Category Archives: Lifestyle

บ้านชิดกรุง กุ้งเผาเตาถ่าน รสชาติไทยพื้นบ้านร่วมสมัย

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา บ้านไม้ริมน้ำเจ้าพระยาแบบโบราณ กลิ่นอายสองวัฒนธรรมไทยจีนรวมเป็นหนึ่ง แห่งอำเภอสามโคก มีดีกรีที่ความอร่อยต้นตำรับไทยพื้นบ้านแท้ๆ อยากชวนคุณมาลิ้มลอง

เมื่อบ้านชิดกรุง  ร้านอาหารไทย  ชวนมาปักหมุน เช็คอินทานของอร่อย ให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันในรูปแบบอาหารไทยที่ไม่เคยหลับใหล ที่นี่เราจะได้ทานของดีจากทุกฤดูของประเทศไทย ส่วนชื่อร้านบ้านชิดกรุง ที่มีกุ้งเผาก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า มาร้านนี้ไม่ผิดหวังเรื่องกุ้งแม่น้ำอย่างแน่นอน ทางร้านสรรหากุ้งแม่น้ำคุณภาพดีมาจากทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหากใครทาน กุ้งแม่น้ำ จะรู้เลยว่า รสชาติหวานกรอบทานได้ทั้งตัว (ยกเว้นเปลือกกุ้ง) 

บ้านชิดกรุง ร้านอาหารบ้านไม้สไตล์ไทยจีนโบราณแท้ๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งชุมชนเก่าสามโคกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดร้อยปี ก่อนที่จะถูกไฟไหม้ไปเมื่อ10 กว่าปีก่อน นอกจากความสดอร่อยคุณภาพดีของอาหารทุกจาน ที่นี่ครองแชมป์อันดับหนึ่งของโลก ที่ร้านได้รับตำแหน่งเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมาเยือนมากทีสุดหลายปีมาแล้ว  ใครอยากมาทานกุ้งเผาและอาหารไทยฝีมือต้นตำรับสูตรรุ่นคุณย่า คุณยายในบรรยากาศบ้านไม้ริมน้ำสักมื้อ Toptotravel ขอแนะนำ

ร้านอาหารไทย ที่คงความสดแบบพรีเมี่ยม ทั้งรสชาติดั้งเดิม และวิธีการทำแบบไทยแท้ๆ กับทุกเมนูฝีมือคนในพื้นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถานที่นั้นได้อย่างแท้จริง วันนี้เรามีโอกาสได้มาทำความรู้จักแนวความคิดที่ชูความเป็นไทยพื้นบ้านกับเมนูอาหารชวนลิ้มลองที่บ้านชิดกรุง กับ คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ Owener & Chef Director คัดสรรวัตถุดิบกันตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงวิธีการทำที่ยังคงความเป็นไทยเดิม ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ Owener & Chef Director

คุณใหญ่ กล่าวว่า “บ้านชิดกรุง ร้านอาหารบ้านไม้สไตล์ไทยจีนโบราณแท้ๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งชุมชนเก่าสามโคกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดร้อยปี ก่อนที่จะถูกไฟไหม้ไปเมื่อ10 กว่าปีก่อน ที่อยากอนุรักษ์ไว้ ก่อให้เกิดเป็นไอเดียเก๋ๆ อาหารกับสายน้ำ เน้นความเป็นอาหารไทยพื้นบ้านแท้ๆ ที่มีกลิ่นอายวิถีชิวิตของคนริมแม่น้ำ เรามีแหล่งวัตถุดิบที่ดี จากคนในพื้นที่ ทั้งกุ้งทั้งปลาจากแม่น้ำที่เราอยู่ เราได้เรียนรู้ว่าชาวบ้านแถวนี้ นิยมกินอะไร บางวัตถุดิบก็หาได้เฉพาะที่นี่ เราเลยได้เปรียบเรื่องวัตถุดิบกว่าร้านอื่นๆ เราคัดสรรจนกลายมาเป็นเมนูที่ลงตัวของบ้านชิดกรุง บางเมนูพิเศษเฉพาะที่นี่ ที่สำคัญ ใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องไปไกลถึงอยุธยา วิวดี อาหารอร่อยในบรรยากาศริมน้ำ”

ผัดสายบัวกุ้งสดใส่มันกุ้ง


บ้านไม้เก่า ใต้ถุนสูงริมแม่น้ำ ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ภาพวาดขาวดำ และของสะสมโบราณ ระเบียงไม้ยื่นออกไปรับลมแม่น้ำเย็นๆ ทอดสายตาชมบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำ เรือขนทราย ขนข้าว สัญจรผ่านไปมาตัดคุ้งน้ำกว้างใหญ่ นกน้อยบินเอื่อยริมน้ำ ปลาหางเหลืองว่ายกันเบียดเสียดริมท่า กลิ่นหอมเตะจมูกชวนหิว ดึงเรามาหยุดที่เมนูหอมกรุ่นตรงหน้า ที่คุณใหญ่เลือกสรรให้เราได้มาชิมกันอย่างตั้งใจ ถึงเวลาที่เรารอคอย
เรามาเริ่มต้นกันที่ เมนูแรก พระเอกหลักของงาน กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน กุ้งตัวใหญ่ๆๆ มันเยิ้มๆๆ ขนาด 3ตัวโล สดๆๆส่งตรงจากแม่น้ำขึ้นบก ถึงมือแม่ครัวจับผ่ากลางเป็นสองฝั่ง โยนลงเตาถ่านไฟร้อนๆๆลุกโชน กลิ่นหอมไหม้จากถ่านซึบซาบสู่เนื้อกุ้งทีละน้อยจนสุกเป็นสีขาว มันกุ้งเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมเชื้อเชิญ จับคู่กับข้าวสวยร้อนๆสักจาน คู่เคียงน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด จัดจ้านทุกถ้วย ทำใหม่กันทุกช่วง เช้า-เย็น ไม่มีค้าง ด้วยมะนาวแท้ๆ หอมๆ ไร้ชูรส ทั้งสด ทั้งใหม่ กิโลเดียวไม่น่าพอ

ผัดสายบัวกุ้งสดใส่มันกุ้ง เมนูหายาก หาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น คัดสรรกันตั้งแต่แหล่งสายบัว เฉพาะไร่สายใจ การันตีความกรอบ สด สะอาด อย่ารอช้า ตั้งน้ำมันให้ร้อน ผัดกระเทียมพอเหลือง ปรุงรส ตามด้วยมันกุ้ง ผัดพอหอมใส่กุ้งสด ให้รสชาติเข้าเนื้อกุ้ง ต่อด้วยสายบัว นางเอกปิดท้ายความอร่อย พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ

ข้าวผัดชิดกรุงใส่มันกุ้ง เอกลักษณ์ที่บ้านชิดกรุง ข้าวผัดกุ้งสด รสชาติเข้มข้น ผสมผสานความมันของมันกุ้งแบบเน้นๆ ทำให้ข้าวผัด มีความหอม มัน และอร่อยกว่าที่เคย เอาใจทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ มาทั้งครอบครัวสั่งละไม่ผิดหวัง

ต้มข่าปลาสลิดทอด
ปลาสลิดทอดกรอบแบบไร้ก้าง ต้มกะทิให้เดือดแต่ไม่ให้แตกมัน ใส่เครื่องต้มข่า อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกแห้ง และใบมะดัน ตามด้วยปลาสลิดที่พิถีพิถันเอาก้างออกแล้วไปทอดให้กรอบ ปรุงรสจัดจ้าน นวลเนียน ลงตัว ด้วยสูตรเฉพาะของที่ร้าน

ต้มข่าปลาสลิดทอด

ผัดสะตอกุ้งสด

ผัดสะตอกุ้งสด เมนูยอดนิยม สูตรใต้แท้ๆ ด้วยเครื่องตำพริกสดใหม่ กับกะปิแท้อย่างดี หอมๆ ผัดกันบนเตาร้อนๆแบบจานต่อจาน ราดมะนาวตบท้ายก่อนเสิร์ฟ เคล็ดลับความอร่อยแบบดั้งเดิม เพิ่มความหอม หรอยอย่างแรง
ห่อหมกทะเลผัดแห้งกระทะร้อน เต็มเครื่องห่อหมก รสชาติเผ็ดร้อน เข้มข้น เพิ่มความอร่อยด้วยวุ้นเส้นกรุบกริบ อัดแน่นด้วยกุ้ง ปลาหมึก สดๆ แน่นๆ ผัดกันใหม่ๆ เสิร์ฟบนกระทะร้อนๆ แบบปุดๆๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ

ปลาตาเดียวทอดเกลือ

ปลาตาเดียวทอดเกลือ ปลาตาเดียวนั้นหายาก ต้องมาลองที่นี่ ถึงจะรู้ คลุกเคล้าเกลือทอดกันหนังกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน กินเคียงคู่หมี่ขาวลวก คลุกเคล้ากับกระเทียมเจียวหอมๆ เพิ่มเติมด้วยน้ำจิ้มแบบดั้งเดิม ที่เพิ่มเติมคือใส่ถั่วตัดลงไปด้วย ทำให้มีรสอมหวาน ซ่อน เปรี้ยว เค็ม กินพร้อมกันละลงตัวอย่าบอกใคร

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อนตัวใหญ่

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อนตัวใหญ่ๆ สดๆจากแม่น้ำ เริ่มต้นเคี่ยวกะทิให้ร้อน ปรุงรสด้วยเครื่องแกงสดใหม่ทำเองของทางร้าน มีดีที่เครื่องแกง ปล่อยปลาลงกระทะ ทอดจนปลาและเครื่องเทศเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว เนื้อหวานของปลาสด ความมันของกะทิ ความหอมของเครื่องแกง ความลงตัว ที่อร่อยจนต้องบอกต่อ เมนูนี้คิดราคาตามน้ำหนัก วันนี้เราจัดไปเบาๆเกือบห้าขีดกันเลยทีเดียว

ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน หน้างอ คอหัก

ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน หน้างอ คอหัก ปลาทูแท้ๆจากแม่กลองถูกส่งตัวมาทำเมนูนี้อย่างอร่อย ปรุงรสชาติจัดจ้าน แซ่บด้วยเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูทุบหยาบ และใบมะดัน ถ้าใครมาสั่งเมนูนี้หน้ามะดันออกลูก คุณจะได้ชิมรสชาติที่เข้มข้นมากกว่าเดิม

ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน หน้างอ คอหัก ปลาทูแท้ๆจากแม่กลองถูกส่งตัวมาทำเมนูนี้อย่างอร่อย ปรุงรสชาติจัดจ้าน แซ่บด้วยเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูทุบหยาบ และใบมะดัน ถ้าใครมาสั่งเมนูนี้หน้ามะดันออกลูก คุณจะได้ชิมรสชาติที่เข้มข้นมากกว่าเดิม

น้ำพริกโจร หรือน้ำพริกยำ ที่ใช้การยำแทนการตำ ส่งตรงรสชาติใต้แท้ๆ ใช้กะปิอย่างดีห่อใบตองอังเตาไฟอ่อน ส่งกินหอมเย้ายวน ผสมผสานกับกุ้งสด พริกขี้หนูสวนซอย หอมแดง กระเทียม ปรุงรสให้จัดจ้านจี๊ดจ๊าดถึงใจ กินคู่กับสารพันผักสด ถั่วพู มะเขือม่วง ขมิ้นอ่อน ถั่วฝักยาว แตงกวา แครอท สายบัวกรอบๆ หรือ ผักกาดขาว เฮลท์ตี้มากๆ
ส่งท้ายด้วย เมนูใหม่ล่าสุด กุ้งแม่น้ำทอดราดซอสโหระพา กุ้งแม่น้ำทอดแบบสุกกำลังดี เนื้อไม่แห้งไป คงมันกุ้งไว้แบบเน้นๆ ราดด้วยซอสโหระพาแบบไทยๆ ในสไตล์ฝรั่ง ใบโหระพายกกันมาทั้งสวนปั่นกันเป็นซอสเพรสโต้อย่างเข้มข้น ผัดด้วยน้ำมันมะกอก กระเทียม พริกไทยสด พริกเบาๆ หอมๆ แต่งรสชาติออกเค็มนิดๆ ผสมความมันจากมันกุ้ง เป็นเมนูไทยฟิวชั่น ท้าให้คุณลอง!!

น้ำพริกโจร หรือน้ำพริกยำ

11 เมนูแนะนำ ถ้ามาคุณได้มาลองแล้วจะรู้ว่าเมนูและสถานที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ซึ่งแต่ละเมนูสะท้อนให้เห็นถึงอาหารการกินวิถีชีวิตริมแม่น้ำได้อย่างดี ทั้งรสชาติ และการเลือกใช้วัตถุดิบที่มารังสรรค์เป็นเมนูต่าง

วิธีการเดินทาง : ขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ลงด่านบางพูน ข้ามแม่น้ำปทุม เจอแยกสันติสุข เลี้ยวขวา ประมาณ 4 กิโล สังเกตุป้ายบอก หรือตามพิกัดกูเกิ้ลมาที่ ตม.สามโคก จะอยู่ซอยเดียวกัน ด้านนอกมีลานจอดรถกว้างขวาง ทางเดินเข้ามาจะเป็นแหล่งชุมชน แต่ร้านชิดกรุงจะตัดเข้าซอยเล็กๆอีกที มีป้ายอยู่หน้าซอย หาง่ายมากๆ สามารถแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

สอบถามเพิ่มเติม www.baanchidkrung www.facebook.com/baanchidkrung
สำรองที่นั่ง 098-796-3266, 089-4475783

Tips : สายช้อป ทุกวันวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีตลาดริมน้ำสามโคก บริเวณทางเข้าร้านบ้านชิดกรุง อิ่มท้อง แล้วเดินย่อยได้อีกด้วย

สถานที่เที่ยวใกล้เคียง : แวะนมัสการหลวงพ่อโต และหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากบ้านชิดกรุง ประมาณ 5กิโล

ป่าชายเลนผืนใหญ่ สู่มรดกโลก

ป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา และมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิด เรียนรู้และเรียนรู้กับประสบการณ์ เพราะที่ผ่านมาเรียนรู้กับสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ไม่ใช่ แยกแยะจนเลือกได้ สิ่งที่ชอบที่สุด วันนี้อยากชวนมาท่องเที่ยว ป่าชายเลนระนอง ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value)

นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน จังหวัดระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ที่นี่เหมือนเป็นแค่จุดเล็กๆ ของสังคมที่ไม่มีใครเห็นหรือให้ความสนใจ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ กระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ ด้วยพื้นที่พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่

นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

วันนี้ Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้มีโอกาส พบ นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้ สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น แสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยา และชีววิทยา ที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิดให้เรียนรู้ และสัมผัสกับประสบการณ์ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value) นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน ระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการส่งให้พิจารณา”

ภารกิจหลักของศูนย์ ฯ

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้
สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นแสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศ ชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้ร่วมเดินทางสู้เส้นทาง มีโอกาสรู้จักความใหญ่โตของป่าชายเลน จนทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง ด้วยสายพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง หลายคนคงยังไม่รู้ว่า ศูนย์วิจัยป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการ ให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในเรื่องความสำคัญของป่าชายเลนโดยในแต่ละปีมีผู้เข้ามาทัศนศึกษา ประมาณ 10,000 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เรื่องของเรื่อง คือ แหล่งมรดกโลกจะได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติและก่อให้ เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการ คุ้มครองมรดก
จนปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนทางด้านวิชาการในการ อนุรักษ์ คุ้มครองป้องกันและการบริหารจัดการมรดก ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง

ทำอย่างไร ป่าชายเลนระนอง จึงจะไปสู่มรดกโลก ซึ่งขั้นตอนการประกาศเป็นมรดกโลก ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก การจัดทำเอกสารเพื่อ บรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (TentativeList) ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะ อนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติและคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

ประการที่สอง ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีก่อนจากนั้นจะส่งต่อไปยังคณะ กรรมการมรดกโลกในต่างประเทศพิจารณา หากเห็นชอบแล้ว จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป

ระหว่างที่ Toptotravel ล่องเรือเพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของ ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง อย่างน่าทึง ที่นี่เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ป่าชายเลน สนับสนุนให้ความ ร่วมมือและร่วมศึกษาวิจัยกับสถาบันอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่นชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลน จำนวน 24 ชนิด

ความแตกต่างของ ชนิดพันธุ์สัตว์ กุ้ง หอย ปู ปลา ตะกวด งู ลิง แสม นาก ปลา ตีน รวมทั้งนก ชนิดต่างๆ ป่าชายเลน จังหวัดระนองกระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ มี พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่ นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

ไม่รู้ทำไม ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลนพื้นที่รับผิดชอบ ลักษณะที่ราบชายฝั่งทะเล ลักษณะชายฝั่งแบบจมตัว (submerged shoreline) มีที่ราบชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณกว้าง มีปริมาณฝนเฉลี่ย 4,078.26 มม. (พ.ศ.2546-2555) ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน มีปริมาณฝน เฉลี่ย ประมาณ 600 มม. ต่อเดือน

การท่วมถึงของน้ำทะเล น้ำทะเลท่วมถึง สม่ำเสมอ (SemidiurnalTide) โดยมีความแตกต่างของน้ำ(Tidal range) ในช่วงน้ำเกิด (Spring Tide) เท่ากับ 4.2 เมตรนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยในหลายด้าน เช่น ผลวิจัยชี้ชัดว่าป่าชายเลนระนอง มีศักยภาพดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สรุปคือ ป่าชายเลนช่วยลดความรุนแรงของคลื่นสึนามิ ความเสียหายจากคลื่น สึนามิต่อป่าชายเลนบริเวณบ้าน หาดทรายขาว ของ อำเภอ สุขสำราญ

1.พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณตั้งแต่ริมฝั่งทะเล ลึกเข้าไป ประมาณ 70 เมตรคลื่นสึนามิทำลายจนหมดสิ้นพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณ 70-110 เมตร จากชายฝั่ง ได้ รับความเสียหายบางส่วนพื้นที่ป่าชายเลน ตั้งแต่บริเวณ 110-150 เมตร ไม่พบว่ามีต้นไม้ถูกทำลายและยังเป็นสถานที่สวยงามตามธรรมชาติ

หลังจากได้ฟังเรื่องราว ที่มาของป่าชายเลนสู่มรดกโลก ในห้องบรรยาย ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้เรียนรู้ ผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ความรักที่ยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ ความรับผิดชอบที นายวิจารณ์ มีผล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญ การพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอด เทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่3 (ระนอง) พื้นที่บริเวณสำนักงาน 66 ไร่ สวนรุกขชาติ เนื้อที่ 150 ไร่ ป่าชายเลนบริเวณคลองตำโหงง เนื้อที่ 13,500 ไร่ จังหวัดระนอง จึงได้วางแผนเตรียมความพร้อม ทั้งชุมชน วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ลงลึกถึงเยาวชนในสถาบันการศึกษา ที่จะเป็นกำลังสำคัญ รักษาป่าชายเลน เพื่อให้ได้รับการพิจารณาเป็นป่ามรดกโลกแห่งใหม่ ในเร็วๆ นี้

“ …. ป่าชายเลนของระนอง สมบูรณ์มากและใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่สำคัญป่าที่ระนองมีความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชและสัตว์ สาเหตุเพราะที่นี่มีปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลน ฝนแปดแดดสี่คงเคยได้ยินเมืองระนองเป็นแบบนั้น มีฝนแปดเดือนแล้งแค่สี่เดือน เพราะฉะนั้นแปดเดือนมีปริมาณน้ำฝนมากทำให้ป่าชายเลนเจริญเติบโตดี

สองเพราะพื้นที่ชายฝั่งระนองเป็นพื้นที่ราบ น้ำทะเลท่วมตามน้ำขึ้นและน้ำลงแตกต่างกันถึง 4 เมตร การที่น้ำทะเลท่วมถึง 4 เมตรทำให้ป่าชายเลนกระจายไปได้ไกลและเจริญเติบโตได้ดี และมีลำคลองเล็ก ๆ เชื่อมต่อกันออกไปอีกเป็นลักษณะพิเศษกว่าที่อื่น

เรื่องแหล่งประมงก็สำคัญมาก อดีต ในปี 2519 ป่าชายเลนของระนองเป็นป่าสัมปทาน ให้เอกชนมาสัมปทาน ระยะยาว 15 ปี มีการตัดไม้ แต่หลังจากนั้นปี 1996 รัฐบาลปิดป่าชายเลนทั่วประเทศให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ แต่อนุโลมให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินได้ ที่สำคัญหลังจากที่เราอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ ตอนนี้ถือเป็นแหล่งประมงที่สมบูรณ์ปัจจุบันจับปูดำได้ถึงสองร้อยตัน เพิ่มขึ้นมาก เพราะป่าสมบูรณ์ขึ้น ทำรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น ที่ผ่านมา ป่าชายเลนลดความรุนแรงของคลื่นลมจากสึนามิได้ด้วย ด้วยเพราะสังคมของรากไม้โกงกางประสานกันแน่นทำให้เกิดความเสียหายบางส่วนเท่านั้น เราก็บอกชาวบ้านว่า ต้องช่วยกันปลูกป่าชายเลนจะช่วยในเรื่องของการเป็นกำบังคลื่นลมได้

ด้านความสวยงามทางธรรมชาติ ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศน์ที่สวยงาม ช่วงน้ำขึ้นเป็นสภาพแบบหนึ่งและน้ำลงก็จะเห็นอีกแบบหนึ่ง สามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่ว่าถ้านั่งเรือเยี่ยมชมต้องสอบถามมาล่วงหน้าเพื่อเช็คระดับน้ำ”

การจัดการด้านการท่องเที่ยวป่าชายเลน
ผอ. ศูนย์ ฯ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ โดยทางเราจะประสานกับเรือชาวบ้าน เพื่อนำนักท่องเที่ยว เที่ยวชมป่าชายเลนได้ เป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน

โดยคิดราคาลำละ 2,000 บาท เป็นเรือใหญ่ นั่งได้ 14 คน การจัดการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip ใช้เวลาในการล่องเรือ 2 ชั่วโมง ก็จะพาไปคลองบางโขง ชมป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ไปชมต้นโกงกางยักษ์ ไปแวะชุมชนชาวเลบ้านเกาะเหลา ซึ่งปัจจุบันมีชาวประมงอยู่ราว 200 คน หากสนใจสามารถติดต่อได้

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ มีจำนวนน้อยและต้องเน้นในเรื่องงานวิจัย การจัดการด้านท่องเที่ยว ยังไม่มีงบพัฒนาด้านการท่องเที่ยวลงมา หากมีลงมาการจัดเรือนำเที่ยว คงจะหาเรือให้เล็กลงและมีราคาที่ถูกลงได้”

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากร

ป่าชายเลนที่3 (ระนอง)

นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรรับต้นปี วัดธรรมปัญญารามบางม่วง

ปีนี้ใครยังไม่มาหา พระแม่กวนอิมเสวยสุขอย่าได้รอช้า…
พระแม่กวนอิมปางเสวยสุข หนึ่งเดียวในไทย ยิ่งใหญ่ในโลก

วัดแห่งนี้ได้เป็น ๑ ใน ๙ แห่งของสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดนครปฐม โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเส้นทางท่องเที่ยวจาริกแสวงบุญศาสนาสำคัญ ๙ แห่ง สักการะพระปฏิมา และพระบรมธาตุ จังหวัดนครปฐม โดยกรมการศาสนาและกระทรวงวัฒนธรรม และยังเป็นวัด ในคู่มือไหว้พระ ๙ แห่ง ของ สำนักงาน
การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดนครปฐม

วัดธรรมปัญญารามบางม่วง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นวัดที่มีพระแม่กวนอิม ปางนอน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือมีความยาวถึง 21 เมตร หล่อด้วยทองเหลือง และพระพักตร์ (ใบหน้า) หล่อด้วยทองคำแท้ ประดิษฐานบนมหาวิหาร ถ้ำพระโพธิสัตว์ ที่ได้สร้างขึ้นมาให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นที่พึ่งทางใจ ให้แก่สาธุชนที่เคารพ ศรัทธา ในพระบารมี และมหาปณิธาน ของพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม

วัดแห่งนี้ยังสร้างมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็น จุดเด่น โดยเฉพาะ พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า ผู้เปรียบเสมือนจอมแห่งแพทย์ มากราบไหว้ขอพร จากพระยูไลเนื้อเงินองค์ใหญ่ เป็นพระประธานในเรื่องของสุขภาพ เขาเรียกว่า หลวงพ่อยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจอมแพทย์ หรือ เภสัช ที่แปลว่า หมอยา ทำให้คนพ้นจากทุกข์ทางใจ อีกองค์หนึ่งคือพระโพธิสัตว์กวนอิม ก็ทำให้พ้นทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ สามารถมาอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ตรุษจีนที่วัด ปีนี้ สิ่งพิเศษสุด คือ การอธิษฐานชื่อฝาก กับ องค์ พระยูไลไภษัชฯ เป็นธรรมเนียมมาหลายชั่วอายุคนและเป็นต้นฉบับด้วย เรามีตำราที่เป็นของที่ครูบาอาจารย์สืบทอดมาอยู่ภายใต้การบูชาดาวพระนพเคราะห์ ฝากกับองค์เอี๊ยะซือ หรือเซียวไจเอี่ยวสิ่ว สลัดสะเดาะห์และเสริมให้มีอายุมั่นขวัญยืน เซียวไจเอี่ยวสิ่ว ให้มาอธิษฐานขอพรบารมีจากพระหมอยา หรือผู้เป็นเทวดาแห่งแพทย์ ที่จะช่วยสลัดปัดเป่าเคราะห์โศกและจะช่วยเสริมดวงชะตาบารมีให้เพิ่มพูน ชื่อนีเป็นรหัสที่อยากให้ญาติโยมได้มาฝากดวงกับท่านตลอดปี 12 เดือน 100 บาทต่อ 1 เดือน 12 เดือนก็ 1,200 บาท เราทำเพื่อชีวิตตัวเอง ตรงนี้อยากให้ได้มีโอกาสมาฝากดวง

มหายานวัดแรกและวัดเดียวในจังหวัดนครปฐม
องวินัยธร พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว ปัจจุบันคือ องสรภาณอนัมพจน์ มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส

ปีนี้อาจารย์จะเปิดให้ท่านทั้งหลายมาปิดเงิน ปิดทอง พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ถวายที่องค์พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า เราไม่ได้เปิดโอกาสนี้มาหลายปีแล้ว

สำหรับคนปีชง ปีนี้ ต้องอธิบายแบบนี้ โยมนึกถึงผลส้มที่ลอยอยู่ในอากาศที่ว่างเปล่า ด้านหนึ่งเจอแสดงอาทิตย์ อีกด้านหนึ่งมืด ด้านที่เจอแสงอาทิตย์จะสว่างไสวรุ่งเรือง ด้านตรงกันข้ามคือด้านมืด ปีชงคือด้านมืดนั่นเอง ในรอบจักราศี กว่าจะเวียนมานั้น ปีนี้มาตรงกันข้ามดวงดาวที่มืดปีนี้คือ ปี มะเส็ง ปีนี้ให้ระวัง ตามตำราถือว่าดวงอ่อนเพราะพลังมืด แสงอาทิตยส่องปีกุน ปีกุนถ้าเฮงก็เฮงเลย ถ้าไม่เฮงก็ทรงเลยเพราะเจอกับพลังแสงอาทิตย์
ปีอ่อนพลังคือ ปีมะเส็ง คนจีนจะถือว่าปีนี้จะไม่ควรลงทุน การค้าจะมีอุปสรรคเสียมากกว่าได้ วิธีที่จะทำคือ เพิ่มพลังบุญด้วยการบำเพ็ญการบริจาค เช่น อาสาสมัคร การช่วยเหลือสังคมด้วย อาจไม่ให้เป็นเงินก็ให้เป็นแรง สำรวมคำพูด การกระทำ ต้องมีศีล ระวังเพราะบางครั้งคำพูดอาจจะนำภัยมาสู่ตัวได้ อารมณ์เวลาพูดออกไป คนที่เกิดปีชง อาจพูดดี แต่คนฟังอาจจะแปลสารผิด เพราะพลังอ่อน แทนที่จะพูดได้เงิน กลับกลายเป็นเสียเงินเป็นต้น ต้องสำรวม และเสริมพลังใจด้วยการสวดมนต์ภาวนา ให้มาเข้าพิธีค่ำคืนวันที่ 4 ถือว่าเป็นยามแรก ที่วัดธรรมปัญญาราม บางม่วง นี้ โยมจะได้มีพลังบุญเพิ่มเข้ามา แล้วทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น

ขอเชิญแก้ปีชง และกราบขอพร โดยปีชง ๒๕๖๒ ได้แก่
-ปีมะเส็ง (งูเล็ก)
-ปีกุน (หมู)
-ปีวอก (ลิง)
-ปีขาล (เสือ)
ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วง พระยูไล ไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (หลวงพ่อเงิน) บริเวณด้านหลัง บรรยากาศริมน้ำ สงบมากๆ กราบพระยูไลและพระแม่กวนอิม พรใดที่ประเสริฐสุด ก็หาสู้สติมิได้ พระยูไลที่หล่อด้วยเนื้อเงินองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชน ให้ชาวพุทธได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีผู้คนจำนวนมากทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เดินทางมากราบไหว้ ขอพร วัดแห่งนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกมากมาย ที่ทำให้ผู้คนต่างพากันมากราบไหว้ คือ พระยูไลไภษัชฯ

ระฆังจากประเทศเวียดนาม เข้าประเทศไทยเพื่อนำไปไว้ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วง นครปฐม

พระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ได้หล่อขึ้นตามตำราพระพุทธศาสนามหายาน ไหว้หลวงพ่อทันใจ ไหว้ขอพร พระโพธิ์สัตว์ทั้งสองยาม คือ สุริยันโพธิสัตว์ จันทราโพธิสัตว์ พระแม่กวนอิมปรางนอน หมดทุกทข์ หมดโศกขอพรเทพเจ้าประจำราศี ปีเกิด เทพเจ้าขุนพลทั้ง 12 องค์ อธิฐานจิตต่อแมนดาล่าทราย มนฑลศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นตามแบบพระสงฆ์ลามะ ขอพรหมอเทวดาฮั่วท้อเชียงซือ เทพเจ้าโชคลาภทั้ง 5 องค์ โหงวโห่วไฉ่ซิ่ง เทพเจ้าโชคลาภไช่ฉิ่งเอี๊ยะมีที่เคารพกราบไหว้ของชาวบ้านคือศาลเจ้าที่ก้ำเทียนไต่ตีและศาลพญามังกรเขียว เจ้าแห่งมหาสมุทร

สวยที่สุดในเมืองไทย ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มรดกแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน สุ่ยซั้งกวนอิม แม่กวนอิมปางเสวยสุข

ไปทุกครั้งประทับใจทุกครั้ง..สาธุ สาธุ สาธุ
วัดธรรมปัญญารามบางม่วง ตำบลบางช้าง
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ติดต่อสอบถามได้ที่ : 085-1779169




ร้านผู้พันคณิต หมูกะทะ สาขาลาดปลาเค้า14

อร่อยแค่ไหน? ต้องลองไปชิม หมูกะทะผู้พันคณิต

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศเริ่มเย็นลง Totptotravel ทำให้คิดถึงบรรยากาศการกินปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ Toptotravel มาร้านนี้เป็นครั้งที่สองเพราะอร่อยคุ้นลิ้น อากาศแบบเริ่มดีนี้ อยากชวนเพื่อนๆ มาปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้า 14

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติและบรรยากาศ ของ การนั่งปิ้งย่าง อาหารสดจากเตาถ่านร้อนๆ อย่างหมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้ามีให้เลือกหลายร้าน แต่….สำหรับ toptotravel ต้องเลือกตวามอร่อยที่แตกต่าง อาหารค่ำเย็นนี้ จึงอยากขอขอนำเสนอ หมูกะทะแสนอร่อย ที่เสริฟแบบเป็นเซ็ทไม่เหมือนใคร ที่ร้านหมูกะทะ ผู้พันคณิต ตั้งอยู่ทึ่ริมถนนลาดปลาเค้า ซ. 14 ที่ร้านผู้พัน หมูกะทะ และที่ร้านนี้มีดีอะไรบ้าง ตามมาชิมกันเลยคะ

ก่อนอื่น Toptotravel พามาทำความรู้จักกับ เจ้าของร้านคือ ท่านผู้พันคณิต บุคคลที่ต้นคิด และทำหน้าที่เสริฟเมนูหมูกะทะแห่งนี้ พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์ ข้าราชการหนุ่มใหญ่จาก กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ผู้พันคณิต เดินออกมาทักทายด้วยรอยยิ้ม และอัธยาศัยไมตรี ภายหลังจากเดินไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่นเรียบร้อย หมูกระทะรสเด็ดจากฝีมือผู้พันคณิต สุดยอดน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนใคร น้ำซุปสุดยอดความอร่อย สดด้วยวัตถุดิบสรรหาเพื่อนักชิม “… ร้านเล็กๆ แต่ทำทุกอย่างด้วยใจครับ” … ผู้พันออกตัวเมื่อเริ่มต้นการสนทนา

“… ผมเริ่มทำหมูกะทะขาย ตั้งแต่ปี 2556 ในตอนนั้น ยังขายอยู่ในแฟลตทหารวังหิน อยากหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ทำเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ เพราะในช่วงเวลาในตอนนั้น ผมประสบปัญหาสุขภาพ จากประสบอุบัติเหตุ รถชนกันสามคันรวด ซึ่งผมเองเป็นคันสุดท้าย โดยที่ผมต้องชดใช้เขาทั้งหมด ร่วมสองแสนกว่าบาท หลังจากวันนั้น ผมตระเวนหาเงินมาเพื่อชดใช้เขา จนกระทั่งผมมาเจอผู้ใหญ่ใจดี เขาเป็นเจ้าของ ร้านหมูกะทะรุ่งนภาที่จังหวัดปทุมธานี คลองเจ็ด เขาถามผมว่า สู้มั้ย? ถ้าสู้เข้ามาเรียนรู้สูตรหมูกะทะจากเขา ผมตอบเขาทันทีว่า…สู้ครับ

ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม
เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

….หลังเข้าไปเรียนรู้ไม่นาน ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น”

ด้วยอัธยาศัย…ความมุ่งมั่นและมานะอดทน เพียรพยายาม ทำให้ร้านหมูกะ เดิมที่เคยขายอยู่ภายในแฟลต เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ในย่านนั่น เรียกร้องให้ออกมาหาพื้นที่ขายด้านนอก ปี 2560 ร้านผู้พันคณิต หมูกระทะ จึงเริ่มถือกำเนิดขึ้นบริเวณริมถนนลาดปลาเค้า

ผู้พันคณิต เล่าพลางคีบกุ้งตัวโต วางบนเตาควันจางๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น “ผมทำร้านเสริมรายได้ เพื่อเลี้ยงครอบครัวไป ปลดหนี้ ในตอนนี้ดีขึ้น เมื่อก่อนร้านจะเล็กกว่ามมากนี้ เมื่อลูกค้ามากขึ้นและอากาศไม่โล่ง พอดีจังหวะที่ร้านขายๆ ว่างจึงเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น แต่พื้นที่นี้ก็ยังเช่าเขาแต่ยังพอประมาณเรายังสู้ไหวครับ

… ความพิเศษของ ร้านหมูกะทะผู้พันคณิต เอกลักษณ์เด่นของร้านคนจะนึกถึง สูตรหมูนุ่ม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่ไม่เหมือนใคร มีสองรส น้ำจิ้มหมูรสชาติจะเป็นสีแดง ซีฟู้ดของร้านจะทำสดๆ ทุกอย่าง ไม่ใช่น้ำส้มปลอมปนใช้มะนาว พริกสด ด้านหมูสูตรของทางร้านหมักเอง ที่ร้านจะไม่ใช้กุ้งตัวเล็ก เลือกเฉพาะที่ไซส์ใหญ่ที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามารับประทานแล้วได้ของดีมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าจะนำกุ้งตัวเล็กๆ ปิ้งไปก็หดไป”

และที่ไม่เหมือนใคร คือ การเสริฟหมูกระทะเป็นชุด ไม่ได้จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ เหมือนกับร้านทั่วไป โดยในหนึ่งเซ็ท มี หมูนุ่ม หมูเบคอน ตับ ปลาหมึก กุ้งใหญ่ ส่วนของผักประกอบด้วย ผักบุ้ง ผักกาด กะหล่ำปลี แครอท เห็ดหอม วุ้นเส้น จะเสริฟเป็นเซ็ท มี 3 ราคา เซ็ทเล็ก 250 เซ็ท กลาง 300 เซ็ทใหญ่ 350 แถมน้ำอัดลมขวดใหญ่ นอกจากนั้นก็ยังมีโปรดีดๆ ไม่ว่าจะเป็นสะสมคูปอง 10 แถม 1 หรือถ้าสั่งหลายชุดก็แถมเป็นพิเศษ


พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

ผู้พันคณิต เล่าต่อว่า “ผมทำทุกอย่างด้วยใจ หากลูกค้าสั่งในระแวกใกล้เคียง ไม่เกิน 2-3 กิโลเมตรก็จะไม่คิดค่าส่ง ก็จะมีกระทะ น้ำซุป เรียกว่าทุกอย่าง ที่ผ่านมาเคยมีทางโรงเรียนสั่งเข้ามาเป็นชุด 80-100 ชุดก็จะไปส่งไปจัดการให้ เสร็จงานเราก็เก็บกลับ ส่วนใหญ่ส่งให้ในระแวกนี้อย่าง ลาดปลาเค้า ลาดพร้าว-วังหิน นาคนิวาส โชคชัย4 แต่ถ้าไกลกว่านี้ไปไม่ไหว เพราะลูกค้าจะรอนานเกินไปหากมีส่งหลายเจ้า และส่วนใหญ่จะสั่งในเวลาเดียวกัน คำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้ามากกว่า ที่อื่นอาจจะทำอาหารอย่างอื่นเสริม เช่น ส้มตำ หรือปิ้งย่าง เพื่อเรียกลูกค้า แต่สำหรับผม อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติของหมูกระทะที่นี่ อยากทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำหลายๆ อย่าง แต่คุณค่าทางอาหารไม่ดี ซึ่งเมื่อทำตรงนี้ดีและเด่นเพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกค้าได้รับความประทับใจและได้รับสิ่งที่ดีดีกลับไปอย่างแท้จริง ”

ด้วยความที่ในทุกวัน หลังเลิกงาน ผู้พันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้ามาดูแลลูกค้าด้วยตัวเองพร้อมกับภรรยา ทำให้มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

“ลูกค้ามีหลายกลุ่ม มีทั้งมากับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว ตอนนี้รับลูกค้าได้ 33 โต๊ะ ประมาณ 100 กว่าคน หากต้องการดูรายละเอียดเข้าไปที่ Page facebook หมูกระทะผู้พันคณิตได้เลย”

“… สิ่งที่ผมคุยกับภรรยาอยู่ คือ ผมอยากให้เด็กที่เรียนดีในระดับชั้นเรียน วันที่ประกาศผลเรียนได้ที่ 1 อยากให้มาทานที่นี่ฟรีเลย อยากให้เขาภูมิใจ ให้เขาเป็นเยาวชนของชาติที่ดีที่สุดสิ่งที่ผมหวังคือ อยากให้ธุรกิจตรงนี้อยู่ไปนาน ๆ ให้ความอร่อยสู่ผู้บริโภคได้มากที่สุด ผมจึงคิดในราคาที่ไม่แพง อยากให้ทุกคนมีโอกาสลิ้มลองอย่างทั่วถึง ในระแวกนี้ไม่มีใครขายในราคานี้หรือแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบุฟเฟต์ ในอนาคตอยากขยายสาขาออกไปแต่อยู่ในระแวกใกล้เคียงนี้”

เราหันมองไปภายในร้าน ติดป้ายไว้ว่า “งดรับทิป” อดไม่ได้ที่สอบถาม ผู้พันว่า “ผมอยากให้ลูกน้องบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ด้วยใจ บริการอย่างเท่าเทียมกันทุกคน และไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับคนให้ด้วย เพราะผมถือว่า… ลูกค้าที่เข้ามาทานหมูกระทะผู้พันคณิต ผมถือว่าเป็นทิปที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว”

ผู้พันคณิต กล่าวท้ายสุดว่า “ทำร้านตรงนี้ยอมรับว่าเหนื่อยครับ แต่เรามีกำลังใจให้กันและกัน ผมอยากให้ครอบครัวมีความสุข อยากให้ลูกมีความสุข อยากให้ภรรยามีความสุข ครอบครัวผมไม่เคยมีมาก่อน ต้องทำทุกอย่าง แต่เมื่อประสบความสำเร็จ จะเป็นสิ่งที่มองไปข้างหน้าแล้วทุกคนจะภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ”
พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

…. คุยไป ก็ปิ้งย่างกันไป ทั้งรสชาติของน้ำจิ้มสองสูตรพิเศษ หมูนุ่มได้ที่ กุ้งตัวโตตรงหน้า ถือว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ

ต้องไปชิม หมูกระทะผู้พันคณิต เป็นหมูกระทะที่มอบความอร่อย พกพาความสดใหม่ สะอาดของวัตถุดิบ กับสูตรน้ำจิ้มหมูกระทะ และ สูตรน้ำจิ้มซีฟู๊ด ที่มีความกลมกล่อมเข้มข้นไม่เหมือนใคร พร้อมให้บริการทั้งที่ร้าน และส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านท่าน…..คุณพร้อมหรือยังที่จะมาพบกับหมูกระทะสุดอร่อย.

ร้านหมูกระทะผู้พันคณิต เลขที่ 23 ถนนลาดปลาเค้า ซอย 14
แขวงจระเข้บัว กทม.
ตรงข้ามโรงเรียนกัลยาวิทย์ เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 – 22.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โทร 091 993 1491 , 091993 1498

FB: www.facebook.com/pages/หมูกระทะ ผู้พันคณิต

โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ผู้สนับสนุนการทำศัลยกรรมให้กับรายการ “Let me in Thailand 4 Reborn”

เพราะปัญหาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต !!
รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” และ “โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ” จากประเทศเกาหลีใต้ จึงช่วยเนรตมิตให้สาวฝาแฝดที่มีปัญหาขากรรไกรบิดเบี้ยวบี้ จนทำให้เธอต้องปวดขากรรไกรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากให้เธอได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นสาวสุขภาพดี พร้อมพ่วงด้วยความสวยที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาอย่างแน่นอน

ว้าว สวยมากเลย ทั้งใบหน้าที่เปลี่ยนไป และลุคที่ปังมากขึ้น
พลิกโฉมครั้งสำคัญ ที่เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง!!

บี๋ พิมพิกา หญิงสาวจากครอบครัวขายลอตเตอรี่ที่ลืมตาดูโลกมาพร้อม
กับพี่ชายฝาแฝดที่หน้าตาคล้ายกันอย่างกับแกะ แต่เธอมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับขากรรไกร ทำให้เธอปวดขากรรไกรอยู่ตลอดเวลาและในอนาคตอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพขอเธอมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายการ
“Let me in Thailand 4 Reborn”

รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ร่วมกับ ศัลยแพทย์โอชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ได้เห็นถึงปัญหาสำคัญข้อนี้ จึงเลือกให้เธอได้ทำศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งถ้าเธอทำศัลยกรรมเธอจะกลายไปมีใบหน้าที่ไม่ความคล้ายคลึงกับพี่ชายอีกต่อไป กลายเป็น “แฝดหนีฝา” แต่สิ่งดีที่เกิดขึ้นกับเธอ คือปัญหาสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งครั้งนี้เธอได้ทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น ผ่าตัดขากรรไกร, ปรับรูปหน้า โหนกแก้ม กราม คาง แก้ไขปัญหาคางยื่น ฟันไม่สบกัน, ศัลยกรรมจมูกให้ได้ทรงสวยรับกับใบหน้า, เย็บกล้ามเนื้อตาให้ดวงตาดูสดใสโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ, ฉีดฟิลเลอร์ใบหน้าเติมร่องลึกให้เต็ม และฉีดเสต็มเซลล์ ให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ซึ่งหลังจากทำศัลยกรรมแล้วเธอจะกลายเป็นสาวสุขภาพดี
ที่เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเธอเอง มั่นใจในการหางานที่เหมาะสม และจะเปิดโอกาสในอาชีพ ช่วยยกระดับชีวิตของเธอและครอบครัวได้อย่างแน่นอนไม่ว่าจะปัญหาด้านสุขภาพ คางยื่น คางยาว จมูกไม่มีดั้ง หรือ
ปัญหาใดๆ ก็ตาม คุณสามารถสวย หล่อ เพอร์เฟ็คได้อย่างปลอดภัย กับ
ทีมศัลยแพทย์มืออาชีพจากโรงพยาบาลบาโนบากิ ได้อย่าง “บี๋ พิมพิกา”
เช่นนี้ได้ง่ายๆ

http://line.me/ti/p/@thaibanobagi

ซึ่งงานนี้รับประกันว่าจะเป็นสาวสวยสุขภาพดี มั่นใจ พร้อมก้าวสู่โลกกว้าง
เพื่อหางานทำที่เหมาะสมกับตัวเธอและช่วยยกระดับชีวิตครอบครัวของเธอได้อย่างแน่นอน

ติดต่อจองคิวปรึกษาฟรีในประเทศไทย
ที่บาโนบากิ ทองหล่อ ซอย 3

Tel : 02-392-2890
Mobile : 099-112-4777

#LetMeInThailand4
#LetMeInReborn #banobagi
#โรงพยาบาลบาโนบากิ
#หมอโอเจ้าเดิม

หนีไปดูพระอาทิตย์ขึ้นจากริมทะเลที่ WINDOW@ SEA, CHA-AM

เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลามากมาย เราไปชมบรรยากาศกันขับรถเพียงไม่นานเราก็เดินทางมาถึง ชายหาดชะอำ สถานที่พักสุดชิลของเราในทริปนี้
คือ WINDOW@ SEA , CHA-AM / โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี

เริ่มกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วสำหรับ เทศกาล ปิ้งหอย..คอยเธอ โครงการ Outing @ Cha-am 1s st  ซึ่งงานนี้จัดขึ้น บริเวณริมหาดชะอำ ด้านทิศเหนือ จ.เพชรบุรี โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี วันธรรมดาน่าเที่ยว โดยความร่วมมือจากเทศบาลเมืองชะอำ , หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี , สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี , ผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐและชุมชน คนริมเลชะอำ

คุณอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี

โดยกิจกรรมจัดขึ้น Beach Food ตลาดริมเล เวทีการแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลงสุดชิลริมชายหาด ซึ่งกำหนดจัดขึ้นทุกวันอังคาร และพุธ เวลา 16.00 – 23.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาไปจนถึง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย คุณอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี การันตีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ฉะนั้นใครชอบอาหารทะเล ต้องไม่พลาดกิจกรรมนี้

ทริปนี้ Toptotravel มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM มาทำความรู้จัก
หนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมน้องใหม่ของชะอำ

คุณภัทรพล ดีปานแก้ว ที่มาบอกเล่าถึงความพิเศษของโรงแรม และการเตรียมพร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บนบรรยากาศชายหาดอันแสนเงียบสงบและ
เป็นส่วนตัวที่สุดในย่านชายหาดชะอำ

สระว่ายน้ำมีทั้ง สระเด็ก และสระผู้ใหญ่ มีเกมส์รูม มีห้องคิดส์คัพ ในห้องจะมีโต๊ะพูล โต๊ะโกลว์ มีเพลย์สเตชั่น มีคอมพิวเตอร์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ให้ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของชะอำที่ปกตินักท่องเที่ยวจะออกไปทานอาหารด้านนอกโรงแรมหรือเที่ยวบริเวณโดยรอบ แต่สำหรับที่ เบย์ วินโดว์ แอท ซี แล้ว สามารถพักผ่อนได้ตลอดทั้งวันไปพร้อมกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงแรมที่มีให้มากมาย รวมถึงด้านนอนริมทะเล รับลมเย็นๆ เดินเล่นชายหาดได้เลย

สระใหญ่ 20 เมตรคูณ 25เมตรลึก 1.20 เมตร
สระเล็ก 8เมตรคูณ 18.5 เมตร ลึก 90 เซ็นติเมตร ระบบน้ำเกลือ มีสไลเดอร์ 2 ตัว

BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM Family Hotel
บริเวณสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรม คุณภัทรพล ดีปานแก้ว ผู้จัดการทั่วไป เปิดเผยถึงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมว่า โรงแรม BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM เป็นโรงแรมในรูปแบบของ Modern Style ประกอบไปด้วยห้องพักทั้งหมด 144 ห้อง ห้องประชุมสามารถรองรับได้ 300 ท่าน
เป็นโรงแรมน้องใหม่ของชะอำ ซึ่งเตรียมจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีหน้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ให้เป็นโรงแรมสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำที่มีสไลเดอร์สำหรับการเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

”เมื่อถามถึงร้านอาหาร 7 SEA ของโรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวในไม่ช้า ผู้จัดการทั่วไปบอกว่า “ทางโรงแรมตั้งใจให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องของสนนราคาและรสชาติอาหาร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และ เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน วัตถุดิบต่าง ๆ เป็นการสั่งตรงจากชาวประมงท้องถิ่นโดยตรง”

คุณภัทรพล ยังกล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของโรงแรมแห่งนี้ว่า “…การตั้งกลุ่มเป้าหมายหลักที่ครอบครัว เพราะทางผู้บริหารของโรงแรมรู้สึกว่าโรงแรมส่วนใหญ่ในอำเภอชะอำ สร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มทัวร์แต่สำหรับกลุ่มครอบครัวแล้วยังมีน้อยมาก จึงสร้างโรงแรมที่เป็น Family Hotel ขึ้น

สำหรับช่วงของการเปิดตัวโรงแรม ระหว่างวันนี้ไปจนถึง วันที่ 31 มีนาคม 2562 ราคาห้องพักราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาท พร้อมอาหารเช้า ส่วนห้องที่เป็นไฮไลท์ สามารถเปิดประตูออกมาก็ลงสระได้เลยราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท”

ห้องพักของ โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี มีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย ห้องซูพีเรียร์ ห้องธรรมดา และ ห้องพูลแอคเซส สามารถเดินลงสระได้ Family Room เป็นห้องขนาดใหญ่กว่าปกติสามารถพักได้ 3-4 คน ห้องจูเนียร์สวีทส์ เป็นห้องพักและห้องนั่งเล่น และอีกหนึ่งห้องที่พิเศษมาก ๆ รองรับครอบครัวขนาดกลาง ประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง 1 ห้องนั่งเล่น แต่ละห้องแยกทุกห้อง มี 4 ห้องน้ำ

Toptotravel ถามถึง การรักษาความปลอดภั ยสำหรับนักท่องเที่ย;พักที่นี่ คุณภัทรพล กล่าวว่า “ ด้านระบบการรักษาความปลอดภัย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่โรงแรมได้ 2 เส้นทาง คือจากทางถนนเจ้าลาย ซึ่งเป็นทางเข้าหลักและทางเข้าทางด้านหลัง ส่วนระบบการรักษาความปลอดภัย เราใช้เจ้าหน้าที่ประจำจุดเต็มรูปแบบ และมีการรถ วัตถุระเบิดต่าง ๆ ในส่วนที่จอดรถ ฝั่งเจ้าลาย จะเปิดปิดเป็นเวลาหลัง 20.00 จะปิดให้ผู้เข้าพักเท่านั้น ที่จะสามารถเข้ามาได้ในส่วนของการบริการ ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสำคัญของทางโรงแรม เพราะนอกจากจะทำให้โรงแรมให้การบริการได้ในระดับมาตรฐานแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการประทับใจและพร้อมที่จะกลับมาใช้บริการอีก ดังนั้นการบริการถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทางเรามีการเทรนด์พนักงานไว้อย่างเป็นระบบ เช่นแม้แต่จะขอหมอนหนึ่งใบ ก็ไม่จำเป็นต้องขอกับทางแม่บ้าน พนักงานทุกคนต้องสามารถให้บริการและรับรู้ระบบทั้งหมดได้”

ยกครอบครัวไปลุยทริปนี้ได้เลย

แนวคิดการบริหารโรงแรม 90% กลุ่มลูกค้า คือคนไทย
ในส่วนของการทำตลาด คุณภัทรพล กล่าวว่า “ตลาดของ อำเภอชะอำ 90 % เป็นคนไทย ส่วนนัดท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่อนข้างน้อย โดยต่างชาติที่เข้าคือมาพักระยะยาว เช่น กลุ่มลูกค้าที่เกษียณอายุงาน เนื่องจากค่าครองชีพของชะอำค่อนข้างต่ำ และในส่วนของคนไทย เกินครึ่งจะมาเฉพาะวันหยุดที่เป็น weekend หรือ long weekend

ลูกค้าอีกครึ่งหนึ่ง มาจากการสัมมนา ตอนนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประสานกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโรงแรม ได้นำตลาดใหม่เข้ามา สิ่งที่ต้องเติมเต็มจริงๆ คือ วันธรรมดา หลังจากที่เราได้ไปทำ road show ที่มาเลเซีย ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เริ่มเข้ามาแล้ว
มีทั้งไฟล์ทบินตรงจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์มาลงที่สนามบินหัวหิน และที่กำลังมาแรง คือ ประเภทขับรถยนต์มาเองจากปีนัง ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ แวะ ระนอง หัวหิน ชะอำ กรุงเทพฯ บางคณะเดินทางไปถึงภาคเหนือของไทย
ในปัจจุบันประเทศมาเลเซียสามารถขอใบอนญาติขับในไทยได้ 30 วัน

ด้านตลาดจีน
ตลาดจีนซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย แม้หลายแห่งจะพบกับปัญหาแต่เกือบทุกแห่งก็พร้อมจะรองรับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น คุณภัทรพล กล่าวถึงความพร้อมในการต้อนรับว่า “ ผมเคยทำงานที่รองรับตลาดจีนที่เป็นตลาดแมสที่สุดจนถึงระดับบน คนจีนสิ่งที่เห็นบางทีเป็นแค่วัฒนธรรม อยู่ที่เรา educate ถ้าสามารถใส่ข้อมูลให้เขาว่าโรงแรมเราเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าเขาสามารถรับได้

สมัยที่ผมทำงานอยู่ที่โรงแรมเดิมระดับห้าดาว (โรงแรมเซนทารา) ของจังหวัดขอนแก่น ผมรับตลาดจีนวันละ 90% แต่ 40-50 คน บริเวณล็อบบี้มีความเป็นระเบียบ สามารถบอกเขาได้ว่าเราต้องการความสงบ ใส่ความเป็นตัวตนของโรงแรมเข้าไป เขาก็สามารถทำตามที่บอกได้ แต่ถ้าโรงแรมนั้น ๆ ไม่บอกลูกค้า เขาก็จะทำตามวัฒนธรรมของเขา ตรงนี้อยากฝากด้วย เขาไม่ได้ผิดอะไร 70 % ของเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยว มาจากประเทศจีน

ฉะนั้น ผู้ประกอบการเองตั้งแต่ระดับโรงแรมไปจนถึงชุมชน ต้องฝากว่า ถ้าอยากให้เขาอยู่กับโรงแรมแบบไหน และปฏิบัติกับสิ่งของๆ โรงแรม หรืออุปกรณ์เราอย่างไร สื่อให้เขาเห็น เขาจะทำได้แน่นอน”

โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี ที่พักของเราในค่ำคืนนี้เป็นที่พักที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและทันสมัย จุดเด่น สระว่ายน้ำตรงกลางที่พัก อยู่ห่างจากทะเลเพียงนิดเดียว ห้องพักถูกตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์ เรียบหรู สะอาดตา
มีอุปกรณ์เครื่องใช้อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ท้ายสุด คุณภัทรพล กล่าวถึง การเตรียมใช้สื่อ Social เข้ามาเพื่อการประชาสัมพันธ์ ในปัจจุบันโรงแรมต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับ  เรื่องนี้มากขึ้น “เราวางแพลนเอาไว้สำหรับทุกส่วนของ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram Twister ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อความเหมาะสม หลังจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังในทุกช่องทาง

โดยตั้งเป้าไว้ว่า ลูกค้าที่มาพักหรือมารับประทานอาหารจะผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า 20% ในส่วนของห้องพักโรงแรมจะมีโปรโมชั่นให้ติดตาม
ภายใต้ชื่อเดียวกัน คือ Bay Window @ Sea…..”

หากพูดถึง Bay Window @ Sea คุณล่ะเดินทางไม่ยาก แค่ตื่นเช้าล้างหน้าแปรงฟันเดินทางจากรีสอร์ทแค่แป๊บเดียว เดินเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล ง่ายกว่านี้จะมีอีกมั้ย! พร้อมไปสัมผัสกับบรรยากาศชิลๆ ริมหาดชะอำ กับเทศกาล “ปิ้งหอย…คอยเธอ”กันแล้วหรือยัง ??

ยกครอบครัวไปลุยทริปนี้ได้เลย ที่สำคัญ อย่าลืมแวะเวียนเข้าไปทายทักกับ Bay Window @ Sea โรงแรมน้องใหม่ที่การันตีความเพอร์เฟคสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง

โรงแรม BAY WINDOW@Sea Cha-am
312 ซอย ร่วมจิตร ตำบล ชะอำ อำเภอ ชะอำ เพชรบุรี 76120
โทรศัพท์: 082 687 6680


หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรม

หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรมตอนที่ 3
“มนต์เสน่ห์นี้ที่ผาหมอน” จังหวัดเชียงใหม่

นับตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายธานินทร์กรัยวิเชียร ได้มีการกำหนดนโยบายชาวเขาตาม   มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2519 ใช้นโยบายรวมพวก มาเป็นแนวทางในการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา“เพื่อให้ชาวเขาเป็นพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้”และใช้การพัฒนาแบบเขตพื้นที่โดยระบบสมบูรณ์แบบ (Zenal Integrated Development) รูปแบบการพัฒนาที่เน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามความลาดชันในพื้นที่ลุ่มน้ำ (WatershedArea) มาพัฒนาคุณภาพชีวิตและหยุดยั้งการทำไร่เลื่อนลอย  เปลี่ยนมาเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบถาวรให้ชาวเขาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง กรมประชาสงเคราะห์(ปัจจุบันกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) จึงจัดตั้งกองสงเคราะห์ชาวเขาศูนย์วิจัยชาวเขา ศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดต่างๆขึ้น (ปัจจุบันศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัด)  และส่งหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเคลื่อนที่ออกไปปฏิบัติงานตามหมู่บ้านชาวเขาในถิ่นทุรกันดารส่งผลให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน

 นางนภา  เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีชาวเขาหรือราษฎรบนพื้นที่สูงมากที่สุดในประเทศ349,118 คน และเป็นจังหวัดที่มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมากที่สุดถึง 146,635 คน กะเหรี่ยงในประเทศไทยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยงสะกอหรือปกาเกอะญอ กะเหรี่ยงโปร์ กะเหรี่ยงบะเว และกะเหรี่ยงปะโอหรือตองสู้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมักตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณหุบเขา ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวปลูกพืชผักต่างๆ เช่น ทำนาดำ การทำไร่หมุนเวียน และเลี้ยงสัตว์การสืบทอดเชื้อสายมาทางฝ่ายหญิงเป็นหลักเมื่อแต่งงานฝ่ายชายต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายหญิง ครอบครัวของกะเหรี่ยงยังยึดถือระบบ  ผัวเดียวเมียเดียว

“บ้านผาหมอน”หมู่บ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ คำว่า “ปกาเกอะญอ” เป็นชื่อเรียกตัวเองของกะเหรี่ยงกลุ่มสะกอมีความหมายว่า“คนที่มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพ และมีวัฒนธรรมที่ดีงาม” หมู่บ้านเล็กๆบนดอยอินทนนท์แห่งนี้ยังคงความงดงามตามธรรมชาติมีพิธีกรรมความเชื่อ “ป่าสะดือ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเคารพและหวงแหนธรรมชาติ ป่าสะดือเป็นสายใยระหว่างชาวปกาเกอะญอตั้งแต่แรกเกิดจนตายโดนพ่อจะนำรกหรือสะดอของเด็กใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกติดไว้กับไม้ไผ่ หรือผูกติดไว้กับต้นไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดต้นไม้นี้เรียกว่า “เดปอทู่” หรือ ป่าสะดือ ต้นไม้ต้นนี้ห้ามผู้ใดมาตัดหรือโค่นลงเชื่อว่าจะทำให้เจ้าของรกเจ็บป่วย และจากความเชื่อนี้ส่งผลให้บริเวณป่าสะดือจึงมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณไม้หายากต่างๆ กุศลบายอันฉลาดของบรรพบุรุษชาว ปกาเกอะญอ ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า “ปกาเกอะญออยู่ที่ไหนป่าอยู่ที่นั่น” นอกจากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แล้วหมู่บ้านผาหมอนแห่งนี้ยังมีบ้านน้อยโฮมสเตย์ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวบรรยากาศรอบๆโฮมสเตย์รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ท่านจะลองศึกษาเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาเส้นทางธรรมชาติบริเวณผาดอกเสี้ยว น้ำตกวชิรธาร เยี่ยมชมธนาคารข้าวพระราชทานและเรียนรู้พร้อมลิ้มรสอาหารชนเผ่า โปรโมชั่นพิเศษช่วงเดือนธันวาคม2561 – กุมภาพันธ์ 2562 แพ็กเกจท่องเที่ยว2วัน 1 คืน ปกติคนละ 1,500 บาท ลดเหลือ ดังนี้2 คน 2,700 บาท

3 – 4คน 3,500บาท

5 – 6คน 4,000 บาท

7คนขึ้นไป 4,500บาท

ขอเชิญชวนผู้ที่มีใจรักการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ตามวิถีธรรมชาติลองมาสัมผัสความงดงาม วิถีสโลว์ไลฟ์ของพี่น้องชนเผ่าปกาเกอะญอที่บ้านผาหมอน การท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เป็นแค่การท่องเที่ยวแต่เป็นการสร้างรายได้และสวัสดิการให้แก่ชุมชน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและจุดประกายการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณองอาจ คามคีรีวงศ์ การท่องเที่ยวชุมชนบ้านผาหมอน (องค์กรสาธารณประโยชน์) 08 1166 4344

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน วันที่ 1

  • รู้จักชุมชนวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีของบ้านผาหมอน
  • สาธิตการตำข้าวของปกาเกอะญอ
  • เรียนรู้กระบวนการการทอผ้าและการจักรสาน
  • ทัวร์รอบชุมชนชมจุดชมวิวของหมู่บ้าน/ธนาคารข้าวพระราชทาน เรียนรู้การทำขนมพื้นบ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ
  • เข้าพักบ้านโฮมสเตย์
  • รับประทานอาหารเย็น ณ บ้านพักโฮมสเตย์ (อาหารพื้นบ้านชนเผ่า)
  • กลางคืนชมการแสดงการละเล่นเตหน่าและการรำดาบ

วันที่ 2

  • รับประทานอาหารเช้า
  • รู้จักเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาก่อนเดินทางท่องเที่ยว
  • เดินป่าเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนา (เรียนรู้การทำนาขั้นบันได/การเลี้ยงผีฝาย/พิธีกรรมเกี่ยวข้องกับ             การทำนา/พันธุ์ข้าวผาหมอน/พันธุ์ข้าวพระราชทาน/ชมวิถีปกาเกอะญอกับนาข้าว/เรื่องเล่าไม้ไผ่/               การจัดการน้ำโดยชุมชน/สมุนไพรในชุมชน
  • รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารพื้นบ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ)
  • ศึกษาเส้นทางธรรมชาติบริเวณผาดอกเสี้ยว/น้ำตกวชิรธาร
  • ซื้อของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ของชุมชน ณ บ้านผาหมอน

Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12

คู่ชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปี 12  พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคม มอบรายได้ให้ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

ผ่านไปแล้ว  สำหรับการประกวด Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12 ซึ่งจัดโดย บริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมกับ  สำนักข่าว AC NEWS ซึ่งได้รับการสนับสนุนสถานที่จัดการประกวดจาก ศูนย์การค้า The Walk เกษตร-นวมินทร์ และ องค์การที่ได้ให้การสนับสนุนมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต บัตรยูเมะพลัส ธ.ออมสิน ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.อาคารสงเคราะห์ ธ.กสิกรไทย ธ.ทหารไทย หากไม่มีผู้ใหญ่ใจดีทั้งหมดนี้กิจกรรมก็คงจะดำเนินมาไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

บรรยากาศงานมีความคึกคักเต็มไปด้วยความสดใสของเด็กๆที่เข้ามาประกวด พร้อมด้วยผู้ปกครอง ทำให้ The Walk ดูแน่นไปถนัดตา โดยรางวัลสำหรับคู่ที่ชนะเลิศในปีนี้เป็นถ้วยเกียรติยศของหม่อมหลวงสราลี กิติยากร พร้อมสายสะพาย และ ทุนการศึกษา และ นอกจากนั้นผู้ที่ได้ตำแหน่งรอง และ ตำแหน่งอื่นๆอีก 18 รางวัล ก็ยังได้รับถ้วยรางวัลและของขวัญอีกมากมาย

ตำแหน่ง Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปีที่ 12
-รางวัลชนะเลิศ
ด.ญ.วรกมล ไหมเพชร(บอส)
ด.ช.ชิณณพัฒน์ พูนหิรัญภัทร์ (วินนี่)

-รองชนะเลิศ อันดับ1 /ออมสิน Vote /บุคลิกภาพดี ได้แก่ ด.ญ.รินรดา กันทา (ลันลาบาย)
-รองชนะเลิศอันดับ 1 ทูตน้อย / รางวัลบุคลิกภาพดี ได้แก่ ด.ช.ธนาธิป พันธุ์ศรี (หมิง)

-รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ2
ด.ญ.ชมพูนุช ศรุตาเดโชกุล(บีเฟิร์ส)
ด.ช.ภูมมิภัฎ ภวภัชชกุล (ปราร์ค)

ภาระกิจแรกของ “ทูตน้อย Santa Kids”  คือ  เป็นตัวแทนนำรายได้ไปมอบให้ “มูลนิธิบ้านนกขมิ้น” ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 และ นอกจากนั้นก็จะทำหน้าที่ช่วยเหลืองานการกุศลขององค์กรต่างๆตามวัตถุประสงค์ของโครงการคือการฝึกให้เด็กๆรู้จักช่วยเหลือสังคม อีกทั้งจะมีการไปขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ช่วยประชาสัมพันธ์งานอีกด้วย

เนื่องในปีนี้เป็นปีที่ 12 ของโครงการ Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ทางโครงการฯได้จัดทำเพลง “รวมพลัง Santa Kids” ขึ้นเป็นเพลงประจำโครงการซึ่งจะมีการถ่ายทำมิวสิควีดีโอ โดย กลุ่ม Santa Kids กว่าร้อยชีวิตในเร็วๆ นี้



ร้านอาหาร R.HAAN กับรางวัลแห่งความภาคภูมิ มิชลินไกด์ ๑ ดาว

ร้านอาหาร R.HAAN
สวรรค์ของคนรักอาหารไทย ใจกลางกรุงเทพ

ร้านอาหาร R.HAAN  คือ ชื่อของร้านอาหารไทยหน้าใหม่ แบบดั้งเดิมสุดพรีเมี่ยม ร้านอาหารนี้ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 131 ทองหล่อ ซอย 9 ร้านอาหารรางวัลหนึ่งดาวมิชลิน

Wisdom of Thai Cuisine บรรยากาศโด่ดเด่นด้วยดีไซน์การตกแต่งศิลปะแบบไทย โถงทางเดินที่มีลายกระหนกบนผนังและฝ้าเพดาน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านเรือนไทย เชื่อมโยงทุกโซน  ด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น รสชาติอาหารไทย และการตกแต่งแบบไทย

R.HAAN (ร้านอาหาร)  ร้านรางวัลหนึ่งดาวมิชลิน ซึ่งมีเอกลักษณ์ของตัวเองไม่ว่าจะเป็นสไตล์การตกแต่ง การใช้ภาชนะ และเทคนิคการทำอาหาร

ในวงการอาหารไทยของบ้านเรา ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราอาจเห็นภาพรางวัลดาวมิชลิน ที่สร้างสรรค์ร้านอาหารออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งแต่
ละร้านล้วนสะท้อนให้เห็นตัวตนและแนวคิด จนในวันนี้เราได้พบกับเชฟชุมพล แจ้งไพร ถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทย ผ่านความประณีต วัตถุดิบพรีเมี่ยม ผ่านกรรมวิธีการปรุงแบบไทยแท้ตามต้นตำรับจนได้อาหารไทยชั้นเลิศอันน่าหลงไหล เชฟไฟแรงสูงที่ผ่านเวทีมาหลายครั้ง และยังเป็นหนึ่งในผู้เชฟ ร้าน R.HAAN  ภูมิปัญญาแห่งไทยทั้งหลายมารวมกันที่นี่เพียงที่เดียว กับรางวัลอันยิ่งใหญ่

ร้านอาหาร R.HAAN  เป็นร้านอาหารไทยแบบ Fine Dining  ของคุณต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี ภายใต้แนวคิด “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ร่วมมือกับ เชฟชุมพล แจ้งไพร แสดงให้เห็นว่าร้านอาหารสามารถประสบความสำเร็จได้มากเพียงใด หากเชฟทุ่มเททั้งหัวใจและนำเสนอเมนูเลิศรสที่ได้รับแรงบันดาลใจภายใต้แนวคิด ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ร้านเปิดมาเพียง 6 เดือน
ในปี 2561 ได้รางวัล  เป็นมิชลิน 1 ดาว ในหนังสือ Michelin Guide Thailand 2019 (Bangkok ,Phuket & Phang-Nga)

วันนี้ คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี มอบประสบการณ์รับประทานอาหารไทยร่วมสมัยในเเบบฉบับของ ร้านอาหาร  R.HAAN  ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ร้าน
มิชลิน 1 ดาว ของคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี  ในส่วนของเมนูอาหาร ร้านติดดาวมีความน่าสนใจ โดยอาหารของที่นี่มีให้เลือก 3 สำรับด้วยกัน คือ สำรับตรี โท และเอก มีราคาแตกต่างกันไปในแต่ละสำรับ วัตถุดิบของอาหารแต่ละจานนั้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีจากทั่วภูมิภาคในประเทศไทย ผ่านการปรุงละเอียดทุกขั้นตอน

เบื้องหลังครัวไทยร้านอาหาร  Totptotravel กำลังนั่งดื่ม Complimentary แบบไทย เครื่องดื่มชื่อว่า งามอย่างไทย เป็นโซดาผลไม้ พร้อมเปิดดูเมนู Exclusive Menu Samrub เมนูที่เราชิมในค่ำคืนนี้เป็น สำรับอาหารไทยฤดูฝนซึ่งอาหารเรียกน้ำย่อย  ทุกสำรับบนโต๊ะอาหาร นอกจากจะถูกแสดงออกด้วยรสชาติ อาหารไทยแท้  ที่คัดสรรและปรุงอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน
แล้ว อาหารทุกจานในแต่ละสำรับนั้นยังแฝงความเป็นไทยที่มีเอกลักษณ์ ด้วยการใช้ภาชนะที่งดงาม เขียนลายด้วยมือช่างชั้นสูง ถอดแบบมาจากเครื่องต้น ที่ถูกใช้ในพระราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ที่หาชมยาก

เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กแห่งประเทศไทย

ด้วยความที่ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กแห่งประเทศไทย เป็นคนที่ชื่นชอบความท้าทาย รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ อาหารก็คือสิ่งมีชีวิตแบบหนึ่ง ในสังคมหนึ่ง ทั้งวัตถุดิบและรสชาติก็ต้องประยุกต์ ความจริงแท้

Authentic ถือเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งของแนวคิดอาหารทุกชนิด หัวใจสำคัญหลักๆ นอกจากการปรุงที่พิถีพิถันแล้ว อยู่ที่คุณภาพของวัตถุดิบ นอกจากที่ต้องเป็นวัตถุดิบคุณภาพดีเลิศแล้ว ยังต้องรักษาความสดไว้ให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเมนูไหน อาหารประเทศอะไรก็ตามถ้าได้วัตถุดิบชั้นเลิศจะทำให้จานนั้นอร่อยขึ้น

สำหรับเมนูแนะนำ  ขอเริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง เมี่ยงปลาทูไทยเสวย ทำจากปลาทูไทย เข้ากันได้อย่างดี

นอกจาก นี้ยังมี ยำหัวปลีป่าน่องกบนาย่างถ่าน
Wild banana flower Spicy Thai salad with charcoal Grilled frog

ทอดมันกุ้งสามน้ำ
Deep Fried Thai river Prawn cake

หมี่กรอบชาววัง
Royal recipe, crispy rice vermicelli with sweet and and Sour Sauce from ‘Somsa’ in chive & coriander pastry shells

แกงเขียวหวานพริกขี้หนูสดสวนปิติกับปลาเก๋าแดงน้ำลึกทะเลระนอง
Freshly handmade  classic bird ‘eye green curry with “Ra-Nong” Deep sea Red grouper and GI’organic coconut from “Kho Pha-ngan”

ถึงพริกถึงขิงกลิ้งหมูกรอบ
Stir fried  pork belly  with Red curry crispy pork

น้ำพริกไข่ปูพริกขี้หนูสี่ภาค
Spicy Crab’s Roe Sauce  with four bird’s eye Chilli Dip

ผัดเผ็ดหมูป่าหน่อกระวานจันทรบูร
Stir Fried Spicy with boar with Red curry paste and Chantaboon Siam cardamom

สามสายสามกษัตริย์ต้มกะทิ
Ours’s ancient across Royal kingdom of Thailand, Lotus’s coconut soups with 3 kinds Rama 5 inspirations

ข้าวหอมมะลิใหม่ยโสธรและข้าวกล้อง 5 พลัง เสิร์ฟพร้อมหัวน้ำปลาแท้ระยองกับพริกขี้หนูปิติ

กับจานพิเศษ เนื้อแบล็คแองกัสจากสุพรรณบุรี surprise

เนื้อแบล็คแองกัสจากสุพรรณบุรี

ขนมสำรับไทยคู่กับชากาแฟ /Thai fruits & Petit Fours เสิร์ฟมาเหมือนเซ็ตขนมกินกับชา 4 จาน ประกอบด้วย

ข้าวตูข้าวตอกน้ำผึ้งเกสรดอกลำไย /Roasted sun dried rice with longan Honey and coconut
เสน่ห์จันทร์หอม /Flower shaped baked rice flour
วุ้นกรอบทองคำ/Gold crispy jelly
ลูกชุปมังคุดเสวย/Mangosteen shape stirred pound golden bean
หม้อแกงอินทผาลัมมะตูมเชื่อม, ข้าวเหนียวมะม่วงภักดี, ข้าวเม่าทอดกล้วยไข่กำแพงเพชร

สำหรับเมนูแนะนำ คือ สามสายสามกษัตริย์ต้มกะทิ เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ข้าวต้มที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงปรุงขึ้นโดยมี ปลาทู ปลาหมึก และ กุ้ง เป็นองค์ประกอบจุดเด่นของเมนูจานนี้ คือ เชฟเอาทั้งสาม มาต้มกับกะทิ แล้วค่อยเอาน้ำซุปใสรสชาติอร่อยมาราดลงไป ความอร่อยสดชื่นคล่องคอ และกลมกล่อม เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย

โดยภาชนะที่เลือกใช้นั้นเขียนลายด้วยมือช่างชั้นสูง ถอดแบบมาจากเครื่องต้นที่ถูกใช้ในพระราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ แอบสงสัย มิชลิน เค้าให้ดาวกันอย่างไร ในแง่ของการทำอาหารที่มีรากของความเป็นไทยแท้และมี Story ที่ทำให้ สาระของอาหารไทยบวกกับความเป็นไทยแบบต้นตำรับ

ขอบคุณ Exclusive Dinner ร้านอาหาร R.HAAN มิชลินสตาร์  ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับบรรยากาศมื้อค่ำลิ้มรสชาติต้นตำรับอาหารไทยที่พิถีพิถันการรังสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีต ณ ร้านอาหาร รูปแบบ Fine Dining ที่มาจากแก่นแท้ภูมิปัญญาอาหารไทย

พบกับเมนูใหม่ของห้องอาหารได้แล้ววันนี้
ร้านอาหาร R.HAAN  “ภูมิปัญญาแห่งไทย” ทั้งหลายมารวมกันที่นี่
เพียงแห่งเดียว

ร้านอาหาร R.HAAN
131 Soi Sukhumvit 53 (Paidee-Madee) Klongtun Nua Wattana Bangkok 10110 Thailand

Tel. + 66 (0) 2 059 0433 – 34
+ 66 (0) 95 141 5524
Open Daily : 6.00 p.m. – 11.00 p.m.

#RHAAN #BestThaiRestaurant
#wisdomofthaicusine #ภูมิปัญญาอาหารไทย
#Michelinstar2019 #Michelinguide
#ร้านอาหาร R.HAAN มิชลินสตาร์

โรงพยาบาลบาโนบากิ เปลี่ยนชีวิตผู้เข้าร่วมรายการ Let me in Thailand 4 Reborn เจออนาคตที่ดีขึ้น

โรงพยาบาลที่มีความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดศัลยกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

โรงพยาบาลบาโนบากิ แบรนด์ตัวแทนด้านศัลยกรรมจากเกาหลีใต้ นับเป็นโรงพยาบาลที่เป็นเลิศด้านการผ่าตัด สร้างความอบอุ่นให้กับคนไข้ขณะรับการรักษา และยังเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย สร้างความมั่นใจอีกครั้งกับการเป็นทีมแพทย์หลักในการทำศัลยกรรมให้กับผู้เข้าร่วมรายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้พวกเขา และเธอได้พบกับอนาคตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ศัลยแพทย์โอ ชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ

ศัลยแพทย์โอ ชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ กล่าวว่า โรงพยาบาลบาโนบากิ เป็นโรงพยาบาลที่มีความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดศัลยกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งตั้งแต่ปีที่แล้ว รพ.ได้เริ่มแคมเปญ “Detailist” หรือ “ผู้ใส่ใจรายละเอียด” ขึ้น ซึ่ง Detailist มาจากคำว่า Detail และ Specialist  หมายถึงกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือ ละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนก่อนศัลยกรรม รวมไปถึงการดูแลคนไข้หลังการศัลยกรรม ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของ รพ.บาโนบากิ ของเรา นอกจากนี้ยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำแต่ละสาขา อาทิ ศัลยกรรมขากรรไกร, ศัลยกรรมปรับรูปหน้า, ศัลยกรรมหน้าอกศัลยกรรมยกกระชับ, ศัลยกรรมตาและจมูก เป็นต้น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านนั้นมีการค้นคว้าวิจัยในแต่ละสาขาที่ตนเองถนัดอยู่ตลอดเวลา

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของรพ.ของเราอีกข้อก็ว่าได้ และจากคุณภาพที่ยอดเยี่ยมมีความปลอดภัยที่สูงนี่เอง ทำให้ปีนี้รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ได้เลือกให้เราเป็นทีมแพทย์หลักเกาหลีทีมเดียวในการช่วยเปลี่ยนชีวิตให้กับผู้เข้าร่วมรายการตลอดทั้งซีซั่นนี้ ซึ่งทางศัลยแพทย์โอ ชางฮยอนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมรู้สึกดีใจมากที่การผ่าตัดของผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา พวกเรา รพ.บาโนบากิ หวังเป็นอย่างสูงว่าเราจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าร่วมรายการได้มีความสุขที่มากขึ้น ได้พอเจอสิ่งดีๆ ในชีวิต ได้เดินตามฝันของตัวเองโดยปราศจากอุปสรรคทางด้านหน้าตา

ปัจจุบันคนไข้ชาวเกาหลี และคนไข้ชาวไทยต่างมีความต้องการที่อยากจะสวยหล่อขึ้นมากมาย ซึ่งที่ประเทศเกาหลีใต้ การศัลยกรรมถือว่ามีการพัฒนาล้ำหน้า โรงพยาบาลศัลยกรรมก็มีอัตราการแข่งขันค่อนข้างสูง ทำให้ข้อมูลการศัลยกรรมมีการเผยแพร่ออกไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคนไข้เองก็มีการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการศัลยกรรมกันมากขึ้น ทำให้คนไข้ชาวเกาหลีมีความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมมาพอสมควรก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรม

แต่เมื่อเทียบกับคนไข้ชาวไทย ถึงแม้ว่าคนไข้จะศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี แต่การได้เห็นกระบวนการศัลยกรรมจากทีมแพทย์โดยตรง จะยิ่งทำให้คนไข้มีความเชื่อมั่นในทีมแพทย์นั้นๆ เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ รพ.บาโนบากิ จึงได้เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษา บาโนบากิ” ในไทยขึ้น เพื่อให้คนไข้ชาวไทยสะดวกสบายเวลาเข้ามารับคำปรึกษาจริงๆ เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเดินทางไปรับการทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี

โดยสำหรับผู้สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่
ศูนย์ให้คำปรึกษา บาโนบากิ
ซอยทองหล่อ 3 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ 10310
ติดต่อสอบถามและนัดคิวขอคำปรึกษา
ได้ที่ 02-392-2890  หรือ 099-112-4777
Line @thaibanobagi (มี@ข้างหน้า ) www.thailandbanobagi.com