อร่อยเด็ดถึงเจ็ดโลก! ลองยังอาหารไร้เนื้อสัตว์อาหารเพื่อสุภาพ

Ben Flavour Restaurant อาหารสุขภาพ

การดูแลเอาใจใส่สุขภาพ อย่ารอจนกว่า คุณจะป่วยแล้วค่อยหามาทาน
ต่อไปนี้  หันมาเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพอาทิตย์ละครั้ง เราไม่สามารถลดละเลยได้ก็จริง แต่เราสามารถเลือกบริโภคได้ เริ่มต้นง่ายๆ จากการกินอาหารเมนูอาหารมังสวิรัติที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพโดยเริ่มต้นจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารสุขภาพสไตร์คนรักสุขภาพ แบบคนรุ่นใหม่เราใส่ความคิดสร้างสันลงไปรสนิยมรสชาติ “อย่างจุดเด่นของอาหารจีน ต้องไม่มันรสชาติกลมกล่อม วัตถุดิบเครื่องปรุงจะต้องดี ใส่ใจพิถีพิถันเป็นเรื่องสำคัญ

วันนี้แนะนำร้านอร่อย ย่านพระราม 9  สำหรับคนรักการกินผัก หลากหลายเมนูที่นี่เลือกสรรคสูดรเด็ดสุดเด็ดโดยเฉพาะ  เมนูที่ช่วยล้างพิษ พิชิตโรค Benflavour (เบน เฟลเวอร์) ร้านอาหารมังสวิรัติ อาหารหน้าตา รสชาติอร่อย และหากินไม่ได้ที่ไหน เพราะ ที่นี่อาหารเจ และมังสวิรัติ 100 เมนู

สูตรอาหารมังสวิรัติไม่ได้มีแค่เมนูผักเพื่อสุขภาพเท่านั้น ตอนนี้กลับเป็นตัวเลือกและหลักปฏิบัติต้นๆ สำหรับคนที่อยากดูแลรูปร่าง การที่เราอยากจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

นอกเหนือจากการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอแล้ว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกอาหารที่สะอาด มีประโยช์ต่อร่างกาย ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ร้านอาหาร เบนเฟลเวอร์  ร้านเดียวในกรุงเทพ ที่มีอาหารให้เลือกหลายรสชาติการตกแต่ง รวมไปถึงการบริการทุกอย่าง เป็นเทสของ Ben FLavour

วรัญญู ชัยเฉลิมมงคล (เบน) ฟู้ด เจ้าของร้าน Ben FLavour

วรัญญู ชัยเฉลิมมงคล (เบน) ฟู้ด เจ้าของร้าน Ben FLavour เชฟหนุ่มที่ไม่ได้เรียนการทำอาหาร  แต่มีความสามารถสร้างสรรค์เมนู อาหารเจ และ มังสวิรัติ ได้อย่างลงตัว ตอนเด็กรักการทำอาหาร  เป็นลูกมือแม่ในครัวเสมอ   (แม่เป็นคนเวียดนาม พ่อเป็นคนจีน) ประสบการณ์ดีดีเหล่านี้เกิดจาก ครอบครัวเปิดร้านอาหาร ได้ช่วยเป็นลูกมือพ่อ-แม่ ช่วยให้ชิม ช่วนเตรียมวัตถุดิบ ช่วยปรุงซึมซับเทคนิคมาเป็นสุดยอดเชฟชื่อดังจนถึงทุกวันนี้

จาก “Veggie Fusion” และต่อยอดมาเป็นร้านอาหาร Ben Flavour Restarant

อาหารเจ และ มังสวิรัติ  อร่อยและสวยงามอย่างเหลือเชื่อ คุณเบน บอกว่าเริ่มต้นตัดสินใจเปิดร้าน เพราะเป็นคนชอบทำอาหารมาก และอาหารประเภทที่ทานแล้วได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ และการชอบเสิร์ฟอะไรแปลกๆ  ได้ลองลงมือด้วยตัวเอง   หลายเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน Ben FLavour

สายเฮลธ์ตี้ผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะ มาดูกันว่า อาหารสุขภาพ อาหารมังสวิรัติกินอะไรได้บ้าง?  เมนูอาหารเจ และอาหารมังสวิรัติที่ห้ามพลาด วันนี้มาดูเมนูอร่อยๆ ทานกันค่ะ

ขนมปังตับบด Ben FLavour
หมี่อายุยืน Ben FLavour
ข้าวหม้อแม่นาก Ben FLavour
ยำมะเฟือง Ben FLavour
จานนี้ของแนะนำ ปลาม้วนผักสด Ben FLavour

เบน ‘เฟลเวอร์’ มีความตั้งใจอยากให้ลูกค้าได้ทานอาหาร มังสวิรัติ เพื่อสุขภาพที่ดี ทุกเมนูสร้างความแตกต่าง และ สร้างแรงบันดาลใจให้สังคมตื่นตัว บรรจงสร้างเมนูพิเศษขึ้นด้วยมากกว่า 100 เมนู ทุกเมนูถูกคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน การเลือกอาหารที่สดใหม่ สะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ

จุดเด่นของ เบน เฟลเวอร์ รสชาติของอาหารทุกจาน ต้องไม่มัน กินแล้วไม่เลี่ยน รสชาติกลม อาหารหน้าตาออกมาน่าทาน

บรรยากาศและการตกแต่งร้าน สไตล์อาเซียน  Mix & Matched Traditional  มีกลิ่นอายสไตล์จีน ผสมเวียดนาม ด้วยการเอาของสะสมมาตกแต่งร้าน จึงออกมาดูเก๋ๆ กลิ่นอายจีนๆ  โดยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์คลาสสิกแอนทีค สไตล์การตกแต่งที่โดดเด่นและเมนูอาหารที่อร่อยและได้สุขภาพ แต่ในบรรยากาศแบบนี้สามารถเสิร์ฟอาหารได้ทุกประเภท

ร้านอาหาร เบนเฟลเวอร์ (Ben Flavour Restaurant) ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ เมนูของร้านไม่เหมือนใครในโลก มีหลายอย่างที่คุณจะไม่สามารถหากินได้ที่ไหนในโลกนี้ทุกเมนูเป็นอาหารมังสวิรัติ ปราศจากเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพที่ดี อิ่มท้องและอิ่มบุญไปพร้อมกัน

เพื่อนๆ  มีเวลาลองแวะไปชิมกันนะคะคนรุ่นใหม่ใส่ใจรักสุขภาพ อิ่ม อร่อย และได้บุญด้วย มาทานที่ ร้านเบน เฟลเวอร์ ได้ทานอาหารเจ และ มังสวิรัติสัตว์สไตล์ฟิวชั่น อาหารสุขภาพสไตล์คนรุ่นใหม่ เลือกออกร้าน จัดงานเลี้ยง ด้วยอาหารสุขภาพสไตล์คนรุ่นใหม่  Toptotravel แนะนำร้านนี้ค่ะ

เบนเฟลเวอร์ Ben Flavour Restaurant
ที่อยู่ : 589-589/1 ซ.พระรามเก้า ซอย 51 ถ.พระราม 9 สวนหลวง
กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ : 096 191 9159
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Benflavour

การค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด EXPLORE ENDLESSLY

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ศูนย์รวมสินค้าปลอดภาษีชั้นนำ ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงครบวงจรระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์  EXPLORE ENDLESSLY  สุดอลังการ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ เนรมิตพื้นที่กว่า 22,000 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท ให้เป็นมากกว่าดิวตี้ฟรี ด้วยนิยามใหม่ EXPLORE ENDLESSLY เพราะการค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ณ. คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เมื่อวันก่อน  โดย นายอัยยวัฒน์  ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ -กล่าวว่า

“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดภาษี ที่เพียบพร้อมสมบรูณ์แบบ โดยรวบรวมสินค้าที่ดีที่สุดของไทยกับของโลกมาไว้บริการที่นี่และการบริการเหนือระดับในทุกมิติเพื่อเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ผมเชื่อมั่นว่า คิง เพาเวอร์ รางน้ำจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในทุกมิติ สำหรับทุกนักเดิน และจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในประเทศได้ในระยะยาว พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศชาติ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับ บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตให้แขกผู้มีเกียรติ วีวีไอพีทั้งชาวไทย และต่างชาติ ได้สัมผัสกับบรรยากาศตื่นตาตื่นใจ แห่งโลกการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัดในทุกมิติของคิง เพาเวอร์รางน้ำ โฉมใหม่ ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงด้านใน โดยในแต่ละชั้นจะอัดแน่นไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ และกิจกรรมพิเศษมากมาย

โดยไฮไลท์ในงานที่สะกดทุกสายตา เริ่มต้นด้วยเริ่มด้วยการแสดงชื่อดัง ‘Overture Performance’ กายกรรมลอยฟ้าด้วยบอลลูน 250 ลูก จากประเทศอิตาลี ต่อมาเป็นการแสดงม้าจริงประกอบเทคนิคแสงสีเสียงสุดอลังการ ‘Spirit of Travel’ ผสมผสานกับการแสดงหนังใหญ่ ซึ่งออกแบบและผลิตใหม่ทั้งหมดเพื่องานนี้เท่านั้น ออกแบบท่าเต้นโดยอาจารย์โจ้– สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางที่รวมโลกตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ช่วงไฮไลท์ฟินาเล่เป็นการเปิดตัว Global Ambassador นั่นคือ ซุปเปอร์สตาร์สาวสวย ฟ่านปิงปิง เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดมัน ด้วยคอนเสิร์ตจาก วงบอดี้สแลม และไทเทเนียม เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นทีเดียว

ในส่วนของแขกผู้มีเกียรติและเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมเลือกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั่วมุมโลก เช่น สองสาวสวยอย่าง ดวงกมล เหลืองโรจนกุล และอภิญญา โดลแลน ควงคู่กันมา บอกว่า “ชอบช้อปกระเป๋าและเครื่องสำอางที่สนามบินเป็นพิเศษ ตอนนี้ไม่ต้องรอไปถึงสนามบินแล้วค่ะ” ในส่วนของ ชโลทร เจริญรัตน์ปัญญา, เบญจพร คลองลาภยศ, ชนานิกานต์ วัฒนพงษ์วานิช กล่าวถึงการปรับโฉมครั้งนี้ว่า “ปกติช้อป คิง เพาเวอร์ เป็นประจำที่สนามบิน ชอบช้อปเครื่องสำอาง อย่างที่นี่ดูใหญ่น่าช้อปขึ้นกว่าเดิมถ้ามีเวลาก็จะมาที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ด้วย” มาดูทางฝากฝั่งหนุ่มหล่อรักการแต่งตัวอย่าง วราภุช คูหาเปรมกิจ และวรรคสร โหลทอง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “งานวันนี้อลังการดี กว้างขวาง ชอบช้อปน้ำหอมที่สนามบินและที่สาขา รางน้ำ”


สำหรับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ นับจากนี้ไปจะกลายเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ แห่งมหานครกรุงเทพที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยทั่วประเทศและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก เพราะที่นี่คือสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่พรั่งพร้อมไปด้วยสินค้าดิวตี้ฟรีที่ครอบคลุมทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลักชัวรี่ แบรนด์เนม เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา แว่นตากันแดด และของฝากที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งสินค้าภูมิปัญญาไทยฝีมือประณีตที่ได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังพร้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นนำทั้งสตรีทฟู้ด อาหารไทย และอาหารนานาชาติ และพื้นที่กิจกรรมความบันเทิง เพื่อเติมความเพลิดเพลิน และความสุขแบบไม่รู้จบให้กับนักเดินทางแบบ 360 องศาในที่เดียว

สโลว์ไลฟ์สุดใจที่ อลงกรณ์ ฟาร์ม & รีสอร์ท แก่งกระจาน

เมล่อนฟาร์มหนึ่งในโครงการศูนย์การเรียนรู้ เข้าไปอยู่ใน อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา Toptotravel มีอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ มาเล่าสู่กันฟังได้โอกาสพบ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร เจ้าของ รีสอร์ท  Home  Made  สรรค์สร้างจนเกิดศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ สไตล์บ้านเล็กในป่าใหญ่ ในวิสัยทัศน์มุมมองแนวทางที่แตกต่างออกไป มีอุดมการณ์  มีความเชื่อ  มีความฝัน ท้าทายความสามารถตัวเอง ด้วยการปฎิรูปด้านเกษตรไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และเป็นการกระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนในชาติ ด้วยศาสตร์ของพระราชา

ด้วยปณิธานที่แน่วแน่ของคุณ อลงกรณ์ พลบุตร มุ่งสู่ อลงกรณ์ ฟาร์ม แอนด์รีสอร์ท ศูนย์ Training Center ที่ครบวงจร พร้อมที่พักหลากหลายสไตล์เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างเต็มที่

บ้านพักบนต้นไม้ สไตล์อลงกรณ์ พลบุตร

แน่นอนว่า แนวคิดที่ยิ่งใหญ่ของคุณ อลงกรณ์ พลบุตร ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขบคิดเพียงชั่วข้ามคืน  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็เช่นกัน  นี่จึงเป็นสาเหตุให้ คุณอลงกรณ์ พลบุตร นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น และมุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจชุนชนอย่างโดดเด่น แนวคิดที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง สอดคล้องกับ เทรนด์ท่องเที่ยว Experiential Travel ที่กำลังเบ่งบานทั่วโลก  การท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชา สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

การดูแลเอาใจใส่ในรายละเอียดทุกๆ ขั้นตอนของการปลูก เมล่อนสายพันธุ์แท้จากญี่ปุ่น คือสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลผลิตที่งอกงามและคุณภาพเกินราคา มีจำหน่ายที่ อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ภายใต้ชื่อ “ไดยะมอนโดะ” ความหอมหวานน่าทาน หรือสามารถไปเลือกเก็บจากต้นหรือสั่งซื้อพร้อมจัดส่งทั่วประเทศแล้ววันนี้

โครงการกุ้งคอนโด


กุ้งออร์กานิค ศูนย์สาธิตระบบเลี้ยงแบบขุนสัตว์น้ำ เริ่มจาก โครงการกุ้งคอนโด เริ่มทะยอยนำกุ้งก้ามแดงซึ่งย้ายจากบ่อกุ้งใส่ในกล่องเลี้ยงที่มีระบบน้ำหมุนวนและระบบกรองพิเศษ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและคุณภาพกุ้ง ผลผลิตที่ได้จะใช้บริการลูกค้าของรีสอร์ทและส่งออกต่างประเทศ

อยากไปแล้วสิ การเดินทางเริ่มต้นจากที่ไหนก็แล้วแต่ ให้มาลง ต.สองพี่น้องอ.แก่งกระจาน เพชรบุรี จังหวัดที่รายล้อมด้วยทิวทัศน์ภูเขา เมฆหมอก ป่าไม้ โค้งน้ำขนาดใหญ่ ทิวเขา และ ธรรมชาติ ที่หาได้ยากในเมืองกรุง ที่นี่เป็นแหล่งรวมโอโซนบริสุทธิ์ การได้มาพักผ่อนที่ ฟาร์มแห่งนี้ เปรียบเสมือนได้ชาร์จพลังให้กับร่างกายไปในตัว

บรรยากาศริมน้ำชุ่มชื่นปอด นอนกอดธรรมชาติ Alongkorn Farm & Resort

หลังจากกลับจากทริป  แก่งกระจาน กลับมาคิกว่า การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ไปนอนเล่น ชมวิว ล่องแม่น้ำเพชรบุรี  แก่งกระจานมีสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนมากมาย เหมาสำหรับทุกครอบครัวอย่างลงตัว ระหว่างเส้นทางแก่งกระจานมีรีสอร์ทสวยๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่น่ารัก กิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่น ชมไร่
สตรอว์เบอร์รี ฟาร์มเมล่อน หรือเลือกซื้อเมล่อนหวาน ละมุนลิ้น

วินาทีแรกที่ได้เข้ามาวิวหน้ารีสอร์ทสวยมาก จะเห็นรีสอร์ หรือที่พักรอบๆ หน้าตาธรรมชาติแบบนี้นี่ล่ะ….

เดี๋ยวเข้าไปดูข้างใน บรรยากาศภายในที่ รีสอร์ท ที่เป็นมากกว่าฟาร์ม มาเที่ยวด้วย มาทัศนศึกษา รับรองว่าจะลืมอารมณ์เบื่อๆ เซ็งๆ เพราะที่อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ที่นี่คือดินแดนที่รวบรวมความเป็นธรรรมชาติ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  มาเที่ยวที่ฟาร์มช่วงนี้  ชิมเมล่อนญี่ปุ่นหอมหวาน หากเริ่มเหนื่อยจากความร้อน  ลองมาเติมความสดชื่น กับน้ำเมล่อนปั่นอร่อยๆ ให้ซื้อทานกัน

Alongkorn Farm & Resort  แหล่งเรียนรู้ ทั้งคนไทย และ ต่างชาติ ได้ทำความ รู้จักความเป็นอยู่บ้านเล็ก ในป่าใหญ่ และเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา มีพื้นที่ให้ปั่นจักรยานยามเย็น และมีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่น
มีพื้นที่กางเต็นท์ติดทิวเขาเน้นธรรมชาติ พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดแสนประทับใจ

นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกและสวนน้ำ ให้คุณสนุกสุดมันส์ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา พื้นที่กว้างขวาง จะกลิ้ง จะวิ่งทั่วแค่ไหนก็ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นรีสอร์ทที่เข้าพักแล้วรู้สึกว่า อยากหยุดเวลาไว้ที่นี่จังและคิดว่า ตัวเองพลาดเป็นอย่างมาก ที่เลือกมานอนที่นี่แค่คืนเดียว

 

 

เริ่มจากห้องพัก ความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยคุณไปพบ ที่พักของเราอยู่คน
ละตึกกับที่มาเช็คอิน โดนรอบๆ เป็น รีสอร์ที่หรูหราและเรียบง่าย สบายๆ ห้องพักทุกห้องหันหน้าเข้าหาธรรมชาติ แต่ที่ไหนได้ เปิดห้องมาถึงกับตกใจ ห้องใหญ่และใหม่มาก ที่สำคัญ มีความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศดีมากๆ ห้องน้ำขนาดใหญ่ สะอาดสะอ้าน มีผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผม และของ
ใช้ต่างๆ ในห้องน้ำเตรียมไว้ให้พร้อม

ห้องพักมีระเบียงให้ออกไปดูดาวยามค่ำคืน หรือดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าก็ได้ได้ชื่นชมภูเขาเขียวๆ เพราะจะได้เห็นหญ้าสีเขียวๆ สุดลูกหูลูกตา ในตอนกลางวัน และใกล้ชิดกับแสงดาวสะท้อนโค้งน้ำในตอนยามค่ำคืน มุมมองจากหน้าต่าง ห้องพักสไตล์ลอฟท์  เป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัว ใครชอบธรรมชาติรักความสงบ ชื่นชอบ อลงกรณ์ ฟาร์ม &  รีสอร์ท ตอบสนองช่วงเวลาวีคแอนด์ของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน

ห้องพักสไตล์ลอฟท์ : ห้องโล่งโปร่งสบาย ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายเหมาะสำหรับลูกค้าทั้งแบบกลุ่มและแบบพักผ่อนส่วนตัว บริเวณด้านหน้าห้องพักมีสนามหญ้าโล่ง สามารถใช้ทำกิจกรรมหรือจัดปาร์ตี้ในช่วงกลางคืนได้อย่างลงตัว

บ้านพักสไตล์ลอฟท์ : ริมลำธาร 14 ยูนิต เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างเต็มที่

ห้องพักสไตล์บ้านถ้ำ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เด็กๆชอบค่ะ ในวันหยุดนี้ พาบุตรหลานมาใช้ชีวิตนอกห้องแอร์ ปั่นจักรยาน ถีบเรือเป็ด ให้อาหารปลาหลากหลายพันธุ์ในสระน้ำ

เมื่อไปยืนตรงกลางสะพานจะสามารถมองเห็นได้รอบๆ อลงกรณ์ฟาร์มแอนด์รีสอร์ท

บ้านพักบนต้นไม้ สไตล์อลงกรณ์ พลบุตร
ลานกางเต้นท์สุดชิวสูดอากาศธรรมชาติได้เต็มปอด พร้อมบริการเช่าเต้นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

Alongkorn Farm & Resort
อลงกรณ์ ฟาร์ม & รีสอร์ท
ม. 1 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
Tel. 091-701-0000

#อลงกรณ์ฟาร์มแอนรีสอร์ทแก่งกระจานเพชรบุรี
#ขยายผลศาสตร์พระราชา #อลงกรณ์ฟาร์มแอนด์รีสอร์ท

Nyx Professional Makeup

ผู้สนับสนุนหลักรายการเรียลริตี้ที่แซ่บที่สุด
ในสามโลก Drag Race Thailand

พร้อมแปลงโฉมชาว Drag Queen ให้เฟียซโลกตะลึง เป็นครั้งแรกที่ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) แบรนด์โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพสุดเปรี้ยวจากแอลเอ นำโดย นาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และ วิลาสินี ภาณุรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดสินค้าเมคอัพ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด รุกตลาดเมคอัพให้แซ่บตั้งแต่ต้นปี ต่อยอดแคมเปญ LUV OUT LOUD เป็นแรงผลักดันให้สาวๆ ลุกขึ้นมาแสดงออกในความเป็นตัวของตัวเองและรักตัวเอง ส่งกลยุทธ์สปอนเซอร์ชิพ เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการและเอ็กซ์คลูซีฟเมคอัพใน “Drag Race Thailand”


รายการเรียลริตี้สุดฮอตเอาใจชาวสีม่วงที่จะมาสั่นสะเทือนทั้งวงการ พร้อมส่ง statement สุดเก๋ LUV YOUR MAKEUP OUT LOUD มาเป็นแรงผลักดันให้ผู้เข้าแข่งขันที่มีความหลากหลายทางเพศได้แสดงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ รายการ #DragraceTH ยังได้ อาร์ต-อารยา อินทรา สไตล์ลิสต์ตัวแม่ของแม่มาการันตีความแซ่บสะพรึง พร้อมแผดเผาไหม้เปลือกปลอมของทุกคนในรายการ NYX Professional Makeup พร้อมแล้วที่จะแปลงโฉมชาว Drag Queen ให้เฟียซขนลุกขั้นสุด เล็กๆไม่ ต้องใหญ่เท่านั้น พร้อมดึงคอนเทนต์รายการต่อยอดสื่อสารกับผู้บริโภคเมคอัพจังกี้ในโซเชียลมีเดีย พูดเลยว่าห้ามพลาดค่ะซิส รับรองว่าเมคอัพของชาว Drag queen จะต้องเปรี้ยวซ่าทะลุจอแน่นอน ออนแอร์ให้ชาวไทยได้ชมเร็วๆนี้ที่ #LINETV

สามารถติดตามแคมเปญ LUV OUT LOUD พร้อมร่วมแชร์ความรักในแบบของซิสได้แล้วที่ www.nyxproluvoutloud.konvy.com

Facebook: NYX PROFESSIONAL MAKEUP THAILAND, Instagram: @nyxcosmetics_th และ Youtube: NYX PROFESSIONAL MAKEUPTHAILAND พร้อมพบกับ LOL Charity Kit สำหรับนิกซ์เตอร์สายแซ่บ ได้แล้ววันนี้ที่ NYX PROFESSIONAL MAKEUP shop ทั้ง 11 สาขา ไม่รวมในห้างสรรพสินค้าและ EVEANDBOY

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.nyxproluvoutloud.konvy.com

#LuvOutLoudth #nyxcosmeticsth

อมตะ ปรับโฉมธุรกิจครั้งใหญ่รับยุค 4.0

ชูวิสัยทัศน์มุ่งสู่ผู้นำสมาร์ทชิตี้ระดับโลก

“อมตะ” พลิกโฉมครั้งใหญ่ ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ “โลโก้” และชื่อเรียกโครงการจาก “อมตะนคร” สู่ “อมตะ ซิตี้ ชลบุรี” และ “อมตะ ซิตี้” สู่ “อมตะ ซิตี้ ระยอง” มุ่งสู่ความเป็นสากลที่ทันสมัย สอดรับเป้าหมายการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระดับโลกหวังเป็นแม่เหล็กดึงนักลงทุนรับอีอีซี พร้อมเผยแผนเตรียมขยายฐานลงทุน  ตั้งเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบในประเทศพม่า เปิดอมตะคาสเซิลชิมรางจัดงาน  “AMATA SMART  CITY EXHIBITION”  วันที่ 18-20 มกราคม 2561 จัดแสดงนวัตกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากบริษัทชั้นนำระดับโลก  ที่มีสายการผลิตในเมืองอุตสาหกรรมอมตะกว่า 40 บริษัท เป็นศูนย์กลางการพบปะสู่ความร่วมมือทางธุรกิจการค้าการลงทุนยุค 4.0

นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ากลุ่มบริษัทอมตะได้จัดงานประจำปี 2561 ชื่อว่า AMATA BEYOND 2018 ภายใต้แนวคิด “Towards Smart City” พร้อมกับจัดการแสดงนิทรรศการ “AMATA SMART CITY EXHIBITION” ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 18-20 มกราคม 2561 ณ อมตะคาสเซิล จ.ชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีสำหรับลูกค้า คู่ค้า นักลงทุนจากต่างประเทศ นักศึกษา และบุคคลที่สนใจ เพื่อทำความรู้จักแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายระหว่างกัน โดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีสายการผลิตในเมืองอุตสาหกรรมอมตะ ตลอดจนบริษัทในเครืออมตะและคู่ค้าของอมตะ กว่า 40 บริษัท แบ่งเป็นผู้ประกอบการภายในอมตะ 21 บริษัท บริษัทในกลุ่มอมตะและคู่ค้า 15 บริษัท สถาบันการศึกษา 8 สถาบัน ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ ในงาน รวมถึงการแนะนำโครงการในปัจจุบันและโครงการใหม่ของอมตะด้วย อีกทั้งมีการจัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการก้าวไปสู่เมืองอัจฉริยะ จากผู้นำองค์กรชันนำระดับโลกที่จะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายด้านการค้าการลงทุน โดยงานดังกล่าว  เปิดให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไป

“การจัดแสดงนวัตกรรมและกิจกรรมพิเศษต่างๆ ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ใหม่  และเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกัน รวมถึงมองหาโอกาสทางธุรกิจ นอกจากนี้ อมตะหวังว่าการจัดแสดงนวัตกรรมจะจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ให้สนใจศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศในการพัฒนา และก้าวหน้าต่อไป”  -นายวิกรม กล่าว

สโลแกนเป็น Possibilities Happen หรือ “ให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นได้”

นายวิกรม กล่าวต่อว่า ในปีนี้กลุ่มอมตะได้กำหนดแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปีมุ่งสู่การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City)ระดับโลก โดยปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ให้สอดรับกับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต พร้อมก้าวสู่ยุค 4.0 ที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคและจะเป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ  ภาคตะวันออก(อีอีซี) ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากผู้นำการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมระดับโลกสู่ การสร้างและพัฒนาให้เกิดเมืองที่สมบูรณ์แบบ (Perfect City) เมืองที่มีการพัฒนา และ สร้างสรรค์ให้เกิดแต่สิ่งดีๆ  มีประโยชน์ต่อทุกคนที่อยู่ในเมือง และปรับเปลี่ยนพันธกิจใหม่จากพัฒนาเมืองที่มีความทันสมัย บริการคุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การยึดมั่นในวัฒนธรรมของการให้ทุกคนได้รับประโยชน์ได้สิ่งที่ดี ด้วยความมุ่งมั่นในการบุกเบิกและค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะสร้าง Smart City (เมืองอัจฉริยะ) ที่ซึ่งชีวิตมีคุณภาพ และยกระดับชีวิตให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโลโก้และชื่อเรียกโครงการใหม่จาก อมตะนคร สู่ “อมตะ ซิตี้ ชลบุรี” และอมตะ ซิตี้ สู่ “อมตะ ซิตี้ ระยอง” เพื่อมุ่งสู่ความเป็นสากลความทันสมัยสอดรับเป้าหมายการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะระดับโลก

สำหรับการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่เริ่มจากปรับเปลี่ยนตัวอักษร AMATA จากเดิมให้ทันสมัยมากขึ้น ตัดสัญลักษณ์ฟันเฟืองออกไปเพราะเฟืองเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมยุคเก่า และเพิ่มลายเส้นใต้ตัวอักษร AMATA แสดงการพัฒนาและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งที่อมตะจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างไร้พรมแดน ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนสโลแกนเป็น Possibilities Happen หรือ “ให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นได้” โดยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีผล ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป

“นับจากวันนี้แผนงานการพัฒนา โครงการ อมตะ ซิตี้ ชลบุรี จะเน้นความเป็นเมืองแห่งพลังงานสะอาด และเป็นต้นแบบของนิคมฯในกลุ่มอมตะทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการบริหารจัดการพลังงานทางเลือกอย่างชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีทันสมัย  การจัดการทรัพยากรทางด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้มีหลาย  โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาตามแผนงานยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเป็นเมืองอัจฉริยะระดับโลก อาทิ โครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ ( AMATA Science City) และโครงการเมืองการศึกษา (Edu Town ) เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนให้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้” นายวิกรม กล่าว

ทั้งนี้แผนการลงทุน เพื่อพัฒนานิคมฯ ให้เป็นเมืองอัจฉริยะจะครอบคลุมการพัฒนาในด้านต่าง ๆ 10 ด้านหลัก คือ 1) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) 2)การเดินทางอัจฉริยะ(  Smart Mobility) 3) ชุมชนอัจฉริยะ (  Smart Community) 4) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) 5) ระบบการศึกษาอัจฉริยะ (Smart  Education) 6)  สายการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) 7) เมืองอากาศยานอัจฉริยะ (Smart Aerospace City) 8)นวัตกรรมอัจฉริยะ (Smart Innovation) 9)   ระบบเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และ10) การบริหารจัดการเมืองแบบอัจฉริยะ (Smart Governance)

นายวิกรม กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทชิตี้ตามแผนการลงทุนในระยะ 5 ปี (2561-2564) ของอมตะฯ โดยรูปแบบการลงทุนจะร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น บริษัทอินชอน สมาร์ทชิตี้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Incheon Smart City Corporation) ประเทศเกาหลี และบริษัท Saab AB จากประเทศสวีเดน เป็นต้น

“กลุ่มอมตะฯ มีเป้าหมายในการพัฒนานิคมฯ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนานิคมฯที่ประเทศเวียดนามไปแล้วเป็นแห่งแรก และอมตะยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนเพิ่มขึ้นโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในประเทศพม่าซึ่งได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นย่างกุ้งและบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) แล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากอมตะได้เล็งเห็นศักยภาพตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน ภายใต้ชื่อ One belt One Road ตามการพัฒนาเส้นทางการค้าการลงทุนของจีนในภูมิภาคอาเซียน” นายวิกรม กล่าว

สำหรับการดำเนินธุรกิจพัฒนานิคมฯในประเทศเวียดนาม ปัจจุบันมี 2 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท อมตะชิตี้ เบียนหัว จังหวัดดองไน บนพื้นที่ 700 เฮกตาร์ หรือ 4,375 ไร่ ถือเป็นโครงการแรกที่อมตะเข้าพัฒนาในต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้มีนักลงทุนเข้าประกอบกิจการเกือบเต็มพื้นที่ ส่วนบริษัท อมตะชิตี้ ลองถั่น จังหวัด ดองไน โครงการที่ 2 บนพื้นที่ 1,270 เฮกตาร์ หรือ ประมาณ 8,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการนิคม 33% และโครงการพัฒนาเมืองชุมชน 67% สำหรับในปีนี้ บริษัทจะเริ่มพัฒนาและเปิดขายพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคเป็นอันดับแรก โดยคาดว่า เงินลงทุนที่ต้องใช้สำหรับโครงการนี้ ประมาณ 10,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ อมตะฯ ยังได้ขยายไปยังภาคเหนือของเวียดนามที่เมืองฮาลอง จังหวัดกว่างนิงห์ ภายใต้ชื่อ บริษัท อมตะ ชิตี้ ฮาลอง (AMATA City Halong) ถือว่าเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ บนพื้นที่การลงทุนใหม่ขนาด 5,789 เฮกตาร์ หรือ ประมาณ 36,200 ไร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญ และไว้วางใจต่อบริษัท อมตะเป็นอย่างยิ่ง

จังหวัดกว่างนิงห์ ถือเป็นจังหวัดชายแดนของเวียดนามที่ติดต่อกับประเทศจีนตอนใต้ มีการพัฒนาสาธารณปโภคที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม เช่น ถนนใหม่ไฮเวย์หมายเลข 5 เชื่อมฮานอย-ไฮฟอง-ฮาลองที่ใกล้เสร็จเรียบร้อย การยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติแคทบี่ Cat Bi ที่เสร็จเรียบร้อย และท่าเรือน้ำลึกหลักเฟี่ยน Lach Huyen ที่พร้อมเสร็จภายในต้นปีนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม

ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตการลงทุน ต่อรัฐบาลกลาง โดยการสนับสนุนของรัฐบาลท้องถิ่น โดยบริษัทฯ วางแผนการลงทุนและพัฒนาในเฟสแรก บนพื้นที่ขนาด 714 เฮกตาร์ หรือ ประมาณ 4,500 ไร่ คาดว่า ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 156 ล้านเหรียญ หรือ 5,500 ล้านบาท โดยในปีนี้ บริษัทคาดว่า จะได้รับการอนุมัติใบอนุญาตการลงทุน พร้อมกับขอส่งเสริมให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไปพร้อม ๆ กัน

ทั้งนี้ การลงทุนในเวียดนามทั้งหมด จะลงทุนผ่าน บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่จะสร้างความเติบโตและความยั่งยืนให้กับกลุ่มอมตะ นอกจากนี้ ยังจะได้เริ่มมีการนำแนวคิดของเมืองอัจฉริยะรวมถึงการพัฒนาธุรกิจแบบยั่งยืนไปปรับใช้ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน เมืองอุตสาหกรรมของอมตะมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เป็นที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิตชั้นนำและบางส่วนที่อยู่ใน Global Fortune 500 จำนวน 1,300 โรงงาน จากกว่า 30 ประเทศ มีการจ้างงานกว่า 300,000 อัตรา และมีมูลค่าการผลิตรวมกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (รวมทุกโครงการในประเทศไทยและเวียดนาม)

สนใจได้เข้าชมฟรี โดยลงทะเบียนร่วมงานผ่าน
http://event.amata.com/beyond/what-is-amata-beyond.html
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 3893 9043-5

คืนชีวิตปลอดสารสู่คนเมือง ตลาดนัดธรรมชาติ

อาหารจากธรรมชาติ

เราไปมาแล้ว! มาหาของกินที่งานตลาดนัดธรรมชาติ เอาบรรยากาศและรายละเอียดงานตลาดนัดธรรมชาติ ที่นี่เค้ารวบรวมของดีของคนไทย  มาเปิดโลกอีกมุม  อาชีพทางด้านเกษตรที่ได้รับความสนใจมาก ยังต่อยอดแปรรูปสินค้าของตัวเอง จนสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร  เพื่อเลี้ยงดูชาวโลกมาเป็นระยะเวลานาน  รายได้ในรูปของมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรระยะยาว ในแบบ ฐานธรรมฯ พระราม๙  และที่นี่กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง

ด้วยการชักชวนของคุณอภิญญา ภักดีรักษ์ (นที สุวรรณนที) คนเมืองที่หันเหชีวิตเข้าสู่อาชีพเกษตรกร  ( ลูกศิษย์  ยักษ์กะโจน )  ด้วยการเล็งเห็นผลผลิตทางการเกษตร  ที่ต้องการขยายช่องทางจำหน่าย ให้ผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชนและท้องถิ่น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ ฐานรากสร้างรายได้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ยักษ์กะโจน จึงได้ชักชวนให้ Totptotravel ได้รู้จัก ตลาดนัดธรรมชาติ เราไปถึงช่วง 10 โมงเช้า  วันนี้ทางตลาดมีกิจกรรมกิจธรรมเทศนาของหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย งานทอดผ้าป่า..ลงขันธรรมธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๑


ที่นี่เป็นตลาดเล็กๆ แต่หลายคนใช้เวลาเดินเป็นชั่วโมง เค้าเดินหาของอร่อยกินกันตามประสาคนรักสุขภาพ Totptotravel ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยไปงานนี้มาก่อน แอบติดใจ แนะนำทุกท่าน ควรจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมชมงานนี้ซักครั้งมันดีจริงๆ งานนี้มีหลายอย่างที่น่าสนใจ เลยอยากจะมาบอกว่า  ใครที่รักการทำอาหาร ชอบชิมของอร่อยๆ ชอบชอปปิ้งของที่ราคาต่ำกว่าท้องตลาด หรือเป็นคนที่อยากจะลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะซื้ออาหารผักผักสดๆ จากคนปลูกนอกเมือง ผลไม้ปลอดสาร  มาดูว่าเค้าเห็นความสำคัญ และเตรียมผลผลิตจากการเตรียมการเพาะปลูก ดูแล แปรรูป  ของแปรรูปอย่างมะขามแช่อิ่ม ถั่วงาแผ่น งาม้อนคั่ว แยมมัลเบอรี่ ข้าวเกรียบว่าว กาแฟน้ำแร่ กาแฟชะมด ด้วยความใส่ใจ และมั่นใจได้ในความปลอดภัย
โดยไม่ใช้สารเคมี เด็ดขาด

หาเวลามาเดินเพลิดเพลินด้วยกัน ที่ฐานธรรมฯพระราม ๙ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง เดินช็อปตลาดนัดธรรมชาติ  เลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษ อาทิ อาหารทะเล อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่มขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มสมุนไพร ฯลฯ ที่นี่มีที่นั่งคุย นั่งเล่น โดยภายในงานมีกิจกรรมสนุกสนานมากมายจากแต่ละร้านค้าที่ร่วมออกงาน

เพื่อเป็นการเอาใจ คนรักธรรมชาติ สินค้าท้องถิ่นที่มีอยู่มาก เน้นหนักไปที่ผักผลไม้ สมุนไพร เครื่องหอม เห็นแค่นี้ก็ทำให้เรารู้ว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งการแบ่งปัน สังคมที่เป็นธรรมตลาดนัดธรรมชาติสังคมใหม่ สังคมแห่งบุญทานตลาดนัดธรรมชาติ ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยและคนทั่วไปได้ความรู้และแรงบันดาลใจดีๆ กลับมาเพียบ

เพราะประเทศไทยมีความได้เปรียบเรื่องอาหารจากธรรมชาติ ธุรกิจที่ใช้ธรรมะทำธุรกิจ ที่รวบรวมสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพลิกฟื้นผืนดิน ฟื้นฟูธรรมชาติ ปลูกธรรมในใจ ทำมาหากินด้วยความสุข ส่งต่อความเป็นธรรมสู่สังคม เริ่มต้นเล่าง่ายด้วยการจัดตลาดนัดธรรมชาติที่นี่  ทุกเสาร์ – อาทิตย์ เป็นการถาวร

นอกจากของกิน ความเป็นไปอย่างไร้ขีดจำกัด จากของใช้จาก ธรรมชาติแท้ ไปจนถึงไขสันหลัง จากลูกศิษย์ อจย. และ อจจ.แล้ว เพื่อนๆ ที่นี่ก็มีความเป็นกันเองแลดูมีอัธยาศัยดียิ้มแย้มทักทายถือเป็นจุดอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตของ ปลูกธรรมในใจ ทำมาหากินด้วยความสุข

ซึ่งนอกจากจะซื้อหาสินค้าแล้ว ก็อาจจะได้ไอเดียใหม่ๆ จากกิจกรรมของตลาดนัดธรรมชาติ “ยักษ์กะโจนสัญจร” มีสินค้าธรรมชาติที่แฝงด้วยความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของชาวบ้าน ผลิตผลจากธรรมชาติให้ชมจากลูกศิษย์ยักษ์กับโจน ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าแต่ละร้าน มีความคึกคัก ต่อแถวยาวเหยียด
มีของออร์แกนิกส์ให้เลือก อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับประเทศที่น่าสนใจมากๆ คอกาแฟ ต้องห้ามพลาดรู้มั้ย?  Mineral coffee และ  Chamod coffee
กาแฟแบบดริฟคุณภาพดีระดับโลกอยู่ที่นี่  บอกเลย คอกาแฟที่ว่าแน่!!
ต้องมาชิมด้วยตัวเอง

Mineral coffee และ  Chamod coffee

สิ่งทำให้อึ้ง เพราะกาแฟที่เราเจอ รสชาติดีมากกว่ากาแฟดำที่เคยดื่ม เมื่อ เราได้ชิมกาแฟดำ จากเกษตรกรไทย  ณ. ดอยชมหมอก จ.เชียงราย แหล่งปลูกกาแฟน้ำแร่คุณภาพดี ติดอันดับโลก Toptotravel อยากทำความรู้จักกับ กาแฟน้ำแร่ และ กาแฟชะมดไทย ที่คุณวศิน คชสาร แนะนำว่า Mineral เป็นกาแฟที่มีคาแฟอินน้อยที่สุด มีกลิ่นหอมรสชาตินุมนวล โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์  ต้นกำเนิดกาแฟน้ำแร่ และ กาแฟชะมดไทย คุณภาพดีติดอันดับโลก ด้วยความตั้งใจของครอบครัวเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถ่ายทอดการเรียนรู้วิถีชีวิตคนบนดอย ตามรอยศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ ๙

ขอขอบคุณข้อมูล จาก คุณธิติ  คชสาร  (K.THITI  KHOTCHASARN ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกราวด์วอเตอร์ จำกัด และ บริษัท มิเนอรัล คอฟฟี่ จำกัด ปลูกกาแฟ ปลูกป่า รักษาต้นน้ำกาแฟน้ำแร่ และกาแฟชะมดคุณภาพดีระดับโลก ทำให้ธุรกิจกาแฟไทยโด่งดังระดับโลก ควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติในโครงการ ปลูกกาแฟ ปลูกป่า รักษาต้นน้ำ ตอบแทนแผ่นดินพร้อมสรรหากาแฟพิเศษสุดมีกลิ่นหอมและรสชาติโดดเด่น กาแฟน้ำแร่ และกาแฟชะมดไทย ที่ดอยชมหมอก ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

คุณธิติ คชสาร ให้ความรู้เรื่อง…กาแฟชะมด และกาแฟน้ำแร่  ด้วยความเชี่ยวชาญของ คุณธิติ คชสาร ทางด้านการสำรวจศึกษาน้ำบาดาล น้ำแร่ เจาะบ่อน้ำบาดาล แก้ไขโครงการที่พัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้แล้วเกิดความเสียหาย วางแผนบริหารจัดการน้ำให้กับโรงงาน โรงแรม รีสอร์ท ให้มีน้ำสะอาดใช้ได้อย่างยั่งยืนทั่วประเทศ มากกว่า 25 ปี จากผลงานที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ควบคู่กับกิจกรรมที่ส่งเสริม และมุ่งเน้นให้พัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้อย่างอนุรักษ์และยั่งยืน จนเป็นที่ยอมรับให้เป็น อันดับ 1 ของประเทศ ในด้านน้ำบาดาล

คุณธิติ คชสาร ผู้คิดค้นโครงการ CHAMOD COFFEE จากแนวคิดเริ่ม สู่ขบวนการสรรสร้างกาแฟคุณภาพดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ดอยชมหมอกกาแฟออกผลผลิตครั้งแรก ด้วยการศึกษาข้อมูลและได้ทดลองผลิตกาแฟชะมดในระบบฟาร์ม ลองเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ชะมดและปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ จ.เชียงราย ส่งเสริมอาชีพเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง มีรายได้ ให้เกิดภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง

คุณธิติ คชสาร ผู้คิดค้นโครงการ CHAMOD COFFEE จากแนวคิดเริ่ม สู่ขบวนการสรรสร้างกาแฟคุณภาพดีที่สุดของประเทศไทย

CHAMOD COFFEE จากแนวคิดเริ่ม สู่ขบวนการสรรสร้างกาแฟคุณภาพดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ดอยชมหมอกเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่ธรรมชาติไหลเป็นน้ำซับแพร่กระจายปกคลุมพื้นที่โครงการ สวนกาแฟอาราบิก้าห้อมล้อมด้วยป่าธรรมชาติ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของชะมดป่า ความสูงและอากาศเย็น น้ำแร่กลั่นตัวเป็นทะเลหมอก เพิ่มความชุ่มชื่นปกคลุมไร่กาแฟ ตั้งอยู่บนแนวลาดเอียงของภูเขา จึงมีเศษหินผุที่พังทลายจากยอดเขาไหลลงมาปนกับดิน เมื่อฝนตกจะละลายแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ทำให้เหมาะกับการปลูกกาแฟคุณภาพดีในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ได้กาแฟคุณภาพดีทัดเทียมนานาชาติ มีกลิ่นหอมและมีรสชาติที่นุ่มนวลอ่อนละมุน

CHAMOD COFFEE

การปลูกกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ดี ทริปปิก้าและเบอบอน แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ด้วยการใส่ใจดูแลสวนกาแฟอย่างถูกวิธี โดยทีมที่เชี่ยวชาญด้านการปลูกกาแฟในแหล่งน้ำแร่ ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์พื้นที่เหมาะสม มีไม้ใหญ่เป็นร่ม อากาศที่เย็นทำให้กาแฟสุกช้า เมล็ดกาแฟจึงมีเวลาดูดซับสารอาหารและแร่ธาตุนานยิ่งขึ้น  เมล็ดกาแฟจึงมีความสมบูรณ์ จากความชุ่มชื้นของทะเลหมอก น้ำแร่กาแฟ กลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น เป็นที่ดึงดูดของชะมดป่า ต้นกาแฟในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติสุก จะมีกลิ่นหอมและรสหวาน เป็นที่ดึงดูดและโปรดปรานของชะมดป่า ชะมดป่าออกมา กินกาแฟในพื้นที่โครงการ ธรรมชาติของชะมดป่าจะเลือกกินเฉพาะกาแฟเชอรี่ลูกที่สุกสมบูรณ์เต็มที่การเก็บจากในป่าทุกวัน เพื่อรักษาคุณภาพ ความสะอาดและความสดใหม่ กาแฟชะมดที่เก็บได้ ต้องมาล้างทำความสะอาดโดยใช้น้ำแร่ในขบวนการผลิต และตากแดดในพื้นที่ มีอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาสูง จนกระทั่งแห้งเหจึงได้กาแฟกลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวล นำมาสีและคัดขนาดก่อนนำไปคั่วและทดสอบโดย Q-grader กาแฟชะมดมีกลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวล โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ CHAMOD COFFEE ตอบโจทย์คอกาแฟไทย และชาวโลกจากดอยชมหมอกสู่ผู้นิยมรสชาติกาแฟ  ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์

MINERAL COFFEE
กาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์ดี ทริปปิก้า และเบอบอน ใส่ใจดูแลสวนกาแฟอย่างถูกวิธี  ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ โดยทีมที่เชี่ยวชาญด้านการปลูกกาแฟในแหล่งน้ำแร่ พื้นที่เหมาะสม อากาศเย็นทำให้กาแฟสุกช้า กาแฟจึงมีเวลาดูดซับสารอาหารและแร่ธาตุนานอีกทั้งยังได้รับความชุ่มชื้นจากทะเลหมอกน้ำแร่ กาแฟจึงมีความสมบูรณ์เพราะมีไม้ใหญ่เป็นร่มเงา อากาศเย็น ดินอุดมไปด้วยแร่ธาตุ แหล่งน้ำแร่คุณภาพดี กาแฟจากสวนของเราจึงมีกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น การผลิตเลือกเก็บกาแฟเชอรี่เฉพาะลูกที่สุกสมบูรณ์เต็มที่ ด้วยมือทีละเมล็ด ใช้น้ำแร่ในขบวนการผลิต ตั้งแต่นำมาล้างทำความสะอาด และคัดแยกเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ออก ด้วยสูตรเฉพาะ จากนั้นนำไปตากแดดในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาสูง เม็ดกาแฟแห้งเหมาะสมนำมาเก็บบ่มเม็ดกาแฟคุณภาพ จากนั้นนำมาสีและคัดขนาดก่อนนำไปคั่วทดสอบโดย Q-grader จึงได้กาแฟน้ำแร่ที่มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ของ MINERAL COFFEE

นายวศิน คชสาร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิเนรัลคอฟฟี่ จำกัด เล่าว่าMineral coffee และ Chamod coffee มีกาแฟแบบดริฟให้ได้ลิ้มลองกัน จิบกาแฟรสชาติกลมกล่อมปลูกและผลิตกาแฟคุณภาพดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ เพื่อให้ได้เป็น MINERAL COFFEE กาแฟดี ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติและ CHAMOD COFFEE กาแฟชะมดจากธรรมชาติ ที่มีกลิ่นหอม และรสชาติ
ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างชื่อเสียง ทุกขบวนการผลิตการสำรวจหาสถานที่ตั้งซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่คุณภาพดี,การคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับการปลูกบนภูเขาสูง, การปลูกและดูแลต้นกาแฟอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ, การเก็บผลผลิตที่ได้มาตรฐาน, การเพาะขยายพันธุ์ชะมดปล่อยคืนสู่ป่า เพื่อผลิตกาแฟชะมด จากธรรมชาติ
ที่เป็นสูตรเฉพาะ จึงมั่นใจได้ว่า กาแฟของเรามีคุณภาพดี กลิ่นและรสชาติ
ที่เป็นเอกลักษณ์ของ CHAMOD COFFEE
รายละเอียดของ  www.mineralcoffee.co.th

นายวศิน คชสาร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิเนรัลคอฟฟี่ จำกัด

โครงการธรรมธุรกิจ ก่อตั้งโดย อ.ยักษ์ -ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (ประธานธรรมธุรกิจ),อ.โจน จันใด (รองประธานธรรมธุรกิจ),คุณหนาว – พิเชษฐ โตนิติวงศ์ (ผจก.ธรรมธุรกิจ) ได้นำพากลุ่มชาวนาธรรมชาติ (ชาวไร่และชาวนาดั้งเดิม) และกสิกรอินดี้ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ยักษ์กะโจน ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้าหลังจากสร้างขั้นพื้นฐานมาแล้วใน 3 ปีแรก

ทั้งหมดนี้  เป็นเพียงส่วนหนึ่งสำหรับความน่าสนใจจากโครงการธรรมธุรกิจ ที่ฐานธรรมฯ พระราม ๙ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา กลางเมือง มีกิจกรรมพิเศษ คือ การทาสีบ้านดิน ที่เราใช้หลายมือหลายเท้า มาช่วยกันย่ำ ช่วยกันก่อ ช่วยกันสร้างจนเป็นหลังขึ้นมาแล้ว ณ บัดนี้ เพื่อใช้เป็นร้านกาแฟ เป็นที่แฮงก์เอาท์ เป็นที่มาพบปะเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ มาเรียนรู้ มาหัวเราะ
มาร้องไห้ มาบ่น ฯลฯ

สินค้าคุณภาพจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริก็เป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ แล้ว เพราะหลายอย่างนี่หลายคนหาซื้อแถวบ้านได้ยากมาก แต่ในงานนี้มีให้เลือกซื้อเพียบเยอะเลย

พบกัน เสาร์ อาทิตย์ ที่ฐานธรรมพระราม ๙ (โรงเรียนชาญวิทย์) กรุงเทพฯ
อย่าลืมหาเวลามาพบกันใหม่ในงานตลาดนัดธรรมชาติ “ยักษ์กะโจนสัญจร”

#ตลาดนัดธรรมชาติ
#ฐานธรรมฯพระราม๙
#ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง