BACKYARD BBQ @ LOTS SATHON เมนูบาร์บีคิวสุดพิเศษ ในบรรยากาศ Parking Lots

เพิ่งไปสัมผัส ล๊อตซ์ สาทร คาเฟ่แห่งใหม่ย่านสาทร ที่นี่เปิดเป็นบาร์นั่งชิล เรียกว่าเป็นร้านน้องใหม่มาแรงในย่านนี้! ด้วยบรรยากาศสุดชิลที่มองเห็นบรรยบากาศย่าน สาทรอย่างชัดเจน และบ่งบอกทุกสิ่งทุกอย่างตามความหมายของชื่อร้าน ด้วยความตั้งใจที่ริเริ่มการตั้งร้านแห่งนี้

เริ่มจากความชื่นชอบด้านกาแฟ และด้วยทำเลที่เข้าถึงง่ายของย่านนี้ ทำให้เกิดค่าเฟ่แห่งนี้ขึ้น LOTS มาจาก “Parking Lots” หมายถึง ที่จอดรถ LOTS ล่าสุด LOTS SATHON เพิ่งจะเปิดพื้นที่โซนใหม่สุดชิล LOTS SATHON BACKYARD BBQ เปลี่ยนบรรยากาศคาเฟ่ในตอนกลางวัน เป็นพื้นที่นั่งสบายๆ ช่วงเย็น พื้นที่ให้เป็นโซน The Backyard ของร้าน ในธีม BACKYARD BBQ จัดเต็มกับชุดเมนูบาร์บีคิวสุดพิเศษ 2 เซ็ต

BACKYARD BBQ
ภัทรดิษ อักษรรัศมี (เกล้า) – ชาญเชี่ยว ศุภดิลกลักษณ์ (เชียร์)

อะไรจะฮิปไปกว่าการได้ไปนั่งจิบคราฟต์เบียร์กลาง Parking Lots
Lots Sathon Lots ที่มาจากคำว่า Parking Lots ด้วยประสบการณ์จากการทำร้านกาแฟมาหลายปี เราให้ความใส่ใจในรสชาติกาแฟ ไม่น้อยไปกว่า เรื่องการ ขนมอบ และอาหาร ที่เน้นแนว เรียบง่ายสบายๆ เข้าถึงทุกคน สไตล์โฮมเมด LOTS เป็นมากกว่าคาเฟ่และร้านอาหาร แต่เราจะเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ ของคนทำงาน และผู้อาศัยในละแวกสาทร คอมมูนิตี้ และสถานที่แฮงค์เอาท์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดมุมมองและความสังสรรค์ได้ในทุกๆวัน ผ่านกาแฟที่เป็นตัวกลาง! รวมไปถึงบรรยากาศภายในร้านก็ให้ความรู้สึกญี่ปุ่นสุดๆ ใครที่ชอบแนวอิซากายะ ต้องปลื้มที่นี่อย่างแน่นอน

ล๊อตซ์ สาทร สร้างขึ้นจากการรวมตัวกันของเพื่อน 3 คน
ภัทรดิษ อักษรรัศมี (เกล้า) – ปรีย์ดารา ลัมพสาระ (ปอ) – ชาญเชี่ยว ศุภดิลกลักษณ์ (เชียร์)

ล๊อตซ์ สาทร สร้างขึ้นจากการรวมตัวกันของเพื่อน 3 คน โดยเริ่มต้นจากลานจอดรถใจกลางเมือง กลายมาเป็นร้านกาแฟที่ตั้งใจให้เป็นที่พักผ่อน ร่มรื่น ด้วยต้นไม้ใหญ่ บนพื้นที่กว้าง 1 ไร่ กลางย่านสาทร ชื่อคาเฟ่ตั้งขึ้นจากโลเคชั่นที่อยู่ในที่จอดรถ parking lots ขนาดใหญ่ใจกลางสาธร และมีอีกความหมาย คือมาก โลโก้เลยเรียงคล้ายเครื่องหมายมากกว่า ( > ) ความเรียบง่ายและแตกต่างของร้านที่ตกแต่งในสไตล์ warm & cozy ตัวร้านสีขาวผสมผสานอย่างลงตัวกับกรอบหน้าต่างไม้แอชสร้างบรรยากาศ โปร่งสบาย ผ่อนคลาย รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ พื้นที่ด้านนอกให้ความรู้สึกสบายเป็นกันเองเหมือนนั่งพักผ่อนในสวนหลังบ้าน และชั้นดาดฟ้า บรรยากาศชิลๆ ถ่ายรูปสวยๆ สังสรรค์กับเพื่อน หายเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันแน่นอน เพราะได้นั่งชิวชมพระอาทิตย์ตกและแสงตกกระทบจากตึกยามเย็นของย่านสาทร เมนูอาหารทานเล่นก็รสชาติอร่อย แถมยังมีอาหารสไตล์โฮมเมด เป็นพื้นที่ช่วยตอบโจทย์คนทำงาน และผู้อาศัยในละแวกใจกลางย่านสาทร

เมนูแนะนำ สำหรับสายอาหารเช้า A LOT OF ราคา 240 บาท ที่รวมอาหารเช้าที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ และเมนูพาสต้าแบบ PICK YOUR STYLE ใส่ได้ทุกอย่างตามใขชอบ ในราคาเริ่มต้นที่ 150 บาท และขนมหวานที่เน้นผลไม้สด ให้ความสดชื่นและหอมอร่อยไปกับโฮมเมด Waffle อย่างเมนู LOTS SUMMER ในราคา 195 บาท

เมนูบาร์บีคิวสุดพิเศษ :
โซน The Backyard ในธีม BACKYARD BBQ เพลิดเพลินไปกับชุดเมนูบาร์บีคิวสุดพิเศษ มีทั้ง หมู เนื้อ และทะเล ทั้งกุ้ง และปลาหมึกสดทั้งตัว โดยเมนูพิเศษ ที่ LOTS นำเสนอมีรายการดังนี้

-SET A FIRE บาร์บีคิวชุดใหญ่ พร้อมผักย่างและซอส Espresso Barbecue ในแบบฉบับของ LOTS ราคา 799 บาท

  • BITE & BEER ชุดบาร์บีคิวและผักย่างในซอส Espresso Barbecue พร้อมเครื่องดื่ม ราคา 300 บาท (บอกเลยว่ามันอร่อยมาก ต้องลอง!)

แนะนำ : เมนูหลากหลายไม่ใช่มี่เฉพาะบาบีคิว สลัดผักสด เมนูเส้น พาสต้า สปาเกตตี รวมไปถึงสเต๊ก พอร์คชอป และเมนูของหวานปิดท้าย ชีสเค้ก และ
พานาคอตต้า

เมนูของหวานปิดท้าย
เมนูของหวานปิดท้าย

บรรยากาศดี สบายกระเป๋า บอกเลยว่าหลังเลิกงานมานั่งทาน นั่งชิลล์ outdoor พร้อม Live music สไตล์ LOTS SATHON บรรยากาศฟีลแบบเป็นกันเอง ไม่วุ่นวาย ไม่เสียงดัง ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกดื่มหลากหลายยี่ห้อ หลายชนิด แล้วแต่คนชอบ ราคาไม่แรง แถมบรรยากาศร้านก็ยังดีอีกด้วย ทุกคนสามารถเดินทางมาได้สะดวก พบกับ BACKYARD BBQ ได้ทุกวัน จันทร์ ถึง พฤหัส เวลา 16.00 น. ถึง 19.30 น. วันศุกร์ ถึง อาทิตย์ เวลา 16.00 น. ถึง 21.30 น.

LOTS SATHON : ล๊อตซ์ สาทร
เปิดทุกวัน จันทร์ ถึง พฤหัส ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 19.30 น. ส่วนวันศุกร์ ถึง วันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 21.30 น.
ซ.นราธิวาส 7 เขตสาทร (ลง BTS ช่องนนทรี ทางออก 2 แล้วเดินต่อ 5-7 นาที)
43/1 ซอยพระพินิจ ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพ 10120
Tel : 083 826 4456
Email : lots.sathon@gmail.com
FB / IG / LINE : lots.sathon
#LotsSathon #LotsBBQbackyard #BackyardBBQ #BBQnight
#Dinner #คาเฟ่สาทร #คาเฟ่ #Cafe #CafeBKK #CafeHopper #CafeHoppingBKK #CafeTeller #bkkcafelife #bkkcafeteller

Oasis Tropical Retreat spa phuket : โอเอซิส ทรอปิคอล รีทรีท สปา ลากูน่า ภูเก็ต

ครั้งแรกที่ Toptotravel มีโอกาสมาใช้บริการสปาที่ โอเอซิส ทรอปิคอล รีทรีท สปา ลากูน่า ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและยังได้เติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ พร้อมสัมผัสประสบการณ์สปาในย่านกมลา กับสุดยอดสปา มีบริการทรีทเมนท์นวดผ่อนคลาย ทรีทเมนท์เพื่อความงาม ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล บอกต่อกับ โลเคชั่นดีอย่างย่านภูเก็ตลากูน่า การเดินทางง่าย พร้อมบริการครบครัน เพลิดเพลินเจริญใจในบรรยากาศเงียบสงบ แต่มีสไตล์เทอราปิส
มืออาชีพ ดื่มด่ำความสุขผ่านนานาทรีตเมนต์ให้เลือกสรร อาทิ นวดตัว พอกผิว และ สครับขัดผิวกาย ทรีตเมนต์หลายหลายสไตล์ทั้งแบบเอเชียและตะวันตกคลายเครียด เพิ่มพลังให้รางกาย

บรรยากาศแบบเซนที่เงียบสงบและเงียบสงบซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับบริการสปา
โอเอซิส ทรอปิคอล รีทรีท สปา ลากูน่า ภูเก็ต
OASIS TROPICAL RETREAT SPA PHUKET
ส่องสปาหรูภายในลากูน่ารีสอร์ท ชายหาดบางเทา
บริเวณด้านใน ของ โอเอซิสทรอปิคอลรีทรีตสปา

โอเอซิสทรอปิคอลรีทรีตสปา
ครั้งแรกที่ Toptotravel มีโอกาสมาใช้บริการสปาที่จังหวัดภูเก็ต ขอมาส่องสปาหรูภายในลากูน่ารีสอร์ท ชายหาดบางเทา ภูเก็ตมี Tropical Retreat Spa by Oasis Spa โอเอซิสทรอปิคอลรีทรีตสปา ตั้งอยู่ในพื้นที่สวย สวนเขียวขจี ท่ามกลางหาดทรายสีขาวและทะเลสาบอันเงียบสงบ โดดเด่นด้วยบริการระดับมืออาชีพและทรีตเมนต์สุขภาพ สถานที่มีขนาดกว้างขวาง ภายในและภายนอก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักอันหรูหรา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย
จัดว่าเป็นสถานที่พักผ่อนและฟื้นฟูที่หรูหรา วิลลาทรีทเมนท์ขนาดกว้างขวาง 8 หลัง ที่มองเห็นทะเลสาบมีห้องอาบน้ำกลางแจ้ง ส่วนตัวที่สวยงามและห้องอบสมุนไพรไทย สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศแบบเซนที่เงียบสงบและเงียบสงบซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับบริการสปา ไม่ว่าจะเป็นนวดผ่อนคลาย การพันตัว ดูแลผิวหน้า การบำบัดที่มีความสมดุลระหว่างแบบร่วมสมัยและแบบดั้งเดิมทำให้เกิดประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยลองมาก่อน

ขอพามาชมห้องทำสปา : Oasis Tropical Retreat spa phuket

Coconut Nourishing Package
ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที/ ประทับใจความพิเศษของลูกประคบสมุนไพรไทยกับเนื้อมะพร้าว และ coconut treatment และน้ำมันมะพร้าที่มีกลิ่นหอมมาก

Coconut Nourishing Package

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวด้วยครีมมะพร้าวจากธรรมชาติที่ขจัดผิวแห้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกระตุ้นการเติบโตของผิวหนังใหม่ จากนั้นนวดประคบมะพร้าวเพื่อบรรเทาอาการปวดตึงและปวดหลัง สุดท้ายการนวดบำบัดด้วยน้ำมันมะพร้าวร้อนจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดช่วยเพิ่มการไหลเวียนและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวบอบบางและแห้ง ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมถึงบำรุงและปรับสภาพผิวให้เปล่งปลั่ง ไปจนถึงสครับขัดตัวด้วยเนยมะพร้าว ซึ่งทรีตเมนต์ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดูแลของนักบำบัดผู้เชี่ยวชาญและชำนาญงาน ในขณะที่กลิ่นมะพร้าวสดช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลได้ดีมาก หลับสบายระหว่างการทำสปา ประสบการณ์เหนือความคาดหวัง

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวด้วยครีมมะพร้าวจากธรรมชาติที่ขจัดผิวแห้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
อาบน้ำกลางแจ้งส่วนตัวที่สวยงามและห้องอบสมุนไพรไทย

ขอพามาชมห้องทำสปา :
Oasis Tropical Retreat spa phuket

วันหยุดนี้ เที่ยวให้สนุก toptotravel อยากให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยกับโครงการ #เราเที่ยวด้วยกัน เอนกายและปล่อยใจให้สบายได้ที่ Oasis Spa สาขาใกล้บ้านทั่วกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา แล้วพบกันนะคะ

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวด้วยครีมมะพร้าวจากธรรมชาติที่ขจัดผิวแห้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
Myra : Spa Supervisor
โอเอซิสทรอปิคอลรีทรีตสปา

โอเอซิสทรอปิคอลรีทรีตสปา
29 Moo 4 Srisoonthorn Road, Choeng Thale, Thalang, Phuket 83110
Open Daily: 12:00 – 20:00
RSVN: +6676337777
https://www.oasisspa.net/

#oasisspalovesyou #oasisspathailand #oasisspa #healthspa #dayspa #Luxuryspa #thaispa #bestthaispa #chiangmaispadeal #bangkokspadeal #pattayaspadeal #phuketspadeal #17anniversary #17yearsOasisSpa #spachiangmai #spabangkok #spapattaya #spaphuket #spapromotion #spadeal #oasisspabangkok #oasisspachiangmai #oasisspapattaya #oasisspaphuket #thaimassage #bestspa #oasisphuket

โอเอซีส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา OASIS TURQUIOSE COVE SPA

เที่ยวทะเลครั้งนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้บริการสปาที่ภูเก็ต การท่องเที่ยวถือเป็นการเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ เหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาทั้งสัปดาห์
มาให้รางวัลตัวเอง พร้อมสัมผัสประสบการณ์สปา โอเอซีส มีบริการทรีทเมนท์นวดผ่อนคลาย ทรีทเมนท์เพื่อความงาม ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล เรามาบอกต่อกับ โลเคชั่นดีอย่างภูเก็ต เดินทางง่าย พร้อมบริการครบครัน เพลิดเพลินเจริญใจในบรรยากาศเงียบสงบแต่มีสไตล์ เทอราปิสมืออาชีพ มีโปรแกรมให้เลือกที่หลายหลายสไตล์ อาทิ นวดไทย นวดน้ำมัน นวดคลายเครียด สาขานี้อยู่ที่กมลา จ.ภูเก็ต

โอเอซีส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา มีห้องแบบวิลล่าทรีทเมนท์ส่วนตัว 10 หลัง ตกแต่งสวยงามสไตล์โมร็อคโค พร้อมอ่างอาบน้ำหินขัด การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจะออกสไตล์มอร็อคโค ทุกอย่างดูสวยอย่างลงตัว นอกจาก
สปาช่วยผ่อนคลาย ได้เพลิดเพลินกับฝักบัวอาบน้ำกลางแจ้ง ถ้ำอบสมุนไพรไทย และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง และยังมีบริการรับส่งไปกลับฟรีในพื้นที่ป่าตองสุรินทร์ และ กมลา

สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
เทอราปิสมืออาชีพ มีโปรแกรมให้เลือกที่หลายหลายสไตล์
Oasis Turquoise Cove Spa, Phuket ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดกมลา

โอเอซิส สปา ภูเก็ต (เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา)
Oasis Turquoise Cove Spa, Phuket ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดกมลาที่งดงาม โดดเด่นด้วยโทนสีฟ้าเทอร์ควอซ์ เรียบหรูด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบเมดิเตอร์เรเนียน และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง มาก่อนเวลานัดสามารถเพลิดเพลินก่อนทำสปา และวิลล่าหรูส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ช่วงนี้โปรดีต่อใจ ทุกสาขาเลยนะคะ ในกรุงเทพก็มีหลายสาขา

Oasis Turquoise Cove Spa, Phuket is all about rest, relaxation and space
โอเอซีส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา บริการทุกรูปแบบตั้งแต่ นวดน้ำมันอโรม่า ทรีทเมนท์บำรุงผิว/ใบหน้า นวดประคบสมุนไพร ขัดตัว แพคเกจสปา นวดแผนไทย ส่วน signature ของที่ โอเอซิส สปา คือ King of Oasis และ Queen of Oasis โดยเทอราปิสที่เชี่ยวชาญ รับรองว่าหลังจากใช้บริการ หลังได้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายได้ทั้งร่างกายและจิตใจ

signature ของที่ โอเอซิส สปา คือ King of Oasis และ Queen of Oasis

King of Oasis
“King of Oasis” เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ พักผ่อนสบายๆสองชั่วโมงกับการนวดไทยอโรม่า ประคบร้อนเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ถือเปนการนวดสองชั่วโมงที่ ช่วยขจัดความเครียด เป็นการนวดที่มีการผสมผสานเทคนิคการนวดแผนไทยเข้ากับการนวดอโรมาเทอราพี เริ่มต้นด้วยการประคบสมุนไพรไทยตามแนวกล้ามเนื้อ จากนั้นการนวดน้ำมันร้อนจะยืดกล้ามเนื้อเพื่อเปิดเส้นทางพลังงานของร่างกายเพิ่มการไหลเวียนเพิ่มระดับพลังงาน ผ่อนคลายและสบายตัวหลังจากทำการนวดเรียบร้อยแล้ว ได้กลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพร บทเพลงที่ชวนฝัน พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่น

ปิดท้ายความผ่อนคลาย เติมพลังงาน ที่เรียกพลังชีวิตอย่างสุดๆ จิบชาอุ่นๆ
ก่อนกลับที่พักอย่างมีความสุข แล้วพบกันนะคะ

โอเอซิส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา
71/10 หมู่ 5 ซอยภูเก็ตแฟนตาซี ต.กมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต 83150

Turquoise Cove Spa, Kamala โอเอซีส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา
71/10 Moo 5 (Soi Fantasea),
Kamala Beach, Kathu, Phuket
Open Daily: 10:00 – 22:00
RSVN: +6676337777

Oasis Turquoise Cove Spa, Phuket is all about rest, relaxation and space
#oasisspalovesyou #oasisspathailand #oasisspa #healthspa #dayspa #Luxuryspa #thaispa #bestthaispa #chiangmaispadeal #bangkokspadeal #pattayaspadeal #phuketspadeal #17anniversary #17yearsOasisSpa #spachiangmai #spabangkok #spapattaya #spaphuket #spapromotion #spadeal #oasisspabangkok #oasisspachiangmai #oasisspapattaya #oasisspaphuket #thaimassage #bestspa #oasisphuket

ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร เตรียมเปิด ทริปวันพ่อ กรุงเทพฯ –เกาะเกร็ด

ทริปท่องเที่ยว 1 วันไป-กลับ โดยเรือด่วนมาตรฐาน SHA เที่ยวพระใหญ่ ช้อปปิ้งเกาะเกร็ด

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางสาวจุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ , นายพันธุ์รวี บุนนาค รอง ผู้อำนวยการ สำนักงานฯ และ นางชฎารัตน์ ดวงมณี พนักงานการตลาด3 นำสื่อมวลชวนร่วมทำข่าวเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม”เรือด่วนชวนเที่ยวเกาะเกร็ด” จัดโดย บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จํากัด เส้นทาง กรุงเทพฯ – เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี

ในการนี้ ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร พาสื่อมวลชน online จำนวน 11 ราย ร่วมกิจกรรมทริปไหว้พระ ล่องเรือ เที่ยววัดใหญ่ กรุงเทพฯ – เกาะเกร็ด เสนอขายนักท่องเที่ยวจาก กรุงเทพมหานคร เที่ยวชม – ไหว้พระใหญ่ เส้นทาง วัดกัลยาฯ —วัดแดงธรรมชาติ-วัดบางจาก-วัดปรมัยฯ เกาะเกร็ด-วัดไผ่ล้อม-วัดกลางเกร็ด ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 130 คน ร่วมเดินทางร่วมทริป ดังกล่าว

กิจกรรมพาพ่อขอพรพระใหญ่ กรุงเทพมหานคร – นนทบุรี จัดกิจกรรม
วันที่ 5 ธันวาคม 2563 ราคา 250 บาท/คน (ค่าเรือ – ค่ามัคคุเทศก์)

ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร จึงร่วมกับ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จํากัด
จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อยอดการเสนอขาย trip ล่องเรือสุดพิเศษ
ในโครงการท่องเที่ยววิถีนนท์ และ โครงการเจ้าพระยาสายธาราแห่งวัฒนธรรม นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานครกล่าวถึงที่มาของกิจกรรมครั้งนี้ว่า “ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร ดูแลทั้งหมดคือกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ภารกิจอยู่ในเรื่องของส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์

โดยรอบนี้ เดินทางโดยเรือปรับอากาศ2 ชั้น
เรือล่องเจ้าพระยากับความสะดวกสบาย เพราะ
เป็นเรือโดยสารท่องเที่ยวที่ออกแบบลักษณะเป็นเรือสองท้อง จุผู้โดยสารได้ 202 คน ภายในเรือออกแบบให้มีความโปร่งโล่ง เบาะที่นั่งมีกว้างขวาง ส่วนบริเวณชั้น 2 ของเรือสามารถขึ้นไปชมวิวได้แบบ 360 องศา นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวเช่น Wifi ฟรี, ห้องน้ำในเรือ, ไกด์นำเที่ยว ออกจากท่าสาทร 8.30 น.ไปไหว้พระและท่องเที่ยวดังนี้

วัดกัลยาณมิตร /วัดแดงธรรมชาติ /วัดบางจาก/เกาะเกร็ด
ออกจากเกาะเกร็ด 16.00 น.

จุดที่ 1 ทริปนี้ออกจากท่าน้ำสาธร 8.30 น.เดินทางไปยังจุดแรก ณ.วัดกัลยาณมิตร ไหว้หลวงพ่อโตซำปอกง

จุดที่ 2 วัดแดงธรรมชาติ เพื่อสักการะ กราบพระพุทธรูปนาคปรกองค์ใหญ่

จุดที่ 3 เดินทางต่อ วัดบางจาก ไหว้หลวงพ่อดำ

จุดที่ 4 จากนั้นเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรีที่เกาะเกร็ด ลัดเลาะเกาะเกร็ด แวะหาอาหารกลางวันทานตามอัธยาศัย และชิมอาหารขึ้นชื่ออย่าง ทอดมันหน่อกะลา ไหว้พระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี วัดปรมัยฯ เกาะเกร็ด

จุดที่ 5 วัดกลางเกร็ด

ปิดท้ายทริปด้วยไหว้พระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในเมืองนนท์ วัดกลางเกร็ด (ออกจากเกาะเกร็ด 16.00 น.)

ซึ่งกิจกรรมโดยทั่วไปในปี 2564 วางแผนงานเน้นเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำเป็นหลัก เนื่องจากตอบโจทย์ในเรื่องของสุขอนามัยและสถานการณ์โควิด การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำจะเป็นบรรยากาศของการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง และในทุกขั้นตอนของการดำเนินการ เราจะเน้นมาตรฐานของสาธารณสุข

โดยกิจกรรมขึ้นในวันนี้ ทริปพาสื่อมวลชนท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ และ นนทบุรี ปากเกร็ด แวะวัดที่สำคัญๆ เน้นเรื่องการสักการะพระใหญ่ 5 วัด ซึ่งการเดินทางในทริปนี้ เรือที่ใช้ได้รับความร่วมมือ กับเรือด่วนเจ้าพระยา ซึ่งเรือผ่านมาตรฐาน SHA ตราสัญญลักษณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ทีให้ความสำคัญด้านนี้เพราะถือเป็นการให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคต ทริปวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ เป็นกิจกรรมที่ ททท. สำนักงานกรุงเทพฯ
จะพานักท่องเที่ยวมุ่งเน้นเรื่องของทริปกิจกรรมวันพ่อ เชิญชวนมาเที่ยวตามเส้นทางนี้ด้วยกัน หลังจากเดินทางกันมาตลอดทั้งวัน

ผอ.ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า จากวันที่ 5 ธันวาคม 2563 จะการจัดในวันที่ 13 ธันวาคม 2563 ทริปนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการผูกโยงการท่องเที่ยว ในเรื่องของเส้นทางไหว้พระและวิถีวัฒนธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โปรแกรมที่ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ เสนอขายในครั้งนี้น่าจะเป็นโปรแกรมที่ทุกท่านให้ความสนใจและจะเป็นโปรเจคนำร่องที่สามารถจะขยายฐานนักท่องเที่ยวที่เกาะเกร็ด

ร้านสายน่ำคาเฟ่ เกาะเกร็ด

สำหรับวันที่ 5 ธันวาคม ราคาขายราคา 250 บาท รวมค่าเรือและมัคคุเทศก์ วัตถุประสงค์ ต้องการให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยที่ เกาะเกร็ด ซึ่งส่วนหนึ่งแล้วเกาะเกร็ดเอง มีสินค้าที่เสนอขายค่อนข้างมาก ถ้าสนใจติดตามได้ทาง เพจของททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร หรือ ติดต่อทางออนไลน์ ของ เรือด่วนเจ้าพระยาได้เช่นกัน

“ในส่วนของสำนักงานกรุงเทพ เราคาดหวังว่าเราน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภายในประเทศ จริงๆ แล้วตอนนี้อย่างที่ทุกท่านทราบว่าเราจะไปหวังนักท่องเที่ยวต่างชาติ คงเป็นไปได้ยาก เราเองในฐานะหน่วยงานย่อยๆ ของททท.เองก็อยากจะมีส่วนผลักดันสร้างกระแสให้เกิดการท่องเที่ยวมิติใหม่ในอีกหนึ่งมิติ” -ผอ.ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร กล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อยอดการเสนอขายทริปล่องเรือสุดพิเศษ
ในโครงการท่องเที่ยววิถีนนท์ และ โครงการเจ้าพระยาสายธาราแห่งวัฒนธรรม จัดทริปในช่วงวันหยุดยาวเดือนธันวาคม 2563 อีก 2 ทริป ดังนี้

1.กิจกรรมพาพ่อขอพรพระใหญ่ กรุงเทพมหานคร – นนทบุรี จัดกิจกรรมวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ราคา 250 บาท/คน (ค่าเรือ – ค่ามัคคุเทศก์)

2.วันหยุดยาว วันที่ 13 ธันวาคม 2563 กับกิจกรรมเที่ยว 5 เมือง ไหว้พระ 5 วัด เส้นทางกรุงเทพมหานคร- นนทบุรี – ปทุมธานี – พระนครศรีอยุธยา ราคา 599 บาท/คน(ค่าเรือ – ค่ามัคคุเทศก์)

สำรองที่นั่งได้ที่ โทร 086-331-4215
LINE: @cpxboattour

กุ้งเผามันเยิ้ม 2 ตัว159 บาท โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

โปรโมชั่น ! กุ้งแม่น้ำเผา 2 ตัว เพียง 159 บาทเท่านั้น

THE BERKELEY STREET BAR เปิดต้อนรับคุณแล้ว“สตรีท บาร์” เปิดใหม่สไตส์ชิคๆ ให้คุณมานั่งชิลล์ๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆฟังเพลงสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักในย่านแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองประตูน้ำ ให้คุณชวนแก๊งค์เพื่อนๆ มากิน ดื่ม เที่ยว ปาร์ตี้ และถ่ายรูปเช็คอินกัน

ร้านตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรมฯ ในสไตล์ Open-air บริการทั้งอาหารไทยและเทศหลากหลายเมนูพร้อมซีฟู้ดปิ้งย่างร้อนๆ และบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาย่อมเยาว์เปิดบริการทุกวันตั้งแต่
เวลา 17.00– 22.00 น.

โปรโมชั่น ! กุ้งเผามันเยิ้ม 2 ตัว เพียง 159 บาท
เครื่องดื่มเริ่มต้นเพียงแก้วละ 49 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า
โทร. 02 309 9999 ต่อ 3134

สุขสยาม เปิดรับสมัครประกวดนางนพมาศ 2 วัย ประชันความสามารถ ตามวิถีไทย


ในเทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ ไอคอนสยาม สมัครด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคมศกนี้

“เมืองสุขสยาม” ชั้น G ไอคอนสยาม เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและอนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งสายน้ำเจ้าพระยาในเทศกาล “ลอยกระทง” ชูมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม พร้อมไฮไลท์ “การประกวดนางนพมาศ 2 วัย” ซึ่งคู่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 7,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับสายสะพาย และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท

สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดต้องเป็นเพศหญิงคู่แม่ลูก หรือ คู่ยาย-ย่า+หลาน (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี / ผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยส่งหลักฐานการสมัคร ด้วยการกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมภาพถ่ายคู่ เป็นภาพสีจำนวน 1 ภาพ และคลิปวีดิโอแนะนำตัว(คู่) ความยาวไม่เกิน 1 นาที ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 โดยจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 เพื่อขึ้นเวทีประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ณ ลานเมือง 1 เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม

เกณฑ์การตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากการแต่งกาย ความสวยงาม บุคลิกภาพ กิริยามารยาท และความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศผู้ผ่านเข้ารอบจะต้องเตรียมการแสดงความสามารถพิเศษเพื่อสืบสานประเพณี อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยบนเวที โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจาก ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมเพรียงของคู่ประกวด และปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวดนางนพมาศ 2 วัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม

กรอกข้อมูลสมัครได้ที่ https://bit.ly/2HlB4CI หรือ QR Code ที่ปรากฏบนแพลทฟอร์ม Facebook Fanpage :: sooksiam หรือ สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ คุณณัฏฐ์ธิดา โกสุมขจรเกียรติ์ 062-790-5467 (เวลาราชการ) ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคม 2563

“ตามรอยพ่อฯ” ปี 8 ร่วมสืบสานการทำนาขาวัง

ภูมิปัญญาแห่งลุ่มน้ำบางปะกง แหล่งผลิตอาหารสำคัญของประเทศ จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี จ.ฉะเชิงเทรา สร้างพื้นที่ต้นแบบโคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ระดมอาสาสมัครเกือบ 400 คน สร้างพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ ณ ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาของชาวลุ่มน้ำบางปะกงในการจัดการพื้นที่กสิกรรมในระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ที่ประยุกต์เข้ากับการทำโคก หนอง นา ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำบางปะกง แหล่งผลิตอาหารสำคัญของประเทศ และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) อย่างเข้มข้น

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้ ภายใต้แนวคิด “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อตอกย้ำว่าศาสตร์พระราชาคือทางรอดจากทุกวิกฤต

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการเลือก จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งตั้งอยู่บนลุ่มน้ำบางปะกงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมว่า “จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ 5,351 ตร.กม. หรือประมาณ 3.3 ล้านไร่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ บริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศ โดยพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำมีความอุดมสมบูรณ์สูง เหมาะกับการทำเกษตร ด้วยแม่น้ำบางปะกงได้พัดพาดินตะกอนมาทับถมเป็นเวลานาน ก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทยที่ อ.บางปะกง โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม คือ การทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้ยืนต้น และมีการทำนาขาวังที่เป็นเอกลักษณ์ อยู่ที่ ต.เขาดิน อ.บางปะกง

สำหรับการทำ ‘นาขาวัง’ เป็นรูปแบบการทำนาในระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของชาวบ้านที่เรียนรู้กลไกธรรมชาติของน้ำขึ้น น้ำลง โดยทำนาข้าวในฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งก็จะปล่อยน้ำเค็มให้ไหลเข้ามาในนาเพื่อเลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา คำว่า ‘ขาวัง’ คือ ร่องน้ำรอบแปลงนา เป็นภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของชาวนา ซึ่งปัจจุบันเหลือพื้นที่ทำนาขาวังเพียงแค่ที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เท่านั้น กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งนี้เป็นการสร้างต้นแบบนาขาวัง ที่ประยุกต์เข้ากับการทำโคก หนอง นา ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศให้เอื้อต่อการสร้างความมั่งคั่งทางอาหารอย่างยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ตลอดจนอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาบรรพชนไม่ให้สูญหาย”

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี จ.ฉะเชิงเทรา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 ก.ย.2563 วันแรกเป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานรณรงค์ ของกลุ่มนักปั่นสะพานบุญ 70 คน ซึ่งมีดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายไตรภพ โคตรวงษา และนายวรเกียรติ สุจิวโรดม คนมีใจเจ้าของแปลงชาวนามหานครร่วมปั่นด้วย โดยเริ่มต้นทางจากแปลงชาวนามหานคร ต.คลองสิบสี่ อ.หนองจอก กรุงเทพมหานคร จนถึงพื้นที่ของนายชัชวาล เกษมสุข ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี เพื่อสร้างต้นแบบโคก หนอง
นาขาวัง ในวันถัดมา รวมระยะทาง 102 กม.

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของกิจกรรมเอามื้อสามัคคีว่า “กิจกรรมเอามื้อสามัคคีในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 400 คน จากสมาชิกเครือข่ายมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้สมัครร่วมกิจกรรมทางเฟซบุ๊กโครงการตามรอยพ่อฯ และพนักงานของเชฟรอน เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ บนพื้นที่ของนายชัชวาล เกษมสุข ที่ ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กิจกรรมที่ทำ ได้แก่ ขุดคลองไส้ไก่ ปลูกแฝก ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพาะผัก ห่มดินแห้งชามน้ำชาม ปล่อยพันธุ์ปลา เป็นต้น โดยมีวิทยากรจากมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึง ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (อ.ยักษ์) สาธิตและให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งคาดหวังว่ากิจกรรมการสร้างพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติแห่งแรกใน อ.บ้านโพธิ์นี้ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและองค์ความรู้ศาสตร์พระราชามาปรับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป”

ด้าน นายไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงการทำ โคก หนอง นาขาวัง แบบ กสิกรรมธรรมชาติว่า “การทำ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ จะแตกต่างจากการทำนาขาวังแบบดั้งเดิมเล็กน้อย โดยจะทำคันดินกั้นระหว่างแปลงนากับคูน้ำ เพื่อประโยชน์ในการกักเก็บน้ำและควบคุมระดับน้ำในแปลงนา และยังสามารถปลูกพืชผักไว้เป็นอาหารบนคันนา การทำนาขาวังในแบบกสิกรรมธรรมชาติจึงปั้นคันนาส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาจากการทำนาขาวังตามปกติ นอกจากนี้ยังต้องเป็นการทำเกษตรอินทรีย์อีกด้วย

สำหรับการออกแบบปรับพื้นที่จากที่นาเดิมให้เป็นต้นแบบ ‘โคก หนอง นาขาวัง’ ที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา นั้นได้รับความกรุณาจากพระอาจารย์สายชล ขันติธัมโม (พระอาท) เจ้าอาวาสวัดหนองสองห้อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้ออกแบบและปรับพื้นที่ประมาณ 18 ไร่ให้ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ทำนาขาวังอินทรีย์ 5 ไร่ ประกอบด้วยการทำขาวังรอบแปลงนา ขุดหนองน้ำ คลองไส้ไก่ ปรับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ให้เป็นโคก ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และพื้นที่ทำสวนผสมผสาน”

ด้าน นายชัชวาล เกษมสุข (แอ้ม) เจ้าของพื้นที่ “โคก หนอง นาขาวัง” ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความเป็นมาและแรงบันดาลใจในการทำแปลงต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติว่า “ครอบครัวมีอาชีพทำขนมเปี๊ยะขายอยู่ในเมืองฉะเชิงเทรา แม้จะขายดีแต่ต้องอดหลับอดนอน จึงเห็นว่าเงินไม่ใช่คำตอบ จึงผันตัวมาทำการเกษตรโดยศึกษาเองจากอินเตอร์เน็ตอยู่ 2 ปี ก่อนจะมีโอกาสได้ไปอบรมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน (ศพช.) ชลบุรี กรมการพัฒนาชุมชน ปัญหาของพื้นที่คือ เป็นดินเลน ดินเปรี้ยว ต้องปรับสภาพดินด้วยการห่มดินบำรุงดิน ขุดหลุมกว้างผสมดินเพื่อปลูกต้นไม้ โซนหลังเป็นนา ขุดหนองน้ำ 3 หนอง ซึ่งผมตั้งใจสร้างให้เป็นพื้นที่ตัวอย่างเพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้าง ให้เห็นว่าเราสามารถสร้างความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ให้เกิดขึ้นได้ และเมื่อที่ของเรามีน้ำอุดมสมบูรณ์ก็สามารถปลูกข้าวได้หลายรอบ สำหรับความฝันในตอนนี้คืออยากปลูกข้าวให้แม่กิน มีข้าว มีผัก มีไข่ มีปลากิน พึ่งตัวเองได้และแบ่งปันเพื่อนบ้าน ตั้งใจว่าจะทำให้พื้นที่นี้สามารถเลี้ยงตัวได้พออยู่พอกินได้ภายใน 5 ปี”

ทั้งนี้ โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
ปีที่ 8 มีช่องทางสื่อสารในรายการเจาะใจ ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD ในเดือนธันวาคม 2563

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking
หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

“ทีเส็บ” เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติผ่านแผนแม่บท 3 ปี

“ทีเส็บ”เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติผ่านแผนแม่บท 3 ปี”ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์”พร้อมดึงงานเข้าสู่พื้นที่อีอีซีไม่ต่ำกว่า15งานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติรองรับการจัด Thailand International Air Show เต็มรูปแบบในปี 2568

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)หรือทีเส็บนำคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ แผนแม่บทส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้แคมเปญฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์กระตุ้นผู้ประกอบการให้กลับมาจัดงานอีกครั้งด้วยการสนับสนุนด้านต่างๆจากทีเส็บทั้งในด้านของการสนับสนุนทางการเงินและสิทธิประโยชน์อำนวยความสะดวกในการจัดงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอีกครั้งหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19

กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ทีเส็บมาพร้อมกับวิทยากรรับเชิญที่มาร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและความคืบหน้าของแผนแม่บทดังกล่าว ได้แก่ ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี, คุณรัตนชัย สุทธิเดชานัย ที่ปรึกษาเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมและคุณธเนศ จันทร์เจริญ คณะทำงาน บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัดหรือยูทีเอ/หัวหน้าคณะทำงานด้านวางแผนกลยุทธ์ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โดยมีคณะสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 30 สำนัก

นายจิรุตถ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายของทีเส็บในการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านแคมเปญส่งเสริมการจัดงานไมซ์เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายลงและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์ให้กลับมาเดินหน้าต่อไปได้ผ่านการกระตุ้นด้วยแผนแม่บทไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนด้านงานแสดงสินค้านานาชาติเป็นหลักผ่านการประสานประโยชน์กับพันธมิตรหลักอย่างอีอีซีและเมืองพัทยาในการสนับสนุนด้านต่างๆเช่น การสนับสนุนด้านการเงินในการจัดงานแบบปกติใหม่ (new normal) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการสำรวจพื้นที่ค่าประชาสัมพันธ์งาน รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับการอำนวยความสะดวกเมื่อเจ้าของงานเลือกสร้างงานใหม่หรือขยายงานเดิมมาลงยังพื้นที่อีอีซีและพัทยา

แผนแม่บทนี้จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้การจัดงานงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การจัดการภัยธรรมชาติและการรับมือโรคระบาด รองรับผู้ประกอบการด้วยสิทธิประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การจัดงานประสบความสำเร็จ

สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศ (Space Industry) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานยุคดิจิทัลที่สำคัญอย่างยิ่ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 5.6 หมื่นล้านบาท อัตราการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่นถึง 10% (ข้อมูลปี พ.ศ. 2562) GISTDA ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอวกาศ จึงเร่งสนับสนุนพัฒนาและประยุกต์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับสังคม กิจการด้านอุตสาหกรรมอวกาศที่คนทั่วไปรู้จัก เช่น การสำรวจอวกาศ การขนส่งทางอวกาศ ระบบการหาตำแหน่งทั่วโลก (GPS) และ ดาวเทียมและระบบควบคุมเพื่อการต่าง ๆ (เช่น ดาวเทียมสื่อสาร สำรวจพื้นที่และทรัพยากร พยากรณ์อากาศ และทางทหาร)

อย่างไรก็ตาม ทีเส็บเล็งเห็นพันธกิจของ GISTDA ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทไทยแลนด์ ล็อกอิน อีเวนท์คือการยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ระดับโลกจึงเป็นที่มาของการจับมือกันระหว่าง TCEB และ GISTDA ในฐานะพันธมิตรภายใต้แผนแม่บทนี้และในฐานะเจ้าภาพร่วมการนำหนึ่งในงานแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือ Thailand International Air Show ลงพื้นที่ EEC ในอีก 3 ปีข้างหน้านอกจากเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานผ่านการจัดงานไมซ์แล้วอุตสาหกรรมอากาศยานยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศโดยตรงทำให้ส่งเสริมการพัฒนาและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมอวกาศในคราวเดียวกัน

จากนั้นเดินทางสู่ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา และเข้าร่วมงานดินเนอร์ทอล์คริมชายหาด เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทีเส็บ โรงแรมดุสิตธานี และ  องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว และการนำเสนอสินค้าชุมชนเข้ากับกิจกรรมของทีเส็บโดยเย็นวันนี้ มีตัวอย่างของดีชุมชนในพัทยามาจัดแสดง ให้ชม ชิม ช้อป และร่วมลองทำด้วยตัวเองอีกด้วย

โรงแรมดุสิตธานี พัทยา
การนำเสนอสินค้าชุมชนเข้ากับกิจกรรมของทีเส็บ
การนำเสนอสินค้าชุมชนเข้ากับกิจกรรมของทีเส็บ

อาทิ การสาธิตการทำพวงมโหตร ชมรมผู้สูงอายุตำบลบางเสร่ , เวิร์คช้อปหน้ากากงิ้ว จากชุมชนจีนโบราบ้านชากแง้ว , กุยช่ายไส้ผัก-ฮ่อยจ๊อปู เมนูอร่อย ชุมชนบ้านชากแง้ว , สลัดโรลดอกไม้ เมนูจากผักออร์แกนิค โดยชุมชนวังน้ำดำ อ.บ้านบึง , สาธิตทำผ้าบาติก จากชุมชนบ้านเก่า ตลาดบางเสร่ อ.สัตหีบ

นับเป็นการผสานความพร้อมของศักยภาพที่มีในพื้นที่ เพื่อเตรียมเดินหน้าทันทีหลังสถานการณ์ณ์แพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งถือเป็นมิติแห่งความร่วมมือ ที่สามารถดึงพลังของแต่ละหน่วยงานออกมาเพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไป โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญสนับสนุนและแผนแม่บท
ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ จากทีเส็บได้ที่ exhibitions@tceb.or.th

XSPACE Art Gallery

“XSPACE Art Gallery” พื้นที่จุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ เส้นทางสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ งานศิลปะไร้ขีดจำกัด ใจกลางกรุงเทพฯ

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้ปัจจุบันนี้มี ‘คอมมูนิตี้’ หรือ ‘โค เวิร์กกิ้ง สเปซ’ เกิดขึ้นมากมาย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคนส่วนใหญ่ต้องการทั้งสถานที่ทำงาน พื้นที่โชว์ศิลปะและงานดีไซน์ หรือแม้แต่คาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ ที่สามารถนั่งทำงานได้ ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลมีเดียได้ ก็ล้วนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด! “เวอร์ค่อน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะยุคใหม่ นำโดย สิริมาดา ศุภองค์ประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวอร์ค่อน (ประเทศไทย) จำกัด จับมือร่วมกับศิลปิน, ดีไซเนอร์ และ Art Curator ชื่อดังของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่าง ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์, สุภิตา เจริญวัฒนมงคล และภูวิชญ์ แห่งธานีราเมศ เปิดตัว “XSPACE Art Gallery” รวมทั้งเปิดตัวเว็บไซต์ www.xspace.gallery อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “XSPACE–THE XPERIENCE” จุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ ผ่านเส้นทางสู่ธุรกิจสร้างสรรค์งานศิลปะไร้ขีดจำกัด โดยมีเหล่าศิลปิน, art curator, art gallery ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะร่วมงานคับคั่ง อาทิ สันติ ลอรัชวี, สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย, วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์, เนียม มะวรคนอง เป็นต้น

สิริมาดา ศุภองค์ประภา กรรมการผู้จัดการ XSPACE Art Gallery

สิริมาดา ศุภองค์ประภา กรรมการผู้จัดการ เผยว่า XSPACE Art Gallery คือพื้นที่ที่เป็นจุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ที่งานสร้างสรรค์หลากสื่อต่างแขนงสามารถเดินทางมาบรรจบพบกัน บนพื้นที่แห่งนี้ซึ่งเป็นเสมือนประตูที่เปิดสู่เส้นทางใหม่ๆ ของพรมแดนแห่งการสร้างสรรค์ โดยเป็นทั้งพื้นที่แสดงงานศิลปะและงานดีไซน์ร่วมสมัย, พื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์, งานออกแบบผลิตภัณฑ์ และงานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่เปิดโอกาสให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ หลากหลายสไตล์แบบไร้ขีดจำกัด
“XSPACE Art Gallery เกิดจากการเสาะแสวงหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของงานศิลปะ งานออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ งานออกแบบตกแต่งภายใน และสถาปัตยกรรม เพื่อเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ของธุรกิจสร้างสรรค์ เพราะบางครั้ง สุนทรียะความงาม กับประโยชน์ใช้สอย ก็ไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากกัน หากแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน”

องค์ประกอบภายในของ XSPACE Art Gallery มีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานสร้างสรรค์หลากสื่อหลายแขนง ทั้งงานศิลปะ งานดีไซน์ และงานเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ โดยผลงานของศิลปินที่นำมาจัดแสดงภายใน XSPACE นี้ อาทิ ผลงานของ สันติ ลอรัชวี, ธิดารัตน์ จันทเชื้อ, เนียม มะวรคนอง, สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์, ภาวิษา มีศรีนนท์, เต็มใจ ชลศิริ, ศุภชัย เกศการุณกุล,ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, อดิวิศว์ อังศธรรมรัตน์ และวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ เป็นต้น รวมถึงยังมี Art x Design Store ซึ่งเป็นที่จัดจำหน่ายงานศิลปะ, งานดีไซน์, หนังสือ และสื่อสร้างสรรค์คุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการคัดสรรจาก Art Curator มืออาชีพให้ผู้ที่สนใจและรักงานศิลปะได้เลือกชมเลือกช้อปกันด้วย
ที่สำคัญ XSPACE ยังเป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ที่พร้อมสรรพด้วยงานเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับโครงการต่างๆ เช่น สำนักงาน, สถานศึกษา, สถานพยาบาล, คาเฟ่, ร้านอาหาร โรงแรมต่างๆ รวมถึงยังมีพื้นที่ XCafé ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศอาร์ตแกลลอรี่สุดชิลล์ ที่สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้กว่า 40 ที่นั่ง พร้อมลานจอดรถที่มีไว้คอยบริการ แล้วทางร้านยังเปิดรับจองสำหรับการจัดเลี้ยงหรือจัดกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย

นอกจากพื้นที่ของ XSPACE แล้ว ยังมีการเปิดตัว www.xspace.gallery เว็บไซต์แรกที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรธุรกิจศิลปะออนไลน์ ซึ่งเปรียบเสมือนคลังข้อมูลสำคัญของการสืบค้นผลงานของศิลปินไทยอิสระและแกลลอรี่พันธมิตร ครบเครื่องในเรื่องข้อมูลผลงานที่ชัดเจน การบริการ (Service) ที่ครบวงจร ไปจนถึงการปิดการขาย การนำส่งงานศิลปะถึงลูกค้า และการคัดเลือกผลงานที่เหมาะสมให้ลูกค้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงานของเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากเรื่องการขายงานแล้ว เว็บไซต์นี้ยังมีคอนเทนท์สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการช่วยผลักดันกลุ่มศิลปินและแกลลอรี่พันธมิตรในโลกสังคมออนไลน์ อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะที่น่าอ่าน เรื่องเกี่ยวกับงานดีไซน์ รวมทั้งมีหนังสือศิลปะไว้จำหน่ายด้วยเช่นกัน

พบกับความตื่นตาตื่นใจของ XSPACE Art Gallery พื้นที่ซึ่งเป็นจุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ ผ่านเส้นทางสู่ธุรกิจสร้างสรรค์งานศิลปะไร้ขีดจำกัด ได้แล้ววันนี้ที่อาคาร XSPACE Art Gallery ตั้งอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ถนนสุขุมวิท 71
#Xspace

คาราวาน จิตอาสา ฟ้าเปิดทาง พระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ ลงพื้นที่เยียวยา ผลกระทบอุทกภัย จ.เลย

โครงการ คาราวาน จิตอาสา ฟ้าเปิดทาง
วันที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00น. มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ ลงพื้นที่มอบสิ่งของเยียวยาที่ผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัย ชาวบ้านสงเปือย และ บ้านสูบ จ.เลย

องพจนกรโกศล ดร. ผู้ช่วยปลัดซ้ายอนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราห์, พระครูปริยัตินันทวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีภูทอก รองเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน, พระครูจริยสารธรรม เจ้าคณะตำบลท่าสวรรค์ เจ้าอาวาสวัดป่าจริยธรรม, พระครูบุญประภาการ เจ้าอาวาสวัดโพนงาม

โดยในการนี้ หม่อมหลวง ภัทรสุดา กิติยากร ได้ร่วมเดินทางไปร่วมเป็นประธานในการมอบสิ่งของและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในครั้งด้วย
ซึ่งในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้มีภาคส่วนราชการมาให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก โดยมีนายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวต้อนรับคณะ และร่วมมอบสิ่งของให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลาก ท่วมบ้านเรือนขาวบ้าน ณ พื้นที่โรงเรียนบ้านสงเปือย ซึ่งมีนายสุพล แก้ววงษา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสงเปือย ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย เดินทางมาร่วมในพิธี ซึ่งในการนี้ได้มอบเงินและสิ่งของ ข้าวสารอาหารแห้ง และจองใช้ที่จำเป็น ส่งมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย ณ บ้านสงเปือย อ.เชียงคาน จ.เลย จำนวน 60 หลังคาเรือน จากนั้นในเวลา 13.00 น. ทั้งคณะได้เดินทางไปที่ บ้านสูบ ต.น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย เพื่อมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่ และปูนซีเมนต์ ส่งมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านสูบ ต.น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย จำนวน 60 หลังคาเรือน โดยมี นาย กิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย เป็นผู้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกและร่วมมอบสิ่งของกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และเดือดร้อน จากเหตุการณ์ฝายกั้นน้ำแตกในพื้นที่ บ้านสูบ แห่งนี้

หม่อมหลวงภัทรสุดา กิติยากร

ในการนี้ หม่อมหลวงภัทรสุดา กิติยากร กล่าวให้กำลังใจประชาชนผู้ที่ได้รับประสบภัยในพื้นที่ว่า ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และมีน้ำใจที่ดีให้กันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลและแบ่งปัน น้ำหลากที่ไหลมามันได้ลดไปแล้ว แต่ขออย่าให้น้ำใจของพวกเราในสังคม ลดลงไปตามน้ำ หากเราช่วยกันฟื้นฟูดูแลซึ่งกันและกัน อีกไม่นานเราทุกครอบครัวจะกลับมาสู่ภาวะปกติเช่นเดิม ฟ้าหลังฝนย่อมมีฟ้าที่สดใสใหม่เสมอ ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจส่งต่อให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้โดยเร็ว สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมหรือสนับสนุนโครงการ คาราวาน จิตอาสา ฟ้าเปิดทาง

ติดต่อเข้ามาได้ที่
มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์
เบอร์โทรศัพท์ 094-3398484 ,085-1779169

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT บันเทิง แฟชั่น ความงาม