Category Archives: Lifestyle

Rado Captain Cook

เปิดตัว ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (RADO Captain Cook Bronze)
การหลอมรวมระหว่างความคลาสสิคและโมเดิร์นไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ไม่ปล่อยให้สาวกราโดเลิฟเวอร์ต้องคอยอีกต่อไป เมื่อ ราโด (RADO)
ส่งตรงเรือนเวลา Rado Captain Cook รุ่นใหม่จัดจำหน่ายสู่ประเทศไทย ด้วยรูปทรงอันไร้ที่ติและรูปลักษณ์ที่ สามารถดึงดูดความสนใจของ Rado Captain Cook รุ่นใหม่ตัวเรือนผลิตจากบรอนซ์ และไฮเทคเซรามิก มาพร้อมมอบประสิทธิภาพอันถูกใจ และรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง รูปทรงเท่ห์
ผสานรวมวัสดุเก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างเข้าไว้กับวัสดุ ล้ำสมัย ซึ่งเป็นแนวทางอันชัดเจนของ ราโด แสดงถึงความพยายามอย่างเต็มความสามารถ และคุณสามารถสัมผัสได้!

ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (R32504315) สนนราคา 86,100.00 บาท

จุดเด่นอันน่าประทับใจของ Captain Cook นำโทนสีเขียวชอุ่มและสีของบรอนซ์ ซึ่งเป็นสี ที่มีความเป็นธรรมชาติ และสร้างความ ‘โดดเด่น’ ให้ซึ่งกันและกัน ถือเป็นความสำเร็จแห่งการผสมผสานอย่างแท้จริง

โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ยืนหยัดได้แม้ภายใต้การทดสอบของกาลเวลาและเหนือกว่าปัจจุบัน ตัวเรือนสมบูรณ์แบบ จากการผสมผสานตัวเรือนบรอนซ์ คริสตัลแซฟไฟร์ทรงสี่เหลี่ยม ขอบหน้าปัด สีบรอนซ์ แทรกด้วยไฮเทคเซรามิกและด้านหลังตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียมพร้อมกับคริสตัลแซฟไฟร์ และสายนาฬิกาหนังสีเขียวเข้มช่วยเติมเต็ม ความสมบูรณ์แบบให้กับชิ้นงานที่ไร้ที่ติ มาพร้อมกับกลไกการเดิน ETA C07 คุณภาพสูงจากสวิส สำรองพลังงานนานถึง 80 ชั่วโมง

ความโบราณและสมัยใหม่ วินเทจและร่วมสมัย ดั้งเดิมและนวัตกรรม ยั่งยืนและพัฒนา คำจำกัดความเหล่านี้ทำให้ Rado Captain Cook Bronze บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความแตกต่างอย่างแท้จริง พร้อมทั้งการออกแบบ ให้คงความงดงามตลอดอายุการใช้งาน ถือเป็นนาฬิกาคอลเลคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสร้างตำนานแห่งยุคด้วยความงดงาม ของบรอนซ์ซึ่งจะเปลี่ยนสีไปตามกาลเวลา และการใช้งาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ แต่ละเรือน ตัดกับไฮเทคเซรามิคสีเขียวซึ่งจะเห็นความแตกต่างที่สัมผัสได้

• ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (R32504315) สนนราคา 86,100.00 บาท
สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป คิงพาวเวอร์ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Shopee
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-610-0200

Oasis Spa Pattaya บริการดุจเจ้าหญิง

วันเสาร์อาทิตย์ เป็นเวลาของการพักผ่อน หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนคงอยากไปทำสปา นวดหน้าหรือนวดตัว ให้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ หากใครกำลังหาร้านนวด ร้านสปา สำหรับการผ่อนคลายจากการทำงาน เมื่อก่อนเคยสงสัยว่า สปาดี ใช้ทรีตเม้นคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ “KIN” ผลิตภัณฑ์ของ โอเอซิส สปา และพนักงานนวดสปาหรือเทอราปิสต์ที่ได้รับ
การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้เราอยู่ที่ Oasis Spa Pattaya มาทิ้งความเหนื่อยล้านวดสปาให้หายเมื่อยกันดีกว่าคะ ชอบสถานที่ของ โอเอซิส สปา  รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ในการนวดสปา (Spa Product) นำเข้าจากประเทศไทยภายใต้แบรนด์ KIN ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โอเอซิสสปาผลิตเอง ที่สาขาพัทยาบรรยากาศสวย ตกแต่งแบบไทยล้านนา ทางเข้าเราเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เดินตามไปโคมผ้า

สปาของที่นี่ วิลล่าข้างชั้นล่างมีจำนวน1 ห้อง ส่วนที่เหลืออยู่ชั้น 2 ทั้งหมด โดยรวมมีทั้งหมด 10 ห้องคู่ และ 1 ห้องเดี่ยว แต่ละห้องเตียงนอนสำหรับทำทรีตเมนท์กว้าง มีขนาดใหญ่ตามมาตรฐาน เทอราปิสต์ มากประสบการณ์ ปรนนิบัติ ดุจคนพิเศษ ด้วยพื้นที่ต้อนรับลูกค้า ที่นั่งมองเห็นสวนธรรมชาติ

สปาที่จะรีวิวเป็นโปรแกรม Woderful Oasis ราคาสุดคุ้ม คนละ 3,500++ บาท พนักงานมาพูดคุยเรื่องคอร์สที่เลือกเอาไว้ก่อน พนักงานอธิบายคอร์สที่จะใช้บริการและให้กรอกข้อมูล รายละเอียดการเข้ารับบริการพนักงานบริการดี ระหว่างการนวด ถามเรื่องน้ำหนักมืออาชีพ นวดและความสบายของเรา และ แนะนำได้ตลอดเวลา ให้ร่างกายเราผ่อนคลาย ผ่อนคลายกับ
สปาแพ็คเกจที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มจนจบ

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis
ไฮไลท์ของคอร์ส Woderful Oasis
ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมงครึ่ง ปรณนิบัติกายด้วยแพกเกจโอเอซีส
แพมเพอริ่ง

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวกาย ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย ด้วยผลิตภัณฑ์
คิน ให้ผิวได้ตื่นตัว ด้วยการ ขัดพอก + สครับ +นวดน้ำมัน+ มาร์คหน้าเมื่อมาถึงห้องทรีทเมนต์ บรรยากาศห้องสวยงาม สะอาดการตกแต่ง ใช้แสงไฟสลัว สีสันส้ม ไฟนวลๆ รู้สึกผ่อนคลาย ด้วยการ
นวดอโรม่าที่มีกลิ่นหอมละมุ่น จบขั้นตอนทั้งหมดด้วยการบำรุงผิวหน้า สูตรจากสมุนไพรไทย

บนเรือนไม้ชั้น 2 คอร์สนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ไม่รบกวนสายตาและการพักผ่อนเมื่อหลับตา ระหว่างการทำทรีตเม้นต์มีกลิ่นน้ำมันหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหย ต่อด้วยการด้วยการทำ
สครับตัวการขัดผิว ทำความสะอาดผิวหน้า หน้าขัดหน้า นวดหน้า พอกหน้า และกระชับผิวช่วยบำรุงผิวหน้าให้สะอาด ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติสามารถเลือกตั้งแต่ตอนพนักงานสรุปคอร์สให้ฟัง ผิวเราแบบไหนแนะนำให้เลือกตามสภาพผิว Hot Oil Massage หรือนวดน้ำมันอุ่นๆ นั่นเอง น้ำมันอุ่นเป็นการนวดทั่วร่างกายและเน้น คอ บ่าไหล และท้ายสุด มีขั้นตอนนวดหน้าเพื่อเปลี่ยนผิวที่หมอง คล้ำให้กลับมาสดใส ปิดท้าย ด้วยการนวดศีรษะผ่อนคลายให้คุณได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่

การนวดเป็นการผสมผสามระหว่าง ไทย สวีดิช และ อโรม่า ผสมผสานท่านวดเข้าด้วยกัน โดยน้ำหนักการนวด เราได้เลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนพนักงานสอบถาม เริ่มตั้งแต่ล้างเท้าดีทอกซ์ สครับผิวด้วยสครับเกลือหิมาลายัน นวดน้ำมันอุ่นๆ และพอกผิวหน้าด้วยแตงกวาสด นวด+ดีทอกซ์เส้นผม หนังศีรษะ แล้ว การนวดก็จะเริ่มจากขา หลัง แล้วก็มาด้านหน้า ที่ถูกใจสัมผัสของพนักงาน นุ่มนวลมาก แม้ว่าจะกดเบาหรือหนักก็จะรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนวด ไม่ต้องล้างตัวแล้วก็ปล่อยน้ำมันซึมเข้าผิว

Oasis Spa Pattaya
ปรณนิบัติผิว คลายความเครียด การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

ขั้นตอนต่อไป ต่อด้วยการนวดหน้าเปลี่ยนผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาสดใสอย่างอ่อนโยน ไฮไลท์ของคอร์สนี้ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยแตงกวาสด การนวดหน้าของที่นี่ ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบแบบธรรมชาติ การนวดมีขั้นตอนการทำความสะอาดต่างๆ รวมไปถึงการกดจุดและการมาส์ แบบหลับตาแล้วหลับลึก ถือเป็นโปรแกรมนอนพักแบบยาวๆ ปิดท้ายด้วยการนวดคอ บ่า ไหล่ ผ่อนคลาย ส่วนใบหน้าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มเต็งตึง

woderful Oasis : ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมง ครึ่ง ให้ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย

โดยรวมถือเป็น สปาแพ็กเกจฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึง สปาทรีทเมนท์ดูแลผิวหน้าและเรือนร่าง เพื่อเพิ่มความงามและความสดชื่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกท่าน

ประทับใจเรื่องบริการ พนักงานทุกท่านบริการดีดุจโรงแรม 5 ดาว ถามเรื่องน้ำหนักการนวดและความสบาย พนักงานคอยให้คำแนะนำได้ตลอดเวลา
ดท้ายด้วยเครื่องดื่มอุ่น ซึ่งก่อนนวดจะเป็นเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบเย็นชื่นใจมากแอบขอเพิ่ม หลังนวดจะเป็นเครื่องดื่มอุ่นอย่างน้ำขิงร้อน พร้อมผลไม้ แนะนำให้เพื่อนๆ มาลองนวดที่ The Oasis Spa ด้วยกันนะคะ รับรองคุณภาพการบริการ และได้รับการผ่อนคลายกลับบ้านแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

การเดินทาง โอเอซีสสปาพัทยา เริ่มจากเส้น ถ.สุขุมวิท และ เลี้ยวเข้า ถ.เทพประสิทธิ์ ขับตรงมาเจอสามแยกเลี้ยวขวาไปทางเขาพระตำหนัก เพียง 400 เมตร กลับรถมา 200 เมตร สังเกตุเห็นป้ายซ้ายมือ โอเอซิส สปา ตั้งอยู่ทางเข้าทางเดียวกับ คอนโดของ โครงการ CHATEAU DALE

Oasis Spa Pattaya
322 Moo 12 Chateau Dale Tappraya Road, Banglamung Pattaya, Chonburi
Open Daily 10.00am-10.00pm
Pattaya: +66 38115 888
email: res@oasisspa.net

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

#oasisspalovesyou #oasisspathailand #oasisspa #spa #dayspa #Luxury #thaispa #chiangmai #bangkok #pattaya #17yearsOasisSpa #spabangkok #spapattaya

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

Am Dang Typhoon จัดจ้านในย่านสุขุมวิท

ความอร่อยในบรรยากาศคลาสสิค

ถ้าพูดถึงอาหารไทยสิ่งเเรกที่นึกถึง เสน่ห์ปลายจวัก คือ เสน่ห์จากการปรุงอาหารที่ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมดี อร่อยประทับใจ อาหารจะเลิศรสแค่ไหน ถ้าบรรยากาศแวดล้อมไม่น่าภิรมย์ มื้อนั้นคงหมดความอร่อยอย่างแน่นอน รสชาติของอาหารและสถานที่ จึงมีความสำคัญคู่ขนานกัน ร้านอำแดงไต้ฝุ่น จึงเป็นสถานที่ตอบโจทย์ความอิ่มหนำสำราญของคนกรุง และคนที่ชื่นชอบรสชาติแห่งความทรงเมื่อวันวาน เพราะที่นี่ ใส่ใจเรื่ององค์ประกอบของวัตถุดิบและเคร่งครัดในจังหวะการปรุงแบบโบราณขนานแท้ อาหารทุกจานของทางร้านจึงไม่ใส่ผงชูรส เสริฟแบบร้อนๆ ทุกจานอร่อยมาก

อำแดงไต้ฝุ่น ร้านอาหารไทยกลางกรุง ย่านสุขุมวิทร้านที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน มิชลินไกด์ 2020 อร่อยแบบมาสเตอร์ มีรางวัลการันตีเรื่องการสืบสานรสชาติอาหารไทย แบบนี้เรียกได้ว่าสืบทอดตำนานอาหารไทยโบราณ

บรรยากาศ อำแดงไต้ฝุ่น ร้านอาหารไทยกลางกรุง

อำแดงไต้ฝุ่น ร้านที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน มิชลินไกด์ บริเวณร้านยังเป็นบ้านไทยโบราณ บรรยายกาศเหมือนนั่งทานข้าวกับครอบครัว ที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน Talk of the town เรื่องอาหารรสชาติอร่อยและบรรยากาศดี จัดแต่งสถานที่สวยนั่งสบาย ในสไตล์บ้านคลาสสิคโบราณ ภายนอกมีสุมทุมพุ่มไม้เขียวอบอุ่น ที่จอดรถกว้างขวาง การันตีจากผู้ที่ชื่นชอบการทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งเคยแวะเวียนมาลิ้มลองรแล้วบอกกันปากต่อปาก อาหารไทยพื้นบ้านรสชาติดั้งเดิมอย่างไทย

อำแดงไต้ฝุ่น ร้านอาหารไทยกลางกรุง ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน มิชลินไกด์ 2020

เมนูของเค้ายังผสมผสานกับจีนฮ่องกงสูตรต้นฉบับ จานนี้ที่เราอยากแนะนำ จานนี้ที่ขึ้นชื่อไม่ต้องนั่งรถไปไกลถึง จังหวัดอยุธยา กุ้งแม่น้ำเผา ที่ย่างด้วยเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมน่ากิน ส่วูนี่อีกหนึ่งเมนูที่ค่อนข้างหาทานยากเหลือเกินในเวลานี้ ปูไข่ดอง แดนกิมจิ รสชาติแบบดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมคือน้ำจิ้มแบบไทยมีเสน่ห์ที่รสหวานอมเปรี้ยว ที่ทางร้านตั้งใจทำเอาใจคนรักรสจัดจ้านสดใหม่ กินง่าย ไม่มีกลิ่นคาว และยังมีต่ออีกหลายเมนูที่อยากแนะนำ ตามไปชมและชิมด้วยกัน

ปู spicy ผัดซอสไต้ฝุ่น (signature)ราคาขีดละ 290 เสริฟวันนี้ตัวละ 8ขีด

เริ่มต้นที่เมนูท็อปฮิต ที่เรียกลูกค้าให้กลับมาเป็นขาประจำของที่นี่ มีหลายอย่าง อาหารแนวไทย-จีน สูตรพื้นบ้าน เริ่มที่มาแล้วต้องสั่ง ถ้าไม่สั่งถือว่ายังมาไม่ถึง คือ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน ย่างสุกเนื้อฉ่ำ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสเนื้อกุ้งแน่น สดพร้อมมันหัวกุ้งเยิ้ม ๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด กลมกล่อม ที่ร้านคัดขนาดตัวกุ้งแม่น้ำไซด์ยักษ์ มันเยิ้มน่าทาน แถมราคาไม่ต่างจากกุ้งแม่น้ำในจังหวัดที่ติดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ปูผัดพริกฮ่องกง (Typhoon Shelter Chili Crab)

อีกจานที่จัดว่าเป็น Signature ของ ร้านอำแดงไต้ฝุ่น ปูผัดพริกฮ่องกง (Typhoon Shelter Chili Crab) ปูทะเลผัดพริกกระเทียม ที่ใช้แต่ปูทะเลตัวใหญ่ นำไปทอดแล้วผัดแบบพริก-เกลือใส่เครื่องสมุนไพร วัตถุดิบเเละเครื่องปรุงในสไตล์ฮ่องกง กรรมวิธีการปรุงและวัตถุดิบ อันนี้เป็นสูตรลับเฉพาะของทางร้านโดยเฉพาะจริงๆ จานนี้สุดยอดอร่อย เพราะเชฟผสมผสานความเป็นจีน ฮ่องกงสูตรต้นฉบับ ใครที่สั่งเมนูนี้ควรสั่ง ข้าวผัดกากหมู มาทานด้วย เพราะพริก กระเทียมในจานปูผัดพริกฮ่องกง สามารถนำมาผสมคลุกกับข้าวผัดกากหมู เพิ่มความอร่อยลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน

สำหรับ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน อย่างที่บอก คือคัดกุ้งแม่น้ำไซด์ใหญ่ ได้มาตรฐาน ขนาดกุ้งตั้งแต่ตัวละ 6 ถึง 8 ขีด ราคาตัวละประมาณ 1,200 บาท ถึง 1,700 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของกุ้ง จุดเด่นของที่ร้านนี้จริงๆ คือ อาหารสูตรต้นตำรับ ไม่มีผงชูรส ส่วนอาหารไทยของทางร้าน จัดว่าอร่อยทุกเมนู ฮอย่างเช่น แกงรัญจวน หมู และเนื้อ ที่หาทานได้ยากมาก อีกจานที่อยากแนะนำ อาหารไทยที่คุ้นตาอย่าง บวบผัดไข่ใส่ปลาเค็ม เมนูโบราณที่หลายคนอาจเคยได้ชิม รสชาติดี ความพิเศษอยู่ที่กลิ่นและปลาเค็มเข้มๆ นี่แหละ ที่อร่อยล้ำกว่าบวบผัดไข่แบบธรรมดา ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแน่นอน

กะเพราเนื้อปูก้อนยักษ ราคา 390 บ.

ใครอยากลองเมนูไทยเเท้ๆ ผลิตผลจาก ร้านอำแดงไต้ฝุ่น แน่นอนว่าวัตถุดิบอย่างมะนาวที่เชฟใหญ่ มีสวนมะนาว หลายไร่ที่ใช้ในการ ปรุงสด ใหม่ จานต่อจาน ซึ่งอาหารที่กล่าวมา 3-4 อย่าง ข้างต้น สามารถทานอิ่มได้ประมาณ 5-6 ท่านในราคาแบบไม่กดดันความรู้สึก แต่ถ้ามาทานกันเป็นหมู่คณะหลายคนหน่อย แนะนำว่าปลาตาเดียว ทอดเกลือ จัดเป็นออเดิฟที่สำคัญ เครื่องเคียงอร่อย ด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษ อร่อยกลมกล่อมทานไปได้เรื่อยๆ ไม่มีหยุดปากเรียกน้ำย่อย ซึ่งร้านนี้ทำได้รสชาติยอดเยี่ยมเหมือนกัน

.ปูไข่ดอง แดนกิมจิ ซอสเกาหลี ราคา 850 บ.

RECOMMENDED MENU
1.ปู spicy ผัดซอสไต้ฝุ่น (signature) ราคาขีดละ 290 เสริฟวันนี้ตัวละ8ขีด
2.กุ้งแม่น้ำขนาด4ขีด มันเยิ้มตัวใหญ่เนื้อแน่นเป็นมัด ย่างเผาเตาถ่าน ราคาเท่าอยุธยาแต่เสริฟกลางกรุง ราคาตัวละ 950 บ.
3.ปูไข่ดอง แดนกิมจิ ซอสเกาหลี ราคา 850 บ.
4.ปลาตาเดียว ทอดเกลือ เสริฟพร้อม เส้นหมี่และน้ำจิ้มถั่วตัด ราคา 450 บ.
5.แกงรัญจวน เนื้ออร่อยเข้มข้น ราคา 220 บ.
6.บวบผัดไข่ใส่ปลาเค็ม ราคา 220 บ.
7.ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ปูก้อนยักราคา 390 บ.
8.กะเพราเนื้อปูก้อนยักษ ราคา 390 บ.
9.ข้าวผัดมันกากหมู ราคา 180 บ.
10.ไอศกรีม น้ำตาลสด ราคา 95 บ.
11.signature ขนม ของร้าน ราคา 150 บ.

ข้าวผัดมันกากหมู ราคา 180 บ.
บวบผัดไข่ใส่ปลาเค็ม ราคา 220 บ.
กะเพราเนื้อปูก้อนยักษ ราคา 390 บ.
ปลาตาเดียว ทอดเกลือ เสริฟพร้อม เส้นหมี่และน้ำจิ้มถั่วตัด ราคา 450 บ.

อำแดงไต้ฝุ่น – Am Dang Typhoon
อำแดงไต้ฝุ่นหอมกรุ่นรสมืออดีตความอร่อยในบรรยากาศคลาสสิคคุณใหญ่ เชฟปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ Owner & Chef Director คำว่า “ไต้ฝุ่น” คุณใหญ่ เจ้าของร้านเล่าว่า เหตุผลที่ใช้คำว่าอำแดงนั้นเพราะเป็นคำโบราณที่คุณใหญ่ไม่อยากให้จางหายไปจากสังคมไทย

ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ปูก้อนยักราคา 390 บ
คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ Owner & Chef Director
อำแดงไต้ฝุ่น

คุณใหญ่ บอกเราถึงการชอบทำอาหารไทย และหลงไหลในการทำอาหาร เล่าถึง สูตร Spicy Crab จากเกาะฮ่องกง มีโอกาสได้เข้าไปคลุกคลีอยู่ในครัวจนเกิดเป็นความรัก โดยบนเรือได้ประสบการณ์ จากชาวประมงต้องทำอาหารกันสดๆ บนเรือในขณะที่หลบพายุไต้ฝุ่น กลายมาเป็นเมนูเด็ดของร้านที่มอบความประทับใจให้ ทุกคนที่แวะเวียนมา

แกงรัญจวน เนื้อ ราคา 220 บ

ส่วนขนมหวานขึ้นชื่อที่มา ของขนมประจำร้านชื่อ อำแดงไต้ฝุ่น ตบท้ายอาหารคาว ใช้เต้าหู้ Homemade ไปคลุกกับงาบดแล้วนำไปทอด โรยด้วยน้ำตาลเกลือ เนื้อในนุ่มเต้าหู้จัดเป็นอาหารหวานที่ไม่หวานแหลมเกินไป มี กลิ่นรสถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว รับรองว่าอร่อยเพลินทานได้เรื่อยๆ ด้วยความใส่ใจของการทำอาหารและการบริการร้านนี้ จะตราตรึงใจที่ทำให้คุณอยากไปทานบ่อยอีกแน่นอน

signature ขนมหวานจากนี้ชื่อ อำแดงไต้ฝุ่น

Sweet Moment
ส่วนเมนูเครื่องดื่ม คุณใหญ่ แนะนำให้ลอง ค็อกเทลยอดนิยมอย่าง เสน่ห์อำแดง โมจิโต้สูตรไทย ที่ผสมน้ำเสารส วอดก้า มะนาว และมีกิมมิกเล็ก ๆ อย่างการใช้ใบสะระแหน่เป็นใบโหระพาแทน รสชาติออกหวานเปรี้ยว
สัมผัสแน่นหนักแบบไทย ๆ ถูกใจนักดื่มอย่างแน่นอน

Cocktail
-BLUE HAWAII
Vodka
Blue Curacao
Syrup
Lime Juice
Pineapple Juice
Price 180.-

-Sa-Ne AmDang
Vodka
Passion Puree
Lime Juice
Mint Leaves
Top up with ginger ale
Price 200.-

-AmDang Tom yum
Bacardi Rum
Lemon Grass
Kaffer Lime Leaf
Lemon Juice
Syrup/Chilli
Price 200.-

Sa-Ne AmDang Price 200.
BLUE HAWAII / AmDang Tom yum / Sa-Ne AmDang

อำแดงไต้ฝุ่นกับตำนานความอร่อยของอาหารไทย เป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำของคนกรุง พร้อมให้คุณมาสัมผัสความเป็นตัวของตัวเองในเรื่องรสชาติดั้งเดิมแท้

การเดินทางไปร้าน อำแดงไต้ฝุ่นหาไม่ยากเลยคะ อยู่ตรงสุขุมวิท 32 ใกล้รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ เข้าไปในซอยสุขุมวิท 32 สุดซอย ประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางขวามือ ชื่อร้าน : อำแดงไต้ฝุ่น

พิกัด : ซอยสุขุมวิท 32 เข้ามาในซอยประมาณ 50 เมตร อยู่ทางขวามือ
หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีทองหล่อ ทางออกที่ 2 เดินประมาณ 500 เมตร (มีที่จอดรถ)

เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 – 22.00 น.
โทร : 095-716-4712
FB/IG : amdangtyphoon
FB : https://m.facebook.com/amdangtyphoon/

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก เรามาทำความรู้จักกับร้านแนว ไลฟ์
Inspire French ชื่อร้านน่ารักจำง่าย 51 Tasty Moments  หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการทานอาหารในรสชาติแบบผสมผสาน ด้วยอาหารคุณภาพที่ใช้ว้ตถุดิบ organic  แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์  ด้วยการปรุงแต่งด้วยการการใช้วัตถุดิบ ออร์แกนิกที่ปลอดสารเคมี ผงชูรสและส่วนผสมจากสัตว์
มีต้นกำเนิด ร้านเกิดจากกลุ่มผู้หลงใหลในอาหารและเครื่องดื่ม โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารเมนูสุดพิเศษ โดยใช้วัตถุดิบ organic  ในการสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารอาหารเข้ากับชีวิตของคนกรุงเทพ ที่ให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน ทานอาหาร และดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย แถมภายในร้าน ยังเพิ่มความสว่างด้วยกระจกบานใหญ่แบบ Glasshouse  ทำให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย ให้
คุณได้ทานอาหารอร่อยๆ แบบจุใจในคอนเซ็ปต์ All Day Dining




แวะมาที่ร้านภายในร้านถูกตกแต่งแบบสไตล์เรียบง่ายและเท่  สะดุดตาด้วยดีไซน์ของร้านที่รับแสงจากธรรมชาติเข้ามาสร้างความสดใสมีชีวิตชีวา ตัวร้านถูกล้อมรอบด้วยกระจกใสบานใหญ่ เพื่อรับแสงธรรมชาติให้เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศอันแสนอบอุ่นตลอดวัน โดยเฉพาะมุมพักผ่อน ที่ยกพื้นสูงด้วยคอนกรีต มีเบาะนั่ง หมอนอิงนุ่มๆ และโต๊ะขนาดกะทัดรัดตั้งตรงกลางให้เลื่อกนั่งพักผ่อนแบบชิลล์ๆ

วันที่ toptotravel ไปทานอาหาร เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ร้านเกิดจากความหลงไหลในศิลปะ และในวันที่ไปทานอาหารมีการจัดแสดง Photo Exhibition JOHPUR ของผู้เป็นเจ้าของร้าน ทำให้ผู้ที่มาเยื่อนได้เห็นและยังจุดประกายไอเดียสุดครีเอท นับได้ว่าเป็นกาสร้างพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์มัลติสโตร์ให้คนที่รักงานศิลปะอย่างแท้จริง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ตั้งอยู่ในตอนท้ายของสุขุมวิท 51 หรือสองถนนขึ้นจากถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ที่เป็นสัญลักษณ์ The 51 Tasty Moments เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่เพื่อให้แฮงเอาท์ตลอดวันด้วยอาหารรสเลิศและแรงบันดาลใจ จากร้านใต้หลังคาเดียวกันซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ถือว่าเป็นร้านอาหารที่ให้ความบันเทิงที่แท้จริง ท่านใดกำลังมองหาสถานที่จัดงานมีศูนย์กลางอยู่ที่การใช้แสงสีและวัสดุอย่างลงตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็น All Day Dining ที่เน้นเสิร์ฟความหลากหลาย ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นในการเติมเต็มความอร่อยได้ตามความต้องการของคุณในทุกช่วงเวลา มาเริ่มต้นจากจานเบาๆ

เมนูแนะนำของทางร้าน ล้วนคัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อยและมีสุขภาพที่ดี เริ่มด้วยเมนู ฉนสก ฉีะห เมนูสุดพิเศษรสชาติดี Lamb Rock

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยจานของสลัดที่เป็น Signature ของทางร้านอย่าง   สลัดฺ ฺBeetrotroot จานโตที่เสิร์ฟผักสดกรอบหลากหลาย

Famer’s baby chicken สูตรเฉพาะของทางร้านอย่าง Chicken  ไก่ออร์แกนิกจากฟาร์มที่เขาใหญ่ ซึ่งถูกเลี้ยงให้เติบโตกับธรรมชาติ เสิร์ฟมาทั้งตัวบนจานใบใหญ่ตามสไตล์ ของทางร้านเคียงมากับมันฝรั่งอบและเนื้อไก่นุ่มฉ่ำและซอส Chicken Gravyให้คุณทานกันได้เพลิน ๆ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานกับ ถัดมาเป็นอีกหนึ่งเมนูน่าทาน เมนูเพียงเห็นแค่หน้าตาของเมนูนี้ก็รู้สึกชื่นใจแล้ว

สำหรับเมนูเครื่องดื่มของทางร้าน มีทั้งสมูตตี้ ชากาฟ แต่หากใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านแนะนำ ลองสั่งมีทั้งสมูตตี้

The 51 Tasty Moments
64 SUKHUMVIT SOI 51, BANGKOK, THAILAND
Email: bookings@the51tastymoments.comBOOK A TABLE BY PHONE TEL: 098 870 7051

The Origin of Valentine’s Day
#ชัญญ่าว่าดี #happyvalentinesday #The51Tasty Moments

TRUFFLE BAR ITALIAN RESTAURANT FINE DINING

URBANI Truffle Bar & Restaurant ที่มาที่ไปของบทความนี้ เกิดความยากสัมผัสโลกของทรัฟเฟิล วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ทรัฟเฟิล “เห็ด” ที่มีราคาแพง เชฟรังสรรค์อาหาร โดยนำทรัฟเฟิลมาชูรสชาติในเมนูจานโปรด ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิล ทำให้กลายเป็นเห็ดที่มีราคาสูง แต่ต้องขอชมว่าที่ URBANI Truffle Bar & Restaurant สามารถทำให้เรา สามารถสัมผัสความเป็นทรัฟเฟิลได้แบบอร่อยจริงในราคาสัมผัสได้

URBANI Truffle Bar & Restaurant

ทรัฟเฟิลเป็นเห็ดก้อน ผ่าเนื้อในจะดูคล้ายสมอง เนื้อเห็ดมีกลิ่นหอมมาก ขึ้นเองตามธรรมชาติใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกนร้านจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนใหญ่ ได้แก่ โซน Raw Bar ซึ่งสำหรับโซนนี้จะมีวัตถุดิบสด
นำเข้าจากต่างประเทศหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป สร้างสรรเป็นเมนูอาหารนานาชาติที่ผสมผสานรสชาติของทรัฟเฟิลเข้าไปในรูปแบบแปลกๆใหม่ อาทิเช่น การนำทรัฟเฟิลไปผสมผสานกับซูชิ และโซนร้านอาหาร
ซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา

โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และเก้าอี้หนังสีเข้ม เข้ากับการตกแต่งของร้านที่มีสีทองตามมุมต่าง ๆ และมีมุมที่นั่งสามารถมองเห็นวิวของตึกสูงย่านสาทรได้ชัดเจน ในส่วนบริเวณครัวนั้น เปิดโล่งให้มองเห็นเหล่าเชฟปรุงอาหารกันสด ๆ และมีมุมที่จัดวางสินค้าจากทรัฟเฟิลให้เลือกซื้อกลับไปปรุงอาหารกันต่อที่บ้าน ลิ้มลองทรัฟเฟิลจาก Urbani ที่อาคารสาทร สแควร์ ชั้น 39

Urbani Truffle Bar & Restaurant @ สาทร
เป็นที่แรกในประเทศไทย ที่พร้อมต้อนรับให้ทุกคนได้มาสัมผัสโลกของทรัฟเฟิลทางร้านมีบริการช่วงกลางวันและช่วงดินเนอร์ ซึ่งในช่วงกลางวัน ทางร้านจะมีเซ็ตอาหารกลางราคาเข้าถึงได้ไว้ให้บริการ

สำหรับมื้อนี้เราเลือกทานแบบ 5 คอร์ส โดยเริ่มเสิร์ฟด้วยเมนู Chef’s Amuse Bouche เพื่อทานเรียกน้ำย่อยกันก่อนและต่อด้วยเมนูที่มีให้เลือกระหว่าง Beef Truffle Tartare เนื้อสันในวัว เสริฟพร้อมทรัฟเฟิล มัสตาร์ด ชีสสไตล์อิตาเลียน ไข่ และปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ หรือ เลือกทานเป็น Steam Monkfish tail citrus เนื้อปลามังค์ฟิชเพิ่มรสชาติด้วยเลมอน ส้มและน้ำมันมะกอก

ในคอร์สที่ 2 จะเป็นเมนู Truffle soup เป็น soup ที่ผสานเส้นพาสต้า Urbani ทรัฟเฟิล เห็ดพอร์ชินี ตกแต่งด้วยพายกรอบ ปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ หรือจะเป็น Warm wild Red Mullet Soup ส่วนผสมจากปลาทะเลที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ผสานกับซาซิมิปลาฮามาจิ จากญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยกระเทียม หัวหอมและพริก

Truffle soup เป็น soup

ในส่วนคอร์สที่ 3 จะเป็นเมนู Linguine di Gragnano in rye bread sauce and truffle เสริฟด้วย เส้นพาสต้าลิงกวินีพร้อมซอสที่ทำจากขนมปังไรย์ และทรัฟเฟิลสไลด์ หรือจะเป็น เมนู Risotto smoked duck in Barolo wine and truffle เสริฟพร้อมข้าวคานาโลนี่ อกเป็ด ราดด้วยไวน์บาร์โรโล่ พามิซานชีส และทรัฟเฟิล


คอร์สที่ 4 มีเมนูให้เลือกทั้ง Tournedos Rossini สเต๊กเนื้อวัว ในส่วน Tenderloin นำเข้าจากออสเตรเลีย เสิร์ฟคู่กับฟัวกราส์ มันฝรั่ง มะเขือเทศ และซอสทรัฟเฟิล ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อ สามารถสั่ง Wild John Dory fillet in Vermentino White wine Villa Solanis เนื้อปลานำเข้าจากฝรั่งเศส ทานคู่กับ Cherry tomato

ในส่วนของหวาน สำหรับใครที่เลือกสั่งแบบ 5 คอร์ส สามารถเลือกสั่งได้ระหว่าง Tiramisu Chocolate sphere ครีมทิรามิสุผสมผสานกับกลิ่นทรัฟเฟิลขาว ซ่อนอยู่ภายใต้โดมไวท์ช็อกโกแลต และทรัฟเฟิล หรือจะเป็น Mango and Truffle มูสมะม่วงพูเร ทานคู่กับทรัฟเฟิลสไลด์และ mango sorbet ซึ่งเป็นเมนูที่ผสมผสานทรัฟเฟิลกับขนมหวานได้อย่างลงตัว

Tiramisu Chocolate sphere ครีมทิรามิสุผสมผสานกับกลิ่นทรัฟเฟิลขาว
Mango and Truffle มูสมะม่วงพูเร

The Signature Deluxe Menus ของทาางร้านมี Tasting Menus แบบคอร์ส ให้เลือกทาน โดยจะมีทั้งแบบ 5 คอร์สในราคา 3,900 บาท++ และ 7 คอร์ส ราคา 5,500 บาท++

ซึ่งทั้ง 2 แบบจะรวม Prosecco และเมนู Chef’s Amuse Bouche ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศที่ผสานรสชาติของทรัฟเฟิลได้อย่างลงตัว

truffle tartare
(Australian beef tenderloin, truffle mustard, stracciatella, caper berry, Tropea onion marmalade, Egg, truffle slices)
Or
Steam monkfish tail citrus
(Spanish monkfish tail, lemon, orange, Evo oil)
Second Course selection
Truffle soup
(Urbani truffle paste, dried porcini, potato, puff pastry, truffle slice)
Or
Warm wild Red Mullet soup
(French red mullet, hamachi sashimi, garlic, onion, chili pepper)
Third Course selection
Linguine di Gragnano in rye bread sauce and truffle
(Linguine Gragnano pasta, Rye bread, shallot, thyme, Evo oil, white wine, truffle slices)
Or
Risotto smoked duck in Barolo wine and truffle
(Carnaroli rice, duck breast, shallot, Barolo wine, Parmigiano

มาร่วม สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ค่ำคืนสุดพิเศษ จากกับกลิ่นกอมกรุ่นแสนละมุน กับทรัฟเฟิลสดที่ส่งตรงจากประเทศอิตาลีนำมารังสรรค์เป็น 6 สุดยอดสุดโรแมนติก บรรยากาศส่วนตัว ที่เข้าไปนั่งแล้วเหมือนทานอาหารใต้แสงจันทร์ ทางเจ้าของร้านใส่ใจกับการออกแบบร้านและการเลือกสรรวัตถุดิบมาปรุงอาหาร รวมถึงการจัดคอมบิเนชั่นของอาหารออกมาได้อย่างลงตัว

ดื่มค็อกเทลแสนอร่อยกับทรัฟเฟิลสดใหม่ให้บริการในบรรยากาศที่ห่อหุ้มอยู่บนดาดฟ้าสูง 140 เมตรของอาคารสาทรสแควร์ใจกลางกรุงเทพฯ
นอกจากเครื่องดื่มชนิดอื่น ทางร้านมีเมนูเครื่องดื่มเยอะมาก เน้นการเปลี่ยนเมนูอยู่เรื่อยๆ และแต่ละแก้วมีความพิเศษในแบบที่คาดไม่ถึงสามารถเลือกไวน์รายการส่วนเมนูอาหารแต่ละจาน สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของทรัฟเฟิลในด้านคุณภาพ ฤดูกาลและความเรียบง่าย จานสร้างสรรค์ของทรัฟเฟิลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาล ร้านนี้บรรยากาศดีจูงมือกันไปเดทได้ทุกเทศกาล

URBANI Truffle Bar & Restaurant ชั้น 39 ตึกสาทรสแควร์
สอบถาม และ จองที่ โทร.02-2331990-1 / 081-1331337

trufflebar #truffle #truffleat #central #winepairing #cheftable #toptotravel

ร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด ร้านอาหารไทยอร่อยราคาดี รางวัลจาก MICHELIN

คุณบิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด ร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ ใน Michelin Guide Bangkok จากอดีตพนักงานออฟฟิต  ทั้งหมดล้วนเกิดจากความหลงไหลของสมาชิกในครอบครัว ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด ระยะ 12 ปี ที่ผ่านมา รังสรรค์เมนูจานโปรดสไตล์โฮมเมดปักษ์ใต้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเรื่องกลิ่นและความมัน ของอาหารใต้รสดั้งเดิม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัว  คนไทยชอบอาหารรสชาติจัดจ้าน และคั่วกลิ้งสูตรที่ร้านจะใส่กะปิลงไปหน่อยผสมกับเครื่องแกงตำสด ผัดแบบไม่ใช้น้ำมัน เพราะในเนื้อหมูที่ทางร้านเลือกใช้มีความมันอยู่แล้ว เติมใบมะกรูดกับพริกขี้หนูสวน ปรุงรสและได้อาหารใต้ของรสชาติของชุมพร เพราะคิดเสมอว่าลูกค้าทุกท่านเป็นเหมือนแขกคนพิเศษ ที่แวะมาทานอาหารฝีมือของบ้านเรา

คุณบิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้าน “คั่วกลิ้งผักสด”

เชื่อหรือไม่ว่า สูตรพิเศษจาก Khua Kling Pak Sod คั่วกลิ้ง ผักสด อาหารชื่อดังที่คุ้นชื่อกันมานาน นำสูตรอาหารฝีมือคุณป้าจากบ้านเกิด จ. ชุมพร สถานที่เป็นร้านอาหารที่ดัดแปลงมาจาก บ้านที่อยู่อาศัยและเป็นกิจการที่ดำเนินงานภายในครอบครัวที่ได้รับคำชมในเรื่องของรสชาติอย่างล้นหลามจนได้รับรางวัล บิบ กูร์มองด์ จากมิชลิน 3 ปีซ้อน โดยชื่อร้านตั้งตามเมนูเด็ดของภาคใต้ คือ คั่วกลิ้งหมูสับ ปรุงรสด้วยผัดกับใบมะกรูด ขมิ้น และพริกขี้หนูสดที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งทางร้านให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุง เช่น สะตอผัดกุ้ง น้ำพริกกุ้งสด รวมถึงเมนูจานไข่ที่สามารถช่วยดับความเผ็ดร้อนได้อีกด้วย

คั่วกลิ้ง ผักสด เป็นอาหารใต้รสชาติของชุมพร เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่มีรสชาติถึงใจ กลิ่นหอม เครื่องเข้มข้นสุด ความโดดเด่นของอาหารใต้แบบโฮมเมด  ถือเป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมมาก  เวลากินคู่กับข้าวสวย คือฟินมากจริงๆ ไม่จำเป็นต้องไปถึงใต้ หรอยจังหูได้ที่ ร้านคั่วกลิ้งผักสด เมนูอาหารใต้กับสุดยอดเมนูอย่าง  “คั่วกลิ้งหมูติดมัน” รสชาติเผ็ดร้อนกับความสดของวัตถุดิบและสมุนไพรนานาชนิด ที่นำมาปรุงรสด้วยน้ำตาลและหัวกะทิเข้มข้น ทางร้านไม่ใช้ผงชูรส อาหารใต้ของไทยจึงเป็นอาหารที่จะทำให้ต่อมรับรสของคุณทำงานอย่างเต็มที่เมื่อได้สัมผัสกับรสชาติสดใหม่ เผ็ดจัดจ้านรสชาติอาหารกลมกล่อมทุกจาน
ส่ววนราคาก็ไม่แพงกลางๆ เทียบกับบริการ คุณภาพอาหาร บรรยากาศ ถือว่าดีมาก

สะตอผัดกุ้ง เอาใจคนชอบกินเผ็ดกุ้งตัวเต็มคำสะตอเม็ดใหญ่เนื้อดีผัดครบรสเข้มข้น ให้กลิ่นและรสสัมผัสที่แตกต่าง
น้ำพริกกุ้งสด

อาหารจานแรกที่ ร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอ คั่วกลิ้ง ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจที่ครอบครัวรับประทานเป็นประจำ เมนูประจำตั้งแต่คุณ Bic ยังเด็กและความคุ้นเคยและชื่นชอบในรสชาติของอาหาร โดยใช้วัตถุ พื้นบ้านดิบพื้นบ้าน  ร้านอาหารไทยอร่อยราคาดี จนได้รางวัลจาก MICHELIN  เป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มนักชิมชาวไทย เพราะร้านที่ได้รางวัลนี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยราคาที่ย่อมเยาว์และคุ้มค่า

หมูสับคั่วมาแห้งๆกลิ่นรสเข้มข้นจัดจ้านแบบกลมกล่อม

คั่วกลิ้งหมูสับ
ไฮไลต์ชวนหลงใหลอยู่ที่พริกแกงและกะปิจากชุมพร

ใบเหลียงผัดไข่ ใบเหลียงยอดอ่อนจากชุมพรผัดคลุกเคล้ากับไข่ไก่ หอมกลิ่นกระทะ
แกงเหลืองปลา รสเข้มข้นจัดจ้าน สีเหลืองสวยด้วยขมิ้น
รสชาติที่อร่อยล้ำของอาหารใต้มาจากเครื่องพริกแกงสด
หมูฮ้อง
ข้าวยำปักใต้

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยเน้นอาหารปักษ์ใต้รสชาติจัด อาหารคุณภาพดีที่คุ้มค่าสมราคา มนูอาหารของทางร้านคุ้มค่ามากที่พลาดไม่ได้คือ คั่วกลิ้งหมูผัดสด สะตอผัดกะปิกุ้ง และหมูฮ้อง รับรองว่าบรรดาแฟนอาหารใต้รสจัดอิ่มอร่อยแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน มาที่นี่ต้องลองเมนู

Khua Kling Pak sod
บิบ กูร์มองด์ มีบทบาท ไม่น้อยไปกว่า ‘ดาวมิชลิน’ ในการส่งเสริมให้ กรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งอาหารอร่อยที่มีตัวเลือกแตกต่างหลากหลายให้นักชิมได้ลิ้มลอง ทั้งอาหารระดับภัตตาคาร อาหารจากร้านธรรมดาขนาดเล็ก หรืออาหารริมทางราคาย่อมเยา สัญลักษณ์รับรองนี้ไม่เพียงนำเสนอทางเลือกให้บรรดานักชิม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่านการคัดสรรจากคู่มือระดับโลกอย่าง ‘มิชลิน ไกด์’ ในราคาที่จับจ่ายได้ง่ายอย่างคุ้มค่า แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารอร่อยคุณภาพดีไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป

ขนมหวานของร้าน คั่วลิ้ง ผักสด

อย่าลืม แวะไปจัดหนักจัดเต็มรับประทานมื้อโปรดกับครอบครัว เพื่อน หรือจะพาชาวต่างชาติมาเลี้ยงต้อนรับก็รับรองว่าเป็นอันประทับใจ บรรยากาศสไตล์นั่งกินข้าวในบ้านชิล ๆ ดีนะคะ ส่วนของอาหารต้องบอกว่าที่นี่เน้นเมนูอาหารมีรสเผ็ดจัดจ้าน อาหารไทย อาหารใต้ ถูกปาก ถูกใจ คงหนีไม่พ้นเมนูอร่อยๆ อย่าง คั่วกลิ้ง ผักสด ข้าวสวยร้อนๆ สักจาน เด็ดสุดสำหรับมื้อนี้คะ

ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด ทุกสาขา เปิดให้บริการห้องจัดเลี้ยง หรือห้องรองรับแขกพิเศษ สามารถติดต่อสาขาที่สะดวก เพื่อขอจองล่วงหน้า

แนะนำ…. อาหารใต้ รางวัลมิลชิลินมาที่นี่เป็นครั้งแรกแล้วไม่ผิดหวัง
Family owned and operated since 2007

ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด PRASARNMIT (สาขาประสานมิตร)
โทร. 02-259-5189, 095-36-36-364
เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 22.30 น.
FB : KhuaKlingPakSod
IG : khuaklingpaksod

#khuaklingpaksod #michelinguidebangkok #คั่วกลิ้งผักสด #ทำทุกจานจากใจ #michelinguidebkk2019 #bibgourmand #bibgourmand2019 #delivery #lineman#คั่วกลิ้งผักสด #อาหารใต้ #ชัญญ่าว่าดี

เริ่มแล้ว!! งานสังคมสุขใจครั้งที่ 6 ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตที่สมดุล

คอนเซปต์ ช้อปเปลี่ยนโลก  ณสวนสามพราน จ.นครปฐม

สามพรานโมเดล ททท. ทีเส็บ เซ็นทรัลสสส. จังหวัดนครปฐม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เครือข่ายเกษตรอินทรีย์และภาคีพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา และภาคประชาสังคม  ผนึกความร่วมมือร่วมจัดงาน “สังคมสุขใจครั้งที่ 6  ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตที่สมดุล” ภายใต้คอนเซปต์ ช้อปเปลี่ยนโลก  ณสวนสามพราน จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม พ.ศ. 2562   มีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลและจากทั่วประเทศนำผลผลิตอินทรีย์สดใหม่จากฟาร์ม และผลิตภัณฑ์แปรรูป มาให้ช้อปสุขภาพดีอย่างจุใจ  โดยไฮไลท์เด่น ปีนี้ คือการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ThaiOrganic Platform  เชื่อมโยงคนทั้งห่วงโซ่สินค้าอินทรีย์เป็นครั้งแรกในไทย   มั่นใจช่วยยกระดับผู้บริโภคให้เป็น Active Consumer  เข้าถึงสินค้าและกิจกรรมได้สะดวกและดึงดูดคนรุ่นใหม่มาร่วมขับเคลื่อน เพื่อสร้างระบบอาหารยั่งยืน  ส่งเสริมให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมีและมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล  สมาชิกวุฒิสภา ประธานในพิธีเปิดงานสังคมสุขใจครั้งที่6 กล่าวว่า เสน่ห์ของงานสังคมสุขใจที่ได้เห็นจากการมาร่วมงานทุกปี คือบรรยากาศความร่วมมืออย่างกระฉับกระเฉงของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน เกษตรกรอินทรีย์  เดินไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้มและที่น่าประทับใจมากในปีนี้ก็คือ  ความก้าวหน้าที่ก้าวไปอีกขั้นของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดลและการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ที่นอกจากจะมีจำนวนเกษตรกรอินทรีย์ผ่านการรับรองอย่างมีส่วนร่วมมากขึ้นมีการขยายเครือข่ายไปในภาคอื่นๆเพิ่มแล้ว ยังจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้เชื่อมโยงและยกระดับความร่วมมือของคนทั้งห่วงโซ่เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุลและยั่งยืนให้เกิดขึ้นอันจะทำให้ทุกคนมีสุขภาวะที่ดีและชีวิตที่สมดุลร่วมกัน

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ประธานจัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 6  และผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคมกล่าวว่า  จากสถานการณ์ระบบอาหารที่ยังคงมีความไม่สมดุล    โจทย์ของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล ในปีที่ 9และปีต่อไป ที่มุ่งให้เกษตรกร หยุดใช้สารเคมี หันมาทำเกษตรอินทรีย์และมีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถยกระดับคนทั้งห่วงโซ่โดยเฉพาะผู้บริโภค ให้เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ให้มากขึ้น 

งานสังคมสุขใจครั้งที่ 6 ปีนี้  จึงเน้นไปที่สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคซึ่งมีเครื่องมือสำคัญ ที่จะเริ่มใช้ในงานนี้เป็นครั้งแรกภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมคือ แอพพลิเคชั่น  ไทยออร์แกนิก แพลตฟอร์ม   ที่จะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์ทั้งระบบ มีความโปร่งใส  ทำให้คนต้นน้ำคือเกษตรกรมีการจัดการอย่างเป็นระบบมีโอกาสและมีช่องทางการตลาด ที่เชื่อมต่อตรงกับผู้บริโภค   ส่วนผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตอาหารอินทรีย์  กิจกรรม  ได้สะดวก เชื่อมั่นได้ ราคาเป็นธรรรม และมีช่องทางเข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรมการขับเคลื่อนสำหรับแนวคิดของการจัดงานสังคมสุขใจครั้งที่6 ช้อป…เปลี่ยนโลก   

คุณอรุษ กล่าวว่า  เป็นแนวคิดที่อยากให้ผู้มาร่วมงาน ได้ใช้พื้นที่ของงานจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลง  “เพราะวิถีอินทรีย์สังคมอินทรีย์ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องการกินแต่มันเป็นเรื่องวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สังคม และดีต่อสุขภาพของเรา ผมอยากให้ทุกคนได้มาช้อปแรงบันดาลใจแล้วกลับไปเปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างดีขึ้น ทั้งตัวเรา สังคม และสิ่งแวดล้อม”

ด้านนายสุนา วงศ์ละครปลัดอาวุโสอำเภอสามพราน ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  กล่าวว่า  งานสังคมสุขใจ เป็นงานที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือ ที่ทำให้งานมีคุณค่า มีความหมายมีความก้าวหน้า  มีองค์ความรู้มีปราชญ์ชาวบ้าน มีคนต้นแบบ มากมาย  ที่ทำให้ให้คนที่สนใจอยากเปลี่ยนจากการใช้สารเคมี มาทำเกษตรอินทรีย์สามารถเรียนลัดจากสามพรานโมเดลที่ทำมาต่อเนื่องอยู่แล้วได้เลย

คุณฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า งานสังคมสุขใจเป็นอีกความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและการสร้างสังคมอินทรีย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในทุกมิติ  ซึ่งหัวใจของความสำเร็จ คือ ความต่อเนื่อง จึงน่ายินดีอย่างยิ่งที่การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกๆ ฝ่าย   และควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว การช้อป…เปลี่ยนโลก ขอให้ผู้ร่วมงานได้ปลูกจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อโลกของพวกเราไปพร้อมๆกัน ด้วยการพกถุงผ้าตะกร้า กล่อง เพื่อลดการใช้ถุงหิ้วพลาสติก หันมารีไซเคิลเน้นใช้ของที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ GoGreen  เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงสร้างสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุลให้เกิดขึ้นร่วมกัน

คุณอรชร  ว่องพรรณงาม  ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(สสปน.)  กล่าวว่า  งานสังคมสุขใจ เป็นอีกโอกาสสำคัญ ที่ผู้ประกอบการโรงแรมร้านอาหาร การประชุมที่ต้องใช้วัตถุดิบอยู่แล้ว  จะได้มาเจอกับเกษตรกร เกิดการเชื่อมโยงตรง  

ซึ่งในงานนี้ สสปน. ยินดีแชร์ประสบการณ์ โครงการ Farm to Functions  ที่ได้ทำร่วมกับสามพรานโมเดล และพันธมิตร ธุรกิจ MICE ส่งผลทำให้โรงแรมและร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพหันมาซื้อข้าวตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ เกิดเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน  สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและเกษตรกรอินทรีย์   อีกทั้งจุดประกายคุณค่าของการประสานพลัง 3ภาคส่วน คือ รัฐบาล เอกชนและประชาชน  เพื่อการขับเคลื่อนสังคมร่วมกันสู่เป้าหมายการเป็น MICE Sustainable

ดร.นพ. ไพโรจน์  เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ  (สำนัก 5) กล่าวว่า  กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังคมขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีครบ 4 มิติ คือกายจิต ปัญญาและสังคม โดยหนึ่งในภารกิจที่กำลังขับเคลื่อน คือการสร้าง “พื้นที่สุขภาวะ” ด้านอาหารและสุขภาวะให้เกิดขึ้น  ซึ่งสามพรานโมเดล ถือเป็นหนึ่งในโมเดลตัวอย่าง ที่สสส. สนับสนุน เพราะตอบโจทย์สุขภาวะในทุกมิติ มีการส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  ทำให้ผู้บริโภคตื่นรู้ ตระหนัก สนใจเรียนรู้ และมีความเข้าใจระบบอาหารยั่งยืน อันสามารถขยายผลไปยังภูมิสังคมอื่น ๆ ได้   จะเห็นว่างานสังคมสุขใจ สังคมอินทรีย์  ที่ผู้คนทั้งห่วงโซ่มีรอยยิ้ม มีความสุขที่ได้เกื้อกูลกันได้เรียนรู้ เป็นงานที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยง  เห็นคุณค่าของการมีพื้นที่สุขภาวะในสังคม ซึ่งมีความสำคัญและจะต้องร่วมมือกันส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สุขภาวะที่ดีอย่างนี้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ งานสังคมสุขใจ สวนสามพรานเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยทุกปีจะมีการสรุปผลการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ภายใต้สามพรานโมเดล  ที่มีการทำงานสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มภายใต้ระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม

โดยในงาน ยังมีเวทีแชร์ประสบการณ์เส้นทางการเรียนรู้และการขับเคลื่อน    และมีเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์จากทั่วประเทศ  รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการ  มีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ตลาดสุขใจและบูธของผู้สนับสนุน เช่นบูธเซ็นทรัลทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ได้นำผลงานการขับเคลื่อนสังคมการสร้างอาชีพ สร้างการศึกษา พัฒนาสินค้าชุมชนให้คนในท้องถิ่นมาแชร์   บูธ สสปน.  ที่มีการสรุปความรู้จากการขับเคลื่อนโครงการ Farmto Functions ที่ทำให้เกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดสุรินทร์มีลูกค้าเป็นโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพฯ     

ผลิตภัณฑ์ในงานสังคมสุขใจที่ได้รับความสนใจมีมากมายอาทิ ข้าวอินทรีย์หลากสายพันธุ์รวมถึงข้าวพันธุ์พื้นมือง เช่น ข้าวปะกาอำปึล  จากบ้านทัพไทย จ.สุรินทร์  ข้าวหอมนครชัยศรี จ.นครปฐม  

นอกจากนี้  ยังมีพืชผักผลไม้เมืองหนาว เช่น อโวคาโด เคพกูสเบอรี่จากบ้านห้วยขมิ้น อ.แม่แจ่ม   ฟักทองบัตเตอร์นัท จากสองแควออร์แกนิก จ.พิษณุโลก   มีผลิตภัณฑ์แปรูปจากสมุนไพร เช่น แยม ชาเก็กฮวยชากุหลาบ จากเครือข่าย PGSลำพูน และ กลุ่มม่วนใจ๋ กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ  มีปัจจัยการผลิต เช่นเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ กว่า40 ชนิด จากสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่  มีการให้ความรู้จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่นคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้การดูแลสุขภาพองค์รวม  การตรวจสารพิษในผัก ในส่วนกิจกรรมความรู้ มีการสอนการแปรรูปอาหารมีการสอนกระบวนการทำคราฟช็อคโกแลต สอนทำบะหมี่จากผักผลไม้อินทรีย์   มีเวทีการสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์   Organic Tourism   รวมถึงมีคนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ มาให้ข้อคิด เช่น คุณวิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุล  คุณ อาทิ คุณนคร ลิมปคุปตถาวร   หรือคุณปริ๊นซ์ เจ้าชายผัก

โดยผู้จัดงานได้จัดเตรียมรถตู้บริการรับ-ส่งจากลานจอดรถ เข้าไปชมและซื้อสินค้าในงานฟรี  
สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร 034 322 588-93
ติดตามกิจกรรมของงานที่ Facebook/งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 6

1 ปี 1 ครั้ง…งานฮาลาลที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าใครในประเทศไทย !!

“Thailand Halal Assembly 2019”
งานประชุมวิชาการและงานแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย จัดงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง halal blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2019 กล่าวว่า ในเวลานี้ กลับมาอีกครั้งกับงานฮาลาลที่กล่าวได้ว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กับ การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ “Thailand Halal Assembly” หรือ THA ซึ่งจัดโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย โดยปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สำหรับงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง Halal Blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ

การจัดงาน THA มาตลอด 6 ปี ทำให้เราตระหนังถึงการขาดแคลนการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ ซึ่งคอนเซปต์แนวคิดของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อบ่งบอกให้ประชาคมโลกให้ได้รับรู้ว่าการดำเนินการธุรกิจ สร้างฐานทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งนั้นต้องการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ คิดไตร่ตรองอย่างรอบครอบ ซึ่งประเทศไทยจะถือว่าเป็นประเทศที่นำเสนอ Halal Blockchain ประเทศแรกของโลก และจะเป็นต้นแบบให้กับการประเทศอื่นๆ ทั้งประเทศที่เป็นมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม เฉกเช่นที่เราเคยเป็นต้นแบบด้าน “ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” จนทั่วโลกให้การยอมรับมาแล้ว


ซึ่งภายในงาน Thailand Halal Assembly 2019 ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย งานประชุมวิชาการนานาชาติ HASIB (Halal Science, Industry and Business) ครั้งที่ 12, งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล (International Halal Science and Technology Conference, IHSATEC) ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในปัจจุบันก็ว่าได้ รวมถึง กิจกรรมจับคู่ธุรกิจภิวัฒน์, การสร้างเครือข่ายการรับรองฮาลาล ประเทศไทย การประชุมประชาพิจารณ์มาตรฐานฮาลาล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและแสดงถึงศักยภาพฮาลาลไทยให้ผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงาน อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในระดับนานาชาติ และ Thailand International Halal Expo 2019 หรือ THIHEX 2019 ที่เป็นงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 350 บูท หลากหลายประเภทสินค้า ที่ปีนี้มีไฮไลท์พิเศษๆ มากมาย ทั้งบูทผู้ประกอบการใหญ่ อย่างเช่น Central และ CP ที่จะยกร้าน 7-11 รวบรวมสินค้า Halal มาให้ช้อปกันอย่างสนุกสนาน และพิเศษสุดที่จะรวมรวมทั้งวัฒนธรรม, อาหาร, สินค้าหายากขึ้นชื่อจาก มัสยิดดังทั้ง 5 มัสยิด และสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูล
-รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ 02-218-1053 และ www.Thailandhalalassembly.com
Facebook : Thailand Halal Assembly

ไท่ห่าวซือ ไทยอร่อย ของฝากแสนอร่อย จากไทยสู่ต่างแดน

เคยได้ยินชื่อนี้มั้ย? แบรนด์ “ไทยอร่อย” หรือ ไท่ห่าวชือ ที่ภาษาจีน แปลว่า “อร่อย” ของฝากแสนอร่อยยอดนิยมจากไทยสู่ต่างแดน ไท่ห่าวซือ 泰好吃 แบรนด์ “ไทยอร่อย” เข้าร่วมสนับสนุน งานมอบรางวัล สานสัมพันธ์ไทย-จีน “The Headlines Person Of The Year Awards 2019” ครั้งที่ 7

บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด (Thai Hao Chue Group Co.,Ltd.) แบรนด์ “ไทยอร่อย” ผู้ผลิตผลไม้ฟรีซดราย อันดับหนึ่งของไทย ร่วมกับ บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จัดงาน มอบรางวัลสานสัมพันธ์ไทย-จีน “Thailand Headlines Person Of The Year Awards 2019” ครั้งที่ 7 เพื่อมอบรางวัลเชิดชูบุคคลดีเด่นแห่งปี ซึ่งมีเหล่าคนดังทั้ง ไทย-จีน ร่วมเดินพรมแดงเข้ารับรางวัลกันอย่างล้นหลาม รวมถึงศิลปินเซเลบริตี้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ทรู ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ไท่ห่าวชือ หรือ แบรนด์ “ไทยอร่อย” เป็นแบรนด์แรกที่ทำให้คนจีนรู้จักทุเรียนหมอนทองอบกรอบ และผลไม้ไทยอบกรอบอีกหลายชนิด และได้รับความนิยมชื่นชอบทั้งในตลาดไทย และจีน มาเป็นเวลานาน

บริษัทฯ จึงร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนบุคคลที่ทำความดีทุกสาขา เสมือนสินค้าของบริษัทฯ ที่จะรักษาคุณภาพตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ และการผลิตทุกขั้นตอน จนได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด

ภายในงาน บริษัทฯ ได้นำสินค้าของบริษัทฯ แจกความอร่อยให้กับแฟนคลับของศิลปินไทย – จีน เรียกว่า อร่อยกันทั้งงานไปเลย

บริษัทฯ ได้ขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ เยอรมัน ทวีปอเมริกา อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุ่มประเทศเอเชีย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

แบรนด์ “ไทยอร่อย” หรือ ไท่ห่าวชือ ที่ภาษาจีน แปลว่า “อร่อย” วันนี้จะอร่อยไปทั่วโลก มีทั้ง ทุเรียนอบกรอบ , มะม่วงอบแห้ง ,สับปะรดภูแลอบแห้ง ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสมะพร้าว ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสทุเรียน ,เนื้อมะพร้าวน้ำหอมอบกรอบ , ขนุนทองประเสริฐอบกรอบ ,ลูกอมรสทุเรียน , สาหร่ายสอดไส้ทุเรียน , และเนื้อจระเข้อบแห้ง ทั้งเนื้อสุก และ รสพริกไทยดำ ซึงเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคทั้งชาวไทย และต่างชาติ จนต้องซื้อเป็นของฝากแสนอร่อย จากไทย….สู่ต่างแดน

สำหรับเมืองไทย มีวางจำหน่ายที่ 7-11 ทั้ง 1,300 สาขา
Big C ราชดำริ Big C พัทยาใต้ และ Big C พัทยาเหนือ
Shopเซ็นทรัลมารีน่า #Shopสวนนงนุช #Shopเซ็นทรัลหาดใหญ่
#Shopเอเซียทีคโกดัง4ตรอก1-2

ติดตามความอร่อย และ สอบถามข้อมูลได้ที่
Fan page : https://www.facebook.com/thaihaochuegroup/
เว็บไซด์ : https://thaihaochuegroup.com/th

58 ปี ก้าวใหม่สวนสามพราน

สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สวนสามพราน เปิดบ้าน เล่าเส้นทางการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดโซนกิจกรรม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สวนสามพราน   จัดกิจกรรม Open House  “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”  ชวนลูกค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว  Tour Agents  ภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคม   และสื่อมวลชน มาเยี่ยมชมสถานที่ สัมผัสเส้นทางการเรียนรู้ และความเปลี่ยนแปลงใหม่ ในสวนสามพราน ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  

สวนสามพรานก่อตั้งในปี พ.ศ. 2505  โดยเป็นแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้ใกล้กรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดวิถีความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมในหมู่บ้านไทยและโรงละคร  ที่นี่จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ อยู่เสมอ ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศและชาวไทย รวมถึงกลุ่มครอบครัว  นิยมเดินทางมาสวนสามพรานเพื่อพักผ่อน สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีประเพณีวัฒนธรรม การละเล่น ศิลปะหัตถกรรมไทย และขนมไทย อย่างไรก็ตามหลังจากที่สวนสามพรานได้เป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืนภายใต้สามพรานโมเดล(โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม)  เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554   ได้นำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสวนสามพราน  โดยในปี 2561-2562   สวนสามพรานตัดสินใจปิดหมู่บ้านไทย  พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในใหม่ทั้งหมด โดยใช้สามพรานโมเดล เป็นโมเดลหลักในการขับเคลื่อนแบรนด์สวนสามพราน  ให้เป็นแบรนด์ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน ภายใต้วิสัยทัศน์สร้างระบบอาหารยั่งยืน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล

สำหรับการเปิดบ้าน Open House “58 ปี ก้าวใหม่สวนสาพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง   ทีมผู้บริหารสวนสามพราน นำโดย คุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหาร  คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ  คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ  และคุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป ได้นำชมพื้นที่สวนสามพราน  ซึ่งมีจุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติ  อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่  มีความครบวงจร ที่พัก ห้องประชุม ร้านอาหาร ลานกิจกรรม และมุมสวนธรรมชาติ  ที่สามารถ ปรับ จัด ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่  เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  การท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก รวมถึงกิจกรรม Team Building  การประชุมสัมมนาที่ต้องการบรรยากาศที่ผ่อนคลาย  ขณะที่กิจกรรมการท่องเที่ยว และการเรียนรู้ภายในสวนสามพราน นั้นเอื้อต่อการคิดนอกกรอบ  โดยทุกจุดสามารถจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลาย และมี Work Shop ให้ทดลองทำ  ที่พร้อมให้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่า รวมถึงยังสามารถเชื่อมโยงไปเยี่ยมบ้านฟาร์มเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายด้วยความโดดเด่นและแตกต่างของสวนสามพราน อันเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์   ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง นั่นคือเมนูอาหาร ในห้องอาหารทั้ง 3 แห่งของสวนสามพราน  คือ อินจัน แวนด้า และห้องอาหารริมน้ำ  รวมถึงในส่วนการจัดเลี้ยง  ที่จะมีการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ มากกว่า 70%   หรือประมาณ 15 ตันต่อเดือน  ในการทำอาหารและขนม โดยวัตถุดิบอินทรีย์ จะถูกส่งตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายสามพรานโมเดล

นอกจากดีต่อสุขภาพทุกคนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ยั่งยืน  ซึ่งในแต่ละจุดของห้องอาหาร และจัดเลี้ยง จะมีภาพและชื่อเกษตรกรอินทรีย์ที่ทำงานร่วมกับสวนสามพรานพร้อมบอกผลผลิตที่ผลิตด้วย  โดยปัจจุบันมเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลจำนวน 16 กลุ่ม จำนวน 180 ครอบครัว  ในจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์

นายอรุษ นวราช  เล่าว่า  นอกจากมาท่องเที่ยว พักผ่อนแล้ว ทุกคนที่เข้ามาสวนสามพราน  จะได้แรงบันดาลใจ จากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ จากการทำงานขับเคลื่อนสามพรานโมเดลของสวนสามพรานร่วมกับเกษตรกรและภาคส่วนต่างๆ   ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตปัจจัยการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การตลาด การพัฒนาต่อยอด และบอกเล่า  โดยพื้นที่หลายส่วนมีการบริหารจัดการ ภายใต้แบรนด์ Patom  อาทิ Patom Organic Farm, Patom Organic Village, Patom Organic Café, Patom Spa,  Patom  Shop   รวมถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ Patom    ซึ่งนำวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม มาแปรรูปเป็นของกินของใช้ และ Body Care Products  มาตรฐาน GMP ภายใต้แนวคิด Organic Living ด้วย    โดยในด้านความรู้  ยังมีการก่อตั้งสามพรานโมเดล อะคาเดมี่  โดยมีพื้นที่สำนักงานติดกับตลาดสุขใจ  เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการ องค์กรที่อยากจะนำ สามพรานโมเดลไปขยายผล ไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเอง”

ในวันเปิดบ้าน “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”    นอกจากมีการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี เรื่อง Change ที่พนักงาน และ เกษตรกรอินทรีย์  เป็นผู้เล่าเรื่องการเรียนรู้ การปรับตัว กับการเปลี่ยนแปลง และคุณค่าที่เกิดขึ้นกับตนเอง ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีการเปิดพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่มาเยือนได้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ด้วย  เริ่มจากหมู่บ้านปฐม   ที่ปรับเปลี่ยนศูนย์แสดงวัฒนธรรมไทย (หมู่บ้านไทย) มาเป็น “ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ”  หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ที่ยึดหลักปัจจัย 4 ผ่านการทำกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ สร้างประสบการณ์    โดยมีกิจกรรมให้เลือกทำ เพื่อเรียนรู้ระบบอาหาร ตั้งแต่การผลิต  การทำปัจจัยการผลิต การแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย   โดยมี 3 เส้นทาง ให้เลือกเรียนรู้ คือเส้นทางข้าวอินทรีย์ เส้นทางกล้วยอินทรีย์   และเส้นทางสมุนไพรอินทรีย์

ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม   ที่ได้มีพัฒนาสวนผลไม้เก่า 30 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นออร์แกนิกฟาร์ม  เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวฟาร์มที่อิงกับวัตถุดิบตามฤดูกาล  ให้เป็นที่พักผ่อนแนวธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองกิจกรรม เพื่อทำ Workshop การทำเกษตรอินทรีย์เบื้องต้น รวมถึงมาทำอาหาร   และได้สัมผัสกับรสชาติอาหารจากพืชผักธรรมชาติ สด สะอาดปลอดภัย แตกต่างจากพืชผักที่ขายในตลาดทั่วไปด้วยตนเอง  ทั้งนี้ในวันเปิดบ้านสวนสามพราน ได้มีการพานั่งเรือข้ามไปฝั่งฟาร์ม พร้อมให้ทุกคนสัมผัสแปลงอินทรีย์ ที่มีการปลูกพืชหลากหลาย    และชิม ชาสมุนไพร ออร์แกนิก  และสัมผัสประสบการณ์การเล่น สไลเดอร์โคลน  ด้วย

ตลาดสุขใจ   ภายในสวนสามพราน ทุกคนที่มาเยือนยังจะได้เรียนรู้ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม หรือสามพรานโมเดล  นั่นคือ ตลาดสุขใจ  ที่เปิดมา 9 ปี แล้ว  ทำให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์  ได้รู้จัก เข้าใจผู้บริโภค  ขณะที่ผู้บริโภค ก็ได้เข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์ด้วย 

Circular Economy  ในวันเปิดบ้าน  สวนสามพรานยังแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากมีการพัฒนาพื้นที่ให้ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีใดๆ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ IFOAMมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555  ภายในพื้นที่สวนสามพราน
ยังมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ   

ตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy   มีการจัดการขยะจากอาหาร (Food Waste Management)  โดยขยะจากในห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ส่วนกิจกรรม จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทำชีวภัณฑ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ทำไบโอแก๊สใช้ในกิจกรรมย้อมผ้า ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผู้ที่เข้ามาสวนสามพรานสามารถมาเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จากฐานสาธิต และสถานีทดลองการทำปุ๋ยหมักในหมู่บ้านปฐม   ที่มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ พร้อมสอนทำ และแนะนำรูปแบบ  ให้นำกลับไปทำที่บ้านได้ 

ตลอด 58 ปี สวนสามพรานได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลบริหารธุรกิจ Hall of Fame ประเภทแหล่งท่องเที่ยวแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง  โดยสวนสามพรานยังเปิดให้มีการศึกษาดูงานทั้งด้านการบริหารจัดการขยะ Zero Waste การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์กรแห่งการเรียนรู้  การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม  สวนสามพราน บนพื้นที่ 130 ไร่  ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ยังคงแน่วแน่ และมีความตั้งใจที่จะให้ทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม ได้ทำหน้าที่จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล ครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ   ผู้สนใจมาท่องเที่ยว มาพักผ่อน และมาค้นหาแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สำหรับตนเอง ทีมงาน หรือครอบครัว

สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสวนสามพรานมาได้ที่
โทร.034-322-588-93  หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com