“หมอชลธิศ” เปิดเวทีหนุนศัลยกรรมแบบธรรมชาติ ชวนเซเลบแถวหน้า แชร์ไอเดีย “อยู่อย่างไรในยุค 4.0”

“หมอชลธิศ” ย้ำเมืองไทยคือผู้นำแห่งโลกศัลยกรรมความงาม เปิดเวที
MR. & MISS NATURAL BEAUTY & HANDSOME 2019 หนุนหนุ่มสาวไทยสวยใสแบบธรรมชาติ พร้อมจัดเสวนา TRP Exclusive Speaker 2019 แชร์แนวคิด “ปรัชญาการดำรงชีวิตในยุค 4.0” โดย “ดร.สมศักดิ์ ชลาชล”
เหล่าไฮโซ ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงแรม มิลเลเนียมฮิลตัน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมเจ้าของคลินิกศัลยกรรมความงาม “ธีรพรคลินิก” เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม TRP Exclusive Speaker 2019 เพื่อเชิญแขกผู้มีเกียรติที่ใช้บริการของธีรพรคลินิกมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ร่วมพบปะและแสดงถึงศักยภาพด้านการศัลยกรรมของแพทย์ไทย ที่ช่วยสร้างบุคลิกและความมั่นใจให้กับคนในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยงานนี้ได้เชิญช่างผมระดับแนวหน้าของเมืองไทย “ดร.สมศักดิ์ ชลาชล” มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และการปรับตัวเพื่ออยู่อย่างมีความสุข ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเซเลบริตี้ชื่อดัง “คุณวี มาร์” ไฮโซสาวอมตะที่ปรึกษาด้านการตลาดนิตยสาร Thailand Latler เข้าร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการดูแลตัวเองแบบสาวรุ่นใหญ่ที่ยังดูอ่อนวัย สดใสและมีความสุข

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ได้คิดว่าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการเป็นลูกค้าหรือคนไข้ แต่เป็นเหมือนญาติพี่น้องที่ผูกพันกันมานาน บางคนเรียกแม่ พ่อ พี่ น้อง ลูก อย่างคุณวี มาร์ สาวอมตะที่ใครมองแล้วก็ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ เพราะเธอมีการดูแลตัวเองที่ดีมาก ขณะที่คุณสมศักดิ์ ชลาชล ก็คือคนที่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ทั่งเรื่องความสวยความงาม และแง่คิดดีๆ ต่างๆ วันนี้เราจึงถือโอกาสนัดพบปะญาติพี่น้อง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีต่อกัน”

“คุณวี มาร์” ไฮโซสาวอมตะที่ปรึกษาด้านการตลาดนิตยสาร Thailand Latler

นพ.ชลธิศ กล่าวต่อว่า กิจกรรมการประกวด MR. & MISS NATURAL BEAUTY & HANDSOME 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เป็นการเฟ้นหาหนุ่มสาวที่มีความงามตามธรรมชาติ และไม่เคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน โดยหนุ่มสาวเหล่านี้ จะได้รับการดูแลทั้งด้านความสวยความและบุคลิกภาพ
เพื่อปูทางสู่เส้นทางในวงการบันเทิงและการประกวดในเวทีอื่นๆ ต่อไป รวมทั้งผู้ที่ได้รับรางวัล จะได้รับการศัลยกรรมจากธีรพรคลินิก เพื่อเสริมความงามให้เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาอีกระดับ แต่ยังอยู่ภายใต้แนวคิดความสวยแบบธรรมชาติ

กิจกรรมการประกวด MR. & MISS NATURAL BEAUTY & HANDSOME 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5

ด้านภาพรวมของธุรกิจศัลยกรรมความงามของประเทศไทย นพ. ชลธิศ กล่าวว่า ยังคงมีทิศทางที่ดี เพราะประเทศไทย ถือเป็นผู้นำในด้านศัลยกรรมความงาม มีคนมากมายจากทั่วโลกเข้ามาใช้บริการในเมืองไทย เช่นเดียวกับธีรพรการแพทย์ ซึ่งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า แนวโน้มของธุรกิจศัลยกรรมความงามของประเทศไทยจะยังคงก้าวหน้าต่อไป

ดร.สมศักดิ์ ชลาชล กูรูด้านเส้นผม

ด้าน ดร.สมศักดิ์ ชลาชล กูรูด้านเส้นผม เซเลบริตี้ระดับแนวหน้าของเมืองไทย กล่าวว่า คนในยุค 4.0 มีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนมนุษย์” หรือ Human Capital ที่ไม่ได้หมายถึงตัวเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นต้นทุนที่อาจจะมองไม่เห็น แต่ต้นทุนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสุข นำพาสู่ความสำเร็จให้กับคนในยุคนี้
ต้นทุนมนุษย์ของคนในยุค 4.0 ประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1.บุคลิกภาพจากภายในและภายนอก ทั้งการพัฒนาจิตใจให้ผ่องใส ลดเลิกจากตัณหาราคะหรือความโกรธเกลียด ซึ่งสามารถใช้แนวทางของพุทธศาสนาเป็นเครื่องขัดเกลา ส่วนบุคลิกภายนอก เป็นการสร้างให้ตัวเองดูดี ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม ผิวพรรณ หรือความงามด้านต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องดูดี 2.การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด เนื่องจากปัจจุบันมีช่องทางอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าคนในวัยใด ก็สามารถศึกษาความรู้ในเรื่องที่ตัวเองสนใจได้ และ 3.เทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุค Disruption ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป เช่น การซื้อขายออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องศึกษาเพื่อความรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่ก้าวไป ไม่เฉพาะคนรุ่นใหม่ แต่หมายถึงคนทุกวัย

องค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนในปัจจุบันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เช่น เรื่องของความงาม แต่เดิมคนไทยอาจมีค่านิยมว่าต้องสวยจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ใช่ว่าทุกคนจะมีธรรมชาติที่สร้างมาให้สวยงามดังใจ ดังนั้นการศัลยกรรมจากคุณหมอที่มีความน่าเชื่อถือ จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คนในปัจจุบันมีความมั่นใจและมีความสุข
“ต้นทุนมนุษย์ไม่ได้สร้างแค่ความสุขให้กับตัวเอง เพราะเป็นหนึ่งในหนทางของความสำเร็จ เราทราบดีว่า First Impression มีผลมากกับการใช้ชีวิต หากเรามีบุคลิกที่ดี มีการพูดจาดี แต่งตัวดี เสื้อผ้าหน้าผมชวนมอง ดูแล้วมันก็แฮปปี้ หากไปสมัครงานหรือคุยธุรกิจ มันก็สร้างความสุขที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ แต่หากคนที่ไม่ได้มีต้นทุนมนุษย์ที่ดีมาแต่เริ่ม ก็ต้องค้นหา หากยังสวยไม่พอ หรือมีจุดบกพร่อง ศัลยกรรมก็ช่วยได้ ”

เวทีเสวนาเป็นไปอย่างมีความสุข สนุกสนาน จากการแบ่งปันประสบการณ์ของเหล่าเซเลบริตี้ที่ได้ชื่อว่า มีต้นทุนมนุษย์ที่ดี นอกจากนั้น ในงานนี้ นพ.ชลธิศ ก็ได้แนะนำทีมแพทย์จากธีรพรคลินิก ที่เข้ามาเสริมศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ พร้อมทั้งแนะนำบุตรชาย “โจ ธนจักร สินรัชตานันท์ “ซึ่งเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาสืบสานให้ธีรพรคลินิก ยังคงเป็นคลินิกศัลยกรรมชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอีกต่อไป

นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ อดีตนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งเอเซียน

เกี่ยวกับ นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์
นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ อดีตนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งเอเซียน ผู้ก่อตั้งธีรพรคลินิก สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าศูนย์กลางแห่งอาเซียนในประเทศไทย ซึ่งเป็นเบื้องหลังผู้พัฒนาการวงการศัลยแพทย์ไทยสู่สากลจนเป็นที่รู้จักด้วยเทคนิคการทำตาสองชั้นที่ได้รับการยอมรับจากอดีตถึงปัจจุบัน พร้อมพัฒนาฝีมือในด้านการยกกระชับใบหน้าด้วยเทคนิค Face Lock & Face Lift โดยศัลยแพทย์จากนานาประเทศต่างยอมรับในฝีมือ อีกทั้งยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้เทคนิคในการทำศัลยกรรมสู่ศัลยแพทย์ทั่วโลก ด้วยประสบการณ์และความสามารถทางด้านการทำศัลยกรรมมามากกว่า 40 ปี

ปัจจุบันท่านได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์ไปสอนทั้งในยุโรปอเมริกาและ กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และจีน เป็นอาจารย์ ของคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จบการศึกษา แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนั้น คุณหมอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกตา

“กาย” จูงมือ “ฮารุ” ……..

“กาย” จูงมือ “ฮารุ” พาอัพหน้าใหม่เกาหลี
ณ “รพ.บาโนบากิ” เพิ่มรักหวาน

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวตัวอย่างที่รักยังหวานชื่น หยดย้อยเสียจริง แม้จะมีลูกสามแล้วก็ตาม สำหรับครอบครัวหนุ่ม “กาย รัชชานนท์” และสาว “ฮารุ สุประกอบ” ที่ล่าสุดคุณสามีกาย จูงมือสาวฮารุ อัพหน้าใหม่ ซึ่งข่าววงในอัพเดทว่างานนี้สาวฮารุ อัพเกรดหน้าใหม่ ตานิด จมูกหน่อย ณ โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ประเทศเกาหลีใต้ โดยหมอคิมฮักยอง หมอศัลยกรรมมืออาชีพ (คุณหมอที่คนเดิมที่เคยอัพดั้งใหม่ให้สาวกุ๊บกิ๊บ จนสวยปัง ปัง”
ผ่านมาแค่ 2 week ยังเป๊ะได้ขนาดนี้ ถ้าทุกอย่างเข้าที่จะปังได้ขนาดไหน..พิสูจน์ความสวยได้จากภาพโฉมใหม่ของสาวฮารุนะจ๊ะ บอกได้คำเดียวว่าสวยเว่อร์ สวยวัง กันเลยทีเดียว อิอิ #banobagithailand #บาโนบากิ #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

เปิดงาน RAIL Asia Expo 2019 สุดคึกคัก

งาน RAIL Asia Expo 2019 สุดคึกคัก รับกระแสมิติใหม่การขนส่งระบบรางปี2020 หลังประกาศตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศลดนำเข้า70,000ล้าน พลิกโฉมไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระบบรางรถไฟในภูมิภาคอาเซียน ในงานมีนักลงทุนข้ามชาติ ผู้ประกอบการระบบรางไทย สถาบันการศึกษาไทย กว่า 120 รายร่วมประชันนวัตกรรมระบบราง พบโซลูชั่นสุดล้ำด้านงานระบบกลศาสตร์และไฟฟ้า สำหรับระบบรางในเอเชีย “เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส”ผู้จัด ชูงานเป็นเจ้าแรกในเอเชียที่รวมบริษัทยักษ์ใหญ่ระบบรางทั่วโลกไว้ที่เดียวกัน ในขณะที่ปลัดกระทรวงคมนาคมชี้อนาคตมีการส่งเสริมให้เกิด “ฟีดเดอร์ระบบราง” เปิดโอกาสให้ ภาคเอกชกรุงเทพมหานคเป็นผู้ลงทุนระบบรางเอง ด้านร.ฟ.ท.แจ้งได้งบ 300,000ล้านลงทุนรถไฟความเร็วสูง เตรียมเปิดศักราชใหม่ของระบบรางประเทศไทย

นายเดวิด เอ็ทคิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยีรถไฟ รถฟ้าความเร็วสูงและรถไฟใต้ดิน เปิดเผยว่า การเปิดงาน RAIL Asia Expo 2019 ที่จัดขึ้นวันที่ 28-29 มีนาคม 2562 ที่ลานกิจกรรม สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ถือเป็นการจัดครั้งที่ 5 ยิ่งใหญ่กว่าทุกๆปีเพราะมีบริษัทใหญ่ด้านเทคโนโลยีระบบรางทั่วโลกแห่มาโชว์นวัตกรรมกว่า120ราย, มีนักลงทุนต่างชาติร่วมงานกว่าพันคน

งานแสดงในปีนี้ชุมนุมความหลากหลายของ เทคโนโลยีใหม่ ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และคู่ค้าจากทั่วทุกภูมิภาค โดยล่าสุดนี้ มีบริษัทรายใหม่ยืนยันเข้าร่วมแสดงแล้ว อาทิ Bentley, TÜV SÜD, Caddy, Erico, Hoffman, Raychem, Schroff, Tracer, nVent, Damrongsilp, Siam Steel, Kangni Rail Equipment, Egis, Pt Len Industry, GMT, Duali Incorporation และ DB Schenker ขณะที่บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยังเข้าร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น Bombardier, CRRC, LSIS, Transdev, CRSC, Siemens, Voestalpine, Power Pusher, NuStar, Inoue Rubber, Anyang, Schneider Electric รวมถึงพาวิเลี่ยนประเทศไทย และองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น ผู้ให้บริการเดินรถ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ปรึกษาโครงการ ยังมีการจัดแสดงจากพาวิเลียนสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านอุตสาหกรรมระบบรางของไทย ส่วนแสดงเทคโนโลยีใหม่ เตรียมพบโซลูชั่นสุดล้ำด้านงานระบบกลศาสตร์และไฟฟ้า สำหรับระบบรางในเอเชีย
ในขณะเดียวกันการเปิดงาน ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Rail Car Assembly Plants Initiatives for Thailand” การริเริ่มโรงงานประกอบรถไฟในประเทศไทย
มีใจความ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง เพื่อพัฒนาและขยายขีดความสามารถของประเทศ รวมถึงให้
ระบบรางเป็นตัวเชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อในประเทศไทย และระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นงาน RAIL Asia Expo 2019 ที่จะจัดขึ้น เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และคู่ค้าจากทั่วทุกภูมิภาค กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดนโยบายว่า ประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้ภาคเอกชน “จัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในประเทศ” กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการหารือร่วมกันในการส่งเสริมให้มีการตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศไทยจะเริ่มในปี 2020-2021 ซึ่งนอกจากจะมีการผลิต “Future Projects of SRT” อนาคตระบบขนส่งทางรางไทย กล่าวว่าร.ฟ.ท. ได้รับงบประมาณหลายแสนล้านบาท ประกอบรถไฟในประเทศแล้ว ในอนาคตโรงงานผลิตในไทยก็สามารถส่งออกรถไฟฟ้าไปสู่ประเทศในกลุ่ม CLMV ได้

คาดการณ์จะจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟ รถไฟฟ้าได้สูงถึง 3 โรงงาน มียอดการผลิตรวมสูงกว่า 900ตู้/ปีในปี 2027 การจัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในไทย ในอนาคต จะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่า 10 เท่า จากเดิมมีการนำเข้ากว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อมีโรงงานผลิต ประกอบในไทยจะลดการนำเข้าเหลือเพียง 6,000-7,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังลดค่าใช้จ่ายการซ่อม-บำรุงรักษา ได้อีกกว่า ปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเสริมให้คนไทยได้มีความรู้ในการผลิต เพิ่มการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรมประกอบผลิตตัวรถได้อีกไม่น้อยกว่า 500 คน นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าอะไหล่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟ รถไฟฟ้าได้อีกกว่า 3,000 รายการ จากเดิมต้องนำเข้ากว่า 7,000-10,000 รายการ รวมถึงจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถไฟในอาเซียนด้วย

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระบบรางใหม่ในประเทศไทยว่าระบบรางถือเป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศไทย ปัจจุบันสัดส่วนการขนส่งในประเทศแบ่งออกได้เป็น การขนส่งทางถนน 87% , การขนส่งทางน้ำ 12%,ที่เหลือเป็นระบบราง 1 % ในอนาคตประเทศไทย จะมีการขนส่งระบบรางใหม่ๆเกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งโครงการที่จะเห็นในเร็ววันนี้คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง, โครงการรถไฟฟ้าในเมืองและปริมณฑล 10 สาย, โครงการรถไฟฟ้ารางเบาในภูมิภาค(แทรม) และระบบรางฟีดเดอร์ จะเป็นการให้บริการในกรุงเทพ โดยนำรถเมล์ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เป็นฟีดเดอร์รับส่งผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าไปถึงที่หมายโดยรถเมล์ อนาคตภาครัฐจะต้องมีการส่งเสริมให้เกิด “ฟีดเดอร์ระบบราง” มากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ ภาคเอกชน หรือกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นผู้ลงทุนระบบรางเอง เช่น กรณี รถไฟฟ้าสายสีทอง ล่าสุด กทม. ได้เตรียมเสนอที่จะทำรางฟีดเดอร์ต่อเชื่อมจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากสถานีแบริ่งไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ(รถไฟฟ้าสีฟ้าอ่อน) ซึ่งหากมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม จะทำให้ประชาชนฝั่งสมุทรปราการสามารถเดินทางด้วยระบบรางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิทางทิศใต้ของสนามบินได้ โดยที่ไม่ต้องเข้าสนามบินทางด้านทิศเหนือเหมือนในปัจจุบัน

ด้านนายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการ กลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ปาฐกถา เรื่อง “Future Projects of SRT”แผนอนาคตระบบขนส่งทางรางไทย กล่าวว่าร.ฟ.ท. ได้รับงบประมาณหลายแสนล้านบาท ในการลงทุนยกเครื่องทางรถไฟทั่วประเทศ ระยะทางกว่า 4,000 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายว่าจะทำให้รถไฟไทยขนส่งสินค้าและผู้โดยสารได้รวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกัน รถไฟยังได้รับงบประมาณอีกเกือบ 3 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา (รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน) และกรุงเทพฯ-ระยอง (รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน) ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของระบบรางประเทศไทย แต่การทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนารถไฟอย่างเดียวคงไม่คุ้มค่า ถ้าหากขาดแนวคิดเรื่องการพัฒนารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Transit-oriented Development (TOD) หรือการพัฒนาพื้นที่โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะระบบขนส่งทางราง
ในปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีโครงการพัฒนา TOD ขนาดใหญ่และทันสมัย อยู่บริเวณ ‘สถานีกลางบางซื่อ’ เพราะเมื่อสถานีกลางบางซื่อเปิดให้บริการในปี 2564 ก็จะกลายเป็น Grand Station แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และของประเทศไทย สามารถรองรับการเดินทางได้ทั้งรถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จนถึงรถไฟความเร็วสูง

คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการสถานีกลางบางซื่อจำนวนมาก ร.ฟ.ท. จึงมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่รอบสถานีกลางบางซื่อขนาด 2,325 ไร่ ภายใต้ชื่อ ‘โครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธิน โดยการการพัฒนาจะมีตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภค สวนสาธารณะ โรงแรม หน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดจตุจักร ย่านธุรกิจ ไปจนถึงแหล่งที่พักอาศัย แต่การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจะไม่ใช่เมืองใหม่ธรรมดา เพราะ ร.ฟ.ท.ได้ ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ด้วยการใช้เทคโนโลยี 3 ด้าน คือ ด้านคมนาคม ด้านพลังงานทดแทน และโครงสร้างพื้นฐานบริการสาธารณะ เพื่อบริหารพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้พลังงาน ลดมลภาวะ รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร

โดยเบื้องต้นร.ฟ.ท. มีแผนจะเปิดประมูลศูนย์คมนาคมพหลโยธินบริเวณพื้นที่แปลง เอ ขนาด 32 ไร่ มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นแปลงแรก คาดว่าจะประกาศเชิญชวนนักลงทุนได้ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2562 และได้ผู้ชนะการประมูลภายในปีดังกล่าว เพื่อให้นักลงทุนสามารถพัฒนาพื้นที่แปลง เอ บางส่วน ทันกับการเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อในปี 2564 จากนั้นรถไฟ ก็จะทยอยเปิดประมูลพื้นที่แปลงอื่นๆ ในศูนย์คมนาคมพหลโยธินต่อไป

ยิ่งฮู้จัก ยิ่งฮัก แพร่ แวะ 10จุดเช็คอิน Local Food Fusion

วันหยุดไปเที่ยวกันคะ….แพร่เป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อย่างพระธาตุช่อแฮ และแพะเมืองผี แต่ที่จริงแล้ว เมืองแพร่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณวัตถุมากมาย เพราะความที่เป็นเมืองโบราณของล้านนาอีกเมืองหนึ่ง เมื่อพูดถึงเมืองแพร่ เราจะนึกไปถึงวัดพระธาตุช่อแฮ ไฮไลท์ของเมืองแพร่ ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ครั้งนี้ เป็นการมาเยือนจังหวัดแพร่ เป็นครั้งแรก ที่บริเวณงานพระเพณีไหว้
งานประเพณีใหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวง แม้อากาศร้อน แต่ทุกคนตั้งใจมาทำบุญ ยิ้มแย้มแจ่มใส งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม 2562 ถ้ามาเที่ยว จ.แพร่ แต่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบ สามารถหาที่พักดีดี อาหาร
อร่อยไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ เลยทีเดียว Totptotravel เดินทางครั้งนี้ด้วย ด้วยสายการบิน นกแอร์ DD8002 ถึงท่าอากาศยานจังหวัดแพร่ เวลา 10.25 น.

ผอ. ยุ้ย – สิรินาถ ฉัตรศุภกุล ททท.สำนักงานแพร่

ซึ่งในทริปนี้เราได้มาร่วมกันกับ สำนักงานแพร่ โดย ผอ. ยุ้ย – สิรินาถ
ฉัตรศุภกุล ด้วยความผูกพันแห่งวิถึชีวิต ททท. นำเอาวัฒนธรรม งานบุญ ผนวกเข้ากับแหล่งกิน แหล่งช้อป และแหล่งเที่ยวเมืองแพร่ 10 แห่ง เข้าไว้ด้วยกัน จากประเพณี ไหว้พระธาตุช่อแฮ สู่สงกรานต์ย้อนยุค

เชื่อหรือไม่ว่าเส้นทาง Local food Fusion ออกเดินทาง ไปทานอาหารมื้อกลางวันที่ ร้านฮอม ด้วยกันค่ะ ใครหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเส้นทางนี้ ที่จังหวัดแพร่มีจุดเช็คอินที่น่าสนใจที่ไหนบ้างไปชมกัน

ขนมจีนราคาไม่แพง ถ้วยละ 20 บาท

วันแรกของทริป ขอเน้น เส้นทางของกินอร่อยเมืองแพร่ “Local Food Fusion” เส้นทางที่ชูเมนูอาหารถิ่น อัตลักษณ์แพร่ ได้แก่ เมนูขนมเส้น ,
เมนูข้าวผัดลาบแพร่ (ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น คลกเคล้าปรุงใหม่ เป็นเมนูร่วมสมัยฟิวชั่นแพร่) ต่อด้วยร้านกาแฟน่านั่ง ตอกย้ำภาพเมืองแพร่ เมืองที่มีอาหารอร่อย Toptotravel เชื่อว่า หากได้มาซักครั้ง แล้วจะรู้สึกอยากกลับไปอีกแน่นอน

เช็คอินจุดที่ 1 : ร้าน Hom 2493 (Top 9 เมนูขนมเส้น)
ฮอม บ้านหลังนี้สร้างเมื่อ 2493 เป็นบ้านเก่าของตระกูล โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ. 2531 พี่ชายเปิดทำเป็นบริษัทผ้าบาติก หลังจากทำแล้วพื้นบ้านที่คับแคบจึงย้าย ส่วนลูกชายทำงานในกรุงเทพฯ เป็นตากล้องของกองถ่าย ในวันที่รู้สึกเบื่อ จึงย้ายกลับมาอยู่บ้าน และด้วยเหตุผลที่คุณแม่ก็ชอบทำอาหาร โดยคุณแม่เป็นครูสอนคหกรรม เลยมาช่วยกัน ทำอาหาร Local ของท้องถิ่น จึงกลายเป็นที่มาของร้านฮอม 2493

พูดถึงบรรยากาศของร้านนี้ บ้านเก่าติดกำแพงเมืองแพร่ ตามเส้นทางอร่อยมื้อเที่ยง ที่นี่จัดเป็นร้านอาหาร Local ง่ายๆ ราคาสบายกระเป๋า นั่งทานมองเห็นบรรยากาศบ้านเก่า ติดกำแพงเมืองแพร่ และอาหารจานแรกของมื่อนี้ ต้องชิมเมนู ขนมจีนน้ำใส หรือน้ำหมู เพราะมีน้ำใสใส่หมูสับใส่เลือด มะเขือเทศก็มีซี่โครงหมู เวลาจะกินต้องใส่เครื่อง เหมือนก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน น้ำพริกน้ำย้อย ทานคู่กับส้มตำรสเด็ดจานใหญ่ ผัดหมี่โบราณที่รสชาติไม่เหมือนใคร จานนี้เด็ดและเป็นที่นิยมของคนแพร่ที่มีขายกันทั้งวัน เรียกว่า สายกินจริงกันจัง

ส่วนเครื่องดื่ม ตัวช่วยดับร้อนซัมเมอร์นี้ ไม่ว่ากรุงเทพ หรือ จังหวัดแพร่ อากาศร้อนเหมือนกัน ถ้าร้อนแบบนี้ ดื่มเพื่อดับกระหายด้วยน้ำสมุนไพรเย็นๆ ที่มีให้เลือกถึง 4 ชนิด น้ำมะตูมบ๊วย น้ำกระเจี๊ยบพุทธาจีน น้ำตะไคร้ใบเตย น้ำลำใยน้ำผึ้ง

Hom 2493 : ร้านอาหาร Local บ้านเก่าติดกำแพงเมืองแพร่
102 ถ.รอบเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่, เทศบาลเมืองแพร่ 54000
โทร. 081 195 2803
FB: https://www.facebook.com/hom2493/?tn-str=k*F

จุดเช็คอินที่ 2 ร้านเฌอบาร์ Coffee & Bakery คาเฟ่
เครื่องดื่ม & ของหวาน
ร้านนี้เอาใจสาวกสายคาเฟ่ ร้านเณอบาร์ เป็นร้านกาแฟและขนมหวานอร่อย โดยได้รับการดัดแปลง และต่อเติมมาจากบ้านไม้สุดคลาสิค สไตล์วินเทจ
ที่ดัดแปลงมาจากบ้าน ร้านคาเฟ่ที่มีบรรยากาศสบายๆ แถมยังมีเครื่องดื่มและขนมหวานแบบครบเครื่องให้ลองกันอีกด้วย บอกได้คำเดียว ฟินเว่อร์ ที่นี่เค้ามีเครื่องดื่มมากมายเลยละค่ะไม่ว่าจะเป็นเมนูกาแฟ ที่มีความเข้มข้น หอมกรุ่นของตัวกาแฟ ขอบอกเลยว่าหอมมาก ดื่มไปคำแรกบอกเลยว่าดีงามมาก

บรรยากาศหน้าร้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น หากมองผ่านๆ อาจไม่ทราบว่านี่คือ ร้านกาแฟ จะเข้าใจว่าเหมือนบ้านของคนเมืองแพร่ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้แบบคลาสสิค มาลองใช้ชีวิต slow life กับเมืองเล็กแต่น่ารัก กันดูสักครั้งนอกจากเครื่องดื่มแล้ว ที่นี้เขายังมีเคเกอร่อยเด็ดเป็นสูตรของทางร้าน ตัวเค้กจะไม่หวานมาก เนื้อของเค้กเนียนนุ่มละมุนสุดๆ ด้วยการตกแต่งร้านที่สบายตา บรรยากาศเหมือนทานที่บ้าน ร้านแบ่งเป็น 2 โซน โซนห้องแอร์ และโซน Open air สามารถมานั่งทำงานหรือติวหนังสือได้อีก แถมยังมีพื้นที่กว้างขวางมาก มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ อีกด้วย

ใครที่ยังไม่เคยไป ร้านเฌอบาร์ านกาแฟ สไตล์วินเทจ ตั้งอยู่ในเมืองติดกับวัดพงษ์สุนันท์ จังหวัดแพร่ ต้องห้ามพลาด แวะไปสักครั้ง เพราะนอกจากราคาไม่แพงแล้วเครื่องดื่มและของหวานเขาดีมากจริงๆ บอกเลยค่ะว่าครบเครื่องมาก

ร้านเฌอบาร์
ที่ตั้ง : 44 ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
เปิดให้บริการ : จันทร์ – ศุกร์ 09.00 – 18.00น
โทรศัพท์ : 094 629 6445
FB: https://www.facebook.com/JeBarPastry
พิกัด : ร้านตั้งอยู่ในเมืองตรงข้ามกับวัดพงษ์สุนันท์

จุดเช็คอินที่ 3 : ร้าน Slope Coffee บ้านเบ้วว
ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ ร้านเฌอบาร์ เป็นอีกร้ารนที่เดินผ่านแล้วอดใจ แวะนั่งจิบกาแฟอีกแก้ว อีกร้านกาแฟที่น่านั้ง น่านั่ง ร้านกาแฟ ชื่อร้านว่า Slope Coffee บ้านแบ้ว จริงๆ ความคิดสร้างสรรค์ในการตั้งชื่อร้านก็กินขาดขนาดนี้

แล้วบ้านมันเอียงร้าน Slope Coffee บ้านเบ้ววว วัยรุ่นชอบมาเช็คอินถ่ายรูป ไปนั่งชิลล์และ ร้านกาแฟน่ารักน่านั่งพักคลายร้อนให้หายเหนื่อย ก่อน
จะเดินทางต่อจิบกาแฟหอม ๆ ที่ ‘Slope Coffee บ้านเบ้ววว’ เมืองแพร่ เมืองแพร่สงบ ผู้คนใจดี ร้านกาแฟเยอะ เอาจริงๆไม่ต้องไปเที่ยวไหนก็ได้ แค่ได้ไปเดินเล่นดูเมือง ดูผู้คน แค่นี้ก็คุ้มสุดๆ แล้วเป็นเมืองที่เหมาะแก่การไปพักสมองมากแวะคาเฟ่น่ารักในเมืองแพร่สักร้าน พักคลายร้อนให้หายเหนื่อยก่อนจะเดินทางต่อ ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ผู้คนน่ารัก ไม่วุ่นวาย อากาศก็โอเค ธรรมชาติล้วนๆ

เพราะ….. บ้านมันเอียง วัยรุ่นอย่างเราต้องมาเช็คอินถ่ายรูป

ร้าน Slope Coffee บ้านเบ้วว
ที่อยู่: 11/, ซอย คำลือ 1 ในเวียง, เมือง, จ. แพร่ 54000
เวลาเปิด ปิด: 8.30-17:30 น. โทรศัพท์: 084 043 4373

จุดเช็คอินที่ 4 : พิพิทธภัณฑ์ บ้านเทพ
เมื่อมาถึงที่ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เราอยากให้เพื่อนที่มาเที่ยวจังหวัดแพร่
มาพบความงดงามของพระพรมรูปของพระนเรศวรมหาราชในลักษณะทรงหลั่งทักษิโณฑกประกาศอิสรภาพจากหงสาวดีภายในนั้นมีมากมายหลายชิ้นควรค่าแก่การอนุรักษ์มาก ผู้ก่อตั้งโดยคุณวัฒนา เหลืองอุทัยศิลป์ วัย 63 ปี ท่านชื่นชอบและรักการสะสมของหายากมานานกว่า 40 ปี

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ ในจังหวัดแพร่ ส่วนจัดแสดงของเก่าที่บอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม เพราะในวันนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ยังรับรู้ถึงที่มาของวัตถุโบราณแต่ละชิ้น บางคนยังเล่าย้อนไปถึงสมัยอดีตเมื่อ 2-3 ชั่วอายุคน เพื่อให้วัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ก่อประโยชน์ให้กับชุมชนและเยาวชนรุ่นหลัง ที่นี่จัดแสดงของสะสมหลายโซน ทั้งงานไม้แกะสลัก เหรียญเก่า

อาคารแสดงส่วนหน้าพบความงดงามของพระพรมรูปของพระนเรศวรมหาราช ในลักษณะทรงหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพจากหงสาวดี พิพิธภัณฑ์จัดพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 นักท่องเที่ยวได้เดินชมศึกษาหาความรู้ได้แบบใกล้ชิด เสาไม้สักต้นใหญ่ขนาด 3-4 คนโอบ ชุดเฟอร์นิเจอร์ฝังมุก เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลืองโบราณ ชุดเกราะนักรบโบราณ เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงเงินพดด้วงทองคำในแต่ละสมัย มาชมพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เที่ยวแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในจังหวัดแพร่

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในจังหวัดแพร่ ส่วนจัดแสดงของเก่าที่บอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม เพราะในวันนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ยังรับรู้ถึงที่มาของวัตถุโบราณแต่ละชิ้น บางคนยังเล่าย้อนไปถึงสมัยอดีตเมื่อ 2-3 ชั่วอายุคน เพื่อให้วัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ก่อประโยชน์ให้กับชุมชนและเยาวชนรุ่นหลัง การจัดแสดงของสะสมหลายโซน ทั้งงานไม้แกะสลัก, เหรียญเก่า อาคารแสดงส่วนหน้าพบความงดงามของพระพรมรูปของพระนเรศวรมหาราช ในลักษณะทรงหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพจากหงสาวดี พิพิธภัณฑ์จัดพิธีบวงสรวง เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 นักท่องเที่ยวได้เดินชมศึกษาหาความรู้ได้แบบใกล้ชิด เสาไม้สักต้นใหญ่ขนาด 3-4 คนโอบ ชุดเฟอร์นิเจอร์ฝังมุก เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลืองโบราณ ชุดเกราะนักรบโบราณ เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงเงินพดด้วงทองคำในแต่ละสมัย มาชม พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เที่ยวแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในจังหวัดแพร่

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ&แอนทีคโฮมสเตย์

ที่นี่เปิดให้บริการมาได้เกือบสองปี โดยคุณกฤษฎา เหลืองอุทัยศิลป์ ลูกชายของคุณวัฒนา เหลืองอุทัยศิลป์ วัย 63 ปี ด้วยความตั้งใจจริง ของคุณพ่อ
จึงนำจัดตั้งบ้านเทพเป็นพิพิธภัณฑ์พร้อมเปิดให้บริการความรู้แก่ผู้เยี่ยมชม สถานที่ตั้งอยู่ตำบลในเวียงตรงข้ามกับกำแพงเมืองเก่า บนประตูชัยหรือตั้งอยู่หลังเรือนจำจังหวัดแพร่

อีกโซนของบริเวณ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพบ้านเทพ โฮมสเตย์บรรยากาศอบอุ่นแห่งนี้ไม่เพียงเป็นที่พักที่แสนสบายแต่ยังเป็นแหล่งรวมของโบราณอายุนับร้อยปี บรรยากาศของที่นี่เป็นเสมือนบ้านญาติที่เป็นกันเองในเวลาเดียวกัน เจ้าของคุยสนุกและครอบครัวน่ารัก ที่พักตกแต่งด้วยของสะสมที่บางชิ้นหามูลค่าไม่ได้ โดยเปิดบริการห้องพักให้กับนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่สนใจ เข้าพักได้อย่างเป็นทางการจะได้พบกับบรรยากาศการพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ&แอนทีคโฮมสเตย์
เปิดปิดเวลา: ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น-17.00 น.
ที่อยู่: ตำบล ในเวียง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 54000
โทรศัพท์: 087 987 1164

จุดเช็คอินที่ 5 : ร้านนิวเมนูปลา
มื้อเย็นที่อยา กแนะนำ ณ. ร้านนิวเมนูปลา มาชิมเมนู ข้าวผัดลาบแพร่ : Top 10 เมนูข้างผัดลาบแพร่ทางร้านมี 3โซน โซนห้องแอร์ โซนในร่ม(แต่ไม่มีแอร์) และโซนนอกร้านค่ะ ตรงนี้ได้บรรยากาศมากค่ะ ที่ร้านจัดโซนที่นั่งเป็นสัดส่วนและ มีต้นไม้อยู่รอบๆ บรรยากาศสบายๆ ราคาเหมาะสมกับคุณภาพมาก

เที่ยวเมืองแพร่แล้ว อย่าลืมลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อด้วย อาหารที่ชาวแพร่นิยมมากที่สุดคือ “ลาบแพร่” อาหารชั้นยอดที่หากใครมาเยือนจะต้องทำลาบแพร่มาให้แขกบ้านแขกเมืองได้ลิ้มชิมรส

ร้านนิวเมนูปลา
1023 อ.เมือง จแพร่ 54000
โทร. 090 948 4054

จุดเช็คอินที่ 6 : แพะเมืองผี แกรนด์แคนย่อนไทยแลนด์
สำนักงานแพร่ กล่าวว่า แพะเมืองผี น่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า เงียบเหงา วังเวง อาจเกิดจากสภาพภูมิประเทศที่ดูเร้นลับน่ากลัว ดินยกตัวสูงขึ้นมาเป็นปฏิมากรรมที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาได้อย่างลงตัว แพะเมืองผีถ้าพูดถึงแพร่ เชื่อว่าทุกคนต้องนึกถึงแพะเมืองผีเป็นที่แรก แพะเมืองผี เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดินและหินทรายที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ ซึ่งคำว่า แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ และเมืองผีแปลว่า เงียบเหงา นั่นเอง

แพะเมืองผี แกรนด์แคนย่อนไทยแลนด์

แนะนำมาช่วงเช้าๆ หรือช่วง 10.00 น. ไม่ร้อนมาก และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ #toptotravel #เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้
แพะเมืองผี แกรนด์แคนย่อนไทยแลนด์
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 5451 1162 ต่อ 140

แวะไปทำเวิร์คช็อป บ้านมัดใจ“แพร่” มัดใจใครหลายคน

จุดเช็คอินที่ 7 : บ้านมัดใจ Homemade & Café
อีกจุดเช็คอินที่ต้องห้ามพลาดจริงๆ ….ชวนเพื่อนไปแอ่วเมืองแพร่ ทั้งทีต้องแวะ คุยกับสองสาวพี่น้องเจ้าของ ‘บ้านมัดใจ homemade & cafe’

คาเฟ่เรือนไม้เล็กๆ บรรยากาศน่ารัก ต้นไม้เยอะ ตกแต่งร้านสุดแสนน่ารักที่มัดใจเราอยู่หมัด และไม่พลาด…เรียนมัดย้อมฮ่อมสนุกๆ ชิลล์กับบรรยากาศที่ร่มรื่นเขียวขจี เย็นสบาย ที่นี่มีแขกประจำเป็นคนท้องถิ่นแวะเวียนมาแทบทุกวัน ชอบจริงจัง…ลานมัดย้อมกลางสวนของมะปราง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดแบรนด์มัดใจย้อม

เรื่องราวดีดี ที่บ้านมัดใจ Banmatjai homemade & cafe คุณพ่อ จบด้านศิลปะ ขณะที่คุณแม่เป็นครูด้านนาฏศิลป์ ลูกๆ ของครอบครัวที่อบอุ่นนี้ ประกอบไปด้วย ปอนด์ – ชนิต มะปราง-ชิดชนก และ ปลาย ชฎานุช สุชนก จึงถือเป็นครอบครัวศิลปินโดยแท้เสน่ห์ของผ้ามัดย้อมน่าจะอยู่ที่หลังจากการแกะผ้าที่มัดออก แล้วได้เห็นลวดลายที่ทำขึ้นจากฝีมือตัวเอง เหล่านี้กระมังที่ทำให้นักท่องเที่ยว ต่างให้ความสนใจและสนใจเข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเอง

สำหรับผู้ที่สนใจ กิจกรรมเวิร์คช็อป งานมัดย้อมผ้าคราม งานเซรามิก
โทรจองล่วงหน้า โทร 095 4930909
สอนโดย ครูพี่ปราง และ คุณแม่

สัมผัสเรื่องเร้นลับที่ คุ้มเจ้าหลวง

จุดเช็คอินที่ 8 : สัมผัสเรื่องเร้นลับที่ คุ้มเจ้าหลวง
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของเมืองแพร่ ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้นที่สวยงาม เป็นจวนที่พักของเจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย เจ้าพิริยเทพวงศ์อุดรฯ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัย ร. 5 มีรูปทรงขนมปังขิง ภายในยังได้ตกแต่งด้วยสิ่งของดั่งเดิม ดังเเช่นในสมัยที่เจ้าหลวงได้อาศัยอยู่ และส่วนใต้อาคารถูกใช้เป็นคุกใต้ดินในสมัยก่อน ในบรรยากาศบ้านไม้โบราณ ทรงขนมปังขิง สีเขียวอ่อนสวยงาม ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ ที่ใต้ถุนอาคารที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษ อย่าเดินหันหน้าเข้าไปตรงๆ “คุ้มเจ้าหลวง” ให้ประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาประวัติและเรื่องราวในอดีตของจังหวัดแพร่

จุดเช็คอินที่ 9 : BeLeaf Cafe Pratuchai
เที่ยงๆ อากาศร้อนแบบนี้ รับสมูทตี้สักแก้วคลายร้อนกันไหมคะ เมนูสมูทตี้
และจะบอกว่าครั้งแรกของเรา ที่ถูกถามถึงมากที่สุดในช่วงนี้ Mayongchid Shake มะยงชิดปั่น กลับมาแล้วความอร่อยสดชื่น เมนูน้ำมะม่วงปั่นที่การันตีเลยว่าคัดกันลูกต่อลูก ไม่หวานฉ่ำลิ้นไม่เอามาทำ

Be Leaf Café คัดสรรเมนูผลไม้ ที่พร้อมจะดับกระหายคลายร้อนทุกเมื่อ
ที่นี่ยังมีเมนูขนมหวานสไตล์โฮมเมทและเครื่องดื่มสมูทตี้ต่างๆ ตามฤดูกาล ที่ทีมีข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยเมนูเด็ดใืนวั้นนี้ ข้าวเหนียวมะม่วง และสมูทตี้มะม่วง มะม่วงโยเกิร์ต หรือจะลองสมูทตี้มะยงชิด (ขอแนะนำ) Toptotravel มีโอกาสได้ลองชิมความสดชื่น สุดอลังการเว่อร์วัง กับทุเรียนพวงมณี ใครมาต้องฟินที่สุดๆ ทุเรียนขน่ดกลาง ที่วางเรียงรายความอร่อยในให้หยิบเลือกกันได้แบบจุใจ

เท่านั้นยังไม่พอ ด้านนอกจากนี้ในงานลานด้านหน้ายังมีการออกร้านของเหล่า ที่นำผลไม้สดๆมาวางจำหน่ายกันค่า ทั้งส้มโอ แตงโม และผลไม้ต่างๆ จากชาวสวน เอาใจคนรักผลไม้สุดๆ ค่า ช่วงนี้ มะยงชิด Mayongchid Shake มะยงชิดปั่น กลับมาแล้วค่า อร่อยสดชืนใครพลาดปีที่แล้วปีนี้ต้อง
มาลองให้ได้ พบกับผลไม้นี้แค่ปีละครั้งเท่านั้นต้องห้ามพลาดเลยนะคะ

Be Leaf Cafe
เปิดให้บริการทุกวัน (09.00-20.00 น.)
Be Leaf Cafe, Amphoe Muang Phrae, Phrae, Thailand 54000 –
โทร. 084-3537036

วัดสูงเม่น

จุดเช็คอินที่ 10 : วัดสูงเม่น หรือ สุ่งเม้นเมืองแป้
วัดสูงเม่น สันนิฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีต่อเนื่องสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่ก็ถือว่าอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างสมัยที่พม่าปกครองล้านนา ช่วงที่ชาวล้านนาร่วมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินขับไล่พม่า ซึ่งเป็นช่วงเริ่มการพลิกฟื้นอารยธรรมล้านนาให้กลับมามีบทบาทในการพัฒนาบ้านเมือง การค้ำชูพระพุทธศาสนาจากหลักฐานตามประวัติของครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถรซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสระหว่างปี พ.ศ. 2332-2409 พบว่ามีวัดสูงเม่นมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว

พระครูวิบูลสรภัญ (พม.ฉัตรเทพ) รองเจ้าอาวาสวัดสูงเม่น

วัดสูงเม่น เดิมเรียกว่า “วัดสุ่งเม้น” โดยมีเรื่องเล่าสืบๆ กันมาว่าแต่เดิมสถานที่ตำบลสูงเม่นเป็นป่าไผ่และทุ่งหญ้า รวมถึงป่าไม้เบญจพันธุ์ มี “เม่น” อาศัยเป็นจำนวนมากและประกอบกับสถานที่เป็นแหล่งท่าน้ำบริบูรณ์ พวกพ่อค้าและคนเดินทางในสมัยอดีตมักมาแวะพักแรมกันในบริเวณดังกล่าว จนเรียกพื้นที่ตำบลนี้ว่า “ป๋างสุ่งเม้น” การที่พวกสัตว์และ “เม่น” อาศัยอยู่รวมกันมากหรือมีเม่นมากในบริเวณนี้ คนจึงเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “สุ่ง” ซึ่งได้ชื่อตามนิมิตของฝูงเม่นว่า “บ้านสุ่งเม้น”  วัดสูงเม่นในปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 3  ตำบลสูงเม่น  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่

เมืองคัมภีร์ธัมม์โบราณ ต้องบอกว่า สำหรับคนที่ไปเมืองแพร่แล้วไม่ได้ไปที่นี่ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบของเก่าของโบราณ ถือว่าพลาดอย่างแรง ที่ที่มีหลายสิ่งอเมซิ่ง สำหรับคนยุคดิจิตอลอย่างเรา มากด้วยคุณค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ วัดสูงเม่น เป็นวัดที่มีการเก็บรวบรวมคัมภีร์วรรณกรรมพุทธศาสนาในล้านนาที่มีความสมบูรณ์และมากที่สุดในแผ่นดินล้านนา รวมกันไม่น้อยกว่า 8,000 ผูก มีใบลานมากกว่า 85,000 ใบลาน

ร่วมกันทำบุญแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์ใบลาน ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของคัมภีร์ใบลาน

พระครูวิบูลสรภัญ (พม.ฉัตรเทพ) รองเจ้าอาวาสวัดสูงเม่น ผอ.สถาบันอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน วัดสูงเม่น เล่าว่าการที่วัดสูงเม่นเป็นวัดเก่ามีอายุไม่น้อยกว่า 300 ปี ตามตำนานเล่าว่า วัดสูงเม่นหรือชื่อในคัมภีร์ธรรมปรากฏชื่อว่า “วัดสุงเม้นแก้วกว้าง” เพราะเคยมีพื้นที่กว้างขวาง มีครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร เป็นเสาหลัก และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เจ้าเมืองเจ้า
ผู้ครองนคร เจ้าราชวงศ์ต่างๆ ทั้งในล้านนาและล้านช้าง ต่างเคยมานมัสการคัมภีร์ธรรมพระไตรปิฎก ณ วัดแห่งนี้”

ที่นี่มีกิจกรรมการห่อคัมภีร์ธัมม์ใบลาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สามารถนำถวายวัดหรือจะนำกลับไปสักการะที่บ้านได้ เพื่อให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เปรียบเหมือนกับมีพระรัตนตรัยคุ้มภัยคนในบ้าน เป็นการร่วมกันทำบุญแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์ใบลาน ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของคัมภีร์ใบลาน อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสักการะบูชาอีกด้วย”

วัดสูงเม่น
201, ตำบล สูงเม่น อำเภอ สูงเม่น แพร่ 54130

วัดพระธาตุช่อแฮ
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแพร่คือวัดพระธาตุช่อแฮ ประดิษฐานพระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาลสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1879 ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน หุ้มด้วยทองจังโก ศิลปะเชียงแสน

เที่ยววันธรรมดาดี๊ดี ไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย ไม่ต้องเร่งรีบนะคะ พระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีเสือ (ปีขาล) ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดแพร่เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ตำนานเล่าว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงเมืองพล (เมืองแพร่) ได้ประทับ ณ ดอยโกสัยธชัคคะบรรพต และแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้หัวหน้าชาวลัวะนามว่า ขุนลัวะอ้ายก้อม เห็นในขณะที่เขาได้มากราบไหว้พระองค์ที่บนดอยนี้ ชื่อพระธาตุช่อแฮมาจากความเชื่อว่า ขุนลัวะอ้ายก้อมได้นำผ้าแพรมาถวายพระพุทธเจ้า ชาวบ้านได้นำผ้าแพรชั้นดี ทอจากสิบสองปันนามาผูกบูชาพระธาตุ คำว่า “แฮ” เพี้ยนมาจากคำว่า “แพร” แปลว่า ผ้าแพร

แต่วันที่ขึ้นเต็มคือ วันที่ 9 – 14 ค่ำ ตั้งแต่วันที่ 14 วัน เปิดไปจนวันปิดเที่ยงคืนวันที่ 20 ตอนเย็นปฏิบัติธรรมมีทุกวัน การแสดงมหรสพ มีการแสดงกลองปูจา ผอ.ยุ้ย เล่าต่อว่า “พี่ทำโปรแกรมนี้เพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งเสริมบารมีเสริมดวงการปฏิบัติธรรมสำหรับที่วัดแห่งนี้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ด้วย การที่คนใฝ่เรียนรู้ปฏิบัติธรรม เสริมบารมีทำทานและกระจายไปให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย ถือว่าเป็นทานบารมีชนิดหนึ่ง”

ขึ้นในระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2561 หรืองานประเพณีหกเป็ง ซึ่งนับเป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องสืบทอดมายาวนาน และยังเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธา ต่อบวรพระพุทธศาสนา ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่

เลขที่ 1 ถนนช่อแฮ ตำบล ป่าแดง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 54000

ถนนสายหม้อฮ่อมบ้านทุ่งโฮ้งแหล่งการค้าขายเสื้อผ้า
ก่อนกลับกรุงเทพ แวะชอปปิ้งที่ ถนนสายหม้อฮ่อมบ้านทุ่งโฮ้งแหล่งการค้าขายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ผ้าหม้อห้อมขนาดใหญ่ แต่ละร้านมีราคาที่แตกต่างกัน บ้างก็ราคาสูงด้วยงานดีไซน์ ขณะที่บางร้านแตกต่างด้วยการนำเสนอผ้าหม้อห้อมย้อมสีธรรมชาติและการดีไซน์ที่แตกต่างกันการตกแต่งร้านก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

แพร่…เมืองเล็กๆ ที่หลายคนคิดว่าเป็นเพียงทางผ่านแต่ถ้าหากคุณได้เข้าสัมผัส จะพบว่าแพร่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกว่าที่คุณคิด เย็นวันเสาร์
จะมีถนนคนเดินชื่อว่า กากกองเก่า จัดในบรรยากาศชิวๆ ของเมืองเหนือ

ถนนสายหม้อฮ่อมบ้านทุ่งโฮ้งแหล่งการค้าขายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ผ้าหม้อห้อม

จบไปกับ 10 จุดแวะที่จังหวัดแพร่ ถึงคราวที่ต้องหยิบกระเป๋าแล้วลองออกไปเที่ยว แพร่…เมืองเล็กๆ เเห่งนี้สักครั้งนะคะ แล้วจะทำให้รู้ว่า เมืองแพร่ เป็นเมืองต้องห้าม…พลาด จริงๆ

บุฟเฟ่ต์บรันช์วันเสาร์

ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟินิกซ์ สีลมเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งสัปดาห์ มาทานบุฟเฟ่ต์สบายๆ
ไม่ต้องกังวลรถติดในเย็นวันธรรมดากับ บุฟเฟ่ต์บรันช์วันเสาร์
ที่ ร้านเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟินิกซ์ สีลม

กุ้งแม่น้ำเผาและหอยนางรมสด
กุ้งแม่น้ำเผาร้อนๆ เสริฟตลอดเวลา
อาหารเช้าจานโปรดที่ใครหลายๆ คนชื่นชอบกับเมนู “ไข่เบเนดิกต์”

ไข่เบเนดิกต์ เป็นอาหารเช้าหรือบรันช์ที่มีต้นกำเนิดในนครนิวยอร์ก สหรัฐ ประกอบด้วยขนมปังมัฟฟินอังกฤษผ่าครึ่งสองชิ้น ด้านบนเป็นไข่ดาวน้ำ เบคอนหรือแฮม ราดด้วยซอสฮอลแลนเดส

ให้ทุกวันเสาร์ของคุณ เป็นมากกว่าวันหยุดพักผ่อน ด้วยบุฟเฟ่ต์แสนอร่อยทั้งเมนูอาหารไทยและนานาชาติ เริ่มต้นมื้อบรันช์ ด้วยเมนูอาหารเช้าจานโปรดที่ใครหลายๆ คนชื่นชอบกับเมนู “ไข่เบเนดิกต์” และไม่ว่าคุณจะมองหาเมนูสุดฮอตฮิตขอเราอย่าง กุ้งแม่น้ำเผาและหอยนางรมสด หรือจะเป็น
ซีฟู้ดออนไอฃ์ สดใหม่อย่าง หอยตลับ กุ้งแดง และหอยแมลงภู่ ซึ่งสามารถเพลิดเพลินได้ไม่อั้น ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดของเราแล้ว รับรองว่าแซ่บถึงใจ เกินห้ามใจ

ห้ามพลาดกับซุ้มขนมจีน , ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด , กุ้งอบวุ้นเส้น , กุ้งทอดซอสมะขามและส้มตำกุ้งสด นอกจากนี้ยังมีอาหารสไตล์อิตาเลียน พาสต้าในชีสพามีซาน ที่เชฟปรุงให้คุณใหม่ๆ จานต่อจานและมีให้คุณเลือกได้ตามใจชอบทั้งซอสต้มยำกุ้งหรือคาโบนาร่า มาอร่อยให้ครบสูตร ต้องปิดท้ายด้วยของหวาน ไอศกรีม เค้ก และผลไม้สดตามฤดูกาล

“ไข่เบเนดิกต์”
ไข่เบเนดิกต์

“บุฟเฟ่ต์บรันช์วันเสาร์”
เปิดให้บริการระหว่าง เวลา 12.00 – 14.30 น.
ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 27 เมษายน 2562
ราคาปกติ 1,299 บาทสุทธิ/ท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ไม่จำกัดหรือสำรองที่นั่งออนไลน์ ผ่านเว็ปไซต์ลดสูงสุด 50 %
เหลือเพียงท่านละ 650 บาทสุทธิ/ท่าน
สำหรับสมาชิกแอคคอร์พลัส เพียงท่านละ 550 บาทสุทธิ

ซุ้มขนมจีน , ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด , กุ้งอบวุ้นเส้น , กุ้งทอดซอสมะขามและส้มตำกุ้งสด

“บุฟเฟ่ต์บรันช์วันเสาร์”
ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟินิกซ์ สีลม
ระยะเวลาโปรโมชั่น      
ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ วันที่ 2 มีนาคม – 27 เมษายน 2562
เวลา 12.00 – 14.30 น.
ราคา  ท่านละ 1,299 บาทสุทธิ (รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ไม่จำกัด )

ข้อเสนอพิเศษ   มา 2 จ่าย 1 หรือ รับส่วนลดสูงสุด 50%
เมื่อสำรองที่นั่งออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์ : สมาชิกแอคคอร์พลัส
เพียงท่านละ 550 บาทสุทธิ/ ท่าน

ข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง : 02 206 9291
สำรองผ่านเพจ Toptotravel เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2HxnPgU

Oasis Spa Thailand สุขุมวิท 31

ธุรกิจสปาที่เชี่ยวชาญมาตรฐานสูง ที่นี่มีดีมากกว่าการทำสปา Oasis Spa ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

การนวด เป็นการศาสตร์บำบัดความเมื่อยล้า และช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายได้ดีทีเดียว ประโยชน์ของการนวดไทยคือช่วยให้คุณสุขภาพดี ผ่อนคลาย ทำให้หลอดเลือดขยาย การไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทและการทำงานของอวัยวะต่างๆ เมื่อยล้าจากการทำงาน จากสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน ดังนั้นต้องหาอะไรที่ผ่อนคลาย ส่งผลดีต่ออารมณ์และจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจเบิกบาน สดชื่นแจ่มใส นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มหรือรักษาความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการมีสุขภาพดีในระยะยาว

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสมาที่สปาหรูใจกลางกรุงเทพ ที่ Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ตั้งอยู่ในซอย (ซอยสวัสดี) สุขุมวิท 31 อยู่ใจกลางเมือง ร้านนวดและสปาแห่งนี้ บรรยากาศสวยมาก Tototravel หลงไหลและหลงรักตั้งแต่ก้าวแรกที่มีโอกาสมาเยือน อยากชวนมาหยุดเวลา ปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปอย่างไร้กังวัล ที่สำคัญร้านนวดและสปาที่เราแนะนำในวันนี้ ยังเป็นร้านนวดและสปาระดับหรู คุณภาพจัดเต็มสุดๆ ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

เกิดมาทั้งทีต้องได้ลอง เพราะการบำบัดศาสตร์ธรรมที่ทั้งผ่อนคลายและไม่เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ ภายใต้แบรนด์ OASIS SPA ร้านนวด และสปาที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและภูมิปัญญาแบบไทย Therapist ของที่นี่ได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ผ่านการเรียนรู้ ทั้งในด้านทฤษฎีและฝึกฝนด้านปฏิบัติ สร้างบุคลากร เทอราปิส (Therapist ) ที่ได้คุณภาพ สามารถให้บริการในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

เมื่อเปิดประตูเข้ามารู้สึกสดชื่นด้วยกลิ่นหอมๆ พร้อมเสียงเพลงคลอเบาๆ ผ่อนตลายที่สุด และพบกับ Spa Consultant มีให้กรอกใบ Confidential Health Assessment ตามด้วย Welcome Drink ที่นี่ เสริฟน้ำขิงอุ่นๆ ผลไม้ แคนตาลูปและแตงโม เสร็จแล้วทาง Spa Consultant จะสอบถามเรื่องสุขภาพ และน้ำหนักมือของการนวดตามโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ของวันนี้

Therapist สาวสวย พาเดินขึ้นสู่ห้อง Treatment ตามประเภทต่างๆ ที่ Oasis Spa มีห้องทั้งนวดเดี่ยว หรือ นวดแบบคู่รัก วันนี้ Totpotravel มากับเพื่อนสนิทขอเลือกแบบห้องคู่คะ ได้กลิ่นหอมของสมุนไพรไทยของลูกประคบ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนห้องสปาด้าน ในมีขนาดใหญ่และกว้างพอประมาณ มีแยกเป็น 2 เตียง สำหรับคู่รัก ห้องนี้มีการปรับอุณหภูมิ
ให้เหมาะกับการนวด ถ้าร้อนหรือเย็นไป สามารถแจ้งพนักงานให้ปรับได้ตามต้องการ ต่อจากนั้น อาบน้ำ-เปลี่ยนชุด เพื่อเตรียมรอการทำสปา โปรแกรม
King of Oasis Signature Massage

บรรยากาศบริเวณโดยรอบ โดยด้านใน เขียวขจีและร่มรื่น สบายๆ ผ่อนคลาย แฝงไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย โอมล้อมด้วยต้นไม้ แฝงความหรูหราเอาไว้ด้วยกัน สาวๆ คนไหนอยากนวดไทยคลายเส้นกับการบริการแบบ King of Oasis Signature Massage

โอเอซิสเป็นสปาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ การตกแต่งเน้นเรียบง่ายแบบเอเชีย ผสมผสานกับล้านนาไทย ภายในเน้นการตกแต่งแบบน้อยชิ้น เน้นสีขาวและสีเขียวที่ดูแล้วสะอาดตาอยากจัดเต็มทั้งนวดและสปาต้องโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ราคา 3,900 ++ / ท่าน)

การนวดเพื่อผ่อนคลายและการลดอาการอ่อนล้า อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเอกลักษณ์ได้พักผ่อนอย่างล้ำลึก อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โอเอซิสแตกต่างไปจากสปาที่อื่น ๆ คือ มีการโดยคิดค้นโปรแกรมนวดผสมผสานระหว่างศาสตร์ตะวันออกกับตะวันตก เน้นนวดเพื่อผ่อนคลายมากกว่ารักษา เช่น การนวดแบบสี่มือ และ การนวดด้วยน้ำมันลงทองคำบริสุทธิ์ มีความพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการผสานคุณค่าสมุนไพรไทยเข้าไปในทรีทเม้นท์เพื่อเพิ่มสรรพคุณในการผ่อนคลายและการบำรุงผิวพรรณ โดยปราศจากอาการแพ้ จนกลายเป็นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัวของ Oasis Spa

เป็นอีกหนึ่งวันสบายๆ โดยรวมแล้วที่นี่บรรยากาศดีมากๆ มีที่จอดรถ และมีบริการรถ-รับ-ส่ง ยังสถานี BTS เหมาะมาก สำหรับคนที่อยากพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทยค่ะ สำหรับบริการของที่นี่ เน้นสินค้าจากสมุนไพรบำรุงผิวกาย และอุปกรณ์อโรม่าทำหรับทำสปา มีความปลอดภัย
ต่อผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปจนถึงเครื่องหอมตกแต่งบ้าน

Oasis Spa นั้นเป็นร้านนวดสปาที่มีสาขาในกรุงเทพฯ หลายแห่งแถมแต่ละสาขาก็ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสุดๆ
ขอขอบคุณพี่เอิร์ธ PR Oasis Spa

Come away…relax…and indulge yourself at an Oasis Spa, Thailand’s most prestigious, yet casual, day spa with twelve locations in five destinations to serve you.

CHIANG MAI : 053-920-111
BANGKOK : 02-262-2122
PHUKET : 076-337-777
PATTAYA : 038-36 4070

เว็บไซต์ www.oasisspa.net

www.facebook.com/Oasisfanpage

Email: res@oasisspa.net

โอเอซิสสปา ฉลองครบรอบ 16 ปี 16 สาขา

โอเอซิสสปา(ประเทศไทย) นำโดย ภาคิน พลอยภิชา และ 
โทบี้ อัลเลน 

จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปีโอเอซิสสปาพร้อมกับฉลองโอเอซิสสปาสาขาที่ 16 พร้อมให้บริการสปามาตรฐานสากลระดับพรีเมี่ยมโดยมีม.ร..มาลินี จักรพันธุ์, ..ลักษสุภา กฤดากร, ดร.จินดารัตน์ ชุมสายณ อยุธยา, ดร. อวัสดา ปกมนตรีพนิตตา ศรีสะอาด, อุไรวรรณ์ พัฒนศิลป์ Mrs. Universe Thailand,  กัญญาภัค อินทรักษา และ  ชลิตา ตั้งเธียรกุลMiss Tourism ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์, รัศมี ทองสิริไพรศรี ให้เกียรติร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีการแสดงคอนเสิร์ต เพลงคลาสสิกจากศิลปินชื่อดังประกอบด้วย Sophie Tanapura, Christophe Carre, BunnaphatTangpaiboon, Noriko Nakashima ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นในสวนสวยที่ โอเอซิส สปาสุขุมวิท31 

พร้อมกับการประกาศเปิดสาขาใหม่ 2 สาขา 
บนถนนวิทยุและทองหล่อ กรุงเทพมหานครในเร็วนี้

www.oasisspa.net

โอเอซิส สปา อยากไปมากที่สุดในเวลานี้

โอเอซิสสปา (ประเทศไทย)
ฉลองความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 16

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยแบบมีความลับอย่างดีที่สุดในประเทศไทย บรรยากาศ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ด้วยการเปิดให้บริการสาขาใหม่ “โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ” สาขาที่ 6 ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ (นิมมานฯ ซอย7) ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสุดชิคใจกลางเมืองเชียงใหม่

โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ เป็นสาขาที่ 14 ของโอเอซิสสปาในประเทศไทย ภายในอาคารทรงยุโรป โดดเด่นด้วยโทนสีแดงดำ ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเม้นท์แบบส่วนตัว จำนวน 8 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องรับรองลูกค้าที่กว้างขวางโล่งสบายเน้นให้ลูกค้าสัมผัสถึงความผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง.

“โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ”
พร้อมให้บริการแล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053 – 920 111
หรือ www.oasisspa.net

นิทรรศการ In Situ from Outside: Recon3iguring the Past in Between the Present

“วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ร่วมเปิดมุมมองใหม่ให้ชิ้นส่วนที่เลือนหายของประวัติศาสตร์ไทยกับนิทรรศการที่จะเปิดประสบการณ์การรับรู้ใหม่ ที่ผสานมุมมอง และการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคลจากหลากหลายสาขา เริ่ม ๖ มีนาคมนี้ ณ พระ
ที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นิทรรศการ In Situ from Outside: Recon3iguring the Past in Between the Present
นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลง ร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน นำเสนอผลงาน ศิลปะที่สร้างขึ้นใหม่ และคัดสรรเฉพาะสำหรับนิทรรศการนี้รวมถึงผลงานจากผู้ เชี่ยวชาญหลากหลาย สาขาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์วังหน้าและรายการกิจกรรมเกี่ยวเนื่องที่จะเกิดขึ้นอีก มากมาย ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนนัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน เป็นการต่อยอดจากนิทรรศการประวัติศาสตร์ วังน่านิมิต ณ หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. ๒๕๖๑)นิทรรศการครั้งนี้ตั้งใจโยงอดีตเข้า สู่บทสนทนาร่วมสมัยที่ท้าทายบทบาทดั้งเดิม ของความเป็นพิพิธภัณฑ์ถอดรื้อแนวคิดที่มอง ประวัติศาสตร์เป็นลำดับเหตุการณ์ตายตัวตามหลักฐานที่พบ ทั้งในแง่รูปแบบและ เนื้อหานิทรรศการ ในครั้งนี้จะร่วมสร้างบทสนทนาอันสำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้บริบทของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย บนพื้นที่ ในต่างช่วงเวลา โดยเน้นไปที่กระบวนการและการมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งเหล่านี้

“วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

โครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า)และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี่ โดยกรมศิลปากร เป็นโครงการที่มีการนำเสนอต่อเนื่องกัน ๓ ภาค มีเป้าประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลหลักฐานทางประวัติ ศาสต์ ออกไปสู่สาธารณชนผ่านรูปแบบกิจกรรมและสื่อประเภทต่างๆ อีกทั้งเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจ ประวัติศาสตร์ ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้ามาศึกษาเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การตีความ และสื่อความหมายจากมิติและ มุมมองหลากหลาย โดยมอบหมายนางสาวสิริกิติยา เจนเซน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ โดย โครงการทั้ง ๓ ภาค ประกอบด้วย

ภาคที่๑ ภาค“นิทรรศการวังน่านิมิตณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร”จัดขึ้นเมื่อวันที่๑๐-๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการเชิงรุกนอกพื้นที่วังหน้า (Outreach / Satellite Exhibition) โดยใช้เทคโนโลยี่เป็น เครื่องมือนำเสนอ ประกอบกับการนำเสนอข้อมูล เนื้อหา และข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพระราชวังบวร สถานมงคล เป็นบทความทั้งสิ้น ๑๑ ตอน เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จัดทำโดย The Standard

ภาคที่ ๒ ภาค “เวปไซต์” ในรูปแบบของนิทรรศการและคลังข้อมูลออนไลน์ เป็นการนำข้อมูลข้ออ้างอิงทั้งหมด ที่คณะทำงานใช้สืบค้น มาเผยแพร่ในรูปแบบคลังข้อมูลเปิด เพื่อสาธารณชนเข้าถึงได้

ภาคที่ ๓ ภาค “ วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ มีนาคมถึง ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย และ มุขกระสัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราช กุมารี เสด็จทรงเปิดงานในวันเสาร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ในภาคสุดท้ายนี้ประกอบด้วยนิทรรศการ “นัยระนาบนอก อินซิทู : แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน” นิทรรศการที่เชิญศิลปิน๗ท่านมาร่วมสร้างบทสนทนากับพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยผ่าน งานศิลปะร่วมสมัย อีกทั้งขยายขอบเขตการจัดแสดง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญอาทินักภาษาศาสตร์ นักดนตรี นักผังเมือง สถาปนิก นักพฤกษศาสตร์ นักออกแบบ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ มาร่วมนำเสนอผลงานแสดงมุมมองและแรงบันดาลใจที่มี ต่อประวัติศาสตร์ ประกอบกับการนำสิ่งของจัดแสดงบางส่วนจาก “นิทรรศการวังน่านิมิต” กลับมานำเสนออีกครั้ง

ศิลปินร่วมสมัย ๗ ท่านได้รับเชิญเพื่อมาร่วมตั้งคำถามและสร้างผลงานโต้ตอบกับชั้นของเวลา และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ ซ้อนทับอยู่ในพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างที่เคยได้ชื่อว่าเป็นวังหน้าศิลปิน ร่วมสำรวจเรื่องราว และแง่มุมต่างๆบนเส้นของเวลา รวมถึง การรับรู้ประวัติศาสตร์ในเชิงอัตวิสัย การทำความเข้าใจอุดมการณ์หรือแนวคิดอันเป็นรากฐาน เรื่องราวทางการเมืองรวมถึงการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์สัณฐานทางประวัติศาสตร์ร่วมถึงแรงผลักที่ทำให้ เรามองหาร่องรอยทาง ประวัติศาสตร์ เรื่องเล่ากระแสหลัก หรือวัตถุที่อ้างสิทธิเป็นดังหลักฐานและ ประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เองที่สร้างให้เกิดการทำความ เข้าใจประวัติศาสตร์

การมองเห็น และการอ่านอดีต ราวกับกระบวนการที่ยังมีชีวิต สิ่งที่เราเรียกว่า ‘ประวัติศาสตร์’ ยังคงโลดเต้นอยู่ในปัจจุบัน นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอชิ้นงานที่มีรากฐานกำเนิดจากแก่นของพื้นที่ ประกอบไปด้วยผลงานในรูปแบบ performative หรือการ กระทำที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงชิ้นงานที่สร้างขึ้นเฉพาะนิทรรศการให้ความสำคัญกับความเข้าใจของผู้ชมและ ประสบการณ์ที่ จะได้รับจากวัตถุต่างๆ ที่เคลื่อนไหว และมีชีวิตอยู่ร่วมกันในพื้นที่แต่ละชิ้นงานเผยให้เกิดการมองเห็น พื้นที่ และ เวลาที่เคลื่อนผ่าน เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และสร้างภาวะการจดจำเรื่องราวเก่าในแบบใหม่
นิทรรศการครั้งนี้เป็นโครงการของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยคุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซน เป็นแกนหลักของคณะทำงาน เหมือนเช่นครั้งที่ผ่านมา ตั้งใจนำเสนอมุมมองในรูปแบบใหม่เพื่อแสดง ให้เห็นวิธีคิดที่แตกต่างในการดึงคนยุคปัจจุบันให้มีส่วน ร่วมกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

อีกความตั้งใจที่จะให้ผู้เข้าชมงานเข้าใจ และเชื่อมโยงกับอดีตมากขึ้น นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน จึงเชื้อเชิญ ๑๓ ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ นักพฤกษศาสตร์ นักดนตรีไปจนถึง เชฟ มาร่วมสืบค้น ศึกษาร่องรอยเกร็ดเก่า นำมาเล่าใหม่ผ่าน ชิ้นงานที่แต่ละคนสร้างสรรค์จัดแสดงที่ มุขกระสัน (ด้านหลังของพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย) รวมถึงกิจกรรมย่อยต่อเนื่องด้วยมุ่งหวัง ให้เกิดการ สื่อสารที่มีคุณค่าผ่านการมีส่วนร่วมระหว่างบุคคลจากหลายหลายสาขากับพื้นที่ของ พระราชวังบวรสถานมงคล (วัง หน้า)ระหว่างเหตุการณ์ตามลำดับเวลาในอดีตกับพื้นที่ซ้อนทับที่ ไม่ปรากฏ ระหว่างประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล ระหว่างอดีตและปัจจุบัน นัยระนาบนอก อินซิทู:แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน จึงเป็นการนำเสนอมิติประวัติศาสตร์ ที่ใช้มุม มองเชิงสังคมและบริบทเป็นตัวนำ เพื่อเข้าใจมรดกทางวัฒนธรรมและความสัมพัน ธ์ของเราต่อสิ่งเหล่านี้ในปัจจุบัน

นัยระนาบนอก อินซิทู:แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน นิทรรศการที่จะร่วมเปิดพื้นที่ทับซ้อนทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โดยศิลปินร่วมสมัยและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา
ศิลปินที่เข้าร่วม: ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์ ออน คาวารา อุดมศักดิ์ กฤษณมิษ นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์ ปรัชญา พิณทอง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช หยัง โว

ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ: จารุพัชร อาชวะสมิต ประพจน์ อัศววิรุฬหการ คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู สายัณห์ แดงกลม ชุดารี เทพาคำ สุวิชชา ดุษฎีวนิช พงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวังศ์ ชาตรี ประกิตนนทการ กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ บุญเตือน ศรีวรพจน์ สุพิชชา โตวิวิชญ์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ตุล ไวฑูรเกียรติ และ Marmosets

ทีมภัณฑารักษ์: นาตาลี บูตัง สิริกิติยา เจนเซน แมรี่ ปานสง่า ๖ มีนาคม – ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ผู้สนับสนุนหลักโครงการ
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
สนับสนุนโดย แอร์ฟรานซ์ เค แอล เอ็ม สื่อพันธมิตร
The Cloud
ชุดบทความเผยแพร่ติดตามได้ที่ readthecloud.co ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน 2019
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ กรุณาติดต่อ:
วรานี เนียมสอน , โทรศัพท์: 081-617-8009

อีเมล: Finearts.pr@gmail.com
ติดตามข่าวสารนิทรรศการได้ที่: www.wangnaproject.com

งานนบพระ-เล่นเพลง เมืองกำแพงเพชร ท่องเที่ยวสไตล์ วิถีไทย สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว

วันนี้ Toptotravel มาที่ จังหวัด กำแพงเพชร ซึ่งเริ่มขึ้นแล้ว “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ. บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชรนั้นอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทยและแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักก็เป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นที่รู้จักกันดี

เช้านี้ ท่องเที่ยวสไตล์วิถีไทย – สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว “งานนบพระ-เล่นเพลง” เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร. จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” ขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำค่านี้ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน


“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชร เมืองมรดกโลก” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย พาคณะสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสบรรยากาศของกิจกรรม “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ.บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณี นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562 ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

ในงาน ชมการแสดงบนเวทีกลางในงานประเพณี นบพระเล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร เดินชมผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพและของดีแต่ละชุมชนวางจำหน่าย “มาเที่ยวบ้านฉัน” โดยมีตัวแทนและชาวกำแพงเพชรนำของดีของแต่ละชุมชนมาบอกเล่าให้คณะกรรมการ และนักท่องเที่ยวได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลินๆ และผู้ร่วมงานยังได้เดินชมบรรยากาศ งานกาชาด

เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562

นายอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย นำสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพิธีเปิดและชมการแสดงแสง สี เสียง โดย นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการแสดง ซึ่งสวยงามตระการตา การแสดงที่มีชื่อเรื่องว่า “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง
“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า
“เราจะทำงานในเชิงประวัติศาสตร์ ตามที่สมเด็จ ฯ ได้กรุณาเล่าให้ฟังถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ เพราะต้องการเปิดเมืองกำแพงเพชร งานต่อไปคือจะเชื่อมโยง วัดด้านนี้กับฝั่งตะวันออก คือ นครชากังราวเดิมคือฝั่งลานโพธิ์หน้าศาลากลาง จะมีการดำเนินการจัดทำแลนด์มาร์ค ในปี 2563 และจะใช้เส้นทางลำน้ำปิงในประวัติศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสต้นมาที่นี่ และมาขึ้นฝั่งนมัสการพระบรมธาตุแห่งนี้ จะดำเนินการในการที่จะทำให้ทั้งสองฝั่งที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน มีนครชุมกับชมกังราว ได้เชื่อมโยงสองจุดสำคัญให้แก่กัน

สำหรับงานประเพณีนบพระเล่นเพลง เป็นการย้อนอดีตให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รับรู้ว่า ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดกำแพงเพชรเป็นอย่างไร เขาจะได้รักถิ่นฐานบ้านเกิดใน 10 วัน 10 คืนที่เราจัดงานได้กำหนดให้มีการจัดการแสดง แสง สีเสียง 2 วัน เนื่องจาก เราติดขัดเรื่องงบประมาณ จึงทำได้เพียงสองวันเท่านั้น

โครงเรื่อง การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

องก์ 1 รัฐพิธีนบพระเล่นเพลง
เป็นการแแสดงและนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของ เมืองกำแพงเพชร เริ่มตั้งแต่ยุคก่อตั้ง สู่ยุครุ่งเรือง ผ่านการแสดงแสง เสียง สุดอลังการ โดยมีฉากหลังเป็นโบราณสถานที่สวยงาม และเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดงาน ด้วยเดิมความในจารึกนครชุม ที่ว่า “ผิผู้ใดได้ไหว้นบ กระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงส์ พร่ำเสมอ ดั่งได้นบตนพระเป็นเจ้าบ้างแล”

องก์ 2 จากตะวันตกสู่ตะวันออก
เป็นการนำเสนอเรื่องราวของแผ่นดินกำแพงเพชรที่แต่เดิม ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำปิง นามเดิมว่า “เมืองนครชุม” หากแต่ได้เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติทำให้เมืองล่มสลายลง ผู้คนจึงละทิ้งแผ่นดินพากันอพยพ ข้ามแม่น้ำปิง มายังฝั่งตะวันออก และสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่นาม “เมืองชากังราว” หรือ “เมืองกำแพงเพชร”

องก์ 3 พุทธศาสน์พิลาศล้ำ
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “พระพุทธสิงหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่ง ซึ่งเคยมาประดิษฐาน ณ.วัดพระแก้ว เมืองกำแพงเพชร เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยแม่หลวงราชมาตา มารดาของติปัญญาอำมาตย์ หรือ “พระยาญาณดิส” ผู้ครองเมืองกำแพงเพชร

องก์ 4 น้ำหมองฟ้า นาครร่ำไห้
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “คนเมืองกำแพงเพชร” ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าศึกจนตัวตาย เพื่อปกปักรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานตราบเท่าทุกวันนี้ กล่าวคือ ภายหลังจากที่ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยไว้ได้ และทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ทรงขึ้นครองราชย์พระนาม “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” นั้น ทางพม่ายังมิได้ถอนกำลังไปโดยเด็ดขาด หากแต่ได้ส่งอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพใหญ่ยกไพร่พลมาประชิดเมืองหมายจะเอาคืนไทย และได้ส่งกะละโบ่ขุนศึกผู้เหี้ยมโหดเข้ามาปล้นเมืองกำแพงเพชร ซึ่งในขณะนั้นไม่มีทหารป้องเมืองแม่สักคนเดียว ด้วยตามพระเจ้าตากสินไปกู้เอกราชจนสิ้น หากแต่ภายหลังกองทัพของพระยาจักรีได้ยกทัพมาช่วยปราบข้าศึกและขับไล่จนพ้นไปจากแผ่นดินได้สำเร็จ

องก์ 5 รัตนโกสินทร์แผ่นดินแห่งมหาราช
เป็นการนำเสนอคุณค่าของแผ่นดินกำแพงเพชรในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มแห่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี นับแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองกำแพงเพชรได้รับพระราชทาน “พระแสงราชศัสตรา” ประจำเมืองกำแพงเพชร นับเป็นสิริมงคลยิ่งของแผ่นดินถิ่นนี้

องก์ 6 ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
แผ่นดินนี้มีคุณค่าด้วยเกิดก่อจากชีวิต จิต วิญญาณของบรรพชนสืบยุคสืบสมัย และมีคุณทางทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม โดยเฉพาะ “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ทางวัฒนธรรม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่มีความโลภครอบงำในจิตใจ ได้แอบแฝงเข้ามาเพื่อลักขโมยสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน แต่ทว่า แผ่นดินแห่งนี้มีบรรพชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาอยู่ จึงมิอาจมีใครทำร้ายมรดกของแผ่นดินนี้ได้

องก์ 7 น้ำเพียงฟ้า พระบารมีเรืองอนันต์
เป็นการนำเสนอคุณค่าของความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และจังหวัดกำแพงเพชรก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของประวัติศาสตร์อารยธรรมและอิ่มเอมไปด้วยแสงทองแสงธรรมแห่งบวรพุทธศาสนา และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา


ดังนั้น ในวาระของการสืบสายงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” เพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน

การแสดงจากผู้ร่วมแสดงนับร้อยชีวิต สำเร็จลงได้อย่างสวยงามเหล่านี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากการผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากมาย เรามีโอกาสได้พูดคุยผู้นำที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยว เมืองกำแพงเพชร ที่จะไม่ให้เป็นเพียงแค่เมืองผ่านเท่านั้น นั่นคือ…คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และคุณอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย พร้อมด้วยพระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร
เช้าวันที่ 2 เริ่มต้นที่ลานพระบรมธาตุเจดีย์นครชุม พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า ที่ด้านหน้าลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไทเสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ณ.วัดพระบรมธาตุนครชุม

นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร

พระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม เล่าถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ว่า วัดพระบรมธาตุเจดียารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยเมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว ก็ยุคสุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมือง กำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระบรมธาตุเจดีย์นครชุม มีการซ้อมรำชุดพุทธบูชา ในพิธีเปิดงานประเพณีนบพระเล่นเพลง ที่ลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไท เสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 1900 จนถึงปัจจุบัน 662 ปี

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว)

น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน อ. คลองลาน จ.กำแพงเพชร
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคลองลาน คุณสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่บริเวณลานจอดรถภายในอุทยาน น้ำตกคลองลานมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาขุนคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 44 ของประเทศ
ที่ครอบคลุมผืนป่าแหล่งสุดท้ายของอำเภอคลองลานและอำเภอเมืองของจังหวัดกำแพงเพชรกว่า 187,500 ไร่ หรือ 300 ตารางกิโลเมตร


การเดินทาง: จากกำแพงเพชรบริเวณกิโลเมตรที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามถนนสายคลองแม่ลาย-อุ้มผาง ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร ถึงบริเวณสี่แยกตลาดคลองลานทางแยกขวามือ เข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกคลองลาน

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: ตลอดปี
สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านพักให้บริการ 9 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ร้านค้าสวัสดิการ ลานกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำชาย-หญิง ห้องน้ำรวม และลานจอดรถ
ติดต่อ-สอบถาม: อุทยานแห่งชาติคลองลาน โทรศัพท์ 055-766-022

เที่ยวไทดำ บ้านวังน้ำ “ดีแต้..เล้”
ช่วงบ่าย เรามุ่งหน้ามามาชมความงดงามของวัฒนธรรม ที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทดำบ้านวังน้ำ ซึ่งจะเป็นศูนย์เรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของชาวไทดำได้ที่นี่นอกจากการแต่งกายแล้วยังมีอาหารพื้นบ้านของชาวไทยทรงดำ ได้รับประทานกัน และการแสดงพื้นบ้านประเพณีวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยทรงดำ การร่ายรำ ที่ชดช้อยสวยงามของชาวไทยทรงดำ แม้แต่เด็กเล็กก็ร่ายรำกันได้อย่างสวยงาม ตามแบบของวัฒนธรรมดั่งเดิมของชนเผ่านี้ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดเดียวทางภาคเหนือตอนล่าง ที่มีชื่อเสียงทางด้านพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ทุกชนิด มีสายน้ำปิงไหลผ่านผ่ากลางจังหวัดกำแพงเพชร

พื้นที่การเกษตรเขียวชอุ่มทั้งสองข้างทาง ผู้คนหลายเผ่าหลายภาษาอพยพย้ายถิ่นฐานมาปักหลักอาศัยทำกินอยู่ในพื้นที่อย่างหลากหลาย จนเกิดประเพณีขึ้น บ้านวังน้ำ อำเภอขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อประมาณปี 2492 ชาวไทดำได้อพยพมาสร้างบ้านเรือนที่บ้านวังน้ำ โดยยังคงมีวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น การไหว้ผีบรรพบุรุษ ผีเรือน การแต่งกาย พิธีเสนเรือน พิธีปาดตง การเล่นคอนฟ้อนแคน


หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

บอกเล่าเรื่องราวชาวบ้านผ่านอาหารพื้นถิ่น
หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ
อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

“งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” 2562 นอกจาก งานประเพณีนี้แล้ว กำแพงเพชร ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น วัดพระบรมธาตุเจดียาราม ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ “เมืองนครชุม” หรือจะเที่ยงแหล่งธรรมชาติ ที่หลายท่านอยากจะมา แวะชมความงดงามตามคำร่ำลือ “น้ำตกคลองลาน” เป็นชุมชนที่มีความรักและสามัคคี ชาวบ้านในชุชุมชนที่มีความน่ารักพร้อมเป็นเจ้าบ้าน เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ที่มีเสน่ห์ซ่อนไว้ อย่างน่าอัศจรรย์

ขอขอบคุณ :
นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชราชการจังหวัด กำแพงเพชร
ทีมงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย และขอขอบคุณ น้องป๊อบ และน้องไอซ์ ตัวแทนจาก ททท.สุโขทัย และจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมารับและมาส่งพี่ๆ สื่อทุกท่าน และดูแลเป็นอย่างดีตลอดทริป

ขอบคุณที่พัก : โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว จ. กําแพงเพชร
ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบไทย ปูพื้นด้วยไม้ลวดลายสวยงาม พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดทันสมัย ทั้งยังสามารถชื่นชมทิวทัศน์ของเมืองกำแพงเพชรและลำน้ำปิง ได้จากบริเวณระเบียงส่วนตัวนอกจากนี้โรงแรมยังมีบริการเชื่อมต่อห้องพักสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กอีกด้วย ห้องพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Superior Room Deluxe Room Junior Suite ตัวโรงแรมออกแบบเน้นความเรียบง่ายแต่สวยงาม ห้องพักทุกห้องออกแบบสวยหรูในสไตลไทยคลาสสิกมีเอกลักษณ์เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพมีระเบียงส่วนตัวสำหรับชมทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำปิงและตัวเมืองกำแพงเพชร

โรงแรม ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำปิง ห่างเพียง 200 เมตร ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่างตลาดไนท์บาร์ซา ห่างเพียง 250 เมตร อยู่ใกล้กับตลาดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ห่าง 100 เมตร และอยู่ใกล้กับสวนสาธารณประจำจังหวัด
ห่าง 150 เมตร เดินทางไปเที่ยวชมความงามของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เพียงแค่ 7 นาที

กำแพงเพชร มีดีกว่าที่คิด ผ่านแล้วห้ามพลาด เที่ยวได้ตลอดปี
งานประเพณี : นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562
เริ่มตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย มีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง
ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

งานนบพระเล่นเพลงและงานกาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ปี 2562