นีออน ไวท์ จับมือเกาหลี รุกตลาดสกินแคร์ในไทย

ตลาดสกินแคร์ระอุ ผู้ประกอบการไทยจับมือนักลงทุนเกาหลี เปิดโรงงานผลิตที่เกาหลี ชูจุดเด่น การใช้สมุนไพรสูตรแท้ของเกาหลี วางแผนเตรียมรับออเดอร์ผลิตแบบ OEM ในอนาคต พร้อมเตรียมขยับ เข้ารุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านเร็วๆนี้

นายธนกฤต โรจนตรีภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีออน ไวท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์แบรนด์ “นีออน” เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทเข้ามาทำตลาดผลิตภัณฑ์ ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์แบรนด์ “นีออน” มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับจากตลาดด้วยดี ล่าสุด บริษัทได้ร่วมทุนกับ นาง อี ยาง วัน (Mrs. Yang Wan Lee), ผู้อำนวยการบริษัท ฮวาชินเทค จำกัด ในการเปิดบริษัท นีออน ไวท์ (เกาหลี) จำกัด เพื่อมาดูแลเรื่องการผลิต สินค้าทั้งหมดภายใต้แบรนด์นีออน

“แรกเริ่มที่เราเข้ามาทำตลาด เป็นการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เราจึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการจำหน่ายจากเดิมมาเป็นระบบ ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งการร่วมทุนกับทาง นาง อี ยาง วัน ในครั้งนี้ บริษัท นีออน ไวท์ (เกาหลี) จะเป็นฐานการผลิตสินค้าทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ นีออน รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมีออกมาด้วย โดยเราจะเป็นเจ้าแรก ที่ใช้สารสกัดจาก สมุนไพรเกาหลี ที่ได้รับการรับรองการอยู่ในระดับสีเขียวจาก `EWG (Environment Working Group) ใน ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของนีออน ไม่เกิดอาการแพ้เพราะส่วนผสมที่มีความปลอดภัยสูงใช้แล้วเห็นผลจริงคุณภาพการผลิตสินค้าได้รับการรับรองจาก Guiness World Record ” นายธนกฤตกล่าว

สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมา นีออนสามารถทำได้ประมาณ150-200 ล้านบาทต่อปี โดยในปีหน้าได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500ล้านบาท หรือโต
ขึ้นจากที่ผ่านมาประมาณ 300% และมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะ ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วได้ผลดี ประกอบกับเมื่อมีการร่วมทุนกับทางเกาหลี ก็จะมีการขยายไลน์ การผลิตให้มากขึ้น รวมถึงยังมีแผนการที่จะทำตลาดแบบ OEM และแผนการทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วยในส่วนของตลาดความงามในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา นายธนกฤตมองว่า มีการเติบโตที่สูงมาก และยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ว่าที่ผู้สูง อายุหลายคนหันมาให้ความใส่ใจในการดูแลตัวเองไม่แต่เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังสนใจดูแลผิวพรรณ ให้ดูดีอีกด้วย ซึ่งทำให้นีออนไวท์มองว่า จะยังมีช่องทางการทำตลาดได้อีกมากเช่นกัน ความหลากหลายของ ช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้ผู้บริโภคสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ดี แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการราย ใหม่ๆ เข้ามาในธุรกิจตลอดเวลา แต่หากผู้ประกอบการเหล่านั้นไม่มีความพร้อม และไม่ได้เรียนรู้อย่าง แท้จริงถึงความต้องการของผู้บริโภค ก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายนัก คงเหลือเพียงผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และมีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้า รวมถึงช่องทาง การจัดจำหน่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

​“ผู้ประกอบการหลายรายที่เข้ามายังขาดความรู้ในตัวสินค้าและความต้องการตลาดอย่างจริงๆจังๆ กับสภาพตลาดในปัจจุบันที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น มีความฉลาดเลือกที่จะบริโภคสินค้าที่ดี และมีคุณภาพ สำหรับนีออนไวท์ เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อผู้บริโภค ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผล ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของนีออนอย่าง ต่อเนื่องต่อไป”
-นายธนกฤต โรจนตรีภูมิ กล่าวเสริม

​ส่วนการทำตลาดนับจากนี้ไป สำหรับตลาดในประเทศ นีออนไวท์ จะยังคงเน้นการจำหน่ายผ่าน ระบบตัวแทน แต่จะมีการปรับปรุงระบบที่เป็นโนว์ฮาวของทางบริษัทที่ได้พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งจะทำให้การ จัดจำหน่ายของตัวแทนมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผลลัพธ์ในการจำหน่ายที่ดีขึ้น สามารถวัดผลความสำเร็จ ได้อย่างชัดเจน ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเสริมช่องทางออฟไลน์เข้ามา นอกจากนี้ นีออนไวท์ ยังมองหา ช่องทางที่จะขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า อีกด้วย​

รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ www.neonwhitethailand.com
ติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊ก A NEON