Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

สุขสยาม เปิดรับสมัครประกวดนางนพมาศ 2 วัย ประชันความสามารถ ตามวิถีไทย


ในเทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ ไอคอนสยาม สมัครด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคมศกนี้

“เมืองสุขสยาม” ชั้น G ไอคอนสยาม เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและอนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งสายน้ำเจ้าพระยาในเทศกาล “ลอยกระทง” ชูมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม พร้อมไฮไลท์ “การประกวดนางนพมาศ 2 วัย” ซึ่งคู่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 7,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับสายสะพาย และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท

สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดต้องเป็นเพศหญิงคู่แม่ลูก หรือ คู่ยาย-ย่า+หลาน (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี / ผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยส่งหลักฐานการสมัคร ด้วยการกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมภาพถ่ายคู่ เป็นภาพสีจำนวน 1 ภาพ และคลิปวีดิโอแนะนำตัว(คู่) ความยาวไม่เกิน 1 นาที ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 โดยจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 เพื่อขึ้นเวทีประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ณ ลานเมือง 1 เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม

เกณฑ์การตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากการแต่งกาย ความสวยงาม บุคลิกภาพ กิริยามารยาท และความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศผู้ผ่านเข้ารอบจะต้องเตรียมการแสดงความสามารถพิเศษเพื่อสืบสานประเพณี อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยบนเวที โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจาก ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมเพรียงของคู่ประกวด และปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวดนางนพมาศ 2 วัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม

กรอกข้อมูลสมัครได้ที่ https://bit.ly/2HlB4CI หรือ QR Code ที่ปรากฏบนแพลทฟอร์ม Facebook Fanpage :: sooksiam หรือ สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ คุณณัฏฐ์ธิดา โกสุมขจรเกียรติ์ 062-790-5467 (เวลาราชการ) ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคม 2563

ดีต่อใจใครก็ชอบบุฟเฟต์

วันนี้..ใครที่รู้ตัวว่าเป็นแฟนตัวยงของอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่นชอบอาหารสไตล์บุฟเฟต์
บอกได้เลยว่าห้ามพลาด คือมันคุ้มค่ามาก เริ่มต้นกันด้วยบุฟเฟ่ต์ อิ่มอร่อยกันได้แบบหลากหลายด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ บวกซีฟู้ดแบบไม่อั้น ในบรรยากาศหรูหราแต่ราคาหลักร้อย

ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ (The Emerald Hotel) บริการบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน และมื้อค่ำในราคา สุดคุ้ม ด้วยคุณภาพที่ยาวนานกว่า 16 ปี โดยเชฟฝีมือเยี่ยมที่รังสรรค์เมนูสุดหรูหรา ตระการตากับสุดยอดเมนูบุฟเฟ่ต์ อิ่มคุ้ม ไม่มีกระเป๋าฉีก มีให้ครบทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารทะเลซีฟู้ดไม่อั้น ราคาเดียวสุดคุ้ม รวมเครื่องดื่ม งานนี้ไม่อิ่มไม่เลิกเเน่นอนต้องมาที่นี่เลย รสชาติดี รับรองว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

ที่นี่โดดเด่นตั้งแต่อาหารจำพวกเมนูปรุงเสร็จที่มีรสชาติกลมกล่อมถูกปากคนไทย ทุกมื้อค่ำวันศุกร์และวันเสาร์ ตลอดเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม นี้ ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ พร้อมที่จะทำให้ทุกๆท่านตื่นตาตื่นใจ กับอาหารนานาชาติสลับสับเปลี่ยนกันไปทุกวัน ให้ท่านเลือกรับประทานกันได้อย่างเต็มที่ ในสไตล์ที่คุณโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็น ฟัวกราส์ เป็ดปักกิ่ง ขาปูยักษ์ไม่อั้น 5 ช.ม. อาหารคุณภาพสดใหม่ หวานฉ่ำ เสิร์ฟเคียงคู่ซอสและเครื่องเคียงต่างๆ มากมาย

ทีนี่จัดเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติคุณภาพระดับอินเตอร์ที่บอกเลยว่าเพื่อนๆ ที่มาต้องไม่เสียใจ จุดเด่นของที่นี่คือ เมนูเเนะนำก็มีหลายเมนู และมีความหลากหลายของเมนูอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น (ซูชิ-ซาซิมิเกรดพรีเมี่ยม สดหลายชนิด ทั้งเเซลมอน เอนกาวะ ปลาไหล ฟัวกราส์ วากิว ฯลฯ) อาหารไทย จีน อิตาเลียน เเละอาหารตะวันตกที่ทุกเมนูปรุงโดยเชฟมืออาชีพเเละเคล็ดลับสูตรเฉพาะของร้าน

เตรียมตัวให้พร้อม! อิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งฟัวกราส์ เป็ดปักกิ่ง ขาปูยักษ์ไม่อั้น 5 ช.ม.เต็มๆ กับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและอาหารนานาชาติที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ราคาเพียง 919 บาทถ้วน/ต่อคน รอให้ทุกๆ ท่านเข้ามาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์อาหารรสเลิศกับสุดยอดมีอาหารให้เลือกทานเยอะมากเกือบร้อยเมนู แถมแต่ละอย่างเด็ดๆ ทั้งฟัวกราส์ เป็ดปักกิ่ง ซีฟู้ดนานาชนิด มุมชีสหลากหลาย ทานกันเต็มอิ่มจุใจแบบไม่จำกัดเวลา นั่งทานสบายๆ เริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม บุฟเฟ่ต์นานาชาติรวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริ้งค์ไม่อั้น หรือจะเป็นเมนูสุดแสนอร่อยปรุงรสชาติหลากหลายสไตล์

น้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมเครื่องปรุง / Assorted Sauce and Condiment
ยกทัพ ขาปูอลาสก้า / Alaskan King Crab หอยนางรมสด / Fresh Oyster
กั้งกระดาน / Rock Lobster

เมนูไฮไลท์
ฟัวกราส์ : เสิร์ฟบนข้าวปั้นที่ข้าวน้อย ฟัวกราส์ชิ้นใหญ่ๆ เบิร์นกันสดๆ เสิร์ฟร้อนๆ ราดซอสหอมหวาน ตอนเอาเข้าปากบอกเลยคือ….ฟินมาก ชนิดที่ว่ามีให้เลือกชิมกันแบบเดินดูรอบเดียวเห็นไม่ครบ

ครชอบซีฟู้ด ไม่ควรพลาด กับ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล
อาหารทะเล : ขาปูอลาสก้า ขาใหญ่เนื้อแน่น ชิ้นใหญ่ แกะง่าย เนื้อแน่น คัดไซต์ คัดคุณภาพ เติมตลอดพร้อมหอยนางรมสด กั้งกระดาน และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยหวาน กุ้งแม่น้ำ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ตัวใหญ่กุ้งแม่น้ำเผาและกุ้งหวาน ให้ท่านเลือกรับประทานกันได้อย่างเต็มที่ในสไตล์ที่คุณโปรดปราน

อาหารญี่ปุ่น : สั่งตรงให้หายคิดถึง จากห้องอาหารญี่ปุ่นไดอิจิ ชื่อดัง โดยมีซูชิหลายหน้าแบบพรีเมียมหน้า เช่น หน้าเนื้อวากิว และหน้าปลาไหลญี่ปุ่น ซาชิมิสดมีครบทั้งปลาแซลม่อน ทูน่า ปลาหมึกยักษ์

อาหารจีน : ขาหมูรสเด็ดซิกเนเจอร์ / Steamed Rice with Stew Pork จากห้องอาหารจีนหยก ข้าวต้มปลากะพง / Boiled Rice with Seabass ติ่มซำมีหลายชนิด รสชาติดี เป็ดปักกิ่ง ที่ม้วนกันสดๆ หนังเป็ดกรอบ ซอสหอมอร่อย

อาหารฝรั่ง : ไส้กรอกนำเข้านานาชนิด ต้องเลือกชิมอย่างละนิดไม่งั้นอิ่มก่อน ขาหมูเยอรมัน หนังกรอบ ขาแกะมีมันติดเนื้อฉ่ำๆ ที่ครบครันเกือบทุกเมนู

อาหารไทย : ข้าวขาหมู เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย หอมยาจีนที่จะมีขาหมูรสเด็ดซิกเนเจอร์ของห้องอาหาร ตุ๋นจนนุ่ม และเข้าเนื้อสุดๆ แถมยังมีข้าวต้มปลากะพง
และ ข้าวต้มรอบดึกทั้งข้าวต้มแดง ข้าวต้มขาว ข้าวต้มเผือกและสารพัดเครื่องเคียงอิ่มจากอาหารคาวแล้วมาแวะที่โซนขนมหวานและผลไม้ก็มีให้เลือกมากมายทุกวัน

ติ่มซำ / Dim Sum

ของหวาน : ทั้งขนมไทยและเบเกอรี่ ที่ต้องลองและแนะนำคือ กะลอจี๊ หาทานยากมาก กล้วยทอด ขนมครก แถมยังมีสารพันเค้ก เต้าส่วน กล้วยบวดชี มันต้มน้ำตาล เต้าฮวย อีกทั้งยังมีมุมของหวานหลากชนิดพร้อมไอศครีมไว้ตบท้ายและบิงซูที่ยกมาเป็นเครื่องให้ทำเองกันเลย

กะลอจี้ / Kalorjee
ผลไม้สด / Fresh Fruit

สัมผัสความสดใหม่อร่อยโดนใจ ขอเอาใจคนกินจุ กับเมนูอิ่มไม่อั้นสไตล์บุฟเฟ่ต์ ห้องอาหารตั้งอยู่ที่ชั้นล็อบบี้ เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ด้วยอาหารนานาชาติหลากหลายทั้งเอเชีย ยุโรป รวมถึงอาหารไทย ในรูปแบบบุฟเฟ่ต์มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ พบกับความอร่อยความสุขอันไร้ขีดกับนักชิมให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายในราคาสุดคุ้มราคา : 919 บาทถ้วน/คน รวมเครื่องดื่มไม่อั้น หรือสั่งอาหารเมนูตามสั่งมีให้เลือกมากมาย

โปรโมชั่นแบบหมูคณะ มา 11 จ่าย 10

บอกเลยว่า…ถ้ากำลังมองหาอาหารอร่อยๆ มื้อพิเศษกับคนที่รักก็ต้องที่นี่แหละ
โปรโมชัน โปรหมู่คณะ ก็มี มา 11 จ่าย 10

ปักหมุดแล้วก็อย่าลืมโทรไปสำรองที่กันไว้ก่อนด้วยนะคะ
จองล่วงหน้า : โทร 02 276 4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel
เวลาเปิด : มื้อค่ำทุกวัน 18.00 – 23.00 น. (5 ชั่วโมง)

พิกัด : ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์
(The Emerald Hotel) MRT ห้วยขวาง ทางออกประตู 3
ขับรถมาเองทีจอดรถด้านหน้าโรงแรมสะดวกสบายมาก

TheEmeraldHotel #ดิเอมเมอรัลด์ #TheEmeraldCoffeeShop #ดิเอมเมอรัลคอฟฟี่ช็อป #บุฟเฟ่ต์ #อาหารนานาชาติ #toptotravel

“ตามรอยพ่อฯ” ปี 8 ร่วมสืบสานการทำนาขาวัง

ภูมิปัญญาแห่งลุ่มน้ำบางปะกง แหล่งผลิตอาหารสำคัญของประเทศ จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี จ.ฉะเชิงเทรา สร้างพื้นที่ต้นแบบโคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ระดมอาสาสมัครเกือบ 400 คน สร้างพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ ณ ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาของชาวลุ่มน้ำบางปะกงในการจัดการพื้นที่กสิกรรมในระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ที่ประยุกต์เข้ากับการทำโคก หนอง นา ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำบางปะกง แหล่งผลิตอาหารสำคัญของประเทศ และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) อย่างเข้มข้น

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้ ภายใต้แนวคิด “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อตอกย้ำว่าศาสตร์พระราชาคือทางรอดจากทุกวิกฤต

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการเลือก จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งตั้งอยู่บนลุ่มน้ำบางปะกงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมว่า “จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ 5,351 ตร.กม. หรือประมาณ 3.3 ล้านไร่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ บริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศ โดยพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำมีความอุดมสมบูรณ์สูง เหมาะกับการทำเกษตร ด้วยแม่น้ำบางปะกงได้พัดพาดินตะกอนมาทับถมเป็นเวลานาน ก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทยที่ อ.บางปะกง โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม คือ การทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้ยืนต้น และมีการทำนาขาวังที่เป็นเอกลักษณ์ อยู่ที่ ต.เขาดิน อ.บางปะกง

สำหรับการทำ ‘นาขาวัง’ เป็นรูปแบบการทำนาในระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของชาวบ้านที่เรียนรู้กลไกธรรมชาติของน้ำขึ้น น้ำลง โดยทำนาข้าวในฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งก็จะปล่อยน้ำเค็มให้ไหลเข้ามาในนาเพื่อเลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา คำว่า ‘ขาวัง’ คือ ร่องน้ำรอบแปลงนา เป็นภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของชาวนา ซึ่งปัจจุบันเหลือพื้นที่ทำนาขาวังเพียงแค่ที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เท่านั้น กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งนี้เป็นการสร้างต้นแบบนาขาวัง ที่ประยุกต์เข้ากับการทำโคก หนอง นา ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศให้เอื้อต่อการสร้างความมั่งคั่งทางอาหารอย่างยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ตลอดจนอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาบรรพชนไม่ให้สูญหาย”

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี จ.ฉะเชิงเทรา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 ก.ย.2563 วันแรกเป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานรณรงค์ ของกลุ่มนักปั่นสะพานบุญ 70 คน ซึ่งมีดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายไตรภพ โคตรวงษา และนายวรเกียรติ สุจิวโรดม คนมีใจเจ้าของแปลงชาวนามหานครร่วมปั่นด้วย โดยเริ่มต้นทางจากแปลงชาวนามหานคร ต.คลองสิบสี่ อ.หนองจอก กรุงเทพมหานคร จนถึงพื้นที่ของนายชัชวาล เกษมสุข ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี เพื่อสร้างต้นแบบโคก หนอง
นาขาวัง ในวันถัดมา รวมระยะทาง 102 กม.

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของกิจกรรมเอามื้อสามัคคีว่า “กิจกรรมเอามื้อสามัคคีในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 400 คน จากสมาชิกเครือข่ายมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้สมัครร่วมกิจกรรมทางเฟซบุ๊กโครงการตามรอยพ่อฯ และพนักงานของเชฟรอน เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ บนพื้นที่ของนายชัชวาล เกษมสุข ที่ ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กิจกรรมที่ทำ ได้แก่ ขุดคลองไส้ไก่ ปลูกแฝก ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพาะผัก ห่มดินแห้งชามน้ำชาม ปล่อยพันธุ์ปลา เป็นต้น โดยมีวิทยากรจากมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึง ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (อ.ยักษ์) สาธิตและให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งคาดหวังว่ากิจกรรมการสร้างพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติแห่งแรกใน อ.บ้านโพธิ์นี้ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและองค์ความรู้ศาสตร์พระราชามาปรับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป”

ด้าน นายไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงการทำ โคก หนอง นาขาวัง แบบ กสิกรรมธรรมชาติว่า “การทำ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติ จะแตกต่างจากการทำนาขาวังแบบดั้งเดิมเล็กน้อย โดยจะทำคันดินกั้นระหว่างแปลงนากับคูน้ำ เพื่อประโยชน์ในการกักเก็บน้ำและควบคุมระดับน้ำในแปลงนา และยังสามารถปลูกพืชผักไว้เป็นอาหารบนคันนา การทำนาขาวังในแบบกสิกรรมธรรมชาติจึงปั้นคันนาส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาจากการทำนาขาวังตามปกติ นอกจากนี้ยังต้องเป็นการทำเกษตรอินทรีย์อีกด้วย

สำหรับการออกแบบปรับพื้นที่จากที่นาเดิมให้เป็นต้นแบบ ‘โคก หนอง นาขาวัง’ ที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา นั้นได้รับความกรุณาจากพระอาจารย์สายชล ขันติธัมโม (พระอาท) เจ้าอาวาสวัดหนองสองห้อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้ออกแบบและปรับพื้นที่ประมาณ 18 ไร่ให้ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ทำนาขาวังอินทรีย์ 5 ไร่ ประกอบด้วยการทำขาวังรอบแปลงนา ขุดหนองน้ำ คลองไส้ไก่ ปรับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ให้เป็นโคก ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และพื้นที่ทำสวนผสมผสาน”

ด้าน นายชัชวาล เกษมสุข (แอ้ม) เจ้าของพื้นที่ “โคก หนอง นาขาวัง” ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความเป็นมาและแรงบันดาลใจในการทำแปลงต้นแบบ โคก หนอง นาขาวัง แบบกสิกรรมธรรมชาติว่า “ครอบครัวมีอาชีพทำขนมเปี๊ยะขายอยู่ในเมืองฉะเชิงเทรา แม้จะขายดีแต่ต้องอดหลับอดนอน จึงเห็นว่าเงินไม่ใช่คำตอบ จึงผันตัวมาทำการเกษตรโดยศึกษาเองจากอินเตอร์เน็ตอยู่ 2 ปี ก่อนจะมีโอกาสได้ไปอบรมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน (ศพช.) ชลบุรี กรมการพัฒนาชุมชน ปัญหาของพื้นที่คือ เป็นดินเลน ดินเปรี้ยว ต้องปรับสภาพดินด้วยการห่มดินบำรุงดิน ขุดหลุมกว้างผสมดินเพื่อปลูกต้นไม้ โซนหลังเป็นนา ขุดหนองน้ำ 3 หนอง ซึ่งผมตั้งใจสร้างให้เป็นพื้นที่ตัวอย่างเพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้าง ให้เห็นว่าเราสามารถสร้างความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ให้เกิดขึ้นได้ และเมื่อที่ของเรามีน้ำอุดมสมบูรณ์ก็สามารถปลูกข้าวได้หลายรอบ สำหรับความฝันในตอนนี้คืออยากปลูกข้าวให้แม่กิน มีข้าว มีผัก มีไข่ มีปลากิน พึ่งตัวเองได้และแบ่งปันเพื่อนบ้าน ตั้งใจว่าจะทำให้พื้นที่นี้สามารถเลี้ยงตัวได้พออยู่พอกินได้ภายใน 5 ปี”

ทั้งนี้ โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
ปีที่ 8 มีช่องทางสื่อสารในรายการเจาะใจ ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD ในเดือนธันวาคม 2563

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking
หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

พายเรือคายัค ชมวิว ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ที่ อ่าวท่าเลน

อ่าวท่าเลน จังหวัด กระบี่ ห่างจากสนามบินนานาชาติกระบี่ซึ่งเป็นสนามบินที่ใกล้ที่สุด 33 กม. และมีบริการรถรับส่งสนามบิน

วันนี้เราจะไป พายเรือคายัคด้วยกันคะ การมาเยือน อ่าวเลน นอกจากจะชมวิถีชีวิตของคนในชุมชุนแล้ว ยังมีท้องทะเลที่โอบล้อมไปด้วยเขาหินปูน และป่าโกงกางที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีอาหารทะเลสดๆ ให้ไดด้อิ่มอร่อยมากมาย การเริ่มต้นครั้งนี้ ถือเป็นการพายเรือที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะเราจะได้ชมวิวสวยระดับหลักล้าน ที่อ่าวท่าเลน เป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้านเล็กๆ ที่มีสภาพป่าโกงกางอุดมสมบูรณ์พร้อมด้วยภูผาเขาหินปูนโอบล้อมทำให้การเดินทางมาหมู่บ้านนี้ต้องอาศัยการนั่งเรือเพียงอย่างเดียว หยิบไม้พายของคุณขึ้นมาและเพลิดเพลินไปกับความงามของ อ่าวท่าเลน จังหวัดกระบี่ ได้แล้วคะ

ณ.จุดจุดนี้…ไม่ห่างจากท่าเรืออ่าวท่าเลน เราพบกับความสงบร่มเย็นของธรรมชาติ เพลิดเพลินไปธรรมชาติอันงดงามรอบๆ สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นมากมายทั้งพืชและสัตว์ ด้วยการพายเรือคายัคตัดผ่านน้ำทะเล แล้วลัดเลาะเข้าไปในพายคายัคเข้ามาสู่วงล้อมของภูเขาหินปูนซึ่งตั้งเรียงกันอยู่อย่างสลับซับซ้อนจนทำให้ทะเลเหมือนถูกแบ่งเป็นห้องโถงใหญ่ๆ หลายห้อง หรือ ที่เรียกกันว่า ลากูน

การพายเรือคายัคครั้งนี้ toptotravel เลือกแบบ 2 ที่นั่ง โดยมีไกด์ ช่วยพายเพื่อที่เราจะได้ถ่ายรูปสวยๆ มาอวดกัน การพายเล่นในอ่าว และบริเวณโดยรอบชายฝั่ง ถือว่าเป็นการพายเรือที่ไม่ธรรมดา เพราะเราจะได้ชมวิวตลอดสองข้างทางจะพบกับผืนป่าอันสมบูรณ์ และเขาหินปูนที่นักท่องเที่ยวต่างบอกเปฯเสียงเดียวกันว่าสวยระดับโลก

ก่อนเริ่มเส้นทาง การพายเรือคายัค เรามาฟังคำบรรยายวิธีการใช้อุปกรณ์และหลักการพายเรือคายัคให้ถูกวิธีกันจากไกด์ผู้เชี่ยวชาญ ต่อจากนั้น เริ่มต้นเส้นทางด้วยออกพายเรือคายัค เพื่อชมป่าโกงกางที่สวยงามและสมบูรณ์ ระหว่างพายเรือผ่านผ่านภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ ถ้ำจระเข้, และลากูนทะเลใน ของอ่าวท่าเลน ตรงจุดนี้ พบกับธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ รับรองได้ว่า….ต้องประหลาดใจ มองไปข้างหน้า จุดที่สวยที่สุดของอ่าวท่าเลน แนวหน้าผาหินปูนที่โอบขนานไปตลอดทางระหว่างการพายเรือคายัค รวมไปถึงนกนานาชนิด บางจุดเห็นลิงที่หาอาหารทะเลกินด้วยตัวเอง และยังมีสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่อีกมากมาย อีกทั้งยังได้พบกับสุสาน ของชาวเล ที่เคยอาศัยมานานหลายร้อยปี

พี่เฮนรี่ (ไกด์) เริ่มต้นพายออกไปจากท่าเรือ โดยแนะนำและสอนวิธีการพายเรือคายัค และเริ่มออกเดินทางตัดผ่านเนินทรายกลางปากอ่าวท่าเลน แล้วเลาะเข้าหาทิวเขาหินปูนที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ฝนโปรยปราย เย็นสบาย แนะนำ
ควรสวมหมวก ส่วนเรื่องการถ่ายภาพจากเรือคายัค จากในลำเรือค่อนข้างยาก เพราะเรือโคลงเคลง รวมทั้งการหยุดเรือให้นิ่งจริงๆ แล้วค่อยถ่าย

อ่าวท่าเลน ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรมาเยือนอย่างมาก ด้วยความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศ ผาหินปูนที่ตั้งเป็นช่องเหมือนประตูออกสู่ทะเล ซึ่งเป็นจุดที่ถือว่าสวยงามที่สุดจนทำให้นักพายคายัคทั่วโลกเดินทางมาที่นี่ น้ำใส ล้อมรอบด้วยเกาะและป่าโกงกาง ภูเขาหินปูนที่สูงตระหง่านสวยงาม และยังมีป่าชายเลนที่คงสภาพสมบูรณ์ตลอดเส้นทางภูมิศาสตร์ การเติบโตของพาไปพบกับความงดงามของการชมแนวป่า เขาหินปูน พายเรือคายัคบนแม่น้ำลัดเลาะไปตามป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์รอบ มีพันธุ์ไม้สีเขียวสบายตาปกคลุมอยู่ตามยอด แสงแดดส่องลอดผ่านช่องเขามาเป็นลำ มีลมพัดเย็นๆ พอให้คลายร้อน

ช่วงบ่าย ทำให้พื้นทะเลที่ตื้นเขินโผล่พ้นน้ำขึ้นมาจนกลายเป็นสันดอนกลางทะเล ทำให้ได้สัมผัสกับความร่มรื่นของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยพืชและสัตว์นานาชนิด ทริปนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวหรือเพือนฝูงที่ต้องการมาสัมผัสกับประสบการณ์มหัศจรรย์ทางทะเลรเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ต้นไม้โกงกางล้อมรอบ ซึ่งเต็มไปด้วยความสงบและความน่าประหลาดใจทุกครั้งที่ได้มาเยือนจริงๆ จัดว่าเป็นทริปพิเศษที่หลายคนไม่ควรมองข้าม ประสบการณ์การพายเรือคายัคครั้งนี้ ถือเป็นการออกกำลังกาย และยังได้ผ่อนคลาย สายตาได้ชมความงดงามของธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกถวิลหา

อ่าวท่าเลน – อ่าวลึก -แหลมจมูกควาย
เส่นทางสุดท้ายของวันนี้หลังจากนั้นก็พายเรือ เดินทางต่อด้วยเรือหางยาวเพื่อไปชมแหลมจมูกความ และกลับยังท่าเรือท่าเรือซึ่งไกด์พี่เฮนรี่ทำได้ดีมากๆ สัมผัสท้องทะเลกระบี่ในอีกมุมกับความแข็งแรง สวยงามของธรรมชาติ การท่องเที่ยวด้วยเรือคายักมุ่งไปข้างหน้าหรือถอยหลังก็ด้วยแรงกายแรงใจ แหลมจมูกควาย Nose Buffalo Cape at Krabi จังหวัดกระบี่ พนังหินเป็นช่องที่เกิดจากการพัดผ่านของกระแสลมจนเกิดเป็นลักษณะที่แปลกตา ความงดงามถือว่าเป็น Unseen สามารถเดินทางโดยเรือหางยาว

มาเที่ยว อ่าวท่าเลน เปิดมุมมองในการท่องเที่ยว จัดเป็นสถานที่ที่มีความสนุกแบบสุดๆ โดยเฉพาะที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมในการ พายเรือคายัค ที่ไม่ธรรมดา เพราะเราจะได้ชมวิวสวยระดับหลักล้านกันเลยทีเดียว โดยนักท่องเที่ยวจะเลือก สัมผัสธรรมชาติที่งดงาม กับทริปล่องลากูนนี้ ไกด์เฮรี่ จาก อันดา กระบี่ ซีทัวร์ เพื่อนๆ ท่านใดที่สนใจการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม หรือเที่ยวกระบี่แพ็คเกจทัวร์ แพ็คเกจทัวร์ภาคใต้ ทัวร์ซิตี้ชมเมืองกระบี่ ทัวร์ทะเลกระบี่ เช่ารถตู้กระบี่ รถบัสเช่าเรือสปีดโบ้ทกระบี่ จัดกรุ๊ ป csr กระบี่

Toptotravel ประทับใจ กระบี่อันดากระบี่ซีทัวร์ จัดว่าเป็นทีมงานมืออาชีพมาก วางใจและรู้สึกปลอดภัย ตามมารตฐาน ไกด์มากประสบการณ์ โปรแกรมทัวร
ท์ี่เราเลือก…..
1 รวมรถรับ-ส่ง ท่าเรือ โรงแรมที่ลูกค้าพัก
2 รวมไกด์ รวมเสื้อชูชีพ/น้ำดื่ม ถุงกันน้ำ
3 รวมเรือแคนนู (เรือ 1 ลำ นั่งได้ 2 คนค่ะ )
4.บาบีคิว 1 มื้อ
5.ราคาสุดพิเศษติดตามที่ : https://www.facebook.com/andakrabi.seatour

จบทริปแบบเต็มอิ่ม ที่ ร้านท่าเลนซีฟู้ด
พายเรือจบแล้วต่อด้วยบาบีคิวหอมๆ ในยามเย็นที่นี่สวยงามมาก ณ. ร้านอาหารทะเลบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวท่าเลนเก่า ครัวฮาลาล อาหารทะเล คุณภาพและรสชาติของอาหารเป็นร้านอาหารซีฟู๊ดท้องถิ่น ที่มีบรรยากาศงดงาม ใกล้ชิดไปกับวิถีของชาวประมงแบบเรียบง่าย เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเพื่อนฝูงและครอบครัว ลากูนเหล่านี้ก็เหมือนกับที่พักหลบภัย เพราะด้วยลักษณะที่มีภูเขาล้อมรอบทุกด้าน ป้องกันคลื่นลมแรงได้ แถมยังเอาไว้เป็นที่ซ่อนตัวก็น่าจะได้ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ลากูนที่ว่าก็เคยถูกใช้เป็นที่หลบภัยจริงๆ เสียด้วย นั่นก็คือภัยสึนามินั่นเอง นักท่องเที่ยวที่ยังพายไม่ถึงฝั่งก็ได้อาศัยเกราะกำบังธรรมชาติเหล่านี้เป็นตัวลดความรุนแรงของคลื่นในครั้งนั้นจนปลอดภัย แล้วคุณจะประทับใจไม่ลืมเลือน

อยากสัมผัสวิถีชาวประมง และยังคงต้องการความสะดวกสบาย ที่อ่าวท่าเลนอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่เพียง 35 กิโลเมตร การเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปสู่อ่าวท่าเลน ไปตามเส้นทางบ้านในสระ จากนั้นเลี้ยวไปตามเส้นทางโรงเรียนบ้านเขาทอง แล้วจะเห็นป้ายบอกทางไปยังอ่าวท่าเลน นอกจากนั้นภายในตัวเมืองกระบี่ก็มีรถโดยสารและรถสองแถวรับส่งนักท่องเที่ยวมายังอ่าวท่าเลน ส่วนผู้ที่ต้องการให้รถมารับที่โรงแรมที่พักสามารถติดต่อ บริษัท อันดา กระบี่ ซีทัวร์ จำกัด

สะพานไม้อ่าวท่าเลน #พายเรือคายัคอ่าวท่าเลน #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

สอบถามได้ที่ 697 หมู่ที่ 1 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ 81180
คุณปิงปอง : โทร 081-719-5944
พนักงานออฟฟิศ : โทร 085-888-6127
พนักงานออฟฟิศ : โทร. 096-634-6127

สะพานไม้อ่าวท่าเลน #พายเรือคายัคอ่าวท่าเลน #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

คิดถึงอาหารไทยคิดถึงบ้านกลมกิ๊ก

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารสไตล์ นั่งสบายๆ อบอุ่นแบบบ้านเรียบเก๋ มีสไตล์แบบโมเดิร์น ในบรรยากาศบ้านไม้สองชั้นสีขาว มีอาหารหลากสไตล์ให้อิ่มอร่อย อาหารไทยสไตล์โฮม เมด รสชาติความกลมกล่อมแบบฉบับอาหารไทย ด้วยความใส่ใจทุกการปรุงแต่งจากฝีมือคุณแม่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากครัวในบ้าน ด้วยความที่สมาชิกในครอบครัวชอบหาอาหาร ที่ไม่มีบ้านไหนน่าอิจฉาเท่าบ้านกลมกิ๊กนี้อีกแล้ว เป็นร้านอาหาร ที่อบอวลไปด้วยเมนูโปรดของทุกคนในครอบครัวกิจเจริญ ปัจจุบันถูกรังสรรค์ด้วยรสมือต้นฉบับ จากคุณแม่สุชาดา กิจเจริญ สูตรไม่ลับของอาหารทุกจานของครอบครัว จึงกลายเป็นเมนูสูตรเด็ด ที่นักชิมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชอบ และอยู่เคียงคู่ทุกครอบครัวมานานกว่า 50 ปี

สำหรับเมนูเด็ดที่ทางร้านขอท้าให้ชิม โดยเจ้าของร้านแนะนำ เมนูจานไฮไลท์ของที่ร้านบ้านกลมกิ๊ก ดังนี้

ข้าวตังหน้าตั้ง
เมนูเรียกน้ำย่อยด้วยข้าวตังทอดแผ่นสวยกรอบดี ทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน น้ำจิ้มหน้าตั้งรสกำลังลงตัวพอดีไม่มีรสโด่ที่โดดจนกลบรสอื่น

ข้าวตังหน้าตั้ง

ผัดสะตอกุ้งสด
รายการอาหารจากภาคใต้อันเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ เม็ดสะตอบางคนอาจจะไม่คุ้นกลิ่น แต่เมื่อได้ชิมแล้วจะรับรสมันแม้จะมีกลิ่นฉุนสักหน่อย ผัดกับกุ้งชีแฮ้สดเนื้อกรอบเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ เติมหมูสับผัดกับเครื่องแกงกลิ่นรสค่อนข้างสุภาพ หมายถึงไม่เผ็ดโหดเหมือนกินที่ปักษ์ใต้

แกงเลียงกุ้งสด
ถือเป็นเมนูอาหารของไทย ที่รสชาติเผ็ดร้อน อุดมไปด้วยสมุนไพร น้ำซุปที่หอมหวานด้วยสมุนไพรและเนื้อปลา อันเป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงตามด้วยผักต่างๆที่ช่วยเพิ่มรสสัมผัสเวลาทาน เป็นเมนูโบราณของไทยที่มีคุณประโยชน์

แกงเลียงกุ้งสด

น้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด
ใครชอบอาหารไทยจัดจ้านอย่างน้ำพริกต้องลองน้ำพริกปลาทู บ้านกลมกิ๊ก เป็นน้ำพริกที่มีลักษณะข้นถึงขลุกขลิก นะคะ มันอร่อยแซ่บ พร้อเครื่องเคียง
ชะอมไข่ และผักต้ม ปลาทูทอดตัวอวบๆ

น้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด

แกงเขียวหวานไข่มังกร
ลูกชิ้นหมูสอดไส้ไข่เค็ม สูตรกลมกล่อมชิ้นสวยนำมาใส่ในแกงเขียวหวานใส่มะเขือเปาะอ่อนรสเข้มข้นครบเครื่องแกงเขียวหวาน เนื้อนุ่มติดมันกรอบรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับทานคู่กับขนมจีน

แกงเขียวหวานไข่มังกร

ไข่เจียวสูตรคุณแม่สุชาดา
พูดถึงไข่เจียวอาจจะดูเป็นเมนูที่แสนธรรมดา แต่ไข่เจียวของคุณแม่สุชาดา ถือเป็นสูตรเด็ดที่ตกทอดมาจากคุณย่า ไข่เจียวเนื้อฟูหนานุ่มผสมนมคาร์เนชั่นเพิ่มความหอม นุ่ม เนื้อฟู หนา แน่น ชวนลิ้มลอง หากได้ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแบบบ้านๆ เหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน

ไข่เจียว สูตรคุณแม่สุชาดา

ข้าวเหนียวมะม่วง
ส่วนใหญ่เร่ิมตอนกันที่ฤดูร้อน แต่ที่นี่สามารถหามะม่วงสุกหวานหอมมีให้ลูกค้าได้กินตลอดทั้งปีข้าวเหนียวมูนได้กำลังดี ราดหัวกะทิ

ส่วนของหวานล้างปากส่งท้าย ต้องห้ามพลาดที่ทางร้านการันตีว่า เมนูของหวานของที่นี่ อร่อยไม่แพ้ของคาว คือ ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง

ปัจจุบัน ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก กับเมนูอาหาร ที่มีแต่ความอบอุ่น ดูแลโดย
คุณเปี๊ยก จรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์ เล่าว่า… ที่ร้าน เสิร์ฟอาหารที่กินง่ายๆ เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทย ส่วนใหญ่คนในเมืองวันหยุดจะแฮงก์เอาท์ ตื่นสาย มากินข้าวช่วงบ่ายๆ เราเลยอยากทำร้านอาหารที่เข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน

จรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์

“ความสะอาด คือ สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ด้วยการตกแต่ง เน้นให้ความรู้สึกอบอุ่น โปร่ง สบายรวมไปถึงบรรยากาศอบอุ่นของบ้านหลังนี้ จึงเป็นที่มาของ บ้านกลมกิ๊ก เปิดกว้างรับแขก หรือผู้มาเยือนต้อนรับด้วยอาหารรสชาติคุ้นลิ้น และอาหารท้องถิ่นจากทั้งสี่ภาคของเมืองไทย บ้านกลมกิ๊กทำทุกจานด้วยความเอาใจใส่ เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี ปรุงอาหารสดสะอาดทุกจาน เพราะเราไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่อยากมอบประสบการณ์ดีๆ ให้ลูกค้า”

ทางร้านเปิดให้นั่งทานที่ร้านแล้ว ลูกค้าซื้อกลับบ้านค่อนข้างเยอะ ภายในร้านมีลูกค้ามานั่งทานอาหารเรื่อย น่าจะเพราะโควิดเริ่มผ่อนคลาย ร้านอาหารเริ่มกลับมาเปิดให้นั่งทานภายในร้านกันได้แล้ว เ มนูจานไฮไลท์ของที่ร้าน โดยทางร้านมีความใส่ใจทุกรายละเอียดในการให้บริการลูกค้า เพื่อความปลอดภัยห่วงใยใส่ใจสุขภาพของพนักงานและลูกค้า ทางร้านได้จัดการฉีดซีนป้องกันไข้หวัด 4 สายพันธ์ุ จากกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ให้กับพนักงานทุกท่าน

ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก เปิดร้านพร้อมเสริฟความอร่อย ขอเชิญลูกค้าทุกท่านแวะเวียนมารับประทานอาหารกัน

การเดินทาง เข้า ซอยร่วมฤดี 1 ประมาณ 300 ม.) หรือ เดินทางจากรถไฟฟ้า 500 ม. จาก BTS เพลินจิต หรือ 600 ม. จาก BTS นานา

ร้านบ้านกลมกิ๊ก
25 ซอย ร่วมฤดี 1 เพลินจิต ลุมพินี กรุงเทพมหานคร 10330
คิดถึงอาหารไทยคิดถึงบ้านกลมกิ๊ก
ต้องการจองโต๊ะ หรือ สั่งอาหาร
To make a reservation OR food delivery:
Tel.: 02-254-4254 / 081-911-1268

WONDERFUL PEARL ความอลังการแห่งลำน้ำเจ้าพระยา ดื่มด่ำบรรยากาศบนเรือสุดหรูมูลค่า 200 ล้าน ด้วยค่าบริการมิตรภาพ

หนึ่งในที่สุดแห่งลำน้ำเจ้าพระยา คือ เรือนำเที่ยว WONDERFUL PEARL มูลค่า 200 ล้านบาท ทั้งคนไทยและต่างชาติที่เคยได้ขึ้นเรือลำนี้ ต่างบอกต่อด้วยความภาคภูมิใจที่ชีวิตนี้ได้มาสัมผัสบรรยากาศสุดอลังการ มองเห็นวิวทิวทัศน์กลางสายน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน พร้อมทั้งอาหารเลิศรสมากมายที่ไว้คอยบริการตลอดการเดินทาง

สื่อสายรีวิวท่องเที่ยว ที่เคยมาในทริปบนเรือ WONDERFUL PEARL ต่างให้คะแนนความเป็นที่สุดเกิน 100 เริ่มตั้งแต่การบริการของพนักงานที่เอาใจใส่ลูกเรือทุกคน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่โควิด-19 ระบาด ยิ่งต้องคอยใส่ใจเป็นพิเศษ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีเจลแอลกอฮอล์ลล้างมือ และการเว้นระยะห่างตามมาตรฐานป้องกันไวรัสโควิด-19

บรรยากาศภายในเรือกว้างขวาง มีทั้งหมด 3 ชั้น พร้อมทั้งเวทีแสดงดนตรีทุกรอบการเดินทาง โดยชั้น 3 เป็นชั้น Open Air กลางแจ้งรับลมธรรมชาติ มีบาร์บริการเครื่องดื่มและค็อกเทลนานาชนิด ส่วนชั้น 1 และ 2 จะมองเห็นเวทีดนตรีสด เล่นดนตรีทั้งร่วมสมัยและย้อนยุค ซึ่งด้านข้างเวทีมีบันไดเลื่อนขึ้นลงระหว่างชั้น 1 และ 2 ได้ ตรงจุดนี้ขอบอกว่าห้ามพลาดเซลฟี่เป็นอันขาด เพราะบันไดเลื่อนบนเรือหรูหาดูได้ไม่ง่ายนัก

อีกมุมที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษ คือ ห้องน้ำสะอาดมาก แถมภายในห้องน้ำแต่ละห้อง ยังเล่นไฟแสงสีเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ใครเกิดมายังไม่เคยเห็นห้องน้ำลักษณะนี้ ถ้าได้ขึ้นเรือ WONDERFUL PEARL ถือว่าโชคดีที่ได้ดูเป็นบุญตา

แต่ละมุมของเรือ WONDERFUL PEARL สามารถ่ายเซลฟี่อวดคนบนโลกโซเชียลได้ภาคอย่างภูมิใจ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ช่วงนี้ ค่าบริการเรือจะราคาถูกกว่าปกติ เพราะต้องการเอาใจลูกค้าคนไทยเป็นพิเศษในช่วงโควิด เพื่อปลดปล่อยคลายล็อคให้กับคนที่ต้องการท่องเที่ยว

คุณพิชิต กุลเกียรติเดช ประธานบริหารเรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ล ผู้ที่สั่งสมประสบการณ์จากการทำเรือท่องเที่ยวมากว่า 20 ปี ขอเอาชื่อเสียงของตนเองมาการันตีคุณภาพ “ตลอดกว่า 20 ปีที่ผมทำธุรกิจตรงนี้ ผมทำเรือท่องเที่ยวอย่างเดียว ผมต้องการมุ่งมั่นด้านนี้ให้บรรลุฝันของผม ที่อยากเห็นการท่องเที่ยวทางแม่น้ำเจ้าพระยาของไทย ติดอันดับโลก”

หากมีโอกาสทำในสิ่งที่เป็นที่สุดของชีวิตแล้ว ก็นับว่าเป็นการให้รางวัลตัวเองอันมีคุณค่า ซึ่งเรือท่องเที่ยว WONDERFUL PEARL คือตัวเลือกที่ดีที่จะให้คำตอบความเป็นที่สุดนี้

สนใจดูรายละเอียด หรือ ติดต่อได้ตามช่องทางดังนี้
www.wonderfulpearl.com , Line @ wonderfulpearl
โทร 02 861 0255

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงวันหยุดยาว 25 – 28 กรกฎาคม 2563

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาว 25 – 28 กรกฎาคม 2563 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้เตรียมดำเนินการต่างๆ ดังนี้

ด้านการอำนวยความสะดวก มีการประชาสัมพันธ์จุดให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ (Taxi) ที่แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน

ด้านการรักษาความปลอดภัยมีการจัดทำประกาศ และแจ้งข้อมูลด้านความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟฟ้า รวมทั้งมีมาตรการยกระดับการป้องกันอันตรายด้านการเดินรถ โดยให้สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีมีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และจัดจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า เพื่อตรวจหาวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งประกาศแจ้งเตือนผู้โดยสารเกี่ยวกับการระมัดระวังทรัพย์สิน และกระเป๋าสัมภาระที่ไม่มีเจ้าของในระบบรถไฟฟ้า พร้อมกำชับสถานีต่างๆ ให้ควบคุมติดตามการใช้งานโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) และเฝ้าระวังหน้าจอมอนิเตอร์อยู่เสมอ รวมถึงมีการตรวจตราบนขบวนรถไฟฟ้าโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เพื่อขอกำลังเข้าสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานประจำสถานี รวมถึงจัดชุดตรวจผสม และชุดสุนัขตรวจวัตถุระเบิด (K9) ออกตรวจสอบพื้นที่ในระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งกำหนดวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้ามาในระบบรถไฟฟ้า ได้แก่ อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิด

นอกจากนั้นบริษัทยังเข้มงวดในมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทั้งการตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิ และตรวจตราการสวมหน้ากากอนามัยของผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการอย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ที่ขอความร่วมมือผู้โดยสารเว้นระยะห่าง 2 เมตรขณะรอซื้อตั๋วโดยสาร และตรวจวัดอุณหภูมิ หรือยืนในระยะห่างที่เหมาะสมขณะใช้ลิฟต์ และบันไดเลื่อน รวมทั้งมีการจัดระเบียบผู้โดยสารในชั้นชานชาลาให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างเหมาะสม ซึ่งหากในกรณีมีผู้โดยสารหนาแน่น จะดำเนินการจำกัดปริมาณผู้โดยสารที่จะขึ้นสู่ชั้นชานชาลา และภายในขบวนรถไฟฟ้า โดยกำหนดพื้นที่ในการยืนรอห่างกัน 1 เมตร งดเว้นการพูดคุยภายในตู้โดยสาร และมีการเพิ่มความถี่ในการดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคภายในบริเวณสถานี และขบวนรถ

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

กระบี่สวยกว่าเดิม “มัณดาวีต์” ประกาศความพร้อมรับนักท่องเที่ยว

Mandawee resort and spa จัดเต็มส่วนลดห้องพักหรู ส่งแพ็กเกจเที่ยวฟรีขอบคุณนักรบเสื้อกาวน์

จังหวัดกระบี่ ดินแดนที่คนทั้งโลกใฝ่ฝันถึง ด้วยชายหาดและท้องทะเลอันงดงาม
ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของภาคใต้ในประเทศไทย มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ประกาศความพร้อมเต็มรูปแบบขานรับการท่องเที่ยวแบบ New Normal ส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้นักรบเสื้อกาวน์ พัก กิน เที่ยว ฟรี! 3 วัน 2 คืน เสียงตอบรับล้นหลามกว่า 50,000 คน เผยทะเลอันดามันบรรยากาศชวนฝันกว่าเดิมชวนเติมความสุขครบครันได้ทุกวันที่มัณดาวีต์

นางสาวภัสร์ชนกพร จรัสธนะภักดิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ M Group

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19
ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้หลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมีความคลี่คลายลงตามลำดับ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้แล้ว ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมีความสวยสะอาดตามากกว่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามสะอาดตามากกว่าเดิม

นางสาวภัสร์ชนกพร จรัสธนะภักดิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ M Group เปิดเผยว่า
มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมเปิดรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง สอดคล้องกับจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีท้องทะเลและธรรมชาติอันงดงาม และสวยงามมากยิ่งขึ้น

หลังจากได้พักฟื้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงธรรมชาติอันงดงามแห่งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวSHA หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration เป็นโครงการความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้รับมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีมีความสุข ผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการประเทศไทย
โรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์สปา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมกลับมาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากภาครัฐอนุญาตให้เปิดกิจการได้ภายใต้การท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normalที่คำนึงถึงสุขอนามัย และมาตรการการ ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทางโรงแรมได้จัดเตรียมความพร้อม ด้วยจุดบริการคัดกรองนักท่องเที่ยว ไทยชนะ การลงทะเบียนเพื่อเก็บข้อมูลของ นักท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก รวมทั้งการบริการแบบเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และมาตรการรักษาความสะอาด ทำความสะอาดทุก 2 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด “มัณดาวีต์” กับ ช่วงเวลาที่แสนดีในกระบี่

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ โรงแรมระดับ 4 ดาวใน ต.อ่าวนาว จ.กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นห้องพักแบบ Private Pool villa จำนวน 15 หลัง 45 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบในสไตล์ไทย-บาหลี โดยแต่ละหลังมีการออกแบบตกแต่งที่ไม่ซ้ำกัน พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดภายในพูลวิลล่าประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 4 ห้อง ห้องนั่งเล่น 1 ห้อง และห้องครัว 1 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถพักได้ 6 คนต่อหลัง ภายในโรงแรมยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม มีสระว่ายน้ำ 3 สระ ในส่วนของห้องอาหาร บริการอาหารไทยและอาหารนานาชาติรวมถึง พูลบาร์ เพื่อการผ่อนคลาย สปา และฟิตเนส ห้องประชุมจัดเลี้ยง และบริการทัวร์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สะอาด ในราคาที่เหมาะสม

เกาะปอดะ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี”

ขณะเดียวกัน นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน” จัดแพ็กเกจพิเศษเพื่อแสดงความขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งได้ชื่อว่า “นักรบเสื้อกาวน์” แนวหน้าในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยคลี่คลายลง

ภายใต้โครงการ “นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่านทุกคน”
มอบสิทธิพิเศษแพ็คเกจท่องเที่ยวฟรี 3 วัน 2 คืน พัก กิน เที่ยว จ.กระบี่ (1 ท่านสามารถพาผู้ติดตามได้ฟรีอีก 1 ท่าน ) ที่โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่

โดยได้เปิดรับสมัครและทำการคัดเลือกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 28 กรกฎาคม 2563 สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ไปจนถึง 31 กรกฎาคม 2565 รวมระยะการใช้สิทธินานถึง 2 ปี
ปัจจุบันมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมลงทะเบียนลุ้นรับสิทธิพิเศษเป็นผู้โชคดี กว่า 50,000 คน แพ็กเกจท่องเที่ยวฟรีในโครงการ “นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่าน” ประกอบด้วย

•ฟรี! เข้าพักในโรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ในห้องพักประเภท Private Pool villa วิลลาแบบสามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว
พร้อมอาหาร 3 มื้อ (เช้า 2 มื้อ+เที่ยง 1 มื้อ) พิเศษ ใช้บริการทุก outlet ลด 30% จากราคาตามเมนู

•ฟรี! ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก
บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ในเครือ M Group

•ฟรี! แพ็กเกจเรือ Speed boat ทัวร์ 4 แห่ง 7 เกาะ พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำดูปะการัง / เสื้อชูชีพ / ประกันภัย / ไกด์ท้องถิ่น/ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานและสถานที่ต่าง ๆ

•ฟรี! บริการรถรับ-ส่ง ไป-กลับหน้าหาด (ทุก 2 ชั่วโมง)

นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่านทุกคน
ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่
ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่
บรรยากาศของการท่องเที่ยวทางทะเล อันเป็นเสน่ห์อันน่าประทับใจของจังหวัดกระบี่

สีสันอันดามัน อัศจรรย์แห่งกระบี่ หลีกหนีความวุ่นวาย พร้อมไปด้วยหาดทรายสีขาวอันงดงามโรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ มีบริการนำเที่ยวเพื่อชมความงดงามของทะเลอันดามัน ด้วยบริการเรือนำเที่ยวพร้อมอุปกรณ์ ไกด์ และอาหาร ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย โดยจะนำนักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับบรรยากาศของการท่องเที่ยวทางทะเล อันเป็นเสน่ห์อันน่าประทับใจของจังหวัดกระบี่ เช่น
• ทะเลแหวก Unseen Thailand จากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ในช่วงน้ำลง เกิดเป็นเนินทรายที่สามารถเดินเชื่อมไปมาระหว่าง 3 เกาะ ประกอบด้วย เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่
•ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่ ด้วยวิวภูเขาหินปูน หน้าผา และถ้ำ ที่รายล้อมด้วยหาดทรายขาว และ น้ำทะเลใส
• เกาะปอดะ ส่วนหนึ่งของ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางทะเลของจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีชายหาดขาวสะอาด และน้ำทะเลสีสดสวยสะอาดตา

ทะเลแหวก Unseen Thailand จากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ในช่วงน้ำลง เกิดเป็นเนินทราย

กระบี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามอีกหลายแห่ง ทั้งทางทะเล เกาะ หรือชายฝั่ง ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติอันทรงคุณค่า นอกจากนั้นจังหวัดกระบี่ยังมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายภายใต้วิถีชีวิตอันเรียบง่าย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสงบและคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติไว้ได้มาก อีกทั้งยังมีอาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมเอกลักษณ์ของอาหารถิ่นที่อร่อยและมีเสน่ห์

Private Pool villa วิลลาแบบสามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง เพื่อประสบการณ์ของการพักผ่อนอันแสนประทับใจ ในดินแดนมรดกแห่งอันดามัน

สอบถามรายละเอียดได้ที่
Facebook : Mandawee Resort And Spa โทร. 075 661 444

ตามรอยพ่อฯ ปี 8 หนุนสร้างคนรับมือภัยพิบัติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”จัดอบรมหลักสูตร CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ที่ จังหวัดลพบุรี

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ในหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ภายใต้แนวคิด CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก โรงเรียนสงครามพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ. ลพบุรี ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งการเตรียมป้องกัน การพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
(ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจ
และผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมว่า “สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์ แต่การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้หน้าที่ สามารถรับมือและพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื่นได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่ง โดยหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เน้นการสร้างแหล่งน้ำไว้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนไว้ใช้อุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทั้งในฤดูน้ำหลากยังสามารถช่วยชะลอและเก็บกักน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องใช้สอย และสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ซึ่งสามารถเตรียมการไว้ได้ในภาวะปกติและสามารถรับมือเมื่อเกิดภาวะวิกฤต (ป้องกันและฟื้นฟู) พร้อมทั้งฝึกอบรมเร่งสร้างกองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อการเตือนภัยและฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ (เตือนภัยและเผชิญเหตุ) ด้วยกระบวนการอบรมทักษะ ความรู้ต่างๆ ควบคู่กับการหนุนนำให้เกิดจิตอาสา มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยรู้เท่าทันสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติสามารถประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายความช่วยเหลือทั้งในและนอกพื้นที่ได้ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศเพื่อช่วยเหลือกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด”

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการฝึกอบรมในครั้งนี้ ว่า การฝึกอบรม CMS เป็นกิจกรรมที่มูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ และช่วยเหลือคนอื่นได้ เนื่องจากปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ของโลก ซึ่งนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที การส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติจึงเป็นภารกิจที่ทวีความสำคัญ

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด


โครงการฯ จึงจัดกิจกรรมฝึกอบรมครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ โดยได้ปรับหลักสูตรการฝึกให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการฝึกซึ่งมีทั้งคนเมือง และคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายของคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดเหตุภัยพิบัติ การเตรียมป้องกัน การพึ่งตนเองเมื่อเกิดวิกฤต ตลอดจนการฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติด้วยศาสตร์พระราชา สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้คนอื่นๆ
ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับ
ภัยพิบัติทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากวิทยากรชั้นครูของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงอาจารย์ยักษ์และทีมครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดยเมื่อจบการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อส่งความช่วยเหลือกัน ทั้งด้านกำลังคนและเสบียงอาหารในยามเกิดภัยพิบัติ”

พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต

ด้าน พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต ที่ปรึกษาการฝึกอบรมในครั้งนี้ กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตรการฝึกอบรมว่า “หลักสูตรการฝึกอบรม ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ เป็นหลักสูตรเฉพาะกิจระยะสั้นเพียง 3 วัน 2 คืน

ซึ่งการฝึกอบรมโดยปกติจะใช้เวลา 6 วัน อีกทั้งผู้เข้าอบรมเป็นประชาชนทั่วไปหลากหลายอาชีพ มีทั้งคนเมืองและคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ การออกแบบหลักสูตรจึงเน้นความกระชับและมีโอกาสใช้ได้จริง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเผชิญเหตุ ด้วยการผสมผสานหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ฐานเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองในภาวะวิกฤต ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรค และวิชาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการรับมือวิกฤตในยุค Disruption ผนวกกับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ การเรียนรู้เรื่องทัศนสัญญาณ การปฐมพยาบาล การผูกเงื่อนเชือก และการเอาตัวรอดในน้ำ โดยมีการจำลองสถานการณ์ปัญหา 24 ชม.
เพื่อฝึกการดำรงชีพในภาวะวิกฤต

พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา
‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’

นอกจากนี้ยังเชิญ พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา ‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ มาเล่าประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ที่อยู่กับเด็กๆ ทีมหมูป่า จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง สามารถพึ่งตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ในสถานการณ์คับขัน โดยหลักพื้นฐานเมื่อต้องเผชิญเหตุมีอยู่ 3 อย่าง คือ มีสติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีสติจึงจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคได้ มีความเพียรในการฝ่าฟัน จึงสามารถรอดพ้นปัญหาและอุปสรรคตั้งแต่เรื่องง่ายไปจนเรื่องยาก และสุดท้าย คือ การนำความรู้ไปแก้ปัญหา”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ
คนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน
 www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking 
รายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

“อพท.7” จับมือ “17 องค์กร” ขับเคลื่อน จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”

อพท.7 ผนึกกำลัง 17 องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมพลังขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์ พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคของผู้พิการ และคนใช้รถเข็น ยกระดับ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สู่เส้นทาง “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”

วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ห้องประชุมพลายชุมพล โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จัดโดย อพท.7 ซึ่งมีผู้แทนองค์กรทั้งจากภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมลงนามความร่วมมือ จำนวน 17 องค์กร
อาทิ จังหวัดสุพรรณบุรี, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี, มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, โรบินสัน สุพรรณบุรี, และหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น เพื่อร่วมกันส่งเสริม และปรับปรุงพัฒนาตึกอาคาร สถานที่ แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร จุดแวะพัก และบริการที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้มีอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) หรือสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้พักฟื้นสุขภาพ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และคนที่ใช้รถเข็น เช่น ทางลาด ที่จอดรถ ห้องสุขาอารยสถาปัตย์ และป้ายสัญลักษณ์เฟรนด์ลี่ดีไซน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัย และทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึงได้ และใช้บริการต่างๆได้ โดยสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม เพื่อยกระดับและต่อยอดการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ พระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง วัดเขาดีสลัก หลวงพ่ออู่ทอง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-มังกรสวรรค์ เป็นต้น ซึ่งหากมีการพัฒนา ปรับปรุงความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยว จะเป็นการขยายโอกาสทางการท่องเที่ยวไปสู่คนทั้งมวล สามารถรองรับการท่องเที่ยวแบบไร้อุปสรรค สอดรับการแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาล และองค์การสหประชาชาติ
ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรีมีความยินดี ร่วมพัฒนาอาคารสถานที่ราชการ รวมถึงส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้มีอารยสถาปัตย์ ซึ่งจะยังประโยชน์ให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสุขภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึง และใช้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเสมอภาคเท่าเทียม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ให้แก่คนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้พิการที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใน จ.สุพรรณบุรี ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท.

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ อพท.คือ การใช้กลไกการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม อพท. มีภารกิจในด้านการประสาน ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษให้เกิดความยั่งยืน โดยดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ซึ่งมีกรอบแนวคิดที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน

โดยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ –๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการเข้าถึง และรองรับการท่องเที่ยวที่ปราศจากอุปสรรคเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ทั้งนี้ อพท. เชื่อมั่นว่าเครือข่ายความร่วมมือที่ร่วมลงนามในวันนี้ จะเร่งพัฒนาตัวเอง สร้างความรู้ความเข้าใจ และจัดให้มีการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามข้อตกลงร่วมกัน ๓ ประการคือ

ข้อ ๑ เพื่อร่วมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีการจัดการการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)
ข้อ ๒ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวสถานบริการ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์อย่างยั่งยืน
ข้อ ๓ เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้สถานประกอบการ สถานบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)

นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามีโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุได้ออกมาเปิดประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล (Friendly Design) ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น

  • เส้นทางภาคกลาง ภายใต้ Concept “More Legacy” ณ จังหวัดราชบุรี
  • เส้นทางภาคตะวันออก ภายใต้ Concept “More Fun” ณ จังหวัดชลบุรี
  • เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ Concept “More Gastronomy”
    ณ จังหวัดเลย
  • เส้นทางภาคเหนือ ภายใต้ Concept “More Authentic” ณ จังหวัดเชียงราย
  • และเส้นทางภาคใต้ ภายใต้ Concept “More Inspired” ณ จังหวัดพังงา

การร่วมลงนามในครั้งนี้ ททท. โดย การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมขับเคลื่อน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลภายในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง Tourism for All เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป พร้อมบูรณาการร่วมกับโครงการ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุข และมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ปลอดภัยจากการแพร่ระบายของโรคไวรัส COVID – 19

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ และผู้บริหาร PPT Station สาขาเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า อารยสถาปัตย์ มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับคนทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักพื้น ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ช่วยให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group มีความใส่ใจอารยสถาปัตย์หรือ Friendly Design

โดยได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่จอดรถวีลแชร์ ทางลาด ห้องน้ำ Friendly Design รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการภายในปั๊มน้ำมันได้อย่างสะดวก และปลอดภัย เราจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลสามารถเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี

นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ อพท.และองค์กรพันธมิตร ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมอารยสถาปัตย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลที่ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในครั้งนี้

ที่ผ่านมามูลนิธิอารยสถาปัตย์ฯ ได้ดำเนินงาน รณรงค์ ส่งเสริม สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง “อารยสถาปัตย์” (Friendly Design) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยพักพื้น สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาและสร้างทำอารยสถาปัตย์ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑

การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก องค์กรภาครัฐ-ภาคเอกชน ภาคประชาชนเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าชาวสุพรรณบุรีเห็นคุณค่าและความสำคัญของอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล และพร้อมที่จะขับเคลื่อนจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลต่อไป

ทั้งนี้รายชื่อ 17 องค์กร ประกอบด้วย จังหวัดสุพรรณบุรี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี โรงแรมสองพันบุรี โรบินสัน สุพรรณบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี สมาคมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทย เครือข่ายทูตอารยสถาปัตย์จังหวัดสุพรรณบุรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หลิน ๐๘๑ ๘๕๕ ๑๑๙๙
วิมลรัตน์ สิงห์นิกร โทร ๐๘๑ ๕๖๒ ๙๕๔๑
Fdexpo.th@gmail.com