Category Archives: Event

กินกิน เที่ยวเที่ยว ใกล้กรุงกันดีกว่า ตลาดอิงน้ำสามโคก

ตลาดอิงน้ำสามโคกสุดคึกคักฉุดเศรษฐกิจชุมชนโตต่อเนื่อง พร้อมช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น

มาชวนไปหาของอร่อยแถวสามโคก ปทุมธานี ตลาดนี้เพิ่งเปิด ตลาดเล็กๆ มีเจ้าเสือพ่นน้ำเป็นสัญลักษณ์ ชาวบ้านใจดี ร้านค้าจัดน่ารัก น่าเดินเล่นและซื้อหาของ ด้วยความผูกพันของชาวชุมชน พร้อมใจกัน  สรรหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นภูมิปัญญาและฝีมือของท้องถิ่นออกมาให้นักท่องเที่ยวได้ชม ชิม ช้อป อาทิเช่น ข้าวแช่ แกงมะตาด ขนมจีนชาวน้ำ หรือการปักสะไบมอญ  ด้วยอัธยาศัยการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวสามโคกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมภายในตลาดอิงน้ำสามโคก

ชวนไปหาของอร่อยแถวสามโคก ปทุมธานี ตลาดนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน
ด้วยบรรยากาศชุมชนที่ยังคงวัฒนธรรมประเพณีและวิถีความเป็นอยู่ ซึ่งมีแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสัญจร เป็นตลาดเก่าดั้งเดิมที่ทำมาค้าขายทางเรือกันมาอย่างราบรื่นหลายชาติพันธุ์ชาวไทย ชาวมอญ ชาวจีน และชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันอย่างมีความสุข ตลอดระยะเวลาจาก
เริ่มโครงการจนเป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

นอกจากนั้นยังเสริมสร้างให้เด็ก เยาวชน ในท้องถิ่น โดยมีเวทีในการแสดงทางวัฒนธรรม เกิดทัศนคติที่ดีและหวงแหนชุมชน ภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองผ่านการแสดงในทุกวันจัดกิจกรรมที่เวทีการแสดง

ธรรมชาติยังดีเหมือนเดิม มีชุมชนอาศัยอย่างปกติทีความเป็นกันเองกับผู้มาเยี่ยมเยือนมีร้านค้าพอสมควรมี ร้านอาหารให้เลือกทานมีร้านอาหารริมน้ำอร่อยมีศาลเจ้าติดริมน้ำมีมุมสวยๆหลายมุมให้จับภาพมี ร้านกาแฟมุมสวยให้พักผ่อน ร้านผัดไทยกุ้งสดขายดี มีร้านหมูสะเต๊ะอร่อย มีร้านทอดมันกุ้งทอดให้ลอง มีกล้วยทอดให้ชิม มีห่อหมกร้านอร่อยให้ซื้อกลับบ้าน แล้วมานั่งทานขนมจีนซาวน้ำ

จังหวัดปทุมธานีเผยผลสำเร็จโครงการถนนสายวัฒนธรรม  ตลาดอิงน้ำสามโคก ชาวชุมชนพร้อมใจต้อนรับนักท่องเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชน อาหารอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยอิทธิพลไทย รามัญ จีน มุสลิม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของภาครัฐ เตรียมนำความสำเร็จจากโครงการนี้เป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาต่อยอดสู่โครงการอื่นๆ ต่อไป

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวในงานแถลงข่าวความสำเร็จของโครงการ ถนนสายวัฒนธรรม ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี ว่า หลังจากจังหวัดปทุมธานี ได้จัดโครงการถนนสายวัฒนธรรม ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา พบว่าชาวชุมชนที่เคยค้าขายอยู่ในตลาดอิงน้ำสามโคก

ทั้งที่เลิกค้าขายไปแล้วและที่ออกไปค้าขายที่อื่นตามการเปลี่ยนแปลงของชุมชน ได้กลับมาค้าขายในพื้นที่ตลาดอิงน้ำสามโคกอีกครั้งเป็นจำนวนมาก จากที่ก่อนเปิดโครงการมีร้านค้าเพียง 20 กว่าร้าน จนในปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 120 ร้าน จำนวนนักท่องเที่ยวจากที่เคยมีเพียงไม่เกิน 100 คน/วัน ในช่วงวันหยุด ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 1,500 คนต่อวันและมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งจากการประเมินตามร้านค้าพบว่าในแต่ละวันที่ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมมีเงินหมุนเวียนภายในชุมชนกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งหากนับจากวันเริ่มโครงการ มีเงินสะพัดภายในตลาดเกือบ 30 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 เดือน

“การจัดโครงการถนนสายวัฒนธรรม ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นการเปิดเส้นทางและพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการนำเสนอและจำหน่ายสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีรายได้ กินดีอยู่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนตามนโยบายของภาครัฐ ความสำเร็จที่เกิด
ขึ้นจากโครงการนี้ จะเป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนา เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดสู่โครงการอื่นๆ อีกมากมาย” รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าว

ตลาดอิงน้ำสามโคก ตั้งอยู่ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พาครอบครัวเดินมาเดิเล่นชมวิถีชุมชนริมน้ำแบบใกล้กรุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ต่างชาติ ได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชน อาหารอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยอิทธิพลไทย รามัญ
จีน มุสลิม จากชาวบ้านในพื้นที่ ราคาไม่แพง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น อาคารที่ว่าการอำเภอสมัย รัชกาลที่ 6 อนุสาวรีย์สุนทรภู่ วัดบางเตย ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ฯลฯ
พร้อมมุมถ่ายรูป ชิค ชิคทั้ง  Wall Art  วิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยลงทางด่วน ที่ด่านถนนบางพูน (รังสิต-ปทุมธานี) ลงแล้วเลือกไปทางปทุมธานี ขับตรงมาอีกไม่ไกลเจอสามแยกไฟแดงโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส แล้วเลี้ยวขวา ขับชิดซ้ายตรงมาเรื่อยๆไม่ต้องขึ้นสะพานไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ขับตามป้ายปทุมธานีไว้ จะเจอสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขับข้ามสะพานตรงมา จะเจอสะพานข้ามแยก (สันติสุข) ไม่ต้องขึ้นสะพาน ให้เลี้ยวขวาใต้สะพานไปทางอำเภอสามโคก ตรงมาเรื่อยๆ สังเกตปั้ม PT ไว้และต่อมาจะเจอวัดบางเตยนอกและวัดบางเตยกลางจะอยู่ติดกัน ข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆลงมาชิดขวาไว้จะเจอช่องทางให้กลับรถ (ตรงที่กลับรถ มีป้ายบอกว่า สถานีตรวจคนเข้าเมือง  จังหวัดปทุมธานี) เลี้ยวขวาที่ช่องกลับรถเข้าซอยมา จอดรถที่ท่าน้ำ

ตลาดอิงน้ำสามโคก เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว
ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น.

ธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018

เตรียมตัวให้พร้อม  ไปงานของพวกเรา คนรักการถ่ายภาพ 

Toptotravel  มีโอกาสร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว PHOTO FAIR 2018 ผู้ที่รักการถ่ายภาพได้มาร่วมงาน PHOTO FAIR 2018  ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆมากมาย และจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในปีนี้ที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่สนใจ เพราะทุกวันนี้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เราควรต้องตามให้ทัน

เมื่อวันที่  19 มิถุนายน 2561  ที่  โรงแรมดิเอ็มเมอรรัล ถนนรัชดาภิเษก กทม.สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดพิธีมอบตำแหน่งคณะกรรมการสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปี พร้อมนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพท่านใหม่ นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ พร้อมแถลงข่าวการเปิดตัวกิจกรรม PHOTO FAIR 2018

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018
คุณณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปีบริหาร 2561-2562 หลังจากรับตำแหน่ง พร่้อมทำงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด Photo Graphy Power รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียวกัน สื่อถึงความมีพลังสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

นางณริภา นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพคนใหม่ กล่าวว่า งานกิจกรรม PHOTO FAIR 2018 จุดนัดพบของคนรักการถ่ายภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561 จำนวน 5 วัน ณ ไบเทคบางนา โดยทางสมาคมธุริจการถ่ายภาพได้จัดกิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 ถึงปัจจุบัน ถือเป็นปีที่ 39 บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร วัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางของผู้ประกอบการธุรกิจการถ่ายภาพที่มีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินการธุรกิจถ่ายภาพต่อไป ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้กับนักถ่ายภาพทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพ ซึ่งจะมีเครื่องมือและเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายภาพใหม่ๆที่ทันสมัยมากมาย รวมทั้งจะมีผู้ประกอบการด้านการถ่ายภาพที่ตอบรับมาเข้าร่วมงานครั้งนี้จะนำสินค้าที่แตกต่างจากประเทศไทยเ ได้แก่ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น จึงอยากเชิญชวนผู้ที่รักการถ่ายภาพว่าไม่ควรพลาดที่จะมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปี (บริหาร 2561-2562) หลังจากรับตำแหน่ง พร้อมทำงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม PHOTO FAIR 2018 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด PHOTO GRAPHY POWER รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียว

ประวัตินายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 
คุณณริภา (นวรัตน์) ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 เป็นบุตรสาว นายชัยพันธ์ วงจันทร์ศิลป์ และนางขาเฮียง แซ่อึ้ง เกิดในครอบครัวร้านถ่ายภาพวงจันทร์ เริ่มเป็นช่างภาพตั้งแต่อายุ 13 ปี มีความสามารถตั้งแต่สมัยที่วงการถ่ายภาพใช้ฟิล์มกระจก ซึ่งต่อมาก็เป็นฟิล์มแผ่นจวบจนถึงปัจจุบันนี้กว่า 50 ปี มีความสามารถในการถ่ายภาพทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งการแต่งรูป แต่งฟิล์ม และขยายภาพ ได้สมรสกับคุณชาริษ (ชาลี) ศรีสว่างวัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของ บริษัท ภาพยนตร์วีดีโอโปรดักชั่น จำกัด และห้างหุ้นส่วนภาพยนตร์โฟโต้ ซึ่งได้มีการถ่ายภาพหมู่โดยใช้กล้องหมุนและถ่ายวีดีโอ พร้อมทั้งถ่ายภาพในการรับพระราชทานปริญญาบัตรในสถานบันมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้รับเชิญให้ไปถ่ายภาพหมู่กล้องหมุนหลายประเทศ ทั้งประเทศอเมริกา ฝรั่งเศส จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเก๊า มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขมร ลาว เป็นต้น ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างมากมาย

ประวัติทางสังคม

-เป็นอุปนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพหลายสมัย และดูแลฝ่ายต่างประเทศ

-เป็นอุปนายกสมาคมตระกูลเฮ้งแห่งประเทศไทย

-เป็นที่ปรึกษากลุ่มสตรีสมาคมตระกูลเฮ้งแห่งประเทศไทย

-เป็นที่ปรึกษากลุ่มสตรีสมาคมฮงสูนแห่งประเทศไทย

-เป็นสมาชิกไลออนส์ที่เป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกมากว่า 15 ปี สังกัดสโมสรไลออนส์จอมทอง กรุงเทพ ภาค 310D เคยดำรงตำแหน่งอดีตผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารสภาภาครวม 310 ประเทศไทย

พิธีมอบตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพสมัยที่ 26 คุณณริภา (นวรัตน์) ศรีสว่างวัฒน์ ปีบริหาร 2561-2562 และงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม โฟโต้แฟร์ 2018  งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด Photo Graphy Power รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียว สื่อถึงความมีพลังสามัคคี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561ณ ไบเทคบางนา

สำหรับผู้สนใจจองพื้นที่ในงาน ติดต่อสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ
งาน PHOTO FAIR 2018 จุดนัดพบของคนรักการถ่ายภาพ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา บนพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม.
ติดต่อที่ สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ 02-803-7570-1
โทรศัพท์ 0 2803 7570-1

#PhotoFair2018
#โฟโต้แฟร์2018
#PhotoFairThailand

รางวัลระดับเอเชียในเมืองหลวงของไทย พร็อพเพอร์ตี้กูรู

ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ปี 2018


โค้งสุดท้าย พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 13

เตรียมจัดงานมอบ รางวัลชนะเลิศระดับเอเชีย

นับถอยหลัง  กับการมอบรางวัล  พร็อพเพอร์ตี้กูรู  ไทยแลนด์  พร็อพเพอร์ตี้
อวอร์ดส์ ปี 2018 หรือ PropertyGuru Thailand Property Awards 2018 ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 เวทีเฟ้นหานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย และเป็นรางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดในประเทศ

ภายในปีนี้มหกรรมการมอบรางวัลประจำปีดังกล่าว เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปให้เริ่มส่งรายชื่อโครงการต่างๆ   จนถึงวันที่ 29 มิถุนายนนี้  ส่วนการสมัครในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และดีไซเนอร์จากทั่วประเทศ

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ จำกัด หรือ JLL

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ จำกัด หรือ JLL ประธานคณะกรรมการตัดสินเปิดเผยว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นสำหรับนักลงทุน ดังนั้น นักพัฒนาต่างเข้าใจถึงประโยชน์ของการรับรองคุณภาพโดยที่มีความเป็นเลิศในทุกด้านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ มีระบบการตัดสินที่โปร่งใสและเป็นมืออาชีพ ดำเนินการโดย บีดีโอ BDO เครือข่ายการตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งทำให้ในปีนี้มีจำนวนผู้สมัครจากทั่วประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี”

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ดอทคอม

ด้าน นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ดอทคอม ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “แม้ว่ารางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ จะเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลเอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ Asia Property Awards ที่มีขนาดใหญ่กว่า แต่ได้รับการยอมรับจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก สำหรับรางวัลพร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อสิบสามปีที่ผ่านมา นับได้ว่า เป็นรางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมีการจัดงานมอบรางวัลระดับเอเชียในเมืองหลวงของไทยเป็นครั้งแรกในปีนี้ด้วย”

นายพอล แอชเบิร์น ผู้บริหาร บีดีโอ ไทยแลนด์ ให้ความเห็นว่า “รางวัลพร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเป็นลำดับ โดยได้สร้างระบบแรกที่ได้รับการยกย่องในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของราชอาณาจักรให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกการเพิ่มประเภทการตัดสินที่มากขึ้น ทำให้คณะกรรมการคาดว่า จะต้องมีการประเมินผู้เข้าร่วมประกวดที่มีจำนวนมากขึ้นไปด้วย ต้องมีวิธีการตรวจสอบยังที่ตั้งโครงการสถานที่จริง รวมถึงแนวทางการประเมินเจตนารมณ์ของแต่ละโครงการที่ผู้เข้าประกวดตั้งใจทำและส่งมอบให้กับลูกค้า นอกจากนั้น การมอบรางวัลนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และตัวผู้ประกอบการ เราเชื่อว่า การสนับสนุนให้มีการประกาศรางวัลอันทรงคุณค่า การสนับสนุนโครงการคุณภาพ จะช่วยเป็นตัวอย่างและสนับสนุนให้เกิดความเป็นเลิศต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทยโดยรวม”

มหกรรมการมอบรางวัลพร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์
ปีนี้นำเสนอโดย โคห์เลอร์ Kohler และได้รับการสนับสนุนโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ DDproperty.com  ในฐานะเว็บไซต์ชั้นนำ  ของวงการอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย โดยมีการเพิ่มประเภทรางวัลใหม่ รวมเป็น 40 ประเภท ได้แก่ ประเภทการพัฒนา Smart Home Development, การพัฒนา Best Co-working Space และการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สงอายุ และในปีนี้ยังมีรางวัลสำหรับนักออกแบบ (Designer) ด้วยรางวัลสาขาต่าง ๆ อาทิ Best Hotel Architectural Design เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ประกาศรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้น ให้กับอาคารเพื่อการอำนวยสาธารณะประโยชน์ ซึ่งมอบให้กับอาคารที่มีการเปิดใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งการดูแลสุขภาพอนามัย การศึกษา บริการสาธารณะ การขนส่ง การบำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรมทางศาสนาไม่ว่าอาคารนั้นจะเป็นของเอกชน หรือองค์กรภาครัฐก็ตาม ได้แก่  รางวัล Best Green Development,  Best Universal Design Development และ Special Recognition for Public Facility โดยคัดเลือกจากโครงการทั่วประเทศ ได้แก่​ กรุงเทพฯ​ เชียงใหม่ ตะวันออก หัวหิน เขาใหญ่ เกาะสมุย ภูเก็ต
พังงา สงขลา และตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ในปีนี้คณะกรรมการตัดสินได้ให้ความสำคัญกับการได้รับความนิยมที่เติบโตสูงขึ้นของ co-working space ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของออฟฟิสใหม่ ๆ และอาคาร multi-purpose เพื่อจะจัดบริการให้กับพนักงานหลากหลายประเภทในทุกวันนี้ รวมไปถึงบุคคลที่ทำงานอย่างอิสระผ่านช่องทางออนไลน์ที่จำเป็น และไม่ต้องการที่จะทำงานภายใต้สภาพห้องทำงานแบบเดิม ๆ อีกตลาดเฉพาะ (niche) ที่ควรได้รับความสนใจ ได้แก่ ตลาดที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตลาดค่อนข้างเล็กแต่มีศักยภาพสูงมากที่จะเติบโต ประเทศไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาคเป้าหมายที่จะมาใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุงานสำหรับชาวต่างช าติรวมไปถึงคนท้องถิ่นที่มีฐานะร่ำรวยจำนวนมาก หากนำไปรวมกับอัตราค่าครองชีพที่เหมาะสมและอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สามารถจ่ายได้แล้ว เชื่อว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รวมไปถึงหุ้นส่วนของพวกเขาจะต้องเข้ามาสู่ตลาดนี้ในเวลาอีกไม่นาน  จะปิดรับรายชื่อในวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ได้ทาง AsiaPropertyAwards.com/nomination/thailand

โดยผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูง และวีไอพี  จำนวนกว่า 600 ท่าน โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขาหลักจะได้รับการส่งไปประกวดใน Property Guru Asia Property Awards ครั้งที่ 8 รอบสุดท้าย ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นงาน Grand Final ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีเพื่อฉลองความสำเร็จของนักพัฒนาและนักออกแบบในสิงคโปร์ พม่า ฟิลิปปินส์ และมองโกเลีย จะเข้าร่วมด้วยเพื่อรับรางวัลในเวทีระดับภูมิภาคที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย นอกเหนือจากการประกวดใน PropertyGuru Asia Property Awards แล้วนั้น ทางผู้จัดงานยังมีงานสัมมนาหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ PropertyGuru Asia Real Estate Summit เช่นกัน  ในวันที่ 8 – 9 พ.ย. 2561

สำหรับงานกาลาดินเนอร์เพื่อแจกรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 13 จัดขึ้น ณ โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพฯ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
E-mail : awards@propertyguru.com
เว็บไซต์: AsiaPropertyAwards.com

ASIA FITNESS & WELLNESS EXPO 2018

AFW จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, การกีฬาแห่งประเทศไทย

AFW Fitness Festival 2018  จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงาน Asia Fitness & Wellness Expo ครั้งที่ 10 เป็นงานที่รวมอุปกรณ์และนวัตกรรมล่าสุดสำหรับผู้รักการออกกำลังกาย ตลอดจนโภชนาการ อาหารเสริม เสื้อผ้า หลักสูตรต่างๆ ตลอด 3 วัน การจัดงาน ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับบูธแสดงสินค้า กิจกรรมการแข่งขัน การสัมมนาเชิงปฏิบัติ การเข้าร่วมงานของ  เหล่าเซเลบริตี้และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าชมงาน ฟรี!

ด้วยแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย
จากปี  2560 มีมูลค่า 2 แสนล้านบาท มีโอกาสขยายอีกหลายเท่าตัว เนื่องจากสินค้าและบริการมีการแตกไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจอาหาร อาหารเสริม นาฬิกาบันทึกวัดการเต้นของหัวใจ วัดความดัน หรือแม้แต่ชุดกีฬา ซึ่งไม่ใช่แค่การสวมใส่เพื่อออกกำลังกาย แต่กลายเป็นเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ในทุกโอกาสด้วย

คุณสันติ ตันแสงวิไล นายกสมาคมการค้าเครื่องกีฬา

ทั้งนี้ยังมีการเติบโตของสปอร์ตสโตร์แนวใหม่   รวมถึงร้านกีฬาที่เจาะเฉพาะนิช มาร์เกต  กลุ่มผู้ค้าที่เน้นเจาะช่องทางออนไลน์อีกจำนวนมาก  สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมกีฬาที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

Kru Nicha & Kru Karn arrive for the AFW Fitness Festival & press launch for AFW Expo 2018. Get in touch at afw@aes-exhibitions.com

ASIA FITNESS & WELLNESS EXPO 2018  มีผู้ประกอบการร่วมงานกว่า 112 บริษัท กิจกรรมไฮไลฟ์ และโชว์ต่างๆในงานจะมี การแข่งขัน Physique Model , Mr & Miss AFW 2018 เพื่อท้าทายผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลง รูปร่างและการดำเนินชีวิต ให้มีคุณภาพ เสริมสร้างความมั่นใจ และมีสุขภาพกายและใจที่ดี โดยเรียนเชิญผู้สนใจทั่วไป ร่วมสมัครได้จนถึงสิ้นเดือน มิถุนายนนี้ ตัดสินในงาน AFW 2018 เดือน ตุลาคม 2561

นายเดวิด เอ็ทคิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย เอ็กซิบิทชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติรายใหญ่ในไทย เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ จะมีงานยิ่งใหญ่เร็วๆคืองาน AFW หรืองาน ASIA FITNESS & WELLNESS EXPO 2018

จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , กระทรวงสาธารณสุข, การกีฬาแห่งประเทศไทยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สมาคมการค้าเครื่องกีฬา การจัดงานในครั้งนี้ตอบสนองตลาดเครื่องกีฬาที่กำลังเติบโตดาวรุ่งพุ่งแรงในไทยขณะนี้ โดยรายงานข้อมูลจากการกีฬาแห่งประเทศ ไทย แจ้งว่า อุตสาหกรรมกีฬาไทยมีมูลค่าตลาดมากกว่า 2 แสนล้านบาท อัตราเติบโตอย่างน้อย 4-5% ต่อปี มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการจัดการแข่งขันกิจกรรมการกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดสูงถึง 27,663 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ การเติบโตที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระตุ้นให้ธุรกิจหลากหลายกลุ่มกีฬาแข่งขัน เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งและสร้างโอกาสใหม่ๆคึกคัก

การออกกำลังกาย การเต้น Piloxing  เป็นการบริหารร่างกาบการผสมผสานศาสตร์แห่งความยืดหยุ่น และผ่อนคลายด้วยท่วงท่าการเคลื่อนไหว  ที่นุ่มนวลของพิลาทีส เข้ากับกีฬาแมน ๆ อย่างมวยไทย ประยุกต์เข้ากับสเต็ปการเต้นเข้าจังหวะด้วยท่าทางที่ออกแบบมาอย่างลงตัว บริหารร่างกายได้ครบทุกสัดส่วน เป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนานช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 400 – 900 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง

 

Zumba | King of Zumba Kru Num

การจัดงาน จัดงาน AFW FITNESS FESTIVAL 2018 ณ.  สเตเดียม วัน (Stadium One) เป็นส่วนหนึ่งของประชาสัมพันธ์ งาน ASIA FITNESS & WELLNESS EXPO 2018 เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น มีการจัดแสดงการออกกำลังกาย การเต้น Zumba, Piloxing, และ การแข่งขันชกมวยไทยครูดามไฟท์, พบกับมวยไทยนานาชาติในรูปแบบมวยไทยสมัครเล่น รุ่น 6 ขวบ – 53 ปี มีการจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ จาก บริษัท ฟิตเนส ต่างๆ มาร่วมออกบูธ จำหน่ายสินค้าและบริการ มีผู้สนใจมาร่วมกว่า 1,000 คน

การออกกำลังกาย การเต้น Piloxing  เป็นการบริหารร่างกาบการผสมผสานศาสตร์แห่งความยืดหยุ่น

พบกับแหล่งรวมอุตสาหกรรมด้านการออกกำลังการ ผลิตภัณฑ์ใหม่
ASIA FITNESS & WELLNESS EXPO 2018
ในวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ ที่ Hall 99 ไบเทค บางนา

สนใจข้อมูลรายละเอียดที่ http://asiafitnessexpobkk.com/home/

8 สูตรสำเร็จความร่ำรวย ของ 8 โค้ชระดับประเทศ

Wealth Expert 2018  สัมมนาเพื่อความมั่งคั่งแห่งปีเผยเคล็ดลับ

เคล็ดลับพิชิตเงินล้านและหนทางสู่อิสรภาพทางการเงิน บี ดิฟเฟอเรนซ์ เปิดตัวงานสัมมนาแห่งปี  Wealth Expert 2018  ยกขบวนโค้ชดังระดับประเทศจากโลกออนไลน์  ร่วมเผยเคล็ดลับ ไขกุญแจสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่ง ตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด และเคล็ดลับในการทำธุรกิจให้ปัง มั่งคั่ง ในยุค 4.0 รวมเคล็ดลับจาก 8 โค้ชดัง
ในงานเดียว

เก็บเกี่ยวความรู้ได้สุดคุ้ม  8 โค้ชชื่อดังระดับประเทศ รวมพลังเทพ อ.บัณฑิต พี่แมรี่ ครูรุ้ง คุณชนะ โค้ชโรมี่ ผก เบ๊นซ์ พี่พอล ในงานเดียว เก็บเกี่ยวความรู้ได้สุดคุ้ม  พบกันได้ในงานสัมมนาแห่งปี Wealth Expert 2018

คุณเจนจิรา เชื้อสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บี ดิฟเฟอเรนซ์ จำกัด ผู้จัดงานสัมมนา Wealth Expert 2018 กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดงานครั้งนี้ว่า

“เดิมตัวเองก็เป็นคนทำงานธรรมดาทั่วไป แต่มีความสนใจอยากพัฒนาตัวเอง จึงได้ไปเข้าอบรมและฟังสัมมนาในคอร์สต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองมากมายหลายคอร์ส เรียกว่าเป็นนักสัมมนาไปเลยตอนนั้น พอได้แนวคิดได้ความรู้ก็นำมาปรับใช้จนสามารถสร้างธุรกิจที่มั่นคงขึ้นมาได้ เลยเกิดความคิดอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ตรงนี้ให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ หรือคนทำงานที่สนใจอยากจะพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปสู่การใช้ชีวิตอย่างที่ตนเองต้องการได้ จึงเป็นที่มาของการจัดสัมมนา Wealth Expert 2018 ซึ่งจะเป็นการรวบรวมสุดยอดโค้ชดังระดับประเทศจากโลกออนไลน์และออฟไลน์ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีจำนวน 8 ท่าน มาเผยเคล็ดลับ ไขกุญแจสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่ง

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างที่หลายคนปรารถนา โดยปกติแล้วโค้ชทั้ง 8 ท่านมีเปิดคอร์สสัมมนาให้ความรู้ของแต่ละท่านอยู่แล้ว และหากต้องการเรียนรู้กับโค้ชท่านไหน เราก็ต้องไปเทคคอร์สกับโค้ชท่านนั้น แต่งานนี้จะเป็นงานเดียวที่เราสามารถจะเข้ามารับฟังแนวทางจากโค้ชทั้ง 8 ท่านได้พร้อมๆ กันก่อนตัดสินใจเรียนรู้ในขั้นต่อๆ ไป ซึ่งโค้ชทั้ง 8 ท่านนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาค่ะ แต่ละท่านก็เตรียมหัวข้อมาพูดคุยและเผยเคล็ดลับอย่างไม่กั๊กกันอยู่แล้วค่ะ ที่สำคัญคือรายได้ส่วนหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้เรามอบเป็นการกุศลให้กับศิริราชมูลนิธิ เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลศิริราช และมูลนิธิเดอะบอสส์ ซึ่งทำงานด้านการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้คนในสังคมด้วยค่ะ”

สำหรับโค้ชทั้ง 8 คน ที่มาร่วมสัมมนาในงานครั้งนี้ ได้แก่
ผู้กองเบนซ์ ร้อยตำรวจเอกสี่ทิศ อ่ำถนอม หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีความเชื่อว่าการปรับปรุง พัฒนาตนเองและความรู้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน เขาคือคนที่พบช่องทางสร้างรายได้จากสติ๊กเกอร์ไลน์และนำมาเผยแพร่จนโด่งดัง ทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลอีกด้วย หนุ่มคนนี้จะมาไขกุญแจสู่ความสำเร็จในหัวข้อสัมมนา “เปลี่ยนพรแสวงและพรสวรรค์เป็นรายได้”

โค้ชชนะ  วนิชพันธุ์   ชายผู้มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารในบริษัทชั้นนำระดับประเทศมากว่า 15 ปี และได้รับการรับรองให้เป็นวิทยากร  ผู้ถ่ายทอดหลักสูตรลิขสิทธิ์ B.A.N.K. ™ Personality Profiling System คนแรกของเอเชีย จะมาไขกุญแจสู่กลยุทธ์และเคล็ดลับในการขายที่จะเพิ่มความมั่งคั่งให้กับธุรกิจ ในหัวข้อ “ถอดรหัสการขายด้วยวิทยาศาสตร์ทางสมอง”

โค้ช Vichai Gambhir หรือ โค้ชโรมมี่ ชายผู้เป็น Blair Singer Certificate คนแรกของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 3 คนในโลกเท่านั้น ที่สามารถสอนคอร์สของ Blair Singer ได้ โค้ชโรมมี่อยู่ในแวดวงการขายมากว่า 15 ปี เคยเป็น Top Sale ของบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ โค้ชโรมมี่จะมาแบ่งปันความรู้และทักษะด้านการขายแบบไม่มีกั๊ก เพื่อให้ผู้ฟังสามารถขายได้ในสไตล์ของตัวเอง กับหัวข้อสัมมนา “ทริคเพิ่มยอดขาย 10 เท่า และขายได้ในสไตล์ที่คุณเป็น”

โค้ชพอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ อดีตนักแสดงที่มีชื่อเสียง ผู้ตั้งคำถามกับตนเองถึงชีวิตวัยเกษียณ และพบว่าแม้จะทำงานหนักแค่ไหน แต่หากต้องการจะมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคงอย่างที่ฝันไว้นั้น เขาจะต้องมีเงินมากถึง 300 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของการค้นหาแนวทางที่จะทำให้ตัวเอง “เหนื่อยชั่วคราว สบายชั่วโคตร” ซึ่งเขาพบว่ามันทำได้จริง!!! เพียงสร้างพิมพ์เขียวทางด้านการเงินที่ถูกต้อง!!! ซึ่งเขาจะมาเผยเคล็ดลับนั้นในหัวข้อสัมมนา “พิมพ์เขียวสู่อิสรภาพทางการเงิน”

โค้ช Richard Loc นักการตลาดมือทองของเวียดนาม ผู้จะมาเผยเคล็ดลับการสร้างรายได้เพิ่ม 5-10 เท่า และสร้าง Passive Income เพื่อนำไปสู่อิสรภาพทางการเงิน ที่จะตอบโจทย์การชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในหัวข้อ “เผยเทคโนโลยีสร้าง Passive Income โฉมใหม่ ที่จะสร้างรายได้แบบ Infinity”

โค้ชรุ้ง พิมพ์ภัทรา พิมพ์รัตนากุล เจ้าของเพจครูรุ้ง พิมพ์ภัทรา : กฏแรงดึงดูด เนรมิตชีวิตได้

โค้ชรุ้ง พิมพ์ภัทรา พิมพ์รัตนากุล เจ้าของเพจครูรุ้ง พิมพ์ภัทรา : กฏแรงดึงดูด เนรมิตชีวิตได้ หญิงสาวผู้สร้างวินัยทางการเงินจนสามารถใช้เงินสดซื้อธุรกิจร้านอาหารในประเทศอังกฤษ และประสบความสำเร็จสูงกับการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจ โดยจะมาเผยเคล็ดลับของการสื่อสารที่จะสร้างโอกาสและดึงดูดเงินเข้าสู่กระเป๋าได้อย่างต่อเนื่องกับหัวข้อสัมมนา “พลังการสื่อสารสู่ความมั่งคั่งที่ไม่รู้จบ”

โค้ชพร นพเก้าไทยแลนด์ (ชนิตา แดงวิชัย) หญิงผู้เคยผ่านมรสุมมากมาย
ในชีวิต ทั้งด้านธุรกิจ สุขภาพ ทั้งของตัวเธอเองและครอบครัว ทุกข์จนแทบจะถอดใจ จนเมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนความคิด หันเข้าหาวิถีธรรมชาติบำบัด เรียนรู้สิ่งต่างๆ ในแง่มุมใหม่  เรียนรู้การใช้กฎแรงดึงดูด   เทคนิคการจัดพฤติกรรมของสมองและจิตใต้สำนึก (NLP) และ  ธรรมะอย่างลึกซึ้ง จนสามารถสร้างธุรกิจโด่งดังในโลกออนไลน์ และกลายมาเป็นโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย โดยเธอจะมาเผยเคล็ดลับที่จะทำให้คุณสามารถสร้างรายได้ 7 หลักในหัวข้อสัมมนา “เปลี่ยนความคิด พิชิตเงินล้าน”

โค้ช  บัณฑิต อึ้งรังษี วาทยกรรุ่นใหม่  ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  เจ้าของหนังสือขายดี “ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้” และ ”30 วิธีเอาชนะโชคชะตา” ชายผู้มาพร้อมเรื่องราวและเคล็ดลับดีๆ ที่จะพาคุณก้าวสู่ปี 2019 อย่างมั่นคง กับ “14 พลังทวีความมั่งคั่ง 2019”

พบกับเคล็ดลับพิชิตเงินล้านและหนทางสู่อิสรภาพทางการเงิน กุญแจไขสู่ความสำเร็จ ภายในงานยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมอีก นับว่าเป็นสัมนาที่น่าสนใจแห่งปีเลยก็ว่าได้ นอกจากจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ยังถือเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในตัวเองอีกด้วย เป็นไปตามที่คุณ Brian Tracy ที่พูดว่า The more you learn, the more you earn. ยิ่งเราเรียนมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งรู้มากขึ้นเท่านั้น

ไฮยาเซลล์ เครื่องสําอางบํารุงผิวระดับพรีเมี่ยม จากสวิตเซอร์แลนด์

เอาใจสาวน้อยสาวใหญ่ ช่วยลดอายุผิวหน้าผิวดูอ่อนเยาว์

HyaCell   จัดงานเปิด ตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก “HyaCell” (ไฮยาเซลล์)เครื่องสําอางบํารุงผิวคุณภาพสูง ที่ได้รับการพัฒนาและผลิตในห้องปฏิบัติการสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวและช่วยฟื้ นฟูเซลล์ผิวชั้นใน เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ทําให้ผิวแน่นฟูกระชับ เซลล์ผิวจะกลับมาทํางานใหม่เหมือนวัยสาว ผิวที่ขาดน้ำจะทำให้เกิดรอยตีนกา หรือผิวหน้าเหมือนหนังช้าง   เคล็ดลับย้อนเวลาสู่ผิววัยเยาว์ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลใส่ใจในทุกขั้นตอนดูแลผิว HyaCell ช่วยลดปัญหาผิวแก่ก่อนวัยได้ดี

HYACELL ช่วยให้ผิวหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัย

จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในงาน “HYACELL” Anti – AgingRevolution โดยมีคุณเกมส์-ดวงพร ปฐวีกานต์แบรนด์แอมบาสเดอร์และคุณโอม-ณัฐพงศ์ นาคทองบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง พร้อมเหล่าเซเลบรีตี้คนดังตบเท้าเข้าร่วมคอนเฟิร์มคุณภาพระดับพรีเมี่ยมช่วยให้ผิวหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัย

คุณมด – วารินทิพย์ ทิวารีผู้อํานวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไฮยาเซลล์ (ไทยแลนด์) จํากัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ HyaCell ได้รับการพัฒนาและผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ HYACELL มีความโดดเด่นด้านมาตรฐานคุณภาพในระดับสูง ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยเป็นระยะเวลานานหลายปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นการการรวมตัวกันของสารต้านอนุมูลอิสระที่จําเป็น ช่วยให้ผิวหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัยแบบไม่พึ่งมือหมอ ประหยัด ปลอดภัย ที่สำคัญไม่เจ็บตัวด้วย

สําหรับผิว คือ กรดไฮยารูโรนิค แอสตาแซนธิน เรสเวอราทรอล และสารออกฤทธิอื่นที่เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ ซึ่งสารสําคัญเหล่านี้จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวและช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นใน ซึ่งทํางาน
ร่วมกับเปปไทด์ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวและช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นใน เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ทําให้ผิวแน่นฟูกระชับ เซลล์ผิวจะกลับมาทํางานใหม่เหมือนวัยสาว ทําให้เห็นผลดีในระยะยาว ซึ่งวัตถุดิบทุกชนิด
เกิดจากการคัดสรรด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทําให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีคุณภาพพรีเมี่ยมและมาตรฐานในระดับสูง โดยปราศจากสารต่างกลิ่น นํ้าหอม สารแต่งสี พาราเบน ลิพิดซิลิโคน นํ้ามันแร่ นอกจากนี้ยังไม่มีการทําการทดลองกับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการทดลองประเภทใดก็ตาม

คุณยี- วรรณพัทร วันสม ผู้อํานวยการฝ่ ายกลยุทธ์ด้านการตลาด บริษัท ไฮยาเซลล์ (ไทยแลนด์) จํากัด กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน “HYACELL” Anti – Aging Revolution ถือเป็นการจัดงานเปิด ตัวอย่างเป็นทางการในประเทศ ไทยเป็นครั้งแรก โดยภายในงานครั้งนี้พร้อมเปิดตัว คุณเกมส์-ดวงพร ปฐวีกานต์  แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกในประเทศไทย พร้อมร่วมพูดคุยเผยโฉมความโดดเด่น สารสําคัญของผลิตภัณฑ์HyaCell จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากสวิตเซอร์แลนด์Dr.Juerg Michael Haecki (นายแพทย์ เยิร์ก
มิคาเอล แฮ็คกี้) และ Dr.Alejandro Avila Fe rrufino (นายแพทย์ อเลฮานโดร อวิล่า แฟร์รูฟิโน่) และคุณโอม-ณัฐพงศ์ นาคทอง บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง

สินค้า : Beauty through Science – Made in Switzerland
Triple-Hyaluronsäure-Seren mit Wirkstoffen
Tages- und Nachtpflege
Peeling
Calm & Repair
Vitamin A Créme
Withener

คุณเกมส์-ดวงพร ปฐวีกานต์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ Hyacell

จําหน่ายผ่านตัวแทนขาย และเร็วๆ นี้จะมีการวางจําหน่าย
ที่ร้าน Skin Lab by Xtrastrong ในเดือนกรกฎาคม 2561
ศูนย์การค้าเกสรพลาซ่า

สนใจผลิตภัณฑ์ HyaCell เครื่องสําอางบํารุงผิวระดับพรีเมี่ยม
สั่งซื้อได้ทางช่องทางออนไลน์
www.hyacellthailand.com
Facebook : Hyacell Thailand beauty
IG : hyacellthailandofficial
Line id: @hyacellthailand

Raffles Open House 2018

วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ
เชิญคนดังหลากหลายวงการ แชร์ไอเดีย ภายใต้แนวคิด SUCCESS BY DESIGN

วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ สถาบันสอนการออกแบบและบริหารธุกิจ หลักสูตรนานาชาติแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Raffles Education Corporation  สถาบันการศึกษาภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

พบกับ 4 คนดัง จาก 4 วงการ ที่จะมาจุดประกายแรงบันดาลใจให้คุณ ในงาน Raffles Open House 2018 วันที่ 2 มิถุนายนนี้ ที่วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ

งาน Raffles Open House 2018 กิจกรรม Workshop จากเหล่าอาจารย์ชาวต่างชาติ ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรง ให้เยาวชนได้เข้าร่วม Workshop โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในสาขา Fashion Design, Fashion Marketing, Product Design, Multimedia Design, Graphic Design และ Interior Design ใครสนใจด้านไหนก็ได้ลองเข้าร่วม Workshop ด้านนั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้ค้นพบว่า คือสิ่งที่ ชอบ และ ใช่ หรือไม่ นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเชิญคนดังในหลากหลายวงการ มาร่วมแชร์
ไอเดียกับเยาวชน การได้รับมุมมองจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ นอกจากจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้แล้วเป็นการจุดประกายฝัน ในการเลือกแนวทางชีวิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ฟังบรรยายพิเศษ ฟรี!
โอม ค็อกเทล บรรยายหัวข้อ “เรียนในสิ่งที่ใช่ อะไรก็เป็นไปได้”

ณัฐ ยศวัฒนานนท์ ผู้กำกับเจ้าของผลงานภาพยนต์อนิเมชั่น “9 ศาสตรา” บรรยายห้วข้อ “Animation to Reality”

ณรัล วิวรรธนไกร กรรมการผู้จัดการ สยามเวลเนสกรุ๊ป บรรยายห้วข้อ “Spotting a Business Opportunity”

เมนาท นันทขว้าง ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ แบรนด์ “SODA” บรรยายห้วข้อ “I…creativity, commitment, and continuity”

ร่วมจุดประกายความเป็นนักออกแบบในตัวคุณ ในงาน “Raffles Open House 2018” วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายนนี้ ณ วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์

เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ในการเรียนการสอน ที่จะพัฒนาชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้าจากสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ใช่ ซึ่งได้เชิญคนดังจากหลากหลายวงการ ได้แก่ โอม Cocktail มาบรรยายในหัวข้อ “เรียนในสิ่งที่ใช่ อะไรก็เป็นไปได้”, คุณณัฐ ยศวัฒนานนท์ ผู้กำกับเจ้าของผลงานภาพยนต์  อนิเมชั่น  “9 ศาสตรา”   คุณณรัล  วิวรรธนไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป, คุณเมนาท นันทขว้าง ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ แบรนด์ “SODA” มาร่วมแชร์ไอเดีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ SUCCESS BY DESIGN ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทั้งเยาวชน ผู้ปกครอง บุคคลทั่วไปที่สนใจด้านการออกแบบและบริหารธุรกิจ รวมไปถึงสถาบันแนะแนวการศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

นายอีธาน หว่อง Sales & Marketing Director วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “การจัดงาน Raffles Open House 2018 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการเรียนการสอนในภาควิชาต่างๆ เพื่อจะได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับความชอบของตนเอง ซึ่งเชื่อว่าการเลือกเรียนจาก Passion จะทำให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าคือสิ่งที่ใช่สำหรับของแต่ละคน

วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ มีหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้นักศึกษามีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านการออกแบบและความรู้ทางด้านบริหารธุรกิจ โดยจะฝึกทักษะและการลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงกระบวนการคิดที่เป็นระดับสากล โดยคณาจารย์ของราฟเฟิลส์ที่มาจากนานาประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ไลฟ์สไตล์ของนักศึกษามีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภายใต้บรรยากาศการเรียนการสอนที่มีความเป็นกันเอง มีอิสระในการแสดงออกทางความคิด สไตล์การแต่งตัว และกล้าที่จะคิดต่างอย่างสร้างสรรค์

 

ทั้งนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนที่ราฟเฟิลส์ เปิดสอนระดับอนุปริญญา (Advanced Diploma) และหลักสูตรปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) โดยดำเนินการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด 11 สาขา ได้แก่ สาขา ด้านการออกแบบ จำนวน 6 สาขา ได้แก่ การออกแบบแฟชั่น (Fashion Design),แฟชั่นธุรกิจ (Fashion Marketing and Management), การออกแบบกราฟฟิก (Graphic Design), การออกแบบมัลติมีเดีย (Interactive Media Design), การออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) และ การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design)

นอกจากนี้ ยังมี สาขาด้านการบริหารธุรกิจ จำนวน 5 สาขา ได้แก่ การตลาด (Marketing), การจัดการ(Management), การเงินและการธนาคาร (Finance and Banking), การท่องเที่ยวและการบริการ (Tourism and Hospitality) และการจัดการงานอีเว้นท์ (Events Management) ซึ่งนักศึกษาที่จบการศึกษาหลักสูตร 3 ปี จะได้รับวุฒิปริญญาตรีจาก Northumbria University ประเทศอังกฤษ และยังมีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับบริษัทเอกชนระดับชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง เช่น ทำธุรกิจทางด้านแฟชั่น สร้างแบรนด์เสื้อผ้า นักออกแบบอิสระ ฯลฯ นอกจากนี้นักศึกษาบางส่วนยังเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท
ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกอีกด้วย

ในเดือนมกราคม ปีการศึกษา 2562 วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ จะเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาโท (Master’s Degree) ใน 2 สาขา ได้แก่ การออกแบบกราฟฟิก (Graphic Design) และการออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) โดยนักศึกษาจะได้เรียนหลักสูตรจาก Coventry University ประเทศอังกฤษ

สำหรับ ผู้สมัครเรียนต้องจบการศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และมีผลคะแนน TOEFL iBT 70 หรือ IELTS 5.0 และ ผู้ที่ยังไม่ได้รับคะแนนภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ วิทยาลัยฯ เปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมให้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น หากสนใจสมัครเพื่อเข้าเรียนในเดือนกรกฎาคมหรือเดือนตุลาคม 2516 นี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อขอรับทุนการศึกษาได้สูงสุดถึง 400,000 บาท

คุณวัลลภ พิชญ์พงศา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตัล เทรดดิ้ง จำกัด มอบสาหร่ายซีลีโกะ คุณวัลลภ พิชญ์พงศา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตัล เทรดดิ้ง จำกัด มมอบสาหร่ายซีลีโกะ Double Twist ให้กับวิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ เพื่อสนับสนุนการจัดงาน Raffles Open House

การจัดงาน Raffles Open House 2018 ครั้งนี้ ทางวิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ คาดหวังว่า เปิดประสบการณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับเยาวชน ผู้ต้องการค้นหาแนวทางที่ชอบและใช่ เพื่อกำหนดแนวทางในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของตน สนุกสนานและได้ความรู้กลับไปมากมาย สามารถช่วยตัดสินใจในการเลือกทางเดินของชีวิตในสายงานอาชีพต่อไป ได้จัดให้มีงาน Raffles Open House 2018
Success by Design ในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นายอีธาน หว่อง Sales & Marketing Director วิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ

การจัดงาน Raffles Open House 2018 ครั้งนี้ ทางวิทยาลัยนานาชาติราฟเฟิลส์ กรุงเทพฯ คาดหวังว่า เปิดประสบการณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับเยาวชน ผู้ต้องการค้นหาแนวทางที่ชอบและใช่ เพื่อกำหนดแนวทางในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของตน สนุกสนานและได้ความรู้กลับไปมากมาย สามารถช่วยตัดสินใจในการเลือกทางเดินของชีวิตในสายงานอาชีพต่อไป ได้จัดให้มีงาน Raffles Open House 2018
Success by Design ในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สามารถดูรายละเอียดการสมัครเรียนได้ที่
www.rafflesinternationalcollege.ac.th 
ติดตามผ่านช่องทาง Facebook/IG/Line@ : @rafflesbkk
โทรศัพท์ 02-021-5666, 063-226-9333

#raffles #designschool #fashiondesign #workshop #graphicdesign #interiordesign #productdesign #entrepreneur #creative #inspiration #successbydesign #workshop

ชวนไปเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก

เปิดแล้ววันนี้ “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก”
เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง
๔ มรดกโลก กลางใจเมือง

“ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” หรือ “World Heritage Journey” เป็นการนำผู้ชมงานเดินทางท่องเที่ยวไปบนเส้นทาง ๔ มรดกโลก ภายในงานจะแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ วิถีอารยธรรม (Exhibition Zone) นิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาและข้อมูลรายละเอียดของ ๔ มรดกโลก วิถีย้อนอดีต (Photo Zone) เป็นจุดถ่ายภาพที่จะดึงดูดให้ผู้เข้าชมงานเก็บบันทึกภาพความประทับใจผ่านเลนส์ โดยจัดสถานที่และอุปกรณ์ประกอบฉากที่จะเนรมิตให้ผู้ที่ร่วมถ่ายภาพเสมือนหนึ่งได้ไปเยือนทั้ง ๔ มรดกโลก วิถีประเพณีวัฒนธรรม (Performance Zone)

ส่วนของเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การแสดงของศิลปิน กิจกรรมสร้างสีสันให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุก และวิถีของดีพื้นถิ่น (Product Zone) โซนร้านแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีจังหวัดต่าง ๆ บนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก ที่รวบรวมไว้ทั้ง อาหาร งานฝีมือ สินค้าหัตถกรรม/อุตสาหกรรม ที่พัก ฯลฯ

 

ท่องวิถี ๔ มรดกโลก  จัดโดยสำนักงาน การท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์  เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก  อยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง พร้อมรวบรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่
มีคุณภาพ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน รวมทั้งอาหารและของดีประจำจังหวัดมานำเสนอในงานระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ลานกิจกรรมสแควร์ ซี ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวในพิธีเปิดงาน “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” ว่า “การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา จากในปี ๒๕๕๙ มีนักท่องเที่ยว จำนวน ๑.๙๕ ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น ๒.๒๐ ล้านคนในปี ๒๕๖๐ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐที่กำหนดให้เพชรบูรณ์เป็น ๑๒ เมืองต้องห้าม..พลาด ที่ต้องการการกระจายการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองที่มีศักยภาพที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเพชรบูรณ์มีความพร้อมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แหล่งน้ำ พรรณไม้ระบบนิเวศฯ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอีกทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริการมีความสมบูรณ์และสมดุลในเชิงกายภาพทางสังคมสูง มีประวัติความเป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในเชิงประวัติศาสตร์อารยธรรมและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น มีการสั่งสมองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยที่มีคุณค่าอย่างมากมาย โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งกำลังรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมืองโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ปี”

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการประชาสัมพันธ์และทำตลาดเชิงรุก รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศ จึงจัดทำโครงการเปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก และจัดงาน “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” โดยนำเสนอเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์บนเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งมรดกโลก ๔ กลุ่ม คือ พระนครศรีอยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ อารยธรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพรวมแห่งการเป็นอารยธรรมเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ของดินแดนสุวรรณภูมิ และสัมผัสกับมิติของการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของตน

ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ลานกิจกรรมสแควร์ ซี ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

แนวคิดของงานครั้งนี้กำหนดเอาไว้ว่า มาเที่ยวทั้งที อาหารและของดีประจำจังหวัด ขอนำเสนอให้ได้ชมกัน มีทั้ง มะขามหวาน ทุเรียนลับแล น้ำพริก ข้าวหลาม ชา กาแฟสด สัปปะรด ผัก ผลไม้ออแกนิค แหนมเห็ด ผลิตภัณฑ์จากขิง กล้วยตาก เห็ดหลินจือ อาหารและเครื่องดื่มจากไร่กำนันจุล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่มีมาให้เลือกสรรกันอีกมายมาย อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสังคโลก น้ำมันนวด ผ้าทอมือ เครื่องนอนสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์จากไม้ ซึ่งรับรองว่าไม่สร้างความผิดหวังให้กับผู้เข้าชมงานอย่างแน่นอน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ชาวฮิปฮอปต้องห้ามพลาด มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญวงการ

เทศกาลฮิปฮอปเมืองไทย งานใหญ่แห่งปี
THAILAND  HIPHOP FESTIVAL 2018

 

การรวมตัวฮิปฮอปไทยระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นในใจ จนกลายเป็นวันนี้…วัฒนธรรมฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจอกัน
“THAILAND HIPHOP FESTIVAL : THE LEGEND”
@HARD ROCK CAFÉ ได้มาเจอ B-BOY รุ่นบุกเบิก / DJ. และ GRAFFITI
ระดับประเทศ อีกทั้งศิลปินฮิปฮอป จะมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ RASTAFAH/ B-KING/ CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW/ PP’ DREAMS/ CP SMING/ JSR YOUNGBONG/ YOUNGOHM/ FIIXD/ CLEO-P “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP/ BOMB AT TRACK/ RAP AKE

บรรยากาศการแถลงข่าวสุดติ่ง : โชว์ RAP สดๆ จาก
RASTAFAH, B-KING และ RASTAFAH Ft. B-KING
ชม VTR : พูดคุยกับ 4 ELEMENT OF HIPHOP | MC | DJ | B-BOY | GRAFFITI

โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน @JJ Mall JATUJAK (ชั้น 6 เจ.เจ.มอลล์ จตุจักร)ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน  HIPHOP นำทีมโดย THAITANIUM/ DAJIM/ RASTAFAH/ B-KING/ CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW/ PP’ DREAMS/ POK MINDSET/ URBOY TJ/ CP SMING/ JSR YOUNGBONG/ YOUNGOHM/ FIIXD/ CLEO-P “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP
B-BOY นำทีมโดย B-BOY OMAN/ B-BOY AJAY/ B-BOY 60ROCK/ B-BOY PRAI-1/ B-BOY GURU
DJ. นำทีมโดย DJ.WHATDATFROG/ DJ.KONG/ DJ.BONNIE/ DJ.DEEBOY/ DJ.DOGGA

เด็ดแบบไม่มีที่ไหน GRAFFITI ระดับประเทศมาพ่นบนกำแพงยาว 30 เมตร นำทีมโดย PAKORN/ JESUS103 RUA MHS/ BOWS/ QUCAN/ GHOST TRAPPERS

นำโดยทีมใหญ่  THAITANIUM / DAJIM / RASTAFAH /
B-KING / CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW /
PP’ DREAMS / POK MINDSET / URBOYTJ /
CP SMING / JSR / YOUNGBONG / YOUNGOHM / FIIXD/ CLEO-P / “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP /
BOMB AT TRACK / RAP AKE

B-BOY นำทีมรุ่นบุกเบิกบ้านเรา และอีกมากจริงๆเวทีน่าจะแน่นๆ  อย่าง…
Bboy Oman
Bboy Ajay
Bboy 60Rock
Bboy Prai-1
Bboy Guru

DJ เป็นการรวมตัวกันรุ่นบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน บนเวทีวางเครื่องกันเต็มจำนวนและจะมีพี่ๆ DJ ตามสมทบอีกมากมาย
Dj Whatdatfrog
Dj Kong
Dj Bonnie SWG
Dj Deeboy
Dj Dogga

GRAFFITI ระดับประเทศรุ่นบุกเบิกถึงปัจจุบัน รวมกันพ้น
บนกำแพงยาว 30เมตร
PAKORN BNA
JESUS103 RUA MHS
BOWS
QUCAN
Ghost Trappers

เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ ที่ 7- Eleven ทุกสาขา
โปรโมชั่น จาก 700 บาท เหลือ 600 บาท จำกัดจำนวนเพียง 1,000 ใบเท่านั้น ชาวฮิปฮอปต้องห้ามพลาด!
วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ JJ MALL HALL
ตั้งแต่เวลา 14.00 – 00.00 น.

ผู้สนับสนุนหลัก U BEER
ติดตามข่าวสาได้ที่ https://www.facebook.com/Thailandhiphopfestival

#thailandhiphopfestival #hiphop #พลังฮิปฮอป #heavyorganizer #HipHopไทย

โครงการ Artisan Ratchada ต่างจากคอนโดอื่นอย่างไร?

อาร์ติซาน ช่าง เลือก กับเทรนด์ที่อยู่อาศัยจริง ยิ่งใหญ่และงดงาม บนถนนเทียมร่วมมิตร

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ฟังดูแล้วชวนให้ตื่นเต้น  เปิดแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง “Artisan Ratchada” การจะเลือกโครงการที่ถูกใจตามอัธยาศัย เรื่องการหาทำเลที่ตั้งของโครงการเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง ความน่าเชื่อถือของโครงการ หรือผู้พัฒนาก็มีความสำคัญ คอนโดมิเนียมใหม่ส่วนใหญ่ต้องรอสร้างเสร็จประมาณ 1-3 ปี คอนโดยิ่งสูงยิ่งแพง เพราะถูกจำกัดการสร้างตึกสูงด้วยผังเมือง ค่าก่อสร้างตึกสูงที่แพงกว่ามาก วิวของห้องก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อนึงของคนทั่วไป ระหว่างการตัดสินใจเลือกซื้อห้อง เพราะเวลาที่เราจะตัดสินใจซื้ออะไรบางอย่าง เราก็จะพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง วิวมุมสูงเห็นได้ระยะไกล ขนาด และจำนวนยูนิต ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงรองมา ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันที่นิยมชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แนวคิดการออกแบบ โมเดิร์น คอนเทมโพราลี่ สไตล์ ดีไซน์ในลักษณะแบบร่วมสมัย มีความเรียบง่าย ใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสุขภาพ

ที่นี่ ณ โครงการ Artisan Ratchada คือ เริ่มต้นคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า
ด้วยระบบสาธารณูปโภคครบครันทันสมัย ประกอบด้วยการส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งในด้านความปลอดภัย สวัสดิภาพ สุขภาพ การศึกษา การป้องกันภัยพิบัติที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดย MRT สายสีน้ำเงิน สถานีห้วยขวาง แอร์พอร์ตลิงค์ และทางด่วน บริเวณโดยรอบของโครงการยังเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ

สิ่งที่ทำให้ โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก ทำเลศูนย์กลางของธุรกิจและระบบสาธารในอนาคต รายล้อมไปด้วยโครงการอื่น ที่มีศักยภาพมากมายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง Toptotravel เดินชมภายในโครงการที่นี่ออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินกับการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ที่มีขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีแนวคิดในการพัฒนา เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายในพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่พักผ่อนได้อย่างลงตัว


เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว โครงการ Artisan Ratchada โครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 พัฒนาภายใต้บริษัท บีจีวาย แอนด์ ทีเอฟดี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ระหว่างบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับต้นของประเทศในอาเซียน โดยเข้าตลาดหลัก ทรัพย์ ในประเทศฮ่องกง และบริษัทชาวไทยที่มีชื่อเสียงทางด้านอสังหา
ริมทรัพย์มากกว่า 40 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2540 โดยวัตถุประสงค์ของการลงทุนครั้งนี้สร้างไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม

ทีมผู้บริหาร นายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย)

ด้วยเหตุนี้ทำให้ ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) โดยทีมผู้บริหาร นายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) จัดงานเปิดตัวโครงการ Artisan Ratchada โครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 เพื่อจัดสรรพื้นที่ทั้งหมดให้ลงตัว โครงการ Artisan Ratchada บนพื้นที่ 8.2 ไร่ มูลค่าโครงการมากกว่า 6,000 ล้านบาท บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Mixed-use อสังหาริมทรัพย์ที่ผสมผสานระหว่างห้องพักเพื่อการอยู่อาศัย และพื้นที่ Lifestyle shop และ Business center พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 6,000 ตารางเมตร อวดโฉมแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง

จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี การคมนาคมที่สะดวก สบาย เข้าออกได้สองทาง คือ ทั้งฝั่งของ ถนนเทียมร่วมมิตร และ ฝั่งประชาอุทิศ24 (เหม่งจ๋าย) โดยรอบโครงการเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นแหล่ง Shopping อาทิเช่น Central rama 9, Esplanade, The Street ,ตลาด นัดรถไฟรัชดา, Fortune Town, Cyber World Tower, AIA Capital Center, G Land Tower รวมไปถึง Super tower ที่ในอนาคตจะมีการก่อสร้างขึ้นตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง



เพราะต้องการสร้างไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในแบบที่แตกต่าง  โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก  จึงออกแบบเพื่อสร้างปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน โครงการ Artisan Ratchada สร้างขึ้นภายใต้ Concept แบบ Mixed-use เป็นการผสมผสานระหว่างการอยู่อาศัย และ lifestyle แบ่งเป็น community mall ขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตารางเมตร จํานวน 3 ชั้น ประกอบด้วย supermarket ขนาดใหญ่ ร้านนอาหาร และร้านค้าต่างๆ เรียกได้ว่าที่เดียวจบครบทุกเรื่อง ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายเสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว

การบริการเป็นสิ่งที่ทางผู้บริหารได้ให้ความสําคัญและใส่ใจกับผู้อาศัยมาโดยตลอด โครงการ Artisan Ratchada มาพร้อมกับการบริการตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ด้วยประสบการณ์ทางด้านการบริการยาวนานถึง 25 ปี ทั้งนี้ยังมีระบบ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทําให้หมดปัญหากังวลใจ ยิ่งไปกว่านั้นเพียงผู้พักอาศัยดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น “phoenix system” ก็สามารถเรียกใช้บริการต่างๆภายในโครงการได้ อาทิเช่น การเรียก ซ่อมบํารุง บริการส่งอาหาร ทําความสะอาด เรียกแท็กซี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังสามารถตรวจเช็คผู้มาเยี่ยมเยือนได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น เช่น เมื่อมี เพื่อนหรือญาติคนสนิทมาหา ผู้อาศัยจะสามารถดูจอผ่านแอปพลิเคชั่น ได้ จากนั้นหากอนุญาตให้เข้ามา ก็กดตกลงหรือหากไม่อนุญาต สามารถกดปฏิเสธได้เช่นกัน โดยที่ลูกบ้านไม่จําเป็นต้องเสียเวลาเดินลงไปเพื่อเปิดประตู ทั้งนี้ยังสามารถป้องกันพวกมิจฉาชีพได้เป็นอย่างดี

ภายในโครงการได้นําเทคโนโลยีที่ลํ้าสมัยมาใช้ในระบบรักษาความ ปลอดภัย โดยในประเทศไทยยังไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง โดยมีระบบความปลอดภัยและอํานวย ความสะดวกให้กับลูกบ้านได้อย่างดีเยี่ยม อาทิเช่น ระบบการสแกนป้าย ทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติด้วยระบบจดจําอัจฉริยะ ระบบเปิดประตูล็อบบี้ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าห้องพัก

ในส่วนพื้นที่บริเวณชั้น 4 ของโครงการจะมีสิ่งอํานวยความสะดวกใน ด้านต่างๆ อาทิเช่น Fitness ขนาดใหญ่ ห้องโยคะ ห้องอบไอน้ำ ห้อง เซาว์น่า สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ และยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังมีพื้นที่สำหรับเด็ก และสนามเด็กเล่นทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมไปถึงห้องสมุด มุมนั่งเล่น และ Wi-Fi บริเวณรอบโครงการ

โครงการ Artisan Ratchada ตั้งอยู่บน ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวางทำเลใจกลาง New CBD ขนาดพื้นที่ 8.2 ไร่ ซึ่งตัวโครงการจะมีทั้งหมด 4 อาคารๆละ 34 ชั้น จำนวน 1,337 ยูนิต โดยภายใน พื้นที่จะมี Community mall ขนาดพื้นที่มากกว่า 6,000 ตารางเมตร มีทั้งหมด 3 ชั้น ในส่วนของที่จอดรถจะมีทั้งหมด 6 ชั้นครึ่ง เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2560 และคาดว่า
จะแล้วเสร็จ ในปี 2563

ครั้งแรก! ในประเทศไทย พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่าง มาตรฐานการก่อสร้างระดับโลก Showcase เทคโนโลยีการก่อสร้าง “Artisan Experience Hall”
ลงตัวในทุกฟังก์ชัน ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาด 28 ตารางเมตร(ตร.ม.) จนถึง 78 ตารางเมตร ณ Sale Gallery

ขอบคุณสถานที่ : โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพฯ

Home