แซ่บนัวของกิน เมืองสุรินทร์ถิ่นช้าง อย่ามองข้ามเด็ดขาด

เส้นทางสายกิน อาหารถิ่นในตำนาน (Gastronomy Tourism)

จังหวัดสุรินทร์เที่ยวเองได้สบายๆ ถ้าใช้เวลาตามหาความหมายของชีวิตมาตลอดจนวันหนึ่งก็พบว่าจังหวัดสุรินทร์ ก็ยังคงเป็น สุรินทร์ แบบนี้เลยตั้งแต่โบราณ เมืองที่ชนะขาดเรื่องของธรรมชาติสวยนี่ไม่ต้องพูด และงานย้อนยุคของบ้านเมือง ที่ปัจจุบันเราแทบไม่พบวิถีแบบนี้กันแล้ว ไม่ว่าจะสายธรรมชาติ ไม่ว่าหรือเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่ได้เกินกว่าจินตนาการ เรียกได้ว่าไปเมืองเดียวครบทุกแบบ

ลาก่อนฤดูร้อน! อุตุฯ ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูฝนเรียบร้อยแล้ว  Toptotravel ชวนมาเที่ยวเส้นทางสายกิน อาหารถิ่นในตำนาน สร้างสรรค์และออกแบบสินค้าเส้นทางอาหารไทย (Gastronomy Tourism) เส้นทางสายภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้เกิดการรับรู้ และเป็นไปตาม Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมายสำหรับ นักท่องเที่ยว และกลุ่มตลาดในประเทศ เราพบว่าแท้จริงแล้ว หนทางสู่ความเส้นทางท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ รับรู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในการเป็น World Destination ทางด้านอาหาร ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็น World Destination ทางด้านอาหาร ซึ่งอาหารไทยเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่สำคัญสามารถกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ทำให้เข้าใจและสัมผัสแต่ละสถานที่อย่างอิ่มเอม เที่ยวอย่างมีคุณค่าและถึงแต่ละสถานที่อย่างแท้จริง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แนะนำเส้นทางเที่ยว พาเที่ยวสำรวจและจัดทำเส้นทางสายกิน อาหารถิ่นในตำนาน (Gastronomy Tourism) สัมผัสธรรมชาติให้ชุ่มฉ่ำกันทั้งปี จำนวน 10 เส้นทาง ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ของเราไปกันได้ กระจายไปทุกภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดตาก พะเยา สกลนคร สุรินทร์ ตราด ราชบุรี ระนอง สตูล อ่างทอง-สิงห์บุรี และลพบุรี เพื่อขานรับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคของรัฐบาล ด้วยการใช้การท่องเที่ยวมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เส้นทางยอดนิยม 10 เส้นทาง ลองมาอยู่ด้วยกัน จะเหลืออะไรอีกไหมที่ต้องปรับ ต้องรู้จัก ครั้งนี้ ททท. พิจารณาเลือก 5 เส้นทางได้แก่ จังหวัดตาก สุรินทร์ ตราด สตูล และลพบุรี มาดำเนินการจัดเป็น กิจรรมท่องเที่ยวนำร่องเพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง ทริปนี้เจออะไรใน เส้นทางมาดูกันค่ะ อร๊ายยย.. ต้องไปแล้ว!

ปราสาทบ้านพลวง ความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน มีความสวยงามและล้ำค่าเป็นปราสาทขนาดเล็ก ๑ องค์ ก่อสร้างด้วยหินทรายสีขาว บนฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณ ๘ เมตร ยาวประมาณ ๒๓ เมตร ปราสาทมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูทางเข้าออกด้านทิศตะวันออก ส่วนอีก ๓ ด้านทำเป็นประตูหลอก ทับหลังด้านทิศตะวันออกและทิศใต้สลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ทับหลังด้านทิศเหนือเป็นภาพพระกฤษณะปราบนาคกาลิยะ ส่วนทับหลังด้านทิศตะวันตกไม่ได้สลักภาพ ซึ่งหน้าบันด้านทิศตะวันออกสลักเป็นภาพพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ หน้าบันทิศเหนือสลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และหน้าบันด้านทิศใต้สลักเป็นภาพบุคคลประทับนั่งเหนือหน้ากาล บริเวณรอบปราสาทมีสระน้ำล้อมรอบเว้นทางเข้าด้านหน้า โดยลักษณะของปราสาทบ้านพลวง จะคล้ายกับปรางค์น้อยบนเขาพนมรุ้ง ประกอบกับลวดลายที่พบบนหน้าบันและทับหลัง กำหนดรูปแบบทางศิลปะได้ว่าป็นศิลปะขอมแบบบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖

เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสวาย มีพื้นที่ทั้งหมด 18,145 ไร่

วนอุทยานพนมสวาย สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เมืองที่ชนะขาดเรื่องของธรรมชาติ และงานย้อนยุคที่มีร่องรอยอารยธรรมของชาวขอมโบราณ หลอมรวมกลายเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ความสวยของโบราณสถานที่ยังอนุรักษ์กันไว้ได้เหมือนเดิมเด๊ะ ตั้งแต่อตีดยันปัจจุบัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา ที่มีชื่อเสียง ทุกปีจะมีประเพณีสำคัญในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 5 ชาวเมืองสุรินทร์จะชวนกันเดินขึ้นเขาพนมสวาย จนเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดกันมาเพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเอง คำว่า พนมสวาย เป็นคำภาษาพื้นเมืองของชาวสุรินทร์ การเดินทาง เที่ยวง่ายๆ เมืองที่มีความหมายว่า ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาบัว อำเภอเมือง และตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสวาย มีพื้นที่ทั้งหมด 18,145 ไร่ ได้รับการประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อ วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2527 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของจังหวัดสุรินทร์ เต็มไปด้วยป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงาม  นอกจากนี้ยังเป็นวนอุทยานเฉลิมพระเกียรติในประเทศไทย และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา

ช้อปปิ้งที่ตลาดน้ำราชมงคลสุรินทร์ อยู่บริเวณท่าน้ำลำห้วย หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ถนน สุรินทร์ – ปราสาท ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากตัวจังหวัด 3 กิโลเมตร โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมกับ กองกำลังสุรนารี ร่วมก่อตั้ง เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ภายในจังหวัด แวะชิวหาของกินที่นี่เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอย ในบริเวณตลาดริมน้ำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เลาะเลี้ยวริมฝั่งลำน้ำห้วยเสนงแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนสุรินทร์มายาวนาน รวมถึงกิจกรรมนั่งช้างชมป่า ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยการนั่งช้างไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์ 60 ปี การเสด็จประพาสสุรินทร์ ตลาดน้ำราชมงคลสุรินทร์ เปิดเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น.–18.00 น. ตลาดน้ำแห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษในวันอาทิตย์ เนื่องจากมีตลาดนัดกรีนมอร์ จำหน่ายสินค้าชุมชนในบริเวณเดียวกันด้วย

 

ผ้าไหมทอบ้านท่าสว่าง ตามแบบฉบับที่ร่ำลือกันว่าหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหมแห่งเดียวของประเทศไทย บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ลองเที่ยวเมืองที่มีเป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ บ้านท่าสว่างเดิมชื่อบ้านเตรี๊ยะ เป็นภาษาพื้นบ้าน (เขมร) คำว่าเตรี๊ยะ เป็นชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ภาษาไทยว่าต้นชาด บรรพบุรุษของชาวบ้านเตรี๊ยะ ได้อพยพมาจากบ้านระเภาร์ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ห่างจากบ้านเตรี๊ยะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2485 ได้รวมหมู่บ้านเตรี๊ยะกับหมู่บ้านอื่นๆ เป็นตำบลท่าสว่าง และบ้านเตรี๊ยะ ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นบ้านท่าสว่างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลวดลายผ้าไหมสวยเก๋น่าซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ทุกมุมของที่นี่ช่างน่าเก็บภาพความประทับใจเอาไว้ทั้งหมด

สวยเริ่ดเชิ่ดได้! เพราะในปี 2553 บ้านท่าสว่าง ได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหม แห่งเดียวของประเทศ โดยกรมการพัฒนาชุมชนกรมพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงานโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาหมู่บ้านที่มีจุดเด่น และมีเอกลักษณ์ ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว เป็นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในหมู่บ้านจากบริการด้านท่องเที่ยว

โลกแห่งความจริง ที่ปราสาทศีขรภูมิ สวยจนแทบหยุดหายใจ ความสวยงามสงบร่มรื่นดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสำรวจและพักผ่อนที่นี่ แม้ว่าการเดินทางอาจจะไกลสักหน่อย ตั้งอยู่ที่ตำบลระแงง ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ 34 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 226 โดยอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปอีก 1 กิโลเมตร ปราสาทศรีขรภูมิประกอบด้วยปรางค์อิฐ 5 องค์ องค์กลางเป็นปรางค์ประธาน มีปรางค์บริวารล้อมรอบอยู่ที่มุมทั้งสี่บนฐานเดียวกัน ที่ธรรมชาติช่างเสกสรรค์ ก่อด้วยหินทรายและศิลาแลง

ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก อย่างใกล้ชิดธรรมชาติ มีบันไดทางขึ้นและประตูทางเข้าเพียงด้านเดียวคือด้านทิศตะวันออกปรางค์ทั้งห้าองค์มีลักษณะเหมือนกัน คือ องค์ปรางค์ไม่มีมุข มีชิ้นส่วนประดับทำจากหินทรายสลักเป็นลวดลายต่างๆ ทั้งส่วนที่เป็นทับหลังและเสาประดับกรอบประตู เสาติดผนัง และกลีบขนุนปรางค์ ส่วนหน้าบันเป็นอิฐประดับลวดลายปูนปั้น องค์ปรางค์ประธานมีทับหลังสลักเป็นรูปศิวนาฏราช (พระอิศวรกำลังฟ้อนรำ) บนแท่น มีหงส์แบก 3 ตัวอยู่เหนือเศียรเกียรติมุข มีรูปพระคเนศ พระพรหม พระวิษณุ และนางปารพตี (นางอุมา) อยู่ด้านล่าง เสาประตูสลักเป็นลวดลายเทพธิดาลายก้ามปูและรูป

หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก ทวารบาล ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพันระหว่างคนในชุมชนกับช้าง รวมทั้งประเพณี และวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านตากลางแต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้น ระหว่างคนกับช้าง ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก

ชาวบ้านตากลาง ดั้งเดิมเป็น ชาวส่วย (กูย) หรือ กวย ที่มีความชำนาญในการคล้องช้างป่า ฝึกหัดช้าง และเลี้ยงช้าง ส่วนมากต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศทำให้ชาวบ้านตากลาง ไม่สามารถไปคล้องช้างเช่นแต่ก่อนได้ ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้าง และฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้าง (Thailand Elephant show) บรรยากาศป่าเขตร้อนอันเขียวชอุ่มร่มรื่นของจังหวัดทุกปี

ชีวิตเป็นของเรา..ออกไปใช้มันสะ ที่นี่ควรค่าแก่การไปทำความรู้จัก หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก ลักษณะการเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลาง เหมือนการเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน ดังนั้นถ้านักท่องเที่ยวได้ไปที่บ้านตากลาง นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว ยังจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของ ชาวส่วย โดยเฉพาะในพื้นที่จะได้พบปะพูดคุยกับหมอช้าง ที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้วหลายครั้งได้ตลอดเวลา รวมทั้งยังสามารถเดินทางชมจุดบริเวณที่แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลไหลมารวมกัน ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพที่งดงามน่าพักผ่อนหย่อนใจ ชวนให้ศึกษาในเชิงของธรรมชาติด้วย

สถานที่ : ทีกล้า ฟาร์ม จังหวัดสุรินทร์

รับทานมื้อเย็นในระหว่างเดินนทางท่องเที่ยว เส้นทางสายกิน อาหารถิ่นในตำนาน (Gastronomy Tourism) ทีกล้า ฟาร์ม มีส่วนร่วมในงาน ตามรอยอาหารถิ่น ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศ และ ได้มีโอกาศ ทำอาหารถิ่น อาหารที่ให้ ผลผลิตจากฟาร์ม ชวนชิมอาหารอีสานแซ่บๆ ง่ายๆ กับเมนูอาหารพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์

หมก เป็นอาหารอีสานและอาหารลาวประเภทหนึ่ง เป็นการนำเนื้อสัตว์และผักมาเคล้ากับน้ำพริกแกง ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ห่อด้วยใบตองทรงสูง นำไปนึ่งหรือย่างให้สุก ใส่ต้นหอมและใบแมงลักซึ่งเป็นเครื่องปรุงสำคัญ บางบ้านใส่ผักชีลาวด้วย ตัวอย่างอาหารประเภท หมก ได้แก่ หมกหน่อไม้ หมกไข่ปลา หมกหัวปลี หมกไข่มดแดง หมกปลา หมกเห็ด หมกฮวก เครื่องแกงส่วนใหญ่ประกอบด้วย พริกขี้หนูแห้ง หอมแดง ตะไคร้ซอย ใบมะกรูด เป็นหลัก หรือบางบ้านก็จะใส่กระชายหรือข่าด้วย

สลอตราว หรือแกงเผือก เป็นอาหารที่มีรสจืด นิยมใส่ปลาเป็นส่วนประกอบ อาจใช้รับประทานเปล่า ๆ คล้ายก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ชาวเขมรและชาวกูย ที่มีฐานะ นิยมปรุงให้จืดเพื่อรับประทานเปล่า ๆ เผือกเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรทสูง ใช้รับประทานแทนข้าวได้ ปลาเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง อาจใช้รับประทานเปล่าคล้ายก๋วยเตี๋ยว พร้อมรับประทานขณะร้อนๆ

ซันลอเจก (แกงกล้วย) “ซันลอเจก” เป็นภาษาเขมร หมายถึง “แกงกล้วย” ซันลอ = แกง, เจก = กล้วย เนื่องจากเมื่อก่อน การคมนาคมขนส่งต่าง ๆ ยังไม่สะดวก อาหารการกินต่าง ๆ ล้วนหาได้จากเรือกสวน ไร่นา และรอบ ๆ บริเวณบ้าน เมื่อมีคนตายในหมู่บ้าน เจ้าของงานจะจัดหาอาหารต้อนรับผู้มาร่วมงานศพ ซึ่งมักจะทำแกงกล้วยเป็นอาหารหลัก เพราะบ้านเกือบทุกหลัง นิยมปลูกต้นกล้วย เพราะต้นกล้วยสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

อันซอมจรุ๊ก “อันซอมจรุ๊ก” ลักษณะเป็นท่อนยาวๆ ข้างในเป็นข้าวเหนียวผสมกับถั่วลิสง เนื้อหมูและมันหมู ปรุงรสให้ออกเค็มๆ หน่อยแล้วห่อด้วยใบตอง ชิมแล้วก็ถือว่ารสชาติไม่เลวเลยได้รสเค็มๆ มันๆ พร้อมกลิ่นหอมจากใบตอง จะว่าไปรสชาติก็ออกจะคล้ายๆ กับ “บ๊ะจ่าง” อยู่หน่อยๆ เพียงแต่ไม่ได้มีเครื่องเคราเหมือนกับบ๊ะจ่างของคนจีน

มอร์นิ่งงงจ้า เรื่องที่พัก อยากได้ที่พักดีๆ อาหารเช้าอร่อยๆ Slive Hotel ที่พักกลางใจเมืองสุรินทร์เมืองช้าง ที่พักแนวใหม่เอาใจลูกค้า Slive Hotel ตั้งอยู่ในเมืองสุรินทร์ ตรงกันข้ามโรงพยาบาลสุรินทร์ การเดินทางสะดวก ใกล้7-11 ใกล้สนามบิน แห่งความหรูหราอลังการ Slive Hotel ลองไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษ Slive….สะอาด ทันสมัย มีสไตล์ คุ้มค่าคุ้มราคา บริการ Wifi ฟรี ทั้งพื้นที่โรงแรม ตื่นจากเตียงนุ่มๆ Slive….สะดวก Slive….สบาย Slive Hotel Surin ณ.โรงแรมน่ารักทั้งสถานที่และราคา คุ้มค่าสุดๆ คิดจะพักคิดถึง #Slivehotel
169 Luck Muang Rd,
Muang Surin, Surin, Thailand
@slivehotel โทร 044 060 322

ชิลล์แค่ไหนต้องลองไปดู หลายคนบอกว่ากระแสการท่องเที่ยวโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ส่งผลให้ทุกภาคส่วน ต้องใช้ศักยภาพ ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความเป็นเลิศทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องกำหนดทิศทาง และสร้างความชัดเจนในกระบวนการส่งเสริม ผลักดัน ปรับเปลี่ยน และสร้างสินค้า บริการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ความสุขอยางหนึ่งเมื่อได้มาเที่ยวเมืองไทย นั่นคงไม่พ้นการได้เรียนรู้ เปิดรับประสบการณใหม่ๆ กับเรื่องราวการกิน หนึ่งในซิกเนเจอร์ของเมืองไทย ที่ใครก็พลาดไม่ได้ ไม่เพียงแค่เปิดตาให้เห็นถึงความ มหัศจรรย์แห่งอาหารไทยที่ทำให้สัมผัสถึงวิถีชีวิต เรื่องราวความน่าสนใจในศาสตร์และศิลป์แห่งศิลปะ วัฒนธรรม วิถีการดำรงชีวิตในแง่มุมต่างๆ แล้ว ยังสนุกเพลิดเพลิน อิ่มเอมไปกับอรรถรสของรสชาติอาหารที่ แตกต่างกัน ในแต่ละพื้นถิ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสัญลักษณ์ ความโดดเด่นของอาหาร
ในแต่ละภูมิภาคได้อย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ เมืองไทยจึงไม่ได้มีดีเพียงแค่อาหารริมทาง เมื่อเราเริ่มจากรู้จัก
สไตลสตรีทฟู้ด อาหารไทยที่ชวนสร้าง ความอะเมซซิ่ง ยังมีอาหารถิ่นจานอร่อย สไตล์วิถีไทยดั้งเดิมแบบพื้นบ้าน และอาหารไทยต้นตำรับ ที่เน้นความ วิจิตรบรรจง ในการปรุงแต่ง จัดจานสไตล์ชาววัง ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปกับรูปแบบการนำเสนอ เช่นเดียวกับการยกระดับการพัฒนา เมนูสตรีทฟู้ดพื้นถิ่นแบบโลคัล สู่การเป็นอาหารไทยเชิงสร้างสรรค์ ผ่านการ ประยุกต์เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าก็ยิ่งทำให้ อาหารไทยครบรส ทั้งอาหารตา อาหารใจ และอาหารที่คุณสัมผัส และรับรู้ถึงรสชาติความอร่อยได้ในแบบที่บางครั้งอาจคาดไม่ถึง สนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัว

ชม Review ครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะแพลนทริปในใจกันแล้ว ใครแพลนไปเที่ยวอยู่แล้วลองหาเวลาสักวันสองวันไปชมกัน

สวนไทย อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของพัทยา

แต่งไทย คลายร้อน เที่ยวแบบไทย สวนไทย พัทยา จังหวัดชลบุรี สถานที่ให้ความรู้ควบคู่กับการพักผ่อนของนักท่องเที่ยว

ใครที่กำลังอยากไป รับรองว่า สวยละลาย สวยบาดใจ ได้ฟีลซัมเมอร์ไม่แพ้ที่อื่นๆ เลยทีเดียว เสน่ห์แห่งความงดงาม ลักษณะท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่วนหนึ่งของงานถูกจัดให้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวไทยทั่วทั้ง 6 ภูมิภาค

ร้อนนี้ ชวนมาเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แต่งไทยคลายร้อนกันที่ พัทยา ยังไม่ไกลจากรุงเทพฯ ขับรถเพียง 2 ชม.เท่านั้นเองชวนเที่ยวสวนไทย พัทยา เป็น สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรีล่องเรือ ขี่ช้าง นั่งรถม้า ห่มสไบไปเที่ยวชมวิถีชีวิตคนไทยสมัยก่อนที่ สวนไทย พัทยา จังหวัดชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ ที่รวมศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทยเราทั้ง 6 ภูมิภาค สวนไทย พัทยา อาณาจักรแห่งความเป็นไทย บนเนื้อที่ 250 ไร่ จะพาเราย้อนไปใช้ชีวิตกินอยู่แบบไทยดั้งเดิม เรียนรู้วิถีชีวิตคนไทยใน 6 ภูมิภาค คือ เหนือ กลาง ใต้ อีสาน ตะวันตก ตะวันออก และเพลิดเพลินไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมหลายแขนง ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้

ที่นี่มีกิจกรรมที่น่าสนใจมีอยู่มากมายหลายโซนเลยทีเดียว เริ่มจาก โซนศาสตร์พระราชา..ตำราของพ่อ ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แก่ นาข้าว 30% แหล่งน้ำ 30% สวนผลไม้ 30% และที่พักอาศัยอีก 10%

ประติมากรรมองค์พญานาคนี้ผ่านการเนรมิต โดยช่างฝืมือของไทยด้วยจินตนาการ ความปราณีตงดงาม อีกทั้งผ่านพิธีกรรมบวงสรวงอย่างครบถ้วน

จึงทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาที่สวนไทย พัทยา ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่อลังการ ความร่มเย็นและความศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยว และชาวสวนไทย พัทยา ได้รับพร และโชคลาภจากองค์ท่าน

มาแวะโซนปางช้างสวนไทย ชมโชว์ศิลปะการต่อสู้ และนั่งช้างชมสวนสวยรอบบริเวณ / โซนสวนไทย การ์เด้น ลอดอุโมงค์พรรณไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า 99 เมตร / กราบไหว้พระพุทธรูปจาก 9 วัดทั่วประเทศ ด้านใน โซนหอพระ มีหลวงพ่อโสธรเป็นองค์ประธาน / ประติมากรรมแผนที่ประเทศไทยประดับกระจก มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสูงกว่า 20 เมตร

มาต่อกันที่โซนตลาดน้ำวิถีไทย 6 ภาค เลือกอิ่มอร่อยไปกับอาหาร ขนม และผลไม้ไทย นานาชนิด

นอกจากนี้ยังมีโซนถ้ำและน้ำตกพญานาคสุดอลังการ นั่งรถม้าลำปางเที่ยวชมรอบๆ สวนไทย ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค พร้อมอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติ

โซนปางช้างสวนไทย ชมโชว์ศิลปะการต่อสู้ และนั่งช้างชมสวนสวยรอบบริเวณ / โซนสวนไทย การ์เด้น ลอดอุโมงค์พรรณไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า 99 เมตร / กราบไหว้พระพุทธรูปจาก 9 วัดทั่วประเทศ ด้านใน โซนหอพระ มีหลวงพ่อโสธรเป็นองค์ประธาน / ประติมากรรมแผนที่ประเทศไทยประดับกระจก มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสูงกว่า 20 เมตร

ที่นี่มีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวมากมาย  ดินแดนแห่งความเป็นไทยที่ยิ่งใหญ่สุดจินตนาการ ปลูกฝังเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้รู้จักและอนุรักษ์ความเป็นไทย

ค่าเข้าชมคิดเป็น ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และชาวต่างชาติ 300 บาท สำหรับกิจกรรมบางอย่าง + ค่าเข้า ราคา 200 บาท

มาสัมผัสได้ทุกวันเวลา 09.00-18.00 น. เพียงท่านละ 100 บาท เข้าชมได้ทุกโซน พร้อมทุกกิจกรรมฟรี สำหรับชาวไทย

เคล็ดลับความชิลล์   มาเที่ยวทั้งที แต่งไทยถ่ายรูปได้ความสนุกเพลิดเพลินกับการแต่งชุดไทยทำกิจกรรมและถ่ายภาพแถมได้ความรู้กันแล้ว ได้ของดีราคาถูกติดไม่ติดมือกลับบ้านแน่นอน

Suanthai Pattaya 泰国芭提雅爽泰度假庄园, Amphoe Bang Lamung.
ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 313/1 กม.22 หมู่ 3 ตำบลห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
วิ่งตรงจากถนนสาย 7 หรือมอเตเวย์จากรุงเทพ พัทยาออกทางออกระยอง เชื่่อมสาย 36 กลับรถมาทางสัตหีบ 4 กิโลเมตรจากแยกพัทยาระยองก็จะถึงสวนไทย พัทยา
โทร.088-0998788 fackbook : suanthaipattaya line : suanthaipattaya

ชวนไปเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก

เปิดแล้ววันนี้ “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก”
เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง
๔ มรดกโลก กลางใจเมือง

“ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” หรือ “World Heritage Journey” เป็นการนำผู้ชมงานเดินทางท่องเที่ยวไปบนเส้นทาง ๔ มรดกโลก ภายในงานจะแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ วิถีอารยธรรม (Exhibition Zone) นิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาและข้อมูลรายละเอียดของ ๔ มรดกโลก วิถีย้อนอดีต (Photo Zone) เป็นจุดถ่ายภาพที่จะดึงดูดให้ผู้เข้าชมงานเก็บบันทึกภาพความประทับใจผ่านเลนส์ โดยจัดสถานที่และอุปกรณ์ประกอบฉากที่จะเนรมิตให้ผู้ที่ร่วมถ่ายภาพเสมือนหนึ่งได้ไปเยือนทั้ง ๔ มรดกโลก วิถีประเพณีวัฒนธรรม (Performance Zone)

ส่วนของเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การแสดงของศิลปิน กิจกรรมสร้างสีสันให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุก และวิถีของดีพื้นถิ่น (Product Zone) โซนร้านแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีจังหวัดต่าง ๆ บนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก ที่รวบรวมไว้ทั้ง อาหาร งานฝีมือ สินค้าหัตถกรรม/อุตสาหกรรม ที่พัก ฯลฯ

 

ท่องวิถี ๔ มรดกโลก  จัดโดยสำนักงาน การท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์  เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก  อยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง พร้อมรวบรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่
มีคุณภาพ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน รวมทั้งอาหารและของดีประจำจังหวัดมานำเสนอในงานระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ลานกิจกรรมสแควร์ ซี ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวในพิธีเปิดงาน “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” ว่า “การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา จากในปี ๒๕๕๙ มีนักท่องเที่ยว จำนวน ๑.๙๕ ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น ๒.๒๐ ล้านคนในปี ๒๕๖๐ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐที่กำหนดให้เพชรบูรณ์เป็น ๑๒ เมืองต้องห้าม..พลาด ที่ต้องการการกระจายการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองที่มีศักยภาพที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเพชรบูรณ์มีความพร้อมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แหล่งน้ำ พรรณไม้ระบบนิเวศฯ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอีกทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริการมีความสมบูรณ์และสมดุลในเชิงกายภาพทางสังคมสูง มีประวัติความเป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในเชิงประวัติศาสตร์อารยธรรมและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น มีการสั่งสมองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยที่มีคุณค่าอย่างมากมาย โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งกำลังรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมืองโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ปี”

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการประชาสัมพันธ์และทำตลาดเชิงรุก รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศ จึงจัดทำโครงการเปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก และจัดงาน “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” โดยนำเสนอเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์บนเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งมรดกโลก ๔ กลุ่ม คือ พระนครศรีอยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ อารยธรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพรวมแห่งการเป็นอารยธรรมเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ของดินแดนสุวรรณภูมิ และสัมผัสกับมิติของการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของตน

ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ลานกิจกรรมสแควร์ ซี ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

แนวคิดของงานครั้งนี้กำหนดเอาไว้ว่า มาเที่ยวทั้งที อาหารและของดีประจำจังหวัด ขอนำเสนอให้ได้ชมกัน มีทั้ง มะขามหวาน ทุเรียนลับแล น้ำพริก ข้าวหลาม ชา กาแฟสด สัปปะรด ผัก ผลไม้ออแกนิค แหนมเห็ด ผลิตภัณฑ์จากขิง กล้วยตาก เห็ดหลินจือ อาหารและเครื่องดื่มจากไร่กำนันจุล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่มีมาให้เลือกสรรกันอีกมายมาย อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสังคโลก น้ำมันนวด ผ้าทอมือ เครื่องนอนสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์จากไม้ ซึ่งรับรองว่าไม่สร้างความผิดหวังให้กับผู้เข้าชมงานอย่างแน่นอน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ชาวฮิปฮอปต้องห้ามพลาด มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญวงการ

เทศกาลฮิปฮอปเมืองไทย งานใหญ่แห่งปี
THAILAND  HIPHOP FESTIVAL 2018

 

การรวมตัวฮิปฮอปไทยระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นในใจ จนกลายเป็นวันนี้…วัฒนธรรมฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจอกัน
“THAILAND HIPHOP FESTIVAL : THE LEGEND”
@HARD ROCK CAFÉ ได้มาเจอ B-BOY รุ่นบุกเบิก / DJ. และ GRAFFITI
ระดับประเทศ อีกทั้งศิลปินฮิปฮอป จะมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ RASTAFAH/ B-KING/ CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW/ PP’ DREAMS/ CP SMING/ JSR YOUNGBONG/ YOUNGOHM/ FIIXD/ CLEO-P “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP/ BOMB AT TRACK/ RAP AKE

บรรยากาศการแถลงข่าวสุดติ่ง : โชว์ RAP สดๆ จาก
RASTAFAH, B-KING และ RASTAFAH Ft. B-KING
ชม VTR : พูดคุยกับ 4 ELEMENT OF HIPHOP | MC | DJ | B-BOY | GRAFFITI

โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน @JJ Mall JATUJAK (ชั้น 6 เจ.เจ.มอลล์ จตุจักร)ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน  HIPHOP นำทีมโดย THAITANIUM/ DAJIM/ RASTAFAH/ B-KING/ CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW/ PP’ DREAMS/ POK MINDSET/ URBOY TJ/ CP SMING/ JSR YOUNGBONG/ YOUNGOHM/ FIIXD/ CLEO-P “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP
B-BOY นำทีมโดย B-BOY OMAN/ B-BOY AJAY/ B-BOY 60ROCK/ B-BOY PRAI-1/ B-BOY GURU
DJ. นำทีมโดย DJ.WHATDATFROG/ DJ.KONG/ DJ.BONNIE/ DJ.DEEBOY/ DJ.DOGGA

เด็ดแบบไม่มีที่ไหน GRAFFITI ระดับประเทศมาพ่นบนกำแพงยาว 30 เมตร นำทีมโดย PAKORN/ JESUS103 RUA MHS/ BOWS/ QUCAN/ GHOST TRAPPERS

นำโดยทีมใหญ่  THAITANIUM / DAJIM / RASTAFAH /
B-KING / CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW /
PP’ DREAMS / POK MINDSET / URBOYTJ /
CP SMING / JSR / YOUNGBONG / YOUNGOHM / FIIXD/ CLEO-P / “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP /
BOMB AT TRACK / RAP AKE

B-BOY นำทีมรุ่นบุกเบิกบ้านเรา และอีกมากจริงๆเวทีน่าจะแน่นๆ  อย่าง…
Bboy Oman
Bboy Ajay
Bboy 60Rock
Bboy Prai-1
Bboy Guru

DJ เป็นการรวมตัวกันรุ่นบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน บนเวทีวางเครื่องกันเต็มจำนวนและจะมีพี่ๆ DJ ตามสมทบอีกมากมาย
Dj Whatdatfrog
Dj Kong
Dj Bonnie SWG
Dj Deeboy
Dj Dogga

GRAFFITI ระดับประเทศรุ่นบุกเบิกถึงปัจจุบัน รวมกันพ้น
บนกำแพงยาว 30เมตร
PAKORN BNA
JESUS103 RUA MHS
BOWS
QUCAN
Ghost Trappers

เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ ที่ 7- Eleven ทุกสาขา
โปรโมชั่น จาก 700 บาท เหลือ 600 บาท จำกัดจำนวนเพียง 1,000 ใบเท่านั้น ชาวฮิปฮอปต้องห้ามพลาด!
วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ JJ MALL HALL
ตั้งแต่เวลา 14.00 – 00.00 น.

ผู้สนับสนุนหลัก U BEER
ติดตามข่าวสาได้ที่ https://www.facebook.com/Thailandhiphopfestival

#thailandhiphopfestival #hiphop #พลังฮิปฮอป #heavyorganizer #HipHopไทย

พีเอฟพี จากก้าวเล็กๆ ที่ทรงพลัง สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่มั่นคง

มาเติมความสุข กับทุกมื้อด้วยความอร่อย
จาก พีเอฟพี

แวะมาบอกต่อความอร่อยง่ายๆ…ทำจากปลาทะเล จับก้ามแล้วฟิน กินแล้ว
ว้าว กับ ก้ามปูหิมะจากพีเอฟพี แฝงความภาคภูมิใจในมาตรฐานที่เราสร้างขึ้นและยึดถือเสมอมา คือ มาตรฐานด้านรสชาติ มาตรฐานด้านความปลอดภัย มาตรฐานระดับสากล รวมทั้งมาตรฐานในการใส่ใจสังคม และสภาพแวดล้อม รักษาความเป็นผู้นำ พีเอฟพี ออก 6 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้คุณได้พบกับความหลากหลายที่อร่อยไม่แพ้ใคร


PFP เป็นผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลแช่แข็งของประเทศไทย ภายใต้การควบคุมดูแลของบุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านโภชนาศาสตร์ มีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต มีการค้นคว้าวิจัยเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากสายการผลิตเป็นระยะ เพื่อนำมาตรวจสอบทางชีวภาพ กายภาพและเคมีรวมไปถึงขั้นตอนการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ PFP ได้คุณภาพการผลิตและสะอาดตามมาตรฐานสากลจากกรมประมง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานโลก (Codex) รวมถึงมาตรฐานต่างๆ ที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

อร่อยง่ายๆ ทำจากปลาทะเล จากก้าวเล็กๆ ที่ทรงพลัง สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่มั่นคงโดยในปี 2527 PFP ได้ก่อตั้งขึ้น  ณ บ้านเลขที่ 27/4 หมู่ 7 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งได้เดินหน้าธุรกิจผลิตภัณฑ์เนื้อปลาบดแช่แข็งหรือซูริมิ(Surimi) เพื่อการส่งออก ภายใต้วิสัยทัศน์ “บริษัทฯ จะเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปในด้านการผลิต ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ”ด้วยศักยภาพในการผลิต มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และพัฒนาการทุกด้านที่มีอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์คุณภาพที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ PFP เช่น ปูอัด เต้าหู้ปลา ซาลาเปาปลา หอยจ๊อ ทอดมัน ฯลฯ อีกทั้งมีบริษัทในเครือทั้งสิ้น 4 บริษัท คือ

1.บริษัท อุตสาหกรรมปลาป่นแปซิฟิค จำกัด ตั้งอยู่ จ.สงขลา ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2531 เพื่อรองรับเศษวัตถุดิบ เช่น หัวปลา ก้างปลามาผลิตเป็นปลาป่นเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ขายภายในประเทศ

2.บริษัท พี.เอฟ.พี.เทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ กรุงเทพมหานคร ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคภายในประเทศ

3.บริษัท ที.พี.แปซิฟิค จำกัด ตั้งอยู่ จ.พิษณุโลก ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าสู่ภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน

4.บริษัท พี.เอฟ.พี.อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ต่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2555 เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทซูชิและผลิตภัณฑ์ของ PFP สร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภค ผลิตโดยเครื่องจักรที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล

ปี 61 พีเอฟพี ตั้งเป้าโต ด้วยกลยุทธ์ธุรกิจแบบ 4.0 ตั้งเป้าเติบโต 11% ไตรมาสแรกพุ่งเกินเป้า เดินหน้ารุกธุรกิจในประเทศผ่านแนวคิด‘เข้าใจ ใกล้ชิด มอบสิ่งดี’ เริ่มดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง พร้อมเปิดตัวร้านค้าออนไลน์ PFP TASTY SHOPและผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน THAIFEX2018

นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท พีเอฟพี กล่าวถึงภาพรวมของตลาดอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปว่า “ปีที่ผ่านมาอัตราการผลิต การจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการส่งออกมีการขยายตัวขึ้น เนื่องจากความต้องการของประเทศคู่ค้าหลักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ทุกกลุ่มสินค้าอาหารของไทยมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น

นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท พีเอฟพี

จากแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มบริษัทพีเอฟพีวางแผนขยายธุรกิจส่งออกรวมถึงขยายฐานลูกค้าในประเทศให้กว้างขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโรงงานที่มีแผนใช้งบลงทุนหลัก 200 ล้านบาท สำหรับเพิ่มและปรับปรุงเครื่องจักรในการขยายกำลังการผลิตการทำตลาดที่ใช้สื่อออนไลน์เข้ามาช่วยในกิจกรรมส่งเสริมการขายรวมถึงเพิ่มช่องทางจำหน่ายแบบออนไลน์เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

ในปี 2561กลุ่มบริษัทพีเอฟพีตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 5,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11%จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นในประเทศ 10% ต่างประเทศ 14% สำหรับตลาดในประเทศ พีเอฟพีถือได้ว่าเป็นผู้นำด้านอาหารทะเลแปรรูปแช่เยือกแข็งในช่องทางตลาดสดและช่องทางธุรกิจบริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม(Food Service) แม้ว่าการแข่งขันในยุคปัจจุบันจะสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคา กำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ด้วยกระบวนการผลิตและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ได้รับมาตรฐานจึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของพีเอฟพีว่ารสชาติดี มีคุณภาพ ส่วนสถานการณ์ในตลาดต่างประเทศ ไตรมาสแรกเป็นไปได้ดีเกินเป้าหมายที่วางไว้  โดยเฉพาะตลาดเอเชียรวมถึงกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่ยังไม่สามารถผลิตสินค้าอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ส่งผลให้มีการนำเข้าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจและการค้าของประเทศคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศตะวันออกกลางสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นด้วย” นายทวีกล่าว

ด้านการดำเนินงานและแผนการตลาดนายธวัชชัย รัตนะพิสิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพีเอฟพี เปิดเผยว่า “ในปี 2561 กลุ่มบริษัทพีเอฟพี จะรุกตลาดต่างประเทศโดยการขยายฐานลูกค้าและช่องทางจำหน่ายให้มากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารแช่เยือกแข็งและอาหารพร้อมทานโดยเฉพาะในตลาดจีน รวมถึงตลาดยุโรป สำหรับตลาดในประเทศ จะใช้แนวคิด เข้าใจ ใกล้ชิด มอบสิ่งดี พร้อมด้วยการดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งควบคู่อีกทั้งยังเตรียมจัดแคมเปญการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย  เข้าใจถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์
ที่สามารถตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นด้านไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายแบบสินค้าพร้อมทานความง่ายในการหาซื้อด้วยช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายและมากขึ้น อาทิ ก้ามปูหิมะของพีเอฟพี ที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่นซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ที่รสชาติดีและสะดวกต่อการทานแล้ว ยังจะต้องมีประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมถึงรูปแบบของการเข้าถึงผู้บริโภคจะต้องเป็นไปแบบตรงใจและเหมาะสมตามกลุ่มเป้าหมาย ใกล้ชิดด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์โมเดิร์นเทรดรวมถึงการเพิ่มสาขาพีเอฟพีช้อปจากเดิมที่มีอยู่ 9แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลมากขึ้นอีกทั้งด้านการสื่อสารกับผู้บริโภค จะเน้นความใกล้ชิดในการส่งข่าวสารและรับฟังผู้บริโภคผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆที่มีอยู่

ข้อสุดท้าย PFP  มอบสิ่งที่ดีด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ทันสมัย บุคลากร ตลอดจนหน่วยงาน วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่ร่วมกันพัฒนาเพื่อให้พีเอฟพีเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการ ทั้งเรื่องรสชาติและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทุกเพศ ทุกวัย”

นางสาวปิยกาญจน์   ปิยะพัฒนา กรรมการบริหารกลุ่ม  บริษัท พีเอฟพี เปิดเผยว่า“ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เข้าสู่ยุค 4.0ซึ่งเป็นการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทไลฟ์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่นิยมใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงบริการต่างๆผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้พีเอฟพีต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัว PFP TASTY SHOP ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์ ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของพีเอฟพี

PFP TASTY SHOP เริ่มจำหน่ายสินค้าในกลุ่มพร้อมทาน (Ready to Eat) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของพีเอฟพีที่จำหน่ายในต่างประเทศ ได้แก่ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา พะโล้เต้าหู้ปลา ต้มยำซีฟู้ดส์ ผัดกะเพราปลา และคั่วกลิ้งปลา โดยผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก(Facebook) อินสตาแกรม(Instagram) LINE@(ไลน์แอด)เป็นช่องทางหลัก และยังมีจำหน่ายบนร้านค้าออนไลน์ อย่างลาซาด้า(Lazada) ซึ่งถือได้ว่า  เป็นการเพิ่มช่องทางให้กับผู้บริโภค
โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยรุ่น ที่ชอบความสะดวกรวดเร็วและใส่ใจสุขภาพ

ปลาทูต้มหวาน เริ่มวางจำหน่ายใน  PFP TASTY SHOP

สำหรับงาน THAIFEX 2018 จัดขึ้นระหว่าง  วันที่ 29 พฤษภาคม –2 มิถุนายน 2561 พีเอฟพี ได้เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มอาหาร
แช่แข็ง ได้แก่ ห่อหมกปลา แกงกะหรี่ลูกชิ้นปลา โครเก้ต์ปลารสชาติใหม่กลุ่มอาหารพร้อมทานที่มีปลาทูต้มหวานเป็นไฮไลท์ เมนูพื้นบ้านรสชาติไทยแท้ ด้วยปลาทูตัวใหญ่ก้างนิ่ม ทานง่าย เหมาะสำหรับคนทุกวัยและยังเป็นครั้งแรกของพีเอฟพีกับการแตกไลน์การผลิตของหวาน ธัญพืชห้าสีในน้ำตาลจากดอกมะพร้าวที่มีคุณค่าและประโยชน์จากถั่ว 5 ชนิด ได้แก่ ถั่วขาว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว และลูกเดือย รวมถึงน้ำตาลดอกมะพร้าว กลายเป็นของหวานที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ไม่มีคลอเรสเตอรอล โซเดียมต่ำ โดยในเดือนมิถุนายนนี้ ปลาทูต้มหวาน เริ่มวางจำหน่ายใน  PFP TASTY SHOP พร้อมกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ก็จะทยอยวางจำหน่ายเช่นเดียวกันเพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ว่าจะเพิ่มการจำหน่ายให้ครบภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธของกลุ่ม บริษัท พีเอฟพี ได้ในงาน THAIFEX 2018  บูธ R01-Q14 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ  การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่การเจรจาธุรกิจอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศสาธิตการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับเมนูอาหารจากผลิตภัณฑ์ของพีเอฟพี

สอบถามรายละเอียดได้ที่ : บริษัท พี.เอฟ.พี. เทรดดิ้ง จำกัด
P.F.P อร่อยง่ายๆ ทำจากปลาทะเล
Web : www.pfp-pacific.com
Facebook : www.facebook.com/PFPThailand/
ID Line : prpfp
Tel : 02-2854070

เพชรบูรณ์ ชวนเที่ยวท่องวิถี 4 มรดกโลก

มาบอกเล่า ความเป็นมา 4 มรดกโลก

นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะประธาน  แถลงข่าว นายธนิต จิตละมัย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพชรบูรณ์ ในฐานะผู้ดำเนินงาน นายยชญ์สุธา วิชัยธนพัฒน์ ประธานหอการค้า จ.เพชรบูรณ์ ในฐานะผู้ร่วม ได้ร่วมแถลงข่าว การจัดงาน “ท่องเที่ยววิถี 4 มรดกโลก”ด้วยการ “เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 4 มรดกโลก อยุธยา–ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์- สุโขทัย – หลวงพระบาง ประเทศลาว ที่เน้นความสำคัญอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และ เป็นเมืองโบราณสถานที่สำคัญของ จ.เพชรบูรณ์ เดิมชื่อ  “เมืองอภัยสาลี”  ถูกค้นพบเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตรวจราชการ อีกทั้งมีลักษณะเป็นที่ตั้งเมืองอยู่ในชุมทางติดต่อกับภาคอื่นๆได้ จึงได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากอาณาจักรข้างเคียงผสมผสาน เช่น ศิลปะทวารวดี ศิลปะขอม เป็นต้น รวมทั้งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ด้านนายธนิต ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งพัฒนาเศรษฐกิจของ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา จากในปี 2559 มีนักท่องเที่ยว จำนวน 1.95 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 2.20 ล้านคนในปี 2560 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐที่กำหนดให้เพชรบูรณ์เป็น 12 เมืองต้องห้าม..พลาด ที่ต้องการการกระจายการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองที่มีศักยภาพที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แหล่งน้ำ พรรณไม้ระบบนิเวศฯที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอีกทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริการมีความสมบูรณ์และสมดุลในเชิงกายภาพทางสังคมสูง มีประวัติความเป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในเชิงประวัติศาสตร์อารยธรรมและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น มีการสั่งสมองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยที่มีคุณค่าอย่างมากมาย ซึ่งทางท่องเที่ยวและกีฬาจ.เพชรบูรณ์ เห็นความสำคัญจึงจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น ภายในงานประกอบด้วย กิจกรรม สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

ด้านนายยชญ์สุธา ประธานหอการค้า จ.เพชรบูรณ์ กล่าวเชิญชวนให้มาเที่ยวงานดังกล่าวว่า ทางหอการค้าจ.เพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาร่วมย้อนอดีตไปบนเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง 4 มรดกโลกรวมถึงร่วมกิจกรรม “ท่องวิถี 4 มรดกโลก” ที่จะได้สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ ประเพณี พร้อมกับการแสดงที่น่าตื่นตาตลอดงาน ได้ชม ชิม ช้อป และเที่ยววิถีไทยในงานไปพร้อมกัน

ภายในงานจะแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ดังนี้ ได้แก่ วิถีอารยธรรม (Exhibition Zone) นิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาและข้อมูลรายละเอียดของ 4
มรดกโลก

วิถีย้อนอดีต (Photo Zone) เป็นจุดถ่ายภาพที่จะดึงดูดให้ผู้เข้าชมงานเก็บบันทึกภาพความประทับใจผ่านเลนส์ โดยจัดสถานที่และอุปกรณ์ประกอบฉากที่จะเนรมิตให้ผู้ที่ร่วมถ่ายภาพเสมือนหนึ่งได้ไปเยือนทั้ง 4 มรดกโลก

วิถีประเพณีวัฒนธรรม (Performance Zone) ส่วนของเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การแสดงของศิลปิน กิจกรรมสร้างสีสันให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุก

และวิถีของดีพื้นถิ่น (Product Zone) โซนร้านแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีจังหวัดต่าง ๆ บนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 4 มรดกโลก ที่รวบรวมไว้ทั้ง อาหาร งานฝีมือ สินค้าหัตถกรรม/อุตสาหกรรม ที่พัก ฯลฯ

นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

นายวรพจน์ รองพ่อเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การเปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 4 มรดกโลก ครั้งนี้เน้นความสำคัญอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี และกำลังรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่ พร้อมรวบรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน รวมทั้งอาหารและของดีประจำจังหวัดโดยร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์และหอการค้าของจังหวัด ที่จะยกจังหวัดทั้ง 4 เส้นทาง มาไว้ที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ผู้คน อาหารการกินและของดีพื้นถิ่น รวมทั้งถสานที่พักผ่อน ท่องเที่ยวอย่างครบครัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมพันธ์บรรยากาศอุทยานประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ อ.ศรีเทพ หรือเมืองศรีเทพให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวในวงกว้างและสนใจที่จะเดินมาท่องเที่ยวมากขึ้น ณ ลานกิจกรรม ด้านศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561

เปิดลายแทง…ทริป “หลงรักษ์ประจวบ”

เริ่มแล้ว ทริป  “หลงรักษ์ประจวบ”
ตอน จากภูผาสู่สมุทร

มาเที่ยวอีกครั้ง  หนีไปดับร้อน ที่กุยบุรี มันชิลดี  3 วัน 2 คืน มาสร้างสีสัน กระตุ้นต่อมการท่องเที่ยวกับเส้นทาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ถึง อำเภอกุยบุรี

เอาจริงๆ กุยบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศ ใช้เวลา
ในการเดินทาง แปร๊ปเดียว เพียงแค่ 40 นาที จากหัวหิน  ทริปนี้เรามีโอกาสเยี่ยมชมที่พักสวยๆ ที่กุยบุรี ด้วยความการตกแต่งทีงดงามน่ารัก มีสไตล์อย่าง วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท และ วาฏิกา รีโซวิลล่า เป็นสถาให้ความสะดวกสบายเคียงคู่ไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง   ที่นี่มีร้านอาหารซีฟู้ดต่างๆ  ที่พัก มีราคาไม่ทำร้ายกระเป๋าสตางค์
กันมากสักเท่าไหร่

เรามาเริ่มเปิดลายแทง “หลงรักษ์ประจวบ” เมืองท่องเที่ยวทรงคุณค่าระดับนานาชาติ ที่นี่เต็มไปด้วย ความสนุกสนาน ตื่นเต้นของกิจกรรมต่างๆ  ที่ทำให้ผู้มาเยือนสนุปแบบไม่ซ้ำ  สำหรับผู้ที่รักการดำน้ำดูปลาสวยงาม
ดูปะการัง พร้อมความสวยงามของโลกธรรมชาติใต้ทะเล ที่มีความสวย
งามไม่แพ้ทะเลใดในโลก

อำเภอกุยบุรี ค่อนข้างสงบเงียบ ธรรมชาติสวยงาม ที่นี่เป็นส่วนตัวหน่อยๆ
มีอาหารทะเลสดๆ ให้อร่อยกันจุใจรวมไปถึงมีที่พักพูลวิลล่า นอนพักผ่อนสบายๆ ให้ได้ชิลล์ ทริปนี้เราพักที่ วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท

Vartika Adventure Retreatic Resort
วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท
ที่ตั้งอยู่ในเขตบ่อนอก อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หัวใจหลักของ วาฏิกา คือ การอนุรักษ์รักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรีนโฮเทล)
โรงแรม วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท

ทริปหลงรักษ์ประจวบ ตอน จากภูผาสู่สมุทร  เกิดขึ้นจากlสุดยอดแนวคิดของคุณอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ประจวบ คีรีขันธ์  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียง ชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพและมีความพร้อมบนพื้นฐานของเอกลักษณ์สนับสนุนแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ  ลด
การสิ้นเปลืองพลังงาน และลดมลพิษทางอากาศ

ทริบหลงรักษ์ประจวบ คุณอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว นำพาคณะนำชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ อาทิ  ท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน  การใช้ลิงกังเก็บมะพร้าวจากต้น ดูแล้วหลงเสน่ห์ในความเรียบง่าย และเงียบสงบของกุยบุรีอย่างแน่นอน

หลังจากเช็คอิน ที่โรงแรม ข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ทานอาหารกลางวัน
ณ.ห้องอาหารบ่อนอก  ห้องอาหารอยู่ข้างสระน้ำ บรรยากาศดี ตั้งอยู่ใน
วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 6.30 – 22.00 น.  อิ่มจัดเต็มแล้ว พร้อมเดินทางเพื่อชมวิถีชาวบ้าน  ด้วยการใช้ลิงเก็บมะพร้าว ด้วยความชำนาญ มาต่อด้วยเยี่ยมชมหมู่บ้าน Otop “บ้านหัวตาลแถว”  OTOP  เพื่อการท่องเที่ยว บ้านหัวตาลแถว ชมกลุ่มเกษตรกรทำผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว บรรยากาศของที่นี่เป็นไปอย่างคึกคัก พวกเราเลือกซื้อสินค้าอย่างสนุกสนาน

 

ทริปนี้ได้มีโอกาส ได้พบนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน  ร่วมให้สัมภาษณ์และนำเที่ยวครั้งนี้ด้วยตนเอง  กิจกรรมท่องเที่ยว 8 อำเภอ ของ จ. ประจวบคีรีขันธ์ พูดคุยและแนะนำการท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ  เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ทะเล เกิดความมั่นคงทางอาหาร ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย

ต่อด้วยผลิตภัณฑ์์ยอดนิยม คือ การปลูกบ้านปลา มะพร้าว ทำสาหร่าย การทำน้ำปลากู้โลก กิจกรรมและโครงการต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบใกล้ชิดธรรมชาติกับบรรยากาศสวนป่าเขตร้อน ที่นี่เป้นทำให้ชาวบ้านมีอาหารบริโภคอย่างพอเพียง เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีนำไปสู่ความมีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งพาตนเอง ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ชายฝั่งทะเลกุยบุรีให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้องและควบคู่ไปกับการฟื้นฟูบูรณะทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ เกิดความสมดุล และแก้ปัญหาข้อพิพาทต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดไป

เช้าวันที่สอง รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ไปต่อค่ะ ใครเป็นขาเที่ยวสายทะเลแล้วล่ะก็! ไต้องไปขึ้นเรือนำเที่ยวที่ สะพานสราญวิถี  เรือออกเดินทางไปเกาะจาน  เกาะท้ายทรีย์ และ เกาะเหลือบกัน  หลายคนคงทำหน้างงๆ  เกาะน้องใหม่มาแรงในฤดูนี้ แซงโค้ง เพราะธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทะเลใส ฟ้าสวย ที่สุดแสนจะยั่วยวนจิตใจ ให้ได้อดหยิบบีกินีสวย ไปใส่หน้ากากดำน้ำแล้วก้มลงไปดูปะการังสีสวย และเกิดคำถามขึ้นมาทันทีที่

ทริบหลงรักษ์ประจวบ โดยคุณอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว นำพาคณะนำชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ

นายอุดมสุข  นิ่มเซียน  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริหารแบบให้รีสอร์ทอยู่ร่วมกับชุมชนรอบข้างได้อย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลรายได้และอาชีพให้กับชาวบ้านท้องถิ่น  มีความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ทะเล เกิดความมั่นคงทางอาหาร ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
ซึ่งชาวบ้านมีภูมิลำเนาไม่ไกลจากเมืองชายทะเลสุดคลาสสิค

ริมทะเลสีสันยามเย็น BBQ ปิ้ง ย่าง @วาฎิกา บีชเราก็เพิ่งรู้!  ที่นี่เป็นที่เที่ยวดำน้ำแห่งใหม่ของ จ. ประจวบคีรีขันธ์  เป็นจุดดำน้ำตื้นของเหล่านักท่องเที่ยว สำหรับใครที่อยากไปชื่นชมธรรมชาติ ที่นี่แหละ เป็นสวรรค์ของคนรักท้องทะเลทางฝั่งอ่าวไทยและ แหล่งดำน้ำที่มีปะการังและสัตว์ทะเลอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย

 

สำหรับใครที่อยากไปชื่นชมธรรมชาติ เกาะท้ายทรีย์  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ การดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ. ประจวบคีรีขันธ์ สามารถเดินเล่นและดำน้ำดูปะการัง โดยไม่อนุญาตให้เดินเที่ยวชมในส่วนอื่นๆ ของเกาะ เนื่อง จากเป็นเกาะที่ได้รับสัมปทานการทำรังนก

นอกจากนี้ ไม่ไกลจาก พื้นที่บริเวณโดยรอบ มีธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่สวย งามเช่นกัน  และไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม ที่ตั้ง ราคา รวมถึงแนวความคิด  และการจัดการของผู้บริหาร ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น ดำน้ำ ชมทิวทัศน์ทางน้ำ ดูพระอาทิตย์ตก ตกปลา มีที่ปิ้งย่างฯลฯ

กิจกรรม  กินลม ห่มทราย หรือเรียกง่ายๆ ว่า สปาทราย ที่ วาฏิกา รีโซวิลล่า  เป็นอีก1 กิจกรรมเพื่อสุขภาพยอดฮิต หรือ ไฮไลท์ที่จะจัดต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยขจัดสารพิษ เสริมสร้างสมดุลให้กับร่างกายและผิวพรรณเปล่งปลั่ง  ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแถบชายทะเลเมดิ
เตอร์เรเนียน เรียกว่า ทะเลบำบัด ใครไปเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสมาพักผ่อนที่วาฏิกา กุยบุรี แห่งนี้

CR ภาพ : www.thainewsvision.com โดยคุณพาฝัน  ปิ่นทอง

น้ำปลากู้โลก เป็นอีกหนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อและมีรสชาติดี มาทั้งทีท่านนายกฯ
พาเปิดลายแทงและเผยความลับของ ชื่อและที่มาอันเวอร์วัง และแสดงการทำน้ำปลากู้โลกด้วยตัวท่านเอง ซึ่งเรื่องของชื่อนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เกิดจาก การต่อสู้ของกลุ่มประมงชายฝั่ง และการอนุรักษ์ชายฝั่งที่มีการ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง เรื่องการทำประมงปลาเล็ก เช่นปลากะตัก  ปลาไส้ตัน และ เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างเรือพานิชย์และเรือเล็กชายฝั่ง จึงมีความคิดริเริ่มการทำน้ำปลา โดยขอความอนุเคราะห์ไปยังหน่วยส่งเสริมกรมทรัพยา กรทะเล มีการเรียนและการสอน จนเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนของกรรมวิธีที่มาของชื่อ น้ำปลากู้โลก

วิธีการทำน้ำปลากู้โลก นั้นไม่ยากอย่างที่คุณคิด!
1. ใช้ปลาท้องถิ่นได้ทุกชนิดไม่ว่าจะน้ำจืดหรือน้ำทะเล
2 เกลือสมุทร สาเหตุเกลือสมุทรเป็นเกลือที่มีไอโอดีนและให้ความเค็มได้ดี 3 ผลไม้ให้ความหวานและจุลินทรีย์  (เราใช้สับปะรด)  สาเหตุที่ใช้ผลไม้
นอกจากให้ความหอมและยังให้ความหวานแทนน้ำตาลนำมาหมักรวมกันวางโอ่งตากแดดไว้ กลางแจ้งเป็นเวลา 8-1 ปี ก็จะได้น้ำปลา ที่อร่อยหอมหวาน ค่าโซเดียมที่ต่ำและปลอดสารเคมีอีกด้วย
-นายอิฐธิรัตน์ จันทร หรือพี่โอ๊ต กล่าว



มาปิดท้ายทริป  หลงรักษ์ประจวบไม่มีจบนี้ด้วยการ.คืนความสุข และความสมดุล ให้กับ ท้องทะเล กับโครงการ. 9,999 ล้านดวงใจ พื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

ตื่นเต้นกับความสนุกสนานและชมความความสวยงามของธรรมชาติเท่านั้น ที่วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท  ยังมีความสะดวกสบาย และความสนุกสนานตื่นเต้น ของกิจกรรมต่างๆ ที่ทางรีสอร์ทจัดสรรมาให้กับผู้มาเยือน แถมไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย รีบมาตักตวงความสนุก ความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เราเชื่อว่าคุณจะหลงรักษ์ประจวบ  แบบ..ไม่มีจบเหมือนเราอย่างแน่นอน


ขอบคุณข้อมูลและทริปสุดพิเศษ  : คุณอุดมสุข นิ่มเซียน
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
FB: udomsuk nimcean

#หลงรักษ์ประจวบไม่มีจบ
#เมืองท่องเที่ยวทรงคุณค่าระดับนานาชาติ
#สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โครงการ Artisan Ratchada ต่างจากคอนโดอื่นอย่างไร?

อาร์ติซาน ช่าง เลือก กับเทรนด์ที่อยู่อาศัยจริง ยิ่งใหญ่และงดงาม บนถนนเทียมร่วมมิตร

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ฟังดูแล้วชวนให้ตื่นเต้น  เปิดแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง “Artisan Ratchada” การจะเลือกโครงการที่ถูกใจตามอัธยาศัย เรื่องการหาทำเลที่ตั้งของโครงการเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง ความน่าเชื่อถือของโครงการ หรือผู้พัฒนาก็มีความสำคัญ คอนโดมิเนียมใหม่ส่วนใหญ่ต้องรอสร้างเสร็จประมาณ 1-3 ปี คอนโดยิ่งสูงยิ่งแพง เพราะถูกจำกัดการสร้างตึกสูงด้วยผังเมือง ค่าก่อสร้างตึกสูงที่แพงกว่ามาก วิวของห้องก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อนึงของคนทั่วไป ระหว่างการตัดสินใจเลือกซื้อห้อง เพราะเวลาที่เราจะตัดสินใจซื้ออะไรบางอย่าง เราก็จะพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง วิวมุมสูงเห็นได้ระยะไกล ขนาด และจำนวนยูนิต ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงรองมา ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันที่นิยมชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แนวคิดการออกแบบ โมเดิร์น คอนเทมโพราลี่ สไตล์ ดีไซน์ในลักษณะแบบร่วมสมัย มีความเรียบง่าย ใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสุขภาพ

ที่นี่ ณ โครงการ Artisan Ratchada คือ เริ่มต้นคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า
ด้วยระบบสาธารณูปโภคครบครันทันสมัย ประกอบด้วยการส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งในด้านความปลอดภัย สวัสดิภาพ สุขภาพ การศึกษา การป้องกันภัยพิบัติที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดย MRT สายสีน้ำเงิน สถานีห้วยขวาง แอร์พอร์ตลิงค์ และทางด่วน บริเวณโดยรอบของโครงการยังเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ

สิ่งที่ทำให้ โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก ทำเลศูนย์กลางของธุรกิจและระบบสาธารในอนาคต รายล้อมไปด้วยโครงการอื่น ที่มีศักยภาพมากมายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง Toptotravel เดินชมภายในโครงการที่นี่ออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินกับการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ที่มีขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีแนวคิดในการพัฒนา เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายในพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่พักผ่อนได้อย่างลงตัว


เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว โครงการ Artisan Ratchada โครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 พัฒนาภายใต้บริษัท บีจีวาย แอนด์ ทีเอฟดี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ระหว่างบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับต้นของประเทศในอาเซียน โดยเข้าตลาดหลัก ทรัพย์ ในประเทศฮ่องกง และบริษัทชาวไทยที่มีชื่อเสียงทางด้านอสังหา
ริมทรัพย์มากกว่า 40 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2540 โดยวัตถุประสงค์ของการลงทุนครั้งนี้สร้างไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม

ทีมผู้บริหาร นายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย)

ด้วยเหตุนี้ทำให้ ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) โดยทีมผู้บริหาร นายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) จัดงานเปิดตัวโครงการ Artisan Ratchada โครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 เพื่อจัดสรรพื้นที่ทั้งหมดให้ลงตัว โครงการ Artisan Ratchada บนพื้นที่ 8.2 ไร่ มูลค่าโครงการมากกว่า 6,000 ล้านบาท บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Mixed-use อสังหาริมทรัพย์ที่ผสมผสานระหว่างห้องพักเพื่อการอยู่อาศัย และพื้นที่ Lifestyle shop และ Business center พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 6,000 ตารางเมตร อวดโฉมแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง

จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี การคมนาคมที่สะดวก สบาย เข้าออกได้สองทาง คือ ทั้งฝั่งของ ถนนเทียมร่วมมิตร และ ฝั่งประชาอุทิศ24 (เหม่งจ๋าย) โดยรอบโครงการเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นแหล่ง Shopping อาทิเช่น Central rama 9, Esplanade, The Street ,ตลาด นัดรถไฟรัชดา, Fortune Town, Cyber World Tower, AIA Capital Center, G Land Tower รวมไปถึง Super tower ที่ในอนาคตจะมีการก่อสร้างขึ้นตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง



เพราะต้องการสร้างไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในแบบที่แตกต่าง  โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก  จึงออกแบบเพื่อสร้างปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน โครงการ Artisan Ratchada สร้างขึ้นภายใต้ Concept แบบ Mixed-use เป็นการผสมผสานระหว่างการอยู่อาศัย และ lifestyle แบ่งเป็น community mall ขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตารางเมตร จํานวน 3 ชั้น ประกอบด้วย supermarket ขนาดใหญ่ ร้านนอาหาร และร้านค้าต่างๆ เรียกได้ว่าที่เดียวจบครบทุกเรื่อง ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายเสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว

การบริการเป็นสิ่งที่ทางผู้บริหารได้ให้ความสําคัญและใส่ใจกับผู้อาศัยมาโดยตลอด โครงการ Artisan Ratchada มาพร้อมกับการบริการตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ด้วยประสบการณ์ทางด้านการบริการยาวนานถึง 25 ปี ทั้งนี้ยังมีระบบ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทําให้หมดปัญหากังวลใจ ยิ่งไปกว่านั้นเพียงผู้พักอาศัยดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น “phoenix system” ก็สามารถเรียกใช้บริการต่างๆภายในโครงการได้ อาทิเช่น การเรียก ซ่อมบํารุง บริการส่งอาหาร ทําความสะอาด เรียกแท็กซี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังสามารถตรวจเช็คผู้มาเยี่ยมเยือนได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น เช่น เมื่อมี เพื่อนหรือญาติคนสนิทมาหา ผู้อาศัยจะสามารถดูจอผ่านแอปพลิเคชั่น ได้ จากนั้นหากอนุญาตให้เข้ามา ก็กดตกลงหรือหากไม่อนุญาต สามารถกดปฏิเสธได้เช่นกัน โดยที่ลูกบ้านไม่จําเป็นต้องเสียเวลาเดินลงไปเพื่อเปิดประตู ทั้งนี้ยังสามารถป้องกันพวกมิจฉาชีพได้เป็นอย่างดี

ภายในโครงการได้นําเทคโนโลยีที่ลํ้าสมัยมาใช้ในระบบรักษาความ ปลอดภัย โดยในประเทศไทยยังไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง โดยมีระบบความปลอดภัยและอํานวย ความสะดวกให้กับลูกบ้านได้อย่างดีเยี่ยม อาทิเช่น ระบบการสแกนป้าย ทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติด้วยระบบจดจําอัจฉริยะ ระบบเปิดประตูล็อบบี้ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าห้องพัก

ในส่วนพื้นที่บริเวณชั้น 4 ของโครงการจะมีสิ่งอํานวยความสะดวกใน ด้านต่างๆ อาทิเช่น Fitness ขนาดใหญ่ ห้องโยคะ ห้องอบไอน้ำ ห้อง เซาว์น่า สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ และยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังมีพื้นที่สำหรับเด็ก และสนามเด็กเล่นทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมไปถึงห้องสมุด มุมนั่งเล่น และ Wi-Fi บริเวณรอบโครงการ

โครงการ Artisan Ratchada ตั้งอยู่บน ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวางทำเลใจกลาง New CBD ขนาดพื้นที่ 8.2 ไร่ ซึ่งตัวโครงการจะมีทั้งหมด 4 อาคารๆละ 34 ชั้น จำนวน 1,337 ยูนิต โดยภายใน พื้นที่จะมี Community mall ขนาดพื้นที่มากกว่า 6,000 ตารางเมตร มีทั้งหมด 3 ชั้น ในส่วนของที่จอดรถจะมีทั้งหมด 6 ชั้นครึ่ง เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2560 และคาดว่า
จะแล้วเสร็จ ในปี 2563

ครั้งแรก! ในประเทศไทย พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่าง มาตรฐานการก่อสร้างระดับโลก Showcase เทคโนโลยีการก่อสร้าง “Artisan Experience Hall”
ลงตัวในทุกฟังก์ชัน ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาด 28 ตารางเมตร(ตร.ม.) จนถึง 78 ตารางเมตร ณ Sale Gallery

ขอบคุณสถานที่ : โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพฯ

Home

เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113

เลสโต คอนโด แต่งครบใกล้สถานีสำโรง

เปิดกลยุทธ์บิลท์ แลนด์ ปี 61 รุกขาย “เลสโต” คอนโดแต่งครบใกล้สถานีสำโรง มั่นใจโกยยอดขายทะลุเป้าพันล้าน สร้างความเชื่อมั่นมุ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 62

Lesto Condo Sukhumvit 113 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ดึงดูดสายตาผู้พัฒนาโครงการรายต่างๆเข้ามาเก็บแลนด์แบงก์ในพื้นที่ทำเลนี้คือการใกล้เปิดบริการของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสถานี สำโรง – ปู่เจ้าสมิงพราย และเป็นจุดต่อรถไฟฟ้ากับสายสีเหลืองในอนาคต

บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยความสำเร็จจากการเติบโตต่อเนื่อง เปิดแถลงกลยุทธ์รุกตลาดอสังหาฯ ปี 2561 มั่นใจโกยรายได้สูงกว่า 1,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมยื่นไฟล์ลิ่งนำบริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ช่วงไตรมาส 4 เร่งปิดการขายห้องชุดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ แต่งครบ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113” สถานีสำโรง จัดงาน OPEN HOUSE 19-20 พ.ค.นี้ พบโปรโมชั่นสุดคุ้ม ฟรีทุกค่าใช้จ่ายในวันโอน หรือฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.45 ล้านบาท

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2561 มีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากมีปัจจัยที่ดีขึ้นทั้งจากการส่งออก การท่องเที่ยว อัตราดอกเบี้ยทรงตัวค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ภาครัฐยังมีการลงทุนโครงการด้านสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณที่ดีของภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น และเริ่มกลับเข้าสู่การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันชาวต่างชาติหันมาซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะราคายังถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับราคาในประเทศของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง คอนโดมิเนียมที่ยังได้รับความสนใจอยู่จะเป็นบริเวณแนวรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดินทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและส่วนต่อขยาย ในขณะที่กำลังซื้อที่ดินของผู้ประกอบการที่จะนำมาพัฒนาโครงการยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนร่วมกับคนไทยในการประกอบธุรกิจคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ส่งผลให้ราคาที่ดินดิบมีราคาสูงต่อเนื่อง ทำให้ในอนาคตราคาคอนโดมิเนียมจะมีราคาสูงเพิ่มขึ้นตาม ตลาดก็จะมีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะต้องหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่รองรับกำลังซื้อของคนต่างชาติ

โครงการ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  สถานีสำโรง เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 786 ยูนิต

สำหรับโครงการล่าสุดของ  บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน)  คือ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  สถานีสำโรง เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จแล้ว  แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ บนเนื้อที่ 7 ไร่เศษ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 786 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,000  ล้านบาท ซึ่งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ห่างจาก BTS สถานีสำโรงเพียง 400 เมตร และในอนาคตสถานีนี้จะเป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อเพื่อเปลี่ยนไปสายสีเหลืองที่วิ่งไปทาง รัชดา – ลาดพร้าว ได้ด้วย”

ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ของ  บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่มีมากว่า 10 ปี และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการปิดขายโครงการต่างๆ ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นในปี 2561 บริษัทจึงตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2560 โดยบริษัทเน้นที่อัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น เนื่องจากโครงการต่างๆ ที่มีอยู่นั้น บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาขายไปแล้ว 5-10% โดยเฉพาะโครงการห้องชุด ซึ่งอยู่ในแนวรถไฟฟ้า เช่น โครงการ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113” สถานีสำโรง ซึ่งเป็นย่านชุมชนที่ยังมีความต้องการที่พัก อาศัยค่อนข้างสูง โดยเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าเงินสูงสุดในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย และเป็นคอนโดมิเนียมเพียงไม่กี่แห่งที่มีรถไฟฟ้าผ่านถึง 2 เส้นทาง (สายสีเขียวและสายสีเหลือง) เพื่อความสะดวกในการเลือกเดินทาง หรือกรณีใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนสุขุมวิท หรือทางด่วนเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในได้สะดวกเช่นกัน

นอกจากนี้ นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) ยังมีเป้าหมายที่จะนำ “บิลท์ แลนด์” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2562 เพื่อรองรับแผนการขยายการลงทุนในอนาคต

สำหรับแผนการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ “บิลท์ แลนด์” นั้น บริษัทฯ จะเพิ่มทุนอีกจำนวน 100 ล้านหุ้น เพื่อขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ส่วนราคาเสนอขายก็จะต้องรอปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินก่อน ปัจจุบันธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรได้สูง เนื่องจากเรามีความเชี่ยวชาญในการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มองขาดในเรื่องทำเล คุณภาพของงานก่อสร้าง ครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการหลังการขายที่มีบริษัท บิลท์ ฮาร์ท จำกัด ช่วยในการบริการลูกค้า จัดการบริหารอาคารนิติบุคคล คอยรองรับการบริหารห้องชุดให้ลูกค้าในกรณีที่มีความต้องการขายต่อหรือให้เช่า รวมทั้งรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของเราเป็นอย่างดี

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับโครงการในอนาคตจะเน้นไปที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวสูง
เป็นหลักที่ระดับราคา 2-5 ล้านบาท เพื่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้ชีวิตอิสระ ปลอดภัย สะดวกสบายในการดูแลรักษา และง่ายต่อการเดินทาง ส่วนแผนการร่วมทุนบริษัทข้ามชาตินั้น บริษัทยังเปิดกว้างอยู่ตลอด ที่ผ่านมาได้มีหลายบริษัทในประเทศเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสนับสนุนการขยายตลาดไปสู่ลูกค้าต่างชาติมากขึ้น โดยในการพิจารณาผู้ร่วมทุนนั้น บริษัทให้น้ำหนักเรื่องเม็ดเงินลงทุนและแนวทางการทำงานร่วมกันว่าสามารถร่วมกันได้หรือไม่เป็นหลัก ส่วนในเรื่องเทคโนโลยีหรือโนว์ฮาวต่างๆ นั้นเป็นเรื่องรองลงมา” นายชัยรัตน์ กล่าว

บริษัท บิลท์ แลนด์ จํากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2552 เพื่อดําเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล รวมถึงแนวรถไฟฟ้า เน้นการออกแบบที่อยู่อาศัยตามความต้องการพื้นฐานเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจํากัดได้อย่างคุ้มค่า โดยผลงานที่ผ่านมา ประกอบด้วย

· ปี 2552 – เปิดตัวโครงการแรก คือ The Tempo ร่วมฤดี มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท

· ปี 2553 – เปิดตัวโครงการ The Tempo พหลโยธิน มูลค่าโครงการ 395 ล้านบาท

· ปี 2554 – เปิดตัวโครงการ The Tempo รัชดา มูลค่าโครงการ 312 ล้านบาท และ The Tempo M ติวานนท์ มูลค่าโครงการ 295 ล้านบาท

· ปี 2555 – เปิดตัวโครงการแนวราบ โครงการแรก Tempo Town รัตนาธิเบศร์-ไทรม้า มูลค่าโครงการ 136 ล้านบาท

· ปี 2556 – เปิดตัวโครงการตึกสูง Tempo Grand สาทร-วุฒากาศ มูลค่าโครงการ 2,690 ล้านบาท

· ปี 2557 – เปิดตัวโครงการ Tempo One รามคำแหง-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท

· ปี 2558 – เปิดตัวโครงการ Tempo Quad สะพานใหม่ มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท

· ปี 2559 – เปิดตัวโครงการ The Ritmo ชัยพฤกษ์-วงแหวน มูลค่าโครงการ 1000 ล้านบาท และโครงการ Lesto Condo สุขุมวิท 113 มูลค่าโครงการ 1068 ล้านบาท

บริษัท บิลท์ ฮาร์ท จํากัด  เปิดขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการรองรับการบริการหลังการขายของ บริษัท บิลท์ แลนด์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์หลักในเรื่องของผลกำไร แต่ช่วยในการบริการลูกค้า ในการจัดการบริหารอาคารนิติบุคคล และคอยรองรับการบริหารห้องชุดให้ลูกค้าในกรณีที่มีความต้องการขายต่อ หรือให้เช่า พร้อมกันนี้บริษัท บิลท์ ฮาร์ท เองก็จะทําการศึกษาข้อมูลทางการตลาดจากสภาวะแวดล้อมจริง พร้อมกับประเมินความเสี่ยง ปัจจัยต่างที่จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนําข้อมูลส่งต่อให้กับกลุ่มบริษัทฯ เพื่อใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาบริษัทและผลิตภัณฑ์ต่อไป

โครงการ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  สถานีสำโรง เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 786 ยูนิต ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 3,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย Triple Club คลับเฮ้าส์ 3 ชั้น หน้าโครงการ ไว้ให้พักผ่อนหรือรองรับเพื่อนฝูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาว ไม่ว่าจะเป็น Fitness Room, Swimming Pool, Yoga Fly, Play Room, Movie Room, BBQ Deck, Library Room, Co-Working Space พร้อมสวนขนาดใหญ่รายล้อมโครงการ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทุกอาคาร สามารถตอบโจทย์ความสุขของการอยู่อาศัยได้อย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ ในวันเสาร์ที่ 19  และวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม นี้   “บิลท์ แลนด์”  จะจัดงาน “LESTO OPEN HOUSE” ในธีม “รวมร้านเด็ดย่านสำโรง” เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมชมห้องชุด  แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.45 ล้านบาท พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดคูล และชิมอาหารจานเด็ดแนะนำจาก Wongnai

สำหรับผู้ที่จองในวันงาน
เลือกฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายในวันโอน หรือ ฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังฟรี! วอลล์เปเปอร์ทุกยูนิต ฟรี! เครื่องปรับอากาศ 15,000 บีทียู และเครื่องทำน้ำอุ่น และในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561

ช่วงระหว่างเวลา 16.00-17.00 น. ร่วมสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจาก
“ป๊อป-ปองกูล” ณ TRIPLE CLUB คลับเฮ้าส์ 3 ชั้น หน้าโครงการ
“เลสโต คอนโด”

เว็บไซต์โครงการ: builtland.co.th/lestocondo

 

 

ชวนเพื่อนมายืด Bulgogi Brothers

เมนูเด็ดของร้านเกาะกระแสสุขภาพกับเมนู King’s Bibimbup 

ร้าน บูลโกกิ บราเธอร์ส ทั้ง2 สาขา Bulgogi Brothers  ร้านที่หลายคนมักคิดถึงเวลาอยากกินอาหารเกาหลีต้นตำรับ และถ้าพูดถึงร้านต้นตำรับอาหารเกาหลีแท้ๆ ที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลี วันนี้เรามีโอกาสนัดเพื่อนๆ สัมผัสกันเต็มๆ ที่ร้านอาหารเกาหลีสุดฮิต ร้านนี้มีความอร่อยจัดเต็มเเบบต้นตำรับจากเกาหลี ปิ้งย่างที่ไม่ว่าจะสายไหนก็ต้องชอบ เนื้อเกรดดีระดับพรีเมี่ยมปิ้งย่างมีให้เลือกอร่อยทั้งเนื้อวัวอย่างดี หมูสามชั้นรมควัน หมูสามชั้น คอหมู หมูสไลซ์ราดซอสรสเข้มข้น ที่ไม่ไปไม่ได้แล้วอร่อยฟินคุ้มแค่ไหนก็อย่าพลาดนั่งทานแบบชิลๆ จิ้มน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน (มีรสหวานเเละเผ็ด) เสริฟพร้อมเครื่องเคียงมาแบบจัดเต็มกันจริงๆ เติมได้ตลอด เเละเมนูอะลาคาร์ทอร่อยๆ มีอีกมากมาย อย่างบิบิมบับ ไก่ทอดเกาหลี หมูบลูโกกิ หมูผัดกิมจิ Top Hit ไก่สไปซี่ส์ชีส ให้เพื่อนๆได้สัมผัส Alternative Menu ที่ผสมผสานระหว่างซอสสูตรต้นตำหรับเกาหลี และชีสยืดแสนอร่อย ผักสดนานาชนิดเเละเมนูที่มีชีสเอาไปยืดกันให้สุดพลัง  บอกเลยเอาใจคนรักเมนูเกาหลี มีให้เลือกหลากหลายน่าลองทุกเมนู


ร้านอาหารเกาหลีที่ได้รับความนิยมเกรดพรีเมี่ยม ร้านอาหารเกาหลีรสชาติอร่อยเเบบเกาหลีแท้ๆ ค่ะ มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลายเเถมความพิเศษของร้านนี้ก็คือเป็นร้านอาหารที่มีสูตรเคล็ดลับความอร่อย เพราะเนื้อที่คัดสรรมาอย่างดี บวกกับเตาย่างที่ทันสมัย แถมบรรยากาศภายในร้านยังเป็นห้องแอร์ บอกได้เลยไม่มีคำว่าร้อนแน่นอน



เกาะกระแสสุขภาพกับเมนู King’s Bibimbup หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่รสชาติโดดเด่นจากซอสสูตรเฉพาะของเรา พร้อมด้วยผักและสมุนไพรหลากหลายชนิด ที่จะทำให้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายได้ มาชวน!! ส่งต่อความอร่อยในเมนูพระราชทานสุดพิเศษ ซึ่งจะผลิตและจำหน่ายเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายน เท่านั้น บูลโกกิ บราเธอร์ส ได้จัดเมนูพิเศษ “รอยัล บิบิมบัพ” ข้าวยำสไตล์เกาหลี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาแนะใช้น้ำมันเมล็ดชาโครงการภัทรพัฒน์ เป็นส่วนประกอบในการปรุง โดยนำมาคลุกเคล้าใน เนื้อวัว เนื้อหมู และซีฟู้ด รวมไปถึงผักนานาชนิด จนเป็นข้าวยำสไตล์เกาหลีที่หอมอร่อย เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ในราคาเพียง 359 บาท

บูลโกกิ บราเธอร์ส ได้จัดเมนูพิเศษ “รอยัล บิบิมบัพ” ข้าวยำสไตล์เกาหลี

เต็มอิ่มไปกับเมนูปิ้งย่าง หรือเมนูหม้อไฟ ที่มีอาหารให้เลือกอย่างหลากหลาย และรสชาติอาหารแบบออริจินัลเกาหลี ที่ไม่เหมือนใครมาลิ้มลองลองความอร่อยแสนพิเศษกับ “รอยัล บิบิมบัพ” จากร้าน บูลโกกิ บราเธอร์สทั้ง2 สาขา (ชั้น8 โซนเฮลิกซ์ควอเทียร์ ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ และชั้น 2 ศูนย์การค้าสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค)รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา





มาลองความอร่อยที่ลงตัวแบบนี้ได้ที่ BulgogiBrothers
ที่อยู่ The Emquartier อาคาร Helix ชั้น 8
เบอร์ติดต่อ โทร.098 246 0888 (ชั้น 8 ดิเอ็มควอเทียร์)
โทร.02 402 4545 (ชั้น 2 สเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค)
เวลา เปิด-ปิดเปิด ให้บริการ 11:30 -22:00 น.
ประเภทร้านKorean ( อาหารเกาหลี )
Facebook:
https://www.facebook.com/Bulgogi.Brothers.Thailand
http://bulgogibrothers.co.th/