Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

Urai Benjarong เครื่องเบญจรงค์มรดกทางปัญญาของไทย

ช่วงสิ้นปีกำลังมาแรงหลายคนเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวไปยังภาคต่างๆในช่วงวันหยุดยาว และเตรียมฉลองปีใหม่ Toptotravel วันเดียวก็เที่ยวสมุทรสาคร กำลังจะพาทุกคนไปรู้จัก Urai Benjarong หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ในอำเภอกระทุ่มแบน สินค้าสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ระดับ 5 ดาว ชุมชนบ้านดอนไก่ดีเป็นหมู่บ้านที่สืบทอดการผลิตเครื่องเบญจรงค์กันมาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันนับเป็นผลงาน OTOP ระดับ 5 ดาว ที่สืบสานมรดกทางปัญญาไทย

คุณป้าอุไร แตงเอี่ยม เป็นประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ในฐานะ
ผู้บุกเบิก จัดตั้งชุมชนแห่งน่าอยู่แก่งนี้ โดย คุณป้าอุไร เจ้าของเรื่องราวกว่าจะเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์ ซึ่งทุกวันนี้ รูปแบบเบญจรงค์ของคุณป้านั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5 แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ เป็นเจ้าของเรื่องราวกว่าจะเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์ทุกวันนี้ รูปแบบเบญจรงค์ของคุณป้านั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5 แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ ส่วนลวดลายที่สร้างชื่อเสียง และได้รับความนิยมให้กับหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี คือ ลวดลายวิถีไทย ลายประเพณีสงกรานต์และลายตลาดน้ำ ซึ่งทางกลุ่มเป็นผู้ริเริ่มทำก่อน จนสร้างชื่อเสียงเรื่องลายให้เป็นที่รู้จักกันส่วนสินค้าจะถูกหรือแพงนั้นก็พิจารณาจากลวดลายในการเขียน ความประณีตของงาน ชนิดของวัสดุที่ใช้ และปริมาณของวัสดุที่ใช้ ส่วนชิ้นงานที่ได้รับรางวัลก็มีมากมายยกตัวอย่าง เช่น เครื่องเบญจรงค์ชุดกาแฟ ชุดแจกัน ชุดโถ ปชุดพริกไทย ชุดโตกใส่อาหารแบบไทยๆ ฯลฯ ผู้ประกอบการ OTOP และการจัดระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์

URAI BENJARONG

ขั้นตอนการผลิตงานเบญจรงค์ดอนไก่ดี ศิลปะชั้นสูงหลากหลาย
ขั้นตอนที่ 1: ปั้นดิน ขึ้นรูปเครื่องเบญจรงค์ และตากให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 2: ชุบน้ำยาเคลือบแล้วนำไปเผา

ขั้นตอนที่ 3: นำเครื่องเบญจรงค์ที่เป็นสีขาวจากเคลือบ นำมาเพื่อมาเขียนลายเส้นสีทอ

ขั้นตอนที่ 4: ลงสีบนเคลือบตามที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 5: วนทองด้วยรูปแบบลวดลายเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์

ขั้นตอนที่ 6: นำเข้าเตาเผาด้วยอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส

ณ.หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี มีร้านเบญจรงค์มากลุ่มอยู่ด้วยกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะเครื่องเบญจรงค์ที่ถูกออกแบบเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ มากมาย

อุไรเบญจรงค์
คุณป้าอุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี และเป็นเจ้าของเรื่องราวกว่าจะเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์ทุกวันนี้ รูปแบบเบญจรงค์ของคุณป้านั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5 แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณี เช่น ลายตลาดน้ำ และการละเล่นสงกรานต์

หนูเล็กเบญจรงค์
จุดเด่นคือ เบญจรงค์พุทธประวัติ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายไม้เลื้อย ลายจักรีและภาพศิลปะที่ใช้เทคนิคการเขียนลายแบบเบญจรงค์ที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้บ้านของคุณป้าหนูเล็กยังเป็นบ้านที่ร่มรื่น น่านั่งพัก

แดงเบญจรงค์
เครื่องเบญจรงค์ที่ถูกออกแบบเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นาฬิกา กรอบรูป พวงกุญแจ และผลิตภัณฑ์สำหรับสปา เป็นต้น นอกจากนี้ภายในบ้านยังมีห้องสรงและห้องเสวยที่สมเด็จพระเทพฯเคยเสด็จมาประทับ

ปานรดาเบญจรงค์
เครื่องเบญจรงค์มากมายแล้วยังมีโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีประสบการณ์และเยี่ยมชมการลงสีของเครื่องเบญจรงค์ได้

นอกเหนือจากเครื่องเบญจรงค์ในขนาดมาตรฐานแล้วก็ยังมีการผลิตเครื่องเบญจรงค์ขนาดจิ๋วออกมาเพื่อเป็นการเอาใจลูกค้าอีกด้วย เครื่องเบญจรงค์ที่นี่จึงได้รับการคัดสรรเป็นสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่หมู่บ้านแห่งนี้นักท่องเที่ยวและลูกค้าที่สนใจสามารถ เลือกชมเลือกซื้อเครื่องเบญจรงค์ได้ ตามบ้านที่เปิดเป็นร้านค้าอยู่ตลอดสองข้างทาง ส่วนใหญ่คุณภาพจะอยู่ในระดับเดียวกันเนื้อดีฝีมือประณีต งานฝีมือพื้นบ้าน หนึ่งในชิ้นงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง คือ เครื่องเบญจรงค์ บ้านดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ในอำเภอกระทุ่มแบน ชุมชนบ้านดอนไก่ดีเป็นหมู่บ้านที่สืบทอดการผลิตเครื่องเบญจรงค์กันมาหลายชั่วอายุคน จนปัจจุบันนับเป็นผลงาน OTOP ระดับ 5 ดาว ที่มีมาตรฐานระดับสากล มีการพัฒนาด้านลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยด้วยสี 5 สี และยังมีการใช้สีที่สวยงามยิ่งขึ้นอย่างเช่น ลายน้ำทอง มีสีทองช่วยเสริมความสวยงามและโดดเด่นของลวดลาย การพัฒนางานเบญจรงค์แพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง จากถ้วยโถโอชามก็มีภาชนะอื่นๆ มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดโฮมสเตย์เป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวที่สนใจงานเบญจรงค์เข้าไปศึกษาวิถีชีวิตและเรียนรู้กระบวนการผลิตของหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี เอกลักษณ์อันโดดเด่นของลวดลายที่ปรากฏอยู่บนเครื่องเบญจรงค์ของที่นี่ กลายมาเป็นจุดดึงดูดที่น่าประทับใจต่อผู้คนที่พบเห็น

การเดินทาง ถ้ามา จาก กทม.ใช้เส้นทางพระรามสอง มาถึงมหาชัย (สมุทรสาคร) เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองมหาชัยพร้อมกับชิดขวาตามป้ายที่บอกทางไปกระทุ่มแบนอ้อมขึ้นสะพานวิ่งตามถนนเศรษฐกิจตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตรจะเห็นป้ายบอกทางไปหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีให้เราเลี้ยวซ้ายแล้ว ตรงไปตามทางอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะเจอหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ร้านคุณอุไร เบญจรงค์
กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
โทร. 0-3447-3480, ‪081-861-4626‬

นครศรีธรรมราช ชวนสัมผัสเสน่ห์อันซีนอ่าวไทยเติมพลังอลังการแห่งพงไพร ในนครแห่งความสุข

เริ่มต้นเดือนตุลาคม นอกจากจะเป็นเดือนที่อากาศกำลังเริ่มเย็นสบายแล้ว ยังทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้มีโอกาสวางแผนการเดินทางในประเทศอีกครั้ง การท่องเที่ยวในครั้งนี้ ขอขอบคุณ คุณสุชาติ ชายมัน ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช พาท่องเที่ยวและออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์
ล่าสายหมอกแดนใต้ ยังทะเลหมอกที่สวยที่สุดในภาคใต้ ขอบคุณที่ให้โอกาสได้เก็บเกี่ยวความทรงจำใหม่ๆ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กับเส้นทางท่องเที่ยวเสริมพลังกาย-ใจ ในนครแห่งความสุข ภายใต้โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร” ชวนคนเมือง เยือนเมืองคอน ดินแดนแห่งการพักผ่อนเติมพลังธรรมชาติ ชู Unseen อัญมณีแห่งอ่าวไทย ขอพรไอ้ไข่วัดเจดีย์ ชมสีสันแห่งผืนป่า ล่าสายหมอกแดนใต้ พบเสน่ห์ท้องถิ่นอันน่าหลงใหล เที่ยวได้ เที่ยวดี สุขทั้งปี

เที่ยวครั้งนี้ สุขสันต์เบิกบานใจที่เมืองคอน “นครศรีธรรมราช” จังหวัดทางภาคใต้ที่มีความความอุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ทะเลและภูเขา เป็นเมืองแห่งธรรมะ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน งดงามด้วยเสน่ห์แห่งวิถีถิ่น พร้อมภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร” ชวนคนเมืองกรุง มุ่งเมืองคอน เพื่อการพักผ่อน เติมพลังกายใจ โดยได้แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแหล่งธรรมชาติอันงดงาม ทั้งทางทะเลและภูเขา ซึ่งกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ความสุขเล็กๆ ที่ต้องมาเยือนพร้อมให้นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ เข้ามาสัมผัสและผ่อนคลายในนครแห่งความสุขกันได้ทั้งปีเยือนเมืองแห่งธรรมะ ในดินแดนแห่งธรรรมชาติ

นายสุชาติ ชายมัน ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช

นำเที่ยวทริปนี้ โดย นายสุชาติ ชายมัน ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช หากพูดถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ใครจะไปเชื่อว่า เส้นทางท่องเที่ยวเสริมพลังกาย-ใจ ในนครแห่งความสุข ภายใต้โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร” เป็นโครงการที่ชวนคนเมืองเพื่อมาเยือนยังเมืองคอน ดินแดนแห่งการพักผ่อนเติมพลังธรรมชาติ เมืองสำหรับการผ่อนคลายที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและน่าหลงใหล เริ่มจากชายหาดที่น่าประทับใจ ทิวทัศน์สวยงามเสน่ห์ท้องถิ่นอันน่าหลงใหล เที่ยวได้เที่ยวดีเที่ยวได้ทั้งปี สุขขี ที่เมืองคอน

เริ่มต้นจาก ท่าน ผอ.สุชาติ ชายมัน เล่าที่มาที่ไปของโครงการ
“กรุงเทพ-มาหา-นคร” ทริปในครั้งนี้ก่อนว่า หน้าหนาว ให้เที่ยวภูเขา แต่สำหรับพวกเราให้มาเที่ยวนครศรีธรรมราช จังหวัดทางภาคใต้ที่มีความความอุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งทะเลและภูเขา อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งธรรมะ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน งดงามด้วยเสน่ห์แห่งวิถีถิ่น พร้อมภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร” เพื่อการพักผ่อน เติมพลังกายใจ โดยได้แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแหล่งธรรมชาติอันงดงาม ทั้งทางทะเลและภูเขา ซึ่งกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ พร้อมให้นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ เข้ามาสัมผัสและผ่อนคลายในนครแห่งความสุขกันได้ทั้งปีเยือนเมืองแห่งธรรมะ ในดินแดนแห่งธรรรมชาติสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนนครสองธรรม แดน “ธรรมะ” และ “ธรรมชาติ” นครศรีธรรมราช คือ การเข้าเที่ยวชมและกราบสักการะพระธาตุเมืองนคร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือ ที่ชาวนครเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดพระธาตุ”

ต่อจากนั้นเราเดินชมบรรยากาศโดยรอบเพื่อไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โบราณสถานสถานอันศักดิ์สิทธิ์ มิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกชน ทั้งหลาย มีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่างหนึ่งจนผู้คนต่างพากันเรียกว่า “พระธาตุไร้เงา” เนื่องจากองค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางไหน จึงกลายเป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์สัญลักษณ์ของจังหวัดผู้ที่เข้ามายังตัวเมืองจะมองเห็นความโดดเด่นของพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัด ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ Unseen สุดไฉไล

ไปต่อที่อัญมณีแห่งอ่าวไทย ชายหาดที่ทอดตัวยาวราว 32 กิโลเมตร ในอาณาบริเวณที่ครอบคลุมอ่าวใหญ่น้อยจำนวน 16 อ่าว คือพื้นที่เหนือสุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช แม้จะเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดของเมืองนครฯ แต่ “ขนอม” ก็เต็มเปี่ยมด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นอยู่ในวิถีถิ่นอันเข้มแข็ง พร้อมด้วยเรื่องราวที่สนใจ แบบที่หาชมที่ไหนไม่ได้ อ.ขนอม อยู่ห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ 100 กิโลเมตร เมืองชายหาดแห่งนี้ยังพาเราออกไปค้นหาความงามของธรรมชาติ และประสบการณ์หนึ่งเดียวที่ไม่สามารถหาชมได้ที่ไหน ​

จะเป็นอย่างไรถ้าเราได้ไปนั่งดูเรือและดูปลาโลมาด้วย กรี๊ดดสิคะ! ใช่ค่ะ
เริ่มต้นจากการออกเรือไปชม “โลมาสีชมพู” ซึ่งพบเห็นได้บริเวณอ่าวเตล็ด เนื่องจากเป็นอ่าวที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางทะเล มีหญ้าทะเล 5 สายพันธุ์ และปลาหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารของโลมา จึงถือเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องย้ายถิ่น

เดินทางต่อด้วยการ แวะสักการะ “รูปหล่อหลวงปู่ทวด” ประดิษฐานบนเกาะนุ้ย พบกับความอัศจรรย์ใจของ “บ่อน้ำจืดกลางทะเล” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นตำนานของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หนึ่งใน Unseen ของเมืองไทย เนื่องจากบนเกาะนี้มีบ่อน้ำจืดที่มีรูปร่างคล้ายกับรอยเท้า สามารถมองเห็นได้ในตอนที่น้ำทะเลลดลง หากเป็นช่วงที่น้ำขึ้นจะถูกน้ำทะเลท่วม มีเรื่องเล่าต่อกันมา

เมื่อครั้งที่หลวงปู่ทวดได้เดินทางด้วยเรือจากสงขลาไปยังกรุงศรีอยุธยา ระหว่างทางเกิดพายุและทำให้เรือขาดแคลนน้ำจืด หลวงพ่อทวดจึงแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการเหยียบน้ำกลางทะเล จนกลายเป็นแอ่งน้ำจืดกลางทะเลให้ลูกเรือได้ดื่ม ขณะที่หลักการทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า บ่อน้ำจืดกลางทะเลแห่งนี้ เป็นช่องเปิดที่เชื่อมต่อกับรอยแตกของชั้นหินใต้ผิวโลกที่ทะลุถึงสายน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาล และเมื่อน้ำทะเลลดต่ำลง น้ำจืดด้านล่างก็สามารถดันน้ำเค็มออกไปได้หมด ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด บ่อน้ำจืดกลางทะเลแห่งนี้ ถือเป็นความน่าอัศจรรย์ใจ ที่พร้อมที่ทุกคนเข้ามาพิสูจน์ ท่ามกลางธรรมชาติของท้องทะเลอันงดงาม

ไม่ไกลจากเกาะนุ้ยนอกและอ่าวเตล็ด มีอีกหนึ่ง Unseen ที่ต้องห้ามพลาด คือ “เขาหินพับผ้า” แนวผาหินที่มีลักษณะเฉพาะตัว ดูแปลกตาและงดงาม ราวกับผลงานทางศิลปะที่ธรรมชาติบรรจงสร้างมา เนื่องจากลักษณะที่คล้ายแผ่นหินเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ซึ่งมาจากการทับถมของตะกอนหินใต้ท้องทะเลมานานกว่า 280 ล้านปี บางจุดสามารถเดินขึ้นไปชมได้ เช่น “เวทีพุ่มพวง” บริเวณชั้นหินที่มีลานกว้างคล้ายเวที ปรากฎให้เห็นในช่วงน้ำลด เป็นบริเวณที่ชาวประมงมักแวะพักหลบคลื่นลม แวะรับประทานอาหาร หรือ พักผ่อนยามออกเรือด้วยลักษณะคล้ายกับผ้าที่พับซ้อนๆ กัน ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาหินพับผ้า” ส่วนชาวต่างประเทศมักเรียกว่า “แพนเค้กร็อค” (Pancake Rock) เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับ Pancake Rock สถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้าน Punakaiki บริเวณเกาะใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศนิวซีแลนด์

ด้วยแรงศรัทธาเสริมพลังใจ “ไอ้ไข่” อ.สิชล
ด้วยความเชื่อความศรัทธา เป็นหนึ่งในแนวทางเสริมพลังใจให้กับมนุษย์ ที่ อ.สิชล หนึ่งในเมืองชายหาดอันงดงามของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ติดกับ อ.ขนอม มีสถานที่อันเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศมีเรื่องเล่าว่า ในอดีตเมื่อครั้งที่หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เดินทางกลับจากกรุงศรีอยุธยา ได้มาปักกรดอยู่ใน อ.สิชล ขณะนั้น มีลูกศิษย์ชื่อ “ไอ้ไข่” เป็นวิญญาณเด็กผู้ชายอายุประมาณ 9-10 ขวบติดตามมาด้วย เมื่อได้พบว่าสถานที่แห่งนี้มีทรัพย์สมบัติและศาสนสถานที่มีความสำคัญ หลวงปู่จึงได้ให้ไอ้ไข่ สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติอยู่ตั้งแต่นั้นมา จวบจนปัจจุบัน คือพื้นที่ของ “วัดเจดีย์” ต.ฉลอง อ.สิชล ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุราวกว่า 1,000 ปี โดยมีการบูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ.2500

เล่าที่มาที่ไป นานๆ จะมีโอกาสได้พักกับเขาสักที เส้นทางท่องเที่ยวสุดชิลล์บนถนนเส้นใหม่ ชื่อว่า “ถนนพลายจำเริญ” ที่เชื่อมต่อระหว่าง อ่าวท้องหยี อ.ขนอม และ บ้านเขาพลายดำ อ. สิชล เส้นทางการท่องเที่ยวเลียชายทะเลอันงดงามของทะเลฝั่งอ่าวไทย ด้วยโค้งเว้าของถนนเลียบภูเขาและทะเล สามารถมองเห็นเกาะสมุย เกาะพะงัน และเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นท้องฟ้าและท้องทะเลมาบรรจบกันได้อย่างน่าประทับใจ สูดอากาศให้เต็มปอด เดินชิวไปชิวมา อากาศดีมากๆ

อลังการกรุงชิง อิงทะเลหมอกแดนใต้
ตื่นแต่เช้า เพราะกลัวพลาดแบบทริปที่แล้วเป็นอะไรที่ฝังใจมาก! ความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่ง “เขา ป่า นา เล” จึงเต็มไปด้วยความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และหนึ่งในความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาที่งดงามอลังการ อยู่ที่ อ.นบพิตำ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ มีจุดชมทะเลหมอกยามเช้าอันแสนสดชื่นและสวยงามไม่แพ้ที่ไหน เช่น “จุดชมทะเลหมอกเขาเหล็ก” ชื่อเรียกตามความเป็นมาในอดีต ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเหมืองแร่เหล็กมาก่อนที่จะปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2512 เขาเหล็กเป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 330 เมตร และมีทะเลหมอกให้ชมเกือบตลอดทั้งปี สามารถมองเห็นวิวตำบลกรุงชิง ที่โอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนแบบสุดลูกหูลูกตา

วัดภูเขาเหล็ก
ที่ตั้งอยู่ใน หมู่ 2 บ้านเขาเหล็ก อ.นบพิตำ เป็นวัดที่มีพระอุโบสถที่มีความสวยงาม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง มีพญานาคสีทองอร่ามอยู่ระหว่างทางเข้าอุโบสถ รวมถึงภายในวัดยังมีเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่กลางน้ำ อีกทั้งภายในวัดยังพบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าอยู่ภายในถ้ำพระบาท นับเป็นวัดที่งดงามและเงียบสงบ ด้วยความร่มรื่น ร่มเย็น เหมาะแก่การไปเที่ยวชมหรือการปฏิบัติธรรมวิถีรักษ์คลองกลาย สุขใจกับผ้ามัดย้อมธรรมชาติ

วิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามทำเลอาศัย แต่ก็มีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน คือการอนุรักษ์วิถีถิ่นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางภูมิปัญญา พร้อมด้วยการรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์สืบไปสายน้ำคลองกลาย ใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ มีต้นกำเนิดมาจากต้นน้ำบนผืนป่ากรุงชิง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวงและอุทยานแห่ง
ชาติเขานัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากอีกผืนหนึ่งของประเทศไทย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีใจรักในการผจญภัยและศึกษาธรรมชาติ

นอกจากนั้น ใน อ.นบพิตำ ยังมีจุดท่องเที่ยว เช่น “บ่อน้ำพุร้อน” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่ตัว แช่เท้า หรือ ทำสปา หรือ “ชุมชนบ้านหมอนมด” ต.นบพิตำ ซึ่งมีคลองหมอนมดเป็นสายน้ำที่แยกจาก คลองกลาย ชุมชนเข้มแข็งที่รวมตัวกันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต้นน้ำกลาย เพื่อนำผักและผลไม้มาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เช่น การทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ สบู่ผักเขลียง สบู่กล้วยหอม รวมทั้งการทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ เช่น มังคุด ต้นกระพ้อ และ ใบเขลียง (หรือใบเหลียง) นำมาสกัดเป็นสีธรรมชาติที่ใช้ย้อมผ้า เกิดเป็นเอกลักษณ์อันสวยงาม พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชม พร้อมโชว์ฝีมือการมัดย้อมด้วยตัวเอง

นอกจากนั้นยังมีบริการโฮมสเตย์ ซึ่งถือเป็น “ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน”
ตั้งอยู่ริมสายน้ำคลองกลายอันแสนสดชื่น หากติดต่อมาล่วงหน้าก็จะได้ชิมอาหารท้องถิ่นฝีมือของชาวบ้าน เช่น ขนมจีนที่มีน้ำยาถึง 4 ชนิด คือ น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำแกงไตปลา และ น้ำยาพริก พร้อมสารพัดผักที่มาแบบจัดเต็ม จนต้องบอกว่า “หรอยจังหู” อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ เติมสุขภาพดีๆ ในบรรยากาศอันแสนสดชื่นนครแห่งความสุขแห่งนี้ไม่ว่าวันไหน หรือ ฤดูกาลใด นครศรีธรรมราช ยังคงเป็นดินแดนแห่งความผ่อนคลาย พร้อมเติมพลังทั้งกายและใจ ให้กับผู้ที่มาเยือน โดยเฉพาะคนในสังคมเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลพิษและความรีบเร่ง

สุดท้ายนี้ เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาทริปสุดพิเศษ โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร” จึงขอเป็นหนึ่งในกิจกรรมเสริมพลังแห่งชีวิตด้วยการท่องเที่ยวอันหลากหลายมุมมองของเมืองนคร ที่ได้ชื่อว่า “นครแห่งความสุข” ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านด้วยไมตรีจิต

รายละเอียดการติดต่อ
ท่องเที่ยวชุมชน -ชุมชนท่องเที่ยวอ่าวเตล็ด อ.ขนอม

โทร 098-4683842

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต้นน้ำกลาย อ.นบพิตำ
โทร. 084746 7733

เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท เปิดตัวเครื่องใหม่ 2019

ใหญ่ อลังการ กว่าเดิม อีกหนึ่งบรรยากาศที่ชวนให้คุณมาสัมผัส

Lake Heaven Resort จัดหนัก จัดเต็ม ไม่เหมือนใคร สวรรค์กลางผืนน้ำกว้างใหญ่ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้งและชอบสนุกสนานกับกิจกรรมทางน้ำนานาชนิด New Rainbow Set Water Fun Park เครื่องเล่นใหม่ชุดใหม่ ขนาดใหญ่ กว่า 20 ชนิดที่เดียวที่มีการออกแบบและสั่งทำเป็นพิเศษ ไม่เหมือนใคร

เลคเฮฟเว่น รีสอร์ท รีสอร์ทแห่ง สายน้ำและขุนเขา ที่สามารถอยู่บนที่นอนที่นุ้มสบาย มองเห็น ผิวน้ำ ขุนเขา ท้องฟ้า เบื้องหน้าให้ฟินในบรรยากาศ รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ให้ท่านได้คลายความเหงา กระตุ้นต่อมต่างๆ ในร่างกาย ให้มีพลังขึ้นมาอีกครั้ง และในยามค่ำคืน ได้นั่งชมบรรยากาศสบายๆของการนั่งทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ งมีวิวภูเขาที่สวยงามล้อมรอบที่พัก

ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Function Group

ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Function Group จัดงาน Thank Press 2019 ในวันพุธที่ 25 กันยายน 2562 ที่ เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท
เปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ 2019 กว่า 20 ชิ้น โดยเครื่องเล่น ครั้งนี้มีความพิเศษ ในแบบเฉพาะ สั่งทำมาเฉพาะ ไม่เหมือนใคร ด้วยขนาดของเครื่องเล่น
มีความใหญ่อลังการเป็นพิเศษ และเครื่องเล่น ที่มีแตกต่าง ที่สีสัน และรูปทรง ที่ออกแบบมาให้มีความตื่นเต้น ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสมัยใหม่ที่ชอบกิจกรรมทางน้ำและรักการถ่ายภาพ เครื่องเล่นแต่ละชิ้นมีความสวยงาม เหมาะกับการถ่าย Selfie กับเครื่องเล่น ด้วยวิวที่สวยงาม
ของเขื่อนศรีนครินทร์ บรรยากาศของท้องฟ้าและภูเขา ผสมกับห้องพัก
บนน้ำสีขาว และเครื่องเล่นทำให้ เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท เป็นที่ท่องเที่ยวยอเนิยมของทุกครอบครัว กลุ่มเพื่อน ที่มา จ.กาญจนบุรี

ชีวิตผูกพันกับน้ำมาตั้งแต่เด็ก ชอบทำกิจกรรมทางน้ำทุกชนิด หลังจากที่เรียนจบจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ลาดกระบัง ชีวิตผมอยู่กับน้ำและผูกพันกับน้ำมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ”

นั่นคือจุดเริ่มต้น ของการทำธุรกิจ ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานกรรมการบริหารในเครือฟังก์ชั่นกรุ๊ป หนุ่มผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำ จนทำให้พบกับควาสำเร็จ
ในธุรกิจเครื่องกรองน้ำและระบบน้ำแบบครบวงจร (All Solutions of Water) ระดับแนวหน้าของประเทศ และยังเป็นเจ้าของ เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท

ซึ่งธุรกิจของ Function Group มีความหลากหลายทั้งดังนี้

1.บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำเนินธุรกิจ นำเข้าสินค้าและจัดจำหน่ายเครื่องกรองน้ำและอุปกรณ์อะไหล่สำหรับเครื่องกรองน้ำดื่ม

2.บริษัท ฟังก์ชั่นมารีน จำกัด ดำเนินธุรกิจ นำเข้า-จำหน่าย เรือประเภทเรือสำราญ เรือคายัค ทุ่นลอยน้ำ เจ็ตสกี

3.บริษัท ศรีชงโค จำกัด ซึ่งมีรีสอร์ทในเครือ ทั้งหมด 3 ที่

1.เฮฟเว่น แคว รีสอร์ท อยู่ อ.ไทรโยค เป็นรีสอร์ทสไตล์ Adventure แห่งแรกของ อ.ไทรโยค

  1. เฮฟเว่น เบย์ รีสอร์ท ที่พักสไตล์ ใกล้ชิดติดธรรมชาติ ท่ามกลางเขื่อนศรีนครินทร์
  2. เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท มัลดีฟเมืองไทย ไฮไลท์สำคัญ ที่เรามาสัมผัสกันครั้งนี้ และส่งท้ายปีกับกิจกรรมพิเศษ ตลอดเดือนธันวาคม การแสดงม่านน้ำ เทศกาลโคมไฟ และการแสดง 3 D Mapping

Lake Heaven Resort
241 หมู่ที่ 5 ตำบล ท่ากระดาน อำเภอ ศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี 71250
ราคาห้องพักเริ่มต้น 3,000 บาท
FB : https://www.facebook.com/LakeHeavenResort/

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @lakeheaven
หรือ : https://bit.ly/2VWEdL6
โทร : 084-387-6796 , 092-253-6870 , 087-026-1144
Website : www.lakeheaven.com

#LakeHeavenResort #เลคเฮฟเว่น #มัลดีฟเมืองไทย #เขื่อนศรีนครินทร์ #กาญจนบุรี#เลคเฮฟเว่น รีสอร์ท #เฮฟเว่นเบย์รีสอร์ท #เฮฟเว่นแควรีสอร์ท

โอเอซิส บ้านแสนดอย สปารีสอร์ท OASIS BAAN SAEN DOI SPA

ทริปนี้มีโอกาสกลับมาเชียงใหม่อีกครั้งในรอบหนึ่งปี เอาจริง….เชียงใหม่สำหรับ Toptotravel เป็นอีกหนึ่งจ้งหวัดที่มากี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ หลงรักความช้าๆ เรื่อยๆ เอื่อยๆ ของเมืองนี้ ยิ่งได้มากับเพื่อนที่รู้ใจยิ่งดีงาม เริ่มต้นทริปที่เชียงใหม่ด้วยการชมแสงแรกพร้อมอาหารเช้าสบาย เชียงใหม่ เมืองในฝัน ของใครหลายคนที่อยากไปสัมผัสช่วงเวลาดีๆ บรรยากาศของเมืองในหุบเขาสงบสบายมาเก็บเกี่ยวความสุขกันให้เต็มที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทำสปากันหน่อยมั้ย?

ทริปนี้พกตากล้องส่วนตัวมาด้วย Toptotravel มีจุดถ่ายรูปเด็ดๆ เยอะมากชวนมาสูดความสดชื่นของสายน้ำและธรรมชาติสีเขียว ที่ โอเอซีส บ้านแสนดอยสปารีสอร์ท โรงแรมในเครือโอเอซิสสปา อาคารทรงล้านนาประยุกต์ เป็นต้นแบบของวัฒนธรรมล้านนาผสมผสานสวยงามของวัฒนธรรมชนเผ่าที่หลากหลายสะท้อนผ่านการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยผ้าทอมือ เครื่องเงิน และแผ่นทองแดง ได้รับการตกแต่งด้วยงานศิลป์และศิลปวัตถุของแท้ พร้อมผ่อนคลายไปกับที่พักเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่รู้สึกเครียด เหน็ดเหนื่อยจากเรื่องต่างๆ อาจจะกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ให้ลืมเรื่องเครียดๆ เพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนบริการด้วยโปรแกรมทรีตเม้นท์มากมาย เน้นกินนอนพักเหนื่อยผ่อนคลาย จะได้มีแรงกลับไปสู้กับงานใหม่อย่างสดใส ให้ได้ใช้เวลาผ่อนคลายสวยงามให้อารมณ์แตกต่างกันไป

แบรนด์ลักชัวรี่ของ เดอะ โอเอซิส สปา สถานที่ตั้งของ “บ้านแสนดอย”
อยู่ในหมู่บ้าน เป็นโครงการบ้านในฝัน 2 ห่างจาก สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แม่ริม เพียง 2 กิโลเมตร ตกแต่งสวยงามทั้งภายนอกและภายในสไตล์ล้านนา หรูหรามีระดับ มาพร้อมกับการบริการที่ประทับใจของพนักงาน เหมาะสำหรับการเข้าพักในช่วงวันหยุดพักผ่อน และช่วงวันที่ต้องการความพิเศษ มาชาร์จแบตให้ร่างกายหายเหนื่อย ที่ Oasis Luxury
บ้านแสนดอย บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ผ่อนคลายกับสปารีสอร์ทสุดสบายบนเนินเขา เงียบสงบและดีไซน์สุดเก๋ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกได้ผ่อนคลายไปกับสปา ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งทรีตเมนต์แบบเฉพาะของที่นี่ นวดแผนไทย หรือเล่นโยคะท่ามกลางธรรมชาติสดชื่น ที่ช่วยให้จิตใจสงบเต็มอิ่มกับการพักผ่อน ให้การพักผ่อนเต็มไปด้วยความสปา ที่
สปารีสอร์ทแห่งนี้

ลองมาสัมผัสบรรยากาศที่ โอเอซิส บ้านแสนดอย สปารีสอร์ท สำหรับโซนของสถานที่การพักผ่อน ห้องพักแบ่งออกเป็น 2 อาคาร คือ อาคารแรกตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามีด้วยกัน 2 ชั้น ประกอบไปด้วย ส่วนของรีเซ็ปชั่น ห้องพัก และห้องอาหาร อีกหนึ่งอาคารตั้งอยู่อีกฝากไม่ไกลบริเวณวงเวียนของหมู่บ้านในฝัน2 ซึ่งเป็นทั้งที่พักและสปา โดยมีการแบ่งแยกประเภทให้เลือกตามความเหมาะสมของผู้เข้าพัก


รีสอร์ทสไตล์ Luxury ตกแต่งสไตล์ล้านนาในบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัวที่มีเพียง 11 ห้อง

ห้อง “DELUXE ROOM” ห้องพักสวยงามให้อารมณ์ที่อบอุ่น ภายในคุมโทนด้วยสีขาวสะอาดตา ประดับประดาด้วยของตกแต่งของชาวเขา พร้อมด้วยวิวสวยทรอปิคอลบริเวณระเบียงส่วนตัว และห้องน้ำที่กว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ห้องน้ำแยกส่วนแห้ง ส่วนเปียก

ห้อง “คอเนอร์สวีท” เป็นห้องที่มีพื้นที่การใช้งาน 70 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คนรักการเที่ยวภูเขาน่าจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากเลย

ห้อง “LUXURY CORNER” สไตล์ล้านนาดั้งเดิม พร้อมด้วยศิลปะ ชนเผ่าดั้งเดิมของเชียงใหม่ ด้วยตัวห้องดูแล้วหรูหรา แบบหนึ่งนอน เตียงนอนระดับคิงไซส์

ห้อง “GRAND SUITE” ห้องนี้จะอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้านแสนดอย มีขนาดห้องที่กว้างขวาง มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนห้องพักประเภทอื่น ๆ คือ มีระเบียงศาลาแบบไทย มาพร้อมด้วยมุมมองของสวนและและวิวของดอยอินทนนท์

ห้อง “CORNER SUITE POOLSIDE” ห้องที่มีขนาดพื้นที่การใช้สอยกว้างขวาง เพดานสูง ตกแต่งสวยงามสไตล์ล้านน ตกแต่งด้วยคอลเลกชั่นชิ้นงานศิลปะของชนเผ่า มาพร้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

ลักซ์ชัวรีสวีทริมสระว่ายน้ำ (Luxury Suite Poolside)
Toptotravel พักห้องพูลวิลล่าที่ดีที่สุดของบ้านแสนดอย “CORNER SUITE POOLSIDE” สัมผัสที่มาของความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างดี ห้องนอนที่กว้างขวาง เพดานสูง ระเบียงที่เหยียดยาว และพื้นที่เหลือเฟือ รวมกันกลายเป็นสวรรค์ส่วนตัวแบบย่อม ๆ ขนาดพื้นที่การใช้สอยกว้างขวาง ตกแต่งสวยงามสไตล์ล้านนาและคอลเลกชั่นชิ้นงานศิลปะของชนเผ่า
มาพร้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีฝักอาบน้ำและจากุซซี่ ระเบียงส่วนตัวขนาดกว้าง ห้องน้ำที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบ สามารถมองเห็นวิวของสระน้ำ เดินไปยังสระว่ายน้ำนิดเดียว ชอบบรรยากาศเงียบสงบ ห้องพูลวิลล่าที่ดีที่สุดของบ้านแสนดอย
มีความหรูหรา และความเป็นส่วนตัวสูง

โซนที่ Toptotravel เข้าพักประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน ตกแต่งภายในด้วยศิลปะชาวเผ่า ที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ เพียงพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ จากุซซี่ขนาดใหญ่ ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง และสระว่ายน้ำส่วนตัว เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สำหรับท่านใดที่ขับรถเดินทางด้วยตัวเอง สามารถจอดรถที่ด้านหน้าที่พัก

บริเวณโดยรอบที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงสโมสรสระว่ายน้ำกลางของหมู่บ้าน ครบครันในส่วนห้องนอนก็กว้างขวาง เดินทางสะดวก ห่างจากตัวเมืองไม่มาก ใช้เวลาขับรถเพียง 10 นาที ก็ถึงคูเมืองเชียงใหม่

สปา
ในส่วนของ OASIS SPA มอบประสบการณ์พิเศษคุณภาพเยี่ยมที่มุ่งเน้น
ไปยังการดูแลแบบส่วนตัว การมีส่วนร่วมของทุกประสาทสัมผัสผลลัพธ์สุดพิเศษ แต่ละทรีตเมนต์รวมเอาความหรูหราร่วมสมัยเข้ากับแผนการรักษาแบบโบราณ เพื่อยกระดับความสมดุลของร่างกาย



สถานที่ตั้ง :199/135 หมู่ 3 (บ้านในฝัน 2) ถนนชลประทาน
ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100
เบอร์โทรศัพท์ : 053 920 199
โทรสาร : 053 920 198
อีเมล์ : cs@oasisluxury.net
เว็บไซต์ : www.oasisluxury.net
เฟสบุ๊ค : www.facebook.com/oasisluxury
https://www.oasisluxury.net/

NIPPON HAKU BANGKOK 2019 ครั้งที่ 5

มหกรรมเพื่อคนรักญี่ปุ่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย NIPPON HAKU BANGKOK 2019 ครั้งที่ 5 ณ สยามพารากอน เจเอ็ดดูเคชั่น สถาบันสอนภาษาและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น เปิดงานมหกรรมเพื่อคน
รักญี่ปุ่นครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกครั้ง กับงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2019” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 เป็นงานที่รวบรวมทุกเรื่องของความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ในงานเดียว พร้อมให้คนรักญี่ปุ่นได้สัมผัสกับความ
เป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

มร.ทากุโอะ ฮาเซกาวะ (Mr.Takuo Hasegawa) ประธานจัดงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2019” เปิดเผยว่า จากการจัดงานที่ผ่านมา ทั้งในชื่อ “JAPAN EXPO IN THAILAND” และ “NIPPON HAKU BANGKOK”
รวมเวลากว่า 5 ปี เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ คำแนะนำ คำติชม จากผู้เข้าร่วมงาน มาปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้งานที่กำลังจะเกิดขึ้น ตอบโจทย์ตรงความต้องการ พร้อมสร้างความสุขและความสนุกสนาน ให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมงานของเราอย่างเต็มที่ และไม่ว่าจะครั้งไหน เราก็จะยังคงจัดงานด้วยเชื่อมั่นแบบเดิม นิปปอนฮาคุอยากให้ทุกคนมาพบประสบการณ์ใหม่ๆ ค้นหาความเป็นญี่ปุ่นในมุมมองหลากหลาย เราอยากเป็นสะพานเชื่อมต่อประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น อยากให้คนไทยที่ชอบอะไรบางอย่างในญี่ปุ่น ได้รู้จักญี่ปุ่นในมุมต่างๆ มากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอด เป็นไอเดีย เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในชีวิต สำหรับงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2019” ในปีนี้ เราขนทัพความสนุก ความสุขมาไว้ที่งานให้ทุกคน ได้สัมผัสแบบครบรสส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ให้คนไทยที่รักญี่ปุ่นได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดครบทุกมิติ โดยแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ดังนี้ Education Zone, Job Zone, Travel Zone, Shopping Zone, Workshop Zone, Art Zone, Entertainment Zone และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานในปีนี้ที่พลาดไม่ได้กับโซน Olympic and Paralympic Games Tokyo 2020

โดยบรรยากาศในพิธีเปิดงานนั้น เต็มไปด้วยแสง สีเสียง สุดอลังการ เริ่มจากการแสดงการร่ายรำแบบโบราณของศิลปินญี่ปุ่น “Yamatomai” และการแสดงโชว์วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นจาก “Experience Tohoku Festival” ต่อด้วยโชว์พิเศษจากตัวแทนศิลปินไทยที่ดังไกลถึงญี่ปุ่นอย่าง “แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข” โชว์เพลง “วาดฝัน” ซึ่งเป็นเพลงประจำงาน NIPPON HAKU BANGKOK และไฮไลท์การแสดงพิธีเปิดงานสุดยิ่งใหญ่กับขบวนพาเหรดรวมพลังจากตัวแทนผู้จัดงาน นำทีมโดยทีมไทย แสตมป์-
อภิวัชร์ และนักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นทั่วไทย 17 สถาบัน ส่วนทีมญี่ปุ่น นำโดยคุมะมง ทูตการท่องเที่ยวจากจังหวัดคุมาโมโต้ พร้อมด้วยตัวแทนศิลปินญี่ปุ่นที่เข้าร่วมงาน อาทิ Yuru และ 2o Love to sweet bullet สร้างความประทับใจให้กับผู้มารอชม ก่อนจะเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการโดย ทากุโอะ ฮาเซกาวา ประธานกรรมการ บริษัท ไลท์เฮ้าท์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด ผู้บริหารสถาบันสอนภาษาและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น พิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ และคุณชิเกคิ โคบายาชิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอก
อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย

ต่อด้วยกิจกรรมไฮไลท์ในช่วงบ่ายกับการเสวนาสร้างแรงบันดาลใจ โดยศิลปินและนักวิ่งชื่อดัง ตูน บอดี้สแลม ที่มาพร้อมกับทีม “ก้าวคนละก้าว” ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง และแพทย์หญิง สมิตดา สังขะโพธิ์ หรือหมอเมย์ โดยได้รับความสนใจจากน้องๆนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่มาร่วมงาน เข้าร่วมฟังจนแน่นฮอลล์ หลังจบการเสวนา ตูน บอดี้สแลม ก็ไปร่วมกิจกรรมที่บูธ Olympic and Paralympic Games Tokyo 2020 ทดลองเล่นกีฬา Boccia ประชันฝีมือกับนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนที่มาชม บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมเขียนข้อความให้เต็มต้นซากุระถึงนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิก
ในครั้งนี้ ก่อนจะปิดงานไปด้วยโชว์พิเศษจากศิลปิน 2o Love to Sweet Bullet วงเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่นชื่อดังที่บินตรงมาเพื่องานนี้งานเดียว!!

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Fanpage: NIPPON HAKU BANGKOK

อันยองฮาเซโย 안녕하세요

มาเติมความรักกันให้เต็มที่ ที่ให้ความรู้สึกโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก ไปเที่ยวชมดอกไม้สวยๆ กับที่พักสุดหรูโรแมนติก

อ่านรีวิวคนอื่นมานักต่อนักแล้ว คราวนี้ขอรีวิวของตัวเองบ้าง เป็นครั้งแรกของเรากับการได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ (ปกติไปแบบต่างคนต่างไป) ขอเริ่มด้วย เกาะเชจูทริปนี้ มาพร้อมกันที สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาเตอร์JEJU AIR (BOEING 737-800) สายการบินเจจู เป็นสายการบินชั้นนําที่พัฒนา ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยการปรับปรุงราคาให้มีความยุติธรรมแก่ลูกค้า

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ไปคะ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า การเดินทางของ toptotravel 4 วัน 2 คืน กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับทริปต่างประเทศที่เกาะทริปสั้นๆ เกาะเชจู เกาะที่สำคัญมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของเกาหลีใต้ พื้นใหญ่ส่วนใหญ่ครอบคลุมเกาะเชจูเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดช็อลลาใต้ ยังเป็นโลเคชั่นที่ถ่ายทำซีรีย์ดังๆ หลายเรื่อง มาเที่ยวเกาะแห่งนี้ รับรองว่าได้เจอความรักและความโรแมนติก

Toptotravel ทริปเดินทางด้วยสายการบิน Jeju Air นั่ง 5 ชม. ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) ไม่ต้องไปต่อเครื่อง เลือกเดินทางมาช่วงเดือน สิงหาคม 2562 คงไม่ต้องบอกนะว่าอากาศ ร้อนแค่ไหน ลืมบอกท่าอากาศยานที่เรามาครั้งนี้ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาหลีใต้รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน

เกาะเชจู จัดเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดฮิตของคนเกาหลี ใครคิดใส่กางเกงขายาวมาเปลี่ยนได้เลย ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทริปนี้ไปไหนกันมาบ้าง Tototravel เริ่มต้นที่สนามบิน สุวรรณภูมิราวๆ เที่ยงคืน เพื่อรอขึ้นเครื่องในเวลาตี 2 กว่าๆ พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง ก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ไม่นานแสงยามเช้าก็ส่องเข้ามากระทบตาถึงแล้วเกาะเชจู

ไม่นานนักมาถึงเกาะเชจู ที่เกาหลีใต้ เหมาะกับการมาเที่ยวกับบริษัททัวร์มาด้วยราคาและค่าเดินทาง รวมค่าอาหาร ค่าบริการนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ รวมอยู่แล้ว เกาะเชจูเหมาะกับการซื้อทัวร์มาเที่ยวมากกว่าการแบกเป้มาเที่ยว
ด้วยตนเอง ด้วยราคาสุดประหยัด

ระหว่างเครื่องลง ลองหยิบหนังสือต่างๆที่ทาง JEJU AIR ใส่ไว้ตรงหน้าที่นั่ง ขึ้นมาดูข้อมูลต่างๆ ของเยอะเลยคะ ใครอยากซื้อตั๋วเข้าที่เที่ยว ในราคาพิเศษสามารถเรียกแอร์ได้เลย

ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ Topototravel ใช้วิธีซื้อทัวร์ดีดี อาหารการกินในทัวร์รวมทุกมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บอกแล้วไงคะว่ามากับทัวร์ คือดีจบครบทุกอย่าง จองจากงานท่องเที่ยว และเลือกโปรแกรมจากอินเตอร์เน็ต ระบุวันเดินทาง พร้อมชำระเงิน จากนั้นได้ใบ booking มา ทีมทัวร์ส่งเอกสารนัดหมายการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่สนามบิน
มีเจ้าหน้าที่ ไกด์ รถบัส ต้อนรับให้บริการเต็มรูปแบบ อยากให้ทุกท่านไปสัมผัสความสวยงามของเกาะเชจู ด้วยตาของท่านเองนะคะ

จุดหมายแรก รถบัสมารับแล้วหิวคะ ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน คือ การไปกินข้าว เพราะตอนนี้ท้องร้อง มาทานอาหารกันที่ ชิมอาหารพื้นเมือง และเริ่มท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่เราเลือกไว้ โดยมีไกด์สาวสวย คุณแพรวา ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำตลอดทริปการเดินทาง เริ่มไปชมสถานที่ท่องเที่ยวได้เลยคะ

Camellia Hill
สวนดอก Camellia หรือ ทงแบ็ก(동백) ในภาษาเกาหลี เป็นสวนพฤกษชาติที่มีดอกคาเมเลียประมาณ 6000 ต้น มากกว่า 500 สายพันธุ์ ปลูกอยู่ในสวน ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ซึ่งจะแข่งกันชูช่ออวดโฉมกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ถ้าใครมา
ที่เกาะเชจูในฤดูหนาว จะเห็นดอกทงแบ็กบานอยู่เต็มไปหมด

Jeju Hello Kitty Island
ที่นี่จัดการแสดงเรื่องราว Hello Kitty หรือพูดง่ายๆว่า ทั้งตึกนั้นเป็น “คิตตี้” เมื่อเราซื้อตั๋วแล้ว จะมี แผนผังนำเที่ยวให้เรา ภายในร้านจะเป็น แนวสีสันสวยสดใส แต่จะเน้น Kitty ป็นสวนสนุกที่ตกแต่งด้วยรูปแบบ Kitty ทั้งหมด โดยจุดท่องเที่ยวหลักๆ คือ Movie Hello Kitty 4D ด้านในมี 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีขนาดพื้นที่ใหญ่ มีกิจกรรมให้ได้สนุกสนานเพลิดเพลินสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญคือมีคาเฟ่ที่ชื่อ Hello Kitty Cafe นั่งชิลล์กับกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ กับขนมหวานในธีมฮัลโหลคิตตี้ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคิตตี้กับโลกสีชมพูหวานแหวว

O’Sulloc Green Tea Farm And Museum ไร่ชาโอซุลลอค
ดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติทําให้เป็นที่ปลูกชาเขียวคุณภาพสูงของเกาะเชจู นอกจากจะได้ชมวิวไร่ชาเขียวสวยๆ ความน่าสนใจของที่นี่เริ่มจากโครงสร้างตึกที่มองดูคล้ายๆ ถ้วยชาวางอยู่ตรงกลาง

โดยมีทุ่งชาเขียว โอบล้อมเอาไว้ เรียกว่าเป็นการออกแบบที่เก๋มาก ด้านในพิพิธภัณฑ์ก็มีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมการชงชาของเกาหลี ขนมและเครื่องดื่ม ดื่มชาเขียวทั้งแบบร้อนและเย็น ไอติม แน่นอนว่าทุกเมนูทำจากชาเขียวคุณภาพระดับพรีเมียมจากไร่ เป็นสวรรค์ของคนรักชาเขียว ที่นี่ก็น่าทานมากถามว่าคุ้มค่าไหม สำหรับร้านนี้บอกเลย ถ้าใครชอบถ่ายรูป ชอบมุมชิวๆ ร้านนี้ ต้องมา เลยคะ คาเฟ่น่านั่งมากค่ะ คือบรรยากาศดี ปิดท้าย ด้วย…ไอติมชาเขียวของที่นี่นะมันดีมาก เรียกว่าเป็นร้านยอดฮิตของคนเกาหลีเลย

ที่เกาะเชจูจะเจอหินคุณปู่ได้ตามสถานที่และข้างทางทั่วไปเลย

โชว์กายกรรม (CIRCUS WORLD SHOW)
ชมโชว์กายกรรม สุดยอดกายกรรม โชว์กายกรรมสด ๆ การแสดงความสามารถของนักแสดงในการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้ชม มีทั้ง แสง สี เสียง ท่านจะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และหวาดเสียว ไปพร้อมๆกัน เช่น โชว์ลอดห่วง โชว์ต่อตัว เป็นต้น แต่ไฮไลท์ของโชว์นี้ คือ มอเตอร์ไซค์ผาดโผนในพื้นที่จำกัด

วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple)
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบัง และอยู่ใกล้กับวัดโบมุนซา โดดเด่นในเรื่องของการขอพรเรื่องสุขภาพ การมีบุตร และเงินทอง เป็นอีกวัดที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ มาเที่ยวชมและถ่ายภาพกับวิวสวยๆ หลังจากอิ่มอาหารกลางวันกันแล้วกันแล้ว ไปต่อที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล

สุดท้ายคือ การขอพรเรื่องเงินทองกับรูปปั้น วิธีการขอพรคือลูบหน้าท้องรูปปั้นแล้วทำท่าโกยเงินเข้ากระเป๋าถือเรา จากนั้นก็ปิดกระเป๋าเราให้เรียบร้อย เหมือนประมาณว่าเงินทองจะเข้ากระเป๋าถ่ายรูปเล่นก่อน ถ้าไปช่วงแดด ดีดี รับรองวิวจะสวยมากเลยทีเดียว ฮวงจุ้ยดีที่สุดในเกาะเชจู เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกทะเล ในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวเกาะเชจูนับถือ

ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งเป็นพระประธานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเชจู และชาวเกาหลีใต้ที่นับถือศาสนาพุทธ และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นพระสังกัจจายน ซึ่งหากได้ลูบพุงก็จะรํ่ารวยเงินทอง และบริเวณโดยรอบท่านจะได้พบกับพระพุทธเจ้ามีพระสงฆ์สาวกจำนวน 500 รูป ซึ่งแต่ละรูปก็จะมีลักษณะหน้าตาที่แตกต่างกันไปท่านจะได้พบกับวิถีการทําบุญของชาวเกาหลีใต้ที่แตกต่างกับวัฒนธรรมไทย

ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center) มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ผ่านผลงานการวิจัยมากมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ประเทศเกาหลีใต้ มีสรรพคุณช่วยลดไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน สามารถล้างสารพิษในร่างกาย เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานและทำให้อายุยืนแบบชาวเกาหลี ซึ่งกำลังเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากคนในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” Seongeup Folk Village
การเดินทางไปตามเส้นโปรแกรมการท่องเที่ยวนี้เราได้แวะไปหาอาจุมม่าที่ หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ หมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่นี่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง เป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิมของชาวเกาะเชจู ในอดีตที่นี่เป็นศูนย์กลางด้านการปกครองของเกาะ

ด้วยเอกลักษณ์ของการสร้างบ้านที่นี่ คือใช้ดินเหนียวผสมมูลม้า ยึดก้อนหินก้อนอิฐเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้าง วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ และประวัติความเป็นมาต่างๆ โอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่หมักในไหที่วางเรียงรายกันอยู่ตามบ้านเรือน ที่นี่ไม่ใช่ไหกิมจิจะเป็น ไหสำหรับหมักโอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่จะมีการผลิตโดยตรงเฉพาะบนเกาะเชจูนี้เท่านั้น

วิธีการชาวบ้านจะนำผลเบอรี่ป่า มาใส่ลงไปในไหพร้อมกับน้ำผึ้ง และหมักไว้สามปี ก่อนที่จะนำมารับประทานได้ รสชาติหวานอมเปรี้ยว และในสมัยก่อนเคยถูกใช้วินิจฉัยอาการเจ็บป่วย และรักษาอาการเจ็บคอ ไอเรื้อรัง ปัจจุบันนี้ก็เป็นสินค้าที่ผู้มาเยี่ยมเยือนมักซื้อกลับไปรับประทาน และซื้อเพื่อเป็นของฝาก ลืมบอก…เรื่องราวและข้อมูลต่างๆ บนเกาะเชจูให้ฟัง โดยคุณแพรวา ไกด์สาวสวย คอยแปลเป็นไทย ใครมาที่นี่ต้องไม่พลาดได้ของดีกลับบ้าน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อควา แพลนเนท (Aqua Planet Jeju)
AQUA PLANET พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เปิดโลกใต้ท้องทะเลเอาใจเด็กๆ และคนรักโลกทะเล สำหรับเส้นทาง ภายใน ที่บอกว่าระยะทาง ยาวหลาย กิโลเมตร มการแสดงสัตว์น้ำและถ่ายรูปเพลิดเพลิน กับตู้ปลาขนาดมหึมาที่มีความสูงถึง 8.5 เมตร แต่เอาเข้าจริงเดินเพลินๆ สวยๆ มารู้ตัวอีกทีก็ ถึงทางออกเสียแล้ว ทางออกจะร้านของฝาก ให้เลือกซื้อกัน ถ้าใครไม่สนใจของฝาก ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ไปทางออกได้เลย ควรจะเผื่อเวลาเดินเล่นในนี้ ราวๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้เลยนะคะ ยิ่งถ้ามาช่วง ที่ได้ชมการแสดงต่างๆ อาจจะต้องเผื่อเวลาให้มากกว่านี้นะคะ

เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak)
จากนั้นเดินทางสู่ เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak) เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ เป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นหนึ่งใน 10 สถานที่สวยงามในเกาะเชจู

ปล่องภูเขาไฟซองซานอิลจุลบง อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้ ที่ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก เป็นปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว เราจะต้องเดินขึ้นไปเพื่อชมปล่องภูเขาไฟ เดินขึ้นประมาณ 1 กม. วิวระหว่างทางเดินขึ้นสวยมาก และพอขึ้นไปจะเห็นปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ ใครมาเกาะเชจูก็ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนะ ในบริเวณนี้มีที่สวยงามแห่งหนึ่งของเกาะเชจู โดยที่นี่มีชาดหายที่เป็นหินสีดำที่เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมของกลุ่มแฮนยอ และเกาะเชจูเพราะได้รับรางวัลเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศเกาหลีใต้ จึงจะมีเหรียญรางวัลให้เราได้ถ่ายรูป

อากาศวันนี้ เย็นสบายเกาะเชจู วิวดี อากาศดี เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจมาก หรือจะไปออกเดทสไตล์คู่รักก่อนอื่นเราเริ่มการเที่ยวที่นี่ ด้วย เดินลงไปที่ พิพิธภัณฑ์แฮนยอ

พิพิธภัณฑ์แฮนยอ ( Haenyeo Museum )
แฮนยอ คือนักดำน้ำที่ลงไปเก็บอาหารทะเลบริเวณรอบๆ ชายฝั่งของเกาะ
เชจูด้วยวิธีการตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลีผู้หญิงวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งบนเกาะเจจู ที่มีอาชีพดำน้ำจับสัตว์ทะเล ด้วยอุปกรณ์สามัญธรรมดา ไฮไลท์ของแฮนยอคือจุดที่ดำลงไปจะลึกเกือบร้อยเมตร แต่แฮนยอก็ดำลงไปได้โดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจน แสดงให้เห็นว่าพวกเธอนั้นมีความแข็งแกร่ง
ส่วนอาหารที่หามาได้นั้นก็มีหลากหลายทั้งสาหร่าย หอยเป๋าฮื้อ เม่นทะเล หมึกยักษ์ ฯลฯ อันสะท้องถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล

แฮนยอ ลงไปเก็บอาหารบริเวณรอบๆชายฝั่งของเกาะเชจู ชุดดำน้ำดั้งเดิมของแฮนยอ กล่าวได้ว่า แฮนยอ นี่ถือเป็นนางเงือกแห่งห้องทะเลเลย หลายๆคนอาจจะเคยเห็นตามในซีรีย์บ้างที่มีหญิงสูงอายุดำน้ำหาอาหารทะเลกัน แบบที่ไม่ต้องใช้ถังอ๊อกซิเจนเลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเล่าเรื่องราวต่างๆของ แฮนยอ ให้ได้รู้ถึงความเป็นมาและวิถีชีวิตมาแล้วจะรู้สึกทึ่งกับชีวิตของเหล่าแฮนยอสุดๆ อาชีพดำน้ำเก็บหอย เก็บสาหร่าย แต่ที่น่าสนใจก็คือ เหล่าอาจุมม่า มีเพียงชุดสีดำเท่ๆ กับการกลั้นหายใจที่ยาวนาน และน้ำทะเลอันเย็นเฉียบ

มาถึงมื้อค่ำ อาหารเย็นพร้อมเสริฟด็วยเมนู ย่างอาหารเกาหลีมักจะมาคู่กันนะคะ อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน คือ “หมูย่างเกาหลี” ซัมกย็อบซัล เป็นอาหารที่นิยมของชาวเกาหลี โดยการนําหมูสามชั้นไปย่างบนแผ่นโลหะที่ถูกเผาจนร้อน ซัมกย็อบซัลจะเสริฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ

ได้แก่ กิมจิ พริกเขียว กระเทียมหั่นบางๆ พริกไทยป่น เกลือ และนํ้ามันงา ถึงแมวาซัมกยอบซัลจะมีการเตรียมการที่สุดแสนจะธรรมดา คือไม่ได้มีการหมักหรือมีส่วนผสมที่หลากหลาย แตวาถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว นับว่าพลาดไม่จากนั้นพาทุกท่านเเข้าพักที่โรงแรมของทริปค่ำคืนนี้มีชื่อว่า Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาดตรงล๊อปบี้ มีมินิมาร์ท
เดินจากโรงแรมประมาณ 10 นาที มีชายหาดและร้านสะดวกซื้อริมทะเล

Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาด

ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer)
พร้อมเสิร์ฟทุกท่านด้วยเมนู ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer) ประกอบไปด้วยหอย และกุ้ง เกาะเชจูขึ้นชื่อด้วยอาหารทะเลสดๆ อยากให้ทุกท่านได้ลิ้มความหอมหวานของหอย เสิร์ฟด้วยข้าวสวยและเครื่องเคียงต่างๆ ขาย โซจู เบียร์ เครื่องดื่ม กับแกล้ม มาม่าเกาหลี สามารถออกไปเดินเล่นนอกโรงแรมได้ หน้า รร เป็นถนน อีกฝั่งเป็นทะเล

อาหารเช้า รับประทานที่โรงแรม อาหารเช้าของชาวเกาหลีประกอบไปด้วยข้าวสวย ข้าวต้มซุป ผักปรุงรส กิมจิ (ผักดองเกาหลี) ไส้กรอก และผลไม้ เป็นหลัก

ยงดูอัมร็อค หรือ โขดหินรูปหัวมังกร
โขดหินรูปหัวมังกร ยงดูอัมร็อค หรือโขดหินรูปหัวมังกร หินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อนของคลื่นลมทะเล มีรูปทรงเหมือนหัวมังกรกำลังอ้าปาก โขดหินรูปหัวมังกรเป็นเพราะมีเรื่องเล่าว่าที่บริเวณนี้มีมังกรอาศัยอยู่และได้ขโมยลูกแก้วที่สำคัญประจำเกาะ ทำให้เทพฮัลลาโกรธและวางแผนหลอกล่อให้มังกรขึ้นมาจากใต้น้ำ พอหลอกสำเร็จ เทพก็ได้เสกเอาลูกแก้วคืน มังกรพยายามจะแย่งคืนแต่ก็ไม่ทัน โดนสาปซะก่อนเลยกลายเป็นหินอยู่
ในท่าอ้าปากเพราะต้องการจะขโมยลูกแก้วคืน เป็นหนึ่งจุดที่มาถ่ายรูปสวย โขดหินรูปหัวมังกรหรือชื่อในภาษาเกาหลีคือยงดูอัมร็อก เป็นโขดหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะ โดยรูปร่างที่มองเห็นในปัจจุบันนั้นเกิดจากก้อน ที่นี่มีร้านปลาหมึกย่างที่อร่อย

หินเหล่านี้ได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน จนทำให้มีสภาพและรูปทรงที่มองดูคล้ายกับหัวมังกรที่กำลังอ้าปากผุดขึ้นมาจากท้องทะเล
วันนี้ ที่มาเที่ยว ดินแดนแห่งทุ่งหญ้า ท้องฟ้า และสายลมเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้.ที่น่าโอบกอดสำหรับคนที่ชอบมองวิวทะเล บอกเลยที่นี่ ให้คุณนั่งชิววว ฟังเสียงคลื่นได้ทั้งวัน แถมได้จิบกาแฟ พร้อมขนมทานได้อย่างมีความสุข พร้อมฟังเพลง แม้จะเป็นภาษเกาหลี แต่ก็ทำ ให้ ใจลอยพร้อมหลงรัก สถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลสุดฮอตของเกาหลีใต้ ยังพบเจอสิ่งมีชีวิตในทะเลที่หลากหลาย

ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู (Raisin Tree Center)
ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู ศูนย์สมุนไพรที่ได้รับการจดลิขสิทธิ์เป็นสมุนไพรที่ทั่วโลกยอมรับ รวมถึงสถาบันต่างๆ ว่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพดีที่สุดในการบำรุง และดูแลตับ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขับล้างดี
ท็อกสารพิษออกจากร่างกาย เช่น แอลกอฮอล์ สารกันบูด สีผสมอาหาร ฯลฯ

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่ง สินค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop)ช้อป
อย่าง Duty Free และในตัวเมืองชิคๆ เครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆของเกาหลีetude , the face shop , skin food , innisfree และอื่นๆ มากมาย อย่างแหล่งช้อปปิ้ง Jeju Jungang Shopping Mall เป็นร้านค้าที่เปิดขาย
กันอยู่ในทางเดินใต้ดิน มีประตูทางเข้าออกหลายประตู ที่น่าสนใจก็คือ ประตู 11 เป็นที่ว่าการของเกาะเชจู เปิดให้เข้าด้านในด้วยนะคะ แต่ต้องเสียค่าเข้าค่ะ แต่จะเดินเล่นถ่ายรูปด้านหน้าก็สวยดี

สุดท้ายและก็ถึงเวลาเดินทางกลับประเทศไทย กับการเดินเที่ยว เกาะเชจู ก่อนจะจบทริป Toptotravel ได้มาเที่ยวที่จุดสุดท้าย เพราะคุณเกาะเชจู แตกต่างกว่าที่ไหนๆ จนวันนี้ที่มีโอกาส มาสัมผัสดินแดนมรดกโลกเกาะเชจู จบลง แล้วและหวังว่ารีวิวนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อทุกๆคนในการมาเที่ยวเกาะเจจู ซึ่งสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ เกาะเชจูโดยรถบัสนั้นเราว่าสะดวกสุดๆ

ขอบคุณ เครื่องทริปทัวร์ ราคาถูกกับ True World Travel ทัวร์ถูกมาก
ราคา 6,200 บาท ทำให้ Toptotravel เดินทางมาเที่ยว เกาะเจจู ได้ใน
ราคาถูกมาก รู้อย่างนี้แล้วจะรออะไร บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง

ใครสนใจ เข้าไปดูได้ที่
True World Travel 022862732-34

Face Book:
https://www.facebook.com/TrueWorldTravelFanpage/?ref=br_rs
Hotline 0988277522 , 098-8277825-26

Hilton and THAI offer Travellers Exclusive Privileges across Hilton’s Hotels in Thailand

Travellers on THAI can enjoy exclusive discounts across all of Hilton’s F&B outlets and spas in Thailand BANGKOK – 1 August 2019 – Hilton (NYSE: HLT) today announced the signing of a Memorandum of Understanding with Thai Airways International Public Company Limited (THAI) to provide exclusive discounts to travellers flying on THAI’s flights. Through this partnership, travellers on THAI can enjoy promotional prices at Hilton’s food and beverage outlets and spas across Thailand.

The nine participating hotels nationwide across five destinations include Waldorf Astoria Bangkok, Conrad Bangkok, Millennium Hilton Bangkok, Hilton Sukhumvit Bangkok, DoubleTree by Hilton Sukhumvit Bangkok, Conrad Koh Samui, Hilton Pattaya, Hilton Hua Hin Resort & Spa and Hilton Phuket Arcadia Resort & Spa.

“The new generation of global travellers are constantly seeking fresh ways to enjoy popular destinations. One way we are doing that is by providing unique yet authentic local experiences through food and beverage and spa treatments at our hotels which we are confident that they can help capture the attention of this group of travellers. The signing of the MOU between Hilton and THAI enables us to provide elevated experiences of this nature for both business and leisure travellers coming into Thailand and we are delighted to be working with THAI on this partnership,” said Heidi Kleine-Moeller, general manager, Millennium Hilton Bangkok.

“At Hilton, we also continue to champion our commitment to responsible sourcing and sustainable meat, poultry and seafood while supporting local communities. Our food and beverage menus are carefully crafted by supporting and celebrating local cuisines and highlights seasonally produced ingredients. We look forward to inviting travellers and guests alike to experience our expanded repertoire and enjoy dining and spa experiences with us in Thailand,” added Moeller.

“We aim to encourage international tourists to travel to Thailand with THAI and to further enhance their trip by enjoying the luxury fine dining and spa experience at Hilton’s nine hotels across Thailand with these exclusive offers,” said Wiwat Piyawiroj, THAI Executive Vice President, Commercial Department. “Through this partnership, we can contribute to the growth of Thailand’s tourism within the international market and offer our guests enhanced vacation experiences, which can create lasting memories.

THAILAND VILLAGE ACADEMY

44 เยาวชนนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ร่วมแข่งขันโปรโมตชุมชนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย

โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด — เปิดตัว 44 เยาวชน 17 ประเทศ แข่งขันเล่าเรื่องโปรโมตชุมชนวัฒนธรรม ดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนทั่วโลก

โรงแรม SC Park กรุงเทพฯ, โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, เว็บไซต์ Hello Local.travel และ Readme.me เปิดตัว 44 เยาวชนนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ร่วมแข่งขันโปรโมตชุมชนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชน ให้นำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้ในการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ทางกรมฯ จึงได้ให้การสนับสนุนโครงการ Thailand Village Academy ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชนให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนต่างชาติทั่วโลก โดยทางโครงการฯ ได้คัดเลือกชุมชนที่มีวัฒนธรรมและมรดกภูมิปัญญาที่โดดเด่น และมีปราชญ์ชุมชนที่พร้อมถ่ายทอดให้ความรู้แก่เยาวชน ซึ่งชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมสำหรับเยาวชนที่จะเปิดตัวในโครงการปีนี้มี 22 ชุมชน แบ่งเป็น ภาคกลาง 7 ชุมชน ภาคเหนือ 5 ชุมชน ภาคใต้ 5 ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ชุมชน ดังนี้

ภาคกลาง

  1. หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โฮมสเตย์ไทรน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  2. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวน จ.นครนายก
  3. วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน ตำบลถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี
  4. ชุมชนบ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม
  5. ชุมชนตำบลบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี
  6. ชุมชนตำบลหนองโรง จ.กาญจนบุรี
  7. ชุมชนตลาดโรงพักเก่าสรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ภาคเหนือ

  1. ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย จ.สุโขทัย
  2. ชุมชนบ้านท่ามะโอ จ.ลำปาง
  3. ชุมชนบ้านน้ำจำ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
  4. ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย
  5. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมลาวเวียง ตำบลหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์

ภาคใต้

  1. ท่องเที่ยวชุมชนตำบลทุ่งหว้า จ.สตูล
  2. ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก จ.กระบี่
  3. ชุมชนบ้านลำขนุน จ.ตรัง
  4. ชมรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช
  5. หมู่บ้านชาวนาวิถีไทย วิถีโหนด นา เล จ.สงขลา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  1. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี
  2. ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์
  3. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเขมราฐ นาแวง เจียด จ.อุบลราชธานี
  4. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม
  5. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู จ.มุกดาหาร

และหลังจากการพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทยเสร็จสิ้นแล้ว ทางโครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด Hello Local.travel และ Readme.me ช่วยขยายผลจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนเยาวชนทั่วโลกมาเที่ยว

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ ทุกชุมชนมีเรื่องเล่า ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น และน่าเรียนรู้ โดยเฉพาะในมุมของเยาวชนต่างชาติ เพราะเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในการเดินทางท่องโลกเพื่อเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรม
ที่แตกต่าง เยาวชนชอบใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น กลุ่มเยาวชนต่างชาติจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันมีเสน่ห์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของไทยให้เป็นที่แพร่หลายไป
ทั่วโลก

โครงการ Thailand Village Academy เปิดโอกาสให้ The Story Curators บล็อกเกอร์เยาวชนทั่วโลก ที่มีความสามารถในการคัดสรรและเล่าเรื่องราว Travel Story และมีทักษะในการใช้ Social Media เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง สมัครมาร่วมภารกิจแข่งขันชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยมีบล็อกเกอร์เยาวชนจำนวน 1,423 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลกสมัครร่วมกิจกรรม โดยเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกมี 44 คน จาก 17 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อังกฤษ รัสเซีย เนปาล สิงค์โปร มาเลเซีย ภูฏาน อิสราเอล อิตาลี ยูเครน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู ออสเตรเลีย ตูนิเซีย ไนจีเรีย และ ประเทศไทย ที่จะร่วมภารกิจการแข่งขันในระหว่างวันที่ 24-29 กรกฎาคม ผู้เข้าแข่งขันที่คัดสรร นำเสนอเรื่องราวชุมชนได้น่าสนใจ และสร้าง Social Engagement ผ่านสื่อออนไลน์ให้กับชุมชนสูงสุด จะเป็นผู้ชนะ โดยทางโครงการมีกำหนดประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของโครงการฯ
www.thailandvillageacaademy .com

ททท. มั่นใจว่า ผลงานสร้างสรรค์ของนักเล่าเรื่อง The Story Curators ทั้ง 44 คนนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลกอยากเดินทางมาเที่ยว มาสัมผัสดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยอย่างแน่นอน ขอเชิญทุกท่านติดตามเรื่องราวการแข่งขันของทั้ง 44 คน และช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาผ่าน Website Readme.me ที่
ผลงานผู้เข้าแข่งขันบล็อกเกอร์เยาวชนไทย https://th.readme.me/campaign/the-village-story
ผลงานผู้เข้าแข่งขันบล็อกเกอร์เยาวชนต่างชาติ https://readme.me/campaign/the-village-story”

คุณปรียนันท์ มงคลศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดิจิทัล บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน ) กล่าวว่า “จากงานวิจัยขององค์กรท่องเที่ยวเยาวชนโลก ระบุว่า ในปี 2563 จะมีนักท่องเที่ยวเยาวชนทั่วโลกเดินทางจำนวนประมาณ 370 ล้านคน และโดยใช้เวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย 50 วัน และใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวประมาณ $2,600 หรือ 85,000 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดนักท่องเที่ยวเยาวชนต่างชาติมีความสำคัญมากและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นับว่าเป็นโอกาสสำคัญของชุมชนไทยที่จะได้ต้อนรับเยาวชนจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยว และเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ช่วยชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในส่วนของการบินไทยและไทยสมายล์จะสนับสนุนโครงการโดยจัดทำบัตรโดยสารราคาพิเศษสำหรับเยาวชน เพื่อร่วมกิจกรรมการตลาดต่อยอดการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวชุมชนต่อไป”

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวสรุปว่า “โครงการ Thailand Village Academy ช่วยยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชน สร้างจุดขายด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ต่อยอดจากต้นทุนอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมของชุมชน มาสร้างคุณค่าใหม่ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน และที่สำคัญยิ่งเปิดโอกาสให้ปราชญ์ชุมชน 22 ชุมชน ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีคุณค่าของชุมชน ได้รับการยกย่องและมีบทบาทในฐานะ Local Guru บอกเล่าประสบการณ์มรดกทางภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ถ่ายทอดให้เยาวชนนักเดินทางได้เรียนรู้ ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการฯ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญคือกลุ่มนักท่องเที่ยวเยาวชนต่างชาติ ที่จะช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรม วิถีชีวิตอันมีเสน่ห์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ น่าภาคภูมิใจของไทยให้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ผู้เป็นเจ้าของทุนทางวัฒนธรรมนั้น ๆ ก่อให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอนุรักษ์สืบสานต่อไปอย่างยั่งยืน”


โครงการมีกำหนดประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
ผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของโครงการฯ
www.thailandvillageacaademy .com

ท้าให้ลอง Indian food ต้นตำรับแดนภารตะ ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


เคยมีคนถามว่าชอบอาหารอินเดียมั้ย​?
แฟนคลับที่ติดอกติดใจ ที่สุดของอาหารอินเดียเมนูเด็ดของ ร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำจากต้นตำรับ แดนภารตะ รังสรรค์โดยเชฟ ผู้มากประสบการณ์จากร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย

Toptotravel มาถึงแล้วไม่รอช้า ตักของอร่อยมาชิมกันเลย กินอาหารอินเดียครั้งแรกอร่อยกว่าที่คิด อาหารอินเดียที่คนไทยทานได้ง่ายๆ ที่นี่จัด แบบบุฟเฟ่ต์อาหารอินเดีย โดยโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ร่วมกับร้าน บาวาร์ชิ ซึ่งเป็น ร้านอาหารอินเดียชั้นนำ จัดเทศกาล อาหารอินเดีย ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์ของโรงแรมฯ ลองกันในครั้งนี้ รับรองว่าอร่อยถูกปากแน่นอน

ข้าวพิลาฟร้อนๆ

บอกเลยที่เด็ดของ อาหารอินเดีย ที่ห้องอาหารเดอะสแควร์ของโรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เมื่อมาถึงรับ welcome drink เครื่องดื่มต้อนรับ ผสมโยเกิร์ต เครื่องดื่มที่ช่วยระบบย่อย และดับกลิ่นเครื่องเทศและรสชาติของอาหารอินเดีย กับเมนูอาหารอินเดียที่คนไทยทานได้ง่ายๆ ประสบการณ์แห่งความอร่อยครั้งนี้ ส่งตรงจากต้นตำรับแดนภารตะ รังสรรค์โดยเชฟผู้มากประสบการณ์จากร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย โดยได้รับรางวัลจาก Thailand Tattler ให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทยเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันและยังได้รับ Certificate of Excellence จาก Trip Advisor เป็นประจำ รวมไปถึงรางวัลจาก Readers Choice สไตล์อินเดียที่มีชื่อเสียงมานานเป็นร้านอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในต่างประเทศ โดยสภาร้านอาหารอินเดีย พร้อมเสิร์ฟอาหารรสจัดจ้าน รวมถึงเมนูอย่างอื่นอีกมากมายหลายอย่างคะ อาหารระดับพรีเมี่ยมในราคาแสนสบาย ให้ได้เอ็นจอยกันกับการกินสุดดีงาม

วันนี้ เชฟกัลยาณี จิริฐิติกาลโชติ แนะนำและขอพาชมไลน์อาหารก่อนเลยนะ อาหารแห่งคาบสมุทรอินเดีย จัดจ้านด้วยเครื่องเทศของดีที่อยากให้ลิ้มลอง แกงกะหรี่เนื้อแกะ แกงผักโขมกับชีส ไก่ย่างเคี่ยวในซอสแกงกะหรี่ มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศ โรตีและขนมปังอินเดีย ทานคู่กับแป้งนาน ทำสดใหม่ และข้าวพิลาฟหุงร้อนๆ ส่วนอาหารอินเดียต่างๆ เหล่านี้ แนะนำเป็นอย่างยิ่งจากความอร่อยส่วนตัว อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูเด็ดอื่นๆ อีกมากมาย รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ให้เลือกสรรความอร่อยได้อย่างไม่จำกัด รับรองถูกปากคนไทยแน่นอน

ซิกเนเจอร์จุกๆ ที่ต้องจัด
Chicken tikka Masala ไก่มาซาลา
Lamb Roganjosh แกงกะหรี่เนื้อแกะ
Malabari Fish Curry แกงกะหรี่ปลา
Panner lababda r แกงกะหรี่ชีส
Daal Makhani แกงถั่วใส่เนย
Aloo Gobhi มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศ
Assorted Indian Bread โรตี และ ขนมปังอินเดีย
Chicken Samosa and Vegetable Samosa ซาโมซ่าไก่ และซาโมซ่าผัก

ของหวาน : Lassi ลาสซี่
Gulab Jamun กุหลาบจามุน

โรตีและขนมปังอินเดีย ทานคู่กับแป้งนาน

สำหรับคนที่ชอบทาน Lobster ต้องทานให้ได้นะคะ กริลล์หอมกรุ่นอร่อยกว่าที่อื่นหลายเท่าตัว ในกรุงเทพยังหา LOBster ตัวใหญ่ที่อร่อยเท่านี้ได้ยากมาก แม้แต่โรงแรม 5 ดาวหลายๆ ที่ก็เถอะคะ Toptotravel ยอมใจให้ที่นี่ คุ้มมากจริงๆ

พิเศษสุดคุ้ม! “มา 4 จ่ายเพียง 3”
เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต Aeon, KTC ,Krungsri และ SCB

ลิ้มลองรสชาติความอร่อยเลิศของอาหารอินเดีย
บุฟเฟ่ต์ที่นี่จัดเฉพาะวันที่ 10 – 23 มิถุนายน 2562
Lunch buffet ราคา 820 บาท เน็ต เวลา 11.30-14.00 น.
Dinner buffet 1,120 บาท เน็ต เวลา 18.00-22.30 น.
Sunday Brunch 1,299 บาท เน็ต (lobster 1 ตัวต่อท่าน)
เริ่มที่เวลา 11.30-15.00 น.

Farm Stays in Singburi บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ สวรรค์บ้านทุ่ง

ทดลองใช้ชีวิตแบบพอเพียง ท่ามกลางความสุขที่เพียงพอ
ชีวิตพอเพียง เพื่อสุขเพียงพอ


จุดแรกของทริปนี้ กับวิวท้องทุ่งนา ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา กับวิวพาโนรามาแบบ 180 องศา เราได้เเที่ยวเชิงเกษตรแบบดั้งเดิม ที่นี่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจ จากคำสอนของในหลวง ร.9 และได้ลงมือทำเพื่อเดินตามรอยแนว “ความพอเพียง” ของพ่อหลวง


ที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่มองหาที่พักอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ให้เข้ามาศึกษาหาความรู้

บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ถูกล้อมรอบไปด้วยนาข้าว ได้ยินเสียงนกร้องปลุกผู้มาเยือน ท่ามกลางบรรยากาศแบบส่วนตัว บ้านพักที่พักแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับคนที่กำลังอยากทดลองใช้ชีวิตในแบบพอเพียง เป็นที่พักเชิงเกษตร หรือ ฟาร์มสเตย์ ที่เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการจะนำผืนดินเล็กๆ กับที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ ตั้งอยู่ใจกลางขุนเขา แวดล้อมไปด้วยความสงบและความสุขจากธรรมชาติ แต่เดิมที่นี่ทำนา ปลูกข้าว ด้วยใจรักในเรื่องของสุขภาพ และอยากให้คนในครอบครัว ได้รับประทาน เริ่มแบ่งปันให้คนรอบข้าง จนเริ่มมีผู้มาเยือนที่นี่บ่อยขึ้นจึงค่อยๆ พัฒนาที่นี่ เป็นที่พักเชิงเกษตร ตามแนวพระราชดำริในการใช้ชีวิตที่พอเพียงให้กลายเป็นบ้านทรงไทยกลางทุ่งนาเขียวขจีที่แสนอบอุ่น

ข้าวหอม ฟาร์มสเตย์ (Farm Stay) เป็นสถานที่คงความอุดมสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติเอาไว้ได้ครบทั้งหมด ความสุขในวิถีเกษตร ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา บนเนื้อที 20 ไร่ ผสมผสานกับความเรียบง่ายที่พอเพียง แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภายในบ้านพักแต่ละหลังครบครันและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน พื้นที่ส่วนกลางของที่พักเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจีในช่วงปลายฝน ก่อนผลัดเปลี่ยนเป็นสีทองในช่วงหน้าหนาว

ภายในห้องพักก็ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น และที่สำคัญคุณยังได้เรียนรู้การทำเกษตร และยังได้รับประทานอาหารออร์แกนิคที่สดใหม่ปราศจากสารเคมี ที่พักจะมีแปลงเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมลงมือและเรียนรู้การปลูกผักออร์แกนิค ตามธรรมชาติตามวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบบ้านนอก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่ น่าจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ได้ดี

คุณสายพิน ชูเชื้อ เล่าถึงที่มาของ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ หลังจากหันหลังให้กับอาชีพพยาบาล จากทำงานหนักมาตลอด ภายหลังหันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพ ทั้งอาหารและการใช้ชีวิต เขาจึงตัดสินใจเปิดที่พักนี้ขึ้น เปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเอง สู่วิถีเกษตรท้องถิ่น ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่แบบเกษตรอินทรี โดยไม่พึ่งสารเคมี และปลูกผักปลอดสารพิษ รวมถึงยังเปิดเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้มาทำกิจกรรมปลูกข้าว ดำนา เก็บผัก ล่องเรือ และยังเปิดเป็นโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน บนเรือนไทยไม้สัก เคียงข้างท้องทุ่งนาสีเขียวขจีกว่า 20 ไร่

คุณสายพิน ชูเชื้อ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์

จากที่ดินผืนเดิมถูกปรับให้เหมาะกับการทำที่พักเชิงเกษตร อาหารเราใช้ ได้จาก ทุ่งนาสีเขียวกับการเรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่าย ผักที่ปลูกเองมาเป็นวัตถุดิบ ถึงแม้ที่นี่จะไม่ได้รายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่มีความสะดวกสบายบวกกับได้การเรียนรู้ ถ้ามาพักที่นี่ ตื่นเช้ามาทำบุญใส่บาตร ทานอาหารเช้าแล้ว ตื่นมาอาจจะปลูกผัก รดน้ำผัก มาทำเกษตร ปั่นจักรยานชมท้องนา, ใส่บาตรพระตอนเช้า, ชมการปลูกผักปลอดสารพิษ, ชมโรงสีข้าว หรือถ้ามาช่วงเข้าออกรวงก็มาเกี่ยวข้าวกัน ซึ่งก็แล้วแต่ฤดูกาล ข้าวไรซ์เบอรี่สิงห์บุรี ที่ได้มาตรฐานพร้อมส่ง ภายใต้แบรนด์ บ้านข้าวหอม ซึ่งเป็นความสำเร็จของบ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ เป็นความฝันที่มีคนร่วมฝันเป็นคนในครอบครัว

การทำนาแบบปลอดภัย กว่าจะมาเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ ที่บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ทำนาเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ เน้นเรื่อง ข้าวปลอดสาร เน้นความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน จึงมีการทำทุกกระบวนการอย่างมีคุณภาพ จนได้รับมาตรฐานของกรมการข้าวและอย.อยากให้ทุกคนรักสุขภาพ ด้วยการกินอาหารที่ดีมีคุณภาพ ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยากต่อการเจ็บป่วย โดยเริ่มต้นที่ข้าว ซึ่งเป็นอาหารพื้นฐานของคนไทย ควรเลือกทานข้าวที่มีประโยชน์ สะอาดและปลอดภัย ดังคำพูดที่ว่า ทานข้าวเป็นยา อย่าทานยาแทนข้าว รับรองพักที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ทั้งอิ่มท้อง ทั้งอิ่มใจเลยล่ะ
-คุณสายพิน ชูเชื้อ

คุณสายพิน ชูเชื้อ

นอกจากนี้หากมีเวลาเหลือก็ต้องไม่พลาดไปเที่ยวชมธรรมชาติเชิงอนุรักษ์มากมาย ที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ที่คุณจะได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย ห้องพักออกแบบมาได้อย่างน่ารัก รวมไปถึงพื้นที่ สำหรับการทำกิจกรรม เป็นกลุ่มสุดสนุกและได้เรียนรู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปลูกผัก เก็บผักตามฤดูกาล ดำนา เกี่ยวข้าว ปลูกข้าวโพด พายเรือ และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 22 กิโลเมตร มาชมทุ่งนาสีเขียวๆ ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชนบทที่มีความเรียบง่าย ทำไร ทำนา ปลูกผัก ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่มากไปด้วยความสุข ความพอเพียง พร้อมเปิดบ้านรอต้อนรับอย่างอบอุ่นราวกับเป็นคนในครอบครัว

ติดต่อ บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ ห้องพักในเรือนไทย
ที่พัก : บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์
ราคา : 500-800 บาท/คน
(ที่พัก + อาหาร 2 มื้อ + อาหารว่าง + กิจกรรมท่องเที่ยว)
Facebook : บ้านข้าวหอมสิงห์บุรี
ติดต่อ โทร : 082 724 0322
พิกัด : https://goo.gl/maps/psyxFn8enTK2