Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

การค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด EXPLORE ENDLESSLY

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ศูนย์รวมสินค้าปลอดภาษีชั้นนำ ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงครบวงจรระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์  EXPLORE ENDLESSLY  สุดอลังการ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ เนรมิตพื้นที่กว่า 22,000 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท ให้เป็นมากกว่าดิวตี้ฟรี ด้วยนิยามใหม่ EXPLORE ENDLESSLY เพราะการค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ณ. คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เมื่อวันก่อน  โดย นายอัยยวัฒน์  ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ -กล่าวว่า

“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดภาษี ที่เพียบพร้อมสมบรูณ์แบบ โดยรวบรวมสินค้าที่ดีที่สุดของไทยกับของโลกมาไว้บริการที่นี่และการบริการเหนือระดับในทุกมิติเพื่อเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ผมเชื่อมั่นว่า คิง เพาเวอร์ รางน้ำจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในทุกมิติ สำหรับทุกนักเดิน และจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในประเทศได้ในระยะยาว พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศชาติ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับ บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตให้แขกผู้มีเกียรติ วีวีไอพีทั้งชาวไทย และต่างชาติ ได้สัมผัสกับบรรยากาศตื่นตาตื่นใจ แห่งโลกการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัดในทุกมิติของคิง เพาเวอร์รางน้ำ โฉมใหม่ ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงด้านใน โดยในแต่ละชั้นจะอัดแน่นไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ และกิจกรรมพิเศษมากมาย

โดยไฮไลท์ในงานที่สะกดทุกสายตา เริ่มต้นด้วยเริ่มด้วยการแสดงชื่อดัง ‘Overture Performance’ กายกรรมลอยฟ้าด้วยบอลลูน 250 ลูก จากประเทศอิตาลี ต่อมาเป็นการแสดงม้าจริงประกอบเทคนิคแสงสีเสียงสุดอลังการ ‘Spirit of Travel’ ผสมผสานกับการแสดงหนังใหญ่ ซึ่งออกแบบและผลิตใหม่ทั้งหมดเพื่องานนี้เท่านั้น ออกแบบท่าเต้นโดยอาจารย์โจ้– สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางที่รวมโลกตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ช่วงไฮไลท์ฟินาเล่เป็นการเปิดตัว Global Ambassador นั่นคือ ซุปเปอร์สตาร์สาวสวย ฟ่านปิงปิง เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดมัน ด้วยคอนเสิร์ตจาก วงบอดี้สแลม และไทเทเนียม เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นทีเดียว

ในส่วนของแขกผู้มีเกียรติและเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมเลือกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั่วมุมโลก เช่น สองสาวสวยอย่าง ดวงกมล เหลืองโรจนกุล และอภิญญา โดลแลน ควงคู่กันมา บอกว่า “ชอบช้อปกระเป๋าและเครื่องสำอางที่สนามบินเป็นพิเศษ ตอนนี้ไม่ต้องรอไปถึงสนามบินแล้วค่ะ” ในส่วนของ ชโลทร เจริญรัตน์ปัญญา, เบญจพร คลองลาภยศ, ชนานิกานต์ วัฒนพงษ์วานิช กล่าวถึงการปรับโฉมครั้งนี้ว่า “ปกติช้อป คิง เพาเวอร์ เป็นประจำที่สนามบิน ชอบช้อปเครื่องสำอาง อย่างที่นี่ดูใหญ่น่าช้อปขึ้นกว่าเดิมถ้ามีเวลาก็จะมาที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ด้วย” มาดูทางฝากฝั่งหนุ่มหล่อรักการแต่งตัวอย่าง วราภุช คูหาเปรมกิจ และวรรคสร โหลทอง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “งานวันนี้อลังการดี กว้างขวาง ชอบช้อปน้ำหอมที่สนามบินและที่สาขา รางน้ำ”


สำหรับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ นับจากนี้ไปจะกลายเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ แห่งมหานครกรุงเทพที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยทั่วประเทศและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก เพราะที่นี่คือสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่พรั่งพร้อมไปด้วยสินค้าดิวตี้ฟรีที่ครอบคลุมทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลักชัวรี่ แบรนด์เนม เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา แว่นตากันแดด และของฝากที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งสินค้าภูมิปัญญาไทยฝีมือประณีตที่ได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังพร้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นนำทั้งสตรีทฟู้ด อาหารไทย และอาหารนานาชาติ และพื้นที่กิจกรรมความบันเทิง เพื่อเติมความเพลิดเพลิน และความสุขแบบไม่รู้จบให้กับนักเดินทางแบบ 360 องศาในที่เดียว

สโลว์ไลฟ์สุดใจที่ อลงกรณ์ ฟาร์ม & รีสอร์ท แก่งกระจาน

เมล่อนฟาร์มหนึ่งในโครงการศูนย์การเรียนรู้ เข้าไปอยู่ใน อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา Toptotravel มีอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ มาเล่าสู่กันฟังได้โอกาสพบ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร เจ้าของ รีสอร์ท  Home  Made  สรรค์สร้างจนเกิดศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ สไตล์บ้านเล็กในป่าใหญ่ ในวิสัยทัศน์มุมมองแนวทางที่แตกต่างออกไป มีอุดมการณ์  มีความเชื่อ  มีความฝัน ท้าทายความสามารถตัวเอง ด้วยการปฎิรูปด้านเกษตรไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และเป็นการกระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนในชาติ ด้วยศาสตร์ของพระราชา

ด้วยปณิธานที่แน่วแน่ของคุณ อลงกรณ์ พลบุตร มุ่งสู่ อลงกรณ์ ฟาร์ม แอนด์รีสอร์ท ศูนย์ Training Center ที่ครบวงจร พร้อมที่พักหลากหลายสไตล์เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างเต็มที่

บ้านพักบนต้นไม้ สไตล์อลงกรณ์ พลบุตร

แน่นอนว่า แนวคิดที่ยิ่งใหญ่ของคุณ อลงกรณ์ พลบุตร ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขบคิดเพียงชั่วข้ามคืน  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็เช่นกัน  นี่จึงเป็นสาเหตุให้ คุณอลงกรณ์ พลบุตร นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น และมุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจชุนชนอย่างโดดเด่น แนวคิดที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง สอดคล้องกับ เทรนด์ท่องเที่ยว Experiential Travel ที่กำลังเบ่งบานทั่วโลก  การท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชา สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

การดูแลเอาใจใส่ในรายละเอียดทุกๆ ขั้นตอนของการปลูก เมล่อนสายพันธุ์แท้จากญี่ปุ่น คือสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลผลิตที่งอกงามและคุณภาพเกินราคา มีจำหน่ายที่ อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ภายใต้ชื่อ “ไดยะมอนโดะ” ความหอมหวานน่าทาน หรือสามารถไปเลือกเก็บจากต้นหรือสั่งซื้อพร้อมจัดส่งทั่วประเทศแล้ววันนี้

โครงการกุ้งคอนโด


กุ้งออร์กานิค ศูนย์สาธิตระบบเลี้ยงแบบขุนสัตว์น้ำ เริ่มจาก โครงการกุ้งคอนโด เริ่มทะยอยนำกุ้งก้ามแดงซึ่งย้ายจากบ่อกุ้งใส่ในกล่องเลี้ยงที่มีระบบน้ำหมุนวนและระบบกรองพิเศษ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและคุณภาพกุ้ง ผลผลิตที่ได้จะใช้บริการลูกค้าของรีสอร์ทและส่งออกต่างประเทศ

อยากไปแล้วสิ การเดินทางเริ่มต้นจากที่ไหนก็แล้วแต่ ให้มาลง ต.สองพี่น้องอ.แก่งกระจาน เพชรบุรี จังหวัดที่รายล้อมด้วยทิวทัศน์ภูเขา เมฆหมอก ป่าไม้ โค้งน้ำขนาดใหญ่ ทิวเขา และ ธรรมชาติ ที่หาได้ยากในเมืองกรุง ที่นี่เป็นแหล่งรวมโอโซนบริสุทธิ์ การได้มาพักผ่อนที่ ฟาร์มแห่งนี้ เปรียบเสมือนได้ชาร์จพลังให้กับร่างกายไปในตัว

บรรยากาศริมน้ำชุ่มชื่นปอด นอนกอดธรรมชาติ Alongkorn Farm & Resort

หลังจากกลับจากทริป  แก่งกระจาน กลับมาคิกว่า การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ไปนอนเล่น ชมวิว ล่องแม่น้ำเพชรบุรี  แก่งกระจานมีสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนมากมาย เหมาสำหรับทุกครอบครัวอย่างลงตัว ระหว่างเส้นทางแก่งกระจานมีรีสอร์ทสวยๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่น่ารัก กิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่น ชมไร่
สตรอว์เบอร์รี ฟาร์มเมล่อน หรือเลือกซื้อเมล่อนหวาน ละมุนลิ้น

วินาทีแรกที่ได้เข้ามาวิวหน้ารีสอร์ทสวยมาก จะเห็นรีสอร์ หรือที่พักรอบๆ หน้าตาธรรมชาติแบบนี้นี่ล่ะ….

เดี๋ยวเข้าไปดูข้างใน บรรยากาศภายในที่ รีสอร์ท ที่เป็นมากกว่าฟาร์ม มาเที่ยวด้วย มาทัศนศึกษา รับรองว่าจะลืมอารมณ์เบื่อๆ เซ็งๆ เพราะที่อลงกรณ์ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ที่นี่คือดินแดนที่รวบรวมความเป็นธรรรมชาติ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  มาเที่ยวที่ฟาร์มช่วงนี้  ชิมเมล่อนญี่ปุ่นหอมหวาน หากเริ่มเหนื่อยจากความร้อน  ลองมาเติมความสดชื่น กับน้ำเมล่อนปั่นอร่อยๆ ให้ซื้อทานกัน

Alongkorn Farm & Resort  แหล่งเรียนรู้ ทั้งคนไทย และ ต่างชาติ ได้ทำความ รู้จักความเป็นอยู่บ้านเล็ก ในป่าใหญ่ และเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา มีพื้นที่ให้ปั่นจักรยานยามเย็น และมีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่น
มีพื้นที่กางเต็นท์ติดทิวเขาเน้นธรรมชาติ พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดแสนประทับใจ

นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกและสวนน้ำ ให้คุณสนุกสุดมันส์ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา พื้นที่กว้างขวาง จะกลิ้ง จะวิ่งทั่วแค่ไหนก็ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นรีสอร์ทที่เข้าพักแล้วรู้สึกว่า อยากหยุดเวลาไว้ที่นี่จังและคิดว่า ตัวเองพลาดเป็นอย่างมาก ที่เลือกมานอนที่นี่แค่คืนเดียว

 

 

เริ่มจากห้องพัก ความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยคุณไปพบ ที่พักของเราอยู่คน
ละตึกกับที่มาเช็คอิน โดนรอบๆ เป็น รีสอร์ที่หรูหราและเรียบง่าย สบายๆ ห้องพักทุกห้องหันหน้าเข้าหาธรรมชาติ แต่ที่ไหนได้ เปิดห้องมาถึงกับตกใจ ห้องใหญ่และใหม่มาก ที่สำคัญ มีความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศดีมากๆ ห้องน้ำขนาดใหญ่ สะอาดสะอ้าน มีผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผม และของ
ใช้ต่างๆ ในห้องน้ำเตรียมไว้ให้พร้อม

ห้องพักมีระเบียงให้ออกไปดูดาวยามค่ำคืน หรือดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าก็ได้ได้ชื่นชมภูเขาเขียวๆ เพราะจะได้เห็นหญ้าสีเขียวๆ สุดลูกหูลูกตา ในตอนกลางวัน และใกล้ชิดกับแสงดาวสะท้อนโค้งน้ำในตอนยามค่ำคืน มุมมองจากหน้าต่าง ห้องพักสไตล์ลอฟท์  เป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัว ใครชอบธรรมชาติรักความสงบ ชื่นชอบ อลงกรณ์ ฟาร์ม &  รีสอร์ท ตอบสนองช่วงเวลาวีคแอนด์ของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน

ห้องพักสไตล์ลอฟท์ : ห้องโล่งโปร่งสบาย ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายเหมาะสำหรับลูกค้าทั้งแบบกลุ่มและแบบพักผ่อนส่วนตัว บริเวณด้านหน้าห้องพักมีสนามหญ้าโล่ง สามารถใช้ทำกิจกรรมหรือจัดปาร์ตี้ในช่วงกลางคืนได้อย่างลงตัว

บ้านพักสไตล์ลอฟท์ : ริมลำธาร 14 ยูนิต เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้และพักผ่อนอย่างเต็มที่

ห้องพักสไตล์บ้านถ้ำ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เด็กๆชอบค่ะ ในวันหยุดนี้ พาบุตรหลานมาใช้ชีวิตนอกห้องแอร์ ปั่นจักรยาน ถีบเรือเป็ด ให้อาหารปลาหลากหลายพันธุ์ในสระน้ำ

เมื่อไปยืนตรงกลางสะพานจะสามารถมองเห็นได้รอบๆ อลงกรณ์ฟาร์มแอนด์รีสอร์ท

บ้านพักบนต้นไม้ สไตล์อลงกรณ์ พลบุตร
ลานกางเต้นท์สุดชิวสูดอากาศธรรมชาติได้เต็มปอด พร้อมบริการเช่าเต้นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

Alongkorn Farm & Resort
อลงกรณ์ ฟาร์ม & รีสอร์ท
ม. 1 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
Tel. 091-701-0000

#อลงกรณ์ฟาร์มแอนรีสอร์ทแก่งกระจานเพชรบุรี
#ขยายผลศาสตร์พระราชา #อลงกรณ์ฟาร์มแอนด์รีสอร์ท

กิน พัก เที่ยว ที่เดียวครบ Travel made EASY…Star Cruises

ถ้าคุณรักการเดินทาง คุณเคยเดินทาง
กับ Super Star Gemini หรือยัง?

ถ้าคุณรักการเดินทาง  เพราะการเดินทาง คือ การสร้างแรงบันดาลใจ ชวนมาลองเที่ยวแบบเรือสำราญอันน่าตื่นตาตื่นใจ คุ้มค่ากว่าใคร  ประสบการณ์ครั้งแรกแบบ  คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล  มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการล่องเรือสำราญ  Super Star Gemini หนึ่งในเรือสำราญที่ได้รับการออกแบบตกแต่งให้หรูหรามีระดับ มีพื้นที่แบ่งออกเป็นโซนๆ Star Cruises แฝงตัวอยู่กลางท้องทะเล

หนีความวุ่นวายของชีวิตออกมา ปล่อยกาย  – ปล่อยใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว  กับธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่มันคือการพัฒนาตัวตนวิธีคิดของเราให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น โปรแกรมอีกหนึ่งเส้นทาง จุดหมายปลายฝัน ด้วยการเดินทางการเดินทางที่ เริ่มต้นที่ แหลมฉบัง-สีหนุวิลล์-เกาะสมุย-สีหนุวิลล์ 4 วัน คืน


บัตรสำหรับห้องพัก ทานอาหาร และใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ บนเรือสำราญ

วันนี้เลยได้มาเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ เห็นวิวโดยรอบ ชมภาพวาดสามมิติ แล้ว เปิดหลังอาบแดด บนเรือ Super Star Gemini  ที่โรแมนติกที่สุด  เรือสำราญสุดหรู ซูเปอร์สตาร์ เจมิไน เข้ามาให้บริการในไทย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันนี้  ไปจนถึงวันที่ 29 เมษายน 2561

โปรแกรมของแต่ละวันจะติดไว้หน้าห้องของทุกท่าน


การเดินทางไปล่องเรือสำราญแสนจะง่ายดายแบบชิลล์ๆ กับการคมนาคมทันสมัย  ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจดูไกล เป็นอีกทริปที่ถือว่าเราได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นโอกาสที่จะได้ชมได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการของเรือสำราญ หรูหรา สะดวกสบาย มีสิงอำนวยความสะดวกครบทุกสิ่ง ตั้งแต่ห้องพักระดับ 4-5 ดาว ดื่มด่ำกับการรับประทานอาหารกลางทะเล มีร้านอาหาร  สระว่ายน้ำ โรงละคร โรงภาพยนต์คาสิโน และเอ็นเตอร์เทนเมนท์ สำคัญที่สุดคือ นอน กิน เที่ยว ทุกอย่างฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

การกลับมาอีกครั้งของสตาร์ครูซส์ ในการนำเรือสำราญ Super Star Gemini เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ซึ่งถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 สตาร์ครูซส์ ได้เข้าเทียบท่าที่จังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก  เรือ Super Star Gemini   เรือมีทั้งหมด 12 ชั้น สามารถมองเห็นวิว ทิวทัศน์ ที่นี่มีห้องพักหลายแบบ ห้องพัก 765 เคบิ้น ที่เรียงรายตลอดแนวเรือ  สามารถรับผู้โดยสารได้1,530 ท่าน จอดเทียบท่ารอรับนักท่องเที่ยว ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ยิ่งถ้าได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทริปที่ชอบเดินทางเหมือนกัน แต่พอได้มาสัมผัสแล้วเป็นการเดินทางที่สนุกและดีมากๆ

เก็บกระเป๋ากันเลยค่ะ มาแล้ว… ตามคำเรียกร้องของพี่น้องชาวไทย เรือที่เราจะเดินทางไปด้วยในครั้งนี้  ชื่อเรือสำราญ Super Star Gemini ยิ่งใหญ่ น่ารัก มีทุกอย่างที่ทันสมัย  อลังการ และตอนนี้มาเทียบท่าให้บริการนำความสำราญมาสูคนไทยกันที่แหลมฉบัง ก่อนถึงทางเข้าเรือ มีเคาท์เตอร์สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญโดยเฉพาะ ภายใน Terminal มี ตม. อยู่ในนี้ด้วยพอเสร็จขั้นตอนการเช็คอินก็จะเดินเข้าไปที่ตม. ด้านในเลย พอผ่านตม. ก็เป็นทางเดินเข้าสู่ตัวเรือทันที เราเข้ามาในเรือ Super Star Gemini แล้วเหรอ??

SuperStar Gemini เป็นหนึ่งในครอบครัวสตาร์ครุยส์ โดยเรือจะแล่นและแวะเที่ยวเมืองต่างๆเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้เราต้องออกเดินทาง คือ สร้างแรงบันดาลใจ บางครั้งที่เรารู้สึกแห้งแล้งแรงบันดาลใจอาจต้องออกไปใช้ชีวิต เจอทั้ง หมอก แดด ลม ฝน PASSPORT ทางเรือจะเก็บไว้ตลอดการเดินทาง

ห้องที่เราพักคือห้อง แบบมีหน้าต่าง หน้าห้องมีทางเดินยาวสุดที่เชื่อกับทุกห้องพักของแต่ละชั้น ห้องพักสีครีม เมื่อเปิดประตูห้องก็จะเจอ หน้าต่างบานโต  กับท้องทะเลสุดกว้าง  เป็นห้องพักที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่นอนสบายไม่อึดอัด มีมุมสำหรับนั่งเล่นแยกกับเตียงนอนพร้อมระเบียง ภายในห้องมีทีวี ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ  สำหรับห้องพักบนเรือถือว่า ห้องนี้สะดวกสบายมาก

สำรวจห้องเสร็จสักพัก มีเสียงประกาศบนเรือให้เข้าร่วมขั้นตอนการสาธิตขั้นตอนความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉินต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ซึ่งทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพราะก่อนเข้าลูกเรือจะสแกนบัตรของเราเอาไว้ ว่าเราเข้ารับการร่วมกิจกรรมนี้

ขึ้นไปด้านบนชั้น 12 ชั้นบนสุดด้านหน้าเรือ มีสนามบาสเก็ตบอลกลางแจ้งกับแสงแดดที่สาดส่องมา  ส่วนนี้ถือว่าเป็นโซน Outdoor เราเดินไปทางด้านหน้าสุดของเรือ ชั้น12  เราก็จะเจอเป็นสระว่ายน้ำในร่มมีอ่างจากุชชี่ และ Champ’s Bar ที่ใหญ่ที่สุดของเรือ หลายคนชอบมานั่งชิวที่ Bar ที่นี่
มีบริการเครื่องดื่ม ชมวิวพระอาทิตย์ตกน้ำทะเล ที่ตรงนี้เชื่อพี่มันดีงาม ใครมองหาที่เปลี่ยนบรรยากาศพักผ่อนแต่อบอุ่น ส่วนตัว สงบ สะดวกสะสบายมากกว่าอยู่บ้าน อาหารอร่อย ตอบโจทย์แบบครบทุกข้อ

Super Star Gemini มีห้องอาหารที่มีให้เลือก 11 ห้อง รูปแบบอาหารที่แตกต่างกันไป แต่ละห้องถูกตกแตกด้วยงานศิลปะมากมายที่จัดวางอย่างลงตัวแลน่าสนใจ สำหรับห้องอาหารที่รวมในราคาแพคเกจมี 3 ห้อง

1.ห้องอาหาร Mariner เป็นอาหารประเภทบุฟเฟต์
2.ห้อง Dynasty เป็นอาหารจีน
3.ห้อง Bella Vista เป็นอาหารตะวันตก และอาหารจีน

Mariner  หนึ่งในห้องอาหารสุดเอ็กซ์คลูชีฟของเรือ Enjoy eating  ที่พร้อมนำผู้เข้าพักได้ลิ้มรสอาหารสุดพิเศษ พร้อมดื่มดำไปกับบรรยากาศการรับประทานอาหารบนท้องทะเล เป็นห้องอาหารเย็นแห่งความรัก และเป็นที่ประจำสำหรับพวกเราในทริปนี้แอดมินขอแนะนำเมนู lamb shop เป็นสเต็กแกะ ที่ไม่มีกลิ่นคาวเลย เนื้อนุ่ม หอม ละมุนลิ้นมากๆค่ะ จัดว่า เด็ดทุกเมนูหลายคนสนใจอยากเที่ยวแบบล่องเรือสำราญบ้าง

หลังจากรับประทานอาหารเย็น มาเดินสำรวจเรือโซนต่างๆ เรือ SuperStar Gemini สวยดุจเนรมิตจริงๆ  เค้ามีกิจกรรมอะไร และที่ไหนบ้าง ด้านหน้าห้องจะมี เนวิเกเตอร์ หรือเรียกว่า คู่มือนำทางของเรือก็ได้ในนั้นจะมีข่าวสาร สภาพอากาศ มีรายละเอียดกิจกรรมต่างๆมากมาย ต้องศึกษาและอ่านให้ละเอียด โปรแกรมมีตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ส่วนเรื่องการเล่น Internet บนเรือ ราคาค่าเล่น Internet ต้องจ่ายเอง แพ็คเกจถูกสุดเลยคือ 10 เหรียญ/สิงค์โปร
ใครต้องการวอปปิ้ง ใช้จ่ายแนะนำให้แลกเงินสกุลสิงค์โปร์ดอลล่าไปค่ะ

ตื่นมาพร้อมพระอาทิตย์ในยามเช้า เมื่อเรือของเรามาถึงเมือง เราจะได้ลงจากเรือกันบ้าง การเที่ยวบนฝั่งสามารถซื้อทัวร์จากบนเรือก็ได้หรือว่าจะเดินทางเองก็ได้ ใครจะจัดการเรื่องซื้อทัวร์ หรือสั่งซื้อมาแล้วก็มาทำเรื่องที่ห้อง Shore Excursions  ห้องนี้อยู่ที่ชั้น 7 ของเรือ และสำหรับคนที่จะเดินทางเที่ยวเองสามารถใช้ Shuttle Bus ของทางเรือ หรือ นั่งรถแท็กซี่ ก็ได้ซึ่งท่าเรือแต่ละที่ก็จะมีรถมารอรับนักท่องเที่ยวอยู่แทบทุกเมือง

หรือถ้าใครไม่อยากลงจากเรือ  ก็สามารถศึกษาคู่มือและใช้บริการ ต่างๆ มากมาย เช่น ห้องออกกำลังกาย ห้องทำผม และห้องทำสปาและสุดยอดคาราโอเกะ

วันนี้เรามาดูกันว่า เคล็บลับการเดินทางอย่างมีสไตล์ อะไรบ้างที่จะทำให้ทริปการล่องเรือสำราญฟินที่สุด Super Star Gemini มาถึงเมืองไทย ของ Star Cruises สายการเดินเรือสำราญ ชื่อดังของเอเชีย มีชื่อเสียงติด 1 ใน 10 ทั่วโลก เรือสุดหรูลำนี้ จอดเทียบประจำท่าเรือนานาชาติแหลมฉบัง ชลบุรี เป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ ร้านค้าปลอดภาษีให้ทุกท่านไม่พลาดช็อปปิ้งแม้จะอยู่บนเรือในยามค่ำคืนบนเรือให้ความรู้สึกพักผ่อนเต็มที่  ไม่ว่าจะใช้บริการต่างๆ บนเรือ หรือเดินรับลมชมท้องฟ้า สัมผัสดวงดาวที่รายล้อมบนดาดฟ้าเรือหรือเข้าห้องนอนที่สุดแสนจะสบายราวกับว่า ท่านไม่ได้อยู่บนเรือสำราญไปลองสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ภายในมีห้องพักสบายเหมือนโรงแรมเลย มีห้องอาหารมีบ่อนการพนัน มีฟอร์เต้นลำ มี ดนตรี มีสระว่าน้ำ มีที่พักให้ชมบรรยากาศ มีอีกเยอะหลายอย่างไม่แพ้โรงแรม อาหารก็ดี อร่อย บรรยากาศบนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การคัดสรรส่วนผสมและวัตถุดิบต่างๆ เพื่อนำมาใช้ปรุงอาหาร มุ่งมั่นในการเสาะแสวงหาเฉพาะวัตถุดิบและส่วนผสมที่ดี รสชาติอาหารที่อร่อยล้ำ

จะมีสักกี่ครั้งที่เราได้มีโอกาส ชมการแสดงทุกค่ำคืนที่ห้อง Star Dust และสุดยอดบาร์ นั่งจิบไวน์ ข้างๆ ยังมีมุมเสี่ยงโชค เฉพาะเวลาที่เรือล่องน่านน้ำเท่านั้น หรือจะฟิตร่างกาย เข้าฟิตเนส วิ่งจ๊อกกิ้งเรือเจมิไน มีให้บริการ หรือสระว่ายน้ำด้านหน้าเรือชั้น 12 และด้านหลังเรือชั้น 9 เดินต่อไปส่วนคาสิโน Slot machine มีหลายแบบให้เลือกเล่นตามชอบ มีเวลาเปิด/ปิด  พอมีเวลาเหลือก่อนที่จะออกเดินทาง ก็มาเดินสำรวจ ชมวิวรอบๆ เรือกันค่ะ รอบดึก ถ้าใครยังไม่อยากนอน มีข้าวต้มรอบค่ำ มีกิจกรรมให้ทำกัน ไม่ว่าจะไปว่ายน้ำตอนกลางคืน นั่งฟังพลงสบายๆ หรือ จะไปบรหารสายตากับคาสิโน Slot machine

เชื่อว่าส่วนใหญ่ทุกคนที่ไปเที่ยวก็อยากแชร์ประสบการณ์ทุกอย่างผ่านโซเชียล บอกตรงๆหลงเสน่ห์เรือลำนี้ ช่วงเย็นนี้เรามีดินเนอร์กันกับเพื่อนๆ หลังอาหารเย็น มีการแสดง แบบปาร์ตี้สนุกสนาน สำหรับห้อง Star Dust รองรับได้ 600 ท่าน ซึ่งในแต่ละคืนจะมีโชว์ 2 รอบ รับรองเลยว่าดูแล้วต้องร้องว้าวเลยทุกโชว์ ตื่นตามากกับการแสดงมายากล ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ และยังมีการแสดงโชว์ของคนไทย มีเกมส์ต่างๆ มีการแสดงโชว์เล็กๆ และมีวงดนตรี มีการแสดงไฮไลท์สุดพิเศษทุกคืน

Star Dust รองรับได้ 600 ท่าน ซึ่งในแต่ละคืนจะมีโชว์ 2 รอบ

เคยสงสัยมั้ย ขณะที่เรือสำราญเทียบท่า เขาทำอะไรกันบ้าง วันนี้เราได้หยิบ ในเวลาที่เรือจอดเทียบท่า เขาทำอะไรกันบ้าง?  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเรือสำราญ  ให้เราได้ใช้วันพักผ่อนได้อย่างยอดเยี่ยมการขึ้นเรือสำราญเพื่อล่องทะเล ก็เหมือนกับการทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ เพราะบนเรือจะมีอะไรให้เราชมความสะดวกสบาย หรูหรา สร้างความสนุกและรอยยิ้มในวันท่องเที่ยว

เรือสำราญ  นำพาไปตามท่าเรือของประเทศต่างๆ เดินทาง ชมเมืองริมชายฝั่ง ชื่นชมวัฒนธรรมต่างๆ ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้กับการท่องเที่ยวทำให้การล่องเรือสำราญ เป็นฉากสำคัญอันงดงามของการท่องเที่ยวของคู่รัก เพื่อนรัก ครอบครัวที่รัก ที่ได้รับความนิยมไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนสักครั้ง

หากพูดถึงทะเล สีหนุวิลล์ เมืองแห่งสายน้ำ ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ไม่มีทางหลุดโผจากใจใครหลายคน เป็นสถานที่ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง เมื่อเทียบท่าเมืองสีหนุวิลล์ หาดโอชัดเทล เป็นหาดที่นิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองสีหนุวิลล์ มีบาร์ ร้านอาหารทะเล เตียงและร่มชายหาด พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวได้พักผ่อนพร้อมลิ้มลองอาหารทะเลสด ๆ และมีบริการเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ

สีหนุวิลล์เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลชั้นนำของประเทศกัมพูชา มีชายหาดขาวสวย และน้ำทะเลอุ่นๆ ของอ่าวไทยกับบรรยากาศการพักผ่อนริมชายทะเลที่เหมาะอย่างยิ่งในวันหยุด

เมื่อเทียบท่าเมืองสีหนุวิลล์ หาดโอชัดเทล เป็นหาดที่นิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองสีหนุวิลล์ มีบาร์ ร้านอาหารทะเล เตียงและร่มชายหาด พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวได้พักผ่อนพร้อมลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ และ
มีบริการเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ


วัดเลอหนึ่งใน 5 วัดเก่าแก่ของเมืองสีหนุวิลล์

สีหนุวิลล์เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลชั้นนำของประเทศกัมพูชา มีชายหาดขาวสวย และน้ำทะเลอุ่นๆ ของอ่าวไทยกับบรรยากาศการพักผ่อนริมชายทะเลที่เหมาะอย่างยิ่งในวันหยุด นอกจากพักผ่อนริมชายทะเล

วัดเลอหนึ่งใน 5 วัดเก่าแก่ของเมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งรู้จักกันในนาม  วัดตอนบน ซึ่งวัดเลอ ปกคลุมสร้างความร่มเย็นในบริเวณวัด และด้วยความสมบูรณ์จะเห็นว่ามีลิงที่อาศัยอยู่ในบริเวณวัด แต่ไม่สร้างความวุ่นวาย เมื่อมองจากวัดลงไปจะเห็นถึงวิวทิวทัศน์ของเมืองสีหนุวิลล์จากด้านบนนี้ได้ด้วย

ตลาดพลาซ่าเลอ เป็นตลาดที่ใหญ่สุดของเมืองสีหนุวิลล์ มีความหลากหลายของสินค้าให้เลือก ทั้งผลไม้ เสื้อผ้า อาหารทะเล อัญมณี และอาหารสด

เกาะสมุย แหล่งท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของไทย มีดีที่ห้ามพลาด  เรือจอดในทะเลใกล้เกาะสมุย  นักท่องเที่ยวสามารถลงเรือเล็กไปยังเกาะสมุย นั่งรถเช่า เพื่อไปชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบเกาะ ทั้งชายหาดสวยงามรวมถึงกิจกรรมอันหลากหลายที่รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกประเภท

เรือ สำราญสุดหรูๆ Super Star Gemini ได้ทำพิธีเปิดเทียบท่า แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เรียบร้อยแล้วราคานี้รวมค่าห้องพักบนเรือ อาหารครบมื้อบนเรือ ภาษีท่าเรือ ประกันบนเรือเส้นทางแหลมฉบัง-สีหนุวิลล์-เกาะสมุย

เริ่มเดือน ธันวาคม 2560  วันที่ 3-6 / 10-13 / 17-20
เดือน มกราคม 2561     วันที่ 07-10/14-17/21-24/28-31
เดือน กุมภาพันธ์ 2561 วันที่ 04-07/11-14/18-21/25-28
เดือน มีนาคม 2561       วันที่ 04-07/11-14/18-21/25-28
เดือน เมษายน 2561     วันที่ 01-04/08-11/15-18/22-25

สามารถจองโปรแกรมการล่องเรือสำราญ SuperStar Gemini ล่วงหน้า
โดย เริ่มออกเดินทางจากท่าเรือแหลมฉบังนั้น จะมีอยู่ 3 โปรแกรม คือ
-โปรแกรม 4 วัน 3 คืน ออกเดินทางทุกวันอาทิตย์ ไปยังเมืองสีหนุวิลล์
-เกาะสมุย โปรแกรม 3 วัน 2 คืน ออกเดินทางทุกวันพุธ ไปยังสีหนุวิลล์
-โปรแกรม 3 วัน 2 คืน ออกเดินทางทุกวันศุกร์ ไปยังเกาะกง

ราคาราคาสมเหตุสมผลและการบริการที่เป็นกันเองน่าประทับใจ
ล่องเรือ 3 คืน ไปยังสีหนุวิลล์และเกาะสมุย เริ่มต้น 12,900* บาท/ต่อท่าน
ล่องเรือ 2 คืน ไปยังสีหนุวิลล์   เริ่มต้น 8,900* บาทต่อท่าน
ล่องเรือ 2 คืน ไปยังเกาะกง      เริ่มต้น 9,900* บาท ต่อท่าน

ทั้งนี้ ราคาโปรโมชั่น เริ่มตั้งแต่ระยะเวลาการโปรโมท
ไปจนถึง เดือนมิถุนายน 2017

หลายคนสนใจอยากเที่ยวแบบล่องเรือสำราญบ้าง ใครสนใจอยากเดินทางล่องเรือสำราญ dy[ช่วงเวลาดีๆ มีให้จดจำ นี่คือความรื่นรมย์ของการเดินทางด้วยเรือสำราญไม่ว่าคุณจะเดินทางไปมุมไหนของโลกใบนี้

สนใจสอบถามได้ที่ : โทร 02-2337789
#cruisefanclub #colofulworld #SuperStarGemini

 

ททท. เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมอาเซียน

“Experience Thailand and MORE”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยโหมเคมเปญ Open to the New Shades เปิดตัวคู่มือการท่องเที่ยว “Experience Thailand and MORE” สร้าง 4 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมไทย-อาเซียน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ชูจุดเด่นกรุงเทพจุดหมายเริ่มต้นทัวร์อาหาร บุรีรัมย์  จุดหมายเริ่มต้นทัวร์กีฬา เชียงรายจุดหมายเริ่มต้นทัวร์ประวัติศาสตร์ และภูเก็ตจุดหมายเริ่มต้นเส้นทางสายเปอรานากัน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว “Experience Thailand and MORE” ซึ่งรวบรวมเส้นทางการท่องเที่ยว 4 เส้นทาง ได้แก่ A Journey of ASEAN Ancient Kingdoms, ASEAN Peranakan and Nature Trail, Mekong Active Adventure Trail และ ASEAN World-Class Culinary and Heritage Cities โดย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายกล่าวว่า ตามที่ ททท. ได้เปิดตัวเคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ “Open to the New Shades” ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยว ประสบการการท่องเที่ยวที่หลากหลาย พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว

การเปิดตัวเส้นทางการท่องเที่ยวทั้ง 4 เส้นทางนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ใหม่ให้แหล่งท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งกรุงเทพให้ฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic tourism) บุรีรัมย์ ในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและผจญภัย (Sport and Adventure Tourism) เชียงรายในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (History and New Destination Tourism) และภูเก็ตในฐานะจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ซึ่งจากนี้ ททท. จะมีการโปรโมต ออกไปยังทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

“ประเทศไทยและเพื่อนบ้านมีความพร้อมรับเทรนด์การท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการการท่องเที่ยวในแบบฉบับเฉพาะตัวมากขึ้น เรามีแหล่งท่องเที่ยวทางอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่หลากหลายและแปลกใหม่ อย่างเช่นเวลาคนนึกถึงภูเก็ต ก็จะนึกถึงทะเลสวยๆ ชายหาดสวยๆ แต่วันนี้ เราชวนคนจากทั่วโลกมารู้จักภูเก็ตในมุมวัฒนธรรม สร้างเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมเปอรานากัน ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ลังกาวี ไปจนถึงปีนัง ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวไทย และการท่องเที่ยวในภูมิภาค สามารถตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้หลายหลายกลุ่มมากขึ้น เป็นการสร้างการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปทั้งในเมืองรองและชุมชนต่างๆ

โดยภายในงานเปิดตัวหนังสือคู่มือท่องเที่ยวดังกล่าว ททท. ยังมีการจัดสัมมนา Travel Inspiration Pitch โดยเชิญชวนบุคคลผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นตัวแทนเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละเส้นทาง มาเล่าถึงแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวในแบบฉบับของตน ประกอบด้วย เชฟต้น ธิติฏฐ์  ทัศนาขจร เจ้าของร้านฤดู เชฟคลื่นลูกใหม่ไฟแรง ที่มาเล่าถึงการท่องเที่ยวเชิงอาหาร



ท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic tourism) บุรีรัมย์ ในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและผจญภัย (Sport and Adventure Tourism) เชียงรายในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (History and New Destination Tourism) และภูเก็ตในฐานะจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ซึ่งจากนี้ ททท. จะมีการโปรโมต ออกไปยังทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

“ประเทศไทยและเพื่อนบ้านมีความพร้อมรับเทรนด์การท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการการท่องเที่ยวในแบบฉบับเฉพาะตัวมากขึ้น เรามีแหล่งท่องเที่ยวทางอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่หลากหลายและแปลกใหม่ อย่างเช่นเวลาคนนึกถึงภูเก็ต ก็จะนึกถึงทะเลสวยๆ ชายหาดสวยๆ แต่วันนี้ เราชวนคนจากทั่วโลกมารู้จักภูเก็ตในมุมวัฒนธรรม สร้างเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมเปอรานากัน ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ลังกาวี ไปจนถึงปีนัง ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวไทย และการท่องเที่ยวในภูมิภาค สามารถตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้หลายหลายกลุ่มมากขึ้น เป็นการสร้าง  การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเป็นการกระจายรายได้จาก  การท่องเที่ยวไปทั้งในเมืองรองและชุมชนต่างๆ

“ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย อย่างบุรีรัมย์ก็เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวทางกีฬาที่เรียกได้ว่า มาแรงที่สุดในภูมิภาค ส่วนทางอีสานใต้ ลาวใต้ และกัมพูชา ก็มีเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยอย่างยิ่ง ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก หันมามองและท่องเที่ยวเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้านในมุมใหม่ๆ ” คุณไชยชนก กล่า

ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ สามารถขอรับคู่มือการท่องเที่ยว “Experience Thailand and MORE” ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

The Field Animals Dream แลนด์มาร์คแห่งใหม่แห่งเพชรบุรี

Toptotravel ชวนไปเที่ยวกับ “เชอรีน” 
@เดอะฟิลแอนนิมอลดรีม ต่อด้วยพาชิมสังขยามะพร้าวน้ำหอม ร้านแม่กิมลั้ง เพชรบุรี

แล้วเราก็พบความจริงที่ว่า… ออกมาค้นหาความดีงามข้างนอก ธรรมชาติทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทิวขาวเรียงราย ท้องฟ้างดงามและสัตว์เลี้ยงน้อยใหญ่  อยู่ใกล้กรุงเทพนิดเดียว  มามา ชวนเพื่อนๆ มาส่องสัตว์ที่ เดอะฟิลแอนนีมอลดรีม ไง สถานที่ท่องเที่ยว แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดเพชรบุรี

เดอะฟิลแอนนิมอลดรีม

The Field Animals Dream จากแรงบันดาลใจ บนท้องทุ่งเขียวขจีแห่งความฝัน ดินแดนแห่งความสุข เติมความรักให้กับครอบครัว รวบรวมเอาสัตว์น้อยแสนน่ารัก สวยงาม ตลอดจน สัตว์หายากมารวมไว้ที่นี่  อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อยู่ห่างจากสามแยกท่ายาง อ.ท่ายาง ไปทางชะอำ ราว 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทาง(เลยแม่กิมลั้งไปประมาณ 1 ก.ม.)


มาเที่ยวทั้งที “เชอรีน”  ณัฐจารี หรเวชกุล เติมเต็มความสนุก และให้ความรู้แก่น้องๆ หนูๆ ที่จะได้สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตัวเอง มีสัตว์นานพันธุ์กว่า 400 ชนิด อาทินกฟลามิงโก สายพันธุ์ Greater Flamingo สายพันธุ์คิวบาลิมิเต็ด จิงโจ้, เต่ายักษ์ ซูกาตา, เมียร์แคท รวบรวมเอาสัตว์น้อยแสนน่ารัก สวยงาม ตลอดจนสัตว์หายากมารวมไว้ที่นี้ เพื่อเติมเต็มความสนุก และให้ความรู้แก่น้องๆ หนูๆ ที่จะได้สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตัวเองมาตามติชีวิตสัตว์โลกน่ารักมากมายหลากหลายพันธุ์ สมาชิกในสวนสัตว์ต่างๆ มีความน่ารัก และค่อนข้างหาชมได้ยาก

มาเที่ยวครั้งนี้  เป็นโอกาสดี เพราะที่ เดอะฟิลแอนนิมอลดรีม จัดกิจกรรม ดูเพลินเดินเที่ยวต้อนรับลมหนาว มาพร้อมไกด์นำเที่ยวคนพิเศษที่มา สร้างความตื่นตาตื่นใจ รู้จักมั้ย “เชอรีน”  ณัฐจารี หรเวชกุล สาววัยใส หรือเรียกได้ว่าเป็นสาวน้อย ผู้มาพร้อมรอยยิ้มสดใส ร่าเริง และยังเป็น น้องสาวคนเล็กของ นิชคุณ หรเวชกุล ซุปเปอร์สตาร์ไทย-เกาหลี  2PM น้องเชอรีน ณัฐจารี เคยประกวดและได้เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายของ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 9

“เชอรีน”  ณัฐจารี หรเวชกุล สาววัยใส

เดอะฟิลแอนนิมอลดรีม (The Field Animals Dream) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ พบกับทุ่งหญ้ากว้างและกิจกรรมมากมายเอาใจครอบครัว บริหารงาน โดย “คุณเม้าท์” พิริยาภรณ์ โรจนวิทิตพงศ์  ผู้บริหารคนสวนสัตว์ที่เปิดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่มาเยือน จังหวัดเพชรบุรี ที่นี่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติล้วนๆ และยังรวบรวมสัตว์หลากหลายประเภท ที่หาชมได้ยากมากๆ  มารวมไว้ในที่เดียวกัน ภายในส่วนของการแสดงสวนสัตว์มีสัตว์กว่า 400 ชีวิต อาทิ นกฟลามิงโก เต่าซูลคาต้า นกยูงอินเดียขาว จิงโจ้แคระ หรือวอลลาบี้ เมียร์แคต เป็ดแมนดาริน นกแก้วมาคอว์ ฯลฯ

โดยพื้นที่ทั้งหมดเน้นความโล่ง โปร่งสบาย เน้นความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้สัตว์ทุกตัวได้ผ่อนคลายเมื่ออยู่ในพื้นที่ของสัตว์แต่ละชนิด โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเดอะฟิลแอนนิมอลดรีม สามารถป้อนอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับการพาครอบครัวแวะมาพักผ่อนเมื่อ
เดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี

“เชอรีน” ณัฐจารี หรเวชกุล

ไกด์สาว “เชอรีน” ณัฐจารี หรเวชกุล  พร้อมรอยยิ้มสดใส พาเดินชมสัตว์โลกน่ารัก รอบๆ สวนสัตว์ เหนื่อยแล้ว  หิวด้วย  เรื่องอาหารไทย ไว้ใจแม่กิมลั้ง จากสวนสัตว์ The Field Animals Dream ไกด์ เชอรีน พาเดินทางต่อมาทานกลางวันกันที่แม่กิมลั้ง สาขา 5 (สไปเดอร์แมน) ชวนส่งต่อความอร่อย อร่อย ไม่จกตา ลองไปหามากินดู กับความสุขกับการเลือกซื้อของฝาก เชอรรีน บอกว่ามาที่เพชรบุรีพร้อมมาก อยากพาทุกท่านมาชิมขนมไทยเพื่อสุขภาพใหม่ล่าสุด สังขยา มะพร้าวน้ำหอม by แม่กิมลั้ง สินค้าขายดี ที่การันตี ความอร่อยถูกปาก ของฝากถูกใจและสุดยอดวัตถุดิบคุณภาพ ของฝากเมนูใหม่ล่าสุดของร้านแม่กิมลั้ง ร้านขนมหวานยอดนิยมของคนไทย  และมีของฝากอร่อยติดใจ และชื่อดังของจังหวัดเพชรบุรี


สำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมหวาน พลาดไม่ได้เลยกับ “สังขยามะพร้าวน้ำหอม” เมนูใหม่ล่าสุดของร้าน“แม่กิมลั้ง” ร้านขนมหวาน และของฝากชื่อดังของจังหวัดเพชรบุรี โดยเมนูสังขยามะพร้าวน้ำหอมนี้ มีกลิ่นหอมนุ่มลิ้นรสหวานกำลังดี กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ พร้อมการันตีความอร่อยด้วยสุดยอดวัตถุดิบคุณภาพ ที่ผลิตออกมาในแต่ละวันจำนวนไม่มาก เพราะสูตร และขั้นตอนต่างๆ ในการทำนั้นถือได้ว่าเป็นสูตรลับเฉพาะที่ ร้านแม่กิมลั้ง
ที่เดียวเท่านั้น

หากใครเดินทางผ่านมาทางจังหวัดเพชรบุรี มีความสุข สนุกและอร่อยทั้งครอบครัวกัน อย่าลืม ซื้อสังขยามะพร้าวน้ำหอม และขนมหวานต่างๆ เป็นของฝากจากร้านแม่กิมลั้ง ที่มีให้เลือกมากถึง 6 สาขา ได้แก่ สาขาท่ายาง , สาขาสาย 1 , สาขาฝังล่องใต้ , สาขานิคม , สาขาบายพาท กม.ที่ 1 ฝั่งตะวันตก และ สาขาบายพาท กม.ที่ 1 ฝั่งตะวันออก

เดอะฟิลแอนนิมอลดรีม แลนมาร์คใหม่แห่งเพชรบุรี ตั้งอยู่ ต.ท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:30 – 18:00 น. สำหรับบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 50 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
เข้าฟรี

พร้อมติดตามข่าวสารโปรโมชั่น และเมนูแนะนำทุกเวลาได้ที่

The Field Animals Dream By แม่กิมลั้ง
อยากรู้ว่าคืออะไรลองคลิก
www.maekimlung.com และ www.facebook.com/MAEKIMLUNG
ถ.เพชรเกษม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
เลี้ยวซ้าย กม.175 ถ.เพชรเกษม (ขาล่อง) ประมาณ 500 เมตร
Tel. : 086-856-7598 / 086-555-5155
Line : thefieldanimals
FB : TheFieldAnimalsDream
IG : thefieldanimalsdream
www.thefieldanimals.com

ธรรมชาติโอบกอดเราไว้ บ้านระเบียงดาว

เรื่องมีอยู่ว่า อยากตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวสุดฟิน ของเมืองเชียงใหม่ 

ชีวิตคือการเดินทางเพื่อสะสมความทรงจำดีดี  และจุดหมายปลายทางที่เราเลือกไว้ เป็นพักที่เหมาะกับการหลีกหนีจากความแออัดในเมืองหลวง มาชมความอลังการของดอยหลวง  และแวะสูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางขุนเขาอันเขียวขจี ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์สุดๆ  ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ จนถึงที่พัก บ้านระเบียงดาวประมาก  100  กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

การเดินทางไปเพื่อพักผ่อนที่บ้านระเบียงดาวทริปนี้  นั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินเชียงใหม่ วันเดินทางฝนตกปรอยๆ  อากาศค่อนข้างดีมาก ต่อด้วยเช่าของ Avis ได้รถ Suzuki Swift ราคา 600 กว่าบาท  มาหลายคน แนะนำว่าให้เช่ารถขับไปเองสะดวกและคุ้มกว่า  เพราะสามารถควบคุมเวลา แวะเที่ยว จอดซื้อผลไม้ริมทาง ได้กว่าการไปด้วยรถสาธารณะ และทางไปดอยหลวงเชียงดาวก็ขับไม่ยากเท่าไหร่ใช้กูเกิลแมฟเป็นผู้ช่วยนำทาง ขับไปเรื่อยๆ วิ่งยาวๆ ไปบนเส้นทางหลวงหมายเลข 107 เส้นทางค่อนข้างจะไกลคดเคี้ยว แต่ก็เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ทั้งสองข้างทาง ระหว่างทางเห็นความงดงามและธรรมชาติที่สุดแสนอลังการของดอยหลวง  พอถึงทางเข้า ค่อนข้างจะลึกพอประมาณ  สังเกตุง่ายมาก ทางซ้ายมือจะเป็นถ้ำเชียงดาว แวะสักการะและเดินชมความสวยงามของถ้ำเชียงดาว  แล้วเดินทางต่อไปยังที่พักก่อนจะค่ำออกจากถ้ำเชียงดาว การมุ่งหน้าไปบ้านระเบียงดาว เราต้องขับตรงเข้าไปไป ผ่านหมู่บ้านนาเลาใหม่ อยู่ทางซ้ายมือ  ขับตรงไปอีกจะเป็นอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  และแล้วก็มาถึงระเบียงดาว  เป็นความอลังการของธรรมชาติ มาชมวิวทิวทัศน์สวยๆ กัน

วันที่เราขึ้นไปนอนที่ อ.เชียงดาว ที่พักที่นี่เหมาะกับการหลีกหนีจากความแออัดในเมืองหลวงไม่อยากพลาดชมแสงอาทิตย์อาบขุนเขา เพราะว่าที่แห่งนี้จองยากมากๆ บ้านระเบียงดาว เป็นที่พักสไตล์โฮมสเตย์ ราคาไม่แพง ตั้งอยู่ใน หมู่บ้านลีซอ ชื่อหมู่บ้าน นาเลาใหม่  เป็นภาพบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาของดอยหลวง

ดอยหลวง ที่นี่ค่อนข้างขึ้นขื่อว่าจองยาก จองเย็นไม่ใช่อะไรเป็นเพราะความสวยงามของสถานที่ตั้ง วันนี้จะพาไปนอนชมวิวสวยๆกับที่ เที่ยวเชียงดาว ดูหมอกและดาว โฮมสเตย์ทริปนี้จะพาไปเที่ยว “บ้านระเบียงดาว” ที่พักซึ่งตั้งอยู่แนบชิดดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ทางไปถ้ำเชียงดาว เป็นเส้นทางที่มีวิว panorama ที่มองเห็นดอยหลวงเชียงดาวในระยะใกล้ทำให้ความต้องการของคนที่อยากจะไปพักที่นั้นมีจำนวนมาก และจำนวนห้องพักมีไม่เพียงพอ ทำให้ต้องจองล่วงหน้ากันหลายเดือน

ออกจากเชียงดาวก็ย้อนกลับมาทางเดิมมุ่งตรงไปยังเส้น อ.แม่ริมแล้วเลี้ยวขวาเข้าสายแม่ริม-สะเมิง ขับไปประมาณ 15 กิโลแล้วเลี้ยวขวาตรงบ้านโป่งแยก และขับต่อไปอีกประมาณ 6 กิโล เส้นทางช่วงนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเป็นทางเข้าหมู่บ้านม้งถนนพอสวนกันได้ มีโค้งหักศอกแคบๆอยู่ประมาณ 2-3 จุดก่อนถึงยอดม่อนแจ่มแวะกราบลาศาลเจ้าหลวงคำแดง ที่อยู่ตรงจุดเริ่มเดินขึ้นยอดดอยหลวง แวะถ่ายภาพวัดถ้ำเชียงดาว

ทริปนี้ไปนอนชมดาว “บ้านระเบียงดาว” ที่พักซึ่งตั้งอยู่แนบชิดดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ทางไปถ้ำเชียงดาว เป็นเส้นทางที่ชวนให้หลงไหล ผ่านถ้ำเชียงดาว คือทางไปบ้านระเบียงดาว จากถนนสายหลักถึงสีแยก เลี้ยวขวาจะไปตัวอำเภอเชียงดาว แต่เราจะเลี้ยวซ้ายขับเข้าไปจนถึงวัดถ้ำเชียงดาว ให้เริ่มต้นที่นี่เลยเลี้ยวขวาขับเข้าไปตามทางที่คดเคี้ยว ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าสบห้วยผาตั้ง – นาเลา ผ่านจุดเริ่มเดินดอยหลวงเชียงดาว-อ่างสลุง จนในที่สุดก็มาถึงบ้านระเบียงดาว ด้วยความลุ้นระทึก บีบแตตลอดเส้นทาง นั่งพักสักแปร๊ป ชาวเขาก็นำอาหารเย็นมาเสริฟ ส่วนอาหารเช้าของที่นี่เป็นข้าวต้มร้อนๆ กับกาแฟ โอวัลติน อากาศเย็นสบาบ และวิวที่เติมได้ไม่อั้น ค่าบริการนั้นจะคิดเป็นรายหัว ราคา 500 บาท สำหรับที่พัก 1 คืน พร้อมอาหาร 2 มื้อ

วัน ศ-ส-อา ส่วนใหญ่จะเต็ม เพราะบ้านระเบียงดาว โฮมสเตย์  ทำให้ความสุขของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและหมู่บ้านเล็กๆ กลางป่าใหญ่แห่งนี้ ไม่มีที่ไหนเหมือน การได้นอนโอบล้อมธรรมชาติ ตื่นเช้าเราลืมตาเห้นทิวเขา
เห็นปุยเฆม อากาศเย็นสบาย เติมเต็มกับธรรมชาติ สูดอากาศดี 100%

ราคาที่พัก 500/คน มีอาหารมื้อเย็นและเช้า ขนาดของบ้านพักมีทั้งแบบนอนพักได้ 2 คน 4 คน ถ้า หลังใหญ่ 6 – 8 คน และมีจุดตั้งแคมป์เล็กๆ ส่วนอากาศยามค่ำคืนหน้าฝนก็เย็นๆ แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก

ออกจากที่พัก บริเวณโดยรอบหมู่บ้านมีร้านกาแฟ นั่งจิบพร้อมวิวแบบไม่เหมือนใคร พูดเลยคุ้มค่าที่ขึ้นมา เหมาะเหลทอเกินกับการหลีกหนีจากความแออัดในเมืองหลวง เห็นดอยหลวงชัดมาก ไปเที่ยวกับเพื่อนคือที่สุดแล้ว สภาพอากาศวันนั้นค่อนข้างอบอ้าวไปสักนิด

ที่ตั้ง บ้านระเบียงดาว โฮมสเตย์
เลขที่ 55 หมู่ 10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
บ้านระเบียงดาว เบอร์ โทร 089-998-0712 , 089-903-0083

เว็บไซต์ bannrabeangdao.blogspot.com
Facebook :  บ้านระเบียงดาว

 

 

ห้ามพลาด งานฮาลาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

Thailand Halal Assembly 2017
ยอมรับจากนานาชาติว่างานฮาลาลที่ดีที่สุด

ฮาลาลไม่ใช่ของใครคนใด แต่เป็นเรื่องของคนทั้งโลก เป็นทรัพย์สินทางปัญญาคนมุสลิมทุกคน เป็นสิ่งที่อัลเลาะฮ์ ได้อนุมัติให้บริโภค จากปัจจัยยังชีพที่ทรงประทานลงมาเพื่อคุณค่า

ฮาลาลเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์คุณค่าแก่ผู้บริโภคทั่วโลก และ
ฮาลาลก็ไม่ได้เป็นผลประโยชน์แต่เพียงมุสลิมเท่านั้น  แต่เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย  การจัดงาน THA 2017 เป็นการส่งเสริมกิจการฮาลาลของไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะในตลาดมุสลิม ซึ่งประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
ฮาลาลไม่ได้เป็นของมุสลิมเพียงอย่างเดียว  ผู้ประกอบการฮาลาลส่วนใหญ่ 95 % ไม่ใช่มุสลิม มีผลิตภัณฑ์สินค้าฮาลาล ประมาณ 186,000 ผลิตภัณฑ์ SMEs ไปจนถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ มีรายได้จากการส่งออก ในขณะที่สินค้าอื่นมียอดการส่งออกลดลง แต่สินค้าฮาลาลมียอดส่งออกเพิ่ม 12% นับว่า ได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติสูงมาก

-รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย กล่าว

รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2017

สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นเป็นปีที่ 4 ในงาน “THAILAND HALAL ASSEMBLY 2017” เพื่อส่งเสริมพัฒนากิจการฮาลาลประเทศไทย ภายใต้หลักการ “ศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ” อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในระดับโลก ชูศักดิ์ศรีของมุสลิมไทยบนเวทีฮาลาลโลก สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย

ภูมิปัญญาฮาลาล : จุดบรรจบของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาอิสลาม

รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2017 กล่าวว่า กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสร้างปรากฎการณ์ฮาลาลไทยสู่เวทีฮาลาลโลก กับการจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2517” ครั้งที่ 4 โดย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “ภูมิปัญญาฮาลาล : จุดบรรจบของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาอิสลาม” (Halal Wisdom : Convergence of Science, Technology and Islamic Arts) โดยเจตนารมณ์เพื่อแสดงศักยภาพของกิจการฮาลาลประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมและพัฒนากิจการฮาลาลประเทศไทย ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงาน ภายใต้ “หลักการศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ” อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลก

กลับมาใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม   “Thailand Halal Assembly 2017
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) และหน่วยงานอื่นๆ มีกำหนดจัดงาน “THAILAND HALAL ASSEMBLY 2017”

จุดบรรจบของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาอิสลามชูศักดิ์ศรีของมุสลิมไทยบนเวทีฮาลาลโลก

โดยการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ Thailand Halal Assembly 2517  จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ภายในงานประกอบด้วย การประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และธุรกิจ
ฮาลาล ครั้งที่ 10, งานแสดงสินค้า THAILAND INTERNATIONAL HALAL EXPO 2017 (TIHEX) จากผู้ประกอบการฮาลาลทั้งในและต่างประเทศ กว่า 250 บูท, การประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานฮาลาล (THE HALAL CB CONVENTION) จากหน่วยงานตรวจรับรองฮาลาลทั่วโลก, การนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล รวมทั้งการจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาล

ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลมีมูลค่ามหาศาลและมีผู้ผลิตทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นชาวมุสลิมกระจายอยู่ทั่วโลกมากกว่า 1,800 ล้านคน และคาดว่าภายในปี 2030 จะมีจำนวนมุสลิมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านคน หรือคิดเป็น 26.4% ของประชากรทั้งโลก ซึ่งมีตลาดรวมผลิตภัณฑ์ฮาลาลคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อปี และมีผู้ค้าหรือผู้ส่งออกรายใหญ่ ได้แก่สหรัฐอเมริกา บราซิล แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ในขณะที่ประเทศไทยเองมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลเป็นอันดับสิบของโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าส่งออกของประเทศต่าง ๆ ประเทศไทยยังส่งออกได้น้อยโดยคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมดของประเทศ ทั้งที่จริง ๆ แล้วประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลมูลค่ากว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐไปยังประเทศสมาชิกโอไอซี อย่างไรก็ตามในจำนวนนี้มีไม่ถึง 10%
ที่เป็นสินค้าส่งออกที่ผ่านการรับรองฮาลาล เราจึงจำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการส่งออกมาขอรับรองฮาลาล ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะทำให้ฮาลาลไทย
เป็นที่หนึ่งในโลก

การจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ Thailand Halal Assembly 2517 ในครั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายว่าตลอด 4 วัน มีผู้ร่วมงานกว่า 25,000 คน อีกทั่งยังมุ่งหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะสามารถเผยแพร่องค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเรื่องฮาลาลประเทศไทย ต่อประชาคมโลกให้รับทราบและสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้าฮาลาลของประเทศไทย พัฒนาให้สินค้าและบริการฮาลาลไทยสู่ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลติดอัน 1 ใน 5 ของโลก

อีกทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์พัฒนาการทางเทคโนโลยี งานวิจัย และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของประเทศไทยให้ผู้สนใจที่เข้าร่วมงานได้รับทราบอีกด้วย รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร กล่าวปิดท้าย

เปิดมุมมองงานฮาลาลระดับนานาชาติ จัดเพียงปีละครั้งเท่านั้น มา Update
กระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกเพื่อแลกของที่ระลึกอีกมากมายงานมหกรรมสินค้า-อาหารฮาลาล และสุดยอดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ที่ทุกท่านรอคอย

1. HALAL EXPO ผลิตภัณฑ์ฮาลาล
เชื่อเหลือเกินว่า  อาหารฮาลาล ชม ชิม ฟรี จะเป็นที่ปรารถนาของนักชิมหลายๆคน มีให้เลือกชิมมากกว่าไปกว่านั้นคือเราได้รวบรวมอาหารฮาลาลนานาชาติมาอยู่ในงานนี้

2. Science Technology และ Islamic Arts
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอิสลามิคอาร์ต เชื่อว่าเป็นการแสดงที่เกิดขึ้นครั้งแรกของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ในการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ฮาลาล เทคโนโลยี และอิสลามิคอาร์ต

3. ความรู้ด้าน HALAL แบบ Unlimited edition
แน่นอนหากคุณได้เข้ามาในงาน Thailand Halal Assembly 2017 คุณจะรู้ว่าฮาลาลไม่เพียงอาหาร หรือ ข้าวหมกไก่ โรตีจิ้มแกง มัสมั่นไก่ แต่เป็นอะไรที่มากกว่าเช่น สปาฮาลาล แฟชั่นฮาลาล โรงแรมฮาลาล เครื่องสำอางฮาลาล ฯลฯ

4. นักลงทุนต้องห้ามพลาด
ความรู้ด้านฮาลาลมีมูลค่ามากหากนักธุรกิจรุ่นใหม่ไม่มีความรู้ด้านฮาลาลจะเสียเปรียบเรื่องด้านการลงทุนแบบน่าเสียดายมักมาก

5. ความรู้+ประสบการณ์ และ ของที่ระลึกมากมาย
มาร่วมเปิดมุมมอง  งานฮาลาลระดับนานาชาติจัดเพียงปีละครั้งเท่านั้น

งานเดียวครบ เต็มอิ่มจุใจ! พลาดไม่ได้จริงๆ นะคะ
Website : https://goo.gl/oQFTDm
#THA2017

สวนผึ้งไฮแลนด์ หนึ่งในสถานที่เคาท์ดาวน์ดีที่สุดของปี

เคาท์ดาวน์เฟสติวัล 2017

สถานที่เคาท์ดาวน์ที่ดีที่สุดของสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แหล่งท่องเที่ยวในภาคกลาง ที่ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสวนผึ้งเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆ ปีนี้ใครกำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ 2561 Toptotravel  แนะนำให้ไปสัมผัสอากาศเย็นสบายที่ สวนผึ้งไฮแลนด์ อากาศดีมีบอลลูนลอยฟ้า ชมทิวทัศน์สวนผึ้ง ชมฟรีคอนเสริต มานั่งนับดาว ฉลอง Countdown 2018  กับศิลปิน อะตอม ชนกันต์ วงลิปตา วังพอส และสนุกสุดๆ กับวงซีซั่นไฟว์ ร่วมส่งท้ายปี เคาท์ดาวน์เข้าสู่ปี 2018  กับงานที่ยิ่งใหญ่ ณ. สวนผึ้งไฮแลนด์เคาท์ดาวน์ เฟสติวัล 2017  จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม นี้ ซึ่งพบกับคอนเสิร์ตจาก ศิลปินชื่อดังที่จะมาสร้างความสนุกและความประทับใจ

วันที่ 30 ธันวาคม พบกับ อะตอม ชนกันต์ และ วงลิปตา
วันที่ 31 ธันวาคม พบกับ วงพอส และ วงซีซั่นไฟว์

9 8 7 6 5 4 3 2 1 รีบเลยมามา ชวนกันนับเคาท์ดาวน์  พร้อม สวัสดีปีใหม่  2561  อยากได้ อยากมี อยากเป็นอะไร หาเอาเอง  อย่าได้วอนขอพรจาก
ไหน โชคดีมีกำลังใจเสมอ พร้อมทั้งกิจกรรมบอลลูนที่น่าตื่นตาตื่นใจรอ
ให้ทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ และ ร่วมเคาท์ดาวน์เข้าสู่ปี 2018 ไปด้วยกัน ณ สวนผึ้งไฮแลนด์ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี…พิเศษ!!! ก่อนใคร


เปิดจำหน่ายบัตร  Early Bird ราคาเพียง 400  บาท

(ตั้งแต่วันที  1 – 7 พฤศจิกายนนี้)

จำหน่ายบัตรราคาปกติ 500 บาท (วันที่ 8 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2560)
บัตรสามารถใช้เข้างานได้ทั้ง 2 วัน พร้อมรับเครื่องดื่มฟรี (บัตร 1 ใบ ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น) บรรยากาศสุดโรแมนติกแล้วพบกันให้ได้นะค่ะ !!!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-711 7788  www.allticketthailand.com
Facebook : Suanphueng Highland

ตามรอย 111 ปี เสด็จประพาสต้น มณฑลนครสวรรค์

“วันปิยะ”
ชวนตามเสด็จประพาสต้นมณฑลนครสวรรค์

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าวันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี
เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อปวงชนชาวไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศเลิกทาสและ
ไพร่ในประเทศไทย ในปี ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2448) ในเวลานั้นมีการประมาณ
ว่าประเทศไทย เรามีทาสอยู่เป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองทั้งหมด รวมไปถึงพระราชกรณียกิจในการปฏิรูปการปกครอง การริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้ง การก่อตั้ง การประปา การไฟฟ้า กรมไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพท์ การสร้างทางรถไฟ สร้างถนนสมัยใหม่ ขุดคลองหลายแห่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ค่อยนึกถึงเกี่ยวกับพระองค์ท่าน คือ
พระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ในการเสด็จประพาสต้นและประพาสหัว
เมืองต่าง ๆ

การเสด็จประพาสต้นเป็นการเสด็จประพาสตามหัวเมืองแบบไม่เป็นทาง
การปกปิดมิให้ใครรู้จักพระองค์ โดยทรงเรือมาดเก๋ง 4 แจวลำหนึ่งเป็นเรือพระที่นั่งแล้วมีเรือบรรทุกเครื่องครัวที่โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหมื่นเสมอใจราช (อ้น) เป็นผู้คุมเครื่องครัว ทรงพระดำรัสเรียกเรือลำนี้ว่า “เรือตาอ้น”
เรียกเร็ว ๆ เสียงเป็น “เรือต้น” ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าประพาสต้น สาเหตุที่การเสด็จประพาสต้นนั้นเป็นพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะบำรุงดูแลทุกข์สุขราษฎรอย่างใกล้ชิด โดยบางคราวทรงปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชนเข้าไปปะปนกับราษฎร เพื่อที่จะทอดพระเนตรเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของราษฏรและการปฏิบัติหน้าที่ของราชการอย่างแท้จริง ทำให้พระองค์ได้ทรงนำสิ่งที่ได้ไปแก้ไขเพื่อประโยชน์สุขแห่งราษฎรสยาม รวมไปถึง  การที่พระองค์ทรงโปรดการถ่ายภาพ ทำให้เราได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ที่หาชมจากที่
ไหนไม่ได้

 

จังหวัดนครสวรรค์ หรือมณฑลนครสวรรค์ในขณะนั้น ได้มีโอกาสรับแสดง
ในคราวประพาสต้นถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2449 และในปี พ.ศ. 2451 ซึ่งพระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงแวะเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์มากมายหลายแห่งในช่วงเวลาดังกล่าว โดยสถานที่น่าสนใจที่ทรงเสด็จประพาสต้นได้แก่

1. วัดบ้านแดน หรือ วัดอรุณราชศรัทธาราม ตั้งอยู่อำเภอบรรพตพิสัย ที่วัดนี้รัชกาลที่ 5 ทรงใช้เป็นที่ประทับแรมในพลับพลาหน้าวัดบ้านแดน เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 ต่อมาในปี พ.ศ.2452 ได้พระราชทานสิ่งของและเครื่องสังเค็ตในงานพระศพพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ให้กับหลวงพ่อแหยม เจ้าอาวาสวัดบ้านแดนในขณะนั้น ปัจจุบันเครื่องสังเค็ตดังกล่าวที่วัดบ้านแดนได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าไปเยี่ยมชม

2. วัดเขาหน่อ เป็นจุดหมายต่อจากที่ทรงเสด็จวัดบ้านแดนแล้ว โดยได้ทรงพระราชดำเนินโดยแคร่ไม้ไผ่คานหามไปยังเขานอ (เขาหน่อ) มีระยะทางกว่า 87 เส้น หรือประมาณ 3 กิโลเมตร ที่เขาหน่อนี้รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสรงน้ำในสระที่ปัจจุบันได้เรียกว่า สระเสด็จ แล้วมีผู้เล่าเรื่องตำนานเขาหน่อถวายว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นที่นางพันธุรัตตามมาพบพระสังข์ โดยมีมนต์มหาจินดาเขียนอยู่ที่แผ่นศิลา ใครที่ได้มาเที่ยวที่เขาหน่อ นอกจากจะได้ตามรอยเสด็จประพาสต้น ยังสามารถปีนบันไดลัดเลาะเหลี่ยมเขาหินปูนขึ้นไปชมทิวทัศน์อันสวยงามบนยอดเขา สัมผัสอากาศเย็นสบาย แล้วกัลลงมานมัสการพระนอน ให้อาหารฝูงลิงกว่าหมื่นตัว ปิดท้ายด้วยการชมขบวนพาเรดค้างคาวนับล้านตัวที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในยามเย็นย่ำของทุกวัน

3. วัดหัวดงใต้ เป็นสถานที่รัชกาลที่ 5 ได้ทรงเสด็จประพาสต้นและประทับแรมหน้าวัด ทำให้ที่นี้มีพระบรมรูปจำลองของพระองค์ท่าน แกะสลักจากไม้สักทองทรงเครื่องต้นสวยงาม และมีขบวนเรือเสด็จประพาสต้นจำลองให้ศึกษา นอกจากนี้ที่วัดหัวดงใต้ยังมีหลวงพ่อโต พระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านให้กราบนมัสการ

4. วัดเก้าเลี้ยว พระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงเสด็จประพาสต้นที่ชุมชนเก้าเลี้ยว ซึ่งเป็นตลาดเก่าโบราณมีชุมชนชาวจีนหลายกลุ่มอาศัยอยู่ ที่ศาลเจ้าพ่อเก้าเลี้ยวของชุมชนนี้ได้เก็บรักษาเกี้ยวเครื่องดนตรีอายุกว่า 100 ปีที่เคยใช้รับเสด็จ ใครที่มาเที่ยวตลาดเก้าเลี้ยวนอกจากจะมีร้านอาหารอร่อย ๆ และขนมหวานมากมายให้เลือกชิมกันแล้ว ยังสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กราบพระบรมสารีริกธาตุ พระมหาเจดีย์พุทธชยันตี 2,600 ปีการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าได้ที่วัดเก้าเลี้ยวที่อยู่ไม่ไกลกันได้

5. วัดมหาโพธิใต้ (วัดหลวงพ่อเฮง) เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เมื่อปี
พ.ศ. 2199 ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก ตรงข้ามเป็นวัดเขาดินใต้ ในสมัยนั้น หลวงพ่อเฮง เกจิดังที่รัชกาลที่ 5 ทรงเลื่อมใสได้ปกครองดูแลทั้งสองวัด โดยทรงถวายเครื่องสังเค็ตในงานศพพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภชให้กับหลวงพ่อเฮง ปัจจุบันเครื่อง
สังเค็ตนี้เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของวัดมหาโพธิใต้

6. วัดเขาดินใต้ (วัดพระหน่อธรณินทรใกล้วารินคงคาราม) วัดชื่อยาวที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงนี้ เป็นวัดพี่น้องกับวัดมหาโพธิใต้ที่อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำ เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นทางชลมารค ได้ทรงแวะท่ีวัดเขาดินใต้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ทรงสนธนาธรรมกับหลวงพ่อเฮง แล้วทรงเลื่อมใสในศีลาจารวัตรของหลวงพ่อเฮงมาก จนทรงบริจาคเงิน 100 บาท ร่วมสร้างศาลาวัดเขาดินใต้ และทรงแต่งตั้งหลวงพ่อเฮงให้เป็นพระครูชั้นพิเศษนาม พระครูพิสิษฐสมถคุณ ได้รับนิมนต์ไปในงานพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ตลอดรัชกาล ใครที่มาเที่ยววัดเขาดินใต้ ต้องห้ามพลาดการชมมณฑปเก่าประดิษฐานรอยพระบาทจำลองสำริดหายากเป็น 1 ใน 8 รอยที่มีในประเทศไทย ที่พระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานในปี พ.ศ. 2456 เพื่อรำลึกถึงวัดที่พระพุทธเจ้าหลวงเคยทรงเสด็จ แล้วเดินขึ้นบันไดนาคสวยงามเพื่อขึ้นภูเขาหิน ที่มีตำนานเรื่องทาง
เข้าถ้ำลับแล ไม่แน่ว่าอาจแว่วเสียงบรรเลงปี่พากย์โบราณให้ได้ยินในบางเวลาก็เป็นได้

7. วัดเขื่อนแดง (วัดศรีสุวรรณ) ที่หน้าวัดนี้มีศาลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 สมัยที่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารนครสวรรค์มาก่อน ครั้งที่เสด็จประพาสต้นมณฑลนครสวรรค์ในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2449 พระองค์ได้ทรงประทับที่ศาลาหน้าวัดแห่งนี้ แล้วเสด็จรับฟังการพิจารณาคดีตามคำปรึกษาของศาลทหารในคดีอ้ายวิม พลทหารที่ฆ่านายสิบตาย ซึ่งพระองค์ได้ทรงตัดสินไปตามพระราชกำหนดกฎหมายข้อบังคับของค่ายทหารที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันค่ายทหารนี้ได้ย้ายไปอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้ชื่อว่าค่ายจิรประวัติ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พระองค์เจ้าจิรประวัติ พระราชโอรสของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีความสามารถทางด้านการทหาร ที่ได้ไปศึกษาด้านวิชาทหารในต่างประเทศ จนได้เป็นเสนาธิการทหารบกคนแรก

8. วัดเกาะหงษ์ หรือวัดบ้านเกาะ แม้จะเป็นวัดเล็ก ๆ แต่พระพุทธเจ้าหลวงก็ได้ทรงให้ความสำคัญคราวที่เสด็จประพาสต้น เพราะความแปลกประหลาดของพระสังกัจจายน์ยืนยิ้มกุมท้องแปลกกว่าที่อื่น ซึ่งพระองค์ทรงพอพระทัยเป็นอันมาก จึงขออัญเชิญพระสังกัจจายน์ไปแล้วพระราชทานทรัพย์จำนวน 1 ชั่ง (ประมาณ 80 บาท) เพื่อจัดสร้างองค์ใหม่ทดแทน ความแปลกของวัดเกาะหงษ์ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีรอยพระพุทธบาทที่ไม่วางอยู่บนแท่น กลับไปอยู่ที่ผนังโบสถ์แทน เป็นปริศนาธรรมอีกชิ้นหนึ่งให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เก็บไปขบคิดหาคำตอบกันเอาเอง

9. วัดพระปรางค์เหลือง วัดโบราณเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในอำเภอพยุหะคีรี มีการคำนวณอายุว่าสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2305 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย วัดนี้มีชื่อเสียงด้านภูมิปัญญาแพทย์แผนโบราณในการรักษาโรคเคล็ดขัดยอก และอัมพาตโดยวิธีการเหยียบฉ่า

วิธีการรักษาที่สืบทอดมาจากตำราโบราณที่ให้พระหมอใช้เท้าเหยียบยาสมุนไพร แล้วเหยียบลงบนแผ่นเหล็กเผาไฟจนแดงร้อนจัด เหยียบลงบนคนไข้จนเกิดเสียงดังฉ่า จนอาการต่าง ๆ ก็จะบรรเทาอาการลงและสบายขึ้น ซี่งพระพุทธเจ้าหลวงได้เคยเสด็จมาดูวิธีการเหยียบฉ่าช่วงประพาสต้นมนฑลนครสวรรค์ ทรงรับน้ำมนต์มหาจินดาสารพัดนึก น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเงิน ที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ช่วงหยุดวันปิยะนี้ ใครที่ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนก็ลองมาเที่ยวไหว้พระ 9 วัดตามรอยเสด็จประพาสต้นมณฑลนครสวรรค์กันได้ เพราะนอกจากจะได้ท่องเที่ยวชมวัดเก่าแก่โบราณที่สวยงาม ได้ชื่นชมธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว ได้นมัสการทำบุญ ได้ความรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา แล้วยังได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเรา ได้เยอะแยะคุ้มค่าแบบนี้ไม่มาเที่ยวนครสวรรค์ไม่ได้แล้ว

 

สายการบินนิวเจน NewGen เฮรับข่าวดี

ICAO ปลดธงแดงประเทศไทย
ขยายเส้นทางบิน50เส้นทาง ธ.ค.นี้

สายการบินนิวเจน NewGen  จุดพลุรับ  ICAO ปลดธงแดงขยายเส้นทางประเดิมเปิดเส้นทางในประเทศ  2 เส้นทาง ปี 61  เปิดเกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย เตรียมขยายเส้นทางการบินเต็มอัตราทั้งเส้นทางบินในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศรวมเป็นมากกว่า 50 เส้นทาง เผย ธ.ค.นี้ เปิดเส้นทางบินในประเทศต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวในช่วงท้ายปี หลังจับมือภาครัฐ-เอกชน จ.นครราชสีมา ร่วมเปิดเส้นทางบิน

นครราชสีมา-เชียงใหม่
และนครราชสีมา-ภูเก็ต

โดยรองรับผู้โดยสาร ทั้งภาคธุรกิจและภาคท่องเที่ยว รวมถึงบุคคลทั่วไป คาดมีผู้ใช้บริการปีละ 200,000  คน มั่นใจว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจ.นครราชสีมา คึกคัก พร้อมเตรียมขยายเส้นทางบิน ระหว่างประเทศ อีก 3 ประเทศ  ในปี 2561 ในเกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย จากปัจจุบัน  มีบินตรงสู่จีน 37 เส้นทาง คาดเพิ่มผู้โดยสารอีก 500,000   ราย จากปี  2560 ที่คาดว่า  จะมีผู้โดยสารใช้บริการ 1,500,000 ราย


นายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนิวเจน ผู้ให้บริการเครื่องบินโดยสารระหว่างประเทศด้วยบริการเกรดพรีเมี่ยม เปิดเผยว่า หลังจากที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ   (ICAO)  ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินระดับโลกได้ปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยออกนั้น ถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย เพราะจะทำให้ผู้ให้บริการสายการบินต่างๆเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อกังวลใดๆ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การให้บริการของประเทศไทยที่ได้มาตรฐานระดับสากล และจะสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่จะเดินทางมาประเทศไทย โดยในส่วนของสายการบินนิวเจนนั้นก็มีแผนที่จะขยายธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะทำการขยายเส้นทางการบินควบคู่กันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันสายการบินนิวเจนประสบความสำเร็จในการให้บริการสายการบินระหว่างประเทศโดยเฉพาะเส้นทาง ไทย-จีน จำนวน 3 เส้นทางนั้น ล่าสุดได้มีแผนที่จะเปิดให้บริการเส้นทางการบินภายในปี 2561 อีก 3 ประเทศ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่ให้บริการแบบพรีเมี่ยม และเป็นทางเลือกของผู้โดยสารให้มีความหลากหลายขึ้น

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดเส้นทางการบินภายในประเทศ โดยได้ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และตัวแทนจากภาคเอกชนทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมจะเปิดเส้นทางบิน นครราชสีมา – เชียงใหม่ และเส้นทางบินนครราชสีมา – ภูเก็ต ในวันที่ 3 ธันวาคมปีนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวที่จะมีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่น รวมถึงผู้โดยสารเดินทางเพื่อธุรกิจและบุคคลทั่วไปอาทิ นักเรียน – ศึกษา ซึ่งมีความต้องการใช้บริการการเดินทางค่อนข้างมาก ซึ่งคาดว่าการเปิดเส้นทางบินใหม่โดยใช้ฐานที่ท่าอากาศยาน จ. นครราชสีมา ทั้ง 2 เส้นทางจะทำให้สายการบินนิวเจนมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นปีละ200,000 ราย

ทั้งนี้หลังจากที่สายการบินนิวเจนเปิดเส้นทางการบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ตามแผนจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ประมาณ.500,000ราย และหากรวมกับแผนการขยายเส้นทางการบินต่างประเทศแล้วจะทำให้สายการบินนิวเจนมีเส้นทางการบินรวมทั้งสิ้นมากกว่า 50 เส้นทาง  ภายในปี 2561  ส่วนในปี  2560 นี้ ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้โดยสาร 1,500,000 ราย

นายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ สายการบินนิวเจน

“สาเหตุที่เลือกเปิดเส้นทางบินในประเทศแห่งแรกโดยใช้ท่าอากาศยานนครราชสีมา เป็นศูนย์กลางนั้น เนื่องจาก จังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมหลายด้าน ทั้งสนามบิน และการเติบโตของเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นหัวเมืองใหญ่เป็นประตูสู่ภาคอีสานเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม รวมถึงการท่องเที่ยว เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีประชากรเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือ GDP สูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นายเจริญพงษ์ กล่าว

สำหรับนโยบายการเปิดเส้นทางบินของสายการบินนิวเจนนั้น เราจะเน้นเส้นทางบินที่ยังไม่มีการเปิดให้บริการหรือมีการเปิดให้บริการที่ยังน้อย เช่นปัจจุบันที่เราประสบความสำเร็จในการบินไทย-จีน ก็เป็นการบินในเส้นทางที่บินไปเมืองรอง ทำให้ได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารที่ไม่ต้องการเดินทางไปขึ้นเครื่องบินในเมืองใหญ่ และสำหรับการเปิดเส้นทางจากนครราชสีมาไปเมืองต่างๆ ก็เป็นการบินตรง เช่นกัน  จะทำให้ผู้โดยสารสะดวกและประหยัดค่าเดินทางจากเดิมที่ต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินหลักในเมืองหลวง นอกจากนี้เรากำลังศึกษาเส้นทางต่างๆจากสนามบินอู่ตะเภา เพื่อเชื่อมโยงไปยังเมืองหลักสำคัญๆในประเทศที่ยังไม่มีเส้นทางบินตรง
ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเร็วๆนี้”