Category Archives: Lifestyle

มอนท์เอซัวร์ จับมือ แอคคอร์ เปิดตัว “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” แห่งแรกในไทยบนเกาะภูเก็ต

โรงแรมระดับโลกสู่ “มอนท์เอซัวร์”
โครงการแลนด์มาร์คซูเปอร์ไฮเอนด์ขนาด 454 ไร่


MontAzure โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต

“มอนท์เอซัวร์” (MontAzure) โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต เปิดตัว “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” (MontAzure Lakeside) โครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ มูลค่า 2,000 พันล้านบาท พร้อมจับมือ “แอคคอร์” (Accor) และแบรนด์โรงแรมห้าดาวในเครือ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” (MGallery Residences) มาเป็นผู้บริหารงานภายใต้คอนเซ็ปต์โรงแรมและเรสซิเดนซ์

“M” ใน MGallery สื่อถึง “Memorable” (ประสบการณ์ที่น่าจดจำ) และ “Magical” (น่ามหัศจรรย์) ซึ่งผู้เข้าพักที่มาเยือนจะได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทาง ณ จุดหมายปลายทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศตามถนนหนทาง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงได้รื่นรมย์กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง…

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” (MGallery Residences, MontAzure Lakeside) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของโครงการมอนท์เอซัวร์ (Heart of MontAzure) แวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติจากเชิงเขาสู่ชายหาดกมลา เชื่อมต่อการใช้ชีวิตอันเป็นส่วนตัวภายในห้องชุดกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างลงตัว ตัวโครงการสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ ประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย ทะเลสาบและสวนภูมิทัศน์ที่คงไว้ตามธรรมชาติ ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำกับรูปแบบวันพักผ่อนในบรรยากาศและกลิ่นอายของลมทะเล กับผืนทรายขาวละเอียดของหาดกมลาท่ามกลางทิวเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ พร้อมเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตราฐานสากลและการบริการระดับโรงแรมห้าดาวแบบครบวงจร

โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซค์ ประกอบด้วยห้องชุดขนาดกว้างขวางรวม 236 ยูนิต ในแบบสตูดิโอ (Studio) และ 1 ห้องนอน (One Bedroom) ภายในตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนองค์ประกอบตามธรรมชาติของเกาะภูเก็ต เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะของโครงการ ลูกค้าสามารถเลือกวิวทะเลสาบ วิวภูเขาหรือวิวทะเล ผ่านหน้าต่างและระเบียงขนาดใหญ่ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ต้องการห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อห้องชุดเพื่อสร้างห้องขนาดใหญ่อีกด้วย

นอกจากนั้น ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ เจ้าของห้องชุดจะได้รับบริการระดับพรีเมียม และสิทธิประโยชน์จากโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลกในเครือแอคคอร์ ในฐานะสมาชิกระดับวีไอพีอีกด้วย

ภายในโครงการฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตราฐานโรงแรมห้าดาวอย่างเอ็มแกลเลอรี ไม่ว่าจะเป็นศาลาพักผ่อน ลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง ห้องโยคะ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งยังรองรับลูกค้าที่มาพักผ่อนพร้อมครอบครัว ด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 สระ สระว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกาย (lap pool) สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มพร้อมสระว่ายน้ำเด็ก และคลับสำหรับคุณหนู ๆ นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหาร ที่ให้บริการตลอด
วัน (all-day dining) บาร์เครื่องดื่มที่สระน้ำ (Pool bar) ห้องฟิตเนส และ
คลับเฮาส์

เจ้าของห้องชุดสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ยังได้รับบริการสุดพิเศษในแบบฉบับ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์ กล่าวว่า “ด้วยสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา และทำเลที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ทั้งยังได้ “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์”หนึ่งใน พรีเมี่ยมแบรนด์ของ แอคคอร์ มาเป็นทีมบริหาร ทำให้เรามั่นใจว่า “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” เป็นโครงการที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนทั้งในด้านการบริการและผลตอบแทนในอนาคตอย่างแน่นอน”

ด้าน มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์ กล่าวว่า “โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซด์ นับเป็นโอกาสที่ลงตัวในการเปิดตัว “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” ครั้งแรกในประเทศไทย โดย “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่เน้นการนำเสนอเรื่องราวและความงดงามของสถานที่นั้น ๆ ซึ่งโครงการมอนเอซัวร์มีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและเงียบสงบ สะท้อนเสน่ห์ของเกาะภูเก็ตได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่า การร่วมมือของ เอ็มแกลลอรี กับ มอนท์เอซัวร์ จะสร้างประสบการณ์อันเป็นที่จดจำให้แก่ผู้เข้าพัก และยกระดับคุณภาพที่อยู่อาศัยในภูเก็ตให้เหนือระดับยิ่งขึ้น”

มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์

ทั้งนี้ โครงการมอนท์เอซัวร์ อาณาจักรมิกซ์ยูสมูลค่ากว่าหมื่นห้าพันล้าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 454 ไร่ บนหาดกมลา ประกอบไปด้วย ที่พักส่วนตัวระดับลักซัวรี่ คอนโดมิเนียมริมทะเล รีสอร์ตระดับ 5 ดาว ไลฟ์สไตล์มอลล์ และศูนย์สุภาพ รวมถึงร้านอาหารและบีชคลับบนชายหาดมลา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับอีกมากมาย โดยมอนท์เอซัวร์ได้รับรางวัลระดับภูมิภาครวมถึง “Best Mixed-Use DevelopmentThailand” จากเวที Asia Property Awards อีกด้วย

เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์ นับเป็นแบรนด์โรงแรมระดับไฮเอนด์ล่าสุดที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับมอนท์เอซัวร์ หลังจาก คาเฟ่เดลมาร์ (Cafe del Mar) ทวินปาล์ม เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ (Twinpalms Residences MontAzure) และ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท (InterContinental Phuket Resort) ซึ่งมีกำหนดจะเปิดในปีนี้ ผู้พักอาศัยที่ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” สามารถเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารและบีชคลับบนหาดกมลาที่อยู่ภายในโครงการมอนท์เอซัวร์ ลูกค้าสามารถเดินหรือใช้บริการรถรับ-ส่งฟรีไปยังชายหาดได้อีกด้วย

เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Accor Ownership Benefits Program ในสถานะ “VVIP” และได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกแพลตตินั่มของ Le Club AccorHotels พร้อมส่วนลด 20% และอัพเกรดห้องพักสำหรับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์”
ราคาเริ่มต้น 7.2 ล้านบาท มีกรรมสิทธิ์ถือครองแบบสมบูรณ์ (Freehold)
พร้อมการบริหารในรูปแบบโรงแรมสำหรับนักลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม
www.montazure.com
อีเมล sales@montazure.com หรือโทร +66 93 624 8800

สรุปบทสัมภาษณ์ของ ทวีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร TK Palace

วันนี้….หากใครก้าวเข้าไปยังโรงแรม ทีเค พาเลซ จะสัมผัสได้ถึงโฉมใหม่ของสถานที่แห่งนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า เรื่องราวของผู้ชายชื่อทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม ประธานกรรมการบริหาร ทีเค. จุดเริ่มต้นจาก ความตั้งใจที่ต้องการพัฒนาทำให้ โรงแรม ที.เคใหญ่ขึ้น และเป็นหนึ่งในกิจการโรงแรมที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดใน ย่านแจ้งวัฒนะ พร้อมให้บริการ

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม (พี่อูฐ) เริ่มเล่าให้ฟังว่า “… ย้อนหลังไป 3 ปีที่แล้ว จนถึงในปัจจุบัน จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ ทีเค. โดยมองเรื่องของวิสัยทัศน์ก่อนว่า วันนี้ การทำธุรกิจอะไรก็ตาม ต้องไม่มีอะไรเหมือนกัน ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อสร้างจุดขายจองคนเอง ทำเอาเจ้าของปลื้มปริ่ม

ผู้ชายคนนี้มีเบื้องหลังแนวคิดการทำธุรกิจอย่างไร?
จุดเริ่มต้นในธุรกิจนี้ วิสัยทัศน์ของผม มีเพียงแค่การอยู่รอด และช่วงสามปีต่อจากนี้ไป เราคิดกันว่า น่าจะมีโรงแรมที่ไม่เหมือนคนอื่น เน้นเรื่องของ Green hotel เราลงทุน กับการปลูกต้นไม้ทั้งหมด 10 กว่าล้านบาท และนำสถาปนิก ปรับเปลี่ยนดีไซน์ทุกส่วนในพื้นที่ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น ล็อบบี้ ห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ต้นไม้ พรม วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องพัก ปรับเปลี่ยนใหม่ให้มีความทันสมัย

ผมคาดหวังว่า โรงแรมเราจะกลายเป็นหนึ่งในกิจการ โรงแรมที่ดีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ขณะเดียวกัน มีเพื่อนที่คอยสนับสนุนและพร้อมจะลงทุนไปด้วยกัน โดยการร่วมทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อนที่พูดถึงคือ นิ่มซี่เส็ง ซึ่งประกอบธุรกิจมาสามสิบกว่าปี ผมโชคดีที่มีนายทุนเป็นเพื่อนสนิท ให้แบบไม่มีข้อแม้ เหมือนเป็นเพื่อนและเป็นผู้ที่มีพระคุณกับโรงแรมของเรา”

การทำธุรกิจโรงแรมในวันนี้ ต้องมีวิสัยทัศน์ มองหลายมิติ โรงแรมมีลักษณะผสมผสาน เพื่อให้มาตรฐานสากล โรงแรมส่วนมากคนมีทุนสูง มีเงินเยอะเป็นเจ้าของ โดยจ้าง GM เข้ามาบริหาร เขาก็จะบอกกับ GM ว่า จะต้องทำยอดให้ได้สมมติเดือนละ 30 ล้าน ทีนี้ GM กับลูกน้อง Relation ไม่ค่อยมี GM ต้องปั้นเงินให้ได้ เพื่อนำพาตัวเองให้รอด การทำงานไปกดดันกับลูกน้อง ลูกน้องก็อยู่ยาก และลาออกในที่สุด สำหรับที่ ทีเค เจ้าของจะยืนอยู่เคียงข้างคู่กับลูกน้องเสมอ เพราะผมเชื่อว่าในอนาคตเราจะเติบใหญ่ขึ้น และโตกว่านี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน

แนวคิดการบริหารโรงแรมหลังผุดอาคารหรู
คุณทวีศักดิ์ เล่าว่า “…เราสร้างอาคารใหม่โดยกลุ่มเป้าหมาย ผมมองว่าถนนแจ้งวัฒนะเป็นย่านคนรวย แต่จะพบว่าที่ถนนแห่งนี้ ไม่มีโรงแรมระดับที่ว่าเข้ามาแล้วประทับใจ สำหรับเรา ผลตอบรับคือลูกค้าค่อนข้างพอใจพร้อมสัมผัสลุคใหม่กับทีเค บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้พักผ่อนควบคู่ไปกับการทำงาน ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น การประชุมหรือสัมมนา สามารถดำเนินธุรกิจ จนประสบความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมของสังคมไทย

ด้วยพื้นที่ใช้สอย และในอนาคต จะใช้นโยบายการสร้างความแตกต่างเรื่อยๆ …คัดเกรดลูกค้า และสร้างแรงจูงใจ รวมถึงงานดีไซน์ที่ถูกออกแบบตกแต่งมาอย่างดี อย่างล็อบบี้ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของโรงแรมทีเค ถามว่าเหนื่อยมั๊ยกับการลงทุน ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ทุกวันนี้พอใจกับกระแสตอบรับของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะเลือกได้ว่า…จะรับลูกค้ากลุ่มไหน?

ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย 60% ที่เหลือ คือต่างชาติและแขกที่เป็นเอเย่นต์ คอร์เปอร์เรท ณ วันนี้ ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้ไม่ cover เงินกู้ มองแบบนักเศรษฐศาสตร์ที่มองสองทาง ทั้ง direct และ indirect ไดเรคคือ ทางตรง และอินไดเรค ที่จะมาจากรถไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดทางให้ลูกค้าเข้ามา ….นี่คือเป้าหมาย”

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม (พี่อูฐ)

ภายใน 3 ปี โรงแรมต้องขายตัวเอง 50% ขึ้นไป รายได้เดือนหนึ่งสุมมติ 30 ล้าน โรงแรมต้องขายตัวเองได้ 20 ล้าน นอกนั้นเซลล์ขาย ถ้าทำได้จะสบายในระยะยาว การที่เราจะบริหารจัดการไปได้ ต้องอยู่ที่สินค้าอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้วบอกต่อ วันนี้มีการพัฒนาเรื่องของอาหาร มี F&B ช่วย จะบริการเพียงห้องพักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประชุมสัมมนา จึงจะถึงเป้า 30 ล้านใน 3 ปีข้างหน้า

อย่าไรก็ดี ด้วยพื้นที่ใช้สอย ตระหง่านบนพื้นที่ 30ไร่ ริมถนนแจ้งวัฒนะ โรงแรมใช้พื้นที่เต็มจำนวนทั้งหมด โดยในปัจจุบัน ราคาซื้อขายกัน 500,000 บาท 10 ไร่ 2,000 ล้าน เลยหนี้ ในแต่ละวันแอคทีฟเก็บเงินได้
ทุกวัน ถือเป็นทรัพย์แอคทีฟ ทำให้มีมูลค่าทางธุรกิจสูงและทรัพย์สิน ซึ่งผมเป็นหนี้ 1,500 ล้านบาท จะผ่อนไป 3-40 ปีมั๊ย? สมกับความตั้งใจและโดยฝีมือของสถาปนิก ภายใต้แนวคิดที่ผสมผสานธรรมชาติ มนุษย์ ด้วยเหตุผลโรงแรมของเรามีพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เรามีจุดแข็งที่จะแข่งขันกับโรงแรมในเมืองที่มีพื้นที่น้อย


ดังนั้น ในยุคนี้ งานบริการ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ผมจะเน้นเรื่องเพื้นที่
สีเขียว สวนสวยเป็นเรื่องสำคัญ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเริ่มเห็นภาพลักษณ์ใหม่ เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรม สีเขียวโดดเด่น ส่วนด้านใน Lobby โดยเฉพาะส่วนของคอฟฟี่ช็อปในปัจจุบัน ถูกปรับให้เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท พร้อมประดับตกแต่งสวนสวยสีเขียว มีระเบียงไม้สุดชิค และที่สำคัญ มีการผสมผสานกันระหว่างอาคารสมัยใหม่อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของธุรกิจโรงแรม ส่วนสำคัญที่สุด คือ งานบริการ ซึ่งนั่นหมายถึง บุคลากรของโรงแรม ซึ่งผู้บริหารโรงแรมทีเคฯ กล่าวถึงปัญหาและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลเช่นกัน คุณทวีศักดิ์ กล่าวว่า “วันนี้เหมือนกับการก้าวกระโดด โรงแรมเราไปถึง 5 ดาว แต่บุคลากรยังตามไม่ทัน ซึ่งในเวลานี้่ แม้กระทั่งเจ้าของยังตามไม่ทัน บางครั้งนอนตื่นมายังคิดว่าฝันไปรึเปล่า!

สิ่งที่ดีที่สุด คือเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลาการ ทุกสิ่งทุกอย่างเติบโตไปถึงจุดหนึ่ง แต่ถ้าบุคลากรของเรายังช้า ต้องมีการอบรมและพัฒนาการทำงาน การปรับตัวให้ทันยุคสมัย เพราะวัฒนธรรมของโรงแรมเราคือต้องการให้พนักงาน win win กับเราด้วย ทุกคนไม่ได้ทำงานเพราะเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่พนักงานทุกท่านทำด้วยสปิริต ซึ่งโรงแรมมีการดูแลด้านสวัสดิการอย่างเต็มที่ มีงบห้าล้านเป็นสวัสดิการของพนักงาน อีกทั้งเงินเดือนจะพิจารณาปรับขึ้นตลอด เพราะเจ้าของไม่ได้หวังวันนี้ เจ้าของหวังอีกสามปี เพราะการไม่ได้หวัง พนักงานช่วยเต็มร้อย การทำงานในปัจจุบันมีไลน์กลุ่มกับลูกน้องทั้งหมด จะดูเสมอว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมได้ประสบการณ์มากมายจากการทำงานร่วมกับพนักงานตรงนี้ ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้ร่วมงานที่มีความหลากหลาย ได้ศึกษาคนและอารมณ์ของคน รวมไปถึงการฝึกคนหรือพนักงานบริการให้มีความอดทน รักในงานบริการ ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน และสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมให้น่าอยู่

ผู้บริหาร ทีเค พาเลซ กล่าวถึง แนวนโยบายด้านการตลาดว่า แนวทางการทำตลาดในลักษณะของไลฟ์สไตล์ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การใช้ช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ที่ผ่านมา ในเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่พีคที่สุดถึง1,200 ห้อง/ไนท์ ซึ่งมาจากการปรับเรื่องข้อมูลออนไลน์และช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1,500 รูมไนท์ ข้อดีของการขายออนไลน์คือขายห้องอย่างเดียวไม่ต้องกังวลถึงเรื่อง เบรกฟาสต์

โรงแรมตั้งมา 25 ปีแล้ว ผมทำงานตั้งแต่ปี 2 สมัยเรียน ม.เกษตร จนจบเศรษฐศาสตร์และจบ MBA ม.เกษตร เช่นกัน วัคซีนค่อนข้างแข็งแรง มีปัญหาเข้ามาก็พร้อมที่รับมือ

การทำงานทุกอย่าง หากเราทำด้วยใจก็จะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด โดยเฉพาะงานด้านบริการจะต้องคำนึงถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราจะต้องบริการลูกค้าอย่างที่เราคาดหวังว่าเราจะได้รับการบริการเช่นเดียวกัน….ทำธุรกิจอะไรก็ตามต้องต่อยอดไปได้หรือไม่ อยู่ที่การคิด การใช้สมอง และอย่าคิดระยะสั้น ต้องมองระยะยาวไม่ใช่การขายไปวันๆ ธุรกิจโรงแรมต้องเข้ามาคลุกคลีจึงจะเห็นปัญหา แต่เรากลับสนุกกับปัญหาได้อยู่กับลูกค้า ชินกันคุ้นเคยกันไปหมด อยู่กันแบบสบายๆ แต่ละเดือนวันนี้ลูกค้าอยู่ที่ 80 % ถือว่าถึงจุดที่โอเคแล้ว

“อยากบอกว่า ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวอย่างมหาศาล เพื่อรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”

ทุกวันนี้ เงินหายากไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน พฤติกรรมต้องเปลี่ยนให้ทัน ต้องคิดว่าเทคโนโลยีเข้ามาแล้วจะแก้กับมันอย่างไร ไม่ใช่พอเทคโนโลยีเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองไม่เอาแล้วไม่ได้” คุณทวีศักดิ์ กล่าวท้ายสุด

สถานที่ : โรงแรม TK.Palace Hotel & Convention
ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ
ที่อยู่: 54/7 ถนน แจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้อง เขต หลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์: 02 574 1588

แผนที่คลิ๊ก
https://goo.gl/maps/8mCDCoZ7GZQgPzP5A


ระดมทุน ซื้อเครื่องมือแพทย์ห้อง ICU รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19

พุทธศาสนิกชนแห่ร่วมบุญ ระดมทุน ซื้อเครื่องมือแพทย์ห้อง ICU รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่19

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ลานชมวิวสวนรุกขชาติ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ โดยโครงการมหายานเพื่อการสงเคราะห์ (อโรคยามหายาน) ร่วมกับวัดธรรมปัญญารามบางม่วง โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 โครงการธรรมะในสวน สถานีวิทยุ โทรทัศน์ธรรมาธิปไตย และเครือข่ายประชาชน ร่วมจัดพิธีทักษิณานุปทานอุทิศให้กับบรรพบุรุษ ตอบแทนคุณแผ่นดิน และทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ประจำห้อง ICU

โดยมีพระเทพเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (ธรรมยุติ) พระคณานัมธรรมเมธาจารย์ เจ้าคณะใหญ่ อนัมนิกายแห่งประเทศไทย พระราชวิสุทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (มหานิกาย) องสรภาณอนัมพจน์ เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ องสภาณมธุรส ปลัดขวาคณะสงฆ์อนัมนิกาย เจ้าอาวาส วัดถาวรวราราม กาญจนบุรีร่วมงาน โดยมีนายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวักาญจนบุรีเป็นประธานเปิดงาน มีหน่วยงานข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ร่วมบุญในครั้งนี้อย่างล้นหลาม อาทิ พลเอก ธนเดช เหลืองทองคำ , พล. ต. จิโรจน์ แสนทิตย์ , พ.ท. (ญ)วีรวัลย์ นะอ่อน ,คุณขนิษฐา เกียรติพชรพล , คุณธีระพงษ์ ทรงคาศรี , คุณธนากร ศิริสวัสดิ์วงษ์ , คุณกุมรินทรา พานโคตรทูล , คุณสรวิศ สุนทรวิศรุต , คุณกนิษฐา พราหมณ์สเน่ห์

พลเอก ธนเดช เหลืองทองคำ , พล. ต. จิโรจน์ แสนทิตย์ , พ.ท. (ญ)วีรวัลย์ นะอ่อน ,คุณขนิษฐา เกียรติพชรพล , คุณธีระพงษ์ ทรงคาศรี , คุณธนากร ศิริสวัสดิ์วงษ์ , คุณกุมรินทรา พานโคตรทูล , คุณสรวิศ สุนทรวิศรุต , คุณกนิษฐา พราหมณ์สเน่ห์

โดยยอดจากการระดมทุนในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 4,244,506.50 บาท (สี่ล้านสองแสนสี่หมื่นสี่พันห้าร้อยหกบาทห้าสิบสตางค์)โดยมอบให้กับ พระเทพเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (ธ) และส่งมอบให้กับ นพ.สมชาย ไวทิตานันท์ ผอ. รพ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ปฏิบัติการฉุกเฉินห้อง ICU ต่อไป

องสรภาณอนัมพจน์ เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ กล่าวถึงที่มาของการจัดระดมทุนในครั้งนี้ว่า
“สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2555 โดยพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (อดีตเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย แห่งประเทศไทยรูปที่ 11 ได้นำคณะพุทธศาสนิกชนร่วมมอบพระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (จำลอง) “

เพื่อประดิษฐาน ณ โรงพยาบาลท่าม่วง (ชื่อเดิม) อีกทั้งได้นำจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาล และ
โรงพยาบาลดังกล่าว

ในปี 2543 ได้รับงบประมาณขยายเป็น รพ. ขนาด 120 เตียง และได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกให้ก่อสร้างอาคาร “สกลมหาสังฆปริณายก” ปี 2556 ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19พระราชทานนาม โรงพยาบาล จากเดิม โรงพยาบาลท่าม่วง เป็น โรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19

ปัจจุบัน เป็น รพ. ชุมชนแม่ข่าย M2 ขนาด 120 เตียง รองรับบริการประชาชนใน อำเภอท่าม่วงและอำเภอใกล้เคียง รับการส่งต่อจาก รพสต .ในเครือข่าย และ รพ.ใกล้เคียงในจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยจำนวนผู้ป่วย ที่เพิ่มสูงขึ้นและอัตรากำลังเรื่องเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

อาทิ เครื่องมือช่วยหายใจ อุปกรณ์ประจำเตียงผู้ป่วย และอื่น ๆ ยังขาดแคลนอีกจำนวนมาก ทางโรงพยาบาลจึงได้มีมติในการระดมทุนผ่านสื่อ วิทยุและโทรทัศน์ โดยมอบหมายอาตมา เป็นผู้ดำเนินการจัดหาทุน เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลไว้เป็นกองทุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์โดยเฉพาะ ห้อง ICU ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ ”

เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง กล่าวต่อว่า “ในวันนี้ เจตนาเพื่อพาญาติโยมสร้างห้องไอซียูถวายให้กับรพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ตอนนี้ตึกสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์หลัก วันนี้เราได้ระดมไปส่วนหนึ่ง ยังเหลืออีกส่วนหนึ่ง ต้องการจำนวนสิบเตียง

ซึ่งตอนนี้ยังไม่ครบ ก็อยากให้ญาติโยมทุกท่านได้มีส่วนร่วม หลังจากนี้สามารถบริจาคกับรพ.โดยตรง หากแม้นผ่านมา ที่รพ.ขอให้ท่านได้แวะมาบริจาคด้วยตัวเองได้เลย ขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ได้ร่วมอนุโมทนาบุญร่วมกันและขอให้ประสบสำเร็จเพื่อให้สมพระเกียรติถวายเป็นสังฆบูชาแก่องค์สมเด็จพระสังฆราช สกลสังคปรินายก สังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”

ด้าน นพ.สมชาย ไวทิตานันท์ ผอ. รพ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เปิดเผยว่า “สำหรับเตียงที่ใช้ในห้องไอซียู 1 เตียงใช้งบประมาณ 1.5 ล้านบาท เริ่มแรกทางโรงพยาบาลเปิดสี่เตียงซึ่งต้องใช้งบ 6 ล้านบาท ปกติรพ. ชุมชนจะไม่มีเตียงไอซียู แต่รพ.สมเด็จพระสังฆราช เปิดเตียงไอซียู เพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอท่าม่วงและระแวกใกล้เคียงเข้ามารับบริการได้ในรพ. เพื่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือโคม่า”

“ขอบคุณ ผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาคทอดผ้าป่าในวันนี้ เงินที่ได้รับจะนำไปเปิดเตียงไอซียู แต่ทอดผ้าป่าในวันนี้ยังไม่เพียงพอที่จะเปิดเตียงไอซียูสี่เตียง ซึ่งสี่เตียงต้องใช้เงินประมาณหกล้านบาท ที่ได้ในวันนี้คือ สี่ล้านกว่าบาท
ยังขาดอีกล้านกว่าบาท หากท่านใดมีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่โรงพยาบาลโดยตรง” ผอ.รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 กล่าวในตอนท้าย

Nimo TV ถ่ายทอดการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ PUBG Lite

กรุงเทพ, ประเทศไทย – 30 มีนาคม 2562 – Nimo TV แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเกมออนไลน์แถวหน้าของโลกประกาศว่าจะทำการถ่ายทอดสดทัวร์นาเม้นท์มือสมัครเล่นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของการแข่งขัน PUBG Lite ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเกม PUBG Lite ทั่วประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์สุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ โดย Nimo TV เชื่อมั่นว่าทัวร์นาเม้นท์นี้ จะเป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้ชมสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ของ Nimo TV ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการเล่นเกมของพวกเขา ผ่านการเล่นเกมและรับชมการถ่ายทอดสดทัวร์นาเม้นท์ PUBG Lite ออนไลน์บนแพลตฟอร์มของ Nimo TV

โดยการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ PUBG Lite ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม 2562 และวันที่ 4 เมษายน 2562 จะมีทีมผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งหมดวันละ 20 ทีม ซึ่งแต่ละทีม จะมีสมาชิกได้มากสุดถึง 4 คน ตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันประลองฝีมือ เพื่อคว้าเอาเงินรางวัลรวม 240,000 บาท! ที่ทางทัวร์นาเม้นท์ จะมอบให้กับทีมผู้ชนะทุกวัน อีกทั้งทีมผู้ชนะในแต่ละวัน จะยังได้มีโอกาสประชันฝีมือในงาน PUBG Lite showdown SEA อีกด้วย

ผู้ชมสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ของ Nimo TV และเหล่าแฟนๆของเกมเมอร์ สามารถรับชมสตรีมมิ่งการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ PUBG Lite ในครั้งนี้ได้ผ่านทาง http://bit.ly/NimoTVpubglite ในวันที่ 28 มีนาคม 2562 และวันที่ 4 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 19:00 นาฬิกาเป็นต้นไป

ใครๆ ก็เป็นสตรีมเมอร์ตัวท็อปได้ ที่ Nimo TV!

กรุงเทพมหานคร, 28 มีนาคม 2562 – Nimo TV (นีโม่ ทีวี) หนึ่งในผู้นำด้านไลฟ์สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ ที่กำลังได้รับแรงผลักดันอย่างรวดเร็วจากเหล่านักเล่นเกมที่เป็นที่รู้จักของชาวไทย ซึ่งพวกเขาได้เลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับ Nimo TV เพื่อให้ได้เป็นดาราดังในวงการเกม เนื่องจากพวกเขาพบว่าที่ Nimo TV ให้ความคุ้มค่ามากกว่าที่อื่น

หนึ่งในสตรีมเมอร์ตัวท็อปของ Nimo TV อย่าง CGGG หรือ เต๋า ได้สรุปทักษะที่จำเป็น ในการเป็นสตรีมเมอร์ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ โดย เต๋าบอกว่า อย่างแรกเลยคือการมีทักษะในการสื่อสารที่ดีเยี่ยม ผู้ที่อยากจะประสบความสำเร็จและไปได้ไกลจำเป็นจะต้องชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมและทำให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมไปด้วย อย่างที่สองคือ จำเป็นจะต้องมีความกล้าและแตกต่าง แต่ก็ยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และสตรีมเมอร์ที่ดีจะต้องรู้จักไล่ล่าหาโอกาสและใช้ประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุด

“เวลาที่เราสตรีม เราจำเป็นจะต้องเข้าถึงกลุ่มผู้ชมของเราและให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องมีการปรับแต่งเนื้อหาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คนดูมีความสุขและมีส่วนร่วมกับเรา คนดูหลักๆ ของเราก็คือกลุ่มเด็กๆ ซึ่งพวกเด็กเขาจะไม่ค่อยแน่นอนและเบื่อง่าย” CGGG กล่าว
“ส่วนเรื่องฝีมือการเล่นเกมที่จริงๆ แล้วแค่ในระดับกลางๆ ก็เพียงพอแล้วที่จะก้าวจะมาเป็นสตรีมเมอร์บน Nimo TV แต่ก็จะถือว่าเป็นโบนัสสุดๆ หากคุณเล่นอยู่ในระดับที่เก่ง และที่ Nimo TV ก็มีการทำการโปรโมทแพลตฟอร์มของเขาอยู่เสมอๆ เพื่อช่วยให้เราได้ผู้ชมจำนวนมากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุที่ผมชอบมากที่สุด” CGGG อธิบายเสริม

แนนนิ หรือ BNxNANNII เสริมว่า “เมื่อตอนที่แนนเริ่มสตรีม ก็ยังไม่ค่อยมีคนมากเท่าไหร่ แต่แนนก็ไม่เคยยอมแพ้ค่ะ แนนคิดว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเป็นท็อปสตรีมเมอร์บน Nimo TV ก็คือเราต้องสตรีมบ่อยๆ และทำให้เป็นกิจวัตรเราจึงจะได้ผู้ชมที่มากขึ้น เมื่อเราได้กลุ่มผู้ชมเราจำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมกับแฟนๆ ของเรา และเพิ่มความตื่นเต้นน่าสนใจเพื่อให้พวกเขาคอยติดตามเรา แนนรู้สึกชอบมากกับสิ่งที่แนนได้รับจาก Nimo TV แนนคิดว่า ถ้าหากแนนทำได้ คนอื่นๆ ก็สามารถทำได้ค่ะ โดยเฉพาะ Nimo TV ที่มีเครื่องมือช่วยเหลือสตรีมเมอร์มากมาย และสามารถสตรีมผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายดาย ทำให้เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา”

Udie (ยูดาย) อีกหนึ่งสตรีมเมอร์ตัวท็อปของ Nimo TV ด้วยยอดผู้ติดตามมากกว่า 113,000 คน อธิบายว่า “เพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับ Nimo TV เพ้อให้ฟังเกี่ยวกับฟังชันก์ต่างๆ เยอะแยะบน Nimo TV ซึ่งฟังชันก์โปรดของผมก็คือการสุ่มแจกรางวัลให้กับคนดู เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาติดตามเรา รวมถึงฟังก์ชั่นการแชทเพื่อให้เราสามารถแชทสดๆ กับพวกเขาแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้สตรีมเมอร์และผู้ติดตามได้มีส่วนร่วมกันมากขึ้น และก็เป็นสูตรสำเร็จที่จะช่วยให้เราก้าวขึ้นสู่อันดับสูงสุดได้อย่างง่ายดาย บน Nimo TV”
บทสรุปในด้านบวกของการเล่นเกมและการสตรีมเกมออนไลน์ ถ้าหากคุณเก่งและรู้วิธีการสตรีมด้วยทักษะที่เต็มเปี่ยม คุณสามารถสร้างรายได้และเปลี่ยนเป็นอาชีพหลักที่แท้จริง และมีชื่อเสียงจากการทำสิ่งที่คุณรักมากที่สุดได้ ซึ่งที่ Nimo TV คือแพลตฟอร์มในอุดมคติที่รองรับและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทั้งผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเกม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและเป็นสตรีมเมอร์ได้ที่ www.nimo.tv.

เกี่ยวกับนีโม่ทีวี
“Nimo TV” คือผู้นำด้านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ระดับสากลที่เหล่าเกมเมอร์หลายล้านคนทั่วโลก ใช้เป็นช่องทางในการเล่นเกมและสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ ทั้งยังถือเป็นชุมชนที่เกมเมอร์ ผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง และแฟนคลับผู้รับชมเกมออนไลน์ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ผ่านการใช้เทคโนโลยีโต้ตอบระดับสูงที่จะทำให้ผู้ใช้บริการได้มีโอกาสเข้าถึงการแข่งขันและทัวร์นาเม้นท์อีสปอร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีพ ทั้งยังทำให้ผู้ใช้บริการได้มีโอกาสเข้าถึงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ตัวท็อปของภูมิภาค แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งล่าสุด ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ตัวท็อปที่ว่า ก็ได้เซ็นสัญญาในข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์การสตรีมมิ่งเกมออนไลน์ กับ “Nimo TV” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

มหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
“ยูบีเอ็ม เอเชีย” พร้อมเปิดตลาดความงาม “ASEANbeauty 2019”
จุดประกายความงาม : โอกาสของธุรกิจความงามไทยในตลาดโลก

บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตลาดความงามอาเซียน จัดงานแสดงสินค้าความงาม และสุขภาพ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด “ASEANbeauty 2019” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา ที่จะจุดประกายความงาม พร้อมเปิดโอกาสของธุรกิจความงามไทยได้แสดงศักยภาพสู่ตลาดโลก พร้อมต่อยอดธุรกิจเติบโตสู่ตลาดสากล ผ่านโปรแกรม “จับคู่ธุรกิจ” และเป็นเวทีแสดงสินค้าของผู้ประกอบการกว่า 350 ราย ที่ขนนวัตกรรมด้านความงาม และสุขภาพ ตอกย้ำภาพมหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

มร.เอ็ม กันดิ กรรมการผู้จัดการกลุ่ม (ธุรกิจอาเซียน) บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า ยูบีเอ็มเตรียมต่อยอดความสำเร็จงานแสดงสินค้าความงามและสุขภาพ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “ASEANbeauty 2019” หรือ “อาเซียน บิวตี้ 2019”
ในระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพ ศูนย์กลางตลาดความงามในประเทศไทย และอาเซียน บนพื้นที่ 9,600 ตารางเมตร ภายในฮอลล์ 103-104 โดยงานนี้ถือเป็นมหกรรมรวมเทรนด์ความงามจากทั่วทุกมุมโลก มาไว้ในที่เดียว งานนี้ถือโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงสินค้าความงามใหม่ ๆ ให้โลกได้เห็น

มร.เอ็ม กันดิ กรรมการผู้จัดการกลุ่ม (ธุรกิจอาเซียน) บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย จำกัด

นอกจากนี้ในงานยังถือเป็นเวทีสำคัญที่บรรดานักธุรกิจด้านความงามจะได้มาพบกัน ผ่านโปรแกรม “จับคู่ธุรกิจ”เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการ ผ่านการพบปะพูดคุยกับผู้ซื้อที่มีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก โดยเมื่อปี 2018 โปรแกรมนี้ถือว่าได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะมีการจับคู่ธุรกิจกว่า 3,200 คน หรือราว 1 ใน 3 ของจำนวนผู้เข้าชมงาน และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 9,000 ราย จาก 60 ประเทศทั่วโลก โดยในงานมีการจัดบูธแสดงนวัตกรรมความงามกว่า 350 ราย ที่รวบรวมมาจากทั่วโลก อีกทั้งยังได้พบกับความรู้จากโปรแกรมสัมมนา และเวิร์คช็อปจากบรรดากูรูความงามชั้นนำโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดทั้งงาน

สำหรับงาน “อาเซียน บิวตี้ 2019” นับเป็นครั้งที่ 5 ของการจัดงาน ซึ่งจะมีผู้ประกอบการจากทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชียเข้ามานำเสนอสินค้าและธุรกิจของตนเองมากกว่า 350 ราย จาก 20 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2561 มีผู้ประกอบการ 250 ราย โดยส่วนใหญ่ยังเป็นนักธุรกิจภายในประเทศ 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% มาจากต่างประเทศ อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ อเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส เป็นต้น คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ราย

งาน ASEANbeauty 2019 ในปีนี้ มีประเภทของนวัตกรรมและสินค้าด้านความงามที่เข้าร่วมงาน ครอบคลุมครบทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ซาลอน, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์สปา, OEM/ODM, บรรจุภัณฑ์, ส่วนผสมเครื่องสำอาง, บริการความงามครบวงจร, อุปกรณ์ด้านความงาม, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งเล็บ รวบไปถึงบรรดาผู้ประกอบด้านความงามที่เข้าร่วมงานหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้ง ผู้ค้าส่ง, ผู้ผลิตรายใหญ่, Makeup Artists, ผู้ประกอบการโรงแรม-สปา, โรงเรียนสอนแต่งหน้า-ทำผม ฯลฯ

นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

ทางด้าน นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมข้อมูลงานว่า จากความสำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้เราจัดงาน “ASEANbeauty 2019” ขึ้นอีกครั้ง โดยในปีนี้จะมี
ผู้ประกอบการด้านความงามชั้นนำจากทั้งในอาเซียนและทั่วโลก เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก

ซึ่งจากการที่ตลาดเครื่องสำอางได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เราได้วางแผนรองรับผู้เข้าร่วมงานที่คาดว่าจะมีมากกว่า 10,000 คน ด้วยสินค้าและบริการใหม่ล่าสุดครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ จัดแสดงผ่านบูธสินค้าความงามและสุขภาพจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 350 บูธ พร้อมผู้ซื้อที่มีคุณภาพรวม 50 ประเทศ แบ่งเป็น 50% ผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน อินเดีย สิงคโปร์ เบลเยี่ยม และ ฮังการี โดยในครั้งนี้ บริษัทฯ ในฐานะผู้จัดงาน ต้องการตอกย้ำภาพมหกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอีกครั้ง ด้วยการต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของธุรกิจความงามอาเซียนและสากล รวมถึงตั้งเป้าพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมความงามอาเซียนให้ก้าวไปสู่ระดับเอเชียและระดับโลกต่อไป


นอกเหนือจากจะเป็นเวทีสำคัญของผู้ประกอบการความงามสากลแล้ว “ASEANbeauty 2019” ยังถือเป็นเวทียกระดับความรู้ที่สำคัญจากกิจกรรมมากมายในงาน อาทิ การสัมมนาให้ความรู้เรื่องเครื่องสำอางและการดูแลสุขภาพ, การสาธิตคุณสมบัติและการใช้สินค้าบนเวที รวมถึงสินค้านวัตกรรมล่าสุดเกี่ยวกับความงามและสุขภาพในโซน ASEANhealth and wellness รวมไปถึงความรู้ด้านการตลาดเครื่องสำอาง อาทิ การสร้างแบรนด์, กฎระเบียบและขั้นตอนการส่งออกสินค้าด้านความงามและสุขภาพ รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ผู้ประกอบการและผู้เยี่ยมชมงานอย่างแท้จริง

นางสาวอนุชนา วิชเวช กล่าวต่อไปว่า ทางด้านภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามมีแนวโน้มมาแรงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและบุคลิกภาพของตนเอง หรือมีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่การมีภาพลักษณ์ที่ดีภายนอก ในปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดสุขภาพและความงามมีมูลค่า 2.5 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตปีละ 7.6% แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 1.7 แสนล้านบาท และส่งออกอีก 8 หมื่นล้านบาท โดยการส่งออกตลาดหลักจะยังเป็นอาเซียน และประเทศเอเชียอื่น ได้แก่ ญี่ปุ่น และจีน นางสาวอนุชนา วิชเวช กล่าวสรุปในตอนท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถจองตั๋วการบินไทย (TG) เข้างานล่วงหน้าได้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.aseanbeautyshow.com

เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้า ต่อมาใส่รหัส Event Code ที่ได้รับจากการลงทะเบียนเข้าชมงาน “ASEANbeauty 2019” ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaiairways.com/mice หน้าการบินไทยกับธุรกิจไมซ์ และสุดท้ายเพียงเลือกจองเที่ยวบินที่ต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้น สิทธินี้สามารถใช้กับผู้ที่เข้าร่วมงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมจัดแสดงงาน, ผู้เข้าชมงาน, วิทยากร หรือคณะกรรมการผู้จัดงาน และยังสามารถนำสิทธินี้ไปใช้กับการบินไทยในทุกที่นั่ง ตั้งแต่ชั้นประหยัด, ชั้นธุรกิจ รวมถึงชั้นหนึ่งด้วย

เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้า เข้างานล่วงหน้าได้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.aseanbeautyshow.com ต่อมาใส่รหัส Event Code ที่ได้
รับจากการลงทะเบียนเข้าชมงาน “ASEANbeauty 2019” ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaiairways.com/mice หน้าการบินไทยกับธุรกิจไมซ์ และสุดท้ายเพียงเลือกจองเที่ยวบินที่ต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้น สิทธินี้สามารถใช้กับผู้ที่เข้าร่วมงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมจัดแสดงงาน, ผู้เข้าชมงาน, วิทยากร หรือคณะกรรมการผู้จัดงาน และยังสามารถนำสิทธินี้ไปใช้กับการบินไทยในทุกที่นั่ง ตั้งแต่ชั้นประหยัด, ชั้นธุรกิจ รวมถึงชั้นหนึ่งด้วย

งาน “ASEANbeauty 2019”
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา ภายในฮอลล์ 103-104 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 19.00 น.
ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.aseanbeautyshow.com หรือ โทร. 02 036 0500

“หมอชลธิศ” เปิดเวทีหนุนศัลยกรรมแบบธรรมชาติ ชวนเซเลบแถวหน้า แชร์ไอเดีย “อยู่อย่างไรในยุค 4.0”

“หมอชลธิศ” ย้ำเมืองไทยคือผู้นำแห่งโลกศัลยกรรมความงาม เปิดเวที
MR. & MISS NATURAL BEAUTY & HANDSOME 2019 หนุนหนุ่มสาวไทยสวยใสแบบธรรมชาติ พร้อมจัดเสวนา TRP Exclusive Speaker 2019 แชร์แนวคิด “ปรัชญาการดำรงชีวิตในยุค 4.0” โดย “ดร.สมศักดิ์ ชลาชล”
เหล่าไฮโซ ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงแรม มิลเลเนียมฮิลตัน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมเจ้าของคลินิกศัลยกรรมความงาม “ธีรพรคลินิก” เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม TRP Exclusive Speaker 2019 เพื่อเชิญแขกผู้มีเกียรติที่ใช้บริการของธีรพรคลินิกมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ร่วมพบปะและแสดงถึงศักยภาพด้านการศัลยกรรมของแพทย์ไทย ที่ช่วยสร้างบุคลิกและความมั่นใจให้กับคนในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยงานนี้ได้เชิญช่างผมระดับแนวหน้าของเมืองไทย “ดร.สมศักดิ์ ชลาชล” มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และการปรับตัวเพื่ออยู่อย่างมีความสุข ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเซเลบริตี้ชื่อดัง “คุณวี มาร์” ไฮโซสาวอมตะที่ปรึกษาด้านการตลาดนิตยสาร Thailand Latler เข้าร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการดูแลตัวเองแบบสาวรุ่นใหญ่ที่ยังดูอ่อนวัย สดใสและมีความสุข

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ได้คิดว่าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการเป็นลูกค้าหรือคนไข้ แต่เป็นเหมือนญาติพี่น้องที่ผูกพันกันมานาน บางคนเรียกแม่ พ่อ พี่ น้อง ลูก อย่างคุณวี มาร์ สาวอมตะที่ใครมองแล้วก็ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ เพราะเธอมีการดูแลตัวเองที่ดีมาก ขณะที่คุณสมศักดิ์ ชลาชล ก็คือคนที่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ทั่งเรื่องความสวยความงาม และแง่คิดดีๆ ต่างๆ วันนี้เราจึงถือโอกาสนัดพบปะญาติพี่น้อง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีต่อกัน”

“คุณวี มาร์” ไฮโซสาวอมตะที่ปรึกษาด้านการตลาดนิตยสาร Thailand Latler

นพ.ชลธิศ กล่าวต่อว่า กิจกรรมการประกวด MR. & MISS NATURAL BEAUTY & HANDSOME 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เป็นการเฟ้นหาหนุ่มสาวที่มีความงามตามธรรมชาติ และไม่เคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน โดยหนุ่มสาวเหล่านี้ จะได้รับการดูแลทั้งด้านความสวยความและบุคลิกภาพ
เพื่อปูทางสู่เส้นทางในวงการบันเทิงและการประกวดในเวทีอื่นๆ ต่อไป รวมทั้งผู้ที่ได้รับรางวัล จะได้รับการศัลยกรรมจากธีรพรคลินิก เพื่อเสริมความงามให้เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาอีกระดับ แต่ยังอยู่ภายใต้แนวคิดความสวยแบบธรรมชาติ

กิจกรรมการประกวด MR. & MISS NATURAL BEAUTY & HANDSOME 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5

ด้านภาพรวมของธุรกิจศัลยกรรมความงามของประเทศไทย นพ. ชลธิศ กล่าวว่า ยังคงมีทิศทางที่ดี เพราะประเทศไทย ถือเป็นผู้นำในด้านศัลยกรรมความงาม มีคนมากมายจากทั่วโลกเข้ามาใช้บริการในเมืองไทย เช่นเดียวกับธีรพรการแพทย์ ซึ่งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า แนวโน้มของธุรกิจศัลยกรรมความงามของประเทศไทยจะยังคงก้าวหน้าต่อไป

ดร.สมศักดิ์ ชลาชล กูรูด้านเส้นผม

ด้าน ดร.สมศักดิ์ ชลาชล กูรูด้านเส้นผม เซเลบริตี้ระดับแนวหน้าของเมืองไทย กล่าวว่า คนในยุค 4.0 มีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนมนุษย์” หรือ Human Capital ที่ไม่ได้หมายถึงตัวเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นต้นทุนที่อาจจะมองไม่เห็น แต่ต้นทุนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสุข นำพาสู่ความสำเร็จให้กับคนในยุคนี้
ต้นทุนมนุษย์ของคนในยุค 4.0 ประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1.บุคลิกภาพจากภายในและภายนอก ทั้งการพัฒนาจิตใจให้ผ่องใส ลดเลิกจากตัณหาราคะหรือความโกรธเกลียด ซึ่งสามารถใช้แนวทางของพุทธศาสนาเป็นเครื่องขัดเกลา ส่วนบุคลิกภายนอก เป็นการสร้างให้ตัวเองดูดี ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม ผิวพรรณ หรือความงามด้านต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องดูดี 2.การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด เนื่องจากปัจจุบันมีช่องทางอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าคนในวัยใด ก็สามารถศึกษาความรู้ในเรื่องที่ตัวเองสนใจได้ และ 3.เทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุค Disruption ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป เช่น การซื้อขายออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องศึกษาเพื่อความรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่ก้าวไป ไม่เฉพาะคนรุ่นใหม่ แต่หมายถึงคนทุกวัย

องค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนในปัจจุบันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เช่น เรื่องของความงาม แต่เดิมคนไทยอาจมีค่านิยมว่าต้องสวยจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ใช่ว่าทุกคนจะมีธรรมชาติที่สร้างมาให้สวยงามดังใจ ดังนั้นการศัลยกรรมจากคุณหมอที่มีความน่าเชื่อถือ จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คนในปัจจุบันมีความมั่นใจและมีความสุข
“ต้นทุนมนุษย์ไม่ได้สร้างแค่ความสุขให้กับตัวเอง เพราะเป็นหนึ่งในหนทางของความสำเร็จ เราทราบดีว่า First Impression มีผลมากกับการใช้ชีวิต หากเรามีบุคลิกที่ดี มีการพูดจาดี แต่งตัวดี เสื้อผ้าหน้าผมชวนมอง ดูแล้วมันก็แฮปปี้ หากไปสมัครงานหรือคุยธุรกิจ มันก็สร้างความสุขที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ แต่หากคนที่ไม่ได้มีต้นทุนมนุษย์ที่ดีมาแต่เริ่ม ก็ต้องค้นหา หากยังสวยไม่พอ หรือมีจุดบกพร่อง ศัลยกรรมก็ช่วยได้ ”

เวทีเสวนาเป็นไปอย่างมีความสุข สนุกสนาน จากการแบ่งปันประสบการณ์ของเหล่าเซเลบริตี้ที่ได้ชื่อว่า มีต้นทุนมนุษย์ที่ดี นอกจากนั้น ในงานนี้ นพ.ชลธิศ ก็ได้แนะนำทีมแพทย์จากธีรพรคลินิก ที่เข้ามาเสริมศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ พร้อมทั้งแนะนำบุตรชาย “โจ ธนจักร สินรัชตานันท์ “ซึ่งเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาสืบสานให้ธีรพรคลินิก ยังคงเป็นคลินิกศัลยกรรมชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอีกต่อไป

นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ อดีตนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งเอเซียน

เกี่ยวกับ นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์
นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ อดีตนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งเอเซียน ผู้ก่อตั้งธีรพรคลินิก สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าศูนย์กลางแห่งอาเซียนในประเทศไทย ซึ่งเป็นเบื้องหลังผู้พัฒนาการวงการศัลยแพทย์ไทยสู่สากลจนเป็นที่รู้จักด้วยเทคนิคการทำตาสองชั้นที่ได้รับการยอมรับจากอดีตถึงปัจจุบัน พร้อมพัฒนาฝีมือในด้านการยกกระชับใบหน้าด้วยเทคนิค Face Lock & Face Lift โดยศัลยแพทย์จากนานาประเทศต่างยอมรับในฝีมือ อีกทั้งยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้เทคนิคในการทำศัลยกรรมสู่ศัลยแพทย์ทั่วโลก ด้วยประสบการณ์และความสามารถทางด้านการทำศัลยกรรมมามากกว่า 40 ปี

ปัจจุบันท่านได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์ไปสอนทั้งในยุโรปอเมริกาและ กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และจีน เป็นอาจารย์ ของคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จบการศึกษา แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนั้น คุณหมอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกตา

“กาย” จูงมือ “ฮารุ” ……..

“กาย” จูงมือ “ฮารุ” พาอัพหน้าใหม่เกาหลี
ณ “รพ.บาโนบากิ” เพิ่มรักหวาน

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวตัวอย่างที่รักยังหวานชื่น หยดย้อยเสียจริง แม้จะมีลูกสามแล้วก็ตาม สำหรับครอบครัวหนุ่ม “กาย รัชชานนท์” และสาว “ฮารุ สุประกอบ” ที่ล่าสุดคุณสามีกาย จูงมือสาวฮารุ อัพหน้าใหม่ ซึ่งข่าววงในอัพเดทว่างานนี้สาวฮารุ อัพเกรดหน้าใหม่ ตานิด จมูกหน่อย ณ โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ประเทศเกาหลีใต้ โดยหมอคิมฮักยอง หมอศัลยกรรมมืออาชีพ (คุณหมอที่คนเดิมที่เคยอัพดั้งใหม่ให้สาวกุ๊บกิ๊บ จนสวยปัง ปัง”
ผ่านมาแค่ 2 week ยังเป๊ะได้ขนาดนี้ ถ้าทุกอย่างเข้าที่จะปังได้ขนาดไหน..พิสูจน์ความสวยได้จากภาพโฉมใหม่ของสาวฮารุนะจ๊ะ บอกได้คำเดียวว่าสวยเว่อร์ สวยวัง กันเลยทีเดียว อิอิ #banobagithailand #บาโนบากิ #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

Oasis Spa Thailand สุขุมวิท 31

ธุรกิจสปาที่เชี่ยวชาญมาตรฐานสูง ที่นี่มีดีมากกว่าการทำสปา Oasis Spa ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

การนวด เป็นการศาสตร์บำบัดความเมื่อยล้า และช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายได้ดีทีเดียว ประโยชน์ของการนวดไทยคือช่วยให้คุณสุขภาพดี ผ่อนคลาย ทำให้หลอดเลือดขยาย การไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทและการทำงานของอวัยวะต่างๆ เมื่อยล้าจากการทำงาน จากสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน ดังนั้นต้องหาอะไรที่ผ่อนคลาย ส่งผลดีต่ออารมณ์และจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจเบิกบาน สดชื่นแจ่มใส นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มหรือรักษาความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการมีสุขภาพดีในระยะยาว

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสมาที่สปาหรูใจกลางกรุงเทพ ที่ Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ตั้งอยู่ในซอย (ซอยสวัสดี) สุขุมวิท 31 อยู่ใจกลางเมือง ร้านนวดและสปาแห่งนี้ บรรยากาศสวยมาก Tototravel หลงไหลและหลงรักตั้งแต่ก้าวแรกที่มีโอกาสมาเยือน อยากชวนมาหยุดเวลา ปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปอย่างไร้กังวัล ที่สำคัญร้านนวดและสปาที่เราแนะนำในวันนี้ ยังเป็นร้านนวดและสปาระดับหรู คุณภาพจัดเต็มสุดๆ ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

เกิดมาทั้งทีต้องได้ลอง เพราะการบำบัดศาสตร์ธรรมที่ทั้งผ่อนคลายและไม่เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ ภายใต้แบรนด์ OASIS SPA ร้านนวด และสปาที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและภูมิปัญญาแบบไทย Therapist ของที่นี่ได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ผ่านการเรียนรู้ ทั้งในด้านทฤษฎีและฝึกฝนด้านปฏิบัติ สร้างบุคลากร เทอราปิส (Therapist ) ที่ได้คุณภาพ สามารถให้บริการในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

เมื่อเปิดประตูเข้ามารู้สึกสดชื่นด้วยกลิ่นหอมๆ พร้อมเสียงเพลงคลอเบาๆ ผ่อนตลายที่สุด และพบกับ Spa Consultant มีให้กรอกใบ Confidential Health Assessment ตามด้วย Welcome Drink ที่นี่ เสริฟน้ำขิงอุ่นๆ ผลไม้ แคนตาลูปและแตงโม เสร็จแล้วทาง Spa Consultant จะสอบถามเรื่องสุขภาพ และน้ำหนักมือของการนวดตามโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ของวันนี้

Therapist สาวสวย พาเดินขึ้นสู่ห้อง Treatment ตามประเภทต่างๆ ที่ Oasis Spa มีห้องทั้งนวดเดี่ยว หรือ นวดแบบคู่รัก วันนี้ Totpotravel มากับเพื่อนสนิทขอเลือกแบบห้องคู่คะ ได้กลิ่นหอมของสมุนไพรไทยของลูกประคบ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนห้องสปาด้าน ในมีขนาดใหญ่และกว้างพอประมาณ มีแยกเป็น 2 เตียง สำหรับคู่รัก ห้องนี้มีการปรับอุณหภูมิ
ให้เหมาะกับการนวด ถ้าร้อนหรือเย็นไป สามารถแจ้งพนักงานให้ปรับได้ตามต้องการ ต่อจากนั้น อาบน้ำ-เปลี่ยนชุด เพื่อเตรียมรอการทำสปา โปรแกรม
King of Oasis Signature Massage

บรรยากาศบริเวณโดยรอบ โดยด้านใน เขียวขจีและร่มรื่น สบายๆ ผ่อนคลาย แฝงไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย โอมล้อมด้วยต้นไม้ แฝงความหรูหราเอาไว้ด้วยกัน สาวๆ คนไหนอยากนวดไทยคลายเส้นกับการบริการแบบ King of Oasis Signature Massage

โอเอซิสเป็นสปาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ การตกแต่งเน้นเรียบง่ายแบบเอเชีย ผสมผสานกับล้านนาไทย ภายในเน้นการตกแต่งแบบน้อยชิ้น เน้นสีขาวและสีเขียวที่ดูแล้วสะอาดตาอยากจัดเต็มทั้งนวดและสปาต้องโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ราคา 3,900 ++ / ท่าน)

การนวดเพื่อผ่อนคลายและการลดอาการอ่อนล้า อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเอกลักษณ์ได้พักผ่อนอย่างล้ำลึก อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โอเอซิสแตกต่างไปจากสปาที่อื่น ๆ คือ มีการโดยคิดค้นโปรแกรมนวดผสมผสานระหว่างศาสตร์ตะวันออกกับตะวันตก เน้นนวดเพื่อผ่อนคลายมากกว่ารักษา เช่น การนวดแบบสี่มือ และ การนวดด้วยน้ำมันลงทองคำบริสุทธิ์ มีความพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการผสานคุณค่าสมุนไพรไทยเข้าไปในทรีทเม้นท์เพื่อเพิ่มสรรพคุณในการผ่อนคลายและการบำรุงผิวพรรณ โดยปราศจากอาการแพ้ จนกลายเป็นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัวของ Oasis Spa

เป็นอีกหนึ่งวันสบายๆ โดยรวมแล้วที่นี่บรรยากาศดีมากๆ มีที่จอดรถ และมีบริการรถ-รับ-ส่ง ยังสถานี BTS เหมาะมาก สำหรับคนที่อยากพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทยค่ะ สำหรับบริการของที่นี่ เน้นสินค้าจากสมุนไพรบำรุงผิวกาย และอุปกรณ์อโรม่าทำหรับทำสปา มีความปลอดภัย
ต่อผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปจนถึงเครื่องหอมตกแต่งบ้าน

Oasis Spa นั้นเป็นร้านนวดสปาที่มีสาขาในกรุงเทพฯ หลายแห่งแถมแต่ละสาขาก็ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสุดๆ
ขอขอบคุณพี่เอิร์ธ PR Oasis Spa

Come away…relax…and indulge yourself at an Oasis Spa, Thailand’s most prestigious, yet casual, day spa with twelve locations in five destinations to serve you.

CHIANG MAI : 053-920-111
BANGKOK : 02-262-2122
PHUKET : 076-337-777
PATTAYA : 038-36 4070

เว็บไซต์ www.oasisspa.net

www.facebook.com/Oasisfanpage

Email: res@oasisspa.net

โอเอซิส สปา อยากไปมากที่สุดในเวลานี้

โอเอซิสสปา (ประเทศไทย)
ฉลองความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 16

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยแบบมีความลับอย่างดีที่สุดในประเทศไทย บรรยากาศ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ด้วยการเปิดให้บริการสาขาใหม่ “โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ” สาขาที่ 6 ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ (นิมมานฯ ซอย7) ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสุดชิคใจกลางเมืองเชียงใหม่

โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ เป็นสาขาที่ 14 ของโอเอซิสสปาในประเทศไทย ภายในอาคารทรงยุโรป โดดเด่นด้วยโทนสีแดงดำ ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเม้นท์แบบส่วนตัว จำนวน 8 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องรับรองลูกค้าที่กว้างขวางโล่งสบายเน้นให้ลูกค้าสัมผัสถึงความผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง.

“โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ”
พร้อมให้บริการแล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053 – 920 111
หรือ www.oasisspa.net