Category Archives: Lifestyle

กรมการท่องเที่ย จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart”

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุมและการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ โดยเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City

ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทาง นครราชสีมา–นครนายก นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure – Nature – Culture – Community – Sustainability-CSR

เริ่มต้นที่ จ.นครนายก เปิดโหมด Adventure กับกิจกรรม ล่องแก่งเขื่อนขุนด่าน สัมผัสความสนุกและความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง สามารถล่องแก่งได้ตลอดปีจุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานหลังเขื่อนขุนด่านปราการชลเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วง 2-7 กิโลเมตรใช้เวลาในการล่อง 1-2 ชั่วโมง

หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก

ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยบรรยากาศภูเขา ลำธาร และพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

เป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นชาติพันธุ์ลาว ทั้งภาษา อาหารพื้นบ้าน การแต่งกาย การแสดงพื้นบ้าน มีการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ปั่นจักรยานลัดเลาะสวนหมากและสวนดอกดาหลา เรียนรู้การทำจานกาบหมากเพื่อลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

ช่วงค่ำเปิดประสบการณ์ Night Safari ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ Night safari ส่องสัตว์กลางคืนที่เขาใหญ่ กิจกรรมประจำที่ไปทุกครั้งก็ต้องเเวะทำทุกครั้ง รอบนี้ถือว่าเจอสัตว์หลากหลาย ทั้งหมาจิ้งจอก พญากระรอกบิน เเละนกกลางคืน สนุกดีได้ลุ้นตลอดทาง กิจกรรม Night Safari (ส่องสัตว์ยามค่ำคืน) ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าบริการ 600 บาทต่อคัน (นั่งได้ไม่เกิน 8-10 คน) ให้บริการวันละ 2 รอบ คือเวลา 19:00 น. และ 20:00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยต้องติดต่อจองที่ศูนย์บริการนักก่อนเวลา 18:00 น. สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืน

ก่อนพักผ่อน ณ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว โรงแรมสไตล์รีสอร์ท 4 ดาว โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ การตกแต่งเน้นโทนสีสบายตา พื้นที่ส่วนกลางร่มรื่น และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย

เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว

เช้าวันใหม่มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพกังหันลมยักษ์และอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานหรือรถกอล์ฟ พร้อมเรียนรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

ก่อนเติมความสนุกที่ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กับกิจกรรม ATV ยิงธนู และปืนเลเซอร์ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ (Khao Yai Farm Village) และ ฟาวน์เท่น ทรี รีสอร์ท (Fountain Tree Resort) เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนในเครือเดียวกัน ตั้งอยู่ที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยที่นี่เป็นหนึ่งในพิกัดยอดฮิตสำหรับกลุ่มครอบครัว แก๊งเพื่อน และการจัดสัมมนาองค์กร (Company Outing) เพราะรวมทั้งฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตรและโซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดมันส์ไว้ในที่เดียว

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

● Soft Adventure: เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
Activity: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล

● Soft Adventure “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน/มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท)

Activity1: เรียบรู้การประดิษฐ์จานกาบหมากเพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้ขยะเพื่อความยั่งยืน
Activity2: นั่งซาเล้งลุยสวนหมาก ส้มโอ ไร่สวนผสม

CSR Activity: ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า
● Soft Adventure: “Night Safari” ส่องสัตว์ป่า
ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

● Soft Adventure: “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง”
ตั้งอยู่ตำบลคลองไผ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

Activity 1: ปั่นจักรยาน รับลมชมวิว กังหันลมยักษ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง (มาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ)
Activity 2: นั่งรถขึ้นจุดชมวิวเขายายเที่ยง/ CSR ยิงเมล็ดพันธุ์
Activity 3: เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

● Soft Adventure “เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร)
เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ สถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรสำหรับครอบครัว สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ (แกะ, กระต่าย, หมู, วัว)
Activity: ลุยขับ ATV ยิงธนู ปืนเพนท์บอลและปืนเลเซอร์

● อิ่มอร่อยกับเมนูจากร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวและพักโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จากกรมการท่องเที่ยว


10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart เป็นแคมเปญใหม่จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ในไทย ให้กลุ่มนักเดินทางสายธุรกิจและองค์กรได้เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมสัมมนาทั่วไปมาผสานกิจกรรมท่องเที่ยวและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างชาญฉลาดไฮไลต์ความสนุก & รูปแบบกิจกรรมผสาน Work & Play: เน้นกิจกรรม Soft Adventure, Team Building และ Workshop เรียนรู้วิถีชุมชน ที่ช่วยปลุกพลังการทำงาน เติมไอเดียใหม่ๆ และกระชับความสัมพันธ์ในทีมมิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure 10+10 MICE Adventure

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัท นำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว

เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง

ปิดท้ายที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

#toptotravel #กรมการท่องเที่ยว
#SoftAdventure # WorkHardxPlaySmart

OMODA C5 EV ครอสโอเวอร์ SUV ไฟฟ้า 100% 

นิยามใหม่…ของสไตล์ในทุกเฉดสีกับ OMODA C5 “SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา” Omoda C5 EV จาก นำเข้าจากจีน เป็น ประกอบในประเทศ มาดูภายในของรุ่น OMODA C5 EV เทคโนโลยีและความสบายที่ทำให้ทุกช่วงเวลาบนรถพิเศษยิ่งขึ้นไปด้วยกัน

Toptotravel มีโอกาสได้ลองขับ Omoda C5 EV ไปยังจังหวัด นครราชสีมา สระยุรี อยุธยา ด้วยอัตราเร่งบนถนน พบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรในเมือง นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไว ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่สมดุล เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ตอยู่จริง 

ห้องโดยสาร ออกแบบห้อง ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหราปรับโฉมอย่างชัดเจน รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบบใหม่ รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ต เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป  

นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบ ADAS 19 ระบบ ความจุแบตเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) ประเมินเบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีอย่างน่าพอใจ เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบาย

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวรถ Omoda C5 EV (Exterior)
Design Concept: มาในแนวคิด “RoboShark” (ฉลามจักรกล) ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ดุดัน และล้ำอนาคตยิ่งขึ้น  

มิติตัวรถ: ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,545 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 145 มิลลิเมตร) ทำให้สัดส่วนดูกว้างขวางและสง่างามขึ้นในทรง SUV Coupe  

จุดเด่นภายนอก: ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า  

2. ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย (Interior & Technology)
Smart Cockpit: ยกระดับความบันเทิงด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ควบคู่กับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย  

ความบันเทิง: จัดเต็มด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY (ลำโพง 8 ตำแหน่ง) และแท่นชาร์จมือถือไร้สายความเร็วสูง 50W  ความสบายระดับพรีเมียม: เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อม ระบบนวดผ่อนคลาย (Massage Seats), ระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Ventilated & Heated Seats) รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรองฝุ่น PM 0.3 และฟังก์ชันเอา
ใจสายไลฟ์สไตล์ เช่น Camping Mode และ Pet Mode  

3. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร  

 อัตราเร่ง: ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.2 วินาที ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่สนุกในเมืองและเร่งแซงมั่นใจบนถนนใหญ่  แบตเตอรี่ & ระยะทาง: แบตเตอรี่ความจุ 50.6 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)  

การชาร์จไฟ:   รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW  รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรง DC สูงสุด 110 kW  (ทำให้ชาร์จไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม)  มีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟฟ้า 3.3 kW ออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้  

4. ระบบความปลอดภัย (Safety Features)
จัดเต็มระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) รวมกว่า 19 ระบบ เช่น:
 ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go)  
 ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / ICA)  ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)  

 กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (รวมภาพแสดงสภาพพื้นใต้ท้องรถ Transparent Chassis) ช่วยให้การจอดและลุยอุปสรรค์ง่ายขึ้นมาก  

ข้อดี (Pros) ของ The New Omoda C5 EV 2026

1. ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น: ทรง SUV Coupe ที่ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ถูกใจคนรุ่นใหม่ และขนาดตัวรถที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น  

2. ออฟชันแน่นเทียบเท่ารถยุโรป: เด่นเรื่องความสบาย ทั้งเบาะนวดไฟฟ้า, ระบบระบายอากาศเบาะ, หน้าจอ 2K ขนาดใหญ่ และชุดเครื่องเสียง SONY ที่ให้เสียงดีเกินราคา

3. สมรรถนะคล่องตัว: พละกำลัง 211 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที ถือว่าขับสนุกเร้าใจ แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม: ให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาครบครันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมกล้อง 540 องศา ที่มีประโยชน์มากในการใช้งานจริง  

5. ความคุ้มค่าและความมั่นใจในการบริการ: ด้วยการเปลี่ยนมาประกอบในประเทศไทย ทำให้สามารถทำราคาได้น่าดึงดูดใจ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่คุ้มค่า (เช่น การรับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมไฟฟ้าแบบ Lifetime Warranty ในช่วงเปิดตัว)

ทดสอบชาร์จ Omoda C5 EV  จาก 40-80 % ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

หลังจากขับมาเป็นระยะทางพอสมควร ทดลองชาร์จ Omoda C5 EV ตาม
สเปครองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 85 กิโลวัตต์ และชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ การทดสอบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดและอากาศร้อน โดยเริ่มชาร์จเมื่อแบทเตอรีเหลือ 48 % และเพิ่มเป็น 80 % ในเวลาประมาณ 15 นาที ได้ระยะทางเพิ่มราว 120 กม. แม้กำลังชาร์จจริงจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลวัตต์ แต่ระยะเวลาที่ใช้ถือว่าไม่นานเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

การทดลองขับ Omoda C5 EV  พบว่ามีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองไว ช่วงล่างเกาะถนนดีและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก

#toptotravel #THENEWOMODAC5EV

อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย!


ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด
เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”
โฉมใหม่ ยกระดับทุกการเดินทาง พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าเดิม

สายเที่ยวเตรียมอัปเกรดทุกการเดินทางให้คุ้มค่ากว่าเดิม เมื่อ ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ต่อยอดความสำเร็จของบัตร Co-Brand ที่ครองใจนักเดินทาง มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเปลี่ยน เป็น AirAsia points เพื่อแลกเที่ยวบินและสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางได้อย่าง คุ้มค่า เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด ได้สานต่อความร่วมมือพร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์บัตร Co-Brand “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สู่ปีที่12 ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและฐานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความสะดวกและความคุ้มค่าเป็นหลัก ดังนั้นบัตรใหม่นี้ จึงไม่ใช่บัตรเครดิตที่ทำหน้าที่เพียงชำระเงิน แต่จะเป็นเครื่องมือเปิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับทุกทริปของการท่องเที่ยว ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าบัตรเดิมอย่างชัดเจน ทั้งการสะสมคะแนนเพื่อใช้แลกเที่ยวบินแอร์เอเชียหรือแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ การผ่อนชำระบัตรโดยสาร 0% รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ในสนามบินและบนเที่ยวบิน โดยครั้งนี้ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้ปรับโฉมหน้าบัตรใหม่ในสไตล์ “Be Unique and Travel On” ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (rPVC หรือ Recycled PVC) ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยที่บัตรยังคงมีความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานเทียบเท่ากับบัตรพลาสติกแบบเดิม ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความยั่งยืนได้พร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งมั่นธุรกิจสีเขียวอย่างแท้จริง

“ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง เป็นอย่างดี จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารและพันธมิตรไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาและยกระดับสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม การสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งาน ทั้งสิทธิประโยชน์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นสูงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคารในทุกครั้ง” นายโชค กล่าว

นางสาวธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไทยแอร์เอเชีย เราไม่ได้เน้นการเติบโตจากจำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวบินเท่านั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่ง “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ด้วยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เรามีลูกค้าที่เดินทางกับแอร์เอเชียแบบประจำมากขึ้น รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้จ่าย การสะสมสิทธิประโยชน์ และการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป ช่วยขับเคลื่อนให้เราเเละลูกค้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย” นางสาวธันย์สิตา กล่าว

นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัว“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ

“นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย” นางสาวแชนนอน กล่าว

“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่

รับคะแนนสะสมง่าย ๆ

• ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”รับ 1 AirAsia points

• รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia

• การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป

ยกระดับทุกการเดินทาง

• บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking

• บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก

• รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท

โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ

• รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท

• ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals

พิเศษยิ่งขึ้น

• เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70)

• โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%

บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ
เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com
เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

Canopy เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ Canopy Bangkok Sukhumvit

แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) ประกาศเปิดรับจองห้องพักแล้ววันนี้ ก่อนเตรียมเปิดประตูต้อนรับนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เอนด์ “แคโนปี” (Canopy) ในฐานะโรงแรมบูทีคระดับไฮเอนด์ ภายใต้เครือโรงแรมฮิลตัน (Hilton) ที่ปักหมุดเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานดีไซน์ที่มีเรื่องราวหลากมิติ เข้ากับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่พิถีพิถัน และพื้นที่สังสรรค์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของย่านสุขุมวิท เพื่อมอบความรู้สึกอบอุ่นดั่งบ้านหลังที่สองให้แก่นักเดินทาง ควบคู่ไปกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ณ จุดหมายปลายทางที่น่าค้นหา

Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ออกแบบโดยสตูดิโอ AvroKO จากนิวยอร์ก หยิบยกแรงบันดาลใจของย่าน “อโศก” หนึ่งในย่านศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิตของกรุงเทพมหานครได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยุคแรกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทอด โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกเพียง 600 เมตร และใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางไปยังร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของโรงแรมที่สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้กับถนนสุขุมวิท กับอาคารแฝดสองตึกที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานลอยฟ้า (Skybridge) เหนือลานกลางแจ้ง (Courtyard) โอบล้อมด้วยความงดงามของสีบรอน์ซอันสะดุดตารอบตัวอาคาร สะท้อนแนวคิด “แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น” อันเป็นหัวใจของ Canopy ที่ดึงเอาเสน่ห์จากท้องถิ่นมาเล่าใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย นอกจากนั้น โรงแรมแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนอันอบอุ่นสำหรับนักเดินทาง และจุดพบปะสังสรรค์อันมีชีวิตชีวา ผ่านงานดีไซน์มีรายละเอียดของเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิง การสอดแทรกกลิ่นอายของอโศก ไปจนถึงการรังสรรคฺพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาภายในโรงแรมอย่างเพลิดเพลิน

สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ดังนี้:

· คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน

· เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม

· กระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด

แพ็กเกจเปิดตัว “Asoke Unlocked” เปิดให้สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป คลิกเพื่อจองห้องพักที่ https://www.hilton.com/en/hotels/bkkthpy-canopy-bangkok-sukhumvit/

มื้อพิเศษที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส เอ็นจอยโมเมนต์ดี ๆ บุพเฟ่ต์ในโรงแรมระดับพรีเมียม


ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

แวะมาอัพเดท ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องอาหารแห่งนี้พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ด้วยคอนเซปต์บุฟเฟต์ที่รวบรวมรสชาติจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไลน์อาหาร ทั้งอาหารไทย จีน นานาชาติ และของหวาน เรียกได้ว่าพลิกโฉมกันทุกสเตชั่นเลยทีเดียว ลิ้มลอง Breakfast Buffet ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ดื่มด่ำกับเสน่ห์อาหารไทยที่หาทานยากและบุฟเฟต์นานาชาติกว่า 100 เมนู ที่ “ห้องอาหารเปรมประชากร” ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ไลน์อาหารเยอะหลากหลายละลานตา คุ้มค่ามากๆ ทานไม่อั้นในราคาสบายกระเป๋าน่ากินทุกเมนู

จัดเต็มเมนูอาหารสไตล์ไทยรสเข้มข้น ทั้ง “ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ” สูตรซิกเนเจอร์ เมี่ยงคำ น้ำพริกผักสด ขนมจีนน้ำยาหลากชนิด และเมนูต้นตำรับที่ปรุงอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสายกินจริงจังและสายชิลแบบเต็มอิ่ม

อาหารจีน : เป็ดย่าง หมูแดง ซาลาเปา ติ่มซำ และออเดิร์ฟจีนอีก
อาหารญี่ปุ่น : ซาซาซิ ซูชิ โรล เครื่องเคียงหลากหลายเมนู
Spaghetti : สปาเกตตี้ สามารถเลือกเส้น เลือกซอสได้ตามใจชอบเลย
Teppanyaki : ทำสดใหม่ทั้ง สเต็กเนื้อ หมู ไก่ หอยแมลงภู่ ปลา
Asian Food : ขนมจีนแกงต่าง ๆ เมี่ยงคำ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวสต้มยำ
Dessert : ขนมหวาน ไอศกรีม เค้ก หลากหลาย

ปิดท้ายมื้ออร่อย ด้วยที่สุดของของหวานตำรับไทย ผลไม้ และไอติมกะในตำนาน
เรียกว่าครบจบทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป ในบรรยากาศเรียบหรูที่การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก เหมาะสำหรับทุกการสังสรรค์ มื้อกลางวัน 790 บ. | มื้อเย็น 890 บ.

สอบถามและจอง ห้องอาหารเปรมประชากร
พิกัด: ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชัน หลักสี่
แผนที่เดินทาง: https://maps.app.goo.gl/iUzuQe9NnCWPbqt69
LINE: @miraclegroup

#miraclegrandconventionhotel
#ห้องอาหารเปรมประชากร
#InternationalBuffet #toptotravel #PremiumBuffet #ชัญญ่าว่าดี

ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way”

ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า

ZEEKR ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way” นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐและ ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวไทยรูปแบบใหม่ที่สอดรับยุทธศาสตร์ “Value Over Volume” ของ ททท. และยกระดับมาตรฐานการเดินทางท่องเที่ยวโดยยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ตลาดในประเทศ  

อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand

อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR ได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทยในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยจะก้าวข้ามจากแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียม สู่การเป็น Premium Lifestyle Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การเดินทางเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ การจับมือกับ ททท. ในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Trust) ได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า ZEEKR ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยสมรรถนะชั้นสูงควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งยังเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง สามารถตอบสนองต่อทุกความต้องการเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่จะสะท้อนตัวตนได้ เพราะ ZEEKR เชื่อมั่นว่าทุกการเดินทางควรเป็นประสบการณ์ที่พิเศษไม่แพ้จุดหมายปลายทาง ความร่วมมือกับ ททท. ในการนำเสนอแคมเปญนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่คนไทย และเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจด้วยยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก ZEEKR” 

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตผ่านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม     ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume”

โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั้งภายในประเทศและจากทั่วโลก  นอกจากนี้ ททท. ยังส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ด้านการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยังลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยความร่วมมือกับ ZEEKR ครั้งนี้ ททท. จะทำหน้าที่คัดสรรเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ “Hidden Destination” ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น ขณะที่ ZEEKR จะสนับสนุนการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าตลอดเส้นทาง ภายใต้แนวคิด “ZEEKR คือ Puzzle Piece ของการเดินทางแบบ Premium Experience” โดย ททท. และ ZEEKR จะร่วมผลิตซีรีส์คอนเทนต์ “Travel the ZEEKR Way” ที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่

Northern Escape: การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางภาคเหนือ ทั้งภูสูงและสายน้ำที่โอบล้อมรอบกาย ช่วยเยียวยาจิตใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สัมผัสความหมายที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรม ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม

Isaan Stories: สัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา สร้างพลังเชิงบวกไปพร้อมกับเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งอดทน ผ่านการบอกเล่าจากวิถีชีวิต ดนตรี อาหารและสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นแดนอิสาน

Southern Serenity: กางมือออกกว้างๆ แล้วหายใจให้เต็มปอด สูดกลิ่นอายแห่งท้องทะเล และชื่นชมความงดงามตระการตาของหมู่เกาะทะเลใต้ ให้เสียงคลื่นและผืนน้ำช่วยฮีลร่างกายและจิตใจไปพร้อมกับการเดินทางที่จะเติมเต็มทุกประสบการณ์ชีวิต

Urban Retreat: ค้นพบมุมมองใหม่ที่ไม่เคยเจอ จากการเดินทางง่ายใช้เวลาเพียงสั้นๆ ครบจบทั้งการเช็คอินจุดถ่ายรูปมุมลับที่โลกยังไม่รู้ สนุกสนานไปกับประสบการณ์ใหม่จากเมืองที่ผสานอดีตกับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวของกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง 

ซึ่งการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวที่ลงตัวไปกับทุกเส้นทางอย่างเหนือระดับ พร้อมเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ ททท. ทั้งอนุสาร อสท. และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผสานกับความแข็งแกร่งจากการนำ KOLs ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ The Zecret Revealer, The Zecret Insider และ The Zecret Visualizer มาร่วมสร้างคอนเทนต์ เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับภูมิภาค ผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์เชิงคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ

แคมเปญ Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way จะดำเนินไปเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 – กุมภาพันธ์ 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งปี 2569 นี้ ททท. ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวน 202.42 ล้านคน รายได้ 1.07 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ ZEEKR ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

ทำความรู้จัก สำนักเทศน์แหล่อิสานพระมหาสมเกียรติ วัดบ้านหนองกก-หนองยาว

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต มีตำแหน่ง ประธานสงฆ์ ที่วัดหนองกก-หนองยาว โดยปัจจุบันท่านจำพรรษา อยู่ที่วัดหนองกก-หนองยาว พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน เจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านการ เทศน์มหาชาติ และ เทศน์แหล่ประยุกต์ ผู้สืบทอดคำสอนที่เปลี่ยนธรรมะให้เข้าถึงง่าย ช่วยจุดประกายความคิดและเยียวยาจิตใจ สร้างความเฮฮาตลอดการเทศน์ ยิ่งกว่านั้น เป็นการเทศน์ที่มีเนื้อหาทันสมัยท่านใช้กลวิธีที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัยปรับใช้ในชีวิต

พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านเกิดใน ครอบครัว ทีรักโยมบิดาชื่อคุณพ่อบุดดี ที่รักโยมมารดชื่อคุณแม่น้อย ที่รัก พระมหาสมเกียรติ เกิดเมื่อศุกร์ ที่ 24 เดือน ธันวาคม ปีมะโรง พ.ศ.2519 ณ บ้านเลขที่ 111 บ้านหนองปลิง ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้องหมด 5 คน คือ
1.นายบุญนาย ที่รัก 2.นายบุญพราน ที่รัก
3.นายหนูแดง ที่รัก4.นางจิณณพัติ ที่รัก5.พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต (ที่รัก)​

พระมหาสมเกียรติ เกิดในครอบครัวเกษตรกรรม ได้รับการศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนบ้านหนองปลิง จบชั้นประถม 6 โยมพ่อขอร้องให้ท่านบวชเณร เมื่อปี พ.ศ. 2532 วัดบ้านค้อนิมิตร ตำบลโคกสะอาด ถือเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างโดยมีหลวงพ่อญาครูคำมูล เป็นผู้นำศรัทธาญาติโยมทั้งด้านการก่อสร้าง ด้านปริยัติการศึกษามีสำนักเรียนธรรมบาลีสามเณรน้อยได้รับการศึกษาพร้อมทั้งการอบรมบ่มนิสัย จากหลวงพ่อญาครูคำมูล เป็นอย เนื่องจากอุปนิสัยของสามเณรน้อยเป็นคนขยันหมั่นเพียร อ่อนน้อมถ่อมตนใฝ่เรียนรู้ บวชเณร 3 พรรษา ท่านก็สามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้เร็จ ซึ่งใน 3 พรรษาแห่งการเป็นสามเณรน้อยนี้ ได้มีโอกาสปนนิบัติรับใช้ท่านญาครูคำมูล อย่างใกล้ชิด

พระอาจารยม์หาสมเกียรติ เป็นพระรูปหนึ่งที่ควรยกย่องว่าเป็นสุดยอดของพระภิกษุอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดยทำหน้าที่สืบทอดภาษาถิ่น สอดแทรกคำสอน และหล่อหลอมความสามัคคีผ่านประเพณีดั้งเดิม นิยมเทศน์ในงานบุญประเพณี โดยเฉพาะ บุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) และบุญกฐิน ซึ่งช่วยดึงดูดให้คนในชุมชนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วม ได้เงินมาไม่เคยสะสมเป็น สะพานบุญ ให้กับชาวพุทธอย่างแท้จริง

จากจุดเริ่มต้น ศิษย์เรียนเทศน์แหล่อิสานกับ พระอธิการพรชัย พระนักเทศน์แหล่อิสานชื่อดัง แห่งสำนักวัดหนองกก-หนองยาว ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม การศึกษาเทศน์แหล่อิสาน ของท่านพระอาจารย์มหาสมเกียรติ จึงได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับได้ชื่อใหม่ว่า เณรหล่า (ลูกชายหล่าของพ่อออก-แม่ออก) ณ วัดหนองกก-หนองยาว นี้เอง ด้วยสามเณรหล่าเป็นคนขยัน ปรนนิบัติ รับใช้ครูบาอาจารย์ ตั้งใจฝึกฝน หมั่นหัดท่องทำนองแหล่ จึงเป็นที่เมตตาของครูบาอาจารย์ ในปี พ.ศ.2535 สามเณรหล่าจึงมีโอกาสได้ขึ้นธรรมาสน์แสดงธรรม และก็ไม่ได้ทำให้ครูอาจารย์ผิดหวัง แสดงธรรมได้เป็นที่ถูกอกถูกใจญาติโยมจึงเป็นที่รักและเคารพของโยมพ่อออกแม่ออกมากยิ่งขึ้น

บทบาทพระสงฆ์กับสังคมไทย ในอดีตพระคือ แกนนำของหมู่บ้านการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผ่านการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้ภาษาเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับอำนาจเหนือธรรมชาติที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้ล่วงรู้ถึงการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของชาวบ้านเพื่อที่จะคุ้มครองชาวบ้านจากภัยทั้งปวงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในการพึ่งพาอาศัยกัน ประยุกต์ธรรมะเข้ากับแนวคิดการดำเนินชีวิต มีคุณงามความดีและปฏิบัติชอบอยู่ในระเบียบของพระพุทธศาสนา และช่วยเผยแพร่ศาสนาขององค์พระพุทธเจ้ามาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

การพัฒนา วัดหนองกก-หนองยาว พระมหาสมเกียรติ ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมและคณะสงฆ์พัฒนาวัดหนองกก-หนองยาว อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน งานด้านการเผยแผ่ศาสนา ท่านเป็นเจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ รับกิจนิมนต์แสดงธรรมเทศนาและเทศน์แหล่อีสาน ตามงานบุญประเพณีและงานอุทิศส่วนกุศลต่างๆ ทั่วภาคอีสานการอนุรักษ์วัฒนธรรม บทบาทของท่านมีส่วนสำคัญในการสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการเทศน์แหล่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวอีสาน สืบต่อไป

วัดหนองกก-หนองยาว อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
FB Page : สำนักเทศน์เสียงพระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
FB : พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
ไลน์แอด @mahasomkiat (ใส่@นะครับ)
TikTok @phramahasomkiat

อาร์ต วศิน ผู้บริหาร รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. คว้าเกียรติยศ รางวัล ‘ศิลปินดีเด่น’ ประจำปี 2569

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เข้ารับรางวัลเกียรติยศในสาขา ศิลปินดีเด่น ประจำปี 2569 ณ เวทีประกาศรางวัล “นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร” ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา

การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและศักยภาพของคุณอาร์ต ในฐานะบุคลากรคุณภาพที่สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

ภายหลังจากการขึ้นรับรางวัล คุณอาร์ต ได้เผยถึงความรู้สึกส่วนตัวว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะกรรมการที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจ รางวัลนี้นอกจากจะเป็นกำลังใจสำคัญแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้ผมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่บริหารองค์กรอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

สำหรับเวทีงานรางวัลเกียรติยศ “นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร” จัดขึ้นโดยรายการดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง เพื่อยกย่องปูชนียบุคคล ศิลปินอาวุโส และบุคคลผู้ทรงคุณค่าจากหลากหลายวงการที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งวงการบันเทิง ศิลปะ นาฏศิลป์ รวมถึงประชาชนผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อสังคม

สีสันแห่งท้องทะเล Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่าย รังสรรค์โดย โรแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือ Avalon

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของโลกซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี กับวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) สำหรับปีนี้โรงแรมฯขอพาทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิดความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเล ผ่านขนมหวานรููปทรงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ผสานผลไม้ตามฤดููกาลของไทยในรููปแบบร่วมสมัยและประณีตต และหัวใจหลักของแคมเปญในครั้งนี้คือการร่วมมือกันระหว่างโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ และ Avalon แบรนด์เครื่องประดับที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของอัญมณีธรรมชาติและงานฝีมือชั้นสูง กับคอลเลกชัน Sea Soul

โดยการหยิบยกแนวคิดการนำเปลือกหอยที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยลดของเสียและสะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ผลงานบางส่วนจากคอลเลกชัน Sea Soul จะถูกนำมาจัดแสดงภายในโรงแรมฯ เพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกซื้อเครื่องประดับที่สะท้อนความงดงามของวัสดุจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงการบริโภคอย่างยั่งยืน

ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ณ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงความสวยงามใต้ท้องทะเลอย่าง ขนมรูปม้าน้ำ เปลือกหอย ปะการัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างสีสันของปะการัง สิ่งมีชีวิตนานาชนิด เพื่อให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะ และส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความงดงามของท้องทะเลคงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ราคาเริ่มต้น 1,490 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

แคมเปญยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน อาทิ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สวนผักออร์แกนิกบนดาดฟ้าชั้น 26 และระบบแยกขยะรวมถึงการรีไซเคิลอย่างครบวงจร

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255
หรืออีเมล์: diningcgcw@chr.co.th ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0 2100 1234