Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

Oasis Spa Pattaya บริการดุจเจ้าหญิง

วันเสาร์อาทิตย์ เป็นเวลาของการพักผ่อน หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนคงอยากไปทำสปา นวดหน้าหรือนวดตัว ให้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ หากใครกำลังหาร้านนวด ร้านสปา สำหรับการผ่อนคลายจากการทำงาน เมื่อก่อนเคยสงสัยว่า สปาดี ใช้ทรีตเม้นคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ “KIN” ผลิตภัณฑ์ของ โอเอซิส สปา และพนักงานนวดสปาหรือเทอราปิสต์ที่ได้รับ
การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้เราอยู่ที่ Oasis Spa Pattaya มาทิ้งความเหนื่อยล้านวดสปาให้หายเมื่อยกันดีกว่าคะ ชอบสถานที่ของ โอเอซิส สปา  รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ในการนวดสปา (Spa Product) นำเข้าจากประเทศไทยภายใต้แบรนด์ KIN ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โอเอซิสสปาผลิตเอง ที่สาขาพัทยาบรรยากาศสวย ตกแต่งแบบไทยล้านนา ทางเข้าเราเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เดินตามไปโคมผ้า

สปาของที่นี่ วิลล่าข้างชั้นล่างมีจำนวน1 ห้อง ส่วนที่เหลืออยู่ชั้น 2 ทั้งหมด โดยรวมมีทั้งหมด 10 ห้องคู่ และ 1 ห้องเดี่ยว แต่ละห้องเตียงนอนสำหรับทำทรีตเมนท์กว้าง มีขนาดใหญ่ตามมาตรฐาน เทอราปิสต์ มากประสบการณ์ ปรนนิบัติ ดุจคนพิเศษ ด้วยพื้นที่ต้อนรับลูกค้า ที่นั่งมองเห็นสวนธรรมชาติ

สปาที่จะรีวิวเป็นโปรแกรม Woderful Oasis ราคาสุดคุ้ม คนละ 3,500++ บาท พนักงานมาพูดคุยเรื่องคอร์สที่เลือกเอาไว้ก่อน พนักงานอธิบายคอร์สที่จะใช้บริการและให้กรอกข้อมูล รายละเอียดการเข้ารับบริการพนักงานบริการดี ระหว่างการนวด ถามเรื่องน้ำหนักมืออาชีพ นวดและความสบายของเรา และ แนะนำได้ตลอดเวลา ให้ร่างกายเราผ่อนคลาย ผ่อนคลายกับ
สปาแพ็คเกจที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มจนจบ

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis
ไฮไลท์ของคอร์ส Woderful Oasis
ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมงครึ่ง ปรณนิบัติกายด้วยแพกเกจโอเอซีส
แพมเพอริ่ง

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวกาย ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย ด้วยผลิตภัณฑ์
คิน ให้ผิวได้ตื่นตัว ด้วยการ ขัดพอก + สครับ +นวดน้ำมัน+ มาร์คหน้าเมื่อมาถึงห้องทรีทเมนต์ บรรยากาศห้องสวยงาม สะอาดการตกแต่ง ใช้แสงไฟสลัว สีสันส้ม ไฟนวลๆ รู้สึกผ่อนคลาย ด้วยการ
นวดอโรม่าที่มีกลิ่นหอมละมุ่น จบขั้นตอนทั้งหมดด้วยการบำรุงผิวหน้า สูตรจากสมุนไพรไทย

บนเรือนไม้ชั้น 2 คอร์สนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ไม่รบกวนสายตาและการพักผ่อนเมื่อหลับตา ระหว่างการทำทรีตเม้นต์มีกลิ่นน้ำมันหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหย ต่อด้วยการด้วยการทำ
สครับตัวการขัดผิว ทำความสะอาดผิวหน้า หน้าขัดหน้า นวดหน้า พอกหน้า และกระชับผิวช่วยบำรุงผิวหน้าให้สะอาด ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติสามารถเลือกตั้งแต่ตอนพนักงานสรุปคอร์สให้ฟัง ผิวเราแบบไหนแนะนำให้เลือกตามสภาพผิว Hot Oil Massage หรือนวดน้ำมันอุ่นๆ นั่นเอง น้ำมันอุ่นเป็นการนวดทั่วร่างกายและเน้น คอ บ่าไหล และท้ายสุด มีขั้นตอนนวดหน้าเพื่อเปลี่ยนผิวที่หมอง คล้ำให้กลับมาสดใส ปิดท้าย ด้วยการนวดศีรษะผ่อนคลายให้คุณได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่

การนวดเป็นการผสมผสามระหว่าง ไทย สวีดิช และ อโรม่า ผสมผสานท่านวดเข้าด้วยกัน โดยน้ำหนักการนวด เราได้เลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนพนักงานสอบถาม เริ่มตั้งแต่ล้างเท้าดีทอกซ์ สครับผิวด้วยสครับเกลือหิมาลายัน นวดน้ำมันอุ่นๆ และพอกผิวหน้าด้วยแตงกวาสด นวด+ดีทอกซ์เส้นผม หนังศีรษะ แล้ว การนวดก็จะเริ่มจากขา หลัง แล้วก็มาด้านหน้า ที่ถูกใจสัมผัสของพนักงาน นุ่มนวลมาก แม้ว่าจะกดเบาหรือหนักก็จะรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนวด ไม่ต้องล้างตัวแล้วก็ปล่อยน้ำมันซึมเข้าผิว

Oasis Spa Pattaya
ปรณนิบัติผิว คลายความเครียด การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

ขั้นตอนต่อไป ต่อด้วยการนวดหน้าเปลี่ยนผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาสดใสอย่างอ่อนโยน ไฮไลท์ของคอร์สนี้ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยแตงกวาสด การนวดหน้าของที่นี่ ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบแบบธรรมชาติ การนวดมีขั้นตอนการทำความสะอาดต่างๆ รวมไปถึงการกดจุดและการมาส์ แบบหลับตาแล้วหลับลึก ถือเป็นโปรแกรมนอนพักแบบยาวๆ ปิดท้ายด้วยการนวดคอ บ่า ไหล่ ผ่อนคลาย ส่วนใบหน้าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มเต็งตึง

woderful Oasis : ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมง ครึ่ง ให้ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย

โดยรวมถือเป็น สปาแพ็กเกจฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึง สปาทรีทเมนท์ดูแลผิวหน้าและเรือนร่าง เพื่อเพิ่มความงามและความสดชื่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกท่าน

ประทับใจเรื่องบริการ พนักงานทุกท่านบริการดีดุจโรงแรม 5 ดาว ถามเรื่องน้ำหนักการนวดและความสบาย พนักงานคอยให้คำแนะนำได้ตลอดเวลา
ดท้ายด้วยเครื่องดื่มอุ่น ซึ่งก่อนนวดจะเป็นเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบเย็นชื่นใจมากแอบขอเพิ่ม หลังนวดจะเป็นเครื่องดื่มอุ่นอย่างน้ำขิงร้อน พร้อมผลไม้ แนะนำให้เพื่อนๆ มาลองนวดที่ The Oasis Spa ด้วยกันนะคะ รับรองคุณภาพการบริการ และได้รับการผ่อนคลายกลับบ้านแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

การเดินทาง โอเอซีสสปาพัทยา เริ่มจากเส้น ถ.สุขุมวิท และ เลี้ยวเข้า ถ.เทพประสิทธิ์ ขับตรงมาเจอสามแยกเลี้ยวขวาไปทางเขาพระตำหนัก เพียง 400 เมตร กลับรถมา 200 เมตร สังเกตุเห็นป้ายซ้ายมือ โอเอซิส สปา ตั้งอยู่ทางเข้าทางเดียวกับ คอนโดของ โครงการ CHATEAU DALE

Oasis Spa Pattaya
322 Moo 12 Chateau Dale Tappraya Road, Banglamung Pattaya, Chonburi
Open Daily 10.00am-10.00pm
Pattaya: +66 38115 888
email: res@oasisspa.net

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

#oasisspalovesyou #oasisspathailand #oasisspa #spa #dayspa #Luxury #thaispa #chiangmai #bangkok #pattaya #17yearsOasisSpa #spabangkok #spapattaya

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

สะท้อนสีสันชีวิตเมืองใจกลางกรุงเทพฯ

โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ (LiT BANGKOK Hotel)

Toptotravel มีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่โรงแรม โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ โรงแรมรูปแบบใหม่กลางกรุงเทพมหานคร ที่ผสมผสานความทันสมัยสไตล์สากลนิยมให้เข้ากันได้ดีกับของเสน่ห์งานบริการอย่างไทย และโรงแรมแห่งนี้จัดได้ว่า Location ดีมาก สะดวกในการเดินทาง ใกล้ทุกสิ่ง เดินทางไปไหนก็ใกล้หมด ด้านหน้าก็มีห้างช้อปปิ้ง ด้วยตระหนักดีว่าแขกผู้มาเยือนจะชื่นชอบ เมื่อได้ใช้ชีวิตใจกลางเมือง อีกทั้งยังจะชื่นชมกับนวัตกรรมใหม่แห่งการดีไซน์ รวมไปถึง สิ่งอำนวยความสะดวก ชั้นเยี่ยมที่จัดเตรียมไว้ให้บริการด้วยความตั้งใจ และยิ่งไปกว่านั้น จะพบว่า

โรงแรม ฦทธิ์ ยังได้รับการออกแบบให้ท่านได้ตะลึงไปกับความแผลงของสี แสง และเส้นสาย ที่สะท้อนชีวิตที่มีอรรถรสกลางเมืองหลวงที่มีทั้งประโยชน์และความตรึงตาตรึงใจในทุกมุมมอง ห้องสะอาด โมเดิร์น มีไวไฟ มีบริการลูกค้าตลอด 24 ชม ส่วนความพิเศษทั้งหลาย จากการออกแบบนี้ ยังทำให้แขกผู้มาเยือนทุกท่านสามารถใช้ชีวิต อย่างกลมกลืนกับวิถีของชุมชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สภาพแวดล้อมใจกลางเมือง

“กรุงเทพมหานคร” คือเมืองที่ นักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด การท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างมีสไตล์ที่ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์พิเศษมากจริงๆ อยู่ใจกลางเมืองเลย ใกล้ๆ กันนั้นก็มีตึกสูงโดยรอบ โรงแรม ฦทธิ์ ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท จำนวน 79 ห้อง ซึ่งห้องพักแต่ละประเภทไ ด้รับการออกแบบอย่างรอบคอบและตกแต่งแตกต่างกัน เพื่อสนองความต้องการของผู้มาเยือน ทั้งยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีสปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำ จากุซซี ห้องอาหารและบาร์ และบริการจัดทัวร์ อินเทอร์เน็ตไร้สาย และห้องประชุม พื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้มาเยือน

ด้านห้องห้องพักภายในโรงแรมหรู สไตล์โมเดิร์นที่ทำให้หวนนึกถึงอดีต ด้วยจินตนาการที่สร้างความแตกต่างจากโรงแรมในเมืองทั่วไป ในส่วนของห้องพักของโรงแรม ฦทธิ์ ก็ได้รับการออกแบบให้สามารถตอบรับกับอารมณ์
และบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ ละช่วงเวลาของแต่ละวัน เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง ห้องพักจำนวน 79 ห้อง นั้นประกอบด้วย

ห้อง Extra Radiance Room จำนวน 25 ห้อง ขนาด 32 ตารางเมตร ห้องพักออกแบบมาเน้นให้มีความรู้สึกอบอุ่น และกลมกลืนไปกับแสงสีน้ำเงิน แดง ที่สามารถปรับเล่นหรือผสมแสงได้ตามสุนทรียภาพของผู้เข้าพัก ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ออกแบบสำหรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี เรื่องของเรื่องคือ นึกเสียดายตลอดเวลาว่า เราน่าจะมีเวลาพักผ่อนนานกว่านี้อีกสักนิด

ห้อง Different Degree Room จำนวน 44 ห้อง ขนาด 34 -36 ตารางเมตร ห้องพักแนวใหม่ที่สลัดความจำเจด้วยการเปลี่ยนมุมมองในการออกแบบให้ส่วนของห้องนอนและห้องน้ำคู่ขนานกัน โดยมีผนังกั้นทอดเป็นแนวยาว ผสมผสานกับเทคนิคการจัดแสง และการหักเหของมุมต่างๆ

ห้อง Full Spectrum Suite จำนวน 5 ห้อง ขนาด 48 ตารางเมตร ห้องสวีทที่ได้รับการออกแบบอย่างมีรสนิยม สะท้อนความมีชีวิตชีวาไปกับแสงและสีสัน จัดแยกพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็น
สัดส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการพักผ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ห้อง Triple Luxe Suite จำนวน 5 ห้อง ขนาด 52 ตารางเมตร มีการแบ่งแยกสัดส่วนของห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่มี 3 เตียง เหมาะสำหรับผู้เข้าพัก 3 ท่าน เน้นความโอ่โถงและความใส่ใจ
ในการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการพักผ่อน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยครบครัน

ที่ตั้งและการเดินทาง บนทำเลที่ดีที่สุดระหว่างใจกลางกรุงเทพ
โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ถนนพญาไทและถนนพระราม 1 สะดวกสบายในการเดินทางทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง
สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์และสยามพารากอน

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS:
จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกหมายเลข 1 หรือหมายเลข 3 เข้าซอยเกษมสันต์ 1 เดินตรงไปประมาณ 150 เมตร โรงแรม ฦทธิ์จะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ

การเดินทางโดยรถยนต์:
เข้าซอยเกษมสันต์ 1 จากถนนพญาไท ก่อนถึงสะพานหัวช้าง จากนั้นเลี้ยวซ้าย โรงแรม ฦทธิ์จะตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

สำรองห้องพักและพบกับรายละเอียดของสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 026 123 456
https://www.litbangkok.com/hotel

IT’S TEA TIME! AFTERNOON RETREAT

ชวนไปปักหมุดไปเช็คอินด้วยกันได้ที่ BCDE @ LIT Bangkok Hotel (โรงแรมฦทธิ์) สะท้อนสีสันชีวิตเมืองใจกลางกรุง ที่ผสมผสานความทันสมัยสไตล์สากลนิยมให้เข้ากันได้ดีกับเอกลักษณ์ของเสน่ห์งานบริการอย่างไทย แต่ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดและรสชาติของขนม AFTERNOON RETREAT ชุดใหม่นี้ ขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักกับที่ตั้งของโรงแรม, ห้องอาหารที่ให้บริการ และบรรยากาศรอบๆ ของ โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพโดยชุด Afternoon Tea หรือชุดชายามบ่ายของโรงแรม ให้บริการที่ห้องอาหาร BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating ชั้น 2

ลักษณะของห้องอาหาร เป็นห้องอาหารขนาดกลางๆ ที่สามารถรองรับคนได้ประมาณ 80-100 คน มีเพดานห้องอาหารที่สูง และผนังทั้งสามด้านเป็นกระจกขนาดใหญ่เราสามารถมองเห็นวิวต่างๆ บริเวณได้โดยรอบ โดยเฉพาะวิวโดยรอบ ของ ซอยเกษมสันต์1 ถนนพระราม1 ส่วนบรรยากาศของห้องอาหาร Toptotravel ได้มีโอกาสได้มาเยือนและกำลังนั่งอยู่นี้ จัดได้ว่าเป็นห้องอาหารที่ รวบรวมรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ของอาหารไทยและอาหารนานาชาติเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสศาสตร์และศิลป์ของการปรุงอาหารในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

BCDE หรือ Bistro of Creative Drinking and Eating เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโรงแรม ฦทธิ์กรุงเทพ (LiT Bangkok Hotel) ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงามมีชีวิตชีวาในสไตล์โมเดิร์น โคซี่ ผสานกับการใช้แสงไฟสีเหลืองนวลให้บรรยากาศแสนโรแมนติก ให้ลูกค้าได้รับความอบอุ่น ดูเป็นกันเอง และผ่อนคลาย เมื่อมารับประทานอาหารที่นี่ ชื่อของห้องอาหารแห่งนี้มีความหมายว่า เป็นแหล่งรวมรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ของอาหารและเครื่องดื่ม สามารถรองรับลูกค้าที่เข้ามานั่งรับประทานอาหารในแบบสบายๆ ได้กว่า 80 คน ซึ่งไม่ใช่เพียงบรรยากาศที่แสนโรแมนติกเท่านั้น เมนูอาหารในแต่ละเมนูยังได้รับการรังสรรค์ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งการปรุงพร้อมจัดแต่งจากเชฟที่มากประสบการณ์ เพื่อให้ทุกท่านได้รับความประทับใจ

ห้องอาหาร BCDE ศิลปะกับอาหารสุดลงตัว
สำหรับเมนูของห้องอาหารแห่งนี้มีอยู่หลากหลาย เมนูที่มีรสชาติเป็น เอกลักษณ์ เฉพาะตัว ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มีเมนูแนะนำหลากหลาย

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสได้นั่งจิบชุดชายามบ่ายและทานขนมสุดเก๋ไก๋ ที่ร้าน BCDE ของโรงแรม ถือว่าเป็นขนมโฮมเมด รสชาติใหม่ๆ เชฟจัดแต่งสวยเก๋ หรูหรา ยามบ่ายแบบนี้ มาทานขนม จิบน้ำชา บรรยากาศกลางสวน ชุดจิบชายามบ่ายชุดใหม่ที่มีหน้าตาที่หรู มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญ วัตถุดิบทำขนมยังเน้นที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เรามาชมภาพและจิบเครื่องดื่มสุดพิเศษ ในชุดน้ำชายามบ่าย AFTERNOON RETREAT
โฉมใหม่นี้ ประกอบด้วย

ICED MATCHA 140 GREEN TEA LATTE
ICED THAI MILK TEA 140
ICED COFFEE LATTE 140

LIT SWEET COMBINATION 240
• Lemon Panna Cotta & Berry Drizzle
• Italian Crumble with Apple Compote & Cream
• Tiramisu Shot

HAM & CHEESE PANCAKE 240

NUTELLA CHOCOLATE LAVA CAKE
Served with choices of Vanilla or Chocolate Ice Cream & Berry + Vanilla Sauce

CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220
Served with Maple Syrup & Whipping Cream

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH CARAMELIZED BANANA 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH VANILLA & CHOCOLATE SAUCE 220

CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH CARAMELIZED BANANA 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH VANILLA & CHOCOLATE SAUCE 220

FLUFFY PANCAKE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

AFTERNOON RETREAT

BCDE ห้องอาหาร บริการเมนูของหวานนานาชนิด เช่น ทิรามิสุ สัมผัสกลิ่นหอมหวานของกาแฟ และเนื้อครีมนุ่มๆ หรือจะเป็น พานาคอตต้าผลไม้รวมที่มีความพิเศษอยู่ที่สีสันของพานาคอตต้าที่มีถึง 3 สีในแก้วเดียว ก่อนจะเพิ่มท็อปปิ้งด้วยผลไม้ แล้วราดด้วยเบอร์รี่ซอส รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว รสชาตินุ่มเนียนและหวานเล็กๆ กำลังพอดี เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่สุดประทับใจอย่างยิ่ง

LIT SWEET COMBINATION 240
• Lemon Panna Cotta & Berry Drizzle
• Italian Crumble with Apple Compote & Cream
• Tiramisu Shot
HAM & CHEESE PANCAKE 240
CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220
CLASSIC Fluffy Pancake
NUTELLA CHOCOLATE LAVA CAKE

BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating) โดยรวมของห้องอาหารนั้นจะเน้นไปที่ความหรูหราเรียบง่าย ห้องอาหารจะมีการเลือกใช้ขาวสีหลัก โดยมีการใช้สีน้ำตาล, ทอง และสีไม้ธรรมชาติมาผสม ทำให้โทนโดยรวมออกมาดูดีสบายตา ส่วนเวลาในการเปิดให้บริการของห้องอาหารนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. – 22.00 น.

Tiramisu Shot

BCDE ให้บริการอาหารทั่วๆ ไป เช่น ขนม, ของว่าง, เครื่องดื่ม และอาหารต่างๆ ส่วนเวลา 13.00 น. – 17.00 น. ให้บริการชุด Afternoon Tea เพิ่มเติม ส่วนใครที่อยากจะมาทาน Afternoon Tea ที่นี่ รายละเอียดเมนูต่างๆ ใน BCDE Afternoon Tea พบกับชุดต้อนรับปี Summer กันเลยนะคะ โดยชุด Afternoon Tea จะมีขนมให้เราทาน ส่วนราคากับวันที่เปิดบริการก็ตาม
นี้เลยคะ

ICED MATCHA GREEN TEA LATTE

เมนูเครื่องดื่ม
ICED COFFEE LATTE 140
ICED THAI MILK TEA 140
ICED MATCHA GREEN TEA LATTE 140
THAI ICED TEA 120
THAI ICED LEMON TEA 120
SMOOTHIES 150

Best hotel in Bangkok next meeting, workshop or event.
BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating)
ตั้งอยู่บนชั้น 2 โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
36/1 ซอยเกษมสันต์1 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS: จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกหมายเลข 1 หรือหมายเลข 3 เข้าซอยเกษมสันต์ 1 เดินตรงไป ประมาณ
150 เมตร โรงแรม ฦทธิ์ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ
โทรศัพท์ 0-2612-3456

สำรองห้องพักและพบกับรายละเอียดของสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่
https://www.litbangkok.com/hotel

#staycation #instacity #outdoorbar #relaxingday #instacity #staycation #litbangkokresidence #saturdayvibes

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก เรามาทำความรู้จักกับร้านแนว ไลฟ์
Inspire French ชื่อร้านน่ารักจำง่าย 51 Tasty Moments  หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการทานอาหารในรสชาติแบบผสมผสาน ด้วยอาหารคุณภาพที่ใช้ว้ตถุดิบ organic  แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์  ด้วยการปรุงแต่งด้วยการการใช้วัตถุดิบ ออร์แกนิกที่ปลอดสารเคมี ผงชูรสและส่วนผสมจากสัตว์
มีต้นกำเนิด ร้านเกิดจากกลุ่มผู้หลงใหลในอาหารและเครื่องดื่ม โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารเมนูสุดพิเศษ โดยใช้วัตถุดิบ organic  ในการสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารอาหารเข้ากับชีวิตของคนกรุงเทพ ที่ให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน ทานอาหาร และดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย แถมภายในร้าน ยังเพิ่มความสว่างด้วยกระจกบานใหญ่แบบ Glasshouse  ทำให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย ให้
คุณได้ทานอาหารอร่อยๆ แบบจุใจในคอนเซ็ปต์ All Day Dining




แวะมาที่ร้านภายในร้านถูกตกแต่งแบบสไตล์เรียบง่ายและเท่  สะดุดตาด้วยดีไซน์ของร้านที่รับแสงจากธรรมชาติเข้ามาสร้างความสดใสมีชีวิตชีวา ตัวร้านถูกล้อมรอบด้วยกระจกใสบานใหญ่ เพื่อรับแสงธรรมชาติให้เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศอันแสนอบอุ่นตลอดวัน โดยเฉพาะมุมพักผ่อน ที่ยกพื้นสูงด้วยคอนกรีต มีเบาะนั่ง หมอนอิงนุ่มๆ และโต๊ะขนาดกะทัดรัดตั้งตรงกลางให้เลื่อกนั่งพักผ่อนแบบชิลล์ๆ

วันที่ toptotravel ไปทานอาหาร เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ร้านเกิดจากความหลงไหลในศิลปะ และในวันที่ไปทานอาหารมีการจัดแสดง Photo Exhibition JOHPUR ของผู้เป็นเจ้าของร้าน ทำให้ผู้ที่มาเยื่อนได้เห็นและยังจุดประกายไอเดียสุดครีเอท นับได้ว่าเป็นกาสร้างพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์มัลติสโตร์ให้คนที่รักงานศิลปะอย่างแท้จริง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ตั้งอยู่ในตอนท้ายของสุขุมวิท 51 หรือสองถนนขึ้นจากถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ที่เป็นสัญลักษณ์ The 51 Tasty Moments เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่เพื่อให้แฮงเอาท์ตลอดวันด้วยอาหารรสเลิศและแรงบันดาลใจ จากร้านใต้หลังคาเดียวกันซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ถือว่าเป็นร้านอาหารที่ให้ความบันเทิงที่แท้จริง ท่านใดกำลังมองหาสถานที่จัดงานมีศูนย์กลางอยู่ที่การใช้แสงสีและวัสดุอย่างลงตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็น All Day Dining ที่เน้นเสิร์ฟความหลากหลาย ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นในการเติมเต็มความอร่อยได้ตามความต้องการของคุณในทุกช่วงเวลา มาเริ่มต้นจากจานเบาๆ

เมนูแนะนำของทางร้าน ล้วนคัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อยและมีสุขภาพที่ดี เริ่มด้วยเมนู ฉนสก ฉีะห เมนูสุดพิเศษรสชาติดี Lamb Rock

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยจานของสลัดที่เป็น Signature ของทางร้านอย่าง   สลัดฺ ฺBeetrotroot จานโตที่เสิร์ฟผักสดกรอบหลากหลาย

Famer’s baby chicken สูตรเฉพาะของทางร้านอย่าง Chicken  ไก่ออร์แกนิกจากฟาร์มที่เขาใหญ่ ซึ่งถูกเลี้ยงให้เติบโตกับธรรมชาติ เสิร์ฟมาทั้งตัวบนจานใบใหญ่ตามสไตล์ ของทางร้านเคียงมากับมันฝรั่งอบและเนื้อไก่นุ่มฉ่ำและซอส Chicken Gravyให้คุณทานกันได้เพลิน ๆ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานกับ ถัดมาเป็นอีกหนึ่งเมนูน่าทาน เมนูเพียงเห็นแค่หน้าตาของเมนูนี้ก็รู้สึกชื่นใจแล้ว

สำหรับเมนูเครื่องดื่มของทางร้าน มีทั้งสมูตตี้ ชากาฟ แต่หากใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านแนะนำ ลองสั่งมีทั้งสมูตตี้

The 51 Tasty Moments
64 SUKHUMVIT SOI 51, BANGKOK, THAILAND
Email: bookings@the51tastymoments.comBOOK A TABLE BY PHONE TEL: 098 870 7051

The Origin of Valentine’s Day
#ชัญญ่าว่าดี #happyvalentinesday #The51Tasty Moments

TRUFFLE BAR ITALIAN RESTAURANT FINE DINING

URBANI Truffle Bar & Restaurant ที่มาที่ไปของบทความนี้ เกิดความยากสัมผัสโลกของทรัฟเฟิล วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ทรัฟเฟิล “เห็ด” ที่มีราคาแพง เชฟรังสรรค์อาหาร โดยนำทรัฟเฟิลมาชูรสชาติในเมนูจานโปรด ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิล ทำให้กลายเป็นเห็ดที่มีราคาสูง แต่ต้องขอชมว่าที่ URBANI Truffle Bar & Restaurant สามารถทำให้เรา สามารถสัมผัสความเป็นทรัฟเฟิลได้แบบอร่อยจริงในราคาสัมผัสได้

URBANI Truffle Bar & Restaurant

ทรัฟเฟิลเป็นเห็ดก้อน ผ่าเนื้อในจะดูคล้ายสมอง เนื้อเห็ดมีกลิ่นหอมมาก ขึ้นเองตามธรรมชาติใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกนร้านจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนใหญ่ ได้แก่ โซน Raw Bar ซึ่งสำหรับโซนนี้จะมีวัตถุดิบสด
นำเข้าจากต่างประเทศหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป สร้างสรรเป็นเมนูอาหารนานาชาติที่ผสมผสานรสชาติของทรัฟเฟิลเข้าไปในรูปแบบแปลกๆใหม่ อาทิเช่น การนำทรัฟเฟิลไปผสมผสานกับซูชิ และโซนร้านอาหาร
ซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา

โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และเก้าอี้หนังสีเข้ม เข้ากับการตกแต่งของร้านที่มีสีทองตามมุมต่าง ๆ และมีมุมที่นั่งสามารถมองเห็นวิวของตึกสูงย่านสาทรได้ชัดเจน ในส่วนบริเวณครัวนั้น เปิดโล่งให้มองเห็นเหล่าเชฟปรุงอาหารกันสด ๆ และมีมุมที่จัดวางสินค้าจากทรัฟเฟิลให้เลือกซื้อกลับไปปรุงอาหารกันต่อที่บ้าน ลิ้มลองทรัฟเฟิลจาก Urbani ที่อาคารสาทร สแควร์ ชั้น 39

Urbani Truffle Bar & Restaurant @ สาทร
เป็นที่แรกในประเทศไทย ที่พร้อมต้อนรับให้ทุกคนได้มาสัมผัสโลกของทรัฟเฟิลทางร้านมีบริการช่วงกลางวันและช่วงดินเนอร์ ซึ่งในช่วงกลางวัน ทางร้านจะมีเซ็ตอาหารกลางราคาเข้าถึงได้ไว้ให้บริการ

สำหรับมื้อนี้เราเลือกทานแบบ 5 คอร์ส โดยเริ่มเสิร์ฟด้วยเมนู Chef’s Amuse Bouche เพื่อทานเรียกน้ำย่อยกันก่อนและต่อด้วยเมนูที่มีให้เลือกระหว่าง Beef Truffle Tartare เนื้อสันในวัว เสริฟพร้อมทรัฟเฟิล มัสตาร์ด ชีสสไตล์อิตาเลียน ไข่ และปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ หรือ เลือกทานเป็น Steam Monkfish tail citrus เนื้อปลามังค์ฟิชเพิ่มรสชาติด้วยเลมอน ส้มและน้ำมันมะกอก

ในคอร์สที่ 2 จะเป็นเมนู Truffle soup เป็น soup ที่ผสานเส้นพาสต้า Urbani ทรัฟเฟิล เห็ดพอร์ชินี ตกแต่งด้วยพายกรอบ ปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ หรือจะเป็น Warm wild Red Mullet Soup ส่วนผสมจากปลาทะเลที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ผสานกับซาซิมิปลาฮามาจิ จากญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยกระเทียม หัวหอมและพริก

Truffle soup เป็น soup

ในส่วนคอร์สที่ 3 จะเป็นเมนู Linguine di Gragnano in rye bread sauce and truffle เสริฟด้วย เส้นพาสต้าลิงกวินีพร้อมซอสที่ทำจากขนมปังไรย์ และทรัฟเฟิลสไลด์ หรือจะเป็น เมนู Risotto smoked duck in Barolo wine and truffle เสริฟพร้อมข้าวคานาโลนี่ อกเป็ด ราดด้วยไวน์บาร์โรโล่ พามิซานชีส และทรัฟเฟิล


คอร์สที่ 4 มีเมนูให้เลือกทั้ง Tournedos Rossini สเต๊กเนื้อวัว ในส่วน Tenderloin นำเข้าจากออสเตรเลีย เสิร์ฟคู่กับฟัวกราส์ มันฝรั่ง มะเขือเทศ และซอสทรัฟเฟิล ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อ สามารถสั่ง Wild John Dory fillet in Vermentino White wine Villa Solanis เนื้อปลานำเข้าจากฝรั่งเศส ทานคู่กับ Cherry tomato

ในส่วนของหวาน สำหรับใครที่เลือกสั่งแบบ 5 คอร์ส สามารถเลือกสั่งได้ระหว่าง Tiramisu Chocolate sphere ครีมทิรามิสุผสมผสานกับกลิ่นทรัฟเฟิลขาว ซ่อนอยู่ภายใต้โดมไวท์ช็อกโกแลต และทรัฟเฟิล หรือจะเป็น Mango and Truffle มูสมะม่วงพูเร ทานคู่กับทรัฟเฟิลสไลด์และ mango sorbet ซึ่งเป็นเมนูที่ผสมผสานทรัฟเฟิลกับขนมหวานได้อย่างลงตัว

Tiramisu Chocolate sphere ครีมทิรามิสุผสมผสานกับกลิ่นทรัฟเฟิลขาว
Mango and Truffle มูสมะม่วงพูเร

The Signature Deluxe Menus ของทาางร้านมี Tasting Menus แบบคอร์ส ให้เลือกทาน โดยจะมีทั้งแบบ 5 คอร์สในราคา 3,900 บาท++ และ 7 คอร์ส ราคา 5,500 บาท++

ซึ่งทั้ง 2 แบบจะรวม Prosecco และเมนู Chef’s Amuse Bouche ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศที่ผสานรสชาติของทรัฟเฟิลได้อย่างลงตัว

truffle tartare
(Australian beef tenderloin, truffle mustard, stracciatella, caper berry, Tropea onion marmalade, Egg, truffle slices)
Or
Steam monkfish tail citrus
(Spanish monkfish tail, lemon, orange, Evo oil)
Second Course selection
Truffle soup
(Urbani truffle paste, dried porcini, potato, puff pastry, truffle slice)
Or
Warm wild Red Mullet soup
(French red mullet, hamachi sashimi, garlic, onion, chili pepper)
Third Course selection
Linguine di Gragnano in rye bread sauce and truffle
(Linguine Gragnano pasta, Rye bread, shallot, thyme, Evo oil, white wine, truffle slices)
Or
Risotto smoked duck in Barolo wine and truffle
(Carnaroli rice, duck breast, shallot, Barolo wine, Parmigiano

มาร่วม สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ค่ำคืนสุดพิเศษ จากกับกลิ่นกอมกรุ่นแสนละมุน กับทรัฟเฟิลสดที่ส่งตรงจากประเทศอิตาลีนำมารังสรรค์เป็น 6 สุดยอดสุดโรแมนติก บรรยากาศส่วนตัว ที่เข้าไปนั่งแล้วเหมือนทานอาหารใต้แสงจันทร์ ทางเจ้าของร้านใส่ใจกับการออกแบบร้านและการเลือกสรรวัตถุดิบมาปรุงอาหาร รวมถึงการจัดคอมบิเนชั่นของอาหารออกมาได้อย่างลงตัว

ดื่มค็อกเทลแสนอร่อยกับทรัฟเฟิลสดใหม่ให้บริการในบรรยากาศที่ห่อหุ้มอยู่บนดาดฟ้าสูง 140 เมตรของอาคารสาทรสแควร์ใจกลางกรุงเทพฯ
นอกจากเครื่องดื่มชนิดอื่น ทางร้านมีเมนูเครื่องดื่มเยอะมาก เน้นการเปลี่ยนเมนูอยู่เรื่อยๆ และแต่ละแก้วมีความพิเศษในแบบที่คาดไม่ถึงสามารถเลือกไวน์รายการส่วนเมนูอาหารแต่ละจาน สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของทรัฟเฟิลในด้านคุณภาพ ฤดูกาลและความเรียบง่าย จานสร้างสรรค์ของทรัฟเฟิลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาล ร้านนี้บรรยากาศดีจูงมือกันไปเดทได้ทุกเทศกาล

URBANI Truffle Bar & Restaurant ชั้น 39 ตึกสาทรสแควร์
สอบถาม และ จองที่ โทร.02-2331990-1 / 081-1331337

trufflebar #truffle #truffleat #central #winepairing #cheftable #toptotravel

The Cup Restaurant & Tea Room

เดอะคัพ เสิร์ฟเมนูต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์ พร้อมเทศกาลของขวัญ จากผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นจากทางร้าน

เพราะที่นี่ คือ อีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่มีจุดเริ่มต้นจาก ต้นตำรับอังกฤษแท้ รสชาติดั้งเดิม อบอุ่นในสไตล์ Homy & Friendly ครัวที่อัดแน่นไปด้วยเคล็ดลับ ร้าน เดอะคัพ อบอุ่นแห่งนี้ เดิมตั้งอยู่ที่ โอเรียนทัล พลาซ่า ในระยะแรก หลังจากนั้นย้ายไปที่เพนนินซูลา พลาซ่า จนเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ย้ายมาอยู่ที่ อาคาร เลค รัชดา จนถึงปัจจุบันและในปี 2563 นี้ The Cup ครบ 40 ปี แล้ว อร่อยแบบนี้ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก

เมื่อเปิดประตูเดินเข้าไปด้านในร้าน ความรู้สึกแรก คือ การตกแต่งร้านนภายในค่อนข้างโปร่ง เพราะผนังใช้กระจกใสบานใหญ่รับแสงจากธรรมชาติ ทุกมุมของร้านตกแต่งได้อย่างกิ๊บเก๋ อบอุ่นน่านั่งจิบเครื่องดื่ม โดยทางร้านแบ่งเป็น โซนมีตั้งโต๊ะที่นั่งทั้งแบบโซฟา ที่นั่งติดกระจก ตกแต่งสไตล์อังกฤษ มีความอบอุ่นและเรียบง่าย แบบให้โล่งโปร่งสบายด้วยกระจกใสรอบด้าน

เดอะคัพ จัดเป็นร้านอาหารสไตล์ยุโรป ชุดถ้วยกาแฟลวดลายงดงาม จานกระเบื้องเซรามิกหลายรูปแบบ รวมทั้งภาพติดฝาผนังแบบโบราณสามารถเห็นวิวเมืองและทะเลสาปฝั่งสวนสาธารณะ เบญจกิติด้านตรงข้ามอย่างน่ารื่นรมย์ ร้านอาหารที่จะพาหลบหลีกความวุ่นวายของเมืองสู่บรรยากาศที่อบอุ่น ให้บรรยากาศที่น่านั่งผ่อนคลายได้อย่างลงตัว ที่นี่เสริฟอาหารอังกฤษแบบดั้งเดิม ถือเป็นแหล่งนัดพบของคนที่ชื่นชอบในสไตล์อาหารในแบบเดียวกัน

คุณสุมัณฑนา โมกขะเวส เจ้าของร้าน The Cup

ร้านนี้เกิดขึ้นโดย คุณสุมัณฑนา โมกขะเวส เจ้าของร้าน The Cup ร้านอาด้วยความรักและความผูกพัน ที่จะเปลี่ยนให้เวลาหยุดนิ่ง เมื่อเพื่อนๆ ได้มาเยือน ถือเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่มีจุดเริ่มต้น เมื่อ 39 ปีก่อน ตอนนั้นเรียนจบจากอังกฤษกลับมาอยู่เมืองไทยรู้สึกคิดถึงอาหารที่เราเคยทานกันเป็นประจำตั้งแต่เด็ก ก็เลยมานั่งคุยกับเพื่อนๆ ที่เรียนจบจากประเทศอังกฤษและสวิสฯ ว่าจะทำอะไรที่ทำให้เราหายคิดถึง จึงร่วมกับเพื่อนๆ หุ้นกันเปิดร้าน เป็นร้านอาหารที่เสริฟอาหารสไตล์อังกฤษแท้คุณภาพดี ปรุงจากวัตถุดิบที่ดี แบบดั้งเดิม เพื่อให้หายคิดถึงและเพื่อให้ลูกค้าทั่วไปได้รู้จักกับอาหารรสชาติอังกฤษ

ด้วยผู้อยู่เบื้องหลัง คุณสุมัณฑนา หรือ พี่เป๊าะ บวกกับประสบการณ์และความหลงใหลรสชาติของอาหารสไตล์อังกฤษ เน้น Homy อาหารทุกจานเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมผ่านกาลเวลา กลายเป็นเมนูอาหารที่ทานในบ้าน ในแบบที่ไม่ได้หรูหรา แต่เป็นอาหารที่คุ้นเคย เฉพาะช่วงของเทศกาลปีใหม่ทั้งที ต้องปาร์ตี้กับร้านสุดพิเศษ เป็นช่วงที่เพื่อนฝูงพาครอบครัว รุ่นลูกรุ่นหลานกลับมาพบปะกัน ทุกคนรู้สึกคิดถึงอาหารที่เราเคยทานกันตั้งแต่เด็ก ก็มานั่งคุยกับเพื่อนๆ และทานอาหารสไตล์อังกฤษแท้ๆ แบบดั้งเดิม เพื่อให้หายคิดถึงและเพื่อให้ลูกค้าทั่วไปได้มีดอกาสแวะเวียนมารู้จักกับอาหารรสชาติอังกฤษแท้กัน

Make with love รสชาติของอาหารเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่งด้วยความรู้สึกดี ทุกอย่างที่ออกมาทำด้วยใจ ทุกๆ จากที่อาเปาะทำนั้น ล้วนสื่อถึงความตั้งใจ อยากให้ลูกค้ามีความสุขกับอาหารทุกจาน อยากให้คนรุ่นต่อ
ไปได่้ทานอาหารที่ออกจากครัวของ The Cup ตลอดไป
Mimi Grachangnetara (ลูกค้าคนสำคัญร้าน The Cup )

The CUP ตั้งแต่ยุคแรกถือเป็นแหล่งนัดพบของเพื่อนฝูงที่จบมาด้วยกัน เหนียวแน่นกันมาก ด้วยความที่ร้านจะเหมือนกับเป็นบ้านเป็น Homy & Friendly ให้ความอบอุ่น ลูกค้าหลายคนมารู้จักกันจนกลายเป็นเพื่อน เรียกว่าทำให้สนิทสนมกันมากขึ้นที่นี่ก็ 3 เจนเนอเรชั่นแล้ว

การได้มาที่นี่ ก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของร้าน The Cup พร้อมรับแขกที่มาทานเหมือนทานที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทุกที่นั่ง
จะถูกจัดวางด้วยจานและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมรับประทาน

เดอะ คัพ แห่งนี้เปิดมานานเกือบสี่สิบปี เป็นที่รักของคนในสังคมที่ชื่นชอบอาหารอังกฤษดั้งเดิม ร้านอาหารในตำนานที่พร้อมรองรับนักชิมรุ่นใหม่และรุ่นเก่าให้แวะเวียนมาสัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่นในสไตล์ Homey & Friendly อบอุ่นด้วยมิตรภาพเสมือนครอบครัวเดียวกัน
-Supintar Atthakor (ลูกค้าคนสำคัญร้าน The Cup )

Paprika Goulash
Roast pork with homemade apple sauce
French Onion Soup

ในส่วนของเมนูอาหาร ส่วนใหญ่เน้นเป็นอาหารจานเดียวว Main Course ขึ้นชื่อของที่นี่คือ ขาแกะอบ เป๊ปเปอร์สเต็ก สลัดอกเป็ด สลัดกุ้ง ตับเป็ดทอด และอื่นๆ อีกมากมาย Roast Pork เป็นอาหารพิเศษสำหรับวันจันทร์และวันพฤหัส ส่วนวันพุธจะเสริฟความอร่อยด้วย Roast Beef

Recommend
-สลัดกุ้งใหญ่ เมนูนี้ แม่ครัวที่มีความชำนิชำนาญ มีประสบการณ์ทำงานยาวนาน 40 ปี เรียกว่าตั้งแต่ร้านเปิดถึงปัจจุบัน แม่ครัวจะนำกุ้งใหญ่ที่ทำความสะอาดแล้วไปทอดในน้ำมันจนพอสุกวางบนใจ คือ เนื้อด้านในของอาติโช๊กที่ทอดนิดๆ ราดด้วยน้ำซอสส้ม ส่วนผักสลัดนั้น ราดด้วยบาลซามิ
ควินิเกรท ยกออกมาเสิร์ฟจะได้รสชาติหวานนิดๆ ซ่าๆ เพราะในน้ำสลัดมีผิวส้มผสมอยู่ด้วย

แม่ครัวจะนำกุ้งใหญ่ที่ทำความสะอาดแล้วไปทอดในน้ำมันจนพอสุกวางบนใจ คือ เนื้อด้านในของอาติโช๊กที่ทอดนิดๆ ราดด้วยน้ำซอสส้ม ส่วนผักสลัดนั้น ราดด้วยบาลซามิควินิเกรท ยกออกมาเสิร์ฟจะได้รสชาติหวานนิดๆ ซ่าๆ เพราะในน้ำสลัดมีผิวส้มผสมอยู่ด้วย

ส่วนเนื้อกุ้งไม่ต้องพูดถึง กุ้งทั้งหวานทั้งมัน เหนียวนุ่ม บวกกับซอสส้มที่ราดมา ใช้เวลาไม่นานหมดจานไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำสลัด เอ็กซ์คลูซีฟจาก คงความเป็นเอกลักษณ์และหรูหรา เพื่อมอบให้เป็นของขวัญสุดพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

สลัดกุ้งใหญ่ Warm King Prawn on Bed of Artichoke Heart with Orange Butter Sauce
“Paprika Goulash” สตูเนื้อวัวเนื้อนุ่มรสเข้มกำลังดี
Breaded Deep Fried Fillet of Fish with Tartare Sauce

40 ปี เรียกว่าตั้งแต่ร้านเปิดถึงปัจจุบัน เมนูที่ได้รับความนิยมต่างๆ เช่น

Breaded Deep Fried Fillet of Fish with Tartare Sauce
เมนูปลาเพื่อสุขภาพ เนื้อปลาสด หวาน กรอบนอกนุ่มใน กับทาร์ทาร์ซอส เปรี้ยวๆหวานๆมันๆ

Roast pork with homemade apple sauce
หมูอบเนื้อนุ่มนุ่ม จานนี้ต้องห้ามพลาด

Smoked Duck Breast Salad with Blackberry & Port Sauce

Rack Of Lamb กริลล์แบบกรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมยั่วยวน ไม่มัน เลือกรับประทานได้กับซอสถึง 3 ชนิด คือ เกรวี่ มินต์ หรือ เยลลี่เรดเคอเร้น

Rack Of Lamb
Lamb Curry served Rice & Mango Chuyney


“น้ำสลัดรสแท้ และดั้งเดิม ติดตู้เย็นของแม่บ้านเซเลบ”
THE CUP Restaurant และ Tea Room แนะนำ “น้ำสลัดรสแท้ และดั้งเดิม เดอะคัพ ชวนชิมสลัดทำเอง น้ำสลัดอร่อยมาก สูตรอังกฤษแท้ กว่า 50 ปี ที่มาดามแอนด์ ครูสอนถาษาฝรั่งเศส มาสอนให้เฉพาะคุณเป๊าะ เจ้าของร้าน สมัยศึกษาอยู่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสูตรพิเศษจริงๆ ที่คุณเป๊าะนำมาปรับรสชาติอีกนิด ให้เข้ากับลิ้นของคนไทย วันนี้ลองชิมนะคะ รับประกันไม่ผิดหวังแน่นอน ปรับรสชาติเพื่อให้เข้ากับลิ้นของคนไทย

น้ำสลัดรสแท้ และดั้งเดิม ติดตู้เย็นของแม่บ้านเซเลบ

ปิดท้ายด้วยของหวาน เมนูยอดนิยมที่ใครมาต้องสั่ง ของหวาน บานอฟฟี่และบลูเบอรี่ชีทเค้ก กลมกล่อมกำลังดี เค้กอร่อยๆ หอมหวาน คุณภาพแน่น รสชาติถือว่าโอเค เป็นอีกหนึ่งร้านที่หากได้มาเยือนจะต้องว้าวไปกับการตกแต่งภายในร้านที่อลังการไม่เหมือนใคร ร้านน่ารัก เหมาะสำหรับการมานั่งชิล ทานอาหารจิบเครื่องดื่ม บรรยากาศ คือ ใช่ รสชาติอาหารเครื่องดื่มลงตัวทั้งสองอย่าง และพนักงานบริการดีน่ารัก

นั่งชิล ทานอาหารจิบเครื่องดื่ม บรรยากาศ คือ ใช่ รสชาติอาหารเครื่องดื่มลงตัวทั้งสองอย่าง และพนักงานบริการดีน่ารัก

Dessert :
American Cherries Pie Butterscotch cake เมนูนี้แนะนำ
Pecan Pie , Chocolate Spong Cake, American Cherry Pie, Fish Market Apple Pie Chocolate Fudge Cake, Assorted Cakes

ด้านหน้าร้าน มีโซนของขวัญปีใหม่ อร่อยๆ คุกกี้ และน้ำสลัด ต้นตำรับ สูตรชาวอังกฤษแท้ มีบริการที่ ร้านเดอะคัพ ทุกวัน รับประกันคุณภาพวัตถุดิบ และความอร่อย

นอกจากนี้ ยังชองฝากสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก The Cup ที่คงความเป็นเอกลักษณ์และหรูหรา เพื่อมอบให้เป็นของขวัญสุดพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ มีเค้ก คุ๊กกี้ แฮนด์เมด บรรจุแพคเกจน่าทานจำหน่าย
Christmas Cake
น้ำสลัด
House Dressing
Balsamic Dressing
Cookies – Chocolate Chips
Cornflakes
Oatmeal Cookies

ในเทศกาลแห่งความสุข Thanksgiving ที่กำลังจะมาถึงและ วันคริสตมาสต์ ทางร้านจัดเมนูเซ็ตพิเศษ 3 วัน ระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคม ศกนี้ ซึ่งเป็นเมนูที่หาทานยาก คริสมาสต์ เดย์ คริสมาสต์อีฟ และบอกซิ่งเดย์ (Boxing Day) หรือวันเปิดกล่องของขวัญ ปีนี้ The Cup เตรียมของขวัญสำหรับวันคริสต์มาสต์ พลาดไม่ได้กับความอร่อยรสชาติสุดพิเศษ คริสต์มาสต์ พุดดิ้ง นำเข้าจากอังกฤษ

The Cup ชั้น 3 อาคารเลครัชดา
193/21-22 ชั้น 3 อาคารเลครัชดา ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย
เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
ตรงข้ามสวนสาธารณะ เบญจกิตติ ถนนรัชดาภิเษก
เปิดบริการเวลา 10.30 – 18.00 น. ทุกวันเว้นวันอาทิตย์

พิเศษในเดือนธันวาคม
เปิดบริการทุกวัน โทร. 02 264 – 0247-50
Facebook : TheCup 1980
โทร. 02264-0247-50, 09-4315-4397

#TheCupLakeRatchada
#TheCup #TheCupLakeratchada #เดอะคัพ #เดอะคัพเลครัชดา #Tearoom #Cake #Bakery #Coffee #yummy

ททท.ร่วมกับ ปณท สมาคมขัวศิลปะเชียงราย นำร่อง “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า โครงการตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชนด้วย QR Code “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” ดังกล่าว สามารถกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมาสู่จังหวัดเชียงรายได้ และตู้ไปรษณีย์เหล่านี้ถือเป็นผลงานศิลปะระดับ Master Piece ของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากแต่ละตู้เป็นชิ้นงานที่รังสรรค์จากศิลปินเชียงราย และยังสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย อีกทั้งเป็นตู้ไปรษณีย์แห่งเดียวของประเทศไทยที่วาดภาพศิลปะลงบนตู้ไปรษณีย์

ทั้งนี้ ททท. สำนักงานเชียงราย ยังมีแผนดำเนินการประชาสัมพันธ์ตู้ไปรษณีย์และทำการตลาดส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวชมตู้ไปรษณีย์ “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” ตามสถานที่ตั้งต่างๆ และให้นักท่องเที่ยวร่วมสนุกโดยการเช็คอินถ่ายภาพคู่กับตู้ไปรษณีย์ 5 ตู้ ต่างสถานที่กัน และต้องเป็นตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ต่างอำเภอกันอย่างน้อย 2 อำเภอ และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย แล้วรับรางวัลจาก ททท. สำนักงานเชียงราย และ ปณท ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563

         

สำหรับตู้ไปรษณีย์ดังกล่าวหลังจากการจัดนิทรรศการนี้จบลง ทาง ปณท จะได้นำไปติดตั้งตามสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทั่วจังหวัดเชียงราย เพื่อใช้งานจริง ได้แก่

  1. วัดร่องขุ่น
  2. สิงห์ปาร์คเชียงราย
  3. หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ (หอนาฬิกาพุทธศิลป์)
  4. ตลาดไนท์บาร์ซ่า
  5. อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
  6. สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ
  7. พระตำหนักดอยตุง
  8. สามเหลี่ยมทองคำ
  9. จุดผ่านแดนถาวรแม่สาย (วัดพระธาตุดอยเวา)
  10. วัดห้วยปลากั้ง
  11. พิพิธภัณฑ์บ้านดำ
  12. ไร่ชาฉุยฟง
  13. ตลาดเชียงของ (ชายแดนไทย-สปป.ลาว)
  14. วัดแสงแก้วโพธิญาณ
  15. ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน

สอบถาม ติดต่อได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงราย
โทร. 0 5371 7433, 0 5374 4674-5
ปณท เชียงราย โทร. 0 5371 1616 ต่อ 11

58 ปี ก้าวใหม่สวนสามพราน

สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สวนสามพราน เปิดบ้าน เล่าเส้นทางการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดโซนกิจกรรม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สวนสามพราน   จัดกิจกรรม Open House  “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”  ชวนลูกค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว  Tour Agents  ภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคม   และสื่อมวลชน มาเยี่ยมชมสถานที่ สัมผัสเส้นทางการเรียนรู้ และความเปลี่ยนแปลงใหม่ ในสวนสามพราน ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  

สวนสามพรานก่อตั้งในปี พ.ศ. 2505  โดยเป็นแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้ใกล้กรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดวิถีความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมในหมู่บ้านไทยและโรงละคร  ที่นี่จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ อยู่เสมอ ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศและชาวไทย รวมถึงกลุ่มครอบครัว  นิยมเดินทางมาสวนสามพรานเพื่อพักผ่อน สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีประเพณีวัฒนธรรม การละเล่น ศิลปะหัตถกรรมไทย และขนมไทย อย่างไรก็ตามหลังจากที่สวนสามพรานได้เป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืนภายใต้สามพรานโมเดล(โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม)  เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554   ได้นำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสวนสามพราน  โดยในปี 2561-2562   สวนสามพรานตัดสินใจปิดหมู่บ้านไทย  พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในใหม่ทั้งหมด โดยใช้สามพรานโมเดล เป็นโมเดลหลักในการขับเคลื่อนแบรนด์สวนสามพราน  ให้เป็นแบรนด์ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน ภายใต้วิสัยทัศน์สร้างระบบอาหารยั่งยืน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล

สำหรับการเปิดบ้าน Open House “58 ปี ก้าวใหม่สวนสาพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง   ทีมผู้บริหารสวนสามพราน นำโดย คุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหาร  คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ  คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ  และคุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป ได้นำชมพื้นที่สวนสามพราน  ซึ่งมีจุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติ  อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่  มีความครบวงจร ที่พัก ห้องประชุม ร้านอาหาร ลานกิจกรรม และมุมสวนธรรมชาติ  ที่สามารถ ปรับ จัด ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่  เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  การท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก รวมถึงกิจกรรม Team Building  การประชุมสัมมนาที่ต้องการบรรยากาศที่ผ่อนคลาย  ขณะที่กิจกรรมการท่องเที่ยว และการเรียนรู้ภายในสวนสามพราน นั้นเอื้อต่อการคิดนอกกรอบ  โดยทุกจุดสามารถจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลาย และมี Work Shop ให้ทดลองทำ  ที่พร้อมให้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่า รวมถึงยังสามารถเชื่อมโยงไปเยี่ยมบ้านฟาร์มเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายด้วยความโดดเด่นและแตกต่างของสวนสามพราน อันเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์   ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง นั่นคือเมนูอาหาร ในห้องอาหารทั้ง 3 แห่งของสวนสามพราน  คือ อินจัน แวนด้า และห้องอาหารริมน้ำ  รวมถึงในส่วนการจัดเลี้ยง  ที่จะมีการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ มากกว่า 70%   หรือประมาณ 15 ตันต่อเดือน  ในการทำอาหารและขนม โดยวัตถุดิบอินทรีย์ จะถูกส่งตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายสามพรานโมเดล

นอกจากดีต่อสุขภาพทุกคนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ยั่งยืน  ซึ่งในแต่ละจุดของห้องอาหาร และจัดเลี้ยง จะมีภาพและชื่อเกษตรกรอินทรีย์ที่ทำงานร่วมกับสวนสามพรานพร้อมบอกผลผลิตที่ผลิตด้วย  โดยปัจจุบันมเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลจำนวน 16 กลุ่ม จำนวน 180 ครอบครัว  ในจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์

นายอรุษ นวราช  เล่าว่า  นอกจากมาท่องเที่ยว พักผ่อนแล้ว ทุกคนที่เข้ามาสวนสามพราน  จะได้แรงบันดาลใจ จากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ จากการทำงานขับเคลื่อนสามพรานโมเดลของสวนสามพรานร่วมกับเกษตรกรและภาคส่วนต่างๆ   ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตปัจจัยการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การตลาด การพัฒนาต่อยอด และบอกเล่า  โดยพื้นที่หลายส่วนมีการบริหารจัดการ ภายใต้แบรนด์ Patom  อาทิ Patom Organic Farm, Patom Organic Village, Patom Organic Café, Patom Spa,  Patom  Shop   รวมถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ Patom    ซึ่งนำวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม มาแปรรูปเป็นของกินของใช้ และ Body Care Products  มาตรฐาน GMP ภายใต้แนวคิด Organic Living ด้วย    โดยในด้านความรู้  ยังมีการก่อตั้งสามพรานโมเดล อะคาเดมี่  โดยมีพื้นที่สำนักงานติดกับตลาดสุขใจ  เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการ องค์กรที่อยากจะนำ สามพรานโมเดลไปขยายผล ไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเอง”

ในวันเปิดบ้าน “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”    นอกจากมีการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี เรื่อง Change ที่พนักงาน และ เกษตรกรอินทรีย์  เป็นผู้เล่าเรื่องการเรียนรู้ การปรับตัว กับการเปลี่ยนแปลง และคุณค่าที่เกิดขึ้นกับตนเอง ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีการเปิดพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่มาเยือนได้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ด้วย  เริ่มจากหมู่บ้านปฐม   ที่ปรับเปลี่ยนศูนย์แสดงวัฒนธรรมไทย (หมู่บ้านไทย) มาเป็น “ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ”  หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ที่ยึดหลักปัจจัย 4 ผ่านการทำกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ สร้างประสบการณ์    โดยมีกิจกรรมให้เลือกทำ เพื่อเรียนรู้ระบบอาหาร ตั้งแต่การผลิต  การทำปัจจัยการผลิต การแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย   โดยมี 3 เส้นทาง ให้เลือกเรียนรู้ คือเส้นทางข้าวอินทรีย์ เส้นทางกล้วยอินทรีย์   และเส้นทางสมุนไพรอินทรีย์

ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม   ที่ได้มีพัฒนาสวนผลไม้เก่า 30 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นออร์แกนิกฟาร์ม  เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวฟาร์มที่อิงกับวัตถุดิบตามฤดูกาล  ให้เป็นที่พักผ่อนแนวธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองกิจกรรม เพื่อทำ Workshop การทำเกษตรอินทรีย์เบื้องต้น รวมถึงมาทำอาหาร   และได้สัมผัสกับรสชาติอาหารจากพืชผักธรรมชาติ สด สะอาดปลอดภัย แตกต่างจากพืชผักที่ขายในตลาดทั่วไปด้วยตนเอง  ทั้งนี้ในวันเปิดบ้านสวนสามพราน ได้มีการพานั่งเรือข้ามไปฝั่งฟาร์ม พร้อมให้ทุกคนสัมผัสแปลงอินทรีย์ ที่มีการปลูกพืชหลากหลาย    และชิม ชาสมุนไพร ออร์แกนิก  และสัมผัสประสบการณ์การเล่น สไลเดอร์โคลน  ด้วย

ตลาดสุขใจ   ภายในสวนสามพราน ทุกคนที่มาเยือนยังจะได้เรียนรู้ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม หรือสามพรานโมเดล  นั่นคือ ตลาดสุขใจ  ที่เปิดมา 9 ปี แล้ว  ทำให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์  ได้รู้จัก เข้าใจผู้บริโภค  ขณะที่ผู้บริโภค ก็ได้เข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์ด้วย 

Circular Economy  ในวันเปิดบ้าน  สวนสามพรานยังแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากมีการพัฒนาพื้นที่ให้ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีใดๆ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ IFOAMมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555  ภายในพื้นที่สวนสามพราน
ยังมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ   

ตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy   มีการจัดการขยะจากอาหาร (Food Waste Management)  โดยขยะจากในห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ส่วนกิจกรรม จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทำชีวภัณฑ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ทำไบโอแก๊สใช้ในกิจกรรมย้อมผ้า ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผู้ที่เข้ามาสวนสามพรานสามารถมาเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จากฐานสาธิต และสถานีทดลองการทำปุ๋ยหมักในหมู่บ้านปฐม   ที่มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ พร้อมสอนทำ และแนะนำรูปแบบ  ให้นำกลับไปทำที่บ้านได้ 

ตลอด 58 ปี สวนสามพรานได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลบริหารธุรกิจ Hall of Fame ประเภทแหล่งท่องเที่ยวแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง  โดยสวนสามพรานยังเปิดให้มีการศึกษาดูงานทั้งด้านการบริหารจัดการขยะ Zero Waste การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์กรแห่งการเรียนรู้  การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม  สวนสามพราน บนพื้นที่ 130 ไร่  ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ยังคงแน่วแน่ และมีความตั้งใจที่จะให้ทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม ได้ทำหน้าที่จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล ครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ   ผู้สนใจมาท่องเที่ยว มาพักผ่อน และมาค้นหาแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สำหรับตนเอง ทีมงาน หรือครอบครัว

สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสวนสามพรานมาได้ที่
โทร.034-322-588-93  หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com

Villa Market “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน”

…….พาไปทัวร์ แหล่งรวมของอร่อยของดีจากทั่วโลก
“วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน”บ้านหลังที่ 2 ของคนเมือง มีอะไรกินบ้าง? ไปชมกัน

วันนี้ Toptotravel พาไปทัวร์ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน” แหล่งรวมของอร่อยของดีจากทั่วโลก ของใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องลองมาสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์ที่ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน”แหล่งรวมของอร่อย ของดีจากทั่วโลกเปิดให้บริการแล้วสำหรับบ้านหลังใหม่ ของ วิลล่า มาร์เก็ท กับ สาขาหลังสวน ซึ่งการกลับมาของวิลล่าฯ หลังสวน ในครั้งนี้ทำเอาเหล่านักช็อปหัวใจพองโตกันพอดูเพราะจัดเต็มทั้งบรรยากาศที่ดูอบอุ่น หรูหรา แบ่งโซนเป็นสัดส่วน เดินง่าย และมีสินค้าอิมพอร์ตจากทั่วโลกมาให้ช็อปกันเพลินการเดินทางมาก็ง่ายแสนง่าย เพราะทำเล วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน

ตั้งอยู่ซอย 2 ชั้น B1 โครงการเวลา สินธร วิลเลจ มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน เรียกได้ว่า สะดวกสุดๆ สำหรับชีวิตคนเมืองที่ต้องขับรถมาทำงานและอยากจะแวะช็อปปิ้งก่อนกลับบ้านในส่วนของบรรยากาศ วิลล่า มาร์เก็ท สาขา หลังสวนตกแต่งอย่างอบอุ่นให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในครัวที่มีของให้เลือกหยิบมาทำเมนูแสนอร่อยอย่างไม่รู้จบและยังมีโซนที่เปิดโอกาสให้ได้ลิ้มลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ

โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน สนองนีสไลฟ์สไตล์ ของทุกเจเนอเรชั่น แค่เดินลงมายังชั้น B1 ก็จะพบกับ โซน V Space
(วี สเปซ) ที่นั่งรับรองบริการใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกวิลล่า มาร์เก็ท (VPlus) โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถมานั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่ม นั่งพักชิลๆ

V Space (วี สเปซ) ที่นั่งรับรองบริการใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกวิลล่า มาร์เก็ท (VPlus)

เป็นอีกโซนที่ทำให้ชีวิตคนเมืองที่เหนื่อยกับการทำงานและการเดินทางผ่าจราจรอันแสนจะติดของกรุงเทพฯ คนรักสุขภาพ ชอบทานผัก ผลไม้ ต้องถูกใจ Fruit & Vegetables Zone (ฟรุต แอนด์ เวทเทอะเบิ้ล โซน) เพราะที่สาขานี้มีการจัดวางเรียงผัก ผลไม้ ได้อย่างล่อใจ โดยเฉพาะ ผักผลไม้ Organicนานาชนิดจากทั่วโลก เรียกว่า หากต้องการทาน องุ่นก็มีหลายหลายชนิดให้เลือกสรร ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

สายเนื้อต้องร้อง OMG! ให้กับ Butcher & Seafood Zone
(บุชเชอร์ แอนด์ ซีฟู้ด โซน) โซนนี้ถือว่าเด็ดเพราะรวบรวมเนื้อคุณภาพดีจากทั่วโลก อย่าง ออสเตรเลีย, อเมริกา,อาร์เจนติน่า และ ญี่ปุ่น ส่วนพระเอกของโซนนี้ยกให้ Tomahawk เนื้อโทมาฮอว์ก จาก ออสเตรเลีย, Ribeye เนื้อริบอาย, Tenderloin เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ มีให้เลือกมากมาย
เป็นสวรรค์ของคนรักสเต็กก็ว่าได้ และยังเก๋ด้วยป้ายราคาดิจิตอล ซึ่งจะอัพเดทราคาสินค้า ล้ำนำเทรนด์ไปอีก

อาหารทะเล ของสด และปลาน้ำจืด โซนอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งกุ้งแม่น้ำ ปลาทะเล ปลาหมึก ส่วนพาร์ทอาหารทะเลก็ไม่ธรรมดาละลานตาไปด้วย ปลาสดๆ หลากหลายชนิด โดยมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องพ่นไอน้ำจากญี่ปุ่น เพื่อช่วยรักษาความสดใหม่และฆ่าเชื้อโรค

“V” Make a new home โซนนี้สำหรับคนชอบดริ้ง Wine Cellar Zone (ไวน์ เซลเลอร์ โซน) โซนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พิเศษมากสาขานี้มี Wine Cellar รวมไวน์จากทั่วโลกมาไว้ในห้องนี้ ถ้ามีคำถามห้องนี้มี Wine Specialist คอยดูแลแนะนำ พิเศษสุดสำหรับสมาชิก V Plus Member ใช้ Vplus Point เพื่อลองชิมไวน์ แหล่งรวมไวน์หลากหลายชนิดจากทั่วโลก

โซนนี้นอกจากตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายของสินค้าแล้วยังเก๋เลิศกับบริการให้ท่านได้ลิ้มลองรสสัมผัสไวน์ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์คอยให้คำแนะนำใครที่อยากได้เครื่องดื่มจิบคู่กับอาหารมื้อพิเศษ อยากแนะนำให้ลองมาที่ โซน Wine Cellar Zone ของ วิลล่าฯ หลังสวนรับรองได้ไวน์รสเลิศถูกใจกลับบ้านแน่นอน

Activity Zone (แอคทีวิตี้ โซน) โซนสาธิตวิธีปรุงอาหารสด และReady to Eat Zone (เรดดี้ ทู อีท โซน) เป็นอีกโซนที่ทำให้ชีวิตคนเมืองที่เหนื่อยกับการทำงานและการเดินทางผ่านจราจรอันแสนจะติดของกรุงเทพฯได้ผ่อนคลายกับช่วงเวลาแห่งความสุขบ้าง ซึ่ง Activity Zoneให้บริการปรุงอาหารสดพร้อมทานซึ่งหากต้องการทานสเต็กดีดีสักมื้อก็สามารถเดินไปเลือกเนื้อดีดีสักชิ้นในโซน Butcher & Seafood Zone
มาให้ทางเชฟปรุงได้เลย

ส่วนใครที่ชอบความรวดเร็วก็แวะ Ready to Eat Zone หาของอร่อยทานจะมื้อเช้า สาย เที่ยง เย็น ก็มีบริการ ทั้งเมนูอาหารญี่ปุ่น Omakase Set ในราคาย่อมเยาว์ อยากลิ้มลองอาหารซูชิสุดหรูแบบเชฟจัดให้ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม และอาหารสไตล์เวสเทิร์นทำคอร์สออกมาได้น่าสนใจและท้าทายมาก

ปิดท้าย การพาทัวร์บ้านหลังใหม่วิลล่าฯ สาขา หลังสวน
ด้วยความเก๋เริ่ดกับ บริการ Eat & Shop (อีท แอนด์ ช็อป) หรือบริการเลือกซื้อสิ้นค้าเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งสามารถเลือกช็อปปิ้งแบบไม่ต้องเดินให้เมื่อย เพียงแค่นั่งรอในโซน V Space หรือ กำลังนั่งทานอาหารใน Ready to Eat Zone แล้วอยากช็อปแต่ไม่มีเวลามากพอก็สามารถใช้บริการนี้ได้
สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย

การเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางถนนเพลินจิต จากนั้นเลี้ยวเข้าไปที่ถนนหลังสวน (*เดินรถเพียงทางเดียว) จาก ถ.เพลินจิต เข้าสู่ถนนหลังสวนประมาณ 700 เมตร Villa Market LangSuan จะอยู่ทางซ้ายมือ

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ สำหรับ BTS สายสีลม สามารถลงที่สถานีราชดำริ และ BTS สถานีชิดลมสำหรับสายสุขุมวิท นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการ MRT โดยใช้สถานีสีลม

อยากให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์ที่ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน” ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “V” Make a new home
ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น B1 โครงการเวลา สินธร วิลเลจ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/villamarketofficial/

ชีพจรลง SOUTH

เรียงร้อยรอยธรรม เมือง ๒ ธรรมนครศรีฯ

การเดินทางจะช่วยให้เราค้นพบความงดงามในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาชีวิต เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา
Toptotravel มีโอกาสเดินทางไปร่วมกิจกรรม ททท. ร่วมกับพันธมิตรและชุมชน ถวายกฐินสามัคคี ณ วัดพรหมโลก จังหวัดนครศรีธรรมราช

เช้านี้..เริ่มต้นออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง โดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD3188 ก่อนจะมาถึง วิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางคือการนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินนครศรีธรรมราช มีบินตรงหลายเที่ยว รอบนี้แนะนำของ Thai AirAsia บินตรงลงนครฯ ก่อนอื่นขอแวบหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า

เมื่อเดินทางถึงสนามบิน จ.นครศรีธรรมราช กับความหลากหลายมุมที่ห้ามพลาด จุดแรกเราแวะรับประทานอาหารเช้า ณ ร้านโกปี๊ สาขาศาลากลาง ร้านบรรยากาศดี ตกแต่งน่ารัก สไตล์เหมือนร้าน คาเฟ่แต่มีขายทั้งเมนูขนมหวานและอาหารด้วย

บอกเลยว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่ เพราะ เป็นร้านดังของคนท้องถิ่น ร้านโกปี๊ ข้างศาลากลาง น่าจะเป็นร้านที่หลายคนรู้จักกันดี โกปี๊ หมายถึงกาแฟ ที่นี่เค้าขายหลายอย่างเลยค่ะ ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว บักกุเต๋ ร้านที่นี่ค่อนข้างใหญ่กว่าสาขาอื่นๆ

ร้านดังของคนท้องถิ่น จิบกาแฟ ยามเช้าหลายคนมักมาเริ่มต้นมื้อแรกของเช้าวันใหม่กันที่นี่คะถูกใจกับ เมนูบักกุดเต๋ ที่เสริฟแบบเดือดๆ มีทั้งแบบถ้วยเล็กแบบทานคนเดียว และแบบที่เราทานวันนี้กินกันได้หลายคน ส่วนบรรยากาศร้านตกแต่งเรียบง่าย มีมุมพอให้ถ่ายรูป Selfie กันได้เยอะเลย

ร้านใหญ่เปิดมานานกว่า 20 ปี ร้านของชาวนครฯ นั่งสบาย กว้างขวางเป็นระเบียบดี มีห้องแอร์ส่วนตัวด้วย บริการดีเอาใจใส่ อาหารวัตถุดิบสดและสะอาดมากๆ รสจัดจ้านชัดเจนกำลังดีทานง่ายดี ลูกค้ามีทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เปิดถึงตีสี่กันเลย
ทีเดียว

ขอได้ไหว้รับ โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย
ครั้งนี้เรามาวัดเจดีย์ หรือ วัดไอ้ไข่

วัดไอ้ไข่ ตั้งอยู่ที่ อ.สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นี่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ เคยเป็นวัดร้างที่เชื่อกันว่า สร้างมาเป็นเวลานับ 1000 ปี เข้ามาในส่วนของ วัดมีเพียงเจดีย์โบราณเก่ารกร้างอยู่ตรงบริเวณที่กำลังสร้างโบสถ์ ในปัจจุบัน จนเมื่อประมาณ พ.ศ.2500 มีการบูรณะวัดเจดีย์ขึ้นมาใหม่มีพระเข้ามาอยู่ ประจำเป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวบ้านใกล้เคียง และเป็นที่ประดิษฐานของ “พ่อท่าน” พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ยังเป็นวัดร้าง ไอ้ไข่วัดเจดีย์ หรือ ตาไข่วัดเจดีย์ คือ รูปไม้ แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 9 -10 ขวบ ตั้งอยู่ในศาลาในวัดเจดีย์เชื่อกันว่าเป็น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ ณ วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตั้งแต่ในละแวกใกล้ วัดไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย ไปเดินชมรอบๆ ด้วยกันคะ

เจดีย์ไอ้ไข่ เทพแห่งสามัญชน “ขอได้ไหวรับ” ขออะไรก็พร้อมให้ ทั้งโชคลาภ และ ค้าขาย เป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมความศรัทธาของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว

เช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2562 ททท. ร่วมกับพันธมิตรและชุมชน ถวายกฐินสามัคคี ณ วัดพรหมโลก จังหวัดนครศรีธรรมราชการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดพิธีถวายกฐินสามัคคี ณ วัดพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการถวายกฐินสามัคคี ททท. ร่วมด้วย นายกฤษ พัฒนสาร ผู้บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย พันธมิตรอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมี น.ส.สมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท., นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท.,น.ส.ลดาวัลย์ ช่วยชาติ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ททท. นครศรีธรรมราช ,พนักงาน ททท. และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีฯ รวม 150 คน ณ วัดพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งทัศนศึกษาและสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการถวายกฐินสามัคคี
นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้

วันนี้ททท.พาไปชิมอาหาร ถ้าจะหาร้านอร่อยๆ มื้อกลางวัน ต้องร้าน  ร้านริมเล ซีฟู๊ด อำเภอท่าศาลา เป็นร้าอาหารท้องถิ่น ชื่อร้าน ริมเลซีฟู้ด ท่าศาลา ร้านนี้อร่อย ร้านนี้อร่อย บรรยากาศดี ต้นไม้ร่มรื่น อาหารนี่อร่อยทุกอย่าง บรรยากาศดี ต้นไม้ร่มรื่น อาหารนี่อร่อยทุกอย่าง

ร้าน ริมเลซีฟู้ด ท่าศาลา
เข้าเยี่ยมชมพระตำหนักปากพนัง ที่ก่อสร้างด้วยการร่วมแรงร่วมใจของชาวใต้เพื่อแสดงความจงรักภักดี

นอกจาก ร่วมกับพันธมิตรและชุมชน ถวายกฐินสามัคคี ณ วัดพรหมโลก เที่ยวนครศรีธรรมราช แวะเช็คอินกันต่อที่ โครงการ “คืนสู่แผ่นดินเกิดลุ่มน้ำปากกพนัง สนองพระราชดำริ พระตำหนักประทับแรม อำเภอปากพนัง โดยกรมชลประทานพิจารณาก่อสร้างประตูระบายน้ำปากพนังที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำ และเก็บกักน้ำจืด พร้อมกับการก่อสร้างระบบคลองระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และระบบกระจายน้ำเพื่อการเพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีจุดชมวิวสวยๆ ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น

เพื่อพลิกฟื้นคืนชีวิต ให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ในอดีต อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชและในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง “พรุควนเคร็ง” ประสบกับปัญหาเดือดร้อนจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก ทั้งอุทกภัยการขาดแคลนน้ำจืด ปัญหาดินเปรี้ยว ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตร ผลผลิตตกต่ำ ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ยากแร้นแค้น ส่งผลถึงการอพยพแรงงานและการโยกย้ายถิ่นฐาน จากดินแดนซึ่งเคยเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งพื้นที่นาและในแม่น้ำ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความยากจนมากที่สุดของประเทศ

คุณกาญจนา ลุยจันทร์ เจ้าหน้าที่นักประชาสัมพันธ์ โครงการฯ บรรยายผ่านเครื่องขยายเสียง ขณะที่พาเดินเยี่ยมชมภายในอาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติว่า ลุ่มน้ำปากพนัง มีพื้นที่ 2 ล้านกว่าไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการทำนามากที่สุดถึง 4 ล้านไร่ เป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศมาตั้งแต่อดีต

อาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ
ม.5 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 80370
โทร. 075 416127 fax: 075 416128

ร่วกันเพื่อพลิกฟื้นคืนชีวิต ให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ในอดีต อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชและในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง “พรุควนเคร็ง” ประสบกับปัญหาเดือดร้อนจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก ทั้งอุทกภัยการขาดแคลนน้ำจืด ปัญหาดินเปรี้ยว ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตร ผลผลิตตกต่ำ ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ยากแร้นแค้น ส่งผลถึงการอพยพแรงงานและการโยกย้ายถิ่นฐาน จากดินแดนซึ่งเคยเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งพื้นที่นาและในแม่น้ำ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความยากจนมากที่สุดของประเทศ

อาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ
ม.5 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 80370
โทร. 075 416127 fax: 075 416128

ดีที่สุดที่ ครั้งหนึ่งในชีวิต…กับ โอกาสเข้าร่วมกิจกรรม CSR Journey D กับ Thai Air Asia” ในชุมชนพรหมโลก เป็นอีกทางเลือกการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ทำให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนจริงๆ ได้ลองใช้ชีวิตแบบคนในชุมชน

โดยร่วมกันปลูกต้นลูกประพืชท้องถิ่นแห่งเขาหลวง เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน ร่วมพิธีทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดพรหมโลก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325 อุโบสถประดับด้วยแก้วสีฟ้าและขาว ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังตั้งแต่เริ่มสร้างวัด มีรูปปั้นหลวงปู่พรหมโลกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ผู้คนนับถือ วัดนี้ยังเป็นสำนักรักษาพิษงูด้วยยาสมุนไพร โดยมีหมอ สมนึก จันทรประสูติ เป็นผู้รักษาให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

คุณลดาวัลย์ ช่วยชาติ ผอ.สนง.นครศรีฯ
คุณสุภาพร เชาวพ้อง ประธานกลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก

Toptotravel เดินทางถึงชุมชนพรหมโลก และนั่งรถแดงเมืองนครไปยังอุทยานแห่งชาติเขาหลวง สถานที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานนำชม บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาที่น่าประทับใจ กล่าวต้อนรับคณะ โดยตัวแทนจาก คุณสุภาพร เชาวพ้อง ประธานกลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก กล่าวต้อนรับคณะฯ

นายกฤษ พัฒนสาร ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์

-นายกฤษ พัฒนสาร ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรม CSR Journey D โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน-นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ

นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้

ในวันฝนโปรยปราย จุดเริ่มต้นของการเดินทาง Toptotravel เดินทางถึงชุมชนพรหมโลก และนั่งรถแดงเมืองนครไปยังอุทยานแห่งชาติเขาหลวง สถานที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานนำชม บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาที่น่าประทับใจ  การเข้าร่วมกิจกรรม CSR Journey D กับ Thai Air Asia และชุมชนพรหมโลก “1 ใน 4 ชุมชน” โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน และร่วมปลูกต้นลูกประ พืชท้องถิ่นแห่งเขาหลวง และพืชเศรษฐกิจ อื่นๆ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนพรหมโลก และชมน้ำตกพรหมโลก ภายในอุทยานฯ

ต่อด้วยนั่งรถแดงลงมายังลานกิจกรรมวังปลาแงะ เพื่อชมการแสดงต้อนรับ “มโนราห์” หรือ ภาษาชาวบ้านเรียกโนรา ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองที่ เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภาคใต้ มาที่นี่พี่ๆ ชอบมาก เพราะได้สนุกกับกิจกกรมทำอาหารโบราณท้องถิ่น แบ่งตามฐานต่างๆ เช่น ขนมโค น้ำพริกลูกประ ขนมจาก ขนมปะดา และกิจกรรมโชว์เคสทำผ้าบาติก หนึ่งในผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้

สุดโปรดจริงๆ อาหารใต้ รสดั่งเดิม ครัวนายหนัง นครศรีธรรมราชร้านดังของคนท้องถิ่น เป็นอีกหนึ่งร้านของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เปิดให้บริการมาเกือบ 20 ปีแล้ว เป็นร้านที่คนท้องถิ่นก็มาทานเอง

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ นครศรีธรรมราชที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องจากเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ เยี่ยมชมเมืองนครศรีธรรมราช กราบสักการะพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร และมีอายุการก่อสร้างเก่าแก่ที่สุด มีความสำคัญทางศาสนามาแต่โบราณ อีกทั้งมีโบราณสถานที่สำคัญ ของประวัติศาสตร์ทางโบราณคดีและศาสนา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนคร เรียกว่าวัดพระธาตุ โบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นมิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย สัญลักษณ์ของจังหวัด

ร่วมกันแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนครฯ นั้นมีหลายประเพณี หนึ่งในประเพณีที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนครฯ คือ “ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ” ทั้งนี้เพราะประเพณีนี้ไม่มีปฏิบัติกันที่ใดในประเทศไทย นอกจากเมืองนครฯ เท่านั้น ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ คือ ประเพณีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันแห่ผ้าขึ้นห่มโอบรอบฐานพระมหาธาตุที่ประดิษฐานภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช มักกระทำกันในวันสำคัญทางพุทธศาสนา

วัดพระธาตุ
ตั้งอยู่ที่ ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช 80000

ก่อนกลับที่พัก แวะช็อปปิ้ง ถนนสายเครื่องเงิน เครื่องถมศรีนคร ของที่ระลึกชวนประทับใจ ของนครศรีธรรมราชมีชื่อเสียงด้านเครื่องถม ทั้งถมเงิน ถมทอง ไม่ใช่เครื่องเงินธรรมดา ถมลายไทยชุดเครื่องถมของแท้เมืองนคร กำไล สร้อยแขน แหวน สร้อยคอ รวมไปถึงเดินที่ถนนสายเครื่องเงิน เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้และกระจายรายได้สู่ชุมชนร้านค้า และประเภทของ สินค้ามากมายนับไม่ถ้วน. นอกจากนี้ยังมีร้านขายผ้าทอเมืองนคร เครื่องเงิน สินค้าพื้นเมือง และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย

ที่นี่เป็นตึกแถว มีร้านอยู่ประมาณ 20 ร้าน แน่นอนว่าทุกร้านจะเน้นหนัไปทางงานหัตถกรรม ตั้งแต่เครื่องเงิน เครื่องถม กระเป๋าย่านลิเภา ไปจนถึงผ้าชนิดต่างๆ เรียกว่ามาที่เดียวครบ จบทุกของฝากกันเลย เดินชมเครื่องประดับจนครบทุกร้าน แล้วค่อยกลับมาซื้อกลับบ้าน

ทริปนี้สำหรับที่พักในเมือง TWIN LOTUS HOTEL โรงแรม ทวิน โลตัส นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่กลางใจเมืองประวัติศาสตร์ของภาคใต้ที่ล้อมรอบด้วยสวนเปิดอันสวยงาม ห้องยิ่งดีใหญ่ขนาดห้อง Deluxe ในราคาพันต้นๆ สะดวกสบายWifi ดี แนะนำตื่นแต่เช้ามาทานสุดยอดอาหารเช้าประจำภาคใต้ที่รับรองว่าไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร

ทริปสนุกๆ ในการเดินทางในครั้งนี้ ขอบพระคุณ
การท่องเที่ยวภูมิภาคใต้ ชีพจรลงSouth…เรียงร้อยรอยธรรม : เมือง ๒ ธรรมนครศรีฯ”

www.ชีพจรลงเซาท์.com
#ชีพจรลงSouth #เที่ยวทั่วไทย#การท่องเที่ยวภูมิภาคใต้#ชีพจรลงSouth #เที่ยวทั่วไทย #วัดเจดีย์ไอ้ไข่ #กรุงเทพมาหานคร #นครศรีธรรมราช
#ขอได้ไหว้รับทรัพย์เหลือล้น #ไอ้ไข่วัดเจดีย์นครศรีธรรมราช #ชีพจรลงSouth