ไทยสมายล์ฉลองก้าวสู่ปีที่7 ในวันที่7 เดือน7

เสิร์ฟเมนูพิเศษสตาร์บัคส์-อาฟเตอร์ ยู
ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบินตลอด 7 วัน

สร้างความแปลกใหม่นำบาริสต้าขึ้นเครื่องเสิร์ฟสตาร์บัคส์ในชั้นสมายล์ พลัส ครั้งแรกในไทยตอกย้ำสายการบินฟูลเซอร์วิสที่พร้อมสร้างรอยยิ้มและความประทับใจแก่ผู้โดยสารในทุกเที่ยวบิน

สายการบินไทยสมายล์ฉลองก้าวสู่ปีที่ 7 ในวันที่ 7 เดือน 7 มอบรอยยิ้มและความประทับใจแก่ผู้โดยสารด้วยเมนูพิเศษสร้างสรรค์โดย 2 ผู้นำด้านกาแฟและขนมหวาน “สตาร์บัคส์-อาฟเตอร์ ยู” พร้อมเสิร์ฟแก่ผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบินตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 7 – 13 กรกฎาคม ศกนี้ ตอกย้ำสายการบินฟูลเซอร์วิสที่มุ่งมั่นนำเสนอและพัฒนาการบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง พร้อมประกาศก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างแข็งแกร่งด้วยแผนการพัฒนาการบริการที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยให้สมบูรณ์ขึ้น โดยไม่กระทบค่าใช้จ่าย และเตรียมเปิดเส้นทางบินเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 3 เส้นทางภายในปีนี้ ล่าสุดคว้ารางวัลจาก Trip Advisor ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ทั้งรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย (Best Airline in Thailand) สายการบินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย (Best Regional Airline in Asia) ตลอดจนรางวัลสายการบินที่มีที่นั่งชั้นประหยัดยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย (Best Economy Class in Asia) เป็นปีแรก

นายฉัตรชัย ปานอยู่ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา สายการบินไทยสมายล์ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้บริการในหลากหลายมิติ เพื่อสอดรับกับความต้องการของนักเดินทางมาโดยตลอด โดยยังคงมีเป้าหมายของการเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิสชั้นนำในภูมิภาค ที่มุ่งเน้นในมาตรฐานการให้บริการที่เยี่ยมยอดควบคู่ไปกับความคุ้มค่าของราคา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้านักเดินทางระยะสั้น แต่ขณะเดียวกันยังคงให้ความสะดวกสบายสูงสุด สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการบริการที่เป็นเลิศ ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 ของการให้บริการ ผู้โดยสารจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเราที่ล้วนมุ่งสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า และพัฒนาปรับปรุงบริการที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก รวมถึงการปรับโฉมนิตยสาร WE Smile บนเครื่อง โดยให้ผู้โดยสารมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยทุกการปรับเปลี่ยนและพัฒนาเพิ่มเติมนั้น ไทยสมายล์จะคำนึงถึงความต้องการของผู้โดยสาร และมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้ได้

นอกจากนี้ ไทยสมายล์ยังมีแผนเปิดเส้นทางการบินใหม่ อาทิ กรุงเทพฯ-กวางโจว แทนเส้นทางเดิม คือ ภูเก็ต-กวางโจว และ กรุงเทพฯ-โกลกาตา
ในอนาคตอันใกล้นี้

นางเนตรนภางค์  ธีระวาส   ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริการลูกค้า
สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า ไทยสมายล์กำลังก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างแข็งแกร่งด้วยแผนการพัฒนาการบริการที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยให้สมบูรณ์ขึ้น โดยไม่กระทบค่าใช้จ่าย อาทิ ปรับเปลี่ยนวิธีการเสิร์ฟให้คล่องตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานการบริการไว้ หรือรูปแบบการเสิร์ฟไม่ได้วางถาดแบบเดิม แต่ปรับลูกเล่นของกล่องให้สามารถเสิร์ฟแทนถาดได้ มีการปรับ Packaging Smile Bag ใหม่ รวมทั้งได้มีการปรับโทนสีผ้าคลุมที่นั่งให้ดูพรีเมี่ยมขึ้น ด้วยการใช้สีเทาในชั้น Smile PLUS เป็นต้น อีกทั้งการพัฒนาและผลักดันผู้ให้บริการให้ทำตามข้อกำหนดให้ได้ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการสำรวจความพึงพอใจกันทุกเดือน แล้วนำมาระดมความเห็นเพื่อปรับแผนหรือแก้ไขอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็จำเป็นต้องออกไปตรวจสอบการทำงานพื้นที่ปฏิบัติงานจริงมากขึ้น และในอนาคตไทยสมายล์จะมีบทบาทในการให้บริการภาคพื้น (Ground Operating) มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้สามารถควบคุมมาตรฐานการบริการตามกำหนดครอบคลุมวงแหวนการบริการทั้งหมด (Smile Service Rings) ได้จริง

ทั้งนี้ ในโอกาสที่ไทยสมายล์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ในวันที่ 7 กรกฎาคม นี้
ไทยสมายล์ยังเดินหน้าสร้างความประทับใจและเ
ซอร์ไพรส์ไม่รู้จบด้วยบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่างอาฟเตอร์ ยู สร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษ ได้แก่ Trio Chocolate Fudge Cake (ช็อคโกแลตเค้ก ผสมมาร์ชแมลโลว์ โรยหน้าด้วยครัมเบิลช็อคโกแลต) Strawberry Cheese Cake Verrine (ชีสเค้กสลับชั้นเลเยอร์กับซอสสตรอเบอร์รี่ โรยหน้าด้วยครัมเบิล) และ Mango Coconut Sago Pudding (สาคูอัญชันน้ำกะทิราดซอสมะม่วง) ทั้งสามเมนูนี้จะหมุนเวียนให้บริการคู่กับกาแฟ สตาร์บัคส์ เวีย อิตาเลียน โรสต์ (Starbucks VIA® Italian roast) นวัตกรรมกาแฟพร้อมชงจากสตาร์บัคส์ โดยจะให้บริการแก่ผู้โดยสารในชั้นประหยัด พรีเมี่ยม (Smile Plus) และชั้นประหยัด (Smile Class) ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางบินต่างประเทศ ในระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ ยังเซอร์ไพรส์ผู้โดยสารด้วย บาริสต้าจากสตาร์บัคส์ขึ้นเสิร์ฟกาแฟสด “ม่วนใจ๋ เบลนด์” และบริการสุดพิเศษ “Toast on Board” เมนูที่เป็นเอกลักษณ์จาก After You ให้แก่ผู้โดยสารในชั้นประหยัดพรีเมี่ยม (Smile Plus) อีกด้วย

ปัจจุบัน สายการบินไทยสมายล์ให้บริการ 10 เส้นทางภายในประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และนราธิวาส นอกจากนี้ ไทยสมายล์ยังให้บริการเส้นทางข้ามภาคระหว่างเชียงใหม่และภูเก็ต พร้อม 18 เส้นทางบินต่างประเทศสู่ ย่างกุ้ง, เสียมราฐ, ปีนัง, ฉางซา, ฉงชิ่ง, เจิ้งโจว, คยา, พาราณสี, ชัยปุระ, ลัคเนา, มัณฑะเลย์, เวียงจันทน์, พนมเปญ, กัวลาลัมเปอร์, เกาสง, หลวงพระบาง, มุมไบ และเส้นทางภูเก็ต-กวางโจว โดยมีแผนที่จะเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินภายในประเทศและเปิดตัวเส้นทางใหม่ระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต

The Colors of the green Season เที่ยวหน้าฝนสุดเก๋ไก๋ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

กลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออก
ชวนเที่ยวงานสีสันตะวันออก ครั้งที่ 14

สีสันตะวันออก ครั้งที่ 14 ประจำปี 2561 ภายใต้คอนเซปต์ “The Colors of the green Season เที่ยวหน้าฝนสุดเก๋ไก๋ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2561

ภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 47 ณ ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา โดยกลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่ง 4 จังหวัดนี้ สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลนานาชาติ เชิงนิเวศ เชิงเกษตร เชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว การสร้างความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งภายในงานนี้ ได้รวมธุรกิจผู้ประกอบการชั้นนำ มากคุณภาพ ทั้งผู้ประกอบการ การท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก และสินค้าท้องถิ่นของภาคตะวันออก มากมายกว่า 76 บูธ เรียกได้ว่า มางานเดียว เที่ยวครบ 4 จังหวัด พร้อมโปรโมชั่น ช้อปครบตั้งแต่ 3,000 บาท เป็นต้นไป แลกรับผลิตภัณฑ์โอท็อปจากภาคตะวันออก พร้อมลุ้นรางวัลโรงแรม ที่พัก จำนวน 20 รางวัล และ รางวัลสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล

พิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 18.00 น. โดยประธานในพิธี คือ นายภวัต เลิศมุกดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก พร้อมด้วยตัวแทนจากจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ให้เกียรติร่วมงานพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน กับการแสดงพิธีเปิด The Power of green season ความสุขแห่งวัสสานฤดู สัมผัสสีสันแห่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของท้องถิ่นในบรรยากาศแห่งความชุ่มฉ่ำของฤดูฝน

นอกจากนี้  ยังมีโซนนิทรรศการ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวชุม
ชน เชิงศาสนา และวิถีชีวิตวัฒนธรรม ประเพณีภาคตะวันออก พร้อมชมการแสดงสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นเอกลักษณ์เฉพาะภาคตะวันออก อาทิ การทำสละลอยแก้ว สูตรเฉพาะจากจังหวัดระยอง, การชงกาแฟกระวาน สมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี และ การทำซูชิข้าวคลุกกะปิ  จากกะปิเคยไม่เหม็น จากจังหวัดตราด และในทุกวันงานชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออก การเล่นเกมส์แจกของรางวัลตลอด 4 วันงาน

สีสันตะวันออก ครั้งที่ 14 “The Colors of the green Season เที่ยวหน้าฝนสุดเก๋ไก๋ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน” วันที่ 28 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2561 “The Colors of the green Season เที่ยวหน้าฝนสุดเก๋ไก๋ สร้างรายได้
อย่างยั่งยืนานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 47 ณ ฮอลล์ 102

ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา และวางแผนเที่ยวรับลมหนาวกันต่อที่งานสีสันตะวันออกครั้งที่ 15

“Colors of Vibrant Sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ
ในวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 โซนสีสันตะวันออก
แพลนนารีฮอลล์งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 48 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/colorsoftheeastbyimc

 

กลุ่มรถคลาสสิคเชียร์บอลโลกที่ทัชดาวน์ สปอร์ต บาร์

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

คุณสยาม เศรษฐบุตร ประธานบริหาร เมอร์เซเดส เบนส์ คลับ (ประเทศไทย) เเละ คริสติน่า เศรษฐบุตร ภรรยาสาวไฮโซชื่อดัง และกลุ่มรถคลาสสิค “Classic Car” การลงทุนที่สร้างมูลค่าแถมยังได้ความสุขทางใจ ให้เกียรติมาร่วมเชียร์ศึกฟุตบอลโลก 2018 ทัชดาวน์ สปอร์ตบาร์ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต แห่งแรกและแห่งเดียวในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ชมการแข่งขันอย่างเต็มอรรถรสด้วยจอแอลอีดีขนาดใหญ่กว้างถึง 165 นิ้ว และอีก 7 จอทีวีให้ได้เลือกรับชมพร้อมโปรโมชั่น

นอกจากนี้ ยังมีเกมมันส์ๆ ให้คุณได้สนุกกัน ที่ทัชดาวน์ สปอร์ตบาร์ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แล้วพบกัน!

สยาม เศรษฐบุตร (นั่งที่ 3 จากขวา) ประธานเมอร์เซเดส-เบนซ์คลับ (ประเทศไทย) นำกลุ่มรถคลาสสิคร่วมพบปะสังสรรค์และรับชมฟุตบอลโลกที่ทัชดาวน์ สปอร์ตบาร์ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เมื่อเร็วๆนี้ สยาม เศรษฐบุตร  ประธานเมอร์เซเดส-เบนซ์คลับ (ประเทศไทย) นำกลุ่มรถคลาสสิคร่วมพบปะสังสรรค์  และรับชมฟุตบอลโลกที่ทัชดาวน์ สปอร์ตบาร์ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โดยได้รับเกียรติจาก
เปรมิกา พาเมล่า มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 และรองทั้ง 3 อันดับร่วมงาน โดยมี นฤมล  เฑียรฆโรจนกุล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด  ของโรงแรมให้การต้อนรับ

เปรมิกา พาเมล่า (ยืนที่ 5 จากขวา) มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 และรองทั้ง 3 อันดับร่วมงาน โดยมีนฤมลเฑียรฆโรจนกุล (ยืนที่ 3 จากซ้าย)

ภายในงานได้จัดให้มีการจำหน่ายของที่ระลึกและรับบริจาค เพื่อจะนำเงินบริจาคที่มิได้หักค่าใช้จ่ายดังกล่าว  ไปมอบให้กับ  มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย

จากซ้ายไปขวา:เปรมิกา พาเมล่า – มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017, ทวีพร พริ้งจำรัส – รองอันดับ 3 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017, กมลรัตน์ ทานนท์ – รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017และศรุชา นิลจันทร์ – รองอันดับ 2 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017

 

โมโตจีพีแคมป์ แคมป์หนึ่งเดียวในโลกจากยามาฮ่า

ยามาฮ่า จัดแคมเปญยักษ์เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ต!  ลุ้นบัตรชมการแข่งขัน   “โมโตจีพี” และ “โมโตจีพีแคมป์” ติดขอบสนาม
ที่เดียวในโลก

ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กท์สุดยิ่งใหญ่ เมื่อบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ทุ่มทุนสร้างจัดแคมเปญมอบประสบการณ์ความมันส์ให้กับสาวกไบค์เกอร์สายพันธุ์สปอร์ต

กิจกรรม “ยามาฮ่า โมโตจีพี โปรโมชั่น” ที่จะพาไปชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยื่งใหญ่ที่สุดในโลก โมโตจีพี พร้อมเปิดประสบการณ์กับ “โมโตจีพีแคมป์” แคมป์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่แรก และ
ที่เดียวในโลกแบบชิดติดขอบสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
จ. บุรีรัมย์ ในวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2561

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เผยว่า “ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีของแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต และคนไทยทุกคน ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนตร์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี เป็นครั้งแรกในวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งนอกจากจะสร้างความตื่นตัวให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย เทียบเท่าระดับนานาชาติ ที่สำคัญตลาดอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์จะได้รับโอกาสทางการค้าที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้น สำหรับยามาฮ่าตั้งใจอยากให้คนไทยได้มีส่วนร่วมกับงานที่ยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญระดับโลก
นี้ จึงจัดแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สปอร์ตทุกรุ่น (4 รุ่น ได้แก่ R3, R15, MT-03 และ M-Slaz) ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมนี้ มีสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดี 600 ท่านได้รับบัตรเข้าชม “โมโตจีพี” บนยามาฮ่าแสตนด์ พร้อมร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่จะทำให้คุณสัมผัสบรรยากาศยิ่งใหญ่ที่สุด บนพื้นที่เดียวกับสนามแข่งขันฯ พบกับพื้นที่จัด

“โมโตจีพีแคมป์”  แคมป์หนึ่งเดียวในโลกจากยามาฮ่า ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพียงสนามแข่งขันเดียวจากสนามแข่งขันทั้งหมด 19 สนามทั่วโลกค่ะ”

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กล่าวเสริมว่า “ในส่วนของการเตรียมความพร้อมของสนาม เราพร้อมเกินร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ที่ผ่านมาเรามีการซ้อมใหญ่ของนักแข่ง และทีมแข่งของโมโตจีพี รวมไปถึงการซ้อมใหญ่
ของสนามช้างฯ ทั้งในเรื่องความพร้อมสนาม ความพร้อมของทีมงานทุก
ส่วน กรรมการภาคสนาม ระบบต่าง ๆ เพื่อรองรับการจัดแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าแฟนมอเตอร์สปอร์ตตั้งตารองานสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยามาฮ่าซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ดีที่กับทางสนามฯ มาโดยตลอด คราวนี้ได้จัดแคมเปญสุดพิเศษเพื่อให้เหล่าไบค์เกอร์สายพันธุ์สปอร์ตได้มาชมการแข่งขันโมโตจีพีแบบสดๆ ใกล้ชิดติดขอบสนาม ไม่ใช่เพียงแค่บัตรเข้าชมเท่านั้น ยังได้รับโอกาสร่วมประสบการณ์ “โมโตจีพีแคมป์” ติดขอบสนามในแบบที่ทั่วโลกยังไม่มีที่ไหนเคยทำมาก่อนด้วย นับว่าเป็นกิจกรรมที่เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เลยครับ น่าดีใจกับลูกค้ายามาฮ่าจริง ๆ ที่ยามาฮ่ามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ”

เรียกได้ว่า งานนี้ยามาฮ่าจัดหนัก จัดเต็มให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกครั้งหนึ่ง ที่ไม่ต้องไปไกลถึงต่างแดนอีกต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
www.yamaha-motor.co.th

Sabai Sabai At Sukhumvit รู้แล้วจะหลงรัก!

โรงแรม สบาย  สบาย @สุขุมวิท
รางวัลคุณภาพระดับ Excellence
4 ปีซ้อนจาก Trip Advisor

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่สมบูรณ์แบบ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายรูปแบบที่รอการมาเยื่อนของนักท่องเที่ยวทุกช่วงอายุ รออะไรอยู่ละจ๊ะ มาค้นหาตัวตนที่ใช่กับอีกหนึ่งสถานที่ที่เราอยากให้คุณไปเช็คอิน อัพรูปอวดโซเชียลรัวๆ กัน เลือกในสิ่งที่ใช่ สนุกในสิ่งที่ชอบ ถ่ายรูปให้โดนใจต้องมาถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่อยากแนะนำให้คุณเลือกใช้บริการ

ในครั้งนี้พาท่านผู้ชมมาเที่ยวโรงแรมสบาย สบาย@สุขุมวิท โรงแรมขวัญใจนักท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ยังคงครองอันดับหนึ่งเมืองจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเยือนมากที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ตามมาด้วยกรุงลอนดอน จากการสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางโลกของมาสเตอร์การ์ด ประจำปี 2560 นี้ กรุงเทพฯ ยังติด 1 ใน 5 ของเมืองที่นักท่องเที่ยวพักค้างคืนมีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุดถึง 14.08 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เทรนด์ยุคนี้จะไปไหนทีก็ต้องมีภาพลงอินสตาแกรม เลยก่อให้เกิดกระแสนิยมใหม่ในหมู่นักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันในการมองหาที่พักที่ดูแล้ว “เกิด” สุดๆ อยากจะขอเอาใจคนที่อยากเข้ามาท่องเที่ยวหรือมาทำธุระสำคัญในกรุงเทพ หรือที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเดิมที่ต่างจังหวัด มาเดินชอปปิ้งในกรุงเทพ มาเสพวัตถุนิยม ซื้อของสะสมเล็กๆ น้อยๆ มานอนนั่งอ้อยสร้อยในเมืองฟ้าอมร แนะนำโรงแรมในกรุงเทพ ครั้งนี้อยากขอเอาใจคนที่อยากหาโรงแรมหรือที่พักแนวน่ารัก น่ารัก กิ๊บเก๋ยูเรก้า ดูเท่ห์ มีสไตล์ อย่างโรงแรมสบาย สบาย @สุขุมวิท สวยอลังการสะท้านโลก

เพราะนี่คือ โรงแรมที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ โรงแรมสบาย สบาย @สุขุมวิท ที่พักสุดโรแมนติก สวย อลังการ  ปัจจุบันโรงแรมแต่ละแห่งนอกจากจะเน้นเรื่องการบริการที่ต้องมาเป็นที่หนึ่งแล้ว ตัวโรงแรมทั้งภายนอกและออกแบบตกแต่งด้วยโทรสีสดใส  ภายในโรงแรมและห้องพักเองก็ต้องมีการ Build in ตกแต่งให้ดูดี น่าพักสุดๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่น สบายๆ ผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน แต่แฝงความหรูหรา  พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ทันทีที่เข้ามาในบริเวณ Lobby สัมผัสได้ถึงความโอ่โถง โปร่ง สบาย เพิ่มความสดชื่นด้วยเฟอร์นิเจอร์สีแดงสด ในกลิ่นอายที่ผสมผสานความอบอุ่นแบบสบาย สบาย สวยบรรยากาศดี๊ดีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมสงบ กลางใจเมืองกรุงเทพ นอกจากสถานที่จะสวยงาม อุปกรณ์ทันสมัย ห้องอาหารพร้อมให้บริการอาหารเลิศรสหลากหลายสไตล์  พนักงานทุก  คนเอาใจใส่ผู้เข้าพักและพร้อมให้บริการด้วยรอยยิ้มที่สุดแสนประทับใจ

โรงแรม สบาย สบาย ตั้งอยู่ใจกลางย่านสุขุมวิท71 ใกล้สถานที่สำคัญ เรียกว่าเดินไปไม่กี่เก้าก็เห็นแต่โรงแรมแล้วค่ะ สะดวกต่อการเดินทางโรงแรมอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS พระโขนง เชื่อมต่อกับทุกสถานีรถไฟฟ้า  ช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้นตลอดสายสุขุมวิท เช่น อ่อนนุช, เอกมัย, ทองหล่อ, อโศก, สยาม, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, หมอชิต เป็นต้น  ยังไม่นับรวมสายรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกันอีกในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า เช่น สายสีลม, สายสีเขียว, สายสีม่วง, สายสีน้ำเงิน, สายสีแดง เกตเวย์ เอกมัย ห่างจากเอกมัยเพียง 10 นาที สนามบินสุวรรณภูมิ 30 นาที  เรียกว่าหากมาพักผ่อนกับโรงแรม สามารถเดินทางเที่ยวได้ทั่วกรุงเทพแน่นอน คุ้มค่าต่อการมาพักผ่อนอย่างแน่นอน

โรงแรมสุดน่ารัก ที่จอดรถกว้างขวาง มีห้องพักราคาประหยัดรองรับหลายประเภทมากถึง 42 ห้อง 42 แบบ แบ่งเป็นห้อง EXECUTIVE ROOM เพนท์เฮ้าส์ ห้องสวีท ห้องดีลักซ์ ห้องดีลักซ์ทวินแบบครอบครัว  ห้องดีลักซ์ดับเบิลบัลโคนี ห้องซูพีเรียน์ขนาดมาตราฐาน รองรับด้วยเตียงนอนนุ่มใหญ่
Slumberland ที่นอนช่วยรองรับน้ำหนักด้วยวัสดุเสริม ดีไซน์ไทยโมเดิร์น ฝรั่งเศส จีน โมรอคโค ยุโรป  และตุ๊กตาหมีน่ารักๆ ตัวนุ่มๆที่มาใช้ตกแต่ง ภายนอกมีมุมนั่งเล่นที่เป็นโต๊ะไม้ หมอนอิง  เบาะนั่งหมอนอิงที่เป็นลายผ้าจากแคชเมีย สวยงามน่านั่ง  มีนี่บริการสปา และห้องอาหารผัดไทยเสวย ที่ได้รับการการันตีจากเชลล์ชวนชิม

ชั้น1 Lobby/RESTAURANT DELIGHT สำหรับ Breakfast เช้า/Spa

ชั้นลอย  ห้องออกกำลังกาย/ห้อง  Co-Working Space

ชั้น2  ทางเดินและห้องพักแบบโมเดริ์นสไตล์ แบบคลูๆ มีเสน่ห์กระจุ๊กกระจิ๊ก

ชั้น3 ไชนิสสไตล์เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความร่ำรวยทาง
ศิลปวัฒนธรรม/ห้องพัก

ชั้น4 ความสวยงามของสถาปัตยกรรมไทยโมรอกโก

ชั้น5 สุคชิคสไตล์วินเทจ แบบยูโรเปียนสไตล์

ชั้น6 EXECUTIVE ROOM เพนท์เฮ้าส์แบบคุณหนูหรูหรา ที่มีสวน และมีการตกแต่งสวนหย่อมแบบสวยงามที่สุดขยับร่างไปดริ้งค์พร้อมเสพวิวได้เลยสร้าง

 

หากคุณเป็นคนชอบความสะดวกสบาย ใช้เวลาทุกนาทีให้คุ่มค่ากับวันพักผ่อนอันแสนอบอุ่นกับการเดินทางที่แสนยาวไกล ขอแนะนำที่พักเล็กๆ น่ารัก เจ้าของดูแลด้วยตัวเอง การบริการดีมาก ห้องพักสะอาด สวยสง่าไม่ได้มีแพ้โรงแรมใด มาที่นี่เหมือนกับหลุดอยู่ในเมืองเทพนิยายของยุโรป

แนวความคิดของโรงแรม สบาย สบาย นี้คือต้องการให้คนมาพักได้เข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง แต่ละห้องมีความแตกต่างที่แอบแฝงด้วยความเก๋ไก๋ อยากพักแบบชิคๆ ชิลๆ ก็ต้องที่นี่เลยล่ะ บวกกับสายลมเบาๆท่ามกลางสวนต้นไม้ เสียงนกร้อง ธรรมชาติยามพัดผ่านร่างกาย มันช่างสบายเสียจริงๆ พร้อมผ่อนคลายไปกับสวนสวยที่เงียบสงบนับว่า สบาย สบาย เป็นอีกโรงแรมที่น่าพักผ่อนของนักท่องเที่ยว

คุณบุญศิริ ตระกูลแสงรัศมี (เล็ก) กรรมการผู้จัดการ (เจ้าของ) ผู้ก่อตั้งและดูแลการทำตลาดให้กับโรงแรมสบาย สบาย @สุขุมวิท

ถ้าเอ่ยถึง  โรงแรมสบาย สบาย @ สุขุมวิท  นาทีนี้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก
คุณบุญศิริ ตระกูลแสงรัศมี (เล็ก) กรรมการผู้จัดการ (เจ้าของ) ผู้ก่อตั้งและดูแลการตลาด  ให้กับโรงแรมสบาย สบาย @สุขุมวิท โรงแรมที่กำลังเป็น Talk of the Town ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ และเธอยังได้ปลีกเวลาที่แสนวุ่นวายจากการเดินทางไปทั่วโลกมานั่งเล่าเรื่องราวในชีวิตให้เราได้ฟังกัน เริ่มต้นจากการเป็นลูกสาวในครอบครัวของนักธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ความเป็นครอบครัวของนักธุรกิจ ก็จะสอนและฝึกหัดให้ลูกๆ รู้จักทำงานมาตั้งแต่ยังเล็กๆ ยังเรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นประถม  เรียกได้ว่าถูกหล่อหลอมมาด้วยความคาดหวังว่าจะได้เกิดและเติบโตในสายงานนักธุรกิจอย่างแท้จริง หลังจากเรียนจบด้านการโรงแรมจากประเทศออสเตรเลีย คุณเล็ก มีความชอบทางด้านของการให้บริการ และ ชอบพบปะผู้คน เป็นทุนเดิม ที่ทำให้ เล็กเลือก ตัดสินใจในการที่จะเข้าประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริหารโรงแรม

“จากจุดเริ่มต้นมาจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกภูมิใจในผลของการทำงานที่ผ่านมา นอกจากจะภูมิใจในตัวเองแล้ว ยังสร้างความภูมิใจให้กับครอบครัว การเดินทางทุกๆ เส้นทาง เล็กต้อง ขอบคุณทุกๆ คำแนะ
นำที่ช่วยสอนช่วยแนะนำสนับสนุนให้เล็ก เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง”

นอกจากนี้  คุณเล็กกล่าวว่า… “ที่นี่ไม่ใช่เพียงทำให้ผู้มาเยือนอิ่มเอมใจกับห้องพักสวยๆ ได้เท่านั้น แต่ยังมี จุดเด่นที่ทำให้ โรงแรมสบาย สบาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ด้วยทำเลที่ตั้ง ข้อเสนอที่ตรงใจ โดนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย และ ชาวต่างชาติ ของโรงแรมแห่งนี้ ที่มีบริการรับส่ง BTS  ,Airport link,  ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวไฟ มินิบาร์ ทีวี ตู้เย็น เรียกว่าถ้าสู้แดดร้อนๆไม่ไหว แค่นั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่ห้องสบายๆ ก็แฮปปี้แล้วค่ะ”

Sabai Sabai at Sukhumvit Hotel
Goodplace Bestprice Niceroom

เสน่ห์ดึงดูดใจของที่นี่ คือการออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม  ความสะอาด บริการเรื่องการให้ความช่วยเหลือ ลูกค้า  ตัวอาคารที่คงเอกลักษณ์โครงสร้างเดิม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก โดดเด่นด้วยสีสันต่างแต่ละชั้นแต่ละห้องพัก เช่นโทนขาว-ฟ้า ซึ่งสร้างบรรยากาศอบอุ่นสบายตาได้เป็นอย่างดี  และมีการแต่งแต้มสีสดใสเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา
-คุณบุญศิริ ตระกูลแสงรัศมี (เล็ก)

อีกทั้งยังมีการเล่นระดับทางเดินเพื่อสร้างมิติและมุมมองที่น่าสนใจ รวมถึงมีกิมมิกน่ารักๆ เป็นข้าวของตกแต่งที่ประยุกต์ใช้เศษวัสดุธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นงานแฮนด์เมด จากเชียงราย แพร่ โดยฝีมือคนท้องถิ่น

ปัจจุบันวันนี้มีจำนวนลูกค้ามากพอที่จะต่อยอดสู่บริการที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นได้รับรางวัลการันตีและเป็นที่ยอมรับจากสื่อมากมาย อาทิ  Sabai Sabai at Sukhumvit โรงแรมหรูหราไฮโซเทียบเท่า 4 ดาว   การันตีด้วยรางวัลคุณภาพระดับ Excellence 4 ปีซ้อน  จาก Trip Advisor 2013-2016

นอกจากนี้ยังมีห้องประชุม ห้องสัมมนาไว้รับรอง ราคาก็ไม่แพง จะอยู่รายวัน หรือจะอยู่แบบรายเดือน  ห้องสวย เก๋ มีสไตส์ ไม่ซ้ำแบบ บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง แบบสบายๆ ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร ชนิดเดินเพียงไม่กี่ก้าว เงินในกระเป๋าก็ดีดดิ้นเต้นระบำแล้ว

บอกแล้วว่าที่ ความเป็นโรงแรมหรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โรงแรมสบาย สบาย อยู่ที่ความสะดวก สบาย คุ้มค่า ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนที่ชัดมากจากการสำรวจและได้รับรางวัลจาก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของรูปลักษณ์ที่มีความเฉพาะตัวของโรงแรมที่มีความปลอดภัย ต่างเคยได้ยินชื่อแบรนด์มาก่อนวันนี้โรงแรมสบาย สบาย @สุขุมวิท เปิดให้บริการสู่ปีที่ 7

Sabai Sabai At Sukhumvit
โปรโมชั่นพิเศษ!!!  สำหรับลูกค้าจาก  Toptotravel.com   (แจ้งพนักงาน)
ไปพักกันเลย Deluxe room จาก 3,000 บาท เหลือเพียงราคา 999 บาทแถมฟรีอาหารเช้า  เก็บกระเป๋าแล้วพุ่งตัวไปวันพรุ่งนี้ยังได้เลยเสมือนกับ
คุณอยู่บ้านพักของตัวเองแบบสบายๆ สมชื่อ

Welcome to Sabai Sabai!!
Sabai-Sabai @ Sukhumvit Boutique Resort and Spa takes pride in being one of the hotels located at the centre of the Sukhumvit road.
This area is about 20 kilometers from Suvannabhumi Airport, few kilometers from the Airport Link BTS.

It is very convenience to go by BTS to the restaurant and the entertainment at Nana, Thong Lor and Ekkamai for shopping at the Emporium, Central World, Siam Paragon, Isetan, Gaysorn Plaza, MBK, Platinum, Big C, Index Shopping Mall, Secon Square and Paradise Park.

It also takes about one hour by car to the beach, Pattaya (by highway) and as well, there are many tourist attractions near by, such as Anciently City Crocodile Farm Temples.

Sabai-Sabai @ Sukhumvit Resort and Spa
984/22-27 Sukhumvit 71 Rd., Soi Pridi Banomyong 40,Prakanong, Vadhana, Bangkok 10110
Tel. 66(0)-2255-7592-3, 66(0)-2391-6498-9
Fax. 66(0)-2655-5711, 66(0)-2672-7697

สนใจติดต่อ โรงแรมสบาย สบาย แอท สุขุมวิท
984/22-27 ซอยปรีดีพนมยงค์40 ถนนสุขุมวิท71 แขวงพระโขนง
เขตวัฒนา กทม. 10110
โทร. 02 391 6490

เว็ปไซต์ : http://sabai-sabai-sukhumvit.com
facebook: www.facebook.com/sabai.sabai.sukhumvit/

กินกิน เที่ยวเที่ยว ใกล้กรุงกันดีกว่า ตลาดอิงน้ำสามโคก

ตลาดอิงน้ำสามโคกสุดคึกคักฉุดเศรษฐกิจชุมชนโตต่อเนื่อง พร้อมช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น

มาชวนไปหาของอร่อยแถวสามโคก ปทุมธานี ตลาดนี้เพิ่งเปิด ตลาดเล็กๆ มีเจ้าเสือพ่นน้ำเป็นสัญลักษณ์ ชาวบ้านใจดี ร้านค้าจัดน่ารัก น่าเดินเล่นและซื้อหาของ ด้วยความผูกพันของชาวชุมชน พร้อมใจกัน  สรรหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นภูมิปัญญาและฝีมือของท้องถิ่นออกมาให้นักท่องเที่ยวได้ชม ชิม ช้อป อาทิเช่น ข้าวแช่ แกงมะตาด ขนมจีนชาวน้ำ หรือการปักสะไบมอญ  ด้วยอัธยาศัยการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวสามโคกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมภายในตลาดอิงน้ำสามโคก

ชวนไปหาของอร่อยแถวสามโคก ปทุมธานี ตลาดนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน
ด้วยบรรยากาศชุมชนที่ยังคงวัฒนธรรมประเพณีและวิถีความเป็นอยู่ ซึ่งมีแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสัญจร เป็นตลาดเก่าดั้งเดิมที่ทำมาค้าขายทางเรือกันมาอย่างราบรื่นหลายชาติพันธุ์ชาวไทย ชาวมอญ ชาวจีน และชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันอย่างมีความสุข ตลอดระยะเวลาจาก
เริ่มโครงการจนเป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

นอกจากนั้นยังเสริมสร้างให้เด็ก เยาวชน ในท้องถิ่น โดยมีเวทีในการแสดงทางวัฒนธรรม เกิดทัศนคติที่ดีและหวงแหนชุมชน ภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองผ่านการแสดงในทุกวันจัดกิจกรรมที่เวทีการแสดง

ธรรมชาติยังดีเหมือนเดิม มีชุมชนอาศัยอย่างปกติทีความเป็นกันเองกับผู้มาเยี่ยมเยือนมีร้านค้าพอสมควรมี ร้านอาหารให้เลือกทานมีร้านอาหารริมน้ำอร่อยมีศาลเจ้าติดริมน้ำมีมุมสวยๆหลายมุมให้จับภาพมี ร้านกาแฟมุมสวยให้พักผ่อน ร้านผัดไทยกุ้งสดขายดี มีร้านหมูสะเต๊ะอร่อย มีร้านทอดมันกุ้งทอดให้ลอง มีกล้วยทอดให้ชิม มีห่อหมกร้านอร่อยให้ซื้อกลับบ้าน แล้วมานั่งทานขนมจีนซาวน้ำ

จังหวัดปทุมธานีเผยผลสำเร็จโครงการถนนสายวัฒนธรรม  ตลาดอิงน้ำสามโคก ชาวชุมชนพร้อมใจต้อนรับนักท่องเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชน อาหารอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยอิทธิพลไทย รามัญ จีน มุสลิม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของภาครัฐ เตรียมนำความสำเร็จจากโครงการนี้เป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาต่อยอดสู่โครงการอื่นๆ ต่อไป

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวในงานแถลงข่าวความสำเร็จของโครงการ ถนนสายวัฒนธรรม ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี ว่า หลังจากจังหวัดปทุมธานี ได้จัดโครงการถนนสายวัฒนธรรม ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา พบว่าชาวชุมชนที่เคยค้าขายอยู่ในตลาดอิงน้ำสามโคก

ทั้งที่เลิกค้าขายไปแล้วและที่ออกไปค้าขายที่อื่นตามการเปลี่ยนแปลงของชุมชน ได้กลับมาค้าขายในพื้นที่ตลาดอิงน้ำสามโคกอีกครั้งเป็นจำนวนมาก จากที่ก่อนเปิดโครงการมีร้านค้าเพียง 20 กว่าร้าน จนในปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 120 ร้าน จำนวนนักท่องเที่ยวจากที่เคยมีเพียงไม่เกิน 100 คน/วัน ในช่วงวันหยุด ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 1,500 คนต่อวันและมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งจากการประเมินตามร้านค้าพบว่าในแต่ละวันที่ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมมีเงินหมุนเวียนภายในชุมชนกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งหากนับจากวันเริ่มโครงการ มีเงินสะพัดภายในตลาดเกือบ 30 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 เดือน

“การจัดโครงการถนนสายวัฒนธรรม ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นการเปิดเส้นทางและพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการนำเสนอและจำหน่ายสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีรายได้ กินดีอยู่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนตามนโยบายของภาครัฐ ความสำเร็จที่เกิด
ขึ้นจากโครงการนี้ จะเป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนา เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดสู่โครงการอื่นๆ อีกมากมาย” รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าว

ตลาดอิงน้ำสามโคก ตั้งอยู่ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พาครอบครัวเดินมาเดิเล่นชมวิถีชุมชนริมน้ำแบบใกล้กรุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ต่างชาติ ได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชน อาหารอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยอิทธิพลไทย รามัญ
จีน มุสลิม จากชาวบ้านในพื้นที่ ราคาไม่แพง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น อาคารที่ว่าการอำเภอสมัย รัชกาลที่ 6 อนุสาวรีย์สุนทรภู่ วัดบางเตย ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ฯลฯ
พร้อมมุมถ่ายรูป ชิค ชิคทั้ง  Wall Art  วิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยลงทางด่วน ที่ด่านถนนบางพูน (รังสิต-ปทุมธานี) ลงแล้วเลือกไปทางปทุมธานี ขับตรงมาอีกไม่ไกลเจอสามแยกไฟแดงโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส แล้วเลี้ยวขวา ขับชิดซ้ายตรงมาเรื่อยๆไม่ต้องขึ้นสะพานไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ขับตามป้ายปทุมธานีไว้ จะเจอสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขับข้ามสะพานตรงมา จะเจอสะพานข้ามแยก (สันติสุข) ไม่ต้องขึ้นสะพาน ให้เลี้ยวขวาใต้สะพานไปทางอำเภอสามโคก ตรงมาเรื่อยๆ สังเกตปั้ม PT ไว้และต่อมาจะเจอวัดบางเตยนอกและวัดบางเตยกลางจะอยู่ติดกัน ข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆลงมาชิดขวาไว้จะเจอช่องทางให้กลับรถ (ตรงที่กลับรถ มีป้ายบอกว่า สถานีตรวจคนเข้าเมือง  จังหวัดปทุมธานี) เลี้ยวขวาที่ช่องกลับรถเข้าซอยมา จอดรถที่ท่าน้ำ

ตลาดอิงน้ำสามโคก เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว
ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น.

6 โรคจากเห็บหมัด พิษสงร้ายอันตรายต่อเจ้าตูบ

โรคที่เกิดจากเห็บหมัด
ภัยร้ายใกล้ตัวสุนัขที่คุณรัก

หน้าฝนมาเยือนแล้วก็ถึงเวลาที่บรรดาเจ้าของสุนัขจะต้องใส่ใจดูแลเจ้าตูบเพิ่มเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเสี่ยงกับการเป็นหวัดเพราะตากฝนตัวเปียกแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการติดเห็บหมัดมากขึ้นด้วย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะไข่เห็บหมัดที่แม่มันไปวางไข่ไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้านจะฟักออกมาเป็นตัวได้ดีเมื่อมีความชื้นในอากาศสูง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเห็บหมัดถึงระบาดในหน้าฝน

เห็บหมัดตัวเล็กจิ๋วเท่าปลายนิ้ว แต่ความจริงแล้วมันมีพิษสงไม่น้อยเลย สามารถนำโรคมาสู่สุนัขตั้งแต่เป็นผื่นคันจนถึงเป็นโรคร้ายที่ทำให้เสียชีวิตได้ ลองมาดูรายละเอียดของแต่ละโรคกันว่าเห็บหมัดทำร้ายเจ้าตูบของเราได้อย่างไร

1) โรคโลหิตจาง เนื่องจากทั้งเห็บและหมัดเป็นแมลงดูดเลือดที่กินเลือดเป็นอาหาร ดังนั้น หากสุนัขของเรามีเห็บหมัดมาเกาะกินอาศัยอยู่ตามตัวจำนวนมาก สุนัขก็จะถูกเห็บหมัดดูดกินเลือดจนเป็นตัวเต่ง ซึ่งทำให้เกิดโรคโลหิตจางตามมา

2) โรคพยาธิเม็ดเลือด อี.เคนิส โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเห็บกัด โดยขณะที่เห็บดูดเลือดก็จะปล่อยเชื้อพยาธิเม็ดเลือดที่ชื่อ อี.เคนิส ให้กับสุนัขเคราะห์ร้ายของเรา ซึ่งเชื้อจะเข้าไปอยู่ในเม็ดเลือดชนิดโมโนไซต์ ทำให้สุนัขป่วยด้วยอาการอ่อนพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักลด โลหิตจาง ต่อมน้ำเหลืองและม้ามโต

3) โรคพยาธิเม็ดเลือด บาบีเซีย เกิดจากถูกเห็บกัดเช่นเดียวกับ อี.เคนิส แต่บาบีเซียจะมุ่งทำลายเม็ดเลือดแดงเพียงอย่างเดียว ซึ่งปล่อยทิ้งไว้สุนัขก็จะตายด้วยโลหิตจางอย่างรุนแรงเช่นกัน

4) โรคพยาธิเม็ดเลือด เฮปาโตซูน เกิดจากการที่สุนัขกินเห็บที่มีเชื้อนี้เข้าไป พยาธิเม็ดเลือดเฮปาโตซูนก็จะทำให้สุนัขมีอาการ มีไข้ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ขาหลังอ่อนแรง จนกระทั่งขากะเผลกเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบ

5) การติดเชื้อพยาธิตัวตืด จัดเป็นพยาธิลำไส้ชนิดหนึ่ง อยู่ในจำพวกพยาธิตัวแบน ซึ่งพยาธิตัวแก่จะอาศัยอยู่ในลำไส้ของสุนัขแล้วปล่อยปล้องที่คล้ายเม็ดแตงกวาหลุดปะปนมากับอุจจาระ พยาธิตัวตืดนี้ติดต่อผ่านหมัดที่กินไข่พยาธิเข้าไป แล้วสุนัขมากินหมัดที่มีไข่พยาธินั้น อาการที่แสดงออกคือ ไม่จำเป็นจะต้องท้องเสียเสมอไป แต่อุจจาระอาจจะเหลวมากขึ้น อาจมีภาวะท้องมาน เนื่องมาจากการสูญเสียโปรตีนและสารอาหารไปให้พยาธิในลำไส้ ทำให้น้ำหนักลด มีอาการคันก้นอาจจะมีการเอาก้นไถพื้น

6) โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคนี้เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการแพ้น้ำลายของหมัด ทำให้สุนัขมีอาการคันอย่างรุนแรงและมีผิวหนังแดงและอักเสบ พบได้บริเวณแนวสันหลังหรือบริเวณที่มีหมัดอาศัยอยู่ ซึ่งหากไม่จัดการปราบหมัดให้หมดสิ้น สุนัขก็จะทนทุกข์ทรมานจากผิวหนังอักเสบ เพราะแพ้น้ำลายหมัดตลอดไป

ได้รู้จัก 6 โรคร้ายจากเห็บหมัดกันไปแล้ว   หากเจ้าของสุนัขพบอาการผิดปกติกับสุนัขก็ควรรีบพามาตรวจโดยเร็วเพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที ซึ่ง สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ได้ให้คำแนะนำว่า

“เมื่อมีอาการที่น่าสงสัย สัตวแพทย์จะตรวจร่างกาย เจาะเลือด และวินิจฉัยว่าเป็นพยาธิเม็ดเลือดชนิดใด  มีค่าเลือดใด  ที่ผิดปกติบ้าง จะได้รักษาได้ครอบคลุม ซึ่งเจ้าของควรให้สุนัขกินยาให้ครบ มาตรวจร่างกายตามนัด และเช็คเลือดสม่ำเสมอ แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการรักษาพยาธิเม็ดเลือดให้ครบคอร์สจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ในบางรายที่มีภาวะเลือดจางรุนแรง อาจต้องถ่ายเลือดเพื่อช่วยชีวิตก่อน จากนั้น  จึงค่อยกินยารักษาพยาธิเม็ดเลือด  รักษาที่ต้นเหตุ กินยาบำรุงเลือดต่อไป และเมื่อหายดีแล้วควรใช้ยาหรืออุปกรณ์ป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

แต่จะเป็นการดีถ้าเจ้าของสามารถป้องกันสุนัขให้ห่างไกลจากเห็บหมัดไว้ก่อน ซึ่งปัจจุบันการกำจัดเห็บหมัดมีหลายรูปแบบ ทั้งยาหยดหลังคอ ยากิน ยาฉีด หรือปลอกคอ ที่สามารถป้องกันเห็บหมัด และพยาธิหนอนหัวใจ สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก  หากพาสุนัขไปเดินเล่นสนามหญ้าแนะนำให้พ่นสเปรย์ยาป้องกันเห็บหมัดตามง่ามเท้าและใต้ท้อง เพื่อลดโอกาสที่เห็บหมัดจะเกาะติดมา ถ้าที่บ้านหรือรอบๆ บ้านมีเห็บหมัดเยอะอาจใช้น้ำยาที่สามารถกำจัดเห็บหมัดได้ถูพื้น และทำความสะอาดเป็นประจำ”

สำหรับเจ้าของสุนัขที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าตูบของตัวเองถูกเห็บหมัดทำร้ายมาหรือเปล่า ก็สามารถพาไปตรวจเช็คร่างกายเบื้องต้นได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อทุกสาขา

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-079-9999 www.facebook.com/ThonglorPet หรือ Line: @jaothonglor

ธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018

เตรียมตัวให้พร้อม  ไปงานของพวกเรา คนรักการถ่ายภาพ 

Toptotravel  มีโอกาสร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว PHOTO FAIR 2018 ผู้ที่รักการถ่ายภาพได้มาร่วมงาน PHOTO FAIR 2018  ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆมากมาย และจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในปีนี้ที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่สนใจ เพราะทุกวันนี้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เราควรต้องตามให้ทัน

เมื่อวันที่  19 มิถุนายน 2561  ที่  โรงแรมดิเอ็มเมอรรัล ถนนรัชดาภิเษก กทม.สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดพิธีมอบตำแหน่งคณะกรรมการสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปี พร้อมนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพท่านใหม่ นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ พร้อมแถลงข่าวการเปิดตัวกิจกรรม PHOTO FAIR 2018

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018
คุณณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปีบริหาร 2561-2562 หลังจากรับตำแหน่ง พร่้อมทำงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด Photo Graphy Power รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียวกัน สื่อถึงความมีพลังสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

นางณริภา นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพคนใหม่ กล่าวว่า งานกิจกรรม PHOTO FAIR 2018 จุดนัดพบของคนรักการถ่ายภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561 จำนวน 5 วัน ณ ไบเทคบางนา โดยทางสมาคมธุริจการถ่ายภาพได้จัดกิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 ถึงปัจจุบัน ถือเป็นปีที่ 39 บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร วัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางของผู้ประกอบการธุรกิจการถ่ายภาพที่มีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินการธุรกิจถ่ายภาพต่อไป ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้กับนักถ่ายภาพทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพ ซึ่งจะมีเครื่องมือและเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายภาพใหม่ๆที่ทันสมัยมากมาย รวมทั้งจะมีผู้ประกอบการด้านการถ่ายภาพที่ตอบรับมาเข้าร่วมงานครั้งนี้จะนำสินค้าที่แตกต่างจากประเทศไทยเ ได้แก่ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น จึงอยากเชิญชวนผู้ที่รักการถ่ายภาพว่าไม่ควรพลาดที่จะมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปี (บริหาร 2561-2562) หลังจากรับตำแหน่ง พร้อมทำงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม PHOTO FAIR 2018 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด PHOTO GRAPHY POWER รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียว

ประวัตินายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 
คุณณริภา (นวรัตน์) ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 เป็นบุตรสาว นายชัยพันธ์ วงจันทร์ศิลป์ และนางขาเฮียง แซ่อึ้ง เกิดในครอบครัวร้านถ่ายภาพวงจันทร์ เริ่มเป็นช่างภาพตั้งแต่อายุ 13 ปี มีความสามารถตั้งแต่สมัยที่วงการถ่ายภาพใช้ฟิล์มกระจก ซึ่งต่อมาก็เป็นฟิล์มแผ่นจวบจนถึงปัจจุบันนี้กว่า 50 ปี มีความสามารถในการถ่ายภาพทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งการแต่งรูป แต่งฟิล์ม และขยายภาพ ได้สมรสกับคุณชาริษ (ชาลี) ศรีสว่างวัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของ บริษัท ภาพยนตร์วีดีโอโปรดักชั่น จำกัด และห้างหุ้นส่วนภาพยนตร์โฟโต้ ซึ่งได้มีการถ่ายภาพหมู่โดยใช้กล้องหมุนและถ่ายวีดีโอ พร้อมทั้งถ่ายภาพในการรับพระราชทานปริญญาบัตรในสถานบันมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้รับเชิญให้ไปถ่ายภาพหมู่กล้องหมุนหลายประเทศ ทั้งประเทศอเมริกา ฝรั่งเศส จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเก๊า มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขมร ลาว เป็นต้น ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างมากมาย

ประวัติทางสังคม

-เป็นอุปนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพหลายสมัย และดูแลฝ่ายต่างประเทศ

-เป็นอุปนายกสมาคมตระกูลเฮ้งแห่งประเทศไทย

-เป็นที่ปรึกษากลุ่มสตรีสมาคมตระกูลเฮ้งแห่งประเทศไทย

-เป็นที่ปรึกษากลุ่มสตรีสมาคมฮงสูนแห่งประเทศไทย

-เป็นสมาชิกไลออนส์ที่เป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกมากว่า 15 ปี สังกัดสโมสรไลออนส์จอมทอง กรุงเทพ ภาค 310D เคยดำรงตำแหน่งอดีตผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารสภาภาครวม 310 ประเทศไทย

พิธีมอบตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพสมัยที่ 26 คุณณริภา (นวรัตน์) ศรีสว่างวัฒน์ ปีบริหาร 2561-2562 และงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม โฟโต้แฟร์ 2018  งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด Photo Graphy Power รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียว สื่อถึงความมีพลังสามัคคี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561ณ ไบเทคบางนา

สำหรับผู้สนใจจองพื้นที่ในงาน ติดต่อสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ
งาน PHOTO FAIR 2018 จุดนัดพบของคนรักการถ่ายภาพ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา บนพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม.
ติดต่อที่ สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ 02-803-7570-1
โทรศัพท์ 0 2803 7570-1

#PhotoFair2018
#โฟโต้แฟร์2018
#PhotoFairThailand

โตชิบา ไทยแลนด์ รุกหนักครึ่งปีหลัง 2018

เปิดตัวสินค้าใหม่ 34 รุ่น หวังรายได้โต 2 ดิจิต

นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วยนายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าว “A New Chapter Beyond All Limits ” เปิดตัวสินค้าใหม่ พร้อม
ชูนโยบายและแผนการตลาดเชิงรุกในครึ่งปีหลัง

นายโตชิโระ  อิชิวาตาริ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า…

โตชิบา ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานการดีไซน์และการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้น ด้านคุณภาพชีวิต และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค  จากการรวมกัน ของ TLSC และ Midea Group เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น ขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

นอกจากนี้ นายโตชิโระ  อิชิวาตาริ   ยังกล่าวตอกย้ำว่า TLSC   ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่เป็นฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขายและการทำตลาด และโตชิบาจะยังคงเติบโต ยั่งยืน และก้าวไปด้วยกันกับคนไทย เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น และคำนึงถึง
ไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก  เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคน
ไทย ตามสโลแกนโตชิบา

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับตลาดในประเทศไทย ภาพรวมเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น  โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1%   ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2555 ส่วนค่า GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะดีขึ้น

สำหรับไตรมาสแรก  ของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน  ยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9% อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก

สำหรับผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก โตชิบาเผยโฉมสินค้าใหม่มากถึง 8 หมวดหมู่ รวม 32 รุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างโตชิบาและไมเดีย และจากการลอนช์สินค้าดังกล่าว  จึงเป็นที่มาของยอดขายที่เติบโตสูงขึ้น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี

สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลัง โตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน และประสบการณ์  การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำ โตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Top 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย โดยในครึ่งปีหลัง แผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีก 8 หมวดหมู่ 34 รุ่น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี กล่าวเสริมว่าจากข้อมูลเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2% โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32% ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18% ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%

ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจากตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และเครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%, 35%, 189% และ 146% ตามลำดับ ส่วนเครื่องปรับอากาศ เติบโตเพียง 1%

ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 34 รุ่น ทั้งกลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างของสินค้าที่โตชิบาขาดหายไป และถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวเสริมว่า ในครึ่งปีหลังนี้ โตชิบาจะเปิดตัวสินค้ามากมาย โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส สำหรับสินค้ากลุ่มตู้เย็น โตชิบาเป็นที่ 1 ในเรื่องตู้เย็นประตูเดียวมาตลอดหลายปีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น 2 ประตู และตู้เย็นมินิบาร์ แต่ในปีนี้ เราจะมาครบไลน์อัพ เติมเต็มช่องว่างเค้กก้อนใหญ่ในส่วนของตู้เย็นมัลติดอร์ (Multi Doors) และตู้เย็นไซด์บายไซด์ (Side By Side) ที่มีมูลค่าการตลาดถึงหนึ่งพันล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าในไตรมาส 4 ส่วนในไตรมาส 3 เราส่งตู้เย็น 1 ประตูรุ่นใหม่ FIT ที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตู้เย็น 1 ประตู ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเกือบ 30%

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โตชิบาจะใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้า รวมถึงดูเทรนด์ผู้บริโภคเป็นหลัก เฉกเช่นการพัฒนาตู้เย็น ที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น เวลามีจำกัด ดังนั้นการซื้อของกินของใช้ในแต่ละครั้งจึงมาก และเมื่อต้องเก็บมาก เราจึงออกแบบตู้เย็นให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงต้องเก็บรักษาความสดได้ยาวนาน และต้องออกแบบตู้เย็นให้จัดสรรของกินแต่ละประเภทให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการเกิดตู้เย็นไซด์บายไซด์ และมัลติดอร์

ตู้เย็นมัลติดอร์ โดดเด่นด้วย 3 Cycle Real Inverter มาพร้อมระบบทำความเย็น 3 Cooling กระจายความเย็นได้ทั่วถึง และระบบการกำจัดกลิ่นชั้นยอด นอกจากนี้ยังแบ่งช่องต่างๆ ในตู้เย็นได้มากถึง 26 ช่อง เพื่อให้คุณเลือกแช่ได้ตามใจ

ส่วนตลาดเครื่องซักผ้า เราตั้งเป้าเติบโต 50% โดยขยายไลน์อัพเพิ่ม ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถังสำหรับจับตลาดกลางถึงล่าง และเพิ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า และ 2 in 1 เครื่องซักอบผ้าฝาหน้า เพื่อจับกลุ่มคอนโด และตลาดกลางถึงบน ซึ่งใน 2 ตลาดดังกล่าว มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องซักผ้าของโตชิบามากขึ้น

ในไตรมาส 3 นี้ โตชิบามีแผนเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ซึ่งมาด้วยดีไซน์ที่สวยหรู ตัวถังกันสนิม พร้อมจุดเด่นท่อเติมน้ำแบบคู่ ที่ทำให้การซักและการปั่นสะดวก สะอาดยิ่งขึ้น มีให้เลือกมากถึง 4 ความจุ คือ 7.5 กก. 8.5 กก. 11 กก. และ 13 กก. เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ Front Load จะมาด้วยเทคโนโลยี Great Wave ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน จึงทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดเวลา รวมถึงช่วยปกป้องสีสันของเสื้อผ้าให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น มาพร้อม 3 ความจุให้เลือก คือ 7.5 กก. 8.5 กก. และ 9.5 กก.

ส่วนตัวไฮไลท์ เป็นเครื่องซักอบฝาหน้า ที่มีความจุทั้งซักและอบที่เท่ากัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 10/10 กก. และ 8/8 กก. ซึ่งแพลนวางขายในไตรมาส 4

นายชาตรี พลสอนดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาไม่สูงมาก มีความต้องการใช้ต่อเนื่อง และด้วยความที่สินค้ามีหลากหลาย จึงตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้แตกต่างกัน สำหรับแบรนด์โตชิบา เราตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายใน 3 ปี โดยในครึ่งปีแรก เห็นผลชัดเจนว่าเราเติบโตมากในกลุ่มสินค้ากลุ่มไมโครเวฟ ซึ่งโตขึ้นถึง 189% จากการที่เราเปิดตัวไมโครเวฟใหม่ 7 รุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งโตขึ้นถึง 146% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ใน ไตรมาสที่ 3 นี้ เราแพลนออกเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่อีก 8 รุ่น เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวที่จะมาถึงในปลายปีนี้ สำหรับตลาดหม้อหุงข้าว เราตั้งใจขยายตลาดระดับกลางถึงล่าง โดยส่งหม้อหุงข้าวประเภท Jar Type หรือหม้ออุ่นทิพย์ดีไซน์ใหม่ สดใส และทันสมัยกว่าเดิม มีให้เลือก 2 ความจุ 5 รุ่น 3 ดีไซน์ มากไปกว่านั้น โตชิบากำลังขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเช่นกัน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของโตชิบา มาด้วยเทคโนโลยี Off Center ที่ช่วยให้น้ำผลไม้ปั่นละเอียดยิ่งขึ้น

นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยโดยตรงจากกลุ่มผู้บริโภคด้วย อย่างแนวโน้มหรือเทรนด์ เรื่องความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลต่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย คุณภาพและเทคโนโลยี ดีไซน์ของสินค้า ที่อาจนับได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อย่างเรื่องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ยังรวมถึงการรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และการรักสุขภาพ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโตชิบา จึงถูกออกแบบมา โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะ “นำสิ่งที่ดี มาสู่ชีวิต” ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีแรก อัตราส่วนการลงทุน จะมุ่งเน้นที่ การสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และการจดจำต่อสาธารณชน ซึ่งรวมไปถึง ณ จุดขาย การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนอกจากการลงทุนข้างต้นแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกเหนือจากการจัดจำหน่าย สินค้า ที่มีคุณภาพ หลากหลาย และแข่งขันได้

ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง เน้นเรื่อง 4P ได้แก่ สินค้า อย่างเรื่องการเพิ่มไลน์สินค้า การอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น รวมไปถึง การขยายช่องทางการขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงแพลนปรับโฉมร้านค้าให้ดูทันสมัย และสวยงามยิ่งขึ้น แผนการสื่อสารและการตลาดงบกว่า 12% เพื่อการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในตราสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการตลาดจะผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Online & Social Media เป็นหลัก โดยเน้นเรื่อง Digital Marketing, Localized Marketing รวมไปถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับกลุ่มสินค้า ฤดูกาล และพื้นที่การขาย โดยจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ แคมเปญรับหน้าฝน แคมเปญฉลองวันเกิด แคมเปญรับปีใหม่ หรือแม้แต่การทำ Road Show และ Work Shop ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้า และสุดท้าย เรายังคงให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย ที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นตัวแทนขายสินค้า แต่เขาคือที่ปรึกษาส่วนตัว (Personal Consultant) เราจึงมีแผนพัฒนาบุคลากรให้ความรู้และฝึกอบรมทั้งในส่วนการขาย การสร้างประสบการณ์การใช้งาน การเป็นเลขาส่วนตัว รวมถึงการให้คำแนะนำหลังการขายอีกด้วย

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า นอกจากบริษัทฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบงานบริการหลังการขาย ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็นแบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นางกนิษฐ  กล่าวเสริมว่า ในฐานะผู้ถือหุ้นคนไทย เรายังเชื่อมั่นในโตชิบา และในการรวมพลังของเรา 3 ประเทศ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่รวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นนโยบายด้านส่งเสริมกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม (CSR – Corporate Social Responsibility) เช่นที่ผ่านมา โตชิบาจะต้องเป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลของสังคมไทย เป็นบริษัทที่ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องการขายและการบริการเท่านั้น แต่ต้องเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อท่านผู้แทนจำหน่าย ต่อสังคม ต่อคนรุ่นต่อไป ต่อประเทศชาติที่รักของพวกเราทุกคน และจะ “มุ่งมั่น …นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

รางวัลระดับเอเชียในเมืองหลวงของไทย พร็อพเพอร์ตี้กูรู

ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ปี 2018


โค้งสุดท้าย พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 13

เตรียมจัดงานมอบ รางวัลชนะเลิศระดับเอเชีย

นับถอยหลัง  กับการมอบรางวัล  พร็อพเพอร์ตี้กูรู  ไทยแลนด์  พร็อพเพอร์ตี้
อวอร์ดส์ ปี 2018 หรือ PropertyGuru Thailand Property Awards 2018 ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 เวทีเฟ้นหานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย และเป็นรางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดในประเทศ

ภายในปีนี้มหกรรมการมอบรางวัลประจำปีดังกล่าว เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปให้เริ่มส่งรายชื่อโครงการต่างๆ   จนถึงวันที่ 29 มิถุนายนนี้  ส่วนการสมัครในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และดีไซเนอร์จากทั่วประเทศ

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ จำกัด หรือ JLL

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ จำกัด หรือ JLL ประธานคณะกรรมการตัดสินเปิดเผยว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นสำหรับนักลงทุน ดังนั้น นักพัฒนาต่างเข้าใจถึงประโยชน์ของการรับรองคุณภาพโดยที่มีความเป็นเลิศในทุกด้านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ มีระบบการตัดสินที่โปร่งใสและเป็นมืออาชีพ ดำเนินการโดย บีดีโอ BDO เครือข่ายการตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งทำให้ในปีนี้มีจำนวนผู้สมัครจากทั่วประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี”

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ดอทคอม

ด้าน นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ดอทคอม ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “แม้ว่ารางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ จะเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลเอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ Asia Property Awards ที่มีขนาดใหญ่กว่า แต่ได้รับการยอมรับจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก สำหรับรางวัลพร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อสิบสามปีที่ผ่านมา นับได้ว่า เป็นรางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมีการจัดงานมอบรางวัลระดับเอเชียในเมืองหลวงของไทยเป็นครั้งแรกในปีนี้ด้วย”

นายพอล แอชเบิร์น ผู้บริหาร บีดีโอ ไทยแลนด์ ให้ความเห็นว่า “รางวัลพร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเป็นลำดับ โดยได้สร้างระบบแรกที่ได้รับการยกย่องในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของราชอาณาจักรให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกการเพิ่มประเภทการตัดสินที่มากขึ้น ทำให้คณะกรรมการคาดว่า จะต้องมีการประเมินผู้เข้าร่วมประกวดที่มีจำนวนมากขึ้นไปด้วย ต้องมีวิธีการตรวจสอบยังที่ตั้งโครงการสถานที่จริง รวมถึงแนวทางการประเมินเจตนารมณ์ของแต่ละโครงการที่ผู้เข้าประกวดตั้งใจทำและส่งมอบให้กับลูกค้า นอกจากนั้น การมอบรางวัลนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และตัวผู้ประกอบการ เราเชื่อว่า การสนับสนุนให้มีการประกาศรางวัลอันทรงคุณค่า การสนับสนุนโครงการคุณภาพ จะช่วยเป็นตัวอย่างและสนับสนุนให้เกิดความเป็นเลิศต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทยโดยรวม”

มหกรรมการมอบรางวัลพร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์
ปีนี้นำเสนอโดย โคห์เลอร์ Kohler และได้รับการสนับสนุนโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ DDproperty.com  ในฐานะเว็บไซต์ชั้นนำ  ของวงการอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย โดยมีการเพิ่มประเภทรางวัลใหม่ รวมเป็น 40 ประเภท ได้แก่ ประเภทการพัฒนา Smart Home Development, การพัฒนา Best Co-working Space และการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สงอายุ และในปีนี้ยังมีรางวัลสำหรับนักออกแบบ (Designer) ด้วยรางวัลสาขาต่าง ๆ อาทิ Best Hotel Architectural Design เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ประกาศรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้น ให้กับอาคารเพื่อการอำนวยสาธารณะประโยชน์ ซึ่งมอบให้กับอาคารที่มีการเปิดใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งการดูแลสุขภาพอนามัย การศึกษา บริการสาธารณะ การขนส่ง การบำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรมทางศาสนาไม่ว่าอาคารนั้นจะเป็นของเอกชน หรือองค์กรภาครัฐก็ตาม ได้แก่  รางวัล Best Green Development,  Best Universal Design Development และ Special Recognition for Public Facility โดยคัดเลือกจากโครงการทั่วประเทศ ได้แก่​ กรุงเทพฯ​ เชียงใหม่ ตะวันออก หัวหิน เขาใหญ่ เกาะสมุย ภูเก็ต
พังงา สงขลา และตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ในปีนี้คณะกรรมการตัดสินได้ให้ความสำคัญกับการได้รับความนิยมที่เติบโตสูงขึ้นของ co-working space ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของออฟฟิสใหม่ ๆ และอาคาร multi-purpose เพื่อจะจัดบริการให้กับพนักงานหลากหลายประเภทในทุกวันนี้ รวมไปถึงบุคคลที่ทำงานอย่างอิสระผ่านช่องทางออนไลน์ที่จำเป็น และไม่ต้องการที่จะทำงานภายใต้สภาพห้องทำงานแบบเดิม ๆ อีกตลาดเฉพาะ (niche) ที่ควรได้รับความสนใจ ได้แก่ ตลาดที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตลาดค่อนข้างเล็กแต่มีศักยภาพสูงมากที่จะเติบโต ประเทศไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาคเป้าหมายที่จะมาใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุงานสำหรับชาวต่างช าติรวมไปถึงคนท้องถิ่นที่มีฐานะร่ำรวยจำนวนมาก หากนำไปรวมกับอัตราค่าครองชีพที่เหมาะสมและอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สามารถจ่ายได้แล้ว เชื่อว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รวมไปถึงหุ้นส่วนของพวกเขาจะต้องเข้ามาสู่ตลาดนี้ในเวลาอีกไม่นาน  จะปิดรับรายชื่อในวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ได้ทาง AsiaPropertyAwards.com/nomination/thailand

โดยผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูง และวีไอพี  จำนวนกว่า 600 ท่าน โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขาหลักจะได้รับการส่งไปประกวดใน Property Guru Asia Property Awards ครั้งที่ 8 รอบสุดท้าย ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นงาน Grand Final ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีเพื่อฉลองความสำเร็จของนักพัฒนาและนักออกแบบในสิงคโปร์ พม่า ฟิลิปปินส์ และมองโกเลีย จะเข้าร่วมด้วยเพื่อรับรางวัลในเวทีระดับภูมิภาคที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย นอกเหนือจากการประกวดใน PropertyGuru Asia Property Awards แล้วนั้น ทางผู้จัดงานยังมีงานสัมมนาหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ PropertyGuru Asia Real Estate Summit เช่นกัน  ในวันที่ 8 – 9 พ.ย. 2561

สำหรับงานกาลาดินเนอร์เพื่อแจกรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 13 จัดขึ้น ณ โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพฯ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
E-mail : awards@propertyguru.com
เว็บไซต์: AsiaPropertyAwards.com