พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประทานรางวัล “ประชาบดี”

เชิดชูเกียรติต้นแบบแห่งการให้และแบ่งปัน  เพื่อผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก

วันนี้ (10 ธ.ค. 60) เวลา 15.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุเสด็จไปประทานรางวัล “ประชาบดี” แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากและผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น ประจำปี 2561 จำนวน 57 รางวัล

โดยมี พลเอก อนันตพร   กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมคณะผู้บริหาร เฝ้ารับเสด็จ ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สะพานขาว กรุงเทพฯ

พลเอก อนันตพร กล่าวว่า “พระประชาบดี” เทพผู้เป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ประชาชน ด้วยพลังแห่งการให้และแบ่งปัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้รอดพ้นจากสภาวะยากลำบาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้นำชื่อ “ประชาบดี” มาเป็นชื่อรางวัลแห่งเกียรติยศ อันเป็นที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของต้นแบบความดี ในการช่วยเหลือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก เพื่อให้ได้รับการยกย่องและเชิดชูคุณความดีเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ทั้งนี้ กระทรวง พม.

โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) จึงได้ดำเนินโครงการเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากและผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น ด้วยการมอบรางวัล “ประชาบดี” ตั้งแต่ ปี 2550 – 2560 โดยมีการมอบรางวัล “ประชาบดี” รวมทั้งสิ้น 730 รางวัล

พลเอก อนันตพร กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2561 นับเป็นปีที่ 12 ของการดำเนินโครงการฯ และด้วยพระเมตตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จประทานรางวัล “ประชาบดี” เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะ 11 ปี โดยมีการประทานรางวัล “ประชาบดี”
จำนวนทั้งสิ้น 57 รางวัล แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย

1) ประเภทบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 13 รางวัล เช่น นายโจนัส แอนเดอร์สัน นักร้องลูกทุ่ง เป็นต้น

2) ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 11 รางวัล เช่น มูลนิธิเอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เป็นต้น

3) ประเภทสื่อที่นำเสนอกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 18 รางวัล เช่น รายการรถปลดทุกข์ ไทยรัฐทีวี เป็นต้น

4) ประเภทบุคคลผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ทำคุณประโยชน์และดำรง
ชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดี  จำนวน 15 รางวัล เช่น นายเซ็ง แซ่ลี ผู้ยากจนและขาพิการ 1 ข้าง ด้วยการนำหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และมีจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น

“ตนขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติกับทุกท่านและทุกองค์กรที่ได้รับรางวัล “ประชาบดี” และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคมเป็นกลไกสำคัญในการหนุนเสริมภารกิจซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และพัฒนาสังคมร่วมกันอย่างยั่งยืน



ทั้งนี้ กระทรวง พม. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจเพื่อการพัฒนาสังคมและคนอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสหรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลและพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน” พลเอก  อนันตพร  กล่าวในตอนท้าย

Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12

คู่ชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปี 12  พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคม มอบรายได้ให้ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

ผ่านไปแล้ว  สำหรับการประกวด Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12 ซึ่งจัดโดย บริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมกับ  สำนักข่าว AC NEWS ซึ่งได้รับการสนับสนุนสถานที่จัดการประกวดจาก ศูนย์การค้า The Walk เกษตร-นวมินทร์ และ องค์การที่ได้ให้การสนับสนุนมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต บัตรยูเมะพลัส ธ.ออมสิน ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.อาคารสงเคราะห์ ธ.กสิกรไทย ธ.ทหารไทย หากไม่มีผู้ใหญ่ใจดีทั้งหมดนี้กิจกรรมก็คงจะดำเนินมาไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

บรรยากาศงานมีความคึกคักเต็มไปด้วยความสดใสของเด็กๆที่เข้ามาประกวด พร้อมด้วยผู้ปกครอง ทำให้ The Walk ดูแน่นไปถนัดตา โดยรางวัลสำหรับคู่ที่ชนะเลิศในปีนี้เป็นถ้วยเกียรติยศของหม่อมหลวงสราลี กิติยากร พร้อมสายสะพาย และ ทุนการศึกษา และ นอกจากนั้นผู้ที่ได้ตำแหน่งรอง และ ตำแหน่งอื่นๆอีก 18 รางวัล ก็ยังได้รับถ้วยรางวัลและของขวัญอีกมากมาย

ตำแหน่ง Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12
-รางวัลชนะเลิศ
ด.ญ.วรกมล ไหมเพชร(บอส)
ด.ช.ชิณณพัฒน์ พูนหิรัญภัทร์ (วินนี่)

-รองชนะเลิศ อันดับ1 /ออมสิน Vote /บุคลิกภาพดี ได้แก่ ด.ญ.รินรดา กันทา (ลันลาบาย)
-รองชนะเลิศอันดับ 1 ทูตน้อย / รางวัลบุคลิกภาพดี ได้แก่ ด.ช.ธนาธิป พันธุ์ศรี (หมิง)

-รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ2
ด.ญ.ชมพูนุช ศรุตาเดโชกุล(บีเฟิร์ส)
ด.ช.ภูมมิภัฎ ภวภัชชกุล (ปราร์ค)

ภาระกิจแรกของ “ทูตน้อย Santa Kids”  คือ  เป็นตัวแทนนำรายได้ไปมอบให้ “มูลนิธิบ้านนกขมิ้น” ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 และ นอกจากนั้นก็จะทำหน้าที่ช่วยเหลืองานการกุศลขององค์กรต่างๆตามวัตถุประสงค์ของโครงการคือการฝึกให้เด็กๆรู้จักช่วยเหลือสังคม อีกทั้งจะมีการไปขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ช่วยประชาสัมพันธ์งานอีกด้วย

เนื่องในปีนี้เป็นปีที่ 12 ของโครงการ Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ทางโครงการฯได้จัดทำเพลง “รวมพลัง Santa Kids” ขึ้นเป็นเพลงประจำโครงการซึ่งจะมีการถ่ายทำมิวสิควีดีโอ โดย กลุ่ม Santa Kids กว่าร้อยชีวิตในเร็วๆ นี้



หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรม

ตอน “แวะ พัก ทัก อาข่า” จังหวัดเชียงราย

การท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาสัมผัสความงดงามตามวิถีธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวัฒนธรรม และวิถีชีวิต

จากจุดเริ่มต้นการขับเคลื่อนงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ โดยอาศัยกลไกด้านการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ ยกระดับการท่องเที่ยวเป็นการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาสัมผัสความงดงามตามวิถีธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูงเผ่าต่างๆ

​​นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า หากกล่าวถึงชนเผ่า อาข่าน้อยคนนักที่จะรู้จัก “อาข่า” มีต้นกำเนิดบริเวณที่ราบสูงธิเบต ต่อมาอพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในบริเวณประเทศจีนทางตอนใต้ พม่า ลาว และอพยพลงมาถึงประเทศไทยเมื่อประมาณ 90 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งถิ่นฐานครั้งแรกที่บ้านพญาไพร อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และขยายพื้นที่ไปอาศัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และแพร่ ซึ่งปัจจุบันสามารถพบชาวอาข่า 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ จ่อกวย ลอยมี และผาหมี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ครอบครัวของอาข่าเป็นครอบครัวแบบขยาย สามีมีภรรยาได้หลายคน ระบบความเชื่อยังมี “ลัทธิบูชาผี” ซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ชนเผ่าอาข่ายังมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจอีกมากมายให้ท่านได้ลองมาสัมผัส “แวะ พัก ทัก อาข่า”จังหวัดเชียงราย ชมความหลากหลายวัฒนธรรม การเต้นรำ แต่งกายหลายรูปแบบ พักอิงแอบธรรมชาติ ต้องไม่พลาด

โปรโมชั่นพิเศษช่วงเดือนธันวาคม 2561 – กุมภาพันธ์ 2562 มีดังนี้

  1. ที่พักโฮมสเตย์ ลด 100 บาท จากปกติ 400 บาท เหลือเพียง 300 บาท/คน
  2. แพ็กเกจท่องเที่ยว One day trip เพียง 750 บาท/คน
  3. แพ็กเกจท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน ลด 300 บาท จากปกติ 1500 บาท เหลือเพียง 1,200 บาท/คน
  4. อื่นๆ การแสดงมินิไลท์แอนซาว (อาข่าคนภูเขา) ลด 5,000 บาท  จากปกติราคา 20,000 บาท เหลือเพียง 15,000 บาท

​​ขอเชิญชวนผู้มีใจรัก อัตลักษณ์วิถีชีวิตคนบนดอย ลองมาสัมผัสความงดงามของชนเผ่าอาข่า จังหวัดเชียงราย สิ่งที่ได้รับไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่ท่านจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการในชุมชน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจะนำมาพัฒนาชุมชน ต่อยอดกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนให้เกิดความยั่งยืน อีกส่วนหนึ่งจะนำมาจัดสวัสดิการให้แก่คนในชุมชน หรือผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เช่น เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ คนเร่ร่อน เป็นต้น

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง เชียงราย
โทร. 0 5360 2579

วันธรรมดา…น่าเที่ยว ชิลล์กับ กิจกรรม ปิ้งหอย คอยเธอ ริมทะเลชะอำ

Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing)
ตอน “ปิ้งหอย คอยเธอ”

Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing) ภายใต้ Concept “Eco friendly” พบกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Let’s go Outing “ปิ้งหอย คอยเธอ” เริ่มเปิดตลาดครั้งแรกในวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ณ บริเวณชายหาดชะอำ ด้านทิศเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

นักท่องเที่ยวคึกคัก! “ปิ้งหอยคอยเธอ” ริมหาดเมืองชะอำ หาดทรายนุ่มสีน้ำตาลอ่อราวเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก ได้พักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลใกล้ชิดเสียงคลื่น จะมีความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากโดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี ในวันธรรมดาให้คึกคักยิ่งขึ้นนักท่องเที่ยวสามารถจอดรถริมทะเลวิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ-ทะเลบ้านฉัน”เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนจะได้สัมผัส

ชวนมาเดิน…ชม..ช๊อป..ชิม.. อาหารทะเลสดๆ  ภายในตลาดคนเดิน  ริมทะเล การออกร้านค้าจำหน่ายสิ้นค้าโอท็อปของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี ชมการประกวดดนตรีเยาวชน AWARDS on the beach การประกวดประติมากรรมขยะบนผืนชายหาดโดยการใช้วัสดุเหลือใช้ มารีไซเคิลให้เป็นปลาวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ ชมการฉายหนังกลางแปลงในบรรยากาศสุดชิวริมชายหาดทุกค่ำคืน และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

นายกอบชัย บุญอรณะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน Outing@Cha-am 1st (Let’s go outing) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวริมหาดเมืองชะอำ ในวันธรรมดาให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยมีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ
นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสำนักงานเพชรบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยศิลปกร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และ นางสาวมีนณิชา เล้าอรุณ มีสแกรนด์ เพชรบุรี 2018 ร่วมพิธีเปิดงาน

นอกจากนั้นยังมีการแสดง มิสเดอร์  Been Thailand, การแสดงวงดนตรี The Beatlesnania (The Beatle Thailand) มายากลเดอะแจ๊ค ดอมมินิตี้ ไทยแลนด์ ก็อตทาเลนด์ม ดนตรวง Water Walk และตัวแทนชุมชนคนริมเลชะอำ คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า
“ททท.เป็นผู้นำในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม (Preferred Destination) อย่างยั่งยืน”

การส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดาถือเป็นภารกิจหลัก ที่ททท.หรือภาครัฐพยายามที่จะขับเคลื่อนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในวันธรรมดา เฉกเช่นเดียวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระจายไปยังเมืองรอง และอีกหนึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อ  การท่องเที่ยวก่อให้เกิดปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมซึ่ง ททท.ได้คำนึงถึงผลกระทบเหล่านี้  มาโดยตลอด

จึงได้  กำหนดเป้าหมายของโครงการ Outing @Cha-am 1 st  (Let’s go Outing) ซึ่งเป็นแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดาภายใต้แนวคิด Eco friendly ของททท.สำนักงานเพชรบุรี ที่มีเป้าหมายตามกรอบในการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก (Thailand Riviera) ตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาหน้าชายหาดให้สะอาด แก้ไขปัญหาการรุกล้ำชายหาด มีการจัดงานประเพณีท้องถิ่นริมหาดเป็นครั้งคราว

กิจกรรม Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing) เชื่อมโยงท่องเที่ยวเมืองรอง – เมืองหลัก ในงาน ได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองชะอำ, หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี, YEC iz Club, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, ผู้ประกอบการโรงแรม, หน่วยงานภาครัฐและชุมชนคนริมเลชะอำร่วมกันจัดกิจกรรม Bech Food ตลาดริมเล เวทีการแสดงดนตรีและเปิดโอกาสให้เป็นเวทีแห่งการแสดงออกทางด้านความคิดเชิงสร้างสรรค์ ตามสไตล์เท่อย่างไร…เที่ยวอย่างไทยเท่ โดยการนำขยะหรือวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นประติมากรรมจากขยะ ขนาดใหญ่บนชายหาดชะอำ และนักท่องเที่ยวยังสามารถชมหนังดีชมฟรี ต้องห้ามพลาดด ฟรีกลางแปลงสุดชิลริมทะเลใน เครือ M Pictures ตลอดงาน

ททท. สำนักงานเพชรบุรี ส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดาน่าเที่ยวให้กับงาน Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing)

ภายใต้งานจะจัดขึ้นทุกวันอังคาร และวันพุธ ของเดือนธันวาคม 2561 ไปจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2562 จำนวน 26 ครั้ง
ที่บริเวณชายหาดด้านหน้าโรงแรมลองบีชชะอำ

วันธรรมดา…น่าเที่ยว ชิลล์กับ กิจกรรมริมทะเล
เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2561
จนถึง 27 กุมภาพันธ์ 2562 รวมระยะเวลา 3 เดือน
กำหนดจัดทุก วันอังคารและพุธ เวลา 16.00 – 23.00 น.
ที่บริเวณชายหาดหน้า โรงแรมลองบีชชะอำ จ.เพชรบุรี

เชฟรอน-สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง-สจล. ผนึกภาคีทุกภาคส่วน

ถือฤกษ์วันดินโลก แถลงความสำเร็จ
โครงการ “รวมพลังตามรอยพ่อฯ” ปี 6

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน ถือฤกษ์วันดินโลก ประกาศความสำเร็จโครงการ ’พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ปี 6 จบเฟสที่ 2 “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” ด้วยชุมชนต้นแบบใน 4 จังหวัด ทั่วประเทศ เตรียมเปิดเฟส 3 ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย ยกระดับสู่การแข่งขัน วางรากฐานการพัฒนามนุษย์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเชื่อมโยง
25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เนื่องในวันดินโลก พ.ศ.2561 ที่จะมาถึงในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การสหประชาชาติ (UN) มีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวันดินโลก เพื่อสืบสานศาสตร์พระราชา และน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาดิน

รวมทั้งสร้างความตระหนักด้านการจัดการทรัพยากรดินเพื่อความมั่นคงทางอาหารโลกอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด ‘Be the solution to soil pollution’ เน้นเรื่องมลพิษทางดินซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร

“โครงการ ‘พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ เองมุ่งเน้นในการเผยแพร่ศาสตร์พระราชาในการจัดการดิน น้ำ ป่า ตลอด 6 ปีเต็มที่ผ่านมาและประสบความสำเร็จในการส่งเสริมให้ชุมชนทั้งในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำอื่นๆ ร่วมกันฟื้นฟูดิน ด้วยการสร้างหลุมขนมครกเพื่อกักเก็บน้ำ การปลูกหญ้าแฝกเพื่อฟื้นฟูดินและป้องกันดินพังทลาย ส่งเสริมการทำกสิกรรมธรรมชาติ ขับเคลื่อนการทำเกษตรอินทรีย์โดยให้ความรู้ใน เรื่องการใช้สารชีวภาพทดแทนสารเคมีในการป้องกันแมลงที่เป็นศัตรูพืช

การทำปุ๋ยชีวภาพ และการล้างพิษสารเคมีในดินด้วยน้ำหมักชีวภาพ เพิ่มความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เป็นการสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร จึงนับว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของวันดินโลกในปีนี้โดยตรง”

โครงการฯ ปีนี้ นับเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานในเฟสที่ 2 คือ ระยะของการแตกตัว ซึ่งในปีถัดไปโครงการฯ จะก้าวต่อไปสู่เฟสที่ 3 คือ การขยายผลเชื่อมโยงทั้งระบบ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย ยกระดับสู่การแข่งขัน วางรากฐานการพัฒนามนุษย์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเชื่อมโยง 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศต่อไป

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า โครงการฯ นี้ตอบโจทย์เรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสังคมขององค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างคน องค์ความรู้ และจิตสำนึกที่ดี จึงทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเห็นว่าศาสตร์พระราชานั้นพิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาได้ในทุกพื้นที่หากลงมือทำจริง และสามารถสร้างต้นแบบและแรงบันดาลใจให้เกิดการขยายผลต่อไป

“เราทำโครงการนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 9 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ที่เป็นปีแรกที่เชฟรอนน้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ในการจัดการดิน-น้ำ-ป่า-คน สู่การปฏิบัติ เพื่อหยุดท่วม หยุดแล้งอย่างยั่งยืน และขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงริเริ่มไว้ ไปสู่ลุ่มน้ำอื่นๆ ทั่วประเทศ ในปีแรกๆ สิ่งที่เราทำเป็นเรื่องแปลกในสังคม วันนี้เราเห็นชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้กระจายตัวทั่วประเทศ และมีคนสนใจแนวคิดนี้มากขึ้น เราจะยังทำงานร่วมกับพันธมิตร ลงมือและเรียนรู้ระหว่างทางไปตลอดว่าแบบไหนทำแล้วสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ พอไปถึงจุดหนึ่งเราจะมองหาคอขวดตัวต่อๆ ไป” นายอาทิตย์กล่าว

สำหรับปีนี้ โครงการฯ ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามแนวคิด “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” โดยมีผู้ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้นถึง 2,510 คน เข้าร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมใน 4 พื้นที่

ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จันทบุรี สระบุรี และน่าน โดยแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “คนต้นแบบ” ที่หลากหลาย
ให้ผู้คนมาเรียนรู้และส่งต่อแรงบันดาลใจต่อไป

ในปีนี้ กิจกรรมเอามื้อสามัคคีเริ่มต้นขึ้นที่ ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนเมษายน 2561 มีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 300 คน นำโดย นายพิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการธรรมธุรกิจ หนึ่งในผู้จัดตั้งฐานธรรมธุรกิจ กล่าวว่า “เราตั้งใจให้ที่นี่ เป็นตลาดกลางกระจายสินค้าของเครือข่ายจากทั่วประเทศ ในราคาเป็นธรรมต่อผู้ซื้อและผู้ผลิต และมีเป้าหมายในการสร้างให้เป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง โดยวางแผนจะขยายงานไปที่เชียงใหม่ และบ้านศรีฐาน ยโสธรในอนาคตด้วย”

ส่วนกิจกรรมครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่ บ้านสวนอิสรีย์เกษตรอินทรีย์และฟาร์มม้าเมืองจันท์ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ของนางแววศิริ ฤทธิโยธี เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน โดยมุ่งให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค พร้อมแนะแนวทางการรับรองมาตรฐาน PGS (Participatory Guarantee System)

หรือ การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมคือเกษตรกรด้วยกันเองเป็นผู้ร่วมตรวจสอบ โดยอิงระบบการรับรองตามมาตรฐาน IFOAM : International Federation of Organic Agriculture Movements ซึ่งมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดยได้รับเกียรติจาก นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษา รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี เข้าร่วมงาน

ครั้งที่ 3 จัดขึ้นบนพื้นที่ 47 ไร่ ที่บ้านโคกสมอ อ.หนองแซง จ.สระบุรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 มีเป้าหมายเพื่อสร้างชุมชนกสิกรรมวิถีในพื้นที่ของกลุ่มคนหลากหลายอาชีพที่มีแนวคิดเดียวกัน มาร่วมกันพัฒนาพื้นที่เกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชา โดย บอย-พิษณุ นิ่มสกุล หนึ่งในเจ้าของพื้นที่ พร้อมด้วย นายบุญล้อม เต้าแก้ว คณะทำงาน มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ให้ข้อมูลว่า การออกแบบพื้นที่เป็นไปตามหลักภูมิสังคม คือตามวัตถุประสงค์และความต้องการของสมาชิก

ซึ่งทำให้ได้พบกับบทพิสูจน์ว่า ศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหนทางรอดที่แท้จริง จากเหตุการณ์ฝนตกหนักก่อนหน้าวันจัดกิจกรรมเพียง 2 วัน ทำให้พื้นที่โดยรอบโดนน้ำท่วมกันหมด เหลือแต่พื้นที่กิจกรรมที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้เกือบ 1,000 คน และทำกิจกรรมร่วมกันให้สำเร็จลุล่วงไปได้

และครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ณ พื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน บนพื้นที่ของนางสาววริศรา จันธี (กานต์) ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยาน โดยมีนายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่านเป็นแกนนำ ทำกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายจำนวน 329 คน เพื่อสร้างต้นแบบหลุมขนมครกบนพื้นที่สูง เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าคนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

“เดิมทีชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่ถูกกัน ผมจึงใช้แนวทางปลูกป่าในใจคน ตามพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยลงพื้นที่เข้าหาอย่างเป็นมิตร และทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ชวนให้ชาวบ้านปลูกข้าวแทนการกู้เงินมาซื้อข้าวกิน ซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านเข้าอบรมและลงมือทำตามแล้ว 9 คน ยังมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งสมัครใจลงชื่อเข้าอบรมและสนใจพร้อมลงมือทำตามหลายร้อยคน เพราะถ้าทุกคนทำตามศาสตร์พระราชาแล้ว ชาวบ้านก็สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องบุกรุกป่า อุทยานก็จะได้พื้นที่ป่าเพิ่ม” นายบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เพิ่มเติมได้หลายช่องทาง อาทิ เฟซบุ๊ก: พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน

เว็บไซต์ https://ajourneyinspiredbytheking.org
Instagram: ajourneyinspiredbytheking
Line ID: @inspiredbytheking
YouTube: inspiredbytheking

ร้านอาหาร R.HAAN กับรางวัลแห่งความภาคภูมิ มิชลินไกด์ ๑ ดาว

ร้านอาหาร R.HAAN
สวรรค์ของคนรักอาหารไทย ใจกลางกรุงเทพ

ร้านอาหาร R.HAAN  คือ ชื่อของร้านอาหารไทยหน้าใหม่ แบบดั้งเดิมสุดพรีเมี่ยม ร้านอาหารนี้ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 131 ทองหล่อ ซอย 9 ร้านอาหารรางวัลหนึ่งดาวมิชลิน

Wisdom of Thai Cuisine บรรยากาศโด่ดเด่นด้วยดีไซน์การตกแต่งศิลปะแบบไทย โถงทางเดินที่มีลายกระหนกบนผนังและฝ้าเพดาน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านเรือนไทย เชื่อมโยงทุกโซน  ด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น รสชาติอาหารไทย และการตกแต่งแบบไทย

R.HAAN (ร้านอาหาร)  ร้านรางวัลหนึ่งดาวมิชลิน ซึ่งมีเอกลักษณ์ของตัวเองไม่ว่าจะเป็นสไตล์การตกแต่ง การใช้ภาชนะ และเทคนิคการทำอาหาร

ในวงการอาหารไทยของบ้านเรา ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราอาจเห็นภาพรางวัลดาวมิชลิน ที่สร้างสรรค์ร้านอาหารออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งแต่
ละร้านล้วนสะท้อนให้เห็นตัวตนและแนวคิด จนในวันนี้เราได้พบกับเชฟชุมพล แจ้งไพร ถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทย ผ่านความประณีต วัตถุดิบพรีเมี่ยม ผ่านกรรมวิธีการปรุงแบบไทยแท้ตามต้นตำรับจนได้อาหารไทยชั้นเลิศอันน่าหลงไหล เชฟไฟแรงสูงที่ผ่านเวทีมาหลายครั้ง และยังเป็นหนึ่งในผู้เชฟ ร้าน R.HAAN  ภูมิปัญญาแห่งไทยทั้งหลายมารวมกันที่นี่เพียงที่เดียว กับรางวัลอันยิ่งใหญ่

ร้านอาหาร R.HAAN  เป็นร้านอาหารไทยแบบ Fine Dining  ของคุณต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี ภายใต้แนวคิด “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ร่วมมือกับ เชฟชุมพล แจ้งไพร แสดงให้เห็นว่าร้านอาหารสามารถประสบความสำเร็จได้มากเพียงใด หากเชฟทุ่มเททั้งหัวใจและนำเสนอเมนูเลิศรสที่ได้รับแรงบันดาลใจภายใต้แนวคิด ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ร้านเปิดมาเพียง 6 เดือน
ในปี 2561 ได้รางวัล  เป็นมิชลิน 1 ดาว ในหนังสือ Michelin Guide Thailand 2019 (Bangkok ,Phuket & Phang-Nga)

วันนี้ คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี มอบประสบการณ์รับประทานอาหารไทยร่วมสมัยในเเบบฉบับของ ร้านอาหาร  R.HAAN  ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ร้าน
มิชลิน 1 ดาว ของคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี  ในส่วนของเมนูอาหาร ร้านติดดาวมีความน่าสนใจ โดยอาหารของที่นี่มีให้เลือก 3 สำรับด้วยกัน คือ สำรับตรี โท และเอก มีราคาแตกต่างกันไปในแต่ละสำรับ วัตถุดิบของอาหารแต่ละจานนั้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีจากทั่วภูมิภาคในประเทศไทย ผ่านการปรุงละเอียดทุกขั้นตอน

เบื้องหลังครัวไทยร้านอาหาร  Totptotravel กำลังนั่งดื่ม Complimentary แบบไทย เครื่องดื่มชื่อว่า งามอย่างไทย เป็นโซดาผลไม้ พร้อมเปิดดูเมนู Exclusive Menu Samrub เมนูที่เราชิมในค่ำคืนนี้เป็น สำรับอาหารไทยฤดูฝนซึ่งอาหารเรียกน้ำย่อย  ทุกสำรับบนโต๊ะอาหาร นอกจากจะถูกแสดงออกด้วยรสชาติ อาหารไทยแท้  ที่คัดสรรและปรุงอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน
แล้ว อาหารทุกจานในแต่ละสำรับนั้นยังแฝงความเป็นไทยที่มีเอกลักษณ์ ด้วยการใช้ภาชนะที่งดงาม เขียนลายด้วยมือช่างชั้นสูง ถอดแบบมาจากเครื่องต้น ที่ถูกใช้ในพระราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ที่หาชมยาก

เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กแห่งประเทศไทย

ด้วยความที่ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กแห่งประเทศไทย เป็นคนที่ชื่นชอบความท้าทาย รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ อาหารก็คือสิ่งมีชีวิตแบบหนึ่ง ในสังคมหนึ่ง ทั้งวัตถุดิบและรสชาติก็ต้องประยุกต์ ความจริงแท้

Authentic ถือเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งของแนวคิดอาหารทุกชนิด หัวใจสำคัญหลักๆ นอกจากการปรุงที่พิถีพิถันแล้ว อยู่ที่คุณภาพของวัตถุดิบ นอกจากที่ต้องเป็นวัตถุดิบคุณภาพดีเลิศแล้ว ยังต้องรักษาความสดไว้ให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเมนูไหน อาหารประเทศอะไรก็ตามถ้าได้วัตถุดิบชั้นเลิศจะทำให้จานนั้นอร่อยขึ้น

สำหรับเมนูแนะนำ  ขอเริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง เมี่ยงปลาทูไทยเสวย ทำจากปลาทูไทย เข้ากันได้อย่างดี

นอกจาก นี้ยังมี ยำหัวปลีป่าน่องกบนาย่างถ่าน
Wild banana flower Spicy Thai salad with charcoal Grilled frog

ทอดมันกุ้งสามน้ำ
Deep Fried Thai river Prawn cake

หมี่กรอบชาววัง
Royal recipe, crispy rice vermicelli with sweet and and Sour Sauce from ‘Somsa’ in chive & coriander pastry shells

แกงเขียวหวานพริกขี้หนูสดสวนปิติกับปลาเก๋าแดงน้ำลึกทะเลระนอง
Freshly handmade  classic bird ‘eye green curry with “Ra-Nong” Deep sea Red grouper and GI’organic coconut from “Kho Pha-ngan”

ถึงพริกถึงขิงกลิ้งหมูกรอบ
Stir fried  pork belly  with Red curry crispy pork

น้ำพริกไข่ปูพริกขี้หนูสี่ภาค
Spicy Crab’s Roe Sauce  with four bird’s eye Chilli Dip

ผัดเผ็ดหมูป่าหน่อกระวานจันทรบูร
Stir Fried Spicy with boar with Red curry paste and Chantaboon Siam cardamom

สามสายสามกษัตริย์ต้มกะทิ
Ours’s ancient across Royal kingdom of Thailand, Lotus’s coconut soups with 3 kinds Rama 5 inspirations

ข้าวหอมมะลิใหม่ยโสธรและข้าวกล้อง 5 พลัง เสิร์ฟพร้อมหัวน้ำปลาแท้ระยองกับพริกขี้หนูปิติ

กับจานพิเศษ เนื้อแบล็คแองกัสจากสุพรรณบุรี surprise

เนื้อแบล็คแองกัสจากสุพรรณบุรี

ขนมสำรับไทยคู่กับชากาแฟ /Thai fruits & Petit Fours เสิร์ฟมาเหมือนเซ็ตขนมกินกับชา 4 จาน ประกอบด้วย

ข้าวตูข้าวตอกน้ำผึ้งเกสรดอกลำไย /Roasted sun dried rice with longan Honey and coconut
เสน่ห์จันทร์หอม /Flower shaped baked rice flour
วุ้นกรอบทองคำ/Gold crispy jelly
ลูกชุปมังคุดเสวย/Mangosteen shape stirred pound golden bean
หม้อแกงอินทผาลัมมะตูมเชื่อม, ข้าวเหนียวมะม่วงภักดี, ข้าวเม่าทอดกล้วยไข่กำแพงเพชร

สำหรับเมนูแนะนำ คือ สามสายสามกษัตริย์ต้มกะทิ เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ข้าวต้มที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงปรุงขึ้นโดยมี ปลาทู ปลาหมึก และ กุ้ง เป็นองค์ประกอบจุดเด่นของเมนูจานนี้ คือ เชฟเอาทั้งสาม มาต้มกับกะทิ แล้วค่อยเอาน้ำซุปใสรสชาติอร่อยมาราดลงไป ความอร่อยสดชื่นคล่องคอ และกลมกล่อม เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย

โดยภาชนะที่เลือกใช้นั้นเขียนลายด้วยมือช่างชั้นสูง ถอดแบบมาจากเครื่องต้นที่ถูกใช้ในพระราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ แอบสงสัย มิชลิน เค้าให้ดาวกันอย่างไร ในแง่ของการทำอาหารที่มีรากของความเป็นไทยแท้และมี Story ที่ทำให้ สาระของอาหารไทยบวกกับความเป็นไทยแบบต้นตำรับ

ขอบคุณ Exclusive Dinner ร้านอาหาร R.HAAN มิชลินสตาร์  ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับบรรยากาศมื้อค่ำลิ้มรสชาติต้นตำรับอาหารไทยที่พิถีพิถันการรังสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีต ณ ร้านอาหาร รูปแบบ Fine Dining ที่มาจากแก่นแท้ภูมิปัญญาอาหารไทย

พบกับเมนูใหม่ของห้องอาหารได้แล้ววันนี้
ร้านอาหาร R.HAAN  “ภูมิปัญญาแห่งไทย” ทั้งหลายมารวมกันที่นี่
เพียงแห่งเดียว

ร้านอาหาร R.HAAN
131 Soi Sukhumvit 53 (Paidee-Madee) Klongtun Nua Wattana Bangkok 10110 Thailand

Tel. + 66 (0) 2 059 0433 – 34
+ 66 (0) 95 141 5524
Open Daily : 6.00 p.m. – 11.00 p.m.

#RHAAN #BestThaiRestaurant
#wisdomofthaicusine #ภูมิปัญญาอาหารไทย
#Michelinstar2019 #Michelinguide
#ร้านอาหาร R.HAAN มิชลินสตาร์

พิเศษ…สำหรับลูกค้า “Superrich Thailand” (สีเขียว) เท่านั้น !

รับส่วนลดพิเศษ 10%  เช่า Pocket WiFi
กับ Tripizee

พิเศษ !! สำหรับลูกค้า “ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์” (สีเขียว) เมื่อแลกเงินไทยเป็นสกุลต่างประเทศ เท่าไหร่ก็ได้ รับส่วนลดสุดพิเศษ 10% สำหรับเช่า Pocket WiFi กับ Tripizee ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ สามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่

• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์
– Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
• www.superrichthailand.com

สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมให้บริการทุกวัน ที่ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ทั้ง 13 สาขา

แรง กว่านี้ก็ Super Car แล้วจ้า

OSKA Battery Expert Thailand

สำหรับนักถ่ายภาพ ทุกช๊อตสำคัญต้องมั่นใจ แบตเตอรี่ OSKA วางใจได้เสมออุปกรณ์ถ่ายภาพมีหลากหลาย ล้วนใช้เพื่อสร้างสรรค์ภาพที่แตกต่าง ให้ได้ตรงตามสไตล์ที่ใจต้องการ ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องฟูลเฟรม มิลเลอร์เลส กล้อง Compact กล้องวีดีโอ Action Cam หรือกล้องที่ใช้เพื่อภารกิจพิเศษ ตั้งแต่ Model ใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวไปจนถึง Model Classic สุดหายากอายุนับหลายสิบปีย้อนหลัง OSKA ก็มีแบตเตอรี่กล้องคุณภาพระดับสากล มาตฐาน มอก.มากกว่า 2,000 รุ่น ให้เลือกใช้ครบถ้วน

ไม่ว่าคุณจะชอบถ่ายภาพแนว Landscape มุมกว้าง พาโนรามา ไปถึง Super Wide Fish eye หรือจะชอบมิติที่น่าหลงใหลของ Tele ลึกไปจนถึง Macro ที่น่าค้นหา หรือจะเล่าอารมณ์ด้วยสปีดช้าสไตล์โมชั่น ไทม์แลป จนถึง รัวยับไฮสปีด สุดเร้าใจ ทุกคนต่างมั่นใจว่าแบตเตอรี่กล้อง OSKA จะช่วยให้ทุกชัตเตอร์ไม่พลาด  แม้เสี้ยววินาที จนถูกยอมรับให้เป็นแบตเตอรี่กล้องของไทยที่นักถ่ายภาพไว้วางใจเป็นที่ 1 มายาวนานกว่า 23 ปี

และวันนี้คุณสามารถสั่งซื้อแบตเตอรี่ที่เหมาะกับกล้องคุณ ทุกรุ่นของ OSKA ได้ที่ร้าน BIG Camera ศูนย์รวมกล้องดิจิตอล และร้านกล้องชั้นนำทั่วประเทศ หรือหากสนใจสอบถามปัญหาแบตเตอรี่

สามารถติดต่อ OSKA ได้ที่ Call Center ‭02-730-0022‬
หรือติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ ‭www.oskabatt.com‬ และ ‭www.facebook.com/OSKABatteryExpert‬

เตรียมพบกับบูธ OSKA ที่งาน Photo Fair 2018 (B2/2) ไบเทค บางนา 28 พย. – 2 ธค.2561 พร้อมโปรโมชั่นแรงๆ ทั้งแบตเตอรี่กล้อง, กระเป๋ากล้อง และอุปกรณ์กล้องอีกมากมาย

#OSKA #OSKABatteryExpertThailand #แบตกล้อง #PHOTOFAIR2018
#สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ

ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ต้อนรับปี 2018

พิกัดนับถอยหลังสู่ปี 2019

ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ต้อนรับปี 2018…..เราขอแนะนำ คอนเสิร์ตสุดโรแมนติกแบบใกล้ชิดศิลปิน ท่ามกลางลมหนาวและหมู่ดาวในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! เพื่อให้ทุกคนได้เต็มอิ่มกับบรรยากาศแห่งความสุขไปพร้อมๆ กัน กับสถานที่เคาท์ดาวน์”สวนผึ้ง ไฮแลนด์ เคาท์ดาวน์ เฟสติวัล 2018″ มาสัมผัสลมหนาวแรกของสวนผึ้ง พร้อมปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า ในสองค่ำคืนแห่งความทรงจำ ร่วมกันนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2019 ไปพร้อมๆกัน กับศิลปินสุดพิเศษ

วันที่ 30 ธันวาคม 2561  พบกับ ป๊อป ปองกูล และวงมายด์ วันที่ 31 ธันวาคม
2561 พบกับ วงพอส , พีท พล และวง The Mousses ที่ “สวนผึ้งไฮแลนด์” แลนมาร์คแห่งใหม่ของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี บนลานคอนเสิร์ต แบบ Amphitheater บนพื้นหญ้านุ่มๆ เขียวชะอุ่มและร่มรื่น พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่จะทำให้การฉลองปีใหม่ปีนี้ไม่ซ้ำใครแน่นอน ภายในงานยังมีซุ้มอาหารมากมายให้เลือกสรรและกิจกรรมขึ้นบอลลูนที่จะทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่อีกด้วย

สนใจซื้อบัตรได้ที่ 7-11 (เพียงแจ้งชื่อคอนเสิร์ตกับพนักงาน) หรือ www.allticketthailand.com ***เริ่มขายบัตร Early Bird ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้เท่านั้น!!! ในราคาเพียง 500 บาท (จากราคาปกติ 700 บาท) ซึ่งสามารถเข้างานได้ทั้ง 2 วัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : Suanphueng Highland

กรมพก.ร่วมกับสมาคมสภาคนพิการฯ เตรียมจัดใหญ่ งาน”วันคนพิการสากล ปี 61”

มุ่งเน้นสิทธิความเท่าเทียม

องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการและเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ขึ้น เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล นอกจากนั้น
ยังเป็นการดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียม เป็นสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

โดยแนวคิดในการจัดงานวันพิการสากลได้สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานตามประเด็นหลัก (Theme) คือ
“การเสริมพลังคนพิการ และการประกันการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม” (Empowering persons with disabilities and ensuring inclusiveness and equality) ในปี 2562 ประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายหน้าที่ประธานอาเซียนของไทยต่อจากสิงคโปร์

โดยนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวคิดหลัก (theme) สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทย คือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ประการ 1) การก้าวไกล (Advancing) โดยให้อาเซียนมองและก้าวไปด้วยกันสู่อนาคตอย่างมีพลวัต 2) การร่วมมือ ร่วมใจ (Partnership) ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลก 3) ความยั่งยืน (Sustainability) กล่าวคือ การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

นอกจากนี้ในระดับอาเซียน ประเทศไทยได้ผลักดันแผนแม่บทอาเซียน
พ.ศ. 2568 (ASEAN Enabling Masterplan) เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และบูรณาการงานด้านคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรือ APSC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) เพื่อให้คนพิการสามารถ
เข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติอย่างแท้จริง

สำหรับภายในประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เน้นให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอื่นอันเป็นสาธารณะอย่างเท่าเทียม ปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “คนพิการเข้าถึงสิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระ ในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความเท่าเทียม (EQUAL) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ซึ่งจะเน้นถึงการฉายภาพความสำเร็จของการอยู่ในสังคมของคนพิการได้อย่างยั่งยืน ผ่านการมีงานทำของคนพิการ ตามมาตรา 33 34 และ 35

ดังนั้น การที่จะให้เห็นถึงศักยภาพคนพิการอย่างแท้จริง คือการที่คนพิการมีงานทำ ซึ่งมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 33 34 35 ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ ดำรงชีวิตด้วยตนได้เองอย่างยั่งยืน จึงเกิดแนวคิดว่าการจัดงานคนพิการ ประจำปี 2561 จะเน้นในเรื่องของงานและการจ้างงาน เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับคนพิการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน เพราะการมีงานทำมีรายได้ เป็นการบ่งบอกถึงการทำหน้าที่ของบุคคลเต็มตามศักยภาพและส่งผลให้บุคคลนั้นมีศักดิ์ศรีความ
เป็นมนุษย์อย่างภาคภูมิ

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ องค์กรคนพิการ ๗ ประเภท คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ไอชาร์) กระทรวงแรงงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์กรภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายคนพิการ

กิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ
1.โซนพิธีการ เป็นรูปแบบเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรูปประสบการณ์ในการมีงานทำของคนพิการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรี และยั่งยืน เพื่อมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านคนพิการและปัจจัยความสำเร็จ (Key success) ร่วมกันระหว่างคนพิการ องค์กรคนพิการ ภาคเอกชน และภาครัฐ เวทีเสวนา ขอนแก่นโมเดล … เดินหน้าการจ้างงานคนพิการผ่านชุมชน เป็นการยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เน้นการใช้องค์ความรู้ในการขยายเครือข่ายคนพิการ และผู้ดูแลให้รวมตัวร่วมคิดร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำงานจนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้ และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีกระบวนการทำงานที่โดดเด่น สามารถสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม และส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 35 ในหน่วยงานต่าง ๆ และ การทำ Work shop ช่องทางทำกิน “ขนมไทย ทำกินได้ ทำขายรวย” เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประกอบอาชีพของคนพิการ โดยได้นำครูจากศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส จ.อุบลราชธานี
มาเป็นผู้ฝึกสอนในงานและให้คนพิการได้ทดลองปฏิบัติจริง

2.โซนนิทรรศการ ประกอบด้วย องค์กรคนพิการ ๗ ประเภท สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน ภาคเอกชนที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

3. โซนบูธขายผลิตภัณฑ์คนพิการ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพคนพิการ อาทิ เช่น งานศิลปะ งานฝีมือและงานประดิษฐ์เครื่องใช้ งานจักรสาน งานตัดเย็บ งานทอผ้า อาหาร อาหารแปรรูป จำนวนกว่า 150 บูธ

โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4  ธันวาคม 2561
เวลา 9.00 – 18. 00 น. ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT Hot!! คนดัง บันเทิง เซเลบ แฟชั่น ความงาม