Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

พิเศษ…ลูกค้า Superrich ไทยแลนด์ (สีเขียว)

รับฟรี !! คูปองส่วนลด TRAVEL SIM 50 บาท

พิเศษ !! สำหรับลูกค้า “ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์” (สีเขียว) เมื่อแลกเงินไทยเป็นสกุลต่างประเทศ เท่าไหร่ก็ได้ รับทันทีคูปองส่วนลดสำหรับ True Travel Sim มูลค่า 50 บาท ตั้งแต่ 9 พ.ย. 61-31 ม.ค. 62
สิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าซุปเปอร์ริช สีเขียว เท่านั้น…หรือสามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่
• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์
– Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
• www.superrichthailand.com

สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมการให้บริการที่ประทับใจได้แล้ววันนี้
ที่ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ทั้ง 13 สาขา

คงคุณค่า พัฒนาคุณภาพ เพื่อชุมชนท่องเที่ยว ที่ยั่งยืน

กรมการท่องเที่ยวใช้สื่อออนไลน์สร้างองค์ความรู้ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งเสริมสร้างองค์ความรู้และสร้างภาคีเครือข่ายกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาและดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทย ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจัดทำวีดิทัศน์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ สู่สาธารณชน โดยเน้นการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ทั้ง เว็บไซต์ เฟสบุค บล็อกเกอร์ ทวิตเตอร์ ยูทูป ไลน์ทีวี ฯลฯ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยถึง ๓๕ ล้านคน สร้างงานสร้างรายได้จำนวนมหาศาล และกระจายไปยังทุกภาคส่วนรวมถึงชุมชน/ท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ปัญหาสำคัญคือ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ต้องรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากมีความเสื่อมโทรมลง และบางแห่งมีการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวสูงมากจนเกินขีดความสามารถในการรองรับ ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ น้ำเสีย มลพิษตามมา แต่เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ กรมการท่องเที่ยวอาจดูแลไม่ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างองค์ความรู้และสร้างภาคีเครือข่ายกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาและดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

กรมการท่องเที่ยวจึงมีนโยบายให้กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนโดยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ สู่สาธารณชน เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งร่วมกันดูแลรักษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศให้มีความสะอาด สะดวก ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้มีการจัดทำวีดิทัศน์รณรงค์ให้ประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวและเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เฟสบุค บล็อกเกอร์ ทวิตเตอร์ ยูทูป ไลน์ทีวี เป็นต้น

ทั้งนี้ วีดิทัศน์เรื่องดังกล่าวมีดารานักแสดง เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ เป็นตัวเดินเรื่อง นำผู้ชมเข้าไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยอัธยาศัยไมตรีและความประทับใจ เช่น ชุมชนบ้านถ้ำรงค์ เพชรบุรี คลองรางจระเข้ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลาดบ้านหัวตะเข้ กทม. บ้านไผ่ตอง จ.นครปฐม

“ลีโมบัส” เปิดให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

รถ Airport Limobus Express ใน 2 เส้นทางหลัก พร้อม 7 จุดจอดสำคัญในกรุงเทพฯเตรียมใช้ระบบสำรองที่นั่งและเช็คตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์

“ลีโมบัส” เปิดให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารด้วยรถไม่ประจำทาง Airport Limobus Express ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ใน 2 เส้นทางหลัก สุวรรณภูมิ-ถนนข้าวสาร และสุวรรณภูมิ-ถนนสีลม-สยาม โดยมีจุดจอดสำคัญ 7 จุดในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว พร้อมเตรียมนำระบบเว็บแอปพลิเคชันมาใช้ในการสำรองที่นั่ง รวมถึงสามารถตรวจสอบตำแหน่ง และเส้นทางการเดินรถได้แบบเรียลไทม์ สร้างความมั่นใจ สะดวก ปลอดภัย แก่ผู้ใช้บริการ

นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการ Airport Limobus Express รถไม่ประจำทางรับ-ส่งผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เที่ยวปฐมฤกษ์ ที่ชานชาลาขาเข้า ชั้น 1 ประตู 8 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นางนัฎฐ์ณิชย์ โชติสรยุทธ์ กรรมการบริหาร บริษัท ลีโมบัส จำกัด แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วม

นางสาวนัฎฐ์ณิชย์ โชติสรยุทธ์ กรรมการบริหาร บริษัท ลีโมบัส จำกัด เปิดเผยว่า ในขณะนี้บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ด้วยรถไม่ประจำทาง Airport Limobus Express ณ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ใน 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ 1.สุวรรณภูมิ-ถนนข้าวสาร และ 2.สุวรรณภูมิ-ถนนสีลม-สยาม โดยได้รับการสนับสนุนจุดจอดรับ-ส่ง จากกรุงเทพมหานคร 7 จุด ในพื้นที่ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร พญาไท สีลม เป็นต้น

บริษัท ลีโมบัส จำกัด ได้จดทะเบียน “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว” ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตร 15 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเริ่มจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวที่พร้อมให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร และ ได้เปิดให้บริการ Airport Limobus Express ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ในปี พ.ศ. 2558 โดยใช้รถบัสปรับอากาศ (Deluxe Bus) ที่มีมาตรฐานสูง จำนวน 22-31 ที่นั่งต่อคัน พร้อมให้บริการ Wi-fi ภายในรถ ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร ในเรื่องความสะดวก สะอาด และปลอดภัย รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วกรุงเทพฯ

“Airport Limobus Express ได้รับการความนิยมจากชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเดินทางไปที่พัก ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว และสถานีรถไฟฟ้าได้สะดวก ซึ่งการเปิดให้บริการเส้นทางใหม่ครั้งนี้ จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างความประทับใจแก่ชาวต่างชาติในการเดินทางที่สะดวกสบาย ซึ่งในเดือนธันวาคมนี้ จะนำระบบเว็บแอปพลิเคชันมาใช้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถสำรองที่นั่ง และเส้นทางการเดินรถได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการขึ้นรถจากจุดจอดรถต่างๆ สามารถตรวจสอบระยะทาง และระยะเวลาได้แม่นยำขึ้น เนื่องจากการแสดงผลแบบเรียลไทม์” นางสาวนัฎฐ์ณิชย์ โชติสรยุทธ์ กล่าว

ด้านนายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการอนุญาตให้ บริษัท ลีโมบัส จำกัด ประกอบกิจการรับ-ส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง Airport Limobus Express ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ยังไม่มีการให้บริการในลักษณะดังกล่าว ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงช่วยลดปัญหาการจราจรควบคู่ไปด้วย จึงได้สนับสนุนการเปิดให้บริการรถโดยสารไม่ประจำทางรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยานในครั้งนี้

นายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส กล่าวต่อว่า “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ โดยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ซึ่งมอบหมายให้ภาคเอกชนเป็นผู้ให้บริการรถไม่ประจำทางรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยาน เช่นเดียวกับอากาศยาน นานาชาติทั่วโลก เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และฝรั่งเศส”

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจจะใช้บริการ Airport Limobus Express ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถสำรองที่นั่งได้ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขาเข้า ชั้น 1 ประตู 8 ตั้งแต่เวลา 5.45 – 1.00 น.

โดยจะมีรถออกทุก 20-30 นาที หรือขึ้นจากจุดจอดรับ-ส่ง ดังนี้ 1.หน้าโรงแรมบ้านชาติ (ถนนข้าวสาร) 2.ข้างวัดบวรนิเวศวรวิหาร 3.หน้าคอนโดไอดิโอ พญาไท (รถไฟฟ้าพญาไท) 4.ถนนสีลม ซอย4 5.เลขที่ 952 ถนนพระราม4 6.ถนนราชดำริ (ตรงข้ามโรงแรมอนันตรา) และ 7.หน้าโรงแรมอินทรา ถนนราชปรารภ ค่าโดยสารท่านละ 180 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.limobus.co.th

เข้าถึงวิถีไทย ผ่าน 8 เส้นทางท่องเที่ยว

8 เส้นทางท่องเที่ยว
สถานที่ยอดนิยม จังหวัดสิงห์บุรี

หนึ่งวันดีดีที่แสนสบาย อากาศรอบตัวช่วงเดือนตุลาคม ยังดูสดใส  เพราะสายฝนยังคงมาทักทายเป็นครั้งคราว วันหยุดครั้งนี้ ชวนไปเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และ วีรชน เรียกได้ว่าเป็นอีกจังหวัด ที่เดินทางไปเที่ยวสักครั้ง สามารถพบกับความเรียบง่ายและพบวิถีชีวิตที่งดงาม  ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ มากทำให้จังหวัดสิงห์บุรี  สามารถเที่ยวได้ทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับ และจะดีมากยิ่งขึ้นหากพักค้างคืนซัก 1 คืน เพื่อปรับจังหวะชีวิตให้เดินช้าลง รับอากาศบริสุทธิ์ที่เมืองเล็กแต่มากไปด้วยความงดงาม

แต่ถ้าพอมีเวลา ลองขับรถไปเที่ยวจังหวัด สิงห์บุรี กันดีกว่า เมืองใกล้กรุงที่
มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เป็นเมืองเก่าที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เทียบเท่ากับอยุธยา ท่องเที่ยวได้แบบสุขใจ มีโบราณสถานเก่าแก่ที่สวยงามน่าหลงใหล  ยิ่งในช่วงนี้กระแสอนุรักษ์ความเป็นไทยมาแรง เป็นการปลุกให้สิงห์บุรี กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกครั้ง

พูดถึงเรื่องราว  การท่องเที่ยวในช่วงนี้ เริ่มต้นการพักผ่อนกับสถานที่ท่องเที่ยวสร้างสรรค์   และพร้อมที่จะเผยแพร่แนวคิดและวัฒนธรรมผ่านผลิตภัณฑ์ OTOP  ทีมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวในหลายระดับ จากทั่วทุกแห่งในแผ่นดินไทย  ไปชมผลิตภัณฑ์โอทอป หรืออาหารที่ขึ้นชื่อของแต่ละพื้นถิ่น เป็นเสมือนกุญแจที่เปิดเข้าเรื่องราวของแต่ละหมู่บ้าน ไปสัมผัสความน่ารักและรอยยิ้มของชุมชน  พร้อมแล้วไปเปิดประตูท่องเที่ยวแบบฉบับของ Otop นวัตวิถี เมืองสิงห์บุรี ไปชมวิถีไทย ผ่าน 8 เส้น ทางท่องเที่ยว  ด้วยกันเถอะคะ

1.วัดประโชติการาม
มาถึงสิงห์บุรี สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการมาเที่ยว ที่นี่คือ สักการะ  และเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญไหว้พระพุทธรูปปางห้ามญาติ 2 องค์ หลวงพ่อทรัพย์ สูง 6 วา 7 นิ้ว และหลวงพ่อสิน สูง 3 วา 3 ศอก 5 นิ้ว มีพุทธลักษณะที่งดงาม
เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ  ชมความงดงามของพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัยขนาดใหญ่

การอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ บางคนอาจมองเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ หากแต่บางคนกลับมองว่า เป็นเรื่องของพลังจิตบางอย่าง และก็มีอีกบางคนเหมือนกันที่ประชดว่าเพราะเรามีชีวิตที่ล้มเหลวไร้ที่ยึดเหนี่ยว เราจึงให้ความสำคัญกับการตั้งจิตอธิษฐาน

วัดประโชติการาม ชุมชนบ้านดอนกระต่าย  ชุมชนที่อยู่ที่ลุ่มแถบแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อดอนกระต่าย ตามตำนาน วัดประโชติการาม เป็นที่ประดิษฐานของพระยืน ที่มีอายุ 700 กว่าปี จะมีประวัติเชื่อมโยงกับวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

ที่อยู่: ตำบล บางกระบือ อำเภอเมืองสิงห์บุรี สิงห์บุรี 16000

ในวันเสาร์ของทุกเดือน ตลาดนวัตวิถี ดอนประชด  มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชม ตลาดนวัตวิถี ดอนประชด ที่นี่จำหน่ายสินค้าของชุมชน ตลาดวิถีชุมชนขายสินค้าของชุมชน สามารถเลือกซื้อเลือกหาสินค้าราคาชาวบ้าน  ที่มีทั้งของกิน อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ น้ำพริก ปลาร้าแบบแปรรูป ปลาร้าทรงเครื่อง ปลาร้าสมุนไพร แจ่วบองทรงเครื่อง ปลาร้าผัดสมุนไพรไข่เค็ม ผลิตภัณฑ์แปรรูปน้ำพริก น้ำพริกตาแดง กลุ่มจักสาน ของใช้

แนะนำของฝากอย่าง ทองม้วนหัวฟู  ที่นี่ใช้วัสถุดิบใหม่สดอย่างกะทิสดที่คุณป้าเคี่ยวเอง ขูดมะพร้าวด้วยตัวเอง รวมทั้งขนมชนิดอื่นๆ อาหารแบบโบราณ โดยกลุ่มแม่บ้านบ้านดอนกระต่าย ซึ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านที่มีการสืบทอด วิธีการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาดดั้งเดิมของตลาดแห่งนี้ ใครจะมาเที่ยวเปิดในตอนเช้าของวันเสาร์ บอกเลยว่านักท่องเที่ยวสายกิน สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด

เสน่ห์ของสิงห์บุรี เรื่องของเส้นทาง  กลางทุ่งข้าวเก่าแก่ กว่า  200  ปี  แห่งชุมชน บ้านดอนกระต่าย  มาที่นี่ใครที่โหยหาธรรมชาติ บรรยากาศดีดี ริมน้ำ และต้องการใช้ชีวิตแบบชิดชิดธรรมชาติ ที่ยังคงความสะดวกสบาย และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

วันนี้มีโอกาสพบผู้ใหญ่บ้าน นายวิทยา เต่าทอง ม.3 ตำบลบางกระบือ อ.ดอนกระต่าย ชวนมาเที่ยวสิงห์บุรี จะได้เยี่ยมชมวิถีชีวิต มานอนพักที่ บ้านดอนกระต่าย ที่นี่มีพักในแบบโฮมสเตย์ พบกับความเรียบง่ายและวิถีชีวิตที่งดงาม สัมผัสบรรยาการการนอนโฮมสเตย์ แบบติดทุ่งนา และยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารไทย เรียกว่ามาแต่ตัวสามานอนท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยระยะทาง
ที่ไม่ไกลและผู้ใหญ่พาเยี่ยมชม แหล่งอนุรักษ์เลี้ยงปลาช่อนแม่ลาที่แหล่งน้ำธรรมชาติหนองบัว แหล่งเพาะพันธ์  ปลาช่อนแม่ลา  ที่ชาวบ้านเร่งฟื้นฟูอนุรักษ์ เด็ดพืชผักข้างรั้วซึ่งเป็นผักท้องถิ่น เรียกว่าหาวัตถุดิบได้แบบใดก็ใช้แบบนั้น เรามองดูด้วยตาแต่มองเห็นด้วยสมองและภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับใครที่อยากมาพักอิงแอบแนบชิดธรรมชาติ

ติดต่อ : นายวิทยา เต่าทอง ตำบลบางกระบือ อ.ดอนกระต่าย
ติดต่อได้ที่เบอร์ 096 056 9409

2. อนุสาวรีย์วีรชนบ้านบางระจัน แห่งบ้านบางระจัน
ที่สิงห์บุรีก็มีให้ชมไม่แพ้ที่ไหน เส้นผ่านผลิตภัณฑ์ OTOP มีความพร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยว อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเรื่องของประวัติศาสตร์ของวีรชนคนกล้า แห่งบ้านบางระจัน อนุสาวรีย์วีรชนบ้านบางระจัน กรมศิลปากรสร้างเสร็จในปี 2512

ซึมซับบรรยากาศสถานที่อันทรงคุณค่า อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่วีรชนบ้านบางระจันผู้ประกอบวีรกรรมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ โดยพม่าได้ยกทัพมาตีไทยและมีกองทัพส่วนหนึ่งเข้าตีหมู่บ้านบางระจัน แม้ว่าชาวบ้านบางระจันจะขาดแคลนอาวุธและมีกำลังน้อยกว่า แต่ก็ได้แสดงความกล้าหาญและความสามัคคียอมพลีชีวิตเพื่อประเทศชาติ จนได้รับการจารึกเพื่อเป็นเกียรติสืบมา

ส่วนย่าน ตลาดบ้านบางระจัน ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม คึกคักไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ เพราะตลาดบ้านบางระจันอยู่ในบริเวณส่วนของประวัติศาสตร์ตอนปลายของสมัยกรุงศรีฯ จากการสร้างวีรกรรม
การดีไซน์จึงออกเป็นแนวตลาดโบราณ บรรยากาศน่ารักๆ โดยเฉพาะช่วง
ออเจ้าติดลมบน ยิ่งพาให้กระแส ออเจ้า แห่งบ้านบางระจันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมาย สามารถเข้าไปเดินเที่ยวกันได้แบบสบายๆ จนเป็นที่มาของชื่อ ตลาดบ้านบางระจัน ซึมซับบรรยากาศดีดีเพื่อชมวิถีของชาวบ้านและธรรมชาติอันสวยงามและเงียบสงบ
เปิด-ปิด : 08.30-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ถัดมาอีกนิดไม่ควรพลาด เพราะในช่วงนี้กระแส Otop นวัตวิถีสิงห์บุรีกำลังมาแรง ต้องแวะไปช้อปของฝากและสินค้าชื่อดัง อย่างกล้วย” กลุ่มผลผลิตแปรรูปทางการเกษตร ที่อบกล้วยด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ บอกเลยว่า กล้วยตาก ผลผลิตแปรรูปทางการเกษตรรสชาติของกล้วยตาก โดยได้กำนัน ธนวันต์ ชัยรุ่งโรจน์สกุล เป็นผู้นำชาวบ้านเข้ามารวมกลุ่มกัน ได้รับการการันตีความอร่อยจากนักท่องเที่ยวมานักต่อนัก  3/2 หมู่ 9 ตำบางระจัน อ.ค่ายบางระจัน

3.ท่องเที่ยวชุมชน บ้านกระดีแดง
ด้วยความชอบส่วนตัว สำหรับชุมชนตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน บ้านกระดีแดง กับทุ่งนาสีเขียว สีแห่งความรื่นรมย์และความสบายใจ สถานที่มีแหล่งท่องเที่ยว ร้านกาแฟน่ารัก สวยสะดุดตา ด้วยทุ่งนาที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาเป็นสระเก็บน้ำและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำตั้งอยู่ไม่ไกลจาก วัดร้างบ้านสร้าง

4.วัดร้างบ้านสร้าง
อีกหนึ่งสสถานที่ที่น่ามาสุดๆ เป็นชุมชนเล็กๆ ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์
เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันสำคัญของ อ.ท่าช้าง ที่มีชื่อว่า
วัดร้างบ้านสร้าง ที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นชุมชนโอท้อปนวัตวิถีของสิงห์บุรี บรรพบุรุษเคารพสักการะหลายร้อยปี โดยสันนิษฐานว่า เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนกลาง สังเกตจากฐานรูปทรงเรือสำเภาและจะมีทั้งหมด 5 ห้อง ตั้งแต่พ.ศ. 2128 บรรยากาศโดยรอบของ วัดร้างบ้านสร้าง ระหว่างที่เดินชมไปรู้สึกเหมือนกำลังก้าวผ่านช่วงเวลาจากปัจจุบันสู่อดีต เป็นฝีมือของช่างแบบดั้งเดิม เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสวยงามปลกตาของทางธรรมชาติ โดยมีจุดชมวิวที่เผยให้เห็นภาพอันน่ามหัศจรรย์ของ วัดบ้านสร้าง

ที่วัดบ้านสร้าง คุณน้ำทิพย์ โตสงัด และ ผู้ใหญ่บ้าน จรูญ ใจชำนิ บ้านโพประจักษ์และชาวบ้าน ชาวบ้านหามติร่วมที่จะเปลี่ยนแปลงพัฒนาชุมชนของตนเอง ร่วมมือกันพลิกฟื้น จนได้รับการสนับสนุนจากพัฒนาชุมชน ที่วัดบ้านสร้างโดยรอบพระอุโบสถ มีความคงทนและถาวรสวยงาม จึงเข้ามาปรับปรุงเรื่องภูมิทัศน์ต่างๆปรับภูมิทัศน์และสถานที่ให้น่าสนใจ

ซึ่งในวันนี้ ชาวบ้านสร้างสะพานไม้ไผ่ เป็นเส้นทางเดินลัดไปสู่วัดบ้านสร้าง เพื่อไปสักการะ โดยสามารถจอดรถยนต์บนถนนแล้วเดินข้ามทุ่งนาข้าวตรงเข้ามายังวัดบ้านสร้างแห่งนี้ได้ นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสได้สัมผัสกับวิถีแบบดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรี ที่มีทุ่งนา ปกคลุมตลอดเส้นทางเดิน

สำหรับผู้ที่สนใจเที่ยวชมบรรยากาศและพักโฮมสเตย์
สามารถติดต่อที่ อบต.โพธิ์ประจักษ์ 081 7807311 หรือ ผู้ใหญ่จรูญ ใจชำนิ โทร. 087 6736539

5. วัดสว่างอารมณ์
สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2304 โดยมีหลวงพ่อสงฆ์ เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างวัดนี้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “วัดหลวงพ่อสงฆ์” ในระยะแรกเริ่มสร้างวัดนั้นหลวงพ่อสงฆ์ได้อาศัยช้างพังเชือกหนึ่งชื่อ “บุญมา” ชักลากไม้มาสร้างวัด จึงได้สร้างรูปช้างไว้บริเวณกลางลานวัดไว้เป็นอนุสรณ์ถึงนับเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านไผ่ขวาง ตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 18 ไร่ เรียบง่ายและงดงาม

6.เอษณะ เฟอร์นิเจอร์
เกวียนเล่มสวยๆ ที่ ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน และแหล่งเรียนรู้หัตถกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า สำหรับคนรักในงานไม้และอยากเป็นช่างไม้ ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือ เวลาเดียวกันก็ปรับรูปโฉมการจัดจำหน่าย พัฒนาเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ กับการรังสรรค์พื้นที่และรวบรวมความหลากหลายที่มีทั้งไม้เก่าจากเกวียน ปลวก เป็นส่วนที่ช่วยให้เกิดลายไม้ธรรมชาติ เมื่อปลวกแทนจนเหลือแต่เนื้อไม้ จะเป็นร่องน้ำ ซึ่งก่อให้เกิดลายที่สวยงาม
ของผลิตภัณฑ์   ที่ร้านมีแนวคิด ท่องเที่ยวชุมชนเอษณะ เฟอร์นิเจอร์

“สิ่งที่ผมทำงานไม้เก่านี้ผมได้ความคิดมาจากนายหลวง ร.9  ที่นำเศษไม้
มาประยุคให้มีคุณค่า โดยไม่ต้องทำลายธรรมซาติ “-คุณเอ กล่าว เอษณะ เฟอร์นิเจอร์

เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่พร้อมจะให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้ ฝึกหัดทุกวัน ใครที่ต้องการอาชีพ หรือต้องการจะสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่เข้ามาเยี่ยมชม สามารถติดต่อเข้ามาได้ ที่คุณเอษณะ
สนใจเรียนหรือสนสินค้า โทร.
ติดต่อไปได้ที่ 081 3646385

ขอบคุณ ผู้ใหญ่บ้าน คุณกิจติศักดิ์ ยิ้มเสถียร  ม.10   อ.ประสุข จ.สิงห์บุรี
โทร. 098 453 2335

7. ท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกหม้อ
ที่บ้านโคกหม้อ ลักษณะตามชื่อเรียก หมู่บ้านที่มีลักษณะเป็นเนินดิน เป็นโคก เคยเป็นแหล่งเตาเผาโบราณมาก่อน จากประวัติด้านหน้าบอกเอาไว้ว่า เป็นแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ไฮไลท์ของที่นี่ ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์คือ ไหสี่หู ซึ่งหาได้ยาก ปัจจุบันมีตลาดนัด OTOP นวัตวิถี ภายในบริเวณวัด สามารถเดินเล่นชิม ช้อป สินค้าจากชาวบ้านได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ และเมื่อเดินเข้าสู่ด้านหลังของวัดจะพบพระปรางค์ ริมแม่น้ำน้อย มักเป็นที่จัดงานลอยกระทงและตักบาตรเทโวในช่วงวันออกพรรษา

ที่นี่เราได้รู้จักกับคุณป้าสอิ้ง เตรียมสมุนไพรสด หลายชนิดเพื่อทำลูกประคบ ป้าสอิ้ง หรือ หมออิ้ง ของชาวบ้าน เล่าว่า หลังจากเกษียณราชการได้นำความรู้ความสามารถเรื่องสมุนไหรไทย ที่ต้องการถ่ายทอด ป้าสอิ้งคิดว่า เรามีความรู้ก็อยากจะถ่ายทอด โดยเปิดบ้านเป็ฯโฮมสเตpและศูนย์การเรียนรู้เรื่องสมุนไพรไทย

โดยมีชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงให้ความสนใจเรียนเพื่อนำไปประกอบอาชีพ โดยการเรียนเริ่มจากทฤษฎีทางกายภาพก่อน หลังจากนั้นจึงจะสามารถเริ่มเข้าสู่ปฏิบัติ หากสนใจใช้บริการสามารถไปได้ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านสมุนไพร อยู่ใกล้ๆ ห่างจากวัดพระปรางค์ไม่เกิน 1 กิโล

 

8.ท่องเที่ยว ชุมชนบ้านท่าช้าง
ท่องเที่ยวชุมชนเที่ยวชม ชิม แชะ ที่ตลาดสองวัฒนธรรมไทย-จีนหมื่นหมื่นปี เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำน้อยไหลผ่านล่องเรื่อรับอากาศดีกลางแม่น้ำน้อย เรือสำหรับพานักท่องเที่ยวนั่งชมบรรยากาศจะแล่นไกลไปถึงวัดพิกุลทอง สองข้างทางจะได้ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ช่วงเย็นตอนบ่าย ได้แสงยามเย็นที่งดงาม อบอุ่น และช่วงเช้า ซึ่งจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่งดงามในยามเช้า ได้ร่วมกิจกรรมพื้นที่ด้านนอกจัดเป็นที่นั่งแบบระเบียงชมวิว นั่งจิบเครื่องดื่มมองผู้คนที่ข้ามไปมาบริเวณสะพาน เป็นวิถีชีวิตที่ดูอบอุ่นและเรียบง่ายแวะมาเดินเล่นหาของอร่อยทานที่ตลาดก่อนได้ เป็นตลาดเล็กๆ มีอาหารที่ขึ้นชื่อของแต่ละพื้นถิ่นเป็นเสมือนกุญแจที่เปิดเข้าเรื่องราวของหมู่บ้าน ที่นี่ตกแต่งน่ารัก แบบซุ้มขายของอารมณ์แบบชาวบ้านเก๋ๆ

ตลาดสองวัฒนธรรม ไทย-จีน หมื่น หมื่น ปี
เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์

สำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดทำกิจกรรมสื่อมวลชนเยี่ยมชมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี (press tour)  และ สารคดีสั้น 5 นาที 24 ตอน การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก การพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น การส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยว

ขอบคุณโครงการ นวัตวิถีสิงห์บุรี Singburi Inno – Way โดย ทอดด์ ทองดี
กับเส้นทางการเที่ยวจากจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์โอทอป หรืออาหารที่ขึ้นชื่อของแต่ละพื้นถิ่น  เป็นเสมือนกุญแจที่เปิดเข้าเรื่องราวของแต่ละหมู่บ้าน โดยพิธีกร ทอดด์ ทองดี นำด้วยความสงสัยว่า ผลิตภัณฑ์นี้อาหารนี้คืออะไร มีผู้นำที่เป็นบุคลากรดีเด่น หรือนักปราชญ์ของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อตอบสนองความสงสัยของพิธีกร ด้วยการเล่าถึงที่มา ที่อยู่ และอนาคตของหมู่บ้านนั้น แล้วนำเข้าสู่รายละเอียดหรือการสาธิตการสร้าง การปรุงผลิตภัณฑ์โอทอป เมื่อเราได่เรียนรู้เรื่องราวและความเป็รมาของหมู่บ้านนั้นและผลิตภัณฑ์ OTOP ที่โดเด่นเด่น เชื่อมโยงถึงอนาคตความเป็นไปได้และ ศักยภาพของฃุมชนในแต่ละหมู่บ้านในจังหวัดสิงห์บุรีได้อย่างน่าประทับใจ

จบทริปท่องเที่ยวสบาย 2 วันที่เมืองสิงห์บุรี สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสความรู้สึกเหมือนเรา   มาแล้วหลุดไปอยู่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และวีรชน เบิกบานใจกับสถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดสิงห์บุรี วันหยุดพักผ่อนเส้นทางสายวัฒนาธรรมและประวัติศาตร์ของเมืองสิงหืบุรี เที่อยากให้ได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

 

12 ปี 12 กิจกรรม ฉลองครบรอบโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

ในโอกาสที่ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เปิดดำเนินการครบ 12 ปี ทางโรงแรม  นำโดย มร. คริสตอฟ เจอโฟรย์, ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที  จัด 12 กิจกรรม  ฉลองโอกาสพิเศษ
ดังกล่าว อาทิ “คุณคือฮีโร่”

จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
มร. เจอโฟรย์และจิตติมาศ เกตุวรวิทย์ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที

เพื่อเปิดประตูต้อนรับบุคคลสำคัญ (ฮีโร่) ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ได้ให้การดูแลเป็นอย่างดีตลอดมา โดยทางโรงแรมได้เชิญบุคคลสำคัญ อันได้แก่ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและชีวอนามัย, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายแพทย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ตำรวจภูธร, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ ฯลฯ

บุคคลสำคัญจากฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เชิญกลุ่มซูเปอร์คาร์มาสังสรรค์ ซันเดย์บรั๊นซ์ (Sunday Brunch) ที่ ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์ (Touchdown Sports Bar)

แขกรับเชิญพิเศษได้แก่วงดนตรีอีทีซี  และ “หนิง” ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา มาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องสุวรรณภูมิแกรนด์บอลลูม  โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต กิจกรรมอื่น ๆ  ประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวนกว่า 200 คนจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์, จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
งานเลี้ยงขอบคุณพนักงาน, ซูเปอร์คาร์บรั๊นซ์ ที่ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์, ฯลฯ

กิจกรรมสัญจรหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อุตรดิตถ์

ขับรถผ่านอยู่หลายรอบ อุตรดิตถ์
วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปแล้ว

จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมสื่อมวลชนเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์
ดินแดน 3 วัฒนธรรม(ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) เสริมสร้างชุมชนให้มีความเข็มแข็ง เพิ่มรายได้ชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชน จำนวน 9 อำเภอ 28 หมู่บ้าน

โครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรวมตัวของการท่องเที่ยวระดับชุมชน ‘แอ่งเล็ก’ สร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมบวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ยกเสนห์ความงดงามของท้องถิ่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี และอาหาร พัฒนาเป็น อัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวซื้อสินค้าในชุมชน ทำให้รายได้กระจายอยู่ในชุมชน

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 61 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมสื่อมวลชนเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ดินแดน 3 วัฒนธรรม(ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 ตุลาคม 2561

เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินงาน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย สื่อส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น มีพื้นที่เป้าหมายในการศึกษาดูงาน ได้แก่ อำเภอพิชัย บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก ทหารคู่ใจพระเจ้าตากสิน / ชมประเพณีหาบจังหัด ที่อำเภอตรอน / อำเภอฝากท่า เภอบ้านโคก ชุมชนทอผ้ามัดหมี่ ชื่อดัง / อำเภอน้ำปาด แวะสักการะพระอกแตก หนึ่งเดียวในโลก และเชคอินสะพานร่วมใจที่ชาวชุมชนพร้อมใจกันทำสะพานไม้ขัด กลางทุ่งนา ธรรมชาติ เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แล้วจะรู้ว่ามีบางสิ่งอธิบายทุกอย่างไว้ลงตัวหมดแล้ว

จังหวัดอุตรดิตถ์ มีชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น เป็นดินแดน 3 วัฒนธรรม คือล้านนา ล้านช้าง และ ไทยกลาง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมและใช้จ่ายได้ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสนห์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และช่วยเสริมสร้างรายได้ ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

พาไปชมความคึกคัก จุดเช็คอิน 3 ชุมชน เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง

เปิดจุดเช็คอินชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อ.ศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

โครงการชุมชนท่องที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของจังหวัดอุบลราชธานี  ตอนนี้กำลังเดินหน้าไปอย่างคึกคัก ล่าสุด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรมเปิดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีและสื่อมวลชนเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน ‘เส้นทางธรรมนำวิถีพอเพียง’ ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านคำบง อ.ศรีเมืองใหม่

โดย 3 ชุมชนในเส้นทางนี้ ประกอบด้วย บ้านคำบง บ้านนาเลิน และบ้านดงนา ต่างพร้อมใจกันมาแนะนำชุมชนแบบจัดเต็ม ทั้งการแสดงพื้นบ้าน การออกบูธผลิตภัณฑ์ OTOP และการสาธิตงานฝีมือต่างๆ

อ.ศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

​เริ่มจาก “บ้านคำบง ต.สงยาง” อีกหนึ่งชุมชนต้นทางเส้นทางธรรม เพราะนอกจากจะเป็นบ้านเกิดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่าแล้ว ท่านยังได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญเรืองด้วย ที่บ้านคำบงจึงมีทั้งอนุสรณ์สถานบ้านเกิด หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และพุทธอุทยานบ้านคำบง หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต องค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ขนาดหน้าตัก 16 เมตร สูง 29 เมตร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้มาสักการะบูชา​ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แล้วจะรู้ว่ามีบางสิ่งอธิบายทุกอย่างไว้ลงตัวหมดแล้ว

ผลิตภัณฑ์ OTOP ของบ้านคำบงส่วนใหญ่จึงเป็นงานแปรรูปจากธรรมชาติรอบตัว ได้แก่ เครื่องจักสานไม้ไผ่ เตียงไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์จากกะลา พวงกุญแจไม้มะขาม สบู่ หน่อไม้ส้ม หน่อไม้ถุง เป็นต้น ขณะที่สำรับอาหารที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ลาบนางเซ (ลาบปู) ซุปนางดิน (ซุปหน่อไม้) แจ่วบอง และขนมต่างๆ อาทิ ขนมดอกจอก ทองม้วน และกล้วยบวดชี

บ้านคำบง ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ เป็นบ้านเกิดของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พื้นที่บริเวณตรงนี้ ก็คือ เป็นที่ดิน เป็นสถานที่ปลูกบ้านอยู่อาศัยของครอบครัว หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

“บ้านนาเลิน ต.นาเลิน” เป็นชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะในวนอุทยานน้ำตกผาหลวง ซึ่งมีน้ำตกผาหลวงอันสวยงาม และมี ‘ผาหม้อ’ สามารถสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสนห์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และช่วยเสริมสร้างรายได้ ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

วนอุทยานน้ำตกผาหลวง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี มีความโดดเด่นในเรื่องของลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยเทือกเขาติดต่อกันคือ ภูแผงม้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 399 เมตร ภูพระทราย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 392 เมตร ภูหมีเยี่ยม มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 362 เมตร ภูผักหวาน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 282 เมตร ซึ่งภูเขาเป็นลักษณะสูงชัน และมีที่ราบเป็นลานหินบนเขา

ที่ตั้งของเสาเฉลียงรูปร่างคล้ายหม้อดินโบราณ  นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอกไม้ป่านานาพันธุ์ รวมทั้งจุดชมวิววัดภูกุ้มข้าว ซึ่งล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่น่าสนใจ

​ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่น่าสนใจของบ้านนาเลิน ได้แก่ ไม้กวาดหญ้าหางเสือ สาดเตยหรือเสื่อที่ทำจากใบเตย ตะกร้าสานจากซองกาแฟ ตะกร้าสานจากไม้ไผ่ เปลไม้ไผ่ ชิงช้าไม้ หน่อไม้ดอง หน่อไม้ถุง หน่อไม้ดอง แจ่วปู และปลาแดดเดียว ส่วนสำรับอาหารที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวลิ้มรส ได้แก่ หอยหอม ซุปหน่อฟ้าท้าลุย (ซุปหน่อไม้) นึ่งนางหนีบ (ปูนึ่ง) แกงนักเลงพื้นบ้านใส่หน่อฟ้าท้าลุย (แกงไก่หน่อไม้) หลามปลาจอมพลัง (ปลาช่อนกระบอกไม้ไผ่) และหนุมานคลุกฝุ่น (ข้ามต้มคลุกมะพร้าว)

​ปิดท้ายที่ “บ้านดงนา ต.หนามแท่ง” ชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง เจ้าของคำขวัญ ‘วัดสวนหินผานางคอย ลอยเรือไปออกพรรษา ล้ำค่าปลาน้ำโขง เชื่อมโยงดินแดนไทยลาว’ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในชุมชนได้ครบถ้วน เพราะจุดแรกที่เป็นเหมือนประตูบ้านดงนาก็คือ วัดสวนหินผานางคอย บนยอดเขาที่เป็นลานหิน มีหน้าผาสูงชันชื่อ ‘ผานางคอย’ ตามตำนานรักอมตะเล่าว่า หญิงสาวสูงศักดิ์แห่งเมืองจำปาสัก มานั่งคอยสามีที่ผาแห่งนี้ทุกวัน แต่ในที่สุดนางก็ได้ข่าวสามีเสียชีวิตในสนามรบ นางจึงเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

​ถัดลงไปจากวัดสวนหินผานางคอย เป็นที่ตั้งของบ้านดงนา ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการประมง แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการชมวิวสองฝั่งโขง ก็สามารถใช้บริการล่องเรือได้จากท่าเรือในชุมชน ก่อนจะขึ้นฝั่งมาช้อปผลิตภัณฑ์ OTOP ได้แก่ ผ้าพันคอผ้าฝ้าย ผ้าคลุมไหล่ผ้าฝ้าย ผ้าห่มนวมยัดฝ้าย เชือกผ้าฝ้าย ผ้าขาวม้า ตะกร้าสานไม้ไผ่ พิมเสนน้ำ น้ำยาล้างจานจากใบย่านางและว่านหางจระเข้ ลานจับปลา และสาดเตย เป็นต้น พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูพื้นถิ่น ได้แก่ คั่วนักร้องริมโขง (คั่วจิ้งหรีด) ต้มยำปลา ลาบปลา หมกปลาร้า และห่อหมก

สนใจสอบถามข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวได้ที่
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีเมืองใหม่ โทรศัพท์ 081-8234293

เครือ พี.เอ็ม.กรุ๊ป เปิดตัว “The Nest สุขุมวิท 71”

คอนโดฯ ใหม่ …รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองในแบบ คนสุขุมวิท


เครือ พี.เอ็ม.กรุ๊ป เปิดตัว “The Nest สุขุมวิท 71”
คอนโดฯใหม่รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองในแบบ “คนสุขุมวิท” สะดวกสบาย แต่คงความอบอุ่น ใกล้กับ BTS การออกแบบอันพิถีพิถัน เพดานสูง วัสดุพรีเมี่ยม  The Nest สุขุมวิท 71  ถ่ายทอด อารมณ์และไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย คอนโดที่ผสานเทคโนโลยี และธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ย่านสุขุมวิท  ได้ชื่อว่าเป็นทำเลทองที่ดีเวลลอปเปอร์ต่างแย่งชิงที่ดินผืนงามมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่างให้พัฒนาอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้  การพัฒนาจึงได้ขยับขยายออกไปตามแนวรถไฟฟ้า และ ทำเล “พระโขนง” เป็นอีกทำเลหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ   จากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นโอกาสใหม่  ที่น่าลงทุน ด้วยความพร้อมของ
ศักยภาพทําเลและ Demand ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ พี.เอ็ม.กรุ๊ป เปิดเผยว่า ย่านพระโขนงหรือสุขุวิท 71 ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพที่เชื่อมระหว่างในเมืองและนอกเมือง มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากจะเป็นชุมชนเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่คนไทยอยู่อาศัยแล้วยังพบว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาชาวต่างชาติก็ได้เข้ามาอยู่อาศัยในทำเลดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้ง บริษัทฯจึงได้ต่อยอดความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ The Nest (เดอะเนสท์ ) จากโครงการแรก
The Nest เพลินจิต มาถึงโครงการใหม่ล่าสุด

The Nest สุขุมวิท 71 (เดอะเนสท์ สุขุมวิท 71) โครงการที่สี่ อยู่ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 (สุขุมวิท 71) บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น 5 อาคาร คลับเฮ้าส์ 2 ชั้น 1 อาคาร รวมจำนวน 515 ยูนิต

มีขนาดห้อง 3 แบบ ดังนี้
แบบ 1 ห้องนอน( 1 Bedroom ) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.69-33.35 ตารางเมตร (ตร.ม.),

แบบ 1 ห้องนอน ( 1 Bedroom plus) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 41.52 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน( 2 Bedroom ) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 44.51-47.22 ตร.ม.
ราคาขายเริ่มต้น 92,500 – 110,000 บาท ต่อตร.ม.หรือราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาทต่อยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท

เริ่มก่อสร้างประมาณไตรมาส 4/2561 คาดว่าแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 4/2563 เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนทำงานในเมืองที่มองหาบ้านหลังที่สองที่มีระดับรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มนักลงทุน

“โครงการ The Nest สุขุมวิท 71”   เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทที่ออกแบบเพื่อความสมบูรณ์ในการใช้ชีวิตให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วยการออกแบบให้การอยู่อาศัยที่รายล้อมด้วยร่มไม้ใจกลางเมือง มีความโดดเด่นทั้งตัวอาคารภายนอกและลงตัวด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบตอบโจทย์ลงตัวทุกพื้นที่เพื่อความสุขและการใช้ชีวิตการอยู่อาศัยที่แท้จริงในทุกแบบห้อง ทุกขนาดพื้นที่สามารถใช้สอยได้จริง เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ โดยทุกยูนิตจะตกแต่งแบบ fully furnished มีชุดครัวแบบปิด และ walk-in closet ในทุกรายละเอียดการออกแบบดีไซน์นั้นสามารถตอบรับการใช้ชีวิตทันสมัยสไตล์คนเมืองตั้งแต่เริ่มตื่น ทำงาน พักผ่อน จนถึงการนอนหลับ ด้วยการตกแต่งแบบเรียบๆโทนสีอบอุ่นลงตัว เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มคนที่ทำงานในเมือง หรือกลุ่มคนที่ต้องการซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุน

นอกจากนี้ภายใน โครงการ The Nest สุขุมวิท 71 ก็พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ดังนี้ มีที่จอดรถ 50 % (รวมจอดรถซ้อนคัน) ล็อบบี้ ,สวนและพื้นที่นั่งเล่นภายนอกอาคาร, สระว่ายน้ำพร้อมด้วยสระเด็ก, ห้องออกกำลังกาย/ลานโยคะ, เลานจ์และห้องสมุด , พื้นที่ซักรีด, ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย (WIFI) ในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงมีบริการอื่นๆ อาทิ พนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด24 ชม. พร้อมระบบคีย์การ์ด ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV) และบริการรถรับส่ง เป็นต้น

“ลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มนักลงทุนและผู้มีรายได้ในระดับกลางที่ทำงานในเมือง ที่ต้องการซื้อเป็นบ้านหลังแรกหรืออาจจะมีบ้านอยู่แล้ว ต้องการคอนโดฯ เป็นบ้านหลังที่สอง เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางหรือซื้อเพื่อการลงทุนไว้ปล่อยเช่า” นางสาวอุษณา กล่าว พร้อมกับย้ำว่า จากฐานข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่ซื้อคอนโดฯแบรนด์ “เดอะเนสท์”จากสามโครงการที่ผ่านมาทั้งจากโครงการ The Nest เพลินจิต,โครงการ The Nest สุขุมวิท 22 และ โครงการ The Nest สุขุมวิท 64 ลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่กว่า.70. % เป็นลูกค้าที่ซื้ออยู่เอง และอีก 30 %เป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อการลงทุน โดยสัดส่วนระหว่างกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติ ตาม Demand ของสถานการณ์

ทั้งนี้ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อจะซื้อด้วยเงื่อนไขการเปรียบเทียบ “ราคา” กับ “คุณภาพ” และความ “สะดวก”ในการเดินทางที่อยู่แนวรถไฟฟ้าและใกล้
สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบดีไซน์ดั่งที่กล่าวมาแล้ว  โครงการ
The Nest สุขุมวิท 71  มีจุดเด่นด้าน ทำเลที่ตั้ง ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพระโขนง ซึ่งเป็นทำเลทั้งชาวไทยและต่างชาติอาศัยอยู่จริง การคมนาคมสะดวก ทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว เพราะถนนสุขุมวิท 71 เป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังรามคำแหง ,พระราม 9 จะเข้าตัวเมืองย่านอโศกหรือสยามฯก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าได้ภายในไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมาย หรือ หากขับรถส่วนตัววิ่งไปเส้นพระราม 4 ก็สามารถไปยังสีลมได้ด้วย  เช่นกัน อีกทั้งที่ตั้ง โครงการ The Nest สุขุมวิท 71  อยู่ฝั่งเลขคู่ซอยปรีดีฯ   2 ที่สามารถลัดไปขึ้นทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ซึ่งก็สะดวกมากเช่นกัน

นอกจากนี้ “โครงการ The Nest สุขุมวิท 71” ยังอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆรองรับชีวิตคนเมืองและชาวต่างชาติ สถานที่สำคัญใกล้เคียง W District ตั้งอยู่บริเวณปากซอย สุขุมวิท 71 / Summer Hill /Gateway Ekamai /รพ.สุขุมวิท / ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท เป็นต้น

กล่าวได้ว่า ทำเล “พระโขนง” หรือ “สุขุมวิท71” เป็นอีกทำเลตัวเลือกหนึ่ง
ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อ “เพื่ออยู่อาศัย” ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแบบ “คนสุขุมวิท” สำหรับท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่

สำนักงานขาย โครงการ The Nest สุขุมวิท 71
เบอร์โทร 089-999-5181 หรือ www.thenestproperty.co.th

ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของดีที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่ามี!

ระนอง วิถีชีวิต หมู่บ้านที่ซ่อนตัว
ท่ามกลางธรรมชาติ

ระนอง เป็นหนึ่งในชุมชนท่องเที่ยว ซึ่งมีวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ งดงาม มีเสน่ห์ ดึงดูด ชวนให้นักเดินทางได้ไปเยือนสักครั้ง  ท่องเที่ยวทั้งที  ต้องมีในลิสต์  คนชอบทะเลไม่หนีร้อนก็หนีรักไปพักกับบรรยากาศ 28 หมู่บ้าน 5 อำเภอ OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง

ครั้งนี้เลือกไปเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ชื่นชมวิถีชีวิตที่เรียบง่าย  ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพแบบธรรมชาติไม่ว่าจะชอบเที่ยว ทะเล เที่ยวภูเขา
หรือชอบหาของกินอร่อยๆ  เลือกซื้อสินค้าในชุมชน เลือกมุมถ่ายรูปสวยๆ กิจกรรมดีดีเหล่านนี้ มีแต่เสียงหัวเราะล้วนแล้ว เป็นความสุขที่ให้กับ
ตัวเองทั้งนั้น

Toptotravel เพิ่งกลับมาจาก จังหวัดระนอง นี่คือ การไปเยือนจังหวัดระนองเป็นครั้งแรก  “ระนอง”  จังหวัดที่มีสโลแกนว่า เมืองฝนแปด แดดสี่ หมาย ความว่า สภาพอากาศตลอดในหนึ่งปี ฝนตกแปดเดือน และแดดออกอีกสี่เดือน  ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ก็แอบลุ้นๆ ว่าจะฝนจะตกสักกี่วัน

เหตุผลที่มาครั้งนี้ก็ เพราะ ระนอง เป็นเมืองที่มีครบทุกอย่างในด้านการท่องเที่ยว ด้านขวาของจังหวัด  ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงเขียวขจี บริเวณโดยรอบมีทั้งป่าและน้ำตก ส่วนฝั่งซ้ายลาดลงไปสู่ทะเลอันดามัน และสามารถข้ามไปเกาะต่างๆ มากมาย

เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ไป จังหวัด ระนอง ทริปนี้เรามากันทั้งหมด  2 วัน  1 คืน  Totptoravel เดินทางทั้งขาไปและขากลับ โดยสายการบิน นกแอร์ ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เครื่องบินชื่อน่ารัก นกคาปู คือชื่อของนาง สภาพอากาศระหว่างการเดินทางอากาศดีฟ้าใส  เผลอแปร๊ปเดียวถึง  ยังสนามบินระนอง นกแอร์ เที่ยวบินที่ DD7312 เวลา 6.05 น. ถึงระนอง เวลา 7.30 น.
ใช้ระยะเวลาการเดินทางโดยประมาณ 1.25 ชม. หลังจากนั้น เราเดินทางเข้าสู่เมือง จ.ระนอง ไปหาอาหารเช้าพท้นเมืองทานกัน

ระหว่างทาง มองเห็นสถานต่างๆ รอบตัวเมืองระนอง แต่ละที่ดูแล้ว ช่างมีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกันออกไป และด้วยเวลาที่จำกัด Tototravel จึงเลือกไปชมวิถีชีวิต รูปธรรมชาติ ภูเขา ทะเล และผู้คนให้มากยิ่งขึ้น

สิ่งต่างๆ ที่เราจะได้เห็นจากการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน  สถานที่ต่างๆ อยู่ในชุมชนเกือบทั้งสิ้น   โดยใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ OTOP​ นวัตวิถี​ ระนอง​ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดรายได้กับชุมชน โดยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดระนอง

OTOP นวัตวิถี เน้นให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน สามารถสัมผัสรายละเอียดของธรรมชาติ วิถีชีวิตแต่ละภาพจะสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้านที่เรียบง่ายของชาวจังหวัดระนอง ธรรมชาติบำบัด สัมผัสชีวิตคนระนอง เดินฟังเสียงน้ำไหล กินไข่ออนเซน เสน่ห์ของวิถีชุมชน อาหาร การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ประเพณี ภาษา อาชีพ ความเชื่อ ศิลปะพื้นถิ่น น่าอิจฉาวิถีชีวิตของคนที่นี่ และนักท่องเที่ยวทุกท่านมาผล้วไม่ผิดหวัง คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิต  ของชาวระนอง มาเที่ยวระนองทั้งที  ถ้าไม่ได้ลง 5 อำเภอ 28 หมู่บ้าน  ถือว่าคุณยังมาไม่ถึงระนอง

การเดินทางมาเที่ยวครั้งนี้  ได้รับเชิญจาก พช. จังหวัดระนอง   จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน เสริมสร้างชุมชนให้มีความเข็มแข็ง เพิ่มรายได้ชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่นธรรมชาติบำบัด สัมผัสชีวิตคนระนอง เดินผังเสียงน้ำไหล กินไข่ออนเซน OTOP นวัตวิถี  จุดหมายของคนรักสุขภาพแบบธรรมชาติ น่าอิจฉาวิถีชีวิตของคนจังหวัดระนอง

ที่ จ.ระนอง บอกได้เลยว่าดีเทลธรรมชาติ 100%  แห่งหนึ่งในประเทศไทย  จึงทำให้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรวมตัวของการท่องเที่ยวระดับชุมชน ‘แอ่งเล็ก’ สร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน ชาวบ้านปลูกกาแฟแบบธรรมชาติปลอดสารพิษ ทำให้ผลผลิตกาแฟมีคุณภาพล้ำเลิศทั้งในด้านรสชาติและความหอมหวล ไม่แพ้เมล็ดกาแฟจากแหล่งใดในโลกยังเป็นที่รู้จักในฐานะชุมชน  ที่มีการจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ด้วยวิถีชีวิต ความสามัคคี ระบบระเบียบที่ชัดเจน กับความคิดดีๆ โดยใช้นวัตกรรม บวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ยกเสนห์ความงดงาม  ของท้องถิ่น
ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ของนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ  ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผลสำคัญของการท่องเที่ยวทำให้ชาวบ้าน มีรายได้ดี เพื่อ
จุนเจือครอบครัวมากขึ้น  จากการที่ชาวบ้าน ได้มีการร่วมตัวกันจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง

เพื่อรับการอบรมพัฒนาอาชีพเสริม ที่ผู้นำหมู่บ้านจัดกลุ่มนวดแผนโบราณ กลุ่มเครื่องเรือนไม้ไผ่ กลุ่มจักสานหมวก กลุ่มสมุนไพรพื้นบ้าน กลุ่มดนตรีพื้นเมือง กลุ่มฟ้อนรำ กลุ่มไกด์ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งทุกกลุ่มของแต่ละชุมชนมีความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับ Otop นวัตวิถี กับการท่องเที่ยวทั้งสิ้น

ทุกวันนี้ชาวบ้าน  28 หมู่บ้าน 5 อำเภอ OTOP นวัตวิถี จ.ระนอง  เข้าใจเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการบริหารจัดการในทุกด้าน รวมถึงรู้จักหน้าที่และบทบาทของตัวเองในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ตลอดจนการร่วมแรงร่วมใจกันในการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อมิให้เกิดเป็นผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน เช่นในอดีตที่ผ่านมา

เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวซื้อสินค้าในชุมชน ทำให้รายได้กระจายอยู่ในชุมชนที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เดินทางมาทีนี่ทั้งที เพื่อสนันสนุนสถานที่ท่องเที่ยว เรามาชม 8 เส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้านโอทอป นวัตวิถี ในระนองกันดีกว่า มีที่ไหนบ้างไปดูกัน!

เส้นทางที่ 1 ล่องคลอง ท่องเล เสน่ห์ชุมชนท่องเที่ยวOtop​ นวัตวิถี​ หมู่บ้านดีๆ​  ชื่อสุขสำราญ บ้านเหนือ หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดระนอง ที่กำลังจะกลายเป็นมรดกโลก ซึ่งอยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ ดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2563  Otop นวัตวิถี ที่นี่สื่อถึงสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติที่งดงาม เรามีโอกาสได้ล่องเรือชมป่าชายเลนที่งดงามที่สุด หรือสวยเป็นลำดับที่สอง  รองจากประเทศบังคลาเทศ

เดินทางถึงท่าเรือ ป่าชายเลนของระนองยังเป็นเหมือนกำแพงที่ป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง

การล่องเรือชมป่าชายเลนที่เส้นทางเชื่อต่อกับทำเล โดยเรือประมงของชาวบ้าน

เส้นทางที่ 2 ชวนมาถ่ายรูป เชคอินสะพานแขวนบ้านเหนือ คำพวน
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สะพานไม้ยาว ข้ามธารน้ำสะพานไม้มีความยาวข้ามธารน้ำไปอีกฝั่ง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนอกจากมาแช่บ่อน้ำร้อนแล้ว ยังสามารถมาเดินเล่น นั่งเล่น เก็บภาพได้ที่สะพานไม้ อยู่ในโซนขวาของจังหวัดที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา จุดหมายของคนรักธรรมชาติ ทุกท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวระนอง เพราะที่นี่มีแหล่งงท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว  ล่องเรืองชมบรรยากาศและศึกษาชีวิตชายฝั่ง ป่าชายเลนมรดก  ล่องคลอง ท่องเล สเน่ห์บ้านเหนือ ธรรมชาติสวยที่เมืองรอง

สะพานแขวนบ้านเหนือ คำพวน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

ตามเราไปเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ ระนอง จังหวัดเล็กๆ ที่มีชุมชนน้อยใหญ่

เส้นทางที่ 3  เยี่ยมชมจุดชมวิว เขาฝาชี
ในพื้นที่บ้าน อำเภอละอุ่น ตั้งอยู่บริเวณยอดเขาฝาชี โดยมีเส้นทางจากถนนเพชรเกษม  ไปยังบริเวณยอดเขาฝาชี เส้นทางไต่เขาลักษณะคดเคี้ยวตามไหล่เขา เดิมบริเวณจุดชมวิวบ้านเขาฝาชี เป็นจุดสังเกตการณ์ในการสู้รบของทหารญี่ปุ่น ซึ่งในยุคนั้นจะเรียนว่า เขาหมาหอน

เส้นทางที่ 4
ชมศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้าน “ลิเกป่า”
ชุมชนบ้านเขาฝาชีเป็นชุมชนก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ และชุมชนบ้านเขาฝาชีได้เป็นพื้นที่ในการตั้งฐานทัพของทหารญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวของชุมชนบ้านเขาฝาชีจึงมีความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ ๒
จุดชมชมวิวที่นี่ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลอันดามัน และจุดบรรจบของแม่น้ำสามกระแส คือ แม่น้ำละอุ่น แม่น้ำกระบุรี และ แม่น้ำมะลิวัลย์ ประเทศเมียนมาร์ และจะมองเห็นหัวเขาค่าง ซึ่งเป็นจุดด่านสกัดในยุคสงครามโลก มองเห็นหาดโหด เห็นสภาพชุมชนบ้านเขาฝาชี และนอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาว สามารถพบทะเลหมอกได้ที่บริเวณจุดชมวิวบ้านเขาฝาชี
ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันนี้ชุมชนดังกล่าวยังคงมีการผลิตกะปิ อาหารทะเล

ชุมชนบ้านเขาฝาชี จะสามารถเห็นวิถีชีวิตแบบชนบท วิถีชีวิตริมแม่น้ำ สูงจากระดับน้ำทะเล 259 เมตร บนยอดเขาเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สวยงาม พระอาทิตย์อัสดง สามารถมองเห็นแม่น้ำกระบุรีไหลบรรจบกับแม่น้ำละอุ่น เกาะแก่งต่างๆ เป็นภาพที่สวยงามสดใสมีชีวิตชีวา ในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งฐานทัพญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีหลักฐานสำคัญคือ ซากเรือรบ อุโมงค์ใต้ดิน แนวทางรถไฟ ที่มีการประกอบอาชีพลอกใบห่อยาสูบ การทำกะปิ การแปรรูปอาหารทะเลอาหารทะเลสดจากธรรมชาติ อาหารปักษ์ใต้ อาหารท้องถิ่น ขนมโบราณ ผักเหลียงผักพื้นบ้านผักประจำถิ่น

​เส้นทางที่ 5 เปิดหมู่บ้านOTOP นวัตวิถี
ที่ตลาดนัดชุมชนแห่งนี้ ชาวบ้านนำสินค้า ที่ผลิตเองตากบ้านเหนือ หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ “ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง  มาจัดจำหน่ายเพิื่อเพิ่มรายได้ให้แหล่งชุมชน

เส้นทางที่ 6 ชมเสนห์ชาวฮินดู ที่หมู่บ้านบ้านพรรั้ง 
อำเภอเมือง ระนอง นวัตวิถีบ้านพรรั้ง ที่สืบทอดเชื้อสายชาวฮินดูที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน น่าจะมาจากการทำเหมืองแร่ดีบุกในสมัยก่อน (สมัยต้นตระกูล ณ ระนอง)  สัมผัส ชีวิตคนระนอง เดินผังเสียงน้ำไหล กิสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้านที่เรียบง่ายของชาวจังหวัดระนอง ธรรมชาติบำบัด สัมผัสชีวิตคนระนอง เดินผังเสียงน้ำไหล กินไข่ออนเซน เสน่ห์ของวิถีชุมชน อาหาร การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ประเพณี ภาษา อาชีพ ความเชื่อ และศิลปะพื้นถิ่น

เส้นทางที่ 7 บ่อน้ำแร่พุหลุมพี
วันนี้ไปแช่น้ำแร่กันที่ บ่อน้ำแร่พุหลุมพี ออนเซ็นเมืองไทยไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น จ.ระนอง  อุณหภูมิสูงประมาณ 65  และต้องห้ามพลาดบ่อน้ำร้อนไหลอุ่นๆ ตามธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่นอย่างมากของชาวชุมชน เป็นบ่อพุน้ำร้อนขนาดเล็กไม่กว้างมาก น้ำแร่ธรรมชาติอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศเงียบ คนไม่เยอะ ลักษณะเป็นบ่อน้ำร้อนตรงกลางและมีที่นั่งรอบๆ บ่อ สำหรับตักอาบแต่ไม่สามารถลงไปแช่ได้

เส้นทางที่ 8  บ้านไร่ ไออรุณ –  BAAN RAI I ARUN RANONG
ดูแล้วน่าพัก คงจะไม่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบในแต่ละวันจากแนวคิดสำนึกรักบ้านเกิดและความอยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ วิถีชุมชน บ้านเล็กๆกลางไร่สวนขนาดใหญ่อิงแอบแนบธรรมชาติชวนเที่ยวบ้านไร่ไออรุณ การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ ธรรมชาติที่ดีของคนในชุมชน วิถีชีวิตที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้และป่าเขา อากาศเย็นตลอดปี มีทรัพยากรและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์สุดยอดหมู่บ้านโฮมสเตย์ แลนมาร์คนึงที่คนนิยม จุดหมายปลายทางอาจไม่สำคัญเท่าความสุขใจระหว่างทางหมู่บ้านน่ารัก วิวสวยๆ ทำให้คุณมีรอยยิ้มและความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน เรามานั่งจิบกาแฟ  เห็นลำธารอยู่ตรงหน้า

ก่อนกลับกรุงเทพฯ แวะเติมพลังด้วยอาหารกลางวันที่ใครมาระนองต้องมานั่งทาน วิวที่นี่หลักล้าน  ร้านส้มตำ ขนมถ้วย ร้านส้มตำภูเขาหญ้าเจ๊จิ๋ม ที่ตั้งอยู่ ตรงข้ามภูเขาหญ้า หรือ เขาหัวล้าน แต่ให้ความสวยคุ้มค่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองระนอง ดังที่ได้กล่าวไว้ในคำขวัญของเมืองระนอง คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง

ร้านส้มตำภูเขาหญ้าเจ๊จิ๋ม(ไม่มีสาขา)

ภูเขาหญ้าเป็นภูเขาหัวโล้น ขนาดไม่สูงสามารถเดินขึ้นไปได้ เนินเขาแต่ละลูกมีทางเดินเชื่อมถึงกัน เมื่อขึ้นไปอยู่ด้านบนจะชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ ในหน้าฝนภูเขาหญ้าจะเป็นสีเขียวดูสวยงามภูเขาหญ้าสีน้ำตาล เดือนพฤศจิกายน ถึง เมษายน , ภูเขาหญ้าสีเขียว เดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคม หน้าฝนควรมาเที่ยวช่วงเช้า หญ้าจะดูเขียวสดชื่น ส่วนหน้าร้อนควรมาตอนเย็นแดดไม่ร้อนมาก

ที่อยู่: ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง 85120
โทรศัพท์: 096 938 2981

หากคุณเป็นคนชอบความสะดวก สบาย ชอบใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าสำหรับการพักผ่อน หรือการเดินทางที่อสนยาวไกล ขอแนะนำ FarmHouse ที่จะทำให้ชีวิตคุณประหยัดเวลามากขึ้น

ทริปนี้ไม่ผิดหวังเราพักที่ โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ระนอง FarmHouse ตัวโรงแรมทั้งภายในและภายนอกตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา  รองรับด้วยเตียงนุ่ม
หลังใหญ่นอนสบายๆ นอกจากนี้โรงแรมยังบมีอาหารเช้าแบบท้องถิ่นให้บริการอีกด้วย แนะนำต้องห้ามพลาด

โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ระนอง FarmHous
ที่อยู่: ตำบล บางนอน อำเภอเมืองระนอง ระนอง 85000
โทรศัพท์: 087 278 4224

ไม่ลืม แวะซื้อของใากจากระนอง

งานจบอารมณ์ไม่จบ ใช้ชีวิตช้าๆ ที่ระนอง  ด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย ผสานกับเสน่ห์ที่ยากจะหาจังหวัดใดเหมือน ทำให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่
มีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศ ต้องหลงรักจังหวัดแห่งนี้อย่างแน่นอน

ขอบคุณ : พช.จังหวัดระนอง พา Totottravel
เยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง

ติดตามเราได้ที่
web site : www.toptotravel.com
google+ : tototravelvariety
blog : www.toptotravelvariety.com

หยุดเวลา 2 วัน 1 คืน @Holiday Inn Resort Vana Nava Hua Hin

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน และสวนน้ำระดับโลก วอเตอร์จังเกิ้ลแห่งแรก
ของเอเชีย

Toptotravel ไปมาแล้ว ก็อยากแชร์ประสบการณ์เที่ยว สนุกสุดมันส์กับเครื่องเล่นระดับโลกความสนุกตื่นเต้นไร้ขีดจำกัดกับที่สุด 19 เครื่องเล่นมาตรฐานโลก

หนีงานไปเที่ยวครั้งนี้ ท่องเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน พิกัดใกล้กรุง
เที่ยวได้ไม่ไกลกรุงเทพ แบบชิลๆ มาฝาก คนรุ่นใหม่เค้าสนใจไปเที่ยว
แชร์ประสบการณ์และโมเม้นท์ความประทับใจ

เริ่มต้นจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่ สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน ด้วยรถ MG GS SUV ไปถึงสวนน้ำ และโรงแรม อยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่นี่ได้รับการออกแบบให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ กลายเป็นสถานที่เช็กอินที่โด่งดังแห่งใหม่ของไทย พักที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน และสวนน้ำระดับโลก วอเตอร์จังเกิ้ลแห่งแรกของเอเชีย ถือได้ว่าน่าเล่น และมีความทันสมัยเชื่อมต่อกับโรงแรมที่พักสุดหรู พิกัดใกล้กรุงเที่ยวได้ไม่ไกลกรุงเทพ แบบชิลๆ มาฝาก แอบเห็นสวนน้ำจากบนห้องพัก เลยบอกว่าอดใจหน่อย

จะมีที่ไหนชุ่มฉ่ำเท่ากับ สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน และถ้าเป็นครั้งแรก  เชื่อว่าหลายคนต้องตื่นเต้นกับสวนลอยฟ้ากลางเมืองหัวหิน แห่งเดียวของโลก บนทางเดินลอยฟ้า สวนน้ำแห่งนี้ ยังอยู่ใกล้กับ รร.ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหินที่นี่มีความน่าสนใจจนกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่

สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน (Vana Nava Hua Hin Water Jungle) เรื่องที่หลายๆ คนแอบเป็นกังวลนั่นก็คือเรื่องห้องน้ำนั้นบอกเลยว่าสะอาดสะอ้าน อุปกรณ์ต่างๆ มีมาให้ครบ ใครที่ชอบสวนน้ำ ที่นี่เป็นอะไรที่สุดคุ้มมาก เพราะนอกจากได้นอนโรงแรมดีๆ พร้อมอาหารเช้า 1 คืน ไม่ต้องเสียเงินนอนโรงแรมอื่น แถมยังได้ล็อคเกอร์กับผ้าเช็ดตัวในสวนน้ำฟรี

ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหินโรงแรมแห่งนี้สามารถเข้าสวนน้ำได้ฟรี โดยสามารถเข้าสวนน้ำได้ทุกวันตราบเท่าที่เรายังพักอยู่ที่โรงแรมนอกจากนี้ สวนน้ำยังเชื่อมต่อกับอาคารร้านค้าใกล้เคียง ซึ่งจะมี ร้านขนม กาแฟ มีกิจกรรรมให้ช้อป ให้นั่งชิลล์มากมาย ที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ toptotravel ชอบมากๆ อยากชวนเพื่อนๆ มาที่นี่เหมือนเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นและฮิปสเตอร์

เช็คอินเสร็จแล้ว  จะได้รับสิ่งนี้ สายรัดข้อมือหรือ Wristband สีน้ำเงินที่ เป็นความเท่ห์ที่ต้องติดตัวในระหว่างที่เราเข้าพักที่โรงแรม เพราะ Wristband จะใช้สำหรับการขึ้นลิฟท์, เปิดประตูห้อง, เข้าสวนน้ำ, เปิด-ปิดล็อคเกอร์ภาย
ในบริเวณของสวนน้ำ คุณสามารถเติมเงินเข้าไปภายใน Wristband
เพื่อใช้ซื้อของต่างๆ ภายในสวนน้ำได้อีกด้วย

โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีความสูงทั้งหมด 27 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด  ประมาณ 300 ห้อง ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน  รวมไปทั้งห้องประชุม, สัมมนา, จัดเลี้ยง, ห้องอาหาร, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ซาวน่า, Kids Club ห้องพักกว้างขวาง สะอาด บรรยากาศดี ที่นอนนุ่ม Facilities ทุกอย่างครบครันมาก Totptotravel ชอบสระว่ายน้ำที่
ชั้น 26 เพราะบรรยากาศดีมี่ มีบริการ สปา, ฟิตเนส, ซาวน่า, Kids Club, ห้องอาหาร รวมไปถึงการบริการของพนักงานที่ดีมากๆ  ตื่นเช้าได่ทานอาหารเช้าหลากหลาย กับวิวหลักล้าน

ส่วนเรื่องของสวนน้ำวานา นาวา หัวหิน (Vana Nava Hua Hin Water Jungle)  มาถึงตรงนี่ชอบจัง ชอบมากตรงที่ ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน) โรงแรมที่อยู่ใกล้กับสวนน้ำวานา นาวา ผู้ที่เข้าพักที่โรงแรมนี้ สามารถเข้าสวนน้ำได้ฟรี โดยสามารถเข้าสวนน้ำได้ทุกวัน ในระหว่างวันที่เรายังพักอยู่ที่โรงแรม ใช้สิทธิ์นี้ในวันที่เราทำการ Check in หรือ  วันที่เรา Check out แล้วก็ได้ โดย ในกรณีที่ยังไม่ถึงเวลา Check in หรือกรณีที่เรา Check out ออกไปแล้ว เรายังต้องการจะเข้าสวนน้ำในวันดังกล่าว

โรงแรมออก Ticket พิเศษมาให้ เพื่อให้เรานำไปแลกเป็น Wristband ของสวนน้ำซึ่งสามารถผ่านเข้าออกสวนน้ำในวันดังกล่าวได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว แขกของโรงแรมจะได้รับสิทธิ์ใช้ล็อคเกอร์  และผ้าเช็ดตัวในสวนน้ำฟรี โดยที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเช่าเหมือนกับบุคคลทั่วไป ยกเว้นหากเรายังไม่ได้ Check in หรือทำการ Check out ออกมาจากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว จะได้รับเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวเท่านั้น

จากโรงแรมไปยังสวนน้ำได้อย่างสะดวกสบายๆ เล่นน้ำแล้วรู้สึกเหนื่อยเมื่อไหร่ก็สามารถเดินกลับมาพักผ่อน เปิดแอร์เย็นๆ นอนเล่นที่ห้อง ดูทีวีเพลินๆ แอร์เย็นสบาย เตียงนุ่ม หมอนนุ่ม ผ้าห่มดี นอนหลับสบาย ภายในห้องนอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างทีวี, ตู้เย็น, โซฟา และโต๊ะทำงาน

Facilities ส่วนกลางที่มีความน่าสนใจ สระว่ายน้ำ โดยสระว่ายน้ำของ Holiday Inn Vana Nava Hua Hin ตั้งอยู่ที่ชั้น 26 วิวสูงที่ทำให้สระว่ายน้ำแห่งนี้ มีวิวสวยที่งดงามเกินกว่าจะบรรยาย สระว่ายน้ำ หรือในร่ม รวมไปถึงสระเด็กเล็กที่แยกตัวออกมาต่างหาก สามารถมองเห็นเขาตะเกียบ เขาเต่าได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อทางโรงแรมมีการออกแบบสระที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการทำเป็นสระแบบไร้ขอบ (Infinity Edge) อย่าลืมแวะขึ้นไปชมความงามที่ Vana Nana Sky

หลังจากได้พัก พอสรุปความสวยงามของที่นี่จาก 2 คอนเซป เพราะการดีไซน์ออกแบบให้โรงแรมมีความสนุกสนาน ออกแบบได้อย่างลงตัว

“Fisherman Village” และ “Playcation”   นำเอาความเป็นท้องทะเลมาผสมผสานการตกแต่งแต่ละมุม ผนังของโรงแรมกับลวดลายของคลื่นหรือเกล็ดปลาจากท้องทะเล บันไดวนออกแบบจากแรงบันดาลใจอุปกรณ์จับปลาของชาวประมง ทำให้หลายคนเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปมุมเหล่านี้

บอกเลยว่า 2 วัน 1คืน พักที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหินก็เที่ยวได้ง่ายจัง อยู่ใกล้ตัวเมืองหัวหินมากๆ

FB : Fanpage : Holiday Inn Vana Nava Hua Hin
Tel : 032-809999 : Holiday Inn Vana Nava Hua Hin
Tel : 032-809999