Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

10+10 MICE Adventure ลุยน้ำ เลาะป่า ท้าคลื่น ชื่นมื่นเมืองเก่า เที่ยวผจญภัย เส้นทาง ระยอง – พัทยา

ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart เส้นทางที่ 8 ชลบุรี-ระยอง นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route  เติมความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชนและวัฒนธรรมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นลุยน้ำ พายคายัค ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการนันทนาการ จากกรมการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กว่า 3,800 ไร่ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ป่าดึกดำบรรพ์กลางน้ำ”  ลอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณ ตื่นตากับความสวยงาม และ Unseen ไปกับแพหญ้าหนังหมา ผืนหญ้าใหญ่ลอยน้ำที่สามารถไปยืนได้ โดยมี คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง ให้การต้อนรับคณะเดินทาง 

คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง (ตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งรวบรวมพรรณไม้ภาคตะวันออกที่มีความอุดมสมบูรณ์ระดับชาติ บนพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติธรรมดา แต่ยังมีประโยชน์รอบด้านทั้งในเชิงนิเวศ การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน

สัมผัสบรรยากาศสุด Unseen ที่ อุโมงค์เสม็ดโบราณ พายเรือคายัคลอดผ่านซุ้มต้นเสม็ดขาวอายุกว่าร้อยปี สัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านใบไม้สีเขียว ท่ามกลางอากาศร่มรื่น สดชื่น และความเงียบสงบที่ชวนให้ผ่อนคลายสุดๆ 

ค่าเช่าคายัค ชม.ละ 100 บาท นั่งได้ 2-3 คน นะคะ ที่นี่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
ที่นี่….มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ (Recreational Attraction Standard) คือเกณฑ์การประเมินคุณภาพจาก กรมการท่องเที่ยว ที่กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นสำหรับพักผ่อน หย่อนใจ และให้ความรู้ เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก หรือสวนสาธารณะ นอกจากจะมีจุดไฮไลท์ในการพายเรือคายัครอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณแล้ว ยังมีจุดลอดสะพานไม้ ที่ผู้พายเรือคายัคต้องเอนตัวลงนอนเพื่อลอดไปให้ได้ เรียกรอยยิ้มให้แก่ผู้มาผจญภัยเป็นอย่างมาก 

“ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของสวนพฤกษ์ฯ “ เจ้าหน้าที่บอกกับเราตั้งแต่แรกเข้าสู่ภายใน จริงดังว่า ในอดีตที่เคยมาแล้ว เมื่อปีก่อน ระดับน้ำยังไม่ขึ้นขนาดนี้ บางพื้นที่ของสภาพป่าดึกดำบรรพธ์กลางน้ำที่เห็นยังไม่สามารถนำเรือเข้ามาได้ แต่วันนี้นอกจากจะนำเรือเข้ามาได้ บางจุดยังสามารถลุยน้ำเข้าไปชื่นชมได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

หลังจากทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน เจ๊หน่องแซ่บเว่อร์ เป็นการเยี่ยมชมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส โดยขบวนรถพ่วงข้าง ร่วมย้อนเวลาหาอดีตที่ชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส เปลี่ยนโหมดมาเสพงานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เดินเล่นชิลๆ ชมบ้านเรือนโบราณและวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากกรมการท่องเที่ยว 

เที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส (นั่งรถพ่วงข้างย้อนวันวาน) หากกำลังมองหาทริปสโลว์ไลฟ์ที่ได้ทั้งสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมและดื่มด่ำประวัติศาสตร์ การนั่ง รถพ่วงข้างท่องเที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบรรยากาศย้อนยุค ขบวนรถพ่วงข้างจะพาแล่นลัดเลาะไปตามบ้านไม้โบราณริมน้ำ สัมผัสวิถีชีวิตอันเงียบสงบและเป็นกันเองของชาวบ้านในชุมชน

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชมจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของปากน้ำประแส ทั้งศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเรือหลวงประแส (เรือรบปลดประจำการที่ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์) เสน่ห์ท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ และขนมโบราณฝีมือคนในพื้นที่ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกับมุมสวยๆ ตลอดเส้นทาง

ก่อนจะมาสูดโอโซนให้เต็มปอดที่ทุ่งโปรงทอง ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเท้าลัดเลาะสะพานไม้ศึกษาธรรมชาติท่ามกลาง ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทอง สีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา ฮีลใจได้ดีที่สุดและร่วมกันปล่อยปูเพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่ป่าชายเลนตลอดไป 

กิจกรรมเดินเท้าบนสะพานไม้ลัดเลาะ “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลนสุดอันซีนระยองวันนี้มาแวะเช็คอินถ่ายรูปที่ทุ่งโปร่งทอง จ.ระยอง บอกเลยว่าแสงสวยมาก โชคดีที่ไปช่วงแดดออกกำลังดี ทำให้ยอดใบของต้นโปรงทองกระทบกับแสงแดดจนกลายเป็นสีเขียวอมทองอร่ามตาไปทั่วทั้งทุ่ง ตัดกับสีของสะพานไม้เก่าแก่ ให้ฟีลธรรมชาติ

แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะไม่แข็งเกินไป ได้รูปออกมาปังแน่นอน แถมอากาศเดินสบายไม่ร้อนด้วย ใครยังไม่เคยมา แนะนำให้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เดินเล่นรับลม ชมธรรมชาติที่ทุ่งโปร่งทอง ชาร์จพลังให้เต็มที่ 

หลังจากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อน โดยพักกันที่ โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม 

โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน (Bay Beach Resort Jomtien) ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม จากกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงคุณภาพความปลอดภัยและการบริการที่เชื่อถือได้ โดยมีข้อดีและจุดเด่นสำคัญ ดังนี้:มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง ได้รับการตรวจประเมินทั้งด้านระบบความปลอดภัย อาคารสถานที่ ความสะอาด และสุขอนามัยตามเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว ช่วยให้ผู้เข้าพักมั่นใจได้ในคุณภาพทำเลดีติดหาดจอมเทียน ตั้งอยู่ตรงข้ามชายหาด เพียงเดินข้ามถนนก็ถึงหาดจอมเทียน สะดวกต่อการเดินเล่น ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือทำกิจกรรมริมทะเลความสะดวกสบายในการเดินทางและหาของกิน อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ร้านอาหาร ร้านขายยา และใกล้ตลาดประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องฟิตเนส ห้องอาหารที่รองรับบุฟเฟต์เช้าหลากหลาย รวมถึงระเบียงส่วนตัวในห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลหรือวิวเมืองรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม มีห้องพักกว้างขวาง เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางแบบคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก และกลุ่มเพื่อน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้ใช้รถเข็น

วันที่สองของการเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันเหมาะสำหรับการพักผ่อนที่มีสันทนาการหลากรูปแบบ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พาเราไปท้าคลื่นกันด้วยกิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน โดยคุณอมรา วิจิตรหงส์ เจ้าของอมรา วอเตอร์สปอร์ต โรงเรียนสอนกีฬาวินเซิร์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย 

กิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน
เปิดประสบการณ์ทางน้ำสุดชิลและฟินไปกับคลื่นลมทะเลที่ Amara Watersport จุดเช็กอินสายแอคทิวิตี้ริมหาดจอมเทียน-นาจอมเทียน  เรียนรู้ง่าย มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: มือใหม่ไม่ต้องกังวลเพราะมีครูฝึกคอยสอนพื้นฐานการพายและการทรงตัวอย่างใกล้ชิด ทำให้เริ่มต้นพายได้สบายๆ

บรรยากาศสุดชิลล์ ได้ทั้งความชิล ถ่ายรูปสวยเป๊ะปัง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอุปกรณ์และบริการครบครัน ทางร้านเตรียมอุปกรณ์ safety เสื้อชูชีพ และมีสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายไว้รองรับครบถ้วน

ปิดท้ายด้วยการเก็บขยะชายหาด นำมาผลิตเป็นของประดับ เครื่องใช้ เที่ยวแบบฟื้นสร้าง จากขยะที่เก็บจากทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ (ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมริมชายหาดบ้านอำเภอ

แนวคิดเที่ยวแบบฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการรวมกลุ่มทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณชายหาดบ้านอำเภอ

การแปรรูปขยะทะเล โดยการนำขยะพลาสติกและเศษวัสดุที่เก็บได้จากชายหาดมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ณ โรงรีไซเคิลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เพื่อชุบชีวิตขยะให้กลายเป็นของประดับ ของใช้ และของมีค่า เพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure: เป็นหนึ่งในจุดจอดและทำกิจกรรมไฮไลท์ของเส้นทางท่องเที่ยวแนวผจญภัยและอนุรักษ์ (เช่น เส้นทางชลบุรี-ระยอง ของ กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism) ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความสนุกของกิจกรรมทางน้ำ และร่วมทำประโยชน์คืนสู่ธรรมชาติ

กิจกรรม FAM Trip 10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart
จัดโดยกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นมิติใหม่ของการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ให้เข้ากับกลุ่มตลาดไมซ์ (MICE) เพื่อตอบโจทย์คนทำงานและองค์กรรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมแบบเดิมๆ มาสู่การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจความพิเศษไฮไลต์ของกิจกรรมผสาน Work & Play อย่างลงตัวเปลี่ยนกรอบการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรม Team Building ในห้องแอร์เดิมๆ ให้กลายเป็นการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ผจญภัยที่ตื่นเต้นและสร้างความผูกพันในทีม (Team Bonding) เส้นทางท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ครอบคลุมทั้งสายลุย สายธรรมชาติ และสายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่น เส้นทางพิษณุโลก-สุโขทัย (ล่องแก่ง ผจญภัยถ้ำ ปีนผาชุมชน สัมผัสมรดกโลก) หรือเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคี (Networking) เป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 

เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure ที่ใช้งานได้จริงในระดับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และกระจายรายได้: เน้นทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น นำอัตลักษณ์และกิจกรรมผจญภัยในพื้นที่มาสร้างคุณค่าใหม่ ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างมีทิศทาง

#กรมการท่องเที่ยว #DOT #MICEAdventureRoute

ทริปสุดฟิน FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” เชียงใหม่ – ลำพูน

เหนือกว่าที่คิด ลุยกว่าที่เคย เปิดเส้นทาง MICE Adventure เชียงใหม่–ลำพูน กรมการท่องเที่ยว ชวนคนทำงานสายกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ MICE Adventure ณ ชุมชนบ้านสบวิน ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ องค์กร บริษัท และหน่วยงานยุคใหม่ (MICE) ที่ต้องการจัดกิจกรรม Team Building, Outing หรือ Incentive Trip ที่แตกต่าง มีพลัง และคุ้มค่าเงินทุนมากที่สุด

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route ระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2569

FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” หนีงานมาเติมพลังสมองและหัวใจกับทริปสุดมันส์แบบ Slow Life แต่แอดเวนเจอร์สุดๆ สัมผัสความงามของวัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติแบบแนบชิดในสองจังหวัดพี่น้อง เชียงใหม่ – ลำพูน ทริปเดียวที่ครบเครื่องเรื่องเที่ยว กิน และเรียนรู้

เปิดประสบการณ์ด้วยภารกิจพิชิต “พระธาตุศรีเมืองปง” ณ วัดอรัญญาวาส อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ท้าทายความฟิตด้วยการเดินขึ้นบันไดกว่า 900 ขั้น พร้อมชมความโดดเด่นของโลหะปราสาท แห่งที่ 2 ของไทย แห่งที่ 4 ของโลก

มุ่งหน้าสู่ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้และเรือจำลองสัมผัสเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน เพราะหลายคนมักจะนึกถึงที่นี่แค่เรื่องการล่องแพหรือเล่นน้ำกับช้าง แต่ยังมีกิจกรรม การทำของเล่นไม้และเรือจำลอง และเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยการ ล่องแพไม้ไผ่ลำน้ำแม่วาง แวะเล่นน้ำกับช้าง

วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้

ทันทีที่แพเริ่มออกตัว สายน้ำแม่วางที่ไหลเย็นจัดจะค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาทักทายฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า ความรู้สึกเย็นวาบนั้นช่วยปลุกความสดชื่นได้อย่างประหลาด ละอองน้ำกระเซ็นโดนผิวเป็นระยะตามแรงปะทะของแก่งเล็กๆ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา ความรู้สึกตอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบน แพไม้ไผ่ที่พาดเรียงกันเป็นลำ แล้วปล่อยให้มันลอยไปตามกระแสน้ำแม่วาง เป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้กดปุ่มหยุดเวลาให้ชีวิตที่เร่งรีบได้เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะของธรรมชาติ

ไฮไลต์ที่สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ คือกิจกรรมใกล้ชิดกับ “น้องช้าง” ทั้งการอาบน้ำและให้อาหารช้าง เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสความน่ารักของช้างอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศของชุมชนบ้านสบวิน

ความสนุกที่ชุมชนบ้านสบวิน (อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่) ขอยกให้เป็นหนึ่งในพิกัดลุยธรรมชาติที่ สนุก มันส์ และฮีลใจสุดๆ โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดอย่างการ “เล่นน้ำกับน้องช้าง” ท่ามกลางลำน้ำแม่วางที่ไหลเย็นฉ่ำ ยิ่งถ้าได้มาเจอบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าฟินจนไม่อยากกลับบ้าน

จากเชียงใหม่เดินทางต่อสู่จังหวัดลำพูน เปลี่ยนโหมดสู่ Active Adventure ด้วยการปั่นจักรยานชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยว โดยชุมชนตำบลอุโมงค์ เรียนรู้วิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมลงมือทำเมนูสร้างสรรค์อย่าง “ไส้อั่วลำไย”

การชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน คือกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสสวนลำไย GI พันธุ์แท้ เช่น เบี้ยวเขียวและสีชมพู เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และชิมอาหารท้องถิ่นสร้างสรรค์อย่างไส้อั่วลำไย ในบรรยากาศวิถีชุมชนที่อบอุ่น

ช่องทางการติดต่อ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์
โทรศัพท์: 062-324-7951 หรือ 083-766-5150
ติดต่อคุณคณาวุฒิ ติปิน – ประธานชุมชน
Facebook Page: การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์

ปิดท้ายเส้นทางด้วยการ สักการะพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และแวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญชัยและประตูท่านาง หนึ่งในประตูเมืองโบราณที่สะท้อนเรื่องราวของนครหริภุญชัย การไปสักการะพระธาตุหริภุญชัยในวันที่ฝนตก ทำให้บรรยากาศที่สงบ เงียบสงบ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาที่แตกต่างจากวันแดดแรง แม้จะมีความเปียกชื้น แต่ความงดงามอลังการขององค์พระธาตุสีทองอร่ามที่ตัดกับท้องฟ้าครึ้มฝน และประกายหยาดน้ำฝนบนหลังคาวิหารศิลปะล้านนา ก็เป็นภาพจำที่ประทับใจและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนเมืองลำพูน

ก่อนกลับสนามบินเชียงใหม่ ไกด์เล่าถึง ประตูเมืองลำพูน เราต้องย้อนไปถึงอดีตอันรุ่งเรืองของ นครหริภุญชัย เมืองโบราณที่มีผังเมืองอันเป็นเอกลักษณ์รูป หอยสังข์ โดยมี แม่น้ำกวง โอบล้อมเป็นคูเมืองธรรมชาติทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกมีการขุดคูเมืองขึ้นมาเชื่อมต่อกันในอดีตลำพูนมีประตูเมืองหลักอยู่ 5 ประตู ซึ่งแต่ละประตูทำหน้าที่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจซ่อนอยู่เชื่อกันว่าเป็นท่าเรือที่พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ทรงใช้เสด็จประทับเรือเมื่อครั้งเดินทางมาถึงเมืองลำพูน ปัจจุบันกำแพงเมืองโบราณจะเหลือเพียงบางส่วน แต่อิฐเก่าสีส้มที่เรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง ก็ยังคงบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของราชธานีแห่งแรกในภาคเหนือได้อย่างงดงาม แม้ในวันที่สายฝนโปรยปรายลงมา

ก่อนกลับ… มาถ่ายรูปเก็บ “ความสุขร่วมกัน”เมื่อฝนเริ่มซา เม็ดฝนบนใบไม้และโคมไฟล้านนาจะสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกและเหมาะมากสำหรับการบันทึกภาพความทรงจำร่วมกันก่อนจบทริปเมืองลำพูน เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกลับกลับกรุงเทพฯ

10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

ทริปสุดฟิน FAMTRIP Work Hard Play Smart ADVENTURE เชียงใหม่ – ลำพูน
#DOT #กรมการท่องเที่ยว #MICE #เชียงใหม่ #ลำพูน

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure 10+10 MICE Adventure

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัท นำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว

เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง

ปิดท้ายที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

#toptotravel #กรมการท่องเที่ยว
#SoftAdventure # WorkHardxPlaySmart

OMODA C5 EV ครอสโอเวอร์ SUV ไฟฟ้า 100% 

นิยามใหม่…ของสไตล์ในทุกเฉดสีกับ OMODA C5 “SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา” Omoda C5 EV จาก นำเข้าจากจีน เป็น ประกอบในประเทศ มาดูภายในของรุ่น OMODA C5 EV เทคโนโลยีและความสบายที่ทำให้ทุกช่วงเวลาบนรถพิเศษยิ่งขึ้นไปด้วยกัน

Toptotravel มีโอกาสได้ลองขับ Omoda C5 EV ไปยังจังหวัด นครราชสีมา สระยุรี อยุธยา ด้วยอัตราเร่งบนถนน พบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรในเมือง นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไว ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่สมดุล เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ตอยู่จริง 

ห้องโดยสาร ออกแบบห้อง ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหราปรับโฉมอย่างชัดเจน รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบบใหม่ รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ต เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป  

นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบ ADAS 19 ระบบ ความจุแบตเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) ประเมินเบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีอย่างน่าพอใจ เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบาย

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวรถ Omoda C5 EV (Exterior)
Design Concept: มาในแนวคิด “RoboShark” (ฉลามจักรกล) ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ดุดัน และล้ำอนาคตยิ่งขึ้น  

มิติตัวรถ: ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,545 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 145 มิลลิเมตร) ทำให้สัดส่วนดูกว้างขวางและสง่างามขึ้นในทรง SUV Coupe  

จุดเด่นภายนอก: ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า  

2. ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย (Interior & Technology)
Smart Cockpit: ยกระดับความบันเทิงด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ควบคู่กับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย  

ความบันเทิง: จัดเต็มด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY (ลำโพง 8 ตำแหน่ง) และแท่นชาร์จมือถือไร้สายความเร็วสูง 50W  ความสบายระดับพรีเมียม: เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อม ระบบนวดผ่อนคลาย (Massage Seats), ระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Ventilated & Heated Seats) รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรองฝุ่น PM 0.3 และฟังก์ชันเอา
ใจสายไลฟ์สไตล์ เช่น Camping Mode และ Pet Mode  

3. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร  

 อัตราเร่ง: ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.2 วินาที ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่สนุกในเมืองและเร่งแซงมั่นใจบนถนนใหญ่  แบตเตอรี่ & ระยะทาง: แบตเตอรี่ความจุ 50.6 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)  

การชาร์จไฟ:   รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW  รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรง DC สูงสุด 110 kW  (ทำให้ชาร์จไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม)  มีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟฟ้า 3.3 kW ออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้  

4. ระบบความปลอดภัย (Safety Features)
จัดเต็มระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) รวมกว่า 19 ระบบ เช่น:
 ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go)  
 ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / ICA)  ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)  

 กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (รวมภาพแสดงสภาพพื้นใต้ท้องรถ Transparent Chassis) ช่วยให้การจอดและลุยอุปสรรค์ง่ายขึ้นมาก  

ข้อดี (Pros) ของ The New Omoda C5 EV 2026

1. ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น: ทรง SUV Coupe ที่ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ถูกใจคนรุ่นใหม่ และขนาดตัวรถที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น  

2. ออฟชันแน่นเทียบเท่ารถยุโรป: เด่นเรื่องความสบาย ทั้งเบาะนวดไฟฟ้า, ระบบระบายอากาศเบาะ, หน้าจอ 2K ขนาดใหญ่ และชุดเครื่องเสียง SONY ที่ให้เสียงดีเกินราคา

3. สมรรถนะคล่องตัว: พละกำลัง 211 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที ถือว่าขับสนุกเร้าใจ แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม: ให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาครบครันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมกล้อง 540 องศา ที่มีประโยชน์มากในการใช้งานจริง  

5. ความคุ้มค่าและความมั่นใจในการบริการ: ด้วยการเปลี่ยนมาประกอบในประเทศไทย ทำให้สามารถทำราคาได้น่าดึงดูดใจ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่คุ้มค่า (เช่น การรับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมไฟฟ้าแบบ Lifetime Warranty ในช่วงเปิดตัว)

ทดสอบชาร์จ Omoda C5 EV  จาก 40-80 % ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

หลังจากขับมาเป็นระยะทางพอสมควร ทดลองชาร์จ Omoda C5 EV ตาม
สเปครองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 85 กิโลวัตต์ และชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ การทดสอบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดและอากาศร้อน โดยเริ่มชาร์จเมื่อแบทเตอรีเหลือ 48 % และเพิ่มเป็น 80 % ในเวลาประมาณ 15 นาที ได้ระยะทางเพิ่มราว 120 กม. แม้กำลังชาร์จจริงจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลวัตต์ แต่ระยะเวลาที่ใช้ถือว่าไม่นานเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

การทดลองขับ Omoda C5 EV  พบว่ามีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองไว ช่วงล่างเกาะถนนดีและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก

#toptotravel #THENEWOMODAC5EV

อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย!


ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด
เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”
โฉมใหม่ ยกระดับทุกการเดินทาง พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าเดิม

สายเที่ยวเตรียมอัปเกรดทุกการเดินทางให้คุ้มค่ากว่าเดิม เมื่อ ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ต่อยอดความสำเร็จของบัตร Co-Brand ที่ครองใจนักเดินทาง มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเปลี่ยน เป็น AirAsia points เพื่อแลกเที่ยวบินและสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางได้อย่าง คุ้มค่า เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด ได้สานต่อความร่วมมือพร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์บัตร Co-Brand “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สู่ปีที่12 ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและฐานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความสะดวกและความคุ้มค่าเป็นหลัก ดังนั้นบัตรใหม่นี้ จึงไม่ใช่บัตรเครดิตที่ทำหน้าที่เพียงชำระเงิน แต่จะเป็นเครื่องมือเปิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับทุกทริปของการท่องเที่ยว ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าบัตรเดิมอย่างชัดเจน ทั้งการสะสมคะแนนเพื่อใช้แลกเที่ยวบินแอร์เอเชียหรือแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ การผ่อนชำระบัตรโดยสาร 0% รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ในสนามบินและบนเที่ยวบิน โดยครั้งนี้ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้ปรับโฉมหน้าบัตรใหม่ในสไตล์ “Be Unique and Travel On” ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (rPVC หรือ Recycled PVC) ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยที่บัตรยังคงมีความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานเทียบเท่ากับบัตรพลาสติกแบบเดิม ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความยั่งยืนได้พร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งมั่นธุรกิจสีเขียวอย่างแท้จริง

“ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง เป็นอย่างดี จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารและพันธมิตรไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาและยกระดับสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม การสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งาน ทั้งสิทธิประโยชน์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นสูงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคารในทุกครั้ง” นายโชค กล่าว

นางสาวธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไทยแอร์เอเชีย เราไม่ได้เน้นการเติบโตจากจำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวบินเท่านั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่ง “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ด้วยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เรามีลูกค้าที่เดินทางกับแอร์เอเชียแบบประจำมากขึ้น รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้จ่าย การสะสมสิทธิประโยชน์ และการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป ช่วยขับเคลื่อนให้เราเเละลูกค้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย” นางสาวธันย์สิตา กล่าว

นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัว“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ

“นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย” นางสาวแชนนอน กล่าว

“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่

รับคะแนนสะสมง่าย ๆ

• ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”รับ 1 AirAsia points

• รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia

• การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป

ยกระดับทุกการเดินทาง

• บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking

• บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก

• รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท

โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ

• รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท

• ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals

พิเศษยิ่งขึ้น

• เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70)

• โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%

บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ
เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com
เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

Canopy เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ Canopy Bangkok Sukhumvit

แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) ประกาศเปิดรับจองห้องพักแล้ววันนี้ ก่อนเตรียมเปิดประตูต้อนรับนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เอนด์ “แคโนปี” (Canopy) ในฐานะโรงแรมบูทีคระดับไฮเอนด์ ภายใต้เครือโรงแรมฮิลตัน (Hilton) ที่ปักหมุดเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานดีไซน์ที่มีเรื่องราวหลากมิติ เข้ากับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่พิถีพิถัน และพื้นที่สังสรรค์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของย่านสุขุมวิท เพื่อมอบความรู้สึกอบอุ่นดั่งบ้านหลังที่สองให้แก่นักเดินทาง ควบคู่ไปกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ณ จุดหมายปลายทางที่น่าค้นหา

Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ออกแบบโดยสตูดิโอ AvroKO จากนิวยอร์ก หยิบยกแรงบันดาลใจของย่าน “อโศก” หนึ่งในย่านศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิตของกรุงเทพมหานครได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยุคแรกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทอด โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกเพียง 600 เมตร และใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางไปยังร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของโรงแรมที่สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้กับถนนสุขุมวิท กับอาคารแฝดสองตึกที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานลอยฟ้า (Skybridge) เหนือลานกลางแจ้ง (Courtyard) โอบล้อมด้วยความงดงามของสีบรอน์ซอันสะดุดตารอบตัวอาคาร สะท้อนแนวคิด “แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น” อันเป็นหัวใจของ Canopy ที่ดึงเอาเสน่ห์จากท้องถิ่นมาเล่าใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย นอกจากนั้น โรงแรมแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนอันอบอุ่นสำหรับนักเดินทาง และจุดพบปะสังสรรค์อันมีชีวิตชีวา ผ่านงานดีไซน์มีรายละเอียดของเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิง การสอดแทรกกลิ่นอายของอโศก ไปจนถึงการรังสรรคฺพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาภายในโรงแรมอย่างเพลิดเพลิน

สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ดังนี้:

· คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน

· เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม

· กระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด

แพ็กเกจเปิดตัว “Asoke Unlocked” เปิดให้สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป คลิกเพื่อจองห้องพักที่ https://www.hilton.com/en/hotels/bkkthpy-canopy-bangkok-sukhumvit/

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyaiนอนหลับสบาย…ขยายครอบครัว แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ ใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอน

คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ในบทบาทผู้บริหารกิจการโรงแรมผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ นอกจากนี้ คุณประไพพิศ ยังเป็นเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องนอน Homematt แบรนด์ที่นอนอยู่ที่สมุทรปราการ เดิมชื่อ โฮมแมต หลังจากนั้น สามีก็คิดแบรนด์ใหม่ขึ้นมา ชื่อ ลินคอร์น มีโชว์รูมอยู่ที่ CDC ที่นอนเราส่งทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนกิจกรรมการประกวดนางงามมาตลอดสามปีด้วย ที่นอนของเรามีทุกแบบ มีระบบสปริงที่ตอนนี้นิยมใช้ตามโรงแรมต่างๆ พอคเกตสปริงแยกอิสระ เมื่อไม่นานมานี้ เราร่วมกับคุณมะปราง ลูกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำแบรนด์ที่นอนสองแบรนด์สำหรับผู้ป่วยออทิสติกและบุคคลทั่วไป ออกแบบที่นอน ปลอกหมอน โดยร่วมกับกองทุนออทิสติค   

แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเราทุกคน ที่เรามาอยู่เขาใหญ่ เราคิดว่าเรามาพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ น้ำ ป่า ของที่นี่ ทุกอย่างที่เราทำเกิดจากความรัก อยากบ้านหลังนี้ แกรนด์สิริ เป็นบ้านหลังที่สองของลูกค้าที่มาพักของทุกคน วันหนึ่งคิดว่า เมื่อมีค่าใช้จ่าย อยากให้มีรายได้เข้าจึงเริ่มปรับปรุง มีตึกหลังที่ หนึ่ง สอง การเป็นอยู่ของพวกเราจะอยู่ด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัย เราพึ่งพาชาวบ้าน ชาวบ้านพึ่งพาเรา มีกิจกรรมอะไรที่ช่วยได้ ก็จะเข้าไปสนันสนุน หรือของกินของใช้ แกรนด์สิริ รีสอร์ท มีห้อง 70 ห้อง เป็นตึก 2 ตึก และเป็นบ้าน 6 หลัง พื้นที่ 20 ไร่ เรามีสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล สนามฟุตซอล มีสระว่ายน้ำ พื้นที่โดยรอบลูกค้าสามารถขี่จักรยาน กรุ๊ปเคยมีการจัดวิ่งที่นี

แกรนด์สิริ รีสอร์ท กรีนโฮเทล ร่วมกับสถาบัน มีการเก็บคาบอนไดออกไซด์ อาหารที่ลูกค้าทานเหลือเรามีการชั่งกิโลทุกวัน ร่วมมือกับภาคส่วนการท่องเที่ยวด้วย โดยของเราจัดเป็นสามดาว ก็เริ่มทำให้เป็นกรีน ก็ปรับไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ง่ายในการทำแต่เราจะทำให้ดีที่สุดลูกค้ามาได้พักผ่อน ออกกำลังกายและกิจกรรมร่วมกัน ส่วนห้องประชุมสัมมนามีสองห้อง ห้องใหญ่รองรับลูกค้าได้ 200 ท่าน ส่วนห้องเล็ก 20 ถึง 40 ท่าน

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyai จากจุดเริ่มต้น ครอบครัว คิดว่าจะทำแค่ที่พักผ่อนสำหรับเพื่อนๆ และครอบครัว ที่จะมาท่องเที่ยวเขาใหญ่ “หลังจากนั้น เมื่อเปิดใช้บริการ ณ ช่วงนั้นก็จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจ และมีการแนะนำจากเพื่อนๆ ที่เคยมาพัก เข้ามาก็เห็นโลเกชั่นและพื้นที่ไม่ได้ไกลจากเขาใหญ่ ที่นี่มองเห็นทิวเขา มีต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ถูกใจและได้รับความนิยมเพราะห้องพักค่อนข้างหลากหลาย
สิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว เริ่มต้นตอนนี้พนักงาน สินค้าทุกชนิด จะซื้อและสนับสนุนสินค้าของชุมชนอย่างผักออแกนิก ไก่อารมณ์ดี ทางโรงแรม มีการแยกขยะ เริ่มจากการนำจานหลุมมาใช้ จานเดียวสามารถใส่ได้หลายอย่าง ก็จะทำให้ลดการใช้ภาชนะได้มากขึ้น อนาคตคิดว่าจะทำแชมพู สบู่ และน้ำก็ปรับเป็นขวดแก้ว

มาที่เรื่องของแหล่งท่องเที่ยวในเขาใหญ่  ต้องยอมรับว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าโลว์
ซีซั่น แต่จริงๆ แล้ว ในฤดูฝน ที่นี่ฝนตกจะชุ่มฉ่ำ ทิวเขาเขียวขจี ซึ่งสวยงามมาก
มีลมพัดเอื่อยๆ ตลอดทั้งวัน อากาศจะผิดจากกรุงเทพฯ อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน มาสัมผัสความชุ่มชื่นของเขาใหญ่ ที่นี่มีต้นไม้เขียวขจีและอากาศของที่ได้ชื่อว่าเป็นโอโซนธรรมชาติของเขาใหญ่

…หลังจากมีการเปิดให้บริการ ผลตอบรับ กลุ่มลูกค้ารู้สึกว่ามีความพอใจ โดยเฉพาะแบบการเข้าพักเป็น หมู่คณะติดต่อเข้าพักค่อนข้างดี และทางโรงแรม จึงมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติมห้องพักอยู่เรื่อยๆ มีห้องพักแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และเน้นด้านการบริการเป็นหลัก มีการเพิ่มเติมในส่วนของอาคาร หลังจากนั้นเราก็มีการเพิ่มเติมในส่วนของห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น มีห้องดีลักซ์ ห้องแกรนด์ดีลักซ์ ห้องแฟมิลี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายในเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ ประไพพิศ จารุวดีรัตนา และทีมผู้บริหารยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การเปิดกว้างและพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทีมงาน ลูกค้า เสมอมา


นอกเหนือจากการให้บริการอย่างมืออาชีพที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิถีชีวิตของยุคสมัยนี้มีความขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค หรือสื่อต่าง ๆ การท่องเที่ยวและการเลือกที่พัก ต้องสามารถอยู่ในราคาที่จ่ายได้ โดยที่นักท่องเที่ยวมานอนพักแบบให้มี Wifi ห้องมีการดีไซน์ ที่นอนนุ่มๆ มีฟังก์ชันภายในห้องให้ครบ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็พอใจแล้ว เป็นการตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์ของสิ่งที่เขาต้องการสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ฉีกกฏของการเข้าพักที่มีให้เลือกหลากหลาย ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก เน้นกลุ่มครอบครัวและวัยทำงาน

โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ บ้านหลังที่ 2 ของทุกคน ที่พักสไตล์ รร จัดเลี้ยงสัมนา สิ่งสันธนาการ พร้อมสรรพ ในที่นี้ที่เดียวจบ ที่อยู่: 777​ Moo.7 Moo​ si PakChong​, นครราชสีมา 30450 ☎️ 044-300-345 📲 063-749-6868, 063-754-6868 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64ySFuZMSvhJHUxr6?g_st=ipc

Baan Ma-Kwid Sukhothai บ้านมะขวิด สุโขทัย

บ้านมะขวิด จังหวัดสุโขทัย มีอะไรดีตอนนี้ ตามไปดูกัน?
ทริปนี้ชวนทุกคนหลบร้อนไปนอนนา บรรยากาศเมืองประวัติศาสตร์ ที่นี่ไม่ได้มีแต่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลไม่แพ้ใครกับความเขียวขจีสดใสนอนชิลชมวิวสวยๆ ในที่พักกลางทุ่งนาสัมผัสความสดชื่นและความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากที่ไหน มาแล้วไม่อยากกลับ อยากนอนพักนานๆ วันหยุดนี้ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี ลองหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ไปพักใจแบบบ้านๆ ที่บ้านมะขวิด ด้วยกันดีกว่า

บ้านมะขวิด ที่พักน่ารักในเมืองสุโขทัย ไม่ไกลจากเมืองเก่า โฮมสเตย์บ้านไม้ทรงไทย มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้องสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนเน้นการท่องเที่ยวแบบพอเพียง ให้บริการห้องพักพร้อมอาหารเช้า ที่เสริฟมาแบบประทับใจ จัดตกแต่งเป็นสไตล์ที่แตกต่าง นั่งทานแบบใกล้ชิดธรรมชาติที่แสนอบอุ่นของบ้านหลังนี้ เกิดจากความฝันที่อยากมีที่พักไว้บริการ บรรยากาศดี เหมาะแก่การพักผ่อน (Staycation) และใกล้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โดยบ้านพักที่นี่ทุกหลังให้บริการ พร้อมอาหารเช้า เย็น บ้านพักของที่นี่มีไม่กี่หลัง หากใครจะมาควรโทรจองก่อนล่วงหน้า

มานพ ยังประเสริฐเจ้าของบ้านมะขวิด

บ้านมะขวิด หนึ่งในที่เที่ยวชุมชนของจังหวัดสุโขทัย โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยในหลวงร.9 ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน และสร้างรายได้จากหลายทางในพื้นที่ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องย่ามที่หายากและน้อยคนนักที่จะมีย่ามสะสมได้มากขนาดนี้

มานพ ยังประเสริฐเจ้าของบ้านมะขวิด โดยความตั้งใจและได้ได้แรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องความพอเพียง การทำเกษตรผสมผสาน และตนเห็นว่าการทำเกษตรผสมผสาน นำมาใช้ทำเกี่ยวกับธุรกิจ จึงมีแนวคิดที่เปิดบ้านเป็นการผสมผสาน คือ โฮมสเตย์ ร้านกาแฟ และผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีจำหน่าย โซนร้านกาแฟของเน้นขายราคาถูก ส่วนโฮมสเตย์ ทำกันในครอบครัวยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

บ้านมะขวิด โฮมสเตย์และคาเฟ่ สถานที่เล็กๆ อบอุ่นที่ช่วยเติมเต็มให้จังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันบ้านมะขวิดกลายเป็นจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง

จ.สุโขทัย เมืองประวัติศาสตร์ไม่ได้มีแต่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเช็คอินชิคๆ ชิวๆ แถมยังมีการอนุรักษ์ความเป็นสุโขทัยไว้อย่างลงตัวบ้านมะขวิด ใครไปแล้วต้องสั่งกาแฟโบราณมานั่งดื่มชมทุ่งนา คาเฟ่บรรยากาศไทยโบราณ พร้อมชมวิวทุ่งนา จัดเต็มด้วยเมนูเด็ด เปิดบริการทุกวัน

สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถเดินทางจากตัวอุทยานสุโขทัยฯ แล้วเลี้ยวเข้าซอยตรงข้ามกับที่ทำการไปรษณีย์เมืองเก่า ข้ามสะพานข้ามคลองแม่รำพัน ใช้เส้นทาง ตามถนนเข้าซอยไปจนเจอแยกแล้วเลี้ยวทางซ้าย วิ่งไปอีกไม่ไกลจะเจอป้ายทางเข้าบ้านมะขวิดด้านขวามือ สังเกตุง่ายๆ เห็นทุ่งนาเขียวขจีนั่นคือถึงบ้านมะขวิด แล้ว

บ้านมะขวิด สุโขทัย : Baan Ma-Kwid Sukhothai
ที่ตั้ง: จังหวัดสุโขทัย (ใกล้เมืองเก่า)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10.00 – 16.00 น.
ติดต่อ: เบอร์โทร 089 507 9490

#บ้านมะขวิดที่เที่ยวสุโขทัย
#บ้านมะขวิด #บ้านของคุณอีกหลังที่สุโขทัย
#toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

Prost Garden Restaurant ร้านลับในตำนาน

วันนี้ toptotravel ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ Prost Garden Restaurant เสริฟอาหารรสเลิศ สไตล์เยอรมัน แกะกล่องร้านอาหารใหม่ เอาใจคนรักอาหารเยอรมัน ย่านศรีนครินทร์ ในบรรยากาศร้านอาหารใหม่สไตล์บาวาเรียนสุดคลาสสิก ที่พร้อมให้บริการด้วยอาหารเยอรมันสูตรดั่งเดิม รวมถึง เมนูอาหารไทยฟิวชั่นอีกมากมายที่ร้านอาหาร Prost Garden Restaurant

Prost Garden Restaurant อีกหนึ่งร้านอาหารดังในย่านศรีนครินทร์ ตัวร้านได้รับการปรับปรุงใหม่เสมอ เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับสวนร่มรื่นและต้นไม้ใหญ่ ใครที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติอาจจะเลือกนั่งโซนหน้าร้าน ที่มีลักษณะเป็นเรือนกระจก ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ถ้าเดินเข้าไปอีกนิดจะพบกับโซนดินเนอร์ที่ให้บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนที่บ้าน ร้านตกแต่งเรียบ ด้วยโทนสีอบอุ่นและเฟอร์นิเจอร์สไตล์ย้อนยุคแฝงกลิ่นอายของยุโรปในยุคเก่าด้วยภาพวาด ซึ่งสามารถพบเห็นได้ที่ Prost Garden Restaurant เท่านั้น

ร้านนี้นำโดย คุณกานต์ เพราะเธอที่มักตระเวนไปเปิดประสบการณ์ตามที่ต่างๆ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากร้านอาหารแนวหน้ามามากกว่า 10 ปี พร้อมที่จะแนะนำทุกคนให้ได้ลิ้มลองที่หลายคนอาจจะไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน เพราะอาหารของที่นี่ล้วนเป็นการนำอาหารดั้งเดิมพร้อมคัดเลือกเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดออกมาเป็นเมนูสุดพิเศษ นอกจากนี้ ดื่มด่ำไปกับเบียร์ระดับตำนาน จากเยอรมัน และ อังกฤษ อิตาลี และเครื่องดื่มแบรนด์ดัง Arcobräu จากประเทศเยอรมัน, Samuel Smith’s และ fuller’s จากประเทศอังกฤษมาถึงไทยใครที่ชื่นชอบแวะมาดื่มกันได้

กานต์พิชชา คงสมบัติ Prost Garden Restaurant

“Prost Garden Restaurant Destination for German & English Beers
กับบรรยากาศในบาร์สุดคลาสสิค ที่เกิดขึ้นจากส่วนตัวเป็นชอบการรับประทานอาหารเยอรมันเป็นพิเศษ รวมถึงการชอบการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ดังนั้น การเปิดร้านอาหารที่สาขาศรีนครินทร์ จึงสามารถตอบโจทย์ส่วนตัว และสามารถตอบโจทย์นักชิม ผู้ที่ชื่นชอบอาหารเยอรมันในย่านนี้ไปพร้อมกัน กานต์พิชชา กล่าวอย่างไรก็ตาม แนวคิดการออกแบบตกแต่งร้านนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัว ที่มีความชื่นชอบร้านอาหารโปร่งๆ นั่งสบาย และไม่รู้สึกอึดอัด แต่มีกลิ่นอายความเป็นสไตล์บาวาเรียน และดูแล้วไม่เหมือนกับร้านอาหารเสียทีเดียว ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เสมือนมาสังสรรค์บ้านเพื่อน และความคลาสสิคที่ไม่เหมือนใคร

เพราะบางครั้ง มื้ออาหารที่ทำให้เรารู้สึกดีที่สุด อาจไม่ใช่จานที่รสชาติซับซ้อน
แต่คือจานที่พาให้เรานึกถึงความอบอุ่นบนโต๊ะอาหารที่ขาดไม่ได้ คือ อาหารซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์ของร้าน ขาหมูเยอรมัน สูตรดั่งเดิมของร้าน โดดเด่นด้วยการใช้เทคนิคการอบ เพื่อรีดมัน และผ่านขั้นตอนขบวนการทำกว่า 3 ชั่วโมง จนได้หนังที่มีความกรอบปราศจากไขมัน และเนื้อขาหมูที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ จากการเติมเบียร์ไปทีละน้อยๆ ในระหว่างขั้นตอนของการอบ เสิร์ฟกับเยอรมันมัสตาส และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสจัดจ้าน ถ้ามาที่นี่ และอยากทานขาหมูอร่อยๆ แนะนำต้องสั่งจองก่อนมีจำนวนจำกัด

พล่าปลาแซลมอนสด

ก่อนเริ่มมื้อนี้ การทานอาหารควบคู่ไปกับการดื่มเบียร์อย่างเข้าถึงวัฒนธรรมการกินดื่มสไตล์บาวาเรียน ทางร้านเสิร์ฟ ไส้กรอกบาวาเรียน หรือที่เรียกกันว่า ไส้กรอกรวม เสิร์ฟมาพร้อมกับมันฝรั่งผัดเบคอนและซาวเคราท์ (Sauerkraut) หรือกะหล่ำปลีหมัก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดเบียร์ รสชาติกลมกล่อม บาร์บีคิวซี่โครงหมู ที่สำคัญทางร้านยังมีอาหารไทยรสจัดจ้าน สำหรับอาหารไทยแนะนำเมนู พล่าปลาแซลมอนสด, ปลาหมึกทรายทอง รับรองว่าโดนใจไว้รวมถึง ไส้กรอกบาวาเรียน และเมนูแสนอร่อยอีกหลากหลาย สไตล์อาหารเยอรมันโฮมเมด รสชาติดั้งเดิม

ขาหมูเยอรมัน สูตรดั่งเดิม
ไส้กรอกบาวาเรียน
บาร์บีคิวซี่โครงหมู
ปลาหมึกทรายทอง

นอกจากนี้ ยังเป็นร้านที่สามารถจัดงานเลี้ยง งานมงคลสมรส ปาร์ตี้สังสรรค์ งานบริษัทฯ หรือเนื่องในโอกาสพิเศษ ต่างๆ Prost Garden พร้อมเสิร์ฟความอร่อยและความสนุกแบบจัดเต็ม ทั้งแบบอาลาคาร์ทก็ได้ บุฟเฟ่ต์ ที่เต็มไปด้วยความสุข อิ่มอร่อยในบรรยากาศสบายๆ บรรยากาศในร้านเรียกว่าลงตัวมากๆ ไม่ว่ามุมไหนให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่กลางบาวาเรียน บรรยากาศสนุกสนาน อาหารอร่อย และกิจกรรมพิเศษมากมาย

สอบถามเพิ่มเติม PROST Garden Restaurant
เปิดทุกวัน 16.00–23.00
โทร : 082 7901782
เพจ : Prost Garden Restaurant
Line ID : 082 7901782

พิกัด สำหรับการเดินทางมาที่นี่ PROST Garden Restaurant
https://maps.app.goo.gl/PCr7WShHcLyJuV4S8

#Prostgarden #toptotravel

ทาโร x สำนักหอสมุดกลาง มศว  จัดเวิร์กชอปครูนิวเทรนด์จาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ


สร้างสรรค์บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

ทาโร ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินหน้าสร้างสรรค์โลกแห่งการเรียนรู้ ยกระดับห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment  ภายใต้โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” เปลี่ยนห้องเรียนให้ “สนุก คิดเป็น ทำเป็น” สไตล์ Active Learning  มอบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ 100 โรงเรียนทั่วประเทศ  พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กชอป เสริมไอเดียคุณครู เสริมทักษะพร้อมสุขภาพที่ดี สอดแทรกแนวคิดรักษ์โลกรับกระแสโลกร้อน พร้อมเปิดเวทีเสวนาบอร์ดเกมกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทาโร” (TARO)  ผู้นำขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 40 ปี มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากปลาทะเลแท้ ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทาโรได้ดำเนินกิจกรรมที่สอดแทรกทั้งสารประโยชน์และความสนุกสนานไปยังกลุ่มเด็ก ๆ และยังคงเดินหน้าพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชนไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ทาโร ได้ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดโครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” ขึ้น โดยมีคุณครูจากโรงเรียนทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ามาจนเต็มโควตา 100 โรงเรียน ภายใน 3 ชั่วโมง สะท้อนถึงความสำคัญในการพัฒนาห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สอดรับแนวทางการพัฒนาเด็กยุคดิจิทัล     

“ท่ามกลางเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว เด็ก ๆ ในปัจจุบันอาจใช้เวลากับ  Gadget มากเกินไปจนทำให้เกิด ภาพเด็กๆ ก้มหน้าอยู่กับจอมือถือ หรือแท็บเล็ต จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพตา ตลอดจนปัญหาสมาธิสั้นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บอร์ดเกมเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนบทเรียนยาก ๆ หรือเรื่องที่น่าเบื่อให้สนุกและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดช่องว่างระหว่างครูและเด็กไปพร้อม ๆ กัน” นางสาวรุ่งนภา กล่าว

ชู Edutainment สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม 
นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เพราะสุขภาพที่ดีมาจากการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เนื้อหาสำคัญในสื่อบอร์ดเกม สารอาหาร เชื่อมร่าง สร้างอวัยวะ (Nutrition Pathway) ที่พัฒนาขึ้น จึงสอดแทรกสาระเรื่องสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เชื่อมโยงถึงประโยชน์ในการซ่อมแซม และการสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลต่อการเลือกกินอาหารที่ถูกต้องตามโภชนาการ ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก  ๆ ตอกย้ำจุดยืนของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี   

นางสาวรุ่งนภา กล่าวเสริม นอกจากนี้ ทาโร ได้ต่อยอดพันธกิจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรม  “ทาโร รักษ์โลก กับการ์ดเกม 3R จับคู่กู้โลกกับทาโร” ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) โดยใช้การ์ดเกมเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจได้ง่าย สนุก และสามารถนำไปต่อยอดสร้างพฤติกรรมการจัดการขยะให้ถูกวิธี ช่วยลดปัญหาขยะ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ ลดโลกร้อน ลดมลภาวะได้อย่างยั่งยืน  บอร์ดเกมของเราได้รับการพัฒนาและออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ Edutainment ที่สนุก และมีสาระสอดแทรกไปพร้อมกัน ตลอดจนกระตุ้นให้เด็กๆ รู้จัก สังเกต คิด วิเคราะห์ วางแผน รวมถึงการเล่นเป็นทีม จึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ครูนิวเทรนด์มีเครื่องมือสำหรับช่วยการเรียนการสอนที่สนุก มีประสิทธิภาพ ไม่จำเพาะเจาะจงเนื้อหาพื้นฐาน แต่จะยังพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีทักษะรอบด้าน พร้อมวิ่งไปในโลกที่หมุนเร็วขึ้นใบนี้ได้” 

สำนักหอสมุดกลางมศว ย้ำภารกิจหนุนครูนิวเทรนด์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ชูจุดยืนหอสมุดสีเขียว ของ มศว ที่เป็นศูนย์รวม e-book มากมายที่นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้โดยง่าย ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดูแลรักษา ภายใต้บรรยากาศหอสมุดที่เป็น Green Library โดยเราใช้ไฟฟ้าที่ผลิตด้วย Solar cell ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ที่มีการจัดแบ่งโซนนิ่งสำหรับ Multimedia มี Netflix ให้ดู มีเกมส์ให้เล่น มีห้องคาราโอเกะให้ผ่อนคลาย มีโซน co-space ในการประชุม ทำงานกลุ่ม รวมถึงมีโซนบอร์ดเกมมากมายหลากหลายประเภท หอสมุดกลางวันนี้จึงเป็น Safe zone ของนิสิตของเรา 

ทางด้าน อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมของเด็กในเจนแอลฟา ที่เติบโตในยุคดิจิทัล “ครูนิวเทรนด์” หรือ ครูยุคใหม่ จึงต้องปรับบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอน ด้วยการหาเครื่องมือหรือตัวช่วยต่าง ๆ ที่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สนุกและมีสาระ (Our Edutainment Community) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างสนุก รู้จักการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วมกับคลาสเรียน  สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้ง 4 ด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

สำนักหอสมุดกลาง มศว มีบทบาทเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการห้องสมุดสีเขียว ที่มุ่งเน้นจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน ผ่านมาตรการต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้กับอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร สอดคล้องกับพันธกิจ “ทาโร รักษ์โลก” ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือ ระหว่าง ทาโร และ หอสมุดกลาง มศว ในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ  สู่สังคม ร่วมเพาะบ่มความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนรุ่นใหม่ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน     

เวิร์กชอปบอร์ดเกม จุดประกายไอเดียครู 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์”  จัดขึ้นที่ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) มีคุณครูจาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเตรียมอุดมน้องเกล้า, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, โรงเรียนหัวหินวิทยา, โรงเรียนอนุบาลสารคาม, โรงเรียนเซนต์โยเซฟระยะอง เป็นต้น เข้าร่วมเวิร์กชอปสื่อการสอนผ่านบอร์ดเกมและเกมการ์ด ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ผ่านการคิดและทดลองเล่นจริง พร้อมรับใบประกาศนียบัตรที่รับรองร่วมกันจากทาโร และสำนักหอสมุดกลาง มศว นอกจากนั้นทุกโรงเรียนยังได้รับสื่อบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดในห้องเรียนได้ทันที   ภายในงานยังได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษ “การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมบอร์ดเกมการศึกษา” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เกี่ยวกับการนำบอร์ดเกมมาเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่โลกบอร์ดเกมการศึกษา” โดย อาจารย์ ดร. ไตร อัญญโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  โดยได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา เทคนิคการใช้เกมเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูที่เข้าร่วมเวิร์กชอปในครั้งนี้นำไปประยุกต์ใช้กิจกรรมรมการเรียนการสอนต่อไป  ร่วมด้วย นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด และ นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้  

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากจากทาโรได้ที่
Facebook:ทาโร กินสนุกดี https://www.facebook.com/Tarokinsanookdee 

#บอร์ดเกม #การ์ดเกม #ทาโรกินสนุกดี #ทาโรปลาเส้นแซ่บ
#ทาโรปลาแผ่นแซ่บ