Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

คิดถึงอาหารไทยคิดถึงบ้านกลมกิ๊ก

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารสไตล์ นั่งสบายๆ อบอุ่นแบบบ้านเรียบเก๋ มีสไตล์แบบโมเดิร์น ในบรรยากาศบ้านไม้สองชั้นสีขาว มีอาหารหลากสไตล์ให้อิ่มอร่อย อาหารไทยสไตล์โฮม เมด รสชาติความกลมกล่อมแบบฉบับอาหารไทย ด้วยความใส่ใจทุกการปรุงแต่งจากฝีมือคุณแม่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากครัวในบ้าน ด้วยความที่สมาชิกในครอบครัวชอบหาอาหาร ที่ไม่มีบ้านไหนน่าอิจฉาเท่าบ้านกลมกิ๊กนี้อีกแล้ว เป็นร้านอาหาร ที่อบอวลไปด้วยเมนูโปรดของทุกคนในครอบครัวกิจเจริญ ปัจจุบันถูกรังสรรค์ด้วยรสมือต้นฉบับ จากคุณแม่สุชาดา กิจเจริญ สูตรไม่ลับของอาหารทุกจานของครอบครัว จึงกลายเป็นเมนูสูตรเด็ด ที่นักชิมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชอบ และอยู่เคียงคู่ทุกครอบครัวมานานกว่า 50 ปี

สำหรับเมนูเด็ดที่ทางร้านขอท้าให้ชิม โดยเจ้าของร้านแนะนำ เมนูจานไฮไลท์ของที่ร้านบ้านกลมกิ๊ก ดังนี้

ข้าวตังหน้าตั้ง
เมนูเรียกน้ำย่อยด้วยข้าวตังทอดแผ่นสวยกรอบดี ทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน น้ำจิ้มหน้าตั้งรสกำลังลงตัวพอดีไม่มีรสโด่ที่โดดจนกลบรสอื่น

ข้าวตังหน้าตั้ง

ผัดสะตอกุ้งสด
รายการอาหารจากภาคใต้อันเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ เม็ดสะตอบางคนอาจจะไม่คุ้นกลิ่น แต่เมื่อได้ชิมแล้วจะรับรสมันแม้จะมีกลิ่นฉุนสักหน่อย ผัดกับกุ้งชีแฮ้สดเนื้อกรอบเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ เติมหมูสับผัดกับเครื่องแกงกลิ่นรสค่อนข้างสุภาพ หมายถึงไม่เผ็ดโหดเหมือนกินที่ปักษ์ใต้

แกงเลียงกุ้งสด
ถือเป็นเมนูอาหารของไทย ที่รสชาติเผ็ดร้อน อุดมไปด้วยสมุนไพร น้ำซุปที่หอมหวานด้วยสมุนไพรและเนื้อปลา อันเป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงตามด้วยผักต่างๆที่ช่วยเพิ่มรสสัมผัสเวลาทาน เป็นเมนูโบราณของไทยที่มีคุณประโยชน์

แกงเลียงกุ้งสด

น้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด
ใครชอบอาหารไทยจัดจ้านอย่างน้ำพริกต้องลองน้ำพริกปลาทู บ้านกลมกิ๊ก เป็นน้ำพริกที่มีลักษณะข้นถึงขลุกขลิก นะคะ มันอร่อยแซ่บ พร้อเครื่องเคียง
ชะอมไข่ และผักต้ม ปลาทูทอดตัวอวบๆ

น้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด

แกงเขียวหวานไข่มังกร
ลูกชิ้นหมูสอดไส้ไข่เค็ม สูตรกลมกล่อมชิ้นสวยนำมาใส่ในแกงเขียวหวานใส่มะเขือเปาะอ่อนรสเข้มข้นครบเครื่องแกงเขียวหวาน เนื้อนุ่มติดมันกรอบรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับทานคู่กับขนมจีน

แกงเขียวหวานไข่มังกร

ไข่เจียวสูตรคุณแม่สุชาดา
พูดถึงไข่เจียวอาจจะดูเป็นเมนูที่แสนธรรมดา แต่ไข่เจียวของคุณแม่สุชาดา ถือเป็นสูตรเด็ดที่ตกทอดมาจากคุณย่า ไข่เจียวเนื้อฟูหนานุ่มผสมนมคาร์เนชั่นเพิ่มความหอม นุ่ม เนื้อฟู หนา แน่น ชวนลิ้มลอง หากได้ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแบบบ้านๆ เหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน

ไข่เจียว สูตรคุณแม่สุชาดา

ข้าวเหนียวมะม่วง
ส่วนใหญ่เร่ิมตอนกันที่ฤดูร้อน แต่ที่นี่สามารถหามะม่วงสุกหวานหอมมีให้ลูกค้าได้กินตลอดทั้งปีข้าวเหนียวมูนได้กำลังดี ราดหัวกะทิ

ส่วนของหวานล้างปากส่งท้าย ต้องห้ามพลาดที่ทางร้านการันตีว่า เมนูของหวานของที่นี่ อร่อยไม่แพ้ของคาว คือ ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง

ปัจจุบัน ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก กับเมนูอาหาร ที่มีแต่ความอบอุ่น ดูแลโดย
คุณเปี๊ยก จรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์ เล่าว่า… ที่ร้าน เสิร์ฟอาหารที่กินง่ายๆ เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทย ส่วนใหญ่คนในเมืองวันหยุดจะแฮงก์เอาท์ ตื่นสาย มากินข้าวช่วงบ่ายๆ เราเลยอยากทำร้านอาหารที่เข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน

จรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์

“ความสะอาด คือ สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ด้วยการตกแต่ง เน้นให้ความรู้สึกอบอุ่น โปร่ง สบายรวมไปถึงบรรยากาศอบอุ่นของบ้านหลังนี้ จึงเป็นที่มาของ บ้านกลมกิ๊ก เปิดกว้างรับแขก หรือผู้มาเยือนต้อนรับด้วยอาหารรสชาติคุ้นลิ้น และอาหารท้องถิ่นจากทั้งสี่ภาคของเมืองไทย บ้านกลมกิ๊กทำทุกจานด้วยความเอาใจใส่ เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี ปรุงอาหารสดสะอาดทุกจาน เพราะเราไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่อยากมอบประสบการณ์ดีๆ ให้ลูกค้า”

ทางร้านเปิดให้นั่งทานที่ร้านแล้ว ลูกค้าซื้อกลับบ้านค่อนข้างเยอะ ภายในร้านมีลูกค้ามานั่งทานอาหารเรื่อย น่าจะเพราะโควิดเริ่มผ่อนคลาย ร้านอาหารเริ่มกลับมาเปิดให้นั่งทานภายในร้านกันได้แล้ว เ มนูจานไฮไลท์ของที่ร้าน โดยทางร้านมีความใส่ใจทุกรายละเอียดในการให้บริการลูกค้า เพื่อความปลอดภัยห่วงใยใส่ใจสุขภาพของพนักงานและลูกค้า ทางร้านได้จัดการฉีดซีนป้องกันไข้หวัด 4 สายพันธ์ุ จากกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ให้กับพนักงานทุกท่าน

ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก เปิดร้านพร้อมเสริฟความอร่อย ขอเชิญลูกค้าทุกท่านแวะเวียนมารับประทานอาหารกัน

การเดินทาง เข้า ซอยร่วมฤดี 1 ประมาณ 300 ม.) หรือ เดินทางจากรถไฟฟ้า 500 ม. จาก BTS เพลินจิต หรือ 600 ม. จาก BTS นานา

ร้านบ้านกลมกิ๊ก
25 ซอย ร่วมฤดี 1 เพลินจิต ลุมพินี กรุงเทพมหานคร 10330
คิดถึงอาหารไทยคิดถึงบ้านกลมกิ๊ก
ต้องการจองโต๊ะ หรือ สั่งอาหาร
To make a reservation OR food delivery:
Tel.: 02-254-4254 / 081-911-1268

WONDERFUL PEARL ความอลังการแห่งลำน้ำเจ้าพระยา ดื่มด่ำบรรยากาศบนเรือสุดหรูมูลค่า 200 ล้าน ด้วยค่าบริการมิตรภาพ

หนึ่งในที่สุดแห่งลำน้ำเจ้าพระยา คือ เรือนำเที่ยว WONDERFUL PEARL มูลค่า 200 ล้านบาท ทั้งคนไทยและต่างชาติที่เคยได้ขึ้นเรือลำนี้ ต่างบอกต่อด้วยความภาคภูมิใจที่ชีวิตนี้ได้มาสัมผัสบรรยากาศสุดอลังการ มองเห็นวิวทิวทัศน์กลางสายน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน พร้อมทั้งอาหารเลิศรสมากมายที่ไว้คอยบริการตลอดการเดินทาง

สื่อสายรีวิวท่องเที่ยว ที่เคยมาในทริปบนเรือ WONDERFUL PEARL ต่างให้คะแนนความเป็นที่สุดเกิน 100 เริ่มตั้งแต่การบริการของพนักงานที่เอาใจใส่ลูกเรือทุกคน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่โควิด-19 ระบาด ยิ่งต้องคอยใส่ใจเป็นพิเศษ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีเจลแอลกอฮอล์ลล้างมือ และการเว้นระยะห่างตามมาตรฐานป้องกันไวรัสโควิด-19

บรรยากาศภายในเรือกว้างขวาง มีทั้งหมด 3 ชั้น พร้อมทั้งเวทีแสดงดนตรีทุกรอบการเดินทาง โดยชั้น 3 เป็นชั้น Open Air กลางแจ้งรับลมธรรมชาติ มีบาร์บริการเครื่องดื่มและค็อกเทลนานาชนิด ส่วนชั้น 1 และ 2 จะมองเห็นเวทีดนตรีสด เล่นดนตรีทั้งร่วมสมัยและย้อนยุค ซึ่งด้านข้างเวทีมีบันไดเลื่อนขึ้นลงระหว่างชั้น 1 และ 2 ได้ ตรงจุดนี้ขอบอกว่าห้ามพลาดเซลฟี่เป็นอันขาด เพราะบันไดเลื่อนบนเรือหรูหาดูได้ไม่ง่ายนัก

อีกมุมที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษ คือ ห้องน้ำสะอาดมาก แถมภายในห้องน้ำแต่ละห้อง ยังเล่นไฟแสงสีเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ใครเกิดมายังไม่เคยเห็นห้องน้ำลักษณะนี้ ถ้าได้ขึ้นเรือ WONDERFUL PEARL ถือว่าโชคดีที่ได้ดูเป็นบุญตา

แต่ละมุมของเรือ WONDERFUL PEARL สามารถ่ายเซลฟี่อวดคนบนโลกโซเชียลได้ภาคอย่างภูมิใจ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ช่วงนี้ ค่าบริการเรือจะราคาถูกกว่าปกติ เพราะต้องการเอาใจลูกค้าคนไทยเป็นพิเศษในช่วงโควิด เพื่อปลดปล่อยคลายล็อคให้กับคนที่ต้องการท่องเที่ยว

คุณพิชิต กุลเกียรติเดช ประธานบริหารเรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ล ผู้ที่สั่งสมประสบการณ์จากการทำเรือท่องเที่ยวมากว่า 20 ปี ขอเอาชื่อเสียงของตนเองมาการันตีคุณภาพ “ตลอดกว่า 20 ปีที่ผมทำธุรกิจตรงนี้ ผมทำเรือท่องเที่ยวอย่างเดียว ผมต้องการมุ่งมั่นด้านนี้ให้บรรลุฝันของผม ที่อยากเห็นการท่องเที่ยวทางแม่น้ำเจ้าพระยาของไทย ติดอันดับโลก”

หากมีโอกาสทำในสิ่งที่เป็นที่สุดของชีวิตแล้ว ก็นับว่าเป็นการให้รางวัลตัวเองอันมีคุณค่า ซึ่งเรือท่องเที่ยว WONDERFUL PEARL คือตัวเลือกที่ดีที่จะให้คำตอบความเป็นที่สุดนี้

สนใจดูรายละเอียด หรือ ติดต่อได้ตามช่องทางดังนี้
www.wonderfulpearl.com , Line @ wonderfulpearl
โทร 02 861 0255

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงวันหยุดยาว 25 – 28 กรกฎาคม 2563

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาว 25 – 28 กรกฎาคม 2563 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้เตรียมดำเนินการต่างๆ ดังนี้

ด้านการอำนวยความสะดวก มีการประชาสัมพันธ์จุดให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ (Taxi) ที่แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน

ด้านการรักษาความปลอดภัยมีการจัดทำประกาศ และแจ้งข้อมูลด้านความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟฟ้า รวมทั้งมีมาตรการยกระดับการป้องกันอันตรายด้านการเดินรถ โดยให้สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีมีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และจัดจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า เพื่อตรวจหาวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งประกาศแจ้งเตือนผู้โดยสารเกี่ยวกับการระมัดระวังทรัพย์สิน และกระเป๋าสัมภาระที่ไม่มีเจ้าของในระบบรถไฟฟ้า พร้อมกำชับสถานีต่างๆ ให้ควบคุมติดตามการใช้งานโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) และเฝ้าระวังหน้าจอมอนิเตอร์อยู่เสมอ รวมถึงมีการตรวจตราบนขบวนรถไฟฟ้าโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เพื่อขอกำลังเข้าสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานประจำสถานี รวมถึงจัดชุดตรวจผสม และชุดสุนัขตรวจวัตถุระเบิด (K9) ออกตรวจสอบพื้นที่ในระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งกำหนดวัตถุต้องห้ามที่ไม่สามารถนำเข้ามาในระบบรถไฟฟ้า ได้แก่ อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิด

นอกจากนั้นบริษัทยังเข้มงวดในมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทั้งการตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิ และตรวจตราการสวมหน้ากากอนามัยของผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการอย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ที่ขอความร่วมมือผู้โดยสารเว้นระยะห่าง 2 เมตรขณะรอซื้อตั๋วโดยสาร และตรวจวัดอุณหภูมิ หรือยืนในระยะห่างที่เหมาะสมขณะใช้ลิฟต์ และบันไดเลื่อน รวมทั้งมีการจัดระเบียบผู้โดยสารในชั้นชานชาลาให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างเหมาะสม ซึ่งหากในกรณีมีผู้โดยสารหนาแน่น จะดำเนินการจำกัดปริมาณผู้โดยสารที่จะขึ้นสู่ชั้นชานชาลา และภายในขบวนรถไฟฟ้า โดยกำหนดพื้นที่ในการยืนรอห่างกัน 1 เมตร งดเว้นการพูดคุยภายในตู้โดยสาร และมีการเพิ่มความถี่ในการดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคภายในบริเวณสถานี และขบวนรถ

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

กระบี่สวยกว่าเดิม “มัณดาวีต์” ประกาศความพร้อมรับนักท่องเที่ยว

Mandawee resort and spa จัดเต็มส่วนลดห้องพักหรู ส่งแพ็กเกจเที่ยวฟรีขอบคุณนักรบเสื้อกาวน์

จังหวัดกระบี่ ดินแดนที่คนทั้งโลกใฝ่ฝันถึง ด้วยชายหาดและท้องทะเลอันงดงาม
ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของภาคใต้ในประเทศไทย มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ประกาศความพร้อมเต็มรูปแบบขานรับการท่องเที่ยวแบบ New Normal ส่งมอบกำลังใจและแทนคำขอบคุณให้นักรบเสื้อกาวน์ พัก กิน เที่ยว ฟรี! 3 วัน 2 คืน เสียงตอบรับล้นหลามกว่า 50,000 คน เผยทะเลอันดามันบรรยากาศชวนฝันกว่าเดิมชวนเติมความสุขครบครันได้ทุกวันที่มัณดาวีต์

นางสาวภัสร์ชนกพร จรัสธนะภักดิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ M Group

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19
ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้หลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมีความคลี่คลายลงตามลำดับ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้แล้ว ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมีความสวยสะอาดตามากกว่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามสะอาดตามากกว่าเดิม

นางสาวภัสร์ชนกพร จรัสธนะภักดิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ M Group เปิดเผยว่า
มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมเปิดรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง สอดคล้องกับจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีท้องทะเลและธรรมชาติอันงดงาม และสวยงามมากยิ่งขึ้น

หลังจากได้พักฟื้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงธรรมชาติอันงดงามแห่งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวSHA หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration เป็นโครงการความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้รับมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีมีความสุข ผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการประเทศไทย
โรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์สปา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมกลับมาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากภาครัฐอนุญาตให้เปิดกิจการได้ภายใต้การท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normalที่คำนึงถึงสุขอนามัย และมาตรการการ ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทางโรงแรมได้จัดเตรียมความพร้อม ด้วยจุดบริการคัดกรองนักท่องเที่ยว ไทยชนะ การลงทะเบียนเพื่อเก็บข้อมูลของ นักท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก รวมทั้งการบริการแบบเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และมาตรการรักษาความสะอาด ทำความสะอาดทุก 2 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด “มัณดาวีต์” กับ ช่วงเวลาที่แสนดีในกระบี่

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ โรงแรมระดับ 4 ดาวใน ต.อ่าวนาว จ.กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นห้องพักแบบ Private Pool villa จำนวน 15 หลัง 45 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบในสไตล์ไทย-บาหลี โดยแต่ละหลังมีการออกแบบตกแต่งที่ไม่ซ้ำกัน พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดภายในพูลวิลล่าประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 4 ห้อง ห้องนั่งเล่น 1 ห้อง และห้องครัว 1 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถพักได้ 6 คนต่อหลัง ภายในโรงแรมยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม มีสระว่ายน้ำ 3 สระ ในส่วนของห้องอาหาร บริการอาหารไทยและอาหารนานาชาติรวมถึง พูลบาร์ เพื่อการผ่อนคลาย สปา และฟิตเนส ห้องประชุมจัดเลี้ยง และบริการทัวร์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สะอาด ในราคาที่เหมาะสม

เกาะปอดะ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี”

ขณะเดียวกัน นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน” จัดแพ็กเกจพิเศษเพื่อแสดงความขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งได้ชื่อว่า “นักรบเสื้อกาวน์” แนวหน้าในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยคลี่คลายลง

ภายใต้โครงการ “นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่านทุกคน”
มอบสิทธิพิเศษแพ็คเกจท่องเที่ยวฟรี 3 วัน 2 คืน พัก กิน เที่ยว จ.กระบี่ (1 ท่านสามารถพาผู้ติดตามได้ฟรีอีก 1 ท่าน ) ที่โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่

โดยได้เปิดรับสมัครและทำการคัดเลือกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 28 กรกฎาคม 2563 สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ไปจนถึง 31 กรกฎาคม 2565 รวมระยะการใช้สิทธินานถึง 2 ปี
ปัจจุบันมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมลงทะเบียนลุ้นรับสิทธิพิเศษเป็นผู้โชคดี กว่า 50,000 คน แพ็กเกจท่องเที่ยวฟรีในโครงการ “นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่าน” ประกอบด้วย

•ฟรี! เข้าพักในโรงแรมมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ในห้องพักประเภท Private Pool villa วิลลาแบบสามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว
พร้อมอาหาร 3 มื้อ (เช้า 2 มื้อ+เที่ยง 1 มื้อ) พิเศษ ใช้บริการทุก outlet ลด 30% จากราคาตามเมนู

•ฟรี! ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก
บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ในเครือ M Group

•ฟรี! แพ็กเกจเรือ Speed boat ทัวร์ 4 แห่ง 7 เกาะ พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำดูปะการัง / เสื้อชูชีพ / ประกันภัย / ไกด์ท้องถิ่น/ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานและสถานที่ต่าง ๆ

•ฟรี! บริการรถรับ-ส่ง ไป-กลับหน้าหาด (ทุก 2 ชั่วโมง)

นักรบเสื้อกาวน์ เสร็จศึกสู้โควิด เราคิดถึงพวกท่านทุกคน
ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่
ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่
บรรยากาศของการท่องเที่ยวทางทะเล อันเป็นเสน่ห์อันน่าประทับใจของจังหวัดกระบี่

สีสันอันดามัน อัศจรรย์แห่งกระบี่ หลีกหนีความวุ่นวาย พร้อมไปด้วยหาดทรายสีขาวอันงดงามโรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ มีบริการนำเที่ยวเพื่อชมความงดงามของทะเลอันดามัน ด้วยบริการเรือนำเที่ยวพร้อมอุปกรณ์ ไกด์ และอาหาร ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย โดยจะนำนักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับบรรยากาศของการท่องเที่ยวทางทะเล อันเป็นเสน่ห์อันน่าประทับใจของจังหวัดกระบี่ เช่น
• ทะเลแหวก Unseen Thailand จากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ในช่วงน้ำลง เกิดเป็นเนินทรายที่สามารถเดินเชื่อมไปมาระหว่าง 3 เกาะ ประกอบด้วย เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่
•ถ้ำพระนาง 1ใน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวกระบี่ ด้วยวิวภูเขาหินปูน หน้าผา และถ้ำ ที่รายล้อมด้วยหาดทรายขาว และ น้ำทะเลใส
• เกาะปอดะ ส่วนหนึ่งของ “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางทะเลของจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีชายหาดขาวสะอาด และน้ำทะเลสีสดสวยสะอาดตา

ทะเลแหวก Unseen Thailand จากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ในช่วงน้ำลง เกิดเป็นเนินทราย

กระบี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามอีกหลายแห่ง ทั้งทางทะเล เกาะ หรือชายฝั่ง ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติอันทรงคุณค่า นอกจากนั้นจังหวัดกระบี่ยังมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายภายใต้วิถีชีวิตอันเรียบง่าย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสงบและคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติไว้ได้มาก อีกทั้งยังมีอาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมเอกลักษณ์ของอาหารถิ่นที่อร่อยและมีเสน่ห์

Private Pool villa วิลลาแบบสามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว

โรงแรม มัณดาวีต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.กระบี่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง เพื่อประสบการณ์ของการพักผ่อนอันแสนประทับใจ ในดินแดนมรดกแห่งอันดามัน

สอบถามรายละเอียดได้ที่
Facebook : Mandawee Resort And Spa โทร. 075 661 444

ตามรอยพ่อฯ ปี 8 หนุนสร้างคนรับมือภัยพิบัติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”จัดอบรมหลักสูตร CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ที่ จังหวัดลพบุรี

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ในหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ภายใต้แนวคิด CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก โรงเรียนสงครามพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ. ลพบุรี ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งการเตรียมป้องกัน การพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
(ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจ
และผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมว่า “สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์ แต่การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้หน้าที่ สามารถรับมือและพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื่นได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่ง โดยหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เน้นการสร้างแหล่งน้ำไว้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนไว้ใช้อุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทั้งในฤดูน้ำหลากยังสามารถช่วยชะลอและเก็บกักน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องใช้สอย และสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ซึ่งสามารถเตรียมการไว้ได้ในภาวะปกติและสามารถรับมือเมื่อเกิดภาวะวิกฤต (ป้องกันและฟื้นฟู) พร้อมทั้งฝึกอบรมเร่งสร้างกองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อการเตือนภัยและฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ (เตือนภัยและเผชิญเหตุ) ด้วยกระบวนการอบรมทักษะ ความรู้ต่างๆ ควบคู่กับการหนุนนำให้เกิดจิตอาสา มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยรู้เท่าทันสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติสามารถประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายความช่วยเหลือทั้งในและนอกพื้นที่ได้ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศเพื่อช่วยเหลือกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด”

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการฝึกอบรมในครั้งนี้ ว่า การฝึกอบรม CMS เป็นกิจกรรมที่มูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ และช่วยเหลือคนอื่นได้ เนื่องจากปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ของโลก ซึ่งนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที การส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติจึงเป็นภารกิจที่ทวีความสำคัญ

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด


โครงการฯ จึงจัดกิจกรรมฝึกอบรมครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ โดยได้ปรับหลักสูตรการฝึกให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการฝึกซึ่งมีทั้งคนเมือง และคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายของคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดเหตุภัยพิบัติ การเตรียมป้องกัน การพึ่งตนเองเมื่อเกิดวิกฤต ตลอดจนการฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติด้วยศาสตร์พระราชา สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้คนอื่นๆ
ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับ
ภัยพิบัติทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากวิทยากรชั้นครูของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงอาจารย์ยักษ์และทีมครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดยเมื่อจบการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อส่งความช่วยเหลือกัน ทั้งด้านกำลังคนและเสบียงอาหารในยามเกิดภัยพิบัติ”

พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต

ด้าน พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต ที่ปรึกษาการฝึกอบรมในครั้งนี้ กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตรการฝึกอบรมว่า “หลักสูตรการฝึกอบรม ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ เป็นหลักสูตรเฉพาะกิจระยะสั้นเพียง 3 วัน 2 คืน

ซึ่งการฝึกอบรมโดยปกติจะใช้เวลา 6 วัน อีกทั้งผู้เข้าอบรมเป็นประชาชนทั่วไปหลากหลายอาชีพ มีทั้งคนเมืองและคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ การออกแบบหลักสูตรจึงเน้นความกระชับและมีโอกาสใช้ได้จริง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเผชิญเหตุ ด้วยการผสมผสานหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ฐานเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองในภาวะวิกฤต ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรค และวิชาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการรับมือวิกฤตในยุค Disruption ผนวกกับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ การเรียนรู้เรื่องทัศนสัญญาณ การปฐมพยาบาล การผูกเงื่อนเชือก และการเอาตัวรอดในน้ำ โดยมีการจำลองสถานการณ์ปัญหา 24 ชม.
เพื่อฝึกการดำรงชีพในภาวะวิกฤต

พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา
‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’

นอกจากนี้ยังเชิญ พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา ‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ มาเล่าประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ที่อยู่กับเด็กๆ ทีมหมูป่า จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง สามารถพึ่งตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ในสถานการณ์คับขัน โดยหลักพื้นฐานเมื่อต้องเผชิญเหตุมีอยู่ 3 อย่าง คือ มีสติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีสติจึงจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคได้ มีความเพียรในการฝ่าฟัน จึงสามารถรอดพ้นปัญหาและอุปสรรคตั้งแต่เรื่องง่ายไปจนเรื่องยาก และสุดท้าย คือ การนำความรู้ไปแก้ปัญหา”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ
คนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน
 www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking 
รายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

“อพท.7” จับมือ “17 องค์กร” ขับเคลื่อน จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”

อพท.7 ผนึกกำลัง 17 องค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมพลังขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์ พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคของผู้พิการ และคนใช้รถเข็น ยกระดับ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สู่เส้นทาง “เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล”

วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ห้องประชุมพลายชุมพล โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จัดโดย อพท.7 ซึ่งมีผู้แทนองค์กรทั้งจากภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมลงนามความร่วมมือ จำนวน 17 องค์กร
อาทิ จังหวัดสุพรรณบุรี, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี, มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, โรบินสัน สุพรรณบุรี, และหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น เพื่อร่วมกันส่งเสริม และปรับปรุงพัฒนาตึกอาคาร สถานที่ แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร จุดแวะพัก และบริการที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้มีอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) หรือสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้พักฟื้นสุขภาพ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และคนที่ใช้รถเข็น เช่น ทางลาด ที่จอดรถ ห้องสุขาอารยสถาปัตย์ และป้ายสัญลักษณ์เฟรนด์ลี่ดีไซน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัย และทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึงได้ และใช้บริการต่างๆได้ โดยสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม เพื่อยกระดับและต่อยอดการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ พระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง วัดเขาดีสลัก หลวงพ่ออู่ทอง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-มังกรสวรรค์ เป็นต้น ซึ่งหากมีการพัฒนา ปรับปรุงความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยว จะเป็นการขยายโอกาสทางการท่องเที่ยวไปสู่คนทั้งมวล สามารถรองรับการท่องเที่ยวแบบไร้อุปสรรค สอดรับการแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาล และองค์การสหประชาชาติ
ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรีมีความยินดี ร่วมพัฒนาอาคารสถานที่ราชการ รวมถึงส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้มีอารยสถาปัตย์ ซึ่งจะยังประโยชน์ให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสุขภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึง และใช้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเสมอภาคเท่าเทียม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ให้แก่คนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้พิการที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใน จ.สุพรรณบุรี ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท.

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ อพท.คือ การใช้กลไกการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม อพท. มีภารกิจในด้านการประสาน ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษให้เกิดความยั่งยืน โดยดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ซึ่งมีกรอบแนวคิดที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน

โดยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ –๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการเข้าถึง และรองรับการท่องเที่ยวที่ปราศจากอุปสรรคเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ทั้งนี้ อพท. เชื่อมั่นว่าเครือข่ายความร่วมมือที่ร่วมลงนามในวันนี้ จะเร่งพัฒนาตัวเอง สร้างความรู้ความเข้าใจ และจัดให้มีการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามข้อตกลงร่วมกัน ๓ ประการคือ

ข้อ ๑ เพื่อร่วมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีการจัดการการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)
ข้อ ๒ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวสถานบริการ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์อย่างยั่งยืน
ข้อ ๓ เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้สถานประกอบการ สถานบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)

นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามีโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุได้ออกมาเปิดประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมด้วยอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล (Friendly Design) ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น

  • เส้นทางภาคกลาง ภายใต้ Concept “More Legacy” ณ จังหวัดราชบุรี
  • เส้นทางภาคตะวันออก ภายใต้ Concept “More Fun” ณ จังหวัดชลบุรี
  • เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ Concept “More Gastronomy”
    ณ จังหวัดเลย
  • เส้นทางภาคเหนือ ภายใต้ Concept “More Authentic” ณ จังหวัดเชียงราย
  • และเส้นทางภาคใต้ ภายใต้ Concept “More Inspired” ณ จังหวัดพังงา

การร่วมลงนามในครั้งนี้ ททท. โดย การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมขับเคลื่อน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลภายในจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่เชื่อมโยง ให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง Tourism for All เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป พร้อมบูรณาการร่วมกับโครงการ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุข และมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ปลอดภัยจากการแพร่ระบายของโรคไวรัส COVID – 19

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ และผู้บริหาร PPT Station สาขาเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า อารยสถาปัตย์ มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับคนทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักพื้น ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ช่วยให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group มีความใส่ใจอารยสถาปัตย์หรือ Friendly Design

โดยได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่จอดรถวีลแชร์ ทางลาด ห้องน้ำ Friendly Design รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถใช้บริการภายในปั๊มน้ำมันได้อย่างสะดวก และปลอดภัย เราจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลสามารถเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี

นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ อพท.และองค์กรพันธมิตร ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมอารยสถาปัตย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลที่ จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในครั้งนี้

ที่ผ่านมามูลนิธิอารยสถาปัตย์ฯ ได้ดำเนินงาน รณรงค์ ส่งเสริม สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง “อารยสถาปัตย์” (Friendly Design) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยพักพื้น สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก ปลอดภัย อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาและสร้างทำอารยสถาปัตย์ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑

การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก องค์กรภาครัฐ-ภาคเอกชน ภาคประชาชนเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าชาวสุพรรณบุรีเห็นคุณค่าและความสำคัญของอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล และพร้อมที่จะขับเคลื่อนจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวลต่อไป

ทั้งนี้รายชื่อ 17 องค์กร ประกอบด้วย จังหวัดสุพรรณบุรี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวสำนักงานสุพรรณบุรี มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ปตท.หลักเมือง เลี่ยงเมือง สุพรรณบุรี by Lak Muang Group สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี โรงแรมสองพันบุรี โรบินสัน สุพรรณบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี สมาคมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทย เครือข่ายทูตอารยสถาปัตย์จังหวัดสุพรรณบุรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หลิน ๐๘๑ ๘๕๕ ๑๑๙๙
วิมลรัตน์ สิงห์นิกร โทร ๐๘๑ ๕๖๒ ๙๕๔๑
Fdexpo.th@gmail.com

Oasis Spa Pattaya บริการดุจเจ้าหญิง

วันเสาร์อาทิตย์ เป็นเวลาของการพักผ่อน หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนคงอยากไปทำสปา นวดหน้าหรือนวดตัว ให้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ หากใครกำลังหาร้านนวด ร้านสปา สำหรับการผ่อนคลายจากการทำงาน เมื่อก่อนเคยสงสัยว่า สปาดี ใช้ทรีตเม้นคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ “KIN” ผลิตภัณฑ์ของ โอเอซิส สปา และพนักงานนวดสปาหรือเทอราปิสต์ที่ได้รับ
การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้เราอยู่ที่ Oasis Spa Pattaya มาทิ้งความเหนื่อยล้านวดสปาให้หายเมื่อยกันดีกว่าคะ ชอบสถานที่ของ โอเอซิส สปา  รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ในการนวดสปา (Spa Product) นำเข้าจากประเทศไทยภายใต้แบรนด์ KIN ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โอเอซิสสปาผลิตเอง ที่สาขาพัทยาบรรยากาศสวย ตกแต่งแบบไทยล้านนา ทางเข้าเราเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เดินตามไปโคมผ้า

สปาของที่นี่ วิลล่าข้างชั้นล่างมีจำนวน1 ห้อง ส่วนที่เหลืออยู่ชั้น 2 ทั้งหมด โดยรวมมีทั้งหมด 10 ห้องคู่ และ 1 ห้องเดี่ยว แต่ละห้องเตียงนอนสำหรับทำทรีตเมนท์กว้าง มีขนาดใหญ่ตามมาตรฐาน เทอราปิสต์ มากประสบการณ์ ปรนนิบัติ ดุจคนพิเศษ ด้วยพื้นที่ต้อนรับลูกค้า ที่นั่งมองเห็นสวนธรรมชาติ

สปาที่จะรีวิวเป็นโปรแกรม Woderful Oasis ราคาสุดคุ้ม คนละ 3,500++ บาท พนักงานมาพูดคุยเรื่องคอร์สที่เลือกเอาไว้ก่อน พนักงานอธิบายคอร์สที่จะใช้บริการและให้กรอกข้อมูล รายละเอียดการเข้ารับบริการพนักงานบริการดี ระหว่างการนวด ถามเรื่องน้ำหนักมืออาชีพ นวดและความสบายของเรา และ แนะนำได้ตลอดเวลา ให้ร่างกายเราผ่อนคลาย ผ่อนคลายกับ
สปาแพ็คเกจที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มจนจบ

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis

Toptotravel เลือกโปรแกรม Woderful Oasis
ไฮไลท์ของคอร์ส Woderful Oasis
ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมงครึ่ง ปรณนิบัติกายด้วยแพกเกจโอเอซีส
แพมเพอริ่ง

เริ่มต้นด้วยการขัดผิวกาย ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย ด้วยผลิตภัณฑ์
คิน ให้ผิวได้ตื่นตัว ด้วยการ ขัดพอก + สครับ +นวดน้ำมัน+ มาร์คหน้าเมื่อมาถึงห้องทรีทเมนต์ บรรยากาศห้องสวยงาม สะอาดการตกแต่ง ใช้แสงไฟสลัว สีสันส้ม ไฟนวลๆ รู้สึกผ่อนคลาย ด้วยการ
นวดอโรม่าที่มีกลิ่นหอมละมุ่น จบขั้นตอนทั้งหมดด้วยการบำรุงผิวหน้า สูตรจากสมุนไพรไทย

บนเรือนไม้ชั้น 2 คอร์สนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้ไม่รบกวนสายตาและการพักผ่อนเมื่อหลับตา ระหว่างการทำทรีตเม้นต์มีกลิ่นน้ำมันหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหย ต่อด้วยการด้วยการทำ
สครับตัวการขัดผิว ทำความสะอาดผิวหน้า หน้าขัดหน้า นวดหน้า พอกหน้า และกระชับผิวช่วยบำรุงผิวหน้าให้สะอาด ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติสามารถเลือกตั้งแต่ตอนพนักงานสรุปคอร์สให้ฟัง ผิวเราแบบไหนแนะนำให้เลือกตามสภาพผิว Hot Oil Massage หรือนวดน้ำมันอุ่นๆ นั่นเอง น้ำมันอุ่นเป็นการนวดทั่วร่างกายและเน้น คอ บ่าไหล และท้ายสุด มีขั้นตอนนวดหน้าเพื่อเปลี่ยนผิวที่หมอง คล้ำให้กลับมาสดใส ปิดท้าย ด้วยการนวดศีรษะผ่อนคลายให้คุณได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่

การนวดเป็นการผสมผสามระหว่าง ไทย สวีดิช และ อโรม่า ผสมผสานท่านวดเข้าด้วยกัน โดยน้ำหนักการนวด เราได้เลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนพนักงานสอบถาม เริ่มตั้งแต่ล้างเท้าดีทอกซ์ สครับผิวด้วยสครับเกลือหิมาลายัน นวดน้ำมันอุ่นๆ และพอกผิวหน้าด้วยแตงกวาสด นวด+ดีทอกซ์เส้นผม หนังศีรษะ แล้ว การนวดก็จะเริ่มจากขา หลัง แล้วก็มาด้านหน้า ที่ถูกใจสัมผัสของพนักงาน นุ่มนวลมาก แม้ว่าจะกดเบาหรือหนักก็จะรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนวด ไม่ต้องล้างตัวแล้วก็ปล่อยน้ำมันซึมเข้าผิว

Oasis Spa Pattaya
ปรณนิบัติผิว คลายความเครียด การรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข

ขั้นตอนต่อไป ต่อด้วยการนวดหน้าเปลี่ยนผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาสดใสอย่างอ่อนโยน ไฮไลท์ของคอร์สนี้ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยแตงกวาสด การนวดหน้าของที่นี่ ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบแบบธรรมชาติ การนวดมีขั้นตอนการทำความสะอาดต่างๆ รวมไปถึงการกดจุดและการมาส์ แบบหลับตาแล้วหลับลึก ถือเป็นโปรแกรมนอนพักแบบยาวๆ ปิดท้ายด้วยการนวดคอ บ่า ไหล่ ผ่อนคลาย ส่วนใบหน้าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มเต็งตึง

woderful Oasis : ความยาวคอร์ส : 2 ชั่วโมง ครึ่ง ให้ร่างกายเราได้ผ่อนคลาย

โดยรวมถือเป็น สปาแพ็กเกจฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึง สปาทรีทเมนท์ดูแลผิวหน้าและเรือนร่าง เพื่อเพิ่มความงามและความสดชื่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกท่าน

ประทับใจเรื่องบริการ พนักงานทุกท่านบริการดีดุจโรงแรม 5 ดาว ถามเรื่องน้ำหนักการนวดและความสบาย พนักงานคอยให้คำแนะนำได้ตลอดเวลา
ดท้ายด้วยเครื่องดื่มอุ่น ซึ่งก่อนนวดจะเป็นเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบเย็นชื่นใจมากแอบขอเพิ่ม หลังนวดจะเป็นเครื่องดื่มอุ่นอย่างน้ำขิงร้อน พร้อมผลไม้ แนะนำให้เพื่อนๆ มาลองนวดที่ The Oasis Spa ด้วยกันนะคะ รับรองคุณภาพการบริการ และได้รับการผ่อนคลายกลับบ้านแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

การเดินทาง โอเอซีสสปาพัทยา เริ่มจากเส้น ถ.สุขุมวิท และ เลี้ยวเข้า ถ.เทพประสิทธิ์ ขับตรงมาเจอสามแยกเลี้ยวขวาไปทางเขาพระตำหนัก เพียง 400 เมตร กลับรถมา 200 เมตร สังเกตุเห็นป้ายซ้ายมือ โอเอซิส สปา ตั้งอยู่ทางเข้าทางเดียวกับ คอนโดของ โครงการ CHATEAU DALE

Oasis Spa Pattaya
322 Moo 12 Chateau Dale Tappraya Road, Banglamung Pattaya, Chonburi
Open Daily 10.00am-10.00pm
Pattaya: +66 38115 888
email: res@oasisspa.net

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

#oasisspalovesyou #oasisspathailand #oasisspa #spa #dayspa #Luxury #thaispa #chiangmai #bangkok #pattaya #17yearsOasisSpa #spabangkok #spapattaya

This weekend, don’t forget to make time for Oasis Spa. Relax, indulge, enjoy, and love yourself, too.

สะท้อนสีสันชีวิตเมืองใจกลางกรุงเทพฯ

โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ (LiT BANGKOK Hotel)

Toptotravel มีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่โรงแรม โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ โรงแรมรูปแบบใหม่กลางกรุงเทพมหานคร ที่ผสมผสานความทันสมัยสไตล์สากลนิยมให้เข้ากันได้ดีกับของเสน่ห์งานบริการอย่างไทย และโรงแรมแห่งนี้จัดได้ว่า Location ดีมาก สะดวกในการเดินทาง ใกล้ทุกสิ่ง เดินทางไปไหนก็ใกล้หมด ด้านหน้าก็มีห้างช้อปปิ้ง ด้วยตระหนักดีว่าแขกผู้มาเยือนจะชื่นชอบ เมื่อได้ใช้ชีวิตใจกลางเมือง อีกทั้งยังจะชื่นชมกับนวัตกรรมใหม่แห่งการดีไซน์ รวมไปถึง สิ่งอำนวยความสะดวก ชั้นเยี่ยมที่จัดเตรียมไว้ให้บริการด้วยความตั้งใจ และยิ่งไปกว่านั้น จะพบว่า

โรงแรม ฦทธิ์ ยังได้รับการออกแบบให้ท่านได้ตะลึงไปกับความแผลงของสี แสง และเส้นสาย ที่สะท้อนชีวิตที่มีอรรถรสกลางเมืองหลวงที่มีทั้งประโยชน์และความตรึงตาตรึงใจในทุกมุมมอง ห้องสะอาด โมเดิร์น มีไวไฟ มีบริการลูกค้าตลอด 24 ชม ส่วนความพิเศษทั้งหลาย จากการออกแบบนี้ ยังทำให้แขกผู้มาเยือนทุกท่านสามารถใช้ชีวิต อย่างกลมกลืนกับวิถีของชุมชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สภาพแวดล้อมใจกลางเมือง

“กรุงเทพมหานคร” คือเมืองที่ นักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด การท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างมีสไตล์ที่ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์พิเศษมากจริงๆ อยู่ใจกลางเมืองเลย ใกล้ๆ กันนั้นก็มีตึกสูงโดยรอบ โรงแรม ฦทธิ์ ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท จำนวน 79 ห้อง ซึ่งห้องพักแต่ละประเภทไ ด้รับการออกแบบอย่างรอบคอบและตกแต่งแตกต่างกัน เพื่อสนองความต้องการของผู้มาเยือน ทั้งยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีสปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำ จากุซซี ห้องอาหารและบาร์ และบริการจัดทัวร์ อินเทอร์เน็ตไร้สาย และห้องประชุม พื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้มาเยือน

ด้านห้องห้องพักภายในโรงแรมหรู สไตล์โมเดิร์นที่ทำให้หวนนึกถึงอดีต ด้วยจินตนาการที่สร้างความแตกต่างจากโรงแรมในเมืองทั่วไป ในส่วนของห้องพักของโรงแรม ฦทธิ์ ก็ได้รับการออกแบบให้สามารถตอบรับกับอารมณ์
และบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ ละช่วงเวลาของแต่ละวัน เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง ห้องพักจำนวน 79 ห้อง นั้นประกอบด้วย

ห้อง Extra Radiance Room จำนวน 25 ห้อง ขนาด 32 ตารางเมตร ห้องพักออกแบบมาเน้นให้มีความรู้สึกอบอุ่น และกลมกลืนไปกับแสงสีน้ำเงิน แดง ที่สามารถปรับเล่นหรือผสมแสงได้ตามสุนทรียภาพของผู้เข้าพัก ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ออกแบบสำหรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี เรื่องของเรื่องคือ นึกเสียดายตลอดเวลาว่า เราน่าจะมีเวลาพักผ่อนนานกว่านี้อีกสักนิด

ห้อง Different Degree Room จำนวน 44 ห้อง ขนาด 34 -36 ตารางเมตร ห้องพักแนวใหม่ที่สลัดความจำเจด้วยการเปลี่ยนมุมมองในการออกแบบให้ส่วนของห้องนอนและห้องน้ำคู่ขนานกัน โดยมีผนังกั้นทอดเป็นแนวยาว ผสมผสานกับเทคนิคการจัดแสง และการหักเหของมุมต่างๆ

ห้อง Full Spectrum Suite จำนวน 5 ห้อง ขนาด 48 ตารางเมตร ห้องสวีทที่ได้รับการออกแบบอย่างมีรสนิยม สะท้อนความมีชีวิตชีวาไปกับแสงและสีสัน จัดแยกพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็น
สัดส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการพักผ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ห้อง Triple Luxe Suite จำนวน 5 ห้อง ขนาด 52 ตารางเมตร มีการแบ่งแยกสัดส่วนของห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่มี 3 เตียง เหมาะสำหรับผู้เข้าพัก 3 ท่าน เน้นความโอ่โถงและความใส่ใจ
ในการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการพักผ่อน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยครบครัน

ที่ตั้งและการเดินทาง บนทำเลที่ดีที่สุดระหว่างใจกลางกรุงเทพ
โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ถนนพญาไทและถนนพระราม 1 สะดวกสบายในการเดินทางทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง
สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์และสยามพารากอน

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS:
จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกหมายเลข 1 หรือหมายเลข 3 เข้าซอยเกษมสันต์ 1 เดินตรงไปประมาณ 150 เมตร โรงแรม ฦทธิ์จะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ

การเดินทางโดยรถยนต์:
เข้าซอยเกษมสันต์ 1 จากถนนพญาไท ก่อนถึงสะพานหัวช้าง จากนั้นเลี้ยวซ้าย โรงแรม ฦทธิ์จะตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

สำรองห้องพักและพบกับรายละเอียดของสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 026 123 456
https://www.litbangkok.com/hotel

IT’S TEA TIME! AFTERNOON RETREAT

ชวนไปปักหมุดไปเช็คอินด้วยกันได้ที่ BCDE @ LIT Bangkok Hotel (โรงแรมฦทธิ์) สะท้อนสีสันชีวิตเมืองใจกลางกรุง ที่ผสมผสานความทันสมัยสไตล์สากลนิยมให้เข้ากันได้ดีกับเอกลักษณ์ของเสน่ห์งานบริการอย่างไทย แต่ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดและรสชาติของขนม AFTERNOON RETREAT ชุดใหม่นี้ ขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักกับที่ตั้งของโรงแรม, ห้องอาหารที่ให้บริการ และบรรยากาศรอบๆ ของ โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพโดยชุด Afternoon Tea หรือชุดชายามบ่ายของโรงแรม ให้บริการที่ห้องอาหาร BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating ชั้น 2

ลักษณะของห้องอาหาร เป็นห้องอาหารขนาดกลางๆ ที่สามารถรองรับคนได้ประมาณ 80-100 คน มีเพดานห้องอาหารที่สูง และผนังทั้งสามด้านเป็นกระจกขนาดใหญ่เราสามารถมองเห็นวิวต่างๆ บริเวณได้โดยรอบ โดยเฉพาะวิวโดยรอบ ของ ซอยเกษมสันต์1 ถนนพระราม1 ส่วนบรรยากาศของห้องอาหาร Toptotravel ได้มีโอกาสได้มาเยือนและกำลังนั่งอยู่นี้ จัดได้ว่าเป็นห้องอาหารที่ รวบรวมรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ของอาหารไทยและอาหารนานาชาติเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสศาสตร์และศิลป์ของการปรุงอาหารในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

BCDE หรือ Bistro of Creative Drinking and Eating เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโรงแรม ฦทธิ์กรุงเทพ (LiT Bangkok Hotel) ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงามมีชีวิตชีวาในสไตล์โมเดิร์น โคซี่ ผสานกับการใช้แสงไฟสีเหลืองนวลให้บรรยากาศแสนโรแมนติก ให้ลูกค้าได้รับความอบอุ่น ดูเป็นกันเอง และผ่อนคลาย เมื่อมารับประทานอาหารที่นี่ ชื่อของห้องอาหารแห่งนี้มีความหมายว่า เป็นแหล่งรวมรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ของอาหารและเครื่องดื่ม สามารถรองรับลูกค้าที่เข้ามานั่งรับประทานอาหารในแบบสบายๆ ได้กว่า 80 คน ซึ่งไม่ใช่เพียงบรรยากาศที่แสนโรแมนติกเท่านั้น เมนูอาหารในแต่ละเมนูยังได้รับการรังสรรค์ด้วยศาสตร์และศิลป์แห่งการปรุงพร้อมจัดแต่งจากเชฟที่มากประสบการณ์ เพื่อให้ทุกท่านได้รับความประทับใจ

ห้องอาหาร BCDE ศิลปะกับอาหารสุดลงตัว
สำหรับเมนูของห้องอาหารแห่งนี้มีอยู่หลากหลาย เมนูที่มีรสชาติเป็น เอกลักษณ์ เฉพาะตัว ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มีเมนูแนะนำหลากหลาย

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสได้นั่งจิบชุดชายามบ่ายและทานขนมสุดเก๋ไก๋ ที่ร้าน BCDE ของโรงแรม ถือว่าเป็นขนมโฮมเมด รสชาติใหม่ๆ เชฟจัดแต่งสวยเก๋ หรูหรา ยามบ่ายแบบนี้ มาทานขนม จิบน้ำชา บรรยากาศกลางสวน ชุดจิบชายามบ่ายชุดใหม่ที่มีหน้าตาที่หรู มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญ วัตถุดิบทำขนมยังเน้นที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เรามาชมภาพและจิบเครื่องดื่มสุดพิเศษ ในชุดน้ำชายามบ่าย AFTERNOON RETREAT
โฉมใหม่นี้ ประกอบด้วย

ICED MATCHA 140 GREEN TEA LATTE
ICED THAI MILK TEA 140
ICED COFFEE LATTE 140

LIT SWEET COMBINATION 240
• Lemon Panna Cotta & Berry Drizzle
• Italian Crumble with Apple Compote & Cream
• Tiramisu Shot

HAM & CHEESE PANCAKE 240

NUTELLA CHOCOLATE LAVA CAKE
Served with choices of Vanilla or Chocolate Ice Cream & Berry + Vanilla Sauce

CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220
Served with Maple Syrup & Whipping Cream

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH CARAMELIZED BANANA 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH VANILLA & CHOCOLATE SAUCE 220

CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH CARAMELIZED BANANA 220

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

SUGAR CRUSHED WAFFLE WITH VANILLA & CHOCOLATE SAUCE 220

FLUFFY PANCAKE WITH BLUEBERRY COMPOTE 200

AFTERNOON RETREAT

BCDE ห้องอาหาร บริการเมนูของหวานนานาชนิด เช่น ทิรามิสุ สัมผัสกลิ่นหอมหวานของกาแฟ และเนื้อครีมนุ่มๆ หรือจะเป็น พานาคอตต้าผลไม้รวมที่มีความพิเศษอยู่ที่สีสันของพานาคอตต้าที่มีถึง 3 สีในแก้วเดียว ก่อนจะเพิ่มท็อปปิ้งด้วยผลไม้ แล้วราดด้วยเบอร์รี่ซอส รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว รสชาตินุ่มเนียนและหวานเล็กๆ กำลังพอดี เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่สุดประทับใจอย่างยิ่ง

LIT SWEET COMBINATION 240
• Lemon Panna Cotta & Berry Drizzle
• Italian Crumble with Apple Compote & Cream
• Tiramisu Shot
HAM & CHEESE PANCAKE 240
CLASSIC SUGAR CRUSHED WAFFLE 220
CLASSIC Fluffy Pancake
NUTELLA CHOCOLATE LAVA CAKE

BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating) โดยรวมของห้องอาหารนั้นจะเน้นไปที่ความหรูหราเรียบง่าย ห้องอาหารจะมีการเลือกใช้ขาวสีหลัก โดยมีการใช้สีน้ำตาล, ทอง และสีไม้ธรรมชาติมาผสม ทำให้โทนโดยรวมออกมาดูดีสบายตา ส่วนเวลาในการเปิดให้บริการของห้องอาหารนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. – 22.00 น.

Tiramisu Shot

BCDE ให้บริการอาหารทั่วๆ ไป เช่น ขนม, ของว่าง, เครื่องดื่ม และอาหารต่างๆ ส่วนเวลา 13.00 น. – 17.00 น. ให้บริการชุด Afternoon Tea เพิ่มเติม ส่วนใครที่อยากจะมาทาน Afternoon Tea ที่นี่ รายละเอียดเมนูต่างๆ ใน BCDE Afternoon Tea พบกับชุดต้อนรับปี Summer กันเลยนะคะ โดยชุด Afternoon Tea จะมีขนมให้เราทาน ส่วนราคากับวันที่เปิดบริการก็ตาม
นี้เลยคะ

ICED MATCHA GREEN TEA LATTE

เมนูเครื่องดื่ม
ICED COFFEE LATTE 140
ICED THAI MILK TEA 140
ICED MATCHA GREEN TEA LATTE 140
THAI ICED TEA 120
THAI ICED LEMON TEA 120
SMOOTHIES 150

Best hotel in Bangkok next meeting, workshop or event.
BCDE (Bistro of Creative Drinking and Eating)
ตั้งอยู่บนชั้น 2 โรงแรม ฦทธิ์ กรุงเทพ
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
36/1 ซอยเกษมสันต์1 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS: จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกหมายเลข 1 หรือหมายเลข 3 เข้าซอยเกษมสันต์ 1 เดินตรงไป ประมาณ
150 เมตร โรงแรม ฦทธิ์ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ
โทรศัพท์ 0-2612-3456

สำรองห้องพักและพบกับรายละเอียดของสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่
https://www.litbangkok.com/hotel

#staycation #instacity #outdoorbar #relaxingday #instacity #staycation #litbangkokresidence #saturdayvibes

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก เรามาทำความรู้จักกับร้านแนว ไลฟ์
Inspire French ชื่อร้านน่ารักจำง่าย 51 Tasty Moments  หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการทานอาหารในรสชาติแบบผสมผสาน ด้วยอาหารคุณภาพที่ใช้ว้ตถุดิบ organic  แนวคิดอาหารและไลฟ์สไตล์  ด้วยการปรุงแต่งด้วยการการใช้วัตถุดิบ ออร์แกนิกที่ปลอดสารเคมี ผงชูรสและส่วนผสมจากสัตว์
มีต้นกำเนิด ร้านเกิดจากกลุ่มผู้หลงใหลในอาหารและเครื่องดื่ม โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารเมนูสุดพิเศษ โดยใช้วัตถุดิบ organic  ในการสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารอาหารเข้ากับชีวิตของคนกรุงเทพ ที่ให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน ทานอาหาร และดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย แถมภายในร้าน ยังเพิ่มความสว่างด้วยกระจกบานใหญ่แบบ Glasshouse  ทำให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย ให้
คุณได้ทานอาหารอร่อยๆ แบบจุใจในคอนเซ็ปต์ All Day Dining




แวะมาที่ร้านภายในร้านถูกตกแต่งแบบสไตล์เรียบง่ายและเท่  สะดุดตาด้วยดีไซน์ของร้านที่รับแสงจากธรรมชาติเข้ามาสร้างความสดใสมีชีวิตชีวา ตัวร้านถูกล้อมรอบด้วยกระจกใสบานใหญ่ เพื่อรับแสงธรรมชาติให้เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศอันแสนอบอุ่นตลอดวัน โดยเฉพาะมุมพักผ่อน ที่ยกพื้นสูงด้วยคอนกรีต มีเบาะนั่ง หมอนอิงนุ่มๆ และโต๊ะขนาดกะทัดรัดตั้งตรงกลางให้เลื่อกนั่งพักผ่อนแบบชิลล์ๆ

วันที่ toptotravel ไปทานอาหาร เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ร้านเกิดจากความหลงไหลในศิลปะ และในวันที่ไปทานอาหารมีการจัดแสดง Photo Exhibition JOHPUR ของผู้เป็นเจ้าของร้าน ทำให้ผู้ที่มาเยื่อนได้เห็นและยังจุดประกายไอเดียสุดครีเอท นับได้ว่าเป็นกาสร้างพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์มัลติสโตร์ให้คนที่รักงานศิลปะอย่างแท้จริง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ตั้งอยู่ในตอนท้ายของสุขุมวิท 51 หรือสองถนนขึ้นจากถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ที่เป็นสัญลักษณ์ The 51 Tasty Moments เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่เพื่อให้แฮงเอาท์ตลอดวันด้วยอาหารรสเลิศและแรงบันดาลใจ จากร้านใต้หลังคาเดียวกันซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

THE 51 TASTY MOMENTS BANGKOK ถือว่าเป็นร้านอาหารที่ให้ความบันเทิงที่แท้จริง ท่านใดกำลังมองหาสถานที่จัดงานมีศูนย์กลางอยู่ที่การใช้แสงสีและวัสดุอย่างลงตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็น All Day Dining ที่เน้นเสิร์ฟความหลากหลาย ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นในการเติมเต็มความอร่อยได้ตามความต้องการของคุณในทุกช่วงเวลา มาเริ่มต้นจากจานเบาๆ

เมนูแนะนำของทางร้าน ล้วนคัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ลิ้มรสความอร่อยและมีสุขภาพที่ดี เริ่มด้วยเมนู ฉนสก ฉีะห เมนูสุดพิเศษรสชาติดี Lamb Rock

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยจานของสลัดที่เป็น Signature ของทางร้านอย่าง   สลัดฺ ฺBeetrotroot จานโตที่เสิร์ฟผักสดกรอบหลากหลาย

Famer’s baby chicken สูตรเฉพาะของทางร้านอย่าง Chicken  ไก่ออร์แกนิกจากฟาร์มที่เขาใหญ่ ซึ่งถูกเลี้ยงให้เติบโตกับธรรมชาติ เสิร์ฟมาทั้งตัวบนจานใบใหญ่ตามสไตล์ ของทางร้านเคียงมากับมันฝรั่งอบและเนื้อไก่นุ่มฉ่ำและซอส Chicken Gravyให้คุณทานกันได้เพลิน ๆ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานกับ ถัดมาเป็นอีกหนึ่งเมนูน่าทาน เมนูเพียงเห็นแค่หน้าตาของเมนูนี้ก็รู้สึกชื่นใจแล้ว

สำหรับเมนูเครื่องดื่มของทางร้าน มีทั้งสมูตตี้ ชากาฟ แต่หากใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านแนะนำ ลองสั่งมีทั้งสมูตตี้

The 51 Tasty Moments
64 SUKHUMVIT SOI 51, BANGKOK, THAILAND
Email: bookings@the51tastymoments.comBOOK A TABLE BY PHONE TEL: 098 870 7051

The Origin of Valentine’s Day
#ชัญญ่าว่าดี #happyvalentinesday #The51Tasty Moments