All posts by Shanya

ต้องได้ลอง…ก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย

เปิดตำนานเส้นทางแห่งความอร่อย หลายคนเมื่อพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนินต้องร้องอ๋อกันทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดของแม่ใหม่ ต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทยกลางห้างหรู ตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 น้ำซุปที่ถูกปรุงอย่างพิถีพิถันจากวัตุดิบที่ทางร้านคัดสรรคมาอย่างดีเยี่ยม จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและครองใจคอก๋วยเตี๋ยวเรือมาอย่างยาวนาน

เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถือเป็นเจ้าแรก ในยุคนั้นถือว่าเป็นแหล่งช้อปสุดชิคที่เหล่าเซเลบริตี้ปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกกล่าวถึง เป็นที่ฮือฮา คือ ร้านอาหาร Le Jardin (เลอ จาร์แดง) ซึ่งเป็นร้านอาหาร ในคอนเซ็ปต์ลอบบี้ เลานจ์ นำก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นมาเสิร์ฟบนห้าง ถือเป็นเจ้าแรก ที่ยกความแซ่บมาตั้งไว้บนห้างหรู เป็นที่ถูกถูกใจบรรดานักธุรกิจและนักชิมจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

ถึงวันนี้เป็นเวลายาวนานกว่า 35 ปีแล้ว จากตำนานอาหารของร้าน เลอ จาร์แดง ที่ถ่ายทอดความอร่อยมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง วันนี้ร้านใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล พร้อมเสิร์ฟความอร่อยที่หลายๆคนคิดถึง ในชื่อ ใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และ ล่าสุดรุ่นหลาน คุณมิ้นท์-ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

MaiMai Noodle เปิดที่ Icon Siam ก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย มิ้นท์–ชลิตา สาลีรัฐวิภาค ลูกสาวคนโตในจำนวน 4 คนของ พีระพันธุ์–สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค วันนี้ชวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อและหมูแบบพรีเมี่ยม อาหารของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากความชอบอาหารไทยของคุณยาย และอาหารฝรั่งของคุณแม่ นำมาปรับให้ทันสมัยกลายเป็นอาหารคงคุณค่าอาหารครบ ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ เมนูต้องมีคุณภาพและรสชาติต้องเลิศ น้ำซุป เข้มข้น และอร่อยแบบไม่ต้องปรุง นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยแบบดั้งเดิมอื่นๆ อีกมากมาย อาหารทุกจานเป็นสูตรลับเฉพาะของครอบครัวใหม่ใหม่ได้ลิ้มลองความอร่อยอีกมากมาย

ปัจจุบัน คุณมิ้นท์ เข้ามาสานต่อธุรกิจ จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และล่าสุดรุ่นหลาน คุณมิ้นท์ สานต่อความอร่อยระดับตำนาน ร้าน MaiMai Noolde ก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ ยกทัพมาให้ทุกท่านได้
อิ่มอร่อยกับท็อปปิ้งและเมนูเครื่องเคียงอีกมากมาย

มิ้นท์–ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

แนะนำเมนูห้ามพลาด
ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อริบอายออสเตรเลีย
ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำซุปเข้มข้น ราดร้อนๆ ลงบนเนื้อนุ่มชิ้นใหญ่ คัดสรรเนื้อริบอายจากเชฟระดับโรงแรมด้วยวิธีพิถีพิถัน ทานเข้ากันกับรสชาติแบบก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ
เเนื้อริบอาย น้ำซุป ของที่นี่เข้มข้น และอร่อยแบบไม่ต้องปรุง

ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูคุโรบุตะ
ก๋วยเตี๋ยวหมูคุโรบุตะคัดมาแบบเน้นๆ หมูนุ่ม เด้ง เสิร์ฟพร้อมลูกชิ้นหมูสูตรพิเศษอร่อยเต็มคำ ซดคู่กับน้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศ

เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน ดัดแปลงมาจากเมนูคัสตาร์ด โคโคนัท เมนูดังในอดีตของโรงแรมดุสิตธานี

เมนูของหวานไฮไลต์ที่ดังยาวนานถึงวันนี้ กล้วยไข่คัดพิเศษจากจังหวัดเพชรบุรี ด้วยเทคนิคการเชื่อมที่หวานฉ่ำชุ่มเข้าเนื้อกำลังดี ราดด้วยน้ำกะทิเข้มข้น หวาน เค็ม หอม อร่อยดี

เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
Sukanya Janchoo (General Manager) Chalita Salirathavibhaga (Owner)
ร้าน MaiMai Nooldle Iconsiam : ใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล

ร้าน MaiMai Nooldle Iconsiam
299 Iconsiam Room R606 Fl.6
Soi Charoen Nakhon 5 Khlong ton sai Bangkok 10600
โทร. 02 1089977
ICONSIAM ชั้น 6, Alangkarn Zone
Line : @MaiMaiNoodle

#MaiMaiNoodle #ต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย #ก๋วยเตี๋ยวเรือIconsiam #toptotravel
#ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนิน #ก๋วยเตี๋ยวเรือ #BangkokNoodle

คิดถึงอาหารไทยคิดถึงบ้านกลมกิ๊ก

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารสไตล์ นั่งสบายๆ อบอุ่นแบบบ้านเรียบเก๋ มีสไตล์แบบโมเดิร์น ในบรรยากาศบ้านไม้สองชั้นสีขาว มีอาหารหลากสไตล์ให้อิ่มอร่อย อาหารไทยสไตล์โฮม เมด รสชาติความกลมกล่อมแบบฉบับอาหารไทย ด้วยความใส่ใจทุกการปรุงแต่งจากฝีมือคุณแม่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากครัวในบ้าน ด้วยความที่สมาชิกในครอบครัวชอบหาอาหาร ที่ไม่มีบ้านไหนน่าอิจฉาเท่าบ้านกลมกิ๊กนี้อีกแล้ว เป็นร้านอาหาร ที่อบอวลไปด้วยเมนูโปรดของทุกคนในครอบครัวกิจเจริญ ปัจจุบันถูกรังสรรค์ด้วยรสมือต้นฉบับ จากคุณแม่สุชาดา กิจเจริญ สูตรไม่ลับของอาหารทุกจานของครอบครัว จึงกลายเป็นเมนูสูตรเด็ด ที่นักชิมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชอบ และอยู่เคียงคู่ทุกครอบครัวมานานกว่า 50 ปี

สำหรับเมนูเด็ดที่ทางร้านขอท้าให้ชิม โดยเจ้าของร้านแนะนำ เมนูจานไฮไลท์ของที่ร้านบ้านกลมกิ๊ก ดังนี้

ข้าวตังหน้าตั้ง
เมนูเรียกน้ำย่อยด้วยข้าวตังทอดแผ่นสวยกรอบดี ทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน น้ำจิ้มหน้าตั้งรสกำลังลงตัวพอดีไม่มีรสโด่ที่โดดจนกลบรสอื่น

ข้าวตังหน้าตั้ง

ผัดสะตอกุ้งสด
รายการอาหารจากภาคใต้อันเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ เม็ดสะตอบางคนอาจจะไม่คุ้นกลิ่น แต่เมื่อได้ชิมแล้วจะรับรสมันแม้จะมีกลิ่นฉุนสักหน่อย ผัดกับกุ้งชีแฮ้สดเนื้อกรอบเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ เติมหมูสับผัดกับเครื่องแกงกลิ่นรสค่อนข้างสุภาพ หมายถึงไม่เผ็ดโหดเหมือนกินที่ปักษ์ใต้

แกงเลียงกุ้งสด
ถือเป็นเมนูอาหารของไทย ที่รสชาติเผ็ดร้อน อุดมไปด้วยสมุนไพร น้ำซุปที่หอมหวานด้วยสมุนไพรและเนื้อปลา อันเป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงตามด้วยผักต่างๆที่ช่วยเพิ่มรสสัมผัสเวลาทาน เป็นเมนูโบราณของไทยที่มีคุณประโยชน์

แกงเลียงกุ้งสด

น้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด
ใครชอบอาหารไทยจัดจ้านอย่างน้ำพริกต้องลองน้ำพริกปลาทู บ้านกลมกิ๊ก เป็นน้ำพริกที่มีลักษณะข้นถึงขลุกขลิก นะคะ มันอร่อยแซ่บ พร้อเครื่องเคียง
ชะอมไข่ และผักต้ม ปลาทูทอดตัวอวบๆ

น้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด

แกงเขียวหวานไข่มังกร
ลูกชิ้นหมูสอดไส้ไข่เค็ม สูตรกลมกล่อมชิ้นสวยนำมาใส่ในแกงเขียวหวานใส่มะเขือเปาะอ่อนรสเข้มข้นครบเครื่องแกงเขียวหวาน เนื้อนุ่มติดมันกรอบรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับทานคู่กับขนมจีน

แกงเขียวหวานไข่มังกร

ไข่เจียวสูตรคุณแม่สุชาดา
พูดถึงไข่เจียวอาจจะดูเป็นเมนูที่แสนธรรมดา แต่ไข่เจียวของคุณแม่สุชาดา ถือเป็นสูตรเด็ดที่ตกทอดมาจากคุณย่า ไข่เจียวเนื้อฟูหนานุ่มผสมนมคาร์เนชั่นเพิ่มความหอม นุ่ม เนื้อฟู หนา แน่น ชวนลิ้มลอง หากได้ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแบบบ้านๆ เหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน

ไข่เจียว สูตรคุณแม่สุชาดา

ข้าวเหนียวมะม่วง
ส่วนใหญ่เร่ิมตอนกันที่ฤดูร้อน แต่ที่นี่สามารถหามะม่วงสุกหวานหอมมีให้ลูกค้าได้กินตลอดทั้งปีข้าวเหนียวมูนได้กำลังดี ราดหัวกะทิ

ส่วนของหวานล้างปากส่งท้าย ต้องห้ามพลาดที่ทางร้านการันตีว่า เมนูของหวานของที่นี่ อร่อยไม่แพ้ของคาว คือ ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง

ปัจจุบัน ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก กับเมนูอาหาร ที่มีแต่ความอบอุ่น ดูแลโดย
คุณเปี๊ยก จรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์ เล่าว่า… ที่ร้าน เสิร์ฟอาหารที่กินง่ายๆ เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทย ส่วนใหญ่คนในเมืองวันหยุดจะแฮงก์เอาท์ ตื่นสาย มากินข้าวช่วงบ่ายๆ เราเลยอยากทำร้านอาหารที่เข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน

จรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์

“ความสะอาด คือ สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ด้วยการตกแต่ง เน้นให้ความรู้สึกอบอุ่น โปร่ง สบายรวมไปถึงบรรยากาศอบอุ่นของบ้านหลังนี้ จึงเป็นที่มาของ บ้านกลมกิ๊ก เปิดกว้างรับแขก หรือผู้มาเยือนต้อนรับด้วยอาหารรสชาติคุ้นลิ้น และอาหารท้องถิ่นจากทั้งสี่ภาคของเมืองไทย บ้านกลมกิ๊กทำทุกจานด้วยความเอาใจใส่ เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี ปรุงอาหารสดสะอาดทุกจาน เพราะเราไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่อยากมอบประสบการณ์ดีๆ ให้ลูกค้า”

ทางร้านเปิดให้นั่งทานที่ร้านแล้ว ลูกค้าซื้อกลับบ้านค่อนข้างเยอะ ภายในร้านมีลูกค้ามานั่งทานอาหารเรื่อย น่าจะเพราะโควิดเริ่มผ่อนคลาย ร้านอาหารเริ่มกลับมาเปิดให้นั่งทานภายในร้านกันได้แล้ว เ มนูจานไฮไลท์ของที่ร้าน โดยทางร้านมีความใส่ใจทุกรายละเอียดในการให้บริการลูกค้า เพื่อความปลอดภัยห่วงใยใส่ใจสุขภาพของพนักงานและลูกค้า ทางร้านได้จัดการฉีดซีนป้องกันไข้หวัด 4 สายพันธ์ุ จากกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ให้กับพนักงานทุกท่าน

ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก เปิดร้านพร้อมเสริฟความอร่อย ขอเชิญลูกค้าทุกท่านแวะเวียนมารับประทานอาหารกัน

การเดินทาง เข้า ซอยร่วมฤดี 1 ประมาณ 300 ม.) หรือ เดินทางจากรถไฟฟ้า 500 ม. จาก BTS เพลินจิต หรือ 600 ม. จาก BTS นานา

ร้านบ้านกลมกิ๊ก
25 ซอย ร่วมฤดี 1 เพลินจิต ลุมพินี กรุงเทพมหานคร 10330
คิดถึงอาหารไทยคิดถึงบ้านกลมกิ๊ก
ต้องการจองโต๊ะ หรือ สั่งอาหาร
To make a reservation OR food delivery:
Tel.: 02-254-4254 / 081-911-1268

WONDERFUL PEARL ความอลังการแห่งลำน้ำเจ้าพระยา ดื่มด่ำบรรยากาศบนเรือสุดหรูมูลค่า 200 ล้าน ด้วยค่าบริการมิตรภาพ

หนึ่งในที่สุดแห่งลำน้ำเจ้าพระยา คือ เรือนำเที่ยว WONDERFUL PEARL มูลค่า 200 ล้านบาท ทั้งคนไทยและต่างชาติที่เคยได้ขึ้นเรือลำนี้ ต่างบอกต่อด้วยความภาคภูมิใจที่ชีวิตนี้ได้มาสัมผัสบรรยากาศสุดอลังการ มองเห็นวิวทิวทัศน์กลางสายน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน พร้อมทั้งอาหารเลิศรสมากมายที่ไว้คอยบริการตลอดการเดินทาง

สื่อสายรีวิวท่องเที่ยว ที่เคยมาในทริปบนเรือ WONDERFUL PEARL ต่างให้คะแนนความเป็นที่สุดเกิน 100 เริ่มตั้งแต่การบริการของพนักงานที่เอาใจใส่ลูกเรือทุกคน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่โควิด-19 ระบาด ยิ่งต้องคอยใส่ใจเป็นพิเศษ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีเจลแอลกอฮอล์ลล้างมือ และการเว้นระยะห่างตามมาตรฐานป้องกันไวรัสโควิด-19

บรรยากาศภายในเรือกว้างขวาง มีทั้งหมด 3 ชั้น พร้อมทั้งเวทีแสดงดนตรีทุกรอบการเดินทาง โดยชั้น 3 เป็นชั้น Open Air กลางแจ้งรับลมธรรมชาติ มีบาร์บริการเครื่องดื่มและค็อกเทลนานาชนิด ส่วนชั้น 1 และ 2 จะมองเห็นเวทีดนตรีสด เล่นดนตรีทั้งร่วมสมัยและย้อนยุค ซึ่งด้านข้างเวทีมีบันไดเลื่อนขึ้นลงระหว่างชั้น 1 และ 2 ได้ ตรงจุดนี้ขอบอกว่าห้ามพลาดเซลฟี่เป็นอันขาด เพราะบันไดเลื่อนบนเรือหรูหาดูได้ไม่ง่ายนัก

อีกมุมที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษ คือ ห้องน้ำสะอาดมาก แถมภายในห้องน้ำแต่ละห้อง ยังเล่นไฟแสงสีเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ใครเกิดมายังไม่เคยเห็นห้องน้ำลักษณะนี้ ถ้าได้ขึ้นเรือ WONDERFUL PEARL ถือว่าโชคดีที่ได้ดูเป็นบุญตา

แต่ละมุมของเรือ WONDERFUL PEARL สามารถ่ายเซลฟี่อวดคนบนโลกโซเชียลได้ภาคอย่างภูมิใจ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ช่วงนี้ ค่าบริการเรือจะราคาถูกกว่าปกติ เพราะต้องการเอาใจลูกค้าคนไทยเป็นพิเศษในช่วงโควิด เพื่อปลดปล่อยคลายล็อคให้กับคนที่ต้องการท่องเที่ยว

คุณพิชิต กุลเกียรติเดช ประธานบริหารเรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ล ผู้ที่สั่งสมประสบการณ์จากการทำเรือท่องเที่ยวมากว่า 20 ปี ขอเอาชื่อเสียงของตนเองมาการันตีคุณภาพ “ตลอดกว่า 20 ปีที่ผมทำธุรกิจตรงนี้ ผมทำเรือท่องเที่ยวอย่างเดียว ผมต้องการมุ่งมั่นด้านนี้ให้บรรลุฝันของผม ที่อยากเห็นการท่องเที่ยวทางแม่น้ำเจ้าพระยาของไทย ติดอันดับโลก”

หากมีโอกาสทำในสิ่งที่เป็นที่สุดของชีวิตแล้ว ก็นับว่าเป็นการให้รางวัลตัวเองอันมีคุณค่า ซึ่งเรือท่องเที่ยว WONDERFUL PEARL คือตัวเลือกที่ดีที่จะให้คำตอบความเป็นที่สุดนี้

สนใจดูรายละเอียด หรือ ติดต่อได้ตามช่องทางดังนี้
www.wonderfulpearl.com , Line @ wonderfulpearl
โทร 02 861 0255

เทพรส ทองหล่อ

วันนี้ฉลองปิดท้ายวันศุกร์แบบฟินๆ ที่ร้านเทพรส ทองหล่อ เลือกมาทานโดย
โทรจองที่นั่งล่วงหน้ามาก่อน เพราะร้านนี้ มีเชฟที่มีฝีมือ หรือเชฟฉายาข้าวแกงร้อยล้าน! Top Chef Thailand Season2 คุณธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ หรือ
เชฟจากัวร์ วันนี้มีโอกาสพบตัวจริง ในมาดหล่อเข้มๆ แบบหนุ่มปักษ์ใต้ เชฟบอกว่า เรื่องของอาหารไทยมันอยู่ในสายเลือด รอชมเมนูที่เชฟแนะนำพวกเราในวันนี้นะคะ

การเดินทางมาร้านนี้แถมเป็นร้านที่อยู่ใกล้บ้านเลยตัดสินใจพาครอบครัวและเพื่อนๆ มาทานกันที่ร้านนี้ มื้อพิเศษทั้งทีก็ต้องหาร้านที่พิเศษฉลองกันสักหน่อย โดยการเดินทางไปยังตัวร้านที่ตั้งอยู่ใน ซอยทองหล่อ13 ป้ายร้านหาได้ไม่ยาก หาข้อมูลมาก่อนจาก Facebook : www.facebook.com/theparosthonglor ในโครงการ Nihonmura Mall ซอย อรรคพัฒน์ ทองหล่อ กรุงเทพ

“เทพรส” อาหารไทย รสจัดจ้าน ย่านทองหล่อ

เพื่อนแนะนำ หากจะนึกถึงร้านอร่อยเมนูเด็ดให้นึกถึง “เทพรส” อาหารไทย รสจัดจ้าน ย่านทองหล่อ มารู้จักกับเจ้าของร้านกันก่อน เราพบกับ เจ้าของร้านใจดี
คุณสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ( มหาชน) และ คุณสาวิตรี จันทร์ศรีชวาลา ที่มารอต้อนรับด้วยตัวเอง มาถึงพบกับประตูทางเข้าหน้าร้านขวามมือ เรามาถึงตั้งแต่ตอน 12.30 น. ถ้าใครเลิกงานมาอยากมาทาน อาหารที่ร้านนี้ก็ไม่ต้องรีบ เพราะร้านเข้าเปิดทุกวันตั้งแต่ 10.30 – 23.00 น. เรียกได้ว่าเลิกงานหรือหิวตอนดึกแค่ไหนก็เข้ามาทานที่ร้านนี้ได้ ตอนนี้เราเข้าไปในร้านกันเลย

คุณสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ( มหาชน) และคุณสาวิตรี จันทร์ศรีชวาลา เจ้าของร้าน

บรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งอบอุ่นเต็มไปด้วยอาหารทะเล และเครื่องเคียงเต็มผนัง ร้านมีทั้งหมดสองชั้น ชั้นล่าง เป็นโต๊ะนั่งสบายแบบทั่วไป ชั้นบนสามารถปิดเป็นโซนส่วนตัวใช้จัดงานพบปะสังสรรค์ อาหารชั้นล่าง เรียบหรูนั่งสบายไม่แออัด โต๊ะและเก้าอี้ที่ทางร้านใช้ วัสดุเป็นไม้ บุด้วยนวมนุ่มนั่งสบาย ซึ่งมาที่นี่
โดยรวมแล้วไม่เหมือนร้านอาหารที่อื่น ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งในร้านแบบ Family Restaurant ที่เสิร์ฟอาหารไทย

หมึกกรอบไข่เค็ม

สำหรับเมนูใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นนี้ เมนูอาหารมีตั้งแต่อาหารมีมากมาย เป็นเมนูอาหารไทยทั้ง 4 ภาค สำหรับทานแกล้มกับเครื่องดื่ม ไปจนถึงสเต็กเนื้อชั้นดี / หม้อไฟราคาแพงหลักพันบาท มีเมนูให้เลือกมากกว่า 300 เมนู และพนักงานบอกว่าเชฟจากัวร์ ได้วัตถุดิบพิเศษมาก็จะมีเมนูประจำวันที่ปรับเปลี่ยนไปอีกด้วย
วันนี้เราจะให้เชฟจัดเมนูที่คิดว่าดีที่สุดในวันนี้มาให้เราทานดีกว่า มื้อนี้ราคาไม่เกี่ยง ชิมเมนูอาหารไทยประยุกต์ รสชาติไม่ซ้ำใคร จากเชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ หรือ เชฟจากัวร์ หล่อเข้มๆ แบบหนุ่มปักษ์ใต้ ที่บอกว่า อาหารไทยอยู่ในสายเลือด เชฟจากัวร์เผยว่า สารพัดตัวเลือกอาหารไทยรสจัดจ้านมาชมเมนูอาหารที่เราทานกันในวันนี้

ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ หรือ เชฟจากัวร์
หมึกกรอบไข่เค็ม

หมี่สยามเทพรส
เส้นหมี่โบราณของไทยที่หายสาปสูญไปนาน กลับมาเสิร์ฟเนื่องจากรายการ Top Chef Thailand เชฟจากัวร์ ชนะภาระกิจตามหาเมนูโบราณ คือ การผัดหมี่กับพริกเผา
แล้วใส่กะทิคลุกเคล้ากลมกล่อมและหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมกับกุ้งแม่น้ำย่าง

ต้มยำเนื้อวากิวน้ำข้นคลั่ก
ร้านเลือกใช้เนื้อวากิวเกรดพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น นำมาสไลซ์ในขนาดกำลังดี จุ่มในหม้อน้ำซุปต้มยำแบบข้นคลั่ก ความจัดจ้านของมันแทรกซึมในเนื้อวากิวกำลังดี

ต้มยำสมุนไพร ข่า ตะไคร้ พริกขี้หนู จากนั้นเตรียมน้ำต้มยำใส่ไข่แดง 1ฟอง และใส่นมข้นจืด แล้วนำมาใส่มันกุ้งข้นๆ เพื่อให้เห็นถึงความข้นของน้ำต้มยำ เสิร์ฟกับวากิวที่สไลด์บางเพื่อให้เห็นลายของเนื้อวากิว นำมาประยุกต์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ต้มยำเนื้อวากิวน้ำข้นคลั่ก

ซี่โครงหมูอบซอส BBQเทพรส
ซี่โครงหมูแบบเคี่ยวจนนุ่ม กลิ่นหอมเตะจมูกใส่สมุนไพร 8 อย่าง แล้วนำซอส
ไปอบ จนเข้าเนื้อเสิร์ฟกับผักย่าง เช่น ฟักทองย่าง มะเขือเทศ เห็ด เพื่อให้มีกลิ่นหอมของกระทะ

กุ้งนึ่งเทพรส
กุ้งแม่น้ำขนาดกลาง จากอยุธยา กุ้งแม่น้ำสดแกะเปลือกพร้อมทาน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรของทางร้านเทพรส

ข้าวกะเพราคั่วเป็ดกรอบ

ข้าวกะเพราคั่วเป็ดกรอบ
เป็นอาหารจานเดียวที่ใครๆบอกว่าหอมกลิ่นคั่วกะเพรา นำเป็ดทอดกรอบมาคั่วกับกะเพราและพริกสับให้หอมแล้วนำข้าวมาคลุก จากนั้นตกแต่งจานพร้อมเสิร์ฟ

ราดหน้าเส้นกรอบหมูนุ่ม
ราดหน้าทั่วไปจะเส้นผัด แต่สูตรของทางร้านเทพรส จะนำเส้นไปทอดกรอบ จากนั้นทำน้ำราดหน้าสูตรพิเศษจากทางร้านมีความหอมน้ำมันงา

ส้มตำปูดองเทพรส

ส้มตำปูดองเทพรส
ปูไข่ดองจากสมุทรสาครส นำมาทำความสะอาดด้วยโซดาแล้วนำมาดองกับสูตรน้ำปลาดี ให้รสชาติเปรี้ยวเค็ม และความรู้สึกแปลกใหม่ หลังจากนั้นนำไปแช่ในช่องแช่แข็งทันที เสิร์ฟความอร่อยกับสุดยอดน้ำจิ้มซีฟู๊ด

หมูกรอบคั่วถั่วลิสง
เมนูที่นำมาประยุกต์ให้รับประทานง่าย มีรสชาติที่อร่อยและแปลกใหม่ หมูกรอบจากการต้มแล้วนำไปจิ้มตรงหนังหมู แล้วนำไปอบเตาไฟฟ้า จนแห้งจากนั้นนำมาทอดจนกรอบฟู เสร็จแล้วเตรียมเครื่องคั่วคือ พริกสับ, ถั่วลิสงตำมือ ปรุงรสให้ครบเครื่อง คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

ซี่โครงหมูอบซอส BBQเทพรส

หมึกกรอบไข่เค็ม
จากผลตอบรับของกุ้งกรอบไข่เค็ม ที่เป็นอาหารขายดี เราก็อยากจะนำเสนอ ปลาหมึกกรอบไข่เค็ม คือ การนำแป้งผสมกับไข่แดงเค็ม นำปลาหมึกสดมาชุบแป้งที่ผสมกับไข่เค็ม แล้วนำไปทอดกรอบจากนั้นนำมาพักทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วนำมาจัดจาน จากนั้นขูดไข่แดงเค็ม โรยบนปลาหมึกกรอบไข่เค็ม แล้วขูดผิวมะนาวโรยบนปลาหมึกกรอบไข่เค็ม จากนั้นก็นำไปเสิร์ฟได้เลย

แกงปูใบเหลียง

แกงปูใบเหลียง
จากสูตรของเชฟจากกัวร์หนุ่มใต้แท้ๆ เมนูที่ใช้กะทิสดๆ กับแกงปูแบบปักษ์ใต้ ส่วนผสมพริกแกงใต้ใส่เนื้อปูพร้อมใบเหลียงชุมพร จากนั้นใส่กะทิลงไปต้มให้เดือด เสร็จแล้วจัดจานเสิร์ฟพร้อมกับขนมจีนและผัก

มัสมั่นเนื้อน่องลาย
มัสมั่นแกงแก้วตาหอมยี่หร่ารสร้อนแรง เป็นเมนูที่ติดอันดับความอร่อย ที่ใครมาแล้วต้องสั่ง เพราะเลือกน่องมาตุ๋นเคี่ยวจนนุ่มเสร็จแล้ว เติมกะทิให้นำเข้ากับเนื้อใส่เครื่องแกง แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆจนเข้าเนื้อจากนั้นตักใส่กระทะร้อนพร้อมเสิร์ฟ เพื่อให้ได้รสชาติและสัมผัสนุ่มนวล ปรุงรสซุปเข้มข้น เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ อิ่มกำลังดี

มัสมั่นเนื้อน่องลาย : theparosthonglor
ราดหน้าเส้นกรอบหมูนุ่ม

“เทพรส” ทองหล่อ เสิร์ฟในรูปแบบผสมผสานความเป็นสากล ทั้งหน้าตาอาหารที่ต้องการชูเอกลักษณ์วัตถุดิบแต่ละจานให้โดดเด่น และการบริการระดับห้าดาวปรุงอย่างพิถีพิถัน สะอาด ปลอดภัย อีกทั้งเชฟและพนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด 19 มาเป็นอย่างดี และทางร้านยังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เรียบร้อย จึงไว้ใจได้เรื่องความปลอดภัยหายห่วง

ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ หรือ เชฟจากัวร์
หมูกรอบคั่วถั่วลิสง

Theparos Thonglor : ร้าน เทพรส ทองหล่อ
พิกัด : Nihonmura Mall ซอย อรรคพัฒน์ (ทองหล่อ13) ถ.สุขุมวิท
แขวงคลองตันเหนือ กรุงเทพมหานคร
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 23.00 น.
โทร : 065 549 6565
Facebook : www.facebook.com/theparosthonglor

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงวันหยุดยาว 25 – 28 กรกฎาคม 2563

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาว 25 – 28 กรกฎาคม 2563 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้เตรียมดำเนินการต่างๆ ดังนี้

ด้านการอำนวยความสะดวก มีการประชาสัมพันธ์จุดให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ (Taxi) ที่แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน

ด้านการรักษาความปลอดภัยมีการจัดทำประกาศ และแจ้งข้อมูลด้านความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟฟ้า รวมทั้งมีมาตรการยกระดับการป้องกันอันตรายด้านการเดินรถ โดยให้สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีมีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และจัดจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า เพื่อตรวจหาวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งประกาศแจ้งเตือนผู้โดยสารเกี่ยวกับการระมัดระวังทรัพย์สิน และกระเป๋าสัมภาระที่ไม่มีเจ้าของในระบบรถไฟฟ้า พร้อมกำชับสถานีต่างๆ ให้ควบคุมติดตามการใช้งานโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) และเฝ้าระวังหน้าจอมอนิเตอร์อยู่เสมอ รวมถึงมีการตรวจตราบนขบวนรถไฟฟ้าโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เพื่อขอกำลังเข้าสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานประจำสถานี รวมถึงจัดชุดตรวจผสม และชุดสุนัขตรวจวัตถุระเบิด (K9) ออกตรวจสอบพื้นที่ในระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งกำหนดวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้ามาในระบบรถไฟฟ้า ได้แก่ อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิด

นอกจากนั้นบริษัทยังเข้มงวดในมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทั้งการตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิ และตรวจตราการสวมหน้ากากอนามัยของผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการอย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ที่ขอความร่วมมือผู้โดยสารเว้นระยะห่าง 2 เมตรขณะรอซื้อตั๋วโดยสาร และตรวจวัดอุณหภูมิ หรือยืนในระยะห่างที่เหมาะสมขณะใช้ลิฟต์ และบันไดเลื่อน รวมทั้งมีการจัดระเบียบผู้โดยสารในชั้นชานชาลาให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างเหมาะสม ซึ่งหากในกรณีมีผู้โดยสารหนาแน่น จะดำเนินการจำกัดปริมาณผู้โดยสารที่จะขึ้นสู่ชั้นชานชาลา และภายในขบวนรถไฟฟ้า โดยกำหนดพื้นที่ในการยืนรอห่างกัน 1 เมตร งดเว้นการพูดคุยภายในตู้โดยสาร และมีการเพิ่มความถี่ในการดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคภายในบริเวณสถานี และขบวนรถ

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

กระบี่สวยกว่าเดิม “มัณดาวีต์” ประกาศความพร้อมรับนักท่องเที่ยว

Mandawee resort and spa จัดเต็มส่วนลดห้องพักหรู ส่งแพ็กเกจเที่ยวฟรีขอบคุณนักรบเสื้อกาวน์

จังหวัดกระบี่ ดินแดนที่คนทั้งโลกใฝ่ฝันถึง ด้วยชายหาดและท้องทะเลอันงดงาม
ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของภาคใต้ในประเทศไทย มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ประกาศความพร้อมเต็มรูปแบบขานรับการท่องเที่ยวแบบ New Normal ส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้นักรบเสื้อกาวน์ พัก กิน เที่ยว ฟรี! 3 วัน 2 คืน เสียงตอบรับล้นหลามกว่า 50,000 คน เผยทะเลอันดามันบรรยากาศชวนฝันกว่าเดิมชวนเติมความสุขครบครันได้ทุกวันที่มัณดาวีต์

นางสาวภัสร์ชนกพร จรัสธนะภักดิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ M Group

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19
ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้หลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมีความคลี่คลายลงตามลำดับ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้แล้ว ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมีความสวยสะอาดตามากกว่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามสะอาดตามากกว่าเดิม

นางสาวภัสร์ชนกพร จรัสธนะภักดิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ M Group เปิดเผยว่า
มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมเปิดรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง สอดคล้องกับจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีท้องทะเลและธรรมชาติอันงดงาม และสวยงามมากยิ่งขึ้น

หลังจากได้พักฟื้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงธรรมชาติอันงดงามแห่งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวSHA หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration เป็นโครงการความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้รับมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีมีความสุข ผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการประเทศไทย
โรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์สปา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมกลับมาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากภาครัฐอนุญาตให้เปิดกิจการได้ภายใต้การท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normalที่คำนึงถึงสุขอนามัย และมาตรการการ ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทางโรงแรมได้จัดเตรียมความพร้อม ด้วยจุดบริการคัดกรองนักท่องเที่ยว ไทยชนะ การลงทะเบียนเพื่อเก็บข้อมูลของ นักท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก รวมทั้งการบริการแบบเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และมาตรการรักษาความสะอาด ทำความสะอาดทุก 2 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด “มัณดาวีต์” กับ ช่วงเวลาที่แสนดีในกระบี่

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ โรงแรมระดับ 4 ดาวใน ต.อ่าวนาว จ.กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นห้องพักแบบ Private Pool villa จำนวน 15 หลัง 45 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบในสไตล์ไทย-บาหลี โดยแต่ละหลังมีการออกแบบตกแต่งที่ไม่ซ้ำกัน พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดภายในพูลวิลล่าประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 4 ห้อง ห้องนั่งเล่น 1 ห้อง และห้องครัว 1 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถพักได้ 6 คนต่อหลัง ภายในโรงแรมยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม มีสระว่ายน้ำ 3 สระ ในส่วนของห้องอาหาร บริการอาหารไทยและอาหารนานาชาติรวมถึง พูลบาร์ เพื่อการผ่อนคลาย สปา และฟิตเนส ห้องประชุมจัดเลี้ยง และบริการทัวร์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สะอาด ในราคาที่เหมาะสม

เกาะปอดะ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี”

ขณะเดียวกัน นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน” จัดแพ็กเกจพิเศษเพื่อแสดงความขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งได้ชื่อว่า “นักรบเสื้อกาวน์” แนวหน้าในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยคลี่คลายลง

ภายใต้โครงการ “นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่านทุกคน”
มอบสิทธิพิเศษแพ็คเกจท่องเที่ยวฟรี 3 วัน 2 คืน พัก กิน เที่ยว จ.กระบี่ (1 ท่านสามารถพาผู้ติดตามได้ฟรีอีก 1 ท่าน ) ที่โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่

โดยได้เปิดรับสมัครและทำการคัดเลือกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 28 กรกฎาคม 2563 สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ไปจนถึง 31 กรกฎาคม 2565 รวมระยะการใช้สิทธินานถึง 2 ปี
ปัจจุบันมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมลงทะเบียนลุ้นรับสิทธิพิเศษเป็นผู้โชคดี กว่า 50,000 คน แพ็กเกจท่องเที่ยวฟรีในโครงการ “นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่าน” ประกอบด้วย

•ฟรี! เข้าพักในโรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ในห้องพักประเภท Private Pool villa วิลลาแบบสามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว
พร้อมอาหาร 3 มื้อ (เช้า 2 มื้อ+เที่ยง 1 มื้อ) พิเศษ ใช้บริการทุก outlet ลด 30% จากราคาตามเมนู

•ฟรี! ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก
บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ในเครือ M Group

•ฟรี! แพ็กเกจเรือ Speed boat ทัวร์ 4 แห่ง 7 เกาะ พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำดูปะการัง / เสื้อชูชีพ / ประกันภัย / ไกด์ท้องถิ่น/ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานและสถานที่ต่าง ๆ

•ฟรี! บริการรถรับ-ส่ง ไป-กลับหน้าหาด (ทุก 2 ชั่วโมง)

นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่านทุกคน
ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่
ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่
บรรยากาศของการท่องเที่ยวทางทะเล อันเป็นเสน่ห์อันน่าประทับใจของจังหวัดกระบี่

สีสันอันดามัน อัศจรรย์แห่งกระบี่ หลีกหนีความวุ่นวาย พร้อมไปด้วยหาดทรายสีขาวอันงดงามโรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ มีบริการนำเที่ยวเพื่อชมความงดงามของทะเลอันดามัน ด้วยบริการเรือนำเที่ยวพร้อมอุปกรณ์ ไกด์ และอาหาร ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย โดยจะนำนักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับบรรยากาศของการท่องเที่ยวทางทะเล อันเป็นเสน่ห์อันน่าประทับใจของจังหวัดกระบี่ เช่น
• ทะเลแหวก Unseen Thailand จากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ในช่วงน้ำลง เกิดเป็นเนินทรายที่สามารถเดินเชื่อมไปมาระหว่าง 3 เกาะ ประกอบด้วย เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่
•ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่ ด้วยวิวภูเขาหินปูน หน้าผา และถ้ำ ที่รายล้อมด้วยหาดทรายขาว และ น้ำทะเลใส
• เกาะปอดะ ส่วนหนึ่งของ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางทะเลของจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีชายหาดขาวสะอาด และน้ำทะเลสีสดสวยสะอาดตา

ทะเลแหวก Unseen Thailand จากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ในช่วงน้ำลง เกิดเป็นเนินทราย

กระบี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามอีกหลายแห่ง ทั้งทางทะเล เกาะ หรือชายฝั่ง ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติอันทรงคุณค่า นอกจากนั้นจังหวัดกระบี่ยังมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายภายใต้วิถีชีวิตอันเรียบง่าย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสงบและคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติไว้ได้มาก อีกทั้งยังมีอาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมเอกลักษณ์ของอาหารถิ่นที่อร่อยและมีเสน่ห์

Private Pool villa วิลลาแบบสามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง เพื่อประสบการณ์ของการพักผ่อนอันแสนประทับใจ ในดินแดนมรดกแห่งอันดามัน

สอบถามรายละเอียดได้ที่
Facebook : Mandawee Resort And Spa โทร. 075 661 444

Fork & Cork Bar & Restaurant Chinatown

ถึงแม้ทุกวันนี้จะมีร้านอาหารมากมาย ทยอยเปิดใหม่ให้ได้ตามไปลิ้มลองความอร่อย แต่ก็มีเพียงไม่กี่ร้านที่รักษามาตรฐานความอร่อยไว้ได้อย่างดีเยี่ยมไม่เปลี่ยนแปลงหนึ่งในนั้นคือ ร้าน ฟอค แอนด์ คอค ไชน่าทาวน์ ออกแบบเมนูสไตล์ Modern Thai ทุกจานที่เสิร์ฟ ร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น1 สร้างสีสันใหม่ ซึ่ง ร้านอยู่ใน โรงแรม ดับเบิ้ลยู22 ใกล้วงเวียน 22 กรกฏา Fork & Cork Bar & Restaurant Chinatown เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์ใจกลางกรุง ไปชมบรรยากาศด้วยกัน

ก้าวแรก ผ่านบริเวณโถงล๊อบบี้ภายใน โรงแรม ดับเบิ้ลยู22 ใกล้วงเวียน 22 กรกฏบรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศอย่างบอกไม่ถูก วันนี้หลังเดินเที่ยวชมย่ายเยาวราช Toptotravel มีโอกาสทานอาหารกลางวัน กับผู้บริหารที่มากประสบการณ์ ร้าน ฟอค แอนด์ คอค ไชน่าทาวน์ เปิดเมื่อปลายปี 2562 เชื่อว่าหลายท่านมีโอกาสแวะมา จะรู้สึกได้ว่าที่นี่ มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้ผู้สนใจเดินเข้ามา เมื่อได้นั่งจิบชา กาแฟ แล้วรู้สึกหลงรักได้อย่างไม่รู้ตัว โดยรอบตกแต่ง สไตล์โมเดิร์นอินดัสเทรียล ที่ดูแล้วมีความเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหรูหรา และใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าได้ฟิลลิ่งสุดๆ แต่ละมุมสวยจริงๆ โดยสามารถรองรับลูกค้านั่งด้านใน 70 ที่นั่ง ส่วนด้านนอก 30 ที่นั่ง เป็นอีกร้านอาหารและคาเฟ่ บาร์ มีการผสมผสานการตกแต่ง

สไตล์ Loft /Modern Life Style มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ กับ ความวินเทจของเฟอร์นิเจอร์และภาพวาดฝีมือพนักงาน เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและสามัคคี  รวมไปถึงของตกแต่งร้าน อย่างโคมไฟสไตล์อินดัสเทรียล วัสดุที่ตกแต่งร้านที่หลายคน คุ้นเคยและพบได้ในย่านวงเวียน 22 ก่อนจะนำมาตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์แบบประยุกต์ อย่างเมนูอาหาร และเครื่องดื่ม ที่ทำจากเหล็กทำสีดำที่ดูเข้ากันอย่างลงตัว นำมาทำเป็นโครงสร้างบาร์, ป้ายหน้าร้านที่เลือกใช้ฟอนต์สไตล์สวยๆ หรือแม้แต่ภาพวาดลวดลายที่ปรากฏบนภาพวาดจิตรกรรม ก็ดูทันสมัยเข้ากับตัวร้านละแวกนี้ได้เป็นอย่างดี เชื่อไหมว่า สไตล์การตกแต่งร้านมาจากความชอบส่วนตัว ของ Mr.David Paul Shrubso อีกหนึ่งความน่าสนใจทั้งหมด ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของ Fork & Cork Bar & Restaurant

David Paul Shrubso (CEO) : Fork & Cork Bar & Restaurant

David Paul Shrubso CEO อยู่เบื้องหลังความสร้างสรรค์ที่ข้ามผ่านกาลเวลา เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการทำร้านอาหารมาจากการชอบทำอาหารและขนมรวมถึงดูรายการทำอาหารต่างๆ คอนเซ็ปต์การเลือกใช้วัตถุดิบของไทยในการปรุงอาหาร สะสมมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งนี้ครอบครัวก็มักแสวงหาของอร่อยรับประทานเป็นประจำ จึงต้องการเปิดร้านอาหารที่แตกขยายกิจการออกมารวมระยะเวลากว่า 25 ปีมาแล้ว ซึ่งมีความโดดเด่นเอกลักษณ์ด้านอาหารไทย เมนูใส่ใจด้วยความรักตามคอนเซ็ปต์ ฟอค แอนด์ คอค ไชน่าทาวน์ อาหารทุกจานเสริฟมาพร้อมความอร่อย ที่มุ่งให้การบริการอบอุ่นบวกบรรยากาศกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชาย/หญิง ครอบครัว เพื่อน และคู่รัก

เมนูแนะนำ : ข้าวอบสับปะรด

ที่นี่จัดเสิร์ฟอาหารแบบ All Day Breakfast ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อรองรับแขกของโรงแรมและคนทั่วไป เรียกว่าคุณสามารถมาดื่มด่ำความสนุกสนานแบบสาวน้อยได้ตั้งแต่เช้า กระทั่งเปลี่ยนเป็นสาวเซ็กซี่พร้อมพาคุณไปสนุกสุดเหวี่ยงในบรรยากาศรูฟท๊อปบาร์แสนหวานยามค่ำคืน

เมนูแนะนำ : ภายในร้านมีเมนูอร่อยๆ มากมาย อาหารแบบฟิวชั่น เน้นอาหารไทย
ข้าวอบสับปะรด, ซีฟู้ดผัดผงกระหรี่, ผัดไท, กุ้งแช่น้ำปลา, ส้มตำทอดกุ้งสด ,
ปอเปี๊ยทอด ,ลาบทอด อาหารทุกจาน รสชาติอร่อย และตกแต่งจานได้สวยงามไปด้วยผักสด ผลไม้ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงอย่างดี รสชาติอร่อย

การเดินทาง :
จากหัวลำโพง มุ่งหน้าถนนพระราม 4 เลี้ยงขวาเข้าถนนมิตรพันธ์ประมาณ 100 เมตร ร้าน Fork & Cork Bar & Restaurant ตั้งอยู่ในโรงแรมดับบลิว22 ด้านซ้ายมือก่อนเข้า วงเวียน 22

ที่จอดรถ :
ทางร้านไม่มีบริการที่จอดรถ แต่สามารถจอดบริเวณใกล้เคียงได้ที่ลานจอดอาคารหมอมี หรือ ลานจอดเฉลิมบุรี เดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะสะดวกที่สุด (กรณีนำรถส่วนบุคคลมา สอบถามพนักงานร้าน)

เวลาเปิด/ปิด :เวลา 09.00 – 24.00 น.
Fork & Cork Bar & Restaurant / ฟอค แอนด์ คอค ไชน่าทาวน์
Location อยู่ใน โรงแรม ดับเบิ้ลยู22 ใกล้วงเวียน22กรกฏา เยาวราช

Fork & Cork Bar & Restaurant
เปิดให้วันนี้….จนถึงเที่ยงคืน ทุกวัน
422 ถนน มิตรพันธ์
ป้อมปราบ เขต ป้อมปราบศัตรูพ่าย
กรุงเทพมหานคร 1010
Reservation no. 02 117 1996
www.forkandcorkthailand.com

#Fork&CorkBar&Restaurant #sunset #rooftopbar #w22 #w22byburasari

ตามรอยพ่อฯ ปี 8 หนุนสร้างคนรับมือภัยพิบัติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”จัดอบรมหลักสูตร CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ที่ จังหวัดลพบุรี

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ในหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ภายใต้แนวคิด CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก โรงเรียนสงครามพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ. ลพบุรี ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งการเตรียมป้องกัน การพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
(ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจ
และผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมว่า “สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์ แต่การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้หน้าที่ สามารถรับมือและพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื่นได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่ง โดยหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เน้นการสร้างแหล่งน้ำไว้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนไว้ใช้อุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทั้งในฤดูน้ำหลากยังสามารถช่วยชะลอและเก็บกักน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องใช้สอย และสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ซึ่งสามารถเตรียมการไว้ได้ในภาวะปกติและสามารถรับมือเมื่อเกิดภาวะวิกฤต (ป้องกันและฟื้นฟู) พร้อมทั้งฝึกอบรมเร่งสร้างกองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อการเตือนภัยและฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ (เตือนภัยและเผชิญเหตุ) ด้วยกระบวนการอบรมทักษะ ความรู้ต่างๆ ควบคู่กับการหนุนนำให้เกิดจิตอาสา มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยรู้เท่าทันสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติสามารถประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายความช่วยเหลือทั้งในและนอกพื้นที่ได้ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศเพื่อช่วยเหลือกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด”

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการฝึกอบรมในครั้งนี้ ว่า การฝึกอบรม CMS เป็นกิจกรรมที่มูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ และช่วยเหลือคนอื่นได้ เนื่องจากปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ของโลก ซึ่งนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที การส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติจึงเป็นภารกิจที่ทวีความสำคัญ

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด


โครงการฯ จึงจัดกิจกรรมฝึกอบรมครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ โดยได้ปรับหลักสูตรการฝึกให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการฝึกซึ่งมีทั้งคนเมือง และคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายของคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดเหตุภัยพิบัติ การเตรียมป้องกัน การพึ่งตนเองเมื่อเกิดวิกฤต ตลอดจนการฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติด้วยศาสตร์พระราชา สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้คนอื่นๆ
ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับ
ภัยพิบัติทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากวิทยากรชั้นครูของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงอาจารย์ยักษ์และทีมครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดยเมื่อจบการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อส่งความช่วยเหลือกัน ทั้งด้านกำลังคนและเสบียงอาหารในยามเกิดภัยพิบัติ”

พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต

ด้าน พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต ที่ปรึกษาการฝึกอบรมในครั้งนี้ กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตรการฝึกอบรมว่า “หลักสูตรการฝึกอบรม ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ เป็นหลักสูตรเฉพาะกิจระยะสั้นเพียง 3 วัน 2 คืน

ซึ่งการฝึกอบรมโดยปกติจะใช้เวลา 6 วัน อีกทั้งผู้เข้าอบรมเป็นประชาชนทั่วไปหลากหลายอาชีพ มีทั้งคนเมืองและคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ การออกแบบหลักสูตรจึงเน้นความกระชับและมีโอกาสใช้ได้จริง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเผชิญเหตุ ด้วยการผสมผสานหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ฐานเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองในภาวะวิกฤต ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรค และวิชาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการรับมือวิกฤตในยุค Disruption ผนวกกับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ การเรียนรู้เรื่องทัศนสัญญาณ การปฐมพยาบาล การผูกเงื่อนเชือก และการเอาตัวรอดในน้ำ โดยมีการจำลองสถานการณ์ปัญหา 24 ชม.
เพื่อฝึกการดำรงชีพในภาวะวิกฤต

พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา
‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’

นอกจากนี้ยังเชิญ พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา ‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ มาเล่าประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ที่อยู่กับเด็กๆ ทีมหมูป่า จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง สามารถพึ่งตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ในสถานการณ์คับขัน โดยหลักพื้นฐานเมื่อต้องเผชิญเหตุมีอยู่ 3 อย่าง คือ มีสติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีสติจึงจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคได้ มีความเพียรในการฝ่าฟัน จึงสามารถรอดพ้นปัญหาและอุปสรรคตั้งแต่เรื่องง่ายไปจนเรื่องยาก และสุดท้าย คือ การนำความรู้ไปแก้ปัญหา”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ
คนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน
 www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking 
รายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

“อพท.7” จับมือ “17 องค์กร” ขับเคลื่อน จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”

อพท.7 ผนึกกำลัง 17 องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมพลังขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์ พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคของผู้พิการ และคนใช้รถเข็น ยกระดับ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สู่เส้นทาง “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”

วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ห้องประชุมพลายชุมพล โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จัดโดย อพท.7 ซึ่งมีผู้แทนองค์กรทั้งจากภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมลงนามความร่วมมือ จำนวน 17 องค์กร
อาทิ จังหวัดสุพรรณบุรี, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี, มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, โรบินสัน สุพรรณบุรี, และหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น เพื่อร่วมกันส่งเสริม และปรับปรุงพัฒนาตึกอาคาร สถานที่ แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร จุดแวะพัก และบริการที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้มีอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) หรือสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้พักฟื้นสุขภาพ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และคนที่ใช้รถเข็น เช่น ทางลาด ที่จอดรถ ห้องสุขาอารยสถาปัตย์ และป้ายสัญลักษณ์เฟรนด์ลี่ดีไซน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัย และทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึงได้ และใช้บริการต่างๆได้ โดยสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม เพื่อยกระดับและต่อยอดการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ พระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง วัดเขาดีสลัก หลวงพ่ออู่ทอง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-มังกรสวรรค์ เป็นต้น ซึ่งหากมีการพัฒนา ปรับปรุงความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยว จะเป็นการขยายโอกาสทางการท่องเที่ยวไปสู่คนทั้งมวล สามารถรองรับการท่องเที่ยวแบบไร้อุปสรรค สอดรับการแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาล และองค์การสหประชาชาติ
ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรีมีความยินดี ร่วมพัฒนาอาคารสถานที่ราชการ รวมถึงส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้มีอารยสถาปัตย์ ซึ่งจะยังประโยชน์ให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสุขภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึง และใช้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเสมอภาคเท่าเทียม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ให้แก่คนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้พิการที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใน จ.สุพรรณบุรี ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท.

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ อพท.คือ การใช้กลไกการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม อพท. มีภารกิจในด้านการประสาน ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษให้เกิดความยั่งยืน โดยดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ซึ่งมีกรอบแนวคิดที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน

โดยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ –๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการเข้าถึง และรองรับการท่องเที่ยวที่ปราศจากอุปสรรคเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ทั้งนี้ อพท. เชื่อมั่นว่าเครือข่ายความร่วมมือที่ร่วมลงนามในวันนี้ จะเร่งพัฒนาตัวเอง สร้างความรู้ความเข้าใจ และจัดให้มีการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามข้อตกลงร่วมกัน ๓ ประการคือ

ข้อ ๑ เพื่อร่วมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีการจัดการการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)
ข้อ ๒ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวสถานบริการ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์อย่างยั่งยืน
ข้อ ๓ เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้สถานประกอบการ สถานบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)

นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามีโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุได้ออกมาเปิดประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล (Friendly Design) ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น

  • เส้นทางภาคกลาง ภายใต้ Concept “More Legacy” ณ จังหวัดราชบุรี
  • เส้นทางภาคตะวันออก ภายใต้ Concept “More Fun” ณ จังหวัดชลบุรี
  • เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ Concept “More Gastronomy”
    ณ จังหวัดเลย
  • เส้นทางภาคเหนือ ภายใต้ Concept “More Authentic” ณ จังหวัดเชียงราย
  • และเส้นทางภาคใต้ ภายใต้ Concept “More Inspired” ณ จังหวัดพังงา

การร่วมลงนามในครั้งนี้ ททท. โดย การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมขับเคลื่อน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลภายในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง Tourism for All เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป พร้อมบูรณาการร่วมกับโครงการ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุข และมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ปลอดภัยจากการแพร่ระบายของโรคไวรัส COVID – 19

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ และผู้บริหาร PPT Station สาขาเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า อารยสถาปัตย์ มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับคนทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักพื้น ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ช่วยให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group มีความใส่ใจอารยสถาปัตย์หรือ Friendly Design

โดยได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่จอดรถวีลแชร์ ทางลาด ห้องน้ำ Friendly Design รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการภายในปั๊มน้ำมันได้อย่างสะดวก และปลอดภัย เราจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลสามารถเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี

นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ อพท.และองค์กรพันธมิตร ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมอารยสถาปัตย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลที่ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในครั้งนี้

ที่ผ่านมามูลนิธิอารยสถาปัตย์ฯ ได้ดำเนินงาน รณรงค์ ส่งเสริม สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง “อารยสถาปัตย์” (Friendly Design) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยพักพื้น สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาและสร้างทำอารยสถาปัตย์ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑

การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก องค์กรภาครัฐ-ภาคเอกชน ภาคประชาชนเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าชาวสุพรรณบุรีเห็นคุณค่าและความสำคัญของอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล และพร้อมที่จะขับเคลื่อนจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลต่อไป

ทั้งนี้รายชื่อ 17 องค์กร ประกอบด้วย จังหวัดสุพรรณบุรี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี โรงแรมสองพันบุรี โรบินสัน สุพรรณบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี สมาคมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทย เครือข่ายทูตอารยสถาปัตย์จังหวัดสุพรรณบุรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หลิน ๐๘๑ ๘๕๕ ๑๑๙๙
วิมลรัตน์ สิงห์นิกร โทร ๐๘๑ ๕๖๒ ๙๕๔๑
Fdexpo.th@gmail.com

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

กว่า 73 ปี กับประสบการณ์ที่สั่งสมด้านการเป็นผู้นำทางด้านประกันภัย เราดำเนินงานอย่างโปร่งใส ยึดหลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” มาอย่างต่อเนื่อง คุณภาพด้านการบริหารองค์กรที่ได้ศักยภาพ และคุณภาพการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยม ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ให้เป็นบริษัทประกันภัยอันดับหนึ่งมาโดยตลอด เรายังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับคนในสังคม ด้วยความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา คำนึงถึงประโยขน์ของทุกฝ่าย และพร้อมที่จะก้าวต่อไปเพื่อเป็นรากฐานบริษัทประกันภัยที่แข็งแกร่งสำหรับประเทศ เพื่อสังคมไทยที่จะเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงตลอดไป

นายถิรพุทธิ์ เปรมาประยูรวงศา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ รับมอบทุนสนับสนุนโครงการสวัสดิการทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ประจำปี 2563 จำนวน 50,000 บาท จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

โดยมี นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์  รองผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนมอบ ทั้งนี้สมาคมฯ ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นประจำทุกปี เพื่อจัดหาทุนเป็นสวัสดิการและแบ่งเบาภาระให้แก่สมาชิกของสมาคมฯ โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ตึกช้าง ถนน พหลโยธิน แขวง จันทรเกษม เขตจตุจักร