ร้านผู้พันคณิต หมูกะทะ สาขาลาดปลาเค้า14

อร่อยแค่ไหน? ต้องลองไปชิม หมูกะทะผู้พันคณิต

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศเริ่มเย็นลง Totptotravel ทำให้คิดถึงบรรยากาศการกินปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ Toptotravel มาร้านนี้เป็นครั้งที่สองเพราะอร่อยคุ้นลิ้น อากาศแบบเริ่มดีนี้ อยากชวนเพื่อนๆ มาปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้า 14

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติและบรรยากาศ ของ การนั่งปิ้งย่าง อาหารสดจากเตาถ่านร้อนๆ อย่างหมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้ามีให้เลือกหลายร้าน แต่….สำหรับ toptotravel ต้องเลือกตวามอร่อยที่แตกต่าง อาหารค่ำเย็นนี้ จึงอยากขอขอนำเสนอ หมูกะทะแสนอร่อย ที่เสริฟแบบเป็นเซ็ทไม่เหมือนใคร ที่ร้านหมูกะทะ ผู้พันคณิต ตั้งอยู่ทึ่ริมถนนลาดปลาเค้า ซ. 14 ที่ร้านผู้พัน หมูกะทะ และที่ร้านนี้มีดีอะไรบ้าง ตามมาชิมกันเลยคะ

ก่อนอื่น Toptotravel พามาทำความรู้จักกับ เจ้าของร้านคือ ท่านผู้พันคณิต บุคคลที่ต้นคิด และทำหน้าที่เสริฟเมนูหมูกะทะแห่งนี้ พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์ ข้าราชการหนุ่มใหญ่จาก กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ผู้พันคณิต เดินออกมาทักทายด้วยรอยยิ้ม และอัธยาศัยไมตรี ภายหลังจากเดินไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่นเรียบร้อย หมูกระทะรสเด็ดจากฝีมือผู้พันคณิต สุดยอดน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนใคร น้ำซุปสุดยอดความอร่อย สดด้วยวัตถุดิบสรรหาเพื่อนักชิม “… ร้านเล็กๆ แต่ทำทุกอย่างด้วยใจครับ” … ผู้พันออกตัวเมื่อเริ่มต้นการสนทนา

“… ผมเริ่มทำหมูกะทะขาย ตั้งแต่ปี 2556 ในตอนนั้น ยังขายอยู่ในแฟลตทหารวังหิน อยากหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ทำเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ เพราะในช่วงเวลาในตอนนั้น ผมประสบปัญหาสุขภาพ จากประสบอุบัติเหตุ รถชนกันสามคันรวด ซึ่งผมเองเป็นคันสุดท้าย โดยที่ผมต้องชดใช้เขาทั้งหมด ร่วมสองแสนกว่าบาท หลังจากวันนั้น ผมตระเวนหาเงินมาเพื่อชดใช้เขา จนกระทั่งผมมาเจอผู้ใหญ่ใจดี เขาเป็นเจ้าของ ร้านหมูกะทะรุ่งนภาที่จังหวัดปทุมธานี คลองเจ็ด เขาถามผมว่า สู้มั้ย? ถ้าสู้เข้ามาเรียนรู้สูตรหมูกะทะจากเขา ผมตอบเขาทันทีว่า…สู้ครับ

ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม
เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

….หลังเข้าไปเรียนรู้ไม่นาน ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น”

ด้วยอัธยาศัย…ความมุ่งมั่นและมานะอดทน เพียรพยายาม ทำให้ร้านหมูกะ เดิมที่เคยขายอยู่ภายในแฟลต เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ในย่านนั่น เรียกร้องให้ออกมาหาพื้นที่ขายด้านนอก ปี 2560 ร้านผู้พันคณิต หมูกระทะ จึงเริ่มถือกำเนิดขึ้นบริเวณริมถนนลาดปลาเค้า

ผู้พันคณิต เล่าพลางคีบกุ้งตัวโต วางบนเตาควันจางๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น “ผมทำร้านเสริมรายได้ เพื่อเลี้ยงครอบครัวไป ปลดหนี้ ในตอนนี้ดีขึ้น เมื่อก่อนร้านจะเล็กกว่ามมากนี้ เมื่อลูกค้ามากขึ้นและอากาศไม่โล่ง พอดีจังหวะที่ร้านขายๆ ว่างจึงเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น แต่พื้นที่นี้ก็ยังเช่าเขาแต่ยังพอประมาณเรายังสู้ไหวครับ

… ความพิเศษของ ร้านหมูกะทะผู้พันคณิต เอกลักษณ์เด่นของร้านคนจะนึกถึง สูตรหมูนุ่ม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่ไม่เหมือนใคร มีสองรส น้ำจิ้มหมูรสชาติจะเป็นสีแดง ซีฟู้ดของร้านจะทำสดๆ ทุกอย่าง ไม่ใช่น้ำส้มปลอมปนใช้มะนาว พริกสด ด้านหมูสูตรของทางร้านหมักเอง ที่ร้านจะไม่ใช้กุ้งตัวเล็ก เลือกเฉพาะที่ไซส์ใหญ่ที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามารับประทานแล้วได้ของดีมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าจะนำกุ้งตัวเล็กๆ ปิ้งไปก็หดไป”

และที่ไม่เหมือนใคร คือ การเสริฟหมูกระทะเป็นชุด ไม่ได้จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ เหมือนกับร้านทั่วไป โดยในหนึ่งเซ็ท มี หมูนุ่ม หมูเบคอน ตับ ปลาหมึก กุ้งใหญ่ ส่วนของผักประกอบด้วย ผักบุ้ง ผักกาด กะหล่ำปลี แครอท เห็ดหอม วุ้นเส้น จะเสริฟเป็นเซ็ท มี 3 ราคา เซ็ทเล็ก 250 เซ็ท กลาง 300 เซ็ทใหญ่ 350 แถมน้ำอัดลมขวดใหญ่ นอกจากนั้นก็ยังมีโปรดีดๆ ไม่ว่าจะเป็นสะสมคูปอง 10 แถม 1 หรือถ้าสั่งหลายชุดก็แถมเป็นพิเศษ


พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

ผู้พันคณิต เล่าต่อว่า “ผมทำทุกอย่างด้วยใจ หากลูกค้าสั่งในระแวกใกล้เคียง ไม่เกิน 2-3 กิโลเมตรก็จะไม่คิดค่าส่ง ก็จะมีกระทะ น้ำซุป เรียกว่าทุกอย่าง ที่ผ่านมาเคยมีทางโรงเรียนสั่งเข้ามาเป็นชุด 80-100 ชุดก็จะไปส่งไปจัดการให้ เสร็จงานเราก็เก็บกลับ ส่วนใหญ่ส่งให้ในระแวกนี้อย่าง ลาดปลาเค้า ลาดพร้าว-วังหิน นาคนิวาส โชคชัย4 แต่ถ้าไกลกว่านี้ไปไม่ไหว เพราะลูกค้าจะรอนานเกินไปหากมีส่งหลายเจ้า และส่วนใหญ่จะสั่งในเวลาเดียวกัน คำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้ามากกว่า ที่อื่นอาจจะทำอาหารอย่างอื่นเสริม เช่น ส้มตำ หรือปิ้งย่าง เพื่อเรียกลูกค้า แต่สำหรับผม อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติของหมูกระทะที่นี่ อยากทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำหลายๆ อย่าง แต่คุณค่าทางอาหารไม่ดี ซึ่งเมื่อทำตรงนี้ดีและเด่นเพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกค้าได้รับความประทับใจและได้รับสิ่งที่ดีดีกลับไปอย่างแท้จริง ”

ด้วยความที่ในทุกวัน หลังเลิกงาน ผู้พันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้ามาดูแลลูกค้าด้วยตัวเองพร้อมกับภรรยา ทำให้มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

“ลูกค้ามีหลายกลุ่ม มีทั้งมากับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว ตอนนี้รับลูกค้าได้ 33 โต๊ะ ประมาณ 100 กว่าคน หากต้องการดูรายละเอียดเข้าไปที่ Page facebook หมูกระทะผู้พันคณิตได้เลย”

“… สิ่งที่ผมคุยกับภรรยาอยู่ คือ ผมอยากให้เด็กที่เรียนดีในระดับชั้นเรียน วันที่ประกาศผลเรียนได้ที่ 1 อยากให้มาทานที่นี่ฟรีเลย อยากให้เขาภูมิใจ ให้เขาเป็นเยาวชนของชาติที่ดีที่สุดสิ่งที่ผมหวังคือ อยากให้ธุรกิจตรงนี้อยู่ไปนาน ๆ ให้ความอร่อยสู่ผู้บริโภคได้มากที่สุด ผมจึงคิดในราคาที่ไม่แพง อยากให้ทุกคนมีโอกาสลิ้มลองอย่างทั่วถึง ในระแวกนี้ไม่มีใครขายในราคานี้หรือแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบุฟเฟต์ ในอนาคตอยากขยายสาขาออกไปแต่อยู่ในระแวกใกล้เคียงนี้”

เราหันมองไปภายในร้าน ติดป้ายไว้ว่า “งดรับทิป” อดไม่ได้ที่สอบถาม ผู้พันว่า “ผมอยากให้ลูกน้องบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ด้วยใจ บริการอย่างเท่าเทียมกันทุกคน และไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับคนให้ด้วย เพราะผมถือว่า… ลูกค้าที่เข้ามาทานหมูกระทะผู้พันคณิต ผมถือว่าเป็นทิปที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว”

ผู้พันคณิต กล่าวท้ายสุดว่า “ทำร้านตรงนี้ยอมรับว่าเหนื่อยครับ แต่เรามีกำลังใจให้กันและกัน ผมอยากให้ครอบครัวมีความสุข อยากให้ลูกมีความสุข อยากให้ภรรยามีความสุข ครอบครัวผมไม่เคยมีมาก่อน ต้องทำทุกอย่าง แต่เมื่อประสบความสำเร็จ จะเป็นสิ่งที่มองไปข้างหน้าแล้วทุกคนจะภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ”
พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

…. คุยไป ก็ปิ้งย่างกันไป ทั้งรสชาติของน้ำจิ้มสองสูตรพิเศษ หมูนุ่มได้ที่ กุ้งตัวโตตรงหน้า ถือว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ

ต้องไปชิม หมูกระทะผู้พันคณิต เป็นหมูกระทะที่มอบความอร่อย พกพาความสดใหม่ สะอาดของวัตถุดิบ กับสูตรน้ำจิ้มหมูกระทะ และ สูตรน้ำจิ้มซีฟู๊ด ที่มีความกลมกล่อมเข้มข้นไม่เหมือนใคร พร้อมให้บริการทั้งที่ร้าน และส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านท่าน…..คุณพร้อมหรือยังที่จะมาพบกับหมูกระทะสุดอร่อย.

ร้านหมูกระทะผู้พันคณิต เลขที่ 23 ถนนลาดปลาเค้า ซอย 14
แขวงจระเข้บัว กทม.
ตรงข้ามโรงเรียนกัลยาวิทย์ เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 – 22.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โทร 091 993 1491 , 091993 1498

FB: www.facebook.com/pages/หมูกระทะ ผู้พันคณิต

เล็บสวยเป๊ะปัง อุปกรณ์สะอาด สีแบรนด์เนมแท้ ย่านห้วยขวาง

KS Nail แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครบนปลายเล็บ สวยเป๊ะปัง อุปกรณ์สะอาด สีแบรนด์เนมแท้ งานพิถีพิถัน ประณีต

สาวๆ ย่านตลาดนัดกลางคืนห้วยขวาง เคยมาทำเล็บร้านนี้กันมั้ยคะ?
KS Nail เป็นร้านทำเล็บ ย่านห้วยขวาง เดินจากรถไฟใต้ดินนิดเดียว ที่เราอยากพาสาวๆ ไปรู้จักเหลือเกินที่นี่เจ้าของร้านสวย น่ารัก ให้คำแนะนำดี เหมาะมากสำหรับใครไม่มีเวลาช่วงกลางวัน…ชื่นชอบการทำเล็บเจลเป็นชีวิตจิตใจ เหตุที่ต้องทาสีเจล เพราะการทาเล็บสีธรรดา มันไม่ปัง มันไม่ว้าว!! ยื่นคำขาด ของเค้าดีจริงอันนี้ คือเกิดกับตัวเองจริงๆ ทาแล้วเนียนติดแล้วเนียน โป๊ะ สวย โดนใจ ใส่ใจในแต่ละขั้นตอน และการลงลวดลาย งานเล็บออกมาก็ปราณีตตรงใจสุดๆ เก็บดีเทลลวดลายเล็กๆ น้อยๆ ให้อย่างสวยงาม สายวิ้งวับฉบับญี่ปุ่นก็ทำได้นะเออ เลยมาแบ่งปันรีวิว

KS Nail เป็นอีกหนึ่งร้านทำเล็บ ที่ดูแลดีสุดๆ มีช่างเพ้นท์เล็บบริการดี งานคุณภาพ ด้วยเล็บสวยๆ เดินจากรถไฟใต้ดิน ลงสถานีห้วยขวางดิน เพียง 5 นาที ชอบที่สุดคือร้านนี้ใส่ใจเรื่องความสะอาดเครื่องมือมากค่ะ ทำเล็บสวย ตัดหนังสวยสะอาดมาก ถูกใจสุดๆ ที่เราอยากพาสาวๆ ไปรู้จักเหลือเกิน การทำสปาเท้าก็เป็นเรื่องที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่าการทำสปามือหรือสปาส่วนอื่นๆ เลยนะ เพราะเท้าคู่นี้แหละที่พาเราไปพบเจอกับอะไรมากมาย ถูกใช้งานหนักมากที่สุดในร่างกายแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่เท้าของเรา ด้วยการทำสปาเท้าให้สวยเนียนนุ่มกันด้วยแพ็คเกจสปาพร้อมทาสีเล็บเจลกัน

ที่นี่ คุณก้อย เจ้าของร้านที่รักการทำเล็บ ให้คำแนะนำเรื่องการทำสปาเท้า ซึ่งรวมอยู่ในแพ็คเกจทำเล็บมือ+ตัดเล็บ+ตัดหนัง โดยสปาเท้าของที่นี่จะเป็นการขัดสครับฝ่าเท้า แช่น้ำแร่และน้ำนมให้ผิวเท้าของเราเนียนนุ่มชุ่มชื่น พร้อมโชว์เท้าคู่สวยได้อย่างมั่นใจ ร้านให้บริการ Skin Purifying Organic Spa Treatment ยังสามารถทำสปามือ เท้า หรือทรีตเมนต์สปามือ ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากต่างประเทศ โดยทางร้านได้แนะนำเคล็ดลับดีๆ แนะนำให้เล็บสาว ๆ กลับมาสวยปิ๊งดูสุขภาพดีแถมยังติดทน เน้นเรื่องการ
ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างสีเจลโดยเฉพาะเทลงบนสำลีและห่อด้วยฟอยด์ การจะล้างสีเจลออกเนี่ยเราควรจะไปทำที่ร้านที่มีมาตรฐานและใช้ขั้นตอนที่
ถูกวิธีค่ะ เพราะว่าการล้างค่อนข้างมีความสำคัญจะช่วยถนอมเล็บเราและ
ไม่ทำให้เล็บเราเปราะบาง ฉีกง่ายสาวๆ ก็จะมีเล็บที่สวย สุขภาพดี ไม่พังอีกต่อไปแล้ว พอรู้ครบขั้นตอนแล้ว เราขอตัวไปทำเล็บก่อน อยากสวยแล้ว

โดดเด่นด้านการดีไซน์ รวมถึงเป็นผู้นำเทรนด์ในการตกแต่งเล็บไม่ทำร้ายหน้าเล็บและไม่ทำให้เล็บเหลืองด้วย รวมไปถึงทั้งบรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งเรียบๆ แต่สวยงาม แถมตลอดการรับบริการทันใจ อุปกรณ์สะอาด มีเก้าอี้นวดไฟฟ้ากว่าจะรู้ตัวอีกที เล็บก็ถูกตกแต่งด้วยสีเจล อย่างสวยงาม ชอบที่สุดคือร้านนี้ใส่ใจเรื่องความสะอาดเครื่องมือมากค่ะ ทำเล็บสวย ตัดหนังสวยสะอาดมาก ถูกใจสุดๆจ้า นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับคนชอบทำสปาเล็บที่ต้องลองแวะเวียนไปสักครั้ง

ดังน้ัน ร้านทำเล็บโดยส่วนใหญ่มีลูกค้าเป็นกลุ่มผู้หญิงที่รักสวยรักงาม สาวๆ ควรเลือกร้านที่แบรนด์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ผลิตภัณฑ์ล้างสีเจลคุณภาพโดยเฉพาะ

อยากมีเล็บสวยสไตล์ใหม่ๆจากทางร้านลองไปแวะดูได้ ติดแล้วเนียน ไม่โป๊ะ ทำเล็บออกมาได้หรูหราไฮโซ เป็นธรรมชาติเหมือนเล็บจริงมากเลย ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพก็เป็นอีกส่วนที่สาว ๆ ต้องใส่ใจเลยค่ะ เพราะหากสาว ๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพสีเจลก็จะล้างออกยาก และต้องขูดเล็บนานถึงจะออก ทำให้หน้าเล็บเราพังได้

แอบกระซิบว่าตอนนี้ ที่ร้านเขามีโปรโมชั่นสปา ราคาพิเศษอยู่ด้วยนะ
โปรช่วงนี้…. ก่อนวาเลนไทม์ โทรจองคิวต่ออะคิลิก ติดแล้วเนียน ไม่โป๊ะ เป็นธรรมชาติเหมือนเล็บจริงมากเลย ก่อนเวลา 20:00 น.
ดีตรงที่ ฟรีทาเจลค่ะ

บริการทำเล็บอย่างครบวงจรด้วยทีมงานระดับมืออาชีพเปิดบริการทุกวัน กลับดึกแค่ไหนก็สามารถอยากให้เล็บคุณสวยดูดี เทรนดี้กันทุกวันเปิดตั้งแต่เวลา 18:00-05:00 น. (เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด)

แนะนำ : คิวลูกค้าทำเล็บค่อยข้างเยอะ ก่อนไปลองโทรจองคิวกันก่อน ด้วยนะค่ะ
สนใจโทรหรือแอดไลน์มาจองคิวล่วงหน้ากันเองนะคะ
Tel : 095-5839235
line : ksnailsalon
IG : ks_nail_salon

สปามือเท้า #เพ้นท์เล็บ #ทำเล็บ #ต่อเล็บ
#ทาเจล #เล็บสวยเป๊ะปัง
#ย่านตลาดนัดกลางคืนห้วยขวาง


สำนักพุทธฯ เตรียมจัดงาน “การแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ ครั้งที่ 10”

วันที่ 7 มกราคม 2562 เวลา 15.00 น. อาคารหอประชุมมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมสำนักงานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แถลงข่าวการจัดการแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ ครั้งที่ 10 และ นิทรรศการภายใต้ชื่องาน 47 ปี “วิถีปริยัติ ศรัทธาก้าวไกล น้อมใจจิตอาสา” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 มกราคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่พุทธมณฑล จ.นครปฐม

โดยมี พระครูสุวรรณสรานุกิจ ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 10 องสรภาณอนัมพจน์ (ดร.พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว) ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 14 หลวงจีนสังฆรักษ์สัญชัย เสี่ยซัง ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 13 พระมหาวิจิตร กลยาณจิตโต ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 1 และนายนายสิทธา มูลหงษ์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าว

นายสิทธา มูลหงษ์ ผอ. กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงที่มาของงานว่า “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญทั่วประเทศ จำนวนทั้งหมด 407 โรง 40,000 กว่ารูป การสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมนั้น นอกจากสนับสนุนงบประมาณไม่ว่าจะส่วนของการจัดการศึกษา การบริหารจัดการ การดูแลอัฐบริขารความสะดวกต่าง ๆ ของสามเณรนักเรียนทั้งหมดแล้ว ยังจัดงบประมาณ ในการจัดมหกรรมฯ
ในครั้งนี้

การแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ จัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี ในปีนี้เป็นปีที่ 10 โดยหมุนเวียนไปจัดในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ในปี้นี้ครบ 47 ปี ของการก่อตั้งโรงเรียน พระปริยัติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นวาระพิเศษ จึงได้มาจัดที่ส่วนกลาง คือที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภายในงานจะได้พบกับการกิจกรรมแข่งขันทั้งสิ้นถึง 51 รายการ มีทั้งการจัดการแข่งขันวิชาการที่เป็นความรู้ และเรื่องของทักษะ ช่างฝีมือ และนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย”

ผอ.สำนักพุทธศาสนศึกษา กล่าวต่อว่า “การจัดงานในครั้งนี้นอกจากเปิดโอกาสให้ครูบาอาจารย์ สามเณร ได้มีโอกาสแสดงความรู้ ความสามารถต่าง ๆ แล้ว ลูก ๆ สามเณร ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศยังมีโอกาสได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดโลกทัศน์กัน ที่สำคัญคือเป็นการเตรียมน้อง ๆ สามเณรที่จะได้รับการประเมินในระดับประเทศอย่าง โอเน็ต และที่สำคัญที่สุดคือ การได้ประชาสัมพันธ์โรงเรียนพระปริยัติธรรมให้สาธารณชนได้ทราบว่า เป็นโรงเรียนทางเลือก โรงเรียนทางรอดให้กับสังคมไทย เพราะลูกๆ สามเณรเหล่านี้ เมื่อโตขึ้นไปก็จะได้ไปสร้างชาติ ก็ปรากฏให้เห็นคนสำคัญของชาติมากมาย

เพื่อเป็นการแสดงถึงศักยภาพในการจัดงาน การเรียนและการสอนในโรงเรียนซึ่งการจัดงานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เรียนในโรงเรียนปริยัติธรรมสามัญศึกษาเท่านั้น แต่ยังเปิดให้เด็ก ๆ และผู้ปกครอง เข้ามาเยี่ยมชมงานได้ คาดว่าเข้ามาร่วมไม่ต่ำกว่า 5,000 คน รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและผู้สนับสนนุมากมาย”

นายสิทธา มูลหงษ์ กล่าวท้ายสุดว่า “จะเห็นว่าสังคมแห่งความเปลี่ยนแปลงมีความไม่ปลอดภัยหลายอย่าง หากลูกๆ พร้อมที่จะตัดสินใจเข้ามาดูรายละเอียดด้วยตัวเอง เราจัดการศึกษาตั้งแต่ ม. 1 – ม. 6 ทุกอย่างฟรีทั้งหมด อุปกรณ์การเรียนการสอน ทุนการศึกษา อาหารการกิน เครื่องอัฐบริขาร อยากเชิญชวนลูกๆ ผู้ชายและพ่อแม่ผู้ปกครอง หากอยากศึกษาธรรมะไปพร้อมกับทักษะชีวิตต่าง ๆ และเรียนอย่างมีความสุข อย่างปลอดภัย ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โรงเรียนพระปริยัติธรรมพร้อมเปิดรับ”

พระครูสุวรรณสรานุกิจ ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 10 เปิดเผยว่า”โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญนี้ การเรียนการสอนจะเหมือนกับโรงเรียนข้างนอกทุกประการ เป็นโรงเรียนที่นำเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียน
การจัดการศึกษา ปัจจุบันมี 3 แผนก คือแผนกธรรม แผนกบาลีและแผนกสามัญศึกษา การจัดการทั้งสามแผนกนั้น มุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นคนดีและคนเก่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของชาติ

โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ปัจจุบันใน 407 โรง มีนักเรียนทั้งหมด 40,000 กว่ารูป ศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของโรงเรียน 14 กลุ่มทั่วประเทศ

คุณลักษณะพิเศษ คือ ผู้เรียนเป็น พระภิกษุ และสามเณรเท่านั้น จบแล้วสามารถศึกษาต่อได้ในระดับอุดมศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ หากผู้ปกครองต้องการนำลูกหลานเข้ามาศึกษา สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด และสำนักงานคณะสงฆ์ประจำจังหวัดได้ทั่วประเทศที่ใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น”

“อยากเชิญชวนประชาชน ผู้ปกครองท่านทั้งหลาย ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมงานแข่งขันทักษะวิชาการและนิทรรศการในครั้งนี้ รวมถึงอยากฝากญาติโยมทั้งหลาย หากอยากนำลูกชายมาบวชเรียน สามารถติดต่อมาที่นี่ หรือ ไปที่กลุ่มโรงเรียนทั้ง 14 กลุ่มวัด” ซึ่งกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้น มีทั้งสิ้น 30 กิจกรรมรวม 51 รายการ ประกอบด้วย การแข่งขันเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรม การแข่งขันตอบปัญหาวิชาภาษาบาลี การแข่งขันตอบปัญหาวิชาพระพุทธศาสนา การแข่งขันวิชาสามัญ 8 กลุ่มสาระการเรียนรรู้ การแข่งขันบรรยายธรรมภาคภาษาไทย ภาคภาษาอังกฤษ การแข่งขันวาดภาพ การแข่งขันแต่งบทกลอน การแข่งขันคัด่ลายเมือภาษาไทย การแข่งขันการทำหนังสั้น การแข่งขันโครงการวิทยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ เป็นต้น ตลอดทั้งนิทรรศการการแสดงผลงานด้านวิชาการของครูเรียนจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ

ซึ่งงานนี้จะแสดงถึงศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้ประชาชนได้รับรู้และเป็นการศึกษาทางเลือกให้กับเยาวชนชายไทย ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานมาบวชเรียนสามารถ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทร. 02-441 7950


พระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์ปูนปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก ฉลองครบ 10 ปี

อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก ฉลองครบ 10 ปี พระพิฆเนศ หรือพระพิฆเนศวร ถือได้ว่าเป็นเทพที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์มาก วันนี้เรามีโอกาสเข้าร่วมงานไหว้ขอพรพระพิฆเนศ งานครบรอบ 10 ปี อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561 ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร เป็นประธาน ในงานครบรอบ 10 ปี อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก เชิญชวนประชาชนเสริมบารมีรับปีใหม่ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีหน้าตักกว้าง 9 เมตรสูง 15 เมตร เมตร และได้รับการยกย่องจากเลขาธิการศาสนสัมพันธ์ฮินดูโลกว่าเป็นพระพิฆเณศที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกันนั้นก็จะประกอบพิธีเบิกเนตรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ซึ่งมีมหาเมตตามหากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ พร้อมเชิญชวนทุกท่านมาเสริมความเป็นสิริมงคลเสริมดวงชะตาราศีรับปีใหม่กันที่อุทยานพระพิฆเณศจังหวัดนครนายก ตลอดปี 2562


สุพัชชา สมบูรณ์ฐานะ ผู้จัดการอุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยนอกจากจะมีการไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ภายในอุทยานฯ แล้ว ในช่วงการจัดงานยังมีพิธีสำคัญโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการก่อตั้ง ทาง อุทยานพระพิฆเณศ จะกำหนดให้มีการจัดงานบวงสรวงสักการะ องค์พระพิฆเณศองค์ใหญ่ และพระโพธิสัตว์กวนอิม และยังมีการกำหนดให้มีพิธีสวดโซฮา ขึ้นในวันที่ 30 ธันวาคม เป็นพิธีสำคัญในการเสริมก็ตาต่อบารมีให้กับประชาชนทั่วไป มีความเชื่อกันว่าบุคคลใดที่ได้เข้าไปอยู่ในพิธีสวดโซฮาและ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าทำงานประสบความสำเร็จครอบครัวพบแต่ความสุข

ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร กล่าวถึงพิธีการบวงสรวงองค์พระพิฆเณศ ณ อุทยานพระพิฆเณศ

ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร กล่าวถึงพิธีการบวงสรวงองค์พระพิฆเณศ ณ อุทยานพระพิฆเณศ ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับผู้ที่มาร่วมพิธีและเดินทางมาสักการะขอพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมด้วยพิธีเบิกเนตรองค์พระแม่กวนอิม ปางประธานพร ผู้ซึ่งมีมหาเมตตามหากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ เพื่อผู้ที่มาขอพรที่อุทยานพระพิฆเณศได้พ้นจากความทุกข์ในชีวิตด้วยมหาเมตตาแห่งองค์พระโพธิสัตว์และประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองจากการสักการะเทพเจ้าแห่งความสำเร็จเทพเจ้าแห่งการประทานพร พระพิฆเนศวร ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง พร้อมกล่าวอวยพร เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ขอให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สมความปราถนาทุกประการ พร้อมกล่าวเชิญชวนทุกท่านมาเสริมความเป็นสิริมงคลเสริมดวงชะตาราศีรับปีใหม่กันที่อุทยานพระพิฆเณศ จังหวัดนครนายก

ม.ล.อรุณกลม วรวุฒิ กล่าวถึง ความประทับใจ ณ อุทยานพระพิฆเณศ
ที่มีความงดงาม พร้อมด้วย องค์พระแม่กวนอิม ปางประธานพร ที่ได้เบิกเนตรในวันนี้ และขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจ สร้างทานบารมี เสริมดวงชะตา รับปีใหม่ 2562 และเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ขออวยพรให้
ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สมความปราถนาทุกประการ

อุทยานพระพิฆเณศ นครนายก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเณศขนาดใหญ่มหึมา ที่มีความสูงถึง 9 เมตร เป็นองค์ปูนปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2551 ซึ่งในปีพ.ศ.2561

โดยภายในอุทยานฯ แห่งนี้จะมีพระพิฆเณศองค์ใหญ่ 2 ปาง ตั้งอยู่ใกล้กัน ซึ่งทุกท่านจะพบกับความสวยงามและความยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมองค์พระพิฆเณศปางต่าง ๆ จำนวน 108 ปาง ที่ครบสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตลอดจนหอมหาเทพ ซึ่งประดิษฐานมหาเทพสูงสุดทั้ง 3 พระองค์ ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ รูปปั้นฤๅษีปางต่าง ๆ ตำหนัก3 มหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ให้ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามาสักการบูชาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกันอีกด้วย

เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเองและครอบครัว เที่ยวกันได้ทุกเพศทุกวัย

อุทยานพระพิฆเณศ จังหวัดนครนายก ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร ‭088-914-1987‬




โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ผู้สนับสนุนการทำศัลยกรรมให้กับรายการ “Let me in Thailand 4 Reborn”

เพราะปัญหาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต !!
รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” และ “โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ” จากประเทศเกาหลีใต้ จึงช่วยเนรตมิตให้สาวฝาแฝดที่มีปัญหาขากรรไกรบิดเบี้ยวบี้ จนทำให้เธอต้องปวดขากรรไกรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากให้เธอได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นสาวสุขภาพดี พร้อมพ่วงด้วยความสวยที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาอย่างแน่นอน

ว้าว สวยมากเลย ทั้งใบหน้าที่เปลี่ยนไป และลุคที่ปังมากขึ้น
พลิกโฉมครั้งสำคัญ ที่เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง!!

บี๋ พิมพิกา หญิงสาวจากครอบครัวขายลอตเตอรี่ที่ลืมตาดูโลกมาพร้อม
กับพี่ชายฝาแฝดที่หน้าตาคล้ายกันอย่างกับแกะ แต่เธอมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับขากรรไกร ทำให้เธอปวดขากรรไกรอยู่ตลอดเวลาและในอนาคตอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพขอเธอมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายการ
“Let me in Thailand 4 Reborn”

รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ร่วมกับ ศัลยแพทย์โอชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ได้เห็นถึงปัญหาสำคัญข้อนี้ จึงเลือกให้เธอได้ทำศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งถ้าเธอทำศัลยกรรมเธอจะกลายไปมีใบหน้าที่ไม่ความคล้ายคลึงกับพี่ชายอีกต่อไป กลายเป็น “แฝดหนีฝา” แต่สิ่งดีที่เกิดขึ้นกับเธอ คือปัญหาสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งครั้งนี้เธอได้ทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น ผ่าตัดขากรรไกร, ปรับรูปหน้า โหนกแก้ม กราม คาง แก้ไขปัญหาคางยื่น ฟันไม่สบกัน, ศัลยกรรมจมูกให้ได้ทรงสวยรับกับใบหน้า, เย็บกล้ามเนื้อตาให้ดวงตาดูสดใสโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ, ฉีดฟิลเลอร์ใบหน้าเติมร่องลึกให้เต็ม และฉีดเสต็มเซลล์ ให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ซึ่งหลังจากทำศัลยกรรมแล้วเธอจะกลายเป็นสาวสุขภาพดี
ที่เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเธอเอง มั่นใจในการหางานที่เหมาะสม และจะเปิดโอกาสในอาชีพ ช่วยยกระดับชีวิตของเธอและครอบครัวได้อย่างแน่นอนไม่ว่าจะปัญหาด้านสุขภาพ คางยื่น คางยาว จมูกไม่มีดั้ง หรือ
ปัญหาใดๆ ก็ตาม คุณสามารถสวย หล่อ เพอร์เฟ็คได้อย่างปลอดภัย กับ
ทีมศัลยแพทย์มืออาชีพจากโรงพยาบาลบาโนบากิ ได้อย่าง “บี๋ พิมพิกา”
เช่นนี้ได้ง่ายๆ

http://line.me/ti/p/@thaibanobagi

ซึ่งงานนี้รับประกันว่าจะเป็นสาวสวยสุขภาพดี มั่นใจ พร้อมก้าวสู่โลกกว้าง
เพื่อหางานทำที่เหมาะสมกับตัวเธอและช่วยยกระดับชีวิตครอบครัวของเธอได้อย่างแน่นอน

ติดต่อจองคิวปรึกษาฟรีในประเทศไทย
ที่บาโนบากิ ทองหล่อ ซอย 3

Tel : 02-392-2890
Mobile : 099-112-4777

#LetMeInThailand4
#LetMeInReborn #banobagi
#โรงพยาบาลบาโนบากิ
#หมอโอเจ้าเดิม

พม. ร่วมกับ กคช.เดินหน้าโครงการออมเวลา นำร่องเขตชุมชนดินแดง

วันนี้ (26 ธันวาคม 2561) เวลา 14.00 น. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายปรเมธี วิมลศิริ) เป็นประธานเปิดโครงการออมเวลา จิตอาสาใส่ใจพัฒนาสังคม โดยมี นางไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การเคหะแห่งชาติ และผู้อยู่อาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 เข้าร่วมในพิธีเปิด

 โดยจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มคนในพื้นที่ดูแลซึ่งกันและกันในรูปแบบธนาคารเวลาเพื่อเปิดการดำเนินงานพื้นที่นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยใช้รูปแบบของธนาคารเวลา โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 200 คน  ณ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดีรังสิต ตัดกับถนนอโศก – ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

นายปรเมธี กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากการเคหะแห่งชาติ กองทุนการออมแห่งชาติศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง และเทศบาลตำบลช่องลม อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่อาคารโครงการฟื้นฟูชุมชนเมืองดินแดง ระยะที่ 1 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่นำร่อง มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพื่อยกระดับระบบการดูแลผู้สูงอายุ และระบบการให้บริการด้านสวัสดิการผู้สูงอายุให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทุกคนทุกวัยในการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะขยายการดำเนินงานธนาคารเวลาให้ครบทั้ง 50 เขต กรุงเทพมหานคร

ซึ่งการดำเนินโครงการธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ได้สนับสนุนพื้นที่ที่ดำเนินงานโครงการธนาคารความดีเข้าร่วมการเป็นพื้นที่นำร่องและมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมเป็นพื้นที่นำร่อง รวมมีพื้นที่นำร่องโครงการธนาคารเวลาในส่วนภูมิภาคจำนวน 42 พื้นที่ 28 จังหวัด

นายปรเมธี กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการออมเวลา จิตอาสาใส่ใจพัฒนาสังคม เป็นการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการจัดสวัสดิการ และการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ซึ่งธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ เป็น 1 ในมาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่อง สังคมผู้สูงอายุ โดยศึกษารูปแบบการดำเนินงานธนาคารเวลาในต่างประเทศนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมดูแลซึ่งกันและกัน

โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยจิตอาสาจะได้รับการดูแลหรือการตอบแทนอื่น ๆ ตามเวลาจำนวนที่สะสมไว้โดยการดำเนินการที่ชุมชน อาคารแปลงจี ดินแดง ประกอบด้วยกิจกรรมสร้างสุขฝึกอาชีพ การตรวจสุขภาพ การจัดบริการรับ – ส่ง ไปโรงพยาบาล การให้คำปรึกษา ดูแลความสะอาดภายในห้องผู้สูงอายุ สำหรับผู้อยู่อาศัย จำนวนทั้งสิ้น 956 คน เป็นผู้สูงอายุจำนวน 252 คน และมีจิตอาสาธนาคารเวลา จำนวน 21 คน

“ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงขอฝากทุกท่านได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้คนในสังคมร่วมดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้ และขอให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุร่วมกันต่อไป และขอเชิญชวนผู้สนใจ เข้าร่วมเป็นจิตอาสาโครงการธนาคารเวลา

โดยสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟสบุ๊ค ธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ หมายเลข 0-2642-4306 หรือ สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300” นายปรเมธี กล่าวตอนท้าย

นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า แม้โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จะเป็นโครงการใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ แต่ผู้อยู่อาศัยในอาคารเป็นผู้อยู่อาศัยเดิมที่มาจากโครงการเคหะชุมชนดินแดง ซึ่งถือเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่กันมายาวนานกว่า 50 ปี ดังนั้นการอยู่อาศัยร่วมกันของคนในชุมชนจะเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ที่คอยดูแลพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เมื่อมีโครงการธนาคารเวลาเข้ามา ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดจิตอาสาให้เข้ามาดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1

ปัจจุบันมีผู้อยู่อาศัยในโครงการฯ 956 คน แบ่งออกเป็นผู้สูงอายุ 252 คน ผู้พิการ 12 คน และผู้ป่วยติดเตียง 1 คน ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการธนาคารเวลาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากคณะกรรมการเฉพาะกิจอาคารโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จำนวน 12 คน มีอาสาสมัครที่จะเข้ามาเป็นจิตอาสาคอยให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ 20 คน และจะมีการรับสมัครอาสาสมัครในโครงการธนาคารเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับผู้สูงอายุในโครงการฯ ต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาโครงการธนาคารเวลา สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟซบุ๊กธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 0 2642 4306 หรือ สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

“ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ”สาขา “ จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ”

ซุปเปอร์ริช สีเขียว สาขา จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์
พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่ ชั้น 3 โซน Bangkok Fashion Outlet แล้ววันนี้ !!

พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ !!! “ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ”สาขา “ จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ”
เปิดพื้นที่ให้บริการใหม่ ณ ชั้น 3 โซน Bangkok Fashion Outlet เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย รับประกันเรทดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพื้นที่ที่กว้างขึ้น

ลูกค้าทุกท่านสามารถเข้ามาใช้บริการ หรือแวะไปเยี่ยมชมบูธใหม่ของเรากันได้ ตั้งแต่วันนี้ หรือสามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่

• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์

  • Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
    • www.superrichthailand.com

สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมการให้บริการที่ประทับใจได้แล้ววันนี้ ที่
“ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ” ทั้ง 13 สาขา

แอคคอร์โฮเทล เปิดตัวโรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส สุดหรูแห่งแรกของโลก ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร

เปิดบทใหม่แห่งตำนานการเดินทาง แสนมหัศจรรย์ เชื่อมโยงการเดินทางจากตะวันออกสู่ตะวันตกร้อยเรียงเรื่องราวทรงคุณค่าจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร (Orient Express Mahanakhon Bangkok)

แอคคอร์โฮเทล ประกาศเปิดตัวโรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส แห่งแรกของโลก ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร อาคารแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครภายใต้ชื่อ โรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร (Orient Express Mahanakhon Bangkok) ซึ่งสะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และจินตนาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ และได้รับการสรรค์สร้างขึ้นใหม่เพื่อก้าวต่อไปสู่อนาคต ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างคอลเลคชั่นของโรงแรมชั้นเลิศที่ควรค่าแก่การสืบสาน เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำ และการผจญภัยแสนตื่นเต้น


เซบาสเตียน บาแซง ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล

เซบาสเตียน บาแซง ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล กล่าวว่า “โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เปรียบเสมือนพาสปอร์ตที่นำเราสู่อีกโลกหนึ่ง และการเดินทางบนขบวนรถไฟอันเป็นตำนานนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และโลกแห่งภาพยนตร์ เกิดเป็นประสบการณ์อันล้ำเลิศ การเชื่อมโยงตะวันตกกับตะวันออก ประวัติศาสตร์กับความทันสมัย และความแปลกใหม่กับวัฒนธรรมการเชื่อมโยงตะวันตกกับตะวันออก ประวัติศาสตร์กับความทันสมัย และความแปลกใหม่กับวัฒนธรรม จะเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส และเรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสทำให้การผจญภัยในรูปแบบสุดหรูกลับฟื้นคืนมาอีกครั้งสำหรับนักเดินทางในยุคปัจจุบัน”

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “การเปิด โรงแรม โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส แห่งแรกของโลกที่คิง เพาเวอร์ มหานคร จะเติมเต็มการเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพมหานครให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ภาคธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมยกระดับให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวชั้นนำระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริง

คิง เพาเวอร์ มหานคร มุ่งมั่นพัฒนาทุกโครงการให้มีความแตกต่าง มีเสน่ห์ และมีเอกลักษณ์ โดยรังสรรค์ และผสานความเป็นเลิศในทุกด้าน ตั้งแต่การออกแบบโรงแรม ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านอาหารระดับเวิลด์คลาส สินค้าและของที่ระลึกอันทรงคุณค่า และจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้งดงามที่สุด ทั้งหมดนี้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก และเพื่อสร้างจุดยืน และภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศไทยในเวทีท่องเที่ยวโลกในระยะยาวต่อไป”

“เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างหลากหลาย มีสเน่ห์ลึกลับ และไม่เหมือนใครของแบรนด์ระดับตำนานอย่างโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส มายังกรุงเทพมหานคร” ไมเคิล ไอเซนเบิร์ก ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล เอเชีย แปซิฟิก กล่าว “โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กำหนดนิยามการเดินทางโดยรถไฟขึ้นใหม่ในยุคปีค.ศ. 1900 ด้วยการแนะนำบริการตู้โดยสารแบบนอนที่เชื่อมโยงการเดินทางจากดินแดนตะวันตกสู่ตะวันออก และยกระดับการบริการทั้งทางด้านอาหารและความสะดวกสบายอย่างสูงสุด เรามีความตั้งใจที่จะนำความหรูหราและปราณีตทั้งหมดกลับมาอีกครั้งในรูปแบบโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ครั้งนี้”

ขบวนรถไฟดั้งเดิมของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส โด่งดังด้วยมาตรฐานความงามวิจิตรสูงสุดของงานช่างฝีมือ นวัตกรรมใหม่ และอาหารสุดเลิศล้ำ โรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร จึงรวบรวมบรรดายอดฝีมือจากทุกแขนงมาร่วมให้คำนิยามใหม่กับศิลปะแห่งการเดินทางสุดหรูในครั้งนี้

ทริสตัน อัวร์ ดีไซน์เนอร์ผู้เลื่องชื่อ ได้รับมอบหมายให้รังสรรค์การตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโคขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และนำเอาลักษณะอันโดดเด่นของการตกแต่งขบวนรถโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ดั้งเดิมมาผสมผสานให้เข้ากับความทันสมัยของตึกระฟ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ห้องนอนสุดโอ่โถงและห้องอาบน้ำอันงดงามจะเพิ่มระดับความหรูหราและดูดีมีสไตล์ให้กับโรงแรมในกรุงเทพขึ้นไปอีกขั้น

สองร้านอาหารชั้นนำอย่าง Mott 32 บนชั้นสอง และ Mahanathi โดยเดวิด ธอมป์สันซึ่งอยู่บนชั้นห้าของโรงแรม ซึ่งเป็นผู้ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในทักษะและความเชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ซึ่งเป็นผู้รังสรรค์ร้านอาหารที่ได้รับรางวัลชั้นนำระดับโลกเช่นร้าน Nahm ที่ลอนดอนและกรุงเทพ Long Chim ในเอเชียและออสเตรเลีย Aaharn ในฮ่องกง และมีร้านชื่อดังอย่าง Mott 32 เป็นผู้ดูแลเรื่องร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความอร่อย ทั้งยังมีร้านอาหารแนวร่วมสมัย และบาร์ค็อกเทลไว้ให้บริการอีกด้วย Mott 32 ได้ตั้งชื่อตามถนน Mott 32 ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านสะดวกซื้อจีนแห่งแรกของนิวยอร์คโดยเปิดให้บริการในปี ค.ศ 1851 และปัจจุบันเป็นไชน่าทาวน์ที่สร้างสีสันให้กับเมืองอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมี มหานคร สกายวอล์ค และจุดชมวิวชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทยโดยตั้งอยู่บนชั้น 74, 75 และ 78 ในขณะที่คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี และร้านค้าปลีกอื่นๆ บนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 4 และในอนาคตร้านอาหารและบาร์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 76 พร้อมอวดโฉมทิวทัศน์ที่งดงามของกรุงเทพมหานครทำให้อาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร กลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกความสนใจ เฉกเช่นเดียวกับที่โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เคยเป็นศูนย์รวมที่ผู้คนอันน่าทึ่งมากมายมารวมตัวกันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

กว่า 135 ปี ที่โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส สร้างแรงบันดาลใจให้บรรดานักเขียน ศิลปิน และผู้กำกับภาพยนตร์มากมาย มีแขกผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากมาเยี่ยมเยือน อาทิ โจเซฟิน เบเกอร์, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โคโค ชาแนล, เกรแฮม กรีน, เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์, มาร์ลีน ดีทริช และมาตา ฮารี ผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส มากยิ่งขึ้นไปอีกคือ อกาธา คริสตี้ จากการอ้างอิงชื่อสถานที่ในนวนิยายเรื่อง Murder on the Orient Express ในขณะที่ The Lady Vanishes ของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อก และ From Russia with Love ตอนหนึ่งของเจมส์ บอนด์ สร้างความเป็นอมตะให้ชื่อของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ตราตรึงอยู่ในจินตนาการของผู้คนมากยิ่งขึ้นไปอีก

เครื่องหมายยืนยันความเป็นเลิศของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส อีกประการหนึ่งคือความเป็นมืออาชีพของบรรดาพนักงาน และเครื่องแบบที่ได้รับการยกย่องเสมอมา ซึ่งองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้จะถูกนำกลับมาอีกครั้งในโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริการระดับสูงสุดให้กับวงการธุรกิจโรงแรม

โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพมหานคร มีห้องพักรวม 154 ห้อง โดยเป็นห้องสวีท 9 ห้อง และ เพนท์เฮ้าส์ 2 ห้อง มีการจัดสรรชั้นเฉพาะสำหรับการดูแลสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำกลางแจ้ง และจากุซซี่ รวมถึงโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส สปา บาย เกอร์แลง ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของทางแบรนด์ แขกผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงจุดชมวิว รวมถึงใช้บริการบาร์บนชั้นดาดฟ้าได้ตามอัธยาศัย ห้องพักทุกห้องล้วนอวดโฉมทิวทัศน์กรุงเทพมหานครที่งดงามจับตา ปัจจุบันอาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร ความสูง 78 ชั้น คืออาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามแปลกตาของการจัดวางรูปทรงลูกบาศก์ติดกระจกวนรอบอาคารในรูปแบบสามมิติ มองเห็นเป็นลักษณะของพิกเซล

แอคคอร์โฮเทล และกลุ่มบริษัทเอสเอ็นซีเอฟ ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจเมื่อปี 2560 เพื่อร่วมกันพัฒนาโรงแรมโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส หลังจากที่แอคคอร์โฮเทลเข้าถือหุ้น 50% ของแบรนด์ โดยกลุ่มบริษัทเอสเอ็นซีเอฟยังคงเป็นเจ้าของขบวนรถโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส ดั้งเดิมจำนวนเจ็ดขบวนโดยสมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับการบูรณะและตกแต่งใหม่อย่างดีเยี่ยมเพื่อนำมาใช้ในการจัดอีเว้นท์ภายใต้ความร่วมมือกับ โพเทล แอนด์ ชาโบ โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่มรดกอันทรงคุณค่าของแบรนด์อันเป็นตำนานนี้สืบไป

โรงแรมแห่งนี้วางแผนเปิดตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นับเป็นเวลา 136 ปีหลังจากการเดินทางครั้งปฐมฤกษ์ของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส จากมหานครปารีส

หนีไปดูพระอาทิตย์ขึ้นจากริมทะเลที่ WINDOW@ SEA, CHA-AM

เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลามากมาย เราไปชมบรรยากาศกันขับรถเพียงไม่นานเราก็เดินทางมาถึง ชายหาดชะอำ สถานที่พักสุดชิลของเราในทริปนี้
คือ WINDOW@ SEA , CHA-AM / โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี

เริ่มกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วสำหรับ เทศกาล ปิ้งหอย..คอยเธอ โครงการ Outing @ Cha-am 1s st  ซึ่งงานนี้จัดขึ้น บริเวณริมหาดชะอำ ด้านทิศเหนือ จ.เพชรบุรี โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี วันธรรมดาน่าเที่ยว โดยความร่วมมือจากเทศบาลเมืองชะอำ , หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี , สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี , ผู้ประกอบการโรงแรม หน่วยงานภาครัฐและชุมชน คนริมเลชะอำ

คุณอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี

โดยกิจกรรมจัดขึ้น Beach Food ตลาดริมเล เวทีการแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลงสุดชิลริมชายหาด ซึ่งกำหนดจัดขึ้นทุกวันอังคาร และพุธ เวลา 16.00 – 23.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาไปจนถึง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย คุณอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี การันตีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ฉะนั้นใครชอบอาหารทะเล ต้องไม่พลาดกิจกรรมนี้

ทริปนี้ Toptotravel มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM มาทำความรู้จัก
หนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมน้องใหม่ของชะอำ

คุณภัทรพล ดีปานแก้ว ที่มาบอกเล่าถึงความพิเศษของโรงแรม และการเตรียมพร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บนบรรยากาศชายหาดอันแสนเงียบสงบและ
เป็นส่วนตัวที่สุดในย่านชายหาดชะอำ

สระว่ายน้ำมีทั้ง สระเด็ก และสระผู้ใหญ่ มีเกมส์รูม มีห้องคิดส์คัพ ในห้องจะมีโต๊ะพูล โต๊ะโกลว์ มีเพลย์สเตชั่น มีคอมพิวเตอร์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ให้ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของชะอำที่ปกตินักท่องเที่ยวจะออกไปทานอาหารด้านนอกโรงแรมหรือเที่ยวบริเวณโดยรอบ แต่สำหรับที่ เบย์ วินโดว์ แอท ซี แล้ว สามารถพักผ่อนได้ตลอดทั้งวันไปพร้อมกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงแรมที่มีให้มากมาย รวมถึงด้านนอนริมทะเล รับลมเย็นๆ เดินเล่นชายหาดได้เลย

สระใหญ่ 20 เมตรคูณ 25เมตรลึก 1.20 เมตร
สระเล็ก 8เมตรคูณ 18.5 เมตร ลึก 90 เซ็นติเมตร ระบบน้ำเกลือ มีสไลเดอร์ 2 ตัว

BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM Family Hotel
บริเวณสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรม คุณภัทรพล ดีปานแก้ว ผู้จัดการทั่วไป เปิดเผยถึงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมว่า โรงแรม BAY WINDOW@ SEA , CHA-AM เป็นโรงแรมในรูปแบบของ Modern Style ประกอบไปด้วยห้องพักทั้งหมด 144 ห้อง ห้องประชุมสามารถรองรับได้ 300 ท่าน
เป็นโรงแรมน้องใหม่ของชะอำ ซึ่งเตรียมจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีหน้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ให้เป็นโรงแรมสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำที่มีสไลเดอร์สำหรับการเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

”เมื่อถามถึงร้านอาหาร 7 SEA ของโรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวในไม่ช้า ผู้จัดการทั่วไปบอกว่า “ทางโรงแรมตั้งใจให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องของสนนราคาและรสชาติอาหาร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และ เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน วัตถุดิบต่าง ๆ เป็นการสั่งตรงจากชาวประมงท้องถิ่นโดยตรง”

คุณภัทรพล ยังกล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของโรงแรมแห่งนี้ว่า “…การตั้งกลุ่มเป้าหมายหลักที่ครอบครัว เพราะทางผู้บริหารของโรงแรมรู้สึกว่าโรงแรมส่วนใหญ่ในอำเภอชะอำ สร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มทัวร์แต่สำหรับกลุ่มครอบครัวแล้วยังมีน้อยมาก จึงสร้างโรงแรมที่เป็น Family Hotel ขึ้น

สำหรับช่วงของการเปิดตัวโรงแรม ระหว่างวันนี้ไปจนถึง วันที่ 31 มีนาคม 2562 ราคาห้องพักราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาท พร้อมอาหารเช้า ส่วนห้องที่เป็นไฮไลท์ สามารถเปิดประตูออกมาก็ลงสระได้เลยราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท”

ห้องพักของ โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี มีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย ห้องซูพีเรียร์ ห้องธรรมดา และ ห้องพูลแอคเซส สามารถเดินลงสระได้ Family Room เป็นห้องขนาดใหญ่กว่าปกติสามารถพักได้ 3-4 คน ห้องจูเนียร์สวีทส์ เป็นห้องพักและห้องนั่งเล่น และอีกหนึ่งห้องที่พิเศษมาก ๆ รองรับครอบครัวขนาดกลาง ประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง 1 ห้องนั่งเล่น แต่ละห้องแยกทุกห้อง มี 4 ห้องน้ำ

Toptotravel ถามถึง การรักษาความปลอดภั ยสำหรับนักท่องเที่ย;พักที่นี่ คุณภัทรพล กล่าวว่า “ ด้านระบบการรักษาความปลอดภัย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่โรงแรมได้ 2 เส้นทาง คือจากทางถนนเจ้าลาย ซึ่งเป็นทางเข้าหลักและทางเข้าทางด้านหลัง ส่วนระบบการรักษาความปลอดภัย เราใช้เจ้าหน้าที่ประจำจุดเต็มรูปแบบ และมีการรถ วัตถุระเบิดต่าง ๆ ในส่วนที่จอดรถ ฝั่งเจ้าลาย จะเปิดปิดเป็นเวลาหลัง 20.00 จะปิดให้ผู้เข้าพักเท่านั้น ที่จะสามารถเข้ามาได้ในส่วนของการบริการ ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสำคัญของทางโรงแรม เพราะนอกจากจะทำให้โรงแรมให้การบริการได้ในระดับมาตรฐานแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการประทับใจและพร้อมที่จะกลับมาใช้บริการอีก ดังนั้นการบริการถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทางเรามีการเทรนด์พนักงานไว้อย่างเป็นระบบ เช่นแม้แต่จะขอหมอนหนึ่งใบ ก็ไม่จำเป็นต้องขอกับทางแม่บ้าน พนักงานทุกคนต้องสามารถให้บริการและรับรู้ระบบทั้งหมดได้”

ยกครอบครัวไปลุยทริปนี้ได้เลย

แนวคิดการบริหารโรงแรม 90% กลุ่มลูกค้า คือคนไทย
ในส่วนของการทำตลาด คุณภัทรพล กล่าวว่า “ตลาดของ อำเภอชะอำ 90 % เป็นคนไทย ส่วนนัดท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่อนข้างน้อย โดยต่างชาติที่เข้าคือมาพักระยะยาว เช่น กลุ่มลูกค้าที่เกษียณอายุงาน เนื่องจากค่าครองชีพของชะอำค่อนข้างต่ำ และในส่วนของคนไทย เกินครึ่งจะมาเฉพาะวันหยุดที่เป็น weekend หรือ long weekend

ลูกค้าอีกครึ่งหนึ่ง มาจากการสัมมนา ตอนนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประสานกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโรงแรม ได้นำตลาดใหม่เข้ามา สิ่งที่ต้องเติมเต็มจริงๆ คือ วันธรรมดา หลังจากที่เราได้ไปทำ road show ที่มาเลเซีย ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เริ่มเข้ามาแล้ว
มีทั้งไฟล์ทบินตรงจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์มาลงที่สนามบินหัวหิน และที่กำลังมาแรง คือ ประเภทขับรถยนต์มาเองจากปีนัง ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ แวะ ระนอง หัวหิน ชะอำ กรุงเทพฯ บางคณะเดินทางไปถึงภาคเหนือของไทย
ในปัจจุบันประเทศมาเลเซียสามารถขอใบอนญาติขับในไทยได้ 30 วัน

ด้านตลาดจีน
ตลาดจีนซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย แม้หลายแห่งจะพบกับปัญหาแต่เกือบทุกแห่งก็พร้อมจะรองรับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น คุณภัทรพล กล่าวถึงความพร้อมในการต้อนรับว่า “ ผมเคยทำงานที่รองรับตลาดจีนที่เป็นตลาดแมสที่สุดจนถึงระดับบน คนจีนสิ่งที่เห็นบางทีเป็นแค่วัฒนธรรม อยู่ที่เรา educate ถ้าสามารถใส่ข้อมูลให้เขาว่าโรงแรมเราเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าเขาสามารถรับได้

สมัยที่ผมทำงานอยู่ที่โรงแรมเดิมระดับห้าดาว (โรงแรมเซนทารา) ของจังหวัดขอนแก่น ผมรับตลาดจีนวันละ 90% แต่ 40-50 คน บริเวณล็อบบี้มีความเป็นระเบียบ สามารถบอกเขาได้ว่าเราต้องการความสงบ ใส่ความเป็นตัวตนของโรงแรมเข้าไป เขาก็สามารถทำตามที่บอกได้ แต่ถ้าโรงแรมนั้น ๆ ไม่บอกลูกค้า เขาก็จะทำตามวัฒนธรรมของเขา ตรงนี้อยากฝากด้วย เขาไม่ได้ผิดอะไร 70 % ของเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยว มาจากประเทศจีน

ฉะนั้น ผู้ประกอบการเองตั้งแต่ระดับโรงแรมไปจนถึงชุมชน ต้องฝากว่า ถ้าอยากให้เขาอยู่กับโรงแรมแบบไหน และปฏิบัติกับสิ่งของๆ โรงแรม หรืออุปกรณ์เราอย่างไร สื่อให้เขาเห็น เขาจะทำได้แน่นอน”

โรงแรม เบย์ วินโดว์ แอท ซี ที่พักของเราในค่ำคืนนี้เป็นที่พักที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและทันสมัย จุดเด่น สระว่ายน้ำตรงกลางที่พัก อยู่ห่างจากทะเลเพียงนิดเดียว ห้องพักถูกตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์ เรียบหรู สะอาดตา
มีอุปกรณ์เครื่องใช้อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ท้ายสุด คุณภัทรพล กล่าวถึง การเตรียมใช้สื่อ Social เข้ามาเพื่อการประชาสัมพันธ์ ในปัจจุบันโรงแรมต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับ  เรื่องนี้มากขึ้น “เราวางแพลนเอาไว้สำหรับทุกส่วนของ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram Twister ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อความเหมาะสม หลังจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังในทุกช่องทาง

โดยตั้งเป้าไว้ว่า ลูกค้าที่มาพักหรือมารับประทานอาหารจะผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า 20% ในส่วนของห้องพักโรงแรมจะมีโปรโมชั่นให้ติดตาม
ภายใต้ชื่อเดียวกัน คือ Bay Window @ Sea…..”

หากพูดถึง Bay Window @ Sea คุณล่ะเดินทางไม่ยาก แค่ตื่นเช้าล้างหน้าแปรงฟันเดินทางจากรีสอร์ทแค่แป๊บเดียว เดินเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล ง่ายกว่านี้จะมีอีกมั้ย! พร้อมไปสัมผัสกับบรรยากาศชิลๆ ริมหาดชะอำ กับเทศกาล “ปิ้งหอย…คอยเธอ”กันแล้วหรือยัง ??

ยกครอบครัวไปลุยทริปนี้ได้เลย ที่สำคัญ อย่าลืมแวะเวียนเข้าไปทายทักกับ Bay Window @ Sea โรงแรมน้องใหม่ที่การันตีความเพอร์เฟคสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง

โรงแรม BAY WINDOW@Sea Cha-am
312 ซอย ร่วมจิตร ตำบล ชะอำ อำเภอ ชะอำ เพชรบุรี 76120
โทรศัพท์: 082 687 6680


หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรม

หนาวนี้…ที่บนดอย ตามรอยภูมิวัฒนธรรมตอนที่ 3
“มนต์เสน่ห์นี้ที่ผาหมอน” จังหวัดเชียงใหม่

นับตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายธานินทร์กรัยวิเชียร ได้มีการกำหนดนโยบายชาวเขาตาม   มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2519 ใช้นโยบายรวมพวก มาเป็นแนวทางในการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา“เพื่อให้ชาวเขาเป็นพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้”และใช้การพัฒนาแบบเขตพื้นที่โดยระบบสมบูรณ์แบบ (Zenal Integrated Development) รูปแบบการพัฒนาที่เน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามความลาดชันในพื้นที่ลุ่มน้ำ (WatershedArea) มาพัฒนาคุณภาพชีวิตและหยุดยั้งการทำไร่เลื่อนลอย  เปลี่ยนมาเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบถาวรให้ชาวเขาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง กรมประชาสงเคราะห์(ปัจจุบันกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) จึงจัดตั้งกองสงเคราะห์ชาวเขาศูนย์วิจัยชาวเขา ศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดต่างๆขึ้น (ปัจจุบันศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัด)  และส่งหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเคลื่อนที่ออกไปปฏิบัติงานตามหมู่บ้านชาวเขาในถิ่นทุรกันดารส่งผลให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน

 นางนภา  เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีชาวเขาหรือราษฎรบนพื้นที่สูงมากที่สุดในประเทศ349,118 คน และเป็นจังหวัดที่มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมากที่สุดถึง 146,635 คน กะเหรี่ยงในประเทศไทยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยงสะกอหรือปกาเกอะญอ กะเหรี่ยงโปร์ กะเหรี่ยงบะเว และกะเหรี่ยงปะโอหรือตองสู้ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมักตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณหุบเขา ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวปลูกพืชผักต่างๆ เช่น ทำนาดำ การทำไร่หมุนเวียน และเลี้ยงสัตว์การสืบทอดเชื้อสายมาทางฝ่ายหญิงเป็นหลักเมื่อแต่งงานฝ่ายชายต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายหญิง ครอบครัวของกะเหรี่ยงยังยึดถือระบบ  ผัวเดียวเมียเดียว

“บ้านผาหมอน”หมู่บ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ คำว่า “ปกาเกอะญอ” เป็นชื่อเรียกตัวเองของกะเหรี่ยงกลุ่มสะกอมีความหมายว่า“คนที่มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพ และมีวัฒนธรรมที่ดีงาม” หมู่บ้านเล็กๆบนดอยอินทนนท์แห่งนี้ยังคงความงดงามตามธรรมชาติมีพิธีกรรมความเชื่อ “ป่าสะดือ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเคารพและหวงแหนธรรมชาติ ป่าสะดือเป็นสายใยระหว่างชาวปกาเกอะญอตั้งแต่แรกเกิดจนตายโดนพ่อจะนำรกหรือสะดอของเด็กใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกติดไว้กับไม้ไผ่ หรือผูกติดไว้กับต้นไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดต้นไม้นี้เรียกว่า “เดปอทู่” หรือ ป่าสะดือ ต้นไม้ต้นนี้ห้ามผู้ใดมาตัดหรือโค่นลงเชื่อว่าจะทำให้เจ้าของรกเจ็บป่วย และจากความเชื่อนี้ส่งผลให้บริเวณป่าสะดือจึงมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณไม้หายากต่างๆ กุศลบายอันฉลาดของบรรพบุรุษชาว ปกาเกอะญอ ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า “ปกาเกอะญออยู่ที่ไหนป่าอยู่ที่นั่น” นอกจากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แล้วหมู่บ้านผาหมอนแห่งนี้ยังมีบ้านน้อยโฮมสเตย์ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวบรรยากาศรอบๆโฮมสเตย์รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ท่านจะลองศึกษาเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาเส้นทางธรรมชาติบริเวณผาดอกเสี้ยว น้ำตกวชิรธาร เยี่ยมชมธนาคารข้าวพระราชทานและเรียนรู้พร้อมลิ้มรสอาหารชนเผ่า โปรโมชั่นพิเศษช่วงเดือนธันวาคม2561 – กุมภาพันธ์ 2562 แพ็กเกจท่องเที่ยว2วัน 1 คืน ปกติคนละ 1,500 บาท ลดเหลือ ดังนี้2 คน 2,700 บาท

3 – 4คน 3,500บาท

5 – 6คน 4,000 บาท

7คนขึ้นไป 4,500บาท

ขอเชิญชวนผู้ที่มีใจรักการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ตามวิถีธรรมชาติลองมาสัมผัสความงดงาม วิถีสโลว์ไลฟ์ของพี่น้องชนเผ่าปกาเกอะญอที่บ้านผาหมอน การท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เป็นแค่การท่องเที่ยวแต่เป็นการสร้างรายได้และสวัสดิการให้แก่ชุมชน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและจุดประกายการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณองอาจ คามคีรีวงศ์ การท่องเที่ยวชุมชนบ้านผาหมอน (องค์กรสาธารณประโยชน์) 08 1166 4344

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน วันที่ 1

  • รู้จักชุมชนวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีของบ้านผาหมอน
  • สาธิตการตำข้าวของปกาเกอะญอ
  • เรียนรู้กระบวนการการทอผ้าและการจักรสาน
  • ทัวร์รอบชุมชนชมจุดชมวิวของหมู่บ้าน/ธนาคารข้าวพระราชทาน เรียนรู้การทำขนมพื้นบ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ
  • เข้าพักบ้านโฮมสเตย์
  • รับประทานอาหารเย็น ณ บ้านพักโฮมสเตย์ (อาหารพื้นบ้านชนเผ่า)
  • กลางคืนชมการแสดงการละเล่นเตหน่าและการรำดาบ

วันที่ 2

  • รับประทานอาหารเช้า
  • รู้จักเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนาก่อนเดินทางท่องเที่ยว
  • เดินป่าเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาวนา (เรียนรู้การทำนาขั้นบันได/การเลี้ยงผีฝาย/พิธีกรรมเกี่ยวข้องกับ             การทำนา/พันธุ์ข้าวผาหมอน/พันธุ์ข้าวพระราชทาน/ชมวิถีปกาเกอะญอกับนาข้าว/เรื่องเล่าไม้ไผ่/               การจัดการน้ำโดยชุมชน/สมุนไพรในชุมชน
  • รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารพื้นบ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ)
  • ศึกษาเส้นทางธรรมชาติบริเวณผาดอกเสี้ยว/น้ำตกวชิรธาร
  • ซื้อของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ของชุมชน ณ บ้านผาหมอน

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT Hot! คนดัง บันเทิง เซเลบ แฟชั่น ความงาม