All posts by Shanya

Rado Captain Cook

เปิดตัว ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (RADO Captain Cook Bronze)
การหลอมรวมระหว่างความคลาสสิคและโมเดิร์นไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ไม่ปล่อยให้สาวกราโดเลิฟเวอร์ต้องคอยอีกต่อไป เมื่อ ราโด (RADO)
ส่งตรงเรือนเวลา Rado Captain Cook รุ่นใหม่จัดจำหน่ายสู่ประเทศไทย ด้วยรูปทรงอันไร้ที่ติและรูปลักษณ์ที่ สามารถดึงดูดความสนใจของ Rado Captain Cook รุ่นใหม่ตัวเรือนผลิตจากบรอนซ์ และไฮเทคเซรามิก มาพร้อมมอบประสิทธิภาพอันถูกใจ และรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง รูปทรงเท่ห์
ผสานรวมวัสดุเก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างเข้าไว้กับวัสดุ ล้ำสมัย ซึ่งเป็นแนวทางอันชัดเจนของ ราโด แสดงถึงความพยายามอย่างเต็มความสามารถ และคุณสามารถสัมผัสได้!

ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (R32504315) สนนราคา 86,100.00 บาท

จุดเด่นอันน่าประทับใจของ Captain Cook นำโทนสีเขียวชอุ่มและสีของบรอนซ์ ซึ่งเป็นสี ที่มีความเป็นธรรมชาติ และสร้างความ ‘โดดเด่น’ ให้ซึ่งกันและกัน ถือเป็นความสำเร็จแห่งการผสมผสานอย่างแท้จริง

โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ยืนหยัดได้แม้ภายใต้การทดสอบของกาลเวลาและเหนือกว่าปัจจุบัน ตัวเรือนสมบูรณ์แบบ จากการผสมผสานตัวเรือนบรอนซ์ คริสตัลแซฟไฟร์ทรงสี่เหลี่ยม ขอบหน้าปัด สีบรอนซ์ แทรกด้วยไฮเทคเซรามิกและด้านหลังตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียมพร้อมกับคริสตัลแซฟไฟร์ และสายนาฬิกาหนังสีเขียวเข้มช่วยเติมเต็ม ความสมบูรณ์แบบให้กับชิ้นงานที่ไร้ที่ติ มาพร้อมกับกลไกการเดิน ETA C07 คุณภาพสูงจากสวิส สำรองพลังงานนานถึง 80 ชั่วโมง

ความโบราณและสมัยใหม่ วินเทจและร่วมสมัย ดั้งเดิมและนวัตกรรม ยั่งยืนและพัฒนา คำจำกัดความเหล่านี้ทำให้ Rado Captain Cook Bronze บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความแตกต่างอย่างแท้จริง พร้อมทั้งการออกแบบ ให้คงความงดงามตลอดอายุการใช้งาน ถือเป็นนาฬิกาคอลเลคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสร้างตำนานแห่งยุคด้วยความงดงาม ของบรอนซ์ซึ่งจะเปลี่ยนสีไปตามกาลเวลา และการใช้งาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ แต่ละเรือน ตัดกับไฮเทคเซรามิคสีเขียวซึ่งจะเห็นความแตกต่างที่สัมผัสได้

• ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (R32504315) สนนราคา 86,100.00 บาท
สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป คิงพาวเวอร์ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Shopee
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-610-0200

Oasis Spa Pattaya บริการดุจเจ้าหญิง

วันเสาร์อาทิตย์ เป็นเวลาของการพักผ่อน หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนคงอยากไปทำสปา นวดหน้าหรือนวดตัว ให้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ หากใครกำลังหาร้านนวด ร้านสปา สำหรับการผ่อนคลายจากการทำงาน เมื่อก่อนเคยสงสัยว่า สปาดี ใช้ทรีตเม้นคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ “KIN” ผลิตภัณฑ์ของ โอเอซิส สปา และพนักงานนวดสปาหรือเทอราปิสต์ที่ได้รับ
การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้เราอยู่ที่ Oasis Spa Pattaya มาทิ้งความเหนื่อยล้านวดสปาให้หายเมื่อยกันดีกว่าคะ ชอบสถานที่ของ โอเอซิส สปา  รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ในการนวดสปา (Spa Product) นำเข้าจากประเทศไทยภายใต้แบรนด์ KIN ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โอเอซิสสปาผลิตเอง ที่สาขาพัทยาบรรยากาศสวย ตกแต่งแบบไทยล้านนา ทางเข้าเราเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เดินตามไปโคมผ้า

สปาของที่นี่ วิลล่าข้างชั้นล่างมีจำนวน1 ห้อง ส่วนที่เหลืออยู่ชั้น 2 ทั้งหมด โดยรวมมีทั้งหมด 10 ห้องคู่ และ 1 ห้องเดี่ยว แต่ละห้องเตียงนอนสำหรับทำทรีตเมนท์กว้าง มีขนาดใหญ่ตามมาตรฐาน เทอราปิสต์ มากประสบการณ์ ปรนนิบัติ ดุจคนพิเศษ ด้วยพื้นที่ต้อนรับลูกค้า ที่นั่งมองเห็นสวนธรรมชาติ

สปาที่จะรีวิวเป็นโปรแกรม Woderful Oasis ราคาสุดคุ้ม คนละ 3,500++ บาท พนักงานมาพูดคุยเรื่องคอร์สที่เลือกเอาไว้ก่อน พนักงานอธิบายคอร์สที่จะใช้บริการและให้กรอกข้อมูล รายละเอียดการเข้ารับบริการพนักงานบริการดี ระหว่างการนวด ถามเรื่องน้ำหนักมืออาชีพ นวดและความสบายของเรา และ แนะนำได้ตลอดเวลา ให้ร่างกายเราผ่อนคลาย ผ่อนคลายกับ
สปาแพ็คเกจที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มจนจบ

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis
ไฮไลท์ของคอร์ส Woderful Oasis
ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมงครึ่ง ปรณนิบัติกายด้วยแพกเกจโอเอซีส
แพมเพอริ่ง

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวกาย ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย ด้วยผลิตภัณฑ์
คิน ให้ผิวได้ตื่นตัว ด้วยการ ขัดพอก + สครับ +นวดน้ำมัน+ มาร์คหน้าเมื่อมาถึงห้องทรีทเมนต์ บรรยากาศห้องสวยงาม สะอาดการตกแต่ง ใช้แสงไฟสลัว สีสันส้ม ไฟนวลๆ รู้สึกผ่อนคลาย ด้วยการ
นวดอโรม่าที่มีกลิ่นหอมละมุ่น จบขั้นตอนทั้งหมดด้วยการบำรุงผิวหน้า สูตรจากสมุนไพรไทย

บนเรือนไม้ชั้น 2 คอร์สนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ไม่รบกวนสายตาและการพักผ่อนเมื่อหลับตา ระหว่างการทำทรีตเม้นต์มีกลิ่นน้ำมันหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหย ต่อด้วยการด้วยการทำ
สครับตัวการขัดผิว ทำความสะอาดผิวหน้า หน้าขัดหน้า นวดหน้า พอกหน้า และกระชับผิวช่วยบำรุงผิวหน้าให้สะอาด ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติสามารถเลือกตั้งแต่ตอนพนักงานสรุปคอร์สให้ฟัง ผิวเราแบบไหนแนะนำให้เลือกตามสภาพผิว Hot Oil Massage หรือนวดน้ำมันอุ่นๆ นั่นเอง น้ำมันอุ่นเป็นการนวดทั่วร่างกายและเน้น คอ บ่าไหล และท้ายสุด มีขั้นตอนนวดหน้าเพื่อเปลี่ยนผิวที่หมอง คล้ำให้กลับมาสดใส ปิดท้าย ด้วยการนวดศีรษะผ่อนคลายให้คุณได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่

การนวดเป็นการผสมผสามระหว่าง ไทย สวีดิช และ อโรม่า ผสมผสานท่านวดเข้าด้วยกัน โดยน้ำหนักการนวด เราได้เลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนพนักงานสอบถาม เริ่มตั้งแต่ล้างเท้าดีทอกซ์ สครับผิวด้วยสครับเกลือหิมาลายัน นวดน้ำมันอุ่นๆ และพอกผิวหน้าด้วยแตงกวาสด นวด+ดีทอกซ์เส้นผม หนังศีรษะ แล้ว การนวดก็จะเริ่มจากขา หลัง แล้วก็มาด้านหน้า ที่ถูกใจสัมผัสของพนักงาน นุ่มนวลมาก แม้ว่าจะกดเบาหรือหนักก็จะรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนวด ไม่ต้องล้างตัวแล้วก็ปล่อยน้ำมันซึมเข้าผิว

Oasis Spa Pattaya
ปรณนิบัติผิว คลายความเครียด การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

ขั้นตอนต่อไป ต่อด้วยการนวดหน้าเปลี่ยนผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาสดใสอย่างอ่อนโยน ไฮไลท์ของคอร์สนี้ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยแตงกวาสด การนวดหน้าของที่นี่ ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบแบบธรรมชาติ การนวดมีขั้นตอนการทำความสะอาดต่างๆ รวมไปถึงการกดจุดและการมาส์ แบบหลับตาแล้วหลับลึก ถือเป็นโปรแกรมนอนพักแบบยาวๆ ปิดท้ายด้วยการนวดคอ บ่า ไหล่ ผ่อนคลาย ส่วนใบหน้าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มเต็งตึง

woderful Oasis : ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมง ครึ่ง ให้ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย

โดยรวมถือเป็น สปาแพ็กเกจฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึง สปาทรีทเมนท์ดูแลผิวหน้าและเรือนร่าง เพื่อเพิ่มความงามและความสดชื่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกท่าน

ประทับใจเรื่องบริการ พนักงานทุกท่านบริการดีดุจโรงแรม 5 ดาว ถามเรื่องน้ำหนักการนวดและความสบาย พนักงานคอยให้คำแนะนำได้ตลอดเวลา
ดท้ายด้วยเครื่องดื่มอุ่น ซึ่งก่อนนวดจะเป็นเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบเย็นชื่นใจมากแอบขอเพิ่ม หลังนวดจะเป็นเครื่องดื่มอุ่นอย่างน้ำขิงร้อน พร้อมผลไม้ แนะนำให้เพื่อนๆ มาลองนวดที่ The Oasis Spa ด้วยกันนะคะ รับรองคุณภาพการบริการ และได้รับการผ่อนคลายกลับบ้านแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

การเดินทาง โอเอซีสสปาพัทยา เริ่มจากเส้น ถ.สุขุมวิท และ เลี้ยวเข้า ถ.เทพประสิทธิ์ ขับตรงมาเจอสามแยกเลี้ยวขวาไปทางเขาพระตำหนัก เพียง 400 เมตร กลับรถมา 200 เมตร สังเกตุเห็นป้ายซ้ายมือ โอเอซิส สปา ตั้งอยู่ทางเข้าทางเดียวกับ คอนโดของ โครงการ CHATEAU DALE

Oasis Spa Pattaya
322 Moo 12 Chateau Dale Tappraya Road, Banglamung Pattaya, Chonburi
Open Daily 10.00am-10.00pm
Pattaya: +66 38115 888
email: res@oasisspa.net

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

#oasisspalovesyou #oasisspathailand #oasisspa #spa #dayspa #Luxury #thaispa #chiangmai #bangkok #pattaya #17yearsOasisSpa #spabangkok #spapattaya

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

สัมผัสสำรับเอกแห่งฤดูร้อน สดชื่น คลายร้อน ”ข้าวแช่”

ตลอดเดือนเมษายน 2563
ณ ห้องอาหารศาลาไทย โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

ข้าวแช่ตำรับชาววัง วิธีการกินข้าวแช่ เริ่มที่เครื่องเคียงก่อนและตามด้วยข้าวแช่กลิ่นหอมการกินข้าวแช่ให้อร่อยนั้น ต้องมีวิธีการกินที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้สัมผัสถึงรสชาติของเครื่องเคียง และ ข้าวเย็นๆ หอมๆ อย่างถึงใจ

ข้าวแช่ ตามประวัติ เดิมทีเป็นอาหารของชาวมอญ นิยมรับประทานช่วงการทำสังเวยเทวดาตอนสงกรานต์ ต่อมาอาหารประเภทนี้ได้รับการนำมารับประทานในอาหารชาววัง เรียกว่า ข้าวแช่เสวย หรือ ข้าวแช่ชาววัง และข้าวแช่ได้มีการเผยแพร่ทั่วไปเมื่อสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ต้อนรับซัมเมอร์นี้กับ “ข้าวแช่”เมนูคลายร้อนสุดคลาสสิคของคนไทย ที่พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้สดชื่น อร่อยคลายร้อนเพียงปีละหนึ่งครั้ง ตลอดเดือนเมษายน 2563 นี้ ที่ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ลิ้มรสความหอม สดชื่น อร่อยแบบปราณีตบรรจง ที่เชฟบังอร มาลาเล็ก หัวหน้าครัวไทย

ข้าวหอมมะลิเสิร์ฟคู่น้ำอบควันเทียนต้นตำรับ และ ดอกมะลิใช้ดอกบานที่เต็มที่เท่านั้น ส่วนกลีบกุหลาบใช้กุหลาบมอญแบบชาววัง และเติมน้ำแข็ง ด้วยขั้นตอนการขัดข้าวหอมมะลิก่อนดด้วยสารส้ม และนำมาหุ่งเป็นข้าวสวย
พิถีพิถันนำข้าวหอมมะลิมาหุงสุกและบรรจงขัดข้าวให้ขึ้นเงา จากนั้นนำมาแช่กับน้ำลอยดอกมะลิอบควันเทียน พร้อมเครื่องเคียงถึง 9 อย่าง

1.ลูกกะปิชุปไข่ทอด ใช้วัตถุดิบจากเนื้อปลา กระชาย หัวหอม ตะไคร้ กะปิ หัวกะทิ ปั้นเป็นลูกกลมขนาดพอดีคำ ชุบไข่และแป้งสาลี นำไปทอดจนสีเหลืองทองน่าทาน เดี้ยวแลเวไม่ได้กลิ่นกะปิเลยคะ

2.พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้ง ที่เชฟบังอร ไม่ได้ใช้วัตถุดิบเพียงไส้หมูอย่างเดียว เชฟได้ใส่กุ้งเพิ่มไปเพื่อเพิ่มความนุ่ม และกลมกล่อม

3.ไชโป๊วผัดหวาน หัวไชโป้วผัดไข่ ชอบทั้ง 2 อย่างคะผัดหวาน รสชาติไม่หวานมากเกินไปทานกับข้าวแช่กลมกล่อมกำลังพอดีเลย ผัดไข่ก็ไม่รู้สึกแตกต่างมาก รสชาติดีมากคะ

4.หมูฝอยและเนื้อฝอย เส้นฝอยเล็กละเอียดอ่อนมเคี้ยวง่าย ไม่แข็งกรอบนิดๆ ส่วนเนื้อฝอยแยกเผื่อสำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อ โดยเชฟจะแยกเป็นถ้วยเล็กออกมาต่างหาก

5.หอมยัดไส้เนื้อปลาชุกแป้งทอด อร่อยดีค่ะกลิ่นหอมกำลังดีไม่มีคาวปลา รสชาติดีทีเดียวค่ะ

6.ไข่แดงไชยา หั่นแปดแล้วนำมาปั้นลูกเล็กพอดีคำก็ชุบไข่ขาวทอด รสชาติไม่เค็มและมีความมัน

7.ปลาช่อนหวานผัดแห้ง โดยปกติใช้ปลายี่สน เชฟบอกว่าแต่ใช้ปลาช่อนมาผัด มีรสชาติเค็มปนหวานๆนิดๆ กินกับข้าวแช่

8.หัวไชโป้วผัดไข่ทานกับข้าวแช่กลมกล่อมกำลังดีเลย ผัดเค็มก็ไม้รู้สึกแตกต่างมาก รสชาติดีมากคะ

9.ผักที่ใช้รับประทานคู่กับข้าวแช่ มะม่วงดิบ กระชาย ต้นหอม ผักทุกชนิดจัดแกะให้เป็นดอก สวยงาม ทำให้ข้าวแช่น่ารับประทานยิ่งขึ้น

สำหรับวิธีการทานข้าวแช่กับเครื่องเคียงนั้นเริ่มจากทานลูกกะปิเป็นชิ้นแรกก่อน เคี้ยวให้ได้ลิ้มรสชาติ ตักข้าวแช่ขึ้นทานตามพร้อมน้ำข้าวแช่สักเล็กน้อย รสชาติความเข้มข้นของเครื่องเคียงจะผสมผสานกับความเย็นของข้าวแช่ ทำให้รสชาติในปากจะนุ่มนวลกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เชฟบังอร ยังพิถีพิถันแกะสลักผักสดไว้สำหรับทานแกล้มอย่างปราณีตงดงาม

สัมผัสสำรับเอกแห่งฤดูร้อน สดชื่น คลายร้อน ไปกับ ”ข้าวแช่” ตลอดเดือนเมษายน 2563
ชุดละ 780 บาท สำหรับการรับประทานในโรงแรม
ชุดละ 990 บาท สำหรับชุดทานกลับบ้าน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: square@novotelairtportbkk.com หรือโทรศัพท์ 02-1311111 ต่อ 1750
เว็ปไซต์: www.novotelairportbkk.com

สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-131-1111
อีเมล square@novotelairportbkk.com

Am Dang Typhoon จัดจ้านในย่านสุขุมวิท

ความอร่อยในบรรยากาศคลาสสิค

ถ้าพูดถึงอาหารไทยสิ่งเเรกที่นึกถึง เสน่ห์ปลายจวัก คือ เสน่ห์จากการปรุงอาหารที่ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมดี อร่อยประทับใจ อาหารจะเลิศรสแค่ไหน ถ้าบรรยากาศแวดล้อมไม่น่าภิรมย์ มื้อนั้นคงหมดความอร่อยอย่างแน่นอน รสชาติของอาหารและสถานที่ จึงมีความสำคัญคู่ขนานกัน ร้านอำแดงไต้ฝุ่น จึงเป็นสถานที่ตอบโจทย์ความอิ่มหนำสำราญของคนกรุง และคนที่ชื่นชอบรสชาติแห่งความทรงเมื่อวันวาน เพราะที่นี่ ใส่ใจเรื่ององค์ประกอบของวัตถุดิบและเคร่งครัดในจังหวะการปรุงแบบโบราณขนานแท้ อาหารทุกจานของทางร้านจึงไม่ใส่ผงชูรส เสริฟแบบร้อนๆ ทุกจานอร่อยมาก

อำแดงไต้ฝุ่น ร้านอาหารไทยกลางกรุง ย่านสุขุมวิทร้านที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน มิชลินไกด์ 2020 อร่อยแบบมาสเตอร์ มีรางวัลการันตีเรื่องการสืบสานรสชาติอาหารไทย แบบนี้เรียกได้ว่าสืบทอดตำนานอาหารไทยโบราณ

บรรยากาศ อำแดงไต้ฝุ่น ร้านอาหารไทยกลางกรุง

อำแดงไต้ฝุ่น ร้านที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน มิชลินไกด์ บริเวณร้านยังเป็นบ้านไทยโบราณ บรรยายกาศเหมือนนั่งทานข้าวกับครอบครัว ที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน Talk of the town เรื่องอาหารรสชาติอร่อยและบรรยากาศดี จัดแต่งสถานที่สวยนั่งสบาย ในสไตล์บ้านคลาสสิคโบราณ ภายนอกมีสุมทุมพุ่มไม้เขียวอบอุ่น ที่จอดรถกว้างขวาง การันตีจากผู้ที่ชื่นชอบการทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งเคยแวะเวียนมาลิ้มลองรแล้วบอกกันปากต่อปาก อาหารไทยพื้นบ้านรสชาติดั้งเดิมอย่างไทย

อำแดงไต้ฝุ่น ร้านอาหารไทยกลางกรุง ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน มิชลินไกด์ 2020

เมนูของเค้ายังผสมผสานกับจีนฮ่องกงสูตรต้นฉบับ จานนี้ที่เราอยากแนะนำ จานนี้ที่ขึ้นชื่อไม่ต้องนั่งรถไปไกลถึง จังหวัดอยุธยา กุ้งแม่น้ำเผา ที่ย่างด้วยเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมน่ากิน ส่วูนี่อีกหนึ่งเมนูที่ค่อนข้างหาทานยากเหลือเกินในเวลานี้ ปูไข่ดอง แดนกิมจิ รสชาติแบบดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมคือน้ำจิ้มแบบไทยมีเสน่ห์ที่รสหวานอมเปรี้ยว ที่ทางร้านตั้งใจทำเอาใจคนรักรสจัดจ้านสดใหม่ กินง่าย ไม่มีกลิ่นคาว และยังมีต่ออีกหลายเมนูที่อยากแนะนำ ตามไปชมและชิมด้วยกัน

ปู spicy ผัดซอสไต้ฝุ่น (signature)ราคาขีดละ 290 เสริฟวันนี้ตัวละ 8ขีด

เริ่มต้นที่เมนูท็อปฮิต ที่เรียกลูกค้าให้กลับมาเป็นขาประจำของที่นี่ มีหลายอย่าง อาหารแนวไทย-จีน สูตรพื้นบ้าน เริ่มที่มาแล้วต้องสั่ง ถ้าไม่สั่งถือว่ายังมาไม่ถึง คือ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน ย่างสุกเนื้อฉ่ำ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสเนื้อกุ้งแน่น สดพร้อมมันหัวกุ้งเยิ้ม ๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด กลมกล่อม ที่ร้านคัดขนาดตัวกุ้งแม่น้ำไซด์ยักษ์ มันเยิ้มน่าทาน แถมราคาไม่ต่างจากกุ้งแม่น้ำในจังหวัดที่ติดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ปูผัดพริกฮ่องกง (Typhoon Shelter Chili Crab)

อีกจานที่จัดว่าเป็น Signature ของ ร้านอำแดงไต้ฝุ่น ปูผัดพริกฮ่องกง (Typhoon Shelter Chili Crab) ปูทะเลผัดพริกกระเทียม ที่ใช้แต่ปูทะเลตัวใหญ่ นำไปทอดแล้วผัดแบบพริก-เกลือใส่เครื่องสมุนไพร วัตถุดิบเเละเครื่องปรุงในสไตล์ฮ่องกง กรรมวิธีการปรุงและวัตถุดิบ อันนี้เป็นสูตรลับเฉพาะของทางร้านโดยเฉพาะจริงๆ จานนี้สุดยอดอร่อย เพราะเชฟผสมผสานความเป็นจีน ฮ่องกงสูตรต้นฉบับ ใครที่สั่งเมนูนี้ควรสั่ง ข้าวผัดกากหมู มาทานด้วย เพราะพริก กระเทียมในจานปูผัดพริกฮ่องกง สามารถนำมาผสมคลุกกับข้าวผัดกากหมู เพิ่มความอร่อยลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน

สำหรับ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน อย่างที่บอก คือคัดกุ้งแม่น้ำไซด์ใหญ่ ได้มาตรฐาน ขนาดกุ้งตั้งแต่ตัวละ 6 ถึง 8 ขีด ราคาตัวละประมาณ 1,200 บาท ถึง 1,700 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของกุ้ง จุดเด่นของที่ร้านนี้จริงๆ คือ อาหารสูตรต้นตำรับ ไม่มีผงชูรส ส่วนอาหารไทยของทางร้าน จัดว่าอร่อยทุกเมนู ฮอย่างเช่น แกงรัญจวน หมู และเนื้อ ที่หาทานได้ยากมาก อีกจานที่อยากแนะนำ อาหารไทยที่คุ้นตาอย่าง บวบผัดไข่ใส่ปลาเค็ม เมนูโบราณที่หลายคนอาจเคยได้ชิม รสชาติดี ความพิเศษอยู่ที่กลิ่นและปลาเค็มเข้มๆ นี่แหละ ที่อร่อยล้ำกว่าบวบผัดไข่แบบธรรมดา ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแน่นอน

กะเพราเนื้อปูก้อนยักษ ราคา 390 บ.

ใครอยากลองเมนูไทยเเท้ๆ ผลิตผลจาก ร้านอำแดงไต้ฝุ่น แน่นอนว่าวัตถุดิบอย่างมะนาวที่เชฟใหญ่ มีสวนมะนาว หลายไร่ที่ใช้ในการ ปรุงสด ใหม่ จานต่อจาน ซึ่งอาหารที่กล่าวมา 3-4 อย่าง ข้างต้น สามารถทานอิ่มได้ประมาณ 5-6 ท่านในราคาแบบไม่กดดันความรู้สึก แต่ถ้ามาทานกันเป็นหมู่คณะหลายคนหน่อย แนะนำว่าปลาตาเดียว ทอดเกลือ จัดเป็นออเดิฟที่สำคัญ เครื่องเคียงอร่อย ด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษ อร่อยกลมกล่อมทานไปได้เรื่อยๆ ไม่มีหยุดปากเรียกน้ำย่อย ซึ่งร้านนี้ทำได้รสชาติยอดเยี่ยมเหมือนกัน

.ปูไข่ดอง แดนกิมจิ ซอสเกาหลี ราคา 850 บ.

RECOMMENDED MENU
1.ปู spicy ผัดซอสไต้ฝุ่น (signature) ราคาขีดละ 290 เสริฟวันนี้ตัวละ8ขีด
2.กุ้งแม่น้ำขนาด4ขีด มันเยิ้มตัวใหญ่เนื้อแน่นเป็นมัด ย่างเผาเตาถ่าน ราคาเท่าอยุธยาแต่เสริฟกลางกรุง ราคาตัวละ 950 บ.
3.ปูไข่ดอง แดนกิมจิ ซอสเกาหลี ราคา 850 บ.
4.ปลาตาเดียว ทอดเกลือ เสริฟพร้อม เส้นหมี่และน้ำจิ้มถั่วตัด ราคา 450 บ.
5.แกงรัญจวน เนื้ออร่อยเข้มข้น ราคา 220 บ.
6.บวบผัดไข่ใส่ปลาเค็ม ราคา 220 บ.
7.ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ปูก้อนยักราคา 390 บ.
8.กะเพราเนื้อปูก้อนยักษ ราคา 390 บ.
9.ข้าวผัดมันกากหมู ราคา 180 บ.
10.ไอศกรีม น้ำตาลสด ราคา 95 บ.
11.signature ขนม ของร้าน ราคา 150 บ.

ข้าวผัดมันกากหมู ราคา 180 บ.
บวบผัดไข่ใส่ปลาเค็ม ราคา 220 บ.
กะเพราเนื้อปูก้อนยักษ ราคา 390 บ.
ปลาตาเดียว ทอดเกลือ เสริฟพร้อม เส้นหมี่และน้ำจิ้มถั่วตัด ราคา 450 บ.

อำแดงไต้ฝุ่น – Am Dang Typhoon
อำแดงไต้ฝุ่นหอมกรุ่นรสมืออดีตความอร่อยในบรรยากาศคลาสสิคคุณใหญ่ เชฟปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ Owner & Chef Director คำว่า “ไต้ฝุ่น” คุณใหญ่ เจ้าของร้านเล่าว่า เหตุผลที่ใช้คำว่าอำแดงนั้นเพราะเป็นคำโบราณที่คุณใหญ่ไม่อยากให้จางหายไปจากสังคมไทย

ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ปูก้อนยักราคา 390 บ
คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ Owner & Chef Director
อำแดงไต้ฝุ่น

คุณใหญ่ บอกเราถึงการชอบทำอาหารไทย และหลงไหลในการทำอาหาร เล่าถึง สูตร Spicy Crab จากเกาะฮ่องกง มีโอกาสได้เข้าไปคลุกคลีอยู่ในครัวจนเกิดเป็นความรัก โดยบนเรือได้ประสบการณ์ จากชาวประมงต้องทำอาหารกันสดๆ บนเรือในขณะที่หลบพายุไต้ฝุ่น กลายมาเป็นเมนูเด็ดของร้านที่มอบความประทับใจให้ ทุกคนที่แวะเวียนมา

แกงรัญจวน เนื้อ ราคา 220 บ

ส่วนขนมหวานขึ้นชื่อที่มา ของขนมประจำร้านชื่อ อำแดงไต้ฝุ่น ตบท้ายอาหารคาว ใช้เต้าหู้ Homemade ไปคลุกกับงาบดแล้วนำไปทอด โรยด้วยน้ำตาลเกลือ เนื้อในนุ่มเต้าหู้จัดเป็นอาหารหวานที่ไม่หวานแหลมเกินไป มี กลิ่นรสถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว รับรองว่าอร่อยเพลินทานได้เรื่อยๆ ด้วยความใส่ใจของการทำอาหารและการบริการร้านนี้ จะตราตรึงใจที่ทำให้คุณอยากไปทานบ่อยอีกแน่นอน

signature ขนมหวานจากนี้ชื่อ อำแดงไต้ฝุ่น

Sweet Moment
ส่วนเมนูเครื่องดื่ม คุณใหญ่ แนะนำให้ลอง ค็อกเทลยอดนิยมอย่าง เสน่ห์อำแดง โมจิโต้สูตรไทย ที่ผสมน้ำเสารส วอดก้า มะนาว และมีกิมมิกเล็ก ๆ อย่างการใช้ใบสะระแหน่เป็นใบโหระพาแทน รสชาติออกหวานเปรี้ยว
สัมผัสแน่นหนักแบบไทย ๆ ถูกใจนักดื่มอย่างแน่นอน

Cocktail
-BLUE HAWAII
Vodka
Blue Curacao
Syrup
Lime Juice
Pineapple Juice
Price 180.-

-Sa-Ne AmDang
Vodka
Passion Puree
Lime Juice
Mint Leaves
Top up with ginger ale
Price 200.-

-AmDang Tom yum
Bacardi Rum
Lemon Grass
Kaffer Lime Leaf
Lemon Juice
Syrup/Chilli
Price 200.-

Sa-Ne AmDang Price 200.
BLUE HAWAII / AmDang Tom yum / Sa-Ne AmDang

อำแดงไต้ฝุ่นกับตำนานความอร่อยของอาหารไทย เป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำของคนกรุง พร้อมให้คุณมาสัมผัสความเป็นตัวของตัวเองในเรื่องรสชาติดั้งเดิมแท้

การเดินทางไปร้าน อำแดงไต้ฝุ่นหาไม่ยากเลยคะ อยู่ตรงสุขุมวิท 32 ใกล้รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ เข้าไปในซอยสุขุมวิท 32 สุดซอย ประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางขวามือ ชื่อร้าน : อำแดงไต้ฝุ่น

พิกัด : ซอยสุขุมวิท 32 เข้ามาในซอยประมาณ 50 เมตร อยู่ทางขวามือ
หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีทองหล่อ ทางออกที่ 2 เดินประมาณ 500 เมตร (มีที่จอดรถ)

เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 – 22.00 น.
โทร : 095-716-4712
FB/IG : amdangtyphoon
FB : https://m.facebook.com/amdangtyphoon/

สะท้อนสีสันชีวิตเมืองใจกลางกรุงเทพฯ

โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ (LiT BANGKOK Hotel)

Toptotravel มีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่โรงแรม โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ โรงแรมรูปแบบใหม่กลางกรุงเทพมหานคร ที่ผสมผสานความทันสมัยสไตล์สากลนิยมให้เข้ากันได้ดีกับของเสน่ห์งานบริการอย่างไทย และโรงแรมแห่งนี้จัดได้ว่า Location ดีมาก สะดวกในการเดินทาง ใกล้ทุกสิ่ง เดินทางไปไหนก็ใกล้หมด ด้านหน้าก็มีห้างช้อปปิ้ง ด้วยตระหนักดีว่าแขกผู้มาเยือนจะชื่นชอบ เมื่อได้ใช้ชีวิตใจกลางเมือง อีกทั้งยังจะชื่นชมกับนวัตกรรมใหม่แห่งการดีไซน์ รวมไปถึง สิ่งอำนวยความสะดวก ชั้นเยี่ยมที่จัดเตรียมไว้ให้บริการด้วยความตั้งใจ และยิ่งไปกว่านั้น จะพบว่า

โรงแรม ฦทธิ์ ยังได้รับการออกแบบให้ท่านได้ตะลึงไปกับความแผลงของสี แสง และเส้นสาย ที่สะท้อนชีวิตที่มีอรรถรสกลางเมืองหลวงที่มีทั้งประโยชน์และความตรึงตาตรึงใจในทุกมุมมอง ห้องสะอาด โมเดิร์น มีไวไฟ มีบริการลูกค้าตลอด 24 ชม ส่วนความพิเศษทั้งหลาย จากการออกแบบนี้ ยังทำให้แขกผู้มาเยือนทุกท่านสามารถใช้ชีวิต อย่างกลมกลืนกับวิถีของชุมชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สภาพแวดล้อมใจกลางเมือง

“กรุงเทพมหานคร” คือเมืองที่ นักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด การท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างมีสไตล์ที่ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์พิเศษมากจริงๆ อยู่ใจกลางเมืองเลย ใกล้ๆ กันนั้นก็มีตึกสูงโดยรอบ โรงแรม ฦทธิ์ ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท จำนวน 79 ห้อง ซึ่งห้องพักแต่ละประเภทไ ด้รับการออกแบบอย่างรอบคอบและตกแต่งแตกต่างกัน เพื่อสนองความต้องการของผู้มาเยือน ทั้งยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีสปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำ จากุซซี ห้องอาหารและบาร์ และบริการจัดทัวร์ อินเทอร์เน็ตไร้สาย และห้องประชุม พื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้มาเยือน

ด้านห้องห้องพักภายในโรงแรมหรู สไตล์โมเดิร์นที่ทำให้หวนนึกถึงอดีต ด้วยจินตนาการที่สร้างความแตกต่างจากโรงแรมในเมืองทั่วไป ในส่วนของห้องพักของโรงแรม ฦทธิ์ ก็ได้รับการออกแบบให้สามารถตอบรับกับอารมณ์
และบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ ละช่วงเวลาของแต่ละวัน เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง ห้องพักจำนวน 79 ห้อง นั้นประกอบด้วย

ห้อง Extra Radiance Room จำนวน 25 ห้อง ขนาด 32 ตารางเมตร ห้องพักออกแบบมาเน้นให้มีความรู้สึกอบอุ่น และกลมกลืนไปกับแสงสีน้ำเงิน แดง ที่สามารถปรับเล่นหรือผสมแสงได้ตามสุนทรียภาพของผู้เข้าพัก ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ออกแบบสำหรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี เรื่องของเรื่องคือ นึกเสียดายตลอดเวลาว่า เราน่าจะมีเวลาพักผ่อนนานกว่านี้อีกสักนิด

ห้อง Different Degree Room จำนวน 44 ห้อง ขนาด 34 -36 ตารางเมตร ห้องพักแนวใหม่ที่สลัดความจำเจด้วยการเปลี่ยนมุมมองในการออกแบบให้ส่วนของห้องนอนและห้องน้ำคู่ขนานกัน โดยมีผนังกั้นทอดเป็นแนวยาว ผสมผสานกับเทคนิคการจัดแสง และการหักเหของมุมต่างๆ

ห้อง Full Spectrum Suite จำนวน 5 ห้อง ขนาด 48 ตารางเมตร ห้องสวีทที่ได้รับการออกแบบอย่างมีรสนิยม สะท้อนความมีชีวิตชีวาไปกับแสงและสีสัน จัดแยกพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็น
สัดส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการพักผ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ห้อง Triple Luxe Suite จำนวน 5 ห้อง ขนาด 52 ตารางเมตร มีการแบ่งแยกสัดส่วนของห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่มี 3 เตียง เหมาะสำหรับผู้เข้าพัก 3 ท่าน เน้นความโอ่โถงและความใส่ใจ
ในการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการพักผ่อน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยครบครัน

ที่ตั้งและการเดินทาง บนทำเลที่ดีที่สุดระหว่างใจกลางกรุงเทพ
โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ถนนพญาไทและถนนพระราม 1 สะดวกสบายในการเดินทางทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง
สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์และสยามพารากอน

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS:
จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกหมายเลข 1 หรือหมายเลข 3 เข้าซอยเกษมสันต์ 1 เดินตรงไปประมาณ 150 เมตร โรงแรม ฦทธิ์จะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ

การเดินทางโดยรถยนต์:
เข้าซอยเกษมสันต์ 1 จากถนนพญาไท ก่อนถึงสะพานหัวช้าง จากนั้นเลี้ยวซ้าย โรงแรม ฦทธิ์จะตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

สำรองห้องพักและพบกับรายละเอียดของสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 026 123 456
https://www.litbangkok.com/hotel

IT’S TEA TIME! AFTERNOON RETREAT

ชวนไปปักหมุดไปเช็คอินด้วยกันได้ที่ BCDE @ LIT Bangkok Hotel (โรงแรมฦทธิ์) สะท้อนสีสันชีวิตเมืองใจกลางกรุง ที่ผสมผสานความทันสมัยสไตล์สากลนิยมให้เข้ากันได้ดีกับเอกลักษณ์ของเสน่ห์งานบริการอย่างไทย แต่ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดและรสชาติของขนม AFTERNOON RETREAT ชุดใหม่นี้ ขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักกับที่ตั้งของโรงแรม, ห้องอาหารที่ให้บริการ และบรรยากาศรอบๆ ของ โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพโดยชุด Afternoon Tea หรือชุดชายามบ่ายของโรงแรม ให้บริการที่ห้องอาหาร BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating ชั้น 2

ลักษณะของห้องอาหาร เป็นห้องอาหารขนาดกลางๆ ที่สามารถรองรับคนได้ประมาณ 80-100 คน มีเพดานห้องอาหารที่สูง และผนังทั้งสามด้านเป็นกระจกขนาดใหญ่เราสามารถมองเห็นวิวต่างๆ บริเวณได้โดยรอบ โดยเฉพาะวิวโดยรอบ ของ ซอยเกษมสันต์1 ถนนพระราม1 ส่วนบรรยากาศของห้องอาหาร Toptotravel ได้มีโอกาสได้มาเยือนและกำลังนั่งอยู่นี้ จัดได้ว่าเป็นห้องอาหารที่ รวบรวมรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ของอาหารไทยและอาหารนานาชาติเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสศาสตร์และศิลป์ของการปรุงอาหารในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

BCDE หรือ Bistro of Creative Drinking and Eating เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโรงแรม ฦทธิ์กรุงเทพ (LiT Bangkok Hotel) ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงามมีชีวิตชีวาในสไตล์โมเดิร์น โคซี่ ผสานกับการใช้แสงไฟสีเหลืองนวลให้บรรยากาศแสนโรแมนติก ให้ลูกค้าได้รับความอบอุ่น ดูเป็นกันเอง และผ่อนคลาย เมื่อมารับประทานอาหารที่นี่ ชื่อของห้องอาหารแห่งนี้มีความหมายว่า เป็นแหล่งรวมรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ของอาหารและเครื่องดื่ม สามารถรองรับลูกค้าที่เข้ามานั่งรับประทานอาหารในแบบสบายๆ ได้กว่า 80 คน ซึ่งไม่ใช่เพียงบรรยากาศที่แสนโรแมนติกเท่านั้น เมนูอาหารในแต่ละเมนูยังได้รับการรังสรรค์ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งการปรุงพร้อมจัดแต่งจากเชฟที่มากประสบการณ์ เพื่อให้ทุกท่านได้รับความประทับใจ

ห้องอาหาร BCDE ศิลปะกับอาหารสุดลงตัว
สำหรับเมนูของห้องอาหารแห่งนี้มีอยู่หลากหลาย เมนูที่มีรสชาติเป็น เอกลักษณ์ เฉพาะตัว ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มีเมนูแนะนำหลากหลาย

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสได้นั่งจิบชุดชายามบ่ายและทานขนมสุดเก๋ไก๋ ที่ร้าน BCDE ของโรงแรม ถือว่าเป็นขนมโฮมเมด รสชาติใหม่ๆ เชฟจัดแต่งสวยเก๋ หรูหรา ยามบ่ายแบบนี้ มาทานขนม จิบน้ำชา บรรยากาศกลางสวน ชุดจิบชายามบ่ายชุดใหม่ที่มีหน้าตาที่หรู มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญ วัตถุดิบทำขนมยังเน้นที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เรามาชมภาพและจิบเครื่องดื่มสุดพิเศษ ในชุดน้ำชายามบ่าย AFTERNOON RETREAT
โฉมใหม่นี้ ประกอบด้วย

ICED MATCHA 140 GREEN TEA LATTE
ICED THAI MILK TEA 140
ICED COFFEE LATTE 140

LIT SWEET COMBINATION 240
• Lemon Panna Cotta & Berry Drizzle
• Italian Crumble with Apple Compote & Cream
• Tiramisu Shot

HAM & CHEESE PANCAKE 240

NUTELLA CHOCOLATE LAVA CAKE
Served with choices of Vanilla or Chocolate Ice Cream & Berry + Vanilla Sauce

CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220
Served with Maple Syrup & Whipping Cream

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH CARAMELIZED BANANA 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH VANILLA & CHOCOLATE SAUCE 220

CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH CARAMELIZED BANANA 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH VANILLA & CHOCOLATE SAUCE 220

FLUFFY PANCAKE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

AFTERNOON RETREAT

BCDE ห้องอาหาร บริการเมนูของหวานนานาชนิด เช่น ทิรามิสุ สัมผัสกลิ่นหอมหวานของกาแฟ และเนื้อครีมนุ่มๆ หรือจะเป็น พานาคอตต้าผลไม้รวมที่มีความพิเศษอยู่ที่สีสันของพานาคอตต้าที่มีถึง 3 สีในแก้วเดียว ก่อนจะเพิ่มท็อปปิ้งด้วยผลไม้ แล้วราดด้วยเบอร์รี่ซอส รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว รสชาตินุ่มเนียนและหวานเล็กๆ กำลังพอดี เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่สุดประทับใจอย่างยิ่ง

LIT SWEET COMBINATION 240
• Lemon Panna Cotta & Berry Drizzle
• Italian Crumble with Apple Compote & Cream
• Tiramisu Shot
HAM & CHEESE PANCAKE 240
CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220
CLASSIC Fluffy Pancake
NUTELLA CHOCOLATE LAVA CAKE

BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating) โดยรวมของห้องอาหารนั้นจะเน้นไปที่ความหรูหราเรียบง่าย ห้องอาหารจะมีการเลือกใช้ขาวสีหลัก โดยมีการใช้สีน้ำตาล, ทอง และสีไม้ธรรมชาติมาผสม ทำให้โทนโดยรวมออกมาดูดีสบายตา ส่วนเวลาในการเปิดให้บริการของห้องอาหารนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. – 22.00 น.

Tiramisu Shot

BCDE ให้บริการอาหารทั่วๆ ไป เช่น ขนม, ของว่าง, เครื่องดื่ม และอาหารต่างๆ ส่วนเวลา 13.00 น. – 17.00 น. ให้บริการชุด Afternoon Tea เพิ่มเติม ส่วนใครที่อยากจะมาทาน Afternoon Tea ที่นี่ รายละเอียดเมนูต่างๆ ใน BCDE Afternoon Tea พบกับชุดต้อนรับปี Summer กันเลยนะคะ โดยชุด Afternoon Tea จะมีขนมให้เราทาน ส่วนราคากับวันที่เปิดบริการก็ตาม
นี้เลยคะ

ICED MATCHA GREEN TEA LATTE

เมนูเครื่องดื่ม
ICED COFFEE LATTE 140
ICED THAI MILK TEA 140
ICED MATCHA GREEN TEA LATTE 140
THAI ICED TEA 120
THAI ICED LEMON TEA 120
SMOOTHIES 150

Best hotel in Bangkok next meeting, workshop or event.
BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating)
ตั้งอยู่บนชั้น 2 โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
36/1 ซอยเกษมสันต์1 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS: จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกหมายเลข 1 หรือหมายเลข 3 เข้าซอยเกษมสันต์ 1 เดินตรงไป ประมาณ
150 เมตร โรงแรม ฦทธิ์ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ
โทรศัพท์ 0-2612-3456

สำรองห้องพักและพบกับรายละเอียดของสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่
https://www.litbangkok.com/hotel

#staycation #instacity #outdoorbar #relaxingday #instacity #staycation #litbangkokresidence #saturdayvibes

อิ่มนี้ดีหนักหนา

วันนี้มาจับคู่ความอร่อยกับหลากหลายเมนูจากสีฟ้าในราคาสุดคุ้ม

Toptotravel เดินทางมา central world อยู่บ่อยๆ และทุกๆ ครั้งที่ไปหนึ่งในภาระกิจที่ขาดไม่ได้ คือ การทานอาหารขึ้นชื่อ อย่างร้าน สีฟ้า ร้านนี้ฝีมือระดับอาจารย์ อย่าลืม…สีฟ้า…เวลาหิว สโลแกนนี้ได้ยินมานาน ด้วยการการเดินทางของ สีฟ้า บนเส้นทางสายอาหารก้าวเข้าสู่ปีที่ 84 เติบโตทีละก้าว ผ่านร้อนผ่านหนาว ทำให้อาหารทุกจานสั่งสมประสบการณ์เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ปรุงด้วยความรักความใส่ใจ

ย่าลืม…สีฟ้า…เวลาหิว สโลแกน ยอดนิยมที่ไม่เคยเสื่อมมนต์ขลังในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา สำหรับคนที่ชอบทานอาหารเชิงปริมาณ ที่นี่สิเรียกว่าของจริง เพราะแวะมากี่ครั้งปริมาณลูกค้าไม่ได้ลดถอยลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น ด้วยวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงสารพัดเมนูโปรด การันตีความอร่อยแบบต้นตำรับ

อย่าลืม…สีฟ้า…เวลาหิว สโลแกน ยอดนิยมที่ไม่เคยเสื่อมมนต์ขลัง

เมนูอาหารสด ใหม่ อร่อย เอาเป็นว่า สีฟ้า อยู่กับคุณทุกช่วงเวลาแถมยังสวยงามตระการตาเหมาะกับการถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง (เมนูอร่อยสุดพลัง เต้าหู้เผือกไชเท้าทอด) สุดยอดความอร่อยยำถั่วพู ที่ไม่มีใครเหมือนความกรอบสดของถั่วพู และต้มยำกุ้งทะเลน้ำใส (เด็ดมาก*) และจานโปรดที่มากี่
ครั้งก็ต้องสั่งมากทาน คือ ปอเปี๊ยะสดเมนูของว่างยอดนิยม

ปอเปี๊ยะสด

ปอเปี๊ยะสด
ปอเปี๊ยะสดเมนูของว่างยอดนิยมอีกหนึ่งเมนู ด้วยความอร่อยไส้ที่ประกอบด้วย หมูตั้ง เต้าหู้ กุนเชียง ผักต่าง ๆ ราดด้วยน้ำราดที่ปรุงรสจนหอมอร่อยดัดแปลงโดยนำเป็ดย่างตำรับสีฟ้าเพิ่มเข้าไป รับรองว่าเมนูนี้ถูกใจคนชอบกินปอเปี๊ยะสดแน่นอน เหมาะกับเป็นเมนูของว่างรับประทานกับเมนูอาหารจานเดียวอื่นๆ ของสีฟ้าเป็นอย่างดี

จับคู่ความอร่อยกับโปรโมชั่น หลากหลายเมนูจากสีฟ้าในราคาสุดคุ้ม ราคาพิเศษเพียง 650.- จากราคาปกติ 825.- (เลือก 1 เมนู / หมวด) เมนูทานเล่น
ยำถั่วพู
ลาบเป็ดย่าง

นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ยังมีของหวานน่ากินอยู่หลายตัว เครื่องดื่มก็ไซส์ใหญ่อีกต่างหาก มันจะดีงามเยี่ยงนี้ (ถามพนักงาน เค้านิยมสั่งอะไรบ้าง) ทำให้ร้านนี้ดูมีเสนห์ เก๋ขึ้นไปอีก โดยปกติมาที่นี่ชอบทานบะหมี่หรือเมนูเส้น ในเดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน มีนาคม ทางร้านมีเมนูพิเศษจับคู่ความอร่อยโดย ทางร้านบริการด้วยข้าวสวยแบบ ออแกนิค ทำให้อิ่มนี้ดีหนักหนา แม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะมาเพราะอาหารและเครื่องดื่มก็ตาม จะบอกว่าขนมหวานที่นี่อร่อยแบบต้นตำหรับและทำเองทุกขั้นตอน

ชามะนาวน้ำผึ้ง
​ชามะนาวน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติของสีฟ้า ชงมาตั้งแต่ต้นตำรับดั้งเดิมสมัยราชวงศ์ เริ่มจากใบชาชั้นดีคู่กับมะนาวหอม ๆ เคล็ดลับที่ทำให้ชามะนาวแก้วนี้ไม่เหมือนใคร ก็คือน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติที่นำมาใส่จนเป็นสูตรเฉพาะ ดื่มทีไรก็ชื่นใจ และให้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แค่ได้กลิ่นก็นึกถึงสีฟ้าแล้วล่ะ

ชามะนาวน้ำผึ้ง
ต้มยำกุ้งทะเล

บริการก็ดี๊ดี พูดแล้วอยากกลับไปซ้ำ ที่ร้านสีฟ้า ไม่ได้จำกัดแค่ความอร่อย แต่อาจหมายรวมถึง จัดจานอาหารได้สวย บรรยากาศน่านั่งมาจับคู่ความอร่อยกับโปรโมชั่น หลากหลายเมนูจากสีฟ้าในราคาสุดคุ้ม ราคาพิเศษเพียง 650.- จากราคาปกติ 825.- (เลือก 1 เมนู / หมวด) เมนูทานเล่น
• ขนมจีบนึ่ง/ทอด
• หมูสะเต๊ะ
• เต้าหู้เผือกไชเท้าทอด
• ปอเปี๊ยะสด

เมนูยำ
• ยำวุ้นเส้น
• ยำถั่วพู
• ลาบเป็ดย่าง

เมนูแกง
• แกงเผ็ดเป็ดย่าง
• ต้มยำกุ้งทะเล
• แกงพริกขี้หนูเนื้อน่อง

เครื่องดื่ม
• ชามะนาวน้ำผึ้ง
• ฟรุ๊ตพันซ์
• กาแฟเย็น
• ชาเย็น
ข้าวออร์แกนิค 2 จาน

ชามะนาวน้ำผึ้ง

จับคู่ความอร่อยกับหลากหลายเมนูจากสีฟ้าในราคาสุดคุ้ม! ราคาพิเศษเพียง 269.- จากราคาปกติ 335.- (เลือก 1 เมนู / หมวด)
เมนูทานเล่น
• ขนมจีบนึ่ง/ทอด
• ขนมเบื้องญวน
• เต้าหู้เผือกไชเท้าทอด
• ปอเปี๊ยะสด

เมนูจานโปรด
• บะหมี่แห้งอัศวิน
• วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว
• ข้าวไข่ข้นกุ้ง
• ข้าวคลุกกะปิ
• ข้าวหน้าเป็ดย่างสีฟ้า
• ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

เครื่องดื่ม
• ชามะนาวน้ำผึ้ง
• ฟรุ๊ตพันซ์
• กาแฟเย็น
• ชาเย็น

ปอเปี๊ยะสด
เต้าหู้เผือกไชเท้าทอด

หรือจะเลือกทานอีก 20 เมนู สีฟ้า ที่หลายคนหลงรัก เพิ่มเติม อย่างเช่น

  1. ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว​ ​​​11.เกี๊ยวกรอบ
  2. บะหมี่แห้งราชวงศ์​​​​​ 12.หมูสะเต๊ะ
  3. บะหมี่แห้งอัศวิน​​​​​ 13. เป็ดย่างสีฟ้า
  4. อีหมี่ ​​​​​​14. ขนมจีบ
  5. วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว​​​ 15. ปอเปี๊ยะสด
  6. บัวลอยเผือก​​​​​ 16. ขนมเบื้องญวน
  7. ข้าวไข่ข้นกุ้ง​​​​​ 17. กล้วยไข่เชื่อม
  8. ผัดไทยกุ้งสด​​​​​ 18. ไอศกรีมทุเรียนเยลลี่
  9. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สีฟ้า​​​​ 19. ไอศกรีมสีฟ้าคลาสสิก
  10. เย็นตาโฟ ​​​​​20. ชามะนาวน้ำผึ้ง

ร่วมเดินทางไปกับร้านสีฟ้า กินสะสมให้ครบเมน “สีฟ้า” เห็นถุงแห่งความสุข เมื่อกินครบ 10 เมนู รับฟรี!! 1 เมนูโปรดสุดอร่อย (ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว หรือ บะหมี่แห้งราชวงศ์) มูลค่า 95.-

กินครบ 20 เมนู รับฟรี!! Happiness Bag Duo Set (2 ใบ) มูลค่ารวม 350.-

โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2563
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://seefah.com/delicious-station/

#DeliciousStation
#จับคู่ความอร่อย650
#อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก เรามาทำความรู้จักกับร้านแนว ไลฟ์
Inspire French ชื่อร้านน่ารักจำง่าย 51 Tasty Moments  หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการทานอาหารในรสชาติแบบผสมผสาน ด้วยอาหารคุณภาพที่ใช้ว้ตถุดิบ organic  แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์  ด้วยการปรุงแต่งด้วยการการใช้วัตถุดิบ ออร์แกนิกที่ปลอดสารเคมี ผงชูรสและส่วนผสมจากสัตว์
มีต้นกำเนิด ร้านเกิดจากกลุ่มผู้หลงใหลในอาหารและเครื่องดื่ม โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารเมนูสุดพิเศษ โดยใช้วัตถุดิบ organic  ในการสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารอาหารเข้ากับชีวิตของคนกรุงเทพ ที่ให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน ทานอาหาร และดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย แถมภายในร้าน ยังเพิ่มความสว่างด้วยกระจกบานใหญ่แบบ Glasshouse  ทำให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย ให้
คุณได้ทานอาหารอร่อยๆ แบบจุใจในคอนเซ็ปต์ All Day Dining




แวะมาที่ร้านภายในร้านถูกตกแต่งแบบสไตล์เรียบง่ายและเท่  สะดุดตาด้วยดีไซน์ของร้านที่รับแสงจากธรรมชาติเข้ามาสร้างความสดใสมีชีวิตชีวา ตัวร้านถูกล้อมรอบด้วยกระจกใสบานใหญ่ เพื่อรับแสงธรรมชาติให้เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศอันแสนอบอุ่นตลอดวัน โดยเฉพาะมุมพักผ่อน ที่ยกพื้นสูงด้วยคอนกรีต มีเบาะนั่ง หมอนอิงนุ่มๆ และโต๊ะขนาดกะทัดรัดตั้งตรงกลางให้เลื่อกนั่งพักผ่อนแบบชิลล์ๆ

วันที่ toptotravel ไปทานอาหาร เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ร้านเกิดจากความหลงไหลในศิลปะ และในวันที่ไปทานอาหารมีการจัดแสดง Photo Exhibition JOHPUR ของผู้เป็นเจ้าของร้าน ทำให้ผู้ที่มาเยื่อนได้เห็นและยังจุดประกายไอเดียสุดครีเอท นับได้ว่าเป็นกาสร้างพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์มัลติสโตร์ให้คนที่รักงานศิลปะอย่างแท้จริง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ตั้งอยู่ในตอนท้ายของสุขุมวิท 51 หรือสองถนนขึ้นจากถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ที่เป็นสัญลักษณ์ The 51 Tasty Moments เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่เพื่อให้แฮงเอาท์ตลอดวันด้วยอาหารรสเลิศและแรงบันดาลใจ จากร้านใต้หลังคาเดียวกันซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ถือว่าเป็นร้านอาหารที่ให้ความบันเทิงที่แท้จริง ท่านใดกำลังมองหาสถานที่จัดงานมีศูนย์กลางอยู่ที่การใช้แสงสีและวัสดุอย่างลงตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็น All Day Dining ที่เน้นเสิร์ฟความหลากหลาย ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นในการเติมเต็มความอร่อยได้ตามความต้องการของคุณในทุกช่วงเวลา มาเริ่มต้นจากจานเบาๆ

เมนูแนะนำของทางร้าน ล้วนคัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อยและมีสุขภาพที่ดี เริ่มด้วยเมนู ฉนสก ฉีะห เมนูสุดพิเศษรสชาติดี Lamb Rock

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยจานของสลัดที่เป็น Signature ของทางร้านอย่าง   สลัดฺ ฺBeetrotroot จานโตที่เสิร์ฟผักสดกรอบหลากหลาย

Famer’s baby chicken สูตรเฉพาะของทางร้านอย่าง Chicken  ไก่ออร์แกนิกจากฟาร์มที่เขาใหญ่ ซึ่งถูกเลี้ยงให้เติบโตกับธรรมชาติ เสิร์ฟมาทั้งตัวบนจานใบใหญ่ตามสไตล์ ของทางร้านเคียงมากับมันฝรั่งอบและเนื้อไก่นุ่มฉ่ำและซอส Chicken Gravyให้คุณทานกันได้เพลิน ๆ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานกับ ถัดมาเป็นอีกหนึ่งเมนูน่าทาน เมนูเพียงเห็นแค่หน้าตาของเมนูนี้ก็รู้สึกชื่นใจแล้ว

สำหรับเมนูเครื่องดื่มของทางร้าน มีทั้งสมูตตี้ ชากาฟ แต่หากใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านแนะนำ ลองสั่งมีทั้งสมูตตี้

The 51 Tasty Moments
64 SUKHUMVIT SOI 51, BANGKOK, THAILAND
Email: bookings@the51tastymoments.comBOOK A TABLE BY PHONE TEL: 098 870 7051

The Origin of Valentine’s Day
#ชัญญ่าว่าดี #happyvalentinesday #The51Tasty Moments

TRUFFLE BAR ITALIAN RESTAURANT FINE DINING

URBANI Truffle Bar & Restaurant ที่มาที่ไปของบทความนี้ เกิดความยากสัมผัสโลกของทรัฟเฟิล วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ทรัฟเฟิล “เห็ด” ที่มีราคาแพง เชฟรังสรรค์อาหาร โดยนำทรัฟเฟิลมาชูรสชาติในเมนูจานโปรด ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิล ทำให้กลายเป็นเห็ดที่มีราคาสูง แต่ต้องขอชมว่าที่ URBANI Truffle Bar & Restaurant สามารถทำให้เรา สามารถสัมผัสความเป็นทรัฟเฟิลได้แบบอร่อยจริงในราคาสัมผัสได้

URBANI Truffle Bar & Restaurant

ทรัฟเฟิลเป็นเห็ดก้อน ผ่าเนื้อในจะดูคล้ายสมอง เนื้อเห็ดมีกลิ่นหอมมาก ขึ้นเองตามธรรมชาติใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกนร้านจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนใหญ่ ได้แก่ โซน Raw Bar ซึ่งสำหรับโซนนี้จะมีวัตถุดิบสด
นำเข้าจากต่างประเทศหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป สร้างสรรเป็นเมนูอาหารนานาชาติที่ผสมผสานรสชาติของทรัฟเฟิลเข้าไปในรูปแบบแปลกๆใหม่ อาทิเช่น การนำทรัฟเฟิลไปผสมผสานกับซูชิ และโซนร้านอาหาร
ซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา

โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และเก้าอี้หนังสีเข้ม เข้ากับการตกแต่งของร้านที่มีสีทองตามมุมต่าง ๆ และมีมุมที่นั่งสามารถมองเห็นวิวของตึกสูงย่านสาทรได้ชัดเจน ในส่วนบริเวณครัวนั้น เปิดโล่งให้มองเห็นเหล่าเชฟปรุงอาหารกันสด ๆ และมีมุมที่จัดวางสินค้าจากทรัฟเฟิลให้เลือกซื้อกลับไปปรุงอาหารกันต่อที่บ้าน ลิ้มลองทรัฟเฟิลจาก Urbani ที่อาคารสาทร สแควร์ ชั้น 39

Urbani Truffle Bar & Restaurant @ สาทร
เป็นที่แรกในประเทศไทย ที่พร้อมต้อนรับให้ทุกคนได้มาสัมผัสโลกของทรัฟเฟิลทางร้านมีบริการช่วงกลางวันและช่วงดินเนอร์ ซึ่งในช่วงกลางวัน ทางร้านจะมีเซ็ตอาหารกลางราคาเข้าถึงได้ไว้ให้บริการ

สำหรับมื้อนี้เราเลือกทานแบบ 5 คอร์ส โดยเริ่มเสิร์ฟด้วยเมนู Chef’s Amuse Bouche เพื่อทานเรียกน้ำย่อยกันก่อนและต่อด้วยเมนูที่มีให้เลือกระหว่าง Beef Truffle Tartare เนื้อสันในวัว เสริฟพร้อมทรัฟเฟิล มัสตาร์ด ชีสสไตล์อิตาเลียน ไข่ และปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ หรือ เลือกทานเป็น Steam Monkfish tail citrus เนื้อปลามังค์ฟิชเพิ่มรสชาติด้วยเลมอน ส้มและน้ำมันมะกอก

ในคอร์สที่ 2 จะเป็นเมนู Truffle soup เป็น soup ที่ผสานเส้นพาสต้า Urbani ทรัฟเฟิล เห็ดพอร์ชินี ตกแต่งด้วยพายกรอบ ปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ หรือจะเป็น Warm wild Red Mullet Soup ส่วนผสมจากปลาทะเลที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ผสานกับซาซิมิปลาฮามาจิ จากญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยกระเทียม หัวหอมและพริก

Truffle soup เป็น soup

ในส่วนคอร์สที่ 3 จะเป็นเมนู Linguine di Gragnano in rye bread sauce and truffle เสริฟด้วย เส้นพาสต้าลิงกวินีพร้อมซอสที่ทำจากขนมปังไรย์ และทรัฟเฟิลสไลด์ หรือจะเป็น เมนู Risotto smoked duck in Barolo wine and truffle เสริฟพร้อมข้าวคานาโลนี่ อกเป็ด ราดด้วยไวน์บาร์โรโล่ พามิซานชีส และทรัฟเฟิล


คอร์สที่ 4 มีเมนูให้เลือกทั้ง Tournedos Rossini สเต๊กเนื้อวัว ในส่วน Tenderloin นำเข้าจากออสเตรเลีย เสิร์ฟคู่กับฟัวกราส์ มันฝรั่ง มะเขือเทศ และซอสทรัฟเฟิล ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อ สามารถสั่ง Wild John Dory fillet in Vermentino White wine Villa Solanis เนื้อปลานำเข้าจากฝรั่งเศส ทานคู่กับ Cherry tomato

ในส่วนของหวาน สำหรับใครที่เลือกสั่งแบบ 5 คอร์ส สามารถเลือกสั่งได้ระหว่าง Tiramisu Chocolate sphere ครีมทิรามิสุผสมผสานกับกลิ่นทรัฟเฟิลขาว ซ่อนอยู่ภายใต้โดมไวท์ช็อกโกแลต และทรัฟเฟิล หรือจะเป็น Mango and Truffle มูสมะม่วงพูเร ทานคู่กับทรัฟเฟิลสไลด์และ mango sorbet ซึ่งเป็นเมนูที่ผสมผสานทรัฟเฟิลกับขนมหวานได้อย่างลงตัว

Tiramisu Chocolate sphere ครีมทิรามิสุผสมผสานกับกลิ่นทรัฟเฟิลขาว
Mango and Truffle มูสมะม่วงพูเร

The Signature Deluxe Menus ของทาางร้านมี Tasting Menus แบบคอร์ส ให้เลือกทาน โดยจะมีทั้งแบบ 5 คอร์สในราคา 3,900 บาท++ และ 7 คอร์ส ราคา 5,500 บาท++

ซึ่งทั้ง 2 แบบจะรวม Prosecco และเมนู Chef’s Amuse Bouche ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศที่ผสานรสชาติของทรัฟเฟิลได้อย่างลงตัว

truffle tartare
(Australian beef tenderloin, truffle mustard, stracciatella, caper berry, Tropea onion marmalade, Egg, truffle slices)
Or
Steam monkfish tail citrus
(Spanish monkfish tail, lemon, orange, Evo oil)
Second Course selection
Truffle soup
(Urbani truffle paste, dried porcini, potato, puff pastry, truffle slice)
Or
Warm wild Red Mullet soup
(French red mullet, hamachi sashimi, garlic, onion, chili pepper)
Third Course selection
Linguine di Gragnano in rye bread sauce and truffle
(Linguine Gragnano pasta, Rye bread, shallot, thyme, Evo oil, white wine, truffle slices)
Or
Risotto smoked duck in Barolo wine and truffle
(Carnaroli rice, duck breast, shallot, Barolo wine, Parmigiano

มาร่วม สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ค่ำคืนสุดพิเศษ จากกับกลิ่นกอมกรุ่นแสนละมุน กับทรัฟเฟิลสดที่ส่งตรงจากประเทศอิตาลีนำมารังสรรค์เป็น 6 สุดยอดสุดโรแมนติก บรรยากาศส่วนตัว ที่เข้าไปนั่งแล้วเหมือนทานอาหารใต้แสงจันทร์ ทางเจ้าของร้านใส่ใจกับการออกแบบร้านและการเลือกสรรวัตถุดิบมาปรุงอาหาร รวมถึงการจัดคอมบิเนชั่นของอาหารออกมาได้อย่างลงตัว

ดื่มค็อกเทลแสนอร่อยกับทรัฟเฟิลสดใหม่ให้บริการในบรรยากาศที่ห่อหุ้มอยู่บนดาดฟ้าสูง 140 เมตรของอาคารสาทรสแควร์ใจกลางกรุงเทพฯ
นอกจากเครื่องดื่มชนิดอื่น ทางร้านมีเมนูเครื่องดื่มเยอะมาก เน้นการเปลี่ยนเมนูอยู่เรื่อยๆ และแต่ละแก้วมีความพิเศษในแบบที่คาดไม่ถึงสามารถเลือกไวน์รายการส่วนเมนูอาหารแต่ละจาน สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของทรัฟเฟิลในด้านคุณภาพ ฤดูกาลและความเรียบง่าย จานสร้างสรรค์ของทรัฟเฟิลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาล ร้านนี้บรรยากาศดีจูงมือกันไปเดทได้ทุกเทศกาล

URBANI Truffle Bar & Restaurant ชั้น 39 ตึกสาทรสแควร์
สอบถาม และ จองที่ โทร.02-2331990-1 / 081-1331337

trufflebar #truffle #truffleat #central #winepairing #cheftable #toptotravel

ร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด ร้านอาหารไทยอร่อยราคาดี รางวัลจาก MICHELIN

คุณบิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด ร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ ใน Michelin Guide Bangkok จากอดีตพนักงานออฟฟิต  ทั้งหมดล้วนเกิดจากความหลงไหลของสมาชิกในครอบครัว ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด ระยะ 12 ปี ที่ผ่านมา รังสรรค์เมนูจานโปรดสไตล์โฮมเมดปักษ์ใต้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเรื่องกลิ่นและความมัน ของอาหารใต้รสดั้งเดิม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัว  คนไทยชอบอาหารรสชาติจัดจ้าน และคั่วกลิ้งสูตรที่ร้านจะใส่กะปิลงไปหน่อยผสมกับเครื่องแกงตำสด ผัดแบบไม่ใช้น้ำมัน เพราะในเนื้อหมูที่ทางร้านเลือกใช้มีความมันอยู่แล้ว เติมใบมะกรูดกับพริกขี้หนูสวน ปรุงรสและได้อาหารใต้ของรสชาติของชุมพร เพราะคิดเสมอว่าลูกค้าทุกท่านเป็นเหมือนแขกคนพิเศษ ที่แวะมาทานอาหารฝีมือของบ้านเรา

คุณบิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้าน “คั่วกลิ้งผักสด”

เชื่อหรือไม่ว่า สูตรพิเศษจาก Khua Kling Pak Sod คั่วกลิ้ง ผักสด อาหารชื่อดังที่คุ้นชื่อกันมานาน นำสูตรอาหารฝีมือคุณป้าจากบ้านเกิด จ. ชุมพร สถานที่เป็นร้านอาหารที่ดัดแปลงมาจาก บ้านที่อยู่อาศัยและเป็นกิจการที่ดำเนินงานภายในครอบครัวที่ได้รับคำชมในเรื่องของรสชาติอย่างล้นหลามจนได้รับรางวัล บิบ กูร์มองด์ จากมิชลิน 3 ปีซ้อน โดยชื่อร้านตั้งตามเมนูเด็ดของภาคใต้ คือ คั่วกลิ้งหมูสับ ปรุงรสด้วยผัดกับใบมะกรูด ขมิ้น และพริกขี้หนูสดที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งทางร้านให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุง เช่น สะตอผัดกุ้ง น้ำพริกกุ้งสด รวมถึงเมนูจานไข่ที่สามารถช่วยดับความเผ็ดร้อนได้อีกด้วย

คั่วกลิ้ง ผักสด เป็นอาหารใต้รสชาติของชุมพร เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่มีรสชาติถึงใจ กลิ่นหอม เครื่องเข้มข้นสุด ความโดดเด่นของอาหารใต้แบบโฮมเมด  ถือเป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมมาก  เวลากินคู่กับข้าวสวย คือฟินมากจริงๆ ไม่จำเป็นต้องไปถึงใต้ หรอยจังหูได้ที่ ร้านคั่วกลิ้งผักสด เมนูอาหารใต้กับสุดยอดเมนูอย่าง  “คั่วกลิ้งหมูติดมัน” รสชาติเผ็ดร้อนกับความสดของวัตถุดิบและสมุนไพรนานาชนิด ที่นำมาปรุงรสด้วยน้ำตาลและหัวกะทิเข้มข้น ทางร้านไม่ใช้ผงชูรส อาหารใต้ของไทยจึงเป็นอาหารที่จะทำให้ต่อมรับรสของคุณทำงานอย่างเต็มที่เมื่อได้สัมผัสกับรสชาติสดใหม่ เผ็ดจัดจ้านรสชาติอาหารกลมกล่อมทุกจาน
ส่ววนราคาก็ไม่แพงกลางๆ เทียบกับบริการ คุณภาพอาหาร บรรยากาศ ถือว่าดีมาก

สะตอผัดกุ้ง เอาใจคนชอบกินเผ็ดกุ้งตัวเต็มคำสะตอเม็ดใหญ่เนื้อดีผัดครบรสเข้มข้น ให้กลิ่นและรสสัมผัสที่แตกต่าง
น้ำพริกกุ้งสด

อาหารจานแรกที่ ร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอ คั่วกลิ้ง ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจที่ครอบครัวรับประทานเป็นประจำ เมนูประจำตั้งแต่คุณ Bic ยังเด็กและความคุ้นเคยและชื่นชอบในรสชาติของอาหาร โดยใช้วัตถุ พื้นบ้านดิบพื้นบ้าน  ร้านอาหารไทยอร่อยราคาดี จนได้รางวัลจาก MICHELIN  เป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มนักชิมชาวไทย เพราะร้านที่ได้รางวัลนี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยราคาที่ย่อมเยาว์และคุ้มค่า

หมูสับคั่วมาแห้งๆกลิ่นรสเข้มข้นจัดจ้านแบบกลมกล่อม

คั่วกลิ้งหมูสับ
ไฮไลต์ชวนหลงใหลอยู่ที่พริกแกงและกะปิจากชุมพร

ใบเหลียงผัดไข่ ใบเหลียงยอดอ่อนจากชุมพรผัดคลุกเคล้ากับไข่ไก่ หอมกลิ่นกระทะ
แกงเหลืองปลา รสเข้มข้นจัดจ้าน สีเหลืองสวยด้วยขมิ้น
รสชาติที่อร่อยล้ำของอาหารใต้มาจากเครื่องพริกแกงสด
หมูฮ้อง
ข้าวยำปักใต้

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยเน้นอาหารปักษ์ใต้รสชาติจัด อาหารคุณภาพดีที่คุ้มค่าสมราคา มนูอาหารของทางร้านคุ้มค่ามากที่พลาดไม่ได้คือ คั่วกลิ้งหมูผัดสด สะตอผัดกะปิกุ้ง และหมูฮ้อง รับรองว่าบรรดาแฟนอาหารใต้รสจัดอิ่มอร่อยแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน มาที่นี่ต้องลองเมนู

Khua Kling Pak sod
บิบ กูร์มองด์ มีบทบาท ไม่น้อยไปกว่า ‘ดาวมิชลิน’ ในการส่งเสริมให้ กรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งอาหารอร่อยที่มีตัวเลือกแตกต่างหลากหลายให้นักชิมได้ลิ้มลอง ทั้งอาหารระดับภัตตาคาร อาหารจากร้านธรรมดาขนาดเล็ก หรืออาหารริมทางราคาย่อมเยา สัญลักษณ์รับรองนี้ไม่เพียงนำเสนอทางเลือกให้บรรดานักชิม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่านการคัดสรรจากคู่มือระดับโลกอย่าง ‘มิชลิน ไกด์’ ในราคาที่จับจ่ายได้ง่ายอย่างคุ้มค่า แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารอร่อยคุณภาพดีไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป

ขนมหวานของร้าน คั่วลิ้ง ผักสด

อย่าลืม แวะไปจัดหนักจัดเต็มรับประทานมื้อโปรดกับครอบครัว เพื่อน หรือจะพาชาวต่างชาติมาเลี้ยงต้อนรับก็รับรองว่าเป็นอันประทับใจ บรรยากาศสไตล์นั่งกินข้าวในบ้านชิล ๆ ดีนะคะ ส่วนของอาหารต้องบอกว่าที่นี่เน้นเมนูอาหารมีรสเผ็ดจัดจ้าน อาหารไทย อาหารใต้ ถูกปาก ถูกใจ คงหนีไม่พ้นเมนูอร่อยๆ อย่าง คั่วกลิ้ง ผักสด ข้าวสวยร้อนๆ สักจาน เด็ดสุดสำหรับมื้อนี้คะ

ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด ทุกสาขา เปิดให้บริการห้องจัดเลี้ยง หรือห้องรองรับแขกพิเศษ สามารถติดต่อสาขาที่สะดวก เพื่อขอจองล่วงหน้า

แนะนำ…. อาหารใต้ รางวัลมิลชิลินมาที่นี่เป็นครั้งแรกแล้วไม่ผิดหวัง
Family owned and operated since 2007

ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด PRASARNMIT (สาขาประสานมิตร)
โทร. 02-259-5189, 095-36-36-364
เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 22.30 น.
FB : KhuaKlingPakSod
IG : khuaklingpaksod

#khuaklingpaksod #michelinguidebangkok #คั่วกลิ้งผักสด #ทำทุกจานจากใจ #michelinguidebkk2019 #bibgourmand #bibgourmand2019 #delivery #lineman#คั่วกลิ้งผักสด #อาหารใต้ #ชัญญ่าว่าดี