โรงพยาบาลบาโนบากิ เปลี่ยนชีวิตผู้เข้าร่วมรายการ Let me in Thailand 4 Reborn เจออนาคตที่ดีขึ้น

โรงพยาบาลที่มีความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดศัลยกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

โรงพยาบาลบาโนบากิ แบรนด์ตัวแทนด้านศัลยกรรมจากเกาหลีใต้ นับเป็นโรงพยาบาลที่เป็นเลิศด้านการผ่าตัด สร้างความอบอุ่นให้กับคนไข้ขณะรับการรักษา และยังเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย สร้างความมั่นใจอีกครั้งกับการเป็นทีมแพทย์หลักในการทำศัลยกรรมให้กับผู้เข้าร่วมรายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้พวกเขา และเธอได้พบกับอนาคตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ศัลยแพทย์โอ ชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ

ศัลยแพทย์โอ ชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ กล่าวว่า โรงพยาบาลบาโนบากิ เป็นโรงพยาบาลที่มีความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดศัลยกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งตั้งแต่ปีที่แล้ว รพ.ได้เริ่มแคมเปญ “Detailist” หรือ “ผู้ใส่ใจรายละเอียด” ขึ้น ซึ่ง Detailist มาจากคำว่า Detail และ Specialist  หมายถึงกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือ ละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนก่อนศัลยกรรม รวมไปถึงการดูแลคนไข้หลังการศัลยกรรม ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของ รพ.บาโนบากิ ของเรา นอกจากนี้ยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำแต่ละสาขา อาทิ ศัลยกรรมขากรรไกร, ศัลยกรรมปรับรูปหน้า, ศัลยกรรมหน้าอกศัลยกรรมยกกระชับ, ศัลยกรรมตาและจมูก เป็นต้น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านนั้นมีการค้นคว้าวิจัยในแต่ละสาขาที่ตนเองถนัดอยู่ตลอดเวลา

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของรพ.ของเราอีกข้อก็ว่าได้ และจากคุณภาพที่ยอดเยี่ยมมีความปลอดภัยที่สูงนี่เอง ทำให้ปีนี้รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ได้เลือกให้เราเป็นทีมแพทย์หลักเกาหลีทีมเดียวในการช่วยเปลี่ยนชีวิตให้กับผู้เข้าร่วมรายการตลอดทั้งซีซั่นนี้ ซึ่งทางศัลยแพทย์โอ ชางฮยอนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมรู้สึกดีใจมากที่การผ่าตัดของผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา พวกเรา รพ.บาโนบากิ หวังเป็นอย่างสูงว่าเราจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าร่วมรายการได้มีความสุขที่มากขึ้น ได้พอเจอสิ่งดีๆ ในชีวิต ได้เดินตามฝันของตัวเองโดยปราศจากอุปสรรคทางด้านหน้าตา

ปัจจุบันคนไข้ชาวเกาหลี และคนไข้ชาวไทยต่างมีความต้องการที่อยากจะสวยหล่อขึ้นมากมาย ซึ่งที่ประเทศเกาหลีใต้ การศัลยกรรมถือว่ามีการพัฒนาล้ำหน้า โรงพยาบาลศัลยกรรมก็มีอัตราการแข่งขันค่อนข้างสูง ทำให้ข้อมูลการศัลยกรรมมีการเผยแพร่ออกไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคนไข้เองก็มีการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการศัลยกรรมกันมากขึ้น ทำให้คนไข้ชาวเกาหลีมีความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมมาพอสมควรก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรม

แต่เมื่อเทียบกับคนไข้ชาวไทย ถึงแม้ว่าคนไข้จะศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี แต่การได้เห็นกระบวนการศัลยกรรมจากทีมแพทย์โดยตรง จะยิ่งทำให้คนไข้มีความเชื่อมั่นในทีมแพทย์นั้นๆ เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ รพ.บาโนบากิ จึงได้เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษา บาโนบากิ” ในไทยขึ้น เพื่อให้คนไข้ชาวไทยสะดวกสบายเวลาเข้ามารับคำปรึกษาจริงๆ เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเดินทางไปรับการทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี

โดยสำหรับผู้สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่
ศูนย์ให้คำปรึกษา บาโนบากิ
ซอยทองหล่อ 3 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ 10310
ติดต่อสอบถามและนัดคิวขอคำปรึกษา
ได้ที่ 02-392-2890  หรือ 099-112-4777
Line @thaibanobagi (มี@ข้างหน้า ) www.thailandbanobagi.com

คงคุณค่า พัฒนาคุณภาพ เพื่อชุมชนท่องเที่ยว ที่ยั่งยืน

กรมการท่องเที่ยวใช้สื่อออนไลน์สร้างองค์ความรู้ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งเสริมสร้างองค์ความรู้และสร้างภาคีเครือข่ายกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาและดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทย ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจัดทำวีดิทัศน์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ สู่สาธารณชน โดยเน้นการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ทั้ง เว็บไซต์ เฟสบุค บล็อกเกอร์ ทวิตเตอร์ ยูทูป ไลน์ทีวี ฯลฯ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยถึง ๓๕ ล้านคน สร้างงานสร้างรายได้จำนวนมหาศาล และกระจายไปยังทุกภาคส่วนรวมถึงชุมชน/ท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ปัญหาสำคัญคือ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ต้องรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากมีความเสื่อมโทรมลง และบางแห่งมีการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวสูงมากจนเกินขีดความสามารถในการรองรับ ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ น้ำเสีย มลพิษตามมา แต่เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ กรมการท่องเที่ยวอาจดูแลไม่ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างองค์ความรู้และสร้างภาคีเครือข่ายกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาและดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

กรมการท่องเที่ยวจึงมีนโยบายให้กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนโดยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ สู่สาธารณชน เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งร่วมกันดูแลรักษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศให้มีความสะอาด สะดวก ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้มีการจัดทำวีดิทัศน์รณรงค์ให้ประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวและเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เฟสบุค บล็อกเกอร์ ทวิตเตอร์ ยูทูป ไลน์ทีวี เป็นต้น

ทั้งนี้ วีดิทัศน์เรื่องดังกล่าวมีดารานักแสดง เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ เป็นตัวเดินเรื่อง นำผู้ชมเข้าไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยอัธยาศัยไมตรีและความประทับใจ เช่น ชุมชนบ้านถ้ำรงค์ เพชรบุรี คลองรางจระเข้ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลาดบ้านหัวตะเข้ กทม. บ้านไผ่ตอง จ.นครปฐม

นวัตกรรมฝ้าอะคูสติก “Trandar AMF”

สำหรับ อาคารสำนักงานเกรด A
ในประเทศไทย

Trandar Acoustics ผู้นำระบบฝ้าอะคูสติก ดึง AMF จากเยอรมัน เจาะตลาด ฝ้าอะคูสติก สำหรับ Office Building Grade A ในประเทศไทย เน้น Quality of LiFE ให้กับพนักงานออฟฟิศ

Trandar Acoustics ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบฝ้าและผนังอะคูสติกชั้นนำของไทย และใน South East Asia ร่วมกับ AMF ผู้นำฝ้าเพดานชั้นนำจากเยอรมัน เปิดตัวนวัตกรรมฝ้าอะคูสติก “Trandar AMF” สำหรับ อาคารสำนักงานเกรด A ในประเทศไทย โดยเป็น ฝ้าอะคูสติก ที่มีจุดเด่นในเรื่องการคำนึงถึง Air Quality ภายในอาคาร และ ความปลอดภัย ( Safety ) ที่มีค่าการกันไฟ และเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพการผลิตจากเยอรมัน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมตอบโจทย์กลุ่ม Office Building Grade A ชั้นนำต่างๆในประเทศไทยที่ตระหนักถึง “Quality & Safety of LiFE” ของผู้เช่าใช้อาคาร รวมถึงพนักงาน Office

ในการลงทุนใน วงการอสังหาริมทรัพย์เทรนด์ที่กำลังมาแรงมา คือการลงทุนในอาคารสำนักงาน เกรด เอ ( Office Building Grade A ) เพราะยังมีความต้องการของตลาดจำนวนมาก จากข้อมูลการสำรวจในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 Office Building ในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 8,784,212 ตารางเมตร มีอัตราของพื้นที่ที่ว่างให้เช่าลดลง โดยมีอัตราพื้นที่ว่างรวมลดลงจาก 7.3% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 6.8% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่มากขึ้น และยังพบว่าอาคารสำนักงานให้เช่าต่างๆ เริ่มสามารถที่จะปรับค่าเช่าขึ้นสูงได้ โดยเฉพาะอาคารสำนักงานที่เป็น Grade A ในพื้นที่ CBD

การที่จะเพิ่มค่าเช่าพื้นที่ของ Office Building แต่ละแห่ง เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็น Office Grade A นั้น Developer จำเป็นต้องสร้างจุดเด่น เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย เช่น การดีไซน์ตัวอาคาร การตกแต่งภายใน และภายนอกอาคารเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวอาคาร การใช้มาตรฐานของวัสดุที่อยู่ภายในอาคารที่ดีกว่า มีความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล และคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารที่ดีขึ้นนั้น ส่งผลให้ Office Building นั้นๆมีภาพลักษณ์ที่ดี และสามารถเพิ่มพื้นที่ค่าเช่าอาคารสำนักงานให้ได้ตามคุณภาพมาตรฐาน Office Building Grade A อีกด้วย

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการที่เป็นอาคารสำนักงาน เกรด เอ คือ ฝ้าอะคูสติกที่อยู่ภายในอาคาร สำนักงาน ซึ่งเป็น วัสดุที่ Developer ในแต่ละอาคารเริ่มให้ความสำคัญ รวมทั้งผู้เช่า และใช้อาคารเริ่มที่จะตระหนักถึงความสำคัญของฝ้าเพดานอะคูสติกที่ใช้ โดยปัจจุบันจะคำนึงถึงคุณสมบัติหลัก 3 ด้านของแผ่นฝ้าเพดานอะคูสติก ดังนี้

1.ต้องมีค่าการดูดซับเสียงที่สูง ( ค่า NRC อย่างต่ำ 0.6 บางอาคารกำหนดถึงอย่างต่ำที่ 0.9 ) เนื่องจากแนวการออกแบบส่วนใหญ่เป็นแบบ Open Plan Office

2.ความเป็น ไฮยีน (Hygiene) ของ Air Quality ภายในอาคารสำนักงาน แผ่นฝ้าเพดานจึงควรต้องมีค่าการฟุ้งกระจายของฝุ่นต่ำ

3.ที่สำคัญที่สุดคือค่าการกันไฟ ( Fire Safety ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารสำนักงาน Office Building ที่ยิ่งมีความสูงมากจะยิ่งให้ความสำคัญในส่วนของค่าการกันไฟของวัสดุฝ้าเพดาน Acoustics Ceiling ที่ให้ค่าการกันไฟที่สูงขึ้น

Trandar Acoustics จึงได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ฝ้าอะคูสติก กับ AMF จากประเทศเยอรมัน เพื่อนำเสนอฝ้าอะคูสติกที่ตอบสนองความต้องการของ Office Building Grade A ซึ่ง Trandar AMF ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากกลุ่มสถาปนิก และ Developer ที่ต้องการวัสดุอะคูสติกที่มีคุณภาพสูงต่อการใช้งานมาติดตั้งในโครงการสำนักงาน

โดยในปี 2017-2018 ที่ผ่านมา Trandar Acoustics ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Trandar AMF ให้กับ Office Building Grade A แนวหน้าหลายแห่งเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ทั้ง CBD และ Non CBD  อาทิเช่น

* อาคารสำนักงาน Pearl Bangkok พหลโยธิน ตึกทรงไข่มุกที่มีดีไซน์ที่โดดเด่น ออกแบบโดยปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ ของกลุ่ม พฤกษา พื้นที่กว่า 30,000 ตรม. เป็นสำนักงานเกรด A ตามมาตรฐาน LEED อาคารเขียว (Green Building) ระดับ Gold ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

* อาคารสำนักงาน Krungsri Ploenchit Tower หรืออาคารเพลินจิตเสาทอง ที่ตั้งตระหง่านกลางใจเมืองบริเวณถนนสุขุมวิท ในย่าน CBD (Central Business District) พื้นที่กว่า 30,000 ตรม., เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

* อาคารสำนักงาน T-One ย่านสุขุมวิททองหล่อ Office Building แห่งแรกที่ลงทุนโดยคุณตัน ภายใต้ ตัน อิง แอสเซ็ท ซึ่งมีสถาปัตยกรรมตัวอาคารแบบ Twist พื้นที่รวม 43,5700 ตร.ม. Co-Working Space ทำเลย่านทองหล่อ เพื่อตอบโจทย์นักธุรกิจรุ่นใหม่ เอาใจคน Gen Y, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Star

* อาคารสำนักงาน MS Siam ของกลุ่มมหาทุน ย่านถนนพระราม 3 พื้นที่กว่า 40,000 ตรม. เป็นการผนึกกำลังระหว่าง มหาทุนพลาซ่า และศรีสยามพร็อพเพอร์ตี้ สร้างอาคาร –

สำนักงานแห่งใหม่ย่านพระราม 3 ออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่องการอนุรักษ์พลังงานด้วย, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Star

* อาคารสำนักงานวัฒนวิภาส อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ กฟน. เขตคลองเตย ถนนพระราม 4 มีพื้นที่รวมประมาณ 93,000 ตารางเมตร โดยอาคารได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานอาคารเขียวไทย -(TREES : Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability), เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

* อาคารสำนักงาน Cheer Viva ย่านลาดกระบัง พื้นที่กว่า 9,800 ตรม. ออกแบบด้วยทีมงานคุณภาพจาก Atelier of Architects, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

* อาคารสำนักงาน ไทยรุ่งเรือง (TRR) ย่านพระราม 3 นราธิวาส พื้นที่กว่า 25,000 ตรม., ของ กลุ่มบริษัทน้ำตาลไทยรุ่งเรือง, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Star

* อาคารสำนักงาน สำนักงบประมาณ 59 ปี ย่านพหลโยธิน มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 72,000 ตารางเมตร เป็นอาคารเพื่อรองรับพื้นที่สำนักงานห้องประชุม ที่จอดรถ พื้นที่ให้บริการสาธารณะ มีการออกแบบที่ใช้สัญลักษณ์ของธนบัตรมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการ

ออกแบบที่มีรูปทรงอาคารที่ทันสมัย และแปลกตาไปจากอาคารทรงสี่เหลี่ยมทั่วไป, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

* อาคารสำนักงาน MERCEDES BENZ ( Thailand ) ถนนบางนา-ตราด กม.19, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

* IKEA บางใหญ่ Furniture Retails Store ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนจากสวีเดน

ที่ได้เปิดตัวไปแล้ว ที่อยู่ติดกับ Central Plaza Westgate มีพื้นรวมกว่า 50,278 ตารางเมตร, เลือกใช้รุ่น Trandar AMF Mercure

อาคารสำนักงานที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ได้ให้ความไว้วางใจ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฝ้าอะคูสติก “Trandar AMF” จาก Trandar Acoustics ทั้งหมด เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้งานอย่างพนักงานออฟฟิศได้มี Quality & Safety of LiFE อย่างแท้จริง โดย Office Building Grade A ในกรุงเทพฯจะเลือกใช้ฝ้าอะคูสติก จาก Trandar AMF มากกว่าฝ้าอื่นๆในท้องตลาดทั่วไป ส่งผลให้ Trandar AMF มีส่วนแบ่งการตลาด (Market share) มากกว่า 60% ในกลุ่ม Office Building Grade A ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2017-2018

นอกจากอาคารสำนักงานที่เกิดขึ้นใหม่ ที่เลือกใช้แผ่นฝ้าเพดาน Trandar AMF แล้วนั้น อาคารสำนักงานเดิมหลายๆแห่งก็ได้เริ่มยกระดับมาตรฐาน และหันมาใช้ฝ้าอะคูสติก Trandar AMF แล้วเช่นกัน อาทิเช่น อาคารรสาทาวเวอร์ อาคารเคียนหงวน อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ อโศก อาคารบางนาทาวเวอร์ อาคารปตท.สำนักงานใหญ่ อาคารไทยประกันชีวิต รัชดาภิเษก เป็นต้น

จุดเด่น และคุณสมบัติที่ทำให้ฝ้าอะคูสติก Trandar AMF แตกต่าง และเหนือกว่าฝ้าอะคูสติกทั่วไปที่ใช้ในอาคารสำนักงานแบบเดิมๆ

1. แผ่นฝ้าเพดาน ผลิตจาก Mineral Fiber แท้ ไม่ได้มีส่วนผสมของ Cellulose หรือเยื่อกระดาษ

2. ผลิตด้วยเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน ทำให้ได้แผ่นฝ้าคุณภาพที่มาตรฐาน ขนาดแผ่น และสีแผ่นสม่ำเสมอเท่ากัน

3. เพิ่มการเครือบชั้นผิวหน้าแผ่นฝ้าเพดาน AMF และเพิ่มชั้นเคลือบด้านหลังแผ่น เพื่อลดการกระจายของฝุ่น

4. มีเทคโนโลยีทำให้ขอบแผ่นแข็งแรง ( Edge Hardener ) ไม่แตกหรือบิ่นหักง่าย ช่วยเจ้าของอาคารในการบำรุงรักษาแผ่นให้คงทนมากขึ้น

5. ไม่มีส่วนผสมของเยื่อกระดาษ จึงไม่ลามไฟ ได้ค่ามาตราฐาน EN 1350-1 Class A2-s1,d0 และ BS476 Part 6,7

6. เหนือกว่าด้วยมาตรฐานการกันไฟ BS 476 Part 20-23 จึงให้ความปลอดภัยที่สูงขึ้น

แทรนดาร์ อะคูสติก (Trandar Acoustics)  เป็นผู้นำในการออกแบบ ให้คำปรึกษา ตรวจวัดสำรวจ และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะคูสติกอย่างครบวงจรใน South East Asia โดยเริ่มก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1988 ได้เปิดดำเนินการมามากกว่า 30 ปี ซึ่งแทรนดาร์ อะคูสติก (Trandar Acoustics) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบฝ้าดูดซับเสียง ระบบผนังกันเสียง ระบบพื้นกันเสียง ระบบหลังคากันเสียง และอุปกรณ์ตกแต่งทางด้านอะคูสติกทุกชนิด เรามีทีมงาน และผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบและติดตั้ง

พร้อมทั้งผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นอะคูสติก อาทิเช่น แผ่นผนังกันเสียงซาวน์บอร์ด (SoundBoard), ฉนวนกันเสียง dBphon , ฝ้าดูดซับเสียง Trandat AMF, Trandar Heradesign, Trandar Ecophon, and Trandar Autex

Trandar Acoustics เติบโตจากการที่เป็นที่ปรึกษาและออกแบบทางด้าน Acoustics โดยเริ่มต้นจากการออกแบบให้กับ โรงภาพยนต์ในประเทศไทย จากนั้นได้ขยายตลาดไปสู่ โรงละคร หอประชุม สตูดิโอ โรงแรม 5 ดาว และล่าสุดได้เริ่มขยายในส่วนของอาคารสำนักงาน รวมทั้งยังได้เผยแพร่ และจัดจำหน่าย Software INSUL ทางด้าน Acoustics สำหรับที่ปรึกษา และผู้ออกแบบ

ปี 2017 เริ่มขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้ชื่อแบรนด์ Trandar Acoustics Cambodia โดยมี Trandar Acoustics Showroom ตั้งอยู่ใน เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่แสดงระบบฝ้าดูดซับเสียง, ผนังกันเสียง และฝ้าอะคูสติกทุกชนิดของ Trandar Acoustics

ปี 2018 ได้มีการเจาะกลุ่มตลาดในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยส่งออกสินค้า Trandar Soundboard ไปยังประเทศสิงคโปร์อีกด้วย

AMF เป็นผู้ผลิตฝ้าเพดานอะคูสติกชั้นนำของยุโรป ก่อตั้งตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1963 เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ มีคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตสูงสุด “Made in Germany” ตั้งอยู่ที่เมือง กรัฟเฟอร์เนาร์ (Grafenau) ประเทศเยอรมัน โดยเป็นโรงงานแห่งเดียวในโลกที่สามารถตั้งอยู่ในวนอุทยานแห่งชาติบาวาเรียน (Bavarian Forest National Park) ได้โดยไม่สร้างมลพิษ หรือผลกระทบต่อพื้นที่ภายในวนอุทยาน

AMF ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านอะคูสติก อาทิเช่น AMF THERMATEX, HERADESIGN, AMF TOPIQ, AMF MONDENA, AMF VENTATEC และ AMF TACET เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่สมบูรณ์สำหรับการประยุกต์ใช้งานในการสร้าง และตกแต่งอาคารพาณิชย์, อาคารสำนักงาน อาคารสถาบันการศึกษา และโรงพยาบาล เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการรับรองระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 ที่

นำมาใช้ในปี 2002 และมีการปรับปรุงด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ของ AMF ยังได้รับรางวัล และใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ (Type I, Type II และ Type III) ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ AMF ได้กระจายไปสู่ตลาดอะคูสติกมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

โดยในครั้งนี้ Trandar และ AMF ร่วมกันจัดงาน TRANDAR AMF CONTRACTOUR @Bangkok 2018  ระหว่างวันที่ 12 – 16 พ.ย. 2018
นำโดยผู้บริหารคุณกฤษดา สาธุกิจชัย ประธานฝ่ายบริหาร (CEO) Trandar Acoustics และ มร. สเตฟาน บลอช (Mr.Stefan BLÖCHL) ผู้จัดการฝ่ายขายภูมิภาค (Regional Sales Manager Knauf AMF GmbH & Co. KG) พร้อมด้วย มร.ฮาน คาร์ล หัวหน้าทีมวิศวกรติดตั้ง (Mr.Hans-Karl GRÜNBERGER Head of Application Engineering Knauf AMF GmbH & Co.KG) พร้อมผู้เชี่ยวชาญจาก AMF บินตรงจากเยอรมันมาร่วมแชร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งผลิตภัณฑ์ Trandar AMF

รวมถึงวิธีการติดตั้งระบบฝ้าต่างๆได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ซึ่งคอร์สอบรมครั้งนี้ได้จัดสำหรับผู้รับเหมาชั้นนำที่ได้รับเชิญแบบ Exclusive เข้าร่วมงาน Workshop โดยจัดขึ้นที่ Trandar Head Office ให้ผู้รับเหมาทุกท่านได้รับความรู้กันอย่างเต็มอิ่มพร้อมรับ Certificate รับรองโดย Trandar AMF อีกด้วย

www.trandar.com

Anna bella by ANNACLAN ร่วมกับ Lafilla Collective และ Be Trend เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Lunching New Product ANNABELLA

บริษัท แอนนา เบลล่า จำกัด ร่วมกับ Lafilla Collective และ Be Trend  เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Lunching New Product ANNABELLA

บริษัท แอนนา เบลล่า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้านผิวพรรณ ร่วมกับ Lafilla Collective และ Be Trend ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Lunching New Product ANNABELLA

Anna bella ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึกนานาชนิด เป็นดาวรุ่งมาแรงของแบรนด์ไทยในต่างประเทศ ที่บุกเบิกผลิตภัณฑ์ ความงามที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ และ ผสมผสานกับส่วนผสมนำเข้าจากนานาประเทศ มุ่งเน้นปรับสภาพผิวที่เคยถูกสารเคมีทำลาย และผิวหนังที่แพ้ง่าย มีคุณสมบัติเด่นคือเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ชะลอผิวไม่ให้แก่ก่อนวัย ปรับผิวให้แข็งแรง เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามที่ทำมาจากสาหร่ายทะเลนานาชนิด และสารสกัดจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับใช้ทุกวัน Anna bella เป็นผลิตภัณฑ์ไทย ที่ผลิตจากสารสกัดพืชสมุนไพร ที่กำลังได้รับความนิยมจากหลายประเทศ Anna bella มีความมุ่งมั่นที่เป็นแบรนด์ระดับโลกในอนาคต ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเกินราคา Anna bella เป็นเครื่องสำอางแบรนด์ไทย ที่มีด้วยส่วนผสมนำเข้าจากนานาประเทศ ผสมผสานกรรมวิธีของไทย สินค้ามาส์กหน้า แอนนา เบลล่า ถูกจัดอันดับ ติด 1 ใน 5 จากนักท่องเที่ยวจีนให้เป็นสินค้าที่ต้องซื้อกลับประเทศจีน ทั้งนี้ จึงทำให้เกิดของลอกเลียนแบบจำนวนมาก ของแท้ต้อง Anna bella by ANNACLAN เท่านั้น

หม่อมหลวงปวริศร์ กิติยากร ผู้บริหารบริษัท แอนนา เบลล่าจำกัด กล่าวว่า เราจะไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพออกสู่ท้องตลาด และในวันนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่

1.แอนนา เบลล่า ซีวีด รีโคฟเวอร์รี่ แอนติเอ็จจิ้ง มาส์ก สูตรนี้พัฒนาเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการลดริ้วรอยและผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์

2.แอนนา เบลล่า ซีวีด รีโคฟเวอร์รี่ ไฮเดรทติ้ง บาลานซ์ คลีนซิ่ง วอเตอร์ ช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนผิวหน้า และซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย แม้กระทั่งผิวที่แห้งมาก ก็สามารถชุ่มชื้นได้ยาวนาน รูขุมขนกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวกระจ่างใส

3.แอนนา เบลล่า ซีวีด รีโคฟเวอร์รี่ ไฮเดรทติ้ง บาลานซ์ โทนเนอร์ ปรับสมดุลของผิวให้มีความนุ่มชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ลดเลือนริ้วรอย ลดความมันบนใบหน้า และช่วยผลัดผิวเก่าที่เสื่อมสภาพเผยผิวใหม่ให้กระจ่างใสขึ้น

ตลอดช่วงเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา สินค้าของเราได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นที่นิยมทั้งในประเทศไทยและประเทศจีนมาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคมากมายผ่านเข้ามา แต่เราก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดีต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนช่วยทำให้ Annabella By ANNACLAN ของเรามายืนอยู่จุดนี้

ในงานเปิดตัววันนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณรณกร แซ่ลี้ ผู้บริหาร บริษัทแอนนา เบลล่า จำกัด คุณเสี่ยวลี่ หวง ผู้บริหาร บริษัทแอนนาแคลน สกินแคร์ จำกัด โดยมีคุณไดอาน่า จงจินตนาการ และคุณอติรุจ กิตติพัฒนะ เป็นผู้ดำเนินรายการ มาร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญคนรุ่นใหม่ของวงการบันเทิง ในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณ คือ น้องเพิร์ธ ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร และน้องเซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา นักแสดงนำเรื่อง Love By Chance บังเอิญรัก รวมถึงรับฟังเพลงเพราะๆ ในแบบฉบับของคุณ หลิวเท่อ นักร้องรับเชิญจากประเทศจีน

เป้าหมาย ผลิตภัณฑ์ ของ Anna Bella  มุ่งเน้นปรับสภาพผิวที่เคยถูกสารเคมีทำลายและผิวหนังที่แพ้ง่าย มีคุณสมบัติเด่นของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายผิว และมีประสิทธิภาพสูงในการชะลอผิวให้ไม่แก่ก่อนวัย ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ทำมาจากสาหร่ายทะเลน้ำลึกนานาชนิด และ สารสกัดจาก ธรรมชาติทำให้ผิวชุ่มชิ้น มีน้ำมีนวล

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ Anna Bella
1. Annabella Seaweed Aqua Expert Recovery Antiaging Mask

น้องใหม่มาแรงจากแบรนด์ Anna bella มาในรูปแบบโฉมใหม่ กล่องดำน่าค้นหา แผ่นมาส์กหน้าที่มีส่วนผสมจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก สูตรนี้พัฒนาจากสูตรเดิม คือช่วยเรื่องจัดการปัญหาริ้วรอยและจุดด่างดำได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ แต่ยังคงจุดเด่นของความเป็น Anna bella ไว้ คือในเรื่องของความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เหมาะกับทุกสภาพผิว ในราคาที่คุ้มค่าเกินราคา ราคา กล่องละ 550 บาท

2. Annabella Seaweed Recovery Hydrating Balance
Cleansing Wate
r

คลีนซิ่งสูตรน้ำน้องใหม่มาแรง ขวดใส ช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนผิวหน้า และซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่ทำร้ายผิวแม้กระทั่งผิวที่แห้งมาก ก็สามารถชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน เรื่องของรูขุมขนนั้นสาวๆไม่ต้องเป็นกังวลกระชับขึ้นแน่นอน ยังช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวกระจ่างใส ถือว่าเป็นไอเท็มส์ใหม่ที่ควรมีกันเลยค่ะ คุณสมบัติขนาดนี้ แต่ราคาเบามาก
ขวดละ 350 บาท

3. Annabella Seaweed Recovery Hydrating Balance Toner
โทนเนอร์ที่โดดเด่นในเรื่องความอ่อนโยนต่อผิว ทำความสะอาดผิวจากสิ่งสกปรกที่ตกค้างได้อย่างล้ำลึก ปรับสมดุลของผิวให้มีความนุ่มชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ลดเลือนริ้วรอย ลดความมันบนใบหน้า และช่วยผลัดผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ เผยผิวใหม่ให้กระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเปิดผิวให้เตรียมพร้อมรับการบำรุง ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์และสารที่ก่อให้เกิดการแพ้อื่น ๆขวดละ 350 บาท

Anna bella Angle Aqua Expert Hydrated Facial Mask (กล่องเขียว)
แผ่นมาส์กหน้า แอนนาเบลล่ามีส่วนผสมจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้า เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม แลดูกระจ่างใส ผิวแลดูกระชับเผยผิวใหม่ให้สดชื่นมีชีวิตชีวา ลูกค้าคนไทยและจีนให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก สินค้ามาส์กหน้า แอนนา เบลล่า เคยถูกจัดอันดับ ติด 1 ใน 5 จากนักท่องเที่ยวจีน ให้เป็นสินค้าที่ต้องซื้อกลับประเทศจีนทั้งนี้ทั้งนั้นในเมื่อสินค้าดังแล้ว จึงทำให้เกิดของลอกเลียนแบบจำนวนมาก อย่าลืมสังเกตก่อนซื้อนะคะ ของแท้ต้อง Anna bella by ANNACLAN เท่านั้นนะ
ราคากล่องละ 450 บาท


Anna bella
บริษัท แอนนา เบลล่า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้านผิวพรรณ ร่วมกับ Lafilla Collective และ Be Trend เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Lunching New Product ANNABELLA

เมื่อวันอังคาร ที่ 13 พฤศจิกายน 2018
ณ. ลาน ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

World Halal Day 2018

วันฮาลาลโลก

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับเชิญจาก United World Halal Development และ HDCMICE middle east เป็นวิทยากรบรรยายและร่วมเปิดงาน ประชุมวิชาการนานาชาติ “World Halal Day 2018”

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพื่อสร้างเครือข่ายความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลระดับนานาชาติ
ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

“ลีโมบัส” เปิดให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

รถ Airport Limobus Express ใน 2 เส้นทางหลัก พร้อม 7 จุดจอดสำคัญในกรุงเทพฯเตรียมใช้ระบบสำรองที่นั่งและเช็คตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์

“ลีโมบัส” เปิดให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารด้วยรถไม่ประจำทาง Airport Limobus Express ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ใน 2 เส้นทางหลัก สุวรรณภูมิ-ถนนข้าวสาร และสุวรรณภูมิ-ถนนสีลม-สยาม โดยมีจุดจอดสำคัญ 7 จุดในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว พร้อมเตรียมนำระบบเว็บแอปพลิเคชันมาใช้ในการสำรองที่นั่ง รวมถึงสามารถตรวจสอบตำแหน่ง และเส้นทางการเดินรถได้แบบเรียลไทม์ สร้างความมั่นใจ สะดวก ปลอดภัย แก่ผู้ใช้บริการ

นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการ Airport Limobus Express รถไม่ประจำทางรับ-ส่งผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เที่ยวปฐมฤกษ์ ที่ชานชาลาขาเข้า ชั้น 1 ประตู 8 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นางนัฎฐ์ณิชย์ โชติสรยุทธ์ กรรมการบริหาร บริษัท ลีโมบัส จำกัด แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วม

นางสาวนัฎฐ์ณิชย์ โชติสรยุทธ์ กรรมการบริหาร บริษัท ลีโมบัส จำกัด เปิดเผยว่า ในขณะนี้บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ด้วยรถไม่ประจำทาง Airport Limobus Express ณ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ใน 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ 1.สุวรรณภูมิ-ถนนข้าวสาร และ 2.สุวรรณภูมิ-ถนนสีลม-สยาม โดยได้รับการสนับสนุนจุดจอดรับ-ส่ง จากกรุงเทพมหานคร 7 จุด ในพื้นที่ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร พญาไท สีลม เป็นต้น

บริษัท ลีโมบัส จำกัด ได้จดทะเบียน “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว” ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตร 15 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเริ่มจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวที่พร้อมให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร และ ได้เปิดให้บริการ Airport Limobus Express ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ในปี พ.ศ. 2558 โดยใช้รถบัสปรับอากาศ (Deluxe Bus) ที่มีมาตรฐานสูง จำนวน 22-31 ที่นั่งต่อคัน พร้อมให้บริการ Wi-fi ภายในรถ ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร ในเรื่องความสะดวก สะอาด และปลอดภัย รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วกรุงเทพฯ

“Airport Limobus Express ได้รับการความนิยมจากชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเดินทางไปที่พัก ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว และสถานีรถไฟฟ้าได้สะดวก ซึ่งการเปิดให้บริการเส้นทางใหม่ครั้งนี้ จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างความประทับใจแก่ชาวต่างชาติในการเดินทางที่สะดวกสบาย ซึ่งในเดือนธันวาคมนี้ จะนำระบบเว็บแอปพลิเคชันมาใช้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถสำรองที่นั่ง และเส้นทางการเดินรถได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการขึ้นรถจากจุดจอดรถต่างๆ สามารถตรวจสอบระยะทาง และระยะเวลาได้แม่นยำขึ้น เนื่องจากการแสดงผลแบบเรียลไทม์” นางสาวนัฎฐ์ณิชย์ โชติสรยุทธ์ กล่าว

ด้านนายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการอนุญาตให้ บริษัท ลีโมบัส จำกัด ประกอบกิจการรับ-ส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง Airport Limobus Express ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ยังไม่มีการให้บริการในลักษณะดังกล่าว ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงช่วยลดปัญหาการจราจรควบคู่ไปด้วย จึงได้สนับสนุนการเปิดให้บริการรถโดยสารไม่ประจำทางรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยานในครั้งนี้

นายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส กล่าวต่อว่า “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ โดยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ซึ่งมอบหมายให้ภาคเอกชนเป็นผู้ให้บริการรถไม่ประจำทางรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยาน เช่นเดียวกับอากาศยาน นานาชาติทั่วโลก เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และฝรั่งเศส”

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจจะใช้บริการ Airport Limobus Express ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถสำรองที่นั่งได้ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขาเข้า ชั้น 1 ประตู 8 ตั้งแต่เวลา 5.45 – 1.00 น.

โดยจะมีรถออกทุก 20-30 นาที หรือขึ้นจากจุดจอดรับ-ส่ง ดังนี้ 1.หน้าโรงแรมบ้านชาติ (ถนนข้าวสาร) 2.ข้างวัดบวรนิเวศวรวิหาร 3.หน้าคอนโดไอดิโอ พญาไท (รถไฟฟ้าพญาไท) 4.ถนนสีลม ซอย4 5.เลขที่ 952 ถนนพระราม4 6.ถนนราชดำริ (ตรงข้ามโรงแรมอนันตรา) และ 7.หน้าโรงแรมอินทรา ถนนราชปรารภ ค่าโดยสารท่านละ 180 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.limobus.co.th

การมาเยือนประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์และการท่องเที่ยวของบาห์เรน

สานต่อความสัมพันธ์ไทย บาห์เรน ผ่านความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาฯ และ University of Bahrain

สืบเนื่องจากการเยือนประเทศไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์และการท่องเที่ยวของบาห์เรน ท่านรัฐมนตรีซาเยด บิน ราชิด อัลซายานี (H.E. Mr.Zayed bin Rashid Al Zayani ) เพื่อเข้าร่วมการประชุม JSC ไทย-บาห์เรน ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือระหว่างไทยและบาห์เรนใน 4 ด้าน

1 การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปบาห์เรน
2. การส่งเสริมการลงทุนระห่างไทยกับบาห์เรน
3. การขยายความร่วมมือด้านการเกษตร 4 การขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล

สำหรับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมฮาลาลนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมคณะเดินทางเยือน บาห์เรน ในครั้งนี้ด้วย ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา

เพื่อสานต่อความร่วมมือ ระหว่างไทยและบาห์เรน หลังจากท่านรัฐมนตรีบาห์เรน ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแสดงความสนใจในการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลในบาห์เรน โดยความคืบหน้านั้น ได้มีการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ฮาลาล การพัฒนาบุคลากรและการผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อประโยชน์ทางด้านความมั่นคงด้านอาหารของทั้งสองประเทศ ซึ่งทางประเทศไทยได้เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์และการท่องเที่ยวของบาห์เรน ท่านรัฐมนตรีซาเยด บิน ราชิด อัลซายานี รวมถึงอธิการบดีของ University of Bahrain ศาสตราจารย์ ดร. ริยาด ฮัมซา (Prof. Dr. Riyadh Hamza ) เข้าร่วมงาน Thailand Halal Assembly 2018  ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2561  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

ซึ่งเป็นเวทีการประชุมและงานวิชาการนานาชาติที่เกี่ยวของกับอุตสาหกรรมฮาลาล โดยจะลงนามความร่วมมือด้านวิชาการวิทยาศาสตร์ฮาลาล ระว่างไทยและบาห์เรน ในงานดังกล่าวอีกด้วย

สิงห์บุรี จังหวัดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง?

นวัตวิถี สิงห์บุรี Inno-Way ชุมชนที่มีวิถีชีวิตอันงดงาม ซุกซ่อนตัวอยู่อย่างมากมาย

จังหวัดสิงห์บุรี  ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี  โดยล่าสุด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี  เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในชุมชนมีทักษะ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ในการต้อนรับของแต่ละชุมชน สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เมื่อพูดถึงชื่อจังหวัดนี้ ภาพที่ทุกคนมักจะนึกอันดับต้นๆ คือ ปลาช่อนแม่ลา จังหวัดสิงห์บุรี เป็นจุดผ่านไปในหลายจังหวัด ไม่ไกลจากตัวเมืองเราจะเห็นภูเขาไกลๆ เห็นทุ่งนาเขียวขจี ขับผ่านแล้วรู้สึกดี สบายตา เรียกได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาข้าว  มีแม่น้ำน้อยหรือที่เรียกว่าแม่ลา ลักษณะดินที่มีคุณบัตพิเศษ ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก

ดังนั้น ปลาที่จังหวัดสิงห์บุรี จึงมีรสชาติที่อร่อยกว่าที่อื่น  และปลาช่อนนา ที่สิงห์บุรี ถือได้ว่าเป็นที่สุดของปลาช่อนในโลกนี้ เนื้อหวานอร่อย และถ้ามาที่สิงห์บุรีต้องไม่พลาด ปลาช่อนแดดเดียว ที่ใครก็หาซื้อได้ตามริมทาง อีกอย่างถ้าใครชอบปลาร้าขอบอกว่าที่นี้ ปลาร้าอร่อยที่สุดบนผืนแผ่นดินไทย อยากรู้ว่าจริงไหมต้องลองดู

Toptotravel  มีโอกาสร่วมทริป ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สิงห์บุรี Inno-Way โดยการเดินทางในครั้งนี้  มีทั้งสื่อมวลชน  รวมไปถึงพิธีกร ทอดด์ ทองดี หรือ โทมัส เจมส์ ลาเวลล์ (Thomas James Lavelle) ซึ่งการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี  ทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน ด้วยการนำนวัตกรรมผสมผสานกับวิถีชีวิตชุมชน ในการผลิตสินค้าท้องถิ่น หรือผลิตภัณฑ์โอทอป ทำให้ชุมชนมีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีแบบแผนละเอียดอ่อน อันเกิดจากความเข้าใจของ นวัตวิถี ร่วมสุข ร่วมวิถี ร่วมสมัย

ปีนี้  เป็นปีที่รัฐบาล มีนโยบายเน้นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดในการรองรับนักท่องเที่ยวและขาดทักษะ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สิงห์บุรี Inno-Way ชวนให้นักท่องเที่ยวมาชมความงดงามของธรรมชาติ ที่จะทำให้ต่อมรับรสในปากค่อยๆ สร้างความสุขด้วยการได้ชิมอาหารท้องถิ่นของชุมชน เพื่อเป็นการกระจายรายได้ตามความต้องการของชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ชุมชนท่องเที่ยวระดับหมู่บ้านวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างมีดีไซน์ เที่ยวทุ่งนา กินปลาช่อน และ เช้าวันนี้เรามาแวะตลาดนัดชุมชน OTOP นวัตวิถี บ้านตาลเดี่ยวใต้ ตามมาชมบรรยากาศกันคะ

จุดเริ่มต้นเตยามเช้าวันนี้  ที่บ้านตาลเดี่ยวใต้ กับงานเปิดตลาดชุมชนท่องเที่ยว otop นวัตวิถี บ้านตาลเดี่ยวใต้ หมู่ 1 ตำบลทองเอน จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายสุทธิพงศ์ พุทธจันทรา นายอำเภออินทร์บุรี เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดชุมชน OTOP นวัตวิถี บ้านตาลเดี่ยวใต้  ชุมชน OTOP นวัตวิถี ดำเนินงานภายใต้โครงการ  “ไทยนิยม ยั่งยืน”

เพื่อสร้างชุมชนเข็มแข็ง ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และรายได้ให้แก่ชุมชน การสร้างตลาดใหม่ และเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ OTOP เข้ากับการท่องเที่ยว โดยการจำหน่ายสินค้าอยู่ในชุมชน โดยใช้เสน่ห์ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนเป็นรายได้ ผลิตสินค้าและบริการ รวมทั้งมีการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวระดับชุมชน ที่มีเสน่ห์ดึงดูดและมีคุณค่าพร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือน และใช้จ่ายเงินในทุกกิจกรรมของชุมชน ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

แต่ถ้าเรื่องของอาหารพื้นถิ่น อาหารการกินของชาวจังหวัดสิงห์บุรี ช่วงที่มี
นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมชุมชนบ้านตาลเดี่ยวใต้ หลายท่านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า…มาที่นี่ไม่มีผิดหวังกลับไปแน่นอน เพราะเรื่องอาหารพื้นถิ่น มีมากมาย โดยมื้อเที่ยงวันนี้  Totptotravel ขอยกตัวอย่างอาหารท้องถิ่นที่
เรามีโอกาสได้ลิ้มลอง ดังนี้

-ลาบมะเขื่อ
-ต้มส้มฟัก
-ปลาส้มทอด
-บัวลอยสามเกลอ / ขนมสามเกลอ / น้ำสามเกลอ
-กล้อยตากเคลือบช๊อกโกเเลต
-ขนมสอดใส่ / ขนมตาล

ส่วนสินค้า OTOP โดยชาวบ้านและคนในชุมชนนำสินค้าที่ผลิตเอง เช่น
พืช ผัก ผลไม้ น้ำพริกผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋าถือ และของใช้ ที่นำมาจำหน่ายในราคาไม่แพง เดินเล่นสนุก เพลินๆ ไม่ร้อน หิ้วของกันเต็มไม้เต็มมือเลย ช่วยกันสนับสนุนสินค้าไทยชื่นใจกันทั้งหมู่บ้าน

สินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายส่วนใหญ่  เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและขึ้นชื่อว่าขายดีมากๆ  แทบจะผลิตไม่ทัน สั่งรอกันข้ามปี คือ กระเป๋าผ้า และ งอบแฟนซี สวยโดดเด่น ไม่มีใครเหมือน ไม่เหมือนใคร อย่างนี้ไม่มาถือว่าพลาดอย่างแรง
พบกันที่ ตลาดชุมชนบ้านตาลเดี่ยวใต้
เปิดทุกวันอาทิตย์ของต้นเดือน

อิ่มท้องแล้ว เดินทางต่อไปยัง ถนนตก หมู่บ้านแรกเป็นหมู่บ้านยางคุ้ง มารวมกับวัดทองเลื่อน มาเปลี่ยนชื่อเป็นชุมชนชาวถนนตก ชื่อนี้ สืบเนื่องจากเมื่อในอดีตที่ยังไม่มีถนนตัดผ่าน มีเพียงลูกรัง ภายหลังได้มีการปรับปรุงถนนขึ้นใหม่  ซึ่งดำเนินการไปสิ้นสุดที่ถนนตก ทางโค้งของโรงพยาบาล ชาวบ้าน จึงได้ตั้งชื่อว่าถนนตก หรือ ชุมชนชาวถนนตก นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ด้วยความพิเศษของสภาพที่ตั้ง ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
คุณป้าสุกัลยา พาทีมงานไปต่อยังบ้าน นายบุญพา บุญคง หรือ คุณกบ หมู่ที่ 11 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ภายในบริเวณโดยรอบ จัดเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจ และมุมแสดงกิจกรรมทางการเกษตร ด้วยความพิเศษของสภาพที่ตั้ง ชาวบ้านที่ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการผลิต คุณกบเล่าต่อให้ฟัง ที่นี่ชุมชนมีรายได้และ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง มาเที่ยวที่นี่ได้ความรู้มาเติมสมองแบบไม่ต้องลงทุน

ปุ๋ยมูลไส้เดือน นำมาปรับสูตรแล้วออกมาจำหน่ายสร้างรายได้

-จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ที่มีวิธีการผลิตง่ายๆ โดยการการสังเคราะห์แสง ซึ่งเป็นหัวเชื้อจากประเทศญี่ปุ่น

-มะนาวดอง การเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มีราคาเพิ่มมากขึ้น

นอกจากสินค้าที่หลากหลายที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนแล้ว  อาหารถิ่นที่ใครมาเยือนต้องได้ลองทาน มีเมนูอาหารคาว หวานขึ้นชื่อของหมู่บ้าน เพียงเพราะคำว่าขึ้นชื่อ พวกเรามีโอกาสได้ชิมฝีมือการทำอาหารท้องถิ่น ทีใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติแท้ๆ  ของ นายกิตติภณ  มาหยา (หมูแดง)  รสชาติแบบดั่งเดิม lสูตรเฉพาะตามแบบฝีมือคนโบราณ

คุณหมูแดง ( กิตติภณ มาหยา ) โดยเมนูแนะนำ เราได้ชิมกันในมื่อค่ำ ที่บ้านของคุณหมูแดงเอง  มีเมนูใดบ้างมาชมกันค่ะ
1.แกงส้มผักตบ
2.ต้มยำไก่บ้าน (ไก่พื้นเมือง)
3.แกงกล้วยกับหมู
4.ปลาช่อนแม่ลาแท้ทอดกรอบ (สูตรเฉพาะ)
5.น้ำพริกเผาปลาช่อน ตราถนนตก (สูตรโอท๊อปขึ้นชื่อ)
6.ขนมนักรบ ทำจากผลของลูกยอสดๆ

คุณหมูแดง เล่าถึงการทำอาหาร เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด คือเรื่องวัตถุดิบ เลือกเฉพาะวัตถุดิบสดใหม่ ไร้สารปนเปื้อน  ได้จากธรรมชาติไม่มีคัดสรรแล้วนำมาปรุงรสชาติและผ่านการคัดมาอย่างดี โดยเฉพาะ น้ำพริกเผาปลาช่อน ตราถนนตก ปลาชนิดเดียวอร่อย เพราะเดือนเป็นช่วงวางไข่จะมีไขมันสะสมอยู่ทำให้ปลาอร่อยกว่าปรกติ

ได้ฟังเรื่องราวของหมูแดง “แม่ครัวหัวป่า” กลายเป็นคำสากลในการเรียกบรรดาคนปรุงอาหารฝีมือฉกาจทั่วฟ้าเมืองไทย โดยอาหารที่ขึ้นชื่อในหมู่บ้าน ฝีมือการทำอาหารของ นายกิตติภณ มาหยา ที่หมู่บ้านให้ความไว้วางใจ ได้รับตำแหน่งแม่ครัว ประจำหมู่บ้าน ทั้งแขกผู้ใหญ่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมหมู่บ้านนี้ ต้องห้ามพลาด
ได้ชิมฝีมือน้องคนนี้แต่เพียงผู้เดียวเจ้าคะ

ณ.หมู่บ้านแห่งนี้ เหมือนถูกออกแบบให้เรามีสมาธิกับท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ด้วยการนั่งชิมอาหารท้องถิ่น โดยข้างหลังของเราจะเป็นฉากไม้ ลดแสงเพื่อให้เรารู้สึกว่า ข้างหลังไม่มีอะไรต้องใส่ใจ จึ งให้สมาธิกับด้านหน้าอย่างเต็มที่และบรรยากาศดีแบบสวนเกษตรจริงๆ

ที่บ้านถนนตก หมู่บ้านแรก เป็นหมู่บ้านยางคุ้ง มารวมกับวัดทองเลื่อน มาเปลี่ยนชื่อเป็นชุมชนชาวถนนตก ในปัจจุบัน ชื่อนี้สืบเนื่องจากเมื่ออดีตที่ยังไม่มีถนนตัดผ่าน จะมีแต่ลูกรัง ภายหลังได้มีการทำถนนขึ้น ซึ่งดำเนินการไปสิ้นสุดที่ถนนตก ทางโค้งของโรงพยาบาล ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อว่าถนนตก หรือ ชุมชนชาวถนนตก นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

เรามาอยากรู้เรื่องมะนาวดอง ต้องมาที่ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรกรทฤษฏีใหม่ ประจำตำบลบางระจัน โดยได้รับคำคำแนะนำของ คุณป้าสุกัลยา พาทีมงานไปยังบ้าน นายบุญพา บุญคง หรือ คุณกบ อยู่หมู่ที่ 11 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เป็นชาวบ้านที่ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีอะไรบ้างไปชมกัน

1.ปุ๋ยมูลไส้เดือน  ผลิตเอง ใช้เอง เหลือจากการใช้งาน ก็ออกมาจำหน่ายสร้างรายได้ เป็นไส้เดือนพันธุ์แอฟริกันไนท์ครอเลอร์กินไว ขี้ไว สะสมในระยะเวลา 20 วันเก็บออกมาใช้งานได้ทันที ขายในราคา 20 บาท/ถุง

2.จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง นำหัวเชื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น เพาะพันธ์ุด้วยไข่ คุณสมบัติ เป็นการขยายรากพืช รากเยอะ ผลผลิตดูดอาหารได้เยอะ ส่งผลผลิตได้มาก ข้อดีอีกทาง คือ ช่วยบำบัดน้ำเสีย ด้านปศุสัตว์

3.มะนาวดอง เก็บไว้กินนานๆ อยากกินต้มฟักมะนาวดอง ต้มผักกาดมะนาวดอง เป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มีราคาเพิ่มมากขึ้น จากการขายมะนาวลูก จะตก ที่ลูกละ 50 สต. 2 ลูก 1 บาท ปรับสูตรแล้วมาทำมะนาวดอง จะได้ผลผลิตลูกละ 5 บาท

ทั้งหมดนี้ คือ นวัตวิถี เมืองสิงห์บุรี การมีส่วนร่วมของชุมชนสู่ต้นแบบการเป็นแหล่งเรียนรู้การพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นวิถีชีวิต วิถึการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแบบที่เรามอบความวางใจให้ จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพัฒนศักยภาพชุมชนต้นแบบสู่มาตรฐานระดับสากล

ช่วงบ่ายของวันนี้ คุณทอดด์พาทีมงานมาเที่ยวชมวัดวิหารแดง ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เริ่มต้นด้วยการต้อนรับ รำกลองยาว ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปะพื้นบ้าน โดยมีคุณสุกัลยา สืบเพ็ง เป็นเล่าประวัติความเป็นมาของวัดร้างในอดีต” วัดวิหารแดง” “หลวงพ่อแดง” เดิมเป็นวัดร้าง ตั้งอยู่ที่ ตำบล บางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากอนุสาวรีย์วีระชนบางระจัน ประมาณ 6 กิโลเมตร จากหลักฐานบางอย่าง (เช่นอิฐก่อสร้างวิหาร) เชื่อได้ว่า วัดวิหารแดง เป็นวัดสมัยเดียวกันกับ “วัดโพธิ์เก้าต้น”ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย กราบสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยไปฟังเรื่องราวต่อไป

การเดินทางของ ทอดด์ ทองดี นวัตวิถี เมืองสิงห์บุรี

วัดวิหารแดง หมู่ 11 ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบาง
ระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16150

หยก สุริยา เจ้าแรกของสิงห์บุรี
ปิดท้ายทริปนี้ ด้วยการชมต้นไม้ที่สร้างชื่อให้กับหมู่บ้าน “หยก สุริยา”
และ “หยก ม่วงสุริยา”ของคุณลุงนพดล บุษบงค์ อายุ 59 ปี ในอดีตคุณครูผู้หลงไหล ต้นไม้ กล้วยไม้ จัดสวน ไม้ดอก ไม้ประดับ คุณลุงนพดลฝันอยากมีสวนสวย และร้านขายต้นไม้เป็นของตนเอง

ต้นหยก มีรูปแบบการเจริญเติบโตแตกต่างกันออกไป  โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ

-รูปเขากวาง (Forming a cluster) ประกอบด้วยกิ่งแขนงแตกเป็นกลุ่ม รอบโคนต้น คล้ายเขากวาง บนขอบหรือสันกิ่งมีใบและหนามขนาดเล็กเป็นระยะ ๆ เช่น หยกพันธุ์มงคล และพันธุ์มังกรแดงหยก

-แผ่เป็นรูปพัด (Fan shaped) เป็นต้นเดี่ยวที่แขนงติดกันเป็นแผงรูปพัด แนวสัน (ridges) เป็นริ้วอยู่ทั่วแผง มีใบและหนามอยู่บนสัน ต่อมาใบจะร่วงเหลือแต่บริเวณใกล้ เรือนยอด (crowing tip) ส่วนหนามจะคงอยู่ทั่วแผง เช่น หยกพันธุ์ทองนพเก้าและพันธุ์ทองคํานพคุณ

-แบบคลื่น (branched crested) เป็นต้นเดี่ยวที่แขนงติดกันเป็นแผงสวยงาม เป็นระนาบเดียวรูปพัด แต่จะพัฒนาแผ่ซ้อนเป็นร่อง  คลื่นคล้ายงูเลื้อย (forming a snaky ridge) เช่น หยกพันธุ์เบญจรงค์ และ พันธุ์ทับทิม

เนื้อหยกจะมี 2 ลักษณะ คือ หยกเนื้อทึบ ซึ่งเนื้อหยกจะมีคลอโรฟิลล์ข้างในสีเขียว และหยกเนื้อใส เนื้อข้างในจะใสไม่มีสีคลอโรฟิลล์ หยกเนื้อใสจะเจริญเติบโตช้ากว่าหยกเนื้อทึบ หยกทั้งสองชนิดมีชื่อเรียกสายพันธุ์ต่าง ๆ หรือในวงการค้าเพื่อไม่ให้เกิดการสับสบในเรื่องชื่อ จึงใช้ โทนสีบนแผงของหยก เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

โดยหลังเกษียณอายุราชการ คุณลุงนพดล มีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชีวิตใหม่กับแรงบันดาลใจ คือ ต้นหยกที่คุณลุงพยายามศึกษาข้อมูล จากการอ่านหนังสือ ค้นคว้า ทดลอง ลงมือทำหลายครั้ง จนเป็น เจ้าแรกของสิงห์บุรีที่ทำสำเร็จพร้อมขายส่งออกอย่างมหาศาล ทำรายได้เข้าสู่ครอบครัว จากความ
ตั้งใจครั้งนี้ คุณลุงนพดล ซื้อที่ดินกว่า 3 ไร่ พร้อมบ้านพัก ที่สำคัญ ได้เปิดเป็นร้านขาย ต้นไม้หลากหลายชนิด อย่างที่ใจต้องการ ในร้านที่ชื่อว่า “สวน ตะวันแสนภูมิ”  การจัดสวนด้วยตัวเอง สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ไม่ยุ่งยากแวะมาหาต้นไม้ราคาถูกกลับบ้านกันคะ

ขอบคุณ :  
โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
สำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดสิงห์บุรี  

ซีคอนโฮมความดีคืนสังคมไทย

บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด  โดยนายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ (ซ้าย) และนางสาวศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการบริษัท (ขวา) ดำเนินการโครงการ “ความดีคืนสู่สังคมไทย” มอบเงินจำนวน 50,000 บาท สมทบโครงการย่อย หนังสือ ต.เต่าออมสิน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการรักสัตว์ให้เป็น (Give Then A Hug) ของศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ สัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำฯ (กลาง) เป็นผู้รับมอบ

โดยเงินบริจาคดังกล่าวจะนำไปสมทบซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์และนำมาช่วยเหลือสัตว์ป่วยต่อไป รับมอบที่ศูนย์รับสร้างบ้านซีคอนโฮม สี่พระยา เมื่อวันก่อน

สทน. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดโครงการประกวดหนังสั้น

TINT SHORT FILM PROJECT
ภายใต้หัวข้อ “Nuclear for Better Life”

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดโครงการประกวดหนังสั้น TINT SHORT FILM PROJECT ภายใต้หัวข้อ “Nuclear for Better Life” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 310,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึง 23 พฤศจิกายน 2561 นี้

นายวราวุธ ขจรฤทธิ์ ผู้จัดการศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.

“สทน.” ชวนประกวดหนังสั้น “TINT SHORT FILM PROJECT” ในหัวข้อ “Nuclear for Better Life” ชิงเงินรางวัลกว่า 310,000 บาท สร้างความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีนิวเคลียร์

นายวราวุธ ขจรฤทธิ์ ผู้จัดการศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.
เผยว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดโครงการประกวดหนังสั้น TINT SHORT FILM PROJECT ภายใต้หัวข้อ “Nuclear for Better Life”

โดยมีเป้าหมาย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญ และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ถึงประโยชน์และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ รวมถึงการสร้างความเชื่อถือและความมั่นใจของประชาชนต่อพันธกิจของสถาบันฯ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศอย่างยั่งยืน

โดยโครงการประกวดหนังสั้นฯ ครั้งนี้ เกิดจาก เพราะปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้หันมาให้ความสนใจการศึกษาและพัฒนาการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับโลกมากขึ้น  ส่วนหนึ่งมาจากการที่พลังงานนิวเคลียร์ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม และการเกษตร

ด้วยเหตุนี้การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การสื่อสารข้อมูลข่าวสารทางบวกของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินกิจกรรมของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเทคโนโลยีนิวเคลียร์แก่ประชาชน

โครงการประกวดหนังสั้นฯ ดังกล่าว เปิดรับสมัคร 2 ประเภท ได้แก่

  1. รุ่นใหญ่ (ระดับอุดมศึกษาขึ้นไป) อายุ 19 ปี ขึ้นไป ซึ่งกำลังศึกษาในระดับชั้นอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไป สมัครได้ทั้งเดี่ยวและทีมๆ ละไม่เกิน 3 คน รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลสูงสุด 100,000 บาท

พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร มี 3 รางวัล

  1. รุ่นใหญ่ (ระดับอุดมศึกษาขึ้นไป) อายุ 19 ปี ขึ้นไป ซึ่งกำลังศึกษาในระดับชั้นอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไป สมัครได้ทั้งเดี่ยวและทีมๆ ละไม่เกิน 3 คน รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลสูงสุด 100,000 บาท

พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร มี 5 รางวัล โดยโครงการประกวดหนังสั้นฯ ได้ผ่านการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), คุณบัณฑิต ทองดี และม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล

หนังสั้นที่ได้รับรางวัล สทน. จะนำไปเผยแพร่สู่ประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญ สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ถึงประโยชน์และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนิวเคลียร์

ผู้ที่สนใจสามารถส่ง Plot หนังสั้นความยาว 3-5 นาที
อีเมลล์  tintshortfilm@gmail.com

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
www.tint.or.th หรือ www.facebook.com/thainuclearclub

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT Hot!! คนดัง บันเทิง เซเลบ แฟชั่น ความงาม