Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

เปิดประสบการณ์ตามหาความสุขแบบได้สุขภาพ ที่ THANN Wellness Destination

ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น (THANN Wellness Destination) จ.พระนครศรีอยุธยา 
หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่มากกว่าแค่การนอนหลับพักผ่อน แต่เป็นการ “Reset” ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ อย่างแท้จริง ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น (THANN Wellness Destination) จ.พระนครศรีอยุธยา คือหมุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม รีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาว  ในรูปแบบ Holistic Wellness แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ขับรถจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษๆ สัมผัสความผ่อนคลายระดับพรีเมียม ที่พักที่เหมาะกับ คนรักสุขภาพ สักครั้งนึงในชีวิต THANN Wellness Destination ที่พัก 5 ดาว รูปแบบ Wellnessไม่ไกลกรุงเทพฯ 

ทริปท่องเที่ยวนี้ ออกแบบมาอย่างสมดุล และดีเยี่ยม ได้ทั้งการทำงานร่วมกับสื่อมวลชนและการพักผ่อนเชิงสุขภาพ (Wellness) ท่ามกลางธรรมชาติของอยุธยา ดื่มด่ำกับความหรูหราที่ผสานอย่างลงตัวกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บรรยากาศริมแม่น้ำน้อย ที่โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี ทุกการพักผ่อนคือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่เพียงเติมเต็มความสงบให้จิตใจ แต่ยัง
ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพลัง ด้วยประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ ท่ามกลางความสมดุลของธรรมชาติและความสงบอันเป็นเอกลักษณ์ สัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าการผ่อนคลายเป็นการฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ จิตใจ อย่างแท้จริง รีสอร์ทตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบ

THANN Wellness Destination อยุธยา มีห้องพักทั้งหมด 6 รูปแบบ
(รวมทั้งหมด 47 ห้อง)

Deluxe – ห้องดีลักซ์ ขนาดเริ่มต้นประมาณ 64 ตร.ม. มองเห็นวิวแม่น้ำ   

Suite – ห้องสวีท ขนาดประมาณ 80 ตร.ม. พร้อมพื้นที่นั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน 

Treehouse – บ้านต้นไม้ ดีไซน์โปร่งโล่ง ได้บรรยากาศธรรมชาติ   

One Bedroom Pool Villa – พูลวิลล่า 1 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว
ขนาดประมาณ 124 ตร.ม.

Two Bedrooms Pool Villa (Type A) – พูลวิลล่า 2 ห้องนอน
สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ขนาดประมาณ 213 ตร.ม.   

Two Bedrooms Pool Villa (Type B) / Multi-Bedroom Pool Villa – วิลล่าขนาดใหญ่พิเศษ (สูงสุดถึง 3 ห้องนอน) พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง  เครื่องหอม ครีม สบู่ แชมพู ฯลฯ ในรีสอร์ตแห่งนี้ใช้ของ THANN  ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในคุณภาพระดับพรีเมียม  

THANN Wellness Destination Ayutthaya สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับสปาและทรีตเมนต์ระดับสากลต่อยอดความเชี่ยวชาญจากแบรนด์ THANN ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยใช้ผลิตภัณฑ์สปาธรรมชาติคุณภาพสูง พร้อมเทอราปิสผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลให้อย่างพิถีพิถัน ฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ และจิตใจที่ THANN Wellness Destination ที่พักที่เหมาะกับ คนรักสุขภาพ สักครั้งนึงในชีวิต THANN Wellness Destination ที่พัก 5 ดาว รูปแบบ Wellness ไม่ไกลกรุงเทพฯ เพราะขับรถไปเพียง 1 ชั่วโมงเศษจาก กทม. โดยไม่ต้องเข้าไปยังตัวเมืองอยุธยา ที่นี่มีความเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ นับเป็นสถานที่ซึ่งห่างไกลจากความวุ่นวาย

ช่วงเวลาที่ดีในการแจก Refreshing Drink สไตล์ THANN เพื่อให้ผ่อนคลายจากการเดินทางความพิเศษของ Refreshing Drink สไตล์ THANN อยู่ที่การ
นำปรัชญา Holistic Wellness (สุขภาวะแบบองค์รวม) มาผสมผสานเข้ากับศาสตร์แห่งสมุนไพรและพฤกษชาติอย่างลงตัว  ส่วนผสมจากสมุนไพรและพฤกษชาติตามธรรมชาติเมนูเครื่องดื่มเน้นการใช้สมุนไพรไทย ผลไม้สด และ
ชาพรีเมียม โดยไม่มีสารเคมีปรุงแต่งหรือน้ำตาลสังเคราะห์ เพื่อให้ร่างกายได้
รับประโยชน์จากธรรมชาติแท้ ๆ  รสชาติเพื่อการผ่อนคลาย THANN มีความเชี่ยวชาญด้านสุคนธบำบัด (Aromatherapy)  นำเอกลักษณ์ของกลิ่นสมุนไพร เช่น ตะไคร้, ใบเตย, ดอกอัญชัน, ส้ม หรือขิง มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นทั้งประสาทสัมผัส รสชาติ และกลิ่น ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายตั้งแต่จิบแรกสดชื่น  เรียกได้ว่าขับรถมาเหนื่อยๆ ก็รู้สึกดีขึ้นเลย ฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ

Afternoon Tea ริมแม่น้ำน้อย บ่ายนี้พักใจจากความวุ่นวาย ลองให้เวลาตัวเองกับชุดน้ำชาที่ค่อยๆละเมียดในทุกคำ ทั้งของหวาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังร้อยเรียงเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านขนมและเครื่องดื่มในทุกคำ เหมาะสำหรับการนัดพบคนพิเศษ หรือการใช้เวลาในวันหยุดอย่างมีคุณค่า ความประณีตสะท้อนวัฒนธรรมขนมและของว่าง ในชุดได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยดึงเอกลักษณ์กลิ่นอายท้องถิ่นหรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาผสมผสาน กับศาสตร์การทำเบเกอรี่ร่วมสมัย

พิเศษ สิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี เติมเต็มวันหยุดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยการเดินชมงานศิลปะหรือโบราณวัตถุล้ำค่า ช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจหลังอิ่มอร่อยกับชุดน้ำชา คุ้มค่ากับประสบการณ์ในราคาเพียง 1,000 บาท/ต่อชุด ได้ทั้งความเพลิดเพลินด้านรสชาติและประสบการณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่กันไปบรรยากาศริมแม่น้ำ

เงื่อนไขและข้อกำหนด
– กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า เท่านั้น
– กำหนดให้สั่งชุดน้ำชายามบ่ายท่านละ 1 ชุด
– ให้บริการเฉพาะ วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

ลองไปสัมผัสโซน Aromatherapy Bath หรือ ออนเซนของ THANN Wellness Destination ด้วยตัวเอง ถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่ทำให้การพักผ่อนครั้งนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ  การได้แช่น้ำปรับอุณหภูมิสลับไปมา 3 ระดับ พร้อมสูดกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยเอกลักษณ์สไตล์  THANN ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นประสบการณ์การ  “Reset”  ร่างกายและจิตใจที่หาจากที่อื่นได้ยากมาก

 – Aromatherapy Bath ผ่อนคลายกับบ่อแช่ตัวที่อุณหภูมิต่างกัน 3 ระดับ  พร้อมผ่อนคลายกับกลิ่นหอมจากน้ำมันระเหยที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจการสลับแช่น้ำในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน 3 ระดับ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดสะสมตื่นตัวและผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว

 – Salt Therapy Room ศาสตร์การบำบัดด้วยเกลือ (Halotherapy)
บรรเทาอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงแก้ปัญหาโรคผิวหนัง หรือผื่นแพ้ต่างๆ

 – Spa Treatment เพื่อความผ่อนคลายที่มีให้เลือกกว่า 12 รายการ สถานที่กว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย เน้นโทนสีธรรมชาติ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมผลิตภัณฑ์ห้องน้ำเต็มรูปแบบจากแบรนด์ THANN

 – คลาสออกกำลังกาย กิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย และกิจกรรมสันทนาการ

เพราะชีวิตที่ดี คือ  ชีวิตที่พบความสมดุลจากภายใน กิจกรรม Wellness ฟรีตลอดวันตารางกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย เช่น โยคะ, พิลาทิส, ฟิตเนส, คลาสออกกำลังกายในน้ำ (Aqua Exercise), รวมถึงการทำเวิร์กช็อปต่าง ๆ

อาหารเช้า และอาหารเย็น  มาภายใต้คอนเซปต์ Farm to Table เน้นวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลและปลอดสาร มื้อกลางและเย็นจะเสิร์ฟมาเป็นเมนูเซ็ตจำนวน

3 คอร์ส ที่เราสามารถเลือกจานหลักได้ เช่น แซลมอนกับเส้นแองเจิลแฮร์ในซอสพอนสึส้มยูสุ หรือเต้าหู้ทอดซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล  หรือ สปาเก็ตตีต้มยำกุ้งล็อบสเตอร์แคนาเดียน ซึ่งเมนูจะสลับเปลี่ยนทุกวันเพื่อให้ไม่รู้สึกจำเจ

อาหารเช้าและอาหารเย็นของ THANN Wellness Destination (อยุธยา) จากประสบการณ์ของผู้เข้าพักและจุดเด่นของห้องอาหาร   คอนเซปต์อาหารของที่นี่เน้น Farm to Table วัตถุดิบสดใหม่ ปลอดสารพิษ และคำนึงถึงสุขภาพ (Holistic Wellness) จุดเด่นคือแพเกจที่พักส่วนใหญ่เป็นแบบ All-Inclusive ที่ให้ผู้เข้าพักสามารถสั่งเมนูต่าง ๆ ได้แบบ Full Course ไม่อั้น มื้อเช้า (Breakfast)ให้บริการแบบสั่งจากเมนู (A La Carte Order) ทำสดใหม่จานต่อจาน ควบคู่กับไลน์บุฟเฟต์เครื่องดื่ม ผลไม้ ชา/กาแฟ และเบเกอรี่เมนูไฮไลต์:ข้าวต้มหอยเชลล์ (Scallop Rice Soup) เมนู Signature ยอดฮิต รสชาตินุ่มนวล หอมน้ำซุป และใช้หอยเชลล์ตัวโตสดหวาน   ข้าวต้มเห็ดแชมปิญองไข่ปลาแซลมอน / ข้าวต้มปลากะพง: สำหรับคนชอบเมนูเบา ๆ ยามเช้า   อาหารเช้าสไตล์ตะวันตก & ไทย ไข่เบเนดิกไส้กรอกเป็ด, ขนมปังอบชีสหน้าเห็ดแชมปิญองและแฮม, แพนเค้กเบคอน  รสชาติกลมกล่อม ไม่หนักเกินไป ปริมาณพอดีต่อจาน ทำให้ลองชิมได้หลากหลายเมนู   

ส่วนมื้อเย็น  เสิร์ฟเป็น Fine Dining Course โดยเชฟจะจัดเสิร์ฟ Starter/Soup ให้ก่อน แล้วให้เลือกสั่ง Main Course และ Dessert
ได้ตามใจชอบ

เมนูไฮไลต์ Australian Ribeye Steak / Pork Chop เนื้อออสเตรเลียย่างมาอย่างดี นุ่มมาก รสชาติตรงตามมาตรฐานพรีเมียม Lobster Tail Risotto รีซอตโต้กุ้งล็อบสเตอร์เข้มข้น เนื้อกุ้งเด้งหวานเมนูสปาเก็ตตี & อาหารไทย: สปาเก็ตตีต้มยำกุ้งล็อบสเตอร์, แซลมอนซอสพอนสึส้มยูสุ หรือเซ็ตอาหารไทยรสจัดจ้าน  ของหวาน มีให้เลือกทั้งขนมไทยฟิวชัน และเบเกอรี่พรีเมียมเสิร์ฟปิดท้ายมื้อ   วัตถุดิบคุณภาพสูงระดับ 5 ดาว การจัดจานสวยงามประณีต รสชาติเน้นความสมดุล ไม่จัดจ้านเกินไปจนเสียสุขภาพ แต่ยังคงความอร่อยไว้ได้อย่างลงตัว

สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเชิงสุขภาพ (Holistic Wellness) แบบเหนือระดับริมแม่น้ำน้อย จ.อยุธยา ขับรถจากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงเศษ ก็จะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันเงียบสงบ พร้อมการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

รอบนี้ THANN Wellness Destination จับมือกับ Toptotravel มอบส่วนลดราคาพิเศษสุดคุ้ม เพียงใช้โค้ด DTW-toptotravel เมื่อสั่งจองห้องพัก

โปรโมชันราคาพิเศษสำหรับ 2 ท่าน (1 คืน) มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ:

1-Room with Breakfast Package
ราคาพิเศษเพียง 5,500 บาท
เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการพักผ่อนสบาย ๆ พร้อมอิ่มอร่อยกับมื้อเช้าสดใหม่คุณภาพพรีเมียม

2-All-Inclusive Package
ราคาพิเศษเพียง 15,500 บาท
จัดเต็มความผ่อนคลายแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งห้องพัก อาหารคุณภาพระดับ Fine Dining ครบทุกมื้อ (รวมถึงมื้อเย็นสุดพิเศษ) พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม Wellness และสปาทรีตเมนต์แบบเต็มอิ่ม

ระยะเวลาการจอง: ตั้งแต่วันนี้ – 15 ตุลาคม 2569
ระยะเวลาเข้าพัก: สามารถเข้าพักได้ถึง 20 ธันวาคม 2569

วิธีการรับสิทธิ์: แอด Line OA: @thannwellness
แจ้งโค้ด DTW-toptotravel กับเจ้าหน้าที่เพื่อรับราคาสุดพิเศษนี้ได้ทันที!

โอกาสดี ๆ แบบนี้อย่ารอช้า มาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับที่  THANN Wellness Destination อยุธยาด้วยกันนะคะ 

THANN Wellness Destination Address
ริมแม่น้ำน้อย บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
Contact: 035 910 910

Website: www.thannwellness.com/
Map: https://maps.app.goo.gl/nqeXbCPAGJEyZSUEA

#THANN #THANNSanctuary #THANNWellnessDestination
#THANNThailand #Spa #WellbeingMoment #toptotravel

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย… ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย

ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว#toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
ขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน
ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 

ทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง

เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ

กิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด
ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด

ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านการค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ


ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)

สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช

THAINIQUE
ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)
ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess
….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE# ADVENTURE อย่างประทับใจ ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด การันตีความพิเศษ

ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร (จากกรมการท่องเที่ยว) นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหรา โรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ

ปิดทริปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ นับเป็นการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแสงสีริมน้ำ ความครึกครื้นของสตรีทฟู้ดระดับโลก และการพักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์สัมผัสแสงสีและความมีชีวิตชีวา ยามค่ำคืน ทานอาหารค่ำที่ เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยแสงไฟจากสถานที่สำคัญ ทั้งพระปรางค์วัดอรุณฯ สะพานพระราม 8 และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แสงสีริมน้ำสร้างบรรยากาศคลาสสิก ปนความโรแมนติกได้อย่างลงตัว  ปิดท้ายมื้อค่ำประสบการณ์ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส (Chao Phraya Princess) ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศตระการตาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

เยาวราช  ย่านอาหารที่ไม่เคยหลับไหล (สตรีทฟู้ดเยาวราช)ตะลุยย่านการค้าและอาหารที่ไม่เคยเงียบเหงา กลิ่นหอมของอาหารจานด่วนริมทาง ทั้งก๋วยจั๊บ หมูกรอบ ขนมหวาน และร้านอาหารระดับมิชลิน guide ปลุกความคึกคักตลอดแนวถนน แสงไฟนีออนหลากสีสันและผู้คนที่ขวักไขว่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเยาวราชได้อย่างมีเสน่ห์

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก

โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown) ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดาย

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโครงการ I’m Chinatown ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกรเพียงไม่กี่นาที เดินทางไปสตรีทฟู้ดเยาวรา ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกรมีที่จอดรถ
โทร : 022208999 

รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง

ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต
ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์

สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญ คือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค
ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

กิจกรรม: ชมสาธิตและทดลอง “ตกปู ตักปู มัดปู” ปูทะเลเลี้ยง

กิจกรรม: ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด

10+10 MICE Adventure ลุยน้ำ เลาะป่า ท้าคลื่น ชื่นมื่นเมืองเก่า เที่ยวผจญภัย เส้นทาง ระยอง – พัทยา

ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart เส้นทางที่ 8 ชลบุรี-ระยอง นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route  เติมความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชนและวัฒนธรรมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นลุยน้ำ พายคายัค ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการนันทนาการ จากกรมการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กว่า 3,800 ไร่ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ป่าดึกดำบรรพ์กลางน้ำ”  ลอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณ ตื่นตากับความสวยงาม และ Unseen ไปกับแพหญ้าหนังหมา ผืนหญ้าใหญ่ลอยน้ำที่สามารถไปยืนได้ โดยมี คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง ให้การต้อนรับคณะเดินทาง 

คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง (ตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งรวบรวมพรรณไม้ภาคตะวันออกที่มีความอุดมสมบูรณ์ระดับชาติ บนพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติธรรมดา แต่ยังมีประโยชน์รอบด้านทั้งในเชิงนิเวศ การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน

สัมผัสบรรยากาศสุด Unseen ที่ อุโมงค์เสม็ดโบราณ พายเรือคายัคลอดผ่านซุ้มต้นเสม็ดขาวอายุกว่าร้อยปี สัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านใบไม้สีเขียว ท่ามกลางอากาศร่มรื่น สดชื่น และความเงียบสงบที่ชวนให้ผ่อนคลายสุดๆ 

ค่าเช่าคายัค ชม.ละ 100 บาท นั่งได้ 2-3 คน นะคะ ที่นี่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
ที่นี่….มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ (Recreational Attraction Standard) คือเกณฑ์การประเมินคุณภาพจาก กรมการท่องเที่ยว ที่กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นสำหรับพักผ่อน หย่อนใจ และให้ความรู้ เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก หรือสวนสาธารณะ นอกจากจะมีจุดไฮไลท์ในการพายเรือคายัครอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณแล้ว ยังมีจุดลอดสะพานไม้ ที่ผู้พายเรือคายัคต้องเอนตัวลงนอนเพื่อลอดไปให้ได้ เรียกรอยยิ้มให้แก่ผู้มาผจญภัยเป็นอย่างมาก 

“ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของสวนพฤกษ์ฯ “ เจ้าหน้าที่บอกกับเราตั้งแต่แรกเข้าสู่ภายใน จริงดังว่า ในอดีตที่เคยมาแล้ว เมื่อปีก่อน ระดับน้ำยังไม่ขึ้นขนาดนี้ บางพื้นที่ของสภาพป่าดึกดำบรรพธ์กลางน้ำที่เห็นยังไม่สามารถนำเรือเข้ามาได้ แต่วันนี้นอกจากจะนำเรือเข้ามาได้ บางจุดยังสามารถลุยน้ำเข้าไปชื่นชมได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

หลังจากทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน เจ๊หน่องแซ่บเว่อร์ เป็นการเยี่ยมชมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส โดยขบวนรถพ่วงข้าง ร่วมย้อนเวลาหาอดีตที่ชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส เปลี่ยนโหมดมาเสพงานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เดินเล่นชิลๆ ชมบ้านเรือนโบราณและวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากกรมการท่องเที่ยว 

เที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส (นั่งรถพ่วงข้างย้อนวันวาน) หากกำลังมองหาทริปสโลว์ไลฟ์ที่ได้ทั้งสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมและดื่มด่ำประวัติศาสตร์ การนั่ง รถพ่วงข้างท่องเที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบรรยากาศย้อนยุค ขบวนรถพ่วงข้างจะพาแล่นลัดเลาะไปตามบ้านไม้โบราณริมน้ำ สัมผัสวิถีชีวิตอันเงียบสงบและเป็นกันเองของชาวบ้านในชุมชน

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชมจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของปากน้ำประแส ทั้งศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเรือหลวงประแส (เรือรบปลดประจำการที่ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์) เสน่ห์ท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ และขนมโบราณฝีมือคนในพื้นที่ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกับมุมสวยๆ ตลอดเส้นทาง

ก่อนจะมาสูดโอโซนให้เต็มปอดที่ทุ่งโปรงทอง ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเท้าลัดเลาะสะพานไม้ศึกษาธรรมชาติท่ามกลาง ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทอง สีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา ฮีลใจได้ดีที่สุดและร่วมกันปล่อยปูเพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่ป่าชายเลนตลอดไป 

กิจกรรมเดินเท้าบนสะพานไม้ลัดเลาะ “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลนสุดอันซีนระยองวันนี้มาแวะเช็คอินถ่ายรูปที่ทุ่งโปร่งทอง จ.ระยอง บอกเลยว่าแสงสวยมาก โชคดีที่ไปช่วงแดดออกกำลังดี ทำให้ยอดใบของต้นโปรงทองกระทบกับแสงแดดจนกลายเป็นสีเขียวอมทองอร่ามตาไปทั่วทั้งทุ่ง ตัดกับสีของสะพานไม้เก่าแก่ ให้ฟีลธรรมชาติ

แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะไม่แข็งเกินไป ได้รูปออกมาปังแน่นอน แถมอากาศเดินสบายไม่ร้อนด้วย ใครยังไม่เคยมา แนะนำให้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เดินเล่นรับลม ชมธรรมชาติที่ทุ่งโปร่งทอง ชาร์จพลังให้เต็มที่ 

หลังจากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อน โดยพักกันที่ โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม 

โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน (Bay Beach Resort Jomtien) ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม จากกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงคุณภาพความปลอดภัยและการบริการที่เชื่อถือได้ โดยมีข้อดีและจุดเด่นสำคัญ ดังนี้:มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง ได้รับการตรวจประเมินทั้งด้านระบบความปลอดภัย อาคารสถานที่ ความสะอาด และสุขอนามัยตามเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว ช่วยให้ผู้เข้าพักมั่นใจได้ในคุณภาพทำเลดีติดหาดจอมเทียน ตั้งอยู่ตรงข้ามชายหาด เพียงเดินข้ามถนนก็ถึงหาดจอมเทียน สะดวกต่อการเดินเล่น ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือทำกิจกรรมริมทะเลความสะดวกสบายในการเดินทางและหาของกิน อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ร้านอาหาร ร้านขายยา และใกล้ตลาดประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องฟิตเนส ห้องอาหารที่รองรับบุฟเฟต์เช้าหลากหลาย รวมถึงระเบียงส่วนตัวในห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลหรือวิวเมืองรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม มีห้องพักกว้างขวาง เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางแบบคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก และกลุ่มเพื่อน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้ใช้รถเข็น

วันที่สองของการเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันเหมาะสำหรับการพักผ่อนที่มีสันทนาการหลากรูปแบบ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พาเราไปท้าคลื่นกันด้วยกิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน โดยคุณอมรา วิจิตรหงส์ เจ้าของอมรา วอเตอร์สปอร์ต โรงเรียนสอนกีฬาวินเซิร์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย 

กิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน
เปิดประสบการณ์ทางน้ำสุดชิลและฟินไปกับคลื่นลมทะเลที่ Amara Watersport จุดเช็กอินสายแอคทิวิตี้ริมหาดจอมเทียน-นาจอมเทียน  เรียนรู้ง่าย มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: มือใหม่ไม่ต้องกังวลเพราะมีครูฝึกคอยสอนพื้นฐานการพายและการทรงตัวอย่างใกล้ชิด ทำให้เริ่มต้นพายได้สบายๆ

บรรยากาศสุดชิลล์ ได้ทั้งความชิล ถ่ายรูปสวยเป๊ะปัง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอุปกรณ์และบริการครบครัน ทางร้านเตรียมอุปกรณ์ safety เสื้อชูชีพ และมีสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายไว้รองรับครบถ้วน

ปิดท้ายด้วยการเก็บขยะชายหาด นำมาผลิตเป็นของประดับ เครื่องใช้ เที่ยวแบบฟื้นสร้าง จากขยะที่เก็บจากทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ (ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมริมชายหาดบ้านอำเภอ

แนวคิดเที่ยวแบบฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการรวมกลุ่มทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณชายหาดบ้านอำเภอ

การแปรรูปขยะทะเล โดยการนำขยะพลาสติกและเศษวัสดุที่เก็บได้จากชายหาดมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ณ โรงรีไซเคิลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เพื่อชุบชีวิตขยะให้กลายเป็นของประดับ ของใช้ และของมีค่า เพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure: เป็นหนึ่งในจุดจอดและทำกิจกรรมไฮไลท์ของเส้นทางท่องเที่ยวแนวผจญภัยและอนุรักษ์ (เช่น เส้นทางชลบุรี-ระยอง ของ กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism) ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความสนุกของกิจกรรมทางน้ำ และร่วมทำประโยชน์คืนสู่ธรรมชาติ

กิจกรรม FAM Trip 10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart
จัดโดยกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นมิติใหม่ของการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ให้เข้ากับกลุ่มตลาดไมซ์ (MICE) เพื่อตอบโจทย์คนทำงานและองค์กรรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมแบบเดิมๆ มาสู่การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจความพิเศษไฮไลต์ของกิจกรรมผสาน Work & Play อย่างลงตัวเปลี่ยนกรอบการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรม Team Building ในห้องแอร์เดิมๆ ให้กลายเป็นการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ผจญภัยที่ตื่นเต้นและสร้างความผูกพันในทีม (Team Bonding) เส้นทางท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ครอบคลุมทั้งสายลุย สายธรรมชาติ และสายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่น เส้นทางพิษณุโลก-สุโขทัย (ล่องแก่ง ผจญภัยถ้ำ ปีนผาชุมชน สัมผัสมรดกโลก) หรือเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคี (Networking) เป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 

เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure ที่ใช้งานได้จริงในระดับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และกระจายรายได้: เน้นทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น นำอัตลักษณ์และกิจกรรมผจญภัยในพื้นที่มาสร้างคุณค่าใหม่ ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างมีทิศทาง

#กรมการท่องเที่ยว #DOT #MICEAdventureRoute

ทริปสุดฟิน FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” เชียงใหม่ – ลำพูน

เหนือกว่าที่คิด ลุยกว่าที่เคย เปิดเส้นทาง MICE Adventure เชียงใหม่–ลำพูน กรมการท่องเที่ยว ชวนคนทำงานสายกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ MICE Adventure ณ ชุมชนบ้านสบวิน ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ องค์กร บริษัท และหน่วยงานยุคใหม่ (MICE) ที่ต้องการจัดกิจกรรม Team Building, Outing หรือ Incentive Trip ที่แตกต่าง มีพลัง และคุ้มค่าเงินทุนมากที่สุด

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route ระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2569

FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” หนีงานมาเติมพลังสมองและหัวใจกับทริปสุดมันส์แบบ Slow Life แต่แอดเวนเจอร์สุดๆ สัมผัสความงามของวัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติแบบแนบชิดในสองจังหวัดพี่น้อง เชียงใหม่ – ลำพูน ทริปเดียวที่ครบเครื่องเรื่องเที่ยว กิน และเรียนรู้

เปิดประสบการณ์ด้วยภารกิจพิชิต “พระธาตุศรีเมืองปง” ณ วัดอรัญญาวาส อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ท้าทายความฟิตด้วยการเดินขึ้นบันไดกว่า 900 ขั้น พร้อมชมความโดดเด่นของโลหะปราสาท แห่งที่ 2 ของไทย แห่งที่ 4 ของโลก

มุ่งหน้าสู่ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้และเรือจำลองสัมผัสเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน เพราะหลายคนมักจะนึกถึงที่นี่แค่เรื่องการล่องแพหรือเล่นน้ำกับช้าง แต่ยังมีกิจกรรม การทำของเล่นไม้และเรือจำลอง และเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยการ ล่องแพไม้ไผ่ลำน้ำแม่วาง แวะเล่นน้ำกับช้าง

วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้

ทันทีที่แพเริ่มออกตัว สายน้ำแม่วางที่ไหลเย็นจัดจะค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาทักทายฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า ความรู้สึกเย็นวาบนั้นช่วยปลุกความสดชื่นได้อย่างประหลาด ละอองน้ำกระเซ็นโดนผิวเป็นระยะตามแรงปะทะของแก่งเล็กๆ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา ความรู้สึกตอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบน แพไม้ไผ่ที่พาดเรียงกันเป็นลำ แล้วปล่อยให้มันลอยไปตามกระแสน้ำแม่วาง เป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้กดปุ่มหยุดเวลาให้ชีวิตที่เร่งรีบได้เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะของธรรมชาติ

ไฮไลต์ที่สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ คือกิจกรรมใกล้ชิดกับ “น้องช้าง” ทั้งการอาบน้ำและให้อาหารช้าง เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสความน่ารักของช้างอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศของชุมชนบ้านสบวิน

ความสนุกที่ชุมชนบ้านสบวิน (อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่) ขอยกให้เป็นหนึ่งในพิกัดลุยธรรมชาติที่ สนุก มันส์ และฮีลใจสุดๆ โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดอย่างการ “เล่นน้ำกับน้องช้าง” ท่ามกลางลำน้ำแม่วางที่ไหลเย็นฉ่ำ ยิ่งถ้าได้มาเจอบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าฟินจนไม่อยากกลับบ้าน

จากเชียงใหม่เดินทางต่อสู่จังหวัดลำพูน เปลี่ยนโหมดสู่ Active Adventure ด้วยการปั่นจักรยานชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยว โดยชุมชนตำบลอุโมงค์ เรียนรู้วิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมลงมือทำเมนูสร้างสรรค์อย่าง “ไส้อั่วลำไย”

การชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน คือกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสสวนลำไย GI พันธุ์แท้ เช่น เบี้ยวเขียวและสีชมพู เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และชิมอาหารท้องถิ่นสร้างสรรค์อย่างไส้อั่วลำไย ในบรรยากาศวิถีชุมชนที่อบอุ่น

ช่องทางการติดต่อ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์
โทรศัพท์: 062-324-7951 หรือ 083-766-5150
ติดต่อคุณคณาวุฒิ ติปิน – ประธานชุมชน
Facebook Page: การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์

ปิดท้ายเส้นทางด้วยการ สักการะพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และแวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญชัยและประตูท่านาง หนึ่งในประตูเมืองโบราณที่สะท้อนเรื่องราวของนครหริภุญชัย การไปสักการะพระธาตุหริภุญชัยในวันที่ฝนตก ทำให้บรรยากาศที่สงบ เงียบสงบ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาที่แตกต่างจากวันแดดแรง แม้จะมีความเปียกชื้น แต่ความงดงามอลังการขององค์พระธาตุสีทองอร่ามที่ตัดกับท้องฟ้าครึ้มฝน และประกายหยาดน้ำฝนบนหลังคาวิหารศิลปะล้านนา ก็เป็นภาพจำที่ประทับใจและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนเมืองลำพูน

ก่อนกลับสนามบินเชียงใหม่ ไกด์เล่าถึง ประตูเมืองลำพูน เราต้องย้อนไปถึงอดีตอันรุ่งเรืองของ นครหริภุญชัย เมืองโบราณที่มีผังเมืองอันเป็นเอกลักษณ์รูป หอยสังข์ โดยมี แม่น้ำกวง โอบล้อมเป็นคูเมืองธรรมชาติทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกมีการขุดคูเมืองขึ้นมาเชื่อมต่อกันในอดีตลำพูนมีประตูเมืองหลักอยู่ 5 ประตู ซึ่งแต่ละประตูทำหน้าที่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจซ่อนอยู่เชื่อกันว่าเป็นท่าเรือที่พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ทรงใช้เสด็จประทับเรือเมื่อครั้งเดินทางมาถึงเมืองลำพูน ปัจจุบันกำแพงเมืองโบราณจะเหลือเพียงบางส่วน แต่อิฐเก่าสีส้มที่เรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง ก็ยังคงบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของราชธานีแห่งแรกในภาคเหนือได้อย่างงดงาม แม้ในวันที่สายฝนโปรยปรายลงมา

ก่อนกลับ… มาถ่ายรูปเก็บ “ความสุขร่วมกัน”เมื่อฝนเริ่มซา เม็ดฝนบนใบไม้และโคมไฟล้านนาจะสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกและเหมาะมากสำหรับการบันทึกภาพความทรงจำร่วมกันก่อนจบทริปเมืองลำพูน เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกลับกลับกรุงเทพฯ

10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

ทริปสุดฟิน FAMTRIP Work Hard Play Smart ADVENTURE เชียงใหม่ – ลำพูน
#DOT #กรมการท่องเที่ยว #MICE #เชียงใหม่ #ลำพูน

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure 10+10 MICE Adventure

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัท นำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว

เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง

ปิดท้ายที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

#toptotravel #กรมการท่องเที่ยว
#SoftAdventure # WorkHardxPlaySmart

OMODA C5 EV ครอสโอเวอร์ SUV ไฟฟ้า 100% 

นิยามใหม่…ของสไตล์ในทุกเฉดสีกับ OMODA C5 “SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา” Omoda C5 EV จาก นำเข้าจากจีน เป็น ประกอบในประเทศ มาดูภายในของรุ่น OMODA C5 EV เทคโนโลยีและความสบายที่ทำให้ทุกช่วงเวลาบนรถพิเศษยิ่งขึ้นไปด้วยกัน

Toptotravel มีโอกาสได้ลองขับ Omoda C5 EV ไปยังจังหวัด นครราชสีมา สระยุรี อยุธยา ด้วยอัตราเร่งบนถนน พบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรในเมือง นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไว ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่สมดุล เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ตอยู่จริง 

ห้องโดยสาร ออกแบบห้อง ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหราปรับโฉมอย่างชัดเจน รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบบใหม่ รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ต เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป  

นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบ ADAS 19 ระบบ ความจุแบตเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) ประเมินเบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีอย่างน่าพอใจ เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบาย

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวรถ Omoda C5 EV (Exterior)
Design Concept: มาในแนวคิด “RoboShark” (ฉลามจักรกล) ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ดุดัน และล้ำอนาคตยิ่งขึ้น  

มิติตัวรถ: ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,545 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 145 มิลลิเมตร) ทำให้สัดส่วนดูกว้างขวางและสง่างามขึ้นในทรง SUV Coupe  

จุดเด่นภายนอก: ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า  

2. ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย (Interior & Technology)
Smart Cockpit: ยกระดับความบันเทิงด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ควบคู่กับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย  

ความบันเทิง: จัดเต็มด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY (ลำโพง 8 ตำแหน่ง) และแท่นชาร์จมือถือไร้สายความเร็วสูง 50W  ความสบายระดับพรีเมียม: เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อม ระบบนวดผ่อนคลาย (Massage Seats), ระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Ventilated & Heated Seats) รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรองฝุ่น PM 0.3 และฟังก์ชันเอา
ใจสายไลฟ์สไตล์ เช่น Camping Mode และ Pet Mode  

3. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร  

 อัตราเร่ง: ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.2 วินาที ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่สนุกในเมืองและเร่งแซงมั่นใจบนถนนใหญ่  แบตเตอรี่ & ระยะทาง: แบตเตอรี่ความจุ 50.6 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)  

การชาร์จไฟ:   รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW  รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรง DC สูงสุด 110 kW  (ทำให้ชาร์จไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม)  มีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟฟ้า 3.3 kW ออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้  

4. ระบบความปลอดภัย (Safety Features)
จัดเต็มระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) รวมกว่า 19 ระบบ เช่น:
 ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go)  
 ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / ICA)  ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)  

 กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (รวมภาพแสดงสภาพพื้นใต้ท้องรถ Transparent Chassis) ช่วยให้การจอดและลุยอุปสรรค์ง่ายขึ้นมาก  

ข้อดี (Pros) ของ The New Omoda C5 EV 2026

1. ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น: ทรง SUV Coupe ที่ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ถูกใจคนรุ่นใหม่ และขนาดตัวรถที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น  

2. ออฟชันแน่นเทียบเท่ารถยุโรป: เด่นเรื่องความสบาย ทั้งเบาะนวดไฟฟ้า, ระบบระบายอากาศเบาะ, หน้าจอ 2K ขนาดใหญ่ และชุดเครื่องเสียง SONY ที่ให้เสียงดีเกินราคา

3. สมรรถนะคล่องตัว: พละกำลัง 211 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที ถือว่าขับสนุกเร้าใจ แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม: ให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาครบครันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมกล้อง 540 องศา ที่มีประโยชน์มากในการใช้งานจริง  

5. ความคุ้มค่าและความมั่นใจในการบริการ: ด้วยการเปลี่ยนมาประกอบในประเทศไทย ทำให้สามารถทำราคาได้น่าดึงดูดใจ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่คุ้มค่า (เช่น การรับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมไฟฟ้าแบบ Lifetime Warranty ในช่วงเปิดตัว)

ทดสอบชาร์จ Omoda C5 EV  จาก 40-80 % ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

หลังจากขับมาเป็นระยะทางพอสมควร ทดลองชาร์จ Omoda C5 EV ตาม
สเปครองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 85 กิโลวัตต์ และชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ การทดสอบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดและอากาศร้อน โดยเริ่มชาร์จเมื่อแบทเตอรีเหลือ 48 % และเพิ่มเป็น 80 % ในเวลาประมาณ 15 นาที ได้ระยะทางเพิ่มราว 120 กม. แม้กำลังชาร์จจริงจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลวัตต์ แต่ระยะเวลาที่ใช้ถือว่าไม่นานเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

การทดลองขับ Omoda C5 EV  พบว่ามีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองไว ช่วงล่างเกาะถนนดีและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก

#toptotravel #THENEWOMODAC5EV

อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย!


ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด
เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”
โฉมใหม่ ยกระดับทุกการเดินทาง พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าเดิม

สายเที่ยวเตรียมอัปเกรดทุกการเดินทางให้คุ้มค่ากว่าเดิม เมื่อ ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ต่อยอดความสำเร็จของบัตร Co-Brand ที่ครองใจนักเดินทาง มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเปลี่ยน เป็น AirAsia points เพื่อแลกเที่ยวบินและสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางได้อย่าง คุ้มค่า เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด ได้สานต่อความร่วมมือพร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์บัตร Co-Brand “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สู่ปีที่12 ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและฐานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความสะดวกและความคุ้มค่าเป็นหลัก ดังนั้นบัตรใหม่นี้ จึงไม่ใช่บัตรเครดิตที่ทำหน้าที่เพียงชำระเงิน แต่จะเป็นเครื่องมือเปิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับทุกทริปของการท่องเที่ยว ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าบัตรเดิมอย่างชัดเจน ทั้งการสะสมคะแนนเพื่อใช้แลกเที่ยวบินแอร์เอเชียหรือแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ การผ่อนชำระบัตรโดยสาร 0% รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ในสนามบินและบนเที่ยวบิน โดยครั้งนี้ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้ปรับโฉมหน้าบัตรใหม่ในสไตล์ “Be Unique and Travel On” ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (rPVC หรือ Recycled PVC) ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยที่บัตรยังคงมีความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานเทียบเท่ากับบัตรพลาสติกแบบเดิม ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความยั่งยืนได้พร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งมั่นธุรกิจสีเขียวอย่างแท้จริง

“ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง เป็นอย่างดี จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารและพันธมิตรไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาและยกระดับสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม การสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งาน ทั้งสิทธิประโยชน์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นสูงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคารในทุกครั้ง” นายโชค กล่าว

นางสาวธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไทยแอร์เอเชีย เราไม่ได้เน้นการเติบโตจากจำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวบินเท่านั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่ง “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ด้วยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เรามีลูกค้าที่เดินทางกับแอร์เอเชียแบบประจำมากขึ้น รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้จ่าย การสะสมสิทธิประโยชน์ และการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป ช่วยขับเคลื่อนให้เราเเละลูกค้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย” นางสาวธันย์สิตา กล่าว

นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัว“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ

“นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย” นางสาวแชนนอน กล่าว

“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่

รับคะแนนสะสมง่าย ๆ

• ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”รับ 1 AirAsia points

• รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia

• การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป

ยกระดับทุกการเดินทาง

• บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking

• บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก

• รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท

โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ

• รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท

• ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals

พิเศษยิ่งขึ้น

• เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70)

• โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%

บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ
เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com
เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

Canopy เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ Canopy Bangkok Sukhumvit

แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) ประกาศเปิดรับจองห้องพักแล้ววันนี้ ก่อนเตรียมเปิดประตูต้อนรับนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เอนด์ “แคโนปี” (Canopy) ในฐานะโรงแรมบูทีคระดับไฮเอนด์ ภายใต้เครือโรงแรมฮิลตัน (Hilton) ที่ปักหมุดเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานดีไซน์ที่มีเรื่องราวหลากมิติ เข้ากับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่พิถีพิถัน และพื้นที่สังสรรค์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของย่านสุขุมวิท เพื่อมอบความรู้สึกอบอุ่นดั่งบ้านหลังที่สองให้แก่นักเดินทาง ควบคู่ไปกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ณ จุดหมายปลายทางที่น่าค้นหา

Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ออกแบบโดยสตูดิโอ AvroKO จากนิวยอร์ก หยิบยกแรงบันดาลใจของย่าน “อโศก” หนึ่งในย่านศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิตของกรุงเทพมหานครได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยุคแรกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทอด โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกเพียง 600 เมตร และใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางไปยังร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของโรงแรมที่สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้กับถนนสุขุมวิท กับอาคารแฝดสองตึกที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานลอยฟ้า (Skybridge) เหนือลานกลางแจ้ง (Courtyard) โอบล้อมด้วยความงดงามของสีบรอน์ซอันสะดุดตารอบตัวอาคาร สะท้อนแนวคิด “แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น” อันเป็นหัวใจของ Canopy ที่ดึงเอาเสน่ห์จากท้องถิ่นมาเล่าใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย นอกจากนั้น โรงแรมแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนอันอบอุ่นสำหรับนักเดินทาง และจุดพบปะสังสรรค์อันมีชีวิตชีวา ผ่านงานดีไซน์มีรายละเอียดของเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิง การสอดแทรกกลิ่นอายของอโศก ไปจนถึงการรังสรรคฺพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาภายในโรงแรมอย่างเพลิดเพลิน

สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ดังนี้:

· คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน

· เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม

· กระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด

แพ็กเกจเปิดตัว “Asoke Unlocked” เปิดให้สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป คลิกเพื่อจองห้องพักที่ https://www.hilton.com/en/hotels/bkkthpy-canopy-bangkok-sukhumvit/

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyaiนอนหลับสบาย…ขยายครอบครัว แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ ใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอน

คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ในบทบาทผู้บริหารกิจการโรงแรมผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ นอกจากนี้ คุณประไพพิศ ยังเป็นเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องนอน Homematt แบรนด์ที่นอนอยู่ที่สมุทรปราการ เดิมชื่อ โฮมแมต หลังจากนั้น สามีก็คิดแบรนด์ใหม่ขึ้นมา ชื่อ ลินคอร์น มีโชว์รูมอยู่ที่ CDC ที่นอนเราส่งทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนกิจกรรมการประกวดนางงามมาตลอดสามปีด้วย ที่นอนของเรามีทุกแบบ มีระบบสปริงที่ตอนนี้นิยมใช้ตามโรงแรมต่างๆ พอคเกตสปริงแยกอิสระ เมื่อไม่นานมานี้ เราร่วมกับคุณมะปราง ลูกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำแบรนด์ที่นอนสองแบรนด์สำหรับผู้ป่วยออทิสติกและบุคคลทั่วไป ออกแบบที่นอน ปลอกหมอน โดยร่วมกับกองทุนออทิสติค   

แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเราทุกคน ที่เรามาอยู่เขาใหญ่ เราคิดว่าเรามาพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ น้ำ ป่า ของที่นี่ ทุกอย่างที่เราทำเกิดจากความรัก อยากบ้านหลังนี้ แกรนด์สิริ เป็นบ้านหลังที่สองของลูกค้าที่มาพักของทุกคน วันหนึ่งคิดว่า เมื่อมีค่าใช้จ่าย อยากให้มีรายได้เข้าจึงเริ่มปรับปรุง มีตึกหลังที่ หนึ่ง สอง การเป็นอยู่ของพวกเราจะอยู่ด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัย เราพึ่งพาชาวบ้าน ชาวบ้านพึ่งพาเรา มีกิจกรรมอะไรที่ช่วยได้ ก็จะเข้าไปสนันสนุน หรือของกินของใช้ แกรนด์สิริ รีสอร์ท มีห้อง 70 ห้อง เป็นตึก 2 ตึก และเป็นบ้าน 6 หลัง พื้นที่ 20 ไร่ เรามีสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล สนามฟุตซอล มีสระว่ายน้ำ พื้นที่โดยรอบลูกค้าสามารถขี่จักรยาน กรุ๊ปเคยมีการจัดวิ่งที่นี

แกรนด์สิริ รีสอร์ท กรีนโฮเทล ร่วมกับสถาบัน มีการเก็บคาบอนไดออกไซด์ อาหารที่ลูกค้าทานเหลือเรามีการชั่งกิโลทุกวัน ร่วมมือกับภาคส่วนการท่องเที่ยวด้วย โดยของเราจัดเป็นสามดาว ก็เริ่มทำให้เป็นกรีน ก็ปรับไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ง่ายในการทำแต่เราจะทำให้ดีที่สุดลูกค้ามาได้พักผ่อน ออกกำลังกายและกิจกรรมร่วมกัน ส่วนห้องประชุมสัมมนามีสองห้อง ห้องใหญ่รองรับลูกค้าได้ 200 ท่าน ส่วนห้องเล็ก 20 ถึง 40 ท่าน

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyai จากจุดเริ่มต้น ครอบครัว คิดว่าจะทำแค่ที่พักผ่อนสำหรับเพื่อนๆ และครอบครัว ที่จะมาท่องเที่ยวเขาใหญ่ “หลังจากนั้น เมื่อเปิดใช้บริการ ณ ช่วงนั้นก็จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจ และมีการแนะนำจากเพื่อนๆ ที่เคยมาพัก เข้ามาก็เห็นโลเกชั่นและพื้นที่ไม่ได้ไกลจากเขาใหญ่ ที่นี่มองเห็นทิวเขา มีต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ถูกใจและได้รับความนิยมเพราะห้องพักค่อนข้างหลากหลาย
สิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว เริ่มต้นตอนนี้พนักงาน สินค้าทุกชนิด จะซื้อและสนับสนุนสินค้าของชุมชนอย่างผักออแกนิก ไก่อารมณ์ดี ทางโรงแรม มีการแยกขยะ เริ่มจากการนำจานหลุมมาใช้ จานเดียวสามารถใส่ได้หลายอย่าง ก็จะทำให้ลดการใช้ภาชนะได้มากขึ้น อนาคตคิดว่าจะทำแชมพู สบู่ และน้ำก็ปรับเป็นขวดแก้ว

มาที่เรื่องของแหล่งท่องเที่ยวในเขาใหญ่  ต้องยอมรับว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าโลว์
ซีซั่น แต่จริงๆ แล้ว ในฤดูฝน ที่นี่ฝนตกจะชุ่มฉ่ำ ทิวเขาเขียวขจี ซึ่งสวยงามมาก
มีลมพัดเอื่อยๆ ตลอดทั้งวัน อากาศจะผิดจากกรุงเทพฯ อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน มาสัมผัสความชุ่มชื่นของเขาใหญ่ ที่นี่มีต้นไม้เขียวขจีและอากาศของที่ได้ชื่อว่าเป็นโอโซนธรรมชาติของเขาใหญ่

…หลังจากมีการเปิดให้บริการ ผลตอบรับ กลุ่มลูกค้ารู้สึกว่ามีความพอใจ โดยเฉพาะแบบการเข้าพักเป็น หมู่คณะติดต่อเข้าพักค่อนข้างดี และทางโรงแรม จึงมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติมห้องพักอยู่เรื่อยๆ มีห้องพักแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และเน้นด้านการบริการเป็นหลัก มีการเพิ่มเติมในส่วนของอาคาร หลังจากนั้นเราก็มีการเพิ่มเติมในส่วนของห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น มีห้องดีลักซ์ ห้องแกรนด์ดีลักซ์ ห้องแฟมิลี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายในเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ ประไพพิศ จารุวดีรัตนา และทีมผู้บริหารยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การเปิดกว้างและพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทีมงาน ลูกค้า เสมอมา


นอกเหนือจากการให้บริการอย่างมืออาชีพที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิถีชีวิตของยุคสมัยนี้มีความขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค หรือสื่อต่าง ๆ การท่องเที่ยวและการเลือกที่พัก ต้องสามารถอยู่ในราคาที่จ่ายได้ โดยที่นักท่องเที่ยวมานอนพักแบบให้มี Wifi ห้องมีการดีไซน์ ที่นอนนุ่มๆ มีฟังก์ชันภายในห้องให้ครบ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็พอใจแล้ว เป็นการตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์ของสิ่งที่เขาต้องการสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ฉีกกฏของการเข้าพักที่มีให้เลือกหลากหลาย ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก เน้นกลุ่มครอบครัวและวัยทำงาน

โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ บ้านหลังที่ 2 ของทุกคน ที่พักสไตล์ รร จัดเลี้ยงสัมนา สิ่งสันธนาการ พร้อมสรรพ ในที่นี้ที่เดียวจบ ที่อยู่: 777​ Moo.7 Moo​ si PakChong​, นครราชสีมา 30450 ☎️ 044-300-345 📲 063-749-6868, 063-754-6868 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64ySFuZMSvhJHUxr6?g_st=ipc