Category Archives: Interview

วศิน วรรณพฤกษ์ กับรางวัล คนต้นแบบคมนาคมประจำปี 2564

กระทรวงคมนาคม ถือเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และมุ่งเน้นปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้แก่บุคลากรในสังกัดมาโดยตลอด

ในแต่ละปีกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการพิจารณาค้นหาบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรมเป็น “คนต้นแบบคมนาคม” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตยืนหยัดบนความถูกต้อง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรงคมนาคมได้ยึดเป็นแบบอย่าง ปลุกจิตสำนึกให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต

โดยในปี 2564 ผลการพิจารณาจากคณะกรรมการปรากฏว่าคุณวศิน วรรณพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564

คุณวศิน เปิดเผยว่าตนเองรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัลในครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม หน่วยงานต้นสังกัด และคุณแม่ ที่มีส่วนสำคัญให้ตนเองดำเนินชีวิต ที่ยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและปฏิบัติหน้าที่ต่างๆด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด “ผมต้องขอบคุณ กระทรวงคมนาคม , บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ มารดา ซึ่งเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิต มองโลกในแง่ดีประพฤติตนเป็นคนดีของ ไม่สร้างปัญหาให้สังคม ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม มีระเบียบวินัย ขยัน สุภาพ และ อดทน”

“นอกจากนี้ คุณแม่ยังสอนให้รู้จักเสียสละ มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้ามีเหลือแบ่งให้คนรอบข้าง”สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เพียงแค่รางวัล“คนต้นแบบคมนาคม” เท่านั้น เพราะตลอดปี 2564 ที่ผ่านมาคุณวศินยังได้รับรางวัลต่างๆมากมายจากหลายหน่วยงานด้วยกัน

“ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานี้ได้รับเกียรติรับรางวัลเกียรติยศ เกียรติบัตร และเข็มเขิดชูเกียรติหลากหลายสาขา อย่างเช่น

-รางวัลธรรมาภิบาลสิงห์ทอง สาขาผู้บริหารและพัฒนาองค์กรดีเด่น จาก ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 และ ฯพณฯ พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ปราบไพรีอริยศัตรูพ่ายกิตติมศักดิ์” โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 

-เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “นักเหินเวหากิตติมศักดิ์” ของกองทัพอากาศ

-เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะที่อุทิศตนทำคุณประโยช์ต่อสังคม จาก สหพันธ์ รักสันติภาพ สหประชาชาติ (UNPKFC) United Nations Peace Keepers Federal Council.

-เข็มวิทยฐานะ และ ประกาศนียบัตรหลักสูตร“นักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง”รุ่นที่ 61 : การบริหารงานประชาสัมพันธ์ยุค New Normal จากสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

“คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564 ทิ้งท้ายว่า คงยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อให้สมกับรางวัลที่ได้รับ และจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมการสร้างคุณธรรม จริยธรมเป็นให้แก่บุคลากรข้าราชการและพนักงานของรัฐต่อไป

โลกธุรกิจหลังโควิด 19 ในมุมมองของ ภาคิน พลอยภิชา

Toptotravel ได้รับเกียรติจาก คุณภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา สปาเพื่อสุขภาพระดับพรีเมี่ยม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงโลกหลังโควิด19 วิธีปรับตัวของธุรกิจ การเปลี่ยน mindset และ ทักษะสำคัญของการบริหารพนักงาน เพื่อปรับตัวให้รอดในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง สปาเป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด19 ซึ่งวิกฤตครั้งนี้รุนแรงที่สุด เป็นวิกฤตที่ไม่เคยเจอ และในช่วงโควิด19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นต้องปิดกิจการทุกสาขาชั่วคราว และสูญเสียรายได้ ตั้งแต่ เดือน มกราคม จนถึง ปัจจุบันและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด19 จะสิ้นสุดเมื่อใด

โอเอซิส สปา สู้โควิดสู่มาตรฐาน Hygiene สปาในรูปแบบที่มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้โอเอซิสสปาได้รับการขนานนามว่า สปาอัตลักษณ์ไทย ที่สร้างประสบการณ์สปาที่น่าจดจำ เป็นที่รู้จักเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทย ด้วยการบริการที่ “เหนือกว่า” ผสมผสานการนวดแบบแผนไทยโบราณเข้ากับการนวดสมัยใหม่ประยุกต์ ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยสมุนไพรไทย ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยพนักงานนวดสปามืออาชีพ

ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

ภาคิน ในวันนี้ปรับตัวด้วยปัญญาผ่าวิกฤต
เพราะชีวิตต้องไปต่อ….จะเป็นภาคินในเวอร์ชั่นที่ทนที่สุด (หัวเราะ) มีสติและเป็นภาคินที่อดทนกับทุกสถานการณ์ในทุกวันได้ดี ภาคินจะเป็นภาคินที่มองอะไรน่าจะหนักแน่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามองคนในแง่ร้าย ความที่ โอเอซีส เป็นองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอธิบายออกมาไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายท่านที่ให้การสนับสนุนในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ผมเชื่อสิ่งที่ ผมทำในอดีตส่งผลให้กับเราในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเส้นทางใด แต่ภาคินในเวอร์ชั่นปัจจุบันกับองค์กร คือ สิ่งที่น่าจะมีและแข็งแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องของ culture ของวัฒนธรรมที่จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นและมีความผูกพันและสามัคคีกันในองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ทำให้โอเอซิสสปา เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ส่วนจะไปในทิศทางใด หรือช่องทางไหน ยังไม่มีความชัดเจน เพราะความชัดเจนคือความไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่เรามีคือความพร้อมที่จะเดินและเป็นธุรกิจที่ world wide มากขึ้น

การมีสติ ทำให้พบทางออกของการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
สิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคหลังโควิด ขอนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เกิดโควิด มีปัญหาหลากหลายที่เข้ามา มันจะไม่ถูกแก้เลยหากเรารู้สึกว่าเยอะและหนักเกินไป และไม่ไหวแล้วก็จะพ่ายแพ้ไป วิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาต้องนิ่งก่อน ทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่รอด แล้วดูว่าปัญหาที่เกิดคือมีทางออกอะไรบ้าง เราเองก็เคยเป็น จิตแตก โวยวาย สภาพจิตใจไม่นิ่งจะหาทางออกไม่ได้ สิ่งที่เป็นทุกวันนี้ เราอยากแชร์ประสบการณ์ที่เราเป็น ในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่ง ควรต้องเป็นผู้นำที่สร้างความมั่นใจให้คนในองค์กร การฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ผู้นำถือเป็น หัวใจสำคัญ หากผู้นำอ่อนแอ ล้มเลยแน่นอน บางครั้งการตัดสินใจทำอะไรลงไป อาจต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ต้องเตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง การแก้ไขปัญหาในตอนนี้เพื่อให้องค์กรอยู่ได้ ไม่ใช่ทุกการแก้ปัญหาจะเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร จริงๆ แล้วเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดเหมือนกัน เพื่อให้เราอยู่รอดสามเดือน การตัดสินใจหลังจากสามเดือนนี้ต่อไป

คุณภาคิน อธิบายเพิ่มเติมว่า.. เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจจะอยู่รอดได้ถ้าคิดใหม่และปรับตัว การตัดสินใจในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีในอีกสามเดือนต่อไป หรือหกเดือน ต้องหนักแน่นและยอมรับสิ่งที่ผมตัดสินใจ และก็เชื่อเสมอว่าต้องมีทางออก ตัวอย่างที่แชร์คือทุกครั้งที่เกิดปัญหา คืนนั้นจะเป็นคืนที่คิดไปต่างๆ นานามากมายจนทำให้คิดไปเยอะ คิดไปหลากหลาย เมื่อถึงเวลาจริงๆ ในวันรุ่งขึ้นตัวผมต้องแก้ปัญหา บางปัญหาก็ไม่ใช่ยิ่งใหญ่มหาศาลเหมือนในคืนนั้นที่ผมคิดไว้ วันรุ่งขึ้นจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้เลวร้าย ผมก็จะรู้สึกว่าเดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไปได้

…เมื่อก่อน ผมเป็นเซลขายยาอยู่ตามโรงพยาบาล ทำให้มีโอกาสเข้าไปที่ รพ.ตลอดเวลา ขายยาหลายชนิด จนสุดท้ายยาส่วนที่รับผิดชอบจะเป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี การเดินทางเข้าออกโรงพยาบาล ทำให้เห็นสภาพของผู้ป่วยป่วย และคนเสียชีวิตมาโดยตลอด จึงมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนในวงการว่ามันเศร้า คนเราน่าจะมีทางเลือกในทางที่ดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ ผมคุยกันกับเพื่อนว่า ถ้าเป็นแกจะทำอะไร? คนหนึ่งจบเทคนิคการแพทย์ จบเภสัชมา อีกคนจบพยาบาล บอกว่า การที่จะมีชีวิตเป็นผู้แทนขายยาในโรงพยาบาลจนตาย มันหดหู่ไปทุกวัน หันมาทำงานที่เพิ่มความสุข ดูแลสุขภาพ นั่นคือยี่สิบปีที่ผ่านมาจนกระทั่งปี 2002 ภาคิน ลาออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายยา และมาเปิด
สปาในปี 2003 ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมาก การประจวบเหมาะที่ทำให้ผมกลายมาเป็นผู้บริหารขององค์กรใหญ่ระดับประเทศ

“ผมมีความคิดว่า….การทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้ดูเทรนด์หรืออะไรทั้งสิ้น (ความคิดในเวลานั้น) ไม่ได้มองเทรนด์ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ได้คิด เพียงแต่รู้สึกว่าเบื่อและเหนื่อยที่ต้องเห็นแต่คนเสียชีวิตจากโรงพยาบาล จึงจบลงด้วยการดูเรื่องสุขภาพ” ทีนี้ก็มาคิดว่า แล้วสุขภาพจะทำอะไร เพื่อนแนะนำบอกขายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่แนวเรา เพราะต้องไปหาอะไรมาขาย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เบื่อการขายคิดว่าเปิดร้านนวดดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยมาก
หลังจากนั้นค่อยเสริมอย่างอื่นร่วมด้วย ระหว่างนั้นเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ มีโอกาสลองใช้บริการสปาในต่างประเทศ ซึ่งรู้สึกว่าแพงและคุณภาพการนวดไม่ดีมากมายไปกว่าบ้านเรา ในเมืองไทยตอนนั้น ค่านวดครั้งละ 150 บาทเท่านั้น แต่นวดต่างประเทศเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาท ผมจึงมามองบ้านเรา ซึ่งการนวดดีมาก ผมจึงคิดว่า น่าจะทำสถานที่นวดแบบมีมาตรฐานขึ้นมา แต่ผมจะไม่ทำนวดราคา 150 บาท คิดว่าให้ดูดี บริการดี สถานที่สวยงาม ระหว่างความคิดตรงนั้นคิดไปเรื่อยๆ สวยไปเรื่อย ไม่ได้จดทะเบียนอะไร ยอดขายได้วันละ 8,000 บาท ถือโอเคแล้วณ.ตอนนั้น ง่ายๆ เลยขายได้วันละ 8000 ค่าพนักงาน ค่าเช่า รายได้ถือว่าโอเคแล้ว ชีวิตผมง่ายๆเลย นั่นคือที่มาของ โอเอซีสแห่งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นบนพื้นที่สองร้อยตารางวา คอนเซ็ปต์เป็นบ้านหลังเล็กๆ หรือวิลล่ากลางเมือง มีสวนสวย มีshower ทำในแบบของเรา ภายหลังเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า สปา ส่วนชื่อ โอเอซิส สปา ก็ได้มาจากความบังเอิญ แต่ที่ที่เราอยู่มีแหล่งน้ำ เข้าไปเหมือนหลุดอีกโลกหนึ่ง เพื่อนคุณโทบี้เข้ามาเขาบอกว่าเหมือน OASIS ก็เลยได้ที่มาของคำว่า โอเอซิส สปา ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ทำอะไรเป็นBusiness plan เป็นแบรนด์หรืออะไรเลย พอเปิดปุ๊บ ติดตลาดในเวลาหนึ่งเดือน ตอนนั้น ราคานวด 1,200 บาท นวดไทย 750 บาท

ตอนนั้น ผมรู้ว่าคนไทยไม่มาแน่นอน ไม่ได้ตั้งเป้าต้องเป็นลูกค้าต่างประเทศ แต่แนวทางเป็นที่ที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ ที่ยินดีที่จะจ่ายกับมาตรฐานที่มีให้ แต่ปรากฏว่า….ไปตอบโจทย์นักท่องเที่ยว กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวบอกว่าราคาไม่แพง และดูดี มาตรฐานการนวดถูกใจ จึงกลายเป็น talk of the town ภายในช่วงไม่ถึงเดือน ตัวผมเอง เข้าใจเรื่อง trainer ,marketing ,service mild เนื่องจาก ผมเคยอยู่บริษัทยามาก่อน ทุกอย่างไม่ง่าย แต่เหมือนทุกอย่างเรามีconnection ที่ดีก็หยิบมาใช้ พอดีtrainer เคยทำงานที่โรงแรมfour season แล้วลาออกมาทำงานสปา ก่อนที่จะทำสปา คิน มีร้านคาเฟ่อยู่ในริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ตอนนั้นทำงาน part time บริษัท ยาและมีร้านกาแฟด้วย

ร้านกาแฟเก๋ๆ ในสมัยนั้นยังมีไม่มากปรากฏว่ามีหมอ ผู้บริหาร มีใครต่อใครเข้าไปกินในนั้น มีคนทำงานสปาใกล้ๆ เป็นพยาบาล ก็จะมาบ่น ว่าเหนื่อยมาก คนไม่เข้าใจสปา ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ต้องให้ Knowledge อย่างไร โดยฟังๆ ไปไม่ได้สนใจอะไรมาก ปรากฏว่า วันหนึ่งเขาก็ท้อใจ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องที่เคยคุยกันไว้ จนวันหนึ่งคิดขึ้นมา อ้าวเขาจะไม่ทำแล้วนี่นา เราก็จะทำร้านนวด ก็เลยคลิคขึ้นมาว่าเราก็เปลี่ยนมาเป็นสปา โดยเอาเขามาทำงานด้วย มาเป็น trainer ทำให้ได้คนที่เป็น trainer ที่ดีมากมาจาก four season จึงเก็บมาเป็นระบบเทรนนิ่ง โดยเซ็นต์สัญญาร่วมกัน ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มต้นที่หกคน ปัจจุบันสามคนยังอยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่แรก โอเอซิสเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ Location ได้ด้วยความบังเอิญ trainer ก็ได้ด้วยความที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว จึงกลายมาเป็นโอเอซิสในปัจจุบันนี้

การออกแบบ รวมไปถึง เรื่องงานตกแต่ง คอนเซ็ปต์ที่คิดเสมอ คือ ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย 1. คือ ต้องเข้ากับโสตประสาททั้งห้า คือ สบายตา สบายตาไม่ได้ก็ต้องสบายใจ เข้าไปแล้ว สะดวกสบายไม่อึดอัด โล่งโปร่งสบาย นั่นคือโจทย์ หลังจากนั้นจึงนำมาซึ่งการคิดว่าเอาอะไรมาตกแต่ง คือ เรามีอะไร ไม่ใช่ไปซื้อมา แต่เราเป็นคนเก็บของไปที่ไหนก็จะซื้อมา อันไหนเหมาะกับตรงไหนความเหมาะสม ทุกครั้งที่เดินทางจะซื้อที่ชอบเก็บสะสม เมื่อผมมีโอกาสเปิดเปิดสปาจึงมีโอกาสนำของที่ซื้อมานำมาตกแต่ง แต่มี บางชิ้นที่สั่งมาใหม่เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะของเก่าอย่างเดียว โดยผมจะเลือกมีธีมส์หรือโทนสีการตกแต่งคล้ายกัน แต่ไม่มีคอนเซ็ปต์อะไรมากเลยนะ การเอาของเก่ามาผสมผสานกับของใหม่มีความสะดวกสบายมีความคอมฟอสเทเบิ้ล ไม่ใช่มีแนวอะไร เรคเทค เราถามเพื่อนที่เป็นอินทีเรีย มาเขาพูดมา เราบอกว่า อืมใช่ เป็นคำที่อินทีเรียเขาใช้กัน หากนำโต๊ะใหญ่มาวาง ก็โอเค เดินเข้ามาบางครั้งก็ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป เช่น วัสดุไม้ ผนังก็จิ้มเลย รูปภาพพต้องลงเอง โทนสีโต๊ะ โทนสีที่มาเลือกใช้ก็ต้องเลือกเอง เรื่องของแสงมีผล แสงหากทำให้ไม่ได้สบาย ร้านจะก็จะหลบหลอดไฟประเภทที่แสงแยงตา โดยปรับไม่ให้แสงมาแยงตาทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย

ซึ่งภาพรวมของการออกแบบ เป็นเรื่องของเซนส์ที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึกได้มากกว่า เช่น การมีสเปซเยอะ นั่งตรงไหนก็มีความเป็นไพรเวซี่ ย้อนกลับมาว่า เลือกสีที่ใช้จะสะท้อนความรู้สึกของคนที่มานั่ง แสง สี เสียง เสียงหากดังไปก็รำคาญ ร้อนไปก็ไม่ได้ หนาวไปก็ไม่ได้ ไม่ได้รู้เรื่องฮวงจุ้ย เราบอกได้ว่า เป็นเซนส์ที่มีเทสด้วย

สถานการณ์โอเอซิสสปา
ส่งผลให้ต้องปรับตัวไม่เพียงเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ต้องไปต่อให้รอดจากวิกฤตการระบาดของโรคอุบัติใหม่นี้ มันเปลี่ยนไปเร็วมากจนสิ่งที่ทำตอนนี้ต้องดูโอกาสก่อนทำต้องดูกับสถานการณ์แบบนี้ว่าจะดูแลคน และ facility ของเราอย่างไร ดูแลเรื่องระบบการเงิน ไฟแนนซ์อย่างไร สามอย่างนี้สำคัญมาก หนึ่งพนักงานเราเองไม่สามารถที่จะ lay off พนักงานได้เลย สอง facility ไม่ดูแลก็จะเสื่อมสภาพลง ซึ่งตรงนี้ก็ต้อง
มีต้นทุนในการดูแล ขณะเดียวกันเรื่องของการเจรจาไฟแนนซ์ ทั้งลูกหนี้และการจ่ายหนี้

คุณภาคิน เล่าว่า “ เจรจาหาแนวทางที่ลดข้อขัดแย้งระหว่างทุกฝ่าย เราต่อรอง ไม่ว่าลูกหนี้ต่างๆ ก็เจรจากับแบงค์เพื่อให้อยูได้ สิ่งที่เราทำตอนนี้ ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ถ้าธุรกิจสปาไม่ถูกสั่งปิดนั่นคือโอกาสที่เราจะสร้างรายได้ อย่างวันที่ถูกสั่งปิดโอกาสก็ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงที่เปิดนั่นคือช่วงที่จะมีรายได้เข้ามาแต่เพราะเรามีทีม back of house ที่ดีทีม Marketing ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างแข็งแรง ก็มีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่คนที่อยู่ในประเทศไทยเป็นใครก็ได้ที่อยู่ในนี้ และมีโอกาสที่สุดที่จะมาใช้บริการ เพราะฉะนั้นก็ต้องมาดูเรื่องราคาสำหรับขายในประเทศไทย การเลือกเอเย่นต์จากหลายกลุ่มที่เหมาะสม เรื่องของความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรราคาถูกที่ผ่านมาคือ จ่าย 500 บาท
สามารถทำสปาได้ในราคาเท่ากับ 2,000 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการทรีทเม้นท์ได้ตามต้องการ โปรที่ดีที่สุดคือ voucher เมื่อออกมาค่อนข้างตอบโจทย์ มีกระแสตอบรับที่ดีมากในสาขาที่กรุงเทพฯ เมื่อสาขาที่กรุงเทพฯ มีปัญหา คือปัญหาเปลี่ยนไปทุกเดือน เราไม่สามารถที่จะนำโปรโมชั่นนี้มาใช้กับทุกช่วงเวลา ต้องปรับตัวเอง กลยุทธที่ใช้ทั้งด้านราคา และอีกหลายราคามากขณะเดียวกัน พอมีการสั่งปิด ไม่สามารถเซอรไวฟ์ได้สามสาขาถูกสั่งให้ปิดหมดทั้งกรุงเทพฯ เพราะเขามองว่าเป็นธุรกิจที่มีการสัมผัสมากพัทยาปิด เชียงใหม่ก็เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ก่อนหน้านี้ที่สาขาภูเก็ตเช่นเดียวกัน ตอนนี้กรุงเทพฯ มีปัญหา เขาตัดสินใจและคิดเยอะขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย

วิกฤตธุรกิจ ….
ผมเปิดโตมาในสายธุรกิจสปามา 19 ปี คิดเรียนรู้ริเริ่มหาการต่อยอด เราเก่งเรื่องสปาเพื่อสุขภาพ ก็ขยายเป็นโรงเรียนสอนสปา ขยายในskin product ซึ่งอยู่ในกลุ่มสุขภาพเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ได้หลุดออกไป มีเพียง Cafe de Oasis ร้านคาเฟ่ที่หลุดจากที่เราเป็น ซึ่งคาเฟ่ได้รับผลกระทบน้อยสุด ลูกค้ายังคงเดินทางเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ซึ่งถือว่าดีมากกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ลูกค้าก็ลดลงไปประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ในการขยาย แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แบบนี้ เรามี knowledge Knowhow ส่วนเรื่องการตกแต่งร้านก็ไม่ยากสถานที่มีพร้อมทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต หากจะขยายสาขา แต่ในขณะนี้ไม่อยากลงทุนอะไร ปัจจุบัน ถือว่าลำบากมากในการประคับประคองธุรกิจ ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าสปาในธุรกิจเดียวกัน ล้มหายตายจากไปค่อนข้างเยอะมาก ดูจากสมาชิกที่อยู่ในสมาคมล้านนาสปา สมาคมสปาไทย สมาคมภูเก็ต คนที่ทำธุรกิจแนวนี้ไปไม่รอดจริงๆ และส่วนใหญ่ก็พึ่งพานักท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีสายป่านที่ยาวพอตลอด 15 เดือน ถือว่ายาวนานมาก ตัวผมเองหวุดหวิดมาก แต่ถามว่าวันนี้ถ้ายังเป็นสถานการณ์แบบนี้ อีกสักสองถึงสามเดือนค่อนข้างลำบาก ถ้ากรุงเทพฯ ยังไม่เปิดตามปกติ

เพราะอะไร โอเอซิสสปาจึงยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและมีความไม่แน่นอนสูง ทางรอดคือ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ วิเคราะห์ตัวเองเหมือนกัน เพราะผมเองมี relationship ที่ดีกับหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเจ้าหนี้ ซึ่งสำคัญมาก หากเขาไม่ดีนี่จบเร็วมาก ทั้งแบงค์เอย เรามีประวัติที่ดีในอดีต ค่อนข้างโปร่งใส สิ่งเหล่านี้ช่วยในยามวิกฤต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเชื่อมั่น ดูประวัติการทำงานร่วมกันในอดีต เทคนิคการเจรจาต่อรอง และ relationship โดยการจัดการที่เข้าใจปัญหา อาจจะต้องยาวแน่ๆ ทำให้เรารู้ว่าต้องเจออะไรนาน จึงตัดสินใจทำอะไรต้องเผื่อเอาไว้ว่า เริ่มตั้งหลัก ลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรก พยายามประคับประคองรายได้ที่จำกัด ต้องให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดี ผมใช้สิทธิที่เกือบทั้งหมดมีไปหมดแล้ว เพราะนั้นสามเดือนสุดท้ายน่าจะวิกฤติหนัก ภูเก็ตแซนบ็อกช่วยได้แต่อย่างที่บอกจากเคยมีรายได้จาก16 สาขา ลดลงมาเหลือรายได้เพียง 2 สาขา ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก แต่ทำให้เก็บพนักงานไว้ได้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ครอบคลุมใดๆ ทั้งสิ้น บางสาขาต้องปิดดำเนินการไป โดยต้องลดต้นทุนและหารายได้จากช่องทางอื่นเพื่อประคับประคองธุรกิจต่อไป

วัย 49 ของ”ภาคิน” กับการก้าวต่อไป เพื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความลำบากนี้ไปด้วยกันสิ่งที่มีตอนนี้คือต้องมีสติ ในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กร ไม่สามารถที่จะไปแสดงอารมณ์อะไรได้ ไปตีโพยตีพายไม่ได้ มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ต้องเป็นผู้นำ คนที่อยู่ข้างหลังเขาต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตินี้ไปได้
จะเห็นได้ว่า จากที่มีพนักงาน 600 กว่าคน ตอนนี้เหลือ 250 คน ไม่ได้หมายความว่าไล่ออก แต่เขาเลือกที่จะไปในทิศทางที่เขาได้เลือก โดยไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้นาน เขากลับไปอยู่บ้านนอก เขาก็มีทางในการที่จะ survive ได้ เลือกที่จะลาออกเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกช่วงนี้ คือเราไม่ได้ไปหลอกเขาว่าเราจะรอดในสภาวะผู้นำนี้ แต่เราสร้างความมั่นใจว่า เราจะเป็นที่พึ่งให้กับเขา ไม่ว่าจะไปถึงจุดไหน ณ ปัจจุบันนี้ แม้เรื่องของโลกโซเชี่ยลอะไรต่างๆ เราก็ไม่เชื่อเรื่องของ Negative Energy หลายคนลงไปแล้ว ไม่มีทางขึ้นมาได้ แต่ผมยังเชื่อว่า หากเรายังเชื่อเรื่อง Positive จะขับเคลื่อนให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเจออะไรมาเยอะก็แล้วแต่ อย่าบอกว่าเจออะไรมาเยอะมาก สองปีนี้ผมไม่จำเป็นต้องไปแสดงอะไรให้ใครรู้ว่าเจอมาเยอะ สติเท่านั้นสำคัญที่สุด บางครั้งอาจรู้สึกว่าสติจะแตกเพราะรับมือกับปัญหาเยอะมาก จนปัญหานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็ต้องยอมรับถ้าไม่ยอมรับต้องพ่ายแพ้ ถ้ายอมรับสู้เดินหน้าต่อไป โดยการเร่งยกระดับตัวเองให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ตลอดเวลา

…..ถ้าเราพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวแต่หมายถึงทั้งองค์กร ตอนนี้เลยตั้งสติ เข้มแข็ง มองอนาคต บางครั้งเดินเข้าออฟฟิศก็มีหดหู่ แต่เราไปแสดงอาการแบบนั้นไม่ได้ ตอนนี้เราเข้าใจเลยว่า การที่เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมีอะไรมากกว่าการเป็นหัวหน้างาน ไม่ใช่ทำงานให้จบ ผู้นำคือเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ความมั่นใจ ความมั่นคง ความเชื่อมั่น เรื่องของอนาคตอะไรหลายอย่าง สร้างความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าและพนักงาน

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายอีกหนึ่ง Business Line การเปิดตัว แอพพลิเคชั่น RLAX.ME massage delivery เป็นอีกหนึ่งบิสสิเนสไลน์ เมื่อสักครู่ผม เล่าถึงธุรกิจที่เราพยายามแตกไลน์ คิดที่จะทำระหว่างที่เกิดโควิด ผมคิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ แต่พอมากลางโควิดคิดว่าไม่ได้แล้ว จึงเริ่มทำแอพพลิเคชั่นนี้ เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมปรึกษาและหาพาร์ทเนอร์ เพราะคิดว่าคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน คือ RLAX.ME massage delivery ใช้แอพพลิเคชั่นที่เป็นแพลตฟอร์มที่เราเป็นคนกลาง ที่ทำให้ลูกค้ากับผู้ให้บริการคือ therapist ได้มาเจอกัน เป็น market place คอนเซ็ปต์ เหมือน Grab ผมจัดเตรียมเรื่องแอพพลิเคชั่น แต่คนนวดกับลูกค้าตกลงยินยอมกันเอง เป็นmassage delivery เปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว จดเป็น BOI Company เพิ่งได้เมื่อต้นเดือนนี้เอง

ธุรกิจนี้ได้พันธมิตรที่เป็น software house เป็นของบริษัทเยอรมัน เป็นบีโอไอ เหมือนกันแต่อยู่ในประเทศไทย และศักยภาพเขา เขียนโปรแกรมให้กับเยอรมันเหมือนกัน เพราะช่วงโควิดกระทบปัญหาเช่นเดียวกัน เขาเก่งเรื่อง software เราเก่งเรื่องคน people management มี Knowledgeมี knowhow เรื่องของโรงเรียน เรื่องของ massage ซอฟแวร์เฮ้าส์เขาจะมาเขียนแบบนี้ เขานึกไม่ออก เขาต้องอาศัยคนมีประสบการณ์ ซอฟแวร์เฮ้าส์มีดีบนโลกใบนี้แต่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมที่มีความเข้าใจ ซึ่งตรงนี้เรากับเขาคลิกกันได้ทันที จึงกลายเป็นเรื่องที่สามารถนำมาต่อยอดการทำธุรกิจหลังโควิด 19

เราเป็นหุ้นส่วนกันในเรื่องของตัวแอพพลิเคชั่นนี้ ซึ่งเราเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว และค่อยๆพัฒนามาเรื่อย ๆ ตอนนี้เปิดให้บริการเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและหัวหิน แต่พอเราเปิดก็เจอโควิด เราก็รู้ว่ามันคืออะไร เลยทำให้ช่วงนี้เราโฟกัสเรื่องแอพนี้ค่อนข้างเยอะและคิดว่า ตัวนี้จะเป็นอนาคตของบริษัท
ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ตัวแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นตัวที่มีความต้องการสูง ถ้าโควิดเริ่มซาไป ข้อดีของแอพพลิเคชั่นนี้คือ เราจดเป็น BOI การที่เราจะไปขยาย
ในอนาคตอาจจะมีโตในต่างประเทศเพราะเป็นการจัดการที่ง่ายมาก แต่ขั้นตอนยากที่สุดคือขั้นตอนการพัฒนาซอฟแวร์ แต่เมื่อเริ่มมีการใช้ มีการแก้ไข การเอาไปใช้ก็ใช้ได้บนโลกใบนี้ได้หมด สิ่งที่เราทำมาจากอดีต จนปัจจุบัน เพื่อวางแผนในอนาคตก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องของ wellness เพราะยังเชื่ออยู่ว่า เป็นเรื่องที่ขาดกันไม่ได้ในการใช้ชีวิตของคนเรา

cr. ภาพ RLAX.ME

ในแอพพลิเคชั่น RLAX มีระบบการจัดเตรียมพนักงานนวด ลูกค้าไม่ต้องเตรียมอะไร มีที่นอน มีน้ำมันหอม มีทุกอย่างเหมือนยกสปาไปไว้ที่บ้านของคุณเอง เพราะฉะนั้นความปลอดภัยแน่นอน เพราะเรามีโรงเรียนสำหรับผู้ให้บริการ therapist ต้องผ่านการเรียนจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปาพนักงานต้องได้รับใบรับรองการตรวจสอบอาชญากรรม ความปลอดภัยด้านโควิด เรื่องของสุขอนามัย การตรวจสอบเรื่องคุณภาพการบริการ ทุก feedback ของลูกค้าก็จะกลับมาที่เรา เกิดเหตุการณ์อะไรจะรู้ทันทีเพราะการใช้ไอที จะรู้ว่าพนักงานเทอราปิสท่านนี้ไปถึงเวลากี่โมง ใช้ massage กี่โมง monitor เพราะฉะนั้นจะ related กับ consumer review ระบบจะสามารถ monitor ได้ โดยไม่มีอะไรปิดบัง

ข้อดีคือ พนักงาน เทอราปิส รับงานแบบนี้ เป็นการรับงานนอกบ้านที่ไม่ผิดกฎหมาย พนักงานนวดไม่ใช่แค่พนักงานนวดของโอเอซิสสปาเท่านั้น แต่พนักงานนวดทั่วไป เพือเพิ่มรายได้ สร้างงาน ซึ่งวิธีคัดเลือก เทอราปิส คือดูทักษะ ประสบการณ์ โดยต้องมีใบรับรองจากสาธารณสุข รับรองผ่านการเรียน ได้รับใบประกาศ เป็นพื้นฐาน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หลังจากนั้น ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานอยู่บนมาตรฐานของโอเอซิสสปา ปัจจุบันหลายร้อยคนที่มาลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ ส่วนเรื่องผลตอบรับเป็นอย่างไร ช่วงนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ จึงยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่คิดว่าเป็นอนาคตที่ดี ทุกคนที่เข้ามาในส่วนหนึ่งของแอพฯ จะได้ค่าตอบแทนเป็นชั่วโมง มีรายได้ที่แน่นอนเลย ซึ่งมองว่าคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือพนักงาน เทอราปิส เหตุผลที่เขาจะมาจอยแอพพลิเคชั่นเพราะมีความเชื่อมั่นว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน และตรวจสอบขั้นตอนได้ ในขณะเดียวกัน อดีตที่ผ่านมาอาจจะเรียกจากศูนย์นวด แต่ไม่มีประวัติการตรวจสอบ แอพพลิเคชั่นที่เกิดขึ้นนี้เป็นแอพฯ ที่ทำให้เทอราปิส มีความปลอดภัยและลูกค้าปลอดภัยสูงสุด ตรวจสอบได้ทั้งสองฝั่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการรับบริการ โดยมี GPS ในการตรวจสอบตำแหน่งการเข้าทำงาน ระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของแอพฯ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการ
ใช้บริการนวดที่บ้านหันมาสนใจเป็นสมาชิกของ RLAX มากขึ้น

cr. ภาพ RLAX.ME

RLAX.ME เป็นแบรนด์ใหม่ของโอเอซิสสปา ทีมทำงานคนละทีม เพราะเรามีจอยเวนเจอร์โดยไม่อยากให้เด็กต้องไปทำงานสองงาน ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการวางแผนไว้แต่ช่วงสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เดินหน้าไปก่อนเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ธุรกิจสามารถตอบความคาดหวังของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น


เหตุผลที่ทำแอพพลิเคชั่นนี้ คือ ต้องการขยายธุรกิจใหม่การขยายธุรกิจนำไปสู่การ support พนักงานเทอราปิสที่ไม่มีงานทำพนักงาน เทอราปิส ซึ่งโอเอซีสมีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว โดยเข้าสู่ระบบ RLAX.ME มีโอกาสเข้าร่วมงานเป็น freelance รับผิดชอบตัวเอง เรื่องมาตรฐานของการให้บริการเป็นมาตรฐานเดียวกันกับโอเอซิส แต่ผมไม่ได้นำตรงนี้มาเป็นจุดขาย เพราะว่า พนักงานโอเอซิสไม่ได้มีทั่วโลก แต่เป้าหมาย คือ การจายการให้บริการไปทั่วโลก สิ่งที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าตอนนี้คือ โอเอซีส มีโรงเรียนไทยโอเอซิส
สปา ถือเป็นจุดที่สามารถนำมาโปรโมท โนว์เลท โนว์ฮาว จากรร.นี้โดยตรง
ที่สามารถพัฒนามาตรฐานให้กับพนักงานของ RLAX.ME มาจากโอเอซิสหรือพพนักงานทั่วไปที่ต้องการหารายได้พิเศษ ทำงานเป็นนายของตัวเอง สามารถเข้าร่วมกับแอพพลิเคชั่น RLAX.ME โดยการผ่านการตรวจสอบการคัดกรองตามมาตรฐาน ผมเปิดแอพพลิเคชั่นนี้ ในต่างประเทศ สมมติว่า ไปเปิดที่ประเทศเยอรมัน เปิดโซนตรงไหน วันที่เราพร้อมเราเปิดให้บริการที่เยอรมัน เปิดรับพนักงาน เทอราปิสที่เยอรมัน เพราะรีไวเม้นท์ค่อนข้างต่างกัน โดยต้องให้เข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างเหมือน Grab แอพฯ เดียวสามารใช้ได้ทั่วโลก เช่น ใช้บริการ ที่ลาว เยอรมัน ใครก็แล้วแต่ที่ประเทศนั้นๆ สนใจร่วมงานกับ RLAX.ME ก็เข้ามาสมัคร เป็นเรื่องของการจัดการที่เราต้องทำ โดยหา local partner โดยไม่ต้องลงทุนสิบหรือยี่สิบล้าน อย่างที่ผ่านมาผม เปิดโอเอซิสที่ทองหล่อ ลงทุนสามสิบล้าน เปิดได้เดือนดียวเจอโควิดต้องปิดลง เรามองว่าคนไทยในเยอรมัน มีจำนวนมหาศาลมาก ยิ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของคนไทยเขายิ่งมั่นใจ

cr. ภาพ RLAX.ME

ผมแยกโอเอซิสสปา กับ RLAX.ME เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่าน BOI ซึ่ง defend ให้เข้าใจ เพราะ BOI ไม่ใจว่า ทำไมต้องนวดที่บ้าน แล้วจะสร้างงานสร้างเงินให้กับคนไทยได้อย่างไร ถ้าเรามีพนักงานสามพันคน นั่นคือการจ้างงาน รายได้จากการจ้างงานของ เทอราปิสส่วนหนึ่งจึงมองเห็นภาพด้วยศักยภาพความเข้มแข็งของทีมงานทำให้ ผมสามารถเปิด RLAX.ME ในจังหวัดที่ต้องการได้ในหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ที่หัวหินกับกรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่ที่สุดมีลูกค้าประจำเร็วมาก สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นผู้นำ อันดับแรก คืออยากให้ดูตัวเองก่อนว่าตัวเองจะอยู่รอด ณ จุดไหน ถ้าเราอยู่แล้วรอดให้ไปอยู่ที่นั่น ที่พูดแบบนี้คือบางครั้งคนที่ทำงานในองค์กรแล้วองค์กรรู้สึกว่าไม่ได้ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายอยู่รอด ในฐานะผู้นำ ต้องดูว่าอยู่ตรงไหนถึงจะพาทีมงานให้อยู่รอด พนักงานบางคนเลือกกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับมาว่า ในฐานะที่เป็นคนที่ต้องเอาชีวิตให้รอดในสถานการณ์แบบนี้ เขาน่าจะรู้ตัวเองที่สุดว่า เขาอยู่ตรงไหนแล้วจะรอด มันบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้อะไร แต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งตัวผมเอง ชีวิตในวันนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่ได้รู้สึกว่ารันทด เพราะรันทดจะทำให้ถดถอย แต่เรารู้สึกว่าต้องมี positive energy มาส่งเสริมให้เรามีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป

-ภาคิน พลอยภิชา กรรมการผู้จัดการ โอเอซิสสปา

เปิดแนวคิด นโยบายเรือนจำท่องเที่ยว

อายุตม์ สินธพพันธุ์
อธิบดีกรมราชทัณฑ์

จากนโยบาย ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในการพัฒนาพื้นที่เรือนจำทัณฑสถานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะด้านต่างๆ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหลังพ้นโทษได้อย่างยั่งยืน จนปรากฏผลเป็นรูปธรรม และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดโครงการเรือนจำท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “Cook & Coff @ราชบุรี ท่องเที่ยวเกษตรวิถี…คืนคนดีสู่สังคม”
ล่าสุด อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สานต่อนโยบาย รมว.ยุติธรรม ในการนำพื้นที่บริเวณโดยรอบเรือนจำเพื่อใช้ประโยชน์ ทั้งเพื่อสร้างความหวังและประกายแห่งความเชื่อมั่นที่ดีของสังคมในการหยิบยื่นโอกาสให้ผู้ต้องขังให้กลับตัว แก้ไขสิ่งผิด มีรายได้เลี้ยงตนเอง และยังเพื่อทำให้พื้นที่เรือนจำก่อให้เกิดประโยชน์ รวมถึงเตรียมนำเรือนจำท่องเที่ยวมาจัดนิทรรศการในงาน นิทรรศการกรมราชทัณฑ์ ที่เรือนจำกลางคลองเปรมในเดือนพฤษภาคมนี้อีกด้วย

ทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์
โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการฝึกอบรม ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ พัฒนาพื้นที่เรือนจำ-ทัณฑสถานเปิดทุกจังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อเป็นประโยชน์ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ จากจำนวนเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ปัจจุบัน ได้เริ่มมีการนำร่องใช้พื้นที่เรือนจำชั่วคราวและด้านหน้าเรือนจำที่มีพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินในการนำร่องปรับเป็นเรือนจำท่องเที่ยว นำร่อง 5 แห่งในปี 2563 และ ในปี 2564 เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม 24 แห่ง
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงที่มาของเรือนจำท่องเที่ยวว่า เรือนจำท่องเที่ยวเกิดจากนโยบายของ พณ.รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีจำนวน 143 แห่ง เรือนจำท่องเที่ยวเราใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณเรือนจำชั่วคราวและหน้าเรือนจำที่มีด้านหน้า ด้านข้าง เพื่อปรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว คำว่าเรือนจำท่องเที่ยว ไม่ใช่หมายถึงท่องเที่ยวในเรือนจำ แต่หมายถึงพื้นที่ด้านหน้าเรือนจำ เหมือนคำโบราณที่เรียกว่า หับเผย หับแปลว่าปิด เผยแปลว่าเปิดออก เหมือนประตูคุก ที่ท่องเที่ยวบางที่อยู่ที่หน้าเรือนจำชั่วคราว บางที่อยู่หน้าเรือนจำ ส่วนเรือนจำที่ทำแล้ว ได้แก่ เรือนจำชั่วคราวดอยคาจังหวัดเชียงราย เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้งจังหวัดเพชรบุรี เรือนจำชั่วคราวเขาระกำจังหวัดตาก เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วจังหวัดระยอง และที่เรือนจำชั่วคราวสวรรคโลก หลักการคือ เราทำพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ มีการฝึกเรื่องทำอาหาร ทำกาแฟให้กับผู้ต้องขัง ก็นำมาด้านหน้าให้มีร้านกาแฟของเรือนจำแต่ละแห่ง Cook &Coffในพื้นที่นั้นอาจจะมีการประกอบอาหาร ขายกาแฟ และพื้นที่ที่ทำเกษตรพอเพียง โครงการพระราชทาน โคก หนอง นา น้ำใจแห่งความหวังด้วย รองรับธุรกิจการบริการและท่องเที่ยวในอนาคต เพื่อเป็นแหล่งศึกษาโครงการพระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่”

สร้างอาชีพ สร้างรายได้
ในแต่ละพื้นที่ของเรือนจำท่องเที่ยว จะถูกปรับแปลงโฉมให้เหมาะสมตามโลเคชั่น และเพื่อให้เป็นที่สนใจและน่าเข้ามาท่องเที่ยวของประชาชน
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า “โดยในปี 2563 ได้มีการดำเนินการนำร่องมาแล้ว 5 แห่ง และปี 2564 จะมีเพิ่มเติม 24 แห่ง ซึ่งตอนนี้ รมว. ยุติธรรม เปิดไว้ 2 แห่ง ต้องเรียนว่ามีเรือนจำอีกหลายแห่งที่ทำล่วงหน้าไปแล้ว อย่างที่สวรรคโลก ซึ่งกิจกรรมเรือนจำท่องเที่ยวมีหลายกิจกรรมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่อย่าง
ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง มีกิจกรรมอาชาบำบัด โดยการนำม้ามาให้ประชาชนขี่ในช่วงเวลาว่าง หรือการบำบัดเด็กพิเศษ โดยมีผู้ต้องขังเป็นผู้จูงม้าโดยแต่ละแห่ง
จะมีการประกอบอาหาร การทำร้านกาแฟ ร้านค้าผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้ต้องขังจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งการฝึกการประกอบอาหารถือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขัง” เพื่อสร้างทักษะความชำนาญในสถานที่ปฏิบัติงานจริง และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขังให้กับผู้ที่มาเยี่ยมถือเป็นการสร้างรายได้จากการฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังภารกิจการคืนคนดีสู่สังคม เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างโอกาสการยอมรับจากสังคมภายนอก

ยกเรือนจำท่องเที่ยวร่วมโชว์
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า การสร้างความประทับใจให้กับประชาชนที่มาท่องเที่ยว location แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน บางแห่งมีบึงน้ำกว้าง เช่น เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ก็จะมีกิจกรรมกีฬาทางน้ำ มีพายเรือคายัค มีการขายสเต็ก ด้านเปิดทัณฑสถานห้วยโป่งมีการจำหน่ายผัดไท แต่ละแห่งมีความแตกต่างไม่เหมือนกันซึ่งในประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน จะมีงานนิทรรศการกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจำหน่ายสินค้าหลายอย่างส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์จากการฝึกอาชีพของผู้ต้องขัง ปกติจะจัดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว แต่เรื่องเรือนจำท่องเที่ยว ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีการนำมาจัดนิทรรศการร่วมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายหลายโซน อาทิ การแข่งขันการทำอาหารโดยทัณฑสถานหญิงแต่ละแห่งแข่งขันการทำผัดไท ทำไข่พะโล้ ส่วนทัณฑสถานชาย จะมีการแข่งทำราดหน้า หมูปิ้ง ผัดซีอิ๊วเป็นต้น และที่สำคัญมีการแสดงผลผลิตจากโครงการพระราชทาน เศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา น้ำใจแห่งความหวัง “และที่แตกต่าง คือ โซนจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์กรมราชทัณฑ์ที่แตกต่างกัน เช่น ไม้ชิงชัง ไม้ประดู่ ไม้พะยูง รวมถึงงานดีไซน์ใหม่ๆ
ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้ทำ MOU กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ ซึ่งจะทำให้รูปแบบงานดีไซน์ดีขึ้นจากในอดีตในส่วนภาคใต้
เช่น นราธิวาส ยะลา ปัตตานี การเดินทางค่อนข้างไกล จึงไม่ค่อยได้นำสินค้า
ขึ้นมาร่วมจำหน่ายในงาน ส่วนใหญ่จะจัดนิทรรศการในพื้นที่ภาคใต้แต่ปีนี้
จะนำขึ้นมาจัดแสดง และจำหน่ายด้วยที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม”

PenLaos เป็นลาว ร้านอาหารของชุมชน เพื่อชุมชน

มาเขาใหญ่หนึ่งคืน ต้องมีมื้อหนึ่งที่ ร้าน เป็นลาว PenLaos
รู้จัก ร้านเป็นลาว ร้านอาหารแนวอีสานที่ชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเขาใหญ่ ด้วยเพราะความอร่อยของรสชาติอาหารและความเก๋าในไอเดียต่างๆ ที่รังสรรค์ให้ร้านเป็นลาว อยู่ยงคงกระพันมานานเกือบยี่สิบปีแถมยังเป็นหนึ่งในร้านอาหารอีสานที่เข้ามานั่งในหัวใจของนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือน เรียกว่า สักครั้งหนึ่งถ้ามาเขาใหญ่ ต้องมาทานที่ “เป็นลาว”

PenLaos เริ่มต้นจากขนาดเล็กๆ เมื่อปี 2009 เกือบจะสิบสองปีแล้ว เต้เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่กรุงเทพฯ คุณพ่อเป็นคนโคราชคุณแม่เป็นคนเมืองกาญจน์ แต่มาอยู่เขาใหญ่ เพราะตามเจ้านายเก่ามาอยู่เกือบยี่สิบปีมาแล้วตอนนั้นเขาใหญ่ยังไม่เจริญ เส้นหลักคือเส้นธนะรัชต์ แต่ร้านเป็นลาว เป็นเส้นผ่านศึกอนุกูลกุดคล้า ตอนนั้นมีแค่พรีโมและมีปาริโอ้ เขาใหญ่โตมาจากการเป็นเมืองอิตาเลียนด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างขึ้นมาและเป็นที่สนใจของ นักท่องเที่ยว ถ้าไม่นับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อคนมาอยู่มากขึ้นที่ดินก็มีราคาสูงขึ้น ความที่ต้องย้ายตามนายมาเขียนหนังสืออยู่ที่เขาใหญ่ เหงาๆ หาอะไรทำ ตอนนั้นอยู่มูลนิธิอมตะ ต่อมาลูกน้องที่เคยอยู่ฟาร์มฮัก แต่ก่อนเต้เป็นผู้จัดการฟาร์มฮัก เต้จบกฎหมาย เคยเป็นทนายความ และเป็นผู้จัดการฟาร์มฮักสมัยก่อนในรุ่นแรกๆ ทำอยู่ห้าปี ก่อนจะมาอยู่มูลนิธิอมตะ ต่อมาฟาร์มปิด ลูกน้องเก่าๆ ถามว่าคุณเต้ทำอะไรกันดี เราชอบกินส้มตำและแถวนี้มีแต่อาหารอิตาเลียน ก็เลยมาขายส้มตำดีกว่า เปิดวันแรกก็ขายได้สามสิบบาท นึกในใจตอนนั้นมีแต่แมวเดิน ก็นึกว่าจะรอดหรือเปล่า (หัวเราะ) เริ่มต้นร้านจากขนาดเพียง 3 X 3

พันชนะ วัฒนเสถียร : ร้านเป็นลาว

คุณพันชนะ เล่าให้ฟังต่อว่า เต้ตั้งชื่อ เป็นลาวเพราะคุณย่าทวดเป็นคนลาว และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คิดว่า คนไทยชอบดูถูกคนลาวก็ไม่มีอะไรที่จะ respresent ความเป็นอาหารได้ดีเท่ากับคำว่าเป็นลาว เพราะลาวก็หมายถึงอีสาน เราคิดง่ายๆ และชอบที่เป็นสองพยางค์ จำง่าย ตอนแรกก็จะตอตำ ตอเต้ จน มาถึงเป็นลาว
ตอนนั้นเป็นร้านเล็กๆ เล็กมากๆ แค่ 3×3 ไม่มีที่นั่งด้วย แบบซื้อกลับบ้านส่วนใหญ่ก็ซื้อกันเอง อุดหนุนกันเองทำการทดลองอยู่หกเดือน ทุกเสาร์อาทิตย์
พอมั่นใจว่ามีคนมาซื้อกับแล้ว ตอนนั้น ก็มีไก่ย่าง ปลาช่อนเผาห่อใบยอ ส้มตำนิดหน่อย ก็ขายพอได้ จึงขอที่คุณวิกรม มาทำ ก็เป็นร้านเก่าจนถึงปัจจุบัน”

PenLaos เมนู

ร้าน PenLaos ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรในชุมชน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานคือความเข้าใจในสถานการณ์ รับรู้ และพร้อมเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างไม่เบียดเบียนป่า ลดการพึ่งพาหาเลี้ยงชีพในป่า และทำการเกษตรแบบปลูกพืชระยะสั้นซึ่งเป็นพืชผักอินทรีย์ไร้สารพิษเป็นลาวของเราก็ซื้อพืชผักหลายอย่างที่ใช้ในร้านเพื่อสนับสนุนชุมชนที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่าแห่งนี้บางครั้งคุณลูกค้าจึงได้ผักแกล้มเป็นใบชะพลูบ้าง ดอกอัญชันบ้าง คละๆ กันไปและยังนำคนเจเนอเรชั่นต่างๆ ในชุมชนมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่เด็กๆ ที่อยากหารายได้ระหว่างเรียน พร้อมเรียนรู้ วัยทำงานที่ขยันขันแข็ง และวัยผ่านประสบการณ์

เมนูเด็ดของ PenLaos คือ ตำโคราช (ตำไทยใส่ปลาร้า) ตำมั่ว แกงลาว ซุปหน่อไม้ น้ำตกหมู น้ำตกคอหมู น้ำตกเนื้อ ไก่ย่าง ไก่ทอดกระเทียม ผัดหมี่โคราช*

ตำหลวงพระบาง
จานนี้เด็ดสุด ด้วยน้ำปลาร้าปรุงสำเร็จ และน้ำยำปลาร้าสูตรโฮมเมด ไม่ใส่สารกันบูด แบบเดียวกับที่ปรุงขายในร้านใส่ ขวดจำหน่ายไปฟินต่อกันที่บ้าน ตำหลวงพระบางสำหรับคนกินปลาร้าและกะปิ

ตำหลวงพระบาง

ผัดหมี่โคราชPenLaos
ใช้น้ำปรุงสูตรเฉพาะของทางร้าน ผัดกับเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่ม ให้รสชาติซึมเข้าไปในเส้น รสชาติกลมกล่อม

ผัดหมี่โคราช

ลาบปลาดุกPenLaos
ลาบเป็นแบบแห้งๆ โดยการนำปลาดุกไปย่างจนหอมแล้วแกะเอาเฉพาะเนื้อไปปั่นกับข่า นำมาคั่วจนแห้ง ปรุงรสเค็ม แซ่บกำลังดี  

ลาบปลาดุก

หมูสามชั้นทอด หรือ คอหมูย่างผัดแจ่ว

หมูสามชั้นทอด น้ำจิ้มแจ่ว
ต้มแซ่บไก่บ้าน

แนะนำ ไก่ย่างต้องสั่งเลยจ้าเป็นลาวมีดิลิเวอร์รี่ตลอดๆ แต่ตอนนี้จัดโปรเพิ่ม ทั้งฟรีทั้งเหมา ส่งแบบยกเข่ง จะย่างจะทอดจะตำ พร้อมส่งฟรี 5กิโลเมตร จากร้าน ขั้นต่ำ 500 บาท กิโลเมตรที่ 6-10 เหมาค่าส่ง 50 บาทกิโลเมตรที่ 11 เป็นต้นไป กิโลเมตรละ 20 บาทเด้อ

สำหรับสถานการณ์ในช่วงนี้ ร้านเป็นลาว ยังเปิดให้บริการตามวันและเวลาเดิม ตามประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ลูกค้าที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังสามารถเข้าพักโรงแรมได้ขั้นตอนการตรวจจะเข้มข้นขึงขังอยู่สักหน่อยเพื่อความปลอดภัยของคุณลูกค้าค่ะ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะรีบแจ้งให้ทราบ โปรโมชั่นจากเป็นลาว เพียงเอาปิ่นโตหรืออุปกรณ์มาใส่เมื่อสั่งอาหารกลับบ้าน รับส่วนลดไปเลย 10% เป็นลาว: 700 เมตร ก่อนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การันตีความอร่อยได้จากแถวรถที่จอดยาวเหยียดหน้าร้านริมถนน

สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดที่ PenLaos
พิกัด : https://g.page/Penlaos?share
ที่อยู่ :  56 หมู่ 17 ถนนธนะรัชต์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา
ร้านเปิดบริการ : 09.30 – 18.00 น.
โทร : 08-3461-3666
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/penlaosthailand/

ต้องได้ลอง…ก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย

เปิดตำนานเส้นทางแห่งความอร่อย หลายคนเมื่อพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนินต้องร้องอ๋อกันทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดของแม่ใหม่ ต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทยกลางห้างหรู ตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 น้ำซุปที่ถูกปรุงอย่างพิถีพิถันจากวัตุดิบที่ทางร้านคัดสรรคมาอย่างดีเยี่ยม จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและครองใจคอก๋วยเตี๋ยวเรือมาอย่างยาวนาน

เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถือเป็นเจ้าแรก ในยุคนั้นถือว่าเป็นแหล่งช้อปสุดชิคที่เหล่าเซเลบริตี้ปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกกล่าวถึง เป็นที่ฮือฮา คือ ร้านอาหาร Le Jardin (เลอ จาร์แดง) ซึ่งเป็นร้านอาหาร ในคอนเซ็ปต์ลอบบี้ เลานจ์ นำก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นมาเสิร์ฟบนห้าง ถือเป็นเจ้าแรก ที่ยกความแซ่บมาตั้งไว้บนห้างหรู เป็นที่ถูกถูกใจบรรดานักธุรกิจและนักชิมจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

ถึงวันนี้เป็นเวลายาวนานกว่า 35 ปีแล้ว จากตำนานอาหารของร้าน เลอ จาร์แดง ที่ถ่ายทอดความอร่อยมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง วันนี้ร้านใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล พร้อมเสิร์ฟความอร่อยที่หลายๆคนคิดถึง ในชื่อ ใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และ ล่าสุดรุ่นหลาน คุณมิ้นท์-ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

MaiMai Noodle เปิดที่ Icon Siam ก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย มิ้นท์–ชลิตา สาลีรัฐวิภาค ลูกสาวคนโตในจำนวน 4 คนของ พีระพันธุ์–สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค วันนี้ชวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อและหมูแบบพรีเมี่ยม อาหารของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากความชอบอาหารไทยของคุณยาย และอาหารฝรั่งของคุณแม่ นำมาปรับให้ทันสมัยกลายเป็นอาหารคงคุณค่าอาหารครบ ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ เมนูต้องมีคุณภาพและรสชาติต้องเลิศ น้ำซุป เข้มข้น และอร่อยแบบไม่ต้องปรุง นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยแบบดั้งเดิมอื่นๆ อีกมากมาย อาหารทุกจานเป็นสูตรลับเฉพาะของครอบครัวใหม่ใหม่ได้ลิ้มลองความอร่อยอีกมากมาย

ปัจจุบัน คุณมิ้นท์ เข้ามาสานต่อธุรกิจ จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และล่าสุดรุ่นหลาน คุณมิ้นท์ สานต่อความอร่อยระดับตำนาน ร้าน MaiMai Noolde ก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ ยกทัพมาให้ทุกท่านได้
อิ่มอร่อยกับท็อปปิ้งและเมนูเครื่องเคียงอีกมากมาย

มิ้นท์–ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

แนะนำเมนูห้ามพลาด
ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อริบอายออสเตรเลีย
ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำซุปเข้มข้น ราดร้อนๆ ลงบนเนื้อนุ่มชิ้นใหญ่ คัดสรรเนื้อริบอายจากเชฟระดับโรงแรมด้วยวิธีพิถีพิถัน ทานเข้ากันกับรสชาติแบบก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ
เเนื้อริบอาย น้ำซุป ของที่นี่เข้มข้น และอร่อยแบบไม่ต้องปรุง

ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูคุโรบุตะ
ก๋วยเตี๋ยวหมูคุโรบุตะคัดมาแบบเน้นๆ หมูนุ่ม เด้ง เสิร์ฟพร้อมลูกชิ้นหมูสูตรพิเศษอร่อยเต็มคำ ซดคู่กับน้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศ

เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน ดัดแปลงมาจากเมนูคัสตาร์ด โคโคนัท เมนูดังในอดีตของโรงแรมดุสิตธานี

เมนูของหวานไฮไลต์ที่ดังยาวนานถึงวันนี้ กล้วยไข่คัดพิเศษจากจังหวัดเพชรบุรี ด้วยเทคนิคการเชื่อมที่หวานฉ่ำชุ่มเข้าเนื้อกำลังดี ราดด้วยน้ำกะทิเข้มข้น หวาน เค็ม หอม อร่อยดี

เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน
Sukanya Janchoo (General Manager) Chalita Salirathavibhaga (Owner)
ร้าน MaiMai Nooldle Iconsiam : ใหม่ใหม่ นู้ดเดิ้ล

ร้าน MaiMai Nooldle Iconsiam
299 Iconsiam Room R606 Fl.6
Soi Charoen Nakhon 5 Khlong ton sai Bangkok 10600
โทร. 02 1089977
ICONSIAM ชั้น 6, Alangkarn Zone
Line : @MaiMaiNoodle

#MaiMaiNoodle #ต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างเจ้าแรกในประเทศไทย #ก๋วยเตี๋ยวเรือIconsiam #toptotravel
#ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนิน #ก๋วยเตี๋ยวเรือ #BangkokNoodle

ตามรอยพ่อฯ ปี 8 หนุนสร้างคนรับมือภัยพิบัติ

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”จัดอบรมหลักสูตร CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ที่ จังหวัดลพบุรี

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 8 จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ในหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ภายใต้แนวคิด CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก โรงเรียนสงครามพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ. ลพบุรี ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งการเตรียมป้องกัน การพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
(ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจ
และผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมว่า “สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์ แต่การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้หน้าที่ สามารถรับมือและพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื่นได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่ง โดยหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เน้นการสร้างแหล่งน้ำไว้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนไว้ใช้อุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทั้งในฤดูน้ำหลากยังสามารถช่วยชะลอและเก็บกักน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องใช้สอย และสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ซึ่งสามารถเตรียมการไว้ได้ในภาวะปกติและสามารถรับมือเมื่อเกิดภาวะวิกฤต (ป้องกันและฟื้นฟู) พร้อมทั้งฝึกอบรมเร่งสร้างกองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อการเตือนภัยและฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ (เตือนภัยและเผชิญเหตุ) ด้วยกระบวนการอบรมทักษะ ความรู้ต่างๆ ควบคู่กับการหนุนนำให้เกิดจิตอาสา มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยรู้เท่าทันสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติสามารถประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายความช่วยเหลือทั้งในและนอกพื้นที่ได้ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศเพื่อช่วยเหลือกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด”

ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการฝึกอบรมในครั้งนี้ ว่า การฝึกอบรม CMS เป็นกิจกรรมที่มูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ และช่วยเหลือคนอื่นได้ เนื่องจากปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ของโลก ซึ่งนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที การส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติจึงเป็นภารกิจที่ทวีความสำคัญ

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด


โครงการฯ จึงจัดกิจกรรมฝึกอบรมครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ โดยได้ปรับหลักสูตรการฝึกให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการฝึกซึ่งมีทั้งคนเมือง และคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายของคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดเหตุภัยพิบัติ การเตรียมป้องกัน การพึ่งตนเองเมื่อเกิดวิกฤต ตลอดจนการฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติด้วยศาสตร์พระราชา สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้คนอื่นๆ
ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับ
ภัยพิบัติทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากวิทยากรชั้นครูของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงอาจารย์ยักษ์และทีมครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดยเมื่อจบการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อส่งความช่วยเหลือกัน ทั้งด้านกำลังคนและเสบียงอาหารในยามเกิดภัยพิบัติ”

พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต

ด้าน พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต ที่ปรึกษาการฝึกอบรมในครั้งนี้ กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตรการฝึกอบรมว่า “หลักสูตรการฝึกอบรม ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ เป็นหลักสูตรเฉพาะกิจระยะสั้นเพียง 3 วัน 2 คืน

ซึ่งการฝึกอบรมโดยปกติจะใช้เวลา 6 วัน อีกทั้งผู้เข้าอบรมเป็นประชาชนทั่วไปหลากหลายอาชีพ มีทั้งคนเมืองและคนที่เริ่มทำกสิกรรมธรรมชาติ การออกแบบหลักสูตรจึงเน้นความกระชับและมีโอกาสใช้ได้จริง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเผชิญเหตุ ด้วยการผสมผสานหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ฐานเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองในภาวะวิกฤต ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรค และวิชาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการรับมือวิกฤตในยุค Disruption ผนวกกับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ การเรียนรู้เรื่องทัศนสัญญาณ การปฐมพยาบาล การผูกเงื่อนเชือก และการเอาตัวรอดในน้ำ โดยมีการจำลองสถานการณ์ปัญหา 24 ชม.
เพื่อฝึกการดำรงชีพในภาวะวิกฤต

พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา
‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’

นอกจากนี้ยังเชิญ พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา ‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ มาเล่าประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ที่อยู่กับเด็กๆ ทีมหมูป่า จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง สามารถพึ่งตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ในสถานการณ์คับขัน โดยหลักพื้นฐานเมื่อต้องเผชิญเหตุมีอยู่ 3 อย่าง คือ มีสติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีสติจึงจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคได้ มีความเพียรในการฝ่าฟัน จึงสามารถรอดพ้นปัญหาและอุปสรรคตั้งแต่เรื่องง่ายไปจนเรื่องยาก และสุดท้าย คือ การนำความรู้ไปแก้ปัญหา”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมในโครงการ
คนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน
 www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking 
รายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

ร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด ร้านอาหารไทยอร่อยราคาดี รางวัลจาก MICHELIN

คุณบิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด ร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ ใน Michelin Guide Bangkok จากอดีตพนักงานออฟฟิต  ทั้งหมดล้วนเกิดจากความหลงไหลของสมาชิกในครอบครัว ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด ระยะ 12 ปี ที่ผ่านมา รังสรรค์เมนูจานโปรดสไตล์โฮมเมดปักษ์ใต้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเรื่องกลิ่นและความมัน ของอาหารใต้รสดั้งเดิม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัว  คนไทยชอบอาหารรสชาติจัดจ้าน และคั่วกลิ้งสูตรที่ร้านจะใส่กะปิลงไปหน่อยผสมกับเครื่องแกงตำสด ผัดแบบไม่ใช้น้ำมัน เพราะในเนื้อหมูที่ทางร้านเลือกใช้มีความมันอยู่แล้ว เติมใบมะกรูดกับพริกขี้หนูสวน ปรุงรสและได้อาหารใต้ของรสชาติของชุมพร เพราะคิดเสมอว่าลูกค้าทุกท่านเป็นเหมือนแขกคนพิเศษ ที่แวะมาทานอาหารฝีมือของบ้านเรา

คุณบิ๊ก-วเรศรา สมิตะสิริ เจ้าของร้าน “คั่วกลิ้งผักสด”

เชื่อหรือไม่ว่า สูตรพิเศษจาก Khua Kling Pak Sod คั่วกลิ้ง ผักสด อาหารชื่อดังที่คุ้นชื่อกันมานาน นำสูตรอาหารฝีมือคุณป้าจากบ้านเกิด จ. ชุมพร สถานที่เป็นร้านอาหารที่ดัดแปลงมาจาก บ้านที่อยู่อาศัยและเป็นกิจการที่ดำเนินงานภายในครอบครัวที่ได้รับคำชมในเรื่องของรสชาติอย่างล้นหลามจนได้รับรางวัล บิบ กูร์มองด์ จากมิชลิน 3 ปีซ้อน โดยชื่อร้านตั้งตามเมนูเด็ดของภาคใต้ คือ คั่วกลิ้งหมูสับ ปรุงรสด้วยผัดกับใบมะกรูด ขมิ้น และพริกขี้หนูสดที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งทางร้านให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุง เช่น สะตอผัดกุ้ง น้ำพริกกุ้งสด รวมถึงเมนูจานไข่ที่สามารถช่วยดับความเผ็ดร้อนได้อีกด้วย

คั่วกลิ้ง ผักสด เป็นอาหารใต้รสชาติของชุมพร เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่มีรสชาติถึงใจ กลิ่นหอม เครื่องเข้มข้นสุด ความโดดเด่นของอาหารใต้แบบโฮมเมด  ถือเป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมมาก  เวลากินคู่กับข้าวสวย คือฟินมากจริงๆ ไม่จำเป็นต้องไปถึงใต้ หรอยจังหูได้ที่ ร้านคั่วกลิ้งผักสด เมนูอาหารใต้กับสุดยอดเมนูอย่าง  “คั่วกลิ้งหมูติดมัน” รสชาติเผ็ดร้อนกับความสดของวัตถุดิบและสมุนไพรนานาชนิด ที่นำมาปรุงรสด้วยน้ำตาลและหัวกะทิเข้มข้น ทางร้านไม่ใช้ผงชูรส อาหารใต้ของไทยจึงเป็นอาหารที่จะทำให้ต่อมรับรสของคุณทำงานอย่างเต็มที่เมื่อได้สัมผัสกับรสชาติสดใหม่ เผ็ดจัดจ้านรสชาติอาหารกลมกล่อมทุกจาน
ส่ววนราคาก็ไม่แพงกลางๆ เทียบกับบริการ คุณภาพอาหาร บรรยากาศ ถือว่าดีมาก

สะตอผัดกุ้ง เอาใจคนชอบกินเผ็ดกุ้งตัวเต็มคำสะตอเม็ดใหญ่เนื้อดีผัดครบรสเข้มข้น ให้กลิ่นและรสสัมผัสที่แตกต่าง
น้ำพริกกุ้งสด

อาหารจานแรกที่ ร้าน คั่วกลิ้ง ผักสด อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอ คั่วกลิ้ง ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจที่ครอบครัวรับประทานเป็นประจำ เมนูประจำตั้งแต่คุณ Bic ยังเด็กและความคุ้นเคยและชื่นชอบในรสชาติของอาหาร โดยใช้วัตถุ พื้นบ้านดิบพื้นบ้าน  ร้านอาหารไทยอร่อยราคาดี จนได้รางวัลจาก MICHELIN  เป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มนักชิมชาวไทย เพราะร้านที่ได้รางวัลนี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยราคาที่ย่อมเยาว์และคุ้มค่า

หมูสับคั่วมาแห้งๆกลิ่นรสเข้มข้นจัดจ้านแบบกลมกล่อม

คั่วกลิ้งหมูสับ
ไฮไลต์ชวนหลงใหลอยู่ที่พริกแกงและกะปิจากชุมพร

ใบเหลียงผัดไข่ ใบเหลียงยอดอ่อนจากชุมพรผัดคลุกเคล้ากับไข่ไก่ หอมกลิ่นกระทะ
แกงเหลืองปลา รสเข้มข้นจัดจ้าน สีเหลืองสวยด้วยขมิ้น
รสชาติที่อร่อยล้ำของอาหารใต้มาจากเครื่องพริกแกงสด
หมูฮ้อง
ข้าวยำปักใต้

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยเน้นอาหารปักษ์ใต้รสชาติจัด อาหารคุณภาพดีที่คุ้มค่าสมราคา มนูอาหารของทางร้านคุ้มค่ามากที่พลาดไม่ได้คือ คั่วกลิ้งหมูผัดสด สะตอผัดกะปิกุ้ง และหมูฮ้อง รับรองว่าบรรดาแฟนอาหารใต้รสจัดอิ่มอร่อยแบบไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน มาที่นี่ต้องลองเมนู

Khua Kling Pak sod
บิบ กูร์มองด์ มีบทบาท ไม่น้อยไปกว่า ‘ดาวมิชลิน’ ในการส่งเสริมให้ กรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งอาหารอร่อยที่มีตัวเลือกแตกต่างหลากหลายให้นักชิมได้ลิ้มลอง ทั้งอาหารระดับภัตตาคาร อาหารจากร้านธรรมดาขนาดเล็ก หรืออาหารริมทางราคาย่อมเยา สัญลักษณ์รับรองนี้ไม่เพียงนำเสนอทางเลือกให้บรรดานักชิม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่านการคัดสรรจากคู่มือระดับโลกอย่าง ‘มิชลิน ไกด์’ ในราคาที่จับจ่ายได้ง่ายอย่างคุ้มค่า แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารอร่อยคุณภาพดีไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป

ขนมหวานของร้าน คั่วลิ้ง ผักสด

อย่าลืม แวะไปจัดหนักจัดเต็มรับประทานมื้อโปรดกับครอบครัว เพื่อน หรือจะพาชาวต่างชาติมาเลี้ยงต้อนรับก็รับรองว่าเป็นอันประทับใจ บรรยากาศสไตล์นั่งกินข้าวในบ้านชิล ๆ ดีนะคะ ส่วนของอาหารต้องบอกว่าที่นี่เน้นเมนูอาหารมีรสเผ็ดจัดจ้าน อาหารไทย อาหารใต้ ถูกปาก ถูกใจ คงหนีไม่พ้นเมนูอร่อยๆ อย่าง คั่วกลิ้ง ผักสด ข้าวสวยร้อนๆ สักจาน เด็ดสุดสำหรับมื้อนี้คะ

ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด ทุกสาขา เปิดให้บริการห้องจัดเลี้ยง หรือห้องรองรับแขกพิเศษ สามารถติดต่อสาขาที่สะดวก เพื่อขอจองล่วงหน้า

แนะนำ…. อาหารใต้ รางวัลมิลชิลินมาที่นี่เป็นครั้งแรกแล้วไม่ผิดหวัง
Family owned and operated since 2007

ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด PRASARNMIT (สาขาประสานมิตร)
โทร. 02-259-5189, 095-36-36-364
เปิดบริการทุกวัน 11.00 – 22.30 น.
FB : KhuaKlingPakSod
IG : khuaklingpaksod

#khuaklingpaksod #michelinguidebangkok #คั่วกลิ้งผักสด #ทำทุกจานจากใจ #michelinguidebkk2019 #bibgourmand #bibgourmand2019 #delivery #lineman#คั่วกลิ้งผักสด #อาหารใต้ #ชัญญ่าว่าดี

สรุปบทสัมภาษณ์ของ ทวีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร TK Palace

วันนี้….หากใครก้าวเข้าไปยังโรงแรม ทีเค พาเลซ จะสัมผัสได้ถึงโฉมใหม่ของสถานที่แห่งนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า เรื่องราวของผู้ชายชื่อทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม ประธานกรรมการบริหาร ทีเค. จุดเริ่มต้นจาก ความตั้งใจที่ต้องการพัฒนาทำให้ โรงแรม ที.เคใหญ่ขึ้น และเป็นหนึ่งในกิจการโรงแรมที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดใน ย่านแจ้งวัฒนะ พร้อมให้บริการ

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม (พี่อูฐ) เริ่มเล่าให้ฟังว่า “… ย้อนหลังไป 3 ปีที่แล้ว จนถึงในปัจจุบัน จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ ทีเค. โดยมองเรื่องของวิสัยทัศน์ก่อนว่า วันนี้ การทำธุรกิจอะไรก็ตาม ต้องไม่มีอะไรเหมือนกัน ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อสร้างจุดขายจองคนเอง ทำเอาเจ้าของปลื้มปริ่ม

ผู้ชายคนนี้มีเบื้องหลังแนวคิดการทำธุรกิจอย่างไร?
จุดเริ่มต้นในธุรกิจนี้ วิสัยทัศน์ของผม มีเพียงแค่การอยู่รอด และช่วงสามปีต่อจากนี้ไป เราคิดกันว่า น่าจะมีโรงแรมที่ไม่เหมือนคนอื่น เน้นเรื่องของ Green hotel เราลงทุน กับการปลูกต้นไม้ทั้งหมด 10 กว่าล้านบาท และนำสถาปนิก ปรับเปลี่ยนดีไซน์ทุกส่วนในพื้นที่ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น ล็อบบี้ ห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ต้นไม้ พรม วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องพัก ปรับเปลี่ยนใหม่ให้มีความทันสมัย

ผมคาดหวังว่า โรงแรมเราจะกลายเป็นหนึ่งในกิจการ โรงแรมที่ดีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ขณะเดียวกัน มีเพื่อนที่คอยสนับสนุนและพร้อมจะลงทุนไปด้วยกัน โดยการร่วมทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อนที่พูดถึงคือ นิ่มซี่เส็ง ซึ่งประกอบธุรกิจมาสามสิบกว่าปี ผมโชคดีที่มีนายทุนเป็นเพื่อนสนิท ให้แบบไม่มีข้อแม้ เหมือนเป็นเพื่อนและเป็นผู้ที่มีพระคุณกับโรงแรมของเรา”

การทำธุรกิจโรงแรมในวันนี้ ต้องมีวิสัยทัศน์ มองหลายมิติ โรงแรมมีลักษณะผสมผสาน เพื่อให้มาตรฐานสากล โรงแรมส่วนมากคนมีทุนสูง มีเงินเยอะเป็นเจ้าของ โดยจ้าง GM เข้ามาบริหาร เขาก็จะบอกกับ GM ว่า จะต้องทำยอดให้ได้สมมติเดือนละ 30 ล้าน ทีนี้ GM กับลูกน้อง Relation ไม่ค่อยมี GM ต้องปั้นเงินให้ได้ เพื่อนำพาตัวเองให้รอด การทำงานไปกดดันกับลูกน้อง ลูกน้องก็อยู่ยาก และลาออกในที่สุด สำหรับที่ ทีเค เจ้าของจะยืนอยู่เคียงข้างคู่กับลูกน้องเสมอ เพราะผมเชื่อว่าในอนาคตเราจะเติบใหญ่ขึ้น และโตกว่านี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน

แนวคิดการบริหารโรงแรมหลังผุดอาคารหรู
คุณทวีศักดิ์ เล่าว่า “…เราสร้างอาคารใหม่โดยกลุ่มเป้าหมาย ผมมองว่าถนนแจ้งวัฒนะเป็นย่านคนรวย แต่จะพบว่าที่ถนนแห่งนี้ ไม่มีโรงแรมระดับที่ว่าเข้ามาแล้วประทับใจ สำหรับเรา ผลตอบรับคือลูกค้าค่อนข้างพอใจพร้อมสัมผัสลุคใหม่กับทีเค บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้พักผ่อนควบคู่ไปกับการทำงาน ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น การประชุมหรือสัมมนา สามารถดำเนินธุรกิจ จนประสบความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมของสังคมไทย

ด้วยพื้นที่ใช้สอย และในอนาคต จะใช้นโยบายการสร้างความแตกต่างเรื่อยๆ …คัดเกรดลูกค้า และสร้างแรงจูงใจ รวมถึงงานดีไซน์ที่ถูกออกแบบตกแต่งมาอย่างดี อย่างล็อบบี้ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของโรงแรมทีเค ถามว่าเหนื่อยมั๊ยกับการลงทุน ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ทุกวันนี้พอใจกับกระแสตอบรับของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะเลือกได้ว่า…จะรับลูกค้ากลุ่มไหน?

ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย 60% ที่เหลือ คือต่างชาติและแขกที่เป็นเอเย่นต์ คอร์เปอร์เรท ณ วันนี้ ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้ไม่ cover เงินกู้ มองแบบนักเศรษฐศาสตร์ที่มองสองทาง ทั้ง direct และ indirect ไดเรคคือ ทางตรง และอินไดเรค ที่จะมาจากรถไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดทางให้ลูกค้าเข้ามา ….นี่คือเป้าหมาย”

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม (พี่อูฐ)

ภายใน 3 ปี โรงแรมต้องขายตัวเอง 50% ขึ้นไป รายได้เดือนหนึ่งสุมมติ 30 ล้าน โรงแรมต้องขายตัวเองได้ 20 ล้าน นอกนั้นเซลล์ขาย ถ้าทำได้จะสบายในระยะยาว การที่เราจะบริหารจัดการไปได้ ต้องอยู่ที่สินค้าอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้วบอกต่อ วันนี้มีการพัฒนาเรื่องของอาหาร มี F&B ช่วย จะบริการเพียงห้องพักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประชุมสัมมนา จึงจะถึงเป้า 30 ล้านใน 3 ปีข้างหน้า

อย่าไรก็ดี ด้วยพื้นที่ใช้สอย ตระหง่านบนพื้นที่ 30ไร่ ริมถนนแจ้งวัฒนะ โรงแรมใช้พื้นที่เต็มจำนวนทั้งหมด โดยในปัจจุบัน ราคาซื้อขายกัน 500,000 บาท 10 ไร่ 2,000 ล้าน เลยหนี้ ในแต่ละวันแอคทีฟเก็บเงินได้
ทุกวัน ถือเป็นทรัพย์แอคทีฟ ทำให้มีมูลค่าทางธุรกิจสูงและทรัพย์สิน ซึ่งผมเป็นหนี้ 1,500 ล้านบาท จะผ่อนไป 3-40 ปีมั๊ย? สมกับความตั้งใจและโดยฝีมือของสถาปนิก ภายใต้แนวคิดที่ผสมผสานธรรมชาติ มนุษย์ ด้วยเหตุผลโรงแรมของเรามีพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เรามีจุดแข็งที่จะแข่งขันกับโรงแรมในเมืองที่มีพื้นที่น้อย


ดังนั้น ในยุคนี้ งานบริการ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ผมจะเน้นเรื่องเพื้นที่
สีเขียว สวนสวยเป็นเรื่องสำคัญ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเริ่มเห็นภาพลักษณ์ใหม่ เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรม สีเขียวโดดเด่น ส่วนด้านใน Lobby โดยเฉพาะส่วนของคอฟฟี่ช็อปในปัจจุบัน ถูกปรับให้เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท พร้อมประดับตกแต่งสวนสวยสีเขียว มีระเบียงไม้สุดชิค และที่สำคัญ มีการผสมผสานกันระหว่างอาคารสมัยใหม่อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของธุรกิจโรงแรม ส่วนสำคัญที่สุด คือ งานบริการ ซึ่งนั่นหมายถึง บุคลากรของโรงแรม ซึ่งผู้บริหารโรงแรมทีเคฯ กล่าวถึงปัญหาและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลเช่นกัน คุณทวีศักดิ์ กล่าวว่า “วันนี้เหมือนกับการก้าวกระโดด โรงแรมเราไปถึง 5 ดาว แต่บุคลากรยังตามไม่ทัน ซึ่งในเวลานี้่ แม้กระทั่งเจ้าของยังตามไม่ทัน บางครั้งนอนตื่นมายังคิดว่าฝันไปรึเปล่า!

สิ่งที่ดีที่สุด คือเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลาการ ทุกสิ่งทุกอย่างเติบโตไปถึงจุดหนึ่ง แต่ถ้าบุคลากรของเรายังช้า ต้องมีการอบรมและพัฒนาการทำงาน การปรับตัวให้ทันยุคสมัย เพราะวัฒนธรรมของโรงแรมเราคือต้องการให้พนักงาน win win กับเราด้วย ทุกคนไม่ได้ทำงานเพราะเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่พนักงานทุกท่านทำด้วยสปิริต ซึ่งโรงแรมมีการดูแลด้านสวัสดิการอย่างเต็มที่ มีงบห้าล้านเป็นสวัสดิการของพนักงาน อีกทั้งเงินเดือนจะพิจารณาปรับขึ้นตลอด เพราะเจ้าของไม่ได้หวังวันนี้ เจ้าของหวังอีกสามปี เพราะการไม่ได้หวัง พนักงานช่วยเต็มร้อย การทำงานในปัจจุบันมีไลน์กลุ่มกับลูกน้องทั้งหมด จะดูเสมอว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมได้ประสบการณ์มากมายจากการทำงานร่วมกับพนักงานตรงนี้ ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้ร่วมงานที่มีความหลากหลาย ได้ศึกษาคนและอารมณ์ของคน รวมไปถึงการฝึกคนหรือพนักงานบริการให้มีความอดทน รักในงานบริการ ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน และสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมให้น่าอยู่

ผู้บริหาร ทีเค พาเลซ กล่าวถึง แนวนโยบายด้านการตลาดว่า แนวทางการทำตลาดในลักษณะของไลฟ์สไตล์ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การใช้ช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ที่ผ่านมา ในเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่พีคที่สุดถึง1,200 ห้อง/ไนท์ ซึ่งมาจากการปรับเรื่องข้อมูลออนไลน์และช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1,500 รูมไนท์ ข้อดีของการขายออนไลน์คือขายห้องอย่างเดียวไม่ต้องกังวลถึงเรื่อง เบรกฟาสต์

โรงแรมตั้งมา 25 ปีแล้ว ผมทำงานตั้งแต่ปี 2 สมัยเรียน ม.เกษตร จนจบเศรษฐศาสตร์และจบ MBA ม.เกษตร เช่นกัน วัคซีนค่อนข้างแข็งแรง มีปัญหาเข้ามาก็พร้อมที่รับมือ

การทำงานทุกอย่าง หากเราทำด้วยใจก็จะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด โดยเฉพาะงานด้านบริการจะต้องคำนึงถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราจะต้องบริการลูกค้าอย่างที่เราคาดหวังว่าเราจะได้รับการบริการเช่นเดียวกัน….ทำธุรกิจอะไรก็ตามต้องต่อยอดไปได้หรือไม่ อยู่ที่การคิด การใช้สมอง และอย่าคิดระยะสั้น ต้องมองระยะยาวไม่ใช่การขายไปวันๆ ธุรกิจโรงแรมต้องเข้ามาคลุกคลีจึงจะเห็นปัญหา แต่เรากลับสนุกกับปัญหาได้อยู่กับลูกค้า ชินกันคุ้นเคยกันไปหมด อยู่กันแบบสบายๆ แต่ละเดือนวันนี้ลูกค้าอยู่ที่ 80 % ถือว่าถึงจุดที่โอเคแล้ว

“อยากบอกว่า ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวอย่างมหาศาล เพื่อรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”

ทุกวันนี้ เงินหายากไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน พฤติกรรมต้องเปลี่ยนให้ทัน ต้องคิดว่าเทคโนโลยีเข้ามาแล้วจะแก้กับมันอย่างไร ไม่ใช่พอเทคโนโลยีเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองไม่เอาแล้วไม่ได้” คุณทวีศักดิ์ กล่าวท้ายสุด

สถานที่ : โรงแรม TK.Palace Hotel & Convention
ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ
ที่อยู่: 54/7 ถนน แจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้อง เขต หลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์: 02 574 1588

แผนที่คลิ๊ก
https://goo.gl/maps/8mCDCoZ7GZQgPzP5A


ป่าชายเลนผืนใหญ่ สู่มรดกโลก

ป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา และมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิด เรียนรู้และเรียนรู้กับประสบการณ์ เพราะที่ผ่านมาเรียนรู้กับสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ไม่ใช่ แยกแยะจนเลือกได้ สิ่งที่ชอบที่สุด วันนี้อยากชวนมาท่องเที่ยว ป่าชายเลนระนอง ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value)

นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน จังหวัดระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ที่นี่เหมือนเป็นแค่จุดเล็กๆ ของสังคมที่ไม่มีใครเห็นหรือให้ความสนใจ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ กระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ ด้วยพื้นที่พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่

นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

วันนี้ Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้มีโอกาส พบ นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้ สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น แสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยา และชีววิทยา ที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิดให้เรียนรู้ และสัมผัสกับประสบการณ์ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value) นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน ระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการส่งให้พิจารณา”

ภารกิจหลักของศูนย์ ฯ

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้
สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นแสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศ ชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้ร่วมเดินทางสู้เส้นทาง มีโอกาสรู้จักความใหญ่โตของป่าชายเลน จนทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง ด้วยสายพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง หลายคนคงยังไม่รู้ว่า ศูนย์วิจัยป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการ ให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในเรื่องความสำคัญของป่าชายเลนโดยในแต่ละปีมีผู้เข้ามาทัศนศึกษา ประมาณ 10,000 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เรื่องของเรื่อง คือ แหล่งมรดกโลกจะได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติและก่อให้ เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการ คุ้มครองมรดก
จนปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนทางด้านวิชาการในการ อนุรักษ์ คุ้มครองป้องกันและการบริหารจัดการมรดก ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง

ทำอย่างไร ป่าชายเลนระนอง จึงจะไปสู่มรดกโลก ซึ่งขั้นตอนการประกาศเป็นมรดกโลก ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก การจัดทำเอกสารเพื่อ บรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (TentativeList) ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะ อนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติและคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

ประการที่สอง ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีก่อนจากนั้นจะส่งต่อไปยังคณะ กรรมการมรดกโลกในต่างประเทศพิจารณา หากเห็นชอบแล้ว จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป

ระหว่างที่ Toptotravel ล่องเรือเพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของ ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง อย่างน่าทึง ที่นี่เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ป่าชายเลน สนับสนุนให้ความ ร่วมมือและร่วมศึกษาวิจัยกับสถาบันอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่นชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลน จำนวน 24 ชนิด

ความแตกต่างของ ชนิดพันธุ์สัตว์ กุ้ง หอย ปู ปลา ตะกวด งู ลิง แสม นาก ปลา ตีน รวมทั้งนก ชนิดต่างๆ ป่าชายเลน จังหวัดระนองกระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ มี พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่ นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

ไม่รู้ทำไม ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลนพื้นที่รับผิดชอบ ลักษณะที่ราบชายฝั่งทะเล ลักษณะชายฝั่งแบบจมตัว (submerged shoreline) มีที่ราบชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณกว้าง มีปริมาณฝนเฉลี่ย 4,078.26 มม. (พ.ศ.2546-2555) ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน มีปริมาณฝน เฉลี่ย ประมาณ 600 มม. ต่อเดือน

การท่วมถึงของน้ำทะเล น้ำทะเลท่วมถึง สม่ำเสมอ (SemidiurnalTide) โดยมีความแตกต่างของน้ำ(Tidal range) ในช่วงน้ำเกิด (Spring Tide) เท่ากับ 4.2 เมตรนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยในหลายด้าน เช่น ผลวิจัยชี้ชัดว่าป่าชายเลนระนอง มีศักยภาพดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สรุปคือ ป่าชายเลนช่วยลดความรุนแรงของคลื่นสึนามิ ความเสียหายจากคลื่น สึนามิต่อป่าชายเลนบริเวณบ้าน หาดทรายขาว ของ อำเภอ สุขสำราญ

1.พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณตั้งแต่ริมฝั่งทะเล ลึกเข้าไป ประมาณ 70 เมตรคลื่นสึนามิทำลายจนหมดสิ้นพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณ 70-110 เมตร จากชายฝั่ง ได้ รับความเสียหายบางส่วนพื้นที่ป่าชายเลน ตั้งแต่บริเวณ 110-150 เมตร ไม่พบว่ามีต้นไม้ถูกทำลายและยังเป็นสถานที่สวยงามตามธรรมชาติ

หลังจากได้ฟังเรื่องราว ที่มาของป่าชายเลนสู่มรดกโลก ในห้องบรรยาย ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้เรียนรู้ ผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ความรักที่ยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ ความรับผิดชอบที นายวิจารณ์ มีผล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญ การพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอด เทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่3 (ระนอง) พื้นที่บริเวณสำนักงาน 66 ไร่ สวนรุกขชาติ เนื้อที่ 150 ไร่ ป่าชายเลนบริเวณคลองตำโหงง เนื้อที่ 13,500 ไร่ จังหวัดระนอง จึงได้วางแผนเตรียมความพร้อม ทั้งชุมชน วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ลงลึกถึงเยาวชนในสถาบันการศึกษา ที่จะเป็นกำลังสำคัญ รักษาป่าชายเลน เพื่อให้ได้รับการพิจารณาเป็นป่ามรดกโลกแห่งใหม่ ในเร็วๆ นี้

“ …. ป่าชายเลนของระนอง สมบูรณ์มากและใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่สำคัญป่าที่ระนองมีความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชและสัตว์ สาเหตุเพราะที่นี่มีปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลน ฝนแปดแดดสี่คงเคยได้ยินเมืองระนองเป็นแบบนั้น มีฝนแปดเดือนแล้งแค่สี่เดือน เพราะฉะนั้นแปดเดือนมีปริมาณน้ำฝนมากทำให้ป่าชายเลนเจริญเติบโตดี

สองเพราะพื้นที่ชายฝั่งระนองเป็นพื้นที่ราบ น้ำทะเลท่วมตามน้ำขึ้นและน้ำลงแตกต่างกันถึง 4 เมตร การที่น้ำทะเลท่วมถึง 4 เมตรทำให้ป่าชายเลนกระจายไปได้ไกลและเจริญเติบโตได้ดี และมีลำคลองเล็ก ๆ เชื่อมต่อกันออกไปอีกเป็นลักษณะพิเศษกว่าที่อื่น

เรื่องแหล่งประมงก็สำคัญมาก อดีต ในปี 2519 ป่าชายเลนของระนองเป็นป่าสัมปทาน ให้เอกชนมาสัมปทาน ระยะยาว 15 ปี มีการตัดไม้ แต่หลังจากนั้นปี 1996 รัฐบาลปิดป่าชายเลนทั่วประเทศให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ แต่อนุโลมให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินได้ ที่สำคัญหลังจากที่เราอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ ตอนนี้ถือเป็นแหล่งประมงที่สมบูรณ์ปัจจุบันจับปูดำได้ถึงสองร้อยตัน เพิ่มขึ้นมาก เพราะป่าสมบูรณ์ขึ้น ทำรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น ที่ผ่านมา ป่าชายเลนลดความรุนแรงของคลื่นลมจากสึนามิได้ด้วย ด้วยเพราะสังคมของรากไม้โกงกางประสานกันแน่นทำให้เกิดความเสียหายบางส่วนเท่านั้น เราก็บอกชาวบ้านว่า ต้องช่วยกันปลูกป่าชายเลนจะช่วยในเรื่องของการเป็นกำบังคลื่นลมได้

ด้านความสวยงามทางธรรมชาติ ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศน์ที่สวยงาม ช่วงน้ำขึ้นเป็นสภาพแบบหนึ่งและน้ำลงก็จะเห็นอีกแบบหนึ่ง สามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่ว่าถ้านั่งเรือเยี่ยมชมต้องสอบถามมาล่วงหน้าเพื่อเช็คระดับน้ำ”

การจัดการด้านการท่องเที่ยวป่าชายเลน
ผอ. ศูนย์ ฯ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ โดยทางเราจะประสานกับเรือชาวบ้าน เพื่อนำนักท่องเที่ยว เที่ยวชมป่าชายเลนได้ เป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน

โดยคิดราคาลำละ 2,000 บาท เป็นเรือใหญ่ นั่งได้ 14 คน การจัดการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip ใช้เวลาในการล่องเรือ 2 ชั่วโมง ก็จะพาไปคลองบางโขง ชมป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ไปชมต้นโกงกางยักษ์ ไปแวะชุมชนชาวเลบ้านเกาะเหลา ซึ่งปัจจุบันมีชาวประมงอยู่ราว 200 คน หากสนใจสามารถติดต่อได้

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ มีจำนวนน้อยและต้องเน้นในเรื่องงานวิจัย การจัดการด้านท่องเที่ยว ยังไม่มีงบพัฒนาด้านการท่องเที่ยวลงมา หากมีลงมาการจัดเรือนำเที่ยว คงจะหาเรือให้เล็กลงและมีราคาที่ถูกลงได้”

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากร

ป่าชายเลนที่3 (ระนอง)

ร้านผู้พันคณิต หมูกะทะ สาขาลาดปลาเค้า14

อร่อยแค่ไหน? ต้องลองไปชิม หมูกะทะผู้พันคณิต

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศเริ่มเย็นลง Totptotravel ทำให้คิดถึงบรรยากาศการกินปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ Toptotravel มาร้านนี้เป็นครั้งที่สองเพราะอร่อยคุ้นลิ้น อากาศแบบเริ่มดีนี้ อยากชวนเพื่อนๆ มาปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้า 14

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติและบรรยากาศ ของ การนั่งปิ้งย่าง อาหารสดจากเตาถ่านร้อนๆ อย่างหมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้ามีให้เลือกหลายร้าน แต่….สำหรับ toptotravel ต้องเลือกตวามอร่อยที่แตกต่าง อาหารค่ำเย็นนี้ จึงอยากขอขอนำเสนอ หมูกะทะแสนอร่อย ที่เสริฟแบบเป็นเซ็ทไม่เหมือนใคร ที่ร้านหมูกะทะ ผู้พันคณิต ตั้งอยู่ทึ่ริมถนนลาดปลาเค้า ซ. 14 ที่ร้านผู้พัน หมูกะทะ และที่ร้านนี้มีดีอะไรบ้าง ตามมาชิมกันเลยคะ

ก่อนอื่น Toptotravel พามาทำความรู้จักกับ เจ้าของร้านคือ ท่านผู้พันคณิต บุคคลที่ต้นคิด และทำหน้าที่เสริฟเมนูหมูกะทะแห่งนี้ พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์ ข้าราชการหนุ่มใหญ่จาก กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ผู้พันคณิต เดินออกมาทักทายด้วยรอยยิ้ม และอัธยาศัยไมตรี ภายหลังจากเดินไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่นเรียบร้อย หมูกระทะรสเด็ดจากฝีมือผู้พันคณิต สุดยอดน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนใคร น้ำซุปสุดยอดความอร่อย สดด้วยวัตถุดิบสรรหาเพื่อนักชิม “… ร้านเล็กๆ แต่ทำทุกอย่างด้วยใจครับ” … ผู้พันออกตัวเมื่อเริ่มต้นการสนทนา

“… ผมเริ่มทำหมูกะทะขาย ตั้งแต่ปี 2556 ในตอนนั้น ยังขายอยู่ในแฟลตทหารวังหิน อยากหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ทำเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ เพราะในช่วงเวลาในตอนนั้น ผมประสบปัญหาสุขภาพ จากประสบอุบัติเหตุ รถชนกันสามคันรวด ซึ่งผมเองเป็นคันสุดท้าย โดยที่ผมต้องชดใช้เขาทั้งหมด ร่วมสองแสนกว่าบาท หลังจากวันนั้น ผมตระเวนหาเงินมาเพื่อชดใช้เขา จนกระทั่งผมมาเจอผู้ใหญ่ใจดี เขาเป็นเจ้าของ ร้านหมูกะทะรุ่งนภาที่จังหวัดปทุมธานี คลองเจ็ด เขาถามผมว่า สู้มั้ย? ถ้าสู้เข้ามาเรียนรู้สูตรหมูกะทะจากเขา ผมตอบเขาทันทีว่า…สู้ครับ

ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม
เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

….หลังเข้าไปเรียนรู้ไม่นาน ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น”

ด้วยอัธยาศัย…ความมุ่งมั่นและมานะอดทน เพียรพยายาม ทำให้ร้านหมูกะ เดิมที่เคยขายอยู่ภายในแฟลต เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ในย่านนั่น เรียกร้องให้ออกมาหาพื้นที่ขายด้านนอก ปี 2560 ร้านผู้พันคณิต หมูกระทะ จึงเริ่มถือกำเนิดขึ้นบริเวณริมถนนลาดปลาเค้า

ผู้พันคณิต เล่าพลางคีบกุ้งตัวโต วางบนเตาควันจางๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น “ผมทำร้านเสริมรายได้ เพื่อเลี้ยงครอบครัวไป ปลดหนี้ ในตอนนี้ดีขึ้น เมื่อก่อนร้านจะเล็กกว่ามมากนี้ เมื่อลูกค้ามากขึ้นและอากาศไม่โล่ง พอดีจังหวะที่ร้านขายๆ ว่างจึงเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น แต่พื้นที่นี้ก็ยังเช่าเขาแต่ยังพอประมาณเรายังสู้ไหวครับ

… ความพิเศษของ ร้านหมูกะทะผู้พันคณิต เอกลักษณ์เด่นของร้านคนจะนึกถึง สูตรหมูนุ่ม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่ไม่เหมือนใคร มีสองรส น้ำจิ้มหมูรสชาติจะเป็นสีแดง ซีฟู้ดของร้านจะทำสดๆ ทุกอย่าง ไม่ใช่น้ำส้มปลอมปนใช้มะนาว พริกสด ด้านหมูสูตรของทางร้านหมักเอง ที่ร้านจะไม่ใช้กุ้งตัวเล็ก เลือกเฉพาะที่ไซส์ใหญ่ที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามารับประทานแล้วได้ของดีมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าจะนำกุ้งตัวเล็กๆ ปิ้งไปก็หดไป”

และที่ไม่เหมือนใคร คือ การเสริฟหมูกระทะเป็นชุด ไม่ได้จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ เหมือนกับร้านทั่วไป โดยในหนึ่งเซ็ท มี หมูนุ่ม หมูเบคอน ตับ ปลาหมึก กุ้งใหญ่ ส่วนของผักประกอบด้วย ผักบุ้ง ผักกาด กะหล่ำปลี แครอท เห็ดหอม วุ้นเส้น จะเสริฟเป็นเซ็ท มี 3 ราคา เซ็ทเล็ก 250 เซ็ท กลาง 300 เซ็ทใหญ่ 350 แถมน้ำอัดลมขวดใหญ่ นอกจากนั้นก็ยังมีโปรดีดๆ ไม่ว่าจะเป็นสะสมคูปอง 10 แถม 1 หรือถ้าสั่งหลายชุดก็แถมเป็นพิเศษ


พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

ผู้พันคณิต เล่าต่อว่า “ผมทำทุกอย่างด้วยใจ หากลูกค้าสั่งในระแวกใกล้เคียง ไม่เกิน 2-3 กิโลเมตรก็จะไม่คิดค่าส่ง ก็จะมีกระทะ น้ำซุป เรียกว่าทุกอย่าง ที่ผ่านมาเคยมีทางโรงเรียนสั่งเข้ามาเป็นชุด 80-100 ชุดก็จะไปส่งไปจัดการให้ เสร็จงานเราก็เก็บกลับ ส่วนใหญ่ส่งให้ในระแวกนี้อย่าง ลาดปลาเค้า ลาดพร้าว-วังหิน นาคนิวาส โชคชัย4 แต่ถ้าไกลกว่านี้ไปไม่ไหว เพราะลูกค้าจะรอนานเกินไปหากมีส่งหลายเจ้า และส่วนใหญ่จะสั่งในเวลาเดียวกัน คำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้ามากกว่า ที่อื่นอาจจะทำอาหารอย่างอื่นเสริม เช่น ส้มตำ หรือปิ้งย่าง เพื่อเรียกลูกค้า แต่สำหรับผม อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติของหมูกระทะที่นี่ อยากทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำหลายๆ อย่าง แต่คุณค่าทางอาหารไม่ดี ซึ่งเมื่อทำตรงนี้ดีและเด่นเพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกค้าได้รับความประทับใจและได้รับสิ่งที่ดีดีกลับไปอย่างแท้จริง ”

ด้วยความที่ในทุกวัน หลังเลิกงาน ผู้พันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้ามาดูแลลูกค้าด้วยตัวเองพร้อมกับภรรยา ทำให้มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

“ลูกค้ามีหลายกลุ่ม มีทั้งมากับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว ตอนนี้รับลูกค้าได้ 33 โต๊ะ ประมาณ 100 กว่าคน หากต้องการดูรายละเอียดเข้าไปที่ Page facebook หมูกระทะผู้พันคณิตได้เลย”

“… สิ่งที่ผมคุยกับภรรยาอยู่ คือ ผมอยากให้เด็กที่เรียนดีในระดับชั้นเรียน วันที่ประกาศผลเรียนได้ที่ 1 อยากให้มาทานที่นี่ฟรีเลย อยากให้เขาภูมิใจ ให้เขาเป็นเยาวชนของชาติที่ดีที่สุดสิ่งที่ผมหวังคือ อยากให้ธุรกิจตรงนี้อยู่ไปนาน ๆ ให้ความอร่อยสู่ผู้บริโภคได้มากที่สุด ผมจึงคิดในราคาที่ไม่แพง อยากให้ทุกคนมีโอกาสลิ้มลองอย่างทั่วถึง ในระแวกนี้ไม่มีใครขายในราคานี้หรือแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบุฟเฟต์ ในอนาคตอยากขยายสาขาออกไปแต่อยู่ในระแวกใกล้เคียงนี้”

เราหันมองไปภายในร้าน ติดป้ายไว้ว่า “งดรับทิป” อดไม่ได้ที่สอบถาม ผู้พันว่า “ผมอยากให้ลูกน้องบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ด้วยใจ บริการอย่างเท่าเทียมกันทุกคน และไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับคนให้ด้วย เพราะผมถือว่า… ลูกค้าที่เข้ามาทานหมูกระทะผู้พันคณิต ผมถือว่าเป็นทิปที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว”

ผู้พันคณิต กล่าวท้ายสุดว่า “ทำร้านตรงนี้ยอมรับว่าเหนื่อยครับ แต่เรามีกำลังใจให้กันและกัน ผมอยากให้ครอบครัวมีความสุข อยากให้ลูกมีความสุข อยากให้ภรรยามีความสุข ครอบครัวผมไม่เคยมีมาก่อน ต้องทำทุกอย่าง แต่เมื่อประสบความสำเร็จ จะเป็นสิ่งที่มองไปข้างหน้าแล้วทุกคนจะภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ”
พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

…. คุยไป ก็ปิ้งย่างกันไป ทั้งรสชาติของน้ำจิ้มสองสูตรพิเศษ หมูนุ่มได้ที่ กุ้งตัวโตตรงหน้า ถือว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ

ต้องไปชิม หมูกระทะผู้พันคณิต เป็นหมูกระทะที่มอบความอร่อย พกพาความสดใหม่ สะอาดของวัตถุดิบ กับสูตรน้ำจิ้มหมูกระทะ และ สูตรน้ำจิ้มซีฟู๊ด ที่มีความกลมกล่อมเข้มข้นไม่เหมือนใคร พร้อมให้บริการทั้งที่ร้าน และส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านท่าน…..คุณพร้อมหรือยังที่จะมาพบกับหมูกระทะสุดอร่อย.

ร้านหมูกระทะผู้พันคณิต เลขที่ 23 ถนนลาดปลาเค้า ซอย 14
แขวงจระเข้บัว กทม.
ตรงข้ามโรงเรียนกัลยาวิทย์ เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 – 22.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โทร 091 993 1491 , 091993 1498

FB: www.facebook.com/pages/หมูกระทะ ผู้พันคณิต