Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

ไปเที่ยวทะเล จังหวัดระนองกัน

ไปเที่ยวทะเล จังหวัดระนองกันค่ะ เราจะไปดูกันนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง ที่นี่คือที่สุดของความของท้องทะเลงดงาม สด ดิบ ธรรมชาติสุดๆ เเละมีเเนวปะการังที่งดงาม หลากหลาย และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

​“คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง” คำขวัญเมืองระนอง เมืองที่เพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติที่งามสงบ ทั้งภูเขา ทะเล น้ำแร่ และอากาศที่บริสุทธิ์ ในอดีตการเดินทางไปจังหวัดระนอง ดูจะเป็นเรื่องยากพอสมควร กับการต้องขับรถฝ่าทางโค้งขึ้นสู่เขาที่สลับซับซ้อน

แต่ในปัจจุบัน… นอกจากการเดินทางทางรถยนต์แล้ว ยังมีเที่ยวบิน บินตรงจากกรุงเทพฯ ถึงระนอง วันละถึง 5 เที่ยวบิน ทำให้ ระนอง ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่พร้อมแล้วสำหรับการให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมแล้วสำหรับการอ้าแขนรับอรุณ ไปพร้อมกับนักเดินทางท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก


ปัจจุบัน สำหรับคนเดินทาง จังหวัดระนอง” มีโรงแรมให้เลือกในหลายระดับหลายเลทราคา ทั้ง 5 จนถึงโฮสเทล รวมถึงโรงแรม ฟาร์มเฮาส์ ระนอง ภายใต้การบริหารงานโดย คุณจุฑาพรรค์ มหพันธุ์ หนึ่งในผู้บริหารโรงแรมรุ่นลูก ที่เข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัว โรงแรมที่ดีไซน์จากกิจการเดิมของครอบครัว ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู

​“นุ่นไม่ค่อยได้ให้สัมภาษณ์เท่าไหร่ ปกติจะเป็นคุณแม่ พอดีคุณแม่ไม่ค่อยสบายคะ” คุณนุ่น – จุฑาพรรค์ มหพันธุ์ ประธานกรรมการผู้จัดการ โรงแรมฟาร์มเฮาส์ระนอง ออกตัวเมื่อเริ่มการสนทนาถึงที่มาของโรงแรมแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมถนน เลขที่ 311/1 ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์, บางนอน อำเภอเมืองระนอง จ. ระนอง

​ด้วยความที่โลเคชั่นของโรงแรม เป็นลักษณะทางยาวลึกลงไป ด้านติดถนนเป็นร้านอาหารสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว และอาหารเช้าสำหรับแขกของโรงแรม ส่วนอีกมุมหนึ่งเป็นร้าน ก.ไก่ ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่อาหาร ของที่ระลึกของดีประจำจังหวัด เราค่อยๆ เดินลงไปจะผ่านอาคารโรงแรมเดิม ก่อนจะถึงตึกใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จได้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
​จุดเริ่มต้นของฟาร์มเฮ้าส์ระนอง

​คุณนุ่น เล่าว่า ธุรกิจเริ่มต้นของครอบครัวทำฟาร์มไก่ไข่หมูสุกร ประมาณ 30-40 ปี มีประมาณ 2,000 แม่พันธ์ ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่เริ่มทำธุรกิจฟาร์ม เราเห็นว่ากระแสการเติบโตเปลี่ยนแปลงไป และระนองเองธุรกิจการท่องเที่ยวบูมขึ้น จึงเปลี่ยนจากการทำเกษตรกรรมเป็นการเพิ่มอุตสาหกรรมการบริการบ้างที่เห็นการตกแต่งบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม การดีไซน์เป็นเมือนโมเดิร์นฟาร์ม จะตกแต่งด้วยแผงไข่หรือไม้ที่ตกแต่งเป็นฟาร์มไก่ที่เราเลิกเล้าไก่ไป อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี ไม้จึงมีรูมาก ถูกเจาะน็อตเข้ากับฐาน นำมาตกแต่งทั้งโรงแรม ตัวร้านก.ไก่ ร้านอาหารด้วย เพื่อให้มีกลิ่นไอของการเป็นฟาร์ม

โรงแรมนี้ทำมา 3 ปี มีสองตึก ตึกใหม่กับตึกเก่า ตัวตึกใหม่เพิ่งเปิดให้บริการเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตึกเก่ามีทั้งหมด 30 ห้อง ราคาอยู่ที่ 1,400 กว่าบาท ส่วนตึกใหม่มี 41 ห้อง อยู่ที่ 2,000 บาท ถ้า Low season จะลดลงมา 20 %
คุณนุ่นเล่าต่อว่า “ตอนแรกคิดจะทำเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่เมื่อทำถึงจุดหนึ่งแล้วก็พบว่า ระนองเมื่อมีแขกเข้ามา ก็อยากดูแลแขกดี ๆ เหมือนเป็นเจ้าบ้าน ก็คิดว่าท้ายที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็รับแขกเยอะ เพราะคุณแม่เป็นที่ปรึกษาของหลายองค์กร ทั้งของจังหวัดเอง สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง หอการค้า แขกเพื่อนเราที่มาเที่ยวระนอง นุ่นจึงอยากพัฒนาคุณภาพของห้องให้ดีขึ้น จากเมื่อก่อนที่คิดว่า ให้เตียงดี ให้นอนสบายพอ ก็เพิ่มศักยภาพให้มากขึ้น”

Family Hotel
ภายหลังจาก จบจากรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คุณนุ่น เลือกที่จะเรียนต่อด้านการทำอาหารแบวิชาชีพของรร.ดุสิตธานี และฝึกงานในทุกฝ่ายของโรงแรมระดับห้าดาว นั่นทำให้เธอได้นำประสบการณ์ด้านการบริหารงานมาพัฒนาศักยภาพของโรงแรม ฟาร์มเฮาส์ ระนอง อย่างมีประสิทธิภาพ

“…. จริงๆ แล้ว เราชอบงานบริการอยู่แล้ว คุณแม่ก็ชอบ อืม.. เรียกว่า เป็นคนเฟรนด์ลี่มากกว่า คิดว่าน่าจะสนุกถ้ามาทำตรงนี้ได้พบปะคนใหม่ๆ ได้มอบประสบการณ์ดีดีในการมาเที่ยวระนอง เพราะก่อนหน้านี้ระนองเป็นเหมือนเมือง Hideaway เป็นเมืองในเขา คือมาแล้ว ต้องผ่านเขาเข้ามาให้ได้แล้วจึงจะมาถึงระนอง ความที่ไม่ได้มีการพัฒนาเรื่องของอุตสาหกรรมการบริการ เมื่อได้เข้ามาจึงอยากจะพัฒนาให้คนรู้สึกว่า มาระนองแล้วมีคุณภาพ มาพักก็มีคุณภาพ ทานอาหารก็ได้ทานอาหารที่ดี เพราะอากาศเราดีอยู่แล้ว น้ำเราก็ดี จึงมาทำตรงจุดนี้เพิ่ม ทำแล้วผลตอบรับดี กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม กลุ่มครอบครัวเข้ามา จะเห็นคุณตา คุณยาย พาลูกหลานมา เหมือนเป็น Family Hotel มากกว่า exspectation โรงแรม แต่ละที่ลูกค้าอาจมองว่า ถ้าคุณไปพัก รร.สามดาว ต้องเป็นแบบนี้ แต่นักท่องเที่ยวเข้ามาที่นี่ ข้อดีคือ เราเจอลูกค้าที่ค่อนข้างสบายๆ ด้วยความเป็นธีมส์รึเปล่าไม่รู้ เขาอาจจะไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ถ้าดูตาม Facility ที่มี ที่นี่จัดอยู่ในระดับ สี่ดาว แต่ถ้าดูตามดาวใน OTA BOOKING AGODA ประมาณนี้”

ด้านการบริหารงาน
คุณนุ่น กล่าวถึงการบริหารงาน “ ด้านการบริหารงาน โชคดี คือเริ่มจากห้องพักน้อยๆ ทำให้เราฝึกบริหารงานในสิ่งที่ไม่ซ้ำซ้อนไม่วุ่นวาย จึงทำทุกอย่างให้ดูง่ายมาตลอด นั่นคือข้อดี

เมื่อมาถึงจุดนี้ นุ่นมองว่า นุ่นเคยไปทำงานโรงแรมมาก่อน ทำหลายฝ่าย
ทั้ง front reservation แต่เราก็ไม่ได้เป็น standard เหมือนโรงแรมเป๊ะๆ ไม่ใช่ห้าดาวที่ต้องเข้มงวดหรือตึงจนเกินไป ทำให้บรรยากาศเบาๆ สบายๆ ไป และพอเรียนทำอาหารด้วยก็ได้เข้าไปอยู่ในครัว ยุโรป อินเดีย เบเกอรี่ ไปทำงานรร.ห้าดาวประมาณ 1 ปี แต่ทำในหลายๆ ฝ่าย เป็นโรงแรมห้าดาว ทำให้ได้ประสบการณ์ของห้าดาว เพื่อมาปรับใช้กับสามดาว

ถ้าเรามองว่า… เราเป็นแค่สามหรือสี่ดาว ก็สามารถนำการบริการบางอย่างที่ควรจะใช้ในห้าดาวมาใช้กับตรงนี้เพื่อไม่ให้ขาดการใส่ใจ เพราะส่วนใหญ่จะมองว่า พอทำโรงแรมไม่ใช่ห้าดาวจะทำคุณภาพการบริการต่ำ แต่ถ้าคิดว่าจะทำให้ถึงจุดนั้นเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดออกไปก่อน ไม่ว่าจะกี่ดาว สิ่งที่กลับมาลูกค้าก็จะรู้สึกว่าเหนือความคาดหมายที่จะได้สิ่งที่เขาคิดไว้”
ความท้าทายของการบริหารงานเพราะเมืองระนอง เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยว มักนึกถึงบ่อน้ำร้อน หรือไม่ก็ข้ามแดนไปฝั่งพม่า สิ่งที่ท้าทายสำหรับการบริหารงาน

คือ อาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย คุณนุ่น บอกว่า…” มาจากคุณแม่ที่อยากให้คนที่เข้ามาที่ระนองได้ทานทุกอย่างครบ เราเคยว่า พาเพื่อนไปที่ไหน ๆ แล้วก็ต้องไปหา ร้านขึ้นชื่อของสถานที่นั้น ๆ เพื่อให้ครบ แสดงว่ามาถึง จึงทำไอเดียตรงนี้ขึ้นมา ว่า อาหารเช้า น่าจะมีหลายๆ อย่าง เพื่อให้คนที่มาได้ทาน น้ำพริกที่เอามาทำก็มาจากเกาะเหลา รสชาติของคุณแม่ที่นุ่นได้ทานมาตั้งแต่เด็ก ๆ อะไรที่เราเคยทาน คุณแม่ก็จะทำแนวการบริหารงาน

ผู้บริหาร รุ่นใหม่ กล่าวถึง แนวทางบริหารโรงแรมว่า

“… การทำงานตอนนี้เน้นคำว่า ความสุขก่อน เราค้นพบว่า ท้ายที่สุด ถ้าเราไม่มีใจจะทำอะไรสักอย่าง ไม่รักและไม่เข้าใจในสิ่งๆ นั้นที่จะส่งมอบออกไป ก็จะไม่มีความสุขในการทำงาน ท้ายที่สุดในการทำงานความสุขสำคัญที่สุด เพราะถ้ามีความสุขน้อง ๆ ก็จะทำงานด้วยความจริงใจ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดออกไป เราจึงเน้นส่วนนี้ของพนักงานมาก”

ท้ายสุด คุณนุ่น กล่าวว่า “…..ระนองยังมีความเป็นธรรมชาติ และเป็นความสงบ ถ้าคุณรู้สึกว่าอยู่ในเมืองหรืออยู่ในการเล่น social ที่วุ่นวายมาตลอด อยากให้มองว่าระนองเป็นจุดพักผ่อนที่ดีมาก ๆ เมื่อมาที่นี่จะได้ refresh กับกิจกรรมธรรมชาติทุกอย่างที่ระนองมีให้ไปพร้อมกับความสะดวกสบายที่มีมากขึ้นในตอนนี้ ระนองเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา มีธรรมชาตที่ครบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ทะเล น้ำแร่ ภูเขา อยากให้ลองมาพักผ่อนที่ดี ที่นี่มีอากาศที่ดี น้ำดี อาหารดี อยากให้ระนองเป็นเมืองที่สบายๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง”

ระนอง ในวันนี้ ไม่ใช่เมือง Hide Away อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเมืองที่ควรค่าแก่การค้นหา เมืองที่ประกอบไปด้วย คุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์… แล้วคุณพร้อมหรือยัง ที่จะเข้าไปเยือน… เมือง “ระนอง”

#อาหารเช้าพื้นเมืองระนอง
#ระนองRanong #FarmHouseRanong
#ฟาร์มเฮ้าส์ระนอง

พระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์ปูนปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก ฉลองครบ 10 ปี

อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก ฉลองครบ 10 ปี พระพิฆเนศ หรือพระพิฆเนศวร ถือได้ว่าเป็นเทพที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์มาก วันนี้เรามีโอกาสเข้าร่วมงานไหว้ขอพรพระพิฆเนศ งานครบรอบ 10 ปี อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561 ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร เป็นประธาน ในงานครบรอบ 10 ปี อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก เชิญชวนประชาชนเสริมบารมีรับปีใหม่ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีหน้าตักกว้าง 9 เมตรสูง 15 เมตร เมตร และได้รับการยกย่องจากเลขาธิการศาสนสัมพันธ์ฮินดูโลกว่าเป็นพระพิฆเณศที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกันนั้นก็จะประกอบพิธีเบิกเนตรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ซึ่งมีมหาเมตตามหากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ พร้อมเชิญชวนทุกท่านมาเสริมความเป็นสิริมงคลเสริมดวงชะตาราศีรับปีใหม่กันที่อุทยานพระพิฆเณศจังหวัดนครนายก ตลอดปี 2562


สุพัชชา สมบูรณ์ฐานะ ผู้จัดการอุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยนอกจากจะมีการไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ภายในอุทยานฯ แล้ว ในช่วงการจัดงานยังมีพิธีสำคัญโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการก่อตั้ง ทาง อุทยานพระพิฆเณศ จะกำหนดให้มีการจัดงานบวงสรวงสักการะ องค์พระพิฆเณศองค์ใหญ่ และพระโพธิสัตว์กวนอิม และยังมีการกำหนดให้มีพิธีสวดโซฮา ขึ้นในวันที่ 30 ธันวาคม เป็นพิธีสำคัญในการเสริมก็ตาต่อบารมีให้กับประชาชนทั่วไป มีความเชื่อกันว่าบุคคลใดที่ได้เข้าไปอยู่ในพิธีสวดโซฮาและ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าทำงานประสบความสำเร็จครอบครัวพบแต่ความสุข

ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร กล่าวถึงพิธีการบวงสรวงองค์พระพิฆเณศ ณ อุทยานพระพิฆเณศ

ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร กล่าวถึงพิธีการบวงสรวงองค์พระพิฆเณศ ณ อุทยานพระพิฆเณศ ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับผู้ที่มาร่วมพิธีและเดินทางมาสักการะขอพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมด้วยพิธีเบิกเนตรองค์พระแม่กวนอิม ปางประธานพร ผู้ซึ่งมีมหาเมตตามหากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ เพื่อผู้ที่มาขอพรที่อุทยานพระพิฆเณศได้พ้นจากความทุกข์ในชีวิตด้วยมหาเมตตาแห่งองค์พระโพธิสัตว์และประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองจากการสักการะเทพเจ้าแห่งความสำเร็จเทพเจ้าแห่งการประทานพร พระพิฆเนศวร ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง พร้อมกล่าวอวยพร เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ขอให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สมความปราถนาทุกประการ พร้อมกล่าวเชิญชวนทุกท่านมาเสริมความเป็นสิริมงคลเสริมดวงชะตาราศีรับปีใหม่กันที่อุทยานพระพิฆเณศ จังหวัดนครนายก

ม.ล.อรุณกลม วรวุฒิ กล่าวถึง ความประทับใจ ณ อุทยานพระพิฆเณศ
ที่มีความงดงาม พร้อมด้วย องค์พระแม่กวนอิม ปางประธานพร ที่ได้เบิกเนตรในวันนี้ และขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจ สร้างทานบารมี เสริมดวงชะตา รับปีใหม่ 2562 และเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ขออวยพรให้
ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สมความปราถนาทุกประการ

อุทยานพระพิฆเณศ นครนายก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเณศขนาดใหญ่มหึมา ที่มีความสูงถึง 9 เมตร เป็นองค์ปูนปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2551 ซึ่งในปีพ.ศ.2561

โดยภายในอุทยานฯ แห่งนี้จะมีพระพิฆเณศองค์ใหญ่ 2 ปาง ตั้งอยู่ใกล้กัน ซึ่งทุกท่านจะพบกับความสวยงามและความยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมองค์พระพิฆเณศปางต่าง ๆ จำนวน 108 ปาง ที่ครบสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตลอดจนหอมหาเทพ ซึ่งประดิษฐานมหาเทพสูงสุดทั้ง 3 พระองค์ ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ รูปปั้นฤๅษีปางต่าง ๆ ตำหนัก3 มหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ให้ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามาสักการบูชาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกันอีกด้วย

เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเองและครอบครัว เที่ยวกันได้ทุกเพศทุกวัย

อุทยานพระพิฆเณศ จังหวัดนครนายก ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร ‭088-914-1987‬




“ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ”สาขา “ จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ”

ซุปเปอร์ริช สีเขียว สาขา จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์
พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่ ชั้น 3 โซน Bangkok Fashion Outlet แล้ววันนี้ !!

พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ !!! “ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ”สาขา “ จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ”
เปิดพื้นที่ให้บริการใหม่ ณ ชั้น 3 โซน Bangkok Fashion Outlet เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย รับประกันเรทดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพื้นที่ที่กว้างขึ้น

ลูกค้าทุกท่านสามารถเข้ามาใช้บริการ หรือแวะไปเยี่ยมชมบูธใหม่ของเรากันได้ ตั้งแต่วันนี้ หรือสามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่

• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์

  • Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
    • www.superrichthailand.com

สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมการให้บริการที่ประทับใจได้แล้ววันนี้ ที่
“ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ” ทั้ง 13 สาขา

แอคคอร์โฮเทล เปิดตัวโรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส สุดหรูแห่งแรกของโลก ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร

เปิดบทใหม่แห่งตำนานการเดินทาง แสนมหัศจรรย์ เชื่อมโยงการเดินทางจากตะวันออกสู่ตะวันตกร้อยเรียงเรื่องราวทรงคุณค่าจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร (Orient Express Mahanakhon Bangkok)

แอคคอร์โฮเทล ประกาศเปิดตัวโรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส แห่งแรกของโลก ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร อาคารแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครภายใต้ชื่อ โรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร (Orient Express Mahanakhon Bangkok) ซึ่งสะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และจินตนาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ และได้รับการสรรค์สร้างขึ้นใหม่เพื่อก้าวต่อไปสู่อนาคต ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างคอลเลคชั่นของโรงแรมชั้นเลิศที่ควรค่าแก่การสืบสาน เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำ และการผจญภัยแสนตื่นเต้น


เซบาสเตียน บาแซง ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล

เซบาสเตียน บาแซง ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล กล่าวว่า “โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เปรียบเสมือนพาสปอร์ตที่นำเราสู่อีกโลกหนึ่ง และการเดินทางบนขบวนรถไฟอันเป็นตำนานนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และโลกแห่งภาพยนตร์ เกิดเป็นประสบการณ์อันล้ำเลิศ การเชื่อมโยงตะวันตกกับตะวันออก ประวัติศาสตร์กับความทันสมัย และความแปลกใหม่กับวัฒนธรรมการเชื่อมโยงตะวันตกกับตะวันออก ประวัติศาสตร์กับความทันสมัย และความแปลกใหม่กับวัฒนธรรม จะเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส และเรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสทำให้การผจญภัยในรูปแบบสุดหรูกลับฟื้นคืนมาอีกครั้งสำหรับนักเดินทางในยุคปัจจุบัน”

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “การเปิด โรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส แห่งแรกของโลกที่คิง เพาเวอร์ มหานคร จะเติมเต็มการเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพมหานครให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ภาคธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมยกระดับให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวชั้นนำระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริง

คิง เพาเวอร์ มหานคร มุ่งมั่นพัฒนาทุกโครงการให้มีความแตกต่าง มีเสน่ห์ และมีเอกลักษณ์ โดยรังสรรค์ และผสานความเป็นเลิศในทุกด้าน ตั้งแต่การออกแบบโรงแรม ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านอาหารระดับเวิลด์คลาส สินค้าและของที่ระลึกอันทรงคุณค่า และจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้งดงามที่สุด ทั้งหมดนี้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก และเพื่อสร้างจุดยืน และภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศไทยในเวทีท่องเที่ยวโลกในระยะยาวต่อไป”

“เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างหลากหลาย มีสเน่ห์ลึกลับ และไม่เหมือนใครของแบรนด์ระดับตำนานอย่างโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส มายังกรุงเทพมหานคร” ไมเคิล ไอเซนเบิร์ก ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล เอเชีย แปซิฟิก กล่าว “โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กำหนดนิยามการเดินทางโดยรถไฟขึ้นใหม่ในยุคปีค.ศ. 1900 ด้วยการแนะนำบริการตู้โดยสารแบบนอนที่เชื่อมโยงการเดินทางจากดินแดนตะวันตกสู่ตะวันออก และยกระดับการบริการทั้งทางด้านอาหารและความสะดวกสบายอย่างสูงสุด เรามีความตั้งใจที่จะนำความหรูหราและปราณีตทั้งหมดกลับมาอีกครั้งในรูปแบบโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ครั้งนี้”

ขบวนรถไฟดั้งเดิมของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส โด่งดังด้วยมาตรฐานความงามวิจิตรสูงสุดของงานช่างฝีมือ นวัตกรรมใหม่ และอาหารสุดเลิศล้ำ โรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร จึงรวบรวมบรรดายอดฝีมือจากทุกแขนงมาร่วมให้คำนิยามใหม่กับศิลปะแห่งการเดินทางสุดหรูในครั้งนี้

ทริสตัน อัวร์ ดีไซน์เนอร์ผู้เลื่องชื่อ ได้รับมอบหมายให้รังสรรค์การตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโคขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และนำเอาลักษณะอันโดดเด่นของการตกแต่งขบวนรถโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ดั้งเดิมมาผสมผสานให้เข้ากับความทันสมัยของตึกระฟ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ห้องนอนสุดโอ่โถงและห้องอาบน้ำอันงดงามจะเพิ่มระดับความหรูหราและดูดีมีสไตล์ให้กับโรงแรมในกรุงเทพขึ้นไปอีกขั้น

สองร้านอาหารชั้นนำอย่าง Mott 32 บนชั้นสอง และ Mahanathi โดยเดวิด ธอมป์สันซึ่งอยู่บนชั้นห้าของโรงแรม ซึ่งเป็นผู้ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในทักษะและความเชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ซึ่งเป็นผู้รังสรรค์ร้านอาหารที่ได้รับรางวัลชั้นนำระดับโลกเช่นร้าน Nahm ที่ลอนดอนและกรุงเทพ Long Chim ในเอเชียและออสเตรเลีย Aaharn ในฮ่องกง และมีร้านชื่อดังอย่าง Mott 32 เป็นผู้ดูแลเรื่องร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความอร่อย ทั้งยังมีร้านอาหารแนวร่วมสมัย และบาร์ค็อกเทลไว้ให้บริการอีกด้วย Mott 32 ได้ตั้งชื่อตามถนน Mott 32 ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านสะดวกซื้อจีนแห่งแรกของนิวยอร์คโดยเปิดให้บริการในปี ค.ศ 1851 และปัจจุบันเป็นไชน่าทาวน์ที่สร้างสีสันให้กับเมืองอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมี มหานคร สกายวอล์ค และจุดชมวิวชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทยโดยตั้งอยู่บนชั้น 74, 75 และ 78 ในขณะที่คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี และร้านค้าปลีกอื่นๆ บนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 4 และในอนาคตร้านอาหารและบาร์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 76 พร้อมอวดโฉมทิวทัศน์ที่งดงามของกรุงเทพมหานครทำให้อาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร กลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกความสนใจ เฉกเช่นเดียวกับที่โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เคยเป็นศูนย์รวมที่ผู้คนอันน่าทึ่งมากมายมารวมตัวกันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

กว่า 135 ปี ที่โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส สร้างแรงบันดาลใจให้บรรดานักเขียน ศิลปิน และผู้กำกับภาพยนตร์มากมาย มีแขกผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากมาเยี่ยมเยือน อาทิ โจเซฟิน เบเกอร์, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โคโค ชาแนล, เกรแฮม กรีน, เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์, มาร์ลีน ดีทริช และมาตา ฮารี ผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส มากยิ่งขึ้นไปอีกคือ อกาธา คริสตี้ จากการอ้างอิงชื่อสถานที่ในนวนิยายเรื่อง Murder on the Orient Express ในขณะที่ The Lady Vanishes ของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อก และ From Russia with Love ตอนหนึ่งของเจมส์ บอนด์ สร้างความเป็นอมตะให้ชื่อของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ตราตรึงอยู่ในจินตนาการของผู้คนมากยิ่งขึ้นไปอีก

เครื่องหมายยืนยันความเป็นเลิศของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส อีกประการหนึ่งคือความเป็นมืออาชีพของบรรดาพนักงาน และเครื่องแบบที่ได้รับการยกย่องเสมอมา ซึ่งองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้จะถูกนำกลับมาอีกครั้งในโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริการระดับสูงสุดให้กับวงการธุรกิจโรงแรม

โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร มีห้องพักรวม 154 ห้อง โดยเป็นห้องสวีท 9 ห้อง และ เพนท์เฮ้าส์ 2 ห้อง มีการจัดสรรชั้นเฉพาะสำหรับการดูแลสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำกลางแจ้ง และจากุซซี่ รวมถึงโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส สปา บาย เกอร์แลง ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของทางแบรนด์ แขกผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงจุดชมวิว รวมถึงใช้บริการบาร์บนชั้นดาดฟ้าได้ตามอัธยาศัย ห้องพักทุกห้องล้วนอวดโฉมทิวทัศน์กรุงเทพมหานครที่งดงามจับตา ปัจจุบันอาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร ความสูง 78 ชั้น คืออาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามแปลกตาของการจัดวางรูปทรงลูกบาศก์ติดกระจกวนรอบอาคารในรูปแบบสามมิติ มองเห็นเป็นลักษณะของพิกเซล

แอคคอร์โฮเทล และกลุ่มบริษัทเอสเอ็นซีเอฟ ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจเมื่อปี 2560 เพื่อร่วมกันพัฒนาโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส หลังจากที่แอคคอร์โฮเทลเข้าถือหุ้น 50% ของแบรนด์ โดยกลุ่มบริษัทเอสเอ็นซีเอฟยังคงเป็นเจ้าของขบวนรถโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ดั้งเดิมจำนวนเจ็ดขบวนโดยสมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับการบูรณะและตกแต่งใหม่อย่างดีเยี่ยมเพื่อนำมาใช้ในการจัดอีเว้นท์ภายใต้ความร่วมมือกับ โพเทล แอนด์ ชาโบ โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่มรดกอันทรงคุณค่าของแบรนด์อันเป็นตำนานนี้สืบไป

โรงแรมแห่งนี้วางแผนเปิดตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นับเป็นเวลา 136 ปีหลังจากการเดินทางครั้งปฐมฤกษ์ของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส จากมหานครปารีส

หนีไปดูพระอาทิตย์ขึ้นจากริมทะเลที่ WINDOW@ SEA, CHA-AM

เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลามากมาย เราไปชมบรรยากาศกันขับรถเพียงไม่นานเราก็เดินทางมาถึง ชายหาดชะอำ สถานที่พักสุดชิลของเราในทริปนี้
คือ WINDOW@ SEA , CHA-AM / โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี

เริ่มกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วสำหรับ เทศกาล ปิ้งหอย..คอยเธอ โครงการ Outing @ Cha-am 1s st  ซึ่งงานนี้จัดขึ้น บริเวณริมหาดชะอำ ด้านทิศเหนือ จ.เพชรบุรี โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี วันธรรมดาน่าเที่ยว โดยความร่วมมือจากเทศบาลเมืองชะอำ , หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี , สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี , ผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐและชุมชน คนริมเลชะอำ

คุณอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี

โดยกิจกรรมจัดขึ้น Beach Food ตลาดริมเล เวทีการแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลงสุดชิลริมชายหาด ซึ่งกำหนดจัดขึ้นทุกวันอังคาร และพุธ เวลา 16.00 – 23.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาไปจนถึง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย คุณอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี การันตีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ฉะนั้นใครชอบอาหารทะเล ต้องไม่พลาดกิจกรรมนี้

ทริปนี้ Toptotravel มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM มาทำความรู้จัก
หนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมน้องใหม่ของชะอำ

คุณภัทรพล ดีปานแก้ว ที่มาบอกเล่าถึงความพิเศษของโรงแรม และการเตรียมพร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บนบรรยากาศชายหาดอันแสนเงียบสงบและ
เป็นส่วนตัวที่สุดในย่านชายหาดชะอำ

สระว่ายน้ำมีทั้ง สระเด็ก และสระผู้ใหญ่ มีเกมส์รูม มีห้องคิดส์คัพ ในห้องจะมีโต๊ะพูล โต๊ะโกลว์ มีเพลย์สเตชั่น มีคอมพิวเตอร์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ให้ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของชะอำที่ปกตินักท่องเที่ยวจะออกไปทานอาหารด้านนอกโรงแรมหรือเที่ยวบริเวณโดยรอบ แต่สำหรับที่ เบย์ วินโดว์ แอท ซี แล้ว สามารถพักผ่อนได้ตลอดทั้งวันไปพร้อมกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงแรมที่มีให้มากมาย รวมถึงด้านนอนริมทะเล รับลมเย็นๆ เดินเล่นชายหาดได้เลย

สระใหญ่ 20 เมตรคูณ 25เมตรลึก 1.20 เมตร
สระเล็ก 8เมตรคูณ 18.5 เมตร ลึก 90 เซ็นติเมตร ระบบน้ำเกลือ มีสไลเดอร์ 2 ตัว

BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM Family Hotel
บริเวณสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรม คุณภัทรพล ดีปานแก้ว ผู้จัดการทั่วไป เปิดเผยถึงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมว่า โรงแรม BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM เป็นโรงแรมในรูปแบบของ Modern Style ประกอบไปด้วยห้องพักทั้งหมด 144 ห้อง ห้องประชุมสามารถรองรับได้ 300 ท่าน
เป็นโรงแรมน้องใหม่ของชะอำ ซึ่งเตรียมจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีหน้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ให้เป็นโรงแรมสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำที่มีสไลเดอร์สำหรับการเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

”เมื่อถามถึงร้านอาหาร 7 SEA ของโรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวในไม่ช้า ผู้จัดการทั่วไปบอกว่า “ทางโรงแรมตั้งใจให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องของสนนราคาและรสชาติอาหาร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และ เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน วัตถุดิบต่าง ๆ เป็นการสั่งตรงจากชาวประมงท้องถิ่นโดยตรง”

คุณภัทรพล ยังกล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของโรงแรมแห่งนี้ว่า “…การตั้งกลุ่มเป้าหมายหลักที่ครอบครัว เพราะทางผู้บริหารของโรงแรมรู้สึกว่าโรงแรมส่วนใหญ่ในอำเภอชะอำ สร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มทัวร์แต่สำหรับกลุ่มครอบครัวแล้วยังมีน้อยมาก จึงสร้างโรงแรมที่เป็น Family Hotel ขึ้น

สำหรับช่วงของการเปิดตัวโรงแรม ระหว่างวันนี้ไปจนถึง วันที่ 31 มีนาคม 2562 ราคาห้องพักราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาท พร้อมอาหารเช้า ส่วนห้องที่เป็นไฮไลท์ สามารถเปิดประตูออกมาก็ลงสระได้เลยราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท”

ห้องพักของ โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี มีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย ห้องซูพีเรียร์ ห้องธรรมดา และ ห้องพูลแอคเซส สามารถเดินลงสระได้ Family Room เป็นห้องขนาดใหญ่กว่าปกติสามารถพักได้ 3-4 คน ห้องจูเนียร์สวีทส์ เป็นห้องพักและห้องนั่งเล่น และอีกหนึ่งห้องที่พิเศษมาก ๆ รองรับครอบครัวขนาดกลาง ประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง 1 ห้องนั่งเล่น แต่ละห้องแยกทุกห้อง มี 4 ห้องน้ำ

Toptotravel ถามถึง การรักษาความปลอดภั ยสำหรับนักท่องเที่ย;พักที่นี่ คุณภัทรพล กล่าวว่า “ ด้านระบบการรักษาความปลอดภัย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่โรงแรมได้ 2 เส้นทาง คือจากทางถนนเจ้าลาย ซึ่งเป็นทางเข้าหลักและทางเข้าทางด้านหลัง ส่วนระบบการรักษาความปลอดภัย เราใช้เจ้าหน้าที่ประจำจุดเต็มรูปแบบ และมีการรถ วัตถุระเบิดต่าง ๆ ในส่วนที่จอดรถ ฝั่งเจ้าลาย จะเปิดปิดเป็นเวลาหลัง 20.00 จะปิดให้ผู้เข้าพักเท่านั้น ที่จะสามารถเข้ามาได้ในส่วนของการบริการ ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสำคัญของทางโรงแรม เพราะนอกจากจะทำให้โรงแรมให้การบริการได้ในระดับมาตรฐานแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการประทับใจและพร้อมที่จะกลับมาใช้บริการอีก ดังนั้นการบริการถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทางเรามีการเทรนด์พนักงานไว้อย่างเป็นระบบ เช่นแม้แต่จะขอหมอนหนึ่งใบ ก็ไม่จำเป็นต้องขอกับทางแม่บ้าน พนักงานทุกคนต้องสามารถให้บริการและรับรู้ระบบทั้งหมดได้”

ยกครอบครัวไปลุยทริปนี้ได้เลย

แนวคิดการบริหารโรงแรม 90% กลุ่มลูกค้า คือคนไทย
ในส่วนของการทำตลาด คุณภัทรพล กล่าวว่า “ตลาดของ อำเภอชะอำ 90 % เป็นคนไทย ส่วนนัดท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่อนข้างน้อย โดยต่างชาติที่เข้าคือมาพักระยะยาว เช่น กลุ่มลูกค้าที่เกษียณอายุงาน เนื่องจากค่าครองชีพของชะอำค่อนข้างต่ำ และในส่วนของคนไทย เกินครึ่งจะมาเฉพาะวันหยุดที่เป็น weekend หรือ long weekend

ลูกค้าอีกครึ่งหนึ่ง มาจากการสัมมนา ตอนนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประสานกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโรงแรม ได้นำตลาดใหม่เข้ามา สิ่งที่ต้องเติมเต็มจริงๆ คือ วันธรรมดา หลังจากที่เราได้ไปทำ road show ที่มาเลเซีย ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เริ่มเข้ามาแล้ว
มีทั้งไฟล์ทบินตรงจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์มาลงที่สนามบินหัวหิน และที่กำลังมาแรง คือ ประเภทขับรถยนต์มาเองจากปีนัง ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ แวะ ระนอง หัวหิน ชะอำ กรุงเทพฯ บางคณะเดินทางไปถึงภาคเหนือของไทย
ในปัจจุบันประเทศมาเลเซียสามารถขอใบอนญาติขับในไทยได้ 30 วัน

ด้านตลาดจีน
ตลาดจีนซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย แม้หลายแห่งจะพบกับปัญหาแต่เกือบทุกแห่งก็พร้อมจะรองรับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น คุณภัทรพล กล่าวถึงความพร้อมในการต้อนรับว่า “ ผมเคยทำงานที่รองรับตลาดจีนที่เป็นตลาดแมสที่สุดจนถึงระดับบน คนจีนสิ่งที่เห็นบางทีเป็นแค่วัฒนธรรม อยู่ที่เรา educate ถ้าสามารถใส่ข้อมูลให้เขาว่าโรงแรมเราเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าเขาสามารถรับได้

สมัยที่ผมทำงานอยู่ที่โรงแรมเดิมระดับห้าดาว (โรงแรมเซนทารา) ของจังหวัดขอนแก่น ผมรับตลาดจีนวันละ 90% แต่ 40-50 คน บริเวณล็อบบี้มีความเป็นระเบียบ สามารถบอกเขาได้ว่าเราต้องการความสงบ ใส่ความเป็นตัวตนของโรงแรมเข้าไป เขาก็สามารถทำตามที่บอกได้ แต่ถ้าโรงแรมนั้น ๆ ไม่บอกลูกค้า เขาก็จะทำตามวัฒนธรรมของเขา ตรงนี้อยากฝากด้วย เขาไม่ได้ผิดอะไร 70 % ของเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยว มาจากประเทศจีน

ฉะนั้น ผู้ประกอบการเองตั้งแต่ระดับโรงแรมไปจนถึงชุมชน ต้องฝากว่า ถ้าอยากให้เขาอยู่กับโรงแรมแบบไหน และปฏิบัติกับสิ่งของๆ โรงแรม หรืออุปกรณ์เราอย่างไร สื่อให้เขาเห็น เขาจะทำได้แน่นอน”

โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี ที่พักของเราในค่ำคืนนี้เป็นที่พักที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและทันสมัย จุดเด่น สระว่ายน้ำตรงกลางที่พัก อยู่ห่างจากทะเลเพียงนิดเดียว ห้องพักถูกตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์ เรียบหรู สะอาดตา
มีอุปกรณ์เครื่องใช้อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ท้ายสุด คุณภัทรพล กล่าวถึง การเตรียมใช้สื่อ Social เข้ามาเพื่อการประชาสัมพันธ์ ในปัจจุบันโรงแรมต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับ  เรื่องนี้มากขึ้น “เราวางแพลนเอาไว้สำหรับทุกส่วนของ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram Twister ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อความเหมาะสม หลังจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังในทุกช่องทาง

โดยตั้งเป้าไว้ว่า ลูกค้าที่มาพักหรือมารับประทานอาหารจะผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า 20% ในส่วนของห้องพักโรงแรมจะมีโปรโมชั่นให้ติดตาม
ภายใต้ชื่อเดียวกัน คือ Bay Window @ Sea…..”

หากพูดถึง Bay Window @ Sea คุณล่ะเดินทางไม่ยาก แค่ตื่นเช้าล้างหน้าแปรงฟันเดินทางจากรีสอร์ทแค่แป๊บเดียว เดินเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล ง่ายกว่านี้จะมีอีกมั้ย! พร้อมไปสัมผัสกับบรรยากาศชิลๆ ริมหาดชะอำ กับเทศกาล “ปิ้งหอย…คอยเธอ”กันแล้วหรือยัง ??

ยกครอบครัวไปลุยทริปนี้ได้เลย ที่สำคัญ อย่าลืมแวะเวียนเข้าไปทายทักกับ Bay Window @ Sea โรงแรมน้องใหม่ที่การันตีความเพอร์เฟคสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง

โรงแรม BAY WINDOW@Sea Cha-am
312 ซอย ร่วมจิตร ตำบล ชะอำ อำเภอ ชะอำ เพชรบุรี 76120
โทรศัพท์: 082 687 6680


หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรม

หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรมตอนที่ 3
“มนต์เสน่ห์นี้ที่ผาหมอน” จังหวัดเชียงใหม่

นับตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายธานินทร์กรัยวิเชียร ได้มีการกำหนดนโยบายชาวเขาตาม   มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2519 ใช้นโยบายรวมพวก มาเป็นแนวทางในการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา“เพื่อให้ชาวเขาเป็นพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้”และใช้การพัฒนาแบบเขตพื้นที่โดยระบบสมบูรณ์แบบ (Zenal Integrated Development) รูปแบบการพัฒนาที่เน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามความลาดชันในพื้นที่ลุ่มน้ำ (WatershedArea) มาพัฒนาคุณภาพชีวิตและหยุดยั้งการทำไร่เลื่อนลอย  เปลี่ยนมาเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบถาวรให้ชาวเขาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง กรมประชาสงเคราะห์(ปัจจุบันกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) จึงจัดตั้งกองสงเคราะห์ชาวเขาศูนย์วิจัยชาวเขา ศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดต่างๆขึ้น (ปัจจุบันศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัด)  และส่งหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเคลื่อนที่ออกไปปฏิบัติงานตามหมู่บ้านชาวเขาในถิ่นทุรกันดารส่งผลให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน

 นางนภา  เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีชาวเขาหรือราษฎรบนพื้นที่สูงมากที่สุดในประเทศ349,118 คน และเป็นจังหวัดที่มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมากที่สุดถึง 146,635 คน กะเหรี่ยงในประเทศไทยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยงสะกอหรือปกาเกอะญอ กะเหรี่ยงโปร์ กะเหรี่ยงบะเว และกะเหรี่ยงปะโอหรือตองสู้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมักตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณหุบเขา ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวปลูกพืชผักต่างๆ เช่น ทำนาดำ การทำไร่หมุนเวียน และเลี้ยงสัตว์การสืบทอดเชื้อสายมาทางฝ่ายหญิงเป็นหลักเมื่อแต่งงานฝ่ายชายต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายหญิง ครอบครัวของกะเหรี่ยงยังยึดถือระบบ  ผัวเดียวเมียเดียว

“บ้านผาหมอน”หมู่บ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ คำว่า “ปกาเกอะญอ” เป็นชื่อเรียกตัวเองของกะเหรี่ยงกลุ่มสะกอมีความหมายว่า“คนที่มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพ และมีวัฒนธรรมที่ดีงาม” หมู่บ้านเล็กๆบนดอยอินทนนท์แห่งนี้ยังคงความงดงามตามธรรมชาติมีพิธีกรรมความเชื่อ “ป่าสะดือ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเคารพและหวงแหนธรรมชาติ ป่าสะดือเป็นสายใยระหว่างชาวปกาเกอะญอตั้งแต่แรกเกิดจนตายโดนพ่อจะนำรกหรือสะดอของเด็กใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกติดไว้กับไม้ไผ่ หรือผูกติดไว้กับต้นไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดต้นไม้นี้เรียกว่า “เดปอทู่” หรือ ป่าสะดือ ต้นไม้ต้นนี้ห้ามผู้ใดมาตัดหรือโค่นลงเชื่อว่าจะทำให้เจ้าของรกเจ็บป่วย และจากความเชื่อนี้ส่งผลให้บริเวณป่าสะดือจึงมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณไม้หายากต่างๆ กุศลบายอันฉลาดของบรรพบุรุษชาว ปกาเกอะญอ ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า “ปกาเกอะญออยู่ที่ไหนป่าอยู่ที่นั่น” นอกจากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แล้วหมู่บ้านผาหมอนแห่งนี้ยังมีบ้านน้อยโฮมสเตย์ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวบรรยากาศรอบๆโฮมสเตย์รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ท่านจะลองศึกษาเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาเส้นทางธรรมชาติบริเวณผาดอกเสี้ยว น้ำตกวชิรธาร เยี่ยมชมธนาคารข้าวพระราชทานและเรียนรู้พร้อมลิ้มรสอาหารชนเผ่า โปรโมชั่นพิเศษช่วงเดือนธันวาคม2561 – กุมภาพันธ์ 2562 แพ็กเกจท่องเที่ยว2วัน 1 คืน ปกติคนละ 1,500 บาท ลดเหลือ ดังนี้2 คน 2,700 บาท

3 – 4คน 3,500บาท

5 – 6คน 4,000 บาท

7คนขึ้นไป 4,500บาท

ขอเชิญชวนผู้ที่มีใจรักการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ตามวิถีธรรมชาติลองมาสัมผัสความงดงาม วิถีสโลว์ไลฟ์ของพี่น้องชนเผ่าปกาเกอะญอที่บ้านผาหมอน การท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เป็นแค่การท่องเที่ยวแต่เป็นการสร้างรายได้และสวัสดิการให้แก่ชุมชน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและจุดประกายการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณองอาจ คามคีรีวงศ์ การท่องเที่ยวชุมชนบ้านผาหมอน (องค์กรสาธารณประโยชน์) 08 1166 4344

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน วันที่ 1

  • รู้จักชุมชนวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีของบ้านผาหมอน
  • สาธิตการตำข้าวของปกาเกอะญอ
  • เรียนรู้กระบวนการการทอผ้าและการจักรสาน
  • ทัวร์รอบชุมชนชมจุดชมวิวของหมู่บ้าน/ธนาคารข้าวพระราชทาน เรียนรู้การทำขนมพื้นบ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ
  • เข้าพักบ้านโฮมสเตย์
  • รับประทานอาหารเย็น ณ บ้านพักโฮมสเตย์ (อาหารพื้นบ้านชนเผ่า)
  • กลางคืนชมการแสดงการละเล่นเตหน่าและการรำดาบ

วันที่ 2

  • รับประทานอาหารเช้า
  • รู้จักเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาก่อนเดินทางท่องเที่ยว
  • เดินป่าเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนา (เรียนรู้การทำนาขั้นบันได/การเลี้ยงผีฝาย/พิธีกรรมเกี่ยวข้องกับ             การทำนา/พันธุ์ข้าวผาหมอน/พันธุ์ข้าวพระราชทาน/ชมวิถีปกาเกอะญอกับนาข้าว/เรื่องเล่าไม้ไผ่/               การจัดการน้ำโดยชุมชน/สมุนไพรในชุมชน
  • รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารพื้นบ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ)
  • ศึกษาเส้นทางธรรมชาติบริเวณผาดอกเสี้ยว/น้ำตกวชิรธาร
  • ซื้อของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ของชุมชน ณ บ้านผาหมอน

สุดพิเศษสุด สำหรับลูกค้า “ ซุปเปอร์ริช สีเขียว”

ใช้โทรศัพท์มือถือเครือข่าย True รับส่วนลด 0.05%

สุดพิเศษ !! สำหรับลูกค้า “ซุปเปอร์ริช สีเขียว” ที่ใช้โทรศัพท์มือถือเครือข่าย True รับส่วนลดทันที 0.05% ทันที เมื่อแลกเงินไทยเป็นสกุลต่างประเทศตั้งแต่ 1,000 – 100,000 บาท ท่านละ 2 สิทธิ์ / 1 passport / 1 เดือน จำนวน 10,000 สิทธิ์ / เดือน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2562  นี้ เท่านั้น
สิทธิพิเศษแบบนี้ สำหรับลูกค้าซุปเปอร์ริช สีเขียว เท่านั้น หรือสามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่
• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์
– Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
• www.superrichthailand.com 
สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมการให้บริการที่ประทับใจได้แล้ววันนี้ ที่ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ทั้ง 13 สาขา

บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ในราคาที่คุณเอื้อมถึง

BlueSpice Dining Room @Grande Centre Point Sukhumvit 55
ร้านอาหารสไตล์ร่วมสมัยที่ไม่ธรรมดา

วันนี้ขอเอาใจสายกินบุฟเฟ่ต์โรงแรม อิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งใจกลางทองหล่อที่ร้าน BlueSpice Dining Room สุดหรู!!  ในโรงแรม Grande Centre Point Sukhumvit 55 ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนในย่านทองหล่อ บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งเจ้าเดียวในทองหล่อ ภายในร้านตกแต่งสุดหรู การบริการดีระดับโรงแรม 5 ดาว

BlueSpice Dining Room มีเมนูอาหารทั้งของคาวและของหวาน นำเอาความเป็นสากลของอาหารต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง เข้ามาเป็นตัวชูโรงให้รสชาติของ BlueSpice นำเสนอ “ข้าวต้มกุ๊ย” ไม่ธรรมดาเพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ระดับโรงแรม ซึ่งทางร้านมีเมนู “ข้าวต้ม” ให้เลือกทานหลากหลายแบบจัดเต็ม ทั้งข้าวต้มธัญพืช ข้าวต้มเผือก ข้าวต้มข้าวกล้อง ข้าวต้มมันเทศ หรือข้าวต้มธรรมดา มาพร้อมกับเครื่องเคียงสูตรดั้งเดิมให้ได้เลือกสรร โดดเด่นด้วยเมนูหลากหลายรสชาติ

บรรยากาศภายในร้านโด่ดเด่นด้วยดีไซน์และการตกแต่งด้วยศิลปะ โดยใช้เฉดสีขาว เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์และเชื่อโยงแต่ละโซนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บรรยากาศที่เรียบง่าย และมีกลิ่นอายของความสุข

สำหรับเมนูอาหารที่นี่ใส่ใจเรื่องวุตถุดิบที่สดใหม่ ให้รายละเอียดทุกขั้นตอนของการปรุง กับเมนูอาหารรสเลิศ กินไม่อั้นกักันแบบจุใจ ไม่จำกัด เมนูประจำสุดฮอต อาทิ ขาหมูพะโล้ แซลม่อนแซ่บ กุ้งอบวุ้นเส้น พร้อมโจ๊กสุดอร่อย และที่สำคัญสามารถมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ผลงานในการทำอาหาร ได้ทั้งความสนุก และความอร่อย ยำ DIY ที่คุณสามารถเลือกวัตถุดิบและความแซ่บตามใจชอบ อร่อยลงตัวและสวยงาม สารพัดเมนูผัดผักให้คุณเลือกและนำไปให้เชฟปรุงกันสด ๆ และเมนูอาหารพิเศษสุดอร่อยที่ขนกันมาแบบไม่ซ้ำกัน ปิดท้ายความอร่อยด้วยของหวานนานาชนิด ทั้งไอศกรีมโฮมเมด แพนเค้ก ผลไม้ เต้าฮวย ขนมปัง อีกทั้งยังมีเมนูน้ำแข็งใสคลายร้อน เย็นฉ่ำถึงใจ ให้คุณได้ DIY เพียงแค่ทุกคนเลือกท็อปปิ้งอีกกว่า 20 รายการ และความพิเศษอยู่ที่ สังขยาใบเตย หรือ สังขยา-ชาไทย สูตรลับของทางร้าน มีความหอมหวานกลมกล่อม การันตีว่าเข้มข้นและอร่อยที่สุด

เราจะมาบอกว่าต่อไปนี้มันจะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป ชวนสังสรรค์กันพร้อมหน้ากับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว อิ่มฟินได้อย่างจุใจ ให้คุณและเพื่อนๆ ได้ฟินแบบไม่จำกัดเวลา กินอร่อย เพลิน ๆ ยาว ๆ เอาใจคนนอนดึก พร้อมเปิดประสบการณ์จัดเต็มเมนูข้าวต้มพร้อมอาหารหลากรสชาติ ให้ได้ลิ้มลอง อิ่มอร่อยด้วยความฟินในบรรยากาศสุดชิลล์เคล้าแสงไฟอบอุ่นในยามค่ำคืนที่คุณจะตกหลุมรักจนอยากจะไปซ้ำแล้วซ้ำอีก

สำหรับเมนูอาหารรสเลิศ กันแบบจุใจ ไม่จำกัดเวลา ด้วยข้าวต้มข้าวต้มร้อนๆให้เลือกรับประทานถึง 5 แบบ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวต้มธัญพืช ข้าวต้มเผือก ข้าวต้มข้าวกล้อง ข้าวต้มมันม่วง หรือข้าวต้มธรรมดา เครื่องข้าวต้มที่มีให้เลือกอย่างจุใจกว่า 20 รายการมีเมนูประจำสุดฮอตเรียกน้ำย่อยให้เลือกจนตาลาย ไม่ว่าจะเป็นขาหมูพะโล้ กระเพาะปลาน้ำแดง แซลม่อนแซ่บ กุ้งอบวุ้นเส้น ก๋วยจั๊บญวน พร้อมโจ๊กสุดอร่อยที่สามารถเลือกส่วนผสมได้เอง แต่ที่เด็ดสุดยำ DIY ที่คุณสามารถเลือกวัตถุดิบและความแซ่บได้ตามใจชอบ สารพัดเมนูผัดผักให้คุณเลือกและนำไปให้เชฟปรุงกันสดๆ เมนูอาหารพิเศษสุดอร่อยที่ขนกันมาแบบไม่ซ้ำกัน เช่น ต้มเล้งแซ่บ ไก่ทอดซอสเหล้าแดง ปลาหมึกผัดผงกระหรี่ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ฯลฯ ปิดท้ายความอร่อยด้วยของหวานนานาชนิด ทั้งไอศกรีมโฮมเมด แพนเค้ก ขนมปังสังขยาใบเตย หรือ สังขยาชาไทย ผลไม้ เต้าฮวย และน้ำแข็งใสอีกกว่า 20 รายการ ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน ก็เต็มไปด้วยของอร่อยทั้งนั้นเลย คุ้มเว่อร์ๆ อร่อยด้วยน้า

ได้มานั่งรับประทานอาหารอร่อย ถ่ายรูปสนุก ในบรรยากาศสบายๆ เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ ไปเลยสำหรับการมาทาน บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่ง ในครั้งนี้ ถ้าเย็นนี้ไม่รู้จะทานอะไรดี ลองมาสัมผัสความอร่อย ที่ BlueSpice บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งเจ้าเดียวในทองหล่อ แล้วคุณจะหลงรักและอยากกลับมาทานอีกหลายๆ ครั้งเหมือน Toptotravel

กระซิบอีกนิด สายปาร์ตี้ห้ามพลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด นำเข้ามาดื่มได้ฟรีไม่คิดค่าเปิดขวด ทางร้านมีแก้วและน้ำแข็งให้บริการ ดื่มด่ำในบรรยากาศดี ๆ เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย พร้อมรับประทานอาหาร
อร่อยๆ ได้อีกด้วย

จองได้เลย นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทางร้านยังมีโปรโมชั่นส่วนลดสุงสุด บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งลด 50% ที่ BlueSpice บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งห้องอาหาร BlueSpice Dining Room @Grande Centre Point Sukhumvit 55

บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งเจ้าเดียวในทองหล่อ นำเสนอ “ข้าวต้มกุ๊ย” ไม่ธรรมดาเพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ระดับโรงแรม มีลูกค้ามานั่งทานเรื่อยๆ ตลอดเวลา

จัดโปรโมชั่นเอาใจ บุฟเฟต์ข้าวต้มโต้รุ่งลด 50% สำหรับท่านที่ 2 ในวันจันทร์ – พฤหัสบดี เมื่อมา 2 ท่าน ท่านที่ 2 ลด 50% (ท่านที่ 1 จ่ายราคาปกติ 420 net) ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 28 กุมภาพันธ์ 2562

ใครที่มองหามุมนั่งทานอาหารสบายๆ มาแล้วต้องติดใจ บุฟเฟ่ต์ข้าวต้ม พร้อมส่วนลดสูงสุด มาร่วมเติมความสุขกันได้แล้ว
วันนี้– 28 กุมภาพันธ์  2562
ตั้งแต่เวลา 17.00 – 23.00 น. (วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี)
เวลา 17.00 – 02.00 น. (วันศุกร์ – วันเสาร์) แบบไม่จำกัดเวลา
ที่ BlueSpice Dining Room @Grande CentrePoint Sukhumvit 55

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่งก่อนล่วงหน้าได้ที่ โทร. 02-020-8000 ext. 4440

ข้าวต้มบุฟเฟต์โต้รุ่งเจ้าเดียวในทองหล่อ #BlueSpiceDiningRoom

เปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของโนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล

เซเลปตบเท้า ร่วมงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของโนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ คาดปี 62 เดินหน้าเต็มสูบด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและนวัตกรรม เซลล์บำบัดเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร

นวาวิด้าจัดงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่างเป็นทางการเป็นบริการแรก ด้วยมุ่งหมายที่จะเป็น ฟันเฟืองในการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 10 ปีในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของรัฐบาล ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายในการขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม “คู่สมรสที่มีบุตรยาก” (Fertility Tourism) ซึ่งเป็นกลุ่มนักกท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะเข้ารับ บริการ เมื่อเกิดความเชื่อมั่นในมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ระดับสากล โดยเฉพาะตลาดใน ประเทศจีน ซึ่งมีอัตราผู้ต้องการรับบริการในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว


ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ดำเนินรายการ

โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม เกิดจากผู้ก่อตั้งคือ นายทวีศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร ซึ่งเป็นนักธุรกิจในกิจการหลากหลายประเภท และทำงานหนักจนสุขภาพเริ่มทรุดโทรม จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้านเซลล์บำบัด (Cell Therapy) เพื่อดูแลสุขภาพกับ ศาสตราจารย์อีวาน ตอร์เรนเต้ (Prof.Yvan Torrente, MD.,Ph.D.)
จากมหาวิทยาลัยมิลาน ประเทศอิตาลี


เมื่อตนเองรักษาได้ผลและมีสุขภาพดีขึ้น จึงเกิดความสนใจแบบจริงจัง และเป็นที่มาของการก่อตั้ง โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์ นอกเหนือความเป็นธุรกิจไว้ 2 ประการคือ คนไทยควรมีโอกาสได้รับบริการ ทางการแพทย์ที่ดี ทั้งการป้องกันและการบำบัดรักษา และประการที่ 2 คือ ต้องเกิดการต่อยอดในงานวิจัย และพัฒนา นวัตกรรมเซลล์บำบัดในประเทศไทย จึงเกิดเป็นความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างโนวาวิด้ากับสถาบันการศึกษา ชั้นนำของไทย ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี พระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อให้เกิดงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่เป็นของคนไทย และโนวาวิด้ายังให้การสนับสนุน งานวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยอีกด้วย

“หากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์เกิดจากการงานวิจัย ที่เป็นของคนไทยและสถาบัน การศึกษาไทยบ้าง เชื่อว่าต้นทุนในการรักษาจะถูกลง คนไทยควรมีโอกาสเข้ารับบริการทางการแพทย์ ที่ดีที่ทันสมัยในราคา
ไม่เกินเอื้อม และการต่อยอดงานวิจัยกับแวดวงวิชาการไทยคือหนทางหนึ่งที่ทำให้ เป็นไปได้ โดยโนวาวิด้าพร้อมจะให้สนับสนุนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อต่อยอดงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ต่อไป”  นายทวีศักดิ์กล่าว

โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากประเทศอิตาลี ให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Life” โดยมีนายทวีศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีศาสตราจารย์ อีวาน ตอร์เรนเต้ ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านการบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell Therapy) และยีนบำบัด (Gene Therapy) จากมหาวิทยาลัยมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นแพทย์ ที่ปรึกษา โดยโนวาวิด้าเปิดให้บริการใน 2 ธุรกิจบริการหลัก คือ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Center) และศูนย์ชะลอวัยและฟื้นฟูเซลล์ (Anti-Aging & Cell Rejuvenation Center)

ซึ่งนอกจากจะช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการให้กลับมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผู้รับบริการด้วยศาสตร์ชะลอวัย สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีสุขภาพดี

​โนวาวิด้าจัดงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 10 ปี ในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของรัฐบาล ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายในการขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม “คู่สมรสที่มีบุตรยาก” (Fertility Tourism) โดยมี ศ.นพ.สมบูรณ์ คุณาธิคม อดีตประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เป็นแพทย์ที่ปรึกษา และมี พญ.กมลา เตชวิวรรธน์ เป็นแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ดูแลและให้คำแนะนำแก่ผู้รับบริการ ส่วนบริการที่ 2 คือ ศูนย์ชะลอวัยและฟื้นฟูเซลล์ (Anti-Aging & Cell Rejuvenation Center) ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพในระดับยีน ที่ออกแบบมาสำหรับเฉพาะบุคคล (Personalize Medicine) เพื่อช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการให้กลับมีสุขภาพที่แข็งแรง และยังช่วยให้เกิดการชะลอวัย สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีสุขภาพดี

​ในงานเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก  ของ โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ  เมดิคัล เซ็นเตอร์ ได้รับเกียรติจาก คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน และมี H.E. Mr. Ahmed Abdulla Alhajeri เอกอัครราชทูตประเทศบาห์เรน, Mr. Adul Hayemasalae เจ้าหน้าที่การทูต สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, Dr. Mohamed Foda เจ้าหน้าที่การทูตประเทศกาตาร์, Mr. Khalid GamarFadllalla เจ้าหน้าที่การทูตประเทศโอมาน, พญ.กมลา เตชวิวรรธน์, ปรนนท์ ฐิตะวรรโณ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), เพชรพริ้ง สาระสิน, ปริพันธ์-จำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย, เพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ เจ้าของ Songland project, ออน-ชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, สามขวัญ ตันสมพงษ์ ผู้บริหารค่ายเพลง What the Duck, ฐิติพงษ์ หล่อประเสริฐ, สุจิตรา จงชาณสิทโธ, ศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช, หยิงหยิง-ศลิษา เอี่ยมมะโนชญ์, นาขวัญ รายนานนท์, ณฤดี เมธีวงศ์ ผู้บริหารสถาบันพัฒนาศักยภาพเด็ก Baby Genius, แนน-ชัญญ ธนเพ็ญชาติ April’s Bakery, ปุ๊กลุก- ทัชชารตี ณ ระนอง บ.Pris Priority, Tatcha Gems, รัชชต เศรษฐ์วรเดช MD บริษัท Mcfiva (Thailand), น้อยหน่า-เพ็ญสุภา คชเสนี Social Director ของ Oriental Hotel, แก้ว-ปัทม์ บุญเดช, พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช เจ้าของ Kediglow Clinic   ร่วมในงาน โดยมี ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ดำเนินรายการ


โนวาวิด้า อินเทอร์เกรทีฟ เมดิคัล เซ็นเตอร์/ โพธาลัย เลเชอร์ พาร์ค
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายพบแพทย์
โทร. : 02-508-5100, 02-508-5101
Line@ : @Novavida
Link : https://line.me/R/ti/p/%40novavida
Website : http://www.novavida.co.th/
FB : Novavida Integrative Medical Center
IG : Novavida_thailand


หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรม

ตอน “แวะ พัก ทัก อาข่า” จังหวัดเชียงราย

การท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาสัมผัสความงดงามตามวิถีธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวัฒนธรรม และวิถีชีวิต

จากจุดเริ่มต้นการขับเคลื่อนงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ โดยอาศัยกลไกด้านการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ ยกระดับการท่องเที่ยวเป็นการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาสัมผัสความงดงามตามวิถีธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูงเผ่าต่างๆ

​​นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า หากกล่าวถึงชนเผ่า อาข่าน้อยคนนักที่จะรู้จัก “อาข่า” มีต้นกำเนิดบริเวณที่ราบสูงธิเบต ต่อมาอพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในบริเวณประเทศจีนทางตอนใต้ พม่า ลาว และอพยพลงมาถึงประเทศไทยเมื่อประมาณ 90 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งถิ่นฐานครั้งแรกที่บ้านพญาไพร อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และขยายพื้นที่ไปอาศัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และแพร่ ซึ่งปัจจุบันสามารถพบชาวอาข่า 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ จ่อกวย ลอยมี และผาหมี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ครอบครัวของอาข่าเป็นครอบครัวแบบขยาย สามีมีภรรยาได้หลายคน ระบบความเชื่อยังมี “ลัทธิบูชาผี” ซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ชนเผ่าอาข่ายังมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจอีกมากมายให้ท่านได้ลองมาสัมผัส “แวะ พัก ทัก อาข่า”จังหวัดเชียงราย ชมความหลากหลายวัฒนธรรม การเต้นรำ แต่งกายหลายรูปแบบ พักอิงแอบธรรมชาติ ต้องไม่พลาด

โปรโมชั่นพิเศษช่วงเดือนธันวาคม 2561 – กุมภาพันธ์ 2562 มีดังนี้

  1. ที่พักโฮมสเตย์ ลด 100 บาท จากปกติ 400 บาท เหลือเพียง 300 บาท/คน
  2. แพ็กเกจท่องเที่ยว One day trip เพียง 750 บาท/คน
  3. แพ็กเกจท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน ลด 300 บาท จากปกติ 1500 บาท เหลือเพียง 1,200 บาท/คน
  4. อื่นๆ การแสดงมินิไลท์แอนซาว (อาข่าคนภูเขา) ลด 5,000 บาท  จากปกติราคา 20,000 บาท เหลือเพียง 15,000 บาท

​​ขอเชิญชวนผู้มีใจรัก อัตลักษณ์วิถีชีวิตคนบนดอย ลองมาสัมผัสความงดงามของชนเผ่าอาข่า จังหวัดเชียงราย สิ่งที่ได้รับไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่ท่านจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการในชุมชน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจะนำมาพัฒนาชุมชน ต่อยอดกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนให้เกิดความยั่งยืน อีกส่วนหนึ่งจะนำมาจัดสวัสดิการให้แก่คนในชุมชน หรือผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เช่น เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ คนเร่ร่อน เป็นต้น

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง เชียงราย
โทร. 0 5360 2579