โปรโมชั่นสุดคุ้ม ! ไฮไลท์มาเต็ม บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดมื้อเที่ยงวันเสาร์

ห้องอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล เพลินจิต

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์ เอาใจคนรักบุฟเฟ่ต์และอาหารทะเลกันอย่างต่อเนื่อง กับมื้อเที่ยงวันเสาร์ช่วงเวลาเดิม เพิ่มเติมคือความคุ้มแบบจัดเต็ม พบกันได้แล้ววันนี้

โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยงวันเสาร์จัดให้หนัก!

ทั้งอร่อย ทั้งสบายกระเป๋า แน่นอนว่าสามารถกินได้จนกว่าจะจุกแบบไม่ 3 ชั่วโมงเต็มๆ เลยทีเดียว


บุฟเฟ่ต์โรงแรมดีๆ ในกรุงเทพฯ ที่เราอยากบอกต่อ ไม่อยากให้พลาดลองของดี คุ้มค่า คุ้มราคา อิ่มอร่อยไปกับ ซีฟู้ดมื้อเที่ยงวันเสาร์ ที่ห้องอาหารเดอะสแควร์ ท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งผ่อนคลาย พร้อมให้บริการคุณแล้ว เราขอนำเสนอเมนูไฮไลท์ ไม่ว่าจะเป็นซีฟู้ดออนไอซ์ที่จัดเต็มกันมาแบบแน่นๆ สำหรับวัตถุดิบไฮไลต์ของที่นี่คือ ปูม้า, กุ้งขาว, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และหอยแมลงภู่ดำ ส่วนใครที่ชอบแบบร้อนๆ เราก็มี กุ้งตัวใหญ่ ปูสดๆ ปลาตามฤดูกาล และกุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน ที่หอมกรุ่นเกินห้ามใจ

ที่นี่ เสิร์ฟอย่างไม่ขาดสาย อิ่มและอร่อยกับความหลากหลายของไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มาพร้อมคุณภาพระดับโรงปรมห้าดาว รวมไปถึงอาหารจานเดี่ยว ปรุงสดใหม่ เตรียมพร้อมเสิร์ฟให้เพื่อนๆ ได้จัดเต็มกับบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเกรดคุณภาพ

เต็มอิ่มกับอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ที่เชฟของห้องอาหารบรรจงรังสรรค์ขึ้น เริ่มต้นความอร่อยด้วย ซูชิ, ซาซิมิ นอกจากนี้ยังมีเนื้อเกรดพรีเมียม ขาแกะอบพร้อมซี่โครงหมู และแฮม ไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมีพาสต้า, สลัดบาร์, อาหารไทยและตะวันตกอีกมากมาย สามารถเดินเลือกได้เองตามชอบใจ ปิดท้ายกับวันเสาร์อันแสนสุข ด้วยขนมหวานและไอศกรีมนานาชนิด ทั้งหมดเพียง 1,100++ ต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งไม่อั้น เอาเป็นว่า…ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์อีกต่างหาก

โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยงวันเสาร์ สุดอลังการที่คุณจะได้ใช้เวลาวันหยุดสบายๆ กับครอบครัวและเพื่อนอย่างเต็มที่ ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายซึ่งโรงแรมของเราติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเพลินจิต ทางออก 4

ข้อเสนอพิเศษ!สายกินห้ามพลาด โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด อันลิมิเต็ด สำหรับแฟนเพจ Toptotravel

เพียงจองผ่านลิ้งค์ด้านล่าง จากราคา 1,100++ บาท (ราคาเต็มรวม Vat และค่าบริการ 1,295 บาท)
รับส่วนลดสูงสุดถึง 50 % เพียง 707 บาทสุทธิ
เมื่อจองออนไลน์
http://bit.ly/2W9g1c3

สมาชิกแอคคอร์ พลัส รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% (4 ท่านต่อบัตร) เพียง 590 บาท โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดมื้อเที่ยงวันเสาร์ ห้องอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ เพลินจิต

ะยะเวลาโปรโมชั่น: ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 – 15.00 น.
ราคา 1,100++ บาท/ ท่าน
(เริ่มต้น 707 บาทสุทธิ รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งค์ไม่อั้น)
สำรองที่นั่งได้ที่: 02 305 6000
จองออนไลน์: http://bit.ly/2W9g1c3

มอนท์เอซัวร์ จับมือ แอคคอร์ เปิดตัว “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” แห่งแรกในไทยบนเกาะภูเก็ต

โรงแรมระดับโลกสู่ “มอนท์เอซัวร์”
โครงการแลนด์มาร์คซูเปอร์ไฮเอนด์ขนาด 454 ไร่


MontAzure โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต

“มอนท์เอซัวร์” (MontAzure) โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต เปิดตัว “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” (MontAzure Lakeside) โครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ มูลค่า 2,000 พันล้านบาท พร้อมจับมือ “แอคคอร์” (Accor) และแบรนด์โรงแรมห้าดาวในเครือ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” (MGallery Residences) มาเป็นผู้บริหารงานภายใต้คอนเซ็ปต์โรงแรมและเรสซิเดนซ์

“M” ใน MGallery สื่อถึง “Memorable” (ประสบการณ์ที่น่าจดจำ) และ “Magical” (น่ามหัศจรรย์) ซึ่งผู้เข้าพักที่มาเยือนจะได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทาง ณ จุดหมายปลายทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศตามถนนหนทาง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงได้รื่นรมย์กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง…

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” (MGallery Residences, MontAzure Lakeside) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของโครงการมอนท์เอซัวร์ (Heart of MontAzure) แวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติจากเชิงเขาสู่ชายหาดกมลา เชื่อมต่อการใช้ชีวิตอันเป็นส่วนตัวภายในห้องชุดกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างลงตัว ตัวโครงการสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ ประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย ทะเลสาบและสวนภูมิทัศน์ที่คงไว้ตามธรรมชาติ ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำกับรูปแบบวันพักผ่อนในบรรยากาศและกลิ่นอายของลมทะเล กับผืนทรายขาวละเอียดของหาดกมลาท่ามกลางทิวเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ พร้อมเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตราฐานสากลและการบริการระดับโรงแรมห้าดาวแบบครบวงจร

โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซค์ ประกอบด้วยห้องชุดขนาดกว้างขวางรวม 236 ยูนิต ในแบบสตูดิโอ (Studio) และ 1 ห้องนอน (One Bedroom) ภายในตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนองค์ประกอบตามธรรมชาติของเกาะภูเก็ต เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะของโครงการ ลูกค้าสามารถเลือกวิวทะเลสาบ วิวภูเขาหรือวิวทะเล ผ่านหน้าต่างและระเบียงขนาดใหญ่ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ต้องการห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อห้องชุดเพื่อสร้างห้องขนาดใหญ่อีกด้วย

นอกจากนั้น ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ เจ้าของห้องชุดจะได้รับบริการระดับพรีเมียม และสิทธิประโยชน์จากโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลกในเครือแอคคอร์ ในฐานะสมาชิกระดับวีไอพีอีกด้วย

ภายในโครงการฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตราฐานโรงแรมห้าดาวอย่างเอ็มแกลเลอรี ไม่ว่าจะเป็นศาลาพักผ่อน ลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง ห้องโยคะ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งยังรองรับลูกค้าที่มาพักผ่อนพร้อมครอบครัว ด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 สระ สระว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกาย (lap pool) สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มพร้อมสระว่ายน้ำเด็ก และคลับสำหรับคุณหนู ๆ นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหาร ที่ให้บริการตลอด
วัน (all-day dining) บาร์เครื่องดื่มที่สระน้ำ (Pool bar) ห้องฟิตเนส และ
คลับเฮาส์

เจ้าของห้องชุดสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ยังได้รับบริการสุดพิเศษในแบบฉบับ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์ กล่าวว่า “ด้วยสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา และทำเลที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ทั้งยังได้ “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์”หนึ่งใน พรีเมี่ยมแบรนด์ของ แอคคอร์ มาเป็นทีมบริหาร ทำให้เรามั่นใจว่า “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” เป็นโครงการที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนทั้งในด้านการบริการและผลตอบแทนในอนาคตอย่างแน่นอน”

ด้าน มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์ กล่าวว่า “โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซด์ นับเป็นโอกาสที่ลงตัวในการเปิดตัว “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” ครั้งแรกในประเทศไทย โดย “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่เน้นการนำเสนอเรื่องราวและความงดงามของสถานที่นั้น ๆ ซึ่งโครงการมอนเอซัวร์มีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและเงียบสงบ สะท้อนเสน่ห์ของเกาะภูเก็ตได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่า การร่วมมือของ เอ็มแกลลอรี กับ มอนท์เอซัวร์ จะสร้างประสบการณ์อันเป็นที่จดจำให้แก่ผู้เข้าพัก และยกระดับคุณภาพที่อยู่อาศัยในภูเก็ตให้เหนือระดับยิ่งขึ้น”

มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์

ทั้งนี้ โครงการมอนท์เอซัวร์ อาณาจักรมิกซ์ยูสมูลค่ากว่าหมื่นห้าพันล้าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 454 ไร่ บนหาดกมลา ประกอบไปด้วย ที่พักส่วนตัวระดับลักซัวรี่ คอนโดมิเนียมริมทะเล รีสอร์ตระดับ 5 ดาว ไลฟ์สไตล์มอลล์ และศูนย์สุภาพ รวมถึงร้านอาหารและบีชคลับบนชายหาดมลา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับอีกมากมาย โดยมอนท์เอซัวร์ได้รับรางวัลระดับภูมิภาครวมถึง “Best Mixed-Use DevelopmentThailand” จากเวที Asia Property Awards อีกด้วย

เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์ นับเป็นแบรนด์โรงแรมระดับไฮเอนด์ล่าสุดที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับมอนท์เอซัวร์ หลังจาก คาเฟ่เดลมาร์ (Cafe del Mar) ทวินปาล์ม เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ (Twinpalms Residences MontAzure) และ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท (InterContinental Phuket Resort) ซึ่งมีกำหนดจะเปิดในปีนี้ ผู้พักอาศัยที่ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” สามารถเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารและบีชคลับบนหาดกมลาที่อยู่ภายในโครงการมอนท์เอซัวร์ ลูกค้าสามารถเดินหรือใช้บริการรถรับ-ส่งฟรีไปยังชายหาดได้อีกด้วย

เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Accor Ownership Benefits Program ในสถานะ “VVIP” และได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกแพลตตินั่มของ Le Club AccorHotels พร้อมส่วนลด 20% และอัพเกรดห้องพักสำหรับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์”
ราคาเริ่มต้น 7.2 ล้านบาท มีกรรมสิทธิ์ถือครองแบบสมบูรณ์ (Freehold)
พร้อมการบริหารในรูปแบบโรงแรมสำหรับนักลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม
www.montazure.com
อีเมล sales@montazure.com หรือโทร +66 93 624 8800

ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel)

ยินดีต้อนรับ….สู่สถานที่พักผ่อนอันน่าทึ่งของครอบครัว ตื่นรับอรุณพร้อมชมวิว ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม หลวงพระบางเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของลาว ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ศิลปะและหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รวมไปถึงผลผลิตสดใหม่จากทุ่งนาและฟาร์ม “พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว กำลังถูกยกให้เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลาว เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เพิ่งเปิดมาได้ 9 เดือน บนพื้นที่ 100 ไร่ จัดเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีสวยงาม ตั้งอยู่ท่าม กลางธรรมชาติ ธารน้ำ ภูเขาโอบล้อม รวมไปถึงทุ่งนาขั้นบันไดบริเวณใจ กลางของโรงแรม ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นล่าสุดของ “แบรนด์พูลแมน” อันโด่งดังของเครือ Accor ใจกลางหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก

โรงแรมมีพื้นที่จัดประชุมที่ใหญ่ที่สุด ในหลวงพระบาง ใครอยากมาเที่ยวหลวงพระบาง แล้วได้ฟีลเก๋หลายๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวคนอาจจะเห็นว่ามีการเปิดตัวของโรงแรมใหม่ๆ คับคั่งมากหน้าหลายตา บางที่มาพร้อมกับจุดขายเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้ง การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงดีไซน์และการตกแต่งที่เป็นจุดสำคัญในการทำให้ผู้เข้าพักประทับใจไม่รู้ลืม

บริเวณ Lobby

วันนี้เรามาเที่ยวเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก ที่หลวงพระบาง ด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน จึงทำให้ภาพรวมของ “พูลแมน หลวงพระบาง” รีสอร์ท ที่มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ ในส่วนห้องพัก รีสอร์ทมีการออกแบบให้แขกได้รับอารมณ์ของความเป็น Laos Contemporary ให้ความสำคัญที่ความสะดวกสบาย พักแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง

พูลแมน หลวงพระบาง ให้บริการห้องพักรวม 123 ห้องในรูปแบบโลว์ไรส์ (low-rise) มีทั้งแบบห้องสวีท ไปจนถึงพูลวิลล่าขนาด 2 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบตกแต่งสไตล์ Laos Contemporary เครื่องใช้ภายในห้องพักทันสมัยครบครัน พนักงานที่นี่เค้าสามารถเข้าใจภาษาไทย ได้รับความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวเรื่อยมาตั้งแต่เปิดให้บริการโดยในส่วนของห้องพักมี ให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละแบบ พร้อมพักผ่อนในห้องพักสุดหรูอย่างเต็มที่เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์ ช้าๆ ชิวๆ มากเลย

เช็คอินที่ล็อบบี้ พร้อม Welcome Drink ด้านหน้าโรงแรมล็อบบี้และที่จอดรถอยู่ฝั่งเดียวกับตัวตึก ตรงล็อบบี้ของรีสอร์ทมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเราจะเห็นร้าน Junction Bar เคล็ดลับอย่างแรกที่อยากบอกเลยคือ ถ้าเราคิดจะมาพักโรงแรมในเครือ ACCOR แนะนำให้เราจองห้องพักโดยตรงกับเว็บไซต์ เพราะนอกจากเว็บโรงแรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่ครบครัน เว็บไซต์หน้าตาดีแล้ว คือเราจะได้เรทห้องพักที่ถูกกว่าที่อื่นๆ อย่างแน่นอน รวมถึงมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่เราสามารถนั่งเล่นอินเตอร์เนต

โดยรีวิวนี้ Toptotravel จะแบ่งเป็น ห้องพัก, สระว่ายน้ำ และห้องประชุม , อาหารเช้า และ สปา นะคะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย


รูปแบบห้องพัก + สิ่งอำนวยความสะดวก
ให้รางวัลกับร่างกายและให้ของขวัญกับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อน วันนี้เรามีโอกาสได้มาพักห้องพรีเมี่ยมดีลักซ์ Premium Deluxe Room ห้องใหญ่มากที่พักมี 2 ชั้น จากทั้งหมด 4 ห้อง ของตัวตึกโรงแรม ตกแต่งในรูปแบบ
ที่เน้นความเป็นไม้และสีสันสว่าง สไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของล้านนา ห้องน้ำใหญ่ ต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิว ห้องน้ำมีฝักบัวอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ และเลือกได้ระหว่างเตียงขนาดคิงไซส์ที่หรูหรา 1 เตียงหรือเตียงขนาดนอนได้สองคน 2 เตียง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องพักได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วน มินิบาร์ อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ ตู้นิรภัยในห้องพัก ดรายเป่าผม เครื่องชั่งน้ำหนัก เตารีด เครื่องรับโทรทัศน์จอแบน พร้อมช่องรายการดาวเทียม โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย

เปิดห้องน้ำได้แบบนี้ ก็จะนอนแช่น้ำ จากห้องน้ำ แช่น้ำไปเห็นวิวสระว่ายน้ำและสนามหญ้า และทุ่งนาขั้นบันไดใจกลางโรงแรม ส่วนการเดินทางไปจุดต่างๆ ภายในโรงแรม สามารถกดเรียกปุ๊บแทบจะมาทันที ห้องพักที่นี่ใช้ระบบคีย์การ์ดจนถึงเข้าห้องพัก ค่อนข้างปลอดภัยแน่นอน ถ้าขี้เกียจเดิน โรงแรมเค้ามีการส่ง ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว

เรื่องหมอนและเตียง นี่คิดว่าคือจุดเด่นของโรงแรมหมอนนอนแล้วไม่ปวดคอ อันนี้ตัวชัญญ่าเอง ค่อนข้างประทับใจเลย กลับจากมาเที่ยวเหนื่อยๆ นอนบนเตียงและหมอนดีๆ คือช่วยให้เราหายเหนื่อยได้เร็วมาก
นอกจากนี้ ในห้องเค้ายังมีตู้เซฟไว้ให้เราใส่ของมีค่า มีทีวี มีราวแขวนเสื้อที่ให้ไม้แขวนมาเหลือเฟือ และมีไวไฟสัญญาณแรงๆ เล่นเน็ตเร็วปรี๊ดมาก สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่โรงแรมให้มาคือค่อนข้างครบ

เมื่อเราเดินเข้ามายังตัวโรงแรม ด้านหน้าโรงแรม เราจะเห็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Junction Bar ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนที่นำคุณไปสู่มุมมองของนาข้าวขั้นบันได ส่วนด้านหน้าโรงแรมนั้นมีที่จอดรถ รวมถึงถ้า ใครเช่ารถมาไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถเลย อันนี้ดีย์ อีกสิ่งหนึ่งที่เก๋คือ ห้องพักที่นี่มีทั้งแอร์และพัดลมติดเพดาน แอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าใครแพ้แอร์ ก็เปิดหน้าต่าง + เปิดพัดลมได้เลยส่วนห้องน้ำทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก มีสบู่ 3-in-1 ให้บริการ คือ สบู่ ยาสระผม และครีมนวดผมในตัว ที่ดีและประทับใจมากคือ ทุกห้องของที่นี่ฝักบัวแรงสะใจ อันนี้ชอบมากๆ เพราะปกติถ้าฝักบัวไม่แรง นี่จะเฟลกับการอาบน้ำ

บรรยากาศดีมากๆจริงๆ ส่วนการบริการ เน้นความน่ารักเป็นกันเองของพนักงาน ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ให้บริการด้วยใจ แต่คงไว้ซึ่งมาตราฐานระดับสากลที่โรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลกให้การยอมรับ ของตกแต่งที่เลือกใช้ก็สื่อถึงวัฒนธรรมของลาว จึงทำให้ภาพรวมของตัวรีสอร์ท มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางดั้งเดิม เป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ ในส่วนห้องพัก พูลแมน หลวงพระบาง มีการออกแบบให้แขกได้รับอารมณ์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน ให้ความสำคัญที่ความสะดวกสบาย พักแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง Facilities ครบมาก ที่นี่มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระด้วยกัน สปา ยิม

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร L’Atelier” ห้องอาหารริมทะเลสาบ อาหารเช้าที่ห้องอาหาร Pullman Luang Prabang มีบริการอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลหรือแบบบุฟเฟต์ All-Day Dining อยู่แล้ว เมนู A La Carte มีหลากหลาย ทั้งลาว ไทย และ ตะวันตกอาหารของที่นี่ได้จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (farm-to-table) ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นออร์แกนิกตามฤดูกาล สมุนไพรลาว ผักและผลไม้เมืองร้อนที่ปลูกในสถานที่ของโรงแรม รวมถึงเก็บเกี่ยวข้าวจากทุ่งนาขั้นบันไดภายในรีสอร์ทมาใช้ในร้านอาหาร

“The Junction” เลานจ์ และห้องสมุดที่ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง ศูนย์ออกกำลังกายตลอด 24 ชั่วโมง สปา คิดส์คลับ สระว่ายน้ำ 3 แห่ง พร้อมพูลบาร์ “H2O” และพื้นที่จัดการประชุมและกิจกรรมที่สามารถรองรับได้ถึง 300 คน ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางเพลิดเพลินกับการพักผ่อนแล้ว เปิดประสบการณ์กับโปรแกรมท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่หลากหลายที่ทางโรงแรมจัดให้อย่างเต็มอิ่ม อาทิ โยคะยามเช้า ไทชิ บนดาดฟ้าของรีสอร์ท
ขอบคุณข้อมูลต่างของโรงแรมด้วยการดูแลและแนะนำของ :
Khun : Supatta Noimuang (ZII)
Director of Sales Marketing
Khun : Sheila May Reas Buenafe
PR & Marketing Communication Manager

Khun : Supatta Noimuang (ZII) and Khun : Sheila May Reas Buenafe

สุดท้าย Toptotravel ขอพาไปชม พูลแมน สปากันค่ะ ตรงนี้เราขอเข้าไปชมบรรยากาศ และ พูดคุยกับ คุณณันท์นภัส ไกรหิรัฐปวีร์ SPA & WELLNESS MANAGER

สรุปทุกอย่างดีงาม ตามท้องเรื่องในระดับห้าดาวของโรงแรมพูลแมน พูลแมน สปา ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Pullman Hotels and Resort หลวงพระบาง ซึ่งอยู่ด้านในสุดของโรงแรม โดยมีแนวคิดว่า เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวแลความเงียบสงบจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด พูลแมน สปา ประกอบด้วยห้องทรีทเมนท์ทั้งหมด 6 ห้อง แต่ละห้องสร้างแบ่งแยกจากกันเป็นสัดส่วน ทุกตึกทาสีขาวสะอาดตา แต่ละห้องทรีทเมนท์ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่หรูหราด้วยการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ คุณณันท์นภัส เล่าให้ Toptotravel ฟังในขณะพาเราเดิน เข้าเยี่ยมชม บริเวณภายใน พูลแมน สปา เราเรียกห้องทรีทเมนท์เป็นตึก 1 -3 เป็นห้องเตียงคู่ ตึก 4 เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับการนวด ตึก 5 เป็นห้องนวดไทยมี 4 เบาะ สำหรับนวดไทยโดยเฉพาะ และตึกสุดท้ายก็จะเป็นห้องนวดเท้าซึ่งสามารถทำเล็บได้ คุณณันท์นภัส เล่าให้ Toptotravel ฟังในขณะพาเราเดิน เข้าเยี่ยมชม บริเวณภายใน พูลแมน สปา เราเรียกห้องทรีทเมนท์เป็นตึก 1 -3 เป็นห้องเตียงคู่ ตึก 4 เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับการนวด ตึก 5 เป็นห้องนวดไทยมี 4 เบาะ สำหรับนวดไทยโดยเฉพาะ และตึกสุดท้ายก็จะเป็นห้องนวดเท้าซึ่งสามารถทำเล็บได้

… ด้วยสนนราคาที่ไม่แพง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้บริการ โดยเฉพาะกับฝีมือการนวดของเทอราปิส ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านประสบการณ์มาอย่างดี ทำให้ พูลแมนสปา ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกว่าต้องจองกันล่วงหน้า เพราะคิวยาวเหยียดจริงๆ อย่างไรก็ตาม หากมาเที่ยวที่ หลวงพระบาง และอยากทดลองฝีมือการนวดของเทอราปิสชาวลาว ระดับพรีเมี่ยม ต้องลองแวะเข้ามา แล้วจะประทับใจ

ที่นี่ พูลแมน สปา….หากใครต้องการอยากไปหรืออยากสอบถามอะไรเพิ่มเติมหรือจองบริการสปาล่วงหน้า ที่นี่เปิดทุกวัน 10.00 -21.00 ลูกค้าจากภายนอกโรงแรมสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยติดต่อผ่าน โอเปอร์เรเตอร์ของโรงแรม Pullman Luang Prabang

พูลแมน หลวงพระบาง คือการคงไว้ซึ่ง “วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน” ของชาวหลวงพระบางที่เป็นรากฐานของเมืองมาตั้งแต่โบราณ โดยได้เชื่อมต่อกับกลิ่นอายของหลวงพระบางเอาไว้ในทุก ๆ ย่างก้าวของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์การบริการที่เป็นพันธมิตรกับท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การทำฟาร์มและสวนครัวแบบยั่งยืนภายในโรงแรม และการคิดค้นเมนูอาหารจากวัตถุดิบขึ้นชื่อในพื้นที่ ควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษ์โลก Planet 21 ที่เครือข่าย Accor ทั่วโลก

เรื่องทำเลที่ตั้งของ Pullman Luang Prabang
Amazing huge room. Lovely staff. Great pool and nice restaurant.
สัมผัสวิถีลาวบทใหม่ที่ “พูลแมน หลวงพระบาง” ได้แล้ววันนี้
Pullman Luang Prabang
Ban Pong Wanh, 06000 LUANG PRABANG LAO PDR
Tel: +856 71 211 112
อีเมล H9112@accor.com

Old Street Bak Kut Teh มาเมืองไทย | เปิดแล้วสาขาแรก

ด้วยความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตร Venture Food & Restaurants วันนี้ Old Street Bak Kut Teh แถลงเปิดสาขาแรกแล้วในเมืองไทย ที่ MBK Center กรุงเทพมหานครฯ
หลังจากก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 ตอนนี้ Old Street Buk Kut Teh มีร้านกว่า 22 ร้านใน 4 เมืองใหญ่โดยเป็นเจ้าของและบริหารเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของ Old Street Group ที่เป็นเจ้าของและบริหารร้านอาหารที่มีชื่อเสียงหลากหลายแบรนด์ คุณภาพจากประสบการณ์อันยาวนานนั้นสัมผัสได้จากทุกๆเมนูที่นำเสนอ

เมนูขึ้นชื่อของ Old Street Bak Kut Teh ได้แก่ บักกุ๊ดเต๋แบบดั้งเดิม (ซุปซี่โครงหมู) ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน บักกุ๊ดเต๋แห้ง หมูตุ๋นซอสสูตรพิเศษ

จุดเด่นของเราคือน้ำซุปซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบักกุ๊ดเต๋เคี่ยวด้วยกระดูกหมูชั้นดีอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ทำให้ซุปนั้นอุดมไปด้วยคอลลาเจนซึ่งช่วยในเรื่องของผิวพรรณและสุขภาพ

นอกจากนี้แป้งปาท่องโก๋ (You tiao) ยังทอดสดๆตามสั่งของลูกค้าเพื่อคงความกรอบอร่อย ทั้งนี้ทุกเมนูปราศจากผงชูรส

Jason Lim กรรมการผู้จัดการ Old Street Group ชี้แจงว่าทุกๆเมนูของสาขา MBK นั้นจะไม่ต่างกับของสาขาอื่นๆ เราค่อนข้างตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสมาให้บริการและเผยแพร่อาหารยอดนิยิมนี้ให้กับเพื่อนๆชาวไทย
สำหรับเพื่อนๆที่อยู่ในกรุงเทพมหานครตอนนี้สามารถมาลิ้มลองและสัมผัสรสดั้งเดิมของบักกุ๊ดเต๋ได้แล้ว

Jacqueline Sim กรรมการผู้จัดการ Venture Food & Restaurants ผู้ร่วมทุนยังได้กล่าวว่า ความนิยมในบักกุ๊ดเต๋ (ซุปซี่โครงหมู) นั้นเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดร้าน Old Street Bak Kut Teh สาขาแรกในประเทศไทยร่วมกับ Old Street Group สิงคโปร์
เพื่อนำเสนอรสชาติดั้งเดิมของอาหารยอดนิยมนี้ให้กับทุกๆท่านในประเทศไทยได้ลิ้มลอง

ร้านอาหารตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 โซน C Unit 29 MBK Center บริเวณกลางห้าง
สามารถเดินเชื่อมมาจากสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติได้ มีที่จอดรถจำนวนมากให้บริการ สำหรับการเปิดตัว ทางร้านได้นำเสนอชุดอาหารเลิศรส 3 ชุดในราคาสุดพิเศษ ในวันนี้ Old Street Group ยังได้ประกาศเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ร้าน Old Street Bak Kut Teh ทั่วโลก

Jason Lim กล่าวว่า ด้วยโมเดลธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำกำไรได้
ระบบการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงโครงสร้างและแนวทางการดูแลแฟรนไชส์ที่เป็นระบบ ประกอบกับชื่อเสียงของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เราจะสามารถช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการทั้งรายเก่ารายใหม่ และร่วมสร้างสรรค์ให้ Old Street Bak Kut Teh เป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจร้านอาหารประเภทนี้ได้

Jason Lim กรรมการผู้จัดการ Old Street Group ชี้แจงว่าทุกๆเมนูของสาขา MBK นั้นจะไม่ต่างกับของสาขาอื่นๆ เราค่อนข้างตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสมาให้บริการและเผยแพร่อาหารยอดนิยิมนี้ให้กับเพื่อนๆชาวไทย
สำหรับเพื่อนๆที่อยู่ในกรุงเทพมหานครตอนนี้สามารถมาลิ้มลองและสัมผัสรสดั้งเดิมของบักกุ๊ดเต๋ได้แล้ว

Jacqueline Sim กรรมการผู้จัดการ Venture Food & Restaurants ผู้ร่วมทุนยังได้กล่าวว่า ความนิยมในบักกุ๊ดเต๋ (ซุปซี่โครงหมู) นั้นเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดร้าน Old Street Bak Kut Teh สาขาแรกในประเทศไทยร่วมกับ Old Street Group สิงคโปร์ เพื่อนำเสนอรสชาติดั้งเดิมของอาหารยอดนิยมให้กับทุกๆท่านในประเทศไทยได้ลิ้มลอง

ร้านอาหารตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 โซน C Unit 29 MBK Center บริเวณกลางห้าง
สามารถเดินเชื่อมมาจากสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติได้ มีที่จอดรถจำนวนมากให้บริการ สำหรับการเปิดตัว ทางร้านได้นำเสนอชุดอาหารเลิศรส 3 ชุดในราคาสุดพิเศษ

ในวันนี้ Old Street Group ยังได้ประกาศเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ร้าน Old Street Bak Kut Teh ทั่วโลก Jason Lim กล่าวว่า ด้วยโมเดลธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำกำไรได้ ระบบการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานเดียวกัน
รวมถึงโครงสร้างและแนวทางการดูแลแฟรนไชส์ที่เป็นระบบ ประกอบกับชื่อเสียงของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เราจะสามารถช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการทั้งรายเก่ารายใหม่ และร่วมสร้างสรรค์ให้
Old Street Bak Kut Teh เป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจร้านอาหารประเภทนี้ได้

เกี่ยวกับ Old Street GroupOld Street Bak Kut Teh เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2010
และเติบโตเรื่อยมาจนเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจร้านอาหารประเภทนี้ โดยมีร้านอาหารกว่า 22 ร้านใน 4 เมืองใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของและบริหารเองทั้งหมด โดยสาขาแรกเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ และได้นำเสนออาหารดั้งเดิมจานนี้ในห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมในตลาด Old Street Bak Kut Teh ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ที่สุด เมนูปาท่องโก๋ (Yu tiao) นั้นทอดสดตามสั่งของลูกค้าได้ ตัวซุป ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของบักกุ๊ดเต๋ยอดนิยมเคี่ยวด้วยกระดูกหมู 100% อย่างช้าๆยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้นำซุปยังคงคอลลาเจนธรรมชาติ 100% เอาไว้ได้ ซึ่งมีส่วนส่งเสริมสุขภาพหลายๆ ด้าน

นอกจากนี้ Old Street Bak Kut Teh ยังได้พัฒนาคุณภาพเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเราได้พัฒนาสูตรบักกุ๊ดเต๋แห้งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเราเอง บักกุ๊ดเต๋ทะเล และบักกุ๊ดเต๋ลักซา เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ไม่จำเจให้กับลูกค้า
Old Street Bak Kut Teh เป็นส่วนหนึ่งของ Old Street Group
ซึ่งก็เป็นเจ้าของและบริหารร้านอาหารเกาหลีดั้งเดิม KkoKkoNara ร้านอาหารจีนดั้งเดิม Nanyang Old Street และสแน็คบาร์ The Café Lobby (www.oldstreetbakkutteh.com)

ในวันนี้ เราได้เดินทางเข้าสู่เส้นทางใหม่ล่าสุดในธุรกิจอาหารด้วยการร่วมทุนกับ Old Street Bak Kut Teh จากสิงคโปร์ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดเพื่อนำเสนอบักกุ๊ดเต๋คุณภาพสไตล์สิงคโปร์ในกรุงเทพ
(http://www.pingsrestaurantgroup.com/)


FindThePhotoBooth, Score! Bar BKK และ #FindTheLockerRoom

“UNAGI SUMMER VIBES” 3 เมนูสร้างสรรค์ของ On the Table, Tokyo Café

ความสุขหน้าร้อน ด้วยอูนางิ กับ “UNAGI SUMMER VIBES”
เฉพาะหน้าร้อนนี้เท่านั้น

On the Table, Tokyo Café จัดเซอร์ไพรส์ ต้อนรับหน้าร้อน ชวนทุกคนมาอิ่มอร่อยกับแคมเปญ Unagi Summer Vibes – เมนูสุดพิเศษจากวัถตุดิบคุณภาพอย่าง “อูนางิ” (ปลาไหลน้ำจืด) ที่มีปริมาณเนื้อและไขมันเหมาะสมกับขนาดตัวมากที่สุดซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมรับประทานกันในช่วงฤดูร้อน ออน เดอะ เทเบิล จึงรังสรรค์ออกมาเป็น 3 เมนูสุดพิเศษ เพื่อเปิดประสบการณ์การทานปลาไหลในฤดูร้อนจากความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เพราะนอกจากความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ ยังเป็นอาหารที่ยังเพิ่มพลังให้กับร่างกาย
ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เริ่มด้วยเมนูแรก กับ Unagi Surprise Box (ข้าวอบหน้าอูนางิ) ราคา 690 บาท ข้าวอบโฮมเมดสูตรเฉพาะของ On the Table หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ อัดแน่นด้วย “อูนางิ” ย่างชิ้นโตเนื้อนุ่ม หนังกรอบด้านบน ให้คุณได้อร่อยแบบเต็มคำ โรยหน้า “Sansho” (พริกไทยญี่ปุ่น) ช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยยิ่งขึ้น เสิร์ฟพร้อมกับซุปมิโซะร้อนๆ 2 ถ้วย (สำหรับ 2 ท่าน)

เมนูที่ 2 กับ Crunchy Unagi Rolls (ครันชี่อูนางิโรล) ราคา 360 บาท อร่อยเต็มคำกับซูชิมากิอย่าง Cucumber Roll คำโต ที่วางบนเท็มปุระครันชี่ กรุบกรอบ อัดแน่นไปด้วยไข่กุ้ง และราดด้วยครีมชีสหอมมันกำลังดี ท๊อปด้วย “อูนางิ” ชิ้นยาวกลิ่นหอมหวาน รสชาติเข้ากัน ช่วยเพิ่มพลังให้กับคุณ

สุดท้ายกับเมนู Crispy Unagi Summer Salad (สลัดคริสปี้อูนางิ) ราคา 320 บาท เมนูที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์และความสดชื่น กับสลัดผัดสดสีสันสดใสนานาชนิด เพิ่มรสชาติเปรี้ยวอมหวานด้วยมะม่วงสุกหั่นเต๋า ทานกับ “อูนางิ” ชุปแป้งบางๆ ทอด ชิ้นพอดีคำ กรอบนอก นุ่มใน ราดด้วยน้ำสลัดยูสุแบบใส กลิ่นหอม สดชื่น สูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน

เพื่อเติมเต็มความอร่อยให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น ยังมีเมนูของหวานและเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก “มะม่วง” ที่รังสรรค์มาในสไตล์โตเกียวคาเฟ่ในช่วงหน้าร้อนนี้เท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็น Mellow Mango Waffle (วาฟเฟิลเมลโลแมงโก้) ราคา 160 บาท วาฟเฟิลสูตรพิเศษของทางร้าน เสริฟพร้อมมะม่วงน้ำดอกไม้หั่นเต๋า ราดซอสมะม่วงหวานฉ่ำ ทานคู่กับพุดดิ้งมะม่วงเนื้อนุ่มและซอสคัสตาร์ด หรือจะเป็น Mango Berry Popsicle (แมงโก้เบอร์รี่ป็อปซิเคิล) ราคา 150 บาท น้ำมะม่วงผสมกับน้ำมิกซ์เบอร์รี่ให้รสชาติหอมหวานชื่นใจ เพิ่มความซ่าจากโซดา ท๊อปด้วยไอศครีมฟรุ๊ตตี้และมะม่วงสด เป็นเครื่องดื่มคลายร้อน ที่รับรองว่าทุกคนจะต้องติดใจ พิเศษสุดๆ สำหรับสมาชิก On the Table สามารถใช้ 20 คะแนน แลกรับส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับ 2 เมนูนี้ทันที

“UNAGI SUMMER VIBES” พร้อมเสริฟให้ทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อย
และสดชื่นแบบจัดเต็มได้แล้ววันนี้ จนถึง 2 มิถุนายน ที่ On the Table, Tokyo Café ทุกสาขา

ติดตามรายละเอียดแคมเปญและข่าวสารกิจกรรมได้ที่
Facebook: www.facebook.com/OntheTableTokyoCafe
Instagram: @onthetabletokyocafe และ Line: @onthetable

*ยกเว้น สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ข้าวอบหน้าอูนางิ ราคา 760 บาท, ครันชี่อูนางิโรล ราคา 395 บาท, สลัดคริสปี้อูนางิ ราคา 350 บาท, วาฟเฟิลเมลโลแมงโก้ ราคา 180 บาท และแมงโก้เบอร์รี่ป็อปซิเคิล ราคา 160 บาท

ความสุขของหน้าร้อน ด้วยอูนางิ On the Table, Tokyo Café

จัดโปรโมชั่นพิเศษ UNAGI Summer Set เซ็ตเมนูสุดคุ้ม ให้คุณสุขอิ่มอร่อยต่อเนื่องตลอดหน้าร้อนนี้

On The Table, Tokyo Café จัดเซอร์ไพรส์ต่อเนื่อง ให้ทุกคนได้
สุขตลอดหน้าร้อน นี้กับ Unagi Summer Set – 2 เซ็ตเมนูสุดคุ้ม จากแคมเปญ Unagi Summer Vibes เมนูที่สร้างสรรค์จาก “อูนางิ” (ปลาไหล) ในแบบฉบับเฉพาะของทางร้าน จับเซ็ตกับเมนูสุดฮิตของทางร้าน
ซึ่งมีให้เลือกดังนี้

SET A 990 บาท ประกอบไปด้วย Unagi Surprise Box (ข้าวอบหน้าอูนางิ) ข้าวอบสูตรลับเฉพาะหอมกลิ่นเครื่องเทศ ที่อัดแน่นไปด้วย “อูนางิ” ชิ้นโตเต็มๆ คำ, Spicy Salmon Sashimi (สไปซี่แซลมอนซาซิมิ) ยำแซลมอนรสชาติจัดจ้าน และ Mellow Mango Waffle (วาฟเฟิลเมลโลแมงโก้) วาฟเฟิลสูตรพิเศษ พร้อมมะม่วงน้ำดอกไม้หั่นเต๋า ราดซอสมะม่วงหวานฉ่ำ ทานคู่กับพุดดิ้งมะม่วงและคัสตาร์ด

SET B 720 บาท ที่เรียกน้ำย่อยด้วยอาหารทานเล่น อย่าง Bacon Gyoza (เกี๊ยวซ่าเบคอน) ตามด้วย Crunchy Unagi Rolls (ครันชี่อูนางิโรล) มากิคำโต ที่อัดแน่นไปด้วยไข่กุ้งและครีมชีส ท๊อปด้วย “อูนางิ” ชิ้นยาว พร้อมเท็มปุระครันชี่ กรุบกรอบ อร่อยเต็มคำ ปิดท้ายด้วย Spaghetti Tomyum Seafood (สปาเก็ตตี้ต้มยำซีฟู้ด) เมนูพาสต้าต้มยำที่ครบเครื่องซีฟู้ด รสจัดจ้านในสไตล์ไทย

Unagi Summer Set พร้อมมอบรอยยิ้มให้ทุกคนในทุกมื้อแล้ว
ตั้งแต่วันนี้ – 2 มิถุนายน 2562 ที่ On the Table, Tokyo Café ทุกสาขา ติดตามรายละเอียดแคมเปญและข่าวสารกิจกรรมได้ที่ Facebook: www.facebook.com/OntheTableTokyoCafe Instagram: @onthetabletokyocafe และ Line: @onthetable

*ยกเว้น สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า SET A ราคา 1,090 บาท
และ SET B ราคา 790 บาท