อัปเดตมุมมองและทิศทางธุรกิจของ Scoot ในปี 2026
น้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า แนวโน้มราคาจะไป หลายคนเริ่มมองหาโซลูชันการเดินทางที่คุ้มค่า Scoot คือสายการบินราคาประหยัดในเครือของ Singapore Airlines เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 และควบรวมกิจการกับ Tigerair Singapore ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 โดยยังคงชื่อแบรนด์ Scoot เอาไว้เพื่อมุ่งหน้าสู่การเติบโตบทใหม่ขององค์กร ปัจจุบัน Scoot ให้บริการด้วยเครื่องบินที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพจำนวนมากกว่า 50 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner, เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูลเครื่องบินลำตัวเดี่ยว และเครื่องบิน Embraer E190-E2 โดยให้บริการครอบคลุมกว่า 80 ปลายทางใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป ล่าสุด Scoot สายการบิน Low-Cost Carrier (LCC) ในเครือ Singapore Airline แถลงแผนธุรกิจ Scoot ปี 2026
Mr. Lee Yong Sin Vice President, Pricing, Ancillaries & Sales ของ Scoot ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2567 โดยมีบทบาทในการดูแลด้านการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคา (Pricing) การบริหารรายได้จากบริการเสริม (Ancillary) และ การขาย (Sales) ในระดับโลกของสายการบิน ก่อนหน้านี้ เขาเคยดำรงตำแหน่ง Vice President, Sales ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขายของ Scoot ในตลาดทั่วโลก
ในประเทศไทย Scoot ให้บริการเที่ยวบินสู่กรุงเทพฯ (BKK) ภูเก็ต (HKT) กระบี่ (KBV) เชียงใหม่ (CNX) เกาะสมุย (USM) และหาดใหญ่ (HDY) และด้วยการเปิดตัวบริการเที่ยวบินใหม่สู่เชียงราย (CEI) (5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทำให้ Scoot มีบริการเที่ยวบินสู่ประเทศไทยรวม 111 เที่ยวต่อสัปดาห์
ปัจจุบัน Scoot ไม่ได้เป็นแค่สายการบินราคาประหยัด (low-cost carrier หรือ LCC) ทั่วไป แต่เป็นสายการบินที่มีใจรักในการเดินทาง ที่เชื่อมั่นในพลังแห่งการเชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมจากหลากหลายมุมโลกเข้าด้วยกัน พร้อมเดินหน้าค้นหาโอกาสใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ในฐานะสายการบินราคาประหยัดชั้นนำระดับนานาชาติที่ได้รับรางวัลมามากมาย โดย Scoot มุ่งมั่นที่จะให้บริการที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ พร้อมทางเลือกการเดินทางที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย ราบรื่น และคุ้มค่าให้กับผู้โดยสารทุกท่าน
Scoot ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 80 จุดหมายปลายทางใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป รูปแบบเครือข่ายแบบ hub-and-spoke ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายสำคัญได้อย่างสะดวก เอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กลุ่มประเทศอาเซียน) เส้นทางระยะไกล (ยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง)
นอกจากนี้ Scoot ยังขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ทั้ง Singapore Airlines และสายการบินระดับโลกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย:
การเดินทางด้วยบัตรโดยสารใบเดียว (single-ticket itinerary)
การโอนสัมภาระอย่างต่อเนื่อง (seamless baggage transfer)
เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายเส้นทางบินที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเส้นทางบินตรง
ด้านฝูงบิน Scoot วางกลยุทธ์โดยเลือกใช้ประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับระยะทางและความต้องการของเส้นทางบิน โดยประกอบด้วย
เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ต้องการความจุสูงและความสะดวกสบาย
เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูล A320/A321 สำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงระยะกลางในภูมิภาค
เครื่องบิน Embraer E190-E2 สำหรับเส้นทางภูมิภาค เมืองรอง และเส้นทางที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม
เครื่องบิน Embraer E190-E2 ถือเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของ Scoot จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล โดย Scoot ได้รับมอบเครื่องบินลำแรกในเดือนเมษายน 2567 และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือนพฤษภาคม 2567 การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ Scoot สามารถขยายเครือข่ายไปยังตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรในเส้นทางที่มีความต้องการไม่สูงมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอน
ในอีกด้านหนึ่งรูปแบบเครือข่ายแบบ hub-and-spoke ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายสำคัญได้อย่างสะดวก
เอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กลุ่มประเทศอาเซียน)
เส้นทางระยะไกล (ยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง)
นอกจากนี้ Scoot ยังขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ทั้ง Singapore Airlines และสายการบินระดับโลกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นScoot ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 80 จุดหมายปลายทางใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป
รูปแบบเครือข่ายแบบ hub-and-spoke ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายสำคัญได้อย่างสะดวก
เอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กลุ่มประเทศอาเซียน)
เส้นทางระยะไกล (ยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง)
นอกจากนี้ Scoot ยังขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ทั้ง Singapore Airlines และสายการบินระดับโลกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย:
การเดินทางด้วยบัตรโดยสารใบเดียว (single-ticket itinerary)
การโอนสัมภาระอย่างต่อเนื่อง (seamless baggage transfer)
เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายเส้นทางบินที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเส้นทางบินตรง
ในด้านฝูงบิน Scoot วางกลยุทธ์โดยเลือกใช้ประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับระยะทางและความต้องการของเส้นทางบิน โดยประกอบด้วย
เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ต้องการความจุสูงและความสะดวกสบาย
เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูล A320/A321 สำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงระยะกลางในภูมิภาค
เครื่องบิน Embraer E190-E2 สำหรับเส้นทางภูมิภาค เมืองรอง และเส้นทางที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม
เครื่องบิน Embraer E190-E2 ถือเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของ Scoot จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล โดย Scoot ได้รับมอบเครื่องบินลำแรกในเดือนเมษายน 2567 และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือนพฤษภาคม 2567 การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ Scoot สามารถขยายเครือข่ายไปยังตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรในเส้นทางที่มีความต้องการไม่สูงมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอน
การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องใ นส่วนของธุรกิจการเดินทางด้วยบัตรโดยสารใบเดียว (single-ticket itinerary) การโอนสัมภาระอย่างต่อเนื่อง (seamless baggage transfer) เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายเส้นทางบินที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเส้นทางบินตรง
ในด้านฝูงบิน Scoot วางกลยุทธ์โดยเลือกใช้ประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับระยะทางและความต้องการของเส้นทางบิน โดยประกอบด้วย
เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ต้องการความจุสูงและความสะดวกสบาย
เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูล A320/A321 สำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงระยะกลางในภูมิภาค
เครื่องบิน Embraer E190-E2 สำหรับเส้นทางภูมิภาค เมืองรอง และเส้นทางที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม
เครื่องบิน Embraer E190-E2 ถือเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของ Scoot จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล โดย Scoot ได้รับมอบเครื่องบินลำแรกในเดือนเมษายน 2567 และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือนพฤษภาคม 2567 การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ Scoot สามารถขยายเครือข่ายไปยังตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรในเส้นทางที่มีความต้องการไม่สูงมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอน
E190-E2 ยังเป็นเครื่องบินลำตัวเดี่ยวที่มีเสียงเงียบและประหยัดพลังงานมากที่สุดในกลุ่มเดียวกัน โดยสามารถลดการปล่อยคาร์บอนและการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับเครื่องบิน E-Jets รุ่นก่อนหน้า ด้วยเทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ การออกแบบปีกแบบใหม่ และนวัตกรรมที่ทันสมัย
Scoot เลือกใช้รูปแบบการให้บริการแบบยืดหยุ่น โดยแตกต่างจากสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสที่รวมบริการไว้ในแพ็กเกจเดียว Scoot เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารสามารถเลือกบริการเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ เช่น
ScootPlus ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านบริการลำดับความสำคัญ น้ำหนักสัมภาระที่มากขึ้น อาหาร และ Wi-Fiตัวเลือกการอัปเกรดที่นั่ง เช่น Stretch Seats และ Preferred Seats Scoot Café ที่มีเมนูอาหารบนเครื่องที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านอาหารที่หลากหลาย Scoot ยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับผู้เดินทางที่วางแผนการเดินทางด้วยตนเองตลอดทั้งเส้นทาง โดยประกอบด้วย
ระบบจองตั๋วและจัดการการเดินทางผ่านมือถือ การเช็กอินออนไลน์เพื่อลดการพึ่งพาการให้บริการที่สนามบิน แชตบอต AI “Marvie” สำหรับให้ข้อมูลและช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์ม ScootHub บนเครื่องบินที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านความบันเทิงและการเชื่อมต่อระหว่างการเดินทาง
ทั้งหมดนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีการใช้งานมือถือและดิจิทัลในระดับสูง
ด้านความยั่งยืน
Scoot มุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management) และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Positive Impact on Society)
ด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)
Scoot มุ่งรักษาฝูงบินที่มีความทันสมัยเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสียงรบกวน
ตั้งเป้าหมายในการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ให้ได้ 5% ภายในปี 2573
ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง เช่น การปรับเส้นทางบินและลดน้ำหนักเครื่องบิน การเข้าร่วมโครงการ CORSIA ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนที่ไม่สามารถลดได้ด้วยเทคโนโลยีหรือการดำเนินงาน
ด้านการบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management)
Scoot ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งแสวงหาแนวทางอย่างต่อเนื่องในการลดของเสีย ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการทำงานแบบดิจิทัลตัวอย่างเช่น Scoot ลดการใช้กระดาษผ่านการใช้แบบฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ นำระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินงานและลดข้อผิดพลาด รวมถึงให้ข้อมูลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์แก่ลูกเรือผ่านระบบ Electronic Flight Bag สำหรับนักบิน และแอปพลิเคชัน SKY สำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดย Scoot ยังคงมองหาโอกาสในการนำหลักการ 5R มาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการดำเนินงานด้านดิจิทัล
Scoot Mobile Appจองตั๋วและเช็กอินผ่านมือถือได้ทุกที่ เพื่อให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับเปลี่ยนการจองได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการเลือกที่นั่ง การเพิ่มสัมภาระ และการตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi รวมถึงติดตามข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์ผ่านการแจ้งเตือน
Mobile and web check-in
บริการเช็กอินผ่านมือถือและเว็บไซต์ของ Scoot เปิดให้ใช้งานตั้งแต่ 48 ชั่วโมง ถึง 1.5 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางสำหรับเที่ยวบินที่กำหนด พร้อมบริการ Scoot-to-Gate ที่ช่วยให้ผู้โดยสารที่มีสิทธิ์สามารถข้ามขั้นตอนเคาน์เตอร์เช็กอิน และเข้าสู่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขึ้นเครื่องได้โดยตรง
Marvie chatbot
ค้นหาเที่ยวบิน ตรวจสอบรายละเอียดการจอง และรับความช่วยเหลือผ่านระบบดิจิทัลแบบ mobile-first พร้อมให้บริการผ่านเว็บไซต์ Scoot, WhatsApp และ WeChat และรองรับการตอบคำถามทั่วไปในภาษาอังกฤษ จีนตัวย่อ และจีนตัวเต็ม
WeChat
แพลตฟอร์มการจองผ่าน WeChat ของ Scoot ช่วยให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ผู้โดยสารสามารถจองตั๋ว ชำระเงินผ่าน WeChat Pay จัดการการจอง และเช็กอินได้ภายในระบบเดียว เพียงสแกนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ โปรโมชั่น กิจกรรม และการเปิดเส้นทางบินใหม่
ScootHub
แพลตฟอร์มความบันเทิงบนเครื่องบินที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านอุปกรณ์มือถือ เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2563 เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของสายการบินโลว์คอสต์
การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Positive Impact on Society)
ที่ Scoot พนักงานได้รับการส่งเสริมให้มีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกนอกเหนือจากหน้าที่การงาน และสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility) “Painting Hearts Yellow” บริษัทได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำงานอาสาสมัคร เช่น การเข้าร่วมงานเลี้ยงประจำปีกับองค์กร Children’s Wishing Well หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริจาคของ Scoot เช่น Scoot ‘n’ Swap Flea Market ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักภายในองค์กร ทั้งนี้ บริษัทสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านนโยบายต่าง ๆ เช่น การให้วันลาเพื่อทำกิจกรรมอาสาสมัคร
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม www.FlyScoot.com





