Category Archives: japanese

5 เมนูไฮไลท์ โอมากาเสะซูชิคอร์ส

ฝีมือ เชฟบอส” จากร้าน มูเกนได ฮอนเต็น

กำลังมองหามื้อพิเศษ คำพิเศษ สำหรับปาร์ตี้แทนคำอวยพรแก่คนพิเศษของคุณอยู่หรือเปล่า?  ลองเลือกเป็น “โอมากาเสะ ซูชิ” สักคอร์สซิ แล้วจะไม่ผิดหวัง เพราะทุกคำคือคำพิเศษที่เชฟซูชิพิถีพิถันทุกขั้นตอน ก่อนจะผ่านมาเสิร์ฟตรงหน้าคุณแบบอุ่นๆ ฟินๆ

เชฟบอส – คุณสุทธิเกียรติ คงคติธรรม หัวหน้าเชฟ / เชฟซูชิประจำร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม มูเกนได ฮอนเต็น

เพราะ โอมากาเสะ ซูชิ คอร์ส  คือ เมนูซูชิที่เชฟซูชิผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษ พิถีพิถันทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศบรรจงปรุงซูชิด้วยความเอาใจใส่ทีละคำ ประดิษฐ์ประดับอย่างมีศิลปะ และเชฟจะเป็นผู้ออกแบบเมนูด้วยตัวเอง โดยที่ลูกค้าจะไม่ทราบก่อน ว่าอาหารที่จะได้รับประทานคืออะไร เพราะเชฟจะเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่นั่งรับประทานที่บาร์ซูชิทีละคำ เพื่อให้สัมผัสถึงกระบวนการปรุงอย่างละเมียดละไม และความใจใส่ที่เชฟทุ่มเทจากตรงหน้า

วันนี้ เชฟบอส – คุณสุทธิเกียรติ คงคติธรรม หัวหน้าเชฟ / เชฟซูชิประจำร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม มูเกนได ฮอนเต็น  (MUGENDAI HONTEN) เชฟซูชิคนไทยที่มีประสบการณ์ในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกมากว่า 14 ปี มีโอกาสได้ร่วมงานกับเชฟชื่อดังมากมาย อาทิ เชฟชิโร่ (Shiro), เชฟโมริโมโต้ (Morimoto) แนะนำเมนูสนุกๆ สุดสร้างสรรค์ ให้ได้ลิ้มลองกัน

1. Fake Tomato (มะเขือเทศปลอม) – เมนูแอพพิไทเซอร์

Fake Tomato (มะเขือเทศปลอม)

เมนูนี้ทำหน้าที่แอพพิไทเซอร์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะนอกจากหน้าตาน่ารัก รับประทานง่าย รสชาติเบาๆแล้ว ยังสร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มคอร์ส ด้วยการเซอร์ไพรซ์จากวิธีการรับประทาน ทันทีที่มะเขือเทศปลอมลูกนี้ แตกโพละแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ลิ้นจะได้สัมผัสรสชาติน้ำมะเขือเทศที่กลมกล่อมเหมือนน้ำหวาน ให้ความสดชื่น และกลิ่นหอมมะเขือเทศจริงๆ แถมมีรสเผ็ดซ่าขึ้นจมูกนิดๆ ให้พอประหลาดใจ เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ส่วนการประดับตกแต่งนั้น เชฟบอสออกแบบให้เหมือนผลมะเขือเทศจริง ด้วยการจัดวางมะเขือเทศปลอม 2 ลูก ประดับช่อจากกิ่งของมะเขือเทศจริง วางบนกองดินที่ทำจากคุกกี้ช็อกโกแล็ตและงาดำบดเข้าด้วยกัน

2. Awabi (เป๋าฮื้อ) – เมนูแอพพิไทเซอร์

เป๋าฮื้อญี่ปุ่นสดขนาดเล็ก เนื้อใสเด้ง นำไปนึ่งด้วยสาเกชั้นดี วางบนข้าวปั้นซูชิ ที่ผ่านการนำไปคลุกเคล้าให้เข้ากับซอสตับเป๋าฮื้อปรุงรสสูตรพิเศษที่เชฟบอสคิดค้นขึ้น ประดับด้วยใบไมโครร็อกเก็ตเพื่อความสวยงาม ความพิเศษของเมนูนี้คือในซูชิคำเดียวนี้เองที่จะพาคุณดำดิ่ง
ไปสู่รสชาติของทะเลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรสเค็ม กลมกล่อมจากตับเป๋าฮื้อที่แทรกอยู่ทั่วข้าวซูชิ เป๋าฮื้อสดๆ ที่สัมผัสได้ถึงเนื้อแน่น
เด้งสดจริง ชนิดที่ยังคงมีกลิ่นหอมจากทะเลติดจมูกมาถึงบนโต๊ะอาหาร

3. Akami Tataki (ทูน่ารมควัน) – เมนูแอพพิไทเซอร์

นอกจากนางเอกของเมนูนี้จะคือทูน่าเนื้อสดสีแดงจัดแล้ว ยังมีความพิเศษในการปรุงอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอีกด้วย นั่นคือวิธีการรมควันทูน่าด้วยการใช้ฟางแบบโบราณ กลิ่นหอมของฟางจึงเป็นเสน่ห์ของคำพิเศษคำนี้ ที่จะหอมติดจมูกตลอดการรับประทาน ผสมอย่างกลมกลืนไปกับรสของครีมไวท์ทรัฟเฟิลออยล์ พร้อมเครื่องเคียงด้วยสลัดซอสพอนซึกับใบโอบะ (ใบชิโสะ) คลุกเคล้ากับขิงญี่ปุ่น หรือ เมียวกะ (Myoga) วางบนวาซาบิพาวเดอร์ เพิ่มรสเผ็ดซ่า ซูชิเมนูนี้ผสมผสานความจัดจ้านในหลากหลายรสชาติในคำเดียวกันได้ในปริมาณที่ลงตัวที่สุด

4. D.I.Y. Sandwich (ดี.ไอ.วาย. แซนด์วิช) – เมนูแอพพิไทเซอร์

การสร้างประสบการณ์จากความสนุกในการทำแซนด์วิชแต่ละคำด้วยตัวเองคือความพิเศษของเมนูนี้ โดยเชฟบอสได้พิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตุดิบเกรดพรีเมี่ยม สั่งตรงแบบสดๆ มาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสำหรับโอมากาเสะคอร์ส ได้แก่ ไข่ปลาคาเวียร์สด, ทูน่าบดสับ, อูนิ หรือ ไข่หอยเม่นสดสั่งตรงจากฮอกไกโด, ต้นหอมญี่ปุ่นสำหรับโรยหน้า ซอสสาหร่าย และขนมปังบริยอช (Brioche) ปิ้งกับเนยอย่างดี จัดวางส่วนผสมชั้นเลิศไว้บนจานไม้สไตล์ญี่ปุ่น จากนั้นก็พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้สนุกไปกับซูชิพรีเมี่ยมคำนี้

5. Tamago (ไข่หวาน) – เมนูซูชิเมนคอร์ส
ของหวานกลิ่นหอมยั่วใจ สีเหลืองนวลฉ่ำน่ารับประทาน ที่น่าเซอร์ไพรซ์ยิ่งกว่าก็คือเป็นเมนูของหวานที่เชฟบอสสร้างสรรค์มาจากของคาวอย่างไข่ไก่ญี่ปุ่น ปรุงด้วยกรรมวิธีสูตรเฉพาะ จนกลายเป็นเมนูไข่หวาน ที่รับประทานเป็นเมนูหวานได้สมศักดิ์ศรี กลิ่นหอม รสหวานกำลังดี มีสัมผัสนุ่มลิ้น เป็นเมนูที่เชฟตั้งใจเสิร์ฟเมนูเมนคอร์สลำดับสุดท้าย เพื่อเป็นการปรับรสชาติจากของคาวเข้าสู่เมนูของหวานอย่างละมุนละม่อม โดยตัดเสิร์ฟชิ้นพอคำ
1 ชิ้น วางบนถาดไม้ขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยม

 

ไข่ไก่ญี่ปุ่น ปรุงด้วยกรรมวิธีสูตรเฉพาะ จนกลายเป็นเมนูไข่หวาน

สำหรับคอร์ส “โอมากาเสะ ซูชิ” โดยฝีมือ เชฟบอส-สุทธิเกียรติ คงคติธรรม ร้านมูเกนได ฮอนเต็น (MUGENDAI HONTEN) ซ.ทองหล่อ 10 ใน 1 คอร์ส มีทั้งหมด 19 เมนู ประกอบด้วย แอพพิไทเซอร์ 6 เมนู, ซูชิ 11 เมนู, ซุป 1 เมนู, และผลไม้ 1 เมนู ราคาคอร์สละ 5,000 บาท+++

ให้บริการเสิร์ฟโอมากาเสะคอร์สทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ 18.00 น.
และ 20.00 น. คอร์ส ละไม่เกิน 8 ท่าน กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า 2 วัน
ได้ที่โทร. 02-726-9222, 087-996-8888

ร้านมูเกนได ฮอนเต็น (Mugendai Honten)
ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ มูเกนได เฮ้าส์ (Mugendai House)
ซ.ทองหล่อ 10 เปิดให้บริการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 17.00-24.00 น.

ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-24.00 น.

ติดตามและติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-726-9222, 087-996-8888
www.mugendaibkk.com

Mori Grill – Japanese Restaurant : หอมกลิ่นควันของความอร่อย

จัดเต็มเหมือนเดิม เพิ่มเติมหลายอย่าง

ขอชวนทุกคนไปกินอาหารสไตส์ญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลเค้าว่าเด็ดเลยต้องมาลองกับร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม Mori Grill – Japanese Restaurant  ถือได้ว่าเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นของโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ย่านรัชดาภิเษก สำหรับการตกแต่งก็จะเน้นบรรยากาศสบายๆ  ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ที่นี่แสดงความเป็นตัวตนของประเทศญี่ปุ่นอันทันสมัย สะดวกสบาย  รองรับลูกค้าได้ถึง 115 ที่นั่ง มีทั้งโซนนั่งทานอาหารเพลินๆ ถ้ามาเป็นกลุ่ม มีห้อง Private Room โอ่โถง และจอ LED ขนาดใหญ่ รองรับ 5 ห้องในขนาดที่ต่างกัน ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ ของคนชอบทาน อาหารสไตส์ญี่ปุ่นแท้ๆ

ห้องอาหารญี่ปุ่น โมริ กริลล์ ร้านอาหารอันดับต้นๆ ที่ทุกคนกล่วถึงจนได้รับฉายา “ต้นตำรับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ขึ้นชื่อมาตลอดกว่า 20 ปี Mori Grill บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นในตำนาน ที่ได้รับการกล่าวขานว่าคุณภาพดี อร่อยสมราคามีแซลมอนก็ว่าคุ้มแล้ว แต่นี่ยังมีเนื้อวัวส่งตรงจากญีปุ่น และเมนูอาหารญี่ปุ่น ที่การันตีว่าสุโค่ยเกินกว่า 100  เมนู ทั้งปิ้ง ย่าง ทอด ซูชิ ซาชิมิ ข้าวปั้น ราเมง เทปันยากิน และยังมีของหวานตบท้าย


โอ้วโหวว…. ถ้าทานไม่อั้นแบบนี้ สั่งเพิ่มได้ตลอด ห้องอาหาร Mori Grill จัดแบ่งโซนให้บริการอย่างชัดเจน
มาถึงต้องไม่พลาด โซน Sushi – Sashimi Couter ที่มีพระเอกอย่าง ปลาหมึกยักษ์ ปลาซาบะ ปลาแซลมอน เกรดเอ นำเข้าจากนอร์เวย์ ข้าวปั้นต่างๆ  แคลิฟอเนียโรล อร่อยลืมไม่ลง เป็นอีกโซนที่ขอซ้ำหลายรอบ


Teppanyaki – BBQ Couter เป็นที่นิยมที่สุด

เมนูแรกที่เราได้สัมผัสในวันนี้่ Teppanyaki – BBQ Couter  ถือได้ว่าตอบโจทย์คนรัก Teppanyaki
ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดจะรออะไรยังงี้ต้องไปจัดอย่าง เนื้อแกะ กุ้งแม่น้ำ รวมถึงเมนูเห็ดต่างๆ มาสัมผัสความอร่อย
ของเนื้อแกะนุ่มๆ รสชาติกล่ม

เป็นมุมโปรดของใครหลายคน ความพิเศษของที่นี่ อยู่ที่เมนูอาหารจะสลับสับเปลี่ยนทุกวัน พร้อมคงเมนูที่ขึ้นชื่ออย่าง หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊ว มิสโซซุป และแป๊ะก๊วยคั่วเกลือ แนะนำโซนน้องใหม่ Sha Bu Sha Bu Counter ที่มีทั้งอาหารทะเลผักสดใหม่ให้เลือกเติม และน้ำซุปคอมบุสูตรพิเศษ เฉพาะของร้าน ได้ชิมแล้วรสกลมกล่อมเข้มข้น ไม่ใช่แค่อร่อยอย่างเดียว ถ้าได้ชิมแล้วรับรองติดใจ

ส่วนซูชิพรีเมียม ทำสดใหม่ กุ้งเทมปุระ หัวปลาต้มซีอิ้ว แซลมอนย่างซีอิ้ว ทั้งอาหารทะเล ของทานเล่น อาหารญี่ปุ่นมากมาย ของหวาน ไอศกรีม ก็ไม่แพ้ ลองเลย ยังมีเครื่องดื่ม และเมนูอาหารอีกมากมายที่รับรองว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปแน่นอนค่ะ

เชฟเอ็ดดี้ ยุคิยะซุ ทะคะมะ เชฟฝีมือต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น

โดยมีเชฟเป้ อภิวัติ พระโรจน์ เชฟใหญ่ของห้องอาหาร พร้อมด้วยเชฟเอ็ดดี้ ยุคิยะซุ ทะคะมะ เชฟฝีมือต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น  มาเสริมทัพ สรรค์สร้างปรุงแต่งเมนูสูตรเด็ดพิชิตใจลูกค้าทั้งขาประจำและหน้าใหม่ จุดเด่นของห้องอาหารที่เน้นความสดสะอาด พิถีพิถันทุกกระบวนการผลิต ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำให้รสชาติอาหารอร่อยเลิศ และบริการอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

โซน Sushi – Sashimi Couter ที่มีพระเอกอย่าง ปลาหมึกยักษ์ ปลาซาบะ ปลาแซลมอน เกรดเอ


ใครชอบบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น หากท่านใดชอบซูชิ แต่ก็อยากทานอาหารทะเลไปในเวลาเดียวกัน มาที่นี่ค่ะ มีมากกว่าร้อยเมนู  ห้องอาหารโมริ กริลล์  (Mori Grill)  หนึ่งในห้องอาหารที่สุดเอ็กศ์คลูซีฟ ของ รร. เจ้าพระยาปาร์ค ถ.รัชดาภิเษก

อีกหนึ่งไฮไลท์ Buffet A la Carte การันตีได้ว่าถ้าลูกค้าสั่ง เชฟจะปรุงตามชอบกับรสชาติอาหารที่ปรุงแต่งมาใหม่ๆ เสิร์ฟร้อนๆ อาทิ  เช่น เทมปุระกุ้ง อาหารปิ้งย่าง ปลาแซลมอน ปลาไข่ ปลาซาบะย่างเกลือหรือย่างซีอิ้ว และชาบูร้อนๆ ต้นตำหรับแท้ๆ จากญี่ปุ่น รวมในราคานี้ ราคาบุฟเฟ่ต์อาหารไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ
บุฟเฟ่ต์พรีเมี่ยมเพียง 899 บาท(ราคาสุทธิ) เท่านั้น ที่ Mori Grill ทานได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดนาที



อิ่มหนำสำราญกับอาหารแล้ว  มาปิดท้ายความสุขแห่งการกินมื้ออร่อย  ด้วยขนมหวานในโซน Dessert Counter เน้นเน้น ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด แป๊ะก๊วยน้ำขิง หรือไอศกรีมชาเขียว สูตรพิเศษของ Mori Grill อร่อยระดับยกนิ้วให้

อิ่มอร่อยพร้อมโปรโมชั่น เบียร์ อาซาฮี เสริฟไม่อั้น ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30  และ  รอบเย็น 18.00-22.00 น. บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันและมื้อค่ำบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นพรีเมียมเพียง 899 บาท(ราคาสุทธิ) ถ้ามา 5 คนลดทันที 20%

สำรองที่นั่ง/สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Mori Grill – Japanese Restaurant : ห้องอาหารญี่ปุ่น โมริ กริลล์
โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเศก กรุงเทพฯ
โทร. 02 290 0125
www.chaocomphyapark.com

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค – รัชดาภิเษก
โทร: 02-290 0125 , 092-246 2077
อีเมล์: pr@chaophyapark.com , www.chaophyapark.com
เดินทางสะดวกสะบายด้วย รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานี้รัชดาภิเษก ทางออกที่ 1

www.chaocomphyapark.

ทำไม คุณอู๋ ธนากร หลงรัก…อาคิตะ (Akita)

Amazing Akita 

การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ชวนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
วัฒนธรรม รณรงค์นักท่องเที่ยวไทย เที่ยวญี่ปุ่น…สไตล์อันซีน

หากใครอยากฟินกับความเป็นญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นละก็ Amazing Akita  ดินแดนที่คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด ลองตามเราไปรู้จัก Akita กัน แล้วคุณจะเข้าใจว่า…. ทำไมถึงเที่ยวญี่ปุ่น ที่จ.อาคิตะ (Akita) เมืองเล็กๆ ธรรมดา ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นที่ไม่มีใครสนใจ แต่เมื่ออ่านจบแล้วเชื่อว่าคุณอยากจะรีบเก็บกระเป๋าไปในทันที เพราะที่นั่น  น่ารักบริสุทธิ์ เงียบสงบ และอบอุ่นหัวใจ ชมธรรมชาติริมทะเลสาบ ทะซะวะ แวะชมศาลเจ้าที่มีตำนานยาวนานของญี่ปุ่น

Akita - 9
พิธีกร “ได๋” ไดอาน่า จงจินตนาการ แนะนำเกี่ยวกับจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น

เกี่ยวกับจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น
จังหวัดอาคิตะ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่น่ารัด โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งได้แก่ สวนสาธารณะเซนชุ ปราสาท คุโบตะ และบ้านซามูไร ยุคต้นศตวรรษที่17 นอกจากนี้ยังมีแหล่ง
ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ อาทิ ทะเลสาบทาซาวะ ทะเลสาบสีน้ำเงิน  ที่มีความลึกมากที่สุด ของประเทศ
ญี่ปุ่น เทือกเขาฮาจิมังไต ที่มีความสูง 1,614 เมตร  สวยงามดุจราวกับภาพวาด ในขณะเดียวกันคนที่นี่ดำเนินวิถี
ชีวิตอย่างเรียบง่ายและดั้งเดิม  พระอาทิตย์ในยามเช้า สวยงามบนถนนรอบๆ อาคิตะ Akita ส่วนช่วงฤดูหนาวยัง
มีต้นไม้เกล็ดหิมะ ซึ่งเป็นประติมากรรมทางธรรมชาติที่ล้ำค่า เกิดขึ้นจากการจับตัวกันของหยดน้ำบนต้นสนอาโอโมริ โทโดมัตสึ จนกลายเป็นเกล็ดหิมะ ทั่วทั้งพื้นที่ ในขณะที่ฤดูร้อน จะมีการแสดงเทศกาลโคมไฟ  คันโตท่ามกลางบรรยากาศที่สว่างไสวและคึกคัก นอกจากนี้จังหวัดอาคิตะ เป็นถิ่นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองญี่ปุ่น  ที่มีชื่อเสียงอย่าง สุนัขพันธุ์อาคิตะ จังหวัดอาคิตะจะมีความงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งทางธรรมชาติ

จังหวัดอาคิตะ  เป็นดินแดนแห่งตำนานเรื่องเล่าขาน และเป็นแห่งสุดท้าย ที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิต  ขนบประเพณีโบราณอยู่ รวมถึงหัตถกรรมพื้นเมืองที่ยังคงไว้ ภายใต้ความเจริญและอารยธรรมสมัยใหม่ ที่หลั่งไหลเข้ามาอยู่
ตลอดเวลา

akita-Kanto Festival
เทศกาลอะกิตะคันโต (Akita Kanto Festival) จัดขึ้นที่จังหวัดอะกิตะ

เทศกาลอะกิตะคันโต  (Akita Kanto Festival)  จัดขึ้นที่จังหวัดอะกิตะ
เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ถูกจับตามองมากที่สุด ในขณะที่เดินแห่ไปในเมือง เทศกาลโคมไฟจัดขึ้นในวันที่ 3 – 6 เดือนสิงหาคมเป็นงานเทศกาลแข่งขันทักษะการบังคับเสาไม้ไผ่ที่ประดับประดาด้วยพวงโคมไฟ จะใช้โคมไฟที่ทำจากโครงกระดาษนำมาประกอบต่อกันโดยมีท่อนไม้ไผ่สูงลิบลิ่วกว่า 10 เมตรเป็นโครงแขวนโคม และผู้ถือจะใช้ศีรษะและมือทำให้พวงโคมไฟแต่ละอันทรงตัวอยู่ได้ โดยที่ใช้วิธีคล้ายกับการเล่นกายกรรมและขณะเดินก็จะต้องมีการโชว์ลีลาหวาดเสียวด้วยการใช้ส่วนต่างๆ ประคองโครงและพวงโคมไฟให้สมดุลทั้งวางไว้บนศีรษะ หัวไหล่ หน้าผาก แขน และส่วนอื่นๆ แล้วแต่ตามความสามารถของผู้ถือเพื่อเรียกเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาจากผู้ชม โดยในงานมีการใช้คันโตรวมทั้งสิ้นกว่าหนึ่งหมื่นโคม

การเคลื่อนย้ายเอว ไหล่ หัว มือด้วยท่าทางสบายๆ โดยถือเสาไม้ไผ่ที่มีโคมไฟห้อยอยู่มากมายไปด้วย เสาไม้ไผ่นั้นมีความสูงถึง 12 เมตร และ มีน้ำหนักมากถึง 50 กิโลกรัม  งาน Omagari National Fireworks Competition ซึ่งเป็นงานประกวดของผู้ผลิตดอกไม้ไฟจากทั่วทั้งญี่ปุ่น   เพื่อเฟ้นหาที่1 ของประเทศ

akira-33

หมาอาคิตะ Akita Inu (秋田犬 )
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง “Hachiko” ก็ต่างชื่นชมในความจงรักภักดีของเจ้าฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์อาคิตะ ลองอ่านกันดูนะคะ  (ญี่ปุ่น: 秋田犬;  อังกฤษ: Akita Inu) เป็นชื่อของสายพันธุ์สุนัข มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแต่เดิมใช้เป็นสุนัขอารักขาให้กับโชกุน และใช้เป็นสุนัขสำหรับการล่าสัตว์ มีทักษะในการดมกลิ่น การมองเห็นและการได้ยินในระดับสูง สุนัขสายพันธุ์นี้เกือบตกอยู่ในภาวะสูญพันธุ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น ตอบรับกระแสเที่ยวญี่ปุ่นบูม เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์  Japanese Unseen เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในแบบที่นักท่องเที่ยวน้อยคนเคยไปสัมผัสที่จังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมแต่งตั้ง  นักแสดงหนุ่มใหญ่มากความสามารถ

IMG_5689

ดอกไม้ไฟโอมาการิ (Omagari Fireworks Festival)
ได้ชื่อว่าเป็น “งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น”   เพราะนักประดิษฐ์ดอกไม้ไฟ  จากทั่วประเทศจะมารวมตัวเพื่อประชันฝีมือ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับ เสน่ห์ของดอกไม้ไฟนับหมื่นนัด  ที่กระจาย
อยู่บนท้องฟ้า งานเทศกาลนี้จัดให้มีขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี
akita-Omagari Fireworks Festival
บ่อน้ำพุร้อนนิวโตะออนเซน (NyutoOnsen)  
แหล่งน้ำพุร้อนขึ้นชื่อของจังหวัด คือบ่อน้ำพุร้อนนิวโตะออนเซน (NyutoOnsen) รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเชิงเขานิวโต เป็นแหล่งน้ำพุร้อนชั้นดีริมเทือกเขาฮาชิมันไต เป็นที่รู้จักดีในนาม “ออนเซนสีน้ำนม” ตามลักษณะของน้ำพุร้อนที่ออกสีขาวนวลคล้ายน้ำนม ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำพุร้อน 7 แห่ง และเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อน
ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไปกว่า10 ชนิด นิวโตะออนเซนถูกค้นพบมาแล้วกว่า 300 ปี ในอดีตเป็นสถานที่แช่น้ำแร่ของเหล่าซามูไร

IMG_8671
“อู๋ – ธนากร โปษยานนท์”  เป็นทูตการท่องเที่ยว อาคิตะคนแรกของประเทศไทย  เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอาคิตะให้เป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น  ผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์จังหวัดอาคิตะ และกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวต่างๆ

โดยในงานแถลงข่าว นายอาคิฮิโกะ อูชิคาวะ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายฮิซาโอะ คิคูจิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานพิธี  เพื่อแนะนำการท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะและเปิดตัว ‘อู๋’ ธนากร โปษยานนท์ นักแสดงชาวไทย เป็นทูตการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอาคิตะคนแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอาคิตะ ตลอดจนเชิญชวนนักท่องเที่ยวไทยให้ไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

Akita - 22
“อู๋ – ธนากร โปษยานนท์” เป็นทูตการท่องเที่ยว อาคิตะคนแรกของประเทศไทย

ในการนี้ นายฮิซาโอะ คิคูจิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ในปี 2558 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นถึงปีละ 796,700 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 จากช่วเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยว  ที่เคยไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว
และสถานที่ที่นิยมก็มักเป็นในเมืองหลวง เพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ รับประทานอาหาร ช็อปปิ้ง ฯลฯ
akita-Kamakura snow hutซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ และสามารถตอบสนองความต้องการการท่องเที่ยวที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถไปได้หลายครั้งเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งการท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่นได้มอง
เห็นโอกาสนี้ จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ลองมาสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์  และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ Japanese Unseen ที่จังหวัดอาคิตะ ซึ่งตั้งอยู่ในโทโฮะคุ หรือภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู (อยู่บนเกาะเดียวกันกับเมืองโตเกียว) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวไทยน้อยคนนักจะได้เคยไปสัมผัส  ถึงความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว  ทางธรรมชาติ อันสงบ บริสุทธิ์  เสน่ห์ทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งหาชมไม่ได้จากเมืองอื่นๆ เหมาะสำหรับกับการเดิน เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่รักการเดินทางมาญี่ปุ่น  กลุ่มเพื่อน คู่รัก  ครอบครัว หรือแม้แต่ ผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ รักสุขภาพ ท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ ความสนใจพิเศษด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ”

Akita - 8

เพื่อเป็นการแนะนำ และเชิญชวนนักท่องเที่ยวไทย ให้ได้รู้จักเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ  มากขึ้น ในปีนี้ ทางการท่องเที่ยวจังหวัดฯ  จึงได้แต่งตั้ง  คุณ อู๋  ธนากร โปษยานนท์  ผู้ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรมให้เป็นทูตการท่องเที่ยวของจังหวัดอาคิตะ คนแรกของประเทศไทย โดยเชื่อว่าด้วยชื่อเสียงและความนิยมของคุณอู๋  จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ  จังหวัดอาคิตะ ได้เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยเพิ่มมากยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน”  นายคิคุจิ  กล่าว

Akita - 5
นายฮิซาโอะ คิคูจิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประจำประเทศไทย

Akita - 3

‘อู๋’ ธนากร โปษยานนท์ ทูตการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอาคิตะ คนแรกของประเทศไทย กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของชาวอาคิตะให้ทำหน้าที่  ส่งเสริมภาพลักษณ์และถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอาคิตะให้เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยเพิ่มมาก ขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน ยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนน้อยมากที่รู้จักจังหวัดอาคิตะ และได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสถึงความงดงาม ของแหล่งท่องเที่ยวและเสน่ห์ของขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างและหลากหลายในแต่ช่วงฤดูกาลของที่นี่ ดังนั้น  ผมจึงอยากขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งที่เคยไปญี่ปุ่น  และยังไม่เคยไปญี่ปุ่นได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนจังหวัดอาคิตะ  ซักครั้งหนึ่ง เชื่อว่าทุกคนจะหลงใหลและประทับใจจังหวัดอาคิตะแบบผมแน่นอนครับ”

ทั้งนี้ ในแผนการประชาสัมพันธ์ ทางการท่องเที่ยว  จังหวัดอาคิตะ  ยังได้เตรียมโปรโมทวิดีโอประชาสัมพันธ์ในชื่อ   “ฉันรักเธอ… อาคิตะ”

ซึ่งนำแสดงโดยคุณ ‘อู๋’ ธนากร โปษยานนท์ ทูตการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอาคิตะ  ประจำประเทศไทย โดยวิดิโอเรื่องนี้ได้รับการสร้างสรรค์ผลงานโดยผู้กำกับชื่อดัง คุณเหมันต์ เชตมีและมีเนื้อเรื่องบอกเล่าถึงความรักและความผูกพันของหนุ่มสาว ท่ามกลางการถ่ายทำตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีทัศนียภาพที่สวยงาม รวมถึงมีฉากที่สะท้อนวัฒนธรรม  และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้คนในจังหวัด ทั้งนี้ผู้สนใจ สามารถเยี่ยมชมผ่านทาง Facebook และ YouTube ได้ช่วงปลายปีนี้

Akita -1การคมนาคม

  • จากโตเกียว
    โดยรถไฟ
    -สถานีเซ็นได → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 3 ชั่วโมงโดยประมาณ)
    สายอาคิตะชินกังเซ็น “โคมาจิ”  มุ่งสู่เซ็นได – โมริโอกะ

โดยเครื่องบิน
-จากสนามบินฮาเนดะ → สนามบินอาคิตะ (ใช้เวลา 1ชั่วโมง 5 นาที โดยประมาณ) สายการบิน ANA และ JAL
-จากสนามบินฮาเนดะ → สนามบินโอกะเตะโนชิโร(ใช้เวลาประมาณ1 ชั่วโมง10 นาที )  สายการบิน ANA

  • จากโอซากา
    โดยรถไฟ
    -สถานีชินโอซากา → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง 59 นาที โดยประมาณ)
    สายฮอกไกโดชินคังเซ็น – อาคิตะชินคังเซ็น “โคมาจิ”

โดยเครื่องบิน
-สนามบินอิตามิ → สนามบินอาคิตะ (ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยประมาณ) โดยสายการบิน JAL

  • จากโตเกียว
    โดยรถไฟ
    -สถานีเซ็นได → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 3 ชั่วโมงโดย สายอาคิตะชินกังเซ็น “โคมาจิ” มุ่งสู่เซ็นได – โมริโอกะ

โดยเครื่องบิน
-จากสนามบินฮาเนดะ → สนามบินอาคิตะ (ใช้เวลา 1ชั่วโมง 5 นาที โดยประมาณ)
โดยสายการบิน ANA และ JAL
-จากสนามบินฮาเนดะ → สนามบินโอกะเตะโนชิโร (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยประมาณ)โดยสายการบิน ANA

  • จากโอซากา
    โดยรถไฟ
    -สถานีชินโอซากา → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง 59 นาที โดยประมาณ)
    -สายฮอกไกโดชินคังเซ็น – อาคิตะชินคังเซ็น “โคมาจิ”

โดยเครื่องบิน
-สนามบินอิตามิ → สนามบินอาคิตะ (ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยประมาณ)โดยสายการบิน JAL

  • จากเซ็นได
    โดยรถไฟ
    -สถานีเซ็นได → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 5 นาที) สายอาคิตะชินคังเซ็น “โคมาจิ”

โดยรถยนต์
-เซ็นได → อาคิตะ (ใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยประมาณ)

  • จากฮอกไกโด
    โดยเครื่องบิน
    -สนามบินชินชิโตะเสะ → สนามบินอาคิตะ (ใช้เวลา 55 นาที โดยประมาณ) สายการบิน JAL
  • จากนาโงยา
    โดยรถไฟ
    -สถานีนาโงยา → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง 13 นาที โดยประมาณ)
    สายฮอกไกโดชินคังเซ็น – อาคิตะชินคังเซ็น “โคมาจิ”

โดยเครื่องบิน
-สนามบินจูบุอินเตอร์เนชั่นแนล → สนามบินอาคิจตะ (ใช่เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยประมาณ)
สายการบิน ANA

แอร์พอร์ตไลเนอร์ (Airport Liner)  แท็กซี่โดยสารที่เชื่อมจากสนามบินอาคิตะ สู่แหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดโดยตรง และสะดวกสบาย (ระบบสำรองที่นั่งล่วงหน้า)
สนามบินอาคิตะ – สถานีอาคิตะ (45 นาที โดยประมาณ)

รถสายฮายาคะโกะ

สนามบินอาคิตะ – คะคุโนะดะเตะ (1 ชั่วโมง โดยประมาณ)
~ บ่อน้ำพุร้อนนิวโต (2 ชั่วโมง 10 นาทีโดยประมาณ โดยรถไฟสายนิวโต)

  • สนามบินอาคิตะ – สถานีโองะ (1 ชั่วโมง 20 นาที โดยประมาณ โดยรถไฟสายโอกะฮันโท

โดยรถไฟ
-สถานีเซ็นได → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 5 นาที)  สายอาคิตะชินคังเซ็น “โคมาจิ”

โดยรถยนต์
-เซ็นได → อาคิตะ (ใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยประมาณ)

  • จากฮอกไกโด
    โดยเครื่องบิน 

-สนามบินชินชิโตะเสะ → สนามบินอาคิตะ (ใช้เวลา 55 นาที โดยประมาณ) โดยสายการบิน JAL

  • จากนาโงยา
    โดยรถไฟ

-สถานีนาโงยา → สถานีอาคิตะ (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง 13 นาที โดยประมาณ)
สายฮอกไกโดชินคังเซ็น – อาคิตะชินคังเซ็น “โคมาจิ”

โดยเครื่องบิน
-สนามบินจูบุอินเตอร์เนชั่นแนล → สนามบินอาคิจตะ (ใช่เวลา1 ชั่วโมง20 นาที โดยสายการบิน ANA

แอร์พอร์ตไลเนอร์ (Airport Liner)
แท็กซี่โดยสารที่เชื่อมจากสนามบินอาคิตะ สู่แหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดโดยตรง และสะดวกสบาย
(ระบบสำรองที่นั่งล่วงหน้า)

  • สนามบินอาคิตะ – สถานีอาคิตะ (45 นาที โดยประมาณ)  รถสายฮายาคะโกะ
  • สนามบินอาคิตะ – คะคุโนะดะเตะ (1 ชั่วโมง โดยประมาณ)
    ~ บ่อน้ำพุร้อนนิวโต (2 ชั่วโมง 10 นาทีโดยประมาณ โดยรถไฟสายนิวโต)
  • สนามบินอาคิตะ – สถานีโองะ (1 ชั่วโมง 20 นาที โดยประมาณ โดยรถไฟสายโอกะฮันโท

เชิญเที่ยวงาน Wonders of Akita Japan เทศการอาหารและวัฒนธรรมจากเมือง AKITA ประเทศญี่ปุ่น
ในวันที่ 25-26 มิถุนายน 59
จัดที่:  เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ

พบกับการจำลองบรรยากาศของเมือง AKITA ในทั้ง 4 ฤดู กิจกรรม อาหารพื้นเมืองญี่ปุ่น
และ การแสดงมากมายซึ่งผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.facebook.com/sugoiakitaTH/
www.wendytour-th.com , www.facebook.com/wendytour.th

 

จริงหรือไม่ Sakura กลิ่นไอของความเป็นญี่ปุ่น ที่ทำให้คุณอยากไป

Japan มีอะไรที่ทำให้คุณอยากไป?

ญี่ปุ่น เมืองที่นักท่องเที่ยวมากมายพรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีและเป็นศุนย์กลางความเจริญทุกด้าน เหมือนแหล่งรวมความพีกของศาสตร์ทุกแขนงเอาไว้ รวมถึงความโดดเด่น ในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม กลายเป็นเมืองในฝันที่ใครหลายคนอยากไปเยือนสักครั้ง วันนี้เลือกหยิบความงดงามของเทศกาลฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดือนมีนาคม มาบอกเล่า เพื่อแนะนำการเดินทางออกไปท่องโลกกว้าง การปักหมุด เปรียบเสมือนเรากำลังวางแผนการเดินทางบนปฎิทินทดแทนความเคยชินบนสมาร์ทโฟนช่วยเตือนตารางชีวิตแบบดิจิตอล

ประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในฝัน ด้วยบรรยากาศเมืองที่งดงามและโรแมนติก ความใส่ใจของกันและกัน ดอกซากุระ Sakura เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

ดอกซากุระ Sakura คือ ต้นไม้อันเป็นที่รักของชาวญี่ปุ่น มานานหลายศตวรรษ มักจะถูกถ่ายรูปมากที่สุดใน
ช่วงเวลานี้ และที่น่าสนใจที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามที่ลึกซึ้งตรึงใจ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ตามวัฏจักรชีวิตฤดูกาลของต้นไม้ ตั้งแต่เริ่มผลิดอก ออกผล ร่วงหล่นจนถึงโรยรา สอนชาวญี่ปุ่นให้เรียนรู้ว่า  ชีวิต
มี 2 ด้านเสมอ และหากชม ดอกซากุระ ในช่วงฮานามิ การเปลี่ยนแปลงสีสันธรรมชาติช่วงฤดูใบไม้ร่วง คือวิถีธรรมชาติที่แท้จริงนับตั้งแต่แรกเกิดจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต
Continue reading จริงหรือไม่ Sakura กลิ่นไอของความเป็นญี่ปุ่น ที่ทำให้คุณอยากไป

ใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่เกียวโต

มาญี่ปุ่นทั้งที ต้องแวะเที่ยวเกียวโต เป็นเมืองแห่งชาเขียว
ทำให้เรา “หลงรักเกียวโต” 

27  ธันวาคม 2557   เริ่มเดินทางจากโรงแรมที่พัก Hotel Shin Osaka แต่เช้าเพื่อไปยัง สถานีชินโอซาก้า
เลือกพักที่นี่เพราะเราเดินทางกันเอง โดยรถไฟ ดังนั้น ที่นี่จึงสะดวกที่จะลากกระเป๋า สัมภาระเข้าพักโรงแรม
และไปพักต่อที่ เกียวโต สถานีนี้ใกล้ สะดวก เพราะโรงแรมเราอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานี ชินโอซาก้า เดินข้ามถนน
ไป 5 นาที เพื่อเดินทางไปจังหวัดเกียวโต ออกจากสถาน (Shin Osaka) ที่นี่คนเยอะ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่
อาหารเช้าวันนี้ แวะซื้ออาหารเช้าง่ายๆ  
ซูชิกล่อง มีให้เลือกเยอะน่าตาน่าทานทั้งนั้นเลยที่ 7-11 ลืมบอกเรา
ซื้อตั๋ว JR line West จากกรุงเทพ เลยต้องเดินหาป้าย Kansai Area Pass Reservation ( มาเที่ยวด้วยตัว
เองให้ซื้อบัตรชนิดนี้ จากเอเยนต์ในประเทศไทยก่อนออกเดินทางทำการจองผ่านระบบออนไลน์)  เพื่อนำตั๋ว
JR  ที่ซื้อไว้ไปออกตั๋วนั่ง แบบ  Special Rapid Service มองไปโดยรอบ  สถานี้มีจุดต้องสังเกตเต็มไปหมด
แต่เมื่อติดต่อเจ้าหน้าที่  เค้าอธิบายการใช้เส้นทางดีมาก ถ้าจะเดินทางไป โกเบ นารา  แนะนำ ให้ซื้อตั๋วจากประเทศไทยเป็นตั๋วของนักท่องเที่ยว  ราคาถูก สะดวก และราคาประหยัด  รวดเร็ว  เวลาใช้งานเมื่อรับตั๋ว  JR
บัตรมีชื่อของเราเรียบร้อย ซึ่งใช้เวลาออกตั๋วเวลาเพียง 5 นาที นำตั๋วไปที่ Gate ตามเส้นทางจุดหมายปลาย
ทางคือ สถานีเกียวโต เพื่อนั่งรถไฟสาย Kyoto Local Line ไปลงที่เกียวโต (Kyoto)  การเดินทางด้วยรถไฟ
ที่
ญี่ปุ่นนั้นถือเป็นยานพาหนะที่สะดวกมาก สำหรับการเดินทางข้ามเขตข้ามเมืองเพราะการเดินทางสะดวกมันทะลุ ทะลวงเป็นทั่วเกาะญี่ปุ่นเราจะคุ้นเคยกับคำว่า JR (Japan Railway) เพราะมันคือขบวนรถไฟสายหลักที่
รัฐถือ
หุ้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพอมาถึงเราก็ค้นหา เวลาของรถไฟขบวนที่จะไปที่เกียวโต มาเป็นอย่างดีก่อนล่วง
หน้า
มีเส้นทางเยอะแต่ไม่ยากเลยหาเส้นทาง และจดไว้ก่อนก็ดี จะได้ไม่ต้องมายืนบื้อมึนงง ทำอะไรไม่ถูกค่ะ
ที่สำคัญ คณะ
เราเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการเที่ยวญี่ปุ่นด้วย เลยต้องหาข้อมูลแบบไม่หลับไม่นอนก่อนการ
เดินทางมาท่องเที่ยวที่เกียวโต

flymetojapan
ตั๋ว Jr-West Rail Pass

Continue reading ใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่เกียวโต