Category Archives: Lifestyle

6 โรคจากเห็บหมัด พิษสงร้ายอันตรายต่อเจ้าตูบ

โรคที่เกิดจากเห็บหมัด
ภัยร้ายใกล้ตัวสุนัขที่คุณรัก

หน้าฝนมาเยือนแล้วก็ถึงเวลาที่บรรดาเจ้าของสุนัขจะต้องใส่ใจดูแลเจ้าตูบเพิ่มเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเสี่ยงกับการเป็นหวัดเพราะตากฝนตัวเปียกแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการติดเห็บหมัดมากขึ้นด้วย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะไข่เห็บหมัดที่แม่มันไปวางไข่ไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้านจะฟักออกมาเป็นตัวได้ดีเมื่อมีความชื้นในอากาศสูง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเห็บหมัดถึงระบาดในหน้าฝน

เห็บหมัดตัวเล็กจิ๋วเท่าปลายนิ้ว แต่ความจริงแล้วมันมีพิษสงไม่น้อยเลย สามารถนำโรคมาสู่สุนัขตั้งแต่เป็นผื่นคันจนถึงเป็นโรคร้ายที่ทำให้เสียชีวิตได้ ลองมาดูรายละเอียดของแต่ละโรคกันว่าเห็บหมัดทำร้ายเจ้าตูบของเราได้อย่างไร

1) โรคโลหิตจาง เนื่องจากทั้งเห็บและหมัดเป็นแมลงดูดเลือดที่กินเลือดเป็นอาหาร ดังนั้น หากสุนัขของเรามีเห็บหมัดมาเกาะกินอาศัยอยู่ตามตัวจำนวนมาก สุนัขก็จะถูกเห็บหมัดดูดกินเลือดจนเป็นตัวเต่ง ซึ่งทำให้เกิดโรคโลหิตจางตามมา

2) โรคพยาธิเม็ดเลือด อี.เคนิส โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเห็บกัด โดยขณะที่เห็บดูดเลือดก็จะปล่อยเชื้อพยาธิเม็ดเลือดที่ชื่อ อี.เคนิส ให้กับสุนัขเคราะห์ร้ายของเรา ซึ่งเชื้อจะเข้าไปอยู่ในเม็ดเลือดชนิดโมโนไซต์ ทำให้สุนัขป่วยด้วยอาการอ่อนพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักลด โลหิตจาง ต่อมน้ำเหลืองและม้ามโต

3) โรคพยาธิเม็ดเลือด บาบีเซีย เกิดจากถูกเห็บกัดเช่นเดียวกับ อี.เคนิส แต่บาบีเซียจะมุ่งทำลายเม็ดเลือดแดงเพียงอย่างเดียว ซึ่งปล่อยทิ้งไว้สุนัขก็จะตายด้วยโลหิตจางอย่างรุนแรงเช่นกัน

4) โรคพยาธิเม็ดเลือด เฮปาโตซูน เกิดจากการที่สุนัขกินเห็บที่มีเชื้อนี้เข้าไป พยาธิเม็ดเลือดเฮปาโตซูนก็จะทำให้สุนัขมีอาการ มีไข้ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ขาหลังอ่อนแรง จนกระทั่งขากะเผลกเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบ

5) การติดเชื้อพยาธิตัวตืด จัดเป็นพยาธิลำไส้ชนิดหนึ่ง อยู่ในจำพวกพยาธิตัวแบน ซึ่งพยาธิตัวแก่จะอาศัยอยู่ในลำไส้ของสุนัขแล้วปล่อยปล้องที่คล้ายเม็ดแตงกวาหลุดปะปนมากับอุจจาระ พยาธิตัวตืดนี้ติดต่อผ่านหมัดที่กินไข่พยาธิเข้าไป แล้วสุนัขมากินหมัดที่มีไข่พยาธินั้น อาการที่แสดงออกคือ ไม่จำเป็นจะต้องท้องเสียเสมอไป แต่อุจจาระอาจจะเหลวมากขึ้น อาจมีภาวะท้องมาน เนื่องมาจากการสูญเสียโปรตีนและสารอาหารไปให้พยาธิในลำไส้ ทำให้น้ำหนักลด มีอาการคันก้นอาจจะมีการเอาก้นไถพื้น

6) โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคนี้เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการแพ้น้ำลายของหมัด ทำให้สุนัขมีอาการคันอย่างรุนแรงและมีผิวหนังแดงและอักเสบ พบได้บริเวณแนวสันหลังหรือบริเวณที่มีหมัดอาศัยอยู่ ซึ่งหากไม่จัดการปราบหมัดให้หมดสิ้น สุนัขก็จะทนทุกข์ทรมานจากผิวหนังอักเสบ เพราะแพ้น้ำลายหมัดตลอดไป

ได้รู้จัก 6 โรคร้ายจากเห็บหมัดกันไปแล้ว   หากเจ้าของสุนัขพบอาการผิดปกติกับสุนัขก็ควรรีบพามาตรวจโดยเร็วเพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที ซึ่ง สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ได้ให้คำแนะนำว่า

“เมื่อมีอาการที่น่าสงสัย สัตวแพทย์จะตรวจร่างกาย เจาะเลือด และวินิจฉัยว่าเป็นพยาธิเม็ดเลือดชนิดใด  มีค่าเลือดใด  ที่ผิดปกติบ้าง จะได้รักษาได้ครอบคลุม ซึ่งเจ้าของควรให้สุนัขกินยาให้ครบ มาตรวจร่างกายตามนัด และเช็คเลือดสม่ำเสมอ แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการรักษาพยาธิเม็ดเลือดให้ครบคอร์สจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ในบางรายที่มีภาวะเลือดจางรุนแรง อาจต้องถ่ายเลือดเพื่อช่วยชีวิตก่อน จากนั้น  จึงค่อยกินยารักษาพยาธิเม็ดเลือด  รักษาที่ต้นเหตุ กินยาบำรุงเลือดต่อไป และเมื่อหายดีแล้วควรใช้ยาหรืออุปกรณ์ป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

แต่จะเป็นการดีถ้าเจ้าของสามารถป้องกันสุนัขให้ห่างไกลจากเห็บหมัดไว้ก่อน ซึ่งปัจจุบันการกำจัดเห็บหมัดมีหลายรูปแบบ ทั้งยาหยดหลังคอ ยากิน ยาฉีด หรือปลอกคอ ที่สามารถป้องกันเห็บหมัด และพยาธิหนอนหัวใจ สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก  หากพาสุนัขไปเดินเล่นสนามหญ้าแนะนำให้พ่นสเปรย์ยาป้องกันเห็บหมัดตามง่ามเท้าและใต้ท้อง เพื่อลดโอกาสที่เห็บหมัดจะเกาะติดมา ถ้าที่บ้านหรือรอบๆ บ้านมีเห็บหมัดเยอะอาจใช้น้ำยาที่สามารถกำจัดเห็บหมัดได้ถูพื้น และทำความสะอาดเป็นประจำ”

สำหรับเจ้าของสุนัขที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าตูบของตัวเองถูกเห็บหมัดทำร้ายมาหรือเปล่า ก็สามารถพาไปตรวจเช็คร่างกายเบื้องต้นได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อทุกสาขา

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-079-9999 www.facebook.com/ThonglorPet หรือ Line: @jaothonglor

ธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018

เตรียมตัวให้พร้อม  ไปงานของพวกเรา คนรักการถ่ายภาพ 

Toptotravel  มีโอกาสร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว PHOTO FAIR 2018 ผู้ที่รักการถ่ายภาพได้มาร่วมงาน PHOTO FAIR 2018  ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆมากมาย และจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในปีนี้ที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่สนใจ เพราะทุกวันนี้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เราควรต้องตามให้ทัน

เมื่อวันที่  19 มิถุนายน 2561  ที่  โรงแรมดิเอ็มเมอรรัล ถนนรัชดาภิเษก กทม.สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดพิธีมอบตำแหน่งคณะกรรมการสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปี พร้อมนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพท่านใหม่ นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ พร้อมแถลงข่าวการเปิดตัวกิจกรรม PHOTO FAIR 2018

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018
คุณณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปีบริหาร 2561-2562 หลังจากรับตำแหน่ง พร่้อมทำงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม Photo Fair 2018 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด Photo Graphy Power รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียวกัน สื่อถึงความมีพลังสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

นางณริภา นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพคนใหม่ กล่าวว่า งานกิจกรรม PHOTO FAIR 2018 จุดนัดพบของคนรักการถ่ายภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561 จำนวน 5 วัน ณ ไบเทคบางนา โดยทางสมาคมธุริจการถ่ายภาพได้จัดกิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 ถึงปัจจุบัน ถือเป็นปีที่ 39 บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร วัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางของผู้ประกอบการธุรกิจการถ่ายภาพที่มีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินการธุรกิจถ่ายภาพต่อไป ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้กับนักถ่ายภาพทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพ ซึ่งจะมีเครื่องมือและเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายภาพใหม่ๆที่ทันสมัยมากมาย รวมทั้งจะมีผู้ประกอบการด้านการถ่ายภาพที่ตอบรับมาเข้าร่วมงานครั้งนี้จะนำสินค้าที่แตกต่างจากประเทศไทยเ ได้แก่ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น จึงอยากเชิญชวนผู้ที่รักการถ่ายภาพว่าไม่ควรพลาดที่จะมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 ปี (บริหาร 2561-2562) หลังจากรับตำแหน่ง พร้อมทำงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม PHOTO FAIR 2018 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด PHOTO GRAPHY POWER รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียว

ประวัตินายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 
คุณณริภา (นวรัตน์) ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมัยที่ 26 เป็นบุตรสาว นายชัยพันธ์ วงจันทร์ศิลป์ และนางขาเฮียง แซ่อึ้ง เกิดในครอบครัวร้านถ่ายภาพวงจันทร์ เริ่มเป็นช่างภาพตั้งแต่อายุ 13 ปี มีความสามารถตั้งแต่สมัยที่วงการถ่ายภาพใช้ฟิล์มกระจก ซึ่งต่อมาก็เป็นฟิล์มแผ่นจวบจนถึงปัจจุบันนี้กว่า 50 ปี มีความสามารถในการถ่ายภาพทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งการแต่งรูป แต่งฟิล์ม และขยายภาพ ได้สมรสกับคุณชาริษ (ชาลี) ศรีสว่างวัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของ บริษัท ภาพยนตร์วีดีโอโปรดักชั่น จำกัด และห้างหุ้นส่วนภาพยนตร์โฟโต้ ซึ่งได้มีการถ่ายภาพหมู่โดยใช้กล้องหมุนและถ่ายวีดีโอ พร้อมทั้งถ่ายภาพในการรับพระราชทานปริญญาบัตรในสถานบันมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้รับเชิญให้ไปถ่ายภาพหมู่กล้องหมุนหลายประเทศ ทั้งประเทศอเมริกา ฝรั่งเศส จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเก๊า มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขมร ลาว เป็นต้น ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างมากมาย

ประวัติทางสังคม

-เป็นอุปนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพหลายสมัย และดูแลฝ่ายต่างประเทศ

-เป็นอุปนายกสมาคมตระกูลเฮ้งแห่งประเทศไทย

-เป็นที่ปรึกษากลุ่มสตรีสมาคมตระกูลเฮ้งแห่งประเทศไทย

-เป็นที่ปรึกษากลุ่มสตรีสมาคมฮงสูนแห่งประเทศไทย

-เป็นสมาชิกไลออนส์ที่เป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกมากว่า 15 ปี สังกัดสโมสรไลออนส์จอมทอง กรุงเทพ ภาค 310D เคยดำรงตำแหน่งอดีตผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารสภาภาครวม 310 ประเทศไทย

พิธีมอบตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพสมัยที่ 26 คุณณริภา (นวรัตน์) ศรีสว่างวัฒน์ ปีบริหาร 2561-2562 และงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม โฟโต้แฟร์ 2018  งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้แนวคิด Photo Graphy Power รวมพลังแห่งการถ่ายภาพอยู่ในงานเดียว สื่อถึงความมีพลังสามัคคี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561ณ ไบเทคบางนา

สำหรับผู้สนใจจองพื้นที่ในงาน ติดต่อสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ
งาน PHOTO FAIR 2018 จุดนัดพบของคนรักการถ่ายภาพ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา บนพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม.
ติดต่อที่ สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ 02-803-7570-1
โทรศัพท์ 0 2803 7570-1

#PhotoFair2018
#โฟโต้แฟร์2018
#PhotoFairThailand

โตชิบา ไทยแลนด์ รุกหนักครึ่งปีหลัง 2018

เปิดตัวสินค้าใหม่ 34 รุ่น หวังรายได้โต 2 ดิจิต

นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วยนายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าว “A New Chapter Beyond All Limits ” เปิดตัวสินค้าใหม่ พร้อม
ชูนโยบายและแผนการตลาดเชิงรุกในครึ่งปีหลัง

นายโตชิโระ  อิชิวาตาริ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า…

โตชิบา ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานการดีไซน์และการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้น ด้านคุณภาพชีวิต และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค  จากการรวมกัน ของ TLSC และ Midea Group เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น ขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

นอกจากนี้ นายโตชิโระ  อิชิวาตาริ   ยังกล่าวตอกย้ำว่า TLSC   ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่เป็นฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขายและการทำตลาด และโตชิบาจะยังคงเติบโต ยั่งยืน และก้าวไปด้วยกันกับคนไทย เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น และคำนึงถึง
ไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก  เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคน
ไทย ตามสโลแกนโตชิบา

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับตลาดในประเทศไทย ภาพรวมเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น  โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1%   ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2555 ส่วนค่า GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะดีขึ้น

สำหรับไตรมาสแรก  ของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน  ยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9% อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก

สำหรับผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก โตชิบาเผยโฉมสินค้าใหม่มากถึง 8 หมวดหมู่ รวม 32 รุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างโตชิบาและไมเดีย และจากการลอนช์สินค้าดังกล่าว  จึงเป็นที่มาของยอดขายที่เติบโตสูงขึ้น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี

สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลัง โตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน และประสบการณ์  การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำ โตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Top 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย โดยในครึ่งปีหลัง แผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีก 8 หมวดหมู่ 34 รุ่น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี กล่าวเสริมว่าจากข้อมูลเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2% โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32% ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18% ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%

ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจากตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และเครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%, 35%, 189% และ 146% ตามลำดับ ส่วนเครื่องปรับอากาศ เติบโตเพียง 1%

ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 34 รุ่น ทั้งกลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างของสินค้าที่โตชิบาขาดหายไป และถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวเสริมว่า ในครึ่งปีหลังนี้ โตชิบาจะเปิดตัวสินค้ามากมาย โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส สำหรับสินค้ากลุ่มตู้เย็น โตชิบาเป็นที่ 1 ในเรื่องตู้เย็นประตูเดียวมาตลอดหลายปีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น 2 ประตู และตู้เย็นมินิบาร์ แต่ในปีนี้ เราจะมาครบไลน์อัพ เติมเต็มช่องว่างเค้กก้อนใหญ่ในส่วนของตู้เย็นมัลติดอร์ (Multi Doors) และตู้เย็นไซด์บายไซด์ (Side By Side) ที่มีมูลค่าการตลาดถึงหนึ่งพันล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าในไตรมาส 4 ส่วนในไตรมาส 3 เราส่งตู้เย็น 1 ประตูรุ่นใหม่ FIT ที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตู้เย็น 1 ประตู ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเกือบ 30%

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โตชิบาจะใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้า รวมถึงดูเทรนด์ผู้บริโภคเป็นหลัก เฉกเช่นการพัฒนาตู้เย็น ที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น เวลามีจำกัด ดังนั้นการซื้อของกินของใช้ในแต่ละครั้งจึงมาก และเมื่อต้องเก็บมาก เราจึงออกแบบตู้เย็นให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงต้องเก็บรักษาความสดได้ยาวนาน และต้องออกแบบตู้เย็นให้จัดสรรของกินแต่ละประเภทให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการเกิดตู้เย็นไซด์บายไซด์ และมัลติดอร์

ตู้เย็นมัลติดอร์ โดดเด่นด้วย 3 Cycle Real Inverter มาพร้อมระบบทำความเย็น 3 Cooling กระจายความเย็นได้ทั่วถึง และระบบการกำจัดกลิ่นชั้นยอด นอกจากนี้ยังแบ่งช่องต่างๆ ในตู้เย็นได้มากถึง 26 ช่อง เพื่อให้คุณเลือกแช่ได้ตามใจ

ส่วนตลาดเครื่องซักผ้า เราตั้งเป้าเติบโต 50% โดยขยายไลน์อัพเพิ่ม ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถังสำหรับจับตลาดกลางถึงล่าง และเพิ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า และ 2 in 1 เครื่องซักอบผ้าฝาหน้า เพื่อจับกลุ่มคอนโด และตลาดกลางถึงบน ซึ่งใน 2 ตลาดดังกล่าว มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องซักผ้าของโตชิบามากขึ้น

ในไตรมาส 3 นี้ โตชิบามีแผนเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ซึ่งมาด้วยดีไซน์ที่สวยหรู ตัวถังกันสนิม พร้อมจุดเด่นท่อเติมน้ำแบบคู่ ที่ทำให้การซักและการปั่นสะดวก สะอาดยิ่งขึ้น มีให้เลือกมากถึง 4 ความจุ คือ 7.5 กก. 8.5 กก. 11 กก. และ 13 กก. เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ Front Load จะมาด้วยเทคโนโลยี Great Wave ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน จึงทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดเวลา รวมถึงช่วยปกป้องสีสันของเสื้อผ้าให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น มาพร้อม 3 ความจุให้เลือก คือ 7.5 กก. 8.5 กก. และ 9.5 กก.

ส่วนตัวไฮไลท์ เป็นเครื่องซักอบฝาหน้า ที่มีความจุทั้งซักและอบที่เท่ากัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 10/10 กก. และ 8/8 กก. ซึ่งแพลนวางขายในไตรมาส 4

นายชาตรี พลสอนดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาไม่สูงมาก มีความต้องการใช้ต่อเนื่อง และด้วยความที่สินค้ามีหลากหลาย จึงตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้แตกต่างกัน สำหรับแบรนด์โตชิบา เราตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายใน 3 ปี โดยในครึ่งปีแรก เห็นผลชัดเจนว่าเราเติบโตมากในกลุ่มสินค้ากลุ่มไมโครเวฟ ซึ่งโตขึ้นถึง 189% จากการที่เราเปิดตัวไมโครเวฟใหม่ 7 รุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งโตขึ้นถึง 146% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ใน ไตรมาสที่ 3 นี้ เราแพลนออกเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่อีก 8 รุ่น เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวที่จะมาถึงในปลายปีนี้ สำหรับตลาดหม้อหุงข้าว เราตั้งใจขยายตลาดระดับกลางถึงล่าง โดยส่งหม้อหุงข้าวประเภท Jar Type หรือหม้ออุ่นทิพย์ดีไซน์ใหม่ สดใส และทันสมัยกว่าเดิม มีให้เลือก 2 ความจุ 5 รุ่น 3 ดีไซน์ มากไปกว่านั้น โตชิบากำลังขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเช่นกัน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของโตชิบา มาด้วยเทคโนโลยี Off Center ที่ช่วยให้น้ำผลไม้ปั่นละเอียดยิ่งขึ้น

นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยโดยตรงจากกลุ่มผู้บริโภคด้วย อย่างแนวโน้มหรือเทรนด์ เรื่องความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลต่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย คุณภาพและเทคโนโลยี ดีไซน์ของสินค้า ที่อาจนับได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อย่างเรื่องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ยังรวมถึงการรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และการรักสุขภาพ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโตชิบา จึงถูกออกแบบมา โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะ “นำสิ่งที่ดี มาสู่ชีวิต” ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีแรก อัตราส่วนการลงทุน จะมุ่งเน้นที่ การสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และการจดจำต่อสาธารณชน ซึ่งรวมไปถึง ณ จุดขาย การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนอกจากการลงทุนข้างต้นแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกเหนือจากการจัดจำหน่าย สินค้า ที่มีคุณภาพ หลากหลาย และแข่งขันได้

ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง เน้นเรื่อง 4P ได้แก่ สินค้า อย่างเรื่องการเพิ่มไลน์สินค้า การอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น รวมไปถึง การขยายช่องทางการขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงแพลนปรับโฉมร้านค้าให้ดูทันสมัย และสวยงามยิ่งขึ้น แผนการสื่อสารและการตลาดงบกว่า 12% เพื่อการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในตราสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการตลาดจะผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Online & Social Media เป็นหลัก โดยเน้นเรื่อง Digital Marketing, Localized Marketing รวมไปถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับกลุ่มสินค้า ฤดูกาล และพื้นที่การขาย โดยจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ แคมเปญรับหน้าฝน แคมเปญฉลองวันเกิด แคมเปญรับปีใหม่ หรือแม้แต่การทำ Road Show และ Work Shop ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้า และสุดท้าย เรายังคงให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย ที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นตัวแทนขายสินค้า แต่เขาคือที่ปรึกษาส่วนตัว (Personal Consultant) เราจึงมีแผนพัฒนาบุคลากรให้ความรู้และฝึกอบรมทั้งในส่วนการขาย การสร้างประสบการณ์การใช้งาน การเป็นเลขาส่วนตัว รวมถึงการให้คำแนะนำหลังการขายอีกด้วย

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า นอกจากบริษัทฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบงานบริการหลังการขาย ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็นแบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นางกนิษฐ  กล่าวเสริมว่า ในฐานะผู้ถือหุ้นคนไทย เรายังเชื่อมั่นในโตชิบา และในการรวมพลังของเรา 3 ประเทศ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่รวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นนโยบายด้านส่งเสริมกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม (CSR – Corporate Social Responsibility) เช่นที่ผ่านมา โตชิบาจะต้องเป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลของสังคมไทย เป็นบริษัทที่ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องการขายและการบริการเท่านั้น แต่ต้องเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อท่านผู้แทนจำหน่าย ต่อสังคม ต่อคนรุ่นต่อไป ต่อประเทศชาติที่รักของพวกเราทุกคน และจะ “มุ่งมั่น …นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

รางวัลระดับเอเชียในเมืองหลวงของไทย พร็อพเพอร์ตี้กูรู

ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ปี 2018


โค้งสุดท้าย พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 13

เตรียมจัดงานมอบ รางวัลชนะเลิศระดับเอเชีย

นับถอยหลัง  กับการมอบรางวัล  พร็อพเพอร์ตี้กูรู  ไทยแลนด์  พร็อพเพอร์ตี้
อวอร์ดส์ ปี 2018 หรือ PropertyGuru Thailand Property Awards 2018 ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 เวทีเฟ้นหานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย และเป็นรางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดในประเทศ

ภายในปีนี้มหกรรมการมอบรางวัลประจำปีดังกล่าว เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปให้เริ่มส่งรายชื่อโครงการต่างๆ   จนถึงวันที่ 29 มิถุนายนนี้  ส่วนการสมัครในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และดีไซเนอร์จากทั่วประเทศ

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ จำกัด หรือ JLL

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ จำกัด หรือ JLL ประธานคณะกรรมการตัดสินเปิดเผยว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นสำหรับนักลงทุน ดังนั้น นักพัฒนาต่างเข้าใจถึงประโยชน์ของการรับรองคุณภาพโดยที่มีความเป็นเลิศในทุกด้านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ มีระบบการตัดสินที่โปร่งใสและเป็นมืออาชีพ ดำเนินการโดย บีดีโอ BDO เครือข่ายการตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งทำให้ในปีนี้มีจำนวนผู้สมัครจากทั่วประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี”

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ดอทคอม

ด้าน นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ดอทคอม ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “แม้ว่ารางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ จะเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลเอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ Asia Property Awards ที่มีขนาดใหญ่กว่า แต่ได้รับการยอมรับจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก สำหรับรางวัลพร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อสิบสามปีที่ผ่านมา นับได้ว่า เป็นรางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมีการจัดงานมอบรางวัลระดับเอเชียในเมืองหลวงของไทยเป็นครั้งแรกในปีนี้ด้วย”

นายพอล แอชเบิร์น ผู้บริหาร บีดีโอ ไทยแลนด์ ให้ความเห็นว่า “รางวัลพร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเป็นลำดับ โดยได้สร้างระบบแรกที่ได้รับการยกย่องในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของราชอาณาจักรให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกการเพิ่มประเภทการตัดสินที่มากขึ้น ทำให้คณะกรรมการคาดว่า จะต้องมีการประเมินผู้เข้าร่วมประกวดที่มีจำนวนมากขึ้นไปด้วย ต้องมีวิธีการตรวจสอบยังที่ตั้งโครงการสถานที่จริง รวมถึงแนวทางการประเมินเจตนารมณ์ของแต่ละโครงการที่ผู้เข้าประกวดตั้งใจทำและส่งมอบให้กับลูกค้า นอกจากนั้น การมอบรางวัลนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และตัวผู้ประกอบการ เราเชื่อว่า การสนับสนุนให้มีการประกาศรางวัลอันทรงคุณค่า การสนับสนุนโครงการคุณภาพ จะช่วยเป็นตัวอย่างและสนับสนุนให้เกิดความเป็นเลิศต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทยโดยรวม”

มหกรรมการมอบรางวัลพร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์
ปีนี้นำเสนอโดย โคห์เลอร์ Kohler และได้รับการสนับสนุนโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ DDproperty.com  ในฐานะเว็บไซต์ชั้นนำ  ของวงการอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย โดยมีการเพิ่มประเภทรางวัลใหม่ รวมเป็น 40 ประเภท ได้แก่ ประเภทการพัฒนา Smart Home Development, การพัฒนา Best Co-working Space และการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สงอายุ และในปีนี้ยังมีรางวัลสำหรับนักออกแบบ (Designer) ด้วยรางวัลสาขาต่าง ๆ อาทิ Best Hotel Architectural Design เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ประกาศรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้น ให้กับอาคารเพื่อการอำนวยสาธารณะประโยชน์ ซึ่งมอบให้กับอาคารที่มีการเปิดใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งการดูแลสุขภาพอนามัย การศึกษา บริการสาธารณะ การขนส่ง การบำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรมทางศาสนาไม่ว่าอาคารนั้นจะเป็นของเอกชน หรือองค์กรภาครัฐก็ตาม ได้แก่  รางวัล Best Green Development,  Best Universal Design Development และ Special Recognition for Public Facility โดยคัดเลือกจากโครงการทั่วประเทศ ได้แก่​ กรุงเทพฯ​ เชียงใหม่ ตะวันออก หัวหิน เขาใหญ่ เกาะสมุย ภูเก็ต
พังงา สงขลา และตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ในปีนี้คณะกรรมการตัดสินได้ให้ความสำคัญกับการได้รับความนิยมที่เติบโตสูงขึ้นของ co-working space ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของออฟฟิสใหม่ ๆ และอาคาร multi-purpose เพื่อจะจัดบริการให้กับพนักงานหลากหลายประเภทในทุกวันนี้ รวมไปถึงบุคคลที่ทำงานอย่างอิสระผ่านช่องทางออนไลน์ที่จำเป็น และไม่ต้องการที่จะทำงานภายใต้สภาพห้องทำงานแบบเดิม ๆ อีกตลาดเฉพาะ (niche) ที่ควรได้รับความสนใจ ได้แก่ ตลาดที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตลาดค่อนข้างเล็กแต่มีศักยภาพสูงมากที่จะเติบโต ประเทศไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาคเป้าหมายที่จะมาใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุงานสำหรับชาวต่างช าติรวมไปถึงคนท้องถิ่นที่มีฐานะร่ำรวยจำนวนมาก หากนำไปรวมกับอัตราค่าครองชีพที่เหมาะสมและอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สามารถจ่ายได้แล้ว เชื่อว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รวมไปถึงหุ้นส่วนของพวกเขาจะต้องเข้ามาสู่ตลาดนี้ในเวลาอีกไม่นาน  จะปิดรับรายชื่อในวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ได้ทาง AsiaPropertyAwards.com/nomination/thailand

โดยผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูง และวีไอพี  จำนวนกว่า 600 ท่าน โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขาหลักจะได้รับการส่งไปประกวดใน Property Guru Asia Property Awards ครั้งที่ 8 รอบสุดท้าย ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นงาน Grand Final ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีเพื่อฉลองความสำเร็จของนักพัฒนาและนักออกแบบในสิงคโปร์ พม่า ฟิลิปปินส์ และมองโกเลีย จะเข้าร่วมด้วยเพื่อรับรางวัลในเวทีระดับภูมิภาคที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย นอกเหนือจากการประกวดใน PropertyGuru Asia Property Awards แล้วนั้น ทางผู้จัดงานยังมีงานสัมมนาหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ PropertyGuru Asia Real Estate Summit เช่นกัน  ในวันที่ 8 – 9 พ.ย. 2561

สำหรับงานกาลาดินเนอร์เพื่อแจกรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 13 จัดขึ้น ณ โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพฯ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
E-mail : awards@propertyguru.com
เว็บไซต์: AsiaPropertyAwards.com

8 สูตรสำเร็จความร่ำรวย ของ 8 โค้ชระดับประเทศ

Wealth Expert 2018  สัมมนาเพื่อความมั่งคั่งแห่งปีเผยเคล็ดลับ

เคล็ดลับพิชิตเงินล้านและหนทางสู่อิสรภาพทางการเงิน บี ดิฟเฟอเรนซ์ เปิดตัวงานสัมมนาแห่งปี  Wealth Expert 2018  ยกขบวนโค้ชดังระดับประเทศจากโลกออนไลน์  ร่วมเผยเคล็ดลับ ไขกุญแจสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่ง ตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด และเคล็ดลับในการทำธุรกิจให้ปัง มั่งคั่ง ในยุค 4.0 รวมเคล็ดลับจาก 8 โค้ชดัง
ในงานเดียว

เก็บเกี่ยวความรู้ได้สุดคุ้ม  8 โค้ชชื่อดังระดับประเทศ รวมพลังเทพ อ.บัณฑิต พี่แมรี่ ครูรุ้ง คุณชนะ โค้ชโรมี่ ผก เบ๊นซ์ พี่พอล ในงานเดียว เก็บเกี่ยวความรู้ได้สุดคุ้ม  พบกันได้ในงานสัมมนาแห่งปี Wealth Expert 2018

คุณเจนจิรา เชื้อสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บี ดิฟเฟอเรนซ์ จำกัด ผู้จัดงานสัมมนา Wealth Expert 2018 กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดงานครั้งนี้ว่า

“เดิมตัวเองก็เป็นคนทำงานธรรมดาทั่วไป แต่มีความสนใจอยากพัฒนาตัวเอง จึงได้ไปเข้าอบรมและฟังสัมมนาในคอร์สต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองมากมายหลายคอร์ส เรียกว่าเป็นนักสัมมนาไปเลยตอนนั้น พอได้แนวคิดได้ความรู้ก็นำมาปรับใช้จนสามารถสร้างธุรกิจที่มั่นคงขึ้นมาได้ เลยเกิดความคิดอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ตรงนี้ให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ หรือคนทำงานที่สนใจอยากจะพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปสู่การใช้ชีวิตอย่างที่ตนเองต้องการได้ จึงเป็นที่มาของการจัดสัมมนา Wealth Expert 2018 ซึ่งจะเป็นการรวบรวมสุดยอดโค้ชดังระดับประเทศจากโลกออนไลน์และออฟไลน์ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีจำนวน 8 ท่าน มาเผยเคล็ดลับ ไขกุญแจสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่ง

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างที่หลายคนปรารถนา โดยปกติแล้วโค้ชทั้ง 8 ท่านมีเปิดคอร์สสัมมนาให้ความรู้ของแต่ละท่านอยู่แล้ว และหากต้องการเรียนรู้กับโค้ชท่านไหน เราก็ต้องไปเทคคอร์สกับโค้ชท่านนั้น แต่งานนี้จะเป็นงานเดียวที่เราสามารถจะเข้ามารับฟังแนวทางจากโค้ชทั้ง 8 ท่านได้พร้อมๆ กันก่อนตัดสินใจเรียนรู้ในขั้นต่อๆ ไป ซึ่งโค้ชทั้ง 8 ท่านนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาค่ะ แต่ละท่านก็เตรียมหัวข้อมาพูดคุยและเผยเคล็ดลับอย่างไม่กั๊กกันอยู่แล้วค่ะ ที่สำคัญคือรายได้ส่วนหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้เรามอบเป็นการกุศลให้กับศิริราชมูลนิธิ เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลศิริราช และมูลนิธิเดอะบอสส์ ซึ่งทำงานด้านการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้คนในสังคมด้วยค่ะ”

สำหรับโค้ชทั้ง 8 คน ที่มาร่วมสัมมนาในงานครั้งนี้ ได้แก่
ผู้กองเบนซ์ ร้อยตำรวจเอกสี่ทิศ อ่ำถนอม หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีความเชื่อว่าการปรับปรุง พัฒนาตนเองและความรู้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน เขาคือคนที่พบช่องทางสร้างรายได้จากสติ๊กเกอร์ไลน์และนำมาเผยแพร่จนโด่งดัง ทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลอีกด้วย หนุ่มคนนี้จะมาไขกุญแจสู่ความสำเร็จในหัวข้อสัมมนา “เปลี่ยนพรแสวงและพรสวรรค์เป็นรายได้”

โค้ชชนะ  วนิชพันธุ์   ชายผู้มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารในบริษัทชั้นนำระดับประเทศมากว่า 15 ปี และได้รับการรับรองให้เป็นวิทยากร  ผู้ถ่ายทอดหลักสูตรลิขสิทธิ์ B.A.N.K. ™ Personality Profiling System คนแรกของเอเชีย จะมาไขกุญแจสู่กลยุทธ์และเคล็ดลับในการขายที่จะเพิ่มความมั่งคั่งให้กับธุรกิจ ในหัวข้อ “ถอดรหัสการขายด้วยวิทยาศาสตร์ทางสมอง”

โค้ช Vichai Gambhir หรือ โค้ชโรมมี่ ชายผู้เป็น Blair Singer Certificate คนแรกของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 3 คนในโลกเท่านั้น ที่สามารถสอนคอร์สของ Blair Singer ได้ โค้ชโรมมี่อยู่ในแวดวงการขายมากว่า 15 ปี เคยเป็น Top Sale ของบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ โค้ชโรมมี่จะมาแบ่งปันความรู้และทักษะด้านการขายแบบไม่มีกั๊ก เพื่อให้ผู้ฟังสามารถขายได้ในสไตล์ของตัวเอง กับหัวข้อสัมมนา “ทริคเพิ่มยอดขาย 10 เท่า และขายได้ในสไตล์ที่คุณเป็น”

โค้ชพอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ อดีตนักแสดงที่มีชื่อเสียง ผู้ตั้งคำถามกับตนเองถึงชีวิตวัยเกษียณ และพบว่าแม้จะทำงานหนักแค่ไหน แต่หากต้องการจะมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคงอย่างที่ฝันไว้นั้น เขาจะต้องมีเงินมากถึง 300 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของการค้นหาแนวทางที่จะทำให้ตัวเอง “เหนื่อยชั่วคราว สบายชั่วโคตร” ซึ่งเขาพบว่ามันทำได้จริง!!! เพียงสร้างพิมพ์เขียวทางด้านการเงินที่ถูกต้อง!!! ซึ่งเขาจะมาเผยเคล็ดลับนั้นในหัวข้อสัมมนา “พิมพ์เขียวสู่อิสรภาพทางการเงิน”

โค้ช Richard Loc นักการตลาดมือทองของเวียดนาม ผู้จะมาเผยเคล็ดลับการสร้างรายได้เพิ่ม 5-10 เท่า และสร้าง Passive Income เพื่อนำไปสู่อิสรภาพทางการเงิน ที่จะตอบโจทย์การชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในหัวข้อ “เผยเทคโนโลยีสร้าง Passive Income โฉมใหม่ ที่จะสร้างรายได้แบบ Infinity”

โค้ชรุ้ง พิมพ์ภัทรา พิมพ์รัตนากุล เจ้าของเพจครูรุ้ง พิมพ์ภัทรา : กฏแรงดึงดูด เนรมิตชีวิตได้

โค้ชรุ้ง พิมพ์ภัทรา พิมพ์รัตนากุล เจ้าของเพจครูรุ้ง พิมพ์ภัทรา : กฏแรงดึงดูด เนรมิตชีวิตได้ หญิงสาวผู้สร้างวินัยทางการเงินจนสามารถใช้เงินสดซื้อธุรกิจร้านอาหารในประเทศอังกฤษ และประสบความสำเร็จสูงกับการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจ โดยจะมาเผยเคล็ดลับของการสื่อสารที่จะสร้างโอกาสและดึงดูดเงินเข้าสู่กระเป๋าได้อย่างต่อเนื่องกับหัวข้อสัมมนา “พลังการสื่อสารสู่ความมั่งคั่งที่ไม่รู้จบ”

โค้ชพร นพเก้าไทยแลนด์ (ชนิตา แดงวิชัย) หญิงผู้เคยผ่านมรสุมมากมาย
ในชีวิต ทั้งด้านธุรกิจ สุขภาพ ทั้งของตัวเธอเองและครอบครัว ทุกข์จนแทบจะถอดใจ จนเมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนความคิด หันเข้าหาวิถีธรรมชาติบำบัด เรียนรู้สิ่งต่างๆ ในแง่มุมใหม่  เรียนรู้การใช้กฎแรงดึงดูด   เทคนิคการจัดพฤติกรรมของสมองและจิตใต้สำนึก (NLP) และ  ธรรมะอย่างลึกซึ้ง จนสามารถสร้างธุรกิจโด่งดังในโลกออนไลน์ และกลายมาเป็นโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย โดยเธอจะมาเผยเคล็ดลับที่จะทำให้คุณสามารถสร้างรายได้ 7 หลักในหัวข้อสัมมนา “เปลี่ยนความคิด พิชิตเงินล้าน”

โค้ช  บัณฑิต อึ้งรังษี วาทยกรรุ่นใหม่  ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  เจ้าของหนังสือขายดี “ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้” และ ”30 วิธีเอาชนะโชคชะตา” ชายผู้มาพร้อมเรื่องราวและเคล็ดลับดีๆ ที่จะพาคุณก้าวสู่ปี 2019 อย่างมั่นคง กับ “14 พลังทวีความมั่งคั่ง 2019”

พบกับเคล็ดลับพิชิตเงินล้านและหนทางสู่อิสรภาพทางการเงิน กุญแจไขสู่ความสำเร็จ ภายในงานยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมอีก นับว่าเป็นสัมนาที่น่าสนใจแห่งปีเลยก็ว่าได้ นอกจากจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ยังถือเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในตัวเองอีกด้วย เป็นไปตามที่คุณ Brian Tracy ที่พูดว่า The more you learn, the more you earn. ยิ่งเราเรียนมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งรู้มากขึ้นเท่านั้น

ไฮยาเซลล์ เครื่องสําอางบํารุงผิวระดับพรีเมี่ยม จากสวิตเซอร์แลนด์

เอาใจสาวน้อยสาวใหญ่ ช่วยลดอายุผิวหน้าผิวดูอ่อนเยาว์

HyaCell   จัดงานเปิด ตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก “HyaCell” (ไฮยาเซลล์)เครื่องสําอางบํารุงผิวคุณภาพสูง ที่ได้รับการพัฒนาและผลิตในห้องปฏิบัติการสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวและช่วยฟื้ นฟูเซลล์ผิวชั้นใน เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ทําให้ผิวแน่นฟูกระชับ เซลล์ผิวจะกลับมาทํางานใหม่เหมือนวัยสาว ผิวที่ขาดน้ำจะทำให้เกิดรอยตีนกา หรือผิวหน้าเหมือนหนังช้าง   เคล็ดลับย้อนเวลาสู่ผิววัยเยาว์ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลใส่ใจในทุกขั้นตอนดูแลผิว HyaCell ช่วยลดปัญหาผิวแก่ก่อนวัยได้ดี

HYACELL ช่วยให้ผิวหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัย

จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในงาน “HYACELL” Anti – AgingRevolution โดยมีคุณเกมส์-ดวงพร ปฐวีกานต์แบรนด์แอมบาสเดอร์และคุณโอม-ณัฐพงศ์ นาคทองบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง พร้อมเหล่าเซเลบรีตี้คนดังตบเท้าเข้าร่วมคอนเฟิร์มคุณภาพระดับพรีเมี่ยมช่วยให้ผิวหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัย

คุณมด – วารินทิพย์ ทิวารีผู้อํานวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไฮยาเซลล์ (ไทยแลนด์) จํากัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ HyaCell ได้รับการพัฒนาและผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ HYACELL มีความโดดเด่นด้านมาตรฐานคุณภาพในระดับสูง ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยเป็นระยะเวลานานหลายปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นการการรวมตัวกันของสารต้านอนุมูลอิสระที่จําเป็น ช่วยให้ผิวหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัยแบบไม่พึ่งมือหมอ ประหยัด ปลอดภัย ที่สำคัญไม่เจ็บตัวด้วย

สําหรับผิว คือ กรดไฮยารูโรนิค แอสตาแซนธิน เรสเวอราทรอล และสารออกฤทธิอื่นที่เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ ซึ่งสารสําคัญเหล่านี้จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวและช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นใน ซึ่งทํางาน
ร่วมกับเปปไทด์ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวและช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นใน เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ทําให้ผิวแน่นฟูกระชับ เซลล์ผิวจะกลับมาทํางานใหม่เหมือนวัยสาว ทําให้เห็นผลดีในระยะยาว ซึ่งวัตถุดิบทุกชนิด
เกิดจากการคัดสรรด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทําให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีคุณภาพพรีเมี่ยมและมาตรฐานในระดับสูง โดยปราศจากสารต่างกลิ่น นํ้าหอม สารแต่งสี พาราเบน ลิพิดซิลิโคน นํ้ามันแร่ นอกจากนี้ยังไม่มีการทําการทดลองกับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการทดลองประเภทใดก็ตาม

คุณยี- วรรณพัทร วันสม ผู้อํานวยการฝ่ ายกลยุทธ์ด้านการตลาด บริษัท ไฮยาเซลล์ (ไทยแลนด์) จํากัด กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน “HYACELL” Anti – Aging Revolution ถือเป็นการจัดงานเปิด ตัวอย่างเป็นทางการในประเทศ ไทยเป็นครั้งแรก โดยภายในงานครั้งนี้พร้อมเปิดตัว คุณเกมส์-ดวงพร ปฐวีกานต์  แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกในประเทศไทย พร้อมร่วมพูดคุยเผยโฉมความโดดเด่น สารสําคัญของผลิตภัณฑ์HyaCell จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากสวิตเซอร์แลนด์Dr.Juerg Michael Haecki (นายแพทย์ เยิร์ก
มิคาเอล แฮ็คกี้) และ Dr.Alejandro Avila Fe rrufino (นายแพทย์ อเลฮานโดร อวิล่า แฟร์รูฟิโน่) และคุณโอม-ณัฐพงศ์ นาคทอง บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง

สินค้า : Beauty through Science – Made in Switzerland
Triple-Hyaluronsäure-Seren mit Wirkstoffen
Tages- und Nachtpflege
Peeling
Calm & Repair
Vitamin A Créme
Withener

คุณเกมส์-ดวงพร ปฐวีกานต์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ Hyacell

จําหน่ายผ่านตัวแทนขาย และเร็วๆ นี้จะมีการวางจําหน่าย
ที่ร้าน Skin Lab by Xtrastrong ในเดือนกรกฎาคม 2561
ศูนย์การค้าเกสรพลาซ่า

สนใจผลิตภัณฑ์ HyaCell เครื่องสําอางบํารุงผิวระดับพรีเมี่ยม
สั่งซื้อได้ทางช่องทางออนไลน์
www.hyacellthailand.com
Facebook : Hyacell Thailand beauty
IG : hyacellthailandofficial
Line id: @hyacellthailand

โครงการ Artisan Ratchada ต่างจากคอนโดอื่นอย่างไร?

อาร์ติซาน ช่าง เลือก กับเทรนด์ที่อยู่อาศัยจริง ยิ่งใหญ่และงดงาม บนถนนเทียมร่วมมิตร

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ฟังดูแล้วชวนให้ตื่นเต้น  เปิดแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง “Artisan Ratchada” การจะเลือกโครงการที่ถูกใจตามอัธยาศัย เรื่องการหาทำเลที่ตั้งของโครงการเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง ความน่าเชื่อถือของโครงการ หรือผู้พัฒนาก็มีความสำคัญ คอนโดมิเนียมใหม่ส่วนใหญ่ต้องรอสร้างเสร็จประมาณ 1-3 ปี คอนโดยิ่งสูงยิ่งแพง เพราะถูกจำกัดการสร้างตึกสูงด้วยผังเมือง ค่าก่อสร้างตึกสูงที่แพงกว่ามาก วิวของห้องก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อนึงของคนทั่วไป ระหว่างการตัดสินใจเลือกซื้อห้อง เพราะเวลาที่เราจะตัดสินใจซื้ออะไรบางอย่าง เราก็จะพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง วิวมุมสูงเห็นได้ระยะไกล ขนาด และจำนวนยูนิต ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงรองมา ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันที่นิยมชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แนวคิดการออกแบบ โมเดิร์น คอนเทมโพราลี่ สไตล์ ดีไซน์ในลักษณะแบบร่วมสมัย มีความเรียบง่าย ใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสุขภาพ

ที่นี่ ณ โครงการ Artisan Ratchada คือ เริ่มต้นคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า
ด้วยระบบสาธารณูปโภคครบครันทันสมัย ประกอบด้วยการส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งในด้านความปลอดภัย สวัสดิภาพ สุขภาพ การศึกษา การป้องกันภัยพิบัติที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดย MRT สายสีน้ำเงิน สถานีห้วยขวาง แอร์พอร์ตลิงค์ และทางด่วน บริเวณโดยรอบของโครงการยังเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ

สิ่งที่ทำให้ โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก ทำเลศูนย์กลางของธุรกิจและระบบสาธารในอนาคต รายล้อมไปด้วยโครงการอื่น ที่มีศักยภาพมากมายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง Toptotravel เดินชมภายในโครงการที่นี่ออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินกับการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ที่มีขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีแนวคิดในการพัฒนา เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายในพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่พักผ่อนได้อย่างลงตัว


เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว โครงการ Artisan Ratchada โครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 พัฒนาภายใต้บริษัท บีจีวาย แอนด์ ทีเอฟดี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ระหว่างบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับต้นของประเทศในอาเซียน โดยเข้าตลาดหลัก ทรัพย์ ในประเทศฮ่องกง และบริษัทชาวไทยที่มีชื่อเสียงทางด้านอสังหา
ริมทรัพย์มากกว่า 40 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2540 โดยวัตถุประสงค์ของการลงทุนครั้งนี้สร้างไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม

ทีมผู้บริหาร นายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย)

ด้วยเหตุนี้ทำให้ ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) โดยทีมผู้บริหาร นายเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแห่งประเทศไทย ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) และนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) จัดงานเปิดตัวโครงการ Artisan Ratchada โครงการ Mixed-use บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 เพื่อจัดสรรพื้นที่ทั้งหมดให้ลงตัว โครงการ Artisan Ratchada บนพื้นที่ 8.2 ไร่ มูลค่าโครงการมากกว่า 6,000 ล้านบาท บนทำเล NEW CBD ย่านรัชดา-พระราม 9 พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Mixed-use อสังหาริมทรัพย์ที่ผสมผสานระหว่างห้องพักเพื่อการอยู่อาศัย และพื้นที่ Lifestyle shop และ Business center พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 6,000 ตารางเมตร อวดโฉมแกลลอรี่จำลองการอยู่อาศัยจริง

จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี การคมนาคมที่สะดวก สบาย เข้าออกได้สองทาง คือ ทั้งฝั่งของ ถนนเทียมร่วมมิตร และ ฝั่งประชาอุทิศ24 (เหม่งจ๋าย) โดยรอบโครงการเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นแหล่ง Shopping อาทิเช่น Central rama 9, Esplanade, The Street ,ตลาด นัดรถไฟรัชดา, Fortune Town, Cyber World Tower, AIA Capital Center, G Land Tower รวมไปถึง Super tower ที่ในอนาคตจะมีการก่อสร้างขึ้นตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง



เพราะต้องการสร้างไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในแบบที่แตกต่าง  โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก  จึงออกแบบเพื่อสร้างปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน โครงการ Artisan Ratchada สร้างขึ้นภายใต้ Concept แบบ Mixed-use เป็นการผสมผสานระหว่างการอยู่อาศัย และ lifestyle แบ่งเป็น community mall ขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตารางเมตร จํานวน 3 ชั้น ประกอบด้วย supermarket ขนาดใหญ่ ร้านนอาหาร และร้านค้าต่างๆ เรียกได้ว่าที่เดียวจบครบทุกเรื่อง ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายเสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว

การบริการเป็นสิ่งที่ทางผู้บริหารได้ให้ความสําคัญและใส่ใจกับผู้อาศัยมาโดยตลอด โครงการ Artisan Ratchada มาพร้อมกับการบริการตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ด้วยประสบการณ์ทางด้านการบริการยาวนานถึง 25 ปี ทั้งนี้ยังมีระบบ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทําให้หมดปัญหากังวลใจ ยิ่งไปกว่านั้นเพียงผู้พักอาศัยดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น “phoenix system” ก็สามารถเรียกใช้บริการต่างๆภายในโครงการได้ อาทิเช่น การเรียก ซ่อมบํารุง บริการส่งอาหาร ทําความสะอาด เรียกแท็กซี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังสามารถตรวจเช็คผู้มาเยี่ยมเยือนได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น เช่น เมื่อมี เพื่อนหรือญาติคนสนิทมาหา ผู้อาศัยจะสามารถดูจอผ่านแอปพลิเคชั่น ได้ จากนั้นหากอนุญาตให้เข้ามา ก็กดตกลงหรือหากไม่อนุญาต สามารถกดปฏิเสธได้เช่นกัน โดยที่ลูกบ้านไม่จําเป็นต้องเสียเวลาเดินลงไปเพื่อเปิดประตู ทั้งนี้ยังสามารถป้องกันพวกมิจฉาชีพได้เป็นอย่างดี

ภายในโครงการได้นําเทคโนโลยีที่ลํ้าสมัยมาใช้ในระบบรักษาความ ปลอดภัย โดยในประเทศไทยยังไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง โดยมีระบบความปลอดภัยและอํานวย ความสะดวกให้กับลูกบ้านได้อย่างดีเยี่ยม อาทิเช่น ระบบการสแกนป้าย ทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติด้วยระบบจดจําอัจฉริยะ ระบบเปิดประตูล็อบบี้ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าห้องพัก

ในส่วนพื้นที่บริเวณชั้น 4 ของโครงการจะมีสิ่งอํานวยความสะดวกใน ด้านต่างๆ อาทิเช่น Fitness ขนาดใหญ่ ห้องโยคะ ห้องอบไอน้ำ ห้อง เซาว์น่า สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ และยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังมีพื้นที่สำหรับเด็ก และสนามเด็กเล่นทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมไปถึงห้องสมุด มุมนั่งเล่น และ Wi-Fi บริเวณรอบโครงการ

โครงการ Artisan Ratchada ตั้งอยู่บน ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวางทำเลใจกลาง New CBD ขนาดพื้นที่ 8.2 ไร่ ซึ่งตัวโครงการจะมีทั้งหมด 4 อาคารๆละ 34 ชั้น จำนวน 1,337 ยูนิต โดยภายใน พื้นที่จะมี Community mall ขนาดพื้นที่มากกว่า 6,000 ตารางเมตร มีทั้งหมด 3 ชั้น ในส่วนของที่จอดรถจะมีทั้งหมด 6 ชั้นครึ่ง เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2560 และคาดว่า
จะแล้วเสร็จ ในปี 2563

ครั้งแรก! ในประเทศไทย พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่าง มาตรฐานการก่อสร้างระดับโลก Showcase เทคโนโลยีการก่อสร้าง “Artisan Experience Hall”
ลงตัวในทุกฟังก์ชัน ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาด 28 ตารางเมตร(ตร.ม.) จนถึง 78 ตารางเมตร ณ Sale Gallery

ขอบคุณสถานที่ : โครงการ อาร์ติซาน คอนโด รัชดาภิเษก ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพฯ

Home

เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113

เลสโต คอนโด แต่งครบใกล้สถานีสำโรง

เปิดกลยุทธ์บิลท์ แลนด์ ปี 61 รุกขาย “เลสโต” คอนโดแต่งครบใกล้สถานีสำโรง มั่นใจโกยยอดขายทะลุเป้าพันล้าน สร้างความเชื่อมั่นมุ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 62

Lesto Condo Sukhumvit 113 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ดึงดูดสายตาผู้พัฒนาโครงการรายต่างๆเข้ามาเก็บแลนด์แบงก์ในพื้นที่ทำเลนี้คือการใกล้เปิดบริการของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสถานี สำโรง – ปู่เจ้าสมิงพราย และเป็นจุดต่อรถไฟฟ้ากับสายสีเหลืองในอนาคต

บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยความสำเร็จจากการเติบโตต่อเนื่อง เปิดแถลงกลยุทธ์รุกตลาดอสังหาฯ ปี 2561 มั่นใจโกยรายได้สูงกว่า 1,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมยื่นไฟล์ลิ่งนำบริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ช่วงไตรมาส 4 เร่งปิดการขายห้องชุดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ แต่งครบ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113” สถานีสำโรง จัดงาน OPEN HOUSE 19-20 พ.ค.นี้ พบโปรโมชั่นสุดคุ้ม ฟรีทุกค่าใช้จ่ายในวันโอน หรือฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.45 ล้านบาท

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2561 มีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากมีปัจจัยที่ดีขึ้นทั้งจากการส่งออก การท่องเที่ยว อัตราดอกเบี้ยทรงตัวค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ภาครัฐยังมีการลงทุนโครงการด้านสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณที่ดีของภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น และเริ่มกลับเข้าสู่การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันชาวต่างชาติหันมาซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะราคายังถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับราคาในประเทศของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง คอนโดมิเนียมที่ยังได้รับความสนใจอยู่จะเป็นบริเวณแนวรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดินทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและส่วนต่อขยาย ในขณะที่กำลังซื้อที่ดินของผู้ประกอบการที่จะนำมาพัฒนาโครงการยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนร่วมกับคนไทยในการประกอบธุรกิจคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ส่งผลให้ราคาที่ดินดิบมีราคาสูงต่อเนื่อง ทำให้ในอนาคตราคาคอนโดมิเนียมจะมีราคาสูงเพิ่มขึ้นตาม ตลาดก็จะมีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะต้องหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่รองรับกำลังซื้อของคนต่างชาติ

โครงการ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  สถานีสำโรง เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 786 ยูนิต

สำหรับโครงการล่าสุดของ  บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน)  คือ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  สถานีสำโรง เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จแล้ว  แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ บนเนื้อที่ 7 ไร่เศษ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 786 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,000  ล้านบาท ซึ่งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ห่างจาก BTS สถานีสำโรงเพียง 400 เมตร และในอนาคตสถานีนี้จะเป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อเพื่อเปลี่ยนไปสายสีเหลืองที่วิ่งไปทาง รัชดา – ลาดพร้าว ได้ด้วย”

ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ของ  บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่มีมากว่า 10 ปี และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการปิดขายโครงการต่างๆ ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นในปี 2561 บริษัทจึงตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2560 โดยบริษัทเน้นที่อัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น เนื่องจากโครงการต่างๆ ที่มีอยู่นั้น บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาขายไปแล้ว 5-10% โดยเฉพาะโครงการห้องชุด ซึ่งอยู่ในแนวรถไฟฟ้า เช่น โครงการ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113” สถานีสำโรง ซึ่งเป็นย่านชุมชนที่ยังมีความต้องการที่พัก อาศัยค่อนข้างสูง โดยเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าเงินสูงสุดในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย และเป็นคอนโดมิเนียมเพียงไม่กี่แห่งที่มีรถไฟฟ้าผ่านถึง 2 เส้นทาง (สายสีเขียวและสายสีเหลือง) เพื่อความสะดวกในการเลือกเดินทาง หรือกรณีใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนสุขุมวิท หรือทางด่วนเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในได้สะดวกเช่นกัน

นอกจากนี้ นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) ยังมีเป้าหมายที่จะนำ “บิลท์ แลนด์” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2562 เพื่อรองรับแผนการขยายการลงทุนในอนาคต

สำหรับแผนการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ “บิลท์ แลนด์” นั้น บริษัทฯ จะเพิ่มทุนอีกจำนวน 100 ล้านหุ้น เพื่อขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ส่วนราคาเสนอขายก็จะต้องรอปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินก่อน ปัจจุบันธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรได้สูง เนื่องจากเรามีความเชี่ยวชาญในการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มองขาดในเรื่องทำเล คุณภาพของงานก่อสร้าง ครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการหลังการขายที่มีบริษัท บิลท์ ฮาร์ท จำกัด ช่วยในการบริการลูกค้า จัดการบริหารอาคารนิติบุคคล คอยรองรับการบริหารห้องชุดให้ลูกค้าในกรณีที่มีความต้องการขายต่อหรือให้เช่า รวมทั้งรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของเราเป็นอย่างดี

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับโครงการในอนาคตจะเน้นไปที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวสูง
เป็นหลักที่ระดับราคา 2-5 ล้านบาท เพื่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้ชีวิตอิสระ ปลอดภัย สะดวกสบายในการดูแลรักษา และง่ายต่อการเดินทาง ส่วนแผนการร่วมทุนบริษัทข้ามชาตินั้น บริษัทยังเปิดกว้างอยู่ตลอด ที่ผ่านมาได้มีหลายบริษัทในประเทศเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสนับสนุนการขยายตลาดไปสู่ลูกค้าต่างชาติมากขึ้น โดยในการพิจารณาผู้ร่วมทุนนั้น บริษัทให้น้ำหนักเรื่องเม็ดเงินลงทุนและแนวทางการทำงานร่วมกันว่าสามารถร่วมกันได้หรือไม่เป็นหลัก ส่วนในเรื่องเทคโนโลยีหรือโนว์ฮาวต่างๆ นั้นเป็นเรื่องรองลงมา” นายชัยรัตน์ กล่าว

บริษัท บิลท์ แลนด์ จํากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2552 เพื่อดําเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล รวมถึงแนวรถไฟฟ้า เน้นการออกแบบที่อยู่อาศัยตามความต้องการพื้นฐานเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจํากัดได้อย่างคุ้มค่า โดยผลงานที่ผ่านมา ประกอบด้วย

· ปี 2552 – เปิดตัวโครงการแรก คือ The Tempo ร่วมฤดี มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท

· ปี 2553 – เปิดตัวโครงการ The Tempo พหลโยธิน มูลค่าโครงการ 395 ล้านบาท

· ปี 2554 – เปิดตัวโครงการ The Tempo รัชดา มูลค่าโครงการ 312 ล้านบาท และ The Tempo M ติวานนท์ มูลค่าโครงการ 295 ล้านบาท

· ปี 2555 – เปิดตัวโครงการแนวราบ โครงการแรก Tempo Town รัตนาธิเบศร์-ไทรม้า มูลค่าโครงการ 136 ล้านบาท

· ปี 2556 – เปิดตัวโครงการตึกสูง Tempo Grand สาทร-วุฒากาศ มูลค่าโครงการ 2,690 ล้านบาท

· ปี 2557 – เปิดตัวโครงการ Tempo One รามคำแหง-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท

· ปี 2558 – เปิดตัวโครงการ Tempo Quad สะพานใหม่ มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท

· ปี 2559 – เปิดตัวโครงการ The Ritmo ชัยพฤกษ์-วงแหวน มูลค่าโครงการ 1000 ล้านบาท และโครงการ Lesto Condo สุขุมวิท 113 มูลค่าโครงการ 1068 ล้านบาท

บริษัท บิลท์ ฮาร์ท จํากัด  เปิดขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการรองรับการบริการหลังการขายของ บริษัท บิลท์ แลนด์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์หลักในเรื่องของผลกำไร แต่ช่วยในการบริการลูกค้า ในการจัดการบริหารอาคารนิติบุคคล และคอยรองรับการบริหารห้องชุดให้ลูกค้าในกรณีที่มีความต้องการขายต่อ หรือให้เช่า พร้อมกันนี้บริษัท บิลท์ ฮาร์ท เองก็จะทําการศึกษาข้อมูลทางการตลาดจากสภาวะแวดล้อมจริง พร้อมกับประเมินความเสี่ยง ปัจจัยต่างที่จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนําข้อมูลส่งต่อให้กับกลุ่มบริษัทฯ เพื่อใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาบริษัทและผลิตภัณฑ์ต่อไป

โครงการ “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  สถานีสำโรง เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 786 ยูนิต ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 3,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย Triple Club คลับเฮ้าส์ 3 ชั้น หน้าโครงการ ไว้ให้พักผ่อนหรือรองรับเพื่อนฝูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาว ไม่ว่าจะเป็น Fitness Room, Swimming Pool, Yoga Fly, Play Room, Movie Room, BBQ Deck, Library Room, Co-Working Space พร้อมสวนขนาดใหญ่รายล้อมโครงการ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทุกอาคาร สามารถตอบโจทย์ความสุขของการอยู่อาศัยได้อย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ ในวันเสาร์ที่ 19  และวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม นี้   “บิลท์ แลนด์”  จะจัดงาน “LESTO OPEN HOUSE” ในธีม “รวมร้านเด็ดย่านสำโรง” เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมชมห้องชุด  แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.45 ล้านบาท พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดคูล และชิมอาหารจานเด็ดแนะนำจาก Wongnai

สำหรับผู้ที่จองในวันงาน
เลือกฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายในวันโอน หรือ ฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังฟรี! วอลล์เปเปอร์ทุกยูนิต ฟรี! เครื่องปรับอากาศ 15,000 บีทียู และเครื่องทำน้ำอุ่น และในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561

ช่วงระหว่างเวลา 16.00-17.00 น. ร่วมสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจาก
“ป๊อป-ปองกูล” ณ TRIPLE CLUB คลับเฮ้าส์ 3 ชั้น หน้าโครงการ
“เลสโต คอนโด”

เว็บไซต์โครงการ: builtland.co.th/lestocondo

 

 

Tommy Tang สุดยอดเชฟเซเลบฯ ระดับตำนานของดาราฮอลลีวู้ด

เจ้าของตำราการทำอาหารชื่อว่า
“อาหารไทยยุคใหม่”

สัปดาห์นี้ ขอชวนแฟนๆ รายการ  เชฟทัวร์ ครัวติดดิน Street  Chefs  มารู้จักและ พูดคุยกับเชฟอาหารไทย ขวัญใจฮอลลีวูด Tommy Tang (ทอมมี่ แทง) รายการน้องใหม่ “เชฟทัวร์ ครัวติดดิน Street Chefs”  เป็นรายการที่จะพาไปเฟ้นหาร้านอร่อยสุดๆ  ค้นหาวัตถุดิบสุดเด็ดประจำท้องถิ่นนั้นๆ แล้วนำมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่จานพิเศษ  ด้วยฝีมือของเชฟทอมมี่ Tommy Tang หนึ่งในผู้บุกเบิกที่ทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จัก นิยมในอเมริกา และทั่วโลก  ตั้งแต่เด็กจนโต จากการเดินทางไปเสี่ยงโชคที่ประเทศอเมริกา

Tommy Tang เริ่มด้วยการเป็นผู้จัดการวงดนตรีร็อก และ  Music Producer และมาเริ่มชอบทำอาหารมาตั้งแต่เริ่มงานในตำแหน่ง  ผู้จัดการร้านและเป็นเชฟร้านอาหารไทย ความสนใจในอาหารรสเลิศที่เพิ่มมากขึ้น กำลังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมนี้ ทำให้บรรดาเชฟท้องถิ่นก็เรียนรู้เพิ่มขึ้นจากร้านอาหารในต่างประเทศ โดยใช้เวลาแค่เพียง 1 ปี แต่ในที่สุด Tommy Tang ได้ค้นพบว่าคำตอบสำหรับชีวิตที่แท้ของเขานั่นคืออาหาร ด้วยความสามารถและเป็นเอกลักษณ์ของ Chef Tommy Tang   อาหารไทยก็เป็นที่รู้จัก และนิยม โดยมีเหล่า Celebrities คนดัง ระดับฮอลลีวูด ติดใจกับอาหารไทยที่ Chef Tommy Tang ปรุง เช่น Jackson Browne, Earth Wind and Fire, Queen, Orson Wells, Cher, Tom Cruise, Robin Williams, Billy Crystal

Tommy Tang ทำงานและเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยในราวปี
คริสศตวรรษที่ 70  จบการศึกษาที่วิทยาลัยพาลอสเวอดี้ในรัฐแคลิอร์เนียภาคใต้ ประสบการณ์จากการได้รางวัลไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในอเมริกา

-ผู้จัดการวงดนตรีร็อคและผู้อำนวยการผลิตงานเพลง

-ผู้บุกเบิกร้านอาหารและชอปปิ้งบนถนนเมลโรส ปี1986

-เจ้าของและเป็นเชฟทำอาหารที่ร้านอาหารไทย ชื่อร้านTommy Tang
ในเมืองเวสท์ฮอลลีวูด และ ที่นิวยอร์ค ดาราและผู้มีชื่อเสียง เช่น  แจ็กสันบราวน์วงดนตรีเอิร์ธวินด์แอนด์ไฟร์  วงดนตรีควีนวงดนตรีโรลลิ่งสโตนนักแสดงออร์สันเวลส์นักแสดงอย่างแฮริสันฟอร์ดโรเบิร์ทเดอนิโรทอมครูซโรบินวิลเลี่ยมส์บิลลี่คริสตัลเดวิดเลตเตอร์แมนมาเป็นลูกค้าขาประจำ และชื่นชอบอาหารไทยที่ร้านมาก

-เขียนตำราการทำอาหารชื่อว่า “อาหารไทยยุคใหม่” ได้พิมพ์ออกจำหน่ายในปี1991หนังสือเล่มนี้  ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือที่ให้ความกระจ่างของศิลปะในการเตรียมอาหารไทยยุคใหม่

Tommy Tang (ทอมมี่ แทง) รายการน้องใหม่ เชฟทัวร์ ครัวติดดิน Street Chefs

ในที่สุดได้มีการพิมพ์จำหน่ายซ้ำ รวมทั้งหมดแปดครั้งด้วยกัน ใน ปี 1995  สถานีโทรทัศน์ของ PBS USA ได้เชิญ คุณทอมมี่ ทำรายการการทำอาหาร การท่องเที่ยวรายการ TOMMY TANG’S   EASY THAI COOKING  จนกระทั่งรายการฮิตติดอันดับหนึ่งหลายปีติดกัน

Tommy Tang เชฟไทยที่โด่งดัง ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการทำรายการทีวีผ่าน PBS อเมริกาประเภทรายการการทำอาหารและการท่องเที่ยวที่ชื่อ  Tommy Tang – Easy Thai Cooking และTommy Tang- Let’s Get Cooking ทางสถานีโทรทัศน์ PBS อเมริกาแคนาดา  ด้วยเรตติ้งสูงสุดหลายปีติดต่อกัน

Tommy Tang (ทอมมี่ แทง) เชฟอาหารไทย ขวัญใจฮอลลีวูด

การเดินทางมาครั้งนี้  เพื่อถ่ายทำรายการ เชฟทัวร์ครัวติดดิน Street Chefs  ทีวีในประเทศไทยเป็นครั้งแรกของ รายการ เชฟทัวร์ ครัวติดดิน Street Chefs ทางช่อง 7 สี  รายการที่เฟ้นหา สุดยอดร้านอร่อย และค้นหาสุดวัตถุดิบคุณภาพดีจากทั่วประเทศ แต่ละชนิดเป็นวัตถุดิบเด็ดประจำท้องถิ่นนั้นๆ  โดย เชฟอาหารไทย ขวัญใจฮอลลีวูด นำมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่จานพิเศษ  ทั้งขั้นตอนการปรุงที่มีเทคนิคการจัดเตรียม ตั้งมีด เขียงแต่ละชนิดที่ใช้เตรียมอาหารก่อนปรุง จนจบขั้นตอนเป็นเมนูสุดยอดของแต่ละร้าน

เชฟทัวร์ครัวติดดิน Street Chefs   โดยมี  หนุ่มอนุวัต  และ ปุ้ม  เปรมสุดา
ทำหน้าที่พิธีกร  ทุกวันจันทร์ และ อังคารออกอากาศ เวลา 13.00 น.
ทางช่อง 7 สี

ดีป้า โชว์สุดยอด 5 ผลงาน จากผู้เชี่ยวชาญด้านวีอาร์ของเมืองไทย

จัดแสดงผลงานผู้สร้างฝีมือคนไทย
ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

เทคโนโลยี Virtual Reality  ที่กำลังน่าจับตามองในปัจจุบันสำหรับใครหลายคนคงไม่พ้นเทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR เทคโนโลยีวีอาร์จากผู้สร้างฝีมือคนไทย  เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล  ให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ดีป้า  เดินหน้าต่อเนื่อง  สร้างคนพันธุ์ดิจิทัลภายใน 5 ปี  เทคโนโลยีวีอาร์ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่ออุตสาหกรรมหลายแขนง ทั้งในประเทศและระดับสากล เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน  วงการดิจิทัลไทย ให้ก้าวหน้าเติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาดหลักทรัพย์ การแพทย์ การซื้อขาย การท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ หรือการผลักดันจินตนาการณ์ต่างๆ ให้กว้างออกไปมากที่สุดจากขีดจำกัดเดิมๆ เป็นโอกาสอันดีสำหรับคนรุ่นใหม่ ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก และมีการสนับสนุนที่หลากหลาย เราอยากจะให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการดีๆ แบบโครงการ VR Inventors

VR คือคำตอบที่ตอบโจทย์ในทุกๆสิ่ง โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีวีอาร์ที่ทวีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นต่ออุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับสากล ให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนวงการดิจิทัลไทยให้ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จัดแสดงผลงานวีอาร์ของนักพัฒนาคนรุ่นใหม่จาก โครงการ VR Inventors เพื่อผลิตนักพัฒนาโปรแกรมและเนื้อหาโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) หลังผ่านการบ่มเพาะมายาวนานกว่า 2 เดือน พร้อมโปรแกรมศึกษาดูงาน ณ กรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ อีก 1 เดือนเต็ม ภายใต้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนคัดเลือกเหลือสุดยอด 5 ผลงาน ได้แก่ M72LAW Simulator วีอาร์จำลองการใช้งานเครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง , Falling Down เกมการศึกษา  ชั้นเปลือกโลกและธรณีวิทยา ผ่านการนั่งยานแสนสนุกลงใต้พิภพ , What the Tower? วีอาร์เกมแข่งต่อกล่องขึ้นไปให้สูงที่สุดภายใต้เวลาอันจำกัด , Music Band VR พัฒนาศักยภาพด้านสมองด้วยการฟังเสียงดนตรี เสริมสร้างทักษะการฟังเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด , Land of Smiles  วีอาร์   โดยนำเสนอสถาปัตยกรรมไทย ความน่ากลัวของผีไทย และ ไสยศาสตร์ไทย โดยทั้งหมดจัดแสดง ณ บูท VR Inventors รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การ
ค้าสยามพารากอน วันก่อน

นายนรสิทธิ์ ยอขันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล กล่าวว่า
“อรรถประโยชน์ของวีอาร์มีมากมาย เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ สถานการณ์หรือสถานที่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราก็สร้างวีอาร์ขึ้นมาจำลองสถานการณ์ขึ้นมา รวมไปถึงใช้วีอาร์เพื่อการฝึกฝนและสร้างความรู้ความเข้าใจในเหตุการณ์หรือทฤษฎีต่างๆ ที่มีความซับซ้อนให้เข้าใจได้
ง่ายยิ่งขึ้น

ดีป้าเล็งเห็นว่า วีอาร์เป็นเทคโนโลยีที่กำลังมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โครงการนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการสนับสนุนจากรัฐและเอกชนด้าน VR อย่างเต็มที่ แม้แต่คนที่ไม่ได้สนใจโครงการก็อยากให้ลองศึกษาดูเพราะเป็นเทคโนโลยีใกล้ตัวและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจดิจิทัล จึงเห็นว่าควรเพิ่มจำนวนนักพัฒนาวีอาร์ และผลักดันให้นักพัฒนาวีอาร์ในประเทศไทยของเราสามารถก้าวขึ้นเทียบเท่านักพัฒนาวีอาร์ระดับโลกต่อไปได้ ทั้งนี้ ดีป้ามั่นใจว่า การพัฒนาบุคลากรและสร้างคนด้านดิจิทัล ในระยะสั้นต้องเร่งผลักดันให้เห็นผลภายใน 5 ปี เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

นายจัตุพร รักไทยเจริญชีพ กราฟฟิค ดีไซน์เนอร์ VR M72LAW Simulator กล่าวว่า “M72LAW Simulator ที่ทีมเราพัฒนานี้เป็นวีอาร์จำลองการใช้งานเครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถังไปยังเป้าหมายเพื่อประหยัดงบประมาณในการฝึก และให้ผู้ฝึกได้รับประสบการณ์แบบไร้ขีดจำกัด โดยจำลองโลกเสมือนจริงในทุกๆ การกระทำและทุกๆ สภาวะ ไม่จำกัดกระสุน อุปกรณ์ในรูปแบบต่างๆ เราได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารโดยตรง  มาช่วยแนะนำรูปแบบการผลิต ให้สอดคล้องกับการนำไปใช้งานได้จริงในองค์กรทางทหาร หลังจากเสร็จสิ้นโครงการนี้วางแผนพัฒนาต่อยอดให้การฝึก
ทางยุทธวิถีเต็มรูปแบบมากขึ้น”

นายจิระพัฒน์   เต็มเปี่ยม  โปรแกรมเมอร์  VR Land of Smiles  กล่าวว่า
“ตั้งใจนำเสนอสถาปัตยกรรมไทย ความน่ากลัวของผีไทย และไสยศาสตร์ไทย แต่ยังคงความสนุกของเกมยิงแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยมีจุดเด่นคือ การใช้อาวุธไสยศาสตร์และมี Mission ที่เพิ่มความสามารถของผู้เล่นได้ ข้อดีที่ได้รับจากโครงการนี้คือ การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอธิบายให้เข้าใจ ออกแบบเกมได้เป็นระบบและเข้าที่มากขึ้น การจูนให้พอดีและสนุก ซึ่งมันมีหลายส่วนมาก ถ้าอะไรมากเกินไปนิดนึงเสียสมดุลไปก็จะไม่สนุกครับ”

นางสาวประยุดา อนาพร กราฟฟิค ดีไซน์เนอร์ VR Music Band VR กล่าวถึงแนวคิดที่พัฒนาวีอาร์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านสมองด้วยการฟังเสียงดนตรี เสริมสร้างทักษะการฟังเสียงของเครื่องดนตรีนี้ว่า “วีอาร์นี้เปรียบเสมือนเพลย์กราวด์ของผู้เรียน เป็นเหมือนเครื่องมือให้ได้ทดลองผสมเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะการฟังเสียงดนตรีแต่ละชนิด นอกเหนือจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ และแยกแยะเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดได้ และยังสามารถทำแบบทดสอบเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจด้านดนตรีได้อีกด้วย”

นายศรัณย์ รัตนกุลวรานนท์ โปรแกรมเมอร์ VR Falling Down กล่าวว่า “Falling Down คือเกมการศึกษาเกี่ยวกับชั้นเปลือกโลก และธรณีวิทยาสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี ผ่านประสบการณ์นั่งยานแสนสนุกลงใต้พิภพ ในรูปแบบเสมือนจริง พร้อมตื่นตาไปกับสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมแสนสวยงาม อีกทั้งภายในเกม ผู้เล่นยังสามารถสนุกสนานไปกับการตามล่าสิ่งของพิเศษที่รอให้สะสมอีกด้วย ภายในเกมผู้เล่นจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชั้นเปลือกโลกภาคพื้นทวีป ชั้นเมนทัลและแก่นโลก นอกจากนี้ผู้เล่นยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต หินแร่ และฟอสซิลที่มีอยู่ในชั้นต่างๆ เช่น ปลาปักเป้า ปลาจาละเม็ด สาหร่าย ปะการัง หินอัคนี ฟอสซิลทีเร็กซ์ และอื่นๆ อีกมากมาย”

นายสุภชัย ชูสิทธิ์ โปรแกรมเมอร์ VR What ‘s the! ? Tower กล่าวว่า
“What ‘s the! ? Tower เป็นวีอาร์ที่มีแนวคิดต้นกำเนิดมาจากเกมกระดาน โดยต่อกล่องขึ้นไปให้สูงที่สุด โดยการจำกัดเวลา และใช้ความสูงที่ผู้เล่นทำได้มาเป็นเกณฑ์การให้คะแนน ผู้เล่นจะพบความท้าทายและประหลาดใจ ที่จะช่วยส่งเสริมอารณ์ในขณะเล่นเกม หลังจากนี้วางแผนจะต่อยอดโครงการโดยนำไปพัฒนาต่อให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และเตรียมนำวีอาร์ขึ้นแอพสโตร์ให้ผู้สนใจทุกคนดาวน์โหลดมาเล่นได้จริง”

สถานที่ บูท VR Inventors รอยัล พารากอน ฮอลล์
ศูนย์การค้าสยามพารากอน
รายละเอียดโครงการ  www.VRInventors.depa.or.th