Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

ท้าให้ลอง Indian food ต้นตำรับแดนภารตะ ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


เคยมีคนถามว่าชอบอาหารอินเดียมั้ย​?
แฟนคลับที่ติดอกติดใจ ที่สุดของอาหารอินเดียเมนูเด็ดของ ร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำจากต้นตำรับ แดนภารตะ รังสรรค์โดยเชฟ ผู้มากประสบการณ์จากร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย

Toptotravel มาถึงแล้วไม่รอช้า ตักของอร่อยมาชิมกันเลย กินอาหารอินเดียครั้งแรกอร่อยกว่าที่คิด อาหารอินเดียที่คนไทยทานได้ง่ายๆ ที่นี่จัด แบบบุฟเฟ่ต์อาหารอินเดีย โดยโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ร่วมกับร้าน บาวาร์ชิ ซึ่งเป็น ร้านอาหารอินเดียชั้นนำ จัดเทศกาล อาหารอินเดีย ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์ของโรงแรมฯ ลองกันในครั้งนี้ รับรองว่าอร่อยถูกปากแน่นอน

ข้าวพิลาฟร้อนๆ

บอกเลยที่เด็ดของ อาหารอินเดีย ที่ห้องอาหารเดอะสแควร์ของโรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เมื่อมาถึงรับ welcome drink เครื่องดื่มต้อนรับ ผสมโยเกิร์ต เครื่องดื่มที่ช่วยระบบย่อย และดับกลิ่นเครื่องเทศและรสชาติของอาหารอินเดีย กับเมนูอาหารอินเดียที่คนไทยทานได้ง่ายๆ ประสบการณ์แห่งความอร่อยครั้งนี้ ส่งตรงจากต้นตำรับแดนภารตะ รังสรรค์โดยเชฟผู้มากประสบการณ์จากร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย โดยได้รับรางวัลจาก Thailand Tattler ให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทยเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันและยังได้รับ Certificate of Excellence จาก Trip Advisor เป็นประจำ รวมไปถึงรางวัลจาก Readers Choice สไตล์อินเดียที่มีชื่อเสียงมานานเป็นร้านอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในต่างประเทศ โดยสภาร้านอาหารอินเดีย พร้อมเสิร์ฟอาหารรสจัดจ้าน รวมถึงเมนูอย่างอื่นอีกมากมายหลายอย่างคะ อาหารระดับพรีเมี่ยมในราคาแสนสบาย ให้ได้เอ็นจอยกันกับการกินสุดดีงาม

วันนี้ เชฟกัลยาณี จิริฐิติกาลโชติ แนะนำและขอพาชมไลน์อาหารก่อนเลยนะ อาหารแห่งคาบสมุทรอินเดีย จัดจ้านด้วยเครื่องเทศของดีที่อยากให้ลิ้มลอง แกงกะหรี่เนื้อแกะ แกงผักโขมกับชีส ไก่ย่างเคี่ยวในซอสแกงกะหรี่ มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศ โรตีและขนมปังอินเดีย ทานคู่กับแป้งนาน ทำสดใหม่ และข้าวพิลาฟหุงร้อนๆ ส่วนอาหารอินเดียต่างๆ เหล่านี้ แนะนำเป็นอย่างยิ่งจากความอร่อยส่วนตัว อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูเด็ดอื่นๆ อีกมากมาย รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ให้เลือกสรรความอร่อยได้อย่างไม่จำกัด รับรองถูกปากคนไทยแน่นอน

ซิกเนเจอร์จุกๆ ที่ต้องจัด
Chicken tikka Masala ไก่มาซาลา
Lamb Roganjosh แกงกะหรี่เนื้อแกะ
Malabari Fish Curry แกงกะหรี่ปลา
Panner lababda r แกงกะหรี่ชีส
Daal Makhani แกงถั่วใส่เนย
Aloo Gobhi มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศ
Assorted Indian Bread โรตี และ ขนมปังอินเดีย
Chicken Samosa and Vegetable Samosa ซาโมซ่าไก่ และซาโมซ่าผัก

ของหวาน : Lassi ลาสซี่
Gulab Jamun กุหลาบจามุน

โรตีและขนมปังอินเดีย ทานคู่กับแป้งนาน

สำหรับคนที่ชอบทาน Lobster ต้องทานให้ได้นะคะ กริลล์หอมกรุ่นอร่อยกว่าที่อื่นหลายเท่าตัว ในกรุงเทพยังหา LOBster ตัวใหญ่ที่อร่อยเท่านี้ได้ยากมาก แม้แต่โรงแรม 5 ดาวหลายๆ ที่ก็เถอะคะ Toptotravel ยอมใจให้ที่นี่ คุ้มมากจริงๆ

พิเศษสุดคุ้ม! “มา 4 จ่ายเพียง 3”
เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต Aeon, KTC ,Krungsri และ SCB

ลิ้มลองรสชาติความอร่อยเลิศของอาหารอินเดีย
บุฟเฟ่ต์ที่นี่จัดเฉพาะวันที่ 10 – 23 มิถุนายน 2562
Lunch buffet ราคา 820 บาท เน็ต เวลา 11.30-14.00 น.
Dinner buffet 1,120 บาท เน็ต เวลา 18.00-22.30 น.
Sunday Brunch 1,299 บาท เน็ต (lobster 1 ตัวต่อท่าน)
เริ่มที่เวลา 11.30-15.00 น.

Farm Stays in Singburi บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ สวรรค์บ้านทุ่ง

ทดลองใช้ชีวิตแบบพอเพียง ท่ามกลางความสุขที่เพียงพอ
ชีวิตพอเพียง เพื่อสุขเพียงพอ


จุดแรกของทริปนี้ กับวิวท้องทุ่งนา ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา กับวิวพาโนรามาแบบ 180 องศา เราได้เเที่ยวเชิงเกษตรแบบดั้งเดิม ที่นี่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจ จากคำสอนของในหลวง ร.9 และได้ลงมือทำเพื่อเดินตามรอยแนว “ความพอเพียง” ของพ่อหลวง


ที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่มองหาที่พักอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ให้เข้ามาศึกษาหาความรู้

บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ถูกล้อมรอบไปด้วยนาข้าว ได้ยินเสียงนกร้องปลุกผู้มาเยือน ท่ามกลางบรรยากาศแบบส่วนตัว บ้านพักที่พักแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับคนที่กำลังอยากทดลองใช้ชีวิตในแบบพอเพียง เป็นที่พักเชิงเกษตร หรือ ฟาร์มสเตย์ ที่เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการจะนำผืนดินเล็กๆ กับที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ ตั้งอยู่ใจกลางขุนเขา แวดล้อมไปด้วยความสงบและความสุขจากธรรมชาติ แต่เดิมที่นี่ทำนา ปลูกข้าว ด้วยใจรักในเรื่องของสุขภาพ และอยากให้คนในครอบครัว ได้รับประทาน เริ่มแบ่งปันให้คนรอบข้าง จนเริ่มมีผู้มาเยือนที่นี่บ่อยขึ้นจึงค่อยๆ พัฒนาที่นี่ เป็นที่พักเชิงเกษตร ตามแนวพระราชดำริในการใช้ชีวิตที่พอเพียงให้กลายเป็นบ้านทรงไทยกลางทุ่งนาเขียวขจีที่แสนอบอุ่น

ข้าวหอม ฟาร์มสเตย์ (Farm Stay) เป็นสถานที่คงความอุดมสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติเอาไว้ได้ครบทั้งหมด ความสุขในวิถีเกษตร ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา บนเนื้อที 20 ไร่ ผสมผสานกับความเรียบง่ายที่พอเพียง แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภายในบ้านพักแต่ละหลังครบครันและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน พื้นที่ส่วนกลางของที่พักเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจีในช่วงปลายฝน ก่อนผลัดเปลี่ยนเป็นสีทองในช่วงหน้าหนาว

ภายในห้องพักก็ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น และที่สำคัญคุณยังได้เรียนรู้การทำเกษตร และยังได้รับประทานอาหารออร์แกนิคที่สดใหม่ปราศจากสารเคมี ที่พักจะมีแปลงเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมลงมือและเรียนรู้การปลูกผักออร์แกนิค ตามธรรมชาติตามวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบบ้านนอก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่ น่าจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ได้ดี

คุณสายพิน ชูเชื้อ เล่าถึงที่มาของ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ หลังจากหันหลังให้กับอาชีพพยาบาล จากทำงานหนักมาตลอด ภายหลังหันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพ ทั้งอาหารและการใช้ชีวิต เขาจึงตัดสินใจเปิดที่พักนี้ขึ้น เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเอง สู่วิถีเกษตรท้องถิ่น ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่แบบเกษตรอินทรี โดยไม่พึ่งสารเคมี และปลูกผักปลอดสารพิษ รวมถึงยังเปิดเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้มาทำกิจกรรมปลูกข้าว ดำนา เก็บผัก ล่องเรือ และยังเปิดเป็นโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน บนเรือนไทยไม้สัก เคียงข้างท้องทุ่งนาสีเขียวขจีกว่า 20 ไร่

คุณสายพิน ชูเชื้อ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์

จากที่ดินผืนเดิมถูกปรับให้เหมาะกับการทำที่พักเชิงเกษตร อาหารเราใช้ ได้จาก ทุ่งนาสีเขียวกับการเรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่าย ผักที่ปลูกเองมาเป็นวัตถุดิบ ถึงแม้ที่นี่จะไม่ได้รายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่มีความสะดวกสบายบวกกับได้การเรียนรู้ ถ้ามาพักที่นี่ ตื่นเช้ามาทำบุญใส่บาตร ทานอาหารเช้าแล้ว ตื่นมาอาจจะปลูกผัก รดน้ำผัก มาทำเกษตร ปั่นจักรยานชมท้องนา, ใส่บาตรพระตอนเช้า, ชมการปลูกผักปลอดสารพิษ, ชมโรงสีข้าว หรือถ้ามาช่วงเข้าออกรวงก็มาเกี่ยวข้าวกัน ซึ่งก็แล้วแต่ฤดูกาล ข้าวไรซ์เบอรี่สิงห์บุรี ที่ได้มาตรฐานพร้อมส่ง ภายใต้แบรนด์ บ้านข้าวหอม ซึ่งเป็นความสำเร็จของบ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ เป็นความฝันที่มีคนร่วมฝันเป็นคนในครอบครัว

การทำนาแบบปลอดภัย กว่าจะมาเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ ที่บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ทำนาเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ เน้นเรื่อง ข้าวปลอดสาร เน้นความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน จึงมีการทำทุกกระบวนการอย่างมีคุณภาพ จนได้รับมาตรฐานของกรมการข้าวและอย.อยากให้ทุกคนรักสุขภาพ ด้วยการกินอาหารที่ดีมีคุณภาพ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยากต่อการเจ็บป่วย โดยเริ่มต้นที่ข้าว ซึ่งเป็นอาหารพื้นฐานของคนไทย ควรเลือกทานข้าวที่มีประโยชน์ สะอาดและปลอดภัย ดังคำพูดที่ว่า ทานข้าวเป็นยา อย่าทานยาแทนข้าว รับรองพักที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ทั้งอิ่มท้อง ทั้งอิ่มใจเลยล่ะ
-คุณสายพิน ชูเชื้อ

คุณสายพิน ชูเชื้อ

นอกจากนี้หากมีเวลาเหลือก็ต้องไม่พลาดไปเที่ยวชมธรรมชาติเชิงอนุรักษ์มากมาย ที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ที่คุณจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย ห้องพักออกแบบมาได้อย่างน่ารัก รวมไปถึงพื้นที่ สำหรับการทำกิจกรรม เป็นกลุ่มสุดสนุกและได้เรียนรู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปลูกผัก เก็บผักตามฤดูกาล ดำนา เกี่ยวข้าว ปลูกข้าวโพด พายเรือ และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 22 กิโลเมตร มาชมทุ่งนาสีเขียวๆ ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชนบทที่มีความเรียบง่าย ทำไร ทำนา ปลูกผัก ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่มากไปด้วยความสุข ความพอเพียง พร้อมเปิดบ้านรอต้อนรับอย่างอบอุ่นราวกับเป็นคนในครอบครัว

ติดต่อ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ห้องพักในเรือนไทย
ที่พัก : บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์
ราคา : 500-800 บาท/คน
(ที่พัก + อาหาร 2 มื้อ + อาหารว่าง + กิจกรรมท่องเที่ยว)
Facebook : บ้านข้าวหอมสิงห์บุรี
ติดต่อ โทร : 082 724 0322
พิกัด : https://goo.gl/maps/psyxFn8enTK2

เจแปนแสนรัก ดอกซากุระดอกไม้ สีชมพูที่สวยที่สุดในโลก

นั่งสบตาดอกซากุระ กับเทศกาลฮะนะมิ (Hanami) ที่โตเกียวไปญี่ปุ่นแล้วมาฮานามิ ใต้ต้นซากุระ ทริปนี้เพอร์เฟ็คท์มาก

ครั้งนี้บินไปเที่ยวไกลถึงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลบร้อน หาเวลาสัก 4 วันไปชมดอกซากุระ ดูภูเขาและสิ่งที่ต้องมีในทริปนี้ ครั้งหนึ่งในชีวิตขอนั่งชิวใต้ต้นซากุระ 

สวนอุเอโนะ หนึ่งในสวนสาธารณะยอดนิยมใจกลางกรุงโตเกียว ใครอยากชมซากุระแบบคนญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า เทศกาลฮานามิ ก็มาปิกนิกที่นี่ได้นะ บริเวณโดยรอบแวดล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งวัด ศาลเจ้า ทะเลสาบ สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ นอกจากนั้นภายในสวนยังเต็มไปด้วยต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น เรียงรายตามสองฟากฝั่งของถนนที่ทอดยาวภายในสวน โดยในช่วงที่ดอกซากุระกำลังบาน ที่สวนอุเอโนะก็มีการจัดงานเทศกาลชมดอกซากุระ รวมถึงการเปิดไฟไลท์อัพสวยๆ

Ueno Park สวนสาธารณะแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ใกล้ถึงเทศกาล “ฮานามิ” หรืองานเฉลิมฉลองของญี่ปุ่น ขอเรียกทริปเกร๋ๆ นี้ว่า เจแปนแสนรัก ได้กอดคอเพื่อนเที่ยวญี่ปุ่น เดือนเมษา  ขอลาพักร้อนได้ยาวๆ ลองจัดทริปกับแก๊งเพื่อนเลิฟ ที่ประเทศญี่ปุ่นก็จะมีดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณโดยรอบมีที่ช้อปปิ้งรอบๆ ให้ไปเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี บอกเลยว่าไปทั้งทีไม่ผิดหวัง แถมยังเดินทางง่ายด้วยนะ

12670665_1374714882554379_5585578028886749032_n

ทำงานเหนื่อย ก็ต้องหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นนอก
จากไปกับทัวร์แล้ว อีกทางที่ฮิตมากมายเลยคือ นั่งรถไฟฟ้า เจอาร์เที่ยวเองไปกับกลุ่มเพื่อน ตรงนี้เราสามารถซื้อเลือกจากเมืองไทย มีให้เลื่อก มากมายเลือกซื้อตามสบาย และ มื้อแรกที่ถึงโตเกียวเก็บกระเป๋าอะไรเสร็จแล้ว รออะไร นั่งรถไฟจากเมืองไทย เข้าใจง่ายสบายๆ  อยากไปเที่ยวบ้างทำได้ง่ายๆ วางแผนกันเลยแต่ถ้าซื้อ JR pass อื่น เช่น  JR Kanto pass สามารถไปซื้อที่สนามบินได้ ที่ JR office ไม่ต้องซื้อล่วงหน้าจากไทยไปก่อน

ถ้าหากจะซื้อ JR pass ให้คำนวณถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายก่อน บางที อาจจะจ่ายในส่วนที่แพงเกินจำเป็น อยู่แค่ใน tokyo หรือ ออกนอก tokyo นิดหน่อย  JR  pass ไม่มีความจำเป็นเลย ใน tokyo ซื้อ metro one day pass หรือ metro+ Toei ดูแล้วคุ้มมาก และสามารถหาข้อมูลจากการอ่าน japan-guide.com

sakura-85

ค่ำนี้นอนไหนกันดี แผนที่ของเราในครั้งนี้เริ่มออกเดินทางจากสนามบินนาริตะ โตเกียว แล้วเดินทางเที่ยวรอบๆ โตเกียวทั้งหมด โดยเราจองที่พักไว้ล่วงหน้าก่อน….โชคดีที่จองล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3 เดือนไม่งั้นโรงแรมอาจเต็มหมด เพราะเป็นช่วงเทศกาลซากุระ นักท่องเที่ยวมาก ตลอดทางที่เราแวะเที่ยวถ่ายรูป ดูเมืองเล็กๆ ที่มีนักท่องเที่ยวมายจากทั่วโลก เส้นทาง…..ระหว่างเรามุ่งหน้าไปเมือง……ชื่นชมกับถนน เพราะเป็นวิวแม่น้ำโค้าเป็นสโลปสวยๆ ให้เราได้เห็นก่อนเดินทางต่อ  มื้อแรกที่ถึงโตเกียวแบบง่ายๆ อาหารหยอดเหรียญ

โตเกียว อากาศดีไม่ร้อน ไม่หนาว อุณหภูมิเฉลี่ย 12-20 องศา แถมทีขนมและอาหารอุดมสมบูรณ์จริงๆ  อาหารและผลไม้สดมาก เห็นแล้วอยากมาอยู่มากินของดีที่นี่ จะได้แข็งแรงอายุยืนอย่างคนโตเกียวบ้างจัง

12928387_1374714925887708_5531270961918680054_nช่วงซากุระบานของคนญี่ปุ่น ที่สวนอุเอโนะ (Ueno Sakura Matsuri-Cherry Blossom Festival) ดูซากุระก่อนใคร ขอบอกว่านาทีนี้เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน ไม่เก๋เท่ามาโตเกียว เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยสีชมพู ซากุระที่จังหวัดโตเกียว คือพันธ์ุ….. ซากุระ โดยดอกจะมีสีชมพุเข้มสดกว่าพันธ์อื่นๆ เมื่อบานเต็มที่ ออกดอกเต็มต้น จึงค่อนข้างสวยงามตัดกับขอบฟ้าสีเข้ม ถ่านรูปกันเพลินทีเดียว ในช่วงปลายเดืนอมีนาคม ดอกซากุระเริ่มเบ่งบานกันแล้ว รับรองว่าใครได้มาที่นี่และลิ้มลองผลผลิตจากดอกซากุระมากมายอย่าง ไอศกรีมซสกุระ ชาซากุระ หรือเบียร์ซากุระก็มี
12923126_1371994506159750_3049440124495360946_nเราก็ได้มาอินกับดอกซากุระที่โตเกียว พร้อมกับดอกสีพาสเทลสวยงาม กันแล้วจุดนี้ห้ามพลาด

12961462_1374714885887712_7056154906277349972_n

ทำงานเหนื่อย ก็ต้องหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ กันดีกว่า
สวนอุเอโนะ เข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชม.
(การแสดงไฟตลอดช่วงซากุระบาน 17.00-20.00 น.)
การเดินทาง : เดิน 5 นาที จากสถานีรถไฟ Ueno

เดอะทับแขกกระบี่ ปันความสุข ปล่อยใจ เอนกาย ท่ามกลางทะเลธรรมชาติ

มาแบ่งปันพระอาทิตย์ตกดินกันเถอะ

ทำไมต้องไป “กระบี่” จังหวัดที่มีชื่อเสียง ดังไกลระดับโลก อย่างเกาะพีพี ทะเลแหวก ส่วนใครมีความหลงไหลในธรรมชาติ รักการเรียนรู้ ชอบการค้นหาอะไรใหม่ๆ ที่ชายหาดทับแขก ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ที่พักหรูสุดโรแมนติก ชายหาดที่มีรูปทรงโค้ง น้ำทะเลเป็นสีฟ้า บรรยากาศเงียบสงบ ริมหาดสุดชิลล์ ฟีลกู๊ดกับวิลล่าริมทะเล ณ. เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท

ด้วยความโดดเด่นของทะเลที่คงความเป็นธรรมชาติ แถมบรรยากาศล้วนๆ ที่นี่เพื่อนๆ ที่มีโอกาสมาปักหมุดที่ชายหาดแห่งนี้ หลึกหนี มลภาวะและทิ้งความเครียดโยนลงทะเล แล้วที่นี้มานอนสูดอากาศดีสักคืน-สองคืน บอกเลยว่าช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดีนะคะจะบอกให้!

วันนี้ เราไปพักกันที่ วิลล่าติดทะเล ติดชายหาด บรรยากาศดี วิวสวยที่สุดในโลก The Tubkaak Krabi Boutique Resort ใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 40 นาทีจากสนามบินนานาชาติกระบี่

“ทับแขก” หรืออีกนัยหนึ่ง หมายถึง บ้านพักสำหรับผู้มาเยือน ชายหาดที่เราสามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างงดงาม เพราะที่นี่… ถือเป็น First impression และยังได้สูดโอโซนชั้นดีกับที่พักริมทะเลบรรยากาศสุดสโลว์ไลฟ์ความเงียบสงบ และธรรมชาติที่โอบล้อม ด้านห้องพัก มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 59 ห้อง โดยมีส่วนที่เป็น pool villa จำนวน 18 ห้องพักหรูระดับ 5 ดาว ที่ตกแต่งด้วยสไตล์ Contemporary Tropical ห้องพักตั้งอยู่บนหาดคลองหินและโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม หาดทรายสีขาว น้ำทะเล
สีฟ้าเข้มๆ ภูเขาสีเขียวชอุ่มที่เหมือนเป็นฉากหลังให้กับที่วิวที่พักริมทะเล

เข้าสู่โหมด ห้องพักหรู ตกแต่งต่างสไตล์ ลดหลั่นกันลงมาตามเนินเขามากถึง 6 แบบ คือ Deluxe Ocean View, Grand Deluxe Jacuzzi Ocean View, Tropical Villa, Tropical Pool villa, Beach Front Pool Villa และ Presidential Pool Villa 2 Bedroom แต่ละห้องยังตกแต่งผสมผสานความเป็นศิลปะจามแบบร่วมสมัยอย่างลงตัวและงดงาม ภายในห้องนอนคงคอนเซ็ปต์ของความเรียบหรูและยังคงเน้นสีขาวให้ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลเพื่อความอบอุ่นและนุ่มนวล ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้ง ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น ลำโพงไอพอด เครื่องทำกาแฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และยังฟรีมินิบาร์ทั้งขนมและเครื่องดื่มแบบที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหิว ละที่เป็นไฮไลท์ของห้อง Beach Front Pool Villa คือสระว่ายน้ำส่วนตัวที่อยู่ทางด้านหน้าห้องซึ่ง เป็นสระว่ายน้ำที่เราสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบ 180 องศา พร้อมเตียงชายหาดให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ

จากวิลล่าพรีเมียร์กับสระว่ายน้ำ ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการพักผ่อนที่แสนโรแมนติก การตกแต่งภายในที่จากแนวคิดอันลึกซึ้ง วิลล่ามีขนาดกว้างขวางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรูหราและห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง และห้องอาบน้ำฝักบัวองค์ประกอบของการออกแบบในประเทศรวมทั้งหัวเตียงกราฟิกขนาดใหญ่ เพดานโค้งสูงหลังคาลาดวัสดุธรรมชาติสร้างความรู้สึกของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท อีกหนึ่งที่พักสวย ที่อยู่ในลิสต์ที่พักในฝันของใครหลายๆ คน เมื่อเข้ามายังพื้นที่ของรีสอร์ท ก็เหมือนหลุดเข้ามาในดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงไหลและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนด้านหน้าจะเป็นส่วนของล็อบบี้ที่เป็นอาคารเปิดโล่งแบบ Open Air ที่เปิดรับลมจากธรรมชาติ ที่พักมาในรูปแบบวิลล่าสุดเรียบง่าย ที่เน้นดีไซน์จากธรรมชาติ ทั้งไม้ งานจักรสาน แต่ก็ยังแฝงความโมเดิร์นน่าพัก ได้อีกความรู้สึกซึ่งหายากในปัจจุบัน ส่วน มุมชิลล์ก็ต้องยกให้กับห้องพักติดทะเล ที่มีความเป็นส่วนตัว ที่เราสามารถหย่อนขา ตกปลา และชมวิวอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้จากมุมนี้ เหมาะแก่การหนีความวุ่นวายมาให้ร่างกายได้รีแลกซ์กันสุดๆ ที่นี่ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่าง

เดอะทับแขกเป็นบูทีค รีสอร์ท ความรักเล็กๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการอยู่ในระดับชั้นยอดเยี่ยม รวมไปถึงการบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดจากพนักงานทุกคนที่มีคอยช่วยเหลือดูแลให้กับผู้เข้าพัก ไมว่าจะเป็นบริการทำความสะอาดเสื้อผ้า หารถเช่าโดยที่ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลาย ปล่อยความเหนื่อยล้า ความเครียดไปกับสระว่ายน้ำสวย ๆ อ่างจากุซซี่หรู หรือว่าจะหยิบหนังสือดี ๆ มาอ่าน หรือดูหนังดีวีดี หรือเล่นโยคะให้สบายใจนั้น ทางรีสอร์ทได้จัดมุมส่วนตัวให้คุณได้หาความสุขง่าย ๆ สะดวกสบายอย่างครบครัน

รุ่งเช้าหลังละเมียดกาแฟ….ยามเช้าและเบรกฟาสท์เบาๆ อย่างที่รู้กันว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน หลังอาหารเช้าเรามีโปรแกรมนั่งเรือไปเกาะ
กลางทะเล เพืื่อชมความงดงามของเกาะห้อง จากหาดทับ แขกสามารถเช่าเหมาเรือหางยาว (ติดต่อโรงแรม) วิ่งตรงมาเที่ยวชมความงามของเกาะห้อง ท่องเที่ยวกินบรรยากาศทะเลฝั่งอันดามัน เที่ยวชมหมู่เกาะห้อง (Koh-Hong) หรือ “เกาะเหลาบิเละ” เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ใช้เวลาเดินทางไม่มากนัก นั่งอยู่ที่หาด ก็มองเห็นเกาะห้อง หลังเที่ยงก็กลับได้จะได้ไม่ร้อนมาก

สำหรับมื้อเช้าและมื้อเที่ยง เราฝากท้องที่ห้องอาหาร Arundina ให้บริการอาหารไทยและอาหารยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางสระบัว มีบรรยากาศที่มีเสน่ห์มากตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี หันหน้าไปทางริมหาดเห็นทะเลกระบี่ที่สวยงาม เพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารที่หลากหลาย รสชาติแสนอร่อย โดยพ่อครัวที่มีประสบการณ์ทั้งอาหารยุโรปและอาหารไทยคลาสสิก คัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ Arundina ยังเปลี่ยนบรรยากาศที่สดชื่นระหว่างวัน มาเป็นความโรแมนติกของอาหารมื้อค่ำที่เยี่ยมยอดภายใต้ฟ้าเปิด เสียงดนตรีเคล้าเสียงทะเล เติมเต็มการสัมผัสผู้เข้าพักได้อย่างเพอร์เฟค

มื้อเที่ยงไม่ต้องออกไปไหนไกลเพราะสามารถสั่งอาหาร โดยในแต่ละเมนูเป็นอาหารที่มีรสชาติเข้มๆ แบบทางใต้ เลือกทั้งโซนอินดอร์ด้านในและโซนเอ้าท์ดอร์ นั่งรับลมทะเลแบบชิลล์ๆ

ห้องอาหาร Arundina มีบรรยากาศที่มีเสน่ห์มากตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี หันหน้าไปทางริมหาดเห็นทะเลกระบี่ที่สวยงาม ที่มีเพียงที่เดียวบนเหาดทับแขก เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท ที่ให้ทุกคนได้นั่งเรือ ไปชมความงามของเกาะ สามารถดำน้ำดูประการังและสัตว์น้ำหลากสีสันได้อีกด้วย ช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาหรือไม่ต้องกลัวจะไม่มีอะไรทำ เพราะที่ ห้องอาหาร Arundina ที่เป็นห้องอาหารแบบ All Day Dining มีเต็นท์กระโจมปิกนิกสีขาว ริมชายหาด เหมาะกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน นั่งปล่อยอารมย์ ฟังเสียงคลื่นพร้อมทานอาหารสุดพิเศษอย่าง น้ำมะพร้าวสดๆ น้ำผลไม้ และพิซซ่า รับรองว่ามุมนี้ ช่างสวยถูกใจจนจะต้องพกกล้องมารัวชัตเตอร์ไว้เอารูปไปอวดเพื่อนๆ รับรองร้องว้าว! อย่างแน่นอน

ห้องอาหาร Arundina ห้องอาหารแบบ All Day Dining
จะพาทุกคนไปดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเลตลอดทั้งวัน
ตั้งแต่เวลา 07.00 – 23.00 น.

ชกร นันทวิสัย General Manager เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท
ยิ้มหวาน…….กับคำกล่าวที่ว่า ที่รีสอร์ท น้อมนำหลักปรัชญาศก.พอเพียงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงแรม ปริมาณพอเหมาะพอเพียง เราก็อยู่ได้ ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักทะเลกระบี่ นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกจากทุกมุมโลกต่างประทับใจ และที่โรงแรมยังถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวยังเกาะต่างๆ สามารถเที่ยวชมเกาะห้อง เกาะละดิง เกาะผักเบี้ย ฯลฯ นักเดินทางออกเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ดื่มดำธรรมชาติ ก่อนจะกลับมาชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ ริมหาด เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท เวิ้งชายหาดที่มีภูเขากลางน้ำกลางกั้นคลื่นสึนามิ ที่นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนแบบสงบท้องทะเลที่สวยงามที่มีจุดขายเด่นชัด เป็นโรงแรมด้านสุขภาพ และกีฬาแบบครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดกระบี่หากความประทับใจแรกเกิดขึ้นที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น คน สิ่งของ หรือแม้แต่สถานที่ก็จะทำให้เราหลงรักได้อย่างหมดใจเช่นเดียวกับ First impression ที่ได้เกิดขึ้นที่ ดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท สถานที่ที่เป็นเหมือนดินแดนแห่งฝันที่มีครบทั้งความสวยงาม ความสะดวกสบายเปรียบดั่งสวรรค์ของคนรักทะเลจริงๆ

นอกจากนี้ เทรนด์การบริโภคอาหารสุขภาพคือหัวใจสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับโรงแรมสุขภาพ โดยทุกเมนูที่ให้บริการจะเป็นอาหารสุขภาพ (clean & healthy food) ปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิก เช่น ผัก-ผลไม้จากฟาร์มออร์แกนิกที่ปลูกเอง บริเวณแปลงปลูกผักภายในหอพักพนักงานโรงแรม รีสอร์ท ระดับ 5 ดาว ยังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้มาเยือน โดยได้เนรมิต “สวนครัว” ขึ้นภายนอกของโรงแรม โดยมีหัวหน้าพ่อครัวเป็นผู้รังสรรเมนูที่หลากหลายจากผลิตผลของสวนครัวแห่งนี้ รวมถึงวัตถุดิบอื่นที่ได้มาจากแปลงผักแห่งนี้

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท เป็นรีสอร์ตระดับ 5 ดาว จุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลผลิตสดใหม่จากแปลงพัก และฟาร์ม บริเวณหอพักพนักงาน โดยได้ตั้งเป้าหมายในการรวบรวมเสน่ห์และความสง่างามของจุดหมายปลายทางแห่งนี้เอาไว้ให้มากที่สุด

พร้อมทั้งให้การสนับสนุนชุมชนและรักษ์สิ่งแวดล้อมให้หาดทับแขก มากที่สุด ด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดแก่แขกของโรงแรม เพราะผักสดทั้งหมดที่เราทานมื้อกลางวันนี้ มีการเก็บสดใหม่ทุกวัน ไร้สารเคมี ผักและผลไม้บางส่วนของที่นี่ ถูกปลูกในแปลงบริเวณหอพักพนักงาน เพื่อต้องการเสริมรายได้พนักงาน และผลิตวัตถุดิบคุณภาพปลอดสารเคมีเพื่อความสุขอีกด้านหนึ่งของผู้มาเยือน

The Tubkaak Krabi Boutique Resort
วิลล่าติดทะเล ติดชายหาด บรรยากาศดี วิวสวยที่สุดในโลก

เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท
THE TUBKAAK KRABI BOUTIQUE RESORT
123 หมู่ 3 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81180
โทรศัพท์: +66 (0) 7562 8456 แฟกซ์: +66 (0) 7562 8499

#beachdinner #thearundina#tubkaakrestaurant
#localthaifood #wongnaikrabi #krabitrip

ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel)

ยินดีต้อนรับ….สู่สถานที่พักผ่อนอันน่าทึ่งของครอบครัว ตื่นรับอรุณพร้อมชมวิว ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม หลวงพระบางเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของลาว ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ศิลปะและหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รวมไปถึงผลผลิตสดใหม่จากทุ่งนาและฟาร์ม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว กำลังถูกยกให้เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลาว เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เพิ่งเปิดมาได้ 9 เดือน ด้วยพื้นที่ 100 ไร่ ความสูงของอาคาร 2 ชั้น ถูกออกแบบใสในรูปแบบเรียบง่าย ที่นี่จัดเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีสวยงาม ตั้งอยู่ท่าม กลางธรรมชาติ ธารน้ำ ภูเขาโอบล้อม รวมไปถึงทุ่งนาขั้นบันไดบริเวณใจกลางโรงแรม เป็นคอลเลกชั่นล่าสุดของ แบรนด์พูลแมน อันโด่งดังของเครือ Accor กลางหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก

ภายในโรงแรมมีพื้นที่ห้องจัดประชุมใหญ่ที่สุด ในหลวงพระบาง ใครอยากมาเที่ยวหลวงพระบาง แล้วได้ฟีลเก๋หลายๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวคนอาจจะเห็นว่ามีการเปิดตัวของโรงแรมใหม่ๆ คับคั่งมากหน้าหลายตา บางที่มาพร้อมกับจุดขายเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้ง การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงดีไซน์และการตกแต่งที่เป็นจุดสำคัญในการทำให้ผู้เข้าพักประทับใจ


ที่สุดของบริเวณ Lobby พร้อรับบริการ

เรียนรู้กับการใช้ชีวิต เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก ด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน จึงทำให้ภาพรวมของ พูลแมน หลวงพระบาง รีสอร์ท ที่มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

พูลแมน หลวงพระบาง ให้บริการห้องพักรวม 123 ห้อง ในรูปแบบโลว์ไรส์ (low-rise) มีทั้งแบบห้องสวีท ไปจนถึงพูลวิลล่าขนาด 2 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบตกแต่งสไตล์ Laos Contemporary อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องพักทันสมัยครบครัน พนักงานที่นี่เค้าสามารถเข้าใจภาษาไทย ได้รับความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวเรื่อยมาตั้งแต่เปิดให้บริการโดยในส่วนของห้องพักมี ให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละแบบ พร้อมพักผ่อนในห้องพักสุดหรูอย่างเต็มที่เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

หลังจาก เช็คอินที่ล็อบบี้ พร้อม Welcome Drink ด้านหน้าโรงแรมล็อบบี้และที่จอดรถอยู่ฝั่งเดียวกับตัวตึก ตรงบริเวณล็อบบี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเราจะเห็นร้าน Junction Bar รวมถึงมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่เราสามารถนั่งเล่นอินเตอร์เนต

โดยรีวิวนี้ Toptotravel จะแบ่งเป็น ห้องพัก, สระว่ายน้ำ และห้องประชุม , อาหารเช้า และ สปา นะคะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย


รูปแบบห้องพัก + สิ่งอำนวยความสะดวก
ให้รางวัลกับร่างกายและให้ของขวัญกับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อน วันนี้เ
Toptotravel มีโอกาสได้มาพักห้องพรีเมี่ยมดีลักซ์ Premium Deluxe Room ห้องใหญ่มากที่พักมี 2 ชั้น จากทั้งหมด 4 ห้อง ของตัวตึกโรงแรม ตกแต่งในรูปแบบ เน้นความเป็นไม้และสีสันสว่าง สไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของล้านนา ห้องน้ำใหญ่ ต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิว ห้องน้ำมีฝักบัวอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ และเลือกได้ระหว่างเตียงขนาดคิงไซส์ที่หรูหรา 1 เตียง หรือเตียงขนาดนอนได้สองคน 2 เตียง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องพักได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วน มินิบาร์ อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ ตู้นิรภัยในห้องพัก ไดร์เป่าผม เครื่องชั่งน้ำหนัก เตารีด เครื่องรับโทรทัศน์จอแบน พร้อมช่องรายการดาวเทียม โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย

เปิดเข้ามาห้องน้ำก็จะนอนแช่น้ำ จากห้องน้ำ แช่น้ำไปเห็นวิวสระว่ายน้ำและสนามหญ้า และทุ่งนาขั้นบันไดใจกลางโรงแรม ส่วนการเดินทางไปจุดต่างๆ ภายในโรงแรม สามารถกดเรียกปุ๊บแทบจะมาทันที ห้องพักที่นี่ใช้ระบบคีย์การ์ดจนถึงเข้าห้องพัก ค่อนข้างปลอดภัยแน่นอน ถ้าขี้เกียจเดิน โรงแรมเค้ามีการส่ง ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว

เรื่องหมอนและเตียง นี่คิดว่าคือจุดเด่น หมอนนอนแล้วไม่ปวดคอ อันนี้ตัวชัญญ่าเอง ค่อนข้างประทับใจเลย กลับจากมาเที่ยวเหนื่อยๆ นอนบนเตียงและหมอนดีๆ คือช่วยให้เราหายเหนื่อยได้เร็วมาก นอกจากนี้ ในห้องเค้ายังมีตู้เซฟไว้ให้เราใส่ของมีค่า มีทีวี มีราวแขวนเสื้อที่ให้ไม้แขวนมาเหลือเฟือ และมีไวไฟสัญญาณแรงๆ เล่นเน็ตเร็วปรี๊ดมาก สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่โรงแรมให้มาคือค่อนข้างครบ

เมื่อเราเดินเข้ามายังตัวโรงแรม ด้านหน้าโรงแรม เราจะเห็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Junction Bar ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนที่นำคุณไปสู่มุมมองของนาข้าวขั้นบันได ส่วนด้านหน้าโรงแรมนั้นมีที่จอดรถ รวมถึงถ้า ใครเช่ารถมาไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถเลย อีกสิ่งหนึ่งที่เก๋คือ ห้องพักที่นี่มีทั้งแอร์และพัดลมติดเพดาน แอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าใครแพ้แอร์ ก็เปิดหน้าต่าง + เปิดพัดลมได้เลยส่วนห้องน้ำทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก สบู่ ยาสระผม และครีมนวดผมในตัว ที่ดีและประทับใจมากคือ ทุกห้องของที่นี่ฝักบัวแรงสะใจ อันนี้ชอบมากๆ เพราะปกติถ้าฝักบัวไม่แรง นี่จะเฟลกับการอาบน้ำ

ในส่วนห้องพัก มีการออกแบบให้แขกได้รับอารมณ์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน ให้ความสำคัญที่ความสะดวกสบาย พักแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง Facilities ครบมาก ที่นี่มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระด้วยกัน

บรรยากาศดี การบริการ เน้นความน่ารักเป็นกันเองของพนักงาน ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ให้บริการด้วยใจ แต่คงไว้ซึ่งมาตราฐานระดับสากล โรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลก ของตกแต่งที่เลือกใช้ก็สื่อถึงวัฒนธรรมของลาว จึงทำให้ภาพรวมของตัวรีสอร์ท มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางดั้งเดิม เป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร L’Atelier ห้องอาหารริมทะเลสาบ อาหารเช้าที่ห้องอาหาร มีบริการอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลหรือแบบบุฟเฟต์ All-Day Dining อยู่แล้ว เมนู A La Carte มีอาหารหลากหลาย ทั้งลาว ไทย และ ตะวันตก อาหารของที่นี่ได้จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (farm-to-table) โรงแรมใช้วัตถุดิบท้องถิ่นออร์แกนิกตามฤดูกาล สมุนไพรลาว ผักและผลไม้เมืองร้อนที่ปลูกในสถานที่ของโรงแรม รวมถึงเก็บเกี่ยวข้าวจากทุ่งนาขั้นบันไดภายในรีสอร์ทมาใช้ในร้านอาหาร

“The Junction” เลานจ์ และห้องสมุดที่ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง ศูนย์ออกกำลังกายตลอด 24 ชั่วโมง สปา คิดส์คลับ สระว่ายน้ำ 3 แห่ง
พร้อมพูลบาร์ “H2O” และพื้นที่จัดการประชุมและกิจกรรมที่สามารถรองรับได้ถึง 300 คน ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางเพลิดเพลินกับการพักผ่อนแล้ว เปิดประสบการณ์กับโปรแกรมท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่หลากหลายที่ทางโรงแรมจัดให้อย่างเต็มอิ่ม อาทิ โยคะยามเช้า ไทชิ บนดาดฟ้าของรีสอร์ท

ขอบคุณข้อมูลต่างของโรงแรม ด้วยการดูแลและแนะนำของ :
Khun : Supatta Noimuang (ZII)
Director of Sales Marketing
Khun : Sheila May Reas Buenafe
PR & Marketing Communication Manager

Khun : Supatta Noimuang (ZII) and Khun : Sheila May Reas Buenafe

สุดท้าย Toptotravel ขอพาไปชม พูลแมน สปากันค่ะ ตรงนี้เราขอเข้าไปชมบรรยากาศ และ พูดคุยกับ คุณณันท์นภัส ไกรหิรัฐปวีร์ SPA & WELLNESS MANAGER

สรุปทุกอย่างดีงาม ตามท้องเรื่องในระดับห้าดาวของโรงแรมพูลแมน
พูลแมน สปา ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Pullman Hotels and Resort หลวงพระบาง อยู่ด้านในสุดของโรงแรม โดยมีแนวคิดว่า เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวแลความเงียบสงบ รู้สึกผ่อนคลาย

พูลแมน สปา ประกอบด้วยห้องทรีทเมนท์ทั้งหมด 6 ห้อง แต่ละห้องสร้างแบ่งแยกจากกันเป็นสัดส่วน ทุกห้องทาสีขาวสะอา ห้องทรีทเมนท์ออกแบบอย่างเรียบง่ายหรูหราด้วยการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ คุณณันท์นภัส เล่าให้ Toptotravel ฟังในขณะพาเราเดินเข้าเยี่ยมชม บริเวณภายใน พูลแมน สปา เราเรียกห้องทรีทเมนท์เป็นตึก 1 -3 เป็นห้องเตียงคู่ ตึก 4 เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับการนวด ตึก 5 เป็นห้องนวดไทยมี 4 เบาะ สำหรับนวดไทยโดยเฉพาะ และตึกสุดท้ายก็จะเป็นห้องนวดเท้าซึ่งสามารถทำเล็บ

… ด้วยสนนราคาที่ไม่แพง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้บริการ โดยเฉพาะกับฝีมือการนวดของเทอราปิส ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านประสบการณ์มาอย่างดี ทำให้ พูลแมนสปา ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกว่าต้องจองกันล่วงหน้า เพราะคิวยาวอย่างไรก็ตาม หากมาเที่ยวที่ หลวงพระบาง และอยากทดลองฝีมือการนวดของเทอราปิสชาวลาว ระดับพรีเมี่ยม ต้องลองแวะเข้ามา แล้วจะประทับใจ

ที่นี่ พูลแมน สปา….หากใครต้องการอยากไปหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมการจองบริการสปา ที่นี่เปิดทุกวัน 10.00 -21.00 น.
ลูกค้าจากภายนอกโรงแรมสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยติดต่อผ่าน
โอเปอร์เรเตอร์ของโรงแรม Pullman Luang Prabang

พูลแมน หลวงพระบาง คือการคงไว้ซึ่ง วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืนของชาวหลวงพระบางที่เป็นรากฐานของเมืองมาตั้งแต่โบราณ โดยได้เชื่อมต่อกับกลิ่นอายของหลวงพระบางเอาไว้ในทุกย่างก้าวของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์การบริการที่เป็นพันธมิตรกับท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การทำฟาร์มและสวนครัวแบบยั่งยืนภายในโรงแรม และการคิดค้นเมนูอาหารจากวัตถุดิบขึ้นชื่อในพื้นที่ ควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษ์โลก Planet 21 ที่เครือข่าย Accor ทั่วโลก

เคล็ดลับอย่างแรก ถ้าเราคิดจะมาพักโรงแรมในเครือ ACCOR แนะนำให้จองห้องพักโดยตรงกับเว็บไซต์ เพราะนอกจากเว็บโรงแรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่ครบครัน เว็บไซต์หน้าตาดีแล้ว คือเราจะได้เรทห้องพักที่ถูกกว่าที่อื่นๆ อย่างแน่นอน

เรื่องทำเลที่ตั้งของ Pullman Luang Prabang
Amazing huge room. Lovely staff. Great pool and nice restaurant.
สัมผัสวิถีลาวบทใหม่ที่ พูลแมน หลวงพระบาง ได้แล้ววันนี้
Pullman Luang Prabang
Ban Pong Wanh, 06000 LUANG PRABANG LAO PDR
Tel: +856 71 211 112
อีเมล H9112@accor.com

สปาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ต้องลองให้ได้สักครั้งในชีวิต

The Oasis Spa Pattaya

ทางเข้าโอเอซีสสปา พัทยา จอดรถบริเวณนี้ได้ประมาณ 4 คัน

ทริปนี้มาเที่ยวพัทยาระยะเวลาแบบสั้น ๆ เป็นทริปกินกิน นอนนอน ไม่ได้เน้นเที่ยวไหน ช่วงนี้รู้สึกอากาศร้อนเหนื่อยล้า เครียดกับการทำงาน เสาร์-อาทิตย์ นอกจากจะหาที่พักดีๆ พักผ่อนที่พัทยาแล้ว เรายังมีตัวช่วยอีกทางเลือกของการลดความรู้สึกปวดเมื่อยได้ก็คือ การนวดแผนไทยหรือการนวดสปา นวดผ่อนคลายให้สบายตัวกัน มาชาร์ทพลังเต็มที่ และแน่นอนไม่พลาดที่จะแวะไปใช้บริการที่ The Oasis Spa Pattaya ทิ้งความเหนื่อยล้ามานวดสปาให้หายเมื่อยกันดีกว่าคะ

บรรยากาศสวย ตกแต่งแบบไทยล้านนา ทางเข้าเราเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เดินตามไปโคมผ้า สปาของที่นี่ วิลล่าข้างชั้นล่างมีจำนวน1 ห้อง ส่วนที่เหลือจะเป็นชั้น 2 ทั้งหมด โดยรวมมีทั้งหมด 10 ห้องคู่และ 1 ห้องเดี่ยว แต่ละห้องเตียงนอนสำหรับทำทรีตเมนท์กว้าง มีขนาดใหญ่ตามมาตรฐาน เทอราปิส มากประสบการณ์ ปรนนิบัติ ดุจคนพิเศษ

กระบวนการต้อนรับทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานของสปา เทอราปิส นำแบบฟอร์มให้กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูลส่วนตัว จุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ น้ำหนักในการนวด จุดที่ต้องการให้เน้นแต่ละส่วนของร่างกาย ปล่อยกายและใจให้ผ่อนคลายความเครียด และบำบัดร่างกายไปกับทรีทเมนท์ต่างๆ ในบรรยากาศที่สงบเงียบและผ่อนคลาย ใส่ใจกับความรู้สึกตลอดเวลา ชอบมาก ที่มาของการนวดบำบัดผ่อนคลาย ที่จะเติมเต็มพลังชีวิตร่างกายของเราได้อย่างสมบูรณ์

เติมพลังให้ร่างกายที่ Oasis Spa
เทอราปิส สอบถามข้อมูลเบื้องต้นก่อนโดยจะมีกระดาษเป็นแบบสอบถามเพื่อประเมินว่าเราควรนวดแบบไหน พานั่งอีกห้องหนึ่งเพื่อเปลี่ยนรองเท้า ก่อนที่เข้าไปทำสปา เพื่อกรอกประวัติส่วนตัวเล็กน้อย พร้อมเวลคัมดริ๊ง อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อแล้วก็ใส่ชุดที่เค้าเตรียมไว้ สปาของที่นี่มีครบถ้วน แพคเกจของสปาแห่งนี้มีหลากหลาย

Toptotravel เลือกโปรแกรม Queen of Oasis สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เป็นการนวดแบบผ่อนคลาย วิธีการนวดที่เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงและมีการใช้หินร้อนเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสุขภาพและความต้องการมากความรู้สึกหลังนวด คือรู้สึกผ่อนคลาย ในส่วนกล้ามเนื้อไหล่ที่เมื่อยล้า รู้สึกโล่งสบาย มาตรฐานของผู้นวดเค้าผ่านการอบรมมาอย่างดีทั้งด้านเทคนิค และช่วยให้หายจากความอ่อนเพลียจากการเดินทางหรือ ต้องการลืมความเครียด
– Queen of Oasis (ราคา 3,990++ บาท)

จากวันที่วุ่นวายด้วย Queen of Oasis ทรีทเมนท์ที่ดึงพลังกลับมา ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือคุณ ด้วยสปาแพ็กเกจที่หลากหลายให้เลือก ตั้งแต่สปาแพ็กเกจฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึง สปาทรีทเมนท์ดูแลผิวหน้าและเรือนร่าง เพื่อเพิ่มความงามและความสดชื่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกคน

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มอุ่น ซึ่งก่อนนวดจะเป็นเครื่องดื่มเย็น หลังนวดจะเป็นเครื่องดื่มอุ่น พร้อมผลไม้
แนะนำให้มาลองนวดที่ The Oasis Spa กันนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

การเดินทาง โอเอซีสสปาพัทยา เริ่มจากเส้น ถ.สุขุมวิท เลี้ยวเข้า ถนน.เทพประสิทธิ์ ขับตรงมาเจอสามแยกเลี้ยวขวาไปทางเขาพระตำหนัก เพียง 400 เมตร ก็กลับรถมา 200 เมตร จะเห็นป้ายซ้ายมือเลยค่ะ โดย โอเอซิส สปา เข้าทางเดียวกับโครงการ CHATEAU DALE

Oasis Spa Pattaya
322 Moo 12 Chateau Dale
Tappraya Road, Banglamung Pattaya, Chonburi
Open Daily 10.00am-10.00pm
www.oasisspa.net
Pattaya: +66 38115 888
email: res@oasisspa.net

#oasisspalovesyou #15yearsoasisspa

#oasisspathailand #oasisspa #spa #thailand #chiangmai #bangkok #pattaya #phuket #oasisspalovesyou #15yearsoasisspa #toptotravel

หน้าร้อนทั้งทีจะขาดเมนู ข้าวแช่ไปได้อย่างไร?

พร้อมแล้ว…ไปทานข้าวแช่ด้วยกันนะ ณ. ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ Toptotravel ชวนไปคลายร้อน อาหารหน้าร้อนทั้งสูตรต้นตำรับจากวัง และสำหรับเมนูมื้อเที่ยงอากาศร้อนๆ หาเมนูอร่อยและคลายร้อน ด้วยการทานข้าวแช่สูตรต้นตำรับชาววัง จากเชฟอาหารไทยฝีมือดี เชฟบังอร มาลาเล็ก เชิญทุกท่าน มาลิ้มลองความอร่อย ข้าวแช่สูตรต้นตำรับชาววัง

“ข้าวแช่ชาววัง” อาหารประจำฤดูร้อนที่มีเครื่องเคียงนานาชนิด มีรสชาติอร่อย สวยงามพิถีพิถัน “ข้าวแช่” กลิ่นหอมเย็น สดชื่นรับประทานแล้วคลายร้อนในเดือนที่ร้อนอบอ้าว
อย่าลืมมาดีบร้อนกันนะคะ กับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้กันที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ สำหรับ “ข้าวแช่ชาววัง” ที่นี่นั้นถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเชฟ บังอร มาลาเล็ก (หัวหน้าครัวไทย) ห้องอาหารศาลาไทยโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

เชฟบังอร มาลาเล็ก

หลังจากได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยและความหอมชื่นใจจากข้าวแช่ อบควันเทียนและดอกมะลิ พร้อมด้วยเครื่องเคียงสุดพิเศษ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันอาทิ กะปิชุบไข่ทอด, พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้ง, ปลาช่อนหวานแห้งผัด, หมูฝอย, ไข่เค็ม, หอมยัดไส้ปลาชุบแป้งทอด อิ่มอร่อยสดชื่นไปกับเมนูสุดชื่นใจนี้ได้ที่ห้องอาหารศาลาไทยบริเวณชั้น 1โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

คลายร้อนตำรับโบราณต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ด้วย“ข้าวแช่” ชิมรสความหอมอร่อยชื่นใจจากข้าวแช่อบควันเทียนและดอกมะลิพร้อมด้วยเครื่องเคียงปรุงสุดพิถีพิถันสูตรต้นตำรับชาววัง

Experince a traditional royal Thai dish “Khao Chae” during this Songkran Festival. Feel the authentic taste of rice soaked in cold jasmine and candle fume scented water served with flavourful side dishes to retreat the summer heat, available for lunch during 10th – 18th April 2019 at Sala Thai restaurant.

ตลอดช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10– 18 เมษายน 2562 นี้
ในมื้อกลางวันที่ห้องอาหารศาลาไทย ตั้งแต่เวลา 11.30 – 14.30 น.
ที่หมายเลข 02-131-1111


จองผ่าน https://www.facebook.com/NovotelBangkokSuvarnabhumiAirport/
ณ ห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


ยิ่งฮู้จัก ยิ่งฮัก แพร่ แวะ 10จุดเช็คอิน Local Food Fusion

วันหยุดไปเที่ยวกันคะ….แพร่เป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อย่างพระธาตุช่อแฮ และแพะเมืองผี แต่ที่จริงแล้ว เมืองแพร่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณวัตถุมากมาย เพราะความที่เป็นเมืองโบราณของล้านนาอีกเมืองหนึ่ง เมื่อพูดถึงเมืองแพร่ เราจะนึกไปถึงวัดพระธาตุช่อแฮ ไฮไลท์ของเมืองแพร่ ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ครั้งนี้ เป็นการมาเยือนจังหวัดแพร่ เป็นครั้งแรก ที่บริเวณงานพระเพณีไหว้
งานประเพณีใหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวง แม้อากาศร้อน แต่ทุกคนตั้งใจมาทำบุญ ยิ้มแย้มแจ่มใส งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม 2562 ถ้ามาเที่ยว จ.แพร่ แต่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบ สามารถหาที่พักดีดี อาหาร
อร่อยไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ เลยทีเดียว Totptotravel เดินทางครั้งนี้ด้วย ด้วยสายการบิน นกแอร์ DD8002 ถึงท่าอากาศยานจังหวัดแพร่ เวลา 10.25 น.

ผอ. ยุ้ย – สิรินาถ ฉัตรศุภกุล ททท.สำนักงานแพร่

ซึ่งในทริปนี้เราได้มาร่วมกันกับ สำนักงานแพร่ โดย ผอ. ยุ้ย – สิรินาถ
ฉัตรศุภกุล ด้วยความผูกพันแห่งวิถึชีวิต ททท. นำเอาวัฒนธรรม งานบุญ ผนวกเข้ากับแหล่งกิน แหล่งช้อป และแหล่งเที่ยวเมืองแพร่ 10 แห่ง เข้าไว้ด้วยกัน จากประเพณี ไหว้พระธาตุช่อแฮ สู่สงกรานต์ย้อนยุค

เชื่อหรือไม่ว่าเส้นทาง Local food Fusion ออกเดินทาง ไปทานอาหารมื้อกลางวันที่ ร้านฮอม ด้วยกันค่ะ ใครหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเส้นทางนี้ ที่จังหวัดแพร่มีจุดเช็คอินที่น่าสนใจที่ไหนบ้างไปชมกัน

ขนมจีนราคาไม่แพง ถ้วยละ 20 บาท

วันแรกของทริป ขอเน้น เส้นทางของกินอร่อยเมืองแพร่ “Local Food Fusion” เส้นทางที่ชูเมนูอาหารถิ่น อัตลักษณ์แพร่ ได้แก่ เมนูขนมเส้น ,
เมนูข้าวผัดลาบแพร่ (ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น คลกเคล้าปรุงใหม่ เป็นเมนูร่วมสมัยฟิวชั่นแพร่) ต่อด้วยร้านกาแฟน่านั่ง ตอกย้ำภาพเมืองแพร่ เมืองที่มีอาหารอร่อย Toptotravel เชื่อว่า หากได้มาซักครั้ง แล้วจะรู้สึกอยากกลับไปอีกแน่นอน

เช็คอินจุดที่ 1 : ร้าน Hom 2493 (Top 9 เมนูขนมเส้น)
ฮอม บ้านหลังนี้สร้างเมื่อ 2493 เป็นบ้านเก่าของตระกูล โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ. 2531 พี่ชายเปิดทำเป็นบริษัทผ้าบาติก หลังจากทำแล้วพื้นบ้านที่คับแคบจึงย้าย ส่วนลูกชายทำงานในกรุงเทพฯ เป็นตากล้องของกองถ่าย ในวันที่รู้สึกเบื่อ จึงย้ายกลับมาอยู่บ้าน และด้วยเหตุผลที่คุณแม่ก็ชอบทำอาหาร โดยคุณแม่เป็นครูสอนคหกรรม เลยมาช่วยกัน ทำอาหาร Local ของท้องถิ่น จึงกลายเป็นที่มาของร้านฮอม 2493

พูดถึงบรรยากาศของร้านนี้ บ้านเก่าติดกำแพงเมืองแพร่ ตามเส้นทางอร่อยมื้อเที่ยง ที่นี่จัดเป็นร้านอาหาร Local ง่ายๆ ราคาสบายกระเป๋า นั่งทานมองเห็นบรรยากาศบ้านเก่า ติดกำแพงเมืองแพร่ และอาหารจานแรกของมื่อนี้ ต้องชิมเมนู ขนมจีนน้ำใส หรือน้ำหมู เพราะมีน้ำใสใส่หมูสับใส่เลือด มะเขือเทศก็มีซี่โครงหมู เวลาจะกินต้องใส่เครื่อง เหมือนก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน น้ำพริกน้ำย้อย ทานคู่กับส้มตำรสเด็ดจานใหญ่ ผัดหมี่โบราณที่รสชาติไม่เหมือนใคร จานนี้เด็ดและเป็นที่นิยมของคนแพร่ที่มีขายกันทั้งวัน เรียกว่า สายกินจริงกันจัง

ส่วนเครื่องดื่ม ตัวช่วยดับร้อนซัมเมอร์นี้ ไม่ว่ากรุงเทพ หรือ จังหวัดแพร่ อากาศร้อนเหมือนกัน ถ้าร้อนแบบนี้ ดื่มเพื่อดับกระหายด้วยน้ำสมุนไพรเย็นๆ ที่มีให้เลือกถึง 4 ชนิด น้ำมะตูมบ๊วย น้ำกระเจี๊ยบพุทธาจีน น้ำตะไคร้ใบเตย น้ำลำใยน้ำผึ้ง

Hom 2493 : ร้านอาหาร Local บ้านเก่าติดกำแพงเมืองแพร่
102 ถ.รอบเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่, เทศบาลเมืองแพร่ 54000
โทร. 081 195 2803
FB: https://www.facebook.com/hom2493/?tn-str=k*F

จุดเช็คอินที่ 2 ร้านเฌอบาร์ Coffee & Bakery คาเฟ่
เครื่องดื่ม & ของหวาน
ร้านนี้เอาใจสาวกสายคาเฟ่ ร้านเณอบาร์ เป็นร้านกาแฟและขนมหวานอร่อย โดยได้รับการดัดแปลง และต่อเติมมาจากบ้านไม้สุดคลาสิค สไตล์วินเทจ
ที่ดัดแปลงมาจากบ้าน ร้านคาเฟ่ที่มีบรรยากาศสบายๆ แถมยังมีเครื่องดื่มและขนมหวานแบบครบเครื่องให้ลองกันอีกด้วย บอกได้คำเดียว ฟินเว่อร์ ที่นี่เค้ามีเครื่องดื่มมากมายเลยละค่ะไม่ว่าจะเป็นเมนูกาแฟ ที่มีความเข้มข้น หอมกรุ่นของตัวกาแฟ ขอบอกเลยว่าหอมมาก ดื่มไปคำแรกบอกเลยว่าดีงามมาก

บรรยากาศหน้าร้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น หากมองผ่านๆ อาจไม่ทราบว่านี่คือ ร้านกาแฟ จะเข้าใจว่าเหมือนบ้านของคนเมืองแพร่ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้แบบคลาสสิค มาลองใช้ชีวิต slow life กับเมืองเล็กแต่น่ารัก กันดูสักครั้งนอกจากเครื่องดื่มแล้ว ที่นี้เขายังมีเคเกอร่อยเด็ดเป็นสูตรของทางร้าน ตัวเค้กจะไม่หวานมาก เนื้อของเค้กเนียนนุ่มละมุนสุดๆ ด้วยการตกแต่งร้านที่สบายตา บรรยากาศเหมือนทานที่บ้าน ร้านแบ่งเป็น 2 โซน โซนห้องแอร์ และโซน Open air สามารถมานั่งทำงานหรือติวหนังสือได้อีก แถมยังมีพื้นที่กว้างขวางมาก มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ อีกด้วย

ใครที่ยังไม่เคยไป ร้านเฌอบาร์ านกาแฟ สไตล์วินเทจ ตั้งอยู่ในเมืองติดกับวัดพงษ์สุนันท์ จังหวัดแพร่ ต้องห้ามพลาด แวะไปสักครั้ง เพราะนอกจากราคาไม่แพงแล้วเครื่องดื่มและของหวานเขาดีมากจริงๆ บอกเลยค่ะว่าครบเครื่องมาก

ร้านเฌอบาร์
ที่ตั้ง : 44 ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
เปิดให้บริการ : จันทร์ – ศุกร์ 09.00 – 18.00น
โทรศัพท์ : 094 629 6445
FB: https://www.facebook.com/JeBarPastry
พิกัด : ร้านตั้งอยู่ในเมืองตรงข้ามกับวัดพงษ์สุนันท์

จุดเช็คอินที่ 3 : ร้าน Slope Coffee บ้านเบ้วว
ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ ร้านเฌอบาร์ เป็นอีกร้ารนที่เดินผ่านแล้วอดใจ แวะนั่งจิบกาแฟอีกแก้ว อีกร้านกาแฟที่น่านั้ง น่านั่ง ร้านกาแฟ ชื่อร้านว่า Slope Coffee บ้านแบ้ว จริงๆ ความคิดสร้างสรรค์ในการตั้งชื่อร้านก็กินขาดขนาดนี้

แล้วบ้านมันเอียงร้าน Slope Coffee บ้านเบ้ววว วัยรุ่นชอบมาเช็คอินถ่ายรูป ไปนั่งชิลล์และ ร้านกาแฟน่ารักน่านั่งพักคลายร้อนให้หายเหนื่อย ก่อน
จะเดินทางต่อจิบกาแฟหอม ๆ ที่ ‘Slope Coffee บ้านเบ้ววว’ เมืองแพร่ เมืองแพร่สงบ ผู้คนใจดี ร้านกาแฟเยอะ เอาจริงๆไม่ต้องไปเที่ยวไหนก็ได้ แค่ได้ไปเดินเล่นดูเมือง ดูผู้คน แค่นี้ก็คุ้มสุดๆ แล้วเป็นเมืองที่เหมาะแก่การไปพักสมองมากแวะคาเฟ่น่ารักในเมืองแพร่สักร้าน พักคลายร้อนให้หายเหนื่อยก่อนจะเดินทางต่อ ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ผู้คนน่ารัก ไม่วุ่นวาย อากาศก็โอเค ธรรมชาติล้วนๆ

เพราะ….. บ้านมันเอียง วัยรุ่นอย่างเราต้องมาเช็คอินถ่ายรูป

ร้าน Slope Coffee บ้านเบ้วว
ที่อยู่: 11/, ซอย คำลือ 1 ในเวียง, เมือง, จ. แพร่ 54000
เวลาเปิด ปิด: 8.30-17:30 น. โทรศัพท์: 084 043 4373

จุดเช็คอินที่ 4 : พิพิทธภัณฑ์ บ้านเทพ
เมื่อมาถึงที่ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เราอยากให้เพื่อนที่มาเที่ยวจังหวัดแพร่
มาพบความงดงามของพระพรมรูปของพระนเรศวรมหาราชในลักษณะทรงหลั่งทักษิโณฑกประกาศอิสรภาพจากหงสาวดีภายในนั้นมีมากมายหลายชิ้นควรค่าแก่การอนุรักษ์มาก ผู้ก่อตั้งโดยคุณวัฒนา เหลืองอุทัยศิลป์ วัย 63 ปี ท่านชื่นชอบและรักการสะสมของหายากมานานกว่า 40 ปี

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ ในจังหวัดแพร่ ส่วนจัดแสดงของเก่าที่บอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม เพราะในวันนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ยังรับรู้ถึงที่มาของวัตถุโบราณแต่ละชิ้น บางคนยังเล่าย้อนไปถึงสมัยอดีตเมื่อ 2-3 ชั่วอายุคน เพื่อให้วัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ก่อประโยชน์ให้กับชุมชนและเยาวชนรุ่นหลัง ที่นี่จัดแสดงของสะสมหลายโซน ทั้งงานไม้แกะสลัก เหรียญเก่า

อาคารแสดงส่วนหน้าพบความงดงามของพระพรมรูปของพระนเรศวรมหาราช ในลักษณะทรงหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพจากหงสาวดี พิพิธภัณฑ์จัดพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 นักท่องเที่ยวได้เดินชมศึกษาหาความรู้ได้แบบใกล้ชิด เสาไม้สักต้นใหญ่ขนาด 3-4 คนโอบ ชุดเฟอร์นิเจอร์ฝังมุก เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลืองโบราณ ชุดเกราะนักรบโบราณ เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงเงินพดด้วงทองคำในแต่ละสมัย มาชมพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เที่ยวแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในจังหวัดแพร่

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในจังหวัดแพร่ ส่วนจัดแสดงของเก่าที่บอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม เพราะในวันนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ยังรับรู้ถึงที่มาของวัตถุโบราณแต่ละชิ้น บางคนยังเล่าย้อนไปถึงสมัยอดีตเมื่อ 2-3 ชั่วอายุคน เพื่อให้วัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ก่อประโยชน์ให้กับชุมชนและเยาวชนรุ่นหลัง การจัดแสดงของสะสมหลายโซน ทั้งงานไม้แกะสลัก, เหรียญเก่า อาคารแสดงส่วนหน้าพบความงดงามของพระพรมรูปของพระนเรศวรมหาราช ในลักษณะทรงหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพจากหงสาวดี พิพิธภัณฑ์จัดพิธีบวงสรวง เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 นักท่องเที่ยวได้เดินชมศึกษาหาความรู้ได้แบบใกล้ชิด เสาไม้สักต้นใหญ่ขนาด 3-4 คนโอบ ชุดเฟอร์นิเจอร์ฝังมุก เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลืองโบราณ ชุดเกราะนักรบโบราณ เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงเงินพดด้วงทองคำในแต่ละสมัย มาชม พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เที่ยวแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในจังหวัดแพร่

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ&แอนทีคโฮมสเตย์

ที่นี่เปิดให้บริการมาได้เกือบสองปี โดยคุณกฤษฎา เหลืองอุทัยศิลป์ ลูกชายของคุณวัฒนา เหลืองอุทัยศิลป์ วัย 63 ปี ด้วยความตั้งใจจริง ของคุณพ่อ
จึงนำจัดตั้งบ้านเทพเป็นพิพิธภัณฑ์พร้อมเปิดให้บริการความรู้แก่ผู้เยี่ยมชม สถานที่ตั้งอยู่ตำบลในเวียงตรงข้ามกับกำแพงเมืองเก่า บนประตูชัยหรือตั้งอยู่หลังเรือนจำจังหวัดแพร่

อีกโซนของบริเวณ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพบ้านเทพ โฮมสเตย์บรรยากาศอบอุ่นแห่งนี้ไม่เพียงเป็นที่พักที่แสนสบายแต่ยังเป็นแหล่งรวมของโบราณอายุนับร้อยปี บรรยากาศของที่นี่เป็นเสมือนบ้านญาติที่เป็นกันเองในเวลาเดียวกัน เจ้าของคุยสนุกและครอบครัวน่ารัก ที่พักตกแต่งด้วยของสะสมที่บางชิ้นหามูลค่าไม่ได้ โดยเปิดบริการห้องพักให้กับนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่สนใจ เข้าพักได้อย่างเป็นทางการจะได้พบกับบรรยากาศการพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ&แอนทีคโฮมสเตย์
เปิดปิดเวลา: ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น-17.00 น.
ที่อยู่: ตำบล ในเวียง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 54000
โทรศัพท์: 087 987 1164

จุดเช็คอินที่ 5 : ร้านนิวเมนูปลา
มื้อเย็นที่อยา กแนะนำ ณ. ร้านนิวเมนูปลา มาชิมเมนู ข้าวผัดลาบแพร่ : Top 10 เมนูข้างผัดลาบแพร่ทางร้านมี 3โซน โซนห้องแอร์ โซนในร่ม(แต่ไม่มีแอร์) และโซนนอกร้านค่ะ ตรงนี้ได้บรรยากาศมากค่ะ ที่ร้านจัดโซนที่นั่งเป็นสัดส่วนและ มีต้นไม้อยู่รอบๆ บรรยากาศสบายๆ ราคาเหมาะสมกับคุณภาพมาก

เที่ยวเมืองแพร่แล้ว อย่าลืมลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อด้วย อาหารที่ชาวแพร่นิยมมากที่สุดคือ “ลาบแพร่” อาหารชั้นยอดที่หากใครมาเยือนจะต้องทำลาบแพร่มาให้แขกบ้านแขกเมืองได้ลิ้มชิมรส

ร้านนิวเมนูปลา
1023 อ.เมือง จแพร่ 54000
โทร. 090 948 4054

จุดเช็คอินที่ 6 : แพะเมืองผี แกรนด์แคนย่อนไทยแลนด์
สำนักงานแพร่ กล่าวว่า แพะเมืองผี น่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า เงียบเหงา วังเวง อาจเกิดจากสภาพภูมิประเทศที่ดูเร้นลับน่ากลัว ดินยกตัวสูงขึ้นมาเป็นปฏิมากรรมที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาได้อย่างลงตัว แพะเมืองผีถ้าพูดถึงแพร่ เชื่อว่าทุกคนต้องนึกถึงแพะเมืองผีเป็นที่แรก แพะเมืองผี เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดินและหินทรายที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ ซึ่งคำว่า แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ และเมืองผีแปลว่า เงียบเหงา นั่นเอง

แพะเมืองผี แกรนด์แคนย่อนไทยแลนด์

แนะนำมาช่วงเช้าๆ หรือช่วง 10.00 น. ไม่ร้อนมาก และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ #toptotravel #เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้
แพะเมืองผี แกรนด์แคนย่อนไทยแลนด์
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 5451 1162 ต่อ 140

แวะไปทำเวิร์คช็อป บ้านมัดใจ“แพร่” มัดใจใครหลายคน

จุดเช็คอินที่ 7 : บ้านมัดใจ Homemade & Café
อีกจุดเช็คอินที่ต้องห้ามพลาดจริงๆ ….ชวนเพื่อนไปแอ่วเมืองแพร่ ทั้งทีต้องแวะ คุยกับสองสาวพี่น้องเจ้าของ ‘บ้านมัดใจ homemade & cafe’

คาเฟ่เรือนไม้เล็กๆ บรรยากาศน่ารัก ต้นไม้เยอะ ตกแต่งร้านสุดแสนน่ารักที่มัดใจเราอยู่หมัด และไม่พลาด…เรียนมัดย้อมฮ่อมสนุกๆ ชิลล์กับบรรยากาศที่ร่มรื่นเขียวขจี เย็นสบาย ที่นี่มีแขกประจำเป็นคนท้องถิ่นแวะเวียนมาแทบทุกวัน ชอบจริงจัง…ลานมัดย้อมกลางสวนของมะปราง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดแบรนด์มัดใจย้อม

เรื่องราวดีดี ที่บ้านมัดใจ Banmatjai homemade & cafe คุณพ่อ จบด้านศิลปะ ขณะที่คุณแม่เป็นครูด้านนาฏศิลป์ ลูกๆ ของครอบครัวที่อบอุ่นนี้ ประกอบไปด้วย ปอนด์ – ชนิต มะปราง-ชิดชนก และ ปลาย ชฎานุช สุชนก จึงถือเป็นครอบครัวศิลปินโดยแท้เสน่ห์ของผ้ามัดย้อมน่าจะอยู่ที่หลังจากการแกะผ้าที่มัดออก แล้วได้เห็นลวดลายที่ทำขึ้นจากฝีมือตัวเอง เหล่านี้กระมังที่ทำให้นักท่องเที่ยว ต่างให้ความสนใจและสนใจเข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเอง

สำหรับผู้ที่สนใจ กิจกรรมเวิร์คช็อป งานมัดย้อมผ้าคราม งานเซรามิก
โทรจองล่วงหน้า โทร 095 4930909
สอนโดย ครูพี่ปราง และ คุณแม่

สัมผัสเรื่องเร้นลับที่ คุ้มเจ้าหลวง

จุดเช็คอินที่ 8 : สัมผัสเรื่องเร้นลับที่ คุ้มเจ้าหลวง
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของเมืองแพร่ ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้นที่สวยงาม เป็นจวนที่พักของเจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย เจ้าพิริยเทพวงศ์อุดรฯ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัย ร. 5 มีรูปทรงขนมปังขิง ภายในยังได้ตกแต่งด้วยสิ่งของดั่งเดิม ดังเเช่นในสมัยที่เจ้าหลวงได้อาศัยอยู่ และส่วนใต้อาคารถูกใช้เป็นคุกใต้ดินในสมัยก่อน ในบรรยากาศบ้านไม้โบราณ ทรงขนมปังขิง สีเขียวอ่อนสวยงาม ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ ที่ใต้ถุนอาคารที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษ อย่าเดินหันหน้าเข้าไปตรงๆ “คุ้มเจ้าหลวง” ให้ประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาประวัติและเรื่องราวในอดีตของจังหวัดแพร่

จุดเช็คอินที่ 9 : BeLeaf Cafe Pratuchai
เที่ยงๆ อากาศร้อนแบบนี้ รับสมูทตี้สักแก้วคลายร้อนกันไหมคะ เมนูสมูทตี้
และจะบอกว่าครั้งแรกของเรา ที่ถูกถามถึงมากที่สุดในช่วงนี้ Mayongchid Shake มะยงชิดปั่น กลับมาแล้วความอร่อยสดชื่น เมนูน้ำมะม่วงปั่นที่การันตีเลยว่าคัดกันลูกต่อลูก ไม่หวานฉ่ำลิ้นไม่เอามาทำ

Be Leaf Café คัดสรรเมนูผลไม้ ที่พร้อมจะดับกระหายคลายร้อนทุกเมื่อ
ที่นี่ยังมีเมนูขนมหวานสไตล์โฮมเมทและเครื่องดื่มสมูทตี้ต่างๆ ตามฤดูกาล ที่ทีมีข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยเมนูเด็ดใืนวั้นนี้ ข้าวเหนียวมะม่วง และสมูทตี้มะม่วง มะม่วงโยเกิร์ต หรือจะลองสมูทตี้มะยงชิด (ขอแนะนำ) Toptotravel มีโอกาสได้ลองชิมความสดชื่น สุดอลังการเว่อร์วัง กับทุเรียนพวงมณี ใครมาต้องฟินที่สุดๆ ทุเรียนขน่ดกลาง ที่วางเรียงรายความอร่อยในให้หยิบเลือกกันได้แบบจุใจ

เท่านั้นยังไม่พอ ด้านนอกจากนี้ในงานลานด้านหน้ายังมีการออกร้านของเหล่า ที่นำผลไม้สดๆมาวางจำหน่ายกันค่า ทั้งส้มโอ แตงโม และผลไม้ต่างๆ จากชาวสวน เอาใจคนรักผลไม้สุดๆ ค่า ช่วงนี้ มะยงชิด Mayongchid Shake มะยงชิดปั่น กลับมาแล้วค่า อร่อยสดชืนใครพลาดปีที่แล้วปีนี้ต้อง
มาลองให้ได้ พบกับผลไม้นี้แค่ปีละครั้งเท่านั้นต้องห้ามพลาดเลยนะคะ

Be Leaf Cafe
เปิดให้บริการทุกวัน (09.00-20.00 น.)
Be Leaf Cafe, Amphoe Muang Phrae, Phrae, Thailand 54000 –
โทร. 084-3537036

วัดสูงเม่น

จุดเช็คอินที่ 10 : วัดสูงเม่น หรือ สุ่งเม้นเมืองแป้
วัดสูงเม่น สันนิฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีต่อเนื่องสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่ก็ถือว่าอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างสมัยที่พม่าปกครองล้านนา ช่วงที่ชาวล้านนาร่วมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินขับไล่พม่า ซึ่งเป็นช่วงเริ่มการพลิกฟื้นอารยธรรมล้านนาให้กลับมามีบทบาทในการพัฒนาบ้านเมือง การค้ำชูพระพุทธศาสนาจากหลักฐานตามประวัติของครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถรซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสระหว่างปี พ.ศ. 2332-2409 พบว่ามีวัดสูงเม่นมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว

พระครูวิบูลสรภัญ (พม.ฉัตรเทพ) รองเจ้าอาวาสวัดสูงเม่น

วัดสูงเม่น เดิมเรียกว่า “วัดสุ่งเม้น” โดยมีเรื่องเล่าสืบๆ กันมาว่าแต่เดิมสถานที่ตำบลสูงเม่นเป็นป่าไผ่และทุ่งหญ้า รวมถึงป่าไม้เบญจพันธุ์ มี “เม่น” อาศัยเป็นจำนวนมากและประกอบกับสถานที่เป็นแหล่งท่าน้ำบริบูรณ์ พวกพ่อค้าและคนเดินทางในสมัยอดีตมักมาแวะพักแรมกันในบริเวณดังกล่าว จนเรียกพื้นที่ตำบลนี้ว่า “ป๋างสุ่งเม้น” การที่พวกสัตว์และ “เม่น” อาศัยอยู่รวมกันมากหรือมีเม่นมากในบริเวณนี้ คนจึงเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “สุ่ง” ซึ่งได้ชื่อตามนิมิตของฝูงเม่นว่า “บ้านสุ่งเม้น”  วัดสูงเม่นในปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 3  ตำบลสูงเม่น  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่

เมืองคัมภีร์ธัมม์โบราณ ต้องบอกว่า สำหรับคนที่ไปเมืองแพร่แล้วไม่ได้ไปที่นี่ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบของเก่าของโบราณ ถือว่าพลาดอย่างแรง ที่ที่มีหลายสิ่งอเมซิ่ง สำหรับคนยุคดิจิตอลอย่างเรา มากด้วยคุณค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ วัดสูงเม่น เป็นวัดที่มีการเก็บรวบรวมคัมภีร์วรรณกรรมพุทธศาสนาในล้านนาที่มีความสมบูรณ์และมากที่สุดในแผ่นดินล้านนา รวมกันไม่น้อยกว่า 8,000 ผูก มีใบลานมากกว่า 85,000 ใบลาน

ร่วมกันทำบุญแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์ใบลาน ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของคัมภีร์ใบลาน

พระครูวิบูลสรภัญ (พม.ฉัตรเทพ) รองเจ้าอาวาสวัดสูงเม่น ผอ.สถาบันอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน วัดสูงเม่น เล่าว่าการที่วัดสูงเม่นเป็นวัดเก่ามีอายุไม่น้อยกว่า 300 ปี ตามตำนานเล่าว่า วัดสูงเม่นหรือชื่อในคัมภีร์ธรรมปรากฏชื่อว่า “วัดสุงเม้นแก้วกว้าง” เพราะเคยมีพื้นที่กว้างขวาง มีครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร เป็นเสาหลัก และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เจ้าเมืองเจ้า
ผู้ครองนคร เจ้าราชวงศ์ต่างๆ ทั้งในล้านนาและล้านช้าง ต่างเคยมานมัสการคัมภีร์ธรรมพระไตรปิฎก ณ วัดแห่งนี้”

ที่นี่มีกิจกรรมการห่อคัมภีร์ธัมม์ใบลาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สามารถนำถวายวัดหรือจะนำกลับไปสักการะที่บ้านได้ เพื่อให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เปรียบเหมือนกับมีพระรัตนตรัยคุ้มภัยคนในบ้าน เป็นการร่วมกันทำบุญแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์ใบลาน ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของคัมภีร์ใบลาน อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสักการะบูชาอีกด้วย”

วัดสูงเม่น
201, ตำบล สูงเม่น อำเภอ สูงเม่น แพร่ 54130

วัดพระธาตุช่อแฮ
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแพร่คือวัดพระธาตุช่อแฮ ประดิษฐานพระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาลสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1879 ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน หุ้มด้วยทองจังโก ศิลปะเชียงแสน

เที่ยววันธรรมดาดี๊ดี ไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย ไม่ต้องเร่งรีบนะคะ พระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีเสือ (ปีขาล) ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดแพร่เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ตำนานเล่าว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงเมืองพล (เมืองแพร่) ได้ประทับ ณ ดอยโกสัยธชัคคะบรรพต และแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้หัวหน้าชาวลัวะนามว่า ขุนลัวะอ้ายก้อม เห็นในขณะที่เขาได้มากราบไหว้พระองค์ที่บนดอยนี้ ชื่อพระธาตุช่อแฮมาจากความเชื่อว่า ขุนลัวะอ้ายก้อมได้นำผ้าแพรมาถวายพระพุทธเจ้า ชาวบ้านได้นำผ้าแพรชั้นดี ทอจากสิบสองปันนามาผูกบูชาพระธาตุ คำว่า “แฮ” เพี้ยนมาจากคำว่า “แพร” แปลว่า ผ้าแพร

แต่วันที่ขึ้นเต็มคือ วันที่ 9 – 14 ค่ำ ตั้งแต่วันที่ 14 วัน เปิดไปจนวันปิดเที่ยงคืนวันที่ 20 ตอนเย็นปฏิบัติธรรมมีทุกวัน การแสดงมหรสพ มีการแสดงกลองปูจา ผอ.ยุ้ย เล่าต่อว่า “พี่ทำโปรแกรมนี้เพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งเสริมบารมีเสริมดวงการปฏิบัติธรรมสำหรับที่วัดแห่งนี้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ด้วย การที่คนใฝ่เรียนรู้ปฏิบัติธรรม เสริมบารมีทำทานและกระจายไปให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย ถือว่าเป็นทานบารมีชนิดหนึ่ง”

ขึ้นในระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2561 หรืองานประเพณีหกเป็ง ซึ่งนับเป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องสืบทอดมายาวนาน และยังเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธา ต่อบวรพระพุทธศาสนา ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่

เลขที่ 1 ถนนช่อแฮ ตำบล ป่าแดง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 54000

ถนนสายหม้อฮ่อมบ้านทุ่งโฮ้งแหล่งการค้าขายเสื้อผ้า
ก่อนกลับกรุงเทพ แวะชอปปิ้งที่ ถนนสายหม้อฮ่อมบ้านทุ่งโฮ้งแหล่งการค้าขายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ผ้าหม้อห้อมขนาดใหญ่ แต่ละร้านมีราคาที่แตกต่างกัน บ้างก็ราคาสูงด้วยงานดีไซน์ ขณะที่บางร้านแตกต่างด้วยการนำเสนอผ้าหม้อห้อมย้อมสีธรรมชาติและการดีไซน์ที่แตกต่างกันการตกแต่งร้านก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

แพร่…เมืองเล็กๆ ที่หลายคนคิดว่าเป็นเพียงทางผ่านแต่ถ้าหากคุณได้เข้าสัมผัส จะพบว่าแพร่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกว่าที่คุณคิด เย็นวันเสาร์
จะมีถนนคนเดินชื่อว่า กากกองเก่า จัดในบรรยากาศชิวๆ ของเมืองเหนือ

ถนนสายหม้อฮ่อมบ้านทุ่งโฮ้งแหล่งการค้าขายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ผ้าหม้อห้อม

จบไปกับ 10 จุดแวะที่จังหวัดแพร่ ถึงคราวที่ต้องหยิบกระเป๋าแล้วลองออกไปเที่ยว แพร่…เมืองเล็กๆ เเห่งนี้สักครั้งนะคะ แล้วจะทำให้รู้ว่า เมืองแพร่ เป็นเมืองต้องห้าม…พลาด จริงๆ

Oasis Spa Thailand สุขุมวิท 31

ธุรกิจสปาที่เชี่ยวชาญมาตรฐานสูง ที่นี่มีดีมากกว่าการทำสปา Oasis Spa ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

การนวด เป็นการศาสตร์บำบัดความเมื่อยล้า และช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายได้ดีทีเดียว ประโยชน์ของการนวดไทยคือช่วยให้คุณสุขภาพดี ผ่อนคลาย ทำให้หลอดเลือดขยาย การไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทและการทำงานของอวัยวะต่างๆ เมื่อยล้าจากการทำงาน จากสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน ดังนั้นต้องหาอะไรที่ผ่อนคลาย ส่งผลดีต่ออารมณ์และจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจเบิกบาน สดชื่นแจ่มใส นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มหรือรักษาความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการมีสุขภาพดีในระยะยาว

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสมาที่สปาหรูใจกลางกรุงเทพ ที่ Oasis Spa สาขาสุขุมวิท 31 ตั้งอยู่ในซอย (ซอยสวัสดี) สุขุมวิท 31 อยู่ใจกลางเมือง ร้านนวดและสปาแห่งนี้ บรรยากาศสวยมาก Tototravel หลงไหลและหลงรักตั้งแต่ก้าวแรกที่มีโอกาสมาเยือน อยากชวนมาหยุดเวลา ปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปอย่างไร้กังวัล ที่สำคัญร้านนวดและสปาที่เราแนะนำในวันนี้ ยังเป็นร้านนวดและสปาระดับหรู คุณภาพจัดเต็มสุดๆ ด้วยรางวัล 2016 Top 10 People’s Choice Award Thailand

เกิดมาทั้งทีต้องได้ลอง เพราะการบำบัดศาสตร์ธรรมที่ทั้งผ่อนคลายและไม่เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ ภายใต้แบรนด์ OASIS SPA ร้านนวด และสปาที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและภูมิปัญญาแบบไทย Therapist ของที่นี่ได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ผ่านการเรียนรู้ ทั้งในด้านทฤษฎีและฝึกฝนด้านปฏิบัติ สร้างบุคลากร เทอราปิส (Therapist ) ที่ได้คุณภาพ สามารถให้บริการในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

เมื่อเปิดประตูเข้ามารู้สึกสดชื่นด้วยกลิ่นหอมๆ พร้อมเสียงเพลงคลอเบาๆ ผ่อนตลายที่สุด และพบกับ Spa Consultant มีให้กรอกใบ Confidential Health Assessment ตามด้วย Welcome Drink ที่นี่ เสริฟน้ำขิงอุ่นๆ ผลไม้ แคนตาลูปและแตงโม เสร็จแล้วทาง Spa Consultant จะสอบถามเรื่องสุขภาพ และน้ำหนักมือของการนวดตามโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ของวันนี้

Therapist สาวสวย พาเดินขึ้นสู่ห้อง Treatment ตามประเภทต่างๆ ที่ Oasis Spa มีห้องทั้งนวดเดี่ยว หรือ นวดแบบคู่รัก วันนี้ Totpotravel มากับเพื่อนสนิทขอเลือกแบบห้องคู่คะ ได้กลิ่นหอมของสมุนไพรไทยของลูกประคบ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนห้องสปาด้าน ในมีขนาดใหญ่และกว้างพอประมาณ มีแยกเป็น 2 เตียง สำหรับคู่รัก ห้องนี้มีการปรับอุณหภูมิ
ให้เหมาะกับการนวด ถ้าร้อนหรือเย็นไป สามารถแจ้งพนักงานให้ปรับได้ตามต้องการ ต่อจากนั้น อาบน้ำ-เปลี่ยนชุด เพื่อเตรียมรอการทำสปา โปรแกรม
King of Oasis Signature Massage

บรรยากาศบริเวณโดยรอบ โดยด้านใน เขียวขจีและร่มรื่น สบายๆ ผ่อนคลาย แฝงไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย โอมล้อมด้วยต้นไม้ แฝงความหรูหราเอาไว้ด้วยกัน สาวๆ คนไหนอยากนวดไทยคลายเส้นกับการบริการแบบ King of Oasis Signature Massage

โอเอซิสเป็นสปาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ การตกแต่งเน้นเรียบง่ายแบบเอเชีย ผสมผสานกับล้านนาไทย ภายในเน้นการตกแต่งแบบน้อยชิ้น เน้นสีขาวและสีเขียวที่ดูแล้วสะอาดตาอยากจัดเต็มทั้งนวดและสปาต้องโปรแกรม King of Oasis Signature Massage นวด 2 ชั่วโมง ราคา 3,900 ++ / ท่าน)

การนวดเพื่อผ่อนคลายและการลดอาการอ่อนล้า อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเอกลักษณ์ได้พักผ่อนอย่างล้ำลึก อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โอเอซิสแตกต่างไปจากสปาที่อื่น ๆ คือ มีการโดยคิดค้นโปรแกรมนวดผสมผสานระหว่างศาสตร์ตะวันออกกับตะวันตก เน้นนวดเพื่อผ่อนคลายมากกว่ารักษา เช่น การนวดแบบสี่มือ และ การนวดด้วยน้ำมันลงทองคำบริสุทธิ์ มีความพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการผสานคุณค่าสมุนไพรไทยเข้าไปในทรีทเม้นท์เพื่อเพิ่มสรรพคุณในการผ่อนคลายและการบำรุงผิวพรรณ โดยปราศจากอาการแพ้ จนกลายเป็นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัวของ Oasis Spa

เป็นอีกหนึ่งวันสบายๆ โดยรวมแล้วที่นี่บรรยากาศดีมากๆ มีที่จอดรถ และมีบริการรถ-รับ-ส่ง ยังสถานี BTS เหมาะมาก สำหรับคนที่อยากพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทยค่ะ สำหรับบริการของที่นี่ เน้นสินค้าจากสมุนไพรบำรุงผิวกาย และอุปกรณ์อโรม่าทำหรับทำสปา มีความปลอดภัย
ต่อผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปจนถึงเครื่องหอมตกแต่งบ้าน

Oasis Spa นั้นเป็นร้านนวดสปาที่มีสาขาในกรุงเทพฯ หลายแห่งแถมแต่ละสาขาก็ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสุดๆ
ขอขอบคุณพี่เอิร์ธ PR Oasis Spa

Come away…relax…and indulge yourself at an Oasis Spa, Thailand’s most prestigious, yet casual, day spa with twelve locations in five destinations to serve you.

CHIANG MAI : 053-920-111
BANGKOK : 02-262-2122
PHUKET : 076-337-777
PATTAYA : 038-36 4070

เว็บไซต์ www.oasisspa.net

www.facebook.com/Oasisfanpage

Email: res@oasisspa.net

โอเอซิส สปา อยากไปมากที่สุดในเวลานี้

โอเอซิสสปา (ประเทศไทย)
ฉลองความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 16

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยแบบมีความลับอย่างดีที่สุดในประเทศไทย บรรยากาศ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ด้วยการเปิดให้บริการสาขาใหม่ “โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ” สาขาที่ 6 ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ (นิมมานฯ ซอย7) ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสุดชิคใจกลางเมืองเชียงใหม่

โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ เป็นสาขาที่ 14 ของโอเอซิสสปาในประเทศไทย ภายในอาคารทรงยุโรป โดดเด่นด้วยโทนสีแดงดำ ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเม้นท์แบบส่วนตัว จำนวน 8 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องรับรองลูกค้าที่กว้างขวางโล่งสบายเน้นให้ลูกค้าสัมผัสถึงความผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง.

“โอเอซิสสปา แอท นิมมานฯ”
พร้อมให้บริการแล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053 – 920 111
หรือ www.oasisspa.net