ดื่มด่ำกับงานศิลป์ Caring while Chilling

Hoegaarden
ถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้าน Hoegaarden

ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) นั้นมีถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้าน Hoegaarden ซึ่งเป็น
ที่รู้จักกันว่าหมู่บ้านนี้เลื่องชื่อ ในเรื่องของเบียร์ขาว เริ่มต้น  ตำนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 นักบวชได้คิดค้นสูตรการทำเครื่องดื่มที่ได้รับอิทธิพล จากพ่อค้าชาวฮอลันดาที่นำส่วนผสมรสจัดจากอินเดียมาเป็นส่วนประกอบ สูตรของเบียร์ฮูการ์เด้นนั้นได้ถูก ปรับแต่งโดยคนในหมู่บ้าน โดยมีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำ ยีส ข้าว ฮ๊อพส์ เปลือกส้ม และ ผักชี เป็นต้น ชื่อของ ฮูการ์เด้น นั้นได้หายไปในช่วงหนึ่ง ก่อนได้รับการสนับสนุนจาก อาร์ทัวร์ บริวเวอรี่ โรงกลั่นยักษ์ใหญ่ใน ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อนำแบรนด์ฮูการ์เด้น กลับมาใหม่อีกครั้งในทศวรรษ 90 และเริ่มได้รับความนิยมจากคน ทั่วโลกจวบจนทุกวันนี้

ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) โดย บริษัท บริวเบอรี่ จำกัด แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำจากประเทศเบลเยี่ยม จัดงาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ชวนสัมผัสความสดชื่นดับกระหายไปกับ  Theme พิเศษ จากแรงบันดาลใจ  ในบรรยากาศของโอเอซิส ความสดชื่นท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ด้วย Hoegaarden ทั้ง 3 รสชาติ ณ เดอะ คอมมอนส์ คอมมูนิตี้มอลล์ ของหนุ่มสาวสุดฮิป เมื่อวันก่อน โดยงานนี้ได้ร่วมมือกับ 3 ศิลปิน ชื่อดังของไทย นำโดย เนเวอร์ มงคล รัตนภักดี ศิลปินสายสตรีท จูลี่ เบคเกอร์ สาววาดภาพประกอบและ กรศริน ภัทรโสภาคย์ รังสรรค์งานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์ เอาใจคนชื่นชอบงานศิลปะ

โดยในงาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ที่แบรนด์ฮูการ์เด้นได้เนรมิตขึ้นบนชั้นดาดฟ้าของคอมมูนิตี้มอลล์กลาง ทองหล่อนี้ ได้ทีมมิกโซโลจิสต์จาก Majestic Bar Team มารังสรรค์ค็อกเทลให้เป็นพิเศษเพื่อดับร้อน โดยเติมเต็มประสบการณ์การดื่มด้วยงานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์ของศิลปินชื่อดังชาวไทยทั้ง 3 ที่   สามารถรักษา ความเย็นให้กับเครื่องดื่มต่างๆได้เป็นอย่างดี

นำโดย เนเวอร์ มงคล รัตนภักดี ศิลปินสายสตรีท ที่จะได้เห็นผลงาน เขาบนกำแพงทั่วประเทศไทย บนสเก็ตบอร์ด ตัวเขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย อาทิ เรด บูล รองเท้าสนีกเกอร์ แวนส์ รถยนต์จากัวร์ เป็นต้น โดยคอนเซ็ปต์ที่ เนเวอร์นำมาแสดงลงบนแก้วนี้ คือการใช้เส้นสร้าง Character คน โดยใช้ชื่อคอนเซ็ปต์ว่า OASIS LINE เพื่อเป็นตัวแทนของคนทั่วไป เลือกใช้โทนสีของแคมเปญมาเป็นสีหลัก โดยต้องการที่จะสื่อสารว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งและมีประสบการณ์ความสดชื่นนี้ร่วมกันได้ ด้านสาวนักวาดภาพประกอบ จูลี่ เบคเกอร์ ใช้ชื่อคอนเซ็ปต์ว่า SUMMER OASIS

โดยงานดังกล่าวนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจาก การนำผลไม้ที่เป็นส่วนผสมของฮูการ์เด้นมาออกแบบและจัดวางให้สื่อถึงความเป็น Oasis จูลี่มีชื่อเสียงจากการวาดสีน้ำประกอบ งานนี้จึงเสมือนการนำสีน้ำมาละเลลงบนวัสดุโลหะที่สะท้อนวิถีชีวิตสมัยใหม่คนเมืองได้เป็นอย่างดี ส่วนศิลปินสาวคนสุดท้ายที่นำเสนองาน Caring while Chilling ด้วยลายเส้น การ์ตูนชาย หญิงที่เรียบง่าย

ในคอนเซ็ปต์  “The taste of the refreshment is you”  โดย กรศริน ภัทรโสภาคย์ กล่าวถึงงานศิลป์ บนแก้วทัมเบลอร์นี้ว่า “การได้เจอใครสักคนและมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน ถือเป็นรสชาติของความสัมพันธ์ที่สดชื่น หอมหวาน เติมพลัง จนเราอยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ตรงนี้ไว้เป็น Oasis ที่เป็นสถานที่พิเศษที่มีแต่เราค้นพบ”

กลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ชวนเที่ยวงานสีสันตะวันออก ครั้งที่ 15

ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ
The Colors of the Vibrant Sea

​สีสันตะวันออก ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 ภายใต้คอนเซปต์  “The Colors of the Vibrant Sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ”
จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 48 ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยกลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่ง 4 จังหวัดนี้ สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลนานาชาติ เชิงนิเวศ เชิงเกษตร เชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน

โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว การสร้างความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งภายในงานนี้ ได้รวมธุรกิจผู้ประกอบการชั้นนำ มากคุณภาพ ทั้งผู้ประกอบการ การท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก และสินค้าท้องถิ่นของภาคตะวันออก มากมายกว่า 76 บูธ อาทิ แพ็คเกจที่พักจาก โรงแรมซีวิว รีสอร์ท ระยองชาเล่ต์, การ์เด้น ซีวิว รีสอร์ท, เกาะกูด คาบาน่า บัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว จาก Frost Magical Ice of Siam, Teddy Bear Museum, Oasis Sea World และยังสามารถเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นคุณภาพ อาทิ ผลไม้แปรรูป, ผลไม้สดจากสวน, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, น้ำมันเหลือง, เพชร พลอย จิวเวลรี่ เอกลักษณ์เฉพาะของภาคตะวันออกเรียกได้ว่า มางานเดียว เที่ยวครบ 4 จังหวัด พร้อมโปรโมชั่น ช้อปครบตั้งแต่ 3,000 บาท เป็นต้นไป แลกรับผลิตภัณฑ์โอท็อปจากภาคตะวันออก พร้อมลุ้นรางวัลโรงแรม ที่พัก จำนวน 20 รางวัล และ รางวัลสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล

พิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 เวลา 18.00 น. โดยประธานในพิธี นายภวัต เลิศมุกดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก พร้อมด้วยตัวแทนจากจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ให้เกียรติร่วมงานพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน กับการแสดงพิธีเปิด “Colors of the vibrant sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ” สื่อถึงสีสันในฤดูหนาวและฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยสีสันของกิจกรรมริมชายหาดและทางทะเล สัมผัสประสบการณ์สีสันของเมืองชายทะเลนานาชาติที่โด่งดังระดับโลก นอกจากนี้ยังมีโซนนิทรรศการ การท่องเที่ยวชายทะเลนานาชาติ และกิจกรรมทางทะเลของภาคตะวันออก พร้อมชมการแสดงสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นเอกลักษณ์เฉพาะภาคตะวันออก อาทิ สาธิตเกลือสปาและสมุนไพรดับกลิ่น สูตรเฉพาะจากจังหวัดชลบุรี, การทำยาดมจากลูกกระวาน สมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี และ สาธิตการทำสบู่เหลวกฤษณาและยาดมสมุนไพรแท้จันดารานาสิก จากจังหวัดระยอง และ การทำตะลิงปลิงแช่อิ่มและสาธิตการสานกระเป๋าจากพลาสติก จากจังหวัดตราด และในทุกวันงานชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมถ่ายรูปคู่กับแลนด์มาร์คสีสันตะวันออก ไลค์ & แชร์ รับของรางวัล ตลอด 4 วันงาน

​วางแผนเที่ยวรับลมทะเลกันที่ งานสีสันตะวันออก ครั้งที่ 15 “The Colors of the Vibrant Sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ”

วันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 48
ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์​

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/colorsoftheeastbyimc

SPCG ประกาศความร่วมมือ

ด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการ (Authorised Sales &Service Partnership) ระหว่าง SPCG และ SMA ประเทศเยอรมนี

SPCG ประกาศความร่วมมือด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการ (Authorised Sales & Service Partnership) ระหว่าง SPCGและ SMAประเทศเยอรมนี

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG พร้อมด้วย คณะผู้บริหารผู้บริหารจาก SMA Solar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนี Mr.Rakesh Khanna Managing Director of SMA India and South East Asia (ท่านที่ 2 จากทางขวา) Mr.Joseph Helweg Head of Global Service Operations APAC (ท่านแรกจากทางขวา) พร้อมด้วย Mr.Tomohide Hirashima กรรมการผู้จัด บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ SPE และ คุณพฤทธิ์ ทองอยู่สุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR บริษัทในเครือ SPCG ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) อย่างเป็นทางการ (Authorised Sales & Service Partnership) ระหว่าง SPCG และ SMA ประเทศเยอรมนี

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG”
มีบริษัทในเครือ คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ “SPE” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ และ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ “SPR” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการ (AuthorisedSales & Service Partnership)ของ SMA Solar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนีนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561  เป็นต้นมา

ซึ่ง SPCGเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกในประเทศไทยและประชาคมอาเซียน (ASEAN) และธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof)ในประเทศไทย

SMASolar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนี เป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)  ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2560 SMAมียอดจำหน่ายกว่า 900 ล้านยูโร SMAมีผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อันทรงประสิทธิภาพ ทั้งแบบใช้ใน บ้านพักอาศัย ใช้เพื่อการพาณิชย์ และใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ระบบของ SMAสามารถรองรับการต่อเชื่อมแบตเตอรี่ได้หลายประเภท

นอกจากนี้ SMAยังมีความโดดเด่นในด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะ โซลูชั่นสำหรับพลังงานดิจิทัล การบริการ ที่ครอบคลุม และระบบปฎิบัติการสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งนี้ SMAเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ตแห่งประเทศเยอรมนีประเภท Prime Standard

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า SPCGเลือกใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)จาก SMAด้วยเชื่อมั่นในคุณภาพและประสิทธิภาพ
ในการทำงานของระบบ Inverter ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยโครงการโซลาร์ฟาร์มทุกแห่ง รวมทั้ง การให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้กับลูกค้าทุกราย บริษัทฯ เลือกใช้ Inverter จาก SMA มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อ SMA กำลังมองหา Strategic Partner ในภูมิภาคอินโดจีน และ SPCG  ถือเป็นลูกค้าหลักที่มีสัดส่วนมากกว่า 60% ของจำนวน Inverter ทั้งหมดในภูมิภาคนี้

SPCGจึงเล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ในด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน จึงทำให้ SPEและ SPR ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทน  Authorised Sales & ServicePartnership   อย่างเป็นทางการ ดูแลลูกค้าของ SMA ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนอีก 4 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา และพม่า


Mr.Rakesh Khanna Managing Director of SMA India กล่าวถึงด้านการจัดจำหน่ายว่า SPE จะเข้ามาเติมเต็มในบทบาทของ Authorised Sales Agent ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกค้าผู้ใช้ Inverter บางราย ประสบปัญหาในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร เช่น เรื่องของกำแพงภาษา และเวลาที่ต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อ และการบริการ SPE จึงเข้ามาช่วยทำให้ลูกค้าผู้ใช้ Inverter ทุกรายได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังสามารถช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นให้ได้ หรือในกรณีที่ทางบริษัทฯไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็จะช่วยประสานงานพร้อมติดตามผล และการดำเนินงานให้แก่ลูกค้าด้วย ส่วนของลูกค้ารายใหม่ จะเริ่มจากในประเทศไทย และขยายออกไปในภูมิภาคอินโดจีน

ดร.วันดี กล่าวต่ออีกว่า SPR ในฐานะAuthorisedService Partnership
จะได้ประโยชน์โดยตรงในฐานะที่เป็นผู้ใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)รายใหญ่ ประเด็นแรก คือเรื่องของความเชื่อมั่นในการให้บริการ
ที่ดี เพราะ SMA เป็นที่ยอมรับในเรื่องของการบริการที่ดีและรวดเร็ว รวมถึงมีการรับประกันที่ยาวนาน การที่ SPR เข้ามาให้บริการในด้าน Customer Service จะทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า การบริการที่จะได้รับจะเป็นมาตรฐานเดียวกันกับ SMAอย่างแน่นอน ประเด็นที่สอง ในด้านการจัดจำหน่ายเราจะยังคงรักษามาตรฐานการบริการด้านการจัดจำหน่ายที่ดีให้กับลูกค้า ประเด็นที่สาม การที่ได้เข้ามาทำงานด้านการบริการ ทีมงานของบริษัทฯ จะได้รับการฝึกอบรมในเชิงลึก จากเจ้าหน้าที่ของSMAเยอรมนีโดยตรงที่จะมาให้ความรู้ ยกระดับให้วิศวกรไทยของเรา มีความรู้ความสามารถในเรื่องของเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) เพิ่มขึ้น เทียบเท่าในระดับสากล จากประโยชน์ที่บริษัทฯ ได้รับนี้อาจจะส่งผลให้ธุรกิจนี้เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯอีกทางหนึ่งในอนาคต

ด้าน Mr.JosephHelweg Head of Global Service Operations APAC
กล่าวในส่วนของการให้บริการว่า SMAประเทศไทยได้รับการยอมรับในเรื่องของบริการที่ดีและความรวดเร็ว เมื่อSPRเข้ามาเป็น Service Authorized Partnership  ยังจะรักษามาตรฐานการบริการในรูปแบบเดียวกัน โดย
SPR มีทีมวิศวกรที่ได้รับการฝึกอบรมเชิงลึก จากเจ้าหน้าที่ SMA เยอรมนีทำให้มั่นใจได้ว่ามาตรฐาน  การบริการจาก SPR จะเทียบเท่ากับการบริการจาก SMA อย่างแน่นอน ทั้งนี้ SPR จะเปิด สายด่วน Call Center
ในการรับทราบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจและความรวดเร็วจากการให้บริการอย่างดีที่สุด

ทริปนี้ไม่เบลอไปเจออะไรมา! ลาลา มูก้า เต็นท์ รีสอร์ท เขาใหญ่

Traveloka พาเที่ยว  :
LALA MUKHA TENTED RESORT KHAO YAI

สวัสดีเพื่อนๆ Toptotravel ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความใหม่ๆ กับ ทริปนี้ไม่เบลอ ไปเจออะไรมาบ้าง??  ลาลา มูก้า  แปลว่าผ่อนคลาย มาจากภาษาของชนเผ่าในแอฟริกาใต้ เพื่อนว่าจริงมั้ย เวลาไปเที่ยวต้องเน้นเรื่องกิน ฟินเรื่องพักผ่อน นอนหลับสบาย สบาย  ที่พักใหม่ เส้นทางท่องเที่ยว กับสถานที่ยอดฮิตของเขาใหญ่  LALA MUKHA TENTED RESORT KHAO YAI   บอกเลยว่าได้ลองไปพักสักครั้ง… ประสบการณ์นอนเต็นท์ซาฟารีแบบ Glamping ไม่ต้องไปไกลถึง แอฟริกา เอาเป็นว่าอย่ารอช้าเลยมาต่อกัน
เลยเถอะ

ทริปนี้ของเรา  เริ่มจาก Traveloka พาเที่ยว ซาฟารีมีสไตล์ที่ กินฟรี เริ่มทริปโดยพาสื่อมวลชน  ท่องเที่ยวร่วมทริปเขาใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตใกล้กรุงเทพฯ ด้วยการออกเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 9 โมงเช้า  ของวันที่ 16 สิงหาคม 2018  อย่าถามทาง!!  เพราะเราก็ไม่ถามใคร มุ่งตรงสู่เขาใหญ่
ที่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

เนื่องจากทริปนี้เน้นเรื่องกิน ฟินเรื่องพักผ่อน ดังนั้น สถานที่แรกที่เราทำการเช็คอินคือ ร้านจันผา เขาใหญ่ ซึ่งเป็นร้านอาหารชื่อดังในเขาใหญ่ไม่ว่าใครได้มาเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะแวะลิ้มรสชาติความอร่อยเด็ดขาด

หลังจากอิ่มท้องกันแล้วก็มุ่งตรงสู่ที่พักและเพื่อให้สื่อมวลชนทุกท่านได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในรูปแบบประสบการณ์ที่แตกต่าง ที่พักจึงเป็นแบบ Glamping หรือที่พักแบบเต็นท์หรูติดแอร์ ณ ลาลา มูก้า เต็นท์ รีสอร์ท เขาใหญ่ ที่ออกแบบในสไตล์โมเดิร์นผสานกลิ่นอายซาฟารีอย่างลงตัว โดยในห้องพักยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน นี่จึงเป็นที่พักอีกรูปแบบหนึ่งด้วยบรรยากาศแบบซาฟารีที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายไปกับต้นไม้ใบหญ้า  สำหรับผู้ที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติและดื่มด่ำการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบภายในเต็นท์หรู

เมื่อมาถึง  การบริการต้อนรับด้านหน้า จึงมีการออกแบบให้มีกลิ่นอายความเป็นชนเผ่าด้วยการใช้ไม้ไผ่พันด้วยเชือกป่านเส้นใหญ่และก่อฐานเสาที่ให้อารมณ์เหมือนดินธรรมชาติ

อีกอย่างห้องพักของ  LALA MUKHA TENTED RESORT KHAO YAI
แบ่งออกเป็น 3 โซน ตามความเหมาะสมของไลฟ์สไตล์ เริ่มเริ่มต้นจาก

โซน อีโค ซาฟารี (Eco Safari Tents) ห้องพักเต็นท์แบบอีโค ห้องน้ำรวม ,

ดีลักซ์ ซาวานนา เต็นท์ (Deluxe Savanna Tents) ห้องพักเต็นท์ที่มีห้องน้ำในตัว เพื่อความเป็นส่วนตัว

ลอท์ฟ ทรี เฮาส์   (Loft Tree House)  บ้านต้นไม้ ที่เหมาะมากเหลือเกิน สำหรับนักเดินทางแบบครอบครัวนั่งฟินเกินจิตนาการมาก ณ. จุดนี้

ไหนๆ ก็ไหนๆ ในช่วงกรีนซีซั่นนี้ ทริปนี้ไม่เบลอ ไปเจออะไรมาบ้าง ?
ที่ ลาลา มูก้า เต็นท์ รีสอร์ท เขาใหญ่ แน่นอนว่าที่นี่พร้อมให้ทุกท่านมาสัมผัส ประสบการณ์นอนเต็นท์ซาฟารีแบบ Glamping เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ณ ลาลา มูก้า เต็นท์ รีสอร์ท เขาใหญ่ กริ่นมาขนาดนี้แล้วคงจะอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่า ลาลา มูก้า เต็นท์ รีสอร์ท เขาใหญ่ มีอะไรดี ตามาตามา

คุณณัฐพล กาญจนวรนันท์  ผู้บริหารฝ่ายการตลาดจาก Traveloka

มาเพิ่มเติมในส่วนของแขกรับเชิญพิเศษ และกล่าวถึงรายละเอียดส่วนอื่นของทริปนี้  เริ่มต้นด้วย คุณณัฐพล กาญจนวรนันท์  ผู้บริหารฝ่ายการตลาดจาก Traveloka ต้อนรับสื่อมวลชน

เรามาดูกันดีกว่าว่า  คำถามที่ส่งไปและคำตอบที่ได้มามีอะไรบ้าง

Q : แนวทางธุรกิจ Traveloka เป็นอย่างไร ?
A :  Traveloka (ทราเวลโลก้า) ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักออนไลน์ชั้นนำ (Online Travel Agency หรือ OTA) และยังเป็นอันดับหนึ่ง บริษัทด้านเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดในในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Q : Traveloka ในประเทศไทยเป็นอย่างไร?

A : Traveloka ประเทศไทย ปรับเรื่องคุณภาพการให้บริการอบย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเป็นฐานที่สำคัญอยู่แล้ว รองรับลูกค้าทุกระดับอายุ และให้ความสะดวกสบายแบบคุณภาพที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้าที่ใช้บริการและส่งข้อเสนอแนะเข้ามา

Q : Traveloka ให้ความสำคัญกับตลาดนอกประเทศไทยยังไงบ้าง ?
A : Traveloka (ทราเวลโลก้า) ลงทุนเพื่อผู้ใช้บริการทั่วโลก

ต่อจากกิจกรรมพูดคุยเรื่องต่างๆ  ทั้งหลายแล้ว  มาถึงช่วงบ่าย  กับกิจกรรม
ที่ทุกคนรอคอย โดยทาง Traveloka มีกิจกรรม DIY สนุกๆ เพิ่มเติมในทริปนี้ด้วย ริมสระว่ายน้ำ LALA MUKHA TENTED RESORT

นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ และเพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การตอบรับ Traveloka อย่างดีเสมอมา

นอกจากทริปนี้ ทุกท่านกินฟรี นอนฟินแล้ว ยังมีกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ร่วมสนุกพร้อมจับสลากเล่นเกม  เพื่อชิงรางวัลต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท  อาทิ ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพ-สิงคโปร์ จาก  มาเลเซีย แอร์ไลน์   (Malaysia Airlines) บัตรของขวัญแทนเงินสดจองตั๋วเครื่องบินและที่พักจาก Traveloka และของที่ระลึกอีกมากมายเช่นกัน

ขอขอบคุณกิจกรรมสนุกๆ จาก Traveloka (ทราเวลโลก้า) ผู้ให้บริการจอง
ตั๋วเครื่องบินและที่พักออนไลน์ชั้นนำ (Online Travel Agency หรือ OTA) อันดับหนึ่งของบริษัทด้านเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุด ในในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดกิจกรรม Traveloka พาเที่ยว นอนฟิน กินฟรี ทริปนี้ที่ LALA MUKHA TENTED RESORT KHAO YAI กิจกรรม การจัดทริปพาสื่อมวลชนไปเที่ยวเป็นครั้งแรกของ Traveloka

 

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด   เป็นการเลี้ยงฉลองปิดทริป 2 วัน 1 คืน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป  จบทริปการท่องเที่ยวของเราสนุกกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ต้องขอขอบคุณทาง Traveloka  ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้

เอาเป็นว่าทิ้งท้ายบทความนี้ไปด้วยภาพบรรยากาศของ Traveloka พาเที่ยว นอนฟิน กินฟรี กันดีกว่านะ

เห็นรีวิวนี้แล้ว อยากจอง ง่ายมาก!!
คลิกไปเช็คราคาและห้องว่าง หรือจะติดตามโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ www.traveloka.com/th
www.facebook.com/TravelokaTH
โหลดแอปด่วน Traveloka ที่ www.traveloka.com/x/fbapp

ทีเส็บผลักดันไทยเป็นฮับแห่งเกษตรกรรมยุคใหม่

ดึงต่างชาติเข้าร่วม 2 งานยักษ์
แห่งภูมิภาคเอเชีย

ทีเส็บ ดึงงานใหญ่ด้านเกษตรไฮเทคเข้าไทย ย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเกษตรของโลก คาดว่านักธุรกิจเกษตรนานาชาติมาร่วมคึกคักเกือบสองหมื่นคน ไทยเตรียมโชว์เครื่องตัดอ้อยอัจฉริยะและระบบปลูกพืชใช้แสงเทียม ประชันโดรนเพื่อการเกษตรจากจีน

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บสนับสนุนให้ประเทศไทยจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ 2 งานใหญ่สำหรับภาคเกษตรกรรม ได้แก่ Horti ASIA 2018 งานมหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมด้านการเกษตร พืชสวน และพืชไร่ แห่งภูมิภาคเอเชีย และ งาน AGRITECHNICA ASIA 2018 สุดยอดงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งเอเชีย มหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรม ด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร ระหว่างวันที่ 22 – 24 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค

งานดังกล่าวนี้จะมีส่วนเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้า การลงทุนด้านเครื่องจักรกลและนวัตกรรมทางการเกษตร เพิ่มเติมจากการที่ไทยเป็นประเทศสำคัญทางการเกษตรของโลกมาอย่างยาวนาน โดยแนวทางหลักของปีนี้จะมุ่งเน้น “ทางออกสำหรับทุกปัญหาของภาคเกษตรกรรมเอเชีย – Solutions for Horticulture and Agricultural Industries”

งาน Horti ASIA 2018 เป็นงานเจรจาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมพืชสวนครบวงจรที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีเรือนกระจกจากนานาประเทศ จะมีการนำเสนองานทางวิชาการจากสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย และสมาคมพืชสวนนานาชาติ และรวบรวมเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับการเกษตรกร เช่น โดรนเพื่อการเกษตรจากประเทศจีน, เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำในการตรวจจับข้อมูลเกษตรอัจฉริยะจากประเทศเนเธอร์แลนด์, ระบบน้ำประหยัดพลังงานจากประเทศตุรกี และ โรงปลูกพืชระบบปิดชนิดใช้แสงเทียมจากประเทศไทย
ส่วนงาน AGRITECHNICA ASIA 2018 ปีนี้ได้เพิ่มโซนการจัดแสดงใหม่ล่าสุด “Systems & Components” ที่แสดงงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก ตลอดจนการเปิดตัวเทคโนโลยีและนวัตกรรมวิศวกรรมเกษตรใหม่ล่าสุดแบบครบวงจร เช่น เครื่องหว่านปุ๋ยอินทรีย์ด้วยระบบไฮโดรลิกส์แบบพิเศษจากประเทศเยอรมนี ขณะที่ประเทศไทยจะนำเสนอรถตัดอ้อยโปรแกรมระบบอัจฉริยะ SIS นอกจากนี้ยังมี Smart Mobile Farming Application เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านการเกษตร
“เราให้ความสำคัญกับงานในลักษณะนี้ เพราะนอกจากจะช่วยขยายอุตสาหกรรมไมซ์แล้ว ยังเพิ่มความแข็งแกร่งกับภาคเกษตรที่เป็นจุดแข็งของไทยด้วย”
งาน Horti ASIA 2018 และ AGRITECHNICA ASIA 2018 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยกว่า 824 ล้านบาท โดยมีนักเดินทางไมซ์จากต่างประเทศเข้าร่วมประมาณ 7,600 คน และนักเดินทางไมซ์ในประเทศประมาณ 9,600 คน รวมผู้เข้าร่วมงานกว่า 17,000 คน

เทศกาลดนตรี โคตรอินดี้ ปีที่ 14 ตอน

 “วงไม่ดังก็ฟังบ้างเหอะ” เสาร์ที่ 8 ก.ย. นี้
ที่ ABOUT STUDIO

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)และเครือข่ายเยาวชนโคตรอินดี้ ภูมิใจเสนอ คลีนคอนเสิร์ต งานดนตรีเด็กแนวแห่งชาติ “ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่ดื่ม” วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 ที่ ABOUT STUDIO

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)และเครือข่ายเยาวชนโคตรอินดี้ ภูมิใจเสนอ คลีนคอนเสิร์ต งานดนตรีเด็กแนวแห่งชาติ “ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่ดื่ม” วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 ที่ ABOUT STUDIO

เทศกาลดนตรี โคตรอินดี้ ปีที่ 14 ตอน “วงไม่ดังก็ฟังบ้างเหอะ” เกือบ 300 บทเพลง ที่คนไทย 99.99% ไม่เคยฟังไม่เคยเห็นการเล่นสดมาก่อน ในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 เวลา 11.00-24.00 น. ที่ ABOUT STUDIO (เลียบทางด่วนรามอินทรา) 3 เวที 59 วงดนตรี (ได้ขึ้นเล่นก็หล่อเเล้ว) โดยเวที 1 เจษฎาภรณ์ เวที 2 อนันดา เวที 3 ณเดชน์

งานแถลงข่าว คลีนคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรีโคตรอินดี้ ครั้งที่ 14 ตอน
‘’วงไม่ดังก็ฟังบ้างเหอะ’’
ทางทีมงาน ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ มานพ แย้มอุทัย ที่ปรึกษา กิตติมาศักดิ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
อาจารย์ วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ด้านการ สื่อสารมวลชน ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้ดำเนินรายการ “ข่าวเด่นสุดสัปดาห์”ทาง อสมท.96.5 MHz. และ”จับข่าวมาคุย” FM.90.5 MHZ. ที่มาเดี่ยวกีตาร์โชว์ได้อย่างประทับใจ
ขอบคุณพี่ตุ้ย – วิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มงานแผนงานนโยบายสาธารณะ สคล.
ขอบคุณพี่ซุป – วิชชา โพธิปัสสา MARKETING DIRECTOR GOLD CITY FOOTWEAR ที่ได้สละเวลาให้เกียรติมาร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้
และในปีนี้ เราได้มอบรางวัลดีเด่น “ศิลปิน ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่ดื่ม” ได้แก่ เก่ง ธชย อีกด้วย

ขอขอบพระคุณ ศิลปินที่มาร่วมเล่นมินิคอนเสิรต์งานแถลงข่าวในครั้งนี้ วง COCONUT SUNDAY / SHEEPHYPE / พี่ใหม่ สิบล้อ / REALDAWG / DOROTHY / FIERCE PANIC / DAMNSWEET x ANUMOONISARA / FALLING IN BETWEEN
และ พี่ๆน้องๆ ศิลปินอินดี้ทั่วฟ้าเมืองไทยที่มาเป็นสักขีพยานในการแถลงข่าวในครั้งนี้
ขอบคุณ พี่ๆจาก สคล. ที่มาร่วมออกบูธ แจกน้ำผลไม้เย็นๆและนมให้กับแขกและประชาชนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้อิ่มท้อง
ขอบคุณ พี่แจ็ค นักส่งเสริมสุขภาพ จาก โครงการอาชีวะโชว์พราว ที่มาออกบูธตรวจสุภาพและให้ความรู้เรื่องเรื่อง เหล้า บุหรี่ ให้กับประชาชนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ขอบคุณ พี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านที่คอยให้การสนับสนุนโคตรอินดี้ มาโดยตลอด

ขอบคุณโปสเตอร์สวยๆ จากพี่อ๋อง The Layers ผู้่ออกแบบมาเกือบทุกปี
ขอบคุณ ลาน victory point เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้พวกเราได้จัดงานและสุดท้าย ขอบคุณ ห้าง เซนจูรี่ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อสถานที่จอดรถไว้ให้พวกเรา ไว้ ณ.ที่นี้ด้วย

แล้วพบกับ วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 เวลา 11.00-24.00 น.
ที่ ABOUT STUDIO (เลียบทางด่วนรามอินทรา)

3 เวที 59 วงดนตรี (ได้ขึ้นเล่นก็หล่อเเล้ว)
เวที 1 เจษฎาภรณ์
เวที 2 อนันดา
เวที 3 ณเดชน์

จะได้พบกับวงไม่ดัง ได้แก่ ANTINODAL / AUAYMAN / THE BUTSOP /
FIERCE PANIC / CRUISER / ELIMINATE /
EXPRESSIONISH / HOW MANY / JULLBAND / LEMON FROM MARS / LICK ME / LITTLE PROJECT PLUS / NCL / ODYSSEY /
ONE MORE SHOT OF WISHKY / PAULGUNT /
RASTAMILE / RAT HOLE / REAL DAWG /
RESTGULP/ SHEEPHYPE / SLUM / SOUL BUSY / SPECIAL OF ROCK / STRIVE FOR NOTHING / THE BEDS /
THE SECOND SEASON / THE SURF / T-MAA / US-LY / DREAMHIGH / นักบลู้ส์ / บัง มนัสวีร์ / TURNING TIDE / สุภาดร / DAMNSWEET x ANUMOONISARA / SICKCHILD /
DOROTHY / THE PROPER CLAN / RUST JAM / คายัพ / THE RAVEN DOLL / ใหม่ สิบล้อ / MY DADDY IS BEST/BAROQUES SWAY / ABSTRACTION XL / COCONUT SUNDAY / GOH-M / JIMMY REVOLT / OVERDOSE / LOW FAT / FALLING IN BETWEEN / ERROR99 /
HOPELESS / กล้วยไทย / THE LAYERS / SOUTHERN BOYS / ZERO HERO / เอ็ม ธรากร

ร่วมสมทบทุนในการจัดงาน บัตรโคตร ราคา 250 บาท INBOX : KodinyFC
ติดตามข่าวสารของชาวโคตรอินดี้ https://www.facebook.com/KodindyFC/

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดงานมอบรางวัล

PM Award 2018 ชูแนวคิด
“Leading The Way”

นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น(Prime Minister’s Export Award : PM Award 2018) รับรองคุณภาพของผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สากล ในปีนี้ได้ใช้แนวคิด ‘Leading The Way’ สะท้อนถึงเส้นทางเดินแห่งความสำเร็จของนักธุรกิจไทย ซึ่งจัดโดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า “การส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศบนเวทีโลก ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมภาคการค้าระหว่างประเทศของไทยอย่างดีเสมอมารัฐบาล จึงได้มีนโยบายหลักที่มุ่งเน้นให้เกิดการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งบรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อีกทั้งนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ผลักดันให้เกิดการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลด้วยการเน้นใช้นวัตกรรมในการออกแบบและผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพของสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ทั้งยังเน้นสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตสินค้าและบริการไทย โดยคงเอกลักษณ์แบบไทยอันโดดเด่นที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่นใด เมื่อภาคการส่งออกและภาคธุรกิจโดยรวมเข้มแข็งก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคส่วนอื่นภายใต้พลังประชารัฐทำให้เศรษฐกิจฐานรากและภาคประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นเป็นลำดับ”

นางสาว ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “กระทรวงพาณิชย์มีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ให้การช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งภาคการส่งออกและผู้ประกอบการรายย่อยอย่างต่อเนื่อง อาทิ จัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (New Economy Academy)เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถประกอบธุรกิจและทำการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย ให้ความรู้ในเรื่องของการทำการค้าออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ Kongdeetourthai.com (ของดีทั่วไทย) และ thaitrade.com และยังร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอิเล็คทรอนิกส์ชั้นนำ อาทิ Alibaba, Tmall, Amazon, และ eBay เพื่อสร้างการรวมกลุ่มและขยายช่องทางการค้า

สำหรับผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ ให้การสนับสนุนภาคบริการให้เติบโตมากขึ้น เพื่อให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการให้บริการของอาเซียน และเพิ่มการสร้างรายได้จากภาคบริการให้มากขึ้น ตลอดจนกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน จึงมีการสนับสนุนการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจบริการ นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการขับเคลื่อน Creative and Cultural Economyโดยการดึงศักยภาพของท้องถิ่น ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีมาพัฒนา และต่อยอดเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านการสร้างเรื่องราวซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่พยายามสร้างสรรค์และยกระดับศักยภาพของตน

ความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย มูลค่าการส่งออกจากปี 2559ถึงปัจจุบัน มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกของปี 2559 เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 0.5 การส่งออกของปี 2560 มีมูลค่า 236,635 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9.86 และมูลค่าการส่งออกใน 6 เดือนแรกในปี 2561 ( ม.ค. – มิ.ย) มีมูลค่าการส่งออกรวมทั้งสิ้น 125,812 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.95 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ของทั้งปี 2561

รางวัล PM Award ถือเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจของประเทศและเป็นการประกาศเกียรติคุณ ให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางถึงความสำเร็จและความทุ่มเทของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาตนเอง พัฒนาสินค้าและบริการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเข้ารับรางวัลในแต่ละปีจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบเป็นระบบและโปร่งใส โดยมีคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจส่งออกที่ได้รับรางวัลนี้มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมอย่างแท้จริง โดยรางวัลทั้ง 7 ประเภทที่มีการมอบภายในงานในปีนี้ มีดังนี้

1. รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter)
2. รางวัลสินค้านวัตกรรมที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม (Best Green Innovation)
3. รางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand)
4. รางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design)
5. รางวัลสินค้าธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Service Enterprise Award)
6. รางวัลสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม (Best OTOP)
7. รางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม (Best Halal)

ซึ่งในปีนี้ มีผู้ประกอบธุรกิจได้รับรางวัลใน 7 ประเภท รวมทั้งสิ้น 35 รางวัล 32 บริษัท รางวัลนี้ ถือเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จสูงสุดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไทย
ทั้งสินค้าและบริการประเภทต่างๆซึ่งส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับรางวัลได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล รวมถึงทำให้ผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มความเชื่อมั่นต่อผู้ส่งออกของไทยที่ได้รับรางวัลอีกด้วย ซึ่งจากผลการดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2561 ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 27 มีผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไทยที่ได้รับรางวัลแล้วกว่า 600 ราย

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award หรือ PM Award) ว่า “รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศและเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ มีความภาคภูมิใจ และมุ่งมั่นตั้งใจในการที่จะทำประโยชน์เพื่อสังคม คนไทย รวมถึงบริษัทของตนเอง ซึ่งปัจจุบันจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนได้นึกถึงประชาชนคนไทยทุกกลุ่มที่อยู่ในห่วงโซ่ในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะประชาชนภาคเกษตรที่เป็นต้นทางวัตถุดิบของกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตามแม้ปีนี้ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจการส่งออกของประเทศหรือ GDP จะสูงขึ้น แต่ยังมีปัญหาในเรื่องที่มีประชาชนส่วนหนึ่งออกมาระบุว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี หรือการประกอบอาชีพยังมีรายได้น้อย นั้น สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นมาโดยตลอด รัฐบาลปัจจุบันจึงมีความมุ่งมั่นที่จะเชื่อมห่วงโซ่ต่าง ๆ ทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง (ประชาชน/เกษตรกร) กลางทาง (ผู้ประกอบการ) และปลายทาง (การตลาด) เข้าด้วยกัน โดยสิ่งสำคัญขณะนี้คือส่วนของปลายทาง (การตลาด) จะต้องเป็นตัวกำหนดต้นทางเสมอ เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาดอย่างแท้จริงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในกระบวนการห่วงโซ่ดังกล่าวมีรายได้ที่เหมาะสมและเป็นธรรม สามารถจำหน่ายได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลดูแลประชาชนทุกลุ่มทั้งผู้ประกอบการ ภาคการเกษตรกร และการตลาด สิ่งสำคัญคือรัฐบาลมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก การออกกฎ ระเบียบ กติกาต่าง ๆ ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน/ประชาสังคมในรูปแบบกลไก “ประชารัฐ”

จึงขอฝากให้ภาคธุรกิจเอกชนซึ่งเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของกลไกประชารัฐ ได้ช่วยกันดูแลคนไทยได้มีอาชีพและรายได้ที่สูงขึ้น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ Thailand 4.0 ในการที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกันต้องมีการเตรียมมาตรการเกี่ยวกับการลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ตามแนวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งประชาชนทุกคนต้องมีการพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีและสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้การพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายที่กำหนดคือการเดินหน้าไปสู่ Thailand 4.0″

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำว่า “ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้มีความก้าวหน้าและเติบโตอย่างมีเสถียรภาพได้นั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนประกอบกันตามกลไก “ประชารัฐ” ในการเปลี่ยนผ่านรูปแบบเศรษฐกิจ จากเดิมให้กลายเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งต้องอาศัยความเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน/ประชาสังคม โดยทั้ง 3 ภาคส่วนนี้จะสนับสนุนเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกันในการจัดทำนโยบาย กฎระเบียบต่างๆ ให้มีความเป็นสากล และสร้างแรงจูงใจ โดยการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบบูรณาการ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมผ่าน 4 ปัจจัยหลักของประเทศ คือ 1) ภาคการเกษตรมีการใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการในการเพิ่มมูลค่าสินค้า 2) ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ 3) แรงงานมีการพัฒนาทักษะให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีทักษะสูง 4) การเพิ่มมูลค่าธุรกิจบริการต่างๆ จากธุรกิจดั้งเดิมให้เป็นธุรกิจ ที่มีมูลค่าเพิ่ม เป็นธุรกิจบริการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อก้าวไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมั่นคง และยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี”

Shopee 9.9 Super Shopping Day เทศกาลช้อปปิ้งประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน”

เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีกว่าให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ปีนี้ช้อปปี้นำเสนอแคมเปญสุดพิเศษตลอด 12 วัน โดยในแต่ละวัน จะแบ่งออกเป็นแคมเปญธีมสุดพิเศษต่างๆ ในแต่ละกลุ่มสินค้าและแต่ละโปรโมชั่นพิเศษ เฉพาะของช้อปปี้ในแต่ละวันก่อนเข้าสู่วัน Shopee 9.9 Super Shopping Day ในวันที่ 9 กันยายน โดยแคมเปญธีมแต่ละวันจะแบ่งตามประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้

● แบ่งตามกลุ่มสินค้า: Super Electronics Day, Super Beauty Day, Super Fashion Day

● แบ่งตามโปรโมชั่น: Super Vouchers Day, Super Flash Sale Day, Super Shopee Shake Shake

● แบ่งตามกลุ่มผู้ใช้งาน: Super Men’s Day, Super Mom’s Day

ธีมในแต่ละวันจะเน้นไปที่ใน 24 ชั่วโมง มีธีมไฮไลท์ อย่าง Super Fashion Day ในวันที่ 30 สิงหาคม และ Super Electronics Day ในวันที่ 5 กันยายน ให้ผู้ใช้ได้ช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ล่าสุด ด้วยส่วนลดสูงถึง 90% พบสินค้ามากมายจากหลากหลายแบรนด์แฟชั่นในวัน Super Fashion Day เช่น Sabina และ Erawon ในวัน Super Electronics Day ที่รวบรวมสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ให้คุณได้ช้อปแบบจุใจ กับแบรนด์ชั้นนำอาทิเช่น Huawei และ LG

ช้อปปี้จับมือกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำอาทิ Johnson & Johnson Wacoal เพื่อร่วมส่งมอบดีลพิเศษ ที่เหนือกว่าใครในช่วง Super Brand Festival อันเป็นแคมเปญแรกในประเทศไทยที่รวบรวมดีลพิเศษมากมาย จากแบรนด์ร้านค้าใน Shopee Mall ที่ประกอบไปด้วยสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ นับพันรายการจากแบรนด์ชั้นนำ ให้เหล่านักช้อปออนไลน์ได้ช้อปสินค้าจากออฟฟิเชียล ช็อปในราคาพิเศษก่อนใคร พร้อมดีลพิเศษจากแบรนด์ โปรดของคุณ จากทุกกลุ่มสินค้า เช่น Babylove Samsung Tefal และแบรนด์ชั้นนำอื่นๆอีกมากมาย

ช้อปปี้ผนึกกำลังกับ 9 แบรนด์พันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายธุรกิจของประเทศไทยได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์, Grab, Major Cineplex, Agoda, Booking.com, IFLIX, Guavapass, Bangkok Citismart และ Nok Air เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างครบครับ และร่วมกันส่งมอบประสบการณ์ ความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษต่างๆ ในช่วง Shopee 9.9 Super Shopping Day เช่น สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร เครดิต SCB รับส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับสินค้าทุกชนิดเมื่อจ่ายผ่านบัตรเครดิต SCB บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคมถึง 9 กันยายน หรือ สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ Grab รับ Shopee Voucher ผ่านช่องทาง Grab Rewards บนแอปพลิเคชันของ Grab

สำหรับ Shopee 9.9 Super Shopping Day ครั้งนี้ ช้อปปี้ยังได้มุ่งเน้นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รายย่อยในไทย เพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตในโลกออนไลน์ ในปีนี้ช้อปปี้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดโอกาสให้ธุรกิจรายย่อยของคนไทยสามารถขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และในช่วง Shopee 9.9 Super Shopping Day ช้อปปี้ร่วมกับสสว. เปิดตัวโครงการพิเศษ

“Thailand 9.9 selected SME online” พบกับสินค้าSMEs 99 ชนิด ที่คัดสรรมาจากทั่วประเทศ ให้คุณได้เลือกช้อปสินค้าคุณภาพ พร้อมส่งเสริมธุรกิจของคนไทยกันได้ตั้งแต่วันที่ 4-12 กันยายนนี้ บนแพลทฟอร์มของช้อปปี้

“ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตร เราตั้งใจที่จะส่งมอบความคุ้มค่าสุดพิเศษให้แก่ผู้ใช้ทุกคนในช่วง Shopee 9.9 Super Shopping Day นี้ ด้วยโปรโมชั่นและดีลต่างๆมากมาย ที่เราคัดสรรมาให้ตรงกับ ความต้องการของผู้ใช้

ช้อปปี้มีความมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ด้วยแคมเปญช้อปปิ้งประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในครั้งนี้” มร.เทอเรนซ์ กล่าว

ครั้งแรกของ “มหัศจรรย์ 55 เมืองรอง” ในงาน

“เทศกาลท่องเที่ยวเมืองรอง”

ครั้งแรกของเมืองไทยที่ได้รวบรวมประสบการณ์ความมหัศจรรย์ของ 55 เมืองรองไว้ในงานเดียวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญคุณร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายภาคีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน กับโครงการ Local Life & Learn ยิ่งซื้อ ยิ่งได้ ยิ่งให้ ยิ่งเข้มแข็ง

พบกับแพกเกจท่องเที่ยวชุมชนสุดพิเศษ ที่เหมาะสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาเส้นทางหรือกิจกรรม CSR และนักท่องเที่ยว ที่สนใจการเดินทางที่ได้จะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน รวมถึงการได้มีส่วนในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

แล้วจะรู้ว่าเมืองรอง ไม่เป็นรองใคร …
งานเทศกาลท่องเที่ยวเมืองรอง วันที่ 22 – 26 สิงหาคม 2561  เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ณ บูธ P31

ห้ามพลาดกับ Expo Caravan 4 ภาค มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

ภายใต้โครงการยกระดับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมครบวงจร

กิจกรรมประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำ
โขงห้ามพลาดกับ Expo Caravan 4 ภาค มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ภายใต้โครงการยกระดับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมครบวงจร กิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดบึงกาฬจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมสนุกไปกับมินิคอนเสิร์ต จากศิลปินลูกทุ่งชั้นนำมากมาย อาทิ ป็อปปี้ ไมค์ทองคำ , เอิ้นขวัญ วรัญญาแกรมมี่โกลด์ ,ธัญญ่า อาร์สยาม

โดยงานในครั้งแรกจัดขึ้นที่ กรุงเทพฯ
วันที่ 22-26 สิงหาคมนี้ ณ ชั้น 3 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

กลุ่มจังหวัดเขตวัฒนธรรม ลุ่มแม่น้ำโขงจัดงาน  Expo Caravan 4 ภาค มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงดำเนินงานโดย บริษัท อิมเมจ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัดภายใต้โครงการยกระดับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมครบวงจร กิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงภายในงาน

Expo Caravan 4 ภาค เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานีผนึกกำลังจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว, สินค้าทางการท่องเที่ยว, สินค้าชุมชน, อาหารถิ่นแปรรูป กว่า 80 ร้านค้า ยกขบวนคาราวานทั่วไทย 4 ภาค

ซึ่งจะมีจัดตั้งแต่ กลางสิงหาคม – ปลายกันยายนนี้ ประเดิมจังหวัดแรก ที่ กรุงเทพมหานคร วันที่ 22-26 สิงหาคม 2561 ณ ลานกิจกรรมชั้น 3 โซนการศึกษา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ พบกับสินค้า อาทิ ผ้าไหม ผ้าทอพื้นเมือง ผ้าขาวม้า ผลิตภัณฑ์จากกก ข้าวเม่า กุนเชียงปลา ปลาส้ม หมูยอ และอื่นๆอีกมากมาย

ภายในงานยังมีมุมให้ความรู้ และคำแนะนำข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก อาหารท้องถิ่น และตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดเขตวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

พิเศษทุกวันงาน พบสินค้า นาทีทองเริ่มต้นเพียง 19 บาท ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง การแสดงเมจิกโชว์ พร้อมสนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชั้นนำ อาทิ ป็อปปี้ ไมค์ทองคำ (22 ส.ค.), เอิ้นขวัญ วรัญญา แกรมมี่โกลด์ (24 ส.ค.) และ ธัญญ่า อาร์สยาม (26 ส.ค.)  และกิจกรรมพิเศษการประกวดภาพถ่าย หัวข้อ “เบิ่งตะเวนริมโขง” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 70,000 บาท และแพคเก็จท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

Expo Caravan 4 ภาค

ครั้งที่ 1 – ภาคกลาง 22-26 สิงหาคม 2561

ณ ชั้น 3 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ กรุงเทพมหานคร

ครั้งที่ 2 – ภาคอีสาน 5-9 กันยายน 2561
ณ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

ครั้งที่ 3 – ภาคเหนือ 12-16 กันยายน 2561
ณ หน้าศูนย์การค้าเมญ่าชอปปิ้งเซนเตอร์ เชียงใหม่

ครั้งที่ 4 – ภาคใต้ 21-25 กันยายน 2561
ณ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฏร์ธานี

ศิลปินงาน Expo Caravan 4 ภาค
กรุงเทพฯ 22-26 ส.ค. ชั้น 3 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
22 ส.ค. ป็อปปี้ ไมค์ทองคำ
24 ส.ค. เอิ้นขวัญ วรัญญา แกรมมี่โกลด์
26 ส.ค. ธัญญ่า อาร์สยาม

อุบลราชธานี 5-9 ก.ย. หน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี
5 ก.ย. มินิคอนเสิร์ต หมอลำใจเกินร้อย บอย ศิริชัย
7 ก.ย. นัท มาลิสา ไมค์ทองคำ
9 ก.ย.นุช วิลาวัลย์ อาร์สยาม

เชียงใหม่ 12-16 ก.ย. หน้าเมญ่าไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์
12 ก.ย. ป็อปปี้ ไมค์ทองคำ
14ก.ย. เอิ้นขวัญ วรัญญา แกรมมี่โกลด์
16 ก.ย. ใบเฟิร์น ไมค์ทองคำ

สุราษฎร์ธานี21-25 ก.ย. หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี
21 ก.ย. แช่ม แช่มรัมย์
23 ก.ย. เต๋า ภูศิลป์ แกรมมี่โกลด์
25 ก.ย. เอิ้นขวัญ วรัญญา แกรมมี่โกลด์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
แฟนเพจ Face Book: ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง แฟนเพจเฟจบุค EXPO CARAVAN 4 ภาคมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ภาคมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง