Category Archives: Food and Drink

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
ขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน
ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 

ทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง

เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ

กิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด
ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด

ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านการค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ


ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)

สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช

THAINIQUE
ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)
ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess
….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE# ADVENTURE อย่างประทับใจ ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด การันตีความพิเศษ

ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร (จากกรมการท่องเที่ยว) นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหรา โรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ

ปิดทริปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ นับเป็นการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแสงสีริมน้ำ ความครึกครื้นของสตรีทฟู้ดระดับโลก และการพักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์สัมผัสแสงสีและความมีชีวิตชีวา ยามค่ำคืน ทานอาหารค่ำที่ เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยแสงไฟจากสถานที่สำคัญ ทั้งพระปรางค์วัดอรุณฯ สะพานพระราม 8 และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แสงสีริมน้ำสร้างบรรยากาศคลาสสิก ปนความโรแมนติกได้อย่างลงตัว  ปิดท้ายมื้อค่ำประสบการณ์ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส (Chao Phraya Princess) ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศตระการตาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

เยาวราช  ย่านอาหารที่ไม่เคยหลับไหล (สตรีทฟู้ดเยาวราช)ตะลุยย่านการค้าและอาหารที่ไม่เคยเงียบเหงา กลิ่นหอมของอาหารจานด่วนริมทาง ทั้งก๋วยจั๊บ หมูกรอบ ขนมหวาน และร้านอาหารระดับมิชลิน guide ปลุกความคึกคักตลอดแนวถนน แสงไฟนีออนหลากสีสันและผู้คนที่ขวักไขว่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเยาวราชได้อย่างมีเสน่ห์

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก

โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown) ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดาย

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโครงการ I’m Chinatown ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกรเพียงไม่กี่นาที เดินทางไปสตรีทฟู้ดเยาวรา ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกรมีที่จอดรถ
โทร : 022208999 

รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง

ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต
ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์

สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญ คือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค
ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

กิจกรรม: ชมสาธิตและทดลอง “ตกปู ตักปู มัดปู” ปูทะเลเลี้ยง

กิจกรรม: ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด

มื้อพิเศษที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส เอ็นจอยโมเมนต์ดี ๆ บุพเฟ่ต์ในโรงแรมระดับพรีเมียม


ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

แวะมาอัพเดท ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องอาหารแห่งนี้พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ด้วยคอนเซปต์บุฟเฟต์ที่รวบรวมรสชาติจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไลน์อาหาร ทั้งอาหารไทย จีน นานาชาติ และของหวาน เรียกได้ว่าพลิกโฉมกันทุกสเตชั่นเลยทีเดียว ลิ้มลอง Breakfast Buffet ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ดื่มด่ำกับเสน่ห์อาหารไทยที่หาทานยากและบุฟเฟต์นานาชาติกว่า 100 เมนู ที่ “ห้องอาหารเปรมประชากร” ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ไลน์อาหารเยอะหลากหลายละลานตา คุ้มค่ามากๆ ทานไม่อั้นในราคาสบายกระเป๋าน่ากินทุกเมนู

จัดเต็มเมนูอาหารสไตล์ไทยรสเข้มข้น ทั้ง “ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ” สูตรซิกเนเจอร์ เมี่ยงคำ น้ำพริกผักสด ขนมจีนน้ำยาหลากชนิด และเมนูต้นตำรับที่ปรุงอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสายกินจริงจังและสายชิลแบบเต็มอิ่ม

อาหารจีน : เป็ดย่าง หมูแดง ซาลาเปา ติ่มซำ และออเดิร์ฟจีนอีก
อาหารญี่ปุ่น : ซาซาซิ ซูชิ โรล เครื่องเคียงหลากหลายเมนู
Spaghetti : สปาเกตตี้ สามารถเลือกเส้น เลือกซอสได้ตามใจชอบเลย
Teppanyaki : ทำสดใหม่ทั้ง สเต็กเนื้อ หมู ไก่ หอยแมลงภู่ ปลา
Asian Food : ขนมจีนแกงต่าง ๆ เมี่ยงคำ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวสต้มยำ
Dessert : ขนมหวาน ไอศกรีม เค้ก หลากหลาย

ปิดท้ายมื้ออร่อย ด้วยที่สุดของของหวานตำรับไทย ผลไม้ และไอติมกะในตำนาน
เรียกว่าครบจบทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป ในบรรยากาศเรียบหรูที่การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก เหมาะสำหรับทุกการสังสรรค์ มื้อกลางวัน 790 บ. | มื้อเย็น 890 บ.

สอบถามและจอง ห้องอาหารเปรมประชากร
พิกัด: ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชัน หลักสี่
แผนที่เดินทาง: https://maps.app.goo.gl/iUzuQe9NnCWPbqt69
LINE: @miraclegroup

#miraclegrandconventionhotel
#ห้องอาหารเปรมประชากร
#InternationalBuffet #toptotravel #PremiumBuffet #ชัญญ่าว่าดี

สีสันแห่งท้องทะเล Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่าย รังสรรค์โดย โรแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือ Avalon

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของโลกซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี กับวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) สำหรับปีนี้โรงแรมฯขอพาทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิดความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเล ผ่านขนมหวานรููปทรงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ผสานผลไม้ตามฤดููกาลของไทยในรููปแบบร่วมสมัยและประณีตต และหัวใจหลักของแคมเปญในครั้งนี้คือการร่วมมือกันระหว่างโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ และ Avalon แบรนด์เครื่องประดับที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของอัญมณีธรรมชาติและงานฝีมือชั้นสูง กับคอลเลกชัน Sea Soul

โดยการหยิบยกแนวคิดการนำเปลือกหอยที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยลดของเสียและสะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ผลงานบางส่วนจากคอลเลกชัน Sea Soul จะถูกนำมาจัดแสดงภายในโรงแรมฯ เพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกซื้อเครื่องประดับที่สะท้อนความงดงามของวัสดุจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงการบริโภคอย่างยั่งยืน

ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ณ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงความสวยงามใต้ท้องทะเลอย่าง ขนมรูปม้าน้ำ เปลือกหอย ปะการัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างสีสันของปะการัง สิ่งมีชีวิตนานาชนิด เพื่อให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะ และส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความงดงามของท้องทะเลคงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ราคาเริ่มต้น 1,490 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

แคมเปญยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน อาทิ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สวนผักออร์แกนิกบนดาดฟ้าชั้น 26 และระบบแยกขยะรวมถึงการรีไซเคิลอย่างครบวงจร

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255
หรืออีเมล์: diningcgcw@chr.co.th ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0 2100 1234

โฟลว์ อินเตอร์ พร้อมสยายปีกเปิดตัว Arcobräu แบรด์ดังจากเยอรมัน

โฟลว์ อินเตอร์ พร้อมสยายปีกเปิดตัว Arcobräu แบรด์ดังจากเยอรมันขับเคลื่อนธุรกิจเครื่องดื่มพรีเมียมสู่ประเทศไทย

กานต์พิชชา คงสมบัติ และ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด มุ่งเน้นการเป็นผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะจากประเทศเยอรมนีและอังกฤษ

กานต์พิชชา คงสมบัติ CEO ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการคัดสรรเครื่องดื่มชั้นเลิศจากยุโรป มาให้คนไทยได้สัมผัส วันนี้เราจะมาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางธุรกิจ กลยุทธ์การปรับตัวในยุคเศรษฐกิจผันผวน และการขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สะท้อนรสนิยมแบบยุโรป

เบียร์ Arcobräu (อาร์โคบราว) มรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย เป็นเบียร์สไตล์บาวาเรียนแท้จากเยอรมนีที่มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปี และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ความโดดเด่นของเบียร์เยอรมันคือ ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากสารเคมีเจือปน มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ดื่มง่าย และที่สำคัญคือ ดื่มแล้วไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือแฮงค์โอเวอร์ในเช้าวันถัดไป ซึ่งต่างจากทางฝั่งอังกฤษ ที่จะมีความเข้มข้นและรสสัมผัสของฮอปส์ที่ชัดเจนกว่า มีรสขมนิดๆ ตามสไตล์ที่คนชอบรสชาติเบียร์ฝั่งอังกฤษ

เครื่องดื่ม 5 ชนิด ภายใต้แบรนด์ Arcobräu มรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย ที่ประกอบด้วย

  1. Natur Radler ส่วนผสมที่เบา ๆ ให้ความสดชื่นของเลมอน มีกลิ่นหอม ปราศจากสารให้ความหวาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดื่มแบบเบาๆ การจับคู่อาหาร เช่น สลัด อาหารทะเล หรืออาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ
  2. Mooser Liesl บาวาเรีย Helles คลาสสิกที่ต้มด้วยมอลต์พิเศษและฮอปต์ธรรมชาติ เพลิดเพลินไปกับรสชาติต้นตำรับที่นุ่มนวล ดื่มด่ำควบคู่ไปกับอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่าง เพรตเซล หรือชีส เข้ากันได้อย่างลงตัว
  3. Weissbier Hell เครื่องดื่มจากข้าวสาลีระดับพรีเมียมที่ได้รับรางวัลนี้ ให้กลิ่นผลไม้และกลิ่นหอม ด้วยยีสต์ชั้นดีเพื่อ รสชาติที่ละเมียดละมัย เหมาะกับการรับประทานกับอาหาร ประเภท ไส้กรอก ผักย่าง หรือซอฟต์ชีส
  4. Festbier เครื่องดื่มสไตล์ดั้งเดิมนี้ผลิตขึ้นสำหรับเทศกาลอ๊อกโทเบิลเฟสต์ เป็นการรวบรวมการเฉลิมฉลองของบาวาเรีย ด้วยมอลต์ที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมรับประทานง่าย ซึ่งสามารถรับประทานกับอาหารประเภท บราทวูร์สท์ และผักย่าง ได้เป็นอย่างดี
    5.Winterbier เครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นสำหรับตามฤดูกาลพิเศษ มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของฮอปส์อ่อนๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในฤดูหนาวที่แสนสบาย การจับคู่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง

นอกจากนี้ โฟลว์ อินเตอร์ ยังเดินสายร่วมงานแฟร์ระดับประเทศอย่าง ThaiFex รวมถึงงานของหอการค้าอังกฤษ (BCCT) เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และเรายังมีเครือข่ายเอเย่นต์ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และภาคอีสาน กานต์พิชชา คงสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

Baan Ma-Kwid Sukhothai บ้านมะขวิด สุโขทัย

บ้านมะขวิด จังหวัดสุโขทัย มีอะไรดีตอนนี้ ตามไปดูกัน?
ทริปนี้ชวนทุกคนหลบร้อนไปนอนนา บรรยากาศเมืองประวัติศาสตร์ ที่นี่ไม่ได้มีแต่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลไม่แพ้ใครกับความเขียวขจีสดใสนอนชิลชมวิวสวยๆ ในที่พักกลางทุ่งนาสัมผัสความสดชื่นและความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากที่ไหน มาแล้วไม่อยากกลับ อยากนอนพักนานๆ วันหยุดนี้ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี ลองหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ไปพักใจแบบบ้านๆ ที่บ้านมะขวิด ด้วยกันดีกว่า

บ้านมะขวิด ที่พักน่ารักในเมืองสุโขทัย ไม่ไกลจากเมืองเก่า โฮมสเตย์บ้านไม้ทรงไทย มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้องสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนเน้นการท่องเที่ยวแบบพอเพียง ให้บริการห้องพักพร้อมอาหารเช้า ที่เสริฟมาแบบประทับใจ จัดตกแต่งเป็นสไตล์ที่แตกต่าง นั่งทานแบบใกล้ชิดธรรมชาติที่แสนอบอุ่นของบ้านหลังนี้ เกิดจากความฝันที่อยากมีที่พักไว้บริการ บรรยากาศดี เหมาะแก่การพักผ่อน (Staycation) และใกล้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โดยบ้านพักที่นี่ทุกหลังให้บริการ พร้อมอาหารเช้า เย็น บ้านพักของที่นี่มีไม่กี่หลัง หากใครจะมาควรโทรจองก่อนล่วงหน้า

มานพ ยังประเสริฐเจ้าของบ้านมะขวิด

บ้านมะขวิด หนึ่งในที่เที่ยวชุมชนของจังหวัดสุโขทัย โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยในหลวงร.9 ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน และสร้างรายได้จากหลายทางในพื้นที่ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องย่ามที่หายากและน้อยคนนักที่จะมีย่ามสะสมได้มากขนาดนี้

มานพ ยังประเสริฐเจ้าของบ้านมะขวิด โดยความตั้งใจและได้ได้แรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องความพอเพียง การทำเกษตรผสมผสาน และตนเห็นว่าการทำเกษตรผสมผสาน นำมาใช้ทำเกี่ยวกับธุรกิจ จึงมีแนวคิดที่เปิดบ้านเป็นการผสมผสาน คือ โฮมสเตย์ ร้านกาแฟ และผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีจำหน่าย โซนร้านกาแฟของเน้นขายราคาถูก ส่วนโฮมสเตย์ ทำกันในครอบครัวยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

บ้านมะขวิด โฮมสเตย์และคาเฟ่ สถานที่เล็กๆ อบอุ่นที่ช่วยเติมเต็มให้จังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันบ้านมะขวิดกลายเป็นจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง

จ.สุโขทัย เมืองประวัติศาสตร์ไม่ได้มีแต่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเช็คอินชิคๆ ชิวๆ แถมยังมีการอนุรักษ์ความเป็นสุโขทัยไว้อย่างลงตัวบ้านมะขวิด ใครไปแล้วต้องสั่งกาแฟโบราณมานั่งดื่มชมทุ่งนา คาเฟ่บรรยากาศไทยโบราณ พร้อมชมวิวทุ่งนา จัดเต็มด้วยเมนูเด็ด เปิดบริการทุกวัน

สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถเดินทางจากตัวอุทยานสุโขทัยฯ แล้วเลี้ยวเข้าซอยตรงข้ามกับที่ทำการไปรษณีย์เมืองเก่า ข้ามสะพานข้ามคลองแม่รำพัน ใช้เส้นทาง ตามถนนเข้าซอยไปจนเจอแยกแล้วเลี้ยวทางซ้าย วิ่งไปอีกไม่ไกลจะเจอป้ายทางเข้าบ้านมะขวิดด้านขวามือ สังเกตุง่ายๆ เห็นทุ่งนาเขียวขจีนั่นคือถึงบ้านมะขวิด แล้ว

บ้านมะขวิด สุโขทัย : Baan Ma-Kwid Sukhothai
ที่ตั้ง: จังหวัดสุโขทัย (ใกล้เมืองเก่า)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10.00 – 16.00 น.
ติดต่อ: เบอร์โทร 089 507 9490

#บ้านมะขวิดที่เที่ยวสุโขทัย
#บ้านมะขวิด #บ้านของคุณอีกหลังที่สุโขทัย
#toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 สุขุมวิท 47

กิน กิน เป็นร้านอาหารไทยที่หยิบวัตถุดิบและเมนูอาหารไทย นำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ และทุกจานยังคงแฝงรสชาติแบบไทยๆ ไว้อยู่ชัดเจน เมื่อเจ้าของเรือ คอลแลบกับทีมเชฟชั้นครู อาหาร “ร้านกินกิน” ทั้งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติเริ่มจากทำเรื่องประมงที่ระยองมาตั้งแต่ปี 1975 รวมแล้ว 50 กว่าปี  สิ่งสำคัญทุกเมนูจึงสด อร่อย คุณลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติเข้าคิวกันแน่น  ประตูสู่ความร่ำรวยทางวัฒนธรรมอาหารแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อาหารไทยขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติหลากหลายแต่กลมกล่อมความร่ำรวยและรุ่งเรืองผ่านกาลเวลามานับร้อยปี ทุกจานมีเสน่ห์ของตัวเองอย่างชัดเจนได้หล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารของไทยและจากชาติต่างๆ เข้ารวมกันไว้อย่างลงตัวและสวยงาม

KINKIN กินกิน Sukhumvit 47

ร้านอาหารไทยซีฟู๊ดที่รสชาติแซ่บ & กลมกล่อม 𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 ใช้วัตถุดิบคุณภาพผสมเทคนิคของเชฟชั้นเทพทำให้กลิ่นและรสชาติเย้ายวนเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญเค้าเน้นเรื่องถึงวัตถุดิบ

TOTAL THAI TASTE  คือ ความครบรสของอาหารไทย เมี่ยงคำ น่าจะเป็นอาหารอย่างเดียวในโลกที่มีครบทั้ง 8 รส คือ เปรี้ยว (sour), หวาน (sweet), มัน (fat), เค็ม (salty), เผ็ด (pungent), ขม (bitter), ฝาด (astringent) และ กลมกล่อม (savory) รสอาหารของกินกินโททอลไทยเทสต์ยังคงคุณค่าของความเป็นไทยไว้ โดยสอดแทรกเครื่องปรุงและเทคนิคในแต่ละยุคสมัยให้เข้ากันอย่างกลมกลืน ผ่านความตั้งใจในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีจากภาคต่างๆ สู่ฝีมือปรุงอาหารของทีมเชฟให้เกิดเป็นความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิตผ่านวัฒนธรรมอาหาร

หัวใจหลักเบื้องหลังความอร่อยของร้านนี้ที่ทำให้แตกต่างจากร้านซีฟูดทั่วไป คือ เจ้าของร้านเริ่มต้นจากการเป็นพ่อค้าขายวัตถุดิบอาหารทะเลโดยตรง จับปู กุ้ง หมึก มาด้วยตัวเอง มีความเข้าใจคุณภาพวัตถุดิบจากต้นทางอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอาหารทุกจานของร้านนี้จึงเริ่มต้นจาก “ของสด” ไม่ใช่ของสต๊อก บางวันขายดี กุ้งแม่น้ำหมด ต้องสั่งซัพพลายเออร์มาส่ง 2 ถึง 3 รอบ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมนูบางอย่างถึงหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปเร็วหรือโทรเช็กกับทางร้านก่อนว่าของยังมีอยู่หรือไม่ ร้านกินกินเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ที่นั่งประมาณ 10–40 ที่นั่ง แล้วแต่ช่วงเวลา เหมาะทั้งมากินจริงจัง นัดเพื่อน หรือพานักท่องเที่ยวต่างชาติมาฝากท้อง ช่วงค่ำหรือวันหยุดอาจต้องเผื่อเวลารอหรือโทรจอง

ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด”

แนวคิดของร้านจากทะเลถึงโต๊ะอาหาร ใช้วัตถุดิบคุณภาพ บวกกับเทคนิคของเชฟชั้นครูทำให้ดึงเสน่ห์ของอาหารไทยบ้านๆ ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอาหารไทยและซีฟูดที่เน้นรสจัด เข้มข้น เพื่อให้ถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ตาม กินกิน ไม่ได้ขายแค่ข้าวผัดปูหรือซีฟูดสด แต่ขาย “ความเข้าใจวัตถุดิบทะเลไทยอย่างแท้จริง” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจานอาหาร รสชาติอาหารชัด เข้มข้น และจริงใจ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารไทยและซีฟูดแบบไม่ลดทอนรส และเข้าใจว่าความสด คือหัวใจของอาหารทุกจาน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ร้านกิน กิน ถึงกลายเป็นร้านโปรดของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

อีกอย่างที่เราชอบจานแรก เมนูข้าวผัดปู ต้นตำรับข้าวผัดปู ที่หอมข้าวผัดติดกระทะ ข้าวร่วนเรียงเม็ด มาพร้อมเนื้อปูหวานสด เสริฟกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตร 50 ปี เป็นจานชูโรงและต้นเหตุที่ทำให้หลายคนยอมมาต่อคิว ข้าวผัดเรียงเมล็ดสวย หนึบ หอมกลิ่นกระทะ ใช้ข้าวเสาไห้ผัดกับไข่ไก่และเนื้อปูก้อนแกะสดกับส่วนกรรเชียงแบบไม่หวงของ รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปูเด่นชัด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแบบครบถ้วน ทั้งแตงกวา มะนาว และพริกน้ำปลา น้ำจิ้มซีฟูดพริกเขียวที่ให้มาช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เป็นข้าวผัดปูที่เรียบง่ายแต่มั่นใจในวัตถุดิบและเทคนิค อีกจานที่อยากให้ลองสั่ง ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด” ที่ไม่ว่าจะกินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เมนูต่อมา ผัดกระเพราะปู กุ้งอบวุ้นเส้นหอมกรุ่น คะน้าปลาเค็ม และปูดอง ในส่วนของของหวานมะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด และเครื่องดื่มก็มีหลากหลายให้เลือก

จากจุดเริ่มต้นของร้านซีฟู้ดคุณภาพดี ตั้งอยู่แค่ปากซอยสุขุมวิท 47 จาก BTS พร้อมพงษ์ เดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยดีไซน์ ชั้น1 และ ชั้น 3 บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างมีรสนิยมด้วยเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี สามารถจัดเลี้ยงได้ 30-40 ท่าน ใครชอบอาหารไทยรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน และซีฟู้ดสดจริง ต้องมาโดนที่ 𝗞𝗜𝗡 𝗞𝗜𝗡 สักครั้ง

มะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด

ปักหมุด/เส้นทาง กินกิน สุขุมวิท 47
Google map: https://maps.app.goo.gl/NPrkQn8F3qde4PuT9

พิกัดร้าน ปากซอยสุขุมวิท 47 Sukhumvit 47 (BTS- Promphong) ช่วงเวลาเปิด-ร้าน 11.00-19.00 น.
จอดด้านหลังร้าน ที่จอดจะเลยร้านไป 4 คูหา มีช่องตึกขับเข้าเป็นเจอที่จอดรถ 

สามารถนำบัตรมาสแตมป์ได้ที่ร้าน 1 ชม ชม ถัดไป ชมละ 40 บาท ข่วงเวลา 19.00-22.30 น.
แนะนำ จอดที่ศูนย์การค้า Rain hill ก่อนถึงปากซอยสุขุมวิท 47 สามารถซื้อของภายในศูนย์และสแตมป์บัตรจอดรถได้ตามเงื่อนไขห้าง”

กิน กิน สุขุมวิท 47
ที่อยู่: 855 ถนนสุขุมวิท (ปากซอยสุขุมวิท 47) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดบริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.
FB: https://www.facebook.com/kinkinfood/?locale=th_TH 

Instagram: instagram.com/kinkinfood
โทร: 085 5519956

ไซมิส แอสเสท เปิดตำรับ ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง ที่ร้านมารี กีมาร์

“ไซมิส แอสเสท” เปิดตำรับ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง” ที่ร้าน “มารี กีมาร์”
เมื่อฤดูร้อนเวียนกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารไทย “มารี กีมาร์” หนึ่งในธุรกิจอาหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ชวนสัมผัสเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้กับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน โดย เชฟปิ๊ก – คณิน สินพันธ์ Executive Chef ของร้าน ที่คัดสรรวัตถุดิบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว

ร้านอาหาร “มารี กีมาร์” ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล ขณะที่เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุก ๆ ปี ในโอกาสนี้ คุณอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด และ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติให้ร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถันข้าวแช่ปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตใน ภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่น สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยผ่านภาชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหาร พร้อมลำดับการรับประทานแบบโบราณ แบ่งออกเป็น 3 สำรับ

สำรับแรก : ของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา
เริ่มต้นมื้อด้วยเมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” ของว่างขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่าน ก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

สำรับที่สอง : ข้าวแช่ตำรับไทยกับเครื่องเคียง 8 อย่าง
หัวใจสำคัญของเมนูคือ ข้าวแช่ ที่เชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถัน ก่อนแช่ใน น้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน

เสิร์ฟคู่กับ เครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ได้แก่

  • ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา
  • หอมแดงสอดไส้ปลา
  • พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา
  • พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ เอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์
  • ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน
  • ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู
  • หมูฝอยทอดกรอบ
  • ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ

    สำรับสุดท้าย : ของหวานฤดูร้อน
    ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อน “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่ใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อน
    นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารี 1 กล่อง ในราคา 1,299 บาท
ส้มฉุนมะยงชิด

เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ (รับประทานที่ร้านเท่านั้น)
ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่สนใจสามารถมาลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่
ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28
โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.
สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง โทร 090-234-5822
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marieguimarbkk.com

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส”

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” โปรแรงรับซัมเมอร์ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเสีย คืนผิวสดใส พร้อมบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรง พิเศษสุดคุ้ม 1 แถม 1 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขาและข้อเข่าซึ่งเป็นกลไกหลักในการเคลื่อนไหว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นร่างกายจะเผชิญกับภาวะการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนและคอลลาเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่ปัญหาข้อเสื่อมและความเจ็บปวดในการดำเนินชีวิต บีไชน์จึงคัดสรรนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูด้วย “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ที่รวมประสิทธิภาพการบำรุงข้อต่อและผิวพรรณไว้ในหนึ่งเดียว

บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส (Bshine Dipeptide Collagen Plus) คือ “ขั้นสุดของคอลลาเจน” ที่ดูแลได้มากกว่าแค่ผิวพรรณ ด้วยการผสาน 5 คุณประโยชน์หลัก เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ อันประกอบด้วย

1. ไดเปปไทด์คอลลาเจนจากปลา 7,000 มก. : นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด ดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป โดยสกัดเฉพาะคู่จำเพาะ PO และ OG ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบำรุงลึกถึงระดับเซลล์เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์

2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น : สุดยอดผลไม้ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และลดการอักเสบของไขข้อ

3. สารสกัดจากว่านหางจระเข้ : ช่วยเติมความชุ่มชื้น สมานแผล และเสริมสร้างอิลาสตินให้ผิวและเส้นผมแข็งแรง

4. วิตามินซี : ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยให้ผิวใส พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด

5. วิตามินอี : บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ป้องกันการอักเสบ และดูแลสุขภาพเล็บให้เงางาม

ด้วยสูตรเข้มข้นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวสวย ตึงกระชับ และลดเลือนริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังเน้นการเสริมสร้างมวลกระดูกและข้อเข่าให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากภาวะข้อเข่าเสื่อมและบรรเทาอาการปวดเข่าอย่างตรงจุด สะดวก ง่าย ได้สุขภาพทุกวัน เพียงรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายในน้ำดื่ม 200 มล. หรือผสมลงในเครื่องดื่มและอาหารที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นชา, กาแฟ, น้ำผลไม้, ซุป หรือโยเกิร์ต โดยไม่ทำให้รสชาติเดิมเปลี่ยนแปลง และมั่นใจได้ในคุณภาพพรีเมี่ยมที่ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

โปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณห้ามพลาด! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่น “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาพิเศษเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 78 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 มีนาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Website: https://bshine.co.th/
Facebook: B Shine และ Line: @Bshine

ฮารุนะ ผงผักพรีไบโอติก นวัตกรรมใหม่ดูแลลำไส้

นวัตกรรม Haruna ผงผักพรีไบโอติค ที่ทำมาจากธรรมชาติ 100% โดยใช้นวัตกรรม แป้งทนย่อย (Resistant Starch) ทำให้แป้งสามารถทนทานต่อกรดในกระเพาะ และการดูดซึมในลำไส้เล็กและกลายเป็นอาหารให้จุลินทรีในลำไส้ใหญ่ เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ ให้เป็นปกติ ทำให้ลำไส้แข็งแรงและ ทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น

นายนที ศิริธรรมวัฒน์ ในฐานะ กรรมการ ได้ไปขอสนับสนุนทุนจาก NIA (สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ) เพื่อทดสอบประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบว่า “ผงผักพรีไบโอติก” สามารถช่วยเรื่องการปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ และลดอาการท้องผูกได้ดีมากโดยมีผลงานวิจัย บริษัท วีทีเค อินโนกรุ๊ป จำกัด บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน การทำอาหารเสริม ได้พัฒนาสูตร “ผงผักพรีไบโอติก” มาเพื่อดูแลลูกของกรรมการท่านนึงที่ท้องผูก หาหมอทานยาอะไรก็ไม่หายจนน้องหายท้องผูกแบบธรรมชาติ

  1. จากการทดสอบในระบบลำไส้จำลอง (Gut Model) : ผงผักนี้ สามารถสร้างจุลินทรีในลำไส้เพิ่ม ในจำนวนที่สมดุล และส่งผลให้ ลำไส้มีค่ากรดไขมันห่วงโซ่สั้น (Post Biotic) ใกล้เคียงกับลำไส้ที่แข็งแรง
  2. มีการทดสอบกับผู้ใช้ที่เป็นเด็ก สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ 98.4% (คือแก้อาการท้องผูกได้ดีมาก)
    ทางบริษัท จึงได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ฮารุนะ” Haruna ผงผักพรีไบโอติคแก้ปัญหาท้องผูก ที่สื่อถึงความเบาสบาย ทุกวันและเริ่มจำหน่ายโดยเริ่มที่ กลุ่มตลาดกลุ่มแรกคือ เด็กอายุ ครึ่งปี – 8 ปี (จากค่าสถิติ มีเด็กท้องผูก ในไทย จำนวนประมาณ 700,00 คน ต่อปี)
    การจัดจำหน่ายได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีได้นำผลิตภัณฑ์เข้าประกวดในโครงการ ต่าง เช่น
    1.โครงการ “นิลมังกร” The Reality ธุรกิจนวัตกรรมแห่งประเทศไทย
    โดย NIA
  • เข้ารอบ Final 12 ทีมสุดท้าย
  1. โครงการประกวด “สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2022 ” โดย Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านเศรษฐกิจ
    ซึ่งในขณะช่วงที่ประกวด ทางบริษัท สังเกตุว่า “ผงผักฮารุนะ” นอกจากจะสามารถแก้อาการท้องผูกเด็กได้แล้ว
    “ผงผักฮารุนะ” ช่วย ฟื้นฟูลำไส้ และลดอาการท้องผูก “ผู้ใหญ่” ได้อีกด้วย โดยมีผู้ใหญ่ที่ ท้องผูกมา 10ปี , 20 ปี , 40 ปี ทานแล้วขับถ่ายดีขึ้น จนเป็นลูกค้าประจำ และประเทศไทยขนาดตลาดผู้ใหญ่ที่ท้องผูก มีเยอะกว่าเด็กหลายเท่า
    ทางบริษัทฯ พัฒนาและทำ Packaging ผลิตภัณฑ์ใหม่แบบ “ซองซาเช่เล็ก” พกทานได้สะดวกเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ และแบบเยลลี่เริ่มจำหน่าย ปลายปี 2566 ทาง Online และร้านขายยาทั่วไป เพื่อให้คนไทยรับประทานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ดี มีลำไส้ที่แข็งแรง ในราคาไม่แพง จับต้องได้
    ฮารุนะ จากผลการวิจัย Clinical Study กับผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง กับ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ผลช่วยผู้ป่วยได้ดีมากและยังช่วยลดการทานยา ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นการช่วยเศรษฐกิจประเทศอีกทาง
    ปัจจุบัน ฮารุนะ เป็น Startup ไทย ด้าน Healthtech ที่อยู่ช่วง ระดมทุน
    และ Scale up ทั้งตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศ
    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ ผลิตภัณฑ์ Haruna ผงผักพรีไบโอติคได้ที่ ร้านขายยา เพจเฟสบุค HarunaThailand
    หรือ www.HarunaThailand.com
#ฮารุนะ #ผงผักพรีไบโอติก #นวัตกรรมดูแลลำไส้
#toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Love for Every Bar’

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Love for Every Bar’ แคมเปญ ส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์สังคมดี 

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย บริษัทในเครือ The Hershey Company ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Love for Every Bar” ที่มุ่งยกย่องพลังความมุ่งมั่น และบทบาทสำคัญของผู้หญิงในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ “Celebrate #HerSHE” และ “She Inspires” ที่เคยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ตอกย้ำความตั้งใจของเฮอร์ชีส์ในการสนับสนุนและเชิดชูพลังของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการให้ของขวัญแบบดั้งเดิมด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย

Love for Every Bar: พื้นที่เล็ก ๆ ให้บอกความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ เพราะบางครั้งการพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เฮอร์ชีส์จึงพลิกโฉมช็อกโกแลตแท่งคลาสสิคให้กลายเป็นผืนผ้าแคนวาสดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความชื่นชมและส่งต่อกำลังใจ แพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชันภายใต้แคมเปญ “Love for Every Bar” ชวนให้ผู้บริโภคก้าวข้ามการให้ของขวัญแบบเดิม ๆ ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยเปลี่ยนถ้อยคำแห่งกำลังใจให้กลายเป็นข้อความเฉพาะบุคคลที่มีความหมาย สามารถเก็บไว้เป็นความทรงจำและแบ่งปันต่อได้

Love for Every Bar จึงไม่ใช่แค่ของขวัญ แต่คือประสบการณ์แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เพียงสแกน QR Code บนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน หรือเข้าไปที่ celebratehershe.com/th ก็สามารถสร้างข้อความพิเศษเพื่อมอบให้กับผู้หญิงคนสำคัญได้อย่างง่ายดาย

เติมความพิเศษเฉพาะบุคคลด้วยพลัง AI เฮอร์ชีส์เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ดิจิทัลที่ช่วยให้การส่งต่อความรักและความชื่นชมมีสีสันมากยิ่งขึ้น ผ่าน QR Code บนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน ได้แก่

การ์ดการ์ตูนดิจิทัลสร้างสรรค์ด้วย AI: ผู้ส่งสามารถอัปโหลดภาพถ่าย แล้วให้ระบบ AI แปลงเป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารัก จากนั้นเพิ่มข้อความส่วนตัว โดยตัวการ์ตูนจะกล่าวข้อความนั้นถึงผู้รับโดยตรง การ์ดสามารถดาวน์โหลดและแชร์เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้

ข้อความ AR แบบอินเทอร์แอคทีฟเต็มอรรถรส: เติมเสน่ห์แห่งเวทมนตร์ดิจิทัลด้วยฟีเจอร์ Augmented Reality (AR) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ส่งเลือกข้อความสำเร็จรูปที่เปี่ยมด้วยความหมายจากใจโดยผู้รับ เพียงสแกนช็อกโกแลตแท่งจริงด้วยสมาร์ตโฟน ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงที่ทั้งสร้างความประทับใจและแชร์ต่อได้

 ‘Love for Every Bar’ เตรียมสร้างสีสันที่ Siam Square Oneเนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ เฮอร์ชีส์เตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษที่ Siam Square One เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานรับช็อกโกแลตลิมิเต็ดอิดิชันฟรี พร้อมทดลองสร้างคาแรกเตอร์การ์ตูนของตัวเองแบบใกล้ชิด ไฮไลต์พิเศษคือ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เห็นคาแรกเตอร์และข้อความของตนเองปรากฏบนจอยักษ์ใจกลางกรุงเทพฯ สร้างช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่เชื่อมโลกจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน ร่วมส่งต่อพลังบวกต่อเนื่องทางออนไลน์

นอกจากกิจกรรมออฟไลน์แล้ว Hershey Thailand ยังชวนร่วมสนุกผ่านกิจกรรม Lucky Draw บน Facebook และ Instagram ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เพียงซื้อช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ หรือแชร์ E-Card ที่คุณสร้าง ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเฮอร์ชีส์

ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมได้ที่
เพจ Facebook และ Instagram ของ Hershey Thailand
Say It Your Way with Hershey’s ให้ เฮอร์ชีส์ แทนความในใจ