Category Archives: Hotel

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย… ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย

ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว#toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
ขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน
ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 

ทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง

เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ

กิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด
ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด

ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านการค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ


ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)

สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช

THAINIQUE
ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)
ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess
….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE# ADVENTURE อย่างประทับใจ ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด การันตีความพิเศษ

ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร (จากกรมการท่องเที่ยว) นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหรา โรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ

ปิดทริปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ นับเป็นการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแสงสีริมน้ำ ความครึกครื้นของสตรีทฟู้ดระดับโลก และการพักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์สัมผัสแสงสีและความมีชีวิตชีวา ยามค่ำคืน ทานอาหารค่ำที่ เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยแสงไฟจากสถานที่สำคัญ ทั้งพระปรางค์วัดอรุณฯ สะพานพระราม 8 และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แสงสีริมน้ำสร้างบรรยากาศคลาสสิก ปนความโรแมนติกได้อย่างลงตัว  ปิดท้ายมื้อค่ำประสบการณ์ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส (Chao Phraya Princess) ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศตระการตาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

เยาวราช  ย่านอาหารที่ไม่เคยหลับไหล (สตรีทฟู้ดเยาวราช)ตะลุยย่านการค้าและอาหารที่ไม่เคยเงียบเหงา กลิ่นหอมของอาหารจานด่วนริมทาง ทั้งก๋วยจั๊บ หมูกรอบ ขนมหวาน และร้านอาหารระดับมิชลิน guide ปลุกความคึกคักตลอดแนวถนน แสงไฟนีออนหลากสีสันและผู้คนที่ขวักไขว่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเยาวราชได้อย่างมีเสน่ห์

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก

โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown) ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดาย

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโครงการ I’m Chinatown ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกรเพียงไม่กี่นาที เดินทางไปสตรีทฟู้ดเยาวรา ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกรมีที่จอดรถ
โทร : 022208999 

รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง

ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต
ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์

สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญ คือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค
ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

กิจกรรม: ชมสาธิตและทดลอง “ตกปู ตักปู มัดปู” ปูทะเลเลี้ยง

กิจกรรม: ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด

10+10 MICE Adventure ลุยน้ำ เลาะป่า ท้าคลื่น ชื่นมื่นเมืองเก่า เที่ยวผจญภัย เส้นทาง ระยอง – พัทยา

ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart เส้นทางที่ 8 ชลบุรี-ระยอง นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route  เติมความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชนและวัฒนธรรมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นลุยน้ำ พายคายัค ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการนันทนาการ จากกรมการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กว่า 3,800 ไร่ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ป่าดึกดำบรรพ์กลางน้ำ”  ลอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณ ตื่นตากับความสวยงาม และ Unseen ไปกับแพหญ้าหนังหมา ผืนหญ้าใหญ่ลอยน้ำที่สามารถไปยืนได้ โดยมี คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง ให้การต้อนรับคณะเดินทาง 

คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง (ตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งรวบรวมพรรณไม้ภาคตะวันออกที่มีความอุดมสมบูรณ์ระดับชาติ บนพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติธรรมดา แต่ยังมีประโยชน์รอบด้านทั้งในเชิงนิเวศ การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน

สัมผัสบรรยากาศสุด Unseen ที่ อุโมงค์เสม็ดโบราณ พายเรือคายัคลอดผ่านซุ้มต้นเสม็ดขาวอายุกว่าร้อยปี สัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านใบไม้สีเขียว ท่ามกลางอากาศร่มรื่น สดชื่น และความเงียบสงบที่ชวนให้ผ่อนคลายสุดๆ 

ค่าเช่าคายัค ชม.ละ 100 บาท นั่งได้ 2-3 คน นะคะ ที่นี่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
ที่นี่….มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ (Recreational Attraction Standard) คือเกณฑ์การประเมินคุณภาพจาก กรมการท่องเที่ยว ที่กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นสำหรับพักผ่อน หย่อนใจ และให้ความรู้ เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก หรือสวนสาธารณะ นอกจากจะมีจุดไฮไลท์ในการพายเรือคายัครอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณแล้ว ยังมีจุดลอดสะพานไม้ ที่ผู้พายเรือคายัคต้องเอนตัวลงนอนเพื่อลอดไปให้ได้ เรียกรอยยิ้มให้แก่ผู้มาผจญภัยเป็นอย่างมาก 

“ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของสวนพฤกษ์ฯ “ เจ้าหน้าที่บอกกับเราตั้งแต่แรกเข้าสู่ภายใน จริงดังว่า ในอดีตที่เคยมาแล้ว เมื่อปีก่อน ระดับน้ำยังไม่ขึ้นขนาดนี้ บางพื้นที่ของสภาพป่าดึกดำบรรพธ์กลางน้ำที่เห็นยังไม่สามารถนำเรือเข้ามาได้ แต่วันนี้นอกจากจะนำเรือเข้ามาได้ บางจุดยังสามารถลุยน้ำเข้าไปชื่นชมได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

หลังจากทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน เจ๊หน่องแซ่บเว่อร์ เป็นการเยี่ยมชมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส โดยขบวนรถพ่วงข้าง ร่วมย้อนเวลาหาอดีตที่ชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส เปลี่ยนโหมดมาเสพงานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เดินเล่นชิลๆ ชมบ้านเรือนโบราณและวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากกรมการท่องเที่ยว 

เที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส (นั่งรถพ่วงข้างย้อนวันวาน) หากกำลังมองหาทริปสโลว์ไลฟ์ที่ได้ทั้งสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมและดื่มด่ำประวัติศาสตร์ การนั่ง รถพ่วงข้างท่องเที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบรรยากาศย้อนยุค ขบวนรถพ่วงข้างจะพาแล่นลัดเลาะไปตามบ้านไม้โบราณริมน้ำ สัมผัสวิถีชีวิตอันเงียบสงบและเป็นกันเองของชาวบ้านในชุมชน

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชมจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของปากน้ำประแส ทั้งศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเรือหลวงประแส (เรือรบปลดประจำการที่ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์) เสน่ห์ท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ และขนมโบราณฝีมือคนในพื้นที่ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกับมุมสวยๆ ตลอดเส้นทาง

ก่อนจะมาสูดโอโซนให้เต็มปอดที่ทุ่งโปรงทอง ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเท้าลัดเลาะสะพานไม้ศึกษาธรรมชาติท่ามกลาง ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทอง สีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา ฮีลใจได้ดีที่สุดและร่วมกันปล่อยปูเพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่ป่าชายเลนตลอดไป 

กิจกรรมเดินเท้าบนสะพานไม้ลัดเลาะ “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลนสุดอันซีนระยองวันนี้มาแวะเช็คอินถ่ายรูปที่ทุ่งโปร่งทอง จ.ระยอง บอกเลยว่าแสงสวยมาก โชคดีที่ไปช่วงแดดออกกำลังดี ทำให้ยอดใบของต้นโปรงทองกระทบกับแสงแดดจนกลายเป็นสีเขียวอมทองอร่ามตาไปทั่วทั้งทุ่ง ตัดกับสีของสะพานไม้เก่าแก่ ให้ฟีลธรรมชาติ

แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะไม่แข็งเกินไป ได้รูปออกมาปังแน่นอน แถมอากาศเดินสบายไม่ร้อนด้วย ใครยังไม่เคยมา แนะนำให้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เดินเล่นรับลม ชมธรรมชาติที่ทุ่งโปร่งทอง ชาร์จพลังให้เต็มที่ 

หลังจากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อน โดยพักกันที่ โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม 

โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน (Bay Beach Resort Jomtien) ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม จากกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงคุณภาพความปลอดภัยและการบริการที่เชื่อถือได้ โดยมีข้อดีและจุดเด่นสำคัญ ดังนี้:มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง ได้รับการตรวจประเมินทั้งด้านระบบความปลอดภัย อาคารสถานที่ ความสะอาด และสุขอนามัยตามเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว ช่วยให้ผู้เข้าพักมั่นใจได้ในคุณภาพทำเลดีติดหาดจอมเทียน ตั้งอยู่ตรงข้ามชายหาด เพียงเดินข้ามถนนก็ถึงหาดจอมเทียน สะดวกต่อการเดินเล่น ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือทำกิจกรรมริมทะเลความสะดวกสบายในการเดินทางและหาของกิน อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ร้านอาหาร ร้านขายยา และใกล้ตลาดประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องฟิตเนส ห้องอาหารที่รองรับบุฟเฟต์เช้าหลากหลาย รวมถึงระเบียงส่วนตัวในห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลหรือวิวเมืองรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม มีห้องพักกว้างขวาง เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางแบบคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก และกลุ่มเพื่อน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้ใช้รถเข็น

วันที่สองของการเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันเหมาะสำหรับการพักผ่อนที่มีสันทนาการหลากรูปแบบ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พาเราไปท้าคลื่นกันด้วยกิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน โดยคุณอมรา วิจิตรหงส์ เจ้าของอมรา วอเตอร์สปอร์ต โรงเรียนสอนกีฬาวินเซิร์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย 

กิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน
เปิดประสบการณ์ทางน้ำสุดชิลและฟินไปกับคลื่นลมทะเลที่ Amara Watersport จุดเช็กอินสายแอคทิวิตี้ริมหาดจอมเทียน-นาจอมเทียน  เรียนรู้ง่าย มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: มือใหม่ไม่ต้องกังวลเพราะมีครูฝึกคอยสอนพื้นฐานการพายและการทรงตัวอย่างใกล้ชิด ทำให้เริ่มต้นพายได้สบายๆ

บรรยากาศสุดชิลล์ ได้ทั้งความชิล ถ่ายรูปสวยเป๊ะปัง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอุปกรณ์และบริการครบครัน ทางร้านเตรียมอุปกรณ์ safety เสื้อชูชีพ และมีสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายไว้รองรับครบถ้วน

ปิดท้ายด้วยการเก็บขยะชายหาด นำมาผลิตเป็นของประดับ เครื่องใช้ เที่ยวแบบฟื้นสร้าง จากขยะที่เก็บจากทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ (ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมริมชายหาดบ้านอำเภอ

แนวคิดเที่ยวแบบฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการรวมกลุ่มทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณชายหาดบ้านอำเภอ

การแปรรูปขยะทะเล โดยการนำขยะพลาสติกและเศษวัสดุที่เก็บได้จากชายหาดมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ณ โรงรีไซเคิลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เพื่อชุบชีวิตขยะให้กลายเป็นของประดับ ของใช้ และของมีค่า เพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure: เป็นหนึ่งในจุดจอดและทำกิจกรรมไฮไลท์ของเส้นทางท่องเที่ยวแนวผจญภัยและอนุรักษ์ (เช่น เส้นทางชลบุรี-ระยอง ของ กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism) ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความสนุกของกิจกรรมทางน้ำ และร่วมทำประโยชน์คืนสู่ธรรมชาติ

กิจกรรม FAM Trip 10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart
จัดโดยกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นมิติใหม่ของการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ให้เข้ากับกลุ่มตลาดไมซ์ (MICE) เพื่อตอบโจทย์คนทำงานและองค์กรรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมแบบเดิมๆ มาสู่การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจความพิเศษไฮไลต์ของกิจกรรมผสาน Work & Play อย่างลงตัวเปลี่ยนกรอบการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรม Team Building ในห้องแอร์เดิมๆ ให้กลายเป็นการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ผจญภัยที่ตื่นเต้นและสร้างความผูกพันในทีม (Team Bonding) เส้นทางท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ครอบคลุมทั้งสายลุย สายธรรมชาติ และสายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่น เส้นทางพิษณุโลก-สุโขทัย (ล่องแก่ง ผจญภัยถ้ำ ปีนผาชุมชน สัมผัสมรดกโลก) หรือเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคี (Networking) เป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 

เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure ที่ใช้งานได้จริงในระดับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และกระจายรายได้: เน้นทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น นำอัตลักษณ์และกิจกรรมผจญภัยในพื้นที่มาสร้างคุณค่าใหม่ ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างมีทิศทาง

#กรมการท่องเที่ยว #DOT #MICEAdventureRoute

Canopy เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ Canopy Bangkok Sukhumvit

แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) ประกาศเปิดรับจองห้องพักแล้ววันนี้ ก่อนเตรียมเปิดประตูต้อนรับนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เอนด์ “แคโนปี” (Canopy) ในฐานะโรงแรมบูทีคระดับไฮเอนด์ ภายใต้เครือโรงแรมฮิลตัน (Hilton) ที่ปักหมุดเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานดีไซน์ที่มีเรื่องราวหลากมิติ เข้ากับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่พิถีพิถัน และพื้นที่สังสรรค์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของย่านสุขุมวิท เพื่อมอบความรู้สึกอบอุ่นดั่งบ้านหลังที่สองให้แก่นักเดินทาง ควบคู่ไปกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ณ จุดหมายปลายทางที่น่าค้นหา

Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ออกแบบโดยสตูดิโอ AvroKO จากนิวยอร์ก หยิบยกแรงบันดาลใจของย่าน “อโศก” หนึ่งในย่านศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิตของกรุงเทพมหานครได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยุคแรกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทอด โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกเพียง 600 เมตร และใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางไปยังร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของโรงแรมที่สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้กับถนนสุขุมวิท กับอาคารแฝดสองตึกที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานลอยฟ้า (Skybridge) เหนือลานกลางแจ้ง (Courtyard) โอบล้อมด้วยความงดงามของสีบรอน์ซอันสะดุดตารอบตัวอาคาร สะท้อนแนวคิด “แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น” อันเป็นหัวใจของ Canopy ที่ดึงเอาเสน่ห์จากท้องถิ่นมาเล่าใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย นอกจากนั้น โรงแรมแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนอันอบอุ่นสำหรับนักเดินทาง และจุดพบปะสังสรรค์อันมีชีวิตชีวา ผ่านงานดีไซน์มีรายละเอียดของเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิง การสอดแทรกกลิ่นอายของอโศก ไปจนถึงการรังสรรคฺพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาภายในโรงแรมอย่างเพลิดเพลิน

สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ดังนี้:

· คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน

· เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม

· กระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด

แพ็กเกจเปิดตัว “Asoke Unlocked” เปิดให้สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป คลิกเพื่อจองห้องพักที่ https://www.hilton.com/en/hotels/bkkthpy-canopy-bangkok-sukhumvit/

มื้อพิเศษที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส เอ็นจอยโมเมนต์ดี ๆ บุพเฟ่ต์ในโรงแรมระดับพรีเมียม


ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

แวะมาอัพเดท ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องอาหารแห่งนี้พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ด้วยคอนเซปต์บุฟเฟต์ที่รวบรวมรสชาติจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไลน์อาหาร ทั้งอาหารไทย จีน นานาชาติ และของหวาน เรียกได้ว่าพลิกโฉมกันทุกสเตชั่นเลยทีเดียว ลิ้มลอง Breakfast Buffet ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ดื่มด่ำกับเสน่ห์อาหารไทยที่หาทานยากและบุฟเฟต์นานาชาติกว่า 100 เมนู ที่ “ห้องอาหารเปรมประชากร” ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ไลน์อาหารเยอะหลากหลายละลานตา คุ้มค่ามากๆ ทานไม่อั้นในราคาสบายกระเป๋าน่ากินทุกเมนู

จัดเต็มเมนูอาหารสไตล์ไทยรสเข้มข้น ทั้ง “ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ” สูตรซิกเนเจอร์ เมี่ยงคำ น้ำพริกผักสด ขนมจีนน้ำยาหลากชนิด และเมนูต้นตำรับที่ปรุงอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสายกินจริงจังและสายชิลแบบเต็มอิ่ม

อาหารจีน : เป็ดย่าง หมูแดง ซาลาเปา ติ่มซำ และออเดิร์ฟจีนอีก
อาหารญี่ปุ่น : ซาซาซิ ซูชิ โรล เครื่องเคียงหลากหลายเมนู
Spaghetti : สปาเกตตี้ สามารถเลือกเส้น เลือกซอสได้ตามใจชอบเลย
Teppanyaki : ทำสดใหม่ทั้ง สเต็กเนื้อ หมู ไก่ หอยแมลงภู่ ปลา
Asian Food : ขนมจีนแกงต่าง ๆ เมี่ยงคำ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวสต้มยำ
Dessert : ขนมหวาน ไอศกรีม เค้ก หลากหลาย

ปิดท้ายมื้ออร่อย ด้วยที่สุดของของหวานตำรับไทย ผลไม้ และไอติมกะในตำนาน
เรียกว่าครบจบทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป ในบรรยากาศเรียบหรูที่การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก เหมาะสำหรับทุกการสังสรรค์ มื้อกลางวัน 790 บ. | มื้อเย็น 890 บ.

สอบถามและจอง ห้องอาหารเปรมประชากร
พิกัด: ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชัน หลักสี่
แผนที่เดินทาง: https://maps.app.goo.gl/iUzuQe9NnCWPbqt69
LINE: @miraclegroup

#miraclegrandconventionhotel
#ห้องอาหารเปรมประชากร
#InternationalBuffet #toptotravel #PremiumBuffet #ชัญญ่าว่าดี

ไซมิส แอสเสท เปิดตำรับ ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง ที่ร้านมารี กีมาร์

“ไซมิส แอสเสท” เปิดตำรับ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง” ที่ร้าน “มารี กีมาร์”
เมื่อฤดูร้อนเวียนกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารไทย “มารี กีมาร์” หนึ่งในธุรกิจอาหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ชวนสัมผัสเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้กับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน โดย เชฟปิ๊ก – คณิน สินพันธ์ Executive Chef ของร้าน ที่คัดสรรวัตถุดิบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว

ร้านอาหาร “มารี กีมาร์” ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล ขณะที่เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุก ๆ ปี ในโอกาสนี้ คุณอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด และ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติให้ร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถันข้าวแช่ปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตใน ภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่น สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยผ่านภาชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหาร พร้อมลำดับการรับประทานแบบโบราณ แบ่งออกเป็น 3 สำรับ

สำรับแรก : ของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา
เริ่มต้นมื้อด้วยเมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” ของว่างขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่าน ก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

สำรับที่สอง : ข้าวแช่ตำรับไทยกับเครื่องเคียง 8 อย่าง
หัวใจสำคัญของเมนูคือ ข้าวแช่ ที่เชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถัน ก่อนแช่ใน น้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน

เสิร์ฟคู่กับ เครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ได้แก่

  • ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา
  • หอมแดงสอดไส้ปลา
  • พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา
  • พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ เอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์
  • ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน
  • ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู
  • หมูฝอยทอดกรอบ
  • ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ

    สำรับสุดท้าย : ของหวานฤดูร้อน
    ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อน “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่ใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อน
    นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารี 1 กล่อง ในราคา 1,299 บาท
ส้มฉุนมะยงชิด

เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ (รับประทานที่ร้านเท่านั้น)
ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่สนใจสามารถมาลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่
ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28
โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.
สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง โทร 090-234-5822
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marieguimarbkk.com

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ The Heritage Grand Khon Kaen

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 

ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เปิดพิกัดลับ! สุขทันทีที่เที่ยวตรัง สัมผัสเสน่ห์ Unseen ที่ต้องมาเช็คอิน

Toptotravel มีโอกาสร่วมทริปสุขทันที ที่เที่ยวตรังและพัทลุง วันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 จัดกิจกรรมดังกล่าว โดย ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว(ช.ส.ท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ โดยเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปจังหวัดพัทลุง โดยเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 31 ทักษิณารัถย์ ถึง จังหวัดพัทลุง ในช่วงช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น

กิจกรรมดังกล่าว นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ Unseen จังหวัดตรัง เที่ยวครบรส มีทะเลใสกิ๊ง ใต้น้ำอลังการ มีป่าสมบูรณ์ มีเมืองน่ารัก ของตรัง เป็นสถานที่รวบรวมพื้นที่ธรรมชาติที่โดดเด่นไว้ทั้ง ทะเลแหวก อุโมงค์ต้นโกงกาง และป่าโกงกาง คาเฟ่ สตรีทอาร์ท ของกินเพียบ เดินทางถึงตรัง แวะชม Street Art กันตัง ต่อด้วยผจญภัยปีนเขาจมป่า บ้านน้ำราบ ชมป่าโกงกางรูปหัวใจ ล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง ทะเลแหวก และธรรมชาติที่รายล้อมเมื่อได้นั่งชิลล์ชมบรรยากาศดังกล่าว

📍 10 จุดห้ามพลาด เที่ยวธรรมชาติเมืองตรัง เมืองที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

📍 1 สวนลุงเวศน์ นาหมื่นศรี
บางครั้งเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่เเค่ความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ของความงดงามของสวนดอกไม้ และคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
สวนลุงเวศน์ที่ตรังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ค่าเล่าเข้าสวนเพียง 50บาท แนะนำให้ไปตอนเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนในตอนกลางวัน เหมาะสำหรับการพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน

สายถ่ายรูปห้ามพลาดดดด ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ เมืองตรังก็มีสวนดอกไม้สวยๆไห้ถ่ายรูปจ้าาา “ สวนลุงเวศน์ “ สวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในภาคใต้ มีดอกไม้ไห้ชมหลากหลายสายพันธุ์ สีสันสดใส มีหลากหลายโซนให้ถ่ายรูป บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ วิวทุ่งนา วิวภูเขา วิวสวนดอกไม้ ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม

ค่าบริการเข้าชมสวน ผู้ใหญ่ ท่านละ 50 บาท
เด็ก ท่านละ 20 บาท
📍FB เพจ : สวนลุงเวศน์
⏰เวลา เปิด/ปิด : 06.00 – 19.00 น.
☎️โทร : 096 634 8204
📌พิกัด : ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
📌พิกัด GPS : https://maps.app.goo.gl/4kixMKh8B6zweKzq9

📍2 ถ้ำเขาช้างหาย
อันซีนธรรมชาติ เป็นถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยสลับซับซ้อนกันเป็นจำนวนมาก
เขาช้างหายอยู่ภายใต้เขาหินปูนเล็ก ๆ เรียกว่า เขาช้างหาย เป็นภูเขาโดเดี่ยวกลางที่ราบลุ่ม ภายในมีโถงถ้ำเล็กใหญ่อยู่ประมาณ 6 ห้อง มีหินงอกหินย้อยที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก บางส่วนยังคงก่อตัวอยู่ ภายในถ้ำได้รับการปรับปรุงทางเดิน จัดแต่งแสงไฟจำลองใว้ให้สำหรับผู้มาเที่ยวถ้ำ

มีตำนานเล่าว่า เมื่อขบวนช้างของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไปร่วมงานก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เดินทางมาถึงบริเวณเขาลูกนี้ แม่ช้างเชือกหนึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก ขบวนจึงหยุดพักรอที่เชิงภู แม่ช้างคลอดลูกเป็นพลายตัวงาม และวิ่งเล่นซุกซนตามประสาลูกช้าง จนแตกตื่นไปทั้งกระบวน ลูกช้างจึงวิ่งเตลิดเข้าไปในถ้ำ หมอควาญจุดไต้เข้าไปตามหาแต่ก็ไม่พบเจอ เนื่องจากภายในถ้ำมีพื้นที่ต่างระดับกัน อีกทั้งหินงอก หินย้อยจำนวนมาก ก็เป็นม่านพรางเอาไว้ ลูกช้างจึงหายเข้าไปในถ้ำ จึงเรียก ถ้ำช้างหายตั้งแต่นั้นมา

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้ำเขาช้างหาย สมัยก่อนในยุคที่เมืองนครศรีธรรมราชกำลังรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา มีการคิดจะสร้างพระเจดีย์ และได้ประกาศให้นำทรัพย์สมบัติมาบรรจุไว้ เลยทำให้กลุ่มนักแสวงบุญนำทรัพย์สมบัติไปยังเมืองนครศรีธรรมราช แต่ก็ได้มาหยุดพักกันในพื้นที่และได้มีช้างเชือกหนึ่งคลอดลูกออกมาระหว่างทาง ซึ่งต่อมาก็ได้มีเรียกหนองน้ำในบริเวณนี้ว่า หนองช้างหยก

ถ้ำเขาช้างหาย จังหวัดตรัง
ที่อยู่ : ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
พิกัด : https://goo.gl/maps/iTbgMfJJUHyrHzWb6
เปิดให้เข้าชม : เวลา 08.30-16.30 น

📍3 ไร่มีตาลตะวัน
มัลดีฟเมืองตรัง ร้านอาหารกลางน้ำใน อ.นาโยง จ.ตรัง ที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสายอาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหรอยแรง ใครอยากทานอาหารพื้นถิ่น เค้าก็ทำได้ถึงเครื่องถึงใจแบบฉบับปักษ์ใต้แท้ๆ กุ้งปู อาหารทะเลก็สด น้ำจิ้มสูตรลับ ของทางร้านก็แซ่บ หรือจะเป็นอาหารอีสานรสจัดจ้าน

ไร่มีตาลตะวัน เปิดโซนลานกางเต้นท์ ใกล้ๆ กับร้านอาหารด้วยนะคะ สามารถเช่าเป็นเต้นท์ใหญ่ได้ มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลมให้ หรือใครจะนำเต้นท์มากางเองก็จะคิดแค่ค่ากางเต้นท์ค่ะ สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่ม จากร้านอาหาร มาทานที่เต้นท์ได้เลย ส่วนใครที่ชอบตกปลา สามารถตกได้ที่สระใกล้ลานกางเต้นท์ หรือจะมาพายเรือคายัคใสเล่น ในสระสีเขียวมรกตโซนร้านอาหาร มีการจัดพื้นที่สวนอย่างสวยงามสำหรับถ่ายรูป รวมทั้งมีสระน้ำเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ให้ได้พายเรือคายัก หรือให้อาหารปลาเพื่อความผ่อนคลาย ส่วนอาหารที่จำหน่ายก็มีหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ได้แก่ อาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน อาหารทะเล หมูกระทะ สเต๊ก พิชซ่า โรตี น้ำผลไม้ กาแฟสด น้ำแข็งไส รวมถึงไอศกรีม

ไร่มีตาลตะวัน อยู่ไม่ไกลจากท้องทุ่งนาหมื่นศรี และเขาช้างหาย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดตรัง แวะมาพักผ่อน ทานอาหาร หรือแคมปปิ้ง มาประชุมหรือจัดเลี้ยงแวะมาชิล
พิกัด: นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
​พิกัด: ไร่มีตาลตะวัน นาหมื่นศรี ตรัง
https://maps.app.goo.gl/oNGa6YFzZTynP3Um7
สำรองที่นั่ง: 094 6524289
เปิดให้บริการ: ะเวลา10:30 น – 20:30 น

แนะนำส่วนของลานกางเต้นท์
คิดต่อ-เช่าเต้นท์ขนาดใหญ่ 550. บาท (มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลมให้)
-นำเต้นท์มาเอง คนละ 100. บาท

📍 4 ชมสถานีรถไฟกันตัง สถานีสุดท้ายของทางรถไฟฝั่งอันดามัน
ลักษณะคลาสสิก อาคารเรือนไม้คล้ายเรือปั้นหยา สถานีรถไฟกันตัง ที่เที่ยว ที่ถ่ายรูป สไตล์วินเทจ สุดทางรถไฟสายใต้ทะเลอันดามัน

สถานีรถไฟกันตัง ตั้งอยู่ในตำบลกันตัง อำเภอกันตัง เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามัน เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 ในอดีตเส้นทางรถไฟสายนี้เคยใช้เป็นท่าในการรับส่งสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ความโดดเด่นของสถานีรถไฟกันตัง ตัวอาคารที่มีเอกลักษณ์ เป็นอาคารไม้สีเหลืองตัดกับสีน้ำตาลเข้มวินเทจมากๆ และเมื่อได้เดินเข้าไปในสถานีสิ่งที่สัมผัสได้คือกลิ่นไอของอดีตที่ยังคงครุกรุ่นอยู่ตามทุกซอกมุมของสถานี สถานีรถไฟกันตังนับว่าเป็นสถานีรถไฟเล็กๆ ที่มีความสวยงามคลาสสิค จึงไม่น่าแปลกใจที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนสถานีรถไฟกันตังเป็นโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2539

ภายในบริเวณ สถานีกันตัง ก็ยังมีร้านกาแฟ ให้แวะพักนั่งจิบกันชิลๆ ด้วยค่ะ ซึ่งตัวร้านก็จะออกแบบในสไตล์วินเทจๆ ให้เข้ากันกับตัวสถานีรถไฟด้วยค่ะ แต่ถ้าพูดถึงมุมถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยค่ะว่า มีเพียบ ทั้งบริเวณหน้าร้านกาแฟ รวมถึงบริเวณรอบๆ สถานีเช่นเดียวกัน

สถานีรถไฟกันตัง ตรัง
ที่อยู่ : ถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
พิกัด : https://goo.gl/maps/cBo8D2nPH2SRqbsr8
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

📍 5 นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบ เที่ยวรอบเทศบาลตรัง
มาเที่ยวเมืองตัง การนั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวรอบเมืองตรังเป็นกิจกรรมยอดฮิต
ดีไซน์คลาสสิคที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดตรัง มีที่เดียวในไทย เป็นโปรแกรมยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวควรมาลองกันสักครั้ง ซิ่งสนุกสุดมันส์ขับชมรอบเมือง ทั้งพาถ่ายรูปมุมเก๋ 3 มิติ เดินเที่ยวตลาดนัด ศาลเจ้า และที่เที่ยวมุมอื่นๆ อีกมากมาย

อยากให้ทุกคนได้ลองมานั่งรถเล่นกัน บอกเลยสนุกแน่นอน คันนึงสามารถนั่งได้ 4-6 คนสามารถปักหมุดสถานที่ประจำจังหวัดให้ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาไปได้ มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของตรัง ที่คนในพื้นที่พาไปแบบสะดวกรวดเร็วทันใจสนใจอยากลองมานั่งรถตุ๊กๆ​ หัวกบชมเมืองตรังสนนราคาไม่แพง​ คันละ​ 250​ บาท​ นั่งได้​ 5​ คน​ ตกคนละ​ 50​ บาท/ชั่วโมงเท่านั้น​ เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้ยั่งยืน​

อยากให้ทุกคนได้ลองมานั่งรถเล่นกัน บอกเลยสนุกแน่นอน คันนึงสามารถนั่งได้ 4-6 คนสามารถปักหมุดสถานที่ประจำจังหวัดให้ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาไปได้ มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของตรัง ที่คนในพื้นที่พาไปแบบสะดวกรวดเร็วทันใจสนใจอยากลองมานั่งรถตุ๊กๆ​ หัวกบชมเมืองตรังสนนราคาไม่แพง​ คันละ​ 250​ บาท​ นั่งได้​ 5​ คน​ ตกคนละ​ 50​ บาท/ชั่วโมงเท่านั้น​ เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้ยั่งยืน​

นั่งตุ๊กๆ หัวกบ เที่ยวตรัง 080 3291868
ID.Line. 080 3291868

📍6 ล่องแพน้ำราบ กินปูดูเกาะหัวใจ ที่บ้านน้ำราบ

ที่นี่มีกิจกรรมล่องแพ กินปูม้า และอาหารบนแพเพื่อพาไปดูทะเลแหวกซึ่งเป็นการจัดโดยวิสาหกิจชุมชน ล่องแพบ้านน้ำราบ ภายใต้เครื่องหมายSHAกินปูดูวิว ชิลล์มาก ถ้ามาเที่ยวบ้านน้ำราบ กินปูได้ทั้งปี แพจะพาไปชมวิวป่าโกงกางสองข้างทางไปจนถึงจุดชมทะเลแหวกและภูเขา ชุมชนต่อยอดด้วยการทำธนาคารปูม้าและไข่หมึก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจูงมือครอบครัวนั่งเรือ และล่องแพปล่อยหมึกและปล่อยปูลงกลับคืนสู่ทะเล

เที่ยวบ้านน้ำราบ กินปูได้ทั้งปี บ้านน้ำราบ เป็นชุมชนริมชายฝั่ง จังหวัดตรัง นักท่องเที่ยวมาเยือน ก็จะได้ชมธนาคารปูกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงล่องแพบ้านน้ำราบ อ.กันตัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวนิเวศป่าชายเลน มีกิจกรรมล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง ทะเลแหวก เขาจมป่า และเกาะหัวใจ (ใช้โดรน)

โดยมีค่าบริการหลากหลายตามขนาดแพ (เล็ก กลาง ใหญ่) และจำนวนคน (เริ่มต้น 5 คนขึ้นไป) หรือเหมาลำ มีทั้งแบบรวมอาหารและไม่รวมอาหาร ราคาต่อคนเริ่มต้นที่ประมาณ 480 – 1,380 บาท (กรณีจัดทริปมาเป็นกลุ่มใหญ่) ขณะล่องแพ ชมวิว แนะนำปูม้านึ่งเนื้อหวาน สดใหม่ เติมได้ตลอด น้ำจิ้มอร่อย แกงส้มรสจัดจ้าน, เมนูอาหารใต้ท้องถิ่นที่จัดเต็มปิดท้ายด้วยผลไม้และขนมครกที่ทุกท่านประทับใจอย่างแน่นอน เพลงคาราโอเกะ สนุกสนานตลอด 3 ชั่วโมง แนะนำจองล่วงหน้ากับวิสาหกิจชุมชน บ้านน้ำราบ ชอบสุดคิอทานข้าวบนแพล่องชมสองฝั่งป่าโกงกาง บรรยากาศดีมาก #Amazingthailand

ติดต่อสอบถามจองแพที่นี่
เที่ยวบ้านน้ำราบกับพี่อู๊ด ล่องแพ ล่องพายคายัค
ติดต่อสอบถาม ล่องเรือ&ล่องแพ
เบอร์โทรติดต่อและ@ไลน์
ทักสอบถามรายละเอียดได้เลย เจ้านี้ดีงามมาก เสริปปูแบบจุกๆๆ
087 2778017 (พี่อู๊ด)

📍7 อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอสิเภา
เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ต้อนรับช่วงไฮซีซัน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ที่ “เขาแบนะ” อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ริมหน้าผา และลึกเข้าไปในซอกลับ รวมทั้งชมไม้ป่า และฝูงปลานานาชนิด

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ ที่ “เขาแบนะ” ซึ่งตั้งอยู่ในป่าเขาหินปูนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินจากที่ทำการอุทยานฯ ผ่านทุ่นทางเดินลอยน้ำไปยังจุดเทียบเขาแบนะ แบ่งทางออกเป็น 2 ด้าน คือ ทางทิศใต้และทางทิศเหนือของเขาแบนะ ทางทิศใต้ของเขาแบนะ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินลอดอุโมงค์ขนาดเล็กและขึ้นบันไดไปยัง “จุดชมพะยูน” ซึ่งมองเห็นพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล ร่องน้ำการเดินเรือ และวิถีชีวิตของชาวประมง รวมถึงแหลมหยงหลำและเกาะมุกด์

เส้นทางนี้ยังสามารถเดินต่อไปลงสู่ชายหาด มีจุดถ่ายภาพก้อนหินรูปหัวใจ หากเดินทางทุ่นทางเดินลอยน้ำไปทางเหนือ และจะพบกับภาพเขียนสีโบราณ ที่มีอายุประมาณ 4,000 ถึง 2,000 ปี เลยทีเดียว

นอกจากนี้ เดินต่อไปจะถึงจุดขึ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติใหม่ มีระยะทาง 850 เมตร ตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับฝูงปลาๆ นานาชนิด โขดหินรูปร่างแปลกตา ภายในเส้นทางยังมีจุดแวะพักและจุดชมวิวให้ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์รับลมทะเล และเก็บภาพความประทับใจ เมื่อเดินใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเส้นทาง จะมีจุดลงเดินชายหาด เพื่อนั่งพักได้อย่างสบายอีกด้วย รวมระยะทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ 1,160 เมตร

ห้ามพลาดหาโอกาสสบตากับ “พะยูน” ชมภาพเขียนสีโบราณ วิถีชีวิตชาวประมง วิวท้องทะเลแสนงาม พรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดตลอดเส้นทางเปิดใหม่ ที่ “เขาแบนะ”

สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – Hat Chao Mai National Park

📍8 วังเทพทาโร อำเภอห้วยยอด
วังเทพทาโร ตั้งอยู่ใน อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางศิลปะจากไม้เทพทาโร ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่มีความสำคัญในภาคใต้ โดยมีการปลูกต้นเทพทาโรในพื้นที่กว่า 25 ไร่ ซึ่งก่อตั้งโดย นายจรูญ แก้วละเอียด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและอนุรักษ์พันธุ์ไม้

วังเทพทาโรนั้น ไม่ใช่สถานที่ที่เป็นปราสาทพระราชวังแต่อย่างใดนะคะ แต่เป็นที่อยู่อาศัยของ “มังกรไม้” มากมายนับไม่ถ้วน ใช่แล้วค่ะ มังกรตัวใหญ่ยักษ์ที่ทุกคนเห็นในรูปนั้นเป็นผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษไม้นับร้อยนับพันชิ้นเลยทีเดียว และทั้งหมดนี้เป็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นจากมือบวกกับความคิดสร้างสรรค์ของครูจรูญผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ จนกระทั่งกลายมาเป็นผลงานเทพมังกรให้เราได้ชื่นชมกันค่ะ ซึ่งตอนที่เราได้เห็นมังกรไม้เหล่านี้ครั้งแรกต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นแบบสุด ๆ ไปเลย ใครจะไปคิดว่าเศษกิ่งไม้และท่อนไม้เมื่อรวมกันจะกลายมาเป็นผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ยักษ์

ภายในวังเทพทาโรมีการตกแต่งโดยนำไม้เทพทาโรมาดัดแปลงเป็นมังกรขนาดเล็กและใหญ่ รวมแล้วมีมังกรมากกว่า 89 ตัว นอกจากนี้ยังมีฐานเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำธูปหอมเทพทาโรและจำหน่ายของที่ระลึก

วังเทพทาโร ที่เที่ยวตรัง ชมงานศิลปะจาก ต้นเทพทาโร พันธุ์ไม้ในถิ่นใต้
ที่ตั้ง: หมู่ 5 บ้านนาเหมร ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
(สังเกตใกล้ทางเข้าถ้ำเลเขากอบ)
ค่าเข้า: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 18.00 น. (หรือ 08.30 – 17.30 น. ตามแหล่งข้อมูล)

📍9 แห่งเดียวในไทย! พระนอนทรงเทริดมโนราห์ อายุนับพันปี
วัดภูเขาทอง มีพระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุกว่า 1,000 ปีเป็นพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานองค์เดียวที่พบในประเทศ ปัจจุบันยังคงสง่างามและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่นับถือครูหมอมโนราห์และประชาชนทั่วไป

ตามประวัติเล่าว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 1493 เจ้าหน่อและนางเลือดขาว ได้รับข่าวว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 2 ผู้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช กำลังเตรียมบูรณะซ่อมแซมพระบรมธาตุ เจ้าหน่อและนางเลือดขาว จึงได้รวบรวมเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดเพื่อนำไปถวายเป็นพุทธบูชาโดยตั้งใจจะบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเมืองนคร แต่เมื่อเดินทางมาถึงเมืองตรัง บริเวณเขาชุมทองหรือวัดภูเขาทองในปัจจุบัน ทราบข่าวว่าพระบรมธาตุได้สร้างเสร็จ เจ้าหน่อและนางเลือดขาวจึงนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดบรรจุไว้ในถ้ำที่เขาชุมทอง(ภูเขาทอง)และเขาหลักจันทร์ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง

ไฮไลท์สุดอลังการที่ทุกคนต้องมาเห็นด้วยตาคือ พระพุทธสีหไสยาสน์เทริดมโนราห์ หรือพระนอนทรงเครื่องมโนราห์ขนาดใหญ่ โดดเด่นและหาดูได้ยากมาก เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีเฉพาะที่วัดภูเขาทองแห่งนี้ประชาชนที่มีเชื้อสายมโนราห์ รวมทั้งประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ เดินทางไปกราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานหรือพระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันทางวัดเก็บโบราณวัตถุจัดแสดงไว้ในศาลาหน้าที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และก่อสร้างอุโบสถใหม่ที่มีรูปแบบศิลปกรรมผสมผสานระหว่างไทยประเพณีกับแนวคิดสมัยใหม่ได้อย่างสวยงาม เรียกกันว่าโบสถ์แก้ว เพราะผนังและประตูทุกด้านเป็นกระจก ส่วนที่รอบอุโบสถมีจารึกเรื่องราวทางพุทธศาสนาไว้บนแผ่นหินอ่อน ก่อนจะสร้างพระนอนทรงเทริดมโนราห์ขึ้นมา 2 องค์เพื่อปิดปากถ้ำ และสร้างพระพุทธรูปทรงเทริดมโนราห์อีกนับสิบองค์ไว้ที่วัดต่างๆ ทั้งใน อ.เมืองตรัง อ.ห้วยยอด และ อ.นาโยง จ.ตรัง แต่ต่อมาถูกทุบทำลายจนเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงพระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทองเพียงองค์เดียว

วัดภูเขาทอง ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง
พิกัด: MPW8+99V ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง จ.ตรัง 92000

📍10 พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอำเภอกันตัง เดิมเป็น “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง” ตัวบ้านเป็นลักษณะเรือนไม้ 2 ชั้น ภายในตัวบ้าน จะมีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเท่าตัวจริงของพระยารัษฎาฯ และมีการประดับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่าน ตอนที่ท่านยังมีชีวิต รวมถึงแสดงอัตชีวประวัติและผลงานของพระยารัษฎาฯ บรรยากาศรอบตัวเรือนมีความร่มรื่น พิพิธภัณฑ์จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล หากสงสัยตรงส่วนไหน เจ้าหน้าที่จะคอยอธิบายรายละเอียดทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พิกัด 1 ถ.หน้าค่ายพิทักษ์ อ.กันตัง จ.ตรัง
(หลังสำนักงานเทศบาลเมืองกันตัง)
เวลาเปิด – ปิด :วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)
เวลา 09:30 – 16:00 น. ไม่มีค่าเข้าชม
โทร. 075 251100 โรงเรียนกันตังพิทยากร (มัคคุเทศก์)

📍11 โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมืองตรัง
พักผ่อนอย่างสบายใจกลางเมืองโรงแรมเรือรัษฎา ทริปนี้เที่ยวสองจังหวัด เลือกพักโรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง โดยห้องพักเก๋ไก๋ของที่นี่ได้รับการตกแต่งอย่างทันสมัย ครบครันด้วยทีวีจอแบนพร้อมอุปกรณ์ชงชาและกาแฟ แต่ละห้องมีพื้นที่นั่งเล่นและห้องน้ำในตัวพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ และสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ห้องสวย สะอาด บรรยากาศดีมาก

Rua Rasada Hotel มีห้องจัดประชุม สนามฝึกซ้อมไดร์ฟกอล์ฟ และสนามเทนนิส ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนได้ที่สปาของโรงแรมซึ่งมีทั้งห้องซาวน่าและบริการนวดผ่อนคลายที่โรงแรม มีจุดบริการอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด 4 แห่ง ห้องอาหารประการังให้บริการอาหารเอเชียและอาหารตะวันตก สมุทธารา เลานจ์, Poolside Bar และ Pier 88 บริการเครื่องดื่มและอาหารทานเล่น

Rua Rasada Hotel อยู่ติดกับย่านธุรกิจใจกลางเมืองและใช้เวลาเดินเพียงระยะสั้น ๆ จากแหล่งช้อปปิ้ง คู่รักชอบทำเลนี้เป็นพิเศษ
โรงแรมเรือรัษฎา มีสิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม – 2 สระว่ายน้ำ – รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี – ที่จอดรถฟรี – รถรับส่งสนามบิน – ศูนย์ออกกำลังกาย – อุปกรณ์ชงชา/กาแฟในทุกห้องพัก – บาร์ ที่บรรยากาศดีมากๆๆ

โรงแรมเรือรัษฎา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร ให้บริการห้องพัก 217 ห้อง ภายในแต่ละห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กว้างขวาง สะอาด ภายในโรงแรมยังมีบริการภัตตาคาร เลาจน์ สนามเทนนิส ซาวน่า สระว่ายน้ำ ห้องอบไอน้ำ และห้องฟิตเนส พนักงานให้บริการด้วยความเป็นมิตร สามารถให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

โรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง
โทร. 𝟎𝟕𝟓 𝟐𝟐𝟔𝟗𝟗𝟗, 𝟎𝟔𝟏 𝟒𝟐𝟖𝟗𝟏𝟓𝟑
𝐋𝐈𝐍𝐄 : @𝐫𝐮𝐚𝐫𝐚𝐬𝐚𝐝𝐚

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนของจังหวัดตรังและพัทลุง ไปสู่สาธารณชนอย่างสร้างสรรค์ ตอกย้ำศักยภาพการท่องเที่ยวภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี และเติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ สุขทันทีที่เที่ยวตรัง​ ​เที่ยวแบบชิลๆคูลๆ
จัดโดย ชมรมสื่อมวลชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช

A Festive Afternoon to Remember at Café Claire

คาเฟ่ แคลร์ (Café Claire) ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ
คริสต์มาสปี 2025 ปีนี้พิเศษจริงๆ เพราะทีมงาน Toptotravel มีโอกาสมาชิม Festive Afternoon Tea ที่ได้รับแรงบันดาลใจชุดน้ำชายามบ่ายธีมคริสต์มาสของเปิดประสบการณ์น้ำชายามบ่ายในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก เต็มอิ่มกับเทศกาลแห่งความสุข ช่วงบ่ายแห่งเทศกาลที่น่าจดจำ ณ คาเฟ่แคลร์ 

เชฟเรมี เวอริเยร์ (Chef Remi Verrier)

จิบชาหอมกรุ่นในบรรยากาศอบอุ่นต้อนรับเทศกาลใหม่ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเสน่ห์แห่งฤดูกาล ลิ้มลองรสชาติที่ยอดเยี่ยม ช่วงเวลาอันแสนประทับใจ และความสุขในการต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปด้วยกัน

Festive Afternoon Tea เซตนี้ถูกรังสรรค์อย่างประณีตโดย เชฟเรมี เวอริเยร์ (Chef Remi Verrier) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของปลายปีที่อบอุ่นหัวใจ ทั้งความสุข ความเงียบสงบ และความหมายอันลึกซึ้งของฤดูกาล ทุกเมนูจึงกลายเป็นถ้อยคำแห่งรสชาติ ที่ชวนให้เราใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างผ่อนคลาย

เมนูของคาว เริ่มต้นด้วย Petite Gold Nest ที่ให้สัมผัสนุ่มนวลและกลมกล่อมในคำเล็ก ๆ ตามด้วย Golden Truffle Whispers ที่เผยมิติความหรูหราผ่านกลิ่นทรัฟเฟิลอันลุ่มลึก และ Royal Ember Duck ที่ชูรสนัวของเนื้อเป็ดเคล้ากลิ่นเครื่องเทศ

ชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาลนี้ พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2026 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในวันหยุดกับคนพิเศษ

ของหวาน Snow-Kissed Tranquility สีขาวดุจหิมะบนยอดมะพร้าว พร้อมด้วย Festive Macaron (Morello Cherry) ที่ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน และความเปรี้ยวหวานแผ่วเบาของเชอร์รี่ที่เติมความสดใสให้เพดานปาก ทั้งสองชิ้นนี้ช่วยสร้างจังหวะที่อ่อนหวาน ทำให้แต่ละคำกลายเป็นเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่อบอุ่นในบ่ายช่วงฤดูหนาว Luminous Embrace (Candle) คือผลงานที่ทั้งงดงามและเปี่ยมความหมาย ราวกับเทียนที่ส่องประกายท่ามกลางค่ำคืนคริสต์มาส ดั่งสัญลักษณ์แห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ A Gift of Red Radiance เปรียบเสมือนของขวัญสีแดงที่มอบความยินดีและความปิติของฤดูกาล โอบล้อมบ่ายฤดูหนาวด้วยความละมุน Enchanted Winter Wood (The Forest) ความแฟนตาซีมาในรูปของป่าสนพาจินตนาการให้เดินลึกเข้าสู่ป่าฤดูหนาว The Deer of Eden ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกวางเรนเดียร์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ปิดท้ายด้วย Earl’s Blossom Scone การเดินทางผ่านรสชาติ ที่ค่อย ๆ พาเรากลับสู่ความสงบ อุ่น และอ่อนโยนของฤดูหนาวอีกครั้ง

Snow-Kissed Tranquility
Luminous Embrace (Candle)

ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งเทศกาล กับความพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน  ต้อนรับด้วยคาราวานเมนูของหวานและของคาวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษในธีมคริสต์มาส เสิร์ฟพร้อมชาคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศคาเฟ่สุดหรู ที่ช่วยเติมเต็มรสชาติแสนอร่อย ในบรรยากาศที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ในช่วงเวลาแห่งความสุขยามบ่ายที่ประณีต เหมาะสำหรับการสังสรรค์และช่วงเวลาส่งท้ายปี

แวะมาสัมผัสประสบการณ์อันเหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศแสนงดงาม พร้อมอร่อยกับชุดน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea ได้ทุกวันที่ Café Claire ~ Oriental Residence Bangkok 

More information contact 02 125 9080
Reserve now: +66 (0) 2125 9000 | cafeclaire@oriental-residence.com

#CafeClaire  #FestiveSeason #AfternoonTea #toptotravel

โรงแรม วารานา กระบี่ โรงแรมต้นแบบเพื่อความยั่งยืนของโลก

‘วารานา’ ที่มาของความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะการออกแบบของทุกพื้นที่มีความหมายและได้ประโยชน์สูงสุด การมาพักที่นี่ถือเป็นเปิดประสบการณ์ใหม่การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพ กับโรงแรมที่ออกแบบทุกองค์ประกอบด้วยหัวใจแห่งความยั่งยืน จากแนวคิด “การใช้ชีวิตอย่างสมดุล” สู่ดีไซน์ร่วมสมัยที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

การเข้าพักเริ่มต้นด้วยการ Check-in เลือก Welcome Drink จากตู้เย็น เลือกดื่มน้ำสมุนไพรท้องถิ่น ก่อนที่พนักงานต้อนรับจะพาเรานั่งรถตุ๊กๆไฟฟ้า EV เพื่อแนะนำสถานที่โดยรอบของโรงแรม และส่งยังห้องพัก แนะนำข้อมูลต่างๆ ขอโรงแรมโดยละเอียด โรงแรมนี้เปิดใหม่ได้ไม่นานมีพื้นที่ขนาดใหญ่เราพักอาคาร 2 ห้อง 228 จากห้องพักมองเห็นสระว่ายน้ำ OLYMPIC POOL ขนาดสระ 7 x 50 ม. สำหรับว่ายน้ำแบบแข่งขันว่ายน้ำ และความลึกสูงสุดที่ 3 ม. สามารถดำน้ำฝึกสกิล Freediving มีฟินให้ใช้ Paddle board ให้พาย และมี Sea Scooter ให้เล่นไม่ต้องกังวลเพราะมีไลฟ์การ์ด สแตนบายในช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ กิจกรรมที่เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมคลาสไม่เหมือนกัน สามารถดูได้จากบอร์ดกิจกรรมและโปรแกรมตอนเช็คอิน

โรงแรมนี้มีเรื่องความยั่งยืน Wellness Hotel และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทุกท่านที่มาพักจะได้สัมผัสกับประสบการณ์พักผ่อนแบบ ‘เวลเคชัน’ ท่ามกลางวิวอันงดงามของภูเขาและทะเลอันดามัน ทั้งยังเปิดรับแนวคิดการเป็นที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่นี่มีการจัดการอย่างยั่งยืนเอาใจสายรักตัวเองและรักโลกและสังเกตได้จากทุกอย่างภายในโรงแรม เน้นการพักผ่อน อากาศดี มีกิจกรรม ออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพตนเองอย่างยั่งยืนด้วยวิถีธรรมชาติ
บำบัด

โรงแรมวารานา ออกแบบด้วยแนวคิด Minimal Luxury เน้นความเรียบง่าย แต่ยังคงความสวยงาม หรูหราและทันสมัยมากด้วยประโยชน์ใช้สอย อาคารที่พักแยกออกเป็น 6 หลังมีห้องพักจำนวน 141 ห้อง โดยมีห้องหลากหลายรูปแบบ อันได้แก่ Presidential Suite, Three Bedroom Suite Pool Access, Horizon Suite, Luxe Plus, Luxe Room โรงแรมวารานาจึงสอดคล้องกับนโยบาย BCG Model หรือการพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนเพราะ ‘เรา’ อยากเป็นจุดแวะพักที่อยู่ในความทรงจำของผู้มาเยือนด้วยประสบการณ์การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบการเติมเต็มแรงบันดาลใจในชีวิต ด้วยการดูแลสุขภาพกายและใจ แล้วยังได้ร่วมจับมือดูแลรักษ์โลกไปพร้อมกัน”

นอกเหนือจากการห้องพักที่ทันสมัย สะดวกสบาย แล้ว สิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ ภายในห้องพักยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ประณีตและให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พรมปูพื้นที่ถักทอด้วยเส้นใยที่ผลิตจากขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ใช้แล้ว โซฟาบุจากผ้าที่ทอจากเส้นด้ายที่ผลิตจากเศษผ้ารีไซเคิล โคมไฟทำจากไม้ไผ่ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว จึงเป็นทางเลือกในการใช้วัสดุอย่างยั่งยืน เฟอร์นิเจอร์ไม้บางชิ้นผลิตจากเศษไม้เก่าที่กําลังจะกลายเป็นขยะ โดยผ่านกระบวนการ ออกแบบและแปรสภาพเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่เป็นการสร้างชีวิตใหม่ที่มีคุณค่าให้กับเศษไม้

เรื่องอาหาร ใช้วัตถุดิบจากสวนปลูกเอง และยังสนับสนุนสินค้าจากคนท้องถิ่น คัดมาแล้วว่าปลอดสารพิษ สดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นซีฟู๊ดจากเรือประมง เนื้อสัตว์จากฟาร์มออแกนิก นำมาใช้ในส่วน ห้องอาหาร

โรงแรม วารานา กระบี่ เน้น “เรื่องกิน คือ เรื่องใหญ่” ความพิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบและจัดการเรื่องโภชนาการอาหาร ที่ทำให้สุขภาพกายดีไปพร้อมกับความอร่อยด้วยอาหารเช้าโฮมเมด สร้างความประทับใจเรื่องราว “Food Story”ด้วย ไฮไลท์ของเมนูไข่จากแม่ไก่เลี้ยงปล่อยอิสระตามธรรมชาติ น้ำผลไม้แยกกาก เครื่องดื่มดีทอกซ์ ชา กาแฟออแกนิค ขนมปังแป้งหมัก (Sour Dough) เชื้ออายุ 200 ปี มาจากหมู่บ้านสวิส ครัวซอง ชีส แยมผลไม้ เนยถั่ว อะโวคาโด้ เป็นวัตถุดิบพิเศษ และเพื่อมอบประสบการณ์ในการกินที่หลากหลาย โดยมีห้องอาหารให้เลือกถึง 6 แห่ง


KIN : The Taste of Asian เป็นห้องอาหารหลักที่เน้นอาหารไทยจากมิชิลินเชฟ เดวิด ทอมป์สัน อาหารจีนที่รังสรรค์เมนู โดยเชฟป้อม กระทะเหล็ก

NOOK : All Day Dining ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม ชา กาแฟ และเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่ทุกวัน

SALA : Mediteranean Cuisine สัมผัสกับบรรยากาศยามอาทิตย์อัสดงจนถึงยามราตรี เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและอาหารสไตล์ทาปาสร่วมสมัย

SIP : บาร์เครื่องดื่มและอาหารว่างริมสระว่ายน้ำ

CLUB VARANA: Afternoon Tea, Lounge


THE BEACH CLUB อาหาร ดนตรี ริมหาด เมนูพิซซาเตาฟืน พาสต้า สลัดต่างๆ อาหารทะเลจากชุมชมประมง สถานที่จัด งานเลี้ยงรองรับได้ 300 คน กิจกรรม
บีชวอลเลบอล พายเรือ ปิงปอง และกิจกรรมอื่นอีกมากมาย

สุขภาพดี = ความสุข คือ หัวใจของการมาพักผ่อนที่โรงแรม วารานา กระบี่ อาหารอร่อยและปลอดสารเคมีทำให้สุขภาพกายแข็งแรง ความสุขทำให้จิตใจเบิกบาน จึงเป็นที่มาของ FAA Spa และ NAAM Wellness แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย


วัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอาหารจะเน้นจัดหาในท้องถิ่นหรือในระยะรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตร โดยเน้นวัตถุดิบที่ปลอดภัยและปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี นอกจากนั้นยังมีแปลงผักและสมุนไพร ที่บุคลากรในโรงแรมช่วยกันปลูกและดูแล เป็นแปลงเกษตรปลอดสารที่ใช้ปุ๋ยจากใบไม้แห้ง เศษวัชพืชและเศษอาหารที่ผ่านการคัดแยกมาทำการหมักเป็นปุ๋ย ซึ่งเป็นการจัดการขยะมูลฝอยภายในโรงแรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืนและยังเป็นการช่วยลดขยะอินทรีย์
เข้าสู่ระบบขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste)


FAA Spa & Onsen (ฟ้าสปา) โดมสปาทรงสามเหลี่ยมสมดุล เพราะเชื่อว่าธรรมชาติมีพลังพิเศษ จึงได้นําศาสตร์ความรู้แพทย์แผนไทยมาปรับใช้ในรูปแบบที่ทันสมัยให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน ให้บริการนวดแบบผ่อนคลายหรือแบบรักษา นวดไทย นวดน้ำมัน นวดรักษาอาการเจ็บ อาหารไม่ย่อย นอนไม่หลับ มีห้องสตีมและห้องซาวน่า โดยเน้นการใช้สมุนไพรไทยในการอบตัว นอกจากนี้ยังมีออนเซ็นที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติ โดยมีบ่อแช่ตัวเพิ่มวิตะมินดีกลางแจ้ง ทั้งอุณหภูมิร้อนและเย็น ทั้งนี้น้ำในบ่อจะมีมวลขนาดเล็กของออกซิเจนแทรกอยู่ เป็นผลจากการนํานวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีมาเติมออกซิเจนลงไป
ซึ่งจะทำให้สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก

NAAM Wellness แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ผสมผสานธรรมชาติบําบัดกายและจิตผ่านเรื่องราวของน้ำ ใน 10 ขั้นตอน DIY ( Do it yourself ) เช่น การพอกโคลน อบสตีมสมุนไพร ว่ายทวนกระแส แช่ออนเซ็น แช่น้ำเย็น บ่อลอยสมาธิ ซึ่งขั้นตอนการทำธาราบําบัดนี้ (Hydrotherapy) ได้ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ สำหรับ NAAM Wellness โดยเฉพาะ ประกอบด้วย 10 ขั้นตอน
เป็นการใช้น้ำในการรักษาและบรรเทาอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขจัดสารพิษ และช่วยทำให้หลับสบาย ทำให้ผ่อนคลายและเป็นการรักษาสุขภาพองค์รวม ปัจจุบันนี้ธาราบําบัดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกายภาพบําบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู

SWIM – SPORTS – ACTIVITIES – EXCURSION
FAB ฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครันในสไตล์ฟังก์ชันนอลยิม ที่ได้มาตรฐานสากลที่นักกีฬาอาชีพใช้ นอกจากนี้ยังมีสตูดิโอ
อเนกประสงค์รองรับผู้ใช้บริการได้มากถึง 60 คน สำหรับการออกกําลังกายประเภทตางๆ เช่น มวยไทย โยคะ ดนตรีบําบัด
(Sound Healing) โดยเทรนเนอร์มืออาชีพ บริเวณโดยรอบโรงแรมได้ออกแบบถนนที่สามารถเชื่อมต่อกันใช้เป็นลู่วิ่งรวมระยะทางโดยรอบยาว 1 กิโลเมตร ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆเพิ่มเติม อาทิเช่น เกมวิบากสปาตั้น สตรีทยิม ผนังฝึกปีนหน้าผา ลานโยคะกลางแจ้ง ลานหินกรวดสำหรับนวดฝาเท้า เป็นต้น
SWIM อีกไฮไลท์หนึ่งสำหรับกิจกรรมกลางแจงคือสระว่ายน้ำต่างระดับจำนวน 4 สระ อันได้แก่สระสำหรับเด็ก สระสำหรับผู้ใหญ่ สระนวด และสระโอลิมปิกความยาว 50 เมตร มาตรฐานโอลิมปิก จำนวน 7 ลู่

โรงแรมวารานา กระบี่ ได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนมาใช้สระโอลิมปิกในการฝึกซ้อมประจำสัปดาห์ โดยทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อร่วมพัฒนาการท่องเที่ยว เช่น การจัด ทริปพิเศษให้ลูกค้า นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือสัมผัสวิถีชาวเล เยี่ยมชมธนาคารปู และทดลองเพ้นท์ผ้า และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

โรงแรมวารานา กระบี่ มีเป้าหมายเพื่อจัดการขยะมูลฝอยภายในโรงแรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน รวมทั้งปลูกฝังจิตสํานึกให้บุคลากรของโรงแรมมีความรู้ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของการลดและคัดแยกขยะโดยการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยหลักการ 1A3R : Avoid ,Reduce , Reuse , Recycle คือการเลี่ยง ลด ใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ตัวอย่างเช่น การเลิกใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมและทดแทนด้วยการใช้ปิ่นโต บรรจุอาหารสำหรับแขกนําไปรับประทานในระหว่างทัศนศึกษานอกสถานที่ลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวด้วยการใช้ขวด น้ำ ที่ให้บริการในห้องพักและร้านอาหารเป็นขวดแก้วทั้งหมด หลีกเลี่ยงการใช้ขวดพลาสติกเล็กๆ ที่บรรจุสบู่เหลวและแชมพูใช้ขวดปั๊มแบบรีฟิล เพื่อลดการ
ใช้วัสดุสิ้นเปลือง

รายละเอียดเพิ่มเติม
FB : Varana Hotel Krabi

Tel : 075-656989
Reservation: 065 928 6852
rsvn@varanahotel.com
Website: varanahotel.com/kkt
Map : maps.app.goo.gl/e3oNeVJ8d9XY5uQb8