Category Archives: Lifestyle

ทริคดูแลตัวเองจนสวยเกินหญิง

ประสบการณ์ใหม่ที่ Diva Nails & Lashes

สัปดาห์นี้ แอดมินนึกสนุก ชวนสาวๆ มาเปลี่ยนลุค  ทริคดูแลตัวเองจนสวยเกินหญิง ใครบอกหน้าแน่นต้องใช้เวลานาน  มาสลัดความเปรียวเผ็ดร้อนแบบสาวรุ่นใหม่ ชวนการต่อขนตาแบบหวานใส  หวานละมุนและดูเด็กอยู่เสมอ เพราะความสวยทำให้สาวๆมั่นใจและได้เปรียบหลายอย่าง เราก็ไม่
ใช่คนสวยนะคะ แต่คิดเสมอว่า ความสวยจะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น

การต่อขนตาไม่เป็นอันตรายคะ!  การต่อขนตาไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
ที่สำคัญที่สุด ควรเลือกร้านที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญ ทีมช่างมีประสบการณ์โดยตรงและความชำนาญด้านการต่อขนตา เครื่องมือและร้านสะอาด  ต้องปลอดภัย เพราะเรื่องตาเรื่องใหญ่ต้องเลือก ต่อแล้วออกมาสวยตาหวาน Natural look ที่ทำให้ everyday look sweet

เหตุผลที่ควรต่อขนตากับ  Diva Nails & Lashes ซาลอน เป็นร้านต่อขนตาในเครื่อเดียวกับ Lashury   ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่นว่า ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย มีความเป็นธรรมชาติ  คุณภาพใกล้เคียงกับขนตาจริงมากๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นปลอดภัย และอ่อนโยนต่อดวงตา

การต่อขนตา หลายคนอาจเข้าใจผิด ที่ชื่อบอกว่าถาวร อยู่ได้นานตลอดไป แต่จริงๆ แล้ว ขนตาที่ต่ออยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่ตามวิธีการดูแลรักษาตามคำแนะนำของพนักงานผู้เชี่ยวชาญ และขึ้นอยู่กับกาวต่อขนตา และกาวต่อขนตามีความคงทน ปลอดภัย สวยงามเป็นธรรมชาติ ต่อแล้วสามารถอยู่ได้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ใช้ระยะเวลาในต่อขนตาประมาณ 1 ชม. ระหว่างต่อหลับ พักผ่อนสบายๆ วิธีการต่อขนดา แบบเส้นต่อเส้น  ซึ่งใช้ละเอียดความปราณีตและอุปกรณ์ที่ใช่้นำเข้าจากต่างประเทศ การต่อเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

มีข้อสงสัยที่ช่วงแรกบอกว่า การต่อขนตาถาวร หลายคนอาจเข้าใจผิด ชื่อบอกว่าถาวร อยู่ได้นานตลอด แต่ที่จริงแล้วขนตาที่ต่ออยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลรักษาของเราค่ะ และขึ้นอยู่กับกาวที่ใช้ต่อขนตา

  • ขนมิ้งแท้เกรดพรีเมียม 100%
  • ชนิดของกาวที่ใช้ต่อขนตา
  • ความชำนาญของพนักงาน
  • ความสะอาดและความปลอดภัย

การต่อขนตาเป็นทางเลือกกับสาวยุคใหม่ที่เร่งรีบ ตอนนี้ในบิวตี้โซน มีร้านต่อขนตาและทำเล็บ  Diva Nails & Lashes  ร้านนี้งามตรงที่มีเครื่องดีไซน์เล็บ  มีลายให้เลือกเยอะน่ารักเต็มไปหมด  ใช้เวลาทำไม่นาน  เล็บออกมาอย่างน่ารักมากๆ   มีให้บริการทั้งทาสีเล็บธรรมดา สีเจล ต่อเล็บ  ถอดเล็บ แถมต่อขนตาอีก ดีต่อใจราคาเป็นมิตร พนักงานให้บริการดี  บอกเลยว่ามา
ใช้บริการครั้งเดียวติดใจที่นี่แน่นอน

สาวๆ สามารถมาใช้บริการต่อขนตาและรับบริการทำเล็บ สวยที่เดียวจบครบวงจร วันนี้ Diva Nails & Lashes มีNail art ลายใหม่สุดคิ้วท์ Sanrio ลิขสิทธิ์แท้ส่งตรงจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น คิตตี้ (Kitty) มาย เมโลดี้ (My Melody),  กีกี้  ลาล่า (Little Twin Stars)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Lashury   แจ้ง Promotion code  #Divainail
รับส่วนลดบริการทำเล็บทุกรายการ 30% + ฟรีปริ้นท์เล็บ Inail 1 นิ้วดีไซน์พิเศษนี้เฉพาะเดือนตุลาคมนี้  เท่านั้น

Diva Nails & Lashes ปลอดภัย ไม่แพง ต่อแล้วขนตางอนสวยเด้ง !
พิกัดร้าน : Diva Nails & Lashes ชั้น 1 บิวตี้โซน เซ็นทรัลลาดพร้าว
จองคิว/สอบถามข้อมูล 095-7037-200
Line ID : 0957037200
#ต่อขนตา #lashury #ร้านต่อขนตา #eyelashextensions  #eyelashsalon

จ.อุบลฯ ปักหมุดจุดหมายใหม่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’
4 ชุมชนใน อ.ตาลสุม

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สำหรับโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP  นวัตวิถี    ‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’ อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดย นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ณ ริมสระบัว บ้านห่องแดง ต.นาคาย อ.ตาลสุม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและนักท่องเที่ยว มาเดินชมทุ่งนาบัว ถ่ายรูปบนสะพานไม้ เช็คอิน และแชร์ภาพอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้

​อ.ตาลสุม อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปทางทิศตะวันออกประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่มีต้นตาลจำนวนมากอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล จึงเรียกบริเวณนี้ว่า ‘ตาลชุม’ ต่อมาเพี้ยนเป็น ‘ตาลสุม’ มีคำขวัญประจำอำเภอว่า 

“ผ้าห่มงาม ข้าวหลามรสดี มากมีลูกตาล หวานมันฝักบัว”  โดยมีชุมชนเป้าหมายในโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’ 4 ชุมชน ประกอบด้วย บ้านห่องแดง, บ้านสำโรงใหญ่, บ้านคำหว้า และบ้านนามน

 

​“บ้านห่องแดง ต.นาคาย” เป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทางธรรมชาติ
ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นตาล ซึ่งให้ลูกตาลรสชาติดีตลอดทั้งปีจนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของชุมชน นอกจากภาพทุ่งนาเขียวขจีที่รายล้อมด้วยต้นตาลแล้ว ล่าสุด ‘ทุ่งนาบัวบ้านห่องแดง’ ก็กลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่
ที่ดึงดูดผู้คนมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย เป็นโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ OTOP บ้านห่องแดง ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกบัว ได้แก่ น้ำนมเม็ดบัว โดนัทเม็ดบัว ลูกประคำเม็ดบัว ดอกบัวแห้ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น หมวกสาน เสื่อจากใบเตย เสื่อผือ
กระติ๊บข้าว ตาลสดอ่อน และขนมตาล สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นของบ้านห่องแดง ต้องไม่พลาดชิม 5 เมนูเด็ด ได้แก่ ยำผัก
จากเม็ดบัว ต้มไก่บ้านใส่ใบมะขาม ปลาทอด ส้มตำ และบัวลอยแก้ว

​“บ้านสำโรงใหญ่ ต.สำโรง” เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านการอนุรักษ์งานพุทธศิลป์ด้วยฝีมือการวาดภาพพุทธประวัติที่มีสีสันสวยงาม โดยมีการจัดตั้งกลุ่มผลิตผ้าผะเหวด หรือผ้าวาดภาพพระเวสสันดรชาดก ซึ่งถือเป็นงานหัตถกรรม OTOP ที่ขึ้นชื่อและได้รับการยอมรับทั้งในท้องถิ่นและในระดับจังหวัด สอดคล้องกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางจิตใจ นั่นคือ หลวงพ่อพระเจ้าใหญ่ประทานพร วัดสำโรงใหญ่ ที่คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้ขอพร ขณะที่ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีชื่อเสียงนอกจากผ้าพระเวสสันดรชาดกแล้ว ยังมีกรอบพระ เครื่องจักสาน ผ้าห่มนาโน  พรมเช็ดเท้า พริกป่นแปรรูป แจ่วบอง กล้วยฉาบ และมะยมเชื่อม ส่วนเมนูพื้นบ้านที่คนใ
นชุมชนพร้อมเสิร์ฟนักท่องเที่ยว ได้แก่ แกงหน่อไม้ ต้มไก่บ้าน ป่นปลา-นึ่งผัก แจ่วบอง และข้าวเม่าคลุกมะพร้าวอ่อน

​“บ้านคำหว้า ต.คำหว้า” เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่โดดเด่นด้านการดำเนินชีวิตตามวิถีพอเพียง ทรัพยากรทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ถูกนำมาแปรรูปเป็นของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็กลายเป็นสินค้า OTOP หลากหลายประเภทที่สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างน่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็น ไม้กวาดทางมะพร้าว กระเป๋าผ้าฝ้าย ผ้ารองแก้ว พรมเช็ดเท้า เสื่อทอ เปล ยาหม่อง น้ำมันเขียว รวมไปถึงงานสานพลาสติก ได้แก่ พัด ตะกร้าสาน ส่วนเมนูอาหารพื้นถิ่นที่ชาวบ้านคำหว้าตั้งใจจัดให้นักท่องเที่ยวชิม ได้แก่ ต้มไก่บ้าน แกงหน่อไม้ ป่นปลา แจ่วบอง น้องนางทรงเครื่อง (ไข่ตุ๋น) และน้องนางรอดรู (ลอดช่อง)

 

​“บ้านนามน ต.ตาลสุม” เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล คนในชุมชนส่วนใหญ่จึงออกหาปลาเป็นอาชีพหลัก และสืบสานภูมิปัญญาทางหัตถกรรมจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาต่อๆ กันมาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่น่าสนใจ ได้แก่ ตะกร้าจากไม้ไผ่ ตะกร้าจากพลาสติก เบาะรองนั่ง ผ้ารองจาน ผ้ารองแก้ว เปลผ้า กระเป๋าผ้า ผ้าห่ม พรมเช็ดเท้า และไม้ถูพื้น ขณะเดียวกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอาหารพื้นถิ่น ชาวบ้านนามนจึงได้จัดสำรับเด็ดมาโดยเฉพาะ ได้แก่ ลาบปลา ยำน้องแก้ว (ปลาแก้ว) สิบล้อยกล้อ (ปูนาทอด) ป่นปลา-ลวกผัก ไข่หน้ามน (ไข่เจียว) และนารีจำศีล (กล้วยบวดชี)

ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีมุ่งหวังว่าโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน จะสร้างรายได้แบบกระจายตัวทั่วถึงทั้งชุมชน และพัฒนาศักยภาพทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

 

สนใจสอบถามข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตาลสุม โทรศัพท์ 081-8234131

“สทน.” ชวนวัยโจ๋ประชันเจ๋ง ประกวดหนังสั้น

หัวข้อ “Nuclear for Better Life”
ชิงเงินรางวัลกว่า 310,000 บาท

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้ ให้ความสนใจกับการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ซึ่งส่งผลต่อมนุษย์เราเป็นอย่างมาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ให้ความสำคัญในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก

จึงขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมประกวดหนังสั้น หัวข้อ   “Nuclear for Better Life”    โดยมี ทั้งหมด 2 รุ่น  คือ รุ่นเล็ก
(ระดับมัธยมศึกษา) และรุ่นใหญ่ (ระดับอุดมศึกษาขึ้นไป) ชิงเงินรางวัล
มูลค่ารวม 310,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึง 23 พฤศจิกายน 2561 นี้  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถส่ง Plot หนังสั้นความยาว 3-5 นาที

สนใจติดต่อ 
e mail :  tintshortfilm@gmail.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) www.tint.or.th หรือ www.facebook.com/thainuclearclub
รีบๆ กันหน่อย…ช้าแล้วจะเสียใจนะครับน้องๆ !!!

SACICT CRAFT TREND 2019 OPEN HOUSE

เปิดตัวหนังสือและแกลเลอรี่
SACICT Craft Trend 2019
งานคราฟต์ภายใต้แนวคิดใหม่
Retelling the Detailing

จากความมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรม  สู่แนวทางพัฒนางานหัตถกรรมในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  (องค์การมหาชน) นำโดย คุณอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ ขึ้นเป็นประธานในพิธีเปิดตัวหนังสือ SACICT Craft Trend 2019 พร้อมจัดแสดงนิทรรศการ โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งได้รวบรวมเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจ
4 เทรนด์หลัก ๆ เพื่อเป็นแนวทาง ในการพัฒนา  และต่อยอดแนวคิดการผลิตผลงานหัตถกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

คุณอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ(องค์การมหาชน)

โดยมีผู้คร่ำหวอดในวงการงานหัตถกรรมและการออกแบบ คุณแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) และ คุณดำรง ลี้ไวโรจน์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร room มาร่วมบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวของงาน Craft Trend ในอนาคต พร้อมทิศทางงานออกแบบจากทั่วทุกมุมโลก

เพื่อนำแนวคิดไปใช้ต่อยอดด้านการออกแบบได้อย่างตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นซึ่งได้มีการจัดงานเปิดตัวหนังสือและแกลเลอรี่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่18 กันยายน 2561 ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คุณอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “งานศิลปหัตถกรรมมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นสาขาที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลกซึ่งงานศิลปหัตถกรรม
ได้เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเทรนด์จึงเป็นแนวโน้ม การพัฒนาของโลกและสะท้อนถึงงานศิลปหัตถกรรม กระบวนการผลิต,วัตถุดิบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือการนำมาใช้งานผลิตภัณฑ์
จึงเป็นที่มาของเทรนด์โดยทาง SACICT ดำเนินการมาปีนี้เป็นปีที่ 5

โดยจะพยายามให้เทรนด์เหล่านั้น  เข้ามาอยู่เป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน
โดยนำมาใช้ประโยชน์เพื่อให้เป็นการพัฒนางานศิลปะหัตถกรรมและต่อยอดสืบไป ซึ่งเทรนด์ต่างๆ นั้นมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นทางเราจึงมีนโยบายการศึกษาวิจัยตลาดมากขึ้นทำ Trend Talk, Guru panel และ ศึกษาแนวโน้มของต่างประเทศอีกด้วย เรามีมุมมองในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ, นักการตลาด, ผู้ใช้งานผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆที่เข้ามามีส่วนร่วมกับ SACICT ในแต่ละปีก็จะมีความหลากหลาย ช่วยสะท้อนถึงแง่มุมต่างๆในการกำหนดเทรนด์ได้มากขึ้น”

SACICT CRAFT TREND 2019 OPEN HOUSE   ที่ตื่นตา ทั้งการเปิดตัวหนังสือ SACICT Craft Trend 2019 ที่ปีนี้  ได้มีการรวบรวมเทรนด์และ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจออกมาเป็น 4 เทรนด์หลัก

เทรนด์แรก  ซึ่งเป็นหัวใจหลักของงาน คือ Retelling the Detailing การนำเสนอที่มาที่ไปของสินค้าหัตถกรรมด้วยการ “เล่าเรื่อง” ที่เน้นการตอกย้ำถึงคุณค่าผลิตภัณฑ์ นำเสนอเรื่องราวเชิงลึกในรายละเอียดซึ่งมีอยู่ในขั้นตอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ หรือชุมชน ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เดิมให้มีเรื่องราวเพิ่มขึ้น โดยในนิทรรศการคุณจะได้พบกับผลิตภัณฑ์น่าสนใจจากเทรนด์นี้อาทิ ม้านั่งไม้ ผลงาน Thinkk Studio และกลุ่มแกะสลักบ้านตองกาย จังหวัดเชียงใหม่ จากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไทยนวัต-ศิลป์ SACICT เก้าอี้พลาสติกหุ้มเศษผ้าเก่าของ ภาสุรี วิรัชวิบูลย์กิจ หรือหูฟังตกแต่งลายเบญจรงค์ การนำบริบทของเบญจรงค์ในรูปแบบที่แปลกใหม่ ใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยคุณกฤษณ์ พุฒพิมพ์ และคุณบุญญารัตน์ เบญจรงค์จากโครงการพัฒนาอัตลักษณ์เบญจรงค์ไทย SACICT

ต่อด้วยเทรนด์ที่สอง ตอบโจทย์ชีวิตผู้คนเมืองใหญ่ที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อม กับ Tropical Dream คือ การนำความเป็นธรรมชาติ มาทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันด้วยการจำลองบรรยากาศความเขียวไว้ในบ้าน หรือที่ ทำงานรวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยเติมความสดชื่นให้กับจิตวิญญาณของคนเมือง ผ่านการหยิบชิ้นงานของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ใช้ “ไม้” และเส้นใยธรรมชาติเป็นวัสดุหลัก อาทิเก้าอี้สตูลจากไม้ไผ่ขด เส้นสายจากธรรมชาติที่นำไปสู่รูปทรงและลวดลายที่โดดเด่น โดย Plural Designs และชุมชนงานไม้ไผ่ขด บ้านศรีปันครัว จังหวัดเชียงใหม่ จากโครงการไทยนวัตศิลป์ SACICT ร่วมด้วยการใช้รูปทรงรูปลักษณ์และลวดลายของธรรมชาติมาใช้ได้อย่างลงตัว

เทรนด์ที่สาม Righteous Crafts คือความพิถีพิถันในการพิจารณาว่าสินค้านั้น ๆ มีความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคมอย่างไรหรือไม่ เป็นการหันไปมอง “ที่มาที่ไป” ที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมของสินค้าแต่ละชิ้น การออกแบบที่นึกถึงวัฒนธรรมแบบบริโภคนิยม การไม่ใช้วัสดุแบบทิ้งขว้างจึงขยายวงกว้างในการออกแบบอย่างหยั่งลึก เห็นได้จากผลงานตะกร้าใส่ของ ผลิตภัณฑ์งานจักสานจากเนื้อไผ่และ
ผิวไผ่ ออกแบบ: Plural Designs และกลุ่มจักสานไม้ไผ่ บ้านก๋ายน้อย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จากโครงการไทยนวัตศิลป์ SACICT ที่
นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ เรียกได้ว่า  เป็นการคิดค้นกระบวนการผลิต
ที่ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม หรือเลือกใช้วัสดุทางเลือกรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้นมา
ใช้ทดแทน รวมถึงการคืนประโยชน์ให้แก่ชุมชนหรือเจ้าของวัตถุดิบ ไม่
ว่าจะเป็นการคืนรายได้ให้ชุมชน พัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับเจ้าของภูมิปัญญาอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

สุดท้ายกับเทรนด์ที่เกี่ยวพันกับธุรกิจการท่องเที่ยว Surreal Hospitality
คือ พูดถึงการออกแบบตกแต่งสถานที่ต่างๆ ในรูปแบบที่จะสามารถสร้างความประทับใจจนเกิดการแชร์และบอกต่อได้ ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมส่วนหนึ่งจากกลุ่มเจเนอเรชั่นY โดยเป็นกลุ่มที่น่าจับตาทั้งในฐานะผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่มีผลต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมหาศาล ดังนั้นการออกแบบในพื้นที่เหล่านั้นจึงเป็นโอกาสให้เกิดงานคราฟต์พื้นถิ่นสุดวิจิตรที่จะได้รับการประยุกต์ให้ร่วมสมัยตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายนี้ได้เป็นอย่างดีมากขึ้น อย่างเช่น ผลงานการออกแบบของคุณกฤษณะลักษณ์ ภัครกุทวี หยิบเอาเสื่อกก มาออกแบบให้เป็นชิ้นส่วนประดับตกแต่งผนัง เพิ่มมูลค่าให้แก่สิ่งที่ดูคุ้นตาสะดุดใจ ประกอบกับการใช้  วิธีออกแบบเป็นชิ้นส่วนโมดูลาร์ เพื่อให้ถอดประกอบปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ง่าย  เป็นหนึ่งในผลงาน  จากการประกวด Innovative Craft Award 2018  ซึ่งได้นำมาจัดแสดงนิทรรศการใน
ครั้งนี้อีกด้วย

สนใจสามารถเข้าร่วมงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2561 เวลา 10 โมงเป็นต้นไป ณ Innovative Craft Gallery
ชั้น 2 อาคารศาลาพระมิ่งมงคล ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2561 เป็นต้นไป
ณ Innovative Craft Gallery ชั้น 2 อาคารศาลาพระมิ่งมงคล
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)
อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sacict.or.th
ติดตามข่าวสารที่ www.facebook.com/sacict/

มหกรรมงานสัญจรครั้งยิ่งใหญ่แห่งภาคอีสาน

The 4th Print & Embroidery
in Northeast 2018

พิธีเปิดงานแสดงสินค้า  เทคโนโลยีการพิมพ์ แอลอีดี และ จักรปัก สัญจร
ครั้งที่ 4 หรือ (The 4th Print & Embroidery in Northeast 2018) ซึ่งมี นางสาวมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ในฐานะสมาชิกสมาคมงานแสดงสินค้าไทยและออร์แกนไนซ์หลัก
ที่ KICE ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น

มินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ออร์แกนไนซ์ ผู้จัด งานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 4 โดยได้รับกียรติจาก ท่านสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

การจัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยี ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 4 จังหวัดขอนแก่น มินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ออร์แกนไนซ์ ผู้จัด งานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 4 จังหวัด ขอนแก่น เป็นการนำผู้ประกอบการยิ่งใหญ่ 4 ด้าน โดยได้รับกียรติจาก ท่านสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ท่านสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

เนื่องจากเห็นว่าจังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีอัตราการเติบโตสูงและเป็นจุดศูนย์สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความพร้อมทั้งทางด้านการขนส่ง การศึกษาและเป็นศูนย์กลางด้านขอบพัฒนาแนวเศรษฐกิจกระจายโอกาสในการ สร้างงานสร้างอาชีพสำหรับคนต่างจังหวัด

อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางติดต่อสื่อสารของภูมิภาคกงสุลใหญ่ของประเทศ เช่น เวียดนาม ลาว เปรู และฝรั่งเศส นับเป็นอีกหนึ่งที่ชี้วัดว่า
จะเป็นจุดเชื่อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับโลกในอนาคต บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด และผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯเล็งเห็นความสำคัญจุดนี้ จึงเข้ามาขยายตลาดด้านการค้าการลงทุนในจังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป

อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางติดต่อสื่อสารของภูมิภาคกงสุลใหญ่ของประเทศ เช่น เวียดนาม ลาว เปรู และฝรั่งเศส นับเป็นอีกหนึ่งที่ชี้วัดว่า
จะเป็นจุดเชื่อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับโลกในอนาคต

บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด และผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯเล็งเห็นความสำคัญจุดนี้ จึงเข้ามาขยายตลาดด้านการค้าการลงทุนในจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป อย่างไรก็ตามการนำสินค้าเหล่านี้มาจัดแสดงและสาธิตการพิมพ์จากเครื่องจักรทั้งราคาถูกถึงราคาแพง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ทำอยู่แล้วและผู้ประกอบการที่เพิ่มเริ่มทำธุรกิจใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาและต้องการหาเทคโนโลยีใหม่ ด้านเครื่องจักรในการพิมพ์โฆษณาในการพิมพ์

 

ทั้งที่มีไฟจากหลอดไฟแอลอีดี ที่จะมาช่วยเหลือต้นทุนการผลิต และเรื่องของการทำงานให้รวดเร็วและไวขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังเป็นงานที่สนับสนุนให้นักธุรกิจได้มาพบปะแลกเปลี่ยนแนวความคิดในการพัฒนาความต้องการของผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล โดยคณะผู้จัดงานทุกคนคาดหวังว่า จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มผลกำไรให้กับผู้ประกอบการอย่างสูง และมีความุ่งมั่นตั้งใจให้งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีการพิมพ์ แอลอีดี และจักรปัก สัญจรให้มีศักยภาพและมีชื่อเสียงต่อไป

ปริ้นเทคและจักรปัก สัญจร จังหวัดขอนแก่น นำกองทัพจักรปักผ้าคอมพิวเตอร์,จักรอุตสาหกรรมและงานสกรีนบนผ้า วัสดุอุปกรณ์สำหรับงานเสื้อผ้า KICE งานปริ้นท์เทคและจักรปักสัญจร ครั้งที่ 4 พบกับบู๊ทสินค้าจากผู้นำเข้ากว่า 50 บริษัท ที่นำเครื่องมาจัดแสดงในงาน อาทิ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท,มัลติฟังค์ชั่น และอุปกรณ์ก่อนและหลังการพิมพ์ สำหรับศูนย์ถ่ายเอกสารครบวงจร และสินค้าจักรปัก เครื่องพิมพ์เสื้อ เครื่องสกรีน อุปกรณ์สกรีน และสินค้าอื่นๆอีกมากมายและเข้าร่วมกิจกรรม Workshop “การสร้างสีสันบนไม้ด้วยน้ำยา Crystal Ice Resins” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงาน ลุ้นรับโชคทอง 10,000 บาทศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น

ติดต่อสอบถามได้ที่
คุณมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
โทร.02-060-0795-96,082-4559642
Website : www.printtechexpo.com
Line : printtechexpo

#โรงงานการ์เม้นท์,#ร้านสกรีนเสื้อ,#ร้านปักเสื้อหมวก,
#ร้านขายผ้าค้าส่ง,#ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า,#ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น,#Fabric

 

ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 4

คุณมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ออร์แกนไนซ์ ผู้จัด
งานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 4

จังหวัด ขอนแก่น เป็นการนำผู้ประกอบการยิ่งใหญ่ 4 ด้าน  โดยได้รับเกีรยติจาก ท่านสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ขอนแก่น เป็นการนำผู้ประกอบการยิ่งใหญ่ 4 ด้านมารวมตัวกัน ได้แก่งาน
1. ด้านงานพิมพ์ เช่น เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท, เครื่องพิมพ์ดิจิตอล, เครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น, เครื่องถ่ายเอกสาร และคธุรกิจบริการงานป้ายโฆษณา เป็นต้น

2. ด้านแอลอีดี เช่น ตู้ไฟ, ป้ายกล่องไฟสำาเร็จรูป, เมนูบอร์ด, กรอบป้ายกระจายแสง และวัสดุอุปกรณ์ป้ายไฟ เป็นต้น

3. ด้านจักรปัก พิมพ์สกรีน และสิ่งทอ เช่น จักรปัก, พิมพ์สกรีน, เครื่องพิมพ์สกรีน, เครื่องทรานเฟอร์, สีสกรีนและอุปกรณ์งานปัก งานเย็บ เป็นต้น
4. ด้านงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ เช่น งานพิมพ์บรรจุภัณฑ์, เครื่องพิมพ์บนกล่อง, เครื่องพิมพ์ฉลากสินค้า, เลเบล,
เครื่องพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ และสินค้าพรีเมี่ยม เป็นต้น
ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรม Workshop เงินล้าน ในหัวข้อ “สร้างยอดขายให้พุ่งด้วยสีสันบนไม้ ด้วยงานเรซิ่น By CRYSTAL ICE RESINS” และกิจกรรมจับแจก “แผงตัวอย่างไฟ LED และ LED Tube” ของรางวัลอีกมากมาย พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นพิเศษสุดจากผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในครั้งนี้

 

โดยทั้งหมดนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่14-16 กันยายน 2561 Kice ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น ฮอลล์ 1 ตั้งแต่ 10.00-19.00 น.

จัดงานโดย บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด

ทีเส็บผลักดันไทยเป็นฮับแห่งเกษตรกรรมยุคใหม่

ดึงต่างชาติเข้าร่วม 2 งานยักษ์
แห่งภูมิภาคเอเชีย

ทีเส็บ ดึงงานใหญ่ด้านเกษตรไฮเทคเข้าไทย ย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเกษตรของโลก คาดว่านักธุรกิจเกษตรนานาชาติมาร่วมคึกคักเกือบสองหมื่นคน ไทยเตรียมโชว์เครื่องตัดอ้อยอัจฉริยะและระบบปลูกพืชใช้แสงเทียม ประชันโดรนเพื่อการเกษตรจากจีน

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บสนับสนุนให้ประเทศไทยจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ 2 งานใหญ่สำหรับภาคเกษตรกรรม ได้แก่ Horti ASIA 2018 งานมหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมด้านการเกษตร พืชสวน และพืชไร่ แห่งภูมิภาคเอเชีย และ งาน AGRITECHNICA ASIA 2018 สุดยอดงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งเอเชีย มหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรม ด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร ระหว่างวันที่ 22 – 24 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค

งานดังกล่าวนี้จะมีส่วนเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้า การลงทุนด้านเครื่องจักรกลและนวัตกรรมทางการเกษตร เพิ่มเติมจากการที่ไทยเป็นประเทศสำคัญทางการเกษตรของโลกมาอย่างยาวนาน โดยแนวทางหลักของปีนี้จะมุ่งเน้น “ทางออกสำหรับทุกปัญหาของภาคเกษตรกรรมเอเชีย – Solutions for Horticulture and Agricultural Industries”

งาน Horti ASIA 2018 เป็นงานเจรจาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมพืชสวนครบวงจรที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีเรือนกระจกจากนานาประเทศ จะมีการนำเสนองานทางวิชาการจากสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย และสมาคมพืชสวนนานาชาติ และรวบรวมเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับการเกษตรกร เช่น โดรนเพื่อการเกษตรจากประเทศจีน, เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำในการตรวจจับข้อมูลเกษตรอัจฉริยะจากประเทศเนเธอร์แลนด์, ระบบน้ำประหยัดพลังงานจากประเทศตุรกี และ โรงปลูกพืชระบบปิดชนิดใช้แสงเทียมจากประเทศไทย
ส่วนงาน AGRITECHNICA ASIA 2018 ปีนี้ได้เพิ่มโซนการจัดแสดงใหม่ล่าสุด “Systems & Components” ที่แสดงงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก ตลอดจนการเปิดตัวเทคโนโลยีและนวัตกรรมวิศวกรรมเกษตรใหม่ล่าสุดแบบครบวงจร เช่น เครื่องหว่านปุ๋ยอินทรีย์ด้วยระบบไฮโดรลิกส์แบบพิเศษจากประเทศเยอรมนี ขณะที่ประเทศไทยจะนำเสนอรถตัดอ้อยโปรแกรมระบบอัจฉริยะ SIS นอกจากนี้ยังมี Smart Mobile Farming Application เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านการเกษตร
“เราให้ความสำคัญกับงานในลักษณะนี้ เพราะนอกจากจะช่วยขยายอุตสาหกรรมไมซ์แล้ว ยังเพิ่มความแข็งแกร่งกับภาคเกษตรที่เป็นจุดแข็งของไทยด้วย”
งาน Horti ASIA 2018 และ AGRITECHNICA ASIA 2018 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยกว่า 824 ล้านบาท โดยมีนักเดินทางไมซ์จากต่างประเทศเข้าร่วมประมาณ 7,600 คน และนักเดินทางไมซ์ในประเทศประมาณ 9,600 คน รวมผู้เข้าร่วมงานกว่า 17,000 คน

เทศกาลดนตรี โคตรอินดี้ ปีที่ 14 ตอน

 “วงไม่ดังก็ฟังบ้างเหอะ” เสาร์ที่ 8 ก.ย. นี้
ที่ ABOUT STUDIO

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)และเครือข่ายเยาวชนโคตรอินดี้ ภูมิใจเสนอ คลีนคอนเสิร์ต งานดนตรีเด็กแนวแห่งชาติ “ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่ดื่ม” วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 ที่ ABOUT STUDIO

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)และเครือข่ายเยาวชนโคตรอินดี้ ภูมิใจเสนอ คลีนคอนเสิร์ต งานดนตรีเด็กแนวแห่งชาติ “ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่ดื่ม” วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 ที่ ABOUT STUDIO

เทศกาลดนตรี โคตรอินดี้ ปีที่ 14 ตอน “วงไม่ดังก็ฟังบ้างเหอะ” เกือบ 300 บทเพลง ที่คนไทย 99.99% ไม่เคยฟังไม่เคยเห็นการเล่นสดมาก่อน ในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 เวลา 11.00-24.00 น. ที่ ABOUT STUDIO (เลียบทางด่วนรามอินทรา) 3 เวที 59 วงดนตรี (ได้ขึ้นเล่นก็หล่อเเล้ว) โดยเวที 1 เจษฎาภรณ์ เวที 2 อนันดา เวที 3 ณเดชน์

งานแถลงข่าว คลีนคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรีโคตรอินดี้ ครั้งที่ 14 ตอน
‘’วงไม่ดังก็ฟังบ้างเหอะ’’
ทางทีมงาน ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ มานพ แย้มอุทัย ที่ปรึกษา กิตติมาศักดิ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
อาจารย์ วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ด้านการ สื่อสารมวลชน ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้ดำเนินรายการ “ข่าวเด่นสุดสัปดาห์”ทาง อสมท.96.5 MHz. และ”จับข่าวมาคุย” FM.90.5 MHZ. ที่มาเดี่ยวกีตาร์โชว์ได้อย่างประทับใจ
ขอบคุณพี่ตุ้ย – วิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มงานแผนงานนโยบายสาธารณะ สคล.
ขอบคุณพี่ซุป – วิชชา โพธิปัสสา MARKETING DIRECTOR GOLD CITY FOOTWEAR ที่ได้สละเวลาให้เกียรติมาร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้
และในปีนี้ เราได้มอบรางวัลดีเด่น “ศิลปิน ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่ดื่ม” ได้แก่ เก่ง ธชย อีกด้วย

ขอขอบพระคุณ ศิลปินที่มาร่วมเล่นมินิคอนเสิรต์งานแถลงข่าวในครั้งนี้ วง COCONUT SUNDAY / SHEEPHYPE / พี่ใหม่ สิบล้อ / REALDAWG / DOROTHY / FIERCE PANIC / DAMNSWEET x ANUMOONISARA / FALLING IN BETWEEN
และ พี่ๆน้องๆ ศิลปินอินดี้ทั่วฟ้าเมืองไทยที่มาเป็นสักขีพยานในการแถลงข่าวในครั้งนี้
ขอบคุณ พี่ๆจาก สคล. ที่มาร่วมออกบูธ แจกน้ำผลไม้เย็นๆและนมให้กับแขกและประชาชนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้อิ่มท้อง
ขอบคุณ พี่แจ็ค นักส่งเสริมสุขภาพ จาก โครงการอาชีวะโชว์พราว ที่มาออกบูธตรวจสุภาพและให้ความรู้เรื่องเรื่อง เหล้า บุหรี่ ให้กับประชาชนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ขอบคุณ พี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านที่คอยให้การสนับสนุนโคตรอินดี้ มาโดยตลอด

ขอบคุณโปสเตอร์สวยๆ จากพี่อ๋อง The Layers ผู้่ออกแบบมาเกือบทุกปี
ขอบคุณ ลาน victory point เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้พวกเราได้จัดงานและสุดท้าย ขอบคุณ ห้าง เซนจูรี่ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อสถานที่จอดรถไว้ให้พวกเรา ไว้ ณ.ที่นี้ด้วย

แล้วพบกับ วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2561 เวลา 11.00-24.00 น.
ที่ ABOUT STUDIO (เลียบทางด่วนรามอินทรา)

3 เวที 59 วงดนตรี (ได้ขึ้นเล่นก็หล่อเเล้ว)
เวที 1 เจษฎาภรณ์
เวที 2 อนันดา
เวที 3 ณเดชน์

จะได้พบกับวงไม่ดัง ได้แก่ ANTINODAL / AUAYMAN / THE BUTSOP /
FIERCE PANIC / CRUISER / ELIMINATE /
EXPRESSIONISH / HOW MANY / JULLBAND / LEMON FROM MARS / LICK ME / LITTLE PROJECT PLUS / NCL / ODYSSEY /
ONE MORE SHOT OF WISHKY / PAULGUNT /
RASTAMILE / RAT HOLE / REAL DAWG /
RESTGULP/ SHEEPHYPE / SLUM / SOUL BUSY / SPECIAL OF ROCK / STRIVE FOR NOTHING / THE BEDS /
THE SECOND SEASON / THE SURF / T-MAA / US-LY / DREAMHIGH / นักบลู้ส์ / บัง มนัสวีร์ / TURNING TIDE / สุภาดร / DAMNSWEET x ANUMOONISARA / SICKCHILD /
DOROTHY / THE PROPER CLAN / RUST JAM / คายัพ / THE RAVEN DOLL / ใหม่ สิบล้อ / MY DADDY IS BEST/BAROQUES SWAY / ABSTRACTION XL / COCONUT SUNDAY / GOH-M / JIMMY REVOLT / OVERDOSE / LOW FAT / FALLING IN BETWEEN / ERROR99 /
HOPELESS / กล้วยไทย / THE LAYERS / SOUTHERN BOYS / ZERO HERO / เอ็ม ธรากร

ร่วมสมทบทุนในการจัดงาน บัตรโคตร ราคา 250 บาท INBOX : KodinyFC
ติดตามข่าวสารของชาวโคตรอินดี้ https://www.facebook.com/KodindyFC/

สวยสั่งได้ กับ SEAFFER’S 

สวยสั่งได้ กับ SEAFFER’S อีกหนึ่งทางเลือกของผู้หญิง

ซีเฟอร์อีกหนึ่งทางเลือกของสาวยุค 2018  ซีเฟอร์อีกหนึ่งทางเลือก แบรนด์เครื่องสำอางไทยแท้ ที่คุณภาพดีไม่แพ้แบรนด์นอก เครื่องสำอาง กับผู้หญิงเป็นสิ่งที่คู่กันมานานแสนนาน และแน่นอนว่าผู้หญิงไทยหลายคนเลือกที่จะใช้เครื่องสำอางจากต่างประเทศ หรือเลือกชื่อแบรนด์ เป็นภาษาต่างชาติ เพราะคิดว่าดีกว่าเครื่องสำอางแบรนด์ไทย  แต่ความจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเครื่องสำอางแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์มักใช้ชื่อภาษาอังกฤษ

คุณณันฑภรณ์ ประโมจนีย์  Managing Directer ได้เปิดเผยว่า
หลังจากที่มาสคาร่าหัวหมุน 360 องศา ได้เปิดตัวออกมาทักทายสาวๆให้ใจเต้นระรัว ติดใจกันทั่วไทย และจีนแล้ว ซีเฟอร์ เปลือกตาสวยละเอียดยิบกับ ซีเฟอร์พาเลตอายชาโดว์ 12 เฉดสี เม็ดสีแน่นเวอร์  บริษัท เอเลี่ยนแคท อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง จำกัด  ซีเฟอร์ก็ไม่รอช้า รีบส่งพาเลตอายชาโดว์ 12 เฉดสี

ซีเฟอร์ อีกหนึ่งทางเลือกของผู้หญิง แบรนด์เครื่องสำอางไทยแท้ ที่คุณภาพดีไม่แพ้แบรนด์นอก  ซีเฟอร์ ไม่รอช้า รีบส่งพาเลตอายชาโดว์ 12 เฉดสี  เม็ดสีแน่นเวอร์ คุณภาพไม่แพ้เคาน์เตอร์แบรนด์ มาให้สาวๆได้ลองกันอีกแล้วด้วยการคัดเลือกโทนสีที่สวยลงตัว มีให้เลือกใช้ทั้งสีแมตท์ และ กริตเตอร์ ทำให้คุณสาวๆ สวยได้ในทุกๆลุค ไม่ว่าจะสวยสุภาพ หวานฉ่ำ หรือเปรี้ยวจี๊ดดด สวยกลางวัน วิ๊บวั๊บกลางคืน….ที่สำคัญราคาน่ารักเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์

ซีเฟอร์ ถ้าไม่บอกคงไม่รู้ว่าเป็นของไทย เพราะแค่ชื่อแบรนด์ก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นเครื่องสำอางจากประเทศฝรั่งเศส  SEAFFER’S  แต่งแล้วเรียบเนียน สวยวิ้งรับรองเเต่งเเล้วสวยแบบมงลงเเน่นอน

#สวยสั่งได้กับSeaffer #seaffer #seafferthailand #makeup #mascara

ทำไม Bell & Ross จึงมีราคาแพงระดับรถสปอร์ตระดับหรูหรา ระดับโลก

เบลล์ แอนด์ รอส 

Bell & Ross แบรนด์นาฬิกาสุดยอดนาฬิกาที่แฟนพันธุ์แท้ นาฬิกามากับทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของค่าย Bell & Ross ซึ่งยึดแบบของมาตรวัดที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดของเครื่องบิน และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่แทนที่จะเป็นการใช้วัสดุอย่างเหล็ก ไทเทเนียม หรือคาร์บอนไฟเบอร์

แบรนด์ที่สุดคลาสสิคอย่าง Bell & Ross เน้นการพัฒนาตัวเรือนที่ผลิตจาก Sapphire และประสบความสำเร็จ การใช้ Sapphire สำหรับผลิตตัวเรือนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะด้วยเหตุที่ Sapphire มีกระบวนการตกผลึกที่ไม่เสถียรการสร้างสีสันให้กับวัสดุประเภทนี้จึงเป็นเรื่องยาก Bell & Ross ติดตั้งกลไกที่ขึ้นชื่อในเรื่องของราคาที่แรงและแพงปัจจุบันมาตรฐานระดับสูงของ เบลล์แอนด์รอส ได้รับการยอมรับจากองค์กรทางการทหารต่างๆ ให้เป็นผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2018 ณ ห้องรับรอง The Cocoona Lounge ที่ชั้น 19 Gaysorn Village เปิดตัวและจัดแสดงคอลเลกชั่นนาฬิการุ่นล่าสุดแห่งปี โดยได้เชิญสื่อมวลชนชั้นนำมาร่วมงานการเปิดตัวและจัดแสดงดังกล่าว ภายในงานนอกจากจัดแสดงนาฬิการุ่นล่าสุดของแบรนด์เช่น
BR 01 Laughing Skull, BR-X1 RS18, BR V2-94 RS18, BR 03-92 Diver Blue, BR 03-92 Diver Bronze, BR V2-94 Racing Bird และอื่นๆ อีกมากมาย

Mr. Tong Chee Wei, General Manager Asia แห่งแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ Miss Adelyn Kong, Senior Marcom Manager แห่งแบรนด์ Bell & Ross ได้ก่อตั้งขึ้น ความตั้งใจคือออกแบบนาฬิกา Bell & Ross ได้หยิบเทคโนโลยีทางวัสดุจากรถสูตรหนึ่งเข้ามา โดยตัวเรือนนั้นทำจากเซรามิก หน้าปัดทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ตรงขอบสเกลจับเวลาจะใช้อลูมิเนียมและในส่วนสีเหลืองนั้นชุบสีด้วยกรรมวิธีอโนไดซ์

ทั้งนี้ Cortina Watch แห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่า Bell & Ross จะประสบความสำเร็จในประเทศและสามารถทำให้นักสะสมและผู้หลงใหลนาฬิกาชาวไทยรับรู้ถึงแก่นแท้และจิตวิญญาณแห่งแบรนด์ได้อย่างกว้างขวาง

ณ ห้องรับรอง The Cocoona Lounge ที่ชั้น 19
ศูนย์การค้า Gaysorn Village

วางขายที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงการจำหน่ายออนไลน์ www.bellross.com