Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

โอเอซิส บ้านแสนดอย สปารีสอร์ท OASIS BAAN SAEN DOI SPA

เริ่มต้นเดือนกันยายน ที่ จังหวัดเชียงใหม่ เมืองในฝัน ของใครหลายคนที่อยากไปสัมผัสช่วงเวลาดีๆ บรรยากาศของเมืองในหุบเขาสงบสบายมา
เก็บเกี่ยวความสุขกันให้เต็มที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทำสปากันหน่อยมั้ย?

Toptotravel ชวนมาสูดความสดชื่นของสายน้ำและธรรมชาติสีเขียว ที่ โอเอซีส บ้านแสนดอยสปารีสอร์ท โรงแรมในเครือโอเอซิสสปา อาคารทรงล้านนาประยุกต์ เป็นต้นแบบของวัฒนธรรมล้านนาผสมผสานสวยงามของวัฒนธรรมชนเผ่าที่หลากหลายสะท้อนผ่านการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยผ้าทอมือ เครื่องเงิน และแผ่นทองแดง ได้รับการตกแต่งด้วยงานศิลป์และศิลปวัตถุของแท้ พร้อมผ่อนคลายไปกับที่พักเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่รู้สึกเครียด เหน็ดเหนื่อยจากเรื่องต่างๆ อาจจะกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ให้ลืมเรื่องเครียดๆ เพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนบริการด้วยโปรแกรมทรีตเม้นท์มากมาย เน้นกินนอนพักเหนื่อยผ่อนคลาย จะได้มีแรงกลับไปสู้กับงานใหม่อย่างสดใส ให้ได้ใช้เวลาผ่อนคลายสวยงามให้อารมณ์แตกต่างกันไป

แบรนด์ลักชัวรี่ของ เดอะ โอเอซิส สปา สถานที่ตั้งของ “บ้านแสนดอย”
อยู่ในหมู่บ้าน เป็นโครงการบ้านในฝัน 2 ห่างจาก สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แม่ริม เพียง 2 กิโลเมตร ตกแต่งสวยงามทั้งภายนอกและภายในสไตล์ล้านนา หรูหรามีระดับ มาพร้อมกับการบริการที่ประทับใจของพนักงาน เหมาะสำหรับการเข้าพักในช่วงวันหยุดพักผ่อน และช่วงวันที่ต้องการความพิเศษ มาชาร์จแบตให้ร่างกายหายเหนื่อย ที่ Oasis Luxury
บ้านแสนดอย บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ผ่อนคลายกับสปารีสอร์ทสุดสบายบนเนินเขา เงียบสงบและดีไซน์สุดเก๋ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกได้ผ่อนคลายไปกับสปา ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งทรีตเมนต์แบบเฉพาะของที่นี่ นวดแผนไทย หรือเล่นโยคะท่ามกลางธรรมชาติสดชื่น ที่ช่วยให้จิตใจสงบเต็มอิ่มกับการพักผ่อน ให้การพักผ่อนเต็มไปด้วยความสปา ที่
สปารีสอร์ทแห่งนี้

ลองมาสัมผัสบรรยากาศที่ โอเอซิส บ้านแสนดอย สปารีสอร์ท สำหรับโซนของสถานที่การพักผ่อน ห้องพักแบ่งออกเป็น 2 อาคาร คือ อาคารแรกตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามีด้วยกัน 2 ชั้น ประกอบไปด้วย ส่วนของรีเซ็ปชั่น ห้องพัก และห้องอาหาร อีกหนึ่งอาคารตั้งอยู่อีกฝากไม่ไกลบริเวณวงเวียนของหมู่บ้านในฝัน2 ซึ่งเป็นทั้งที่พักและสปา โดยมีการแบ่งแยกประเภทให้เลือกตามความเหมาะสมของผู้เข้าพัก


รีสอร์ทสไตล์ Luxury ตกแต่งสไตล์ล้านนาในบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัวที่มีเพียง 11 ห้อง

ห้อง “DELUXE ROOM” ห้องพักสวยงามให้อารมณ์ที่อบอุ่น ภายในคุมโทนด้วยสีขาวสะอาดตา ประดับประดาด้วยของตกแต่งของชาวเขา พร้อมด้วยวิวสวยทรอปิคอลบริเวณระเบียงส่วนตัว และห้องน้ำที่กว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ห้องน้ำแยกส่วนแห้ง ส่วนเปียก

ห้อง “คอเนอร์สวีท” เป็นห้องที่มีพื้นที่การใช้งาน 70 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คนรักการเที่ยวภูเขาน่าจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากเลย

ห้อง “LUXURY CORNER” สไตล์ล้านนาดั้งเดิม พร้อมด้วยศิลปะ ชนเผ่าดั้งเดิมของเชียงใหม่ ด้วยตัวห้องดูแล้วหรูหรา แบบหนึ่งนอน เตียงนอนระดับคิงไซส์

ห้อง “GRAND SUITE” ห้องนี้จะอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้านแสนดอย มีขนาดห้องที่กว้างขวาง มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนห้องพักประเภทอื่น ๆ คือ มีระเบียงศาลาแบบไทย มาพร้อมด้วยมุมมองของสวนและและวิวของดอยอินทนนท์

ห้อง “CORNER SUITE POOLSIDE” ห้องที่มีขนาดพื้นที่การใช้สอยกว้างขวาง เพดานสูง ตกแต่งสวยงามสไตล์ล้านน ตกแต่งด้วยคอลเลกชั่นชิ้นงานศิลปะของชนเผ่า มาพร้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

ลักซ์ชัวรีสวีทริมสระว่ายน้ำ (Luxury Suite Poolside)
Toptotravel พักห้องพูลวิลล่าที่ดีที่สุดของบ้านแสนดอย “CORNER SUITE POOLSIDE” สัมผัสที่มาของความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างดี ห้องนอนที่กว้างขวาง เพดานสูง ระเบียงที่เหยียดยาว และพื้นที่เหลือเฟือ รวมกันกลายเป็นสวรรค์ส่วนตัวแบบย่อม ๆ ขนาดพื้นที่การใช้สอยกว้างขวาง ตกแต่งสวยงามสไตล์ล้านนาและคอลเลกชั่นชิ้นงานศิลปะของชนเผ่า
มาพร้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีฝักอาบน้ำและจากุซซี่ ระเบียงส่วนตัวขนาดกว้าง ห้องน้ำที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบ สามารถมองเห็นวิวของสระน้ำ เดินไปยังสระว่ายน้ำนิดเดียว ชอบบรรยากาศเงียบสงบ ห้องพูลวิลล่าที่ดีที่สุดของบ้านแสนดอย
มีความหรูหรา และความเป็นส่วนตัวสูง

โซนที่ Toptotravel เข้าพักประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน ตกแต่งภายในด้วยศิลปะชาวเผ่า ที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ เพียงพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ จากุซซี่ขนาดใหญ่ ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง และสระว่ายน้ำส่วนตัว เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สำหรับท่านใดที่ขับรถเดินทางด้วยตัวเอง สามารถจอดรถที่ด้านหน้าที่พัก

บริเวณโดยรอบที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงสโมสรสระว่ายน้ำกลางของหมู่บ้าน ครบครันในส่วนห้องนอนก็กว้างขวาง เดินทางสะดวก ห่างจากตัวเมืองไม่มาก ใช้เวลาขับรถเพียง 10 นาที ก็ถึงคูเมืองเชียงใหม่

สปา
ในส่วนของ OASIS SPA มอบประสบการณ์พิเศษคุณภาพเยี่ยมที่มุ่งเน้น
ไปยังการดูแลแบบส่วนตัว การมีส่วนร่วมของทุกประสาทสัมผัสผลลัพธ์สุดพิเศษ แต่ละทรีตเมนต์รวมเอาความหรูหราร่วมสมัยเข้ากับแผนการรักษาแบบโบราณ เพื่อยกระดับความสมดุลของร่างกาย



สถานที่ตั้ง :199/135 หมู่ 3 (บ้านในฝัน 2) ถนนชลประทาน
ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100
เบอร์โทรศัพท์ : 053 920 199
โทรสาร : 053 920 198
อีเมล์ : cs@oasisluxury.net
เว็บไซต์ : www.oasisluxury.net
เฟสบุ๊ค : www.facebook.com/oasisluxury
https://www.oasisluxury.net/

NIPPON HAKU BANGKOK 2019 ครั้งที่ 5

มหกรรมเพื่อคนรักญี่ปุ่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย NIPPON HAKU BANGKOK 2019 ครั้งที่ 5 ณ สยามพารากอน เจเอ็ดดูเคชั่น สถาบันสอนภาษาและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น เปิดงานมหกรรมเพื่อคน
รักญี่ปุ่นครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกครั้ง กับงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2019” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 เป็นงานที่รวบรวมทุกเรื่องของความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ในงานเดียว พร้อมให้คนรักญี่ปุ่นได้สัมผัสกับความ
เป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

มร.ทากุโอะ ฮาเซกาวะ (Mr.Takuo Hasegawa) ประธานจัดงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2019” เปิดเผยว่า จากการจัดงานที่ผ่านมา ทั้งในชื่อ “JAPAN EXPO IN THAILAND” และ “NIPPON HAKU BANGKOK”
รวมเวลากว่า 5 ปี เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ คำแนะนำ คำติชม จากผู้เข้าร่วมงาน มาปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้งานที่กำลังจะเกิดขึ้น ตอบโจทย์ตรงความต้องการ พร้อมสร้างความสุขและความสนุกสนาน ให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมงานของเราอย่างเต็มที่ และไม่ว่าจะครั้งไหน เราก็จะยังคงจัดงานด้วยเชื่อมั่นแบบเดิม นิปปอนฮาคุอยากให้ทุกคนมาพบประสบการณ์ใหม่ๆ ค้นหาความเป็นญี่ปุ่นในมุมมองหลากหลาย เราอยากเป็นสะพานเชื่อมต่อประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น อยากให้คนไทยที่ชอบอะไรบางอย่างในญี่ปุ่น ได้รู้จักญี่ปุ่นในมุมต่างๆ มากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอด เป็นไอเดีย เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในชีวิต สำหรับงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2019” ในปีนี้ เราขนทัพความสนุก ความสุขมาไว้ที่งานให้ทุกคน ได้สัมผัสแบบครบรสส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ให้คนไทยที่รักญี่ปุ่นได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดครบทุกมิติ โดยแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ดังนี้ Education Zone, Job Zone, Travel Zone, Shopping Zone, Workshop Zone, Art Zone, Entertainment Zone และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานในปีนี้ที่พลาดไม่ได้กับโซน Olympic and Paralympic Games Tokyo 2020

โดยบรรยากาศในพิธีเปิดงานนั้น เต็มไปด้วยแสง สีเสียง สุดอลังการ เริ่มจากการแสดงการร่ายรำแบบโบราณของศิลปินญี่ปุ่น “Yamatomai” และการแสดงโชว์วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นจาก “Experience Tohoku Festival” ต่อด้วยโชว์พิเศษจากตัวแทนศิลปินไทยที่ดังไกลถึงญี่ปุ่นอย่าง “แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข” โชว์เพลง “วาดฝัน” ซึ่งเป็นเพลงประจำงาน NIPPON HAKU BANGKOK และไฮไลท์การแสดงพิธีเปิดงานสุดยิ่งใหญ่กับขบวนพาเหรดรวมพลังจากตัวแทนผู้จัดงาน นำทีมโดยทีมไทย แสตมป์-
อภิวัชร์ และนักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นทั่วไทย 17 สถาบัน ส่วนทีมญี่ปุ่น นำโดยคุมะมง ทูตการท่องเที่ยวจากจังหวัดคุมาโมโต้ พร้อมด้วยตัวแทนศิลปินญี่ปุ่นที่เข้าร่วมงาน อาทิ Yuru และ 2o Love to sweet bullet สร้างความประทับใจให้กับผู้มารอชม ก่อนจะเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการโดย ทากุโอะ ฮาเซกาวา ประธานกรรมการ บริษัท ไลท์เฮ้าท์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด ผู้บริหารสถาบันสอนภาษาและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น พิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ และคุณชิเกคิ โคบายาชิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอก
อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย

ต่อด้วยกิจกรรมไฮไลท์ในช่วงบ่ายกับการเสวนาสร้างแรงบันดาลใจ โดยศิลปินและนักวิ่งชื่อดัง ตูน บอดี้สแลม ที่มาพร้อมกับทีม “ก้าวคนละก้าว” ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง และแพทย์หญิง สมิตดา สังขะโพธิ์ หรือหมอเมย์ โดยได้รับความสนใจจากน้องๆนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่มาร่วมงาน เข้าร่วมฟังจนแน่นฮอลล์ หลังจบการเสวนา ตูน บอดี้สแลม ก็ไปร่วมกิจกรรมที่บูธ Olympic and Paralympic Games Tokyo 2020 ทดลองเล่นกีฬา Boccia ประชันฝีมือกับนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนที่มาชม บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมเขียนข้อความให้เต็มต้นซากุระถึงนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิก
ในครั้งนี้ ก่อนจะปิดงานไปด้วยโชว์พิเศษจากศิลปิน 2o Love to Sweet Bullet วงเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่นชื่อดังที่บินตรงมาเพื่องานนี้งานเดียว!!

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Fanpage: NIPPON HAKU BANGKOK

อันยองฮาเซโย 안녕하세요

มาเติมความรักกันให้เต็มที่ ที่ให้ความรู้สึกโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก ไปเที่ยวชมดอกไม้สวยๆ กับที่พักสุดหรูโรแมนติก

อ่านรีวิวคนอื่นมานักต่อนักแล้ว คราวนี้ขอรีวิวของตัวเองบ้าง เป็นครั้งแรกของเรากับการได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ (ปกติไปแบบต่างคนต่างไป) ขอเริ่มด้วย เกาะเชจูทริปนี้ มาพร้อมกันที สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาเตอร์JEJU AIR (BOEING 737-800) สายการบินเจจู เป็นสายการบินชั้นนําที่พัฒนา ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยการปรับปรุงราคาให้มีความยุติธรรมแก่ลูกค้า

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ไปคะ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า การเดินทางของ toptotravel 4 วัน 2 คืน กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับทริปต่างประเทศที่เกาะทริปสั้นๆ เกาะเชจู เกาะที่สำคัญมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของเกาหลีใต้ พื้นใหญ่ส่วนใหญ่ครอบคลุมเกาะเชจูเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดช็อลลาใต้ ยังเป็นโลเคชั่นที่ถ่ายทำซีรีย์ดังๆ หลายเรื่อง มาเที่ยวเกาะแห่งนี้ รับรองว่าได้เจอความรักและความโรแมนติก

Toptotravel ทริปเดินทางด้วยสายการบิน Jeju Air นั่ง 5 ชม. ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) ไม่ต้องไปต่อเครื่อง เลือกเดินทางมาช่วงเดือน สิงหาคม 2562 คงไม่ต้องบอกนะว่าอากาศ ร้อนแค่ไหน ลืมบอกท่าอากาศยานที่เรามาครั้งนี้ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาหลีใต้รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน

เกาะเชจู จัดเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดฮิตของคนเกาหลี ใครคิดใส่กางเกงขายาวมาเปลี่ยนได้เลย ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทริปนี้ไปไหนกันมาบ้าง Tototravel เริ่มต้นที่สนามบิน สุวรรณภูมิราวๆ เที่ยงคืน เพื่อรอขึ้นเครื่องในเวลาตี 2 กว่าๆ พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง ก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ไม่นานแสงยามเช้าก็ส่องเข้ามากระทบตาถึงแล้วเกาะเชจู

ไม่นานนักมาถึงเกาะเชจู ที่เกาหลีใต้ เหมาะกับการมาเที่ยวกับบริษัททัวร์มาด้วยราคาและค่าเดินทาง รวมค่าอาหาร ค่าบริการนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ รวมอยู่แล้ว เกาะเชจูเหมาะกับการซื้อทัวร์มาเที่ยวมากกว่าการแบกเป้มาเที่ยว
ด้วยตนเอง ด้วยราคาสุดประหยัด

ระหว่างเครื่องลง ลองหยิบหนังสือต่างๆที่ทาง JEJU AIR ใส่ไว้ตรงหน้าที่นั่ง ขึ้นมาดูข้อมูลต่างๆ ของเยอะเลยคะ ใครอยากซื้อตั๋วเข้าที่เที่ยว ในราคาพิเศษสามารถเรียกแอร์ได้เลย

ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ Topototravel ใช้วิธีซื้อทัวร์ดีดี อาหารการกินในทัวร์รวมทุกมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บอกแล้วไงคะว่ามากับทัวร์ คือดีจบครบทุกอย่าง จองจากงานท่องเที่ยว และเลือกโปรแกรมจากอินเตอร์เน็ต ระบุวันเดินทาง พร้อมชำระเงิน จากนั้นได้ใบ booking มา ทีมทัวร์ส่งเอกสารนัดหมายการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่สนามบิน
มีเจ้าหน้าที่ ไกด์ รถบัส ต้อนรับให้บริการเต็มรูปแบบ อยากให้ทุกท่านไปสัมผัสความสวยงามของเกาะเชจู ด้วยตาของท่านเองนะคะ

จุดหมายแรก รถบัสมารับแล้วหิวคะ ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน คือ การไปกินข้าว เพราะตอนนี้ท้องร้อง มาทานอาหารกันที่ ชิมอาหารพื้นเมือง และเริ่มท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่เราเลือกไว้ โดยมีไกด์สาวสวย คุณแพรวา ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำตลอดทริปการเดินทาง เริ่มไปชมสถานที่ท่องเที่ยวได้เลยคะ

Camellia Hill
สวนดอก Camellia หรือ ทงแบ็ก(동백) ในภาษาเกาหลี เป็นสวนพฤกษชาติที่มีดอกคาเมเลียประมาณ 6000 ต้น มากกว่า 500 สายพันธุ์ ปลูกอยู่ในสวน ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ซึ่งจะแข่งกันชูช่ออวดโฉมกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ถ้าใครมา
ที่เกาะเชจูในฤดูหนาว จะเห็นดอกทงแบ็กบานอยู่เต็มไปหมด

Jeju Hello Kitty Island
ที่นี่จัดการแสดงเรื่องราว Hello Kitty หรือพูดง่ายๆว่า ทั้งตึกนั้นเป็น “คิตตี้” เมื่อเราซื้อตั๋วแล้ว จะมี แผนผังนำเที่ยวให้เรา ภายในร้านจะเป็น แนวสีสันสวยสดใส แต่จะเน้น Kitty ป็นสวนสนุกที่ตกแต่งด้วยรูปแบบ Kitty ทั้งหมด โดยจุดท่องเที่ยวหลักๆ คือ Movie Hello Kitty 4D ด้านในมี 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีขนาดพื้นที่ใหญ่ มีกิจกรรมให้ได้สนุกสนานเพลิดเพลินสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญคือมีคาเฟ่ที่ชื่อ Hello Kitty Cafe นั่งชิลล์กับกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ กับขนมหวานในธีมฮัลโหลคิตตี้ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคิตตี้กับโลกสีชมพูหวานแหวว

O’Sulloc Green Tea Farm And Museum ไร่ชาโอซุลลอค
ดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติทําให้เป็นที่ปลูกชาเขียวคุณภาพสูงของเกาะเชจู นอกจากจะได้ชมวิวไร่ชาเขียวสวยๆ ความน่าสนใจของที่นี่เริ่มจากโครงสร้างตึกที่มองดูคล้ายๆ ถ้วยชาวางอยู่ตรงกลาง

โดยมีทุ่งชาเขียว โอบล้อมเอาไว้ เรียกว่าเป็นการออกแบบที่เก๋มาก ด้านในพิพิธภัณฑ์ก็มีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมการชงชาของเกาหลี ขนมและเครื่องดื่ม ดื่มชาเขียวทั้งแบบร้อนและเย็น ไอติม แน่นอนว่าทุกเมนูทำจากชาเขียวคุณภาพระดับพรีเมียมจากไร่ เป็นสวรรค์ของคนรักชาเขียว ที่นี่ก็น่าทานมากถามว่าคุ้มค่าไหม สำหรับร้านนี้บอกเลย ถ้าใครชอบถ่ายรูป ชอบมุมชิวๆ ร้านนี้ ต้องมา เลยคะ คาเฟ่น่านั่งมากค่ะ คือบรรยากาศดี ปิดท้าย ด้วย…ไอติมชาเขียวของที่นี่นะมันดีมาก เรียกว่าเป็นร้านยอดฮิตของคนเกาหลีเลย

ที่เกาะเชจูจะเจอหินคุณปู่ได้ตามสถานที่และข้างทางทั่วไปเลย

โชว์กายกรรม (CIRCUS WORLD SHOW)
ชมโชว์กายกรรม สุดยอดกายกรรม โชว์กายกรรมสด ๆ การแสดงความสามารถของนักแสดงในการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้ชม มีทั้ง แสง สี เสียง ท่านจะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และหวาดเสียว ไปพร้อมๆกัน เช่น โชว์ลอดห่วง โชว์ต่อตัว เป็นต้น แต่ไฮไลท์ของโชว์นี้ คือ มอเตอร์ไซค์ผาดโผนในพื้นที่จำกัด

วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple)
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบัง และอยู่ใกล้กับวัดโบมุนซา โดดเด่นในเรื่องของการขอพรเรื่องสุขภาพ การมีบุตร และเงินทอง เป็นอีกวัดที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ มาเที่ยวชมและถ่ายภาพกับวิวสวยๆ หลังจากอิ่มอาหารกลางวันกันแล้วกันแล้ว ไปต่อที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล

สุดท้ายคือ การขอพรเรื่องเงินทองกับรูปปั้น วิธีการขอพรคือลูบหน้าท้องรูปปั้นแล้วทำท่าโกยเงินเข้ากระเป๋าถือเรา จากนั้นก็ปิดกระเป๋าเราให้เรียบร้อย เหมือนประมาณว่าเงินทองจะเข้ากระเป๋าถ่ายรูปเล่นก่อน ถ้าไปช่วงแดด ดีดี รับรองวิวจะสวยมากเลยทีเดียว ฮวงจุ้ยดีที่สุดในเกาะเชจู เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกทะเล ในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวเกาะเชจูนับถือ

ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งเป็นพระประธานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเชจู และชาวเกาหลีใต้ที่นับถือศาสนาพุทธ และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นพระสังกัจจายน ซึ่งหากได้ลูบพุงก็จะรํ่ารวยเงินทอง และบริเวณโดยรอบท่านจะได้พบกับพระพุทธเจ้ามีพระสงฆ์สาวกจำนวน 500 รูป ซึ่งแต่ละรูปก็จะมีลักษณะหน้าตาที่แตกต่างกันไปท่านจะได้พบกับวิถีการทําบุญของชาวเกาหลีใต้ที่แตกต่างกับวัฒนธรรมไทย

ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center) มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ผ่านผลงานการวิจัยมากมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ประเทศเกาหลีใต้ มีสรรพคุณช่วยลดไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน สามารถล้างสารพิษในร่างกาย เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานและทำให้อายุยืนแบบชาวเกาหลี ซึ่งกำลังเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากคนในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” Seongeup Folk Village
การเดินทางไปตามเส้นโปรแกรมการท่องเที่ยวนี้เราได้แวะไปหาอาจุมม่าที่ หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ หมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่นี่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง เป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิมของชาวเกาะเชจู ในอดีตที่นี่เป็นศูนย์กลางด้านการปกครองของเกาะ

ด้วยเอกลักษณ์ของการสร้างบ้านที่นี่ คือใช้ดินเหนียวผสมมูลม้า ยึดก้อนหินก้อนอิฐเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้าง วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ และประวัติความเป็นมาต่างๆ โอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่หมักในไหที่วางเรียงรายกันอยู่ตามบ้านเรือน ที่นี่ไม่ใช่ไหกิมจิจะเป็น ไหสำหรับหมักโอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่จะมีการผลิตโดยตรงเฉพาะบนเกาะเชจูนี้เท่านั้น

วิธีการชาวบ้านจะนำผลเบอรี่ป่า มาใส่ลงไปในไหพร้อมกับน้ำผึ้ง และหมักไว้สามปี ก่อนที่จะนำมารับประทานได้ รสชาติหวานอมเปรี้ยว และในสมัยก่อนเคยถูกใช้วินิจฉัยอาการเจ็บป่วย และรักษาอาการเจ็บคอ ไอเรื้อรัง ปัจจุบันนี้ก็เป็นสินค้าที่ผู้มาเยี่ยมเยือนมักซื้อกลับไปรับประทาน และซื้อเพื่อเป็นของฝาก ลืมบอก…เรื่องราวและข้อมูลต่างๆ บนเกาะเชจูให้ฟัง โดยคุณแพรวา ไกด์สาวสวย คอยแปลเป็นไทย ใครมาที่นี่ต้องไม่พลาดได้ของดีกลับบ้าน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อควา แพลนเนท (Aqua Planet Jeju)
AQUA PLANET พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เปิดโลกใต้ท้องทะเลเอาใจเด็กๆ และคนรักโลกทะเล สำหรับเส้นทาง ภายใน ที่บอกว่าระยะทาง ยาวหลาย กิโลเมตร มการแสดงสัตว์น้ำและถ่ายรูปเพลิดเพลิน กับตู้ปลาขนาดมหึมาที่มีความสูงถึง 8.5 เมตร แต่เอาเข้าจริงเดินเพลินๆ สวยๆ มารู้ตัวอีกทีก็ ถึงทางออกเสียแล้ว ทางออกจะร้านของฝาก ให้เลือกซื้อกัน ถ้าใครไม่สนใจของฝาก ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ไปทางออกได้เลย ควรจะเผื่อเวลาเดินเล่นในนี้ ราวๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้เลยนะคะ ยิ่งถ้ามาช่วง ที่ได้ชมการแสดงต่างๆ อาจจะต้องเผื่อเวลาให้มากกว่านี้นะคะ

เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak)
จากนั้นเดินทางสู่ เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak) เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ เป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นหนึ่งใน 10 สถานที่สวยงามในเกาะเชจู

ปล่องภูเขาไฟซองซานอิลจุลบง อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้ ที่ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก เป็นปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว เราจะต้องเดินขึ้นไปเพื่อชมปล่องภูเขาไฟ เดินขึ้นประมาณ 1 กม. วิวระหว่างทางเดินขึ้นสวยมาก และพอขึ้นไปจะเห็นปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ ใครมาเกาะเชจูก็ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนะ ในบริเวณนี้มีที่สวยงามแห่งหนึ่งของเกาะเชจู โดยที่นี่มีชาดหายที่เป็นหินสีดำที่เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมของกลุ่มแฮนยอ และเกาะเชจูเพราะได้รับรางวัลเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศเกาหลีใต้ จึงจะมีเหรียญรางวัลให้เราได้ถ่ายรูป

อากาศวันนี้ เย็นสบายเกาะเชจู วิวดี อากาศดี เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจมาก หรือจะไปออกเดทสไตล์คู่รักก่อนอื่นเราเริ่มการเที่ยวที่นี่ ด้วย เดินลงไปที่ พิพิธภัณฑ์แฮนยอ

พิพิธภัณฑ์แฮนยอ ( Haenyeo Museum )
แฮนยอ คือนักดำน้ำที่ลงไปเก็บอาหารทะเลบริเวณรอบๆ ชายฝั่งของเกาะ
เชจูด้วยวิธีการตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลีผู้หญิงวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งบนเกาะเจจู ที่มีอาชีพดำน้ำจับสัตว์ทะเล ด้วยอุปกรณ์สามัญธรรมดา ไฮไลท์ของแฮนยอคือจุดที่ดำลงไปจะลึกเกือบร้อยเมตร แต่แฮนยอก็ดำลงไปได้โดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจน แสดงให้เห็นว่าพวกเธอนั้นมีความแข็งแกร่ง
ส่วนอาหารที่หามาได้นั้นก็มีหลากหลายทั้งสาหร่าย หอยเป๋าฮื้อ เม่นทะเล หมึกยักษ์ ฯลฯ อันสะท้องถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล

แฮนยอ ลงไปเก็บอาหารบริเวณรอบๆชายฝั่งของเกาะเชจู ชุดดำน้ำดั้งเดิมของแฮนยอ กล่าวได้ว่า แฮนยอ นี่ถือเป็นนางเงือกแห่งห้องทะเลเลย หลายๆคนอาจจะเคยเห็นตามในซีรีย์บ้างที่มีหญิงสูงอายุดำน้ำหาอาหารทะเลกัน แบบที่ไม่ต้องใช้ถังอ๊อกซิเจนเลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเล่าเรื่องราวต่างๆของ แฮนยอ ให้ได้รู้ถึงความเป็นมาและวิถีชีวิตมาแล้วจะรู้สึกทึ่งกับชีวิตของเหล่าแฮนยอสุดๆ อาชีพดำน้ำเก็บหอย เก็บสาหร่าย แต่ที่น่าสนใจก็คือ เหล่าอาจุมม่า มีเพียงชุดสีดำเท่ๆ กับการกลั้นหายใจที่ยาวนาน และน้ำทะเลอันเย็นเฉียบ

มาถึงมื้อค่ำ อาหารเย็นพร้อมเสริฟด็วยเมนู ย่างอาหารเกาหลีมักจะมาคู่กันนะคะ อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน คือ “หมูย่างเกาหลี” ซัมกย็อบซัล เป็นอาหารที่นิยมของชาวเกาหลี โดยการนําหมูสามชั้นไปย่างบนแผ่นโลหะที่ถูกเผาจนร้อน ซัมกย็อบซัลจะเสริฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ

ได้แก่ กิมจิ พริกเขียว กระเทียมหั่นบางๆ พริกไทยป่น เกลือ และนํ้ามันงา ถึงแมวาซัมกยอบซัลจะมีการเตรียมการที่สุดแสนจะธรรมดา คือไม่ได้มีการหมักหรือมีส่วนผสมที่หลากหลาย แตวาถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว นับว่าพลาดไม่จากนั้นพาทุกท่านเเข้าพักที่โรงแรมของทริปค่ำคืนนี้มีชื่อว่า Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาดตรงล๊อปบี้ มีมินิมาร์ท
เดินจากโรงแรมประมาณ 10 นาที มีชายหาดและร้านสะดวกซื้อริมทะเล

Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาด

ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer)
พร้อมเสิร์ฟทุกท่านด้วยเมนู ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer) ประกอบไปด้วยหอย และกุ้ง เกาะเชจูขึ้นชื่อด้วยอาหารทะเลสดๆ อยากให้ทุกท่านได้ลิ้มความหอมหวานของหอย เสิร์ฟด้วยข้าวสวยและเครื่องเคียงต่างๆ ขาย โซจู เบียร์ เครื่องดื่ม กับแกล้ม มาม่าเกาหลี สามารถออกไปเดินเล่นนอกโรงแรมได้ หน้า รร เป็นถนน อีกฝั่งเป็นทะเล

อาหารเช้า รับประทานที่โรงแรม อาหารเช้าของชาวเกาหลีประกอบไปด้วยข้าวสวย ข้าวต้มซุป ผักปรุงรส กิมจิ (ผักดองเกาหลี) ไส้กรอก และผลไม้ เป็นหลัก

ยงดูอัมร็อค หรือ โขดหินรูปหัวมังกร
โขดหินรูปหัวมังกร ยงดูอัมร็อค หรือโขดหินรูปหัวมังกร หินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อนของคลื่นลมทะเล มีรูปทรงเหมือนหัวมังกรกำลังอ้าปาก โขดหินรูปหัวมังกรเป็นเพราะมีเรื่องเล่าว่าที่บริเวณนี้มีมังกรอาศัยอยู่และได้ขโมยลูกแก้วที่สำคัญประจำเกาะ ทำให้เทพฮัลลาโกรธและวางแผนหลอกล่อให้มังกรขึ้นมาจากใต้น้ำ พอหลอกสำเร็จ เทพก็ได้เสกเอาลูกแก้วคืน มังกรพยายามจะแย่งคืนแต่ก็ไม่ทัน โดนสาปซะก่อนเลยกลายเป็นหินอยู่
ในท่าอ้าปากเพราะต้องการจะขโมยลูกแก้วคืน เป็นหนึ่งจุดที่มาถ่ายรูปสวย โขดหินรูปหัวมังกรหรือชื่อในภาษาเกาหลีคือยงดูอัมร็อก เป็นโขดหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะ โดยรูปร่างที่มองเห็นในปัจจุบันนั้นเกิดจากก้อน ที่นี่มีร้านปลาหมึกย่างที่อร่อย

หินเหล่านี้ได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน จนทำให้มีสภาพและรูปทรงที่มองดูคล้ายกับหัวมังกรที่กำลังอ้าปากผุดขึ้นมาจากท้องทะเล
วันนี้ ที่มาเที่ยว ดินแดนแห่งทุ่งหญ้า ท้องฟ้า และสายลมเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้.ที่น่าโอบกอดสำหรับคนที่ชอบมองวิวทะเล บอกเลยที่นี่ ให้คุณนั่งชิววว ฟังเสียงคลื่นได้ทั้งวัน แถมได้จิบกาแฟ พร้อมขนมทานได้อย่างมีความสุข พร้อมฟังเพลง แม้จะเป็นภาษเกาหลี แต่ก็ทำ ให้ ใจลอยพร้อมหลงรัก สถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลสุดฮอตของเกาหลีใต้ ยังพบเจอสิ่งมีชีวิตในทะเลที่หลากหลาย

ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู (Raisin Tree Center)
ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู ศูนย์สมุนไพรที่ได้รับการจดลิขสิทธิ์เป็นสมุนไพรที่ทั่วโลกยอมรับ รวมถึงสถาบันต่างๆ ว่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพดีที่สุดในการบำรุง และดูแลตับ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขับล้างดี
ท็อกสารพิษออกจากร่างกาย เช่น แอลกอฮอล์ สารกันบูด สีผสมอาหาร ฯลฯ

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่ง สินค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop)ช้อป
อย่าง Duty Free และในตัวเมืองชิคๆ เครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆของเกาหลีetude , the face shop , skin food , innisfree และอื่นๆ มากมาย อย่างแหล่งช้อปปิ้ง Jeju Jungang Shopping Mall เป็นร้านค้าที่เปิดขาย
กันอยู่ในทางเดินใต้ดิน มีประตูทางเข้าออกหลายประตู ที่น่าสนใจก็คือ ประตู 11 เป็นที่ว่าการของเกาะเชจู เปิดให้เข้าด้านในด้วยนะคะ แต่ต้องเสียค่าเข้าค่ะ แต่จะเดินเล่นถ่ายรูปด้านหน้าก็สวยดี

สุดท้ายและก็ถึงเวลาเดินทางกลับประเทศไทย กับการเดินเที่ยว เกาะเชจู ก่อนจะจบทริป Toptotravel ได้มาเที่ยวที่จุดสุดท้าย เพราะคุณเกาะเชจู แตกต่างกว่าที่ไหนๆ จนวันนี้ที่มีโอกาส มาสัมผัสดินแดนมรดกโลกเกาะเชจู จบลง แล้วและหวังว่ารีวิวนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อทุกๆคนในการมาเที่ยวเกาะเจจู ซึ่งสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ เกาะเชจูโดยรถบัสนั้นเราว่าสะดวกสุดๆ

ขอบคุณ เครื่องทริปทัวร์ ราคาถูกกับ True World Travel ทัวร์ถูกมาก
ราคา 6,200 บาท ทำให้ Toptotravel เดินทางมาเที่ยว เกาะเจจู ได้ใน
ราคาถูกมาก รู้อย่างนี้แล้วจะรออะไร บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง

ใครสนใจ เข้าไปดูได้ที่
True World Travel 022862732-34

Face Book:
https://www.facebook.com/TrueWorldTravelFanpage/?ref=br_rs
Hotline 0988277522 , 098-8277825-26

Hilton and THAI offer Travellers Exclusive Privileges across Hilton’s Hotels in Thailand

Travellers on THAI can enjoy exclusive discounts across all of Hilton’s F&B outlets and spas in Thailand BANGKOK – 1 August 2019 – Hilton (NYSE: HLT) today announced the signing of a Memorandum of Understanding with Thai Airways International Public Company Limited (THAI) to provide exclusive discounts to travellers flying on THAI’s flights. Through this partnership, travellers on THAI can enjoy promotional prices at Hilton’s food and beverage outlets and spas across Thailand.

The nine participating hotels nationwide across five destinations include Waldorf Astoria Bangkok, Conrad Bangkok, Millennium Hilton Bangkok, Hilton Sukhumvit Bangkok, DoubleTree by Hilton Sukhumvit Bangkok, Conrad Koh Samui, Hilton Pattaya, Hilton Hua Hin Resort & Spa and Hilton Phuket Arcadia Resort & Spa.

“The new generation of global travellers are constantly seeking fresh ways to enjoy popular destinations. One way we are doing that is by providing unique yet authentic local experiences through food and beverage and spa treatments at our hotels which we are confident that they can help capture the attention of this group of travellers. The signing of the MOU between Hilton and THAI enables us to provide elevated experiences of this nature for both business and leisure travellers coming into Thailand and we are delighted to be working with THAI on this partnership,” said Heidi Kleine-Moeller, general manager, Millennium Hilton Bangkok.

“At Hilton, we also continue to champion our commitment to responsible sourcing and sustainable meat, poultry and seafood while supporting local communities. Our food and beverage menus are carefully crafted by supporting and celebrating local cuisines and highlights seasonally produced ingredients. We look forward to inviting travellers and guests alike to experience our expanded repertoire and enjoy dining and spa experiences with us in Thailand,” added Moeller.

“We aim to encourage international tourists to travel to Thailand with THAI and to further enhance their trip by enjoying the luxury fine dining and spa experience at Hilton’s nine hotels across Thailand with these exclusive offers,” said Wiwat Piyawiroj, THAI Executive Vice President, Commercial Department. “Through this partnership, we can contribute to the growth of Thailand’s tourism within the international market and offer our guests enhanced vacation experiences, which can create lasting memories.

THAILAND VILLAGE ACADEMY

44 เยาวชนนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ร่วมแข่งขันโปรโมตชุมชนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย

โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด — เปิดตัว 44 เยาวชน 17 ประเทศ แข่งขันเล่าเรื่องโปรโมตชุมชนวัฒนธรรม ดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนทั่วโลก

โรงแรม SC Park กรุงเทพฯ, โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, เว็บไซต์ Hello Local.travel และ Readme.me เปิดตัว 44 เยาวชนนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ร่วมแข่งขันโปรโมตชุมชนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชน ให้นำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้ในการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ทางกรมฯ จึงได้ให้การสนับสนุนโครงการ Thailand Village Academy ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชนให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนต่างชาติทั่วโลก โดยทางโครงการฯ ได้คัดเลือกชุมชนที่มีวัฒนธรรมและมรดกภูมิปัญญาที่โดดเด่น และมีปราชญ์ชุมชนที่พร้อมถ่ายทอดให้ความรู้แก่เยาวชน ซึ่งชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมสำหรับเยาวชนที่จะเปิดตัวในโครงการปีนี้มี 22 ชุมชน แบ่งเป็น ภาคกลาง 7 ชุมชน ภาคเหนือ 5 ชุมชน ภาคใต้ 5 ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ชุมชน ดังนี้

ภาคกลาง

  1. หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โฮมสเตย์ไทรน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  2. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวน จ.นครนายก
  3. วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน ตำบลถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี
  4. ชุมชนบ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม
  5. ชุมชนตำบลบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี
  6. ชุมชนตำบลหนองโรง จ.กาญจนบุรี
  7. ชุมชนตลาดโรงพักเก่าสรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ภาคเหนือ

  1. ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย จ.สุโขทัย
  2. ชุมชนบ้านท่ามะโอ จ.ลำปาง
  3. ชุมชนบ้านน้ำจำ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
  4. ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย
  5. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมลาวเวียง ตำบลหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์

ภาคใต้

  1. ท่องเที่ยวชุมชนตำบลทุ่งหว้า จ.สตูล
  2. ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก จ.กระบี่
  3. ชุมชนบ้านลำขนุน จ.ตรัง
  4. ชมรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช
  5. หมู่บ้านชาวนาวิถีไทย วิถีโหนด นา เล จ.สงขลา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  1. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี
  2. ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์
  3. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเขมราฐ นาแวง เจียด จ.อุบลราชธานี
  4. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม
  5. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู จ.มุกดาหาร

และหลังจากการพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทยเสร็จสิ้นแล้ว ทางโครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด Hello Local.travel และ Readme.me ช่วยขยายผลจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนเยาวชนทั่วโลกมาเที่ยว

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ ทุกชุมชนมีเรื่องเล่า ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น และน่าเรียนรู้ โดยเฉพาะในมุมของเยาวชนต่างชาติ เพราะเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในการเดินทางท่องโลกเพื่อเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรม
ที่แตกต่าง เยาวชนชอบใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น กลุ่มเยาวชนต่างชาติจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันมีเสน่ห์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของไทยให้เป็นที่แพร่หลายไป
ทั่วโลก

โครงการ Thailand Village Academy เปิดโอกาสให้ The Story Curators บล็อกเกอร์เยาวชนทั่วโลก ที่มีความสามารถในการคัดสรรและเล่าเรื่องราว Travel Story และมีทักษะในการใช้ Social Media เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง สมัครมาร่วมภารกิจแข่งขันชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยมีบล็อกเกอร์เยาวชนจำนวน 1,423 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลกสมัครร่วมกิจกรรม โดยเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกมี 44 คน จาก 17 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อังกฤษ รัสเซีย เนปาล สิงค์โปร มาเลเซีย ภูฏาน อิสราเอล อิตาลี ยูเครน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู ออสเตรเลีย ตูนิเซีย ไนจีเรีย และ ประเทศไทย ที่จะร่วมภารกิจการแข่งขันในระหว่างวันที่ 24-29 กรกฎาคม ผู้เข้าแข่งขันที่คัดสรร นำเสนอเรื่องราวชุมชนได้น่าสนใจ และสร้าง Social Engagement ผ่านสื่อออนไลน์ให้กับชุมชนสูงสุด จะเป็นผู้ชนะ โดยทางโครงการมีกำหนดประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของโครงการฯ
www.thailandvillageacaademy .com

ททท. มั่นใจว่า ผลงานสร้างสรรค์ของนักเล่าเรื่อง The Story Curators ทั้ง 44 คนนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลกอยากเดินทางมาเที่ยว มาสัมผัสดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยอย่างแน่นอน ขอเชิญทุกท่านติดตามเรื่องราวการแข่งขันของทั้ง 44 คน และช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาผ่าน Website Readme.me ที่
ผลงานผู้เข้าแข่งขันบล็อกเกอร์เยาวชนไทย https://th.readme.me/campaign/the-village-story
ผลงานผู้เข้าแข่งขันบล็อกเกอร์เยาวชนต่างชาติ https://readme.me/campaign/the-village-story”

คุณปรียนันท์ มงคลศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดิจิทัล บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน ) กล่าวว่า “จากงานวิจัยขององค์กรท่องเที่ยวเยาวชนโลก ระบุว่า ในปี 2563 จะมีนักท่องเที่ยวเยาวชนทั่วโลกเดินทางจำนวนประมาณ 370 ล้านคน และโดยใช้เวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย 50 วัน และใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวประมาณ $2,600 หรือ 85,000 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดนักท่องเที่ยวเยาวชนต่างชาติมีความสำคัญมากและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นับว่าเป็นโอกาสสำคัญของชุมชนไทยที่จะได้ต้อนรับเยาวชนจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยว และเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ช่วยชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในส่วนของการบินไทยและไทยสมายล์จะสนับสนุนโครงการโดยจัดทำบัตรโดยสารราคาพิเศษสำหรับเยาวชน เพื่อร่วมกิจกรรมการตลาดต่อยอดการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวชุมชนต่อไป”

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวสรุปว่า “โครงการ Thailand Village Academy ช่วยยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชน สร้างจุดขายด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ต่อยอดจากต้นทุนอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมของชุมชน มาสร้างคุณค่าใหม่ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน และที่สำคัญยิ่งเปิดโอกาสให้ปราชญ์ชุมชน 22 ชุมชน ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีคุณค่าของชุมชน ได้รับการยกย่องและมีบทบาทในฐานะ Local Guru บอกเล่าประสบการณ์มรดกทางภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ถ่ายทอดให้เยาวชนนักเดินทางได้เรียนรู้ ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการฯ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญคือกลุ่มนักท่องเที่ยวเยาวชนต่างชาติ ที่จะช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรม วิถีชีวิตอันมีเสน่ห์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ น่าภาคภูมิใจของไทยให้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ผู้เป็นเจ้าของทุนทางวัฒนธรรมนั้น ๆ ก่อให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอนุรักษ์สืบสานต่อไปอย่างยั่งยืน”


โครงการมีกำหนดประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
ผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของโครงการฯ
www.thailandvillageacaademy .com

ท้าให้ลอง Indian food ต้นตำรับแดนภารตะ ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


เคยมีคนถามว่าชอบอาหารอินเดียมั้ย​?
แฟนคลับที่ติดอกติดใจ ที่สุดของอาหารอินเดียเมนูเด็ดของ ร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำจากต้นตำรับ แดนภารตะ รังสรรค์โดยเชฟ ผู้มากประสบการณ์จากร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย

Toptotravel มาถึงแล้วไม่รอช้า ตักของอร่อยมาชิมกันเลย กินอาหารอินเดียครั้งแรกอร่อยกว่าที่คิด อาหารอินเดียที่คนไทยทานได้ง่ายๆ ที่นี่จัด แบบบุฟเฟ่ต์อาหารอินเดีย โดยโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ร่วมกับร้าน บาวาร์ชิ ซึ่งเป็น ร้านอาหารอินเดียชั้นนำ จัดเทศกาล อาหารอินเดีย ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์ของโรงแรมฯ ลองกันในครั้งนี้ รับรองว่าอร่อยถูกปากแน่นอน

ข้าวพิลาฟร้อนๆ

บอกเลยที่เด็ดของ อาหารอินเดีย ที่ห้องอาหารเดอะสแควร์ของโรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เมื่อมาถึงรับ welcome drink เครื่องดื่มต้อนรับ ผสมโยเกิร์ต เครื่องดื่มที่ช่วยระบบย่อย และดับกลิ่นเครื่องเทศและรสชาติของอาหารอินเดีย กับเมนูอาหารอินเดียที่คนไทยทานได้ง่ายๆ ประสบการณ์แห่งความอร่อยครั้งนี้ ส่งตรงจากต้นตำรับแดนภารตะ รังสรรค์โดยเชฟผู้มากประสบการณ์จากร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย โดยได้รับรางวัลจาก Thailand Tattler ให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทยเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันและยังได้รับ Certificate of Excellence จาก Trip Advisor เป็นประจำ รวมไปถึงรางวัลจาก Readers Choice สไตล์อินเดียที่มีชื่อเสียงมานานเป็นร้านอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในต่างประเทศ โดยสภาร้านอาหารอินเดีย พร้อมเสิร์ฟอาหารรสจัดจ้าน รวมถึงเมนูอย่างอื่นอีกมากมายหลายอย่างคะ อาหารระดับพรีเมี่ยมในราคาแสนสบาย ให้ได้เอ็นจอยกันกับการกินสุดดีงาม

วันนี้ เชฟกัลยาณี จิริฐิติกาลโชติ แนะนำและขอพาชมไลน์อาหารก่อนเลยนะ อาหารแห่งคาบสมุทรอินเดีย จัดจ้านด้วยเครื่องเทศของดีที่อยากให้ลิ้มลอง แกงกะหรี่เนื้อแกะ แกงผักโขมกับชีส ไก่ย่างเคี่ยวในซอสแกงกะหรี่ มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศ โรตีและขนมปังอินเดีย ทานคู่กับแป้งนาน ทำสดใหม่ และข้าวพิลาฟหุงร้อนๆ ส่วนอาหารอินเดียต่างๆ เหล่านี้ แนะนำเป็นอย่างยิ่งจากความอร่อยส่วนตัว อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูเด็ดอื่นๆ อีกมากมาย รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ให้เลือกสรรความอร่อยได้อย่างไม่จำกัด รับรองถูกปากคนไทยแน่นอน

ซิกเนเจอร์จุกๆ ที่ต้องจัด
Chicken tikka Masala ไก่มาซาลา
Lamb Roganjosh แกงกะหรี่เนื้อแกะ
Malabari Fish Curry แกงกะหรี่ปลา
Panner lababda r แกงกะหรี่ชีส
Daal Makhani แกงถั่วใส่เนย
Aloo Gobhi มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศ
Assorted Indian Bread โรตี และ ขนมปังอินเดีย
Chicken Samosa and Vegetable Samosa ซาโมซ่าไก่ และซาโมซ่าผัก

ของหวาน : Lassi ลาสซี่
Gulab Jamun กุหลาบจามุน

โรตีและขนมปังอินเดีย ทานคู่กับแป้งนาน

สำหรับคนที่ชอบทาน Lobster ต้องทานให้ได้นะคะ กริลล์หอมกรุ่นอร่อยกว่าที่อื่นหลายเท่าตัว ในกรุงเทพยังหา LOBster ตัวใหญ่ที่อร่อยเท่านี้ได้ยากมาก แม้แต่โรงแรม 5 ดาวหลายๆ ที่ก็เถอะคะ Toptotravel ยอมใจให้ที่นี่ คุ้มมากจริงๆ

พิเศษสุดคุ้ม! “มา 4 จ่ายเพียง 3”
เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต Aeon, KTC ,Krungsri และ SCB

ลิ้มลองรสชาติความอร่อยเลิศของอาหารอินเดีย
บุฟเฟ่ต์ที่นี่จัดเฉพาะวันที่ 10 – 23 มิถุนายน 2562
Lunch buffet ราคา 820 บาท เน็ต เวลา 11.30-14.00 น.
Dinner buffet 1,120 บาท เน็ต เวลา 18.00-22.30 น.
Sunday Brunch 1,299 บาท เน็ต (lobster 1 ตัวต่อท่าน)
เริ่มที่เวลา 11.30-15.00 น.

Farm Stays in Singburi บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ สวรรค์บ้านทุ่ง

ทดลองใช้ชีวิตแบบพอเพียง ท่ามกลางความสุขที่เพียงพอ
ชีวิตพอเพียง เพื่อสุขเพียงพอ


จุดแรกของทริปนี้ กับวิวท้องทุ่งนา ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา กับวิวพาโนรามาแบบ 180 องศา เราได้เเที่ยวเชิงเกษตรแบบดั้งเดิม ที่นี่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจ จากคำสอนของในหลวง ร.9 และได้ลงมือทำเพื่อเดินตามรอยแนว “ความพอเพียง” ของพ่อหลวง


ที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่มองหาที่พักอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ให้เข้ามาศึกษาหาความรู้

บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ถูกล้อมรอบไปด้วยนาข้าว ได้ยินเสียงนกร้องปลุกผู้มาเยือน ท่ามกลางบรรยากาศแบบส่วนตัว บ้านพักที่พักแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับคนที่กำลังอยากทดลองใช้ชีวิตในแบบพอเพียง เป็นที่พักเชิงเกษตร หรือ ฟาร์มสเตย์ ที่เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการจะนำผืนดินเล็กๆ กับที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ ตั้งอยู่ใจกลางขุนเขา แวดล้อมไปด้วยความสงบและความสุขจากธรรมชาติ แต่เดิมที่นี่ทำนา ปลูกข้าว ด้วยใจรักในเรื่องของสุขภาพ และอยากให้คนในครอบครัว ได้รับประทาน เริ่มแบ่งปันให้คนรอบข้าง จนเริ่มมีผู้มาเยือนที่นี่บ่อยขึ้นจึงค่อยๆ พัฒนาที่นี่ เป็นที่พักเชิงเกษตร ตามแนวพระราชดำริในการใช้ชีวิตที่พอเพียงให้กลายเป็นบ้านทรงไทยกลางทุ่งนาเขียวขจีที่แสนอบอุ่น

ข้าวหอม ฟาร์มสเตย์ (Farm Stay) เป็นสถานที่คงความอุดมสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติเอาไว้ได้ครบทั้งหมด ความสุขในวิถีเกษตร ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา บนเนื้อที 20 ไร่ ผสมผสานกับความเรียบง่ายที่พอเพียง แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภายในบ้านพักแต่ละหลังครบครันและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน พื้นที่ส่วนกลางของที่พักเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจีในช่วงปลายฝน ก่อนผลัดเปลี่ยนเป็นสีทองในช่วงหน้าหนาว

ภายในห้องพักก็ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น และที่สำคัญคุณยังได้เรียนรู้การทำเกษตร และยังได้รับประทานอาหารออร์แกนิคที่สดใหม่ปราศจากสารเคมี ที่พักจะมีแปลงเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมลงมือและเรียนรู้การปลูกผักออร์แกนิค ตามธรรมชาติตามวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบบ้านนอก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่ น่าจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ได้ดี

คุณสายพิน ชูเชื้อ เล่าถึงที่มาของ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ หลังจากหันหลังให้กับอาชีพพยาบาล จากทำงานหนักมาตลอด ภายหลังหันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพ ทั้งอาหารและการใช้ชีวิต เขาจึงตัดสินใจเปิดที่พักนี้ขึ้น เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเอง สู่วิถีเกษตรท้องถิ่น ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่แบบเกษตรอินทรี โดยไม่พึ่งสารเคมี และปลูกผักปลอดสารพิษ รวมถึงยังเปิดเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้มาทำกิจกรรมปลูกข้าว ดำนา เก็บผัก ล่องเรือ และยังเปิดเป็นโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน บนเรือนไทยไม้สัก เคียงข้างท้องทุ่งนาสีเขียวขจีกว่า 20 ไร่

คุณสายพิน ชูเชื้อ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์

จากที่ดินผืนเดิมถูกปรับให้เหมาะกับการทำที่พักเชิงเกษตร อาหารเราใช้ ได้จาก ทุ่งนาสีเขียวกับการเรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่าย ผักที่ปลูกเองมาเป็นวัตถุดิบ ถึงแม้ที่นี่จะไม่ได้รายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่มีความสะดวกสบายบวกกับได้การเรียนรู้ ถ้ามาพักที่นี่ ตื่นเช้ามาทำบุญใส่บาตร ทานอาหารเช้าแล้ว ตื่นมาอาจจะปลูกผัก รดน้ำผัก มาทำเกษตร ปั่นจักรยานชมท้องนา, ใส่บาตรพระตอนเช้า, ชมการปลูกผักปลอดสารพิษ, ชมโรงสีข้าว หรือถ้ามาช่วงเข้าออกรวงก็มาเกี่ยวข้าวกัน ซึ่งก็แล้วแต่ฤดูกาล ข้าวไรซ์เบอรี่สิงห์บุรี ที่ได้มาตรฐานพร้อมส่ง ภายใต้แบรนด์ บ้านข้าวหอม ซึ่งเป็นความสำเร็จของบ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ เป็นความฝันที่มีคนร่วมฝันเป็นคนในครอบครัว

การทำนาแบบปลอดภัย กว่าจะมาเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ ที่บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ทำนาเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ เน้นเรื่อง ข้าวปลอดสาร เน้นความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน จึงมีการทำทุกกระบวนการอย่างมีคุณภาพ จนได้รับมาตรฐานของกรมการข้าวและอย.อยากให้ทุกคนรักสุขภาพ ด้วยการกินอาหารที่ดีมีคุณภาพ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยากต่อการเจ็บป่วย โดยเริ่มต้นที่ข้าว ซึ่งเป็นอาหารพื้นฐานของคนไทย ควรเลือกทานข้าวที่มีประโยชน์ สะอาดและปลอดภัย ดังคำพูดที่ว่า ทานข้าวเป็นยา อย่าทานยาแทนข้าว รับรองพักที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ทั้งอิ่มท้อง ทั้งอิ่มใจเลยล่ะ
-คุณสายพิน ชูเชื้อ

คุณสายพิน ชูเชื้อ

นอกจากนี้หากมีเวลาเหลือก็ต้องไม่พลาดไปเที่ยวชมธรรมชาติเชิงอนุรักษ์มากมาย ที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ที่คุณจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย ห้องพักออกแบบมาได้อย่างน่ารัก รวมไปถึงพื้นที่ สำหรับการทำกิจกรรม เป็นกลุ่มสุดสนุกและได้เรียนรู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปลูกผัก เก็บผักตามฤดูกาล ดำนา เกี่ยวข้าว ปลูกข้าวโพด พายเรือ และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 22 กิโลเมตร มาชมทุ่งนาสีเขียวๆ ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชนบทที่มีความเรียบง่าย ทำไร ทำนา ปลูกผัก ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่มากไปด้วยความสุข ความพอเพียง พร้อมเปิดบ้านรอต้อนรับอย่างอบอุ่นราวกับเป็นคนในครอบครัว

ติดต่อ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ห้องพักในเรือนไทย
ที่พัก : บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์
ราคา : 500-800 บาท/คน
(ที่พัก + อาหาร 2 มื้อ + อาหารว่าง + กิจกรรมท่องเที่ยว)
Facebook : บ้านข้าวหอมสิงห์บุรี
ติดต่อ โทร : 082 724 0322
พิกัด : https://goo.gl/maps/psyxFn8enTK2

เจแปนแสนรัก ดอกซากุระดอกไม้ สีชมพูที่สวยที่สุดในโลก

นั่งสบตาดอกซากุระ กับเทศกาลฮะนะมิ (Hanami) ที่โตเกียวไปญี่ปุ่นแล้วมาฮานามิ ใต้ต้นซากุระ ทริปนี้เพอร์เฟ็คท์มาก

ครั้งนี้บินไปเที่ยวไกลถึงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลบร้อน หาเวลาสัก 4 วันไปชมดอกซากุระ ดูภูเขาและสิ่งที่ต้องมีในทริปนี้ ครั้งหนึ่งในชีวิตขอนั่งชิวใต้ต้นซากุระ 

สวนอุเอโนะ หนึ่งในสวนสาธารณะยอดนิยมใจกลางกรุงโตเกียว ใครอยากชมซากุระแบบคนญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า เทศกาลฮานามิ ก็มาปิกนิกที่นี่ได้นะ บริเวณโดยรอบแวดล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งวัด ศาลเจ้า ทะเลสาบ สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ นอกจากนั้นภายในสวนยังเต็มไปด้วยต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น เรียงรายตามสองฟากฝั่งของถนนที่ทอดยาวภายในสวน โดยในช่วงที่ดอกซากุระกำลังบาน ที่สวนอุเอโนะก็มีการจัดงานเทศกาลชมดอกซากุระ รวมถึงการเปิดไฟไลท์อัพสวยๆ

Ueno Park สวนสาธารณะแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ใกล้ถึงเทศกาล “ฮานามิ” หรืองานเฉลิมฉลองของญี่ปุ่น ขอเรียกทริปเกร๋ๆ นี้ว่า เจแปนแสนรัก ได้กอดคอเพื่อนเที่ยวญี่ปุ่น เดือนเมษา  ขอลาพักร้อนได้ยาวๆ ลองจัดทริปกับแก๊งเพื่อนเลิฟ ที่ประเทศญี่ปุ่นก็จะมีดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณโดยรอบมีที่ช้อปปิ้งรอบๆ ให้ไปเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี บอกเลยว่าไปทั้งทีไม่ผิดหวัง แถมยังเดินทางง่ายด้วยนะ

12670665_1374714882554379_5585578028886749032_n

ทำงานเหนื่อย ก็ต้องหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นนอก
จากไปกับทัวร์แล้ว อีกทางที่ฮิตมากมายเลยคือ นั่งรถไฟฟ้า เจอาร์เที่ยวเองไปกับกลุ่มเพื่อน ตรงนี้เราสามารถซื้อเลือกจากเมืองไทย มีให้เลื่อก มากมายเลือกซื้อตามสบาย และ มื้อแรกที่ถึงโตเกียวเก็บกระเป๋าอะไรเสร็จแล้ว รออะไร นั่งรถไฟจากเมืองไทย เข้าใจง่ายสบายๆ  อยากไปเที่ยวบ้างทำได้ง่ายๆ วางแผนกันเลยแต่ถ้าซื้อ JR pass อื่น เช่น  JR Kanto pass สามารถไปซื้อที่สนามบินได้ ที่ JR office ไม่ต้องซื้อล่วงหน้าจากไทยไปก่อน

ถ้าหากจะซื้อ JR pass ให้คำนวณถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายก่อน บางที อาจจะจ่ายในส่วนที่แพงเกินจำเป็น อยู่แค่ใน tokyo หรือ ออกนอก tokyo นิดหน่อย  JR  pass ไม่มีความจำเป็นเลย ใน tokyo ซื้อ metro one day pass หรือ metro+ Toei ดูแล้วคุ้มมาก และสามารถหาข้อมูลจากการอ่าน japan-guide.com

sakura-85

ค่ำนี้นอนไหนกันดี แผนที่ของเราในครั้งนี้เริ่มออกเดินทางจากสนามบินนาริตะ โตเกียว แล้วเดินทางเที่ยวรอบๆ โตเกียวทั้งหมด โดยเราจองที่พักไว้ล่วงหน้าก่อน….โชคดีที่จองล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3 เดือนไม่งั้นโรงแรมอาจเต็มหมด เพราะเป็นช่วงเทศกาลซากุระ นักท่องเที่ยวมาก ตลอดทางที่เราแวะเที่ยวถ่ายรูป ดูเมืองเล็กๆ ที่มีนักท่องเที่ยวมายจากทั่วโลก เส้นทาง…..ระหว่างเรามุ่งหน้าไปเมือง……ชื่นชมกับถนน เพราะเป็นวิวแม่น้ำโค้าเป็นสโลปสวยๆ ให้เราได้เห็นก่อนเดินทางต่อ  มื้อแรกที่ถึงโตเกียวแบบง่ายๆ อาหารหยอดเหรียญ

โตเกียว อากาศดีไม่ร้อน ไม่หนาว อุณหภูมิเฉลี่ย 12-20 องศา แถมทีขนมและอาหารอุดมสมบูรณ์จริงๆ  อาหารและผลไม้สดมาก เห็นแล้วอยากมาอยู่มากินของดีที่นี่ จะได้แข็งแรงอายุยืนอย่างคนโตเกียวบ้างจัง

12928387_1374714925887708_5531270961918680054_nช่วงซากุระบานของคนญี่ปุ่น ที่สวนอุเอโนะ (Ueno Sakura Matsuri-Cherry Blossom Festival) ดูซากุระก่อนใคร ขอบอกว่านาทีนี้เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน ไม่เก๋เท่ามาโตเกียว เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยสีชมพู ซากุระที่จังหวัดโตเกียว คือพันธ์ุ….. ซากุระ โดยดอกจะมีสีชมพุเข้มสดกว่าพันธ์อื่นๆ เมื่อบานเต็มที่ ออกดอกเต็มต้น จึงค่อนข้างสวยงามตัดกับขอบฟ้าสีเข้ม ถ่านรูปกันเพลินทีเดียว ในช่วงปลายเดืนอมีนาคม ดอกซากุระเริ่มเบ่งบานกันแล้ว รับรองว่าใครได้มาที่นี่และลิ้มลองผลผลิตจากดอกซากุระมากมายอย่าง ไอศกรีมซสกุระ ชาซากุระ หรือเบียร์ซากุระก็มี
12923126_1371994506159750_3049440124495360946_nเราก็ได้มาอินกับดอกซากุระที่โตเกียว พร้อมกับดอกสีพาสเทลสวยงาม กันแล้วจุดนี้ห้ามพลาด

12961462_1374714885887712_7056154906277349972_n

ทำงานเหนื่อย ก็ต้องหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ กันดีกว่า
สวนอุเอโนะ เข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชม.
(การแสดงไฟตลอดช่วงซากุระบาน 17.00-20.00 น.)
การเดินทาง : เดิน 5 นาที จากสถานีรถไฟ Ueno

เดอะทับแขกกระบี่ ปันความสุข ปล่อยใจ เอนกาย ท่ามกลางทะเลธรรมชาติ

มาแบ่งปันพระอาทิตย์ตกดินกันเถอะ

ทำไมต้องไป “กระบี่” จังหวัดที่มีชื่อเสียง ดังไกลระดับโลก อย่างเกาะพีพี ทะเลแหวก ส่วนใครมีความหลงไหลในธรรมชาติ รักการเรียนรู้ ชอบการค้นหาอะไรใหม่ๆ ที่ชายหาดทับแขก ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ที่พักหรูสุดโรแมนติก ชายหาดที่มีรูปทรงโค้ง น้ำทะเลเป็นสีฟ้า บรรยากาศเงียบสงบ ริมหาดสุดชิลล์ ฟีลกู๊ดกับวิลล่าริมทะเล ณ. เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท

ด้วยความโดดเด่นของทะเลที่คงความเป็นธรรมชาติ แถมบรรยากาศล้วนๆ ที่นี่เพื่อนๆ ที่มีโอกาสมาปักหมุดที่ชายหาดแห่งนี้ หลึกหนี มลภาวะและทิ้งความเครียดโยนลงทะเล แล้วที่นี้มานอนสูดอากาศดีสักคืน-สองคืน บอกเลยว่าช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดีนะคะจะบอกให้!

วันนี้ เราไปพักกันที่ วิลล่าติดทะเล ติดชายหาด บรรยากาศดี วิวสวยที่สุดในโลก The Tubkaak Krabi Boutique Resort ใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 40 นาทีจากสนามบินนานาชาติกระบี่

“ทับแขก” หรืออีกนัยหนึ่ง หมายถึง บ้านพักสำหรับผู้มาเยือน ชายหาดที่เราสามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างงดงาม เพราะที่นี่… ถือเป็น First impression และยังได้สูดโอโซนชั้นดีกับที่พักริมทะเลบรรยากาศสุดสโลว์ไลฟ์ความเงียบสงบ และธรรมชาติที่โอบล้อม ด้านห้องพัก มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 59 ห้อง โดยมีส่วนที่เป็น pool villa จำนวน 18 ห้องพักหรูระดับ 5 ดาว ที่ตกแต่งด้วยสไตล์ Contemporary Tropical ห้องพักตั้งอยู่บนหาดคลองหินและโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม หาดทรายสีขาว น้ำทะเล
สีฟ้าเข้มๆ ภูเขาสีเขียวชอุ่มที่เหมือนเป็นฉากหลังให้กับที่วิวที่พักริมทะเล

เข้าสู่โหมด ห้องพักหรู ตกแต่งต่างสไตล์ ลดหลั่นกันลงมาตามเนินเขามากถึง 6 แบบ คือ Deluxe Ocean View, Grand Deluxe Jacuzzi Ocean View, Tropical Villa, Tropical Pool villa, Beach Front Pool Villa และ Presidential Pool Villa 2 Bedroom แต่ละห้องยังตกแต่งผสมผสานความเป็นศิลปะจามแบบร่วมสมัยอย่างลงตัวและงดงาม ภายในห้องนอนคงคอนเซ็ปต์ของความเรียบหรูและยังคงเน้นสีขาวให้ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลเพื่อความอบอุ่นและนุ่มนวล ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้ง ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น ลำโพงไอพอด เครื่องทำกาแฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และยังฟรีมินิบาร์ทั้งขนมและเครื่องดื่มแบบที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหิว ละที่เป็นไฮไลท์ของห้อง Beach Front Pool Villa คือสระว่ายน้ำส่วนตัวที่อยู่ทางด้านหน้าห้องซึ่ง เป็นสระว่ายน้ำที่เราสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบ 180 องศา พร้อมเตียงชายหาดให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ

จากวิลล่าพรีเมียร์กับสระว่ายน้ำ ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการพักผ่อนที่แสนโรแมนติก การตกแต่งภายในที่จากแนวคิดอันลึกซึ้ง วิลล่ามีขนาดกว้างขวางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรูหราและห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง และห้องอาบน้ำฝักบัวองค์ประกอบของการออกแบบในประเทศรวมทั้งหัวเตียงกราฟิกขนาดใหญ่ เพดานโค้งสูงหลังคาลาดวัสดุธรรมชาติสร้างความรู้สึกของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท อีกหนึ่งที่พักสวย ที่อยู่ในลิสต์ที่พักในฝันของใครหลายๆ คน เมื่อเข้ามายังพื้นที่ของรีสอร์ท ก็เหมือนหลุดเข้ามาในดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงไหลและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนด้านหน้าจะเป็นส่วนของล็อบบี้ที่เป็นอาคารเปิดโล่งแบบ Open Air ที่เปิดรับลมจากธรรมชาติ ที่พักมาในรูปแบบวิลล่าสุดเรียบง่าย ที่เน้นดีไซน์จากธรรมชาติ ทั้งไม้ งานจักรสาน แต่ก็ยังแฝงความโมเดิร์นน่าพัก ได้อีกความรู้สึกซึ่งหายากในปัจจุบัน ส่วน มุมชิลล์ก็ต้องยกให้กับห้องพักติดทะเล ที่มีความเป็นส่วนตัว ที่เราสามารถหย่อนขา ตกปลา และชมวิวอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้จากมุมนี้ เหมาะแก่การหนีความวุ่นวายมาให้ร่างกายได้รีแลกซ์กันสุดๆ ที่นี่ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่าง

เดอะทับแขกเป็นบูทีค รีสอร์ท ความรักเล็กๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการอยู่ในระดับชั้นยอดเยี่ยม รวมไปถึงการบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดจากพนักงานทุกคนที่มีคอยช่วยเหลือดูแลให้กับผู้เข้าพัก ไมว่าจะเป็นบริการทำความสะอาดเสื้อผ้า หารถเช่าโดยที่ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลาย ปล่อยความเหนื่อยล้า ความเครียดไปกับสระว่ายน้ำสวย ๆ อ่างจากุซซี่หรู หรือว่าจะหยิบหนังสือดี ๆ มาอ่าน หรือดูหนังดีวีดี หรือเล่นโยคะให้สบายใจนั้น ทางรีสอร์ทได้จัดมุมส่วนตัวให้คุณได้หาความสุขง่าย ๆ สะดวกสบายอย่างครบครัน

รุ่งเช้าหลังละเมียดกาแฟ….ยามเช้าและเบรกฟาสท์เบาๆ อย่างที่รู้กันว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน หลังอาหารเช้าเรามีโปรแกรมนั่งเรือไปเกาะ
กลางทะเล เพืื่อชมความงดงามของเกาะห้อง จากหาดทับ แขกสามารถเช่าเหมาเรือหางยาว (ติดต่อโรงแรม) วิ่งตรงมาเที่ยวชมความงามของเกาะห้อง ท่องเที่ยวกินบรรยากาศทะเลฝั่งอันดามัน เที่ยวชมหมู่เกาะห้อง (Koh-Hong) หรือ “เกาะเหลาบิเละ” เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ใช้เวลาเดินทางไม่มากนัก นั่งอยู่ที่หาด ก็มองเห็นเกาะห้อง หลังเที่ยงก็กลับได้จะได้ไม่ร้อนมาก

สำหรับมื้อเช้าและมื้อเที่ยง เราฝากท้องที่ห้องอาหาร Arundina ให้บริการอาหารไทยและอาหารยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางสระบัว มีบรรยากาศที่มีเสน่ห์มากตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี หันหน้าไปทางริมหาดเห็นทะเลกระบี่ที่สวยงาม เพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารที่หลากหลาย รสชาติแสนอร่อย โดยพ่อครัวที่มีประสบการณ์ทั้งอาหารยุโรปและอาหารไทยคลาสสิก คัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ Arundina ยังเปลี่ยนบรรยากาศที่สดชื่นระหว่างวัน มาเป็นความโรแมนติกของอาหารมื้อค่ำที่เยี่ยมยอดภายใต้ฟ้าเปิด เสียงดนตรีเคล้าเสียงทะเล เติมเต็มการสัมผัสผู้เข้าพักได้อย่างเพอร์เฟค

มื้อเที่ยงไม่ต้องออกไปไหนไกลเพราะสามารถสั่งอาหาร โดยในแต่ละเมนูเป็นอาหารที่มีรสชาติเข้มๆ แบบทางใต้ เลือกทั้งโซนอินดอร์ด้านในและโซนเอ้าท์ดอร์ นั่งรับลมทะเลแบบชิลล์ๆ

ห้องอาหาร Arundina มีบรรยากาศที่มีเสน่ห์มากตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี หันหน้าไปทางริมหาดเห็นทะเลกระบี่ที่สวยงาม ที่มีเพียงที่เดียวบนเหาดทับแขก เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท ที่ให้ทุกคนได้นั่งเรือ ไปชมความงามของเกาะ สามารถดำน้ำดูประการังและสัตว์น้ำหลากสีสันได้อีกด้วย ช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาหรือไม่ต้องกลัวจะไม่มีอะไรทำ เพราะที่ ห้องอาหาร Arundina ที่เป็นห้องอาหารแบบ All Day Dining มีเต็นท์กระโจมปิกนิกสีขาว ริมชายหาด เหมาะกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน นั่งปล่อยอารมย์ ฟังเสียงคลื่นพร้อมทานอาหารสุดพิเศษอย่าง น้ำมะพร้าวสดๆ น้ำผลไม้ และพิซซ่า รับรองว่ามุมนี้ ช่างสวยถูกใจจนจะต้องพกกล้องมารัวชัตเตอร์ไว้เอารูปไปอวดเพื่อนๆ รับรองร้องว้าว! อย่างแน่นอน

ห้องอาหาร Arundina ห้องอาหารแบบ All Day Dining
จะพาทุกคนไปดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเลตลอดทั้งวัน
ตั้งแต่เวลา 07.00 – 23.00 น.

ชกร นันทวิสัย General Manager เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท
ยิ้มหวาน…….กับคำกล่าวที่ว่า ที่รีสอร์ท น้อมนำหลักปรัชญาศก.พอเพียงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงแรม ปริมาณพอเหมาะพอเพียง เราก็อยู่ได้ ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักทะเลกระบี่ นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกจากทุกมุมโลกต่างประทับใจ และที่โรงแรมยังถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวยังเกาะต่างๆ สามารถเที่ยวชมเกาะห้อง เกาะละดิง เกาะผักเบี้ย ฯลฯ นักเดินทางออกเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ดื่มดำธรรมชาติ ก่อนจะกลับมาชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ ริมหาด เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท เวิ้งชายหาดที่มีภูเขากลางน้ำกลางกั้นคลื่นสึนามิ ที่นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนแบบสงบท้องทะเลที่สวยงามที่มีจุดขายเด่นชัด เป็นโรงแรมด้านสุขภาพ และกีฬาแบบครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดกระบี่หากความประทับใจแรกเกิดขึ้นที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น คน สิ่งของ หรือแม้แต่สถานที่ก็จะทำให้เราหลงรักได้อย่างหมดใจเช่นเดียวกับ First impression ที่ได้เกิดขึ้นที่ ดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท สถานที่ที่เป็นเหมือนดินแดนแห่งฝันที่มีครบทั้งความสวยงาม ความสะดวกสบายเปรียบดั่งสวรรค์ของคนรักทะเลจริงๆ

นอกจากนี้ เทรนด์การบริโภคอาหารสุขภาพคือหัวใจสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับโรงแรมสุขภาพ โดยทุกเมนูที่ให้บริการจะเป็นอาหารสุขภาพ (clean & healthy food) ปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิก เช่น ผัก-ผลไม้จากฟาร์มออร์แกนิกที่ปลูกเอง บริเวณแปลงปลูกผักภายในหอพักพนักงานโรงแรม รีสอร์ท ระดับ 5 ดาว ยังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้มาเยือน โดยได้เนรมิต “สวนครัว” ขึ้นภายนอกของโรงแรม โดยมีหัวหน้าพ่อครัวเป็นผู้รังสรรเมนูที่หลากหลายจากผลิตผลของสวนครัวแห่งนี้ รวมถึงวัตถุดิบอื่นที่ได้มาจากแปลงผักแห่งนี้

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท เป็นรีสอร์ตระดับ 5 ดาว จุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลผลิตสดใหม่จากแปลงพัก และฟาร์ม บริเวณหอพักพนักงาน โดยได้ตั้งเป้าหมายในการรวบรวมเสน่ห์และความสง่างามของจุดหมายปลายทางแห่งนี้เอาไว้ให้มากที่สุด

พร้อมทั้งให้การสนับสนุนชุมชนและรักษ์สิ่งแวดล้อมให้หาดทับแขก มากที่สุด ด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดแก่แขกของโรงแรม เพราะผักสดทั้งหมดที่เราทานมื้อกลางวันนี้ มีการเก็บสดใหม่ทุกวัน ไร้สารเคมี ผักและผลไม้บางส่วนของที่นี่ ถูกปลูกในแปลงบริเวณหอพักพนักงาน เพื่อต้องการเสริมรายได้พนักงาน และผลิตวัตถุดิบคุณภาพปลอดสารเคมีเพื่อความสุขอีกด้านหนึ่งของผู้มาเยือน

The Tubkaak Krabi Boutique Resort
วิลล่าติดทะเล ติดชายหาด บรรยากาศดี วิวสวยที่สุดในโลก

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท
THE TUBKAAK KRABI BOUTIQUE RESORT
123 หมู่ 3 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81180
โทรศัพท์: +66 (0) 7562 8456 แฟกซ์: +66 (0) 7562 8499

#beachdinner #thearundina#tubkaakrestaurant
#localthaifood #wongnaikrabi #krabitrip

ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel)

ยินดีต้อนรับ….สู่สถานที่พักผ่อนอันน่าทึ่งของครอบครัว ตื่นรับอรุณพร้อมชมวิว ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม หลวงพระบางเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของลาว ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ศิลปะและหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รวมไปถึงผลผลิตสดใหม่จากทุ่งนาและฟาร์ม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว กำลังถูกยกให้เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลาว เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เพิ่งเปิดมาได้ 9 เดือน ด้วยพื้นที่ 100 ไร่ ความสูงของอาคาร 2 ชั้น ถูกออกแบบใสในรูปแบบเรียบง่าย ที่นี่จัดเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีสวยงาม ตั้งอยู่ท่าม กลางธรรมชาติ ธารน้ำ ภูเขาโอบล้อม รวมไปถึงทุ่งนาขั้นบันไดบริเวณใจกลางโรงแรม เป็นคอลเลกชั่นล่าสุดของ แบรนด์พูลแมน อันโด่งดังของเครือ Accor กลางหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก

ภายในโรงแรมมีพื้นที่ห้องจัดประชุมใหญ่ที่สุด ในหลวงพระบาง ใครอยากมาเที่ยวหลวงพระบาง แล้วได้ฟีลเก๋หลายๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวคนอาจจะเห็นว่ามีการเปิดตัวของโรงแรมใหม่ๆ คับคั่งมากหน้าหลายตา บางที่มาพร้อมกับจุดขายเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้ง การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงดีไซน์และการตกแต่งที่เป็นจุดสำคัญในการทำให้ผู้เข้าพักประทับใจ


ที่สุดของบริเวณ Lobby พร้อรับบริการ

เรียนรู้กับการใช้ชีวิต เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก ด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน จึงทำให้ภาพรวมของ พูลแมน หลวงพระบาง รีสอร์ท ที่มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

พูลแมน หลวงพระบาง ให้บริการห้องพักรวม 123 ห้อง ในรูปแบบโลว์ไรส์ (low-rise) มีทั้งแบบห้องสวีท ไปจนถึงพูลวิลล่าขนาด 2 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบตกแต่งสไตล์ Laos Contemporary อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องพักทันสมัยครบครัน พนักงานที่นี่เค้าสามารถเข้าใจภาษาไทย ได้รับความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวเรื่อยมาตั้งแต่เปิดให้บริการโดยในส่วนของห้องพักมี ให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละแบบ พร้อมพักผ่อนในห้องพักสุดหรูอย่างเต็มที่เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

หลังจาก เช็คอินที่ล็อบบี้ พร้อม Welcome Drink ด้านหน้าโรงแรมล็อบบี้และที่จอดรถอยู่ฝั่งเดียวกับตัวตึก ตรงบริเวณล็อบบี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเราจะเห็นร้าน Junction Bar รวมถึงมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่เราสามารถนั่งเล่นอินเตอร์เนต

โดยรีวิวนี้ Toptotravel จะแบ่งเป็น ห้องพัก, สระว่ายน้ำ และห้องประชุม , อาหารเช้า และ สปา นะคะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย


รูปแบบห้องพัก + สิ่งอำนวยความสะดวก
ให้รางวัลกับร่างกายและให้ของขวัญกับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อน วันนี้เ
Toptotravel มีโอกาสได้มาพักห้องพรีเมี่ยมดีลักซ์ Premium Deluxe Room ห้องใหญ่มากที่พักมี 2 ชั้น จากทั้งหมด 4 ห้อง ของตัวตึกโรงแรม ตกแต่งในรูปแบบ เน้นความเป็นไม้และสีสันสว่าง สไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของล้านนา ห้องน้ำใหญ่ ต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิว ห้องน้ำมีฝักบัวอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ และเลือกได้ระหว่างเตียงขนาดคิงไซส์ที่หรูหรา 1 เตียง หรือเตียงขนาดนอนได้สองคน 2 เตียง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องพักได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วน มินิบาร์ อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ ตู้นิรภัยในห้องพัก ไดร์เป่าผม เครื่องชั่งน้ำหนัก เตารีด เครื่องรับโทรทัศน์จอแบน พร้อมช่องรายการดาวเทียม โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย

เปิดเข้ามาห้องน้ำก็จะนอนแช่น้ำ จากห้องน้ำ แช่น้ำไปเห็นวิวสระว่ายน้ำและสนามหญ้า และทุ่งนาขั้นบันไดใจกลางโรงแรม ส่วนการเดินทางไปจุดต่างๆ ภายในโรงแรม สามารถกดเรียกปุ๊บแทบจะมาทันที ห้องพักที่นี่ใช้ระบบคีย์การ์ดจนถึงเข้าห้องพัก ค่อนข้างปลอดภัยแน่นอน ถ้าขี้เกียจเดิน โรงแรมเค้ามีการส่ง ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว

เรื่องหมอนและเตียง นี่คิดว่าคือจุดเด่น หมอนนอนแล้วไม่ปวดคอ อันนี้ตัวชัญญ่าเอง ค่อนข้างประทับใจเลย กลับจากมาเที่ยวเหนื่อยๆ นอนบนเตียงและหมอนดีๆ คือช่วยให้เราหายเหนื่อยได้เร็วมาก นอกจากนี้ ในห้องเค้ายังมีตู้เซฟไว้ให้เราใส่ของมีค่า มีทีวี มีราวแขวนเสื้อที่ให้ไม้แขวนมาเหลือเฟือ และมีไวไฟสัญญาณแรงๆ เล่นเน็ตเร็วปรี๊ดมาก สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่โรงแรมให้มาคือค่อนข้างครบ

เมื่อเราเดินเข้ามายังตัวโรงแรม ด้านหน้าโรงแรม เราจะเห็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Junction Bar ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนที่นำคุณไปสู่มุมมองของนาข้าวขั้นบันได ส่วนด้านหน้าโรงแรมนั้นมีที่จอดรถ รวมถึงถ้า ใครเช่ารถมาไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถเลย อีกสิ่งหนึ่งที่เก๋คือ ห้องพักที่นี่มีทั้งแอร์และพัดลมติดเพดาน แอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าใครแพ้แอร์ ก็เปิดหน้าต่าง + เปิดพัดลมได้เลยส่วนห้องน้ำทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก สบู่ ยาสระผม และครีมนวดผมในตัว ที่ดีและประทับใจมากคือ ทุกห้องของที่นี่ฝักบัวแรงสะใจ อันนี้ชอบมากๆ เพราะปกติถ้าฝักบัวไม่แรง นี่จะเฟลกับการอาบน้ำ

ในส่วนห้องพัก มีการออกแบบให้แขกได้รับอารมณ์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน ให้ความสำคัญที่ความสะดวกสบาย พักแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง Facilities ครบมาก ที่นี่มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระด้วยกัน

บรรยากาศดี การบริการ เน้นความน่ารักเป็นกันเองของพนักงาน ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ให้บริการด้วยใจ แต่คงไว้ซึ่งมาตราฐานระดับสากล โรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลก ของตกแต่งที่เลือกใช้ก็สื่อถึงวัฒนธรรมของลาว จึงทำให้ภาพรวมของตัวรีสอร์ท มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางดั้งเดิม เป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร L’Atelier ห้องอาหารริมทะเลสาบ อาหารเช้าที่ห้องอาหาร มีบริการอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลหรือแบบบุฟเฟต์ All-Day Dining อยู่แล้ว เมนู A La Carte มีอาหารหลากหลาย ทั้งลาว ไทย และ ตะวันตก อาหารของที่นี่ได้จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (farm-to-table) โรงแรมใช้วัตถุดิบท้องถิ่นออร์แกนิกตามฤดูกาล สมุนไพรลาว ผักและผลไม้เมืองร้อนที่ปลูกในสถานที่ของโรงแรม รวมถึงเก็บเกี่ยวข้าวจากทุ่งนาขั้นบันไดภายในรีสอร์ทมาใช้ในร้านอาหาร

“The Junction” เลานจ์ และห้องสมุดที่ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง ศูนย์ออกกำลังกายตลอด 24 ชั่วโมง สปา คิดส์คลับ สระว่ายน้ำ 3 แห่ง
พร้อมพูลบาร์ “H2O” และพื้นที่จัดการประชุมและกิจกรรมที่สามารถรองรับได้ถึง 300 คน ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางเพลิดเพลินกับการพักผ่อนแล้ว เปิดประสบการณ์กับโปรแกรมท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่หลากหลายที่ทางโรงแรมจัดให้อย่างเต็มอิ่ม อาทิ โยคะยามเช้า ไทชิ บนดาดฟ้าของรีสอร์ท

ขอบคุณข้อมูลต่างของโรงแรม ด้วยการดูแลและแนะนำของ :
Khun : Supatta Noimuang (ZII)
Director of Sales Marketing
Khun : Sheila May Reas Buenafe
PR & Marketing Communication Manager

Khun : Supatta Noimuang (ZII) and Khun : Sheila May Reas Buenafe

สุดท้าย Toptotravel ขอพาไปชม พูลแมน สปากันค่ะ ตรงนี้เราขอเข้าไปชมบรรยากาศ และ พูดคุยกับ คุณณันท์นภัส ไกรหิรัฐปวีร์ SPA & WELLNESS MANAGER

สรุปทุกอย่างดีงาม ตามท้องเรื่องในระดับห้าดาวของโรงแรมพูลแมน
พูลแมน สปา ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Pullman Hotels and Resort หลวงพระบาง อยู่ด้านในสุดของโรงแรม โดยมีแนวคิดว่า เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวแลความเงียบสงบ รู้สึกผ่อนคลาย

พูลแมน สปา ประกอบด้วยห้องทรีทเมนท์ทั้งหมด 6 ห้อง แต่ละห้องสร้างแบ่งแยกจากกันเป็นสัดส่วน ทุกห้องทาสีขาวสะอา ห้องทรีทเมนท์ออกแบบอย่างเรียบง่ายหรูหราด้วยการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ คุณณันท์นภัส เล่าให้ Toptotravel ฟังในขณะพาเราเดินเข้าเยี่ยมชม บริเวณภายใน พูลแมน สปา เราเรียกห้องทรีทเมนท์เป็นตึก 1 -3 เป็นห้องเตียงคู่ ตึก 4 เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับการนวด ตึก 5 เป็นห้องนวดไทยมี 4 เบาะ สำหรับนวดไทยโดยเฉพาะ และตึกสุดท้ายก็จะเป็นห้องนวดเท้าซึ่งสามารถทำเล็บ

… ด้วยสนนราคาที่ไม่แพง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้บริการ โดยเฉพาะกับฝีมือการนวดของเทอราปิส ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านประสบการณ์มาอย่างดี ทำให้ พูลแมนสปา ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกว่าต้องจองกันล่วงหน้า เพราะคิวยาวอย่างไรก็ตาม หากมาเที่ยวที่ หลวงพระบาง และอยากทดลองฝีมือการนวดของเทอราปิสชาวลาว ระดับพรีเมี่ยม ต้องลองแวะเข้ามา แล้วจะประทับใจ

ที่นี่ พูลแมน สปา….หากใครต้องการอยากไปหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมการจองบริการสปา ที่นี่เปิดทุกวัน 10.00 -21.00 น.
ลูกค้าจากภายนอกโรงแรมสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยติดต่อผ่าน
โอเปอร์เรเตอร์ของโรงแรม Pullman Luang Prabang

พูลแมน หลวงพระบาง คือการคงไว้ซึ่ง วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืนของชาวหลวงพระบางที่เป็นรากฐานของเมืองมาตั้งแต่โบราณ โดยได้เชื่อมต่อกับกลิ่นอายของหลวงพระบางเอาไว้ในทุกย่างก้าวของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์การบริการที่เป็นพันธมิตรกับท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การทำฟาร์มและสวนครัวแบบยั่งยืนภายในโรงแรม และการคิดค้นเมนูอาหารจากวัตถุดิบขึ้นชื่อในพื้นที่ ควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษ์โลก Planet 21 ที่เครือข่าย Accor ทั่วโลก

เคล็ดลับอย่างแรก ถ้าเราคิดจะมาพักโรงแรมในเครือ ACCOR แนะนำให้จองห้องพักโดยตรงกับเว็บไซต์ เพราะนอกจากเว็บโรงแรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่ครบครัน เว็บไซต์หน้าตาดีแล้ว คือเราจะได้เรทห้องพักที่ถูกกว่าที่อื่นๆ อย่างแน่นอน

เรื่องทำเลที่ตั้งของ Pullman Luang Prabang
Amazing huge room. Lovely staff. Great pool and nice restaurant.
สัมผัสวิถีลาวบทใหม่ที่ พูลแมน หลวงพระบาง ได้แล้ววันนี้
Pullman Luang Prabang
Ban Pong Wanh, 06000 LUANG PRABANG LAO PDR
Tel: +856 71 211 112
อีเมล H9112@accor.com