Category Archives: Event

กรมกิจการผู้สูงอายุ เปิดมหกรรมตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุ

ยกระดับสร้างอาชีพผู้สูงอายุให้มีรายได้

อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (นางไพรวรรณ พลวัน) เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุ

​วันนี้ (9 เม.ย. 62) เวลา 11.00 น. อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (นางไพรวรรณ พลวัน) เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุแสดงศักยภาพ นำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ สนับสนุนกิจกรรมทางสังคมของผู้สูงอายุให้เกิดการสร้างงาน อาชีพและรายได้ พร้อมทั้งอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ภูมิปัญญาไทยไว้กับอนุชน โดยมี รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ) หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ องค์กรผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

​ผู้สูงอายุเป็นทุนทางสังคมที่มีศักยภาพเพราะเป็นผู้ที่มีทั้งภูมิความรู้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญา สมควรส่งเสริมให้เป็นทรัพยากรที่เข้มแข็งและมีคุณค่าให้ยาวนานที่สุด โดยนำจุดแข็งนี้มาสร้างโอกาสในการพัฒนาสังคม กิจกรรมที่เป็นประโยชน์นี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีความสุขได้บริหารกาย จิต สังคม เป็นบุคคลที่พัฒนาไปตามกาลสมัยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พึ่งตนเองได้และสามารถเป็นพลังให้การพึ่งพาแก่ชุมชนและสังคม ปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้สูงอายุที่เป็นภูมิปัญญาและมีชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกผู้สูงอายุ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีความรู้และมีจิตอาสาพร้อมจะถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม กว่า 20,000 คน แต่อาจยังขาดโอกาส ขาดพื้นที่ในสังคม ขาดงบประมาณ และช่องทางในการเผยแพร่ ภูมิปัญญา ทำให้สังคมเข้าไม่ถึงความรู้ที่มีคุณค่าในขณะที่ผู้เป็นภูมิปัญญาผู้สูงอายุต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บ้านเมือง เพื่อส่งเสริมการนาศักยภาพ ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุมาถ่ายทอดต่อคนทุกวัยในสังคม

​กรมกิจการผู้สูงอายุ เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุจึงได้จัดงานตลาดนัดคลังปัญญาขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมแก่บุคคลอื่นเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน และส่งเสริมการนำประสบการณ์ ความรู้ของผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยส่งเสริมการทำงานหรือสร้างอาชีพ/รายได้เสริมด้วยภูมิปัญญาให้แก่ผู้สูงอายุและประชาชน

เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุแสดงศักยภาพ นำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ประกอบด้วย การแสดงดนตรี ศิลปะของผู้สูงอายุ กิจกรรมร่วมสนุกกับการถ่ายทอดภูมิปัญญาผู้สูงอายุ บูธจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ และนิทรรศการแสดงผลงานด้านผู้สูงอายุ กว่า 90 บูธ ได้แก่ บูธถ่ายทอดภูมิปัญญ อาทิ ตะกร้าสานจากเส้นพลาสติก เพนท์ถุงผ้า การทำขนมหยกมณี น้ำยาล้านจานสมุนไพร บูธจำหน่ายสินค้า ประเภทเสื้อผ้า ผ้าพื้นเมือง เครื่องใช้ สมุนไพร อาทิ ผ้าไหม ผ้าภูอัคนี เครื่องประดับราชาวดี เครื่องจักสาน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร และงานประดิษฐ์จากดินไทย

ซึ่งงานตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุจัดระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2562
ณ.อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

ณ.อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#วันผู้สูงอายุแห่งชาติ๒๕๖๒

งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” เสด็จฯ ทรงเปิด “นิทรรศการวิทยาศาสตร์ฮาลาล”ในงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440” ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า โดยภายในเป็นโอกาสอันดีที่ “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ได้จัดให้มีการนำเสนองานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย เป็นการเผยแพร่ความรู้เรื่องอิสลามกับวิทยาศาสตร์ฮาลาล ตามแนวทางของท่านนบี มูฮัมหมัด (ซ.ล)

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติเป็นประธานฝ่ายนิทรรศการ โดย แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ในส่วนแรกเป็นส่วนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชาภิเษก” ซึ่งน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณและพระราชคุณูปการของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 10 มาจัดแสดงพร้อมทั้งเผยแพร่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรมุสลิมไทยอย่างกว้างขวาง

และส่วนที่สอง นิทรรศการ “สิ่งต้องห้ามและต้องสงสัยตามหลักศาสนา” เป็นการจัดแสดงนิทรรศการฮาลาลและหะรอมขึ้น รวมถึงเป็นการจำลองพิพิธภัณฑ์หะรอม (สิ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม) ซึ่งนิทรรศการดังกล่าวเป็นการรวบรวมผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ วัตถุดิบ สารเคมี ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค อุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ที่มีแหล่งที่มาของวัตถุดิบมาจากหะรอมมาจัดแสดง

โดยนิทรรศการทั้งสองส่วนนี้เป็นนิทรรศการ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำมาจัดแสดงเพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้พี่น้องชาวมุสลิมและประชาชนทั่วไป ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป

หน้าร้อนทั้งทีจะขาดเมนู ข้าวแช่ไปได้อย่างไร?

พร้อมแล้ว…ไปทานข้าวแช่ด้วยกันนะ ณ. ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ Toptotravel ชวนไปคลายร้อน อาหารหน้าร้อนทั้งสูตรต้นตำรับจากวัง และสำหรับเมนูมื้อเที่ยงอากาศร้อนๆ หาเมนูอร่อยและคลายร้อน ด้วยการทานข้าวแช่สูตรต้นตำรับชาววัง จากเชฟอาหารไทยฝีมือดี เชฟบังอร มาลาเล็ก เชิญทุกท่าน มาลิ้มลองความอร่อย ข้าวแช่สูตรต้นตำรับชาววัง

“ข้าวแช่ชาววัง” อาหารประจำฤดูร้อนที่มีเครื่องเคียงนานาชนิด มีรสชาติอร่อย สวยงามพิถีพิถัน “ข้าวแช่” กลิ่นหอมเย็น สดชื่นรับประทานแล้วคลายร้อนในเดือนที่ร้อนอบอ้าว
อย่าลืมมาดีบร้อนกันนะคะ กับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้กันที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ สำหรับ “ข้าวแช่ชาววัง” ที่นี่นั้นถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเชฟ บังอร มาลาเล็ก (หัวหน้าครัวไทย) ห้องอาหารศาลาไทยโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เชฟบังอร มาลาเล็ก

หลังจากได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยและความหอมชื่นใจจากข้าวแช่ อบควันเทียนและดอกมะลิ พร้อมด้วยเครื่องเคียงสุดพิเศษ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันอาทิ กะปิชุบไข่ทอด, พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้ง, ปลาช่อนหวานแห้งผัด, หมูฝอย, ไข่เค็ม, หอมยัดไส้ปลาชุบแป้งทอด อิ่มอร่อยสดชื่นไปกับเมนูสุดชื่นใจนี้ได้ที่ห้องอาหารศาลาไทยบริเวณชั้น 1โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

คลายร้อนตำรับโบราณต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ด้วย“ข้าวแช่” ชิมรสความหอมอร่อยชื่นใจจากข้าวแช่อบควันเทียนและดอกมะลิพร้อมด้วยเครื่องเคียงปรุงสุดพิถีพิถันสูตรต้นตำรับชาววัง

Experince a traditional royal Thai dish “Khao Chae” during this Songkran Festival. Feel the authentic taste of rice soaked in cold jasmine and candle fume scented water served with flavourful side dishes to retreat the summer heat, available for lunch during 10th – 18th April 2019 at Sala Thai restaurant.

ตลอดช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10– 18 เมษายน 2562 นี้
ในมื้อกลางวันที่ห้องอาหารศาลาไทย ตั้งแต่เวลา 11.30 – 14.30 น.
ที่หมายเลข 02-131-1111


จองผ่าน https://www.facebook.com/NovotelBangkokSuvarnabhumiAirport/
ณ ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


นิทรรศการ “ด้วยรักและภักดีจากหัวใจสุวรรณภูมิ” ​

โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เปิดนิทรรศการ “ด้วยรักและภักดีจากหัวใจสุวรรณภูมิ” ​ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีเปิด นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ด้วยรักและภักดีจากหัวใจสุวรรณภูมิ” เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 2 เมษายน 2562

ภายในงานมีการจัดแสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์มากกว่า 60 ภาพ จากฝีมือจิตรกรสุวรรณภูมิ 12 ท่าน และจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ ที่ท่านได้ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรที่ด้อยโอกาสในชนบทห่างไกลและถิ่นทุรกันดาร ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายภาพส่วนหนึ่งจะนำขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ​

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรตินี้ ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มศิลปินสุวรรณภูมิในการจัดแสดงผลงาน ได้แก่ วัฒนา พูลเจริญ, สุวิทย์ ใจป้อม, ดินหิน รักพงษ์อโศก, ลาภ อำไพรัตน์, บรรจบ ปูธิปิน, ชิงชัย อุดมเจริญกิจ, พรชัย สินนท์ภัทร, สุรัชต์ สดแสงสุก, นาวี เรืองระเบียบ, สมยศ คำแสง, ยุทธนา พงศ์ผาสุกและเปรมมิกา พฤฒินารากร

โดยจัดแสดงผลงานจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อปสมุทรปราการและผลิตภัณฑ์จากโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในชุมชนมาบเอื้อง จ.ชลบุรี รวมถึงเวิร์คช็อปวาดภาพศิลปะ

ณ บริเวณล๊อบบี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

มหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

มหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
“ยูบีเอ็ม เอเชีย” พร้อมเปิดตลาดความงาม “ASEANbeauty 2019”
จุดประกายความงาม : โอกาสของธุรกิจความงามไทยในตลาดโลก

บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตลาดความงามอาเซียน จัดงานแสดงสินค้าความงาม และสุขภาพ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด “ASEANbeauty 2019” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา ที่จะจุดประกายความงาม พร้อมเปิดโอกาสของธุรกิจความงามไทยได้แสดงศักยภาพสู่ตลาดโลก พร้อมต่อยอดธุรกิจเติบโตสู่ตลาดสากล ผ่านโปรแกรม “จับคู่ธุรกิจ” และเป็นเวทีแสดงสินค้าของผู้ประกอบการกว่า 350 ราย ที่ขนนวัตกรรมด้านความงาม และสุขภาพ ตอกย้ำภาพมหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

มร.เอ็ม กันดิ กรรมการผู้จัดการกลุ่ม (ธุรกิจอาเซียน) บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า ยูบีเอ็มเตรียมต่อยอดความสำเร็จงานแสดงสินค้าความงามและสุขภาพ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “ASEANbeauty 2019” หรือ “อาเซียน บิวตี้ 2019”
ในระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพ ศูนย์กลางตลาดความงามในประเทศไทย และอาเซียน บนพื้นที่ 9,600 ตารางเมตร ภายในฮอลล์ 103-104 โดยงานนี้ถือเป็นมหกรรมรวมเทรนด์ความงามจากทั่วทุกมุมโลก มาไว้ในที่เดียว งานนี้ถือโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงสินค้าความงามใหม่ ๆ ให้โลกได้เห็น

มร.เอ็ม กันดิ กรรมการผู้จัดการกลุ่ม (ธุรกิจอาเซียน) บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย จำกัด

นอกจากนี้ในงานยังถือเป็นเวทีสำคัญที่บรรดานักธุรกิจด้านความงามจะได้มาพบกัน ผ่านโปรแกรม “จับคู่ธุรกิจ”เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการ ผ่านการพบปะพูดคุยกับผู้ซื้อที่มีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก โดยเมื่อปี 2018 โปรแกรมนี้ถือว่าได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะมีการจับคู่ธุรกิจกว่า 3,200 คน หรือราว 1 ใน 3 ของจำนวนผู้เข้าชมงาน และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 9,000 ราย จาก 60 ประเทศทั่วโลก โดยในงานมีการจัดบูธแสดงนวัตกรรมความงามกว่า 350 ราย ที่รวบรวมมาจากทั่วโลก อีกทั้งยังได้พบกับความรู้จากโปรแกรมสัมมนา และเวิร์คช็อปจากบรรดากูรูความงามชั้นนำโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดทั้งงาน

สำหรับงาน “อาเซียน บิวตี้ 2019” นับเป็นครั้งที่ 5 ของการจัดงาน ซึ่งจะมีผู้ประกอบการจากทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชียเข้ามานำเสนอสินค้าและธุรกิจของตนเองมากกว่า 350 ราย จาก 20 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2561 มีผู้ประกอบการ 250 ราย โดยส่วนใหญ่ยังเป็นนักธุรกิจภายในประเทศ 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% มาจากต่างประเทศ อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ อเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส เป็นต้น คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ราย

งาน ASEANbeauty 2019 ในปีนี้ มีประเภทของนวัตกรรมและสินค้าด้านความงามที่เข้าร่วมงาน ครอบคลุมครบทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ซาลอน, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์สปา, OEM/ODM, บรรจุภัณฑ์, ส่วนผสมเครื่องสำอาง, บริการความงามครบวงจร, อุปกรณ์ด้านความงาม, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งเล็บ รวบไปถึงบรรดาผู้ประกอบด้านความงามที่เข้าร่วมงานหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้ง ผู้ค้าส่ง, ผู้ผลิตรายใหญ่, Makeup Artists, ผู้ประกอบการโรงแรม-สปา, โรงเรียนสอนแต่งหน้า-ทำผม ฯลฯ

นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

ทางด้าน นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมข้อมูลงานว่า จากความสำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้เราจัดงาน “ASEANbeauty 2019” ขึ้นอีกครั้ง โดยในปีนี้จะมี
ผู้ประกอบการด้านความงามชั้นนำจากทั้งในอาเซียนและทั่วโลก เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก

ซึ่งจากการที่ตลาดเครื่องสำอางได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เราได้วางแผนรองรับผู้เข้าร่วมงานที่คาดว่าจะมีมากกว่า 10,000 คน ด้วยสินค้าและบริการใหม่ล่าสุดครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ จัดแสดงผ่านบูธสินค้าความงามและสุขภาพจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 350 บูธ พร้อมผู้ซื้อที่มีคุณภาพรวม 50 ประเทศ แบ่งเป็น 50% ผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน อินเดีย สิงคโปร์ เบลเยี่ยม และ ฮังการี โดยในครั้งนี้ บริษัทฯ ในฐานะผู้จัดงาน ต้องการตอกย้ำภาพมหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอีกครั้ง ด้วยการต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของธุรกิจความงามอาเซียนและสากล รวมถึงตั้งเป้าพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมความงามอาเซียนให้ก้าวไปสู่ระดับเอเชียและระดับโลกต่อไป


นอกเหนือจากจะเป็นเวทีสำคัญของผู้ประกอบการความงามสากลแล้ว “ASEANbeauty 2019” ยังถือเป็นเวทียกระดับความรู้ที่สำคัญจากกิจกรรมมากมายในงาน อาทิ การสัมมนาให้ความรู้เรื่องเครื่องสำอางและการดูแลสุขภาพ, การสาธิตคุณสมบัติและการใช้สินค้าบนเวที รวมถึงสินค้านวัตกรรมล่าสุดเกี่ยวกับความงามและสุขภาพในโซน ASEANhealth and wellness รวมไปถึงความรู้ด้านการตลาดเครื่องสำอาง อาทิ การสร้างแบรนด์, กฎระเบียบและขั้นตอนการส่งออกสินค้าด้านความงามและสุขภาพ รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ผู้ประกอบการและผู้เยี่ยมชมงานอย่างแท้จริง

นางสาวอนุชนา วิชเวช กล่าวต่อไปว่า ทางด้านภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามมีแนวโน้มมาแรงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและบุคลิกภาพของตนเอง หรือมีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่การมีภาพลักษณ์ที่ดีภายนอก ในปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดสุขภาพและความงามมีมูลค่า 2.5 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตปีละ 7.6% แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 1.7 แสนล้านบาท และส่งออกอีก 8 หมื่นล้านบาท โดยการส่งออกตลาดหลักจะยังเป็นอาเซียน และประเทศเอเชียอื่น ได้แก่ ญี่ปุ่น และจีน นางสาวอนุชนา วิชเวช กล่าวสรุปในตอนท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถจองตั๋วการบินไทย (TG) เข้างานล่วงหน้าได้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.aseanbeautyshow.com

เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้า ต่อมาใส่รหัส Event Code ที่ได้รับจากการลงทะเบียนเข้าชมงาน “ASEANbeauty 2019” ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaiairways.com/mice หน้าการบินไทยกับธุรกิจไมซ์ และสุดท้ายเพียงเลือกจองเที่ยวบินที่ต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้น สิทธินี้สามารถใช้กับผู้ที่เข้าร่วมงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมจัดแสดงงาน, ผู้เข้าชมงาน, วิทยากร หรือคณะกรรมการผู้จัดงาน และยังสามารถนำสิทธินี้ไปใช้กับการบินไทยในทุกที่นั่ง ตั้งแต่ชั้นประหยัด, ชั้นธุรกิจ รวมถึงชั้นหนึ่งด้วย

เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้า เข้างานล่วงหน้าได้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.aseanbeautyshow.com ต่อมาใส่รหัส Event Code ที่ได้
รับจากการลงทะเบียนเข้าชมงาน “ASEANbeauty 2019” ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaiairways.com/mice หน้าการบินไทยกับธุรกิจไมซ์ และสุดท้ายเพียงเลือกจองเที่ยวบินที่ต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้น สิทธินี้สามารถใช้กับผู้ที่เข้าร่วมงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมจัดแสดงงาน, ผู้เข้าชมงาน, วิทยากร หรือคณะกรรมการผู้จัดงาน และยังสามารถนำสิทธินี้ไปใช้กับการบินไทยในทุกที่นั่ง ตั้งแต่ชั้นประหยัด, ชั้นธุรกิจ รวมถึงชั้นหนึ่งด้วย

งาน “ASEANbeauty 2019”
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา ภายในฮอลล์ 103-104 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 19.00 น.
ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.aseanbeautyshow.com หรือ โทร. 02 036 0500

“กาย” จูงมือ “ฮารุ” ……..

“กาย” จูงมือ “ฮารุ” พาอัพหน้าใหม่เกาหลี
ณ “รพ.บาโนบากิ” เพิ่มรักหวาน

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวตัวอย่างที่รักยังหวานชื่น หยดย้อยเสียจริง แม้จะมีลูกสามแล้วก็ตาม สำหรับครอบครัวหนุ่ม “กาย รัชชานนท์” และสาว “ฮารุ สุประกอบ” ที่ล่าสุดคุณสามีกาย จูงมือสาวฮารุ อัพหน้าใหม่ ซึ่งข่าววงในอัพเดทว่างานนี้สาวฮารุ อัพเกรดหน้าใหม่ ตานิด จมูกหน่อย ณ โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ประเทศเกาหลีใต้ โดยหมอคิมฮักยอง หมอศัลยกรรมมืออาชีพ (คุณหมอที่คนเดิมที่เคยอัพดั้งใหม่ให้สาวกุ๊บกิ๊บ จนสวยปัง ปัง”
ผ่านมาแค่ 2 week ยังเป๊ะได้ขนาดนี้ ถ้าทุกอย่างเข้าที่จะปังได้ขนาดไหน..พิสูจน์ความสวยได้จากภาพโฉมใหม่ของสาวฮารุนะจ๊ะ บอกได้คำเดียวว่าสวยเว่อร์ สวยวัง กันเลยทีเดียว อิอิ #banobagithailand #บาโนบากิ #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

เปิดงาน RAIL Asia Expo 2019 สุดคึกคัก

งาน RAIL Asia Expo 2019 สุดคึกคัก รับกระแสมิติใหม่การขนส่งระบบรางปี2020 หลังประกาศตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศลดนำเข้า70,000ล้าน พลิกโฉมไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระบบรางรถไฟในภูมิภาคอาเซียน ในงานมีนักลงทุนข้ามชาติ ผู้ประกอบการระบบรางไทย สถาบันการศึกษาไทย กว่า 120 รายร่วมประชันนวัตกรรมระบบราง พบโซลูชั่นสุดล้ำด้านงานระบบกลศาสตร์และไฟฟ้า สำหรับระบบรางในเอเชีย “เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส”ผู้จัด ชูงานเป็นเจ้าแรกในเอเชียที่รวมบริษัทยักษ์ใหญ่ระบบรางทั่วโลกไว้ที่เดียวกัน ในขณะที่ปลัดกระทรวงคมนาคมชี้อนาคตมีการส่งเสริมให้เกิด “ฟีดเดอร์ระบบราง” เปิดโอกาสให้ ภาคเอกชกรุงเทพมหานคเป็นผู้ลงทุนระบบรางเอง ด้านร.ฟ.ท.แจ้งได้งบ 300,000ล้านลงทุนรถไฟความเร็วสูง เตรียมเปิดศักราชใหม่ของระบบรางประเทศไทย

นายเดวิด เอ็ทคิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยีรถไฟ รถฟ้าความเร็วสูงและรถไฟใต้ดิน เปิดเผยว่า การเปิดงาน RAIL Asia Expo 2019 ที่จัดขึ้นวันที่ 28-29 มีนาคม 2562 ที่ลานกิจกรรม สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ถือเป็นการจัดครั้งที่ 5 ยิ่งใหญ่กว่าทุกๆปีเพราะมีบริษัทใหญ่ด้านเทคโนโลยีระบบรางทั่วโลกแห่มาโชว์นวัตกรรมกว่า120ราย, มีนักลงทุนต่างชาติร่วมงานกว่าพันคน

งานแสดงในปีนี้ชุมนุมความหลากหลายของ เทคโนโลยีใหม่ ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และคู่ค้าจากทั่วทุกภูมิภาค โดยล่าสุดนี้ มีบริษัทรายใหม่ยืนยันเข้าร่วมแสดงแล้ว อาทิ Bentley, TÜV SÜD, Caddy, Erico, Hoffman, Raychem, Schroff, Tracer, nVent, Damrongsilp, Siam Steel, Kangni Rail Equipment, Egis, Pt Len Industry, GMT, Duali Incorporation และ DB Schenker ขณะที่บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยังเข้าร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น Bombardier, CRRC, LSIS, Transdev, CRSC, Siemens, Voestalpine, Power Pusher, NuStar, Inoue Rubber, Anyang, Schneider Electric รวมถึงพาวิเลี่ยนประเทศไทย และองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น ผู้ให้บริการเดินรถ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ปรึกษาโครงการ ยังมีการจัดแสดงจากพาวิเลียนสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านอุตสาหกรรมระบบรางของไทย ส่วนแสดงเทคโนโลยีใหม่ เตรียมพบโซลูชั่นสุดล้ำด้านงานระบบกลศาสตร์และไฟฟ้า สำหรับระบบรางในเอเชีย
ในขณะเดียวกันการเปิดงาน ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Rail Car Assembly Plants Initiatives for Thailand” การริเริ่มโรงงานประกอบรถไฟในประเทศไทย
มีใจความ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง เพื่อพัฒนาและขยายขีดความสามารถของประเทศ รวมถึงให้
ระบบรางเป็นตัวเชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อในประเทศไทย และระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นงาน RAIL Asia Expo 2019 ที่จะจัดขึ้น เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และคู่ค้าจากทั่วทุกภูมิภาค กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดนโยบายว่า ประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้ภาคเอกชน “จัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในประเทศ” กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการหารือร่วมกันในการส่งเสริมให้มีการตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศไทยจะเริ่มในปี 2020-2021 ซึ่งนอกจากจะมีการผลิต “Future Projects of SRT” อนาคตระบบขนส่งทางรางไทย กล่าวว่าร.ฟ.ท. ได้รับงบประมาณหลายแสนล้านบาท ประกอบรถไฟในประเทศแล้ว ในอนาคตโรงงานผลิตในไทยก็สามารถส่งออกรถไฟฟ้าไปสู่ประเทศในกลุ่ม CLMV ได้

คาดการณ์จะจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟ รถไฟฟ้าได้สูงถึง 3 โรงงาน มียอดการผลิตรวมสูงกว่า 900ตู้/ปีในปี 2027 การจัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถไฟในไทย ในอนาคต จะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่า 10 เท่า จากเดิมมีการนำเข้ากว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อมีโรงงานผลิต ประกอบในไทยจะลดการนำเข้าเหลือเพียง 6,000-7,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังลดค่าใช้จ่ายการซ่อม-บำรุงรักษา ได้อีกกว่า ปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเสริมให้คนไทยได้มีความรู้ในการผลิต เพิ่มการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรมประกอบผลิตตัวรถได้อีกไม่น้อยกว่า 500 คน นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าอะไหล่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟ รถไฟฟ้าได้อีกกว่า 3,000 รายการ จากเดิมต้องนำเข้ากว่า 7,000-10,000 รายการ รวมถึงจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถไฟในอาเซียนด้วย

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระบบรางใหม่ในประเทศไทยว่าระบบรางถือเป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศไทย ปัจจุบันสัดส่วนการขนส่งในประเทศแบ่งออกได้เป็น การขนส่งทางถนน 87% , การขนส่งทางน้ำ 12%,ที่เหลือเป็นระบบราง 1 % ในอนาคตประเทศไทย จะมีการขนส่งระบบรางใหม่ๆเกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งโครงการที่จะเห็นในเร็ววันนี้คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง, โครงการรถไฟฟ้าในเมืองและปริมณฑล 10 สาย, โครงการรถไฟฟ้ารางเบาในภูมิภาค(แทรม) และระบบรางฟีดเดอร์ จะเป็นการให้บริการในกรุงเทพ โดยนำรถเมล์ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เป็นฟีดเดอร์รับส่งผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าไปถึงที่หมายโดยรถเมล์ อนาคตภาครัฐจะต้องมีการส่งเสริมให้เกิด “ฟีดเดอร์ระบบราง” มากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ ภาคเอกชน หรือกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นผู้ลงทุนระบบรางเอง เช่น กรณี รถไฟฟ้าสายสีทอง ล่าสุด กทม. ได้เตรียมเสนอที่จะทำรางฟีดเดอร์ต่อเชื่อมจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากสถานีแบริ่งไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ(รถไฟฟ้าสีฟ้าอ่อน) ซึ่งหากมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม จะทำให้ประชาชนฝั่งสมุทรปราการสามารถเดินทางด้วยระบบรางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิทางทิศใต้ของสนามบินได้ โดยที่ไม่ต้องเข้าสนามบินทางด้านทิศเหนือเหมือนในปัจจุบัน

ด้านนายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการ กลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ปาฐกถา เรื่อง “Future Projects of SRT”แผนอนาคตระบบขนส่งทางรางไทย กล่าวว่าร.ฟ.ท. ได้รับงบประมาณหลายแสนล้านบาท ในการลงทุนยกเครื่องทางรถไฟทั่วประเทศ ระยะทางกว่า 4,000 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายว่าจะทำให้รถไฟไทยขนส่งสินค้าและผู้โดยสารได้รวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกัน รถไฟยังได้รับงบประมาณอีกเกือบ 3 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา (รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน) และกรุงเทพฯ-ระยอง (รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน) ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของระบบรางประเทศไทย แต่การทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนารถไฟอย่างเดียวคงไม่คุ้มค่า ถ้าหากขาดแนวคิดเรื่องการพัฒนารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Transit-oriented Development (TOD) หรือการพัฒนาพื้นที่โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะระบบขนส่งทางราง
ในปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีโครงการพัฒนา TOD ขนาดใหญ่และทันสมัย อยู่บริเวณ ‘สถานีกลางบางซื่อ’ เพราะเมื่อสถานีกลางบางซื่อเปิดให้บริการในปี 2564 ก็จะกลายเป็น Grand Station แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และของประเทศไทย สามารถรองรับการเดินทางได้ทั้งรถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จนถึงรถไฟความเร็วสูง

คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการสถานีกลางบางซื่อจำนวนมาก ร.ฟ.ท. จึงมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่รอบสถานีกลางบางซื่อขนาด 2,325 ไร่ ภายใต้ชื่อ ‘โครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธิน โดยการการพัฒนาจะมีตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภค สวนสาธารณะ โรงแรม หน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดจตุจักร ย่านธุรกิจ ไปจนถึงแหล่งที่พักอาศัย แต่การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจะไม่ใช่เมืองใหม่ธรรมดา เพราะ ร.ฟ.ท.ได้ ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ด้วยการใช้เทคโนโลยี 3 ด้าน คือ ด้านคมนาคม ด้านพลังงานทดแทน และโครงสร้างพื้นฐานบริการสาธารณะ เพื่อบริหารพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้พลังงาน ลดมลภาวะ รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร

โดยเบื้องต้นร.ฟ.ท. มีแผนจะเปิดประมูลศูนย์คมนาคมพหลโยธินบริเวณพื้นที่แปลง เอ ขนาด 32 ไร่ มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นแปลงแรก คาดว่าจะประกาศเชิญชวนนักลงทุนได้ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2562 และได้ผู้ชนะการประมูลภายในปีดังกล่าว เพื่อให้นักลงทุนสามารถพัฒนาพื้นที่แปลง เอ บางส่วน ทันกับการเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อในปี 2564 จากนั้นรถไฟ ก็จะทยอยเปิดประมูลพื้นที่แปลงอื่นๆ ในศูนย์คมนาคมพหลโยธินต่อไป

โอเอซิสสปา ฉลองครบรอบ 16 ปี 16 สาขา

โอเอซิสสปา(ประเทศไทย) นำโดย ภาคิน พลอยภิชา และ 
โทบี้ อัลเลน 

จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปีโอเอซิสสปาพร้อมกับฉลองโอเอซิสสปาสาขาที่ 16 พร้อมให้บริการสปามาตรฐานสากลระดับพรีเมี่ยมโดยมีม.ร..มาลินี จักรพันธุ์, ..ลักษสุภา กฤดากร, ดร.จินดารัตน์ ชุมสายณ อยุธยา, ดร. อวัสดา ปกมนตรีพนิตตา ศรีสะอาด, อุไรวรรณ์ พัฒนศิลป์ Mrs. Universe Thailand,  กัญญาภัค อินทรักษา และ  ชลิตา ตั้งเธียรกุลMiss Tourism ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์, รัศมี ทองสิริไพรศรี ให้เกียรติร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีการแสดงคอนเสิร์ต เพลงคลาสสิกจากศิลปินชื่อดังประกอบด้วย Sophie Tanapura, Christophe Carre, BunnaphatTangpaiboon, Noriko Nakashima ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นในสวนสวยที่ โอเอซิส สปาสุขุมวิท31 

พร้อมกับการประกาศเปิดสาขาใหม่ 2 สาขา 
บนถนนวิทยุและทองหล่อ กรุงเทพมหานครในเร็วนี้

www.oasisspa.net

นิทรรศการ In Situ from Outside: Recon3iguring the Past in Between the Present

“วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ร่วมเปิดมุมมองใหม่ให้ชิ้นส่วนที่เลือนหายของประวัติศาสตร์ไทยกับนิทรรศการที่จะเปิดประสบการณ์การรับรู้ใหม่ ที่ผสานมุมมอง และการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคลจากหลากหลายสาขา เริ่ม ๖ มีนาคมนี้ ณ พระ
ที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นิทรรศการ In Situ from Outside: Recon3iguring the Past in Between the Present
นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลง ร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน นำเสนอผลงาน ศิลปะที่สร้างขึ้นใหม่ และคัดสรรเฉพาะสำหรับนิทรรศการนี้รวมถึงผลงานจากผู้ เชี่ยวชาญหลากหลาย สาขาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์วังหน้าและรายการกิจกรรมเกี่ยวเนื่องที่จะเกิดขึ้นอีก มากมาย ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนนัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน เป็นการต่อยอดจากนิทรรศการประวัติศาสตร์ วังน่านิมิต ณ หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. ๒๕๖๑)นิทรรศการครั้งนี้ตั้งใจโยงอดีตเข้า สู่บทสนทนาร่วมสมัยที่ท้าทายบทบาทดั้งเดิม ของความเป็นพิพิธภัณฑ์ถอดรื้อแนวคิดที่มอง ประวัติศาสตร์เป็นลำดับเหตุการณ์ตายตัวตามหลักฐานที่พบ ทั้งในแง่รูปแบบและ เนื้อหานิทรรศการ ในครั้งนี้จะร่วมสร้างบทสนทนาอันสำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้บริบทของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย บนพื้นที่ ในต่างช่วงเวลา โดยเน้นไปที่กระบวนการและการมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งเหล่านี้

“วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

โครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า)และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี่ โดยกรมศิลปากร เป็นโครงการที่มีการนำเสนอต่อเนื่องกัน ๓ ภาค มีเป้าประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลหลักฐานทางประวัติ ศาสต์ ออกไปสู่สาธารณชนผ่านรูปแบบกิจกรรมและสื่อประเภทต่างๆ อีกทั้งเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจ ประวัติศาสตร์ ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้ามาศึกษาเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การตีความ และสื่อความหมายจากมิติและ มุมมองหลากหลาย โดยมอบหมายนางสาวสิริกิติยา เจนเซน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ โดย โครงการทั้ง ๓ ภาค ประกอบด้วย

ภาคที่๑ ภาค“นิทรรศการวังน่านิมิตณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร”จัดขึ้นเมื่อวันที่๑๐-๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการเชิงรุกนอกพื้นที่วังหน้า (Outreach / Satellite Exhibition) โดยใช้เทคโนโลยี่เป็น เครื่องมือนำเสนอ ประกอบกับการนำเสนอข้อมูล เนื้อหา และข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพระราชวังบวร สถานมงคล เป็นบทความทั้งสิ้น ๑๑ ตอน เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จัดทำโดย The Standard

ภาคที่ ๒ ภาค “เวปไซต์” ในรูปแบบของนิทรรศการและคลังข้อมูลออนไลน์ เป็นการนำข้อมูลข้ออ้างอิงทั้งหมด ที่คณะทำงานใช้สืบค้น มาเผยแพร่ในรูปแบบคลังข้อมูลเปิด เพื่อสาธารณชนเข้าถึงได้

ภาคที่ ๓ ภาค “ วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ มีนาคมถึง ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย และ มุขกระสัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราช กุมารี เสด็จทรงเปิดงานในวันเสาร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ในภาคสุดท้ายนี้ประกอบด้วยนิทรรศการ “นัยระนาบนอก อินซิทู : แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน” นิทรรศการที่เชิญศิลปิน๗ท่านมาร่วมสร้างบทสนทนากับพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยผ่าน งานศิลปะร่วมสมัย อีกทั้งขยายขอบเขตการจัดแสดง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญอาทินักภาษาศาสตร์ นักดนตรี นักผังเมือง สถาปนิก นักพฤกษศาสตร์ นักออกแบบ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ มาร่วมนำเสนอผลงานแสดงมุมมองและแรงบันดาลใจที่มี ต่อประวัติศาสตร์ ประกอบกับการนำสิ่งของจัดแสดงบางส่วนจาก “นิทรรศการวังน่านิมิต” กลับมานำเสนออีกครั้ง

ศิลปินร่วมสมัย ๗ ท่านได้รับเชิญเพื่อมาร่วมตั้งคำถามและสร้างผลงานโต้ตอบกับชั้นของเวลา และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ ซ้อนทับอยู่ในพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างที่เคยได้ชื่อว่าเป็นวังหน้าศิลปิน ร่วมสำรวจเรื่องราว และแง่มุมต่างๆบนเส้นของเวลา รวมถึง การรับรู้ประวัติศาสตร์ในเชิงอัตวิสัย การทำความเข้าใจอุดมการณ์หรือแนวคิดอันเป็นรากฐาน เรื่องราวทางการเมืองรวมถึงการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์สัณฐานทางประวัติศาสตร์ร่วมถึงแรงผลักที่ทำให้ เรามองหาร่องรอยทาง ประวัติศาสตร์ เรื่องเล่ากระแสหลัก หรือวัตถุที่อ้างสิทธิเป็นดังหลักฐานและ ประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เองที่สร้างให้เกิดการทำความ เข้าใจประวัติศาสตร์

การมองเห็น และการอ่านอดีต ราวกับกระบวนการที่ยังมีชีวิต สิ่งที่เราเรียกว่า ‘ประวัติศาสตร์’ ยังคงโลดเต้นอยู่ในปัจจุบัน นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอชิ้นงานที่มีรากฐานกำเนิดจากแก่นของพื้นที่ ประกอบไปด้วยผลงานในรูปแบบ performative หรือการ กระทำที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงชิ้นงานที่สร้างขึ้นเฉพาะนิทรรศการให้ความสำคัญกับความเข้าใจของผู้ชมและ ประสบการณ์ที่ จะได้รับจากวัตถุต่างๆ ที่เคลื่อนไหว และมีชีวิตอยู่ร่วมกันในพื้นที่แต่ละชิ้นงานเผยให้เกิดการมองเห็น พื้นที่ และ เวลาที่เคลื่อนผ่าน เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และสร้างภาวะการจดจำเรื่องราวเก่าในแบบใหม่
นิทรรศการครั้งนี้เป็นโครงการของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยคุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซน เป็นแกนหลักของคณะทำงาน เหมือนเช่นครั้งที่ผ่านมา ตั้งใจนำเสนอมุมมองในรูปแบบใหม่เพื่อแสดง ให้เห็นวิธีคิดที่แตกต่างในการดึงคนยุคปัจจุบันให้มีส่วน ร่วมกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

อีกความตั้งใจที่จะให้ผู้เข้าชมงานเข้าใจ และเชื่อมโยงกับอดีตมากขึ้น นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน จึงเชื้อเชิญ ๑๓ ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ นักพฤกษศาสตร์ นักดนตรีไปจนถึง เชฟ มาร่วมสืบค้น ศึกษาร่องรอยเกร็ดเก่า นำมาเล่าใหม่ผ่าน ชิ้นงานที่แต่ละคนสร้างสรรค์จัดแสดงที่ มุขกระสัน (ด้านหลังของพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย) รวมถึงกิจกรรมย่อยต่อเนื่องด้วยมุ่งหวัง ให้เกิดการ สื่อสารที่มีคุณค่าผ่านการมีส่วนร่วมระหว่างบุคคลจากหลายหลายสาขากับพื้นที่ของ พระราชวังบวรสถานมงคล (วัง หน้า)ระหว่างเหตุการณ์ตามลำดับเวลาในอดีตกับพื้นที่ซ้อนทับที่ ไม่ปรากฏ ระหว่างประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล ระหว่างอดีตและปัจจุบัน นัยระนาบนอก อินซิทู:แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน จึงเป็นการนำเสนอมิติประวัติศาสตร์ ที่ใช้มุม มองเชิงสังคมและบริบทเป็นตัวนำ เพื่อเข้าใจมรดกทางวัฒนธรรมและความสัมพัน ธ์ของเราต่อสิ่งเหล่านี้ในปัจจุบัน

นัยระนาบนอก อินซิทู:แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน นิทรรศการที่จะร่วมเปิดพื้นที่ทับซ้อนทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โดยศิลปินร่วมสมัยและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา
ศิลปินที่เข้าร่วม: ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์ ออน คาวารา อุดมศักดิ์ กฤษณมิษ นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์ ปรัชญา พิณทอง ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช หยัง โว

ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ: จารุพัชร อาชวะสมิต ประพจน์ อัศววิรุฬหการ คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู สายัณห์ แดงกลม ชุดารี เทพาคำ สุวิชชา ดุษฎีวนิช พงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวังศ์ ชาตรี ประกิตนนทการ กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ บุญเตือน ศรีวรพจน์ สุพิชชา โตวิวิชญ์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ตุล ไวฑูรเกียรติ และ Marmosets

ทีมภัณฑารักษ์: นาตาลี บูตัง สิริกิติยา เจนเซน แมรี่ ปานสง่า ๖ มีนาคม – ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ผู้สนับสนุนหลักโครงการ
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
สนับสนุนโดย แอร์ฟรานซ์ เค แอล เอ็ม สื่อพันธมิตร
The Cloud
ชุดบทความเผยแพร่ติดตามได้ที่ readthecloud.co ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน 2019
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ กรุณาติดต่อ:
วรานี เนียมสอน , โทรศัพท์: 081-617-8009

อีเมล: Finearts.pr@gmail.com
ติดตามข่าวสารนิทรรศการได้ที่: www.wangnaproject.com

งานนบพระ-เล่นเพลง เมืองกำแพงเพชร ท่องเที่ยวสไตล์ วิถีไทย สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว

วันนี้ Toptotravel มาที่ จังหวัด กำแพงเพชร ซึ่งเริ่มขึ้นแล้ว “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ. บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชรนั้นอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทยและแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักก็เป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นที่รู้จักกันดี

เช้านี้ ท่องเที่ยวสไตล์วิถีไทย – สัมผัสวิถีถิ่น แผ่นดินชากังราว “งานนบพระ-เล่นเพลง” เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร. จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” ขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำค่านี้ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน


“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชร เมืองมรดกโลก” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย พาคณะสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสบรรยากาศของกิจกรรม “งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ณ.บริเวณวัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณี นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562 ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

ในงาน ชมการแสดงบนเวทีกลางในงานประเพณี นบพระเล่นเพลง และงานกาชาด จังหวัดกำแพงเพชร เดินชมผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพและของดีแต่ละชุมชนวางจำหน่าย “มาเที่ยวบ้านฉัน” โดยมีตัวแทนและชาวกำแพงเพชรนำของดีของแต่ละชุมชนมาบอกเล่าให้คณะกรรมการ และนักท่องเที่ยวได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลินๆ และผู้ร่วมงานยังได้เดินชมบรรยากาศ งานกาชาด

เมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของ
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562

นายอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย นำสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพิธีเปิดและชมการแสดงแสง สี เสียง โดย นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการแสดง ซึ่งสวยงามตระการตา การแสดงที่มีชื่อเรื่องว่า “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง
“น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า
“เราจะทำงานในเชิงประวัติศาสตร์ ตามที่สมเด็จ ฯ ได้กรุณาเล่าให้ฟังถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ เพราะต้องการเปิดเมืองกำแพงเพชร งานต่อไปคือจะเชื่อมโยง วัดด้านนี้กับฝั่งตะวันออก คือ นครชากังราวเดิมคือฝั่งลานโพธิ์หน้าศาลากลาง จะมีการดำเนินการจัดทำแลนด์มาร์ค ในปี 2563 และจะใช้เส้นทางลำน้ำปิงในประวัติศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสต้นมาที่นี่ และมาขึ้นฝั่งนมัสการพระบรมธาตุแห่งนี้ จะดำเนินการในการที่จะทำให้ทั้งสองฝั่งที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน มีนครชุมกับชมกังราว ได้เชื่อมโยงสองจุดสำคัญให้แก่กัน

สำหรับงานประเพณีนบพระเล่นเพลง เป็นการย้อนอดีตให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รับรู้ว่า ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดกำแพงเพชรเป็นอย่างไร เขาจะได้รักถิ่นฐานบ้านเกิดใน 10 วัน 10 คืนที่เราจัดงานได้กำหนดให้มีการจัดการแสดง แสง สีเสียง 2 วัน เนื่องจาก เราติดขัดเรื่องงบประมาณ จึงทำได้เพียงสองวันเท่านั้น

โครงเรื่อง การแสดงประกอบแสง สี เสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก”

องก์ 1 รัฐพิธีนบพระเล่นเพลง
เป็นการแแสดงและนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของ เมืองกำแพงเพชร เริ่มตั้งแต่ยุคก่อตั้ง สู่ยุครุ่งเรือง ผ่านการแสดงแสง เสียง สุดอลังการ โดยมีฉากหลังเป็นโบราณสถานที่สวยงาม และเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดงาน ด้วยเดิมความในจารึกนครชุม ที่ว่า “ผิผู้ใดได้ไหว้นบ กระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงส์ พร่ำเสมอ ดั่งได้นบตนพระเป็นเจ้าบ้างแล”

องก์ 2 จากตะวันตกสู่ตะวันออก
เป็นการนำเสนอเรื่องราวของแผ่นดินกำแพงเพชรที่แต่เดิม ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำปิง นามเดิมว่า “เมืองนครชุม” หากแต่ได้เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติทำให้เมืองล่มสลายลง ผู้คนจึงละทิ้งแผ่นดินพากันอพยพ ข้ามแม่น้ำปิง มายังฝั่งตะวันออก และสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่นาม “เมืองชากังราว” หรือ “เมืองกำแพงเพชร”

องก์ 3 พุทธศาสน์พิลาศล้ำ
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “พระพุทธสิงหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่ง ซึ่งเคยมาประดิษฐาน ณ.วัดพระแก้ว เมืองกำแพงเพชร เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยแม่หลวงราชมาตา มารดาของติปัญญาอำมาตย์ หรือ “พระยาญาณดิส” ผู้ครองเมืองกำแพงเพชร

องก์ 4 น้ำหมองฟ้า นาครร่ำไห้
เป็นการนำเสนอคุณค่าของ “คนเมืองกำแพงเพชร” ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าศึกจนตัวตาย เพื่อปกปักรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานตราบเท่าทุกวันนี้ กล่าวคือ ภายหลังจากที่ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยไว้ได้ และทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ทรงขึ้นครองราชย์พระนาม “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” นั้น ทางพม่ายังมิได้ถอนกำลังไปโดยเด็ดขาด หากแต่ได้ส่งอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพใหญ่ยกไพร่พลมาประชิดเมืองหมายจะเอาคืนไทย และได้ส่งกะละโบ่ขุนศึกผู้เหี้ยมโหดเข้ามาปล้นเมืองกำแพงเพชร ซึ่งในขณะนั้นไม่มีทหารป้องเมืองแม่สักคนเดียว ด้วยตามพระเจ้าตากสินไปกู้เอกราชจนสิ้น หากแต่ภายหลังกองทัพของพระยาจักรีได้ยกทัพมาช่วยปราบข้าศึกและขับไล่จนพ้นไปจากแผ่นดินได้สำเร็จ

องก์ 5 รัตนโกสินทร์แผ่นดินแห่งมหาราช
เป็นการนำเสนอคุณค่าของแผ่นดินกำแพงเพชรในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มแห่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี นับแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองกำแพงเพชรได้รับพระราชทาน “พระแสงราชศัสตรา” ประจำเมืองกำแพงเพชร นับเป็นสิริมงคลยิ่งของแผ่นดินถิ่นนี้

องก์ 6 ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
แผ่นดินนี้มีคุณค่าด้วยเกิดก่อจากชีวิต จิต วิญญาณของบรรพชนสืบยุคสืบสมัย และมีคุณทางทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม โดยเฉพาะ “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ทางวัฒนธรรม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่มีความโลภครอบงำในจิตใจ ได้แอบแฝงเข้ามาเพื่อลักขโมยสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน แต่ทว่า แผ่นดินแห่งนี้มีบรรพชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาอยู่ จึงมิอาจมีใครทำร้ายมรดกของแผ่นดินนี้ได้

องก์ 7 น้ำเพียงฟ้า พระบารมีเรืองอนันต์
เป็นการนำเสนอคุณค่าของความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และจังหวัดกำแพงเพชรก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของประวัติศาสตร์อารยธรรมและอิ่มเอมไปด้วยแสงทองแสงธรรมแห่งบวรพุทธศาสนา และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา


ดังนั้น ในวาระของการสืบสายงานประเพณีนบพระเล่นเพลงของจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี พ.ศ.2562 ชาวจังหวัดกำแพงเพชร จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “น้ำเพียงฟ้า กำแพงเพชรเมืองมรดกโลก” เพื่อเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดิน และกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแหนสมบัติอันล้ำ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติบ้านเมืองสืบไปตราบนานเท่านาน

การแสดงจากผู้ร่วมแสดงนับร้อยชีวิต สำเร็จลงได้อย่างสวยงามเหล่านี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากการผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากมาย เรามีโอกาสได้พูดคุยผู้นำที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยว เมืองกำแพงเพชร ที่จะไม่ให้เป็นเพียงแค่เมืองผ่านเท่านั้น นั่นคือ…คุณเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และคุณอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย พร้อมด้วยพระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร
เช้าวันที่ 2 เริ่มต้นที่ลานพระบรมธาตุเจดีย์นครชุม พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า ที่ด้านหน้าลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไทเสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ณ.วัดพระบรมธาตุนครชุม

นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร

พระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม เล่าถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ว่า วัดพระบรมธาตุเจดียารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยเมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว ก็ยุคสุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมือง กำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระบรมธาตุเจดีย์นครชุม มีการซ้อมรำชุดพุทธบูชา ในพิธีเปิดงานประเพณีนบพระเล่นเพลง ที่ลานหน้าบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ซึ่งเป็นวันที่พระยาลิไท เสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานในพระบรมธาตุเจดีย์ และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 1900 จนถึงปัจจุบัน 662 ปี

วัดพระบรมธาตุ นครชุม พระบรมธาตุเจดีย์ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว)

น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน อ. คลองลาน จ.กำแพงเพชร
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคลองลาน คุณสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่บริเวณลานจอดรถภายในอุทยาน น้ำตกคลองลานมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาขุนคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 44 ของประเทศ
ที่ครอบคลุมผืนป่าแหล่งสุดท้ายของอำเภอคลองลานและอำเภอเมืองของจังหวัดกำแพงเพชรกว่า 187,500 ไร่ หรือ 300 ตารางกิโลเมตร


การเดินทาง: จากกำแพงเพชรบริเวณกิโลเมตรที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามถนนสายคลองแม่ลาย-อุ้มผาง ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร ถึงบริเวณสี่แยกตลาดคลองลานทางแยกขวามือ เข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกคลองลาน

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: ตลอดปี
สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านพักให้บริการ 9 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ร้านค้าสวัสดิการ ลานกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำชาย-หญิง ห้องน้ำรวม และลานจอดรถ
ติดต่อ-สอบถาม: อุทยานแห่งชาติคลองลาน โทรศัพท์ 055-766-022

เที่ยวไทดำ บ้านวังน้ำ “ดีแต้..เล้”
ช่วงบ่าย เรามุ่งหน้ามามาชมความงดงามของวัฒนธรรม ที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทดำบ้านวังน้ำ ซึ่งจะเป็นศูนย์เรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของชาวไทดำได้ที่นี่นอกจากการแต่งกายแล้วยังมีอาหารพื้นบ้านของชาวไทยทรงดำ ได้รับประทานกัน และการแสดงพื้นบ้านประเพณีวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยทรงดำ การร่ายรำ ที่ชดช้อยสวยงามของชาวไทยทรงดำ แม้แต่เด็กเล็กก็ร่ายรำกันได้อย่างสวยงาม ตามแบบของวัฒนธรรมดั่งเดิมของชนเผ่านี้ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดเดียวทางภาคเหนือตอนล่าง ที่มีชื่อเสียงทางด้านพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ทุกชนิด มีสายน้ำปิงไหลผ่านผ่ากลางจังหวัดกำแพงเพชร

พื้นที่การเกษตรเขียวชอุ่มทั้งสองข้างทาง ผู้คนหลายเผ่าหลายภาษาอพยพย้ายถิ่นฐานมาปักหลักอาศัยทำกินอยู่ในพื้นที่อย่างหลากหลาย จนเกิดประเพณีขึ้น บ้านวังน้ำ อำเภอขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อประมาณปี 2492 ชาวไทดำได้อพยพมาสร้างบ้านเรือนที่บ้านวังน้ำ โดยยังคงมีวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น การไหว้ผีบรรพบุรุษ ผีเรือน การแต่งกาย พิธีเสนเรือน พิธีปาดตง การเล่นคอนฟ้อนแคน


หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

บอกเล่าเรื่องราวชาวบ้านผ่านอาหารพื้นถิ่น
หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของชาวไทดำ
อยู่ที่ บ้านวังน้ำ ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

“งานเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” 2562 นอกจาก งานประเพณีนี้แล้ว กำแพงเพชร ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น วัดพระบรมธาตุเจดียาราม ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ “เมืองนครชุม” หรือจะเที่ยงแหล่งธรรมชาติ ที่หลายท่านอยากจะมา แวะชมความงดงามตามคำร่ำลือ “น้ำตกคลองลาน” เป็นชุมชนที่มีความรักและสามัคคี ชาวบ้านในชุชุมชนที่มีความน่ารักพร้อมเป็นเจ้าบ้าน เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ที่มีเสน่ห์ซ่อนไว้ อย่างน่าอัศจรรย์

ขอขอบคุณ :
นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชราชการจังหวัด กำแพงเพชร
ทีมงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย และขอขอบคุณ น้องป๊อบ และน้องไอซ์ ตัวแทนจาก ททท.สุโขทัย และจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมารับและมาส่งพี่ๆ สื่อทุกท่าน และดูแลเป็นอย่างดีตลอดทริป

ขอบคุณที่พัก : โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว จ. กําแพงเพชร
ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบไทย ปูพื้นด้วยไม้ลวดลายสวยงาม พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดทันสมัย ทั้งยังสามารถชื่นชมทิวทัศน์ของเมืองกำแพงเพชรและลำน้ำปิง ได้จากบริเวณระเบียงส่วนตัวนอกจากนี้โรงแรมยังมีบริการเชื่อมต่อห้องพักสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กอีกด้วย ห้องพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Superior Room Deluxe Room Junior Suite ตัวโรงแรมออกแบบเน้นความเรียบง่ายแต่สวยงาม ห้องพักทุกห้องออกแบบสวยหรูในสไตลไทยคลาสสิกมีเอกลักษณ์เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพมีระเบียงส่วนตัวสำหรับชมทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำปิงและตัวเมืองกำแพงเพชร

โรงแรม ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำปิง ห่างเพียง 200 เมตร ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่างตลาดไนท์บาร์ซา ห่างเพียง 250 เมตร อยู่ใกล้กับตลาดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ห่าง 100 เมตร และอยู่ใกล้กับสวนสาธารณประจำจังหวัด
ห่าง 150 เมตร เดินทางไปเที่ยวชมความงามของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เพียงแค่ 7 นาที

กำแพงเพชร มีดีกว่าที่คิด ผ่านแล้วห้ามพลาด เที่ยวได้ตลอดปี
งานประเพณี : นบพระ – เล่นเพลง และงานกาชาด
จังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2562
เริ่มตั้งแต่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย มีกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง
ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562

งานนบพระเล่นเพลงและงานกาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ปี 2562