนตา เครื่องมือและร้านสะอาด  ต้องปลอดภัย เพราะเรื่องตาเรื่องใหญ่ต้องเลือก ต่อแล้วออกมาสวยตาหวาน Natural look ที่ทำให้ everyday look sweet

เหตุผลที่ควรต่อขนตากับ  Diva Nails & Lashes ซาลอน เป็นร้านต่อขนตาในเครื่อเดียวกับ Lashury   ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่นว่า ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย มีความเป็นธรรมชาติ  คุณภาพใกล้เคียงกับขนตาจริงมากๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นปลอดภัย และอ่อนโยนต่อดวงตา

การต่อขนตา หลายคนอาจเข้าใจผิด ที่ชื่อบอกว่าถาวร อยู่ได้นานตลอดไป แต่จริงๆ แล้ว ขนตาที่ต่ออยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่ตามวิธีการดูแลรักษาตามคำแนะนำของพนักงานผู้เชี่ยวชาญ และขึ้นอยู่กับกาวต่อขนตา และกาวต่อขนตามีความคงทน ปลอดภัย สวยงามเป็นธรรมชาติ ต่อแล้วสามารถอยู่ได้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ใช้ระยะเวลาในต่อขนตาประมาณ 1 ชม. ระหว่างต่อหลับ พักผ่อนสบายๆ วิธีการต่อขนดา แบบเส้นต่อเส้น  ซึ่งใช้ละเอียดความปราณีตและอุปกรณ์ที่ใช่้นำเข้าจากต่างประเทศ การต่อเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

มีข้อสงสัยที่ช่วงแรกบอกว่า การต่อขนตาถาวร หลายคนอาจเข้าใจผิด ชื่อบอกว่าถาวร อยู่ได้นานตลอด แต่ที่จริงแล้วขนตาที่ต่ออยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลรักษาของเราค่ะ และขึ้นอยู่กับกาวที่ใช้ต่อขนตา

  • ขนมิ้งแท้เกรดพรีเมียม 100%
  • ชนิดของกาวที่ใช้ต่อขนตา
  • ความชำนาญของพนักงาน
  • ความสะอาดและความปลอดภัย

การต่อขนตาเป็นทางเลือกกับสาวยุคใหม่ที่เร่งรีบ ตอนนี้ในบิวตี้โซน มีร้านต่อขนตาและทำเล็บ  Diva Nails & Lashes  ร้านนี้งามตรงที่มีเครื่องดีไซน์เล็บ  มีลายให้เลือกเยอะน่ารักเต็มไปหมด  ใช้เวลาทำไม่นาน  เล็บออกมาอย่างน่ารักมากๆ   มีให้บริการทั้งทาสีเล็บธรรมดา สีเจล ต่อเล็บ  ถอดเล็บ แถมต่อขนตาอีก ดีต่อใจราคาเป็นมิตร พนักงานให้บริการดี  บอกเลยว่ามา
ใช้บริการครั้งเดียวติดใจที่นี่แน่นอน

สาวๆ สามารถมาใช้บริการต่อขนตาและรับบริการทำเล็บ สวยที่เดียวจบครบวงจร วันนี้ Diva Nails & Lashes มีNail art ลายใหม่สุดคิ้วท์ Sanrio ลิขสิทธิ์แท้ส่งตรงจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น คิตตี้ (Kitty) มาย เมโลดี้ (My Melody),  กีกี้  ลาล่า (Little Twin Stars)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Lashury   แจ้ง Promotion code  #Divainail
รับส่วนลดบริการทำเล็บทุกรายการ 30% + ฟรีปริ้นท์เล็บ Inail 1 นิ้วดีไซน์พิเศษนี้เฉพาะเดือนตุลาคมนี้  เท่านั้น

Diva Nails & Lashes ปลอดภัย ไม่แพง ต่อแล้วขนตางอนสวยเด้ง !
พิกัดร้าน : Diva Nails & Lashes ชั้น 1 บิวตี้โซน เซ็นทรัลลาดพร้าว
จองคิว/สอบถามข้อมูล 095-7037-200
Line ID : 0957037200
#ต่อขนตา #lashury #ร้านต่อขนตา #eyelashextensions  #eyelashsalon

จ.อุบลฯ ปักหมุดจุดหมายใหม่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’
4 ชุมชนใน อ.ตาลสุม

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สำหรับโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP  นวัตวิถี    ‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’ อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดย นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ณ ริมสระบัว บ้านห่องแดง ต.นาคาย อ.ตาลสุม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและนักท่องเที่ยว มาเดินชมทุ่งนาบัว ถ่ายรูปบนสะพานไม้ เช็คอิน และแชร์ภาพอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้

​อ.ตาลสุม อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปทางทิศตะวันออกประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่มีต้นตาลจำนวนมากอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล จึงเรียกบริเวณนี้ว่า ‘ตาลชุม’ ต่อมาเพี้ยนเป็น ‘ตาลสุม’ มีคำขวัญประจำอำเภอว่า 

“ผ้าห่มงาม ข้าวหลามรสดี มากมีลูกตาล หวานมันฝักบัว”  โดยมีชุมชนเป้าหมายในโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’ 4 ชุมชน ประกอบด้วย บ้านห่องแดง, บ้านสำโรงใหญ่, บ้านคำหว้า และบ้านนามน

 

​“บ้านห่องแดง ต.นาคาย” เป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทางธรรมชาติ
ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นตาล ซึ่งให้ลูกตาลรสชาติดีตลอดทั้งปีจนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของชุมชน นอกจากภาพทุ่งนาเขียวขจีที่รายล้อมด้วยต้นตาลแล้ว ล่าสุด ‘ทุ่งนาบัวบ้านห่องแดง’ ก็กลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่
ที่ดึงดูดผู้คนมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย เป็นโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ OTOP บ้านห่องแดง ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกบัว ได้แก่ น้ำนมเม็ดบัว โดนัทเม็ดบัว ลูกประคำเม็ดบัว ดอกบัวแห้ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น หมวกสาน เสื่อจากใบเตย เสื่อผือ
กระติ๊บข้าว ตาลสดอ่อน และขนมตาล สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นของบ้านห่องแดง ต้องไม่พลาดชิม 5 เมนูเด็ด ได้แก่ ยำผัก
จากเม็ดบัว ต้มไก่บ้านใส่ใบมะขาม ปลาทอด ส้มตำ และบัวลอยแก้ว

​“บ้านสำโรงใหญ่ ต.สำโรง” เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านการอนุรักษ์งานพุทธศิลป์ด้วยฝีมือการวาดภาพพุทธประวัติที่มีสีสันสวยงาม โดยมีการจัดตั้งกลุ่มผลิตผ้าผะเหวด หรือผ้าวาดภาพพระเวสสันดรชาดก ซึ่งถือเป็นงานหัตถกรรม OTOP ที่ขึ้นชื่อและได้รับการยอมรับทั้งในท้องถิ่นและในระดับจังหวัด สอดคล้องกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางจิตใจ นั่นคือ หลวงพ่อพระเจ้าใหญ่ประทานพร วัดสำโรงใหญ่ ที่คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้ขอพร ขณะที่ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีชื่อเสียงนอกจากผ้าพระเวสสันดรชาดกแล้ว ยังมีกรอบพระ เครื่องจักสาน ผ้าห่มนาโน  พรมเช็ดเท้า พริกป่นแปรรูป แจ่วบอง กล้วยฉาบ และมะยมเชื่อม ส่วนเมนูพื้นบ้านที่คนใ
นชุมชนพร้อมเสิร์ฟนักท่องเที่ยว ได้แก่ แกงหน่อไม้ ต้มไก่บ้าน ป่นปลา-นึ่งผัก แจ่วบอง และข้าวเม่าคลุกมะพร้าวอ่อน

​“บ้านคำหว้า ต.คำหว้า” เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่โดดเด่นด้านการดำเนินชีวิตตามวิถีพอเพียง ทรัพยากรทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ถูกนำมาแปรรูปเป็นของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็กลายเป็นสินค้า OTOP หลากหลายประเภทที่สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างน่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็น ไม้กวาดทางมะพร้าว กระเป๋าผ้าฝ้าย ผ้ารองแก้ว พรมเช็ดเท้า เสื่อทอ เปล ยาหม่อง น้ำมันเขียว รวมไปถึงงานสานพลาสติก ได้แก่ พัด ตะกร้าสาน ส่วนเมนูอาหารพื้นถิ่นที่ชาวบ้านคำหว้าตั้งใจจัดให้นักท่องเที่ยวชิม ได้แก่ ต้มไก่บ้าน แกงหน่อไม้ ป่นปลา แจ่วบอง น้องนางทรงเครื่อง (ไข่ตุ๋น) และน้องนางรอดรู (ลอดช่อง)

 

​“บ้านนามน ต.ตาลสุม” เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล คนในชุมชนส่วนใหญ่จึงออกหาปลาเป็นอาชีพหลัก และสืบสานภูมิปัญญาทางหัตถกรรมจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาต่อๆ กันมาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่น่าสนใจ ได้แก่ ตะกร้าจากไม้ไผ่ ตะกร้าจากพลาสติก เบาะรองนั่ง ผ้ารองจาน ผ้ารองแก้ว เปลผ้า กระเป๋าผ้า ผ้าห่ม พรมเช็ดเท้า และไม้ถูพื้น ขณะเดียวกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอาหารพื้นถิ่น ชาวบ้านนามนจึงได้จัดสำรับเด็ดมาโดยเฉพาะ ได้แก่ ลาบปลา ยำน้องแก้ว (ปลาแก้ว) สิบล้อยกล้อ (ปูนาทอด) ป่นปลา-ลวกผัก ไข่หน้ามน (ไข่เจียว) และนารีจำศีล (กล้วยบวดชี)

ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีมุ่งหวังว่าโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน จะสร้างรายได้แบบกระจายตัวทั่วถึงทั้งชุมชน และพัฒนาศักยภาพทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

 

สนใจสอบถามข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตาลสุม โทรศัพท์ 081-8234131

อโนทัย ร้านหวานใจของคนรักเนื้อ!

Arno Thai อโณทัย ร้านอาหารจานด่วน
ที่เราสามารถไปกินได้ทุกวัน!

ส่งต่อความหมายใหม่ที่ซ่อนเอาไว้ในชามก๋วยเตี๋ยวส่งต่อความหมายใหม่
ที่ซ่อนเอาไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว เมื่อ ร้านขายเนื้อ แอนด์ สเต๊กเฮ้าส์  อย่าง Arno’s Butcher and Eatery มาเพิ่มเติมความอร่อยแบบไทยๆ ชื่อร้านเก๋ไก๋ สไตล์ อโณทัย (Arno Thai) โดยที่ร้านนี้มี 2 เมนู อย่างก๋วยเตี๋ยวและผัดกระเพราหลากชนิด

ร้านล่าสุดในเครือ Arno’s Butcher and Eatery ซึ่งนอกจากเนื้อสเต็กและอาหารทะเล ที่มีให้เลือกหน้าร้านตามปกติแล้ว ยังมีเมนูยอดฮิต  อย่างก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมู และผัดกะเพราต่างๆ

วันนี้เรามาที่สาขาที่ 2 พิกัดสาขานี้อยู่ที่ สุคนธสวัสดิ์ 28 คนรักเนื้อฟินจนถึงขีดสุดอาหารมีกลิ่นหอม เคล็ดลับความอร่อยของทางร้านเริ่มจากการคัดเนื้อวัวคุณภาพดี ใช้ร้านเนื้อเจ้าประจำจาก Arno’s Butcher and Eatery

Arno Thai นอกจากก๋วยเตี๋ยวก็ยังมีผัดกะเพรา เราเลือกสั่งก๋วยเตี๋ยว เราสามารถจับคู่เส้นกับเนื้อได้ตามใจชอบ เนื้อมีให้เลือกหลายประเภท ทั้งเนื้อเปื่อย เนื้อน่องลาย เอ็นแก้ว ซี่โครงติดกระดูก และเนื้อปาเลรอง (Paleron)

ส่วนผัดกะเพราเนื้อสะโพกที่หั่นเนื้อมาเป็นชิ้นขนาดลูกเต๋าเต็มปากเต็มคำแอบกระซิบบอกว่าหากไม่ชอบรสเผ็ดจัดก็สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 4 แบบ

Arno’s Butcher and Eatery ร้านขายเนื้อและสเต๊กเฮาส์คุณภาพใน ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20 เจ้าของร้านชาวฝรั่งเศสอย่าง อาร์โนด์ คาร์เร ผู้อยู่เมืองไทยมานาน

Arno Thai เมื่อเนื้อดีไม่จำเป็นต้องแพง เอามาผัดกะเพราหรือใส่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็อร่อยนอกจากจะเป็นร้านอาหารแนวไทยริมทาง ร้านขายเนื้อที่ทุกคนสามารถซื้อกลับบ้านแบบเดียวกับที่ Arno’s  สาขานี้ตั้งอยู่ที่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 28 ร้านอยู่ปาก ซอย สามารถจอดรถได้ที่ลานข้างหลังร้าน

พิกัด:
ร้านอโณทัย : สาขาสุคนธสวัสดิ์ 28
เวลาเปิดปิด 11.00-20.00​น.
มีที่จอดรถด้านใน
arno.thai@arnosgroup.com
http://www.arnosgroup.com

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน มอบเงินบริจาค ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.และผู้ก่อตั้ง  ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบเงินบริจาคจำนวน 222,222 บาท ให้แก่ มร. อะฮ์มัด รุซดี เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประเทศไทย

เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวใน เมืองปาลู, เมืองดงกาลา และ เกาะซูลาเวซี  โดยมี รศ.ดร.อดิศรา กาติ๊บ, สมพล  รัตนภิบาล, มนัส สืบสันติกุล และสุลิดา หวังจิ มาร่วมด้วย ณ สถานฑูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย

12 ปี 12 กิจกรรม ฉลองครบรอบโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

ในโอกาสที่ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เปิดดำเนินการครบ 12 ปี ทางโรงแรม  นำโดย มร. คริสตอฟ เจอโฟรย์, ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที  จัด 12 กิจกรรม  ฉลองโอกาสพิเศษ
ดังกล่าว อาทิ “คุณคือฮีโร่”

จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
มร. เจอโฟรย์และจิตติมาศ เกตุวรวิทย์ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที

เพื่อเปิดประตูต้อนรับบุคคลสำคัญ (ฮีโร่) ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ได้ให้การดูแลเป็นอย่างดีตลอดมา โดยทางโรงแรมได้เชิญบุคคลสำคัญ อันได้แก่ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและชีวอนามัย, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายแพทย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ตำรวจภูธร, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ ฯลฯ

บุคคลสำคัญจากฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เชิญกลุ่มซูเปอร์คาร์มาสังสรรค์ ซันเดย์บรั๊นซ์ (Sunday Brunch) ที่ ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์ (Touchdown Sports Bar)

แขกรับเชิญพิเศษได้แก่วงดนตรีอีทีซี  และ “หนิง” ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา มาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องสุวรรณภูมิแกรนด์บอลลูม  โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต กิจกรรมอื่น ๆ  ประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวนกว่า 200 คนจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์, จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
งานเลี้ยงขอบคุณพนักงาน, ซูเปอร์คาร์บรั๊นซ์ ที่ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์, ฯลฯ

กิจกรรมสัญจรหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อุตรดิตถ์

ขับรถผ่านอยู่หลายรอบ อุตรดิตถ์
วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปแล้ว

จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมสื่อมวลชนเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์
ดินแดน 3 วัฒนธรรม(ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) เสริมสร้างชุมชนให้มีความเข็มแข็ง เพิ่มรายได้ชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชน จำนวน 9 อำเภอ 28 หมู่บ้าน

โครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรวมตัวของการท่องเที่ยวระดับชุมชน ‘แอ่งเล็ก’ สร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมบวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ยกเสนห์ความงดงามของท้องถิ่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี และอาหาร พัฒนาเป็น อัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวซื้อสินค้าในชุมชน ทำให้รายได้กระจายอยู่ในชุมชน

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 61 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมสื่อมวลชนเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ดินแดน 3 วัฒนธรรม(ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 ตุลาคม 2561

เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินงาน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย สื่อส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น มีพื้นที่เป้าหมายในการศึกษาดูงาน ได้แก่ อำเภอพิชัย บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก ทหารคู่ใจพระเจ้าตากสิน / ชมประเพณีหาบจังหัด ที่อำเภอตรอน / อำเภอฝากท่า เภอบ้านโคก ชุมชนทอผ้ามัดหมี่ ชื่อดัง / อำเภอน้ำปาด แวะสักการะพระอกแตก หนึ่งเดียวในโลก และเชคอินสะพานร่วมใจที่ชาวชุมชนพร้อมใจกันทำสะพานไม้ขัด กลางทุ่งนา ธรรมชาติ เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แล้วจะรู้ว่ามีบางสิ่งอธิบายทุกอย่างไว้ลงตัวหมดแล้ว

จังหวัดอุตรดิตถ์ มีชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น เป็นดินแดน 3 วัฒนธรรม คือล้านนา ล้านช้าง และ ไทยกลาง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมและใช้จ่ายได้ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสนห์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และช่วยเสริมสร้างรายได้ ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

“สทน.” ชวนวัยโจ๋ประชันเจ๋ง ประกวดหนังสั้น

หัวข้อ “Nuclear for Better Life”
ชิงเงินรางวัลกว่า 310,000 บาท

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้ ให้ความสนใจกับการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ซึ่งส่งผลต่อมนุษย์เราเป็นอย่างมาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ให้ความสำคัญในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก

จึงขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมประกวดหนังสั้น หัวข้อ   “Nuclear for Better Life”    โดยมี ทั้งหมด 2 รุ่น  คือ รุ่นเล็ก
(ระดับมัธยมศึกษา) และรุ่นใหญ่ (ระดับอุดมศึกษาขึ้นไป) ชิงเงินรางวัล
มูลค่ารวม 310,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึง 23 พฤศจิกายน 2561 นี้  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถส่ง Plot หนังสั้นความยาว 3-5 นาที

สนใจติดต่อ 
e mail :  tintshortfilm@gmail.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) www.tint.or.th หรือ www.facebook.com/thainuclearclub
รีบๆ กันหน่อย…ช้าแล้วจะเสียใจนะครับน้องๆ !!!

พาไปชมความคึกคัก จุดเช็คอิน 3 ชุมชน เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง

เปิดจุดเช็คอินชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อ.ศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

โครงการชุมชนท่องที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของจังหวัดอุบลราชธานี  ตอนนี้กำลังเดินหน้าไปอย่างคึกคัก ล่าสุด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรมเปิดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีและสื่อมวลชนเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน ‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’ ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านคำบง อ.ศรีเมืองใหม่

โดย 3 ชุมชนในเส้นทางนี้ ประกอบด้วย บ้านคำบง บ้านนาเลิน และบ้านดงนา ต่างพร้อมใจกันมาแนะนำชุมชนแบบจัดเต็ม ทั้งการแสดงพื้นบ้าน การออกบูธผลิตภัณฑ์ OTOP และการสาธิตงานฝีมือต่างๆ

อ.ศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

​เริ่มจาก “บ้านคำบง ต.สงยาง” อีกหนึ่งชุมชนต้นทางเส้นทางธรรม เพราะนอกจากจะเป็นบ้านเกิดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่าแล้ว ท่านยังได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญเรืองด้วย ที่บ้านคำบงจึงมีทั้งอนุสรณ์สถานบ้านเกิด หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และพุทธอุทยานบ้านคำบง หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต องค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ขนาดหน้าตัก 16 เมตร สูง 29 เมตร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้มาสักการะบูชา​ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แล้วจะรู้ว่ามีบางสิ่งอธิบายทุกอย่างไว้ลงตัวหมดแล้ว

ผลิตภัณฑ์ OTOP ของบ้านคำบงส่วนใหญ่จึงเป็นงานแปรรูปจากธรรมชาติรอบตัว ได้แก่ เครื่องจักสานไม้ไผ่ เตียงไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์จากกะลา พวงกุญแจไม้มะขาม สบู่ หน่อไม้ส้ม หน่อไม้ถุง เป็นต้น ขณะที่สำรับอาหารที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ลาบนางเซ (ลาบปู) ซุปนางดิน (ซุปหน่อไม้) แจ่วบอง และขนมต่างๆ อาทิ ขนมดอกจอก ทองม้วน และกล้วยบวดชี

บ้านคำบง ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ เป็นบ้านเกิดของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พื้นที่บริเวณตรงนี้ ก็คือ เป็นที่ดิน เป็นสถานที่ปลูกบ้านอยู่อาศัยของครอบครัว หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

“บ้านนาเลิน ต.นาเลิน” เป็นชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะในวนอุทยานน้ำตกผาหลวง ซึ่งมีน้ำตกผาหลวงอันสวยงาม และมี ‘ผาหม้อ’ สามารถสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสนห์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และช่วยเสริมสร้างรายได้ ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

วนอุทยานน้ำตกผาหลวง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี มีความโดดเด่นในเรื่องของลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยเทือกเขาติดต่อกันคือ ภูแผงม้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 399 เมตร ภูพระทราย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 392 เมตร ภูหมีเยี่ยม มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 362 เมตร ภูผักหวาน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 282 เมตร ซึ่งภูเขาเป็นลักษณะสูงชัน และมีที่ราบเป็นลานหินบนเขา

ที่ตั้งของเสาเฉลียงรูปร่างคล้ายหม้อดินโบราณ  นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอกไม้ป่านานาพันธุ์ รวมทั้งจุดชมวิววัดภูกุ้มข้าว ซึ่งล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่น่าสนใจ

​ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่น่าสนใจของบ้านนาเลิน ได้แก่ ไม้กวาดหญ้าหางเสือ สาดเตยหรือเสื่อที่ทำจากใบเตย ตะกร้าสานจากซองกาแฟ ตะกร้าสานจากไม้ไผ่ เปลไม้ไผ่ ชิงช้าไม้ หน่อไม้ดอง หน่อไม้ถุง หน่อไม้ดอง แจ่วปู และปลาแดดเดียว ส่วนสำรับอาหารที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวลิ้มรส ได้แก่ หอยหอม ซุปหน่อฟ้าท้าลุย (ซุปหน่อไม้) นึ่งนางหนีบ (ปูนึ่ง) แกงนักเลงพื้นบ้านใส่หน่อฟ้าท้าลุย (แกงไก่หน่อไม้) หลามปลาจอมพลัง (ปลาช่อนกระบอกไม้ไผ่) และหนุมานคลุกฝุ่น (ข้ามต้มคลุกมะพร้าว)

​ปิดท้ายที่ “บ้านดงนา ต.หนามแท่ง” ชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง เจ้าของคำขวัญ ‘วัดสวนหินผานางคอย ลอยเรือไปออกพรรษา ล้ำค่าปลาน้ำโขง เชื่อมโยงดินแดนไทยลาว’ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในชุมชนได้ครบถ้วน เพราะจุดแรกที่เป็นเหมือนประตูบ้านดงนาก็คือ วัดสวนหินผานางคอย บนยอดเขาที่เป็นลานหิน มีหน้าผาสูงชันชื่อ ‘ผานางคอย’ ตามตำนานรักอมตะเล่าว่า หญิงสาวสูงศักดิ์แห่งเมืองจำปาสัก มานั่งคอยสามีที่ผาแห่งนี้ทุกวัน แต่ในที่สุดนางก็ได้ข่าวสามีเสียชีวิตในสนามรบ นางจึงเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

​ถัดลงไปจากวัดสวนหินผานางคอย เป็นที่ตั้งของบ้านดงนา ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการประมง แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการชมวิวสองฝั่งโขง ก็สามารถใช้บริการล่องเรือได้จากท่าเรือในชุมชน ก่อนจะขึ้นฝั่งมาช้อปผลิตภัณฑ์ OTOP ได้แก่ ผ้าพันคอผ้าฝ้าย ผ้าคลุมไหล่ผ้าฝ้าย ผ้าห่มนวมยัดฝ้าย เชือกผ้าฝ้าย ผ้าขาวม้า ตะกร้าสานไม้ไผ่ พิมเสนน้ำ น้ำยาล้างจานจากใบย่านางและว่านหางจระเข้ ลานจับปลา และสาดเตย เป็นต้น พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูพื้นถิ่น ได้แก่ คั่วนักร้องริมโขง (คั่วจิ้งหรีด) ต้มยำปลา ลาบปลา หมกปลาร้า และห่อหมก

สนใจสอบถามข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวได้ที่
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีเมืองใหม่ โทรศัพท์ 081-8234293

เครือ พี.เอ็ม.กรุ๊ป เปิดตัว “The Nest สุขุมวิท 71”

คอนโดฯ ใหม่ …รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองในแบบ คนสุขุมวิท


เครือ พี.เอ็ม.กรุ๊ป เปิดตัว “The Nest สุขุมวิท 71”
คอนโดฯใหม่รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองในแบบ “คนสุขุมวิท” สะดวกสบาย แต่คงความอบอุ่น ใกล้กับ BTS การออกแบบอันพิถีพิถัน เพดานสูง วัสดุพรีเมี่ยม  The Nest สุขุมวิท 71  ถ่ายทอด อารมณ์และไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย คอนโดที่ผสานเทคโนโลยี และธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ย่านสุขุมวิท  ได้ชื่อว่าเป็นทำเลทองที่ดีเวลลอปเปอร์ต่างแย่งชิงที่ดินผืนงามมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่างให้พัฒนาอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้  การพัฒนาจึงได้ขยับขยายออกไปตามแนวรถไฟฟ้า และ ทำเล “พระโขนง” เป็นอีกทำเลหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ   จากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นโอกาสใหม่  ที่น่าลงทุน ด้วยความพร้อมของ
ศักยภาพทําเลและ Demand ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ พี.เอ็ม.กรุ๊ป เปิดเผยว่า ย่านพระโขนงหรือสุขุวิท 71 ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพที่เชื่อมระหว่างในเมืองและนอกเมือง มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากจะเป็นชุมชนเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่คนไทยอยู่อาศัยแล้วยังพบว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาชาวต่างชาติก็ได้เข้ามาอยู่อาศัยในทำเลดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้ง บริษัทฯจึงได้ต่อยอดความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ The Nest (เดอะเนสท์ ) จากโครงการแรก
The Nest เพลินจิต มาถึงโครงการใหม่ล่าสุด

The Nest สุขุมวิท 71 (เดอะเนสท์ สุขุมวิท 71) โครงการที่สี่ อยู่ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 (สุขุมวิท 71) บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น 5 อาคาร คลับเฮ้าส์ 2 ชั้น 1 อาคาร รวมจำนวน 515 ยูนิต

มีขนาดห้อง 3 แบบ ดังนี้
แบบ 1 ห้องนอน( 1 Bedroom ) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.69-33.35 ตารางเมตร (ตร.ม.),

แบบ 1 ห้องนอน ( 1 Bedroom plus) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 41.52 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน( 2 Bedroom ) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 44.51-47.22 ตร.ม.
ราคาขายเริ่มต้น 92,500 – 110,000 บาท ต่อตร.ม.หรือราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาทต่อยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท

เริ่มก่อสร้างประมาณไตรมาส 4/2561 คาดว่าแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 4/2563 เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนทำงานในเมืองที่มองหาบ้านหลังที่สองที่มีระดับรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มนักลงทุน

“โครงการ The Nest สุขุมวิท 71”   เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทที่ออกแบบเพื่อความสมบูรณ์ในการใช้ชีวิตให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วยการออกแบบให้การอยู่อาศัยที่รายล้อมด้วยร่มไม้ใจกลางเมือง มีความโดดเด่นทั้งตัวอาคารภายนอกและลงตัวด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบตอบโจทย์ลงตัวทุกพื้นที่เพื่อความสุขและการใช้ชีวิตการอยู่อาศัยที่แท้จริงในทุกแบบห้อง ทุกขนาดพื้นที่สามารถใช้สอยได้จริง เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ โดยทุกยูนิตจะตกแต่งแบบ fully furnished มีชุดครัวแบบปิด และ walk-in closet ในทุกรายละเอียดการออกแบบดีไซน์นั้นสามารถตอบรับการใช้ชีวิตทันสมัยสไตล์คนเมืองตั้งแต่เริ่มตื่น ทำงาน พักผ่อน จนถึงการนอนหลับ ด้วยการตกแต่งแบบเรียบๆโทนสีอบอุ่นลงตัว เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มคนที่ทำงานในเมือง หรือกลุ่มคนที่ต้องการซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุน

นอกจากนี้ภายใน โครงการ The Nest สุขุมวิท 71 ก็พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ดังนี้ มีที่จอดรถ 50 % (รวมจอดรถซ้อนคัน) ล็อบบี้ ,สวนและพื้นที่นั่งเล่นภายนอกอาคาร, สระว่ายน้ำพร้อมด้วยสระเด็ก, ห้องออกกำลังกาย/ลานโยคะ, เลานจ์และห้องสมุด , พื้นที่ซักรีด, ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย (WIFI) ในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงมีบริการอื่นๆ อาทิ พนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด24 ชม. พร้อมระบบคีย์การ์ด ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV) และบริการรถรับส่ง เป็นต้น

“ลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มนักลงทุนและผู้มีรายได้ในระดับกลางที่ทำงานในเมือง ที่ต้องการซื้อเป็นบ้านหลังแรกหรืออาจจะมีบ้านอยู่แล้ว ต้องการคอนโดฯ เป็นบ้านหลังที่สอง เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางหรือซื้อเพื่อการลงทุนไว้ปล่อยเช่า” นางสาวอุษณา กล่าว พร้อมกับย้ำว่า จากฐานข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่ซื้อคอนโดฯแบรนด์ “เดอะเนสท์”จากสามโครงการที่ผ่านมาทั้งจากโครงการ The Nest เพลินจิต,โครงการ The Nest สุขุมวิท 22 และ โครงการ The Nest สุขุมวิท 64 ลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่กว่า.70. % เป็นลูกค้าที่ซื้ออยู่เอง และอีก 30 %เป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อการลงทุน โดยสัดส่วนระหว่างกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติ ตาม Demand ของสถานการณ์

ทั้งนี้ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อจะซื้อด้วยเงื่อนไขการเปรียบเทียบ “ราคา” กับ “คุณภาพ” และความ “สะดวก”ในการเดินทางที่อยู่แนวรถไฟฟ้าและใกล้
สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบดีไซน์ดั่งที่กล่าวมาแล้ว  โครงการ
The Nest สุขุมวิท 71  มีจุดเด่นด้าน ทำเลที่ตั้ง ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพระโขนง ซึ่งเป็นทำเลทั้งชาวไทยและต่างชาติอาศัยอยู่จริง การคมนาคมสะดวก ทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว เพราะถนนสุขุมวิท 71 เป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังรามคำแหง ,พระราม 9 จะเข้าตัวเมืองย่านอโศกหรือสยามฯก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าได้ภายในไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมาย หรือ หากขับรถส่วนตัววิ่งไปเส้นพระราม 4 ก็สามารถไปยังสีลมได้ด้วย  เช่นกัน อีกทั้งที่ตั้ง โครงการ The Nest สุขุมวิท 71  อยู่ฝั่งเลขคู่ซอยปรีดีฯ   2 ที่สามารถลัดไปขึ้นทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ซึ่งก็สะดวกมากเช่นกัน

นอกจากนี้ “โครงการ The Nest สุขุมวิท 71” ยังอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆรองรับชีวิตคนเมืองและชาวต่างชาติ สถานที่สำคัญใกล้เคียง W District ตั้งอยู่บริเวณปากซอย สุขุมวิท 71 / Summer Hill /Gateway Ekamai /รพ.สุขุมวิท / ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท เป็นต้น

กล่าวได้ว่า ทำเล “พระโขนง” หรือ “สุขุมวิท71” เป็นอีกทำเลตัวเลือกหนึ่ง
ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อ “เพื่ออยู่อาศัย” ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแบบ “คนสุขุมวิท” สำหรับท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่

สำนักงานขาย โครงการ The Nest สุขุมวิท 71
เบอร์โทร 089-999-5181 หรือ www.thenestproperty.co.th

ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของดีที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่ามี!

ระนอง วิถีชีวิต หมู่บ้านที่ซ่อนตัว
ท่ามกลางธรรมชาติ

ระนอง เป็นหนึ่งในชุมชนท่องเที่ยว ซึ่งมีวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ งดงาม มีเสน่ห์ ดึงดูด ชวนให้นักเดินทางได้ไปเยือนสักครั้ง  ท่องเที่ยวทั้งที  ต้องมีในลิสต์  คนชอบทะเลไม่หนีร้อนก็หนีรักไปพักกับบรรยากาศ 28 หมู่บ้าน 5 อำเภอ OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง

ครั้งนี้เลือกไปเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ชื่นชมวิถีชีวิตที่เรียบง่าย  ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพแบบธรรมชาติไม่ว่าจะชอบเที่ยว ทะเล เที่ยวภูเขา
หรือชอบหาของกินอร่อยๆ  เลือกซื้อสินค้าในชุมชน เลือกมุมถ่ายรูปสวยๆ กิจกรรมดีดีเหล่านนี้ มีแต่เสียงหัวเราะล้วนแล้ว เป็นความสุขที่ให้กับ
ตัวเองทั้งนั้น

Toptotravel เพิ่งกลับมาจาก จังหวัดระนอง นี่คือ การไปเยือนจังหวัดระนองเป็นครั้งแรก  “ระนอง”  จังหวัดที่มีสโลแกนว่า เมืองฝนแปด แดดสี่ หมาย ความว่า สภาพอากาศตลอดในหนึ่งปี ฝนตกแปดเดือน และแดดออกอีกสี่เดือน  ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ก็แอบลุ้นๆ ว่าจะฝนจะตกสักกี่วัน

เหตุผลที่มาครั้งนี้ก็ เพราะ ระนอง เป็นเมืองที่มีครบทุกอย่างในด้านการท่องเที่ยว ด้านขวาของจังหวัด  ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงเขียวขจี บริเวณโดยรอบมีทั้งป่าและน้ำตก ส่วนฝั่งซ้ายลาดลงไปสู่ทะเลอันดามัน และสามารถข้ามไปเกาะต่างๆ มากมาย

เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ไป จังหวัด ระนอง ทริปนี้เรามากันทั้งหมด  2 วัน  1 คืน  Totptoravel เดินทางทั้งขาไปและขากลับ โดยสายการบิน นกแอร์ ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เครื่องบินชื่อน่ารัก นกคาปู คือชื่อของนาง สภาพอากาศระหว่างการเดินทางอากาศดีฟ้าใส  เผลอแปร๊ปเดียวถึง  ยังสนามบินระนอง นกแอร์ เที่ยวบินที่ DD7312 เวลา 6.05 น. ถึงระนอง เวลา 7.30 น.
ใช้ระยะเวลาการเดินทางโดยประมาณ 1.25 ชม. หลังจากนั้น เราเดินทางเข้าสู่เมือง จ.ระนอง ไปหาอาหารเช้าพท้นเมืองทานกัน

ระหว่างทาง มองเห็นสถานต่างๆ รอบตัวเมืองระนอง แต่ละที่ดูแล้ว ช่างมีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกันออกไป และด้วยเวลาที่จำกัด Tototravel จึงเลือกไปชมวิถีชีวิต รูปธรรมชาติ ภูเขา ทะเล และผู้คนให้มากยิ่งขึ้น

สิ่งต่างๆ ที่เราจะได้เห็นจากการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน  สถานที่ต่างๆ อยู่ในชุมชนเกือบทั้งสิ้น   โดยใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ OTOP​ นวัตวิถี​ ระนอง​ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดรายได้กับชุมชน โดยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดระนอง

OTOP นวัตวิถี เน้นให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน สามารถสัมผัสรายละเอียดของธรรมชาติ วิถีชีวิตแต่ละภาพจะสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้านที่เรียบง่ายของชาวจังหวัดระนอง ธรรมชาติบำบัด สัมผัสชีวิตคนระนอง เดินฟังเสียงน้ำไหล กินไข่ออนเซน เสน่ห์ของวิถีชุมชน อาหาร การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ประเพณี ภาษา อาชีพ ความเชื่อ ศิลปะพื้นถิ่น น่าอิจฉาวิถีชีวิตของคนที่นี่ และนักท่องเที่ยวทุกท่านมาผล้วไม่ผิดหวัง คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิต  ของชาวระนอง มาเที่ยวระนองทั้งที  ถ้าไม่ได้ลง 5 อำเภอ 28 หมู่บ้าน  ถือว่าคุณยังมาไม่ถึงระนอง

การเดินทางมาเที่ยวครั้งนี้  ได้รับเชิญจาก พช. จังหวัดระนอง   จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน เสริมสร้างชุมชนให้มีความเข็มแข็ง เพิ่มรายได้ชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่นธรรมชาติบำบัด สัมผัสชีวิตคนระนอง เดินผังเสียงน้ำไหล กินไข่ออนเซน OTOP นวัตวิถี  จุดหมายของคนรักสุขภาพแบบธรรมชาติ น่าอิจฉาวิถีชีวิตของคนจังหวัดระนอง

ที่ จ.ระนอง บอกได้เลยว่าดีเทลธรรมชาติ 100%  แห่งหนึ่งในประเทศไทย  จึงทำให้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรวมตัวของการท่องเที่ยวระดับชุมชน ‘แอ่งเล็ก’ สร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน ชาวบ้านปลูกกาแฟแบบธรรมชาติปลอดสารพิษ ทำให้ผลผลิตกาแฟมีคุณภาพล้ำเลิศทั้งในด้านรสชาติและความหอมหวล ไม่แพ้เมล็ดกาแฟจากแหล่งใดในโลกยังเป็นที่รู้จักในฐานะชุมชน  ที่มีการจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ด้วยวิถีชีวิต ความสามัคคี ระบบระเบียบที่ชัดเจน กับความคิดดีๆ โดยใช้นวัตกรรม บวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ยกเสนห์ความงดงาม  ของท้องถิ่น
ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ของนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ  ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผลสำคัญของการท่องเที่ยวทำให้ชาวบ้าน มีรายได้ดี เพื่อ
จุนเจือครอบครัวมากขึ้น  จากการที่ชาวบ้าน ได้มีการร่วมตัวกันจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง

เพื่อรับการอบรมพัฒนาอาชีพเสริม ที่ผู้นำหมู่บ้านจัดกลุ่มนวดแผนโบราณ กลุ่มเครื่องเรือนไม้ไผ่ กลุ่มจักสานหมวก กลุ่มสมุนไพรพื้นบ้าน กลุ่มดนตรีพื้นเมือง กลุ่มฟ้อนรำ กลุ่มไกด์ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งทุกกลุ่มของแต่ละชุมชนมีความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับ Otop นวัตวิถี กับการท่องเที่ยวทั้งสิ้น

ทุกวันนี้ชาวบ้าน  28 หมู่บ้าน 5 อำเภอ OTOP นวัตวิถี จ.ระนอง  เข้าใจเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการบริหารจัดการในทุกด้าน รวมถึงรู้จักหน้าที่และบทบาทของตัวเองในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ตลอดจนการร่วมแรงร่วมใจกันในการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อมิให้เกิดเป็นผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน เช่นในอดีตที่ผ่านมา

เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวซื้อสินค้าในชุมชน ทำให้รายได้กระจายอยู่ในชุมชนที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เดินทางมาทีนี่ทั้งที เพื่อสนันสนุนสถานที่ท่องเที่ยว เรามาชม 8 เส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้านโอทอป นวัตวิถี ในระนองกันดีกว่า มีที่ไหนบ้างไปดูกัน!

เส้นทางที่ 1 ล่องคลอง ท่องเล เสน่ห์ชุมชนท่องเที่ยวOtop​ นวัตวิถี​ หมู่บ้านดีๆ​  ชื่อสุขสำราญ บ้านเหนือ หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดระนอง ที่กำลังจะกลายเป็นมรดกโลก ซึ่งอยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ ดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2563  Otop นวัตวิถี ที่นี่สื่อถึงสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติที่งดงาม เรามีโอกาสได้ล่องเรือชมป่าชายเลนที่งดงามที่สุด หรือสวยเป็นลำดับที่สอง  รองจากประเทศบังคลาเทศ

เดินทางถึงท่าเรือ ป่าชายเลนของระนองยังเป็นเหมือนกำแพงที่ป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง

การล่องเรือชมป่าชายเลนที่เส้นทางเชื่อต่อกับทำเล โดยเรือประมงของชาวบ้าน

เส้นทางที่ 2 ชวนมาถ่ายรูป เชคอินสะพานแขวนบ้านเหนือ คำพวน
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สะพานไม้ยาว ข้ามธารน้ำสะพานไม้มีความยาวข้ามธารน้ำไปอีกฝั่ง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนอกจากมาแช่บ่อน้ำร้อนแล้ว ยังสามารถมาเดินเล่น นั่งเล่น เก็บภาพได้ที่สะพานไม้ อยู่ในโซนขวาของจังหวัดที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา จุดหมายของคนรักธรรมชาติ ทุกท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวระนอง เพราะที่นี่มีแหล่งงท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว  ล่องเรืองชมบรรยากาศและศึกษาชีวิตชายฝั่ง ป่าชายเลนมรดก  ล่องคลอง ท่องเล สเน่ห์บ้านเหนือ ธรรมชาติสวยที่เมืองรอง

สะพานแขวนบ้านเหนือ คำพวน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

ตามเราไปเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ ระนอง จังหวัดเล็กๆ ที่มีชุมชนน้อยใหญ่

เส้นทางที่ 3  เยี่ยมชมจุดชมวิว เขาฝาชี
ในพื้นที่บ้าน อำเภอละอุ่น ตั้งอยู่บริเวณยอดเขาฝาชี โดยมีเส้นทางจากถนนเพชรเกษม  ไปยังบริเวณยอดเขาฝาชี เส้นทางไต่เขาลักษณะคดเคี้ยวตามไหล่เขา เดิมบริเวณจุดชมวิวบ้านเขาฝาชี เป็นจุดสังเกตการณ์ในการสู้รบของทหารญี่ปุ่น ซึ่งในยุคนั้นจะเรียนว่า เขาหมาหอน

เส้นทางที่ 4
ชมศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้าน “ลิเกป่า”
ชุมชนบ้านเขาฝาชีเป็นชุมชนก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ และชุมชนบ้านเขาฝาชีได้เป็นพื้นที่ในการตั้งฐานทัพของทหารญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวของชุมชนบ้านเขาฝาชีจึงมีความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ ๒
จุดชมชมวิวที่นี่ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลอันดามัน และจุดบรรจบของแม่น้ำสามกระแส คือ แม่น้ำละอุ่น แม่น้ำกระบุรี และ แม่น้ำมะลิวัลย์ ประเทศเมียนมาร์ และจะมองเห็นหัวเขาค่าง ซึ่งเป็นจุดด่านสกัดในยุคสงครามโลก มองเห็นหาดโหด เห็นสภาพชุมชนบ้านเขาฝาชี และนอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาว สามารถพบทะเลหมอกได้ที่บริเวณจุดชมวิวบ้านเขาฝาชี
ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันนี้ชุมชนดังกล่าวยังคงมีการผลิตกะปิ อาหารทะเล

ชุมชนบ้านเขาฝาชี จะสามารถเห็นวิถีชีวิตแบบชนบท วิถีชีวิตริมแม่น้ำ สูงจากระดับน้ำทะเล 259 เมตร บนยอดเขาเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สวยงาม พระอาทิตย์อัสดง สามารถมองเห็นแม่น้ำกระบุรีไหลบรรจบกับแม่น้ำละอุ่น เกาะแก่งต่างๆ เป็นภาพที่สวยงามสดใสมีชีวิตชีวา ในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งฐานทัพญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีหลักฐานสำคัญคือ ซากเรือรบ อุโมงค์ใต้ดิน แนวทางรถไฟ ที่มีการประกอบอาชีพลอกใบห่อยาสูบ การทำกะปิ การแปรรูปอาหารทะเลอาหารทะเลสดจากธรรมชาติ อาหารปักษ์ใต้ อาหารท้องถิ่น ขนมโบราณ ผักเหลียงผักพื้นบ้านผักประจำถิ่น

​เส้นทางที่ 5 เปิดหมู่บ้านOTOP นวัตวิถี
ที่ตลาดนัดชุมชนแห่งนี้ ชาวบ้านนำสินค้า ที่ผลิตเองตากบ้านเหนือ หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ “ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง  มาจัดจำหน่ายเพิื่อเพิ่มรายได้ให้แหล่งชุมชน

เส้นทางที่ 6 ชมเสนห์ชาวฮินดู ที่หมู่บ้านบ้านพรรั้ง 
อำเภอเมือง ระนอง นวัตวิถีบ้านพรรั้ง ที่สืบทอดเชื้อสายชาวฮินดูที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน น่าจะมาจากการทำเหมืองแร่ดีบุกในสมัยก่อน (สมัยต้นตระกูล ณ ระนอง)  สัมผัส ชีวิตคนระนอง เดินผังเสียงน้ำไหล กิสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้านที่เรียบง่ายของชาวจังหวัดระนอง ธรรมชาติบำบัด สัมผัสชีวิตคนระนอง เดินผังเสียงน้ำไหล กินไข่ออนเซน เสน่ห์ของวิถีชุมชน อาหาร การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ประเพณี ภาษา อาชีพ ความเชื่อ และศิลปะพื้นถิ่น

เส้นทางที่ 7 บ่อน้ำแร่พุหลุมพี
วันนี้ไปแช่น้ำแร่กันที่ บ่อน้ำแร่พุหลุมพี ออนเซ็นเมืองไทยไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น จ.ระนอง  อุณหภูมิสูงประมาณ 65  และต้องห้ามพลาดบ่อน้ำร้อนไหลอุ่นๆ ตามธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่นอย่างมากของชาวชุมชน เป็นบ่อพุน้ำร้อนขนาดเล็กไม่กว้างมาก น้ำแร่ธรรมชาติอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศเงียบ คนไม่เยอะ ลักษณะเป็นบ่อน้ำร้อนตรงกลางและมีที่นั่งรอบๆ บ่อ สำหรับตักอาบแต่ไม่สามารถลงไปแช่ได้

เส้นทางที่ 8  บ้านไร่ ไออรุณ –  BAAN RAI I ARUN RANONG
ดูแล้วน่าพัก คงจะไม่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบในแต่ละวันจากแนวคิดสำนึกรักบ้านเกิดและความอยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ วิถีชุมชน บ้านเล็กๆกลางไร่สวนขนาดใหญ่อิงแอบแนบธรรมชาติชวนเที่ยวบ้านไร่ไออรุณ การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติที่ดีของคนในชุมชน วิถีชีวิตที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้และป่าเขา อากาศเย็นตลอดปี มีทรัพยากรและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์สุดยอดหมู่บ้านโฮมสเตย์ แลนมาร์คนึงที่คนนิยม จุดหมายปลายทางอาจไม่สำคัญเท่าความสุขใจระหว่างทางหมู่บ้านน่ารัก วิวสวยๆ ทำให้คุณมีรอยยิ้มและความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน เรามานั่งจิบกาแฟ  เห็นลำธารอยู่ตรงหน้า

ก่อนกลับกรุงเทพฯ แวะเติมพลังด้วยอาหารกลางวันที่ใครมาระนองต้องมานั่งทาน วิวที่นี่หลักล้าน  ร้านส้มตำ ขนมถ้วย ร้านส้มตำภูเขาหญ้าเจ๊จิ๋ม ที่ตั้งอยู่ ตรงข้ามภูเขาหญ้า หรือ เขาหัวล้าน แต่ให้ความสวยคุ้มค่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองระนอง ดังที่ได้กล่าวไว้ในคำขวัญของเมืองระนอง คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง

ร้านส้มตำภูเขาหญ้าเจ๊จิ๋ม(ไม่มีสาขา)

ภูเขาหญ้าเป็นภูเขาหัวโล้น ขนาดไม่สูงสามารถเดินขึ้นไปได้ เนินเขาแต่ละลูกมีทางเดินเชื่อมถึงกัน เมื่อขึ้นไปอยู่ด้านบนจะชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ ในหน้าฝนภูเขาหญ้าจะเป็นสีเขียวดูสวยงามภูเขาหญ้าสีน้ำตาล เดือนพฤศจิกายน ถึง เมษายน , ภูเขาหญ้าสีเขียว เดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคม หน้าฝนควรมาเที่ยวช่วงเช้า หญ้าจะดูเขียวสดชื่น ส่วนหน้าร้อนควรมาตอนเย็นแดดไม่ร้อนมาก

ที่อยู่: ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง 85120
โทรศัพท์: 096 938 2981

หากคุณเป็นคนชอบความสะดวก สบาย ชอบใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าสำหรับการพักผ่อน หรือการเดินทางที่อสนยาวไกล ขอแนะนำ FarmHouse ที่จะทำให้ชีวิตคุณประหยัดเวลามากขึ้น

ทริปนี้ไม่ผิดหวังเราพักที่ โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ระนอง FarmHouse ตัวโรงแรมทั้งภายในและภายนอกตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา  รองรับด้วยเตียงนุ่ม
หลังใหญ่นอนสบายๆ นอกจากนี้โรงแรมยังบมีอาหารเช้าแบบท้องถิ่นให้บริการอีกด้วย แนะนำต้องห้ามพลาด

โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ระนอง FarmHous
ที่อยู่: ตำบล บางนอน อำเภอเมืองระนอง ระนอง 85000
โทรศัพท์: 087 278 4224

ไม่ลืม แวะซื้อของใากจากระนอง

งานจบอารมณ์ไม่จบ ใช้ชีวิตช้าๆ ที่ระนอง  ด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย ผสานกับเสน่ห์ที่ยากจะหาจังหวัดใดเหมือน ทำให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่
มีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศ ต้องหลงรักจังหวัดแห่งนี้อย่างแน่นอน

ขอบคุณ : พช.จังหวัดระนอง พา Totottravel
เยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง

ติดตามเราได้ที่
web site : www.toptotravel.com
google+ : tototravelvariety
blog : www.toptotravelvariety.com

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT Hot!! คนดัง บันเทิง เซเลบ แฟชั่น ความงาม