Category Archives: Event

พม. ร่วมกับ กคช.เดินหน้าโครงการออมเวลา นำร่องเขตชุมชนดินแดง

วันนี้ (26 ธันวาคม 2561) เวลา 14.00 น. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายปรเมธี วิมลศิริ) เป็นประธานเปิดโครงการออมเวลา จิตอาสาใส่ใจพัฒนาสังคม โดยมี นางไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การเคหะแห่งชาติ และผู้อยู่อาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 เข้าร่วมในพิธีเปิด

 โดยจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มคนในพื้นที่ดูแลซึ่งกันและกันในรูปแบบธนาคารเวลาเพื่อเปิดการดำเนินงานพื้นที่นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยใช้รูปแบบของธนาคารเวลา โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 200 คน  ณ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดีรังสิต ตัดกับถนนอโศก – ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

นายปรเมธี กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากการเคหะแห่งชาติ กองทุนการออมแห่งชาติศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง และเทศบาลตำบลช่องลม อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่อาคารโครงการฟื้นฟูชุมชนเมืองดินแดง ระยะที่ 1 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่นำร่อง มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพื่อยกระดับระบบการดูแลผู้สูงอายุ และระบบการให้บริการด้านสวัสดิการผู้สูงอายุให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทุกคนทุกวัยในการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะขยายการดำเนินงานธนาคารเวลาให้ครบทั้ง 50 เขต กรุงเทพมหานคร

ซึ่งการดำเนินโครงการธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ได้สนับสนุนพื้นที่ที่ดำเนินงานโครงการธนาคารความดีเข้าร่วมการเป็นพื้นที่นำร่องและมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมเป็นพื้นที่นำร่อง รวมมีพื้นที่นำร่องโครงการธนาคารเวลาในส่วนภูมิภาคจำนวน 42 พื้นที่ 28 จังหวัด

นายปรเมธี กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการออมเวลา จิตอาสาใส่ใจพัฒนาสังคม เป็นการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการจัดสวัสดิการ และการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ซึ่งธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ เป็น 1 ในมาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่อง สังคมผู้สูงอายุ โดยศึกษารูปแบบการดำเนินงานธนาคารเวลาในต่างประเทศนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมดูแลซึ่งกันและกัน

โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยจิตอาสาจะได้รับการดูแลหรือการตอบแทนอื่น ๆ ตามเวลาจำนวนที่สะสมไว้โดยการดำเนินการที่ชุมชน อาคารแปลงจี ดินแดง ประกอบด้วยกิจกรรมสร้างสุขฝึกอาชีพ การตรวจสุขภาพ การจัดบริการรับ – ส่ง ไปโรงพยาบาล การให้คำปรึกษา ดูแลความสะอาดภายในห้องผู้สูงอายุ สำหรับผู้อยู่อาศัย จำนวนทั้งสิ้น 956 คน เป็นผู้สูงอายุจำนวน 252 คน และมีจิตอาสาธนาคารเวลา จำนวน 21 คน

“ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงขอฝากทุกท่านได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้คนในสังคมร่วมดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้ และขอให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุร่วมกันต่อไป และขอเชิญชวนผู้สนใจ เข้าร่วมเป็นจิตอาสาโครงการธนาคารเวลา

โดยสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟสบุ๊ค ธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ หมายเลข 0-2642-4306 หรือ สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300” นายปรเมธี กล่าวตอนท้าย

นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า แม้โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จะเป็นโครงการใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ แต่ผู้อยู่อาศัยในอาคารเป็นผู้อยู่อาศัยเดิมที่มาจากโครงการเคหะชุมชนดินแดง ซึ่งถือเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่กันมายาวนานกว่า 50 ปี ดังนั้นการอยู่อาศัยร่วมกันของคนในชุมชนจะเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ที่คอยดูแลพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เมื่อมีโครงการธนาคารเวลาเข้ามา ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดจิตอาสาให้เข้ามาดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1

ปัจจุบันมีผู้อยู่อาศัยในโครงการฯ 956 คน แบ่งออกเป็นผู้สูงอายุ 252 คน ผู้พิการ 12 คน และผู้ป่วยติดเตียง 1 คน ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการธนาคารเวลาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากคณะกรรมการเฉพาะกิจอาคารโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จำนวน 12 คน มีอาสาสมัครที่จะเข้ามาเป็นจิตอาสาคอยให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ 20 คน และจะมีการรับสมัครอาสาสมัครในโครงการธนาคารเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับผู้สูงอายุในโครงการฯ ต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาโครงการธนาคารเวลา สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟซบุ๊กธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 0 2642 4306 หรือ สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

“ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ”สาขา “ จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ”

ซุปเปอร์ริช สีเขียว สาขา จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์
พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่ ชั้น 3 โซน Bangkok Fashion Outlet แล้ววันนี้ !!

พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ !!! “ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ”สาขา “ จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ”
เปิดพื้นที่ให้บริการใหม่ ณ ชั้น 3 โซน Bangkok Fashion Outlet เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย รับประกันเรทดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพื้นที่ที่กว้างขึ้น

ลูกค้าทุกท่านสามารถเข้ามาใช้บริการ หรือแวะไปเยี่ยมชมบูธใหม่ของเรากันได้ ตั้งแต่วันนี้ หรือสามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่

• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์

  • Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
    • www.superrichthailand.com

สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมการให้บริการที่ประทับใจได้แล้ววันนี้ ที่
“ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ” ทั้ง 13 สาขา

UMAPORN Love Is Your Song Concert


คอนเสิร์ตการกุศล UMAPORN Love Is Your Song Concert
ครั้งที่ 2 ยกทัพศิลปินแห่งชาติร่วมงานเพียบ!!

คนผิดหวังในความรักเห็นอะไรก็พลอยคิดโยงถึงคนรักตามความคิดถึงของตัวเอง จะขอพูดถึงเพลง หนึ่งหญิงสองชาย เพลงที่เป็นตำนาน และเป็นบทเพลงที่ไพเราะทั้งคำร้องและทำนอง ผลงานของครูจงรัก จันทร์คณา ครูจงรักเคยเขียนเล่าถึงเพลง”หนึ่งหญิงสองชาย”ในหนังสือ เบื้องหลังเพลงดัง คุณอุมาพร บัวพึ่ง หลังจากได้รางวัลเสาอากาศทองคำก็ไม่ค่อยมีเพลงใหม่ออกมา นายห้างแผ่นเสียงบอกเพลงของอุมาพรขายไม่ดี ครูจงรักวิเคราะห์ว่าเสียงคุณอุมาพรมีพลังล้น สูงก็สูงล้ำ ต่ำก็ต่ำลึก ยากที่ใครจะเลียนเสียงได้ คนจึงไม่นิยมร้องเพลงของเธอ เมื่อวิเคราะห์แล้วได้คำตอบ ครูจงรักมองว่าคุณอุมาพรจะต้องเปลี่ยนแนวการร้องใหม่ จากแนวสากลที่แข็งทื่อมาเป็นลีลาไทยที่อ่อนช้อย ครูจงรักจึงสร้างทำนองเพลงขึ้นมาคล้ายๆเพลงไทยเดิมแต่ผสมเพลงสากลนิดๆ เนื้อร้องต้องเป็นเนื้อหาแบบละครน้ำเน่าที่ถูกใจชาวบ้าน เกิดเป็นเพลง “หนึ่งหญิงสองชาย”ขึ้นมา คุณอุมาพรถ่ายทอดบทเพลงนี้ ด้วยพลังเสียงยอดเยี่ยม เอื้อนเสียง โหนเสียง ทำได้สมบูรณ์แบบ เพลงนี้สร้างชื่อสูงสุดให้กับคุณอุมาพร บัวพึ่ง ซึ่งครูเพลงรุ่นเก่าแต่งเพลงฟังได้อารมณ์มาก

คุณอุมาพร บัวพึ่ง เจ้าของผลงานเพลง หนึ่งหญิงสองชาย

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา คุณอุมาพร บัวพึ่ง เจ้าของผลงานเพลง หนึ่งหญิงสองชาย ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน อาทิ รางวัลเสาอากาศทองคำ พระราชทาน รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จัดงานแถลงข่าว การจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล อุมาพร  Love is your song ถือเป็นงานคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ 2 โดยมีศิลปินระดับชาติมากมายร่วมงาน ณ โรงแรม Amaranta ซึ่งงาน UMAPORN Love Is Your Song Concert ในปี 2561 นี้ 

จัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2562 ณ.โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพ

คุณอุมาพร กล่าวว่า นอกเหนือจากแฟนเพลงจะได้รับชมและรับฟังบทเพลงที่ไพเราะกันแล้ว ยังถือว่าได้ร่วมกันสร้างบุญกุศลอีกด้วย
โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ เพื่อส่งต่อสมทบทุนสร้างห้อง ไอ.ซี.ยู. แก่โรงพยาบาลท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับกับจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี และเพื่อเป็นบุญกุศลแก่ผู้เกี่ยวข้องและแฟนเพลงต่อไป งานนี้ถือเป็นงานคอนเสิร์ตเพลงลูกกรุงที่อัดแน่นไปด้วยบรรดาศิลปินนักร้องระดับตำนานของเมืองไทยมากมาย ที่มาร่วมสร้างกลิ่นไอความสุขให้กับแฟนเพลงอย่างเต็มที่

อาทิ คุณสุเทพ วงศ์กําแหง (ศิลปินแห่งชาติ) คุณจินตนา สุขสถิต (ศิลปินแห่งชาติ) พร้อมด้วย คุณสุดา ชื่นบาน คุณวินัย พันธุรักษ์ คุณศรีไศล สุชาตวุฒิ คุณทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล คุณชรัมภ์ เทพชัย คุณฎากร เทพทอง คุณพรหมเทพ เทพรัตน์ รวมไปถึง คุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู ฟรุตตี้

คอนเสิร์ตการกุศล อุมาพร บัวผึ้ง Love is your song รายได้มอบให้มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์
เผยแพร่หลักธรรม ข่าวสาร งานวัด กิจกรรมต่างๆ www.Mahayan.com
ติดต่อทีมงาน mahayuan@gmail.com Line id : 0851779169


รายละเอียด เพิ่มเติมติดต่อได้ที่
บ.ธนาวุฒิ เอ เอส จำกัด โทร. 061-456-6259 ,099-5691446

งานคอนเสิร์ต อุมาพร Love is your song
จัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2562 ณ.โรงละครเอ็มเธียเตอร์
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพ 


มหกรรมฮาลาลใหญ่ส่งท้ายปี งาน “ThailandHalal Assembly 2018”

ฉลอง 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ยกระดับกิจการฮาลาลไทยสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ

ฉลองครบรอบ 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย  (สมฮท.)

จัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “THAILANDHALAL ASSEMBLY 2018” ปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ” ยกระดับกิจการฮาลาลไทยสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2561 ณ.ไบเทค บางนา โดยมี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นประธานเปิดงาน

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน ThailandHalal Assembly 2018 กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand HalalAssembly” หรือ THA นั้นเริ่มจัดขึ้นในปี 2014 โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ในฐานะเจ้าภาพหลักร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรศาสนาอิสลามมาโดยตลอด
จึงทำให้งาน THA ถือเป็นงานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลนานาชาติที่นับว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งงานดังกล่าวเป็นการจัดงานที่รวบรวมงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบรนด์ฮาลาลประเทศไทยมารวมเข้าด้วยกันเพื่อเจตนารมณ์เชิงกลยุทธ์ที่จะแสดงศักยภาพของกิจการฮาลาลประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงานภายใต้หลักการ ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับอันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลก

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน ThailandHalal Assembly 2018

การจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ  “Thailand Halal Assembly 2518” หรือ THA 2018ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5
ระหว่างวันที่ 14 – 16ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม
ไบเทค (BITEC)กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Precision Halalization in TheBioeconomy Era” หรือ “บูรณาการฮาลาลแม่นยำในยุคเศรษฐกิจชีวภาพ”เพื่อส่งเสริมให้กิจการฮาลาลประเทศไทยพัฒนาสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำซึ่งการบูรณาการฮาลาลแม่นยำ คือ ระบบที่บูรณาการมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนวัตกรรม เข้ากับกระบวนการฮาลาล โดยความสำเร็จครั้งนี้ย่อมนำประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพที่คำนึงถึงคุณค่าของสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงทางอาหารรังสรรค์ประเทศไทยสู่ความมีประสิทธ์ภาพควบคู่ความพอเพียง

การบูรณาการฮาลาลแม่นยำเป็นความพยายามของไทยในการผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อการรับรองฮาลาล ไม่ว่าจะการตรวจทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลโดยนำระบบ H-number ที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้ามาใช้
เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสามารถเลือกวัตถุดิบฮาลาลได้อย่างถูกต้องไม่จำเป็นต้องตรวจการปนเปื้อนในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อีกต่อไปและเลือกใช้ห้องปฏิบัติการเฉพาะที่จำเป็น ในระบบการมาตรฐานฮาลาลมีการพัฒนาระบบ HAL-QPlus เพื่อให้การดำเนินงานการมาตรฐานฮาลาลเป็นไปอย่างจำเพาะโดยใช้เวลาสั้นและเลือกทำเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนหะรอมเท่านั้น

โดยกิจกรรมภายในงาน THA 2018 ประกอบด้วยงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมและธุรกิจฮาลาลครั้งที่ 11 (Halal Science, Industry and Business InternationalConference; 11th HASIB 2018) รวมกับงานแสดงสินค้า ThailandInternational Halal Expo 2018 (TIHEX) ที่รวมผู้ประกอบการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 350 บูท, การประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานฮาลาลจากหน่วยงานตรวจรับรองฮาลาลทั่วโลก,การประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย, กิจกรรมธุรกิจภิวัฒน์,การจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาล, การจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องรวมถึงการนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานด้านฮาลาลต่อไป


รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน ThailandHalal Assembly 2018

และพิเศษสุดภายในปีนี้กับ นิทรรศการ “ฉลอง 20ปี มาตรฐานฮาลาลไทย” จากจุดเริ่มต้นในการกำหนดมาตรฐานฮาลาล CODEK มาสู่มาตรฐานฮาลาลของประเทศไทยโดยการบูรณาการศาสนบัญญัติอิสลามเข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล ภายใต้แนวทาง“ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” มุ่งหวังผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทยให้ก้าว
ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดอาหารโลกรูปแบบความร่วมมือที่ชื่อว่า “ฮาลาลเพชรจากประเทศไทย” หรือ ThailandDiamond Halal เพื่อแสดงถึงความเป็นที่หนึ่งในโลกของฮาลาลประเทศไทยด้วยมาตรฐานฮาลาลของประเทศรศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2561
ณไบเทค บางนา 

ดีป้าเผยตัวเลขตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยปี 60 ทะยาน 25,000 ล้านบาท

อุตสาหกรรมเกมนำโด่งเกือบ 20,000 ล้านบาท คาดขยายตัวต่อเนื่อง

วันที่ 11 ธันวาคม 2561, เซ็นทาราแกรนด์แอท แซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพ ฯ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ ดิจิทัล (depa) หรือ  ดีป้า หน่วยงานในสังกัด
กระทรวงดิจิทัลพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมมือกับสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (Bangkok ACM SIGGRAPH) เผยผลสำรวจมูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ของปี 2560 ในประเทศไทย โดยครอบคลุมสามสาขาหลักได้แก่ อุตสาหกรรมแอนิเมชัน อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์

โดยผลสำรวจระบุทั้งสามอุตสาหกรรมมีมูลค่ารวมกันประมาณ 25,040 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมแอนิเมชันจำนวน 3,799 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ขณะที่อุตสาหกรรมเกมมีมูลค่ารวมที่ 19,281 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าสูงสุดถึง 18 เปอร์เซ็นต์ และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์มีมูลค่ารวม 1,960 ล้านบาทมีอัตราการเติบเพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับปี 2559

ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการดีป้า กล่าวว่า การสำรวจมูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ของปี 2560 ได้มีการปรับปรุงกรอบประชากร และเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการเนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบางรายมีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการทางธุรกิจ อีกทั้งได้มีการให้ศึกษาการวิเคราะห์ระบบนิเวศและห่วงโซ่ค่าของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เพิ่มเติมรวมถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ระดับโลก และยังได้ให้ริเริ่มการศึกษาและสำรวจพฤตกรรมผู้เล่นเบื้องต้น

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัจจัยทางตลาด กระแสนิยมต่าง ๆ ซึ่งโครงการสำรวจนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BKK SIGGRAPH)

ทั้งนี้ เนื่องจากดิจิทัลคอนเทนต์เป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมหลากหลายแขนง ทั้ง อุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ การศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ และอื่น ๆ ประกอบกับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็นอุตสาหกรรมที่ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยด้านกระแสนิยม ความสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภค และการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ผลการสำรวจมูลค่ารวมมีอัตราการเติบโตโดยรวม 14 เปอร์เซนต์ จากปี 2559 และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มในการขยายตัวเพิ่มขึ้นในปีถัดไปจากตลาดเกมและคาแรคเตอร์

“แนวโน้มการเติบโตในปี 2561  มูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ในไทย  คาดว่าจะแตะระดับกว่า 27,005 ล้านบาท และมีมูลค่ากว่า 29,358 ล้านบาท   ในปี 2562 โดยสาขาอุตสาหกรรมแอนิเมชันถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณ
9 เปอร์เซ็นต์ และยังคงการเติบโตเป็น 9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 ขณะที่สาขาเกมคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 9 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 สำหรับสาขาคาแรคเตอร์คาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 12 เปอร์เซนต์ในปี 2561 และ 11 เปอร์เซนต์ในปี 2562 ทั้งนี้ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามการประเมินจากปริมาณงานที่ผู้ประกอบการกำลังผลิตรวมทั้งแนวโน้มและปัจจัยบวกต่างๆของตลาดที่คาดว่าจะส่งผลต่อการขายตัวของอุตสาหกรรม” ผอ.ดีป้า กล่าว

ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยได้ ถูกขับเคลื่อนด้วยธุรกิจประเภทการรับจ้างผลิตรับทั้งในและต่างประเทศเป็นหลัง ซึ่งในปี 2560 ตัวเลขผู้รับจ้างผลิตแอนิเมชันมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 54 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าแอนิเมชันทั้งหมด ส่วนผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าเกมมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดเกมทั้งหมด ขณะที่ผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้าและดูแลสิทธิคาแรคเตอร์มีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 92 เปอร์เซ็น

“ประเทศไทยยังคงพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าลิขสิทธิ์หรือรับจ้างผลิต ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการไทยมีฝีมือและมีศักยภาพที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การที่ผู้ผลิตไทยจะมีผลงานที่มีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตัวเองมากขึ้น จะช่วยลดปัญหาการถูกกดราคาจากต่างประเทศ ลดอัตราการนำเงินออกไปนอกประเทศ และสามารถเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ดีป้าพร้อมจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย และยกระดับคุณภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันและเติบโตในธุรกิจได้อย่างยั่งยืนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมให้เกิดความสนใจในอุตสาหกรรมแอนิเมชัน เกม และคาแรคเตอร์ การส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ โดยเฉพาะการพัฒนาตลาดเพื่อการส่งออก ผ่านกองทุน depa Fund เพื่อให้ผู้ประกอบการมีแหล่งเงินทุน และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในระดับสากลได้ ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์หน้าใหม่ ผ่าน Digital Startup Program ส่งเสริมและสนับสนุน Internationalization Voucher เพื่อเป็นสถานที่ให้ผู้ประกอบการมาพบปะแลกเปลี่ยน และต่อยอดไอเดีย ให้เกิดร่วมมือขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลคอน-เทนต์ และสร้างพลังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยต่อไป” ดร.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจดิจิทัลคอนเทนต์ของปี 2560 ยังรายงานมูลค่าการผลิตและส่งออกงานแอนิเมชัน เกม และคาแรคเตอร์ด้วยว่า มีมูลค่าถึง 1,851 ล้านบาท เป็นอัตราการเติบโตเทียบกับปีก่อนหน้า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยอุตสาหกรรมแอนิเมชันมีมูลค่าส่งออก 1,428 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปี 2559 เป็น 81 เปอร์เซนต์ซึ่งประเทศที่เป็นว่าจ้างผลิตหลักได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ขณะที่สาขาเกมมีมูลค่าการส่งออกแตะที่ยอด 398 ล้านบาทซึ่งมีมูลค่าลดลงกว่าปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าการส่งออก
435 ล้านบาท สำหรับสาขาคาแรคเตอร์มีมูลค่าการส่งออกรวม 25 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าส่งออก 14  ล้านบาท

เปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของโนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล

เซเลปตบเท้า ร่วมงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของโนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ คาดปี 62 เดินหน้าเต็มสูบด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและนวัตกรรม เซลล์บำบัดเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร

นวาวิด้าจัดงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่างเป็นทางการเป็นบริการแรก ด้วยมุ่งหมายที่จะเป็น ฟันเฟืองในการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 10 ปีในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของรัฐบาล ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายในการขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม “คู่สมรสที่มีบุตรยาก” (Fertility Tourism) ซึ่งเป็นกลุ่มนักกท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะเข้ารับ บริการ เมื่อเกิดความเชื่อมั่นในมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ระดับสากล โดยเฉพาะตลาดใน ประเทศจีน ซึ่งมีอัตราผู้ต้องการรับบริการในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว


ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ดำเนินรายการ

โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม เกิดจากผู้ก่อตั้งคือ นายทวีศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร ซึ่งเป็นนักธุรกิจในกิจการหลากหลายประเภท และทำงานหนักจนสุขภาพเริ่มทรุดโทรม จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้านเซลล์บำบัด (Cell Therapy) เพื่อดูแลสุขภาพกับ ศาสตราจารย์อีวาน ตอร์เรนเต้ (Prof.Yvan Torrente, MD.,Ph.D.)
จากมหาวิทยาลัยมิลาน ประเทศอิตาลี


เมื่อตนเองรักษาได้ผลและมีสุขภาพดีขึ้น จึงเกิดความสนใจแบบจริงจัง และเป็นที่มาของการก่อตั้ง โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์ นอกเหนือความเป็นธุรกิจไว้ 2 ประการคือ คนไทยควรมีโอกาสได้รับบริการ ทางการแพทย์ที่ดี ทั้งการป้องกันและการบำบัดรักษา และประการที่ 2 คือ ต้องเกิดการต่อยอดในงานวิจัย และพัฒนา นวัตกรรมเซลล์บำบัดในประเทศไทย จึงเกิดเป็นความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างโนวาวิด้ากับสถาบันการศึกษา ชั้นนำของไทย ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี พระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อให้เกิดงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่เป็นของคนไทย และโนวาวิด้ายังให้การสนับสนุน งานวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยอีกด้วย

“หากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์เกิดจากการงานวิจัย ที่เป็นของคนไทยและสถาบัน การศึกษาไทยบ้าง เชื่อว่าต้นทุนในการรักษาจะถูกลง คนไทยควรมีโอกาสเข้ารับบริการทางการแพทย์ ที่ดีที่ทันสมัยในราคา
ไม่เกินเอื้อม และการต่อยอดงานวิจัยกับแวดวงวิชาการไทยคือหนทางหนึ่งที่ทำให้ เป็นไปได้ โดยโนวาวิด้าพร้อมจะให้สนับสนุนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อต่อยอดงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ต่อไป”  นายทวีศักดิ์กล่าว

โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากประเทศอิตาลี ให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Life” โดยมีนายทวีศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีศาสตราจารย์ อีวาน ตอร์เรนเต้ ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านการบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell Therapy) และยีนบำบัด (Gene Therapy) จากมหาวิทยาลัยมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นแพทย์ ที่ปรึกษา โดยโนวาวิด้าเปิดให้บริการใน 2 ธุรกิจบริการหลัก คือ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Center) และศูนย์ชะลอวัยและฟื้นฟูเซลล์ (Anti-Aging & Cell Rejuvenation Center)

ซึ่งนอกจากจะช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการให้กลับมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผู้รับบริการด้วยศาสตร์ชะลอวัย สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีสุขภาพดี

​โนวาวิด้าจัดงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 10 ปี ในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของรัฐบาล ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายในการขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม “คู่สมรสที่มีบุตรยาก” (Fertility Tourism) โดยมี ศ.นพ.สมบูรณ์ คุณาธิคม อดีตประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เป็นแพทย์ที่ปรึกษา และมี พญ.กมลา เตชวิวรรธน์ เป็นแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ดูแลและให้คำแนะนำแก่ผู้รับบริการ ส่วนบริการที่ 2 คือ ศูนย์ชะลอวัยและฟื้นฟูเซลล์ (Anti-Aging & Cell Rejuvenation Center) ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพในระดับยีน ที่ออกแบบมาสำหรับเฉพาะบุคคล (Personalize Medicine) เพื่อช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการให้กลับมีสุขภาพที่แข็งแรง และยังช่วยให้เกิดการชะลอวัย สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีสุขภาพดี

​ในงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก  ของ โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ  เมดิคัล เซ็นเตอร์ ได้รับเกียรติจาก คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน และมี H.E. Mr. Ahmed Abdulla Alhajeri เอกอัครราชทูตประเทศบาห์เรน, Mr. Adul Hayemasalae เจ้าหน้าที่การทูต สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, Dr. Mohamed Foda เจ้าหน้าที่การทูตประเทศกาตาร์, Mr. Khalid GamarFadllalla เจ้าหน้าที่การทูตประเทศโอมาน, พญ.กมลา เตชวิวรรธน์, ปรนนท์ ฐิตะวรรโณ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), เพชรพริ้ง สาระสิน, ปริพันธ์-จำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย, เพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ เจ้าของ Songland project, ออน-ชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, สามขวัญ ตันสมพงษ์ ผู้บริหารค่ายเพลง What the Duck, ฐิติพงษ์ หล่อประเสริฐ, สุจิตรา จงชาณสิทโธ, ศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช, หยิงหยิง-ศลิษา เอี่ยมมะโนชญ์, นาขวัญ รายนานนท์, ณฤดี เมธีวงศ์ ผู้บริหารสถาบันพัฒนาศักยภาพเด็ก Baby Genius, แนน-ชัญญ ธนเพ็ญชาติ April’s Bakery, ปุ๊กลุก- ทัชชารตี ณ ระนอง บ.Pris Priority, Tatcha Gems, รัชชต เศรษฐ์วรเดช MD บริษัท Mcfiva (Thailand), น้อยหน่า-เพ็ญสุภา คชเสนี Social Director ของ Oriental Hotel, แก้ว-ปัทม์ บุญเดช, พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช เจ้าของ Kediglow Clinic   ร่วมในงาน โดยมี ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ดำเนินรายการ


โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์/ โพธาลัย เลเชอร์ พาร์ค
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายพบแพทย์
โทร. : 02-508-5100, 02-508-5101
Line@ : @Novavida
Link : https://line.me/R/ti/p/%40novavida
Website : http://www.novavida.co.th/
FB : Novavida Integrative Medical Center
IG : Novavida_thailand


พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประทานรางวัล “ประชาบดี”

เชิดชูเกียรติต้นแบบแห่งการให้และแบ่งปัน  เพื่อผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก

วันนี้ (10 ธ.ค. 60) เวลา 15.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุเสด็จไปประทานรางวัล “ประชาบดี” แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากและผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น ประจำปี 2561 จำนวน 57 รางวัล

โดยมี พลเอก อนันตพร   กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมคณะผู้บริหาร เฝ้ารับเสด็จ ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สะพานขาว กรุงเทพฯ

พลเอก อนันตพร กล่าวว่า “พระประชาบดี” เทพผู้เป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ประชาชน ด้วยพลังแห่งการให้และแบ่งปัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้รอดพ้นจากสภาวะยากลำบาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้นำชื่อ “ประชาบดี” มาเป็นชื่อรางวัลแห่งเกียรติยศ อันเป็นที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของต้นแบบความดี ในการช่วยเหลือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก เพื่อให้ได้รับการยกย่องและเชิดชูคุณความดีเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ทั้งนี้ กระทรวง พม.

โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) จึงได้ดำเนินโครงการเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากและผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น ด้วยการมอบรางวัล “ประชาบดี” ตั้งแต่ ปี 2550 – 2560 โดยมีการมอบรางวัล “ประชาบดี” รวมทั้งสิ้น 730 รางวัล

พลเอก อนันตพร กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2561 นับเป็นปีที่ 12 ของการดำเนินโครงการฯ และด้วยพระเมตตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จประทานรางวัล “ประชาบดี” เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะ 11 ปี โดยมีการประทานรางวัล “ประชาบดี”
จำนวนทั้งสิ้น 57 รางวัล แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย

1) ประเภทบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 13 รางวัล เช่น นายโจนัส แอนเดอร์สัน นักร้องลูกทุ่ง เป็นต้น

2) ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 11 รางวัล เช่น มูลนิธิเอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เป็นต้น

3) ประเภทสื่อที่นำเสนอกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 18 รางวัล เช่น รายการรถปลดทุกข์ ไทยรัฐทีวี เป็นต้น

4) ประเภทบุคคลผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ทำคุณประโยชน์และดำรง
ชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดี  จำนวน 15 รางวัล เช่น นายเซ็ง แซ่ลี ผู้ยากจนและขาพิการ 1 ข้าง ด้วยการนำหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และมีจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น

“ตนขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติกับทุกท่านและทุกองค์กรที่ได้รับรางวัล “ประชาบดี” และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคมเป็นกลไกสำคัญในการหนุนเสริมภารกิจซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และพัฒนาสังคมร่วมกันอย่างยั่งยืน



ทั้งนี้ กระทรวง พม. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจเพื่อการพัฒนาสังคมและคนอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสหรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลและพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน” พลเอก  อนันตพร  กล่าวในตอนท้าย

Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12

คู่ชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปี 12  พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคม มอบรายได้ให้ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

ผ่านไปแล้ว  สำหรับการประกวด Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12 ซึ่งจัดโดย บริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมกับ  สำนักข่าว AC NEWS ซึ่งได้รับการสนับสนุนสถานที่จัดการประกวดจาก ศูนย์การค้า The Walk เกษตร-นวมินทร์ และ องค์การที่ได้ให้การสนับสนุนมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต บัตรยูเมะพลัส ธ.ออมสิน ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.อาคารสงเคราะห์ ธ.กสิกรไทย ธ.ทหารไทย หากไม่มีผู้ใหญ่ใจดีทั้งหมดนี้กิจกรรมก็คงจะดำเนินมาไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

บรรยากาศงานมีความคึกคักเต็มไปด้วยความสดใสของเด็กๆที่เข้ามาประกวด พร้อมด้วยผู้ปกครอง ทำให้ The Walk ดูแน่นไปถนัดตา โดยรางวัลสำหรับคู่ที่ชนะเลิศในปีนี้เป็นถ้วยเกียรติยศของหม่อมหลวงสราลี กิติยากร พร้อมสายสะพาย และ ทุนการศึกษา และ นอกจากนั้นผู้ที่ได้ตำแหน่งรอง และ ตำแหน่งอื่นๆอีก 18 รางวัล ก็ยังได้รับถ้วยรางวัลและของขวัญอีกมากมาย

ตำแหน่ง Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12
-รางวัลชนะเลิศ
ด.ญ.วรกมล ไหมเพชร(บอส)
ด.ช.ชิณณพัฒน์ พูนหิรัญภัทร์ (วินนี่)

-รองชนะเลิศ อันดับ1 /ออมสิน Vote /บุคลิกภาพดี ได้แก่ ด.ญ.รินรดา กันทา (ลันลาบาย)
-รองชนะเลิศอันดับ 1 ทูตน้อย / รางวัลบุคลิกภาพดี ได้แก่ ด.ช.ธนาธิป พันธุ์ศรี (หมิง)

-รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ2
ด.ญ.ชมพูนุช ศรุตาเดโชกุล(บีเฟิร์ส)
ด.ช.ภูมมิภัฎ ภวภัชชกุล (ปราร์ค)

ภาระกิจแรกของ “ทูตน้อย Santa Kids”  คือ  เป็นตัวแทนนำรายได้ไปมอบให้ “มูลนิธิบ้านนกขมิ้น” ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 และ นอกจากนั้นก็จะทำหน้าที่ช่วยเหลืองานการกุศลขององค์กรต่างๆตามวัตถุประสงค์ของโครงการคือการฝึกให้เด็กๆรู้จักช่วยเหลือสังคม อีกทั้งจะมีการไปขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ช่วยประชาสัมพันธ์งานอีกด้วย

เนื่องในปีนี้เป็นปีที่ 12 ของโครงการ Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ทางโครงการฯได้จัดทำเพลง “รวมพลัง Santa Kids” ขึ้นเป็นเพลงประจำโครงการซึ่งจะมีการถ่ายทำมิวสิควีดีโอ โดย กลุ่ม Santa Kids กว่าร้อยชีวิตในเร็วๆ นี้



The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand สูตรลับเฉพาะส่งตรงจากประเทศอเมริกา

Toptotravel มีโอกาสไปร่วมงานฉลองครบรอบ 6 ปี The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand กิจกรรม “6th Year Anniversary: Experience the Finest Teas in the World” by The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ที่ The Coffee Bean & Tea Leaf สาขาสยามเซ็นเตอร์


คุณเอ สัจเดย์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, บริษัท ฟู้ดแคปปิตอล จำกัด

คุณเอ สัจเดย์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, บริษัท ฟู้ดแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับลูกค้าและสื่อมวลชน เพื่อขอบคุณลูกค้า ที่อยู่กันมา 6 ปี The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ตั้งใจจริงที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าพร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นกินฟรีตลอดทั้งปี!


เครื่องดื่มปั่น หรือน้ำปั่นที่เราคุ้นเคยกันนั้น
CBTL คือ ผู้บุกเบิกเคล็ดลับความอร่อย? The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand โมเมนท์ดีๆ เริ่มต้นได้เพียงแค่มีกาแฟชั้นเยี่ยมในมือสักแก้ว ไม่เพียงแต่ชื่อร้านจะน่ารัก และมีความละมุนอยู่ในตัวแล้ว ที่นี่คัดสรรชาชนิดพิเศษ เกรดพรีเมียมที่คุณภาพและรสชาติดีที่สุดในโลก ให้บริการลูกค้า ทุกขั้นตอนการผลิตชาต้องอาศัยความพิถีพิถัน ตั้งแต่การเก็บ การคัดแยก และการบรรจุชาที่ไร่ เพื่อนำมาสู่ขั้นตอนการผลิตกระบวนการบรรจุภัณฑ์ที่ เดอะคอฟฟี่บีนแอนด์ทีลีฟ โรสติ้ง แอนด์ ดิสทรีบิวท์ชั่น (RAD) เมืองแคมาริลโล มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อความมั่นใจในชาคุณภาพชั้นเยี่ยม จากไร่ชาสู่ชาคุณภาพโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอันดับแรก เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ดังสโลแกน “Simply the Best” อร่อยได้อารมณ์ฟินทั้งอาหารแบบชนะใจคนที่เราพามาแบบใสๆ ทั้งหอม ทั้งเนียน ดื่มเมื่อไหร่ก็สดชื่น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Exclusive Workshop “Easy & COOL DIY DRINK by CBTL Tea & MONIN” มีอาหารเมนูจานเดียวทานให้ท้องอิ่มก่อนฟินกับบรรยากาศรอบๆ มีเครื่องดื่มให้หัวใจกระชุ่มกระชวยหวาน อร่อย ชื่นใจ ฉลองครบรอบ 6 ปี The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand Workshop ได้ลองทำเครื่องดื่มในสไตล์ของตัวเองด้วยค่ะ ชิมกันสนุกสนาน ช่วงท้ายสุดกับช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาเป่าเค้กฉลองครบรอบ 6 ปี เค้กทำเป็นสีม่วงสดในแบบ The Coffee Bean & Tea Leaf พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ บัตรกำนัลทานเครื่องดื่ม CBTL ฟรี 1 ปี, เครื่องชงกาแฟ, และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

Toptotravel ขอขอบคุณและเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อยที่มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม 6th Year Anniversary: Experience the Finest Teas in the World by The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ที่ The Coffee Bean & Tea Leaf อยากใช้เวลากับเพื่อน อยากหาที่นั่งคิดงาน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่หาพื้นที่เล็กๆ ให้ตัวเอง ช่วงเวลาทั้งหมดนี้ เรามีให้คุณได้ที่ CBTL
พร้อมเสิร์ฟ กาแฟ ชา ขนม และเมนูอาหารอร่อยอีกมากมาย

ร่วมกิจกรรมดี ๆ ก็รู้สึกประทับใจ สนุกและมีความสุขแล้วค่ะ ขอบคุณกิจกรรมดี ๆ แบบนี้มาก ๆ เลยค่ะ

QualityTimewithCBTL #CBTL_Thailand

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
มาลอง The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand
ผ่านทาง Facebook และ Instragram
http://www.cbtlthailand.com
@CBTL_Thailand

วันธรรมดา…น่าเที่ยว ชิลล์กับ กิจกรรม ปิ้งหอย คอยเธอ ริมทะเลชะอำ

Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing)
ตอน “ปิ้งหอย คอยเธอ”

Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing) ภายใต้ Concept “Eco friendly” พบกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Let’s go Outing “ปิ้งหอย คอยเธอ” เริ่มเปิดตลาดครั้งแรกในวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ณ บริเวณชายหาดชะอำ ด้านทิศเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

นักท่องเที่ยวคึกคัก! “ปิ้งหอยคอยเธอ” ริมหาดเมืองชะอำ หาดทรายนุ่มสีน้ำตาลอ่อราวเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก ได้พักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลใกล้ชิดเสียงคลื่น จะมีความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากโดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี ในวันธรรมดาให้คึกคักยิ่งขึ้นนักท่องเที่ยวสามารถจอดรถริมทะเลวิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ-ทะเลบ้านฉัน”เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนจะได้สัมผัส

ชวนมาเดิน…ชม..ช๊อป..ชิม.. อาหารทะเลสดๆ  ภายในตลาดคนเดิน  ริมทะเล การออกร้านค้าจำหน่ายสิ้นค้าโอท็อปของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี ชมการประกวดดนตรีเยาวชน AWARDS on the beach การประกวดประติมากรรมขยะบนผืนชายหาดโดยการใช้วัสดุเหลือใช้ มารีไซเคิลให้เป็นปลาวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ ชมการฉายหนังกลางแปลงในบรรยากาศสุดชิวริมชายหาดทุกค่ำคืน และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

นายกอบชัย บุญอรณะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน Outing@Cha-am 1st (Let’s go outing) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวริมหาดเมืองชะอำ ในวันธรรมดาให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยมีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ
นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสำนักงานเพชรบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยศิลปกร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และ นางสาวมีนณิชา เล้าอรุณ มีสแกรนด์ เพชรบุรี 2018 ร่วมพิธีเปิดงาน

นอกจากนั้นยังมีการแสดง มิสเดอร์  Been Thailand, การแสดงวงดนตรี The Beatlesnania (The Beatle Thailand) มายากลเดอะแจ๊ค ดอมมินิตี้ ไทยแลนด์ ก็อตทาเลนด์ม ดนตรวง Water Walk และตัวแทนชุมชนคนริมเลชะอำ คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า
“ททท.เป็นผู้นำในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม (Preferred Destination) อย่างยั่งยืน”

การส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดาถือเป็นภารกิจหลัก ที่ททท.หรือภาครัฐพยายามที่จะขับเคลื่อนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในวันธรรมดา เฉกเช่นเดียวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระจายไปยังเมืองรอง และอีกหนึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อ  การท่องเที่ยวก่อให้เกิดปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมซึ่ง ททท.ได้คำนึงถึงผลกระทบเหล่านี้  มาโดยตลอด

จึงได้  กำหนดเป้าหมายของโครงการ Outing @Cha-am 1 st  (Let’s go Outing) ซึ่งเป็นแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดาภายใต้แนวคิด Eco friendly ของททท.สำนักงานเพชรบุรี ที่มีเป้าหมายตามกรอบในการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก (Thailand Riviera) ตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาหน้าชายหาดให้สะอาด แก้ไขปัญหาการรุกล้ำชายหาด มีการจัดงานประเพณีท้องถิ่นริมหาดเป็นครั้งคราว

กิจกรรม Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing) เชื่อมโยงท่องเที่ยวเมืองรอง – เมืองหลัก ในงาน ได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองชะอำ, หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี, YEC iz Club, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, ผู้ประกอบการโรงแรม, หน่วยงานภาครัฐและชุมชนคนริมเลชะอำร่วมกันจัดกิจกรรม Bech Food ตลาดริมเล เวทีการแสดงดนตรีและเปิดโอกาสให้เป็นเวทีแห่งการแสดงออกทางด้านความคิดเชิงสร้างสรรค์ ตามสไตล์เท่อย่างไร…เที่ยวอย่างไทยเท่ โดยการนำขยะหรือวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นประติมากรรมจากขยะ ขนาดใหญ่บนชายหาดชะอำ และนักท่องเที่ยวยังสามารถชมหนังดีชมฟรี ต้องห้ามพลาดด ฟรีกลางแปลงสุดชิลริมทะเลใน เครือ M Pictures ตลอดงาน

ททท. สำนักงานเพชรบุรี ส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดาน่าเที่ยวให้กับงาน Outing @Cha-am 1 st (Let’s go Outing)

ภายใต้งานจะจัดขึ้นทุกวันอังคาร และวันพุธ ของเดือนธันวาคม 2561 ไปจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2562 จำนวน 26 ครั้ง
ที่บริเวณชายหาดด้านหน้าโรงแรมลองบีชชะอำ

วันธรรมดา…น่าเที่ยว ชิลล์กับ กิจกรรมริมทะเล
เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2561
จนถึง 27 กุมภาพันธ์ 2562 รวมระยะเวลา 3 เดือน
กำหนดจัดทุก วันอังคารและพุธ เวลา 16.00 – 23.00 น.
ที่บริเวณชายหาดหน้า โรงแรมลองบีชชะอำ จ.เพชรบุรี