All posts by Shanya

Oasis Spa Thailand สุขุมวิท 31

ธุรกิจสปาที่เชี่ยวชาญมาตรฐานสูง ที่นี่มีดีมากกว่าการทำสปา Oasis Spa ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

การนวด เป็นการศาสตร์บำบัดความเมื่อยล้า และช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายได้ดีทีเดียว ประโยชน์ของการนวดไทยคือช่วยให้คุณสุขภาพดี ผ่อนคลาย ทำให้หลอดเลือดขยาย การไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทและการทำงานของอวัยวะต่างๆ เมื่อยล้าจากการทำงาน จากสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน ดังนั้นต้องหาอะไรที่ผ่อนคลาย ส่งผลดีต่ออารมณ์และจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจเบิกบาน สดชื่นแจ่มใส นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มหรือรักษาความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการมีสุขภาพดีในระยะยาว

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสมาที่สปาหรูใจกลางกรุงเทพ ที่ Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ตั้งอยู่ในซอย (ซอยสวัสดี) สุขุมวิท 31 อยู่ใจกลางเมือง ร้านนวดและสปาแห่งนี้ บรรยากาศสวยมาก Tototravel หลงไหลและหลงรักตั้งแต่ก้าวแรกที่มีโอกาสมาเยือน อยากชวนมาหยุดเวลา ปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปอย่างไร้กังวัล ที่สำคัญร้านนวดและสปาที่เราแนะนำในวันนี้ ยังเป็นร้านนวดและสปาระดับหรู คุณภาพจัดเต็มสุดๆ ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

เกิดมาทั้งทีต้องได้ลอง เพราะการบำบัดศาสตร์ธรรมที่ทั้งผ่อนคลายและไม่เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ ภายใต้แบรนด์ OASIS SPA ร้านนวด และสปาที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและภูมิปัญญาแบบไทย Therapist ของที่นี่ได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ผ่านการเรียนรู้ ทั้งในด้านทฤษฎีและฝึกฝนด้านปฏิบัติ สร้างบุคลากร เทอราปิส (Therapist ) ที่ได้คุณภาพ สามารถให้บริการในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

เมื่อเปิดประตูเข้ามารู้สึกสดชื่นด้วยกลิ่นหอมๆ พร้อมเสียงเพลงคลอเบาๆ ผ่อนตลายที่สุด และพบกับ Spa Consultant มีให้กรอกใบ Confidential Health Assessment ตามด้วย Welcome Drink ที่นี่ เสริฟน้ำขิงอุ่นๆ ผลไม้ แคนตาลูปและแตงโม เสร็จแล้วทาง Spa Consultant จะสอบถามเรื่องสุขภาพ และน้ำหนักมือของการนวดตามโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ของวันนี้

Therapist สาวสวย พาเดินขึ้นสู่ห้อง Treatment ตามประเภทต่างๆ ที่ Oasis Spa มีห้องทั้งนวดเดี่ยว หรือ นวดแบบคู่รัก วันนี้ Totpotravel มากับเพื่อนสนิทขอเลือกแบบห้องคู่คะ ได้กลิ่นหอมของสมุนไพรไทยของลูกประคบ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนห้องสปาด้าน ในมีขนาดใหญ่และกว้างพอประมาณ มีแยกเป็น 2 เตียง สำหรับคู่รัก ห้องนี้มีการปรับอุณหภูมิ
ให้เหมาะกับการนวด ถ้าร้อนหรือเย็นไป สามารถแจ้งพนักงานให้ปรับได้ตามต้องการ ต่อจากนั้น อาบน้ำ-เปลี่ยนชุด เพื่อเตรียมรอการทำสปา โปรแกรม
King of Oasis Signature Massage

บรรยากาศบริเวณโดยรอบ โดยด้านใน เขียวขจีและร่มรื่น สบายๆ ผ่อนคลาย แฝงไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย โอมล้อมด้วยต้นไม้ แฝงความหรูหราเอาไว้ด้วยกัน สาวๆ คนไหนอยากนวดไทยคลายเส้นกับการบริการแบบ King of Oasis Signature Massage

โอเอซิสเป็นสปาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ การตกแต่งเน้นเรียบง่ายแบบเอเชีย ผสมผสานกับล้านนาไทย ภายในเน้นการตกแต่งแบบน้อยชิ้น เน้นสีขาวและสีเขียวที่ดูแล้วสะอาดตาอยากจัดเต็มทั้งนวดและสปาต้องโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ราคา 3,900 ++ / ท่าน)

การนวดเพื่อผ่อนคลายและการลดอาการอ่อนล้า อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเอกลักษณ์ได้พักผ่อนอย่างล้ำลึก อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โอเอซิสแตกต่างไปจากสปาที่อื่น ๆ คือ มีการโดยคิดค้นโปรแกรมนวดผสมผสานระหว่างศาสตร์ตะวันออกกับตะวันตก เน้นนวดเพื่อผ่อนคลายมากกว่ารักษา เช่น การนวดแบบสี่มือ และ การนวดด้วยน้ำมันลงทองคำบริสุทธิ์ มีความพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการผสานคุณค่าสมุนไพรไทยเข้าไปในทรีทเม้นท์เพื่อเพิ่มสรรพคุณในการผ่อนคลายและการบำรุงผิวพรรณ โดยปราศจากอาการแพ้ จนกลายเป็นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัวของ Oasis Spa

เป็นอีกหนึ่งวันสบายๆ โดยรวมแล้วที่นี่บรรยากาศดีมากๆ มีที่จอดรถ และมีบริการรถ-รับ-ส่ง ยังสถานี BTS เหมาะมาก สำหรับคนที่อยากพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทยค่ะ สำหรับบริการของที่นี่ เน้นสินค้าจากสมุนไพรบำรุงผิวกาย และอุปกรณ์อโรม่าทำหรับทำสปา มีความปลอดภัย
ต่อผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปจนถึงเครื่องหอมตกแต่งบ้าน

Oasis Spa นั้นเป็นร้านนวดสปาที่มีสาขาในกรุงเทพฯ หลายแห่งแถมแต่ละสาขาก็ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสุดๆ
ขอขอบคุณพี่เอิร์ธ PR Oasis Spa

Come away…relax…and indulge yourself at an Oasis Spa, Thailand’s most prestigious, yet casual, day spa with twelve locations in five destinations to serve you.

CHIANG MAI : 053-920-111
BANGKOK : 02-262-2122
PHUKET : 076-337-777
PATTAYA : 038-36 4070

เว็บไซต์ www.oasisspa.net

www.facebook.com/Oasisfanpage

Email: res@oasisspa.net

โอเอซิสสปา ฉลองครบรอบ 16 ปี 16 สาขา

โอเอซิสสปา(ประเทศไทย) นำโดย ภาคิน พลอยภิชา และ 
โทบี้ อัลเลน 

จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปีโอเอซิสสปาพร้อมกับฉลองโอเอซิสสปาสาขาที่ 16 พร้อมให้บริการสปามาตรฐานสากลระดับพรีเมี่ยมโดยมีม.ร..มาลินี จักรพันธุ์, ..ลักษสุภา กฤดากร, ดร.จินดารัตน์ ชุมสายณ อยุธยา, ดร. อวัสดา ปกมนตรีพนิตตา ศรีสะอาด, อุไรวรรณ์ พัฒนศิลป์ Mrs. Universe Thailand,  กัญญาภัค อินทรักษา และ  ชลิตา ตั้งเธียรกุลMiss Tourism ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์, รัศมี ทองสิริไพรศรี ให้เกียรติร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีการแสดงคอนเสิร์ต เพลงคลาสสิกจากศิลปินชื่อดังประกอบด้วย Sophie Tanapura, Christophe Carre, BunnaphatTangpaiboon, Noriko Nakashima ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นในสวนสวยที่ โอเอซิส สปาสุขุมวิท31 

พร้อมกับการประกาศเปิดสาขาใหม่ 2 สาขา 
บนถนนวิทยุและทองหล่อ กรุงเทพมหานครในเร็วนี้

www.oasisspa.net

โอเอซิส สปา อยากไปมากที่สุดในเวลานี้

โอเอซิสสปา (ประเทศไทย)
ฉลองความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 16

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยแบบมีความลับอย่างดีที่สุดในประเทศไทย บรรยากาศ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ด้วยการเปิดให้บริการสาขาใหม่ “โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ” สาขาที่ 6 ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ (นิมมานฯ ซอย7) ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสุดชิคใจกลางเมืองเชียงใหม่

โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ เป็นสาขาที่ 14 ของโอเอซิสสปาในประเทศไทย ภายในอาคารทรงยุโรป โดดเด่นด้วยโทนสีแดงดำ ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเม้นท์แบบส่วนตัว จำนวน 8 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องรับรองลูกค้าที่กว้างขวางโล่งสบายเน้นให้ลูกค้าสัมผัสถึงความผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง.

“โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ”
พร้อมให้บริการแล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053 – 920 111
หรือ www.oasisspa.net

นิทรรศการ In Situ from Outside: Recon3iguring the Past in Between the Present

“วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ร่วมเปิดมุมมองใหม่ให้ชิ้นส่วนที่เลือนหายของประวัติศาสตร์ไทยกับนิทรรศการที่จะเปิดประสบการณ์การรับรู้ใหม่ ที่ผสานมุมมอง และการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคลจากหลากหลายสาขา เริ่ม ๖ มีนาคมนี้ ณ พระ
ที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นิทรรศการ In Situ from Outside: Recon3iguring the Past in Between the Present
นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลง ร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน นำเสนอผลงาน ศิลปะที่สร้างขึ้นใหม่ และคัดสรรเฉพาะสำหรับนิทรรศการนี้รวมถึงผลงานจากผู้ เชี่ยวชาญหลากหลาย สาขาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์วังหน้าและรายการกิจกรรมเกี่ยวเนื่องที่จะเกิดขึ้นอีก มากมาย ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนนัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน เป็นการต่อยอดจากนิทรรศการประวัติศาสตร์ วังน่านิมิต ณ หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. ๒๕๖๑)นิทรรศการครั้งนี้ตั้งใจโยงอดีตเข้า สู่บทสนทนาร่วมสมัยที่ท้าทายบทบาทดั้งเดิม ของความเป็นพิพิธภัณฑ์ถอดรื้อแนวคิดที่มอง ประวัติศาสตร์เป็นลำดับเหตุการณ์ตายตัวตามหลักฐานที่พบ ทั้งในแง่รูปแบบและ เนื้อหานิทรรศการ ในครั้งนี้จะร่วมสร้างบทสนทนาอันสำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้บริบทของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย บนพื้นที่ ในต่างช่วงเวลา โดยเน้นไปที่กระบวนการและการมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งเหล่านี้

“วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

โครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า)และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี่ โดยกรมศิลปากร เป็นโครงการที่มีการนำเสนอต่อเนื่องกัน ๓ ภาค มีเป้าประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลหลักฐานทางประวัติ ศาสต์ ออกไปสู่สาธารณชนผ่านรูปแบบกิจกรรมและสื่อประเภทต่างๆ อีกทั้งเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจ ประวัติศาสตร์ ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้ามาศึกษาเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การตีความ และสื่อความหมายจากมิติและ มุมมองหลากหลาย โดยมอบหมายนางสาวสิริกิติยา เจนเซน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ โดย โครงการทั้ง ๓ ภาค ประกอบด้วย

ภาคที่๑ ภาค“นิทรรศการวังน่านิมิตณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร”จัดขึ้นเมื่อวันที่๑๐-๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการเชิงรุกนอกพื้นที่วังหน้า (Outreach / Satellite Exhibition) โดยใช้เทคโนโลยี่เป็น เครื่องมือนำเสนอ ประกอบกับการนำเสนอข้อมูล เนื้อหา และข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพระราชวังบวร สถานมงคล เป็นบทความทั้งสิ้น ๑๑ ตอน เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จัดทำโดย The Standard

ภาคที่ ๒ ภาค “เวปไซต์” ในรูปแบบของนิทรรศการและคลังข้อมูลออนไลน์ เป็นการนำข้อมูลข้ออ้างอิงทั้งหมด ที่คณะทำงานใช้สืบค้น มาเผยแพร่ในรูปแบบคลังข้อมูลเปิด เพื่อสาธารณชนเข้าถึงได้

ภาคที่ ๓ ภาค “ วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ มีนาคมถึง ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย และ มุขกระสัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราช กุมารี เสด็จทรงเปิดงานในวันเสาร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ในภาคสุดท้ายนี้ประกอบด้วยนิทรรศการ “นัยระนาบนอก อินซิทู : แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน” นิทรรศการที่เชิญศิลปิน๗ท่านมาร่วมสร้างบทสนทนากับพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยผ่าน งานศิลปะร่วมสมัย อีกทั้งขยายขอบเขตการจัดแสดง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญอาทินักภาษาศาสตร์ นักดนตรี นักผังเมือง สถาปนิก นักพฤกษศาสตร์ นักออกแบบ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ มาร่วมนำเสนอผลงานแสดงมุมมองและแรงบันดาลใจที่มี ต่อประวัติศาสตร์ ประกอบกับการนำสิ่งของจัดแสดงบางส่วนจาก “นิทรรศการวังน่านิมิต” กลับมานำเสนออีกครั้ง

ศิลปินร่วมสมัย ๗ ท่านได้รับเชิญเพื่อมาร่วมตั้งคำถามและสร้างผลงานโต้ตอบกับชั้นของเวลา และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ ซ้อนทับอยู่ในพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างที่เคยได้ชื่อว่าเป็นวังหน้าศิลปิน ร่วมสำรวจเรื่องราว และแง่มุมต่างๆบนเส้นของเวลา รวมถึง การรับรู้ประวัติศาสตร์ในเชิงอัตวิสัย การทำความเข้าใจอุดมการณ์หรือแนวคิดอันเป็นรากฐาน เรื่องราวทางการเมืองรวมถึงการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์สัณฐานทางประวัติศาสตร์ร่วมถึงแรงผลักที่ทำให้ เรามองหาร่องรอยทาง ประวัติศาสตร์ เรื่องเล่ากระแสหลัก หรือวัตถุที่อ้างสิทธิเป็นดังหลักฐานและ ประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เองที่สร้างให้เกิดการทำความ เข้าใจประวัติศาสตร์

การมองเห็น และการอ่านอดีต ราวกับกระบวนการที่ยังมีชีวิต สิ่งที่เราเรียกว่า ‘ประวัติศาสตร์’ ยังคงโลดเต้นอยู่ในปัจจุบัน นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอชิ้นงานที่มีรากฐานกำเนิดจากแก่นของพื้นที่ ประกอบไปด้วยผลงานในรูปแบบ performative หรือการ กระทำที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงชิ้นงานที่สร้างขึ้นเฉพาะนิทรรศการให้ความสำคัญกับความเข้าใจของผู้ชมและ ประสบการณ์ที่ จะได้รับจากวัตถุต่างๆ ที่เคลื่อนไหว และมีชีวิตอยู่ร่วมกันในพื้นที่แต่ละชิ้นงานเผยให้เกิดการมองเห็น พื้นที่ และ เวลาที่เคลื่อนผ่าน เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และสร้างภาวะการจดจำเรื่องราวเก่าในแบบใหม่
นิทรรศการครั้งนี้เป็นโครงการของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยคุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซน เป็นแกนหลักของคณะทำงาน เหมือนเช่นครั้งที่ผ่านมา ตั้งใจนำเสนอมุมมองในรูปแบบใหม่เพื่อแสดง ให้เห็นวิธีคิดที่แตกต่างในการดึงคนยุคปัจจุบันให้มีส่วน ร่วมกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

อีกความตั้งใจที่จะให้ผู้เข้าชมงานเข้าใจ และเชื่อมโยงกับอดีตมากขึ้น นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน จึงเชื้อเชิญ ๑๓ ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ นักพฤกษศาสตร์ นักดนตรีไปจนถึง เชฟ มาร่วมสืบค้น ศึกษาร่องรอยเกร็ดเก่า นำมาเล่าใหม่ผ่าน ชิ้นงานที่แต่ละคนสร้างสรรค์จัดแสดงที่ มุขกระสัน (ด้านหลังของพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย) รวมถึงกิจกรรมย่อยต่อเนื่องด้วยมุ่งหวัง ให้เกิดการ สื่อสารที่มีคุณค่าผ่านการมีส่วนร่วมระหว่างบุคคลจากหลายหลายสาขากับพื้นที่ของ พระราชวังบวรสถานมงคล (วัง หน้า)ระหว่างเหตุการณ์ตามลำดับเวลาในอดีตกับพื้นที่ซ้อนทับที่ ไม่ปรากฏ ระหว่างประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล ระหว่างอดีตและปัจจุบัน นัยระนาบนอก อินซิทู:แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน จึงเป็นการนำเสนอมิติประวัติศาสตร์ ที่ใช้มุม มองเชิงสังคมและบริบทเป็นตัวนำ เพื่อเข้าใจมรดกทางวัฒนธรรมและความสัมพัน ธ์ของเราต่อสิ่งเหล่านี้ในปัจจุบัน

นัยระนาบนอก อินซิทู:แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน นิทรรศการที่จะร่วมเปิดพื้นที่ทับซ้อนทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โดยศิลปินร่วมสมัยและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา
ศิลปินที่เข้าร่วม: ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์ ออน คาวารา อุดมศักดิ์ กฤษณมิษ นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์ ปรัชญา พิณทอง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช หยัง โว

ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ: จารุพัชร อาชวะสมิต ประพจน์ อัศววิรุฬหการ คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู สายัณห์ แดงกลม ชุดารี เทพาคำ สุวิชชา ดุษฎีวนิช พงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวังศ์ ชาตรี ประกิตนนทการ กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ บุญเตือน ศรีวรพจน์ สุพิชชา โตวิวิชญ์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ตุล ไวฑูรเกียรติ และ Marmosets

ทีมภัณฑารักษ์: นาตาลี บูตัง สิริกิติยา เจนเซน แมรี่ ปานสง่า ๖ มีนาคม – ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ผู้สนับสนุนหลักโครงการ
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
สนับสนุนโดย แอร์ฟรานซ์ เค แอล เอ็ม สื่อพันธมิตร
The Cloud
ชุดบทความเผยแพร่ติดตามได้ที่ readthecloud.co ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน 2019
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ กรุณาติดต่อ:
วรานี เนียมสอน , โทรศัพท์: 081-617-8009

อีเมล: Finearts.pr@gmail.com
ติดตามข่าวสารนิทรรศการได้ที่: www.wangnaproject.com

งานนบพระ-เล่นเพลง เมืองกำแพงเพชร ท่องเที่ยวสไตล์ วิถีไทย สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว

วันนี้ Toptotravel มาที่ จังหวัด กำแพงเพชร ซึ่งเริ่มขึ้นแล้ว “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ. บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชรนั้นอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทยและแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักก็เป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นที่รู้จักกันดี

เช้านี้ ท่องเที่ยวสไตล์วิถีไทย – สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว “งานนบพระ-เล่นเพลง” เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร. จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” ขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำค่านี้ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน


“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชร เมืองมรดกโลก” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย พาคณะสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสบรรยากาศของกิจกรรม “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ.บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณี นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562 ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

ในงาน ชมการแสดงบนเวทีกลางในงานประเพณี นบพระเล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร เดินชมผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพและของดีแต่ละชุมชนวางจำหน่าย “มาเที่ยวบ้านฉัน” โดยมีตัวแทนและชาวกำแพงเพชรนำของดีของแต่ละชุมชนมาบอกเล่าให้คณะกรรมการ และนักท่องเที่ยวได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลินๆ และผู้ร่วมงานยังได้เดินชมบรรยากาศ งานกาชาด

เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562

นายอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย นำสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพิธีเปิดและชมการแสดงแสง สี เสียง โดย นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการแสดง ซึ่งสวยงามตระการตา การแสดงที่มีชื่อเรื่องว่า “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง
“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า
“เราจะทำงานในเชิงประวัติศาสตร์ ตามที่สมเด็จ ฯ ได้กรุณาเล่าให้ฟังถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ เพราะต้องการเปิดเมืองกำแพงเพชร งานต่อไปคือจะเชื่อมโยง วัดด้านนี้กับฝั่งตะวันออก คือ นครชากังราวเดิมคือฝั่งลานโพธิ์หน้าศาลากลาง จะมีการดำเนินการจัดทำแลนด์มาร์ค ในปี 2563 และจะใช้เส้นทางลำน้ำปิงในประวัติศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสต้นมาที่นี่ และมาขึ้นฝั่งนมัสการพระบรมธาตุแห่งนี้ จะดำเนินการในการที่จะทำให้ทั้งสองฝั่งที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน มีนครชุมกับชมกังราว ได้เชื่อมโยงสองจุดสำคัญให้แก่กัน

สำหรับงานประเพณีนบพระเล่นเพลง เป็นการย้อนอดีตให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รับรู้ว่า ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดกำแพงเพชรเป็นอย่างไร เขาจะได้รักถิ่นฐานบ้านเกิดใน 10 วัน 10 คืนที่เราจัดงานได้กำหนดให้มีการจัดการแสดง แสง สีเสียง 2 วัน เนื่องจาก เราติดขัดเรื่องงบประมาณ จึงทำได้เพียงสองวันเท่านั้น

โครงเรื่อง การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

องก์ 1 รัฐพิธีนบพระเล่นเพลง
เป็นการแแสดงและนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของ เมืองกำแพงเพชร เริ่มตั้งแต่ยุคก่อตั้ง สู่ยุครุ่งเรือง ผ่านการแสดงแสง เสียง สุดอลังการ โดยมีฉากหลังเป็นโบราณสถานที่สวยงาม และเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดงาน ด้วยเดิมความในจารึกนครชุม ที่ว่า “ผิผู้ใดได้ไหว้นบ กระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงส์ พร่ำเสมอ ดั่งได้นบตนพระเป็นเจ้าบ้างแล”

องก์ 2 จากตะวันตกสู่ตะวันออก
เป็นการนำเสนอเรื่องราวของแผ่นดินกำแพงเพชรที่แต่เดิม ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำปิง นามเดิมว่า “เมืองนครชุม” หากแต่ได้เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติทำให้เมืองล่มสลายลง ผู้คนจึงละทิ้งแผ่นดินพากันอพยพ ข้ามแม่น้ำปิง มายังฝั่งตะวันออก และสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่นาม “เมืองชากังราว” หรือ “เมืองกำแพงเพชร”

องก์ 3 พุทธศาสน์พิลาศล้ำ
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “พระพุทธสิงหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่ง ซึ่งเคยมาประดิษฐาน ณ.วัดพระแก้ว เมืองกำแพงเพชร เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยแม่หลวงราชมาตา มารดาของติปัญญาอำมาตย์ หรือ “พระยาญาณดิส” ผู้ครองเมืองกำแพงเพชร

องก์ 4 น้ำหมองฟ้า นาครร่ำไห้
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “คนเมืองกำแพงเพชร” ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าศึกจนตัวตาย เพื่อปกปักรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานตราบเท่าทุกวันนี้ กล่าวคือ ภายหลังจากที่ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยไว้ได้ และทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ทรงขึ้นครองราชย์พระนาม “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” นั้น ทางพม่ายังมิได้ถอนกำลังไปโดยเด็ดขาด หากแต่ได้ส่งอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพใหญ่ยกไพร่พลมาประชิดเมืองหมายจะเอาคืนไทย และได้ส่งกะละโบ่ขุนศึกผู้เหี้ยมโหดเข้ามาปล้นเมืองกำแพงเพชร ซึ่งในขณะนั้นไม่มีทหารป้องเมืองแม่สักคนเดียว ด้วยตามพระเจ้าตากสินไปกู้เอกราชจนสิ้น หากแต่ภายหลังกองทัพของพระยาจักรีได้ยกทัพมาช่วยปราบข้าศึกและขับไล่จนพ้นไปจากแผ่นดินได้สำเร็จ

องก์ 5 รัตนโกสินทร์แผ่นดินแห่งมหาราช
เป็นการนำเสนอคุณค่าของแผ่นดินกำแพงเพชรในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มแห่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี นับแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองกำแพงเพชรได้รับพระราชทาน “พระแสงราชศัสตรา” ประจำเมืองกำแพงเพชร นับเป็นสิริมงคลยิ่งของแผ่นดินถิ่นนี้

องก์ 6 ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
แผ่นดินนี้มีคุณค่าด้วยเกิดก่อจากชีวิต จิต วิญญาณของบรรพชนสืบยุคสืบสมัย และมีคุณทางทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม โดยเฉพาะ “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ทางวัฒนธรรม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่มีความโลภครอบงำในจิตใจ ได้แอบแฝงเข้ามาเพื่อลักขโมยสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน แต่ทว่า แผ่นดินแห่งนี้มีบรรพชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาอยู่ จึงมิอาจมีใครทำร้ายมรดกของแผ่นดินนี้ได้

องก์ 7 น้ำเพียงฟ้า พระบารมีเรืองอนันต์
เป็นการนำเสนอคุณค่าของความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และจังหวัดกำแพงเพชรก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของประวัติศาสตร์อารยธรรมและอิ่มเอมไปด้วยแสงทองแสงธรรมแห่งบวรพุทธศาสนา และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา


ดังนั้น ในวาระของการสืบสายงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” เพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน

การแสดงจากผู้ร่วมแสดงนับร้อยชีวิต สำเร็จลงได้อย่างสวยงามเหล่านี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากการผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากมาย เรามีโอกาสได้พูดคุยผู้นำที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยว เมืองกำแพงเพชร ที่จะไม่ให้เป็นเพียงแค่เมืองผ่านเท่านั้น นั่นคือ…คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และคุณอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย พร้อมด้วยพระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร
เช้าวันที่ 2 เริ่มต้นที่ลานพระบรมธาตุเจดีย์นครชุม พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า ที่ด้านหน้าลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไทเสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ณ.วัดพระบรมธาตุนครชุม

นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร

พระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม เล่าถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ว่า วัดพระบรมธาตุเจดียารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยเมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว ก็ยุคสุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมือง กำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระบรมธาตุเจดีย์นครชุม มีการซ้อมรำชุดพุทธบูชา ในพิธีเปิดงานประเพณีนบพระเล่นเพลง ที่ลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไท เสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 1900 จนถึงปัจจุบัน 662 ปี

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว)

น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน อ. คลองลาน จ.กำแพงเพชร
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคลองลาน คุณสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่บริเวณลานจอดรถภายในอุทยาน น้ำตกคลองลานมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาขุนคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 44 ของประเทศ
ที่ครอบคลุมผืนป่าแหล่งสุดท้ายของอำเภอคลองลานและอำเภอเมืองของจังหวัดกำแพงเพชรกว่า 187,500 ไร่ หรือ 300 ตารางกิโลเมตร


การเดินทาง: จากกำแพงเพชรบริเวณกิโลเมตรที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามถนนสายคลองแม่ลาย-อุ้มผาง ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร ถึงบริเวณสี่แยกตลาดคลองลานทางแยกขวามือ เข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกคลองลาน

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: ตลอดปี
สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านพักให้บริการ 9 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ร้านค้าสวัสดิการ ลานกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำชาย-หญิง ห้องน้ำรวม และลานจอดรถ
ติดต่อ-สอบถาม: อุทยานแห่งชาติคลองลาน โทรศัพท์ 055-766-022

เที่ยวไทดำ บ้านวังน้ำ “ดีแต้..เล้”
ช่วงบ่าย เรามุ่งหน้ามามาชมความงดงามของวัฒนธรรม ที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทดำบ้านวังน้ำ ซึ่งจะเป็นศูนย์เรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของชาวไทดำได้ที่นี่นอกจากการแต่งกายแล้วยังมีอาหารพื้นบ้านของชาวไทยทรงดำ ได้รับประทานกัน และการแสดงพื้นบ้านประเพณีวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยทรงดำ การร่ายรำ ที่ชดช้อยสวยงามของชาวไทยทรงดำ แม้แต่เด็กเล็กก็ร่ายรำกันได้อย่างสวยงาม ตามแบบของวัฒนธรรมดั่งเดิมของชนเผ่านี้ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดเดียวทางภาคเหนือตอนล่าง ที่มีชื่อเสียงทางด้านพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ทุกชนิด มีสายน้ำปิงไหลผ่านผ่ากลางจังหวัดกำแพงเพชร

พื้นที่การเกษตรเขียวชอุ่มทั้งสองข้างทาง ผู้คนหลายเผ่าหลายภาษาอพยพย้ายถิ่นฐานมาปักหลักอาศัยทำกินอยู่ในพื้นที่อย่างหลากหลาย จนเกิดประเพณีขึ้น บ้านวังน้ำ อำเภอขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อประมาณปี 2492 ชาวไทดำได้อพยพมาสร้างบ้านเรือนที่บ้านวังน้ำ โดยยังคงมีวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น การไหว้ผีบรรพบุรุษ ผีเรือน การแต่งกาย พิธีเสนเรือน พิธีปาดตง การเล่นคอนฟ้อนแคน


หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

บอกเล่าเรื่องราวชาวบ้านผ่านอาหารพื้นถิ่น
หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ
อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

“งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” 2562 นอกจาก งานประเพณีนี้แล้ว กำแพงเพชร ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น วัดพระบรมธาตุเจดียาราม ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ “เมืองนครชุม” หรือจะเที่ยงแหล่งธรรมชาติ ที่หลายท่านอยากจะมา แวะชมความงดงามตามคำร่ำลือ “น้ำตกคลองลาน” เป็นชุมชนที่มีความรักและสามัคคี ชาวบ้านในชุชุมชนที่มีความน่ารักพร้อมเป็นเจ้าบ้าน เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ที่มีเสน่ห์ซ่อนไว้ อย่างน่าอัศจรรย์

ขอขอบคุณ :
นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชราชการจังหวัด กำแพงเพชร
ทีมงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย และขอขอบคุณ น้องป๊อบ และน้องไอซ์ ตัวแทนจาก ททท.สุโขทัย และจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมารับและมาส่งพี่ๆ สื่อทุกท่าน และดูแลเป็นอย่างดีตลอดทริป

ขอบคุณที่พัก : โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว จ. กําแพงเพชร
ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบไทย ปูพื้นด้วยไม้ลวดลายสวยงาม พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดทันสมัย ทั้งยังสามารถชื่นชมทิวทัศน์ของเมืองกำแพงเพชรและลำน้ำปิง ได้จากบริเวณระเบียงส่วนตัวนอกจากนี้โรงแรมยังมีบริการเชื่อมต่อห้องพักสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กอีกด้วย ห้องพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Superior Room Deluxe Room Junior Suite ตัวโรงแรมออกแบบเน้นความเรียบง่ายแต่สวยงาม ห้องพักทุกห้องออกแบบสวยหรูในสไตลไทยคลาสสิกมีเอกลักษณ์เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพมีระเบียงส่วนตัวสำหรับชมทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำปิงและตัวเมืองกำแพงเพชร

โรงแรม ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำปิง ห่างเพียง 200 เมตร ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่างตลาดไนท์บาร์ซา ห่างเพียง 250 เมตร อยู่ใกล้กับตลาดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ห่าง 100 เมตร และอยู่ใกล้กับสวนสาธารณประจำจังหวัด
ห่าง 150 เมตร เดินทางไปเที่ยวชมความงามของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เพียงแค่ 7 นาที

กำแพงเพชร มีดีกว่าที่คิด ผ่านแล้วห้ามพลาด เที่ยวได้ตลอดปี
งานประเพณี : นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562
เริ่มตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย มีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง
ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

งานนบพระเล่นเพลงและงานกาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ปี 2562

เอราวัณ เดินหน้าตามแผน ลุยปักธง “ฮ็อป อินน์ “กรุงเทพฯ

พร้อมเปิด “คอมโบโฮเท็ล” เมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท 24
ขนาดกว่า 500 ห้อง

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4/61 จำนวน 180  ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากผลประกอบการของไตรมาส 4/60 ส่งผลให้ในปี 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 536 ล้านบาท  และใน
ปี 2562 ตั้งเป้าเติบโต ประมาณ ร้อยละ 10-15 จากปี 2561  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งคาดว่าปีนี้ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจำนวน 41.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 จากปี 2561 โดยประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมจากนักท่องเที่ยว   ทั้งนี้ในปี 2562 มีแผนจะเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 9 แห่ง โดยเป็นโรงแรม ฮ็อปอินน์ ในประเทศไทย  จำนวน 7 แห่ง โรงแรมระดับกลาง และชั้นประหยัดอีก 2 แห่ง จะส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 มีโรงแรมรวมทั้งสิ้น 70 แห่ง มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 9,559 ห้อง โดยตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเข้าพักมากกว่าร้อยละ 80 ในปีนี้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 79 ในปี 2561 และคาดการณ์การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักรวม (ไม่รวมกลุ่ม ฮ็อป อินน์) ร้อยละ 3-5

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีแรกที่เปิดโรงแรมฮ็อป อินน์ ในกรุงเทพฯ จำนวน 2 แห่ง  แห่งแรกคือโรงแรมฮ็อป อินน์ แจ้งวัฒนะ จำนวน 108 ห้องพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ของปีนี้ ตั้งอยู่บริเวณ ซอยแจ้งวัฒนะ 23 ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู สถานีแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด และแห่งที่ 2 คือ โรงแรม    ฮ็อป อินน์ รังสิต จำนวน 79 ห้อง ตั้งอยู่ใกล้โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และห้างสรรพสินค้า   ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต พร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ของปีนี้เช่นกัน”

บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าโรงแรมทั้ง 2 แห่ง จะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งจากทำเลที่สะดวกในการเดินทาง อยู่ใกล้ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์และคุณภาพของโรงแรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือมาโดยตลอด  ตั้งแต่ในปี 2557 ที่เริ่มเปิด ฮ็อป อินน์แห่งแรก จนถึงปัจจุบัน ณ สิ้นปี 2561
มีเครือข่ายโรงแรมฮ็อป อินน์รวมจำนวน 36 แห่งทั่วประเทศไทย

ซึ่งนับเป็นกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ทซึ่งมีเครือข่ายที่ครอบคลุมการให้บริการมากที่สุดในประเทศไทยและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด สะท้อนจากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของโรงแรม เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา รวมถึงสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในฐานะเครือข่ายโรงแรมบัดเจ็ทที่มีคุณภาพ   สำหรับโรงแรมฮ็อป อินน์ อีก 5 แห่งจะเปิดให้บริการที่จังหวัด ขอนแก่น เชียงราย ระยอง หาดใหญ่ และ นครปฐม โดยจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ 

            นอกจากโรงแรมฮ็อปอินน์จำนวน 7 แห่งแล้ว ในปีนี้บริษัท ยังมีแผนจะเปิดให้บริการโรงแรม        เมอร์เคียว ไอบิส สุขุมวิท 24 จำนวนห้องพัก  501 ห้อง ในไตรมาส 4 ของปีนี้  ซึ่งนับเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯของบริษัท ที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุด  โดยโรงแรมตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์และห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม  เป็นโรงแรมรูปแบบคอมโบโฮเต็ล แห่งที่ 3 ของบริษัท ซึ่งมี 2 โรงแรมภายในตึกเดียวกันหลังจากการเปิดให้บริการโรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส สยามซึ่งเป็นโรงแรมคอมโบแห่งแรกในปี 2555 และมีผลการดำเนินงานที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงโรงแรมโนโวเทล ไอบิส สไตล์ สุขุมวิท 4 โรงแรมรูปแบบคอมโบ แห่งที่ 2 ซึ่งเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2561 และได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีอัตราการเข้าพักมากกว่าร้อยละ 60 ในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดให้บริการ 


นางสาวกันยะรัตน์ กฤษณะเทวินทร์  รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ  บมจ. ดิ เอราวัณ

ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 4 ของแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2559-2563) ซึ่งยังคงเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้มุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจการพัฒนาและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทยและอาเซียน โดยในปีนี้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโรงแรมใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปีนี้จำนวน 9 แห่ง และปรับปรุงโรงแรมเดิมให้มีความพร้อมในการแข่งขัน รวมถึงโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและจะเปิดให้บริการในปีต่อ ๆ ไปด้วย  จากการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 บริษัทจะมีจำนวนโรงแรมทั้งสิ้น 70 แห่ง และจำนวนห้องพัก 9,559 ห้องและมุ่งสู่การมีจำนวนห้องพักมากกว่า 10,000 ห้องภายในปี 2563 ได้ตามเป้าหมาย

ด้าน นางสาวกันยะรัตน์ กฤษณะเทวินทร์  รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ  บมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไตรมาส 4/61 กลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่งหลังจากการชะลอตัวในไตรมาส 3/61 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในไตรมาสนี้เท่ากับ 9.7 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 5 จากไตรมาส 4/60   ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยในเดือนธันวาคม 2561 นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ปรับตัวลดลงจากอุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนกรกฎาคม 2561  แม้ว่าจะยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติแต่พัฒนาการนี้ได้สะท้อนให้เห็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัว

ในไตรมาส 4/61 บริษัทเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 4 แห่ง ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีจำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการทั้งสิ้น 61 โรงแรมและมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 8,485 ห้อง นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม 2561 บริษัทได้เปิดให้บริการห้องพักของโรงแรม เจ ดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ซึ่งห้องพักที่ปรับปรุงแล้วเสร็จคิดเป็นจำนวน 70% ของห้องพักทั้งหมด  สำหรับการปรับปรุงห้องพักระยะสุดท้ายจำนวน 30% จะดำเนินการปรับปรุงในระหว่างไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2562

รายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 เท่ากับ 1,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาส 4/60   โดยบริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (“EBITDA”) เท่ากับ 561 ล้านบาทในไตรมาส 4/61 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากไตรมาส 4/60  บริษัทฯ กำไรสุทธิเท่ากับ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากไตรมาส 4/60 และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากกำไรสุทธิ 41 ล้านในไตรมาส 3/61 ส่งผลให้กำไรทั้งปีเท่ากับ 536 ล้านบาทเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6 จากปี 2560

ล่องเรือทานอาหาร ชมวิวเจ้าพระยา ไม่แพงอย่างที่คิด

เรือสำราญ หรูหราที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำพุ และบันไดเลื่อน ไปกินบุพเฟ่ต์นานาชาติ

วันเดอร์ฟูลเพิร์ล เรือสำราญหรูเปิดบ้านต้อนรับคณะสื่อมวลชนอย่างอบอุ่น
วันเดอร์ฟูลเพิร์ล อัครเรือสำราญสุดหรูของไทย สนับสนุนคนไทยเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษเฉพาะคนไทย และเปิดให้จองง่ายๆแบบสะดวกซื้อในเซเว่นอีเลฟเว่นทุกแแห่งทั่วประเทศ

นายพิชิต กุลเกียรติเดช ประธานบริษัท วันเดอร์ฟูลเพิร์ล จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางบริษัทฯได้ออกเรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ล ซึ่งเป็นเรือลำที่ 4 ของ

บริษัทฯ มาให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทุกวัน เป็นเวลา4 ปีกว่ามาแล้วนั้น ปรากฎว่ามีกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากชาติต่างๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น จะเต็มความจุ 500 คนทุกวัน


นายพิชิต กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทำให้เล็งเห็นว่าต้องให้การสนับสนุนคนไทยมาเที่ยวให้มากขึ้น เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสำคัญของคนไทย และสองฝั่งแม่น้ำมีทิวทัศน์งดงามกับสถาปัตยกรรมอันสวยงามและล้ำค่า ควรที่คนไทยจะได้เห็นและชื่นชมความงามเหล่านี้ จึงจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคนไทย จากราคาปกติสำหรับชาวต่างชาติคนละ 2,500 บาท คนไทย 2,000 บาท ลดเหลือคนไทยคนละ1,500 บาทและยังมีส่วนลด10 เปอร์เซนต์สำหรับลดค่าเครื่องดื่มในเรือ

ทั้งนี้ โปรโมชั่นพิเศษดังกล่าว ต้องซื้อจากเคาท์เตอร์เซอร์วิสในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น เริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป “เราต้องการสนับสนุนคนไทยครับ นอกจากจะให้ราคาพิเศษ เรายังได้ร่วมกับออลทิกเกต เปิดให้จองหรือซื้อบัตรได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ถึง 13,000 แห่ง เรียกได้ว่าได้ราคาพิเศษและมีส่วนลดค่าเครื่องดื่มแล้ว ยังซื้อได้ง่ายอีกด้วย และสำหรับราคาคนไทยราคานี้ ต้องซื้อในเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น”

ประธาน บ.วันเดอร์ฟูลเพิร์ล เปิดเผยอีกว่า ทางบริษัทฯยังมีโครงการต่อเรือสำราญลำใหม่ขึ้นมาอีก และจะทำให้สวยหรู ทันสมัยมากขึ้นไปอีก เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของการท่องเที่ยวของประเทศไทย ก็หวังว่ารายได้จากการเปิดจำหน่ายบัตรในเซเว่นอีเลฟเว่น จะนำมาเป็นทุนต่อเรือลำใหม่ โดยถือว่าเราคนไทยมีส่วนร่วมต่อเรือลำใหม่นี้

“จากประสบการณ์กว่า20 ปีของผม ทำให้รู้ว่านักท่องเที่ยวต้องการอะไร ผมกล้าลงทุนสูงเพื่อให้ทุกคนประทับใจ อย่างเรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ลที่บริการอยู่ทุกวันนี้ เรามีบันไดเลื่อน น้ำพุบนดาดฟ้า ทางลาดสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการทั้งทางลงเรือและภายในเรือ นอกจากนี้เรามีท่าเทียบเรือที่ทันสมัยที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เรายังมีร้านอาหารริมแม่น้ำเป็นที่พักผ่อนขณะรอลงเรือ และที่สำคัญคือการบริการอาหารโดยเชพระดับห้าดาว และมีวงดนตรีระดับคุณภาพจากประเทศฟิลิปปินส์ เล่นและร้องได้ทั้งเพลงสากล ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และยังมีสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันจะได้เห็น ก็คือความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา”
“เรือของเราได้มีโอกาสต้อนรับบุคคลสำคัญของโลกมาแล้วหลายท่าน อาทิ มากาเรต แทชเชอร์ , วลาดิเมียร์ ปูติน, นางเมกาวาตี บุตรี , ดาราฮอลลีวู้ด สตีเวน ซีกัล , แจ็ค หม่า ,การประกวดมิสยูนิเวอร์ส ครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2005′”

“ที่สำคัญสูงสุดในชีวิตของผมและของพนักงานบริษัทฯทุกคน ก็คือการได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประทับที่เรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ล เมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้ผมมีกำลังใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำของคนไทยให้คนทั่วโลกรู้จักและยอมรับว่าเราเป็นหนึ่งในด้านนี้” ประธานบ.วันเดอร์ฟูลเพิร์ล กล่าวย้ำในตอนท้าย

ชื่นชมความงดงามสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ล่องไปกับเรือสำราญสุดหรู วันเดอร์ฟูล เพิร์ล ซื้อบัตรง่ายๆ ราคาเบาๆ โปรโมชั่นพิเศษเพื่อคนไทย
สั่งซื้อ จองด่วน ที่นั่งชมวิวสวย ในเวบไซต์
http://www.alldeal.com/deals/foodandrestaurant-wonderfulpearl-240262 และออกบัตรได้ที่ 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ

บ้านชิดกรุง กุ้งเผาเตาถ่าน รสชาติไทยพื้นบ้านร่วมสมัย

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา บ้านไม้ริมน้ำเจ้าพระยาแบบโบราณ กลิ่นอายสองวัฒนธรรมไทยจีนรวมเป็นหนึ่ง แห่งอำเภอสามโคก มีดีกรีที่ความอร่อยต้นตำรับไทยพื้นบ้านแท้ๆ อยากชวนคุณมาลิ้มลอง

เมื่อบ้านชิดกรุง  ร้านอาหารไทย  ชวนมาปักหมุน เช็คอินทานของอร่อย ให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันในรูปแบบอาหารไทยที่ไม่เคยหลับใหล ที่นี่เราจะได้ทานของดีจากทุกฤดูของประเทศไทย ส่วนชื่อร้านบ้านชิดกรุง ที่มีกุ้งเผาก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า มาร้านนี้ไม่ผิดหวังเรื่องกุ้งแม่น้ำอย่างแน่นอน ทางร้านสรรหากุ้งแม่น้ำคุณภาพดีมาจากทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหากใครทาน กุ้งแม่น้ำ จะรู้เลยว่า รสชาติหวานกรอบทานได้ทั้งตัว (ยกเว้นเปลือกกุ้ง) 

บ้านชิดกรุง ร้านอาหารบ้านไม้สไตล์ไทยจีนโบราณแท้ๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งชุมชนเก่าสามโคกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดร้อยปี ก่อนที่จะถูกไฟไหม้ไปเมื่อ10 กว่าปีก่อน นอกจากความสดอร่อยคุณภาพดีของอาหารทุกจาน ที่นี่ครองแชมป์อันดับหนึ่งของโลก ที่ร้านได้รับตำแหน่งเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมาเยือนมากทีสุดหลายปีมาแล้ว  ใครอยากมาทานกุ้งเผาและอาหารไทยฝีมือต้นตำรับสูตรรุ่นคุณย่า คุณยายในบรรยากาศบ้านไม้ริมน้ำสักมื้อ Toptotravel ขอแนะนำ

ร้านอาหารไทย ที่คงความสดแบบพรีเมี่ยม ทั้งรสชาติดั้งเดิม และวิธีการทำแบบไทยแท้ๆ กับทุกเมนูฝีมือคนในพื้นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถานที่นั้นได้อย่างแท้จริง วันนี้เรามีโอกาสได้มาทำความรู้จักแนวความคิดที่ชูความเป็นไทยพื้นบ้านกับเมนูอาหารชวนลิ้มลองที่บ้านชิดกรุง กับ คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ Owener & Chef Director คัดสรรวัตถุดิบกันตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงวิธีการทำที่ยังคงความเป็นไทยเดิม ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ Owener & Chef Director

คุณใหญ่ กล่าวว่า “บ้านชิดกรุง ร้านอาหารบ้านไม้สไตล์ไทยจีนโบราณแท้ๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งชุมชนเก่าสามโคกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดร้อยปี ก่อนที่จะถูกไฟไหม้ไปเมื่อ10 กว่าปีก่อน ที่อยากอนุรักษ์ไว้ ก่อให้เกิดเป็นไอเดียเก๋ๆ อาหารกับสายน้ำ เน้นความเป็นอาหารไทยพื้นบ้านแท้ๆ ที่มีกลิ่นอายวิถีชิวิตของคนริมแม่น้ำ เรามีแหล่งวัตถุดิบที่ดี จากคนในพื้นที่ ทั้งกุ้งทั้งปลาจากแม่น้ำที่เราอยู่ เราได้เรียนรู้ว่าชาวบ้านแถวนี้ นิยมกินอะไร บางวัตถุดิบก็หาได้เฉพาะที่นี่ เราเลยได้เปรียบเรื่องวัตถุดิบกว่าร้านอื่นๆ เราคัดสรรจนกลายมาเป็นเมนูที่ลงตัวของบ้านชิดกรุง บางเมนูพิเศษเฉพาะที่นี่ ที่สำคัญ ใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องไปไกลถึงอยุธยา วิวดี อาหารอร่อยในบรรยากาศริมน้ำ”

ผัดสายบัวกุ้งสดใส่มันกุ้ง


บ้านไม้เก่า ใต้ถุนสูงริมแม่น้ำ ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ภาพวาดขาวดำ และของสะสมโบราณ ระเบียงไม้ยื่นออกไปรับลมแม่น้ำเย็นๆ ทอดสายตาชมบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำ เรือขนทราย ขนข้าว สัญจรผ่านไปมาตัดคุ้งน้ำกว้างใหญ่ นกน้อยบินเอื่อยริมน้ำ ปลาหางเหลืองว่ายกันเบียดเสียดริมท่า กลิ่นหอมเตะจมูกชวนหิว ดึงเรามาหยุดที่เมนูหอมกรุ่นตรงหน้า ที่คุณใหญ่เลือกสรรให้เราได้มาชิมกันอย่างตั้งใจ ถึงเวลาที่เรารอคอย
เรามาเริ่มต้นกันที่ เมนูแรก พระเอกหลักของงาน กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน กุ้งตัวใหญ่ๆๆ มันเยิ้มๆๆ ขนาด 3ตัวโล สดๆๆส่งตรงจากแม่น้ำขึ้นบก ถึงมือแม่ครัวจับผ่ากลางเป็นสองฝั่ง โยนลงเตาถ่านไฟร้อนๆๆลุกโชน กลิ่นหอมไหม้จากถ่านซึบซาบสู่เนื้อกุ้งทีละน้อยจนสุกเป็นสีขาว มันกุ้งเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมเชื้อเชิญ จับคู่กับข้าวสวยร้อนๆสักจาน คู่เคียงน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด จัดจ้านทุกถ้วย ทำใหม่กันทุกช่วง เช้า-เย็น ไม่มีค้าง ด้วยมะนาวแท้ๆ หอมๆ ไร้ชูรส ทั้งสด ทั้งใหม่ กิโลเดียวไม่น่าพอ

ผัดสายบัวกุ้งสดใส่มันกุ้ง เมนูหายาก หาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น คัดสรรกันตั้งแต่แหล่งสายบัว เฉพาะไร่สายใจ การันตีความกรอบ สด สะอาด อย่ารอช้า ตั้งน้ำมันให้ร้อน ผัดกระเทียมพอเหลือง ปรุงรส ตามด้วยมันกุ้ง ผัดพอหอมใส่กุ้งสด ให้รสชาติเข้าเนื้อกุ้ง ต่อด้วยสายบัว นางเอกปิดท้ายความอร่อย พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ

ข้าวผัดชิดกรุงใส่มันกุ้ง เอกลักษณ์ที่บ้านชิดกรุง ข้าวผัดกุ้งสด รสชาติเข้มข้น ผสมผสานความมันของมันกุ้งแบบเน้นๆ ทำให้ข้าวผัด มีความหอม มัน และอร่อยกว่าที่เคย เอาใจทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ มาทั้งครอบครัวสั่งละไม่ผิดหวัง

ต้มข่าปลาสลิดทอด
ปลาสลิดทอดกรอบแบบไร้ก้าง ต้มกะทิให้เดือดแต่ไม่ให้แตกมัน ใส่เครื่องต้มข่า อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกแห้ง และใบมะดัน ตามด้วยปลาสลิดที่พิถีพิถันเอาก้างออกแล้วไปทอดให้กรอบ ปรุงรสจัดจ้าน นวลเนียน ลงตัว ด้วยสูตรเฉพาะของที่ร้าน

ต้มข่าปลาสลิดทอด

ผัดสะตอกุ้งสด

ผัดสะตอกุ้งสด เมนูยอดนิยม สูตรใต้แท้ๆ ด้วยเครื่องตำพริกสดใหม่ กับกะปิแท้อย่างดี หอมๆ ผัดกันบนเตาร้อนๆแบบจานต่อจาน ราดมะนาวตบท้ายก่อนเสิร์ฟ เคล็ดลับความอร่อยแบบดั้งเดิม เพิ่มความหอม หรอยอย่างแรง
ห่อหมกทะเลผัดแห้งกระทะร้อน เต็มเครื่องห่อหมก รสชาติเผ็ดร้อน เข้มข้น เพิ่มความอร่อยด้วยวุ้นเส้นกรุบกริบ อัดแน่นด้วยกุ้ง ปลาหมึก สดๆ แน่นๆ ผัดกันใหม่ๆ เสิร์ฟบนกระทะร้อนๆ แบบปุดๆๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ปลาตาเดียวทอดเกลือ

ปลาตาเดียวทอดเกลือ ปลาตาเดียวนั้นหายาก ต้องมาลองที่นี่ ถึงจะรู้ คลุกเคล้าเกลือทอดกันหนังกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน กินเคียงคู่หมี่ขาวลวก คลุกเคล้ากับกระเทียมเจียวหอมๆ เพิ่มเติมด้วยน้ำจิ้มแบบดั้งเดิม ที่เพิ่มเติมคือใส่ถั่วตัดลงไปด้วย ทำให้มีรสอมหวาน ซ่อน เปรี้ยว เค็ม กินพร้อมกันละลงตัวอย่าบอกใคร

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อนตัวใหญ่

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อนตัวใหญ่ๆ สดๆจากแม่น้ำ เริ่มต้นเคี่ยวกะทิให้ร้อน ปรุงรสด้วยเครื่องแกงสดใหม่ทำเองของทางร้าน มีดีที่เครื่องแกง ปล่อยปลาลงกระทะ ทอดจนปลาและเครื่องเทศเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว เนื้อหวานของปลาสด ความมันของกะทิ ความหอมของเครื่องแกง ความลงตัว ที่อร่อยจนต้องบอกต่อ เมนูนี้คิดราคาตามน้ำหนัก วันนี้เราจัดไปเบาๆเกือบห้าขีดกันเลยทีเดียว

ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน หน้างอ คอหัก

ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน หน้างอ คอหัก ปลาทูแท้ๆจากแม่กลองถูกส่งตัวมาทำเมนูนี้อย่างอร่อย ปรุงรสชาติจัดจ้าน แซ่บด้วยเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูทุบหยาบ และใบมะดัน ถ้าใครมาสั่งเมนูนี้หน้ามะดันออกลูก คุณจะได้ชิมรสชาติที่เข้มข้นมากกว่าเดิม

ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน หน้างอ คอหัก ปลาทูแท้ๆจากแม่กลองถูกส่งตัวมาทำเมนูนี้อย่างอร่อย ปรุงรสชาติจัดจ้าน แซ่บด้วยเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูทุบหยาบ และใบมะดัน ถ้าใครมาสั่งเมนูนี้หน้ามะดันออกลูก คุณจะได้ชิมรสชาติที่เข้มข้นมากกว่าเดิม

น้ำพริกโจร หรือน้ำพริกยำ ที่ใช้การยำแทนการตำ ส่งตรงรสชาติใต้แท้ๆ ใช้กะปิอย่างดีห่อใบตองอังเตาไฟอ่อน ส่งกินหอมเย้ายวน ผสมผสานกับกุ้งสด พริกขี้หนูสวนซอย หอมแดง กระเทียม ปรุงรสให้จัดจ้านจี๊ดจ๊าดถึงใจ กินคู่กับสารพันผักสด ถั่วพู มะเขือม่วง ขมิ้นอ่อน ถั่วฝักยาว แตงกวา แครอท สายบัวกรอบๆ หรือ ผักกาดขาว เฮลท์ตี้มากๆ
ส่งท้ายด้วย เมนูใหม่ล่าสุด กุ้งแม่น้ำทอดราดซอสโหระพา กุ้งแม่น้ำทอดแบบสุกกำลังดี เนื้อไม่แห้งไป คงมันกุ้งไว้แบบเน้นๆ ราดด้วยซอสโหระพาแบบไทยๆ ในสไตล์ฝรั่ง ใบโหระพายกกันมาทั้งสวนปั่นกันเป็นซอสเพรสโต้อย่างเข้มข้น ผัดด้วยน้ำมันมะกอก กระเทียม พริกไทยสด พริกเบาๆ หอมๆ แต่งรสชาติออกเค็มนิดๆ ผสมความมันจากมันกุ้ง เป็นเมนูไทยฟิวชั่น ท้าให้คุณลอง!!

น้ำพริกโจร หรือน้ำพริกยำ

11 เมนูแนะนำ ถ้ามาคุณได้มาลองแล้วจะรู้ว่าเมนูและสถานที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ซึ่งแต่ละเมนูสะท้อนให้เห็นถึงอาหารการกินวิถีชีวิตริมแม่น้ำได้อย่างดี ทั้งรสชาติ และการเลือกใช้วัตถุดิบที่มารังสรรค์เป็นเมนูต่าง

วิธีการเดินทาง : ขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ลงด่านบางพูน ข้ามแม่น้ำปทุม เจอแยกสันติสุข เลี้ยวขวา ประมาณ 4 กิโล สังเกตุป้ายบอก หรือตามพิกัดกูเกิ้ลมาที่ ตม.สามโคก จะอยู่ซอยเดียวกัน ด้านนอกมีลานจอดรถกว้างขวาง ทางเดินเข้ามาจะเป็นแหล่งชุมชน แต่ร้านชิดกรุงจะตัดเข้าซอยเล็กๆอีกที มีป้ายอยู่หน้าซอย หาง่ายมากๆ สามารถแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

สอบถามเพิ่มเติม www.baanchidkrung www.facebook.com/baanchidkrung
สำรองที่นั่ง 098-796-3266, 089-4475783

Tips : สายช้อป ทุกวันวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีตลาดริมน้ำสามโคก บริเวณทางเข้าร้านบ้านชิดกรุง อิ่มท้อง แล้วเดินย่อยได้อีกด้วย

สถานที่เที่ยวใกล้เคียง : แวะนมัสการหลวงพ่อโต และหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากบ้านชิดกรุง ประมาณ 5กิโล

ป่าชายเลนผืนใหญ่ สู่มรดกโลก

ป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา และมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิด เรียนรู้และเรียนรู้กับประสบการณ์ เพราะที่ผ่านมาเรียนรู้กับสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ไม่ใช่ แยกแยะจนเลือกได้ สิ่งที่ชอบที่สุด วันนี้อยากชวนมาท่องเที่ยว ป่าชายเลนระนอง ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value)

นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน จังหวัดระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ที่นี่เหมือนเป็นแค่จุดเล็กๆ ของสังคมที่ไม่มีใครเห็นหรือให้ความสนใจ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ กระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ ด้วยพื้นที่พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่

นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

วันนี้ Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้มีโอกาส พบ นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้ สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น แสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยา และชีววิทยา ที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิดให้เรียนรู้ และสัมผัสกับประสบการณ์ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value) นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน ระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการส่งให้พิจารณา”

ภารกิจหลักของศูนย์ ฯ

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้
สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นแสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศ ชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้ร่วมเดินทางสู้เส้นทาง มีโอกาสรู้จักความใหญ่โตของป่าชายเลน จนทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง ด้วยสายพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง หลายคนคงยังไม่รู้ว่า ศูนย์วิจัยป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการ ให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในเรื่องความสำคัญของป่าชายเลนโดยในแต่ละปีมีผู้เข้ามาทัศนศึกษา ประมาณ 10,000 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เรื่องของเรื่อง คือ แหล่งมรดกโลกจะได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติและก่อให้ เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการ คุ้มครองมรดก
จนปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนทางด้านวิชาการในการ อนุรักษ์ คุ้มครองป้องกันและการบริหารจัดการมรดก ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง

ทำอย่างไร ป่าชายเลนระนอง จึงจะไปสู่มรดกโลก ซึ่งขั้นตอนการประกาศเป็นมรดกโลก ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก การจัดทำเอกสารเพื่อ บรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (TentativeList) ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะ อนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติและคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

ประการที่สอง ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีก่อนจากนั้นจะส่งต่อไปยังคณะ กรรมการมรดกโลกในต่างประเทศพิจารณา หากเห็นชอบแล้ว จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป

ระหว่างที่ Toptotravel ล่องเรือเพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของ ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง อย่างน่าทึง ที่นี่เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ป่าชายเลน สนับสนุนให้ความ ร่วมมือและร่วมศึกษาวิจัยกับสถาบันอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่นชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลน จำนวน 24 ชนิด

ความแตกต่างของ ชนิดพันธุ์สัตว์ กุ้ง หอย ปู ปลา ตะกวด งู ลิง แสม นาก ปลา ตีน รวมทั้งนก ชนิดต่างๆ ป่าชายเลน จังหวัดระนองกระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ มี พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่ นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

ไม่รู้ทำไม ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลนพื้นที่รับผิดชอบ ลักษณะที่ราบชายฝั่งทะเล ลักษณะชายฝั่งแบบจมตัว (submerged shoreline) มีที่ราบชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณกว้าง มีปริมาณฝนเฉลี่ย 4,078.26 มม. (พ.ศ.2546-2555) ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน มีปริมาณฝน เฉลี่ย ประมาณ 600 มม. ต่อเดือน

การท่วมถึงของน้ำทะเล น้ำทะเลท่วมถึง สม่ำเสมอ (SemidiurnalTide) โดยมีความแตกต่างของน้ำ(Tidal range) ในช่วงน้ำเกิด (Spring Tide) เท่ากับ 4.2 เมตรนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยในหลายด้าน เช่น ผลวิจัยชี้ชัดว่าป่าชายเลนระนอง มีศักยภาพดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สรุปคือ ป่าชายเลนช่วยลดความรุนแรงของคลื่นสึนามิ ความเสียหายจากคลื่น สึนามิต่อป่าชายเลนบริเวณบ้าน หาดทรายขาว ของ อำเภอ สุขสำราญ

1.พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณตั้งแต่ริมฝั่งทะเล ลึกเข้าไป ประมาณ 70 เมตรคลื่นสึนามิทำลายจนหมดสิ้นพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณ 70-110 เมตร จากชายฝั่ง ได้ รับความเสียหายบางส่วนพื้นที่ป่าชายเลน ตั้งแต่บริเวณ 110-150 เมตร ไม่พบว่ามีต้นไม้ถูกทำลายและยังเป็นสถานที่สวยงามตามธรรมชาติ

หลังจากได้ฟังเรื่องราว ที่มาของป่าชายเลนสู่มรดกโลก ในห้องบรรยาย ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้เรียนรู้ ผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ความรักที่ยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ ความรับผิดชอบที นายวิจารณ์ มีผล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญ การพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอด เทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่3 (ระนอง) พื้นที่บริเวณสำนักงาน 66 ไร่ สวนรุกขชาติ เนื้อที่ 150 ไร่ ป่าชายเลนบริเวณคลองตำโหงง เนื้อที่ 13,500 ไร่ จังหวัดระนอง จึงได้วางแผนเตรียมความพร้อม ทั้งชุมชน วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ลงลึกถึงเยาวชนในสถาบันการศึกษา ที่จะเป็นกำลังสำคัญ รักษาป่าชายเลน เพื่อให้ได้รับการพิจารณาเป็นป่ามรดกโลกแห่งใหม่ ในเร็วๆ นี้

“ …. ป่าชายเลนของระนอง สมบูรณ์มากและใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่สำคัญป่าที่ระนองมีความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชและสัตว์ สาเหตุเพราะที่นี่มีปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลน ฝนแปดแดดสี่คงเคยได้ยินเมืองระนองเป็นแบบนั้น มีฝนแปดเดือนแล้งแค่สี่เดือน เพราะฉะนั้นแปดเดือนมีปริมาณน้ำฝนมากทำให้ป่าชายเลนเจริญเติบโตดี

สองเพราะพื้นที่ชายฝั่งระนองเป็นพื้นที่ราบ น้ำทะเลท่วมตามน้ำขึ้นและน้ำลงแตกต่างกันถึง 4 เมตร การที่น้ำทะเลท่วมถึง 4 เมตรทำให้ป่าชายเลนกระจายไปได้ไกลและเจริญเติบโตได้ดี และมีลำคลองเล็ก ๆ เชื่อมต่อกันออกไปอีกเป็นลักษณะพิเศษกว่าที่อื่น

เรื่องแหล่งประมงก็สำคัญมาก อดีต ในปี 2519 ป่าชายเลนของระนองเป็นป่าสัมปทาน ให้เอกชนมาสัมปทาน ระยะยาว 15 ปี มีการตัดไม้ แต่หลังจากนั้นปี 1996 รัฐบาลปิดป่าชายเลนทั่วประเทศให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ แต่อนุโลมให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินได้ ที่สำคัญหลังจากที่เราอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ ตอนนี้ถือเป็นแหล่งประมงที่สมบูรณ์ปัจจุบันจับปูดำได้ถึงสองร้อยตัน เพิ่มขึ้นมาก เพราะป่าสมบูรณ์ขึ้น ทำรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น ที่ผ่านมา ป่าชายเลนลดความรุนแรงของคลื่นลมจากสึนามิได้ด้วย ด้วยเพราะสังคมของรากไม้โกงกางประสานกันแน่นทำให้เกิดความเสียหายบางส่วนเท่านั้น เราก็บอกชาวบ้านว่า ต้องช่วยกันปลูกป่าชายเลนจะช่วยในเรื่องของการเป็นกำบังคลื่นลมได้

ด้านความสวยงามทางธรรมชาติ ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศน์ที่สวยงาม ช่วงน้ำขึ้นเป็นสภาพแบบหนึ่งและน้ำลงก็จะเห็นอีกแบบหนึ่ง สามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่ว่าถ้านั่งเรือเยี่ยมชมต้องสอบถามมาล่วงหน้าเพื่อเช็คระดับน้ำ”

การจัดการด้านการท่องเที่ยวป่าชายเลน
ผอ. ศูนย์ ฯ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ โดยทางเราจะประสานกับเรือชาวบ้าน เพื่อนำนักท่องเที่ยว เที่ยวชมป่าชายเลนได้ เป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน

โดยคิดราคาลำละ 2,000 บาท เป็นเรือใหญ่ นั่งได้ 14 คน การจัดการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip ใช้เวลาในการล่องเรือ 2 ชั่วโมง ก็จะพาไปคลองบางโขง ชมป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ไปชมต้นโกงกางยักษ์ ไปแวะชุมชนชาวเลบ้านเกาะเหลา ซึ่งปัจจุบันมีชาวประมงอยู่ราว 200 คน หากสนใจสามารถติดต่อได้

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ มีจำนวนน้อยและต้องเน้นในเรื่องงานวิจัย การจัดการด้านท่องเที่ยว ยังไม่มีงบพัฒนาด้านการท่องเที่ยวลงมา หากมีลงมาการจัดเรือนำเที่ยว คงจะหาเรือให้เล็กลงและมีราคาที่ถูกลงได้”

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากร

ป่าชายเลนที่3 (ระนอง)

ร้านกระบี่ ติ่มซำ ไสไทย

เปิดรอบแรกแข่งกินขนมจีบ “กินจุ กินไว” สุดคึกคัก
ทำท้องให้ว่างแล้วตรงมาที่นี่ ร้านกระบี่ ติ่มซำ
คนรักติ่มซำไม่ควรพลาด…. ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการกิน

ขนมจีบ เตรียมเฮ!!

ภาพจำเก่าๆ ของติ่มซำ อาหารเช้ายอดนิยม ในตัวเมืองกระบี่ เช้านี้มาเติมพลังยามเช้า ก่อนลุยงาน กับอาหารหลากหลายสไตล์ ทั้งติ่มซำ ซาลาเปา โจ๊ก อาหารจานเดียว โดยในทริปครั้งนี้ Toptotravel เดินทางไปยัง จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดในภาคใต้ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังถ้ำ และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ เป็นอีกหนึ่งทริปที่ทุกคนไม่ควรพลาด

เปิดตำนานความอร่อยมานาน ร้านกระบี่ ติ่มซำ เปิดบริการมานานหลายปี ปัจจุบันเปิดให้บริการในพื้นที่ จ.กระบี่ มากถึง 5 สาขา ประกอบด้วยสาขา อ.เมือง ตรงข้าม รพ.กระบี่ สาขา อ.เมือง ตรงข้ามวิทยาลัยการอาชีพกระบี่ สาขาปากทางวัดถ้ำเสือ สาขาเหนือคลอง และสาขาล่าสุดคือสาขาไสไทย เลขที่ 651 หมู่ 5 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ เพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ ไสไทย เพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ ทางร้านจึงจัดทำโครงการ กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่ ขึ้นลิ้มรสความอร่อยและความอร่อยได้ทุกสาขา

ที่นั่งเยอะ คนแน่น ถ้าถามว่าร้านนี้มีอะไรเด็ด ก็ต้องนึกถึงครัวอาหารเช้าที่นี่ ติ่มซำยามเช้า, เช้านี้ต้องติ่มซำ, มื้อเช้า อิ่มอร่อย ที่กระบี่ติ่มซำ เพราะความ
ที่ร้านติ่มซำ จึงเปิดยิงยาวตั้งแต่หกโมงเช้า จนถึงบ่ายสามโมง อยากกินสูตรขนมจีบรสเด็ด พร้อมเคล็ดลับเพิ่มความอร่อยหรือดื่มอะไรก็มีหมด นางพรเพ็ญ เวทย์วัฒนะ ผจก.ร้านกระบี่ติ่มซำ อ.เมือง จ.กระบี่ กล่าวว่า ร้านกระบี่ติ่มซำ เป็นร้านอาหารเช้ารายใหญ่ เพื่อให้เข้ากับรสชาดลิ้นคนไทยทั้งของคาวและของหวาน รวมถึงเป็นแหล่งรวมหลายๆ อารยธรรมทั้งไทยปักษ์ใต้ และไสไทย ย่านนี้คือทำเลที่ดีที่สุดร้านหนึ่ง ใน จ.กระบี่ ติ่มซำไม่ใช่ดังแค่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาตินั่งเครื่องบินบินตรงมาที่กระบี่ เพื่อมากินโดยเฉพาะเมนูยอดฮิตเมื่อมากินติ่มซำต้องไม่พลาดสั่ง ขนมจีบ จุดเด่น คือ ขนมจีบกลมกล่อมหอมอร่อย นึ่งสุกร้อนๆ เคล็ดลับความอร่อยสูตรเฉพาะ และ ซาลาเปา สูตรพิเศษของทางร้านเกิดเป็นความอร่อยที่ลงตัวตามแบบฉบับของ กระบี่ติ่มซำ

งานแถลงข่าวโครงการ “กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่

วันนี้ toptotravel ได้รับเกียรติจาก คุณพรเพ็ญ เวทย์วัฒนะ ผจก.ร้านกระบี่ติ่มซำ ร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่” โครงการจัดการแข่งขันการกินขนมจีบ เนื่องด้วยทางร้าน กระบี่ติมซำ มองเห้นความสำคัญของการกินอาหารมื้อเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญ อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และเข้าใจกระบวนการผลิตอาหารของทางร้านที่มีความสดใหม่ โดยไม่ใช้สารเคมีในการปรุงแต่ง ภายใต้เครื่องจักรที่ทันสมัย
จึงอยากให้ประชาชนทุกท่าน มีโอกาสในการเข้าชมกระบวนการผลิต พร้อมชิมอาหารปรุงใหม่ และต้องการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไป หันมารับประทานอาหารมื้อเช้ามากยิ่งขึ้น จึงผลิตสินค้าสำหรับมื้อเช้าที่สามารถทำทานเองที่บ้านแบบง่ายๆ และปลอดภัยจารสารเคมี ทางร้านจึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น

“ครอบครัวเรา ชอบไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เวลาไปแล้วมักจะนึกถึงคนที่เรารัก และอยากให้คนที่เรารัก รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่มาอุดหนุนเรามานานได้เดินทางไปเที่ยวด้วยกัน นอกจากนั้นเราก็อยากให้ลูกค้าใหม่ได้เข้ามาลองชิม ซึ่งปัจจุบันลูกค้าต่างชาติเข้ามาลองกินบุฟเฟ่ต์ เขาก็ชอบ เพราะเป็นอาหารที่อุ่นร้อนตลอด เขาทานและได้นั่งนึ่งเองแบบร้อนๆ ลูกค้าเล็งเห็นถึงความสด ใหม่และสะอาด ความปลอดภัยของอาหาร เราจึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้เป็นการขอบคุณลูกค้าแล้ว ยังนับเป็นสีสันใหม่ๆ ของเมืองกระบี่ ที่จะทำให้คนได้เข้ามาสัมผัสมากขึ้น”


นางพรเพ็ญ กล่าวต่อว่า การเป็นผู้ผลิต ทำให้ “กระบี่ติ่มซำ ไสไทย” มีความได้เปรียบในการบริหารต้นทุน แม้ว่าการให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ในราคาเพียง 159 บาท อาจจะมีกำไรไม่มากนัก แต่ทางร้านหวังให้กระบี่ติ่มซำเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะสาขานี้สามารถรองรับทัวร์ที่มาจากทั่วสารทิศทั้งคนไทยและต่างชาติ ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารและชมการผลิตขนมจีบในห้องกระจกได้ด้วย และที่ไม่มีการจำกัดเวลาของบุฟเฟ่ต์ เนื่องจากพบว่า พฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารเช้าและเที่ยง จะมีความเร่งรีบ ไม่ได้นั่งนานเหมือนการรับประทานอาหารเย็นหรืออาหารค่ำอยู่แล้ว


สำหรับแผนทางธุรกิจ ในปีนี้จะมีกิจกรรมแข่งกินขนมจีบไปจนถึง เดือนกันยายน 2562 ซึ่งเป็นการเริ่มสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ “กระบี่ติ่มซำ” ในวงกว้าง และปีหน้าจะทำการลงทุนเครื่องผลิตซาลาเปา ส่วนปีต่อไป จะทำการลงทุนในส่วนของเครื่องผลิตเส้น พร้อมกับการมองหาพันธมิตรในการขยายสาขา โดยหวังว่าจะมีร้าน “กระบี่ติ่มซำ” อยู่ในทั่วประเทศ แต่จะเริ่มในทำเลที่มองเห็นศักยภาพ เช่น เชียงใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการตั้งศูนย์ผลิตของกระบี่ติ่มซำในภาคเหนือ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก และที่ปรึกษา โครงการ ม.ล. กานตพงษ์ วรวุฒิ อบต.ไสไทย ท่านนายก ท่านรองนายก และ คณะผู้ติดตาม พี่น้องสื่อสารมวลชน ทุกแขนง คณะครูอาจารย์ คณะกรรมการ
สปอนเซอร์ จากทุกบริษัทฯ ห้างร้าน คณะกรรมการ เพื่อเชิญชวนผู้รักการกินจากทั่วประเทศลงสมัครเข้าแข่งขัน อีกทั้งยังกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้ชิมอาหารอร่อย สด สะอาด และปลอดภัยในราคาประหยัด ของจังหวัดกระบี่


“เราคาดหวังว่า กิจกรรมนี้จะมีการตอบรับที่ดี เพื่อส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีของเมืองกระบี่ ที่สามารถผูกโยงแหล่งท่องเที่ยวในตัวจังหวัดได้อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวลานปูดำ เขาขบาบน้ำ ถนนคนเดิน ท่าปอมคลองสองน้ำ และอีกมาก

การจัดกิจกรรมการแข่งขันท้าแข่ง กินขนมจีบ 5 นาที ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร ก็แข่งได้ ด่วน! รับเพียง 40 ท่าน เท่านั้น
ประชาชนทั่วไป ค่าสมัคร 370.-
นักเรียน นักศึกษา ค่าสมัคร 250.-
รุ่นเยาวชน ค่าสมัคร 100.- (ชิงทุนการศึกษา 1,500.-)


รับเสื้อฟรีในวันแข่งขัน
รางวัล: ลุ้น ทริป และตั๋วเครื่องบินจากสายการบินแอร์เอเชีย
เปิดรับสมัคร วันที่ 5 ธันวาคม 2562
จบการแข่งขัน วันที่ 8 กันยายน 2562

1) ทริปตะลุยหิมะฮอกไกโด จำนวน 4 รางวัล

2) ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กระบี่-เชียงใหม่ พร้อมที่พัก จำนวน 4 รางวัล

3) ตั๋วที่พักกระบี่ 1 คืน และทานฟรีบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ 5 ครั้ง จำนวน 4 รางวัล

กระบี่ ติ่มซำ ร้านที่อัดแน่นด้วยคุณภาพความอร่อย เช้าๆแบบนี้จะมีเมนูอะไรน่าทานกันบ้าง ในราคาสบายๆ ใครผ่านมาผ่านไปเป็นต้องแวะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก

กระบี่ติ่มซำ อีกหนึ่งร้านเด็ดที่หลายท่านไม่ควรพลาด หลังจากอิ่มท้องแล้วประกาศผลการแข่งขัน “กินจุ กินไว ลุ้นฮอกไกโล/เชียงใหม่” รอบคัดเลือก ครั้งที่ 1 มาชมประกาศผลการแข่งขัน “กินจุ กินไว ลุ้นฮอกไกโล/เชียงใหม่”

รุ่นเยาวชน
รางวัลที่1 ทุนการศึกษา มูลค่า 1,500.-
ด.ญ. ณิชากร ชูขำ รับประทานขนมจีบได้ 33 ลูก

รางวัลที่2 ทุนการศึกษา มูลค่า 1,000.-
ด.ช. พัชรพล ณ นคร รับประทานขนมจีบได้ 30 ลูก

รางวัลที่2 ทุนการศึกษา มูลค่า 1,000.-
ด.ญ. กัลยกร อยู่เดช รับประทานขนมจีบได้ 30 ลูก

รางวัลที่3 ทุนการศึกษา มูลค่า 500.-
ด.ญ. เมธาวี แก้วเล็ก รับประทานขนมจีบได้ 27 ลูก

ร้านกระบี่ ติ่มซำ แค่ชื่อร้านก็รู้แล้วว่าโดดเด่น ร้านกระบี่ ติ่มซำ สุดยอดร้านอาหารอร่อยอันเก่าแก่และมีชื่อเสียง ของจังหวัดกระบี่ ทางร้านจัดทำโครงการ “กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่” โดยจะเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป เข้าร่วมการแข่งขัน กินติ่มซำ โดยถ้าคุณชื่นชอบในการกินกินได้มาก และกินได้ไว กิจกรรม “กินจุ กินไว ลุ้นไป ฮอกไกโด/เชียงใหม่”

กระบี่ ติ่มซำ พบอาหารอร่อย บรรยากาศเป็นกันเอง
ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสมัครได้ที่ร้านกระบี่ติ่มซำ

ร้านกระบี่ติ่มซำ ไสไทย
651 หมู่ที่4 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
ผ่านทาง www.krabidimsum.com

ติดต่อสอบถามได้ที่ 081 970 7073