Category Archives: Lifestyle

นีออน ไวท์ จับมือเกาหลี รุกตลาดสกินแคร์ในไทย

ตลาดสกินแคร์ระอุ ผู้ประกอบการไทยจับมือนักลงทุนเกาหลี เปิดโรงงานผลิตที่เกาหลี ชูจุดเด่น การใช้สมุนไพรสูตรแท้ของเกาหลี วางแผนเตรียมรับออเดอร์ผลิตแบบ OEM ในอนาคต พร้อมเตรียมขยับ เข้ารุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านเร็วๆนี้

นายธนกฤต โรจนตรีภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีออน ไวท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์แบรนด์ “นีออน” เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทเข้ามาทำตลาดผลิตภัณฑ์ ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์แบรนด์ “นีออน” มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับจากตลาดด้วยดี ล่าสุด บริษัทได้ร่วมทุนกับ นาง อี ยาง วัน (Mrs. Yang Wan Lee), ผู้อำนวยการบริษัท ฮวาชินเทค จำกัด ในการเปิดบริษัท นีออน ไวท์ (เกาหลี) จำกัด เพื่อมาดูแลเรื่องการผลิต สินค้าทั้งหมดภายใต้แบรนด์นีออน

“แรกเริ่มที่เราเข้ามาทำตลาด เป็นการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เราจึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการจำหน่ายจากเดิมมาเป็นระบบ ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งการร่วมทุนกับทาง นาง อี ยาง วัน ในครั้งนี้ บริษัท นีออน ไวท์ (เกาหลี) จะเป็นฐานการผลิตสินค้าทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ นีออน รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมีออกมาด้วย โดยเราจะเป็นเจ้าแรก ที่ใช้สารสกัดจาก สมุนไพรเกาหลี ที่ได้รับการรับรองการอยู่ในระดับสีเขียวจาก `EWG (Environment Working Group) ใน ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของนีออน ไม่เกิดอาการแพ้เพราะส่วนผสมที่มีความปลอดภัยสูงใช้แล้วเห็นผลจริงคุณภาพการผลิตสินค้าได้รับการรับรองจาก Guiness World Record ” นายธนกฤตกล่าว

สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมา นีออนสามารถทำได้ประมาณ150-200 ล้านบาทต่อปี โดยในปีหน้าได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500ล้านบาท หรือโต
ขึ้นจากที่ผ่านมาประมาณ 300% และมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะ ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วได้ผลดี ประกอบกับเมื่อมีการร่วมทุนกับทางเกาหลี ก็จะมีการขยายไลน์ การผลิตให้มากขึ้น รวมถึงยังมีแผนการที่จะทำตลาดแบบ OEM และแผนการทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วยในส่วนของตลาดความงามในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา นายธนกฤตมองว่า มีการเติบโตที่สูงมาก และยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ว่าที่ผู้สูง อายุหลายคนหันมาให้ความใส่ใจในการดูแลตัวเองไม่แต่เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังสนใจดูแลผิวพรรณ ให้ดูดีอีกด้วย ซึ่งทำให้นีออนไวท์มองว่า จะยังมีช่องทางการทำตลาดได้อีกมากเช่นกัน ความหลากหลายของ ช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้ผู้บริโภคสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ดี แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการราย ใหม่ๆ เข้ามาในธุรกิจตลอดเวลา แต่หากผู้ประกอบการเหล่านั้นไม่มีความพร้อม และไม่ได้เรียนรู้อย่าง แท้จริงถึงความต้องการของผู้บริโภค ก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายนัก คงเหลือเพียงผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และมีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้า รวมถึงช่องทาง การจัดจำหน่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

​“ผู้ประกอบการหลายรายที่เข้ามายังขาดความรู้ในตัวสินค้าและความต้องการตลาดอย่างจริงๆจังๆ กับสภาพตลาดในปัจจุบันที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น มีความฉลาดเลือกที่จะบริโภคสินค้าที่ดี และมีคุณภาพ สำหรับนีออนไวท์ เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อผู้บริโภค ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผล ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของนีออนอย่าง ต่อเนื่องต่อไป”
-นายธนกฤต โรจนตรีภูมิ กล่าวเสริม

​ส่วนการทำตลาดนับจากนี้ไป สำหรับตลาดในประเทศ นีออนไวท์ จะยังคงเน้นการจำหน่ายผ่าน ระบบตัวแทน แต่จะมีการปรับปรุงระบบที่เป็นโนว์ฮาวของทางบริษัทที่ได้พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งจะทำให้การ จัดจำหน่ายของตัวแทนมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผลลัพธ์ในการจำหน่ายที่ดีขึ้น สามารถวัดผลความสำเร็จ ได้อย่างชัดเจน ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเสริมช่องทางออฟไลน์เข้ามา นอกจากนี้ นีออนไวท์ ยังมองหา ช่องทางที่จะขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า อีกด้วย​

รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ www.neonwhitethailand.com
ติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊ก A NEON

Oasis spa Chiangmai Lanna

รีเฟรชร่างกาย เพิ่มพลังให้ตัวเองดั่งร่ายมนต์

Touch of Nature ออแกนิคทรีตเมนท์หนึ่งเดียวจาก OASIS SPA เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา เป็นสปาที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกว่าเป็นสปาหรูระดับพรีเมียม ผสมผสานการนวดหลายแบบเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะไปสปา เราควรทำความรู้จักกับสปาชนิดที่เราเลือกทำให้ดีเสียก่อนเพื่อความเหมาะสมกับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน

หลังจากที่เลือกทรีตแม้นท์ตามต้องการ ร่างกายเหนื่อยล้าจากการทำงาน ที่ต้องเผชิญมลภาวะในแต่ละวัน จัดเวลาให้ตัวเองด้วยการทำสปา เพราะการทำสปาก็เปรียเหมือนกับการพักผ่อนที่ดีที่สุดให้ร่างกาย ผิวพรรณ ชีวิตสาวทำงาน นั่งทำงานจนหลังแข็ง ปวดหัวกับชีวิตไม่เว้นแต่ละวัน เลือกสปาดีๆ เป็นรางวัลชีวิตที่เราทุกคนสมควรได้รับกันดีกว่า

คุณเฟิร์ส ผู้จัดการสาขา และทีมงานจาก เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา
วันนี้ เลือกโปรแกรม Touch Of Nature ออแกนิคทรีตเมนท์หนึ่งเดียวจาก OASIS SPA
ส่วนห้องสปาเราเป็นห้องคู่ กว้างขวาง เป็นส่วนตัว มีห้องแต่งตัว อุปกรณ์ครบ
อุกรณ์เครื่องให้ก่อน-หลัง อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย

Touch of Nature
โปรแกรม Touch of Nature อันเลื่องชื่อมานาน แบ่งขั้นตอน หมาะสำหรับใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์นวดหน้าหรือนวดตัว 4 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการสครับผิวด้วยมะพร้าวออร์แกนิค 30 นาที ตามด้วยการนวดอโรม่าด้วยน้ำมันมะพร้าวออแกนิค 60 นาที ทำทรีตเมนท์หน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวออแกนิก 30 นาที และปิดท้ายด้วยการนวดเน้นคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุดในส่วนที่ต้องการ 30 นาที เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และความนุ่มลื่นให้กับผิว

โปรแกรมทรีตเมนท์ดูแลทั่วร่างกายจาก โอเอซิส สปา คอร์สโปรแกรมที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายด้วยธรรมชาติ 60 นาที เป็นการนวดด้วยออยมะพร้าวทั่วทั้งตัวซึมเข้าสู่ผิวได้โดยง่าย คลายอาการปวดเมื่อย การนวดแบบพิถีพิถัน เพิ่มความชุ่มชื้นและฃ่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของผิว ช่วยชลอการเกิดริ้วรอย การสครับขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยเรื่องผ่อนคลายความตรึงเครียด และยังบำรุงเล็บให้แข็งแรง เป็นอีกหนึ่งคอร์สที่น่าสนใจสำหรับทุกคนที่อยากดูแลตัวเอง

น้ำมันมะพร้าวออแกนิก ช่วยผ่อนคลาย เป็นผลิตผลจากธรรมชาติแท้ๆ ถือเป็นวัตถุดิบที่ช่วยทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ลงหลายสิบปี เป็นน้ำมันที่ได้จากไขมันในเนื้อสีขาวของลูกมะพร้าว แวดวงการดูแลผิวพรรณ ต่างให้การยอมรับว่าน้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ

มารีเฟรชร่างกาย เพิ่มพลังให้ตัวเองง่ายๆ ดั่งร่ายมนต์ OASIS SPA

Oasis Spa Lanna ห้องทำทรีตเมนท์ บรรยากาศที่นี่สบาย พร้อมบรรยากาศส่วนตัว เหมือนได้มาพักตากอากาศที่ต่างจังหวัด ห้องนวดที่นี่แบ่งเป็นห้องวิลล่าเป็นสัดส่วน ภายในห้องมีอ่างอาบน้ำ ห้องสตรีม ห้องอาบน้ำไว้พร้อม
สปาในบ้านย้อนยุคหลังใหญ่ใกล้วัดพระสิงห์ บน ถนนสามล้านจังหวัดเชียงใหม่ ตกแต่งแบบล้านนาร่วมสมัยที่สะท้อนความอลังการในยุคทองแห่งล้านนา ด้วยแบบฉบับของสปาที่คิดค้นสูตรการดูแลสุขภาพและผิวพรรณผสมผสานศาสตร์แบบตะวันออกและ ตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น แวดล้อมด้วยสวนสวยร่มรื่นและเป็นส่วนตัว นอกจากคลายเครียดแล้วสามารถลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย พร้อมการบริการของพนักงานผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรมจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปา อันมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวทุกสาขาทั่วประเทศ

Touch Of Nature ทรีตเมนส์ดูแลทั่วร่างกายจาก โอเอซิส สปา (Oasis Spa)

บรรยากาศโดยรอบทั้งภายในและภายนอก เอกลักษณ์โดดเด่น แวดล้อมด้วยสวนสวยร่มรื่นและเป็นส่วนตัว นอกจากคลายเครียดแล้ว ที่สำคัญสามารถลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย พร้อมการบริการของพนักงานผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรมจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปาอันมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวทุกสาขาทั่วประเทศ

ห้องทำทรีตเม้นต์แบบวิลล่าส่วนตัว
ทรีตเมนท์หน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวออแกนิก

Toptotravel เลือกส่วนหลัง ไหล่ และสะบัก
นวดเฉพาะส่วน 30 นาที (เลือกได้จุดเดียว) โดยจะมีให้เลือก ดังนี้
1.ส่วนบ่า คอ ศรีษะ
2.ส่วนหลัง ไหล่ และสะบัก
3.ส่วนเอว บั้นเอวและสะโพก
4.ส่วนขาเข่า ข้อเข่า
5.ส่วนเท้า ฝ่าเท้า

Toptotravel ขอขอบคุณ คุณเอิร์ธ สายสว่าง
ที่ แนะนำใช้บริการที่ เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา คอร์สสปาคอร์ส​: Touch of Nature ระยะเวลา: 2 ชั่วโมง 30 นาที ทรีตเมนส์ดูแลทั่วร่างกาย ให้ความชุ่มชื่นกับผิวทั่วร่างกายและผิวบนใบหน้า โอเอซิสสปาอันมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวทุกสาขาทั่วประเทศ

Oasis Spa Lanna, Chiang Mai is the ideal place for relaxation – perfect for those who enjoy indulging their senses!
สปาคอร์ส​: Touch of Nature
ระยะเวลา: 2 ชั่วโมง 30 นาที ราคา: 5,900 บาท ++

สถานที่ เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา เปิดให้บริการทุกวัน
The Oasis Spa Lanna สาขา วัดพระสิงห์
ที่อยู่ : 4 ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ : 053920111 , 053920123
เว็บไซต์ : http://www.oasisspa.net

OPERA กวางตุ้ง ศิลปะโบราณอันน่าหลงใหล

“งิ้ว” ในภาษาอังกฤษคือ “โอเปร่า (Opera)” ซึ่งสำหรับ “ไชนีส โอเปร่า (Chinese Opera)” ในจีนนั้นจะคนในเมืองหรือในชนบทก็ได้ดูเหมือนกัน คณะศิลปะการแสดงงิ้วกวางตุ้งแห่งประเทศไทย
โดยผู้รับผิดชอบรายการงิ้วในค่ำคืนนี้ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2551
โดยนาง โจวยั่วหมิง อดีตประธานของคณะฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมวัฒนธรรมงิ้วกวางตุ้งในประเทศไทย และสนับสนุนกระชับความสัมพันธ์อันดีให้เพื่อนชาวไทยรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการเรียนร้องงิ้วกวางตุ้ง โดย คุณหลี่เซี่ยซิ่วเหลียน คุณเหอลี่ฉือ และคุณจูซิ่วหลิง ผู้เป็นสมาชิกหลักของคณะ จะร้องงิ้วกวางตุ้งสองบท เล่นดนตรีประกอบการร้องโดยวงดนตรีจีน โดยคุณโจวเหิงกับคุณโจวเสี่ยวจูน เป็นผู้นำ ทุกท่านคงรู้ว่าเราไม่ใช่นักร้องงิ้วมืออาชีพ เราหวังว่าการแสดงในครั้งนี้จะมีส่วนร่วมในการกุศล และได้มีโอกาสสนับสนุนและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ถ้าพูดถึงความลี้ลับและความมีเสน่ห์ของจีนโบราณ แทบไม่มีศิลปะรูปแบบใดที่เทียบได้กับ อุปรากรจีน ด้วยเครื่องแต่งกายที่วิจิตรตระการตา เสียงร้องสูงแสบหู อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสลับกับเสียงฆ้องและท่าทางการร่ายรำอันละเอียดอ่อนที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ แม้จะถูกท้าทายจากรูปแบบสันทนาการสมัยใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ศิลปะการแสดงดั้งเดิมของจีน ในรูปแบบอุปรากรกวางตุ้ง ก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไปในฮ่องกง ในฐานะศิลปะวิชาที่สวยงามและยืนยงคู่กาลเวลา

อุปรากรกวางตุ้ง เป็นรูปแบบของอุปรากรจีนที่สำคัญประเภทหนึ่งซึ่งได้รับการยกย่องและเป็นรูปแบบศิลปะที่มีผู้ชื่นชอบ โดยรวมในตำนานดนตรีและละครจีนเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นรูปแบบการแสดงที่มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความหมายในเชิงสัญลักษณ์ โดยได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้ชมทางตอนใต้ของจีน และบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อุปรากรกวางตุ้ง ถูกรวมเข้าไว้ในรายการมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก้ในปี 2009

ดังนั้น เมื่อเสียงดนตรีเริ่มขึ้นการแสดงและความ เพลิดเพลินกับอุปรากรกวางตุ้งเริ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษากวางตุ้ง หรือคุ้นเคยกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์และตำนานปรัมปราของจีนซึ่งใช้เขียนละครเหล่านี้ขึ้น การแสดงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะนำความสนุกสนานมาให้แล้ว ด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจของเครื่องแต่งกายสีสันสดใส การจัดเวทีอย่างวิจิตรตระการตา และรูปแบบการร้องที่เป็นเอกลักษณ์อันมีชื่อเสียง หากคุณสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงงิ้วที่มีชื่อเสียงที่สุด

เนื่องจากภาษาที่แตกต่างและการขาดแคลนของคำอธิบาย งิ้วกวางตุ้งจึงยากที่จะสร้างความสนใจและความเข้าใจของผู้ชมในประเทศไทย ครั้งนี้ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากท่านภริยาเอกอัครราชทูตจีนและอาจารย์หลินเจียเหวิน ซึ่งเป็นอาจารย์งิ้วกวางตุ้ง โดยเขียนเรื่องราวงิ้วจัดแสดงในคืนนี้ อีกทั้งแปลเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถือเป็นโอกาสที่ดีได้สืบสานและส่งเสริมงิ้วกวางตุ้งของจีนในประเทศไทยให้คงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ มาดามพันเผิง ภริยา ฯพณฯ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ท่านเอกอัครราชทูตและภริยาเอกอัครราชทูตจากสถานทูตต่างๆ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมชมการจัดแสดงในไทยในช่วงวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยกิจกรรมราตรีในค่ำคืนนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อช่วยต่อผู้ด้อยโอกาสในสังคมเรา รายได้รวมทั้งหมดจำนวน 600,000 บาท ร่วมบริจาคมอบให้กับ มูลนิธิชัยพฤกษ์และสมาคมสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย

ขอขอบคุณ อาจารย์งิ้วกวางตุ้ง ท่านหลินเจี้ยนเหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะ

สำหรับกิจกรรม การแสดง งิ้วกวางตุ้ง ในค่ำคืนนี้
ขอขอบคุณ อาจารย์งิ้วกวางตุ้ง ท่านหลินเจี้ยนเหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะ ขอขอบคุณคณะศิลปะ จีนฟังหัว ฮ่องกง ประเทศจีน และนักแสดงทุกท่าน ที่มาถึงกรุงเทพฯ เพื่อการแสดงการแลกเปลี่ยนจากฮ่องกงแห่งจีน ยังช่วยออกแบบการจัดเวทีและโปสเตอร์

อันยองฮาเซโย 안녕하세요

มาเติมความรักกันให้เต็มที่ ที่ให้ความรู้สึกโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก ไปเที่ยวชมดอกไม้สวยๆ กับที่พักสุดหรูโรแมนติก

อ่านรีวิวคนอื่นมานักต่อนักแล้ว คราวนี้ขอรีวิวของตัวเองบ้าง เป็นครั้งแรกของเรากับการได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ (ปกติไปแบบต่างคนต่างไป) ขอเริ่มด้วย เกาะเชจูทริปนี้ มาพร้อมกันที สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาเตอร์JEJU AIR (BOEING 737-800) สายการบินเจจู เป็นสายการบินชั้นนําที่พัฒนา ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยการปรับปรุงราคาให้มีความยุติธรรมแก่ลูกค้า

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ไปคะ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า การเดินทางของ toptotravel 4 วัน 2 คืน กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับทริปต่างประเทศที่เกาะทริปสั้นๆ เกาะเชจู เกาะที่สำคัญมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของเกาหลีใต้ พื้นใหญ่ส่วนใหญ่ครอบคลุมเกาะเชจูเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดช็อลลาใต้ ยังเป็นโลเคชั่นที่ถ่ายทำซีรีย์ดังๆ หลายเรื่อง มาเที่ยวเกาะแห่งนี้ รับรองว่าได้เจอความรักและความโรแมนติก

Toptotravel ทริปเดินทางด้วยสายการบิน Jeju Air นั่ง 5 ชม. ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) ไม่ต้องไปต่อเครื่อง เลือกเดินทางมาช่วงเดือน สิงหาคม 2562 คงไม่ต้องบอกนะว่าอากาศ ร้อนแค่ไหน ลืมบอกท่าอากาศยานที่เรามาครั้งนี้ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาหลีใต้รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน

เกาะเชจู จัดเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดฮิตของคนเกาหลี ใครคิดใส่กางเกงขายาวมาเปลี่ยนได้เลย ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทริปนี้ไปไหนกันมาบ้าง Tototravel เริ่มต้นที่สนามบิน สุวรรณภูมิราวๆ เที่ยงคืน เพื่อรอขึ้นเครื่องในเวลาตี 2 กว่าๆ พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง ก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ไม่นานแสงยามเช้าก็ส่องเข้ามากระทบตาถึงแล้วเกาะเชจู

ไม่นานนักมาถึงเกาะเชจู ที่เกาหลีใต้ เหมาะกับการมาเที่ยวกับบริษัททัวร์มาด้วยราคาและค่าเดินทาง รวมค่าอาหาร ค่าบริการนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ รวมอยู่แล้ว เกาะเชจูเหมาะกับการซื้อทัวร์มาเที่ยวมากกว่าการแบกเป้มาเที่ยว
ด้วยตนเอง ด้วยราคาสุดประหยัด

ระหว่างเครื่องลง ลองหยิบหนังสือต่างๆที่ทาง JEJU AIR ใส่ไว้ตรงหน้าที่นั่ง ขึ้นมาดูข้อมูลต่างๆ ของเยอะเลยคะ ใครอยากซื้อตั๋วเข้าที่เที่ยว ในราคาพิเศษสามารถเรียกแอร์ได้เลย

ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ Topototravel ใช้วิธีซื้อทัวร์ดีดี อาหารการกินในทัวร์รวมทุกมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บอกแล้วไงคะว่ามากับทัวร์ คือดีจบครบทุกอย่าง จองจากงานท่องเที่ยว และเลือกโปรแกรมจากอินเตอร์เน็ต ระบุวันเดินทาง พร้อมชำระเงิน จากนั้นได้ใบ booking มา ทีมทัวร์ส่งเอกสารนัดหมายการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่สนามบิน
มีเจ้าหน้าที่ ไกด์ รถบัส ต้อนรับให้บริการเต็มรูปแบบ อยากให้ทุกท่านไปสัมผัสความสวยงามของเกาะเชจู ด้วยตาของท่านเองนะคะ

จุดหมายแรก รถบัสมารับแล้วหิวคะ ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน คือ การไปกินข้าว เพราะตอนนี้ท้องร้อง มาทานอาหารกันที่ ชิมอาหารพื้นเมือง และเริ่มท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่เราเลือกไว้ โดยมีไกด์สาวสวย คุณแพรวา ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำตลอดทริปการเดินทาง เริ่มไปชมสถานที่ท่องเที่ยวได้เลยคะ

Camellia Hill
สวนดอก Camellia หรือ ทงแบ็ก(동백) ในภาษาเกาหลี เป็นสวนพฤกษชาติที่มีดอกคาเมเลียประมาณ 6000 ต้น มากกว่า 500 สายพันธุ์ ปลูกอยู่ในสวน ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ซึ่งจะแข่งกันชูช่ออวดโฉมกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ถ้าใครมา
ที่เกาะเชจูในฤดูหนาว จะเห็นดอกทงแบ็กบานอยู่เต็มไปหมด

Jeju Hello Kitty Island
ที่นี่จัดการแสดงเรื่องราว Hello Kitty หรือพูดง่ายๆว่า ทั้งตึกนั้นเป็น “คิตตี้” เมื่อเราซื้อตั๋วแล้ว จะมี แผนผังนำเที่ยวให้เรา ภายในร้านจะเป็น แนวสีสันสวยสดใส แต่จะเน้น Kitty ป็นสวนสนุกที่ตกแต่งด้วยรูปแบบ Kitty ทั้งหมด โดยจุดท่องเที่ยวหลักๆ คือ Movie Hello Kitty 4D ด้านในมี 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีขนาดพื้นที่ใหญ่ มีกิจกรรมให้ได้สนุกสนานเพลิดเพลินสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญคือมีคาเฟ่ที่ชื่อ Hello Kitty Cafe นั่งชิลล์กับกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ กับขนมหวานในธีมฮัลโหลคิตตี้ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคิตตี้กับโลกสีชมพูหวานแหวว

O’Sulloc Green Tea Farm And Museum ไร่ชาโอซุลลอค
ดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติทําให้เป็นที่ปลูกชาเขียวคุณภาพสูงของเกาะเชจู นอกจากจะได้ชมวิวไร่ชาเขียวสวยๆ ความน่าสนใจของที่นี่เริ่มจากโครงสร้างตึกที่มองดูคล้ายๆ ถ้วยชาวางอยู่ตรงกลาง

โดยมีทุ่งชาเขียว โอบล้อมเอาไว้ เรียกว่าเป็นการออกแบบที่เก๋มาก ด้านในพิพิธภัณฑ์ก็มีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมการชงชาของเกาหลี ขนมและเครื่องดื่ม ดื่มชาเขียวทั้งแบบร้อนและเย็น ไอติม แน่นอนว่าทุกเมนูทำจากชาเขียวคุณภาพระดับพรีเมียมจากไร่ เป็นสวรรค์ของคนรักชาเขียว ที่นี่ก็น่าทานมากถามว่าคุ้มค่าไหม สำหรับร้านนี้บอกเลย ถ้าใครชอบถ่ายรูป ชอบมุมชิวๆ ร้านนี้ ต้องมา เลยคะ คาเฟ่น่านั่งมากค่ะ คือบรรยากาศดี ปิดท้าย ด้วย…ไอติมชาเขียวของที่นี่นะมันดีมาก เรียกว่าเป็นร้านยอดฮิตของคนเกาหลีเลย

ที่เกาะเชจูจะเจอหินคุณปู่ได้ตามสถานที่และข้างทางทั่วไปเลย

โชว์กายกรรม (CIRCUS WORLD SHOW)
ชมโชว์กายกรรม สุดยอดกายกรรม โชว์กายกรรมสด ๆ การแสดงความสามารถของนักแสดงในการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้ชม มีทั้ง แสง สี เสียง ท่านจะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และหวาดเสียว ไปพร้อมๆกัน เช่น โชว์ลอดห่วง โชว์ต่อตัว เป็นต้น แต่ไฮไลท์ของโชว์นี้ คือ มอเตอร์ไซค์ผาดโผนในพื้นที่จำกัด

วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple)
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบัง และอยู่ใกล้กับวัดโบมุนซา โดดเด่นในเรื่องของการขอพรเรื่องสุขภาพ การมีบุตร และเงินทอง เป็นอีกวัดที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ มาเที่ยวชมและถ่ายภาพกับวิวสวยๆ หลังจากอิ่มอาหารกลางวันกันแล้วกันแล้ว ไปต่อที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล

สุดท้ายคือ การขอพรเรื่องเงินทองกับรูปปั้น วิธีการขอพรคือลูบหน้าท้องรูปปั้นแล้วทำท่าโกยเงินเข้ากระเป๋าถือเรา จากนั้นก็ปิดกระเป๋าเราให้เรียบร้อย เหมือนประมาณว่าเงินทองจะเข้ากระเป๋าถ่ายรูปเล่นก่อน ถ้าไปช่วงแดด ดีดี รับรองวิวจะสวยมากเลยทีเดียว ฮวงจุ้ยดีที่สุดในเกาะเชจู เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกทะเล ในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวเกาะเชจูนับถือ

ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งเป็นพระประธานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเชจู และชาวเกาหลีใต้ที่นับถือศาสนาพุทธ และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นพระสังกัจจายน ซึ่งหากได้ลูบพุงก็จะรํ่ารวยเงินทอง และบริเวณโดยรอบท่านจะได้พบกับพระพุทธเจ้ามีพระสงฆ์สาวกจำนวน 500 รูป ซึ่งแต่ละรูปก็จะมีลักษณะหน้าตาที่แตกต่างกันไปท่านจะได้พบกับวิถีการทําบุญของชาวเกาหลีใต้ที่แตกต่างกับวัฒนธรรมไทย

ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center) มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ผ่านผลงานการวิจัยมากมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ประเทศเกาหลีใต้ มีสรรพคุณช่วยลดไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน สามารถล้างสารพิษในร่างกาย เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานและทำให้อายุยืนแบบชาวเกาหลี ซึ่งกำลังเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากคนในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” Seongeup Folk Village
การเดินทางไปตามเส้นโปรแกรมการท่องเที่ยวนี้เราได้แวะไปหาอาจุมม่าที่ หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ หมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่นี่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง เป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิมของชาวเกาะเชจู ในอดีตที่นี่เป็นศูนย์กลางด้านการปกครองของเกาะ

ด้วยเอกลักษณ์ของการสร้างบ้านที่นี่ คือใช้ดินเหนียวผสมมูลม้า ยึดก้อนหินก้อนอิฐเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้าง วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ และประวัติความเป็นมาต่างๆ โอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่หมักในไหที่วางเรียงรายกันอยู่ตามบ้านเรือน ที่นี่ไม่ใช่ไหกิมจิจะเป็น ไหสำหรับหมักโอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่จะมีการผลิตโดยตรงเฉพาะบนเกาะเชจูนี้เท่านั้น

วิธีการชาวบ้านจะนำผลเบอรี่ป่า มาใส่ลงไปในไหพร้อมกับน้ำผึ้ง และหมักไว้สามปี ก่อนที่จะนำมารับประทานได้ รสชาติหวานอมเปรี้ยว และในสมัยก่อนเคยถูกใช้วินิจฉัยอาการเจ็บป่วย และรักษาอาการเจ็บคอ ไอเรื้อรัง ปัจจุบันนี้ก็เป็นสินค้าที่ผู้มาเยี่ยมเยือนมักซื้อกลับไปรับประทาน และซื้อเพื่อเป็นของฝาก ลืมบอก…เรื่องราวและข้อมูลต่างๆ บนเกาะเชจูให้ฟัง โดยคุณแพรวา ไกด์สาวสวย คอยแปลเป็นไทย ใครมาที่นี่ต้องไม่พลาดได้ของดีกลับบ้าน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อควา แพลนเนท (Aqua Planet Jeju)
AQUA PLANET พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เปิดโลกใต้ท้องทะเลเอาใจเด็กๆ และคนรักโลกทะเล สำหรับเส้นทาง ภายใน ที่บอกว่าระยะทาง ยาวหลาย กิโลเมตร มการแสดงสัตว์น้ำและถ่ายรูปเพลิดเพลิน กับตู้ปลาขนาดมหึมาที่มีความสูงถึง 8.5 เมตร แต่เอาเข้าจริงเดินเพลินๆ สวยๆ มารู้ตัวอีกทีก็ ถึงทางออกเสียแล้ว ทางออกจะร้านของฝาก ให้เลือกซื้อกัน ถ้าใครไม่สนใจของฝาก ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ไปทางออกได้เลย ควรจะเผื่อเวลาเดินเล่นในนี้ ราวๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้เลยนะคะ ยิ่งถ้ามาช่วง ที่ได้ชมการแสดงต่างๆ อาจจะต้องเผื่อเวลาให้มากกว่านี้นะคะ

เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak)
จากนั้นเดินทางสู่ เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak) เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ เป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นหนึ่งใน 10 สถานที่สวยงามในเกาะเชจู

ปล่องภูเขาไฟซองซานอิลจุลบง อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้ ที่ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก เป็นปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว เราจะต้องเดินขึ้นไปเพื่อชมปล่องภูเขาไฟ เดินขึ้นประมาณ 1 กม. วิวระหว่างทางเดินขึ้นสวยมาก และพอขึ้นไปจะเห็นปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ ใครมาเกาะเชจูก็ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนะ ในบริเวณนี้มีที่สวยงามแห่งหนึ่งของเกาะเชจู โดยที่นี่มีชาดหายที่เป็นหินสีดำที่เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมของกลุ่มแฮนยอ และเกาะเชจูเพราะได้รับรางวัลเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศเกาหลีใต้ จึงจะมีเหรียญรางวัลให้เราได้ถ่ายรูป

อากาศวันนี้ เย็นสบายเกาะเชจู วิวดี อากาศดี เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจมาก หรือจะไปออกเดทสไตล์คู่รักก่อนอื่นเราเริ่มการเที่ยวที่นี่ ด้วย เดินลงไปที่ พิพิธภัณฑ์แฮนยอ

พิพิธภัณฑ์แฮนยอ ( Haenyeo Museum )
แฮนยอ คือนักดำน้ำที่ลงไปเก็บอาหารทะเลบริเวณรอบๆ ชายฝั่งของเกาะ
เชจูด้วยวิธีการตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลีผู้หญิงวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งบนเกาะเจจู ที่มีอาชีพดำน้ำจับสัตว์ทะเล ด้วยอุปกรณ์สามัญธรรมดา ไฮไลท์ของแฮนยอคือจุดที่ดำลงไปจะลึกเกือบร้อยเมตร แต่แฮนยอก็ดำลงไปได้โดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจน แสดงให้เห็นว่าพวกเธอนั้นมีความแข็งแกร่ง
ส่วนอาหารที่หามาได้นั้นก็มีหลากหลายทั้งสาหร่าย หอยเป๋าฮื้อ เม่นทะเล หมึกยักษ์ ฯลฯ อันสะท้องถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล

แฮนยอ ลงไปเก็บอาหารบริเวณรอบๆชายฝั่งของเกาะเชจู ชุดดำน้ำดั้งเดิมของแฮนยอ กล่าวได้ว่า แฮนยอ นี่ถือเป็นนางเงือกแห่งห้องทะเลเลย หลายๆคนอาจจะเคยเห็นตามในซีรีย์บ้างที่มีหญิงสูงอายุดำน้ำหาอาหารทะเลกัน แบบที่ไม่ต้องใช้ถังอ๊อกซิเจนเลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเล่าเรื่องราวต่างๆของ แฮนยอ ให้ได้รู้ถึงความเป็นมาและวิถีชีวิตมาแล้วจะรู้สึกทึ่งกับชีวิตของเหล่าแฮนยอสุดๆ อาชีพดำน้ำเก็บหอย เก็บสาหร่าย แต่ที่น่าสนใจก็คือ เหล่าอาจุมม่า มีเพียงชุดสีดำเท่ๆ กับการกลั้นหายใจที่ยาวนาน และน้ำทะเลอันเย็นเฉียบ

มาถึงมื้อค่ำ อาหารเย็นพร้อมเสริฟด็วยเมนู ย่างอาหารเกาหลีมักจะมาคู่กันนะคะ อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน คือ “หมูย่างเกาหลี” ซัมกย็อบซัล เป็นอาหารที่นิยมของชาวเกาหลี โดยการนําหมูสามชั้นไปย่างบนแผ่นโลหะที่ถูกเผาจนร้อน ซัมกย็อบซัลจะเสริฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ

ได้แก่ กิมจิ พริกเขียว กระเทียมหั่นบางๆ พริกไทยป่น เกลือ และนํ้ามันงา ถึงแมวาซัมกยอบซัลจะมีการเตรียมการที่สุดแสนจะธรรมดา คือไม่ได้มีการหมักหรือมีส่วนผสมที่หลากหลาย แตวาถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว นับว่าพลาดไม่จากนั้นพาทุกท่านเเข้าพักที่โรงแรมของทริปค่ำคืนนี้มีชื่อว่า Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาดตรงล๊อปบี้ มีมินิมาร์ท
เดินจากโรงแรมประมาณ 10 นาที มีชายหาดและร้านสะดวกซื้อริมทะเล

Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาด

ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer)
พร้อมเสิร์ฟทุกท่านด้วยเมนู ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer) ประกอบไปด้วยหอย และกุ้ง เกาะเชจูขึ้นชื่อด้วยอาหารทะเลสดๆ อยากให้ทุกท่านได้ลิ้มความหอมหวานของหอย เสิร์ฟด้วยข้าวสวยและเครื่องเคียงต่างๆ ขาย โซจู เบียร์ เครื่องดื่ม กับแกล้ม มาม่าเกาหลี สามารถออกไปเดินเล่นนอกโรงแรมได้ หน้า รร เป็นถนน อีกฝั่งเป็นทะเล

อาหารเช้า รับประทานที่โรงแรม อาหารเช้าของชาวเกาหลีประกอบไปด้วยข้าวสวย ข้าวต้มซุป ผักปรุงรส กิมจิ (ผักดองเกาหลี) ไส้กรอก และผลไม้ เป็นหลัก

ยงดูอัมร็อค หรือ โขดหินรูปหัวมังกร
โขดหินรูปหัวมังกร ยงดูอัมร็อค หรือโขดหินรูปหัวมังกร หินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อนของคลื่นลมทะเล มีรูปทรงเหมือนหัวมังกรกำลังอ้าปาก โขดหินรูปหัวมังกรเป็นเพราะมีเรื่องเล่าว่าที่บริเวณนี้มีมังกรอาศัยอยู่และได้ขโมยลูกแก้วที่สำคัญประจำเกาะ ทำให้เทพฮัลลาโกรธและวางแผนหลอกล่อให้มังกรขึ้นมาจากใต้น้ำ พอหลอกสำเร็จ เทพก็ได้เสกเอาลูกแก้วคืน มังกรพยายามจะแย่งคืนแต่ก็ไม่ทัน โดนสาปซะก่อนเลยกลายเป็นหินอยู่
ในท่าอ้าปากเพราะต้องการจะขโมยลูกแก้วคืน เป็นหนึ่งจุดที่มาถ่ายรูปสวย โขดหินรูปหัวมังกรหรือชื่อในภาษาเกาหลีคือยงดูอัมร็อก เป็นโขดหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะ โดยรูปร่างที่มองเห็นในปัจจุบันนั้นเกิดจากก้อน ที่นี่มีร้านปลาหมึกย่างที่อร่อย

หินเหล่านี้ได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน จนทำให้มีสภาพและรูปทรงที่มองดูคล้ายกับหัวมังกรที่กำลังอ้าปากผุดขึ้นมาจากท้องทะเล
วันนี้ ที่มาเที่ยว ดินแดนแห่งทุ่งหญ้า ท้องฟ้า และสายลมเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้.ที่น่าโอบกอดสำหรับคนที่ชอบมองวิวทะเล บอกเลยที่นี่ ให้คุณนั่งชิววว ฟังเสียงคลื่นได้ทั้งวัน แถมได้จิบกาแฟ พร้อมขนมทานได้อย่างมีความสุข พร้อมฟังเพลง แม้จะเป็นภาษเกาหลี แต่ก็ทำ ให้ ใจลอยพร้อมหลงรัก สถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลสุดฮอตของเกาหลีใต้ ยังพบเจอสิ่งมีชีวิตในทะเลที่หลากหลาย

ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู (Raisin Tree Center)
ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู ศูนย์สมุนไพรที่ได้รับการจดลิขสิทธิ์เป็นสมุนไพรที่ทั่วโลกยอมรับ รวมถึงสถาบันต่างๆ ว่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพดีที่สุดในการบำรุง และดูแลตับ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขับล้างดี
ท็อกสารพิษออกจากร่างกาย เช่น แอลกอฮอล์ สารกันบูด สีผสมอาหาร ฯลฯ

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่ง สินค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop)ช้อป
อย่าง Duty Free และในตัวเมืองชิคๆ เครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆของเกาหลีetude , the face shop , skin food , innisfree และอื่นๆ มากมาย อย่างแหล่งช้อปปิ้ง Jeju Jungang Shopping Mall เป็นร้านค้าที่เปิดขาย
กันอยู่ในทางเดินใต้ดิน มีประตูทางเข้าออกหลายประตู ที่น่าสนใจก็คือ ประตู 11 เป็นที่ว่าการของเกาะเชจู เปิดให้เข้าด้านในด้วยนะคะ แต่ต้องเสียค่าเข้าค่ะ แต่จะเดินเล่นถ่ายรูปด้านหน้าก็สวยดี

สุดท้ายและก็ถึงเวลาเดินทางกลับประเทศไทย กับการเดินเที่ยว เกาะเชจู ก่อนจะจบทริป Toptotravel ได้มาเที่ยวที่จุดสุดท้าย เพราะคุณเกาะเชจู แตกต่างกว่าที่ไหนๆ จนวันนี้ที่มีโอกาส มาสัมผัสดินแดนมรดกโลกเกาะเชจู จบลง แล้วและหวังว่ารีวิวนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อทุกๆคนในการมาเที่ยวเกาะเจจู ซึ่งสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ เกาะเชจูโดยรถบัสนั้นเราว่าสะดวกสุดๆ

ขอบคุณ เครื่องทริปทัวร์ ราคาถูกกับ True World Travel ทัวร์ถูกมาก
ราคา 6,200 บาท ทำให้ Toptotravel เดินทางมาเที่ยว เกาะเจจู ได้ใน
ราคาถูกมาก รู้อย่างนี้แล้วจะรออะไร บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง

ใครสนใจ เข้าไปดูได้ที่
True World Travel 022862732-34

Face Book:
https://www.facebook.com/TrueWorldTravelFanpage/?ref=br_rs
Hotline 0988277522 , 098-8277825-26

Post-Dinner VINIFERA

Vinifera Wine Bar & Restaurant

อาหารสไตล์ฝรั่งเศสสุดหรูที่ไม่ได้ดูดีแค่หน้าตา “อาหารอร่อย บรรยากาศดี การบริการดีเยี่ยม”

เริ่มต้นเดือนสิงหาคม เรื่องความอร่อยกันดีกว่า ไม่ว่าจะอร่อยกันแบบไทย จีน หรืออเมริกัน รสชาติใดรสชาติหนึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความสุขอันน่าจดจำ ที่ทำให้กลายเป็นเมนูอาหารที่ไม่ธรรมดา วันนี้เรามีโอกาสมาลองอาหารสไตล์ Home Cooking แบบฝรั่งเศส ภายใต้การรังสรรค์ของเชฟมากฝีมืออย่างเชฟอดุลย์ ที่ได้ดึงเอาเสน่ห์และเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสมาเสิร์ฟความอร่อยในบรรยากาศร้านร่วมสมัย โดยเลือกนำเสนอเมนูอาหารที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน แต่คัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดีมารังสรรค์เมนูที่หลากหลาย

Vinifera Wine Bar & Restaurant

คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ กรรมการผู้จัดการร้าน Vinifera

จึงเป็นโอกาสอันดีที่เรา Toptotravel ได้โอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนเธอที่ร้าน VINIFERA คุณโซฟี ( Sophie Tanapura) ร้านอาหารฝรั่งเศส VINIFERA แห่งนี้เปิดให้บริการจากความตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของ คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ กรรมการผู้จัดการร้าน กล่าวว่า แรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ร้าน VINIFERA ของคุณโซฟี เธอมักใช้เวลาอยู่กับการการทำอาหารและการร้องเพลง หรือเรียกว่า การสร้างสรรค์อาหาร เราใช้วัตถุดิบทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจากทั่วเมืองไทย ใช้เทคนิคและคอนเซปต์ของการปรุงอาหารฝรังเศสแบบดั้งเดิม แม้ต้นทางจะเป็นเพียงไอเดียบริษัทนำเข้าไวน์และต้องการมีหน้าร้านขายไวน์เท่านั้น ต่อมาจึงจุดประกายความคิดสู่การมีสถานที่ทดลองไวน์ให้ลูกค้าได้มาลิ้มลอง จนกระทั่งต่อยอดกลายเป็นร้านอาหารฝรังเศสอย่างมั่นใจ ประสบการณ์ที่ฝรั่งเศส ซึ่งคนในครอบครัวได้ใช้ชีวิตและศึกษาที่นั่นมาก่อน และตัวเองเป็นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส มีความหลงใหล ไม่ใช่แค่การเปิดร้านเป็นงานอดิเรก แต่ว่าอยากทำไปตลอดชีวิตค่ะ

อาหารทุกจาน เน้นเสิร์ฟเมนูต้นตำรับฝรั่งเศสเหมือนนั่งในร้านจากแคว้น​ Alsace ประเทศฝรั่งเศส ที่ใช้หัวใจและความหลงใหลในกลิ่นอายฝรั่งเศสมาทำธุรกิจ แม้ต้นทางจะเป็นเพียงไอเดียบริษัทนำเข้าไวน์และต้องการมีหน้าร้านขายไวน์เท่านั้น ต่อมาจึงจุดประกายความคิดสู่การมีสถานที่ทดลองไวน์ให้ลูกค้าได้มาลิ้มลอง ชวนหลงใหล จิบไวน์สุดคัดสรร เคล้าอาหารเลิศรส บนพื้นที่สีเขียวรายล้อม

Cold Cuts&Cheese Platter

สำหรับอาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน จากการรังสรรค์ของเชฟอดุลย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญอาหารหลากหลายประเภท และมีประสบการณ์ในการทำร้านอาหารฝรั่งเศสมาก่อน โดยเฉพาะเมนูของหวานที่สามารถโชว์ฝีมือได้เทียบเท่าคนฝรั่งเศส จนมีลูกค้าออเดอร์อยู่เสมอ

หอยทากตัวใหญ่เนื้อแน่น : Escargots A La Bourgigno
Smoked Salmon Salad

เนื้อวากิว นำเข้าจาก ออสเตรเลีย เมนูปรุงด้วยเนื้อวัววากิว ให้รสสัมผัสที่วิเศษสุดอร่อยจนลืมไม่ลง ต่อด้วยเมนูที่ทำจากขากบ และเมนูที่โชว์ความเป็นอาหารฝรั่งเศสขนานแท้อย่าง Escargots A La Bourgigno หอยทากฝรั่งเศสอบเนย เพิ่งเคยกินหอยทากฝรั่งเศสอบเนยเป็นครั้งแรก ตัวหอยสีดำเนื้อนุ่มตัวกลม ได้รสเค็มมันของเนย เนื้อหอยกรอบนุ่มคล้ายเห็ด ที่ทางร้านเฟ้นหาตัวหอยเนื้อนุ่มตัวกลมนำเข้าจากเบอร์กันดี ให้ความรู้สึกกรอบนุ่มคล้ายเห็ด ปรุงรสด้วยเนยให้เค็มมันพอดี มีการเซ็ตติ้งกับซอสอย่างลงตัว และยังมีเมนูพิเศษชวนให้คนที่ยังไม่กล้ากินหอยทากได้ลิ้มลองผ่านเมนูพัฟเอสคาโก้

Mushroom soup
เชฟอดุลย์
Baby Chicken
Spaghetti Tom Yum Goong
Apple strudel
Creme Brulee

ของหวาน ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมื้ออาหารของชาวฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้อาหารทุกมื้อจึงต้องปิดท้ายด้วยของหวานเสมอ ซึ่งทุกเมนู ได้ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกๆ รายละเอียด แล้วต้องไม่ลืมที่จะปิดท้ายด้วยของหวาน ที่จะช่วยเติมเต็มให้มื้อสุดพิเศษนี้ยิ่งประทับใจไปกับมนต์เสน่ห์แห่งความอร่อยอย่างไม่รู้ลืม

Vinifera ร้านอาหารที่คงกลิ่นอายฝรั่งเศสที่นี่ที่เดียว ด้วยบรรยากาศของร้านที่เป็นกันเอง มานั่งชิลกับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว หรือมาคนเดียว เพื่อผ่อนคลายกันสักหน่อยก่อนกลับบ้าน เป็นไอเดียที่ดี บรรยากาศที่นี่มันเป็นอะไรที่วิเศษมากๆ เลยคะ สนามหญ้าเขียวๆ เพราะสถานที่เหล่านี้คุณไม่ได้เห็นแค่ด้วยตา แต่มันต้องสัมผัสด้วยความรู้สึก เวลาที่นั่งทานอาหารอยู่ที่นี่ ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปจริงๆ มันสงบ Vinifera เป็นอีกหนึ่งสถานที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่มีแต่ความสุขมากเลยคะ

แฟรงค์สเต็ก : Flank Steak & Grilled Vegetables and French Fries

เมนูพิเศษ สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง ให้เป็น “เมนูต้อนรับวันแม่” สื่อถึงความอบอุ่นแห่งสายใยรัก ที่ทั้งเชฟมือทองได้ร่วมกันรังสรรค์ อันเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับเชฟอดุลย์ มาถึงอาหารจานหลักกัสุดยอดเมนู สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง นั่นเองคะ

หน้าร้าน Vinifera
สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง

Vinifera เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสอยู่ในซอย 54 โชคชัย 4 ภายในร้านจะมีการติดแอร์เย็นฉ่ำ ใครที่อยากจะนั่งแบบเย็นๆ พร้อมกับนั่งฟังเพลงเพราะๆ ไปด้วยก็สามารถเลือกนั่งภายในร้านได้เลย ส่วนร้านอาหารซึ่งมี 2 ชั้น โดยปกติจะเปิดชั้นล่างเป็นหลัก ส่วนชั้นบนเน้นเอาไว้ทำกิจกรรมต่างๆ อย่างกิจกรรม wine and cheese tasting เสริมด้วยบรรยากาศร้านซึ่งถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ง่าย ด้วยบรรยากาศสบายๆ ของร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่คงความร่วมสมัย ให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนกินข้าวที่บ้าน เน้นการตกแต่งแบบโมเดิร์น แต่แฝงไว้ซึ่งเฟอร์นิเจอร์กึ่งวินเทจ ให้ความรู้สึกน้อยแต่มาก ผสมผสานกับโทนสีอบอุ่นอย่าง ขาว เทา ดำ ร้าน vinifera เข้าทางซอย นาคนิวาส 57 ได้นะคะ อยู่ทางหลัง Central Festival Eastville เลี่ยงรถติดแวะมาจิบไวน์ ทานอาหารที่ vinifera ด้วยกันนะคะ

สำหรับใครอยากหาร้านอาหารชิลๆ บรรยากาศดี อาหารอร่อย
และราคาไม่แพงมาก อยากให้ไปลองที่นี่ดูค่ะ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ 087 328 2090
โปรโมชั่นดีดีติดตามที่
Facebook : https://web.facebook.com/viniferabkk/

ประกาศผล 10 Young Bloggers ผู้ชนะการแข่งขัน Story Curator

โปรโมตชุมชนวัฒนธรรม โครงการ
Thailand Village Academy 2019

โรงแรม SC Park กรุงเทพฯ, โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, เว็บไซต์ Hello Local.travel และ Readme.me จัดงานประกาศผล 10 Young Bloggers ผู้ชนะจากการแข่งขัน Story Curator โปรโมตชุมชนวัฒนธรรมไทย

โดยมีบล็อกเกอร์เยาวชนจำนวน 1,423 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลกสมัครร่วมกิจกรรม และทางโครงการได้คัดเลือกบล็อกเกอร์เยาวชนผู้เข้ารอบสุดท้าย Finalist 44 คน จาก 17 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อังกฤษ รัสเซีย เนปาล สิงคโปร์ มาเลเซีย ภูฏาน อิสราเอล อิตาลี ยูเครน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู ออสเตรเลีย ตูนิเซีย ไนจีเรีย และประเทศไทย
มาร่วมภารกิจแข่งขันใน 22 ชุมชนของไทย ระหว่างวันที่ 24-29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยภารกิจการแข่งขันคือ ผู้แข่งขันจะได้ใช้ชีวิตในชุมชน 6 วัน เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นไทยกับ Local Hero หรือนักปราชญ์ชุมชนอย่างใกล้ชิด และผู้แข่งขันจะต้องคัดสรร นำเสนอเรื่องราวชุมชน The Village Story โปรโมตสร้างแรงบันดาลใจผ่านสื่อออนไลน์
โดยผู้ที่ได้รับรางวัล Most Talented Story Curation ทั้งหมดมีดังนี้

Young Bloggers ชาวต่างชาติ ที่ได้รับรางวัล Most Talented Story Curation สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
• อันดับ 1 Mr.Jian Le Tan จากประเทศ มาเลเซีย ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 100,000 บาท
โปรโมตชุมชนบ้างเชียง จังหวัด อุดรธานี
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 44.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 2 Ms.Pema Choden Tenzin จากประเทศ ภูฏาน ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 70,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนบ้านภู จังหวัด มุกดาหาร
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 43.75 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 3 Ms.Madhurima Dutta จากประเทศ อินเดีย
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท
โปรโมตชุมชนตำบลบ้านแหลม จังหวัด สุพรรณบุรี
คะแนนจากคณะกรรมการ
จำนวน 43.66 คะแนน
คะแนน Social Engagement
จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 1 Mr.Jian Le Tan จากประเทศ มาเลเซีย ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 100,000 บาท โปรโมตชุมชนบ้างเชียง จังหวัด อุดรธานี
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 44.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 2 Ms.Pema Choden Tenzin จากประเทศ ภูฏาน
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 70,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนบ้านภู จังหวัด มุกดาหาร
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 43.75 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 3 Ms.Madhurima Dutta จากประเทศ อินเดีย
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท
โปรโมตชุมชนตำบลบ้านแหลม จังหวัด สุพรรณบุรี
คะแนนจากคณะกรรมการ
จำนวน 43.66 คะแนน
คะแนน Social Engagement
จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 4 Ms.Hofit Kim Cohen จากประเทศ อิสราเอล
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 41.10 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 5 Ms.Wadi Victoria Ben-Hirki จากประเทศ ไนจีเรีย
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนชุมชนพรหมโลก จังหวัดนครศรีธรรมราช
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 40.73 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

Young Blogger ชาวไทยที่ได้รับรางวัล Most Talented Story Curation สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
• อันดับ 1 นางสาวศรัณยา ตั้งทิวาพร ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 100,000 บาท
โปรโมตชุมชนตำบลบ้านแหลม จังหวัด สุพรรณบุรี
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 44.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 2 นางสาวกัญญาวีร์ จงจิตสำราญ
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 70,000 บาท
โปรโมตชุมชนแหลมสัก จังหวัดกระบี่
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 42.75​ คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 3 นายกิติพัฒน์ อุ่นเมือง ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท
โปรโมตชุมชนบ้านลาวเวียง จังหวัด อุตรดิตถ์
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 42.50 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50คะแนน

• อันดับ 4 นายวรชัย สิงห์สมบุญ ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท
โปรโมตชุมชนสรรพยา จังหวัด ชัยนาท
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 42.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 5 นางสาว ลัคนา ศานติยานนท์
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนหล่อโย จังหวัด เชียงราย​
คะแนนจากคณะกรรมการ
จำนวน 40.41 คะแนน
คะแนน Social Engagement
จำนวน 50 คะแนน

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “บล็อกเกอร์เยาวชนทุกคนสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวของวัฒนธรรมและวิถีชุมชนเป็นอย่างมาก ทุกคนได้เห็น ได้กิน ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน นี่คือจุดหมายสูงสุดของการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวเยาวชนค่ะ พวกเขาต้องการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ททท. มั่นใจว่า ผลงานสร้างสรรค์ของนักเล่าเรื่อง The Story Curators
ทั้ง 44 คนนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลกอยากเดินทางมาเที่ยว มาสัมผัสดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทย และสร้างโอกาสให้ชุมชนมีรายได้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว และชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า
“ปราชญ์ชุมชนทุกคนในฐานะ Local Guru ได้ทำหน้าที่ของการเป็นนักเล่าเรื่อง บอกเล่าประสบการณ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ถ่ายทอดให้เยาวชนนักเดินทางได้เรียนรู้ และช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ปราชญ์ชุมชนทุกคน ในฐานะเจ้าบ้านผู้เป็นเจ้าของทุนทางวัฒนธรรม เกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับบล็อกเกอร์เยาวชนทุกคน และนับจากนี้ ทุกชุมชนพร้อมที่จะเปิดบ้านให้เป็นจุดหมายปลายทางของการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยต่อไป”

THAILAND VILLAGE ACADEMY

44 เยาวชนนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ร่วมแข่งขันโปรโมตชุมชนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย

โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด — เปิดตัว 44 เยาวชน 17 ประเทศ แข่งขันเล่าเรื่องโปรโมตชุมชนวัฒนธรรม ดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนทั่วโลก

โรงแรม SC Park กรุงเทพฯ, โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, เว็บไซต์ Hello Local.travel และ Readme.me เปิดตัว 44 เยาวชนนักเล่าเรื่องจากทั่วโลก ร่วมแข่งขันโปรโมตชุมชนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชน ให้นำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้ในการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ทางกรมฯ จึงได้ให้การสนับสนุนโครงการ Thailand Village Academy ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชนให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสำหรับเยาวชนต่างชาติทั่วโลก โดยทางโครงการฯ ได้คัดเลือกชุมชนที่มีวัฒนธรรมและมรดกภูมิปัญญาที่โดดเด่น และมีปราชญ์ชุมชนที่พร้อมถ่ายทอดให้ความรู้แก่เยาวชน ซึ่งชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมสำหรับเยาวชนที่จะเปิดตัวในโครงการปีนี้มี 22 ชุมชน แบ่งเป็น ภาคกลาง 7 ชุมชน ภาคเหนือ 5 ชุมชน ภาคใต้ 5 ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ชุมชน ดังนี้

ภาคกลาง

  1. หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โฮมสเตย์ไทรน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  2. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวน จ.นครนายก
  3. วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน ตำบลถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี
  4. ชุมชนบ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม
  5. ชุมชนตำบลบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี
  6. ชุมชนตำบลหนองโรง จ.กาญจนบุรี
  7. ชุมชนตลาดโรงพักเก่าสรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ภาคเหนือ

  1. ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย จ.สุโขทัย
  2. ชุมชนบ้านท่ามะโอ จ.ลำปาง
  3. ชุมชนบ้านน้ำจำ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
  4. ชุมชนหล่อโย จ.เชียงราย
  5. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมลาวเวียง ตำบลหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์

ภาคใต้

  1. ท่องเที่ยวชุมชนตำบลทุ่งหว้า จ.สตูล
  2. ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก จ.กระบี่
  3. ชุมชนบ้านลำขนุน จ.ตรัง
  4. ชมรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช
  5. หมู่บ้านชาวนาวิถีไทย วิถีโหนด นา เล จ.สงขลา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  1. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี
  2. ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์
  3. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเขมราฐ นาแวง เจียด จ.อุบลราชธานี
  4. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม
  5. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู จ.มุกดาหาร

และหลังจากการพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทยเสร็จสิ้นแล้ว ทางโครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด Hello Local.travel และ Readme.me ช่วยขยายผลจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนเยาวชนทั่วโลกมาเที่ยว

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ ทุกชุมชนมีเรื่องเล่า ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น และน่าเรียนรู้ โดยเฉพาะในมุมของเยาวชนต่างชาติ เพราะเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในการเดินทางท่องโลกเพื่อเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรม
ที่แตกต่าง เยาวชนชอบใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น กลุ่มเยาวชนต่างชาติจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันมีเสน่ห์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของไทยให้เป็นที่แพร่หลายไป
ทั่วโลก

โครงการ Thailand Village Academy เปิดโอกาสให้ The Story Curators บล็อกเกอร์เยาวชนทั่วโลก ที่มีความสามารถในการคัดสรรและเล่าเรื่องราว Travel Story และมีทักษะในการใช้ Social Media เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง สมัครมาร่วมภารกิจแข่งขันชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยมีบล็อกเกอร์เยาวชนจำนวน 1,423 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลกสมัครร่วมกิจกรรม โดยเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกมี 44 คน จาก 17 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อังกฤษ รัสเซีย เนปาล สิงค์โปร มาเลเซีย ภูฏาน อิสราเอล อิตาลี ยูเครน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู ออสเตรเลีย ตูนิเซีย ไนจีเรีย และ ประเทศไทย ที่จะร่วมภารกิจการแข่งขันในระหว่างวันที่ 24-29 กรกฎาคม ผู้เข้าแข่งขันที่คัดสรร นำเสนอเรื่องราวชุมชนได้น่าสนใจ และสร้าง Social Engagement ผ่านสื่อออนไลน์ให้กับชุมชนสูงสุด จะเป็นผู้ชนะ โดยทางโครงการมีกำหนดประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของโครงการฯ
www.thailandvillageacaademy .com

ททท. มั่นใจว่า ผลงานสร้างสรรค์ของนักเล่าเรื่อง The Story Curators ทั้ง 44 คนนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลกอยากเดินทางมาเที่ยว มาสัมผัสดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยอย่างแน่นอน ขอเชิญทุกท่านติดตามเรื่องราวการแข่งขันของทั้ง 44 คน และช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาผ่าน Website Readme.me ที่
ผลงานผู้เข้าแข่งขันบล็อกเกอร์เยาวชนไทย https://th.readme.me/campaign/the-village-story
ผลงานผู้เข้าแข่งขันบล็อกเกอร์เยาวชนต่างชาติ https://readme.me/campaign/the-village-story”

คุณปรียนันท์ มงคลศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดิจิทัล บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน ) กล่าวว่า “จากงานวิจัยขององค์กรท่องเที่ยวเยาวชนโลก ระบุว่า ในปี 2563 จะมีนักท่องเที่ยวเยาวชนทั่วโลกเดินทางจำนวนประมาณ 370 ล้านคน และโดยใช้เวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย 50 วัน และใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวประมาณ $2,600 หรือ 85,000 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดนักท่องเที่ยวเยาวชนต่างชาติมีความสำคัญมากและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นับว่าเป็นโอกาสสำคัญของชุมชนไทยที่จะได้ต้อนรับเยาวชนจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยว และเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ช่วยชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในส่วนของการบินไทยและไทยสมายล์จะสนับสนุนโครงการโดยจัดทำบัตรโดยสารราคาพิเศษสำหรับเยาวชน เพื่อร่วมกิจกรรมการตลาดต่อยอดการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวชุมชนต่อไป”

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวสรุปว่า “โครงการ Thailand Village Academy ช่วยยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในชุมชน สร้างจุดขายด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ต่อยอดจากต้นทุนอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมของชุมชน มาสร้างคุณค่าใหม่ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน และที่สำคัญยิ่งเปิดโอกาสให้ปราชญ์ชุมชน 22 ชุมชน ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีคุณค่าของชุมชน ได้รับการยกย่องและมีบทบาทในฐานะ Local Guru บอกเล่าประสบการณ์มรดกทางภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ถ่ายทอดให้เยาวชนนักเดินทางได้เรียนรู้ ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการฯ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญคือกลุ่มนักท่องเที่ยวเยาวชนต่างชาติ ที่จะช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรม วิถีชีวิตอันมีเสน่ห์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ น่าภาคภูมิใจของไทยให้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ผู้เป็นเจ้าของทุนทางวัฒนธรรมนั้น ๆ ก่อให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอนุรักษ์สืบสานต่อไปอย่างยั่งยืน”


โครงการมีกำหนดประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
ผ่านช่องทางเว็บไซต์หลักของโครงการฯ
www.thailandvillageacaademy .com

“ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ”

จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล 2562
พัฒนาศักยภาพด้านวิทยศาสตร์ฮาลาลไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ในโอกาสครบรอบ 16 ปีแห่งการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยมูลนิธิพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาล
จัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล” (Halal Science Week 2019) ระหว่างวันที่ 1 – 8 สิงหาคม 2562

​โดยงาน สัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล (Halal Science Week 2019) จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์งานวิทยาศาสตร์ฮาลาล ให้แก่เยาวชนและผู้คนที่สนใจทราบ รวมถึงส่งเสริมการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และพัฒนาคุณภาพของเยาวชนไทยให้เป็นผู้มีทักษะการเรียนรู้และสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเริ่มต้นงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ด้วยกิจกรรมดีๆ
อัดแน่นมากมาย
• 1 – 6 สิงหาคม 2562 : Halal Science Camp & Quiz Bowl การเข้าค่ายและแข่งขันตอบปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล
• 3-7 สิงหาคม 2562 : Halal Science Competition การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาลระดับมัธยมศึกษา
• 4 สิงหาคม 2562 : Halal Run For All งานเดิน-วิ่งการกุศล 16 ปี
ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• 7 สิงหาคม 2562 : Public Hearing การประชาพิจารณ์มาตรฐานสากล

ปิดท้ายกับงาน 16th Anniversary of HSC ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ
16 ปี แห่งการจัดตั้งศูนย์ วิทยาศาสตร์ฮาลาล, งานแถลงข่าวการเปิดตัวโปรแกรม HALPlus พร้อมด้วยงานเปิดนิทรรศการสิ่งต้องห้ามและต้องสงสัย Exhibition on Don’t and Doubt ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 นี้
ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานสวนหลวงสแควร์ จุฬาซอย 12 เวลา 08.00-16.00 น. สำหรับผู้สนใจเข้าร่วม

กิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูล หรือติดตามข่าวสารต่างๆ
ได้ที่ 02-218-1053
https://www.facebook.com/HSC.CU/ , http://www.halalscience.org/

มอนท์เอซัวร์ จับมือ แอคคอร์ เปิดตัว “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” แห่งแรกในไทยบนเกาะภูเก็ต

โรงแรมระดับโลกสู่ “มอนท์เอซัวร์”
โครงการแลนด์มาร์คซูเปอร์ไฮเอนด์ขนาด 454 ไร่


MontAzure โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต

“มอนท์เอซัวร์” (MontAzure) โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต เปิดตัว “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” (MontAzure Lakeside) โครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ มูลค่า 2,000 พันล้านบาท พร้อมจับมือ “แอคคอร์” (Accor) และแบรนด์โรงแรมห้าดาวในเครือ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” (MGallery Residences) มาเป็นผู้บริหารงานภายใต้คอนเซ็ปต์โรงแรมและเรสซิเดนซ์

“M” ใน MGallery สื่อถึง “Memorable” (ประสบการณ์ที่น่าจดจำ) และ “Magical” (น่ามหัศจรรย์) ซึ่งผู้เข้าพักที่มาเยือนจะได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทาง ณ จุดหมายปลายทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศตามถนนหนทาง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงได้รื่นรมย์กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง…

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” (MGallery Residences, MontAzure Lakeside) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของโครงการมอนท์เอซัวร์ (Heart of MontAzure) แวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติจากเชิงเขาสู่ชายหาดกมลา เชื่อมต่อการใช้ชีวิตอันเป็นส่วนตัวภายในห้องชุดกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างลงตัว ตัวโครงการสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ ประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย ทะเลสาบและสวนภูมิทัศน์ที่คงไว้ตามธรรมชาติ ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำกับรูปแบบวันพักผ่อนในบรรยากาศและกลิ่นอายของลมทะเล กับผืนทรายขาวละเอียดของหาดกมลาท่ามกลางทิวเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ พร้อมเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตราฐานสากลและการบริการระดับโรงแรมห้าดาวแบบครบวงจร

โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซค์ ประกอบด้วยห้องชุดขนาดกว้างขวางรวม 236 ยูนิต ในแบบสตูดิโอ (Studio) และ 1 ห้องนอน (One Bedroom) ภายในตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนองค์ประกอบตามธรรมชาติของเกาะภูเก็ต เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะของโครงการ ลูกค้าสามารถเลือกวิวทะเลสาบ วิวภูเขาหรือวิวทะเล ผ่านหน้าต่างและระเบียงขนาดใหญ่ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ต้องการห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อห้องชุดเพื่อสร้างห้องขนาดใหญ่อีกด้วย

นอกจากนั้น ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ เจ้าของห้องชุดจะได้รับบริการระดับพรีเมียม และสิทธิประโยชน์จากโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลกในเครือแอคคอร์ ในฐานะสมาชิกระดับวีไอพีอีกด้วย

ภายในโครงการฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตราฐานโรงแรมห้าดาวอย่างเอ็มแกลเลอรี ไม่ว่าจะเป็นศาลาพักผ่อน ลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง ห้องโยคะ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งยังรองรับลูกค้าที่มาพักผ่อนพร้อมครอบครัว ด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 สระ สระว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกาย (lap pool) สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มพร้อมสระว่ายน้ำเด็ก และคลับสำหรับคุณหนู ๆ นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหาร ที่ให้บริการตลอด
วัน (all-day dining) บาร์เครื่องดื่มที่สระน้ำ (Pool bar) ห้องฟิตเนส และ
คลับเฮาส์

เจ้าของห้องชุดสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ยังได้รับบริการสุดพิเศษในแบบฉบับ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์ กล่าวว่า “ด้วยสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา และทำเลที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ทั้งยังได้ “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์”หนึ่งใน พรีเมี่ยมแบรนด์ของ แอคคอร์ มาเป็นทีมบริหาร ทำให้เรามั่นใจว่า “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” เป็นโครงการที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนทั้งในด้านการบริการและผลตอบแทนในอนาคตอย่างแน่นอน”

ด้าน มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์ กล่าวว่า “โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซด์ นับเป็นโอกาสที่ลงตัวในการเปิดตัว “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” ครั้งแรกในประเทศไทย โดย “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่เน้นการนำเสนอเรื่องราวและความงดงามของสถานที่นั้น ๆ ซึ่งโครงการมอนเอซัวร์มีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและเงียบสงบ สะท้อนเสน่ห์ของเกาะภูเก็ตได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่า การร่วมมือของ เอ็มแกลลอรี กับ มอนท์เอซัวร์ จะสร้างประสบการณ์อันเป็นที่จดจำให้แก่ผู้เข้าพัก และยกระดับคุณภาพที่อยู่อาศัยในภูเก็ตให้เหนือระดับยิ่งขึ้น”

มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์

ทั้งนี้ โครงการมอนท์เอซัวร์ อาณาจักรมิกซ์ยูสมูลค่ากว่าหมื่นห้าพันล้าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 454 ไร่ บนหาดกมลา ประกอบไปด้วย ที่พักส่วนตัวระดับลักซัวรี่ คอนโดมิเนียมริมทะเล รีสอร์ตระดับ 5 ดาว ไลฟ์สไตล์มอลล์ และศูนย์สุภาพ รวมถึงร้านอาหารและบีชคลับบนชายหาดมลา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับอีกมากมาย โดยมอนท์เอซัวร์ได้รับรางวัลระดับภูมิภาครวมถึง “Best Mixed-Use DevelopmentThailand” จากเวที Asia Property Awards อีกด้วย

เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์ นับเป็นแบรนด์โรงแรมระดับไฮเอนด์ล่าสุดที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับมอนท์เอซัวร์ หลังจาก คาเฟ่เดลมาร์ (Cafe del Mar) ทวินปาล์ม เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ (Twinpalms Residences MontAzure) และ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท (InterContinental Phuket Resort) ซึ่งมีกำหนดจะเปิดในปีนี้ ผู้พักอาศัยที่ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” สามารถเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารและบีชคลับบนหาดกมลาที่อยู่ภายในโครงการมอนท์เอซัวร์ ลูกค้าสามารถเดินหรือใช้บริการรถรับ-ส่งฟรีไปยังชายหาดได้อีกด้วย

เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Accor Ownership Benefits Program ในสถานะ “VVIP” และได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกแพลตตินั่มของ Le Club AccorHotels พร้อมส่วนลด 20% และอัพเกรดห้องพักสำหรับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์”
ราคาเริ่มต้น 7.2 ล้านบาท มีกรรมสิทธิ์ถือครองแบบสมบูรณ์ (Freehold)
พร้อมการบริหารในรูปแบบโรงแรมสำหรับนักลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม
www.montazure.com
อีเมล sales@montazure.com หรือโทร +66 93 624 8800

สรุปบทสัมภาษณ์ของ ทวีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร TK Palace

วันนี้….หากใครก้าวเข้าไปยังโรงแรม ทีเค พาเลซ จะสัมผัสได้ถึงโฉมใหม่ของสถานที่แห่งนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า เรื่องราวของผู้ชายชื่อทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม ประธานกรรมการบริหาร ทีเค. จุดเริ่มต้นจาก ความตั้งใจที่ต้องการพัฒนาทำให้ โรงแรม ที.เคใหญ่ขึ้น และเป็นหนึ่งในกิจการโรงแรมที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดใน ย่านแจ้งวัฒนะ พร้อมให้บริการ

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม (พี่อูฐ) เริ่มเล่าให้ฟังว่า “… ย้อนหลังไป 3 ปีที่แล้ว จนถึงในปัจจุบัน จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ ทีเค. โดยมองเรื่องของวิสัยทัศน์ก่อนว่า วันนี้ การทำธุรกิจอะไรก็ตาม ต้องไม่มีอะไรเหมือนกัน ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อสร้างจุดขายจองคนเอง ทำเอาเจ้าของปลื้มปริ่ม

ผู้ชายคนนี้มีเบื้องหลังแนวคิดการทำธุรกิจอย่างไร?
จุดเริ่มต้นในธุรกิจนี้ วิสัยทัศน์ของผม มีเพียงแค่การอยู่รอด และช่วงสามปีต่อจากนี้ไป เราคิดกันว่า น่าจะมีโรงแรมที่ไม่เหมือนคนอื่น เน้นเรื่องของ Green hotel เราลงทุน กับการปลูกต้นไม้ทั้งหมด 10 กว่าล้านบาท และนำสถาปนิก ปรับเปลี่ยนดีไซน์ทุกส่วนในพื้นที่ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น ล็อบบี้ ห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ต้นไม้ พรม วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องพัก ปรับเปลี่ยนใหม่ให้มีความทันสมัย

ผมคาดหวังว่า โรงแรมเราจะกลายเป็นหนึ่งในกิจการ โรงแรมที่ดีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ขณะเดียวกัน มีเพื่อนที่คอยสนับสนุนและพร้อมจะลงทุนไปด้วยกัน โดยการร่วมทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อนที่พูดถึงคือ นิ่มซี่เส็ง ซึ่งประกอบธุรกิจมาสามสิบกว่าปี ผมโชคดีที่มีนายทุนเป็นเพื่อนสนิท ให้แบบไม่มีข้อแม้ เหมือนเป็นเพื่อนและเป็นผู้ที่มีพระคุณกับโรงแรมของเรา”

การทำธุรกิจโรงแรมในวันนี้ ต้องมีวิสัยทัศน์ มองหลายมิติ โรงแรมมีลักษณะผสมผสาน เพื่อให้มาตรฐานสากล โรงแรมส่วนมากคนมีทุนสูง มีเงินเยอะเป็นเจ้าของ โดยจ้าง GM เข้ามาบริหาร เขาก็จะบอกกับ GM ว่า จะต้องทำยอดให้ได้สมมติเดือนละ 30 ล้าน ทีนี้ GM กับลูกน้อง Relation ไม่ค่อยมี GM ต้องปั้นเงินให้ได้ เพื่อนำพาตัวเองให้รอด การทำงานไปกดดันกับลูกน้อง ลูกน้องก็อยู่ยาก และลาออกในที่สุด สำหรับที่ ทีเค เจ้าของจะยืนอยู่เคียงข้างคู่กับลูกน้องเสมอ เพราะผมเชื่อว่าในอนาคตเราจะเติบใหญ่ขึ้น และโตกว่านี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน

แนวคิดการบริหารโรงแรมหลังผุดอาคารหรู
คุณทวีศักดิ์ เล่าว่า “…เราสร้างอาคารใหม่โดยกลุ่มเป้าหมาย ผมมองว่าถนนแจ้งวัฒนะเป็นย่านคนรวย แต่จะพบว่าที่ถนนแห่งนี้ ไม่มีโรงแรมระดับที่ว่าเข้ามาแล้วประทับใจ สำหรับเรา ผลตอบรับคือลูกค้าค่อนข้างพอใจพร้อมสัมผัสลุคใหม่กับทีเค บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้พักผ่อนควบคู่ไปกับการทำงาน ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น การประชุมหรือสัมมนา สามารถดำเนินธุรกิจ จนประสบความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมของสังคมไทย

ด้วยพื้นที่ใช้สอย และในอนาคต จะใช้นโยบายการสร้างความแตกต่างเรื่อยๆ …คัดเกรดลูกค้า และสร้างแรงจูงใจ รวมถึงงานดีไซน์ที่ถูกออกแบบตกแต่งมาอย่างดี อย่างล็อบบี้ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของโรงแรมทีเค ถามว่าเหนื่อยมั๊ยกับการลงทุน ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ทุกวันนี้พอใจกับกระแสตอบรับของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะเลือกได้ว่า…จะรับลูกค้ากลุ่มไหน?

ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย 60% ที่เหลือ คือต่างชาติและแขกที่เป็นเอเย่นต์ คอร์เปอร์เรท ณ วันนี้ ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้ไม่ cover เงินกู้ มองแบบนักเศรษฐศาสตร์ที่มองสองทาง ทั้ง direct และ indirect ไดเรคคือ ทางตรง และอินไดเรค ที่จะมาจากรถไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดทางให้ลูกค้าเข้ามา ….นี่คือเป้าหมาย”

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม (พี่อูฐ)

ภายใน 3 ปี โรงแรมต้องขายตัวเอง 50% ขึ้นไป รายได้เดือนหนึ่งสุมมติ 30 ล้าน โรงแรมต้องขายตัวเองได้ 20 ล้าน นอกนั้นเซลล์ขาย ถ้าทำได้จะสบายในระยะยาว การที่เราจะบริหารจัดการไปได้ ต้องอยู่ที่สินค้าอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้วบอกต่อ วันนี้มีการพัฒนาเรื่องของอาหาร มี F&B ช่วย จะบริการเพียงห้องพักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประชุมสัมมนา จึงจะถึงเป้า 30 ล้านใน 3 ปีข้างหน้า

อย่าไรก็ดี ด้วยพื้นที่ใช้สอย ตระหง่านบนพื้นที่ 30ไร่ ริมถนนแจ้งวัฒนะ โรงแรมใช้พื้นที่เต็มจำนวนทั้งหมด โดยในปัจจุบัน ราคาซื้อขายกัน 500,000 บาท 10 ไร่ 2,000 ล้าน เลยหนี้ ในแต่ละวันแอคทีฟเก็บเงินได้
ทุกวัน ถือเป็นทรัพย์แอคทีฟ ทำให้มีมูลค่าทางธุรกิจสูงและทรัพย์สิน ซึ่งผมเป็นหนี้ 1,500 ล้านบาท จะผ่อนไป 3-40 ปีมั๊ย? สมกับความตั้งใจและโดยฝีมือของสถาปนิก ภายใต้แนวคิดที่ผสมผสานธรรมชาติ มนุษย์ ด้วยเหตุผลโรงแรมของเรามีพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เรามีจุดแข็งที่จะแข่งขันกับโรงแรมในเมืองที่มีพื้นที่น้อย


ดังนั้น ในยุคนี้ งานบริการ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ผมจะเน้นเรื่องเพื้นที่
สีเขียว สวนสวยเป็นเรื่องสำคัญ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเริ่มเห็นภาพลักษณ์ใหม่ เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรม สีเขียวโดดเด่น ส่วนด้านใน Lobby โดยเฉพาะส่วนของคอฟฟี่ช็อปในปัจจุบัน ถูกปรับให้เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท พร้อมประดับตกแต่งสวนสวยสีเขียว มีระเบียงไม้สุดชิค และที่สำคัญ มีการผสมผสานกันระหว่างอาคารสมัยใหม่อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของธุรกิจโรงแรม ส่วนสำคัญที่สุด คือ งานบริการ ซึ่งนั่นหมายถึง บุคลากรของโรงแรม ซึ่งผู้บริหารโรงแรมทีเคฯ กล่าวถึงปัญหาและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลเช่นกัน คุณทวีศักดิ์ กล่าวว่า “วันนี้เหมือนกับการก้าวกระโดด โรงแรมเราไปถึง 5 ดาว แต่บุคลากรยังตามไม่ทัน ซึ่งในเวลานี้่ แม้กระทั่งเจ้าของยังตามไม่ทัน บางครั้งนอนตื่นมายังคิดว่าฝันไปรึเปล่า!

สิ่งที่ดีที่สุด คือเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลาการ ทุกสิ่งทุกอย่างเติบโตไปถึงจุดหนึ่ง แต่ถ้าบุคลากรของเรายังช้า ต้องมีการอบรมและพัฒนาการทำงาน การปรับตัวให้ทันยุคสมัย เพราะวัฒนธรรมของโรงแรมเราคือต้องการให้พนักงาน win win กับเราด้วย ทุกคนไม่ได้ทำงานเพราะเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่พนักงานทุกท่านทำด้วยสปิริต ซึ่งโรงแรมมีการดูแลด้านสวัสดิการอย่างเต็มที่ มีงบห้าล้านเป็นสวัสดิการของพนักงาน อีกทั้งเงินเดือนจะพิจารณาปรับขึ้นตลอด เพราะเจ้าของไม่ได้หวังวันนี้ เจ้าของหวังอีกสามปี เพราะการไม่ได้หวัง พนักงานช่วยเต็มร้อย การทำงานในปัจจุบันมีไลน์กลุ่มกับลูกน้องทั้งหมด จะดูเสมอว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมได้ประสบการณ์มากมายจากการทำงานร่วมกับพนักงานตรงนี้ ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้ร่วมงานที่มีความหลากหลาย ได้ศึกษาคนและอารมณ์ของคน รวมไปถึงการฝึกคนหรือพนักงานบริการให้มีความอดทน รักในงานบริการ ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน และสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมให้น่าอยู่

ผู้บริหาร ทีเค พาเลซ กล่าวถึง แนวนโยบายด้านการตลาดว่า แนวทางการทำตลาดในลักษณะของไลฟ์สไตล์ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การใช้ช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ที่ผ่านมา ในเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่พีคที่สุดถึง1,200 ห้อง/ไนท์ ซึ่งมาจากการปรับเรื่องข้อมูลออนไลน์และช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1,500 รูมไนท์ ข้อดีของการขายออนไลน์คือขายห้องอย่างเดียวไม่ต้องกังวลถึงเรื่อง เบรกฟาสต์

โรงแรมตั้งมา 25 ปีแล้ว ผมทำงานตั้งแต่ปี 2 สมัยเรียน ม.เกษตร จนจบเศรษฐศาสตร์และจบ MBA ม.เกษตร เช่นกัน วัคซีนค่อนข้างแข็งแรง มีปัญหาเข้ามาก็พร้อมที่รับมือ

การทำงานทุกอย่าง หากเราทำด้วยใจก็จะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด โดยเฉพาะงานด้านบริการจะต้องคำนึงถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราจะต้องบริการลูกค้าอย่างที่เราคาดหวังว่าเราจะได้รับการบริการเช่นเดียวกัน….ทำธุรกิจอะไรก็ตามต้องต่อยอดไปได้หรือไม่ อยู่ที่การคิด การใช้สมอง และอย่าคิดระยะสั้น ต้องมองระยะยาวไม่ใช่การขายไปวันๆ ธุรกิจโรงแรมต้องเข้ามาคลุกคลีจึงจะเห็นปัญหา แต่เรากลับสนุกกับปัญหาได้อยู่กับลูกค้า ชินกันคุ้นเคยกันไปหมด อยู่กันแบบสบายๆ แต่ละเดือนวันนี้ลูกค้าอยู่ที่ 80 % ถือว่าถึงจุดที่โอเคแล้ว

“อยากบอกว่า ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวอย่างมหาศาล เพื่อรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”

ทุกวันนี้ เงินหายากไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน พฤติกรรมต้องเปลี่ยนให้ทัน ต้องคิดว่าเทคโนโลยีเข้ามาแล้วจะแก้กับมันอย่างไร ไม่ใช่พอเทคโนโลยีเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองไม่เอาแล้วไม่ได้” คุณทวีศักดิ์ กล่าวท้ายสุด

สถานที่ : โรงแรม TK.Palace Hotel & Convention
ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ
ที่อยู่: 54/7 ถนน แจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้อง เขต หลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์: 02 574 1588

แผนที่คลิ๊ก
https://goo.gl/maps/8mCDCoZ7GZQgPzP5A