Category Archives: Lifestyle

เริ่มแล้ว!! งานสังคมสุขใจครั้งที่ 6 ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตที่สมดุล

คอนเซปต์ ช้อปเปลี่ยนโลก  ณสวนสามพราน จ.นครปฐม

สามพรานโมเดล ททท. ทีเส็บ เซ็นทรัลสสส. จังหวัดนครปฐม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เครือข่ายเกษตรอินทรีย์และภาคีพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา และภาคประชาสังคม  ผนึกความร่วมมือร่วมจัดงาน “สังคมสุขใจครั้งที่ 6  ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตที่สมดุล” ภายใต้คอนเซปต์ ช้อปเปลี่ยนโลก  ณสวนสามพราน จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม พ.ศ. 2562   มีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลและจากทั่วประเทศนำผลผลิตอินทรีย์สดใหม่จากฟาร์ม และผลิตภัณฑ์แปรรูป มาให้ช้อปสุขภาพดีอย่างจุใจ  โดยไฮไลท์เด่น ปีนี้ คือการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ThaiOrganic Platform  เชื่อมโยงคนทั้งห่วงโซ่สินค้าอินทรีย์เป็นครั้งแรกในไทย   มั่นใจช่วยยกระดับผู้บริโภคให้เป็น Active Consumer  เข้าถึงสินค้าและกิจกรรมได้สะดวกและดึงดูดคนรุ่นใหม่มาร่วมขับเคลื่อน เพื่อสร้างระบบอาหารยั่งยืน  ส่งเสริมให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมีและมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล  สมาชิกวุฒิสภา ประธานในพิธีเปิดงานสังคมสุขใจครั้งที่6 กล่าวว่า เสน่ห์ของงานสังคมสุขใจที่ได้เห็นจากการมาร่วมงานทุกปี คือบรรยากาศความร่วมมืออย่างกระฉับกระเฉงของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน เกษตรกรอินทรีย์  เดินไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้มและที่น่าประทับใจมากในปีนี้ก็คือ  ความก้าวหน้าที่ก้าวไปอีกขั้นของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดลและการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ที่นอกจากจะมีจำนวนเกษตรกรอินทรีย์ผ่านการรับรองอย่างมีส่วนร่วมมากขึ้นมีการขยายเครือข่ายไปในภาคอื่นๆเพิ่มแล้ว ยังจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้เชื่อมโยงและยกระดับความร่วมมือของคนทั้งห่วงโซ่เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุลและยั่งยืนให้เกิดขึ้นอันจะทำให้ทุกคนมีสุขภาวะที่ดีและชีวิตที่สมดุลร่วมกัน

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ประธานจัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 6  และผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคมกล่าวว่า  จากสถานการณ์ระบบอาหารที่ยังคงมีความไม่สมดุล    โจทย์ของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล ในปีที่ 9และปีต่อไป ที่มุ่งให้เกษตรกร หยุดใช้สารเคมี หันมาทำเกษตรอินทรีย์และมีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถยกระดับคนทั้งห่วงโซ่โดยเฉพาะผู้บริโภค ให้เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ให้มากขึ้น 

งานสังคมสุขใจครั้งที่ 6 ปีนี้  จึงเน้นไปที่สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคซึ่งมีเครื่องมือสำคัญ ที่จะเริ่มใช้ในงานนี้เป็นครั้งแรกภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมคือ แอพพลิเคชั่น  ไทยออร์แกนิก แพลตฟอร์ม   ที่จะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์ทั้งระบบ มีความโปร่งใส  ทำให้คนต้นน้ำคือเกษตรกรมีการจัดการอย่างเป็นระบบมีโอกาสและมีช่องทางการตลาด ที่เชื่อมต่อตรงกับผู้บริโภค   ส่วนผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตอาหารอินทรีย์  กิจกรรม  ได้สะดวก เชื่อมั่นได้ ราคาเป็นธรรรม และมีช่องทางเข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรมการขับเคลื่อนสำหรับแนวคิดของการจัดงานสังคมสุขใจครั้งที่6 ช้อป…เปลี่ยนโลก   

คุณอรุษ กล่าวว่า  เป็นแนวคิดที่อยากให้ผู้มาร่วมงาน ได้ใช้พื้นที่ของงานจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเปลี่ยนแปลง  “เพราะวิถีอินทรีย์สังคมอินทรีย์ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องการกินแต่มันเป็นเรื่องวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สังคม และดีต่อสุขภาพของเรา ผมอยากให้ทุกคนได้มาช้อปแรงบันดาลใจแล้วกลับไปเปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างดีขึ้น ทั้งตัวเรา สังคม และสิ่งแวดล้อม”

ด้านนายสุนา วงศ์ละครปลัดอาวุโสอำเภอสามพราน ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  กล่าวว่า  งานสังคมสุขใจ เป็นงานที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือ ที่ทำให้งานมีคุณค่า มีความหมายมีความก้าวหน้า  มีองค์ความรู้มีปราชญ์ชาวบ้าน มีคนต้นแบบ มากมาย  ที่ทำให้ให้คนที่สนใจอยากเปลี่ยนจากการใช้สารเคมี มาทำเกษตรอินทรีย์สามารถเรียนลัดจากสามพรานโมเดลที่ทำมาต่อเนื่องอยู่แล้วได้เลย

คุณฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า งานสังคมสุขใจเป็นอีกความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและการสร้างสังคมอินทรีย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในทุกมิติ  ซึ่งหัวใจของความสำเร็จ คือ ความต่อเนื่อง จึงน่ายินดีอย่างยิ่งที่การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกๆ ฝ่าย   และควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว การช้อป…เปลี่ยนโลก ขอให้ผู้ร่วมงานได้ปลูกจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อโลกของพวกเราไปพร้อมๆกัน ด้วยการพกถุงผ้าตะกร้า กล่อง เพื่อลดการใช้ถุงหิ้วพลาสติก หันมารีไซเคิลเน้นใช้ของที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ GoGreen  เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงสร้างสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุลให้เกิดขึ้นร่วมกัน

คุณอรชร  ว่องพรรณงาม  ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(สสปน.)  กล่าวว่า  งานสังคมสุขใจ เป็นอีกโอกาสสำคัญ ที่ผู้ประกอบการโรงแรมร้านอาหาร การประชุมที่ต้องใช้วัตถุดิบอยู่แล้ว  จะได้มาเจอกับเกษตรกร เกิดการเชื่อมโยงตรง  

ซึ่งในงานนี้ สสปน. ยินดีแชร์ประสบการณ์ โครงการ Farm to Functions  ที่ได้ทำร่วมกับสามพรานโมเดล และพันธมิตร ธุรกิจ MICE ส่งผลทำให้โรงแรมและร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพหันมาซื้อข้าวตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ เกิดเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน  สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและเกษตรกรอินทรีย์   อีกทั้งจุดประกายคุณค่าของการประสานพลัง 3ภาคส่วน คือ รัฐบาล เอกชนและประชาชน  เพื่อการขับเคลื่อนสังคมร่วมกันสู่เป้าหมายการเป็น MICE Sustainable

ดร.นพ. ไพโรจน์  เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ  (สำนัก 5) กล่าวว่า  กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังคมขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีครบ 4 มิติ คือกายจิต ปัญญาและสังคม โดยหนึ่งในภารกิจที่กำลังขับเคลื่อน คือการสร้าง “พื้นที่สุขภาวะ” ด้านอาหารและสุขภาวะให้เกิดขึ้น  ซึ่งสามพรานโมเดล ถือเป็นหนึ่งในโมเดลตัวอย่าง ที่สสส. สนับสนุน เพราะตอบโจทย์สุขภาวะในทุกมิติ มีการส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  ทำให้ผู้บริโภคตื่นรู้ ตระหนัก สนใจเรียนรู้ และมีความเข้าใจระบบอาหารยั่งยืน อันสามารถขยายผลไปยังภูมิสังคมอื่น ๆ ได้   จะเห็นว่างานสังคมสุขใจ สังคมอินทรีย์  ที่ผู้คนทั้งห่วงโซ่มีรอยยิ้ม มีความสุขที่ได้เกื้อกูลกันได้เรียนรู้ เป็นงานที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยง  เห็นคุณค่าของการมีพื้นที่สุขภาวะในสังคม ซึ่งมีความสำคัญและจะต้องร่วมมือกันส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สุขภาวะที่ดีอย่างนี้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ งานสังคมสุขใจ สวนสามพรานเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยทุกปีจะมีการสรุปผลการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ภายใต้สามพรานโมเดล  ที่มีการทำงานสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มภายใต้ระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม

โดยในงาน ยังมีเวทีแชร์ประสบการณ์เส้นทางการเรียนรู้และการขับเคลื่อน    และมีเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์จากทั่วประเทศ  รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการ  มีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ตลาดสุขใจและบูธของผู้สนับสนุน เช่นบูธเซ็นทรัลทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ได้นำผลงานการขับเคลื่อนสังคมการสร้างอาชีพ สร้างการศึกษา พัฒนาสินค้าชุมชนให้คนในท้องถิ่นมาแชร์   บูธ สสปน.  ที่มีการสรุปความรู้จากการขับเคลื่อนโครงการ Farmto Functions ที่ทำให้เกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดสุรินทร์มีลูกค้าเป็นโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพฯ     

ผลิตภัณฑ์ในงานสังคมสุขใจที่ได้รับความสนใจมีมากมายอาทิ ข้าวอินทรีย์หลากสายพันธุ์รวมถึงข้าวพันธุ์พื้นมือง เช่น ข้าวปะกาอำปึล  จากบ้านทัพไทย จ.สุรินทร์  ข้าวหอมนครชัยศรี จ.นครปฐม  

นอกจากนี้  ยังมีพืชผักผลไม้เมืองหนาว เช่น อโวคาโด เคพกูสเบอรี่จากบ้านห้วยขมิ้น อ.แม่แจ่ม   ฟักทองบัตเตอร์นัท จากสองแควออร์แกนิก จ.พิษณุโลก   มีผลิตภัณฑ์แปรูปจากสมุนไพร เช่น แยม ชาเก็กฮวยชากุหลาบ จากเครือข่าย PGSลำพูน และ กลุ่มม่วนใจ๋ กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ  มีปัจจัยการผลิต เช่นเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ กว่า40 ชนิด จากสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่  มีการให้ความรู้จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่นคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้การดูแลสุขภาพองค์รวม  การตรวจสารพิษในผัก ในส่วนกิจกรรมความรู้ มีการสอนการแปรรูปอาหารมีการสอนกระบวนการทำคราฟช็อคโกแลต สอนทำบะหมี่จากผักผลไม้อินทรีย์   มีเวทีการสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์   Organic Tourism   รวมถึงมีคนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ มาให้ข้อคิด เช่น คุณวิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุล  คุณ อาทิ คุณนคร ลิมปคุปตถาวร   หรือคุณปริ๊นซ์ เจ้าชายผัก

โดยผู้จัดงานได้จัดเตรียมรถตู้บริการรับ-ส่งจากลานจอดรถ เข้าไปชมและซื้อสินค้าในงานฟรี  
สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร 034 322 588-93
ติดตามกิจกรรมของงานที่ Facebook/งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 6

1 ปี 1 ครั้ง…งานฮาลาลที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าใครในประเทศไทย !!

“Thailand Halal Assembly 2019”
งานประชุมวิชาการและงานแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย จัดงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง halal blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2019 กล่าวว่า ในเวลานี้ กลับมาอีกครั้งกับงานฮาลาลที่กล่าวได้ว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กับ การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ “Thailand Halal Assembly” หรือ THA ซึ่งจัดโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย โดยปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สำหรับงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง Halal Blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ

การจัดงาน THA มาตลอด 6 ปี ทำให้เราตระหนังถึงการขาดแคลนการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ ซึ่งคอนเซปต์แนวคิดของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อบ่งบอกให้ประชาคมโลกให้ได้รับรู้ว่าการดำเนินการธุรกิจ สร้างฐานทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งนั้นต้องการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ คิดไตร่ตรองอย่างรอบครอบ ซึ่งประเทศไทยจะถือว่าเป็นประเทศที่นำเสนอ Halal Blockchain ประเทศแรกของโลก และจะเป็นต้นแบบให้กับการประเทศอื่นๆ ทั้งประเทศที่เป็นมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม เฉกเช่นที่เราเคยเป็นต้นแบบด้าน “ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” จนทั่วโลกให้การยอมรับมาแล้ว


ซึ่งภายในงาน Thailand Halal Assembly 2019 ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย งานประชุมวิชาการนานาชาติ HASIB (Halal Science, Industry and Business) ครั้งที่ 12, งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล (International Halal Science and Technology Conference, IHSATEC) ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในปัจจุบันก็ว่าได้ รวมถึง กิจกรรมจับคู่ธุรกิจภิวัฒน์, การสร้างเครือข่ายการรับรองฮาลาล ประเทศไทย การประชุมประชาพิจารณ์มาตรฐานฮาลาล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและแสดงถึงศักยภาพฮาลาลไทยให้ผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงาน อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในระดับนานาชาติ และ Thailand International Halal Expo 2019 หรือ THIHEX 2019 ที่เป็นงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 350 บูท หลากหลายประเภทสินค้า ที่ปีนี้มีไฮไลท์พิเศษๆ มากมาย ทั้งบูทผู้ประกอบการใหญ่ อย่างเช่น Central และ CP ที่จะยกร้าน 7-11 รวบรวมสินค้า Halal มาให้ช้อปกันอย่างสนุกสนาน และพิเศษสุดที่จะรวมรวมทั้งวัฒนธรรม, อาหาร, สินค้าหายากขึ้นชื่อจาก มัสยิดดังทั้ง 5 มัสยิด และสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูล
-รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ 02-218-1053 และ www.Thailandhalalassembly.com
Facebook : Thailand Halal Assembly

ไท่ห่าวซือ ไทยอร่อย ของฝากแสนอร่อย จากไทยสู่ต่างแดน

เคยได้ยินชื่อนี้มั้ย? แบรนด์ “ไทยอร่อย” หรือ ไท่ห่าวชือ ที่ภาษาจีน แปลว่า “อร่อย” ของฝากแสนอร่อยยอดนิยมจากไทยสู่ต่างแดน ไท่ห่าวซือ 泰好吃 แบรนด์ “ไทยอร่อย” เข้าร่วมสนับสนุน งานมอบรางวัล สานสัมพันธ์ไทย-จีน “The Headlines Person Of The Year Awards 2019” ครั้งที่ 7

บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด (Thai Hao Chue Group Co.,Ltd.) แบรนด์ “ไทยอร่อย” ผู้ผลิตผลไม้ฟรีซดราย อันดับหนึ่งของไทย ร่วมกับ บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จัดงาน มอบรางวัลสานสัมพันธ์ไทย-จีน “Thailand Headlines Person Of The Year Awards 2019” ครั้งที่ 7 เพื่อมอบรางวัลเชิดชูบุคคลดีเด่นแห่งปี ซึ่งมีเหล่าคนดังทั้ง ไทย-จีน ร่วมเดินพรมแดงเข้ารับรางวัลกันอย่างล้นหลาม รวมถึงศิลปินเซเลบริตี้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ทรู ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ไท่ห่าวชือ หรือ แบรนด์ “ไทยอร่อย” เป็นแบรนด์แรกที่ทำให้คนจีนรู้จักทุเรียนหมอนทองอบกรอบ และผลไม้ไทยอบกรอบอีกหลายชนิด และได้รับความนิยมชื่นชอบทั้งในตลาดไทย และจีน มาเป็นเวลานาน

บริษัทฯ จึงร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนบุคคลที่ทำความดีทุกสาขา เสมือนสินค้าของบริษัทฯ ที่จะรักษาคุณภาพตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ และการผลิตทุกขั้นตอน จนได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด

ภายในงาน บริษัทฯ ได้นำสินค้าของบริษัทฯ แจกความอร่อยให้กับแฟนคลับของศิลปินไทย – จีน เรียกว่า อร่อยกันทั้งงานไปเลย

บริษัทฯ ได้ขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ เยอรมัน ทวีปอเมริกา อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุ่มประเทศเอเชีย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

แบรนด์ “ไทยอร่อย” หรือ ไท่ห่าวชือ ที่ภาษาจีน แปลว่า “อร่อย” วันนี้จะอร่อยไปทั่วโลก มีทั้ง ทุเรียนอบกรอบ , มะม่วงอบแห้ง ,สับปะรดภูแลอบแห้ง ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสมะพร้าว ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสทุเรียน ,เนื้อมะพร้าวน้ำหอมอบกรอบ , ขนุนทองประเสริฐอบกรอบ ,ลูกอมรสทุเรียน , สาหร่ายสอดไส้ทุเรียน , และเนื้อจระเข้อบแห้ง ทั้งเนื้อสุก และ รสพริกไทยดำ ซึงเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคทั้งชาวไทย และต่างชาติ จนต้องซื้อเป็นของฝากแสนอร่อย จากไทย….สู่ต่างแดน

สำหรับเมืองไทย มีวางจำหน่ายที่ 7-11 ทั้ง 1,300 สาขา
Big C ราชดำริ Big C พัทยาใต้ และ Big C พัทยาเหนือ
Shopเซ็นทรัลมารีน่า #Shopสวนนงนุช #Shopเซ็นทรัลหาดใหญ่
#Shopเอเซียทีคโกดัง4ตรอก1-2

ติดตามความอร่อย และ สอบถามข้อมูลได้ที่
Fan page : https://www.facebook.com/thaihaochuegroup/
เว็บไซด์ : https://thaihaochuegroup.com/th

58 ปี ก้าวใหม่สวนสามพราน

สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สวนสามพราน เปิดบ้าน เล่าเส้นทางการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดโซนกิจกรรม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สวนสามพราน   จัดกิจกรรม Open House  “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”  ชวนลูกค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว  Tour Agents  ภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคม   และสื่อมวลชน มาเยี่ยมชมสถานที่ สัมผัสเส้นทางการเรียนรู้ และความเปลี่ยนแปลงใหม่ ในสวนสามพราน ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  

สวนสามพรานก่อตั้งในปี พ.ศ. 2505  โดยเป็นแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้ใกล้กรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดวิถีความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมในหมู่บ้านไทยและโรงละคร  ที่นี่จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ อยู่เสมอ ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศและชาวไทย รวมถึงกลุ่มครอบครัว  นิยมเดินทางมาสวนสามพรานเพื่อพักผ่อน สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีประเพณีวัฒนธรรม การละเล่น ศิลปะหัตถกรรมไทย และขนมไทย อย่างไรก็ตามหลังจากที่สวนสามพรานได้เป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืนภายใต้สามพรานโมเดล(โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม)  เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554   ได้นำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสวนสามพราน  โดยในปี 2561-2562   สวนสามพรานตัดสินใจปิดหมู่บ้านไทย  พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในใหม่ทั้งหมด โดยใช้สามพรานโมเดล เป็นโมเดลหลักในการขับเคลื่อนแบรนด์สวนสามพราน  ให้เป็นแบรนด์ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน ภายใต้วิสัยทัศน์สร้างระบบอาหารยั่งยืน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล

สำหรับการเปิดบ้าน Open House “58 ปี ก้าวใหม่สวนสาพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง   ทีมผู้บริหารสวนสามพราน นำโดย คุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหาร  คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ  คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ  และคุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป ได้นำชมพื้นที่สวนสามพราน  ซึ่งมีจุดเด่นคือความเป็นธรรมชาติ  อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่  มีความครบวงจร ที่พัก ห้องประชุม ร้านอาหาร ลานกิจกรรม และมุมสวนธรรมชาติ  ที่สามารถ ปรับ จัด ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่  เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  การท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก รวมถึงกิจกรรม Team Building  การประชุมสัมมนาที่ต้องการบรรยากาศที่ผ่อนคลาย  ขณะที่กิจกรรมการท่องเที่ยว และการเรียนรู้ภายในสวนสามพราน นั้นเอื้อต่อการคิดนอกกรอบ  โดยทุกจุดสามารถจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลาย และมี Work Shop ให้ทดลองทำ  ที่พร้อมให้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่า รวมถึงยังสามารถเชื่อมโยงไปเยี่ยมบ้านฟาร์มเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายด้วยความโดดเด่นและแตกต่างของสวนสามพราน อันเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์   ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง นั่นคือเมนูอาหาร ในห้องอาหารทั้ง 3 แห่งของสวนสามพราน  คือ อินจัน แวนด้า และห้องอาหารริมน้ำ  รวมถึงในส่วนการจัดเลี้ยง  ที่จะมีการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ มากกว่า 70%   หรือประมาณ 15 ตันต่อเดือน  ในการทำอาหารและขนม โดยวัตถุดิบอินทรีย์ จะถูกส่งตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายสามพรานโมเดล

นอกจากดีต่อสุขภาพทุกคนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ยั่งยืน  ซึ่งในแต่ละจุดของห้องอาหาร และจัดเลี้ยง จะมีภาพและชื่อเกษตรกรอินทรีย์ที่ทำงานร่วมกับสวนสามพรานพร้อมบอกผลผลิตที่ผลิตด้วย  โดยปัจจุบันมเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลจำนวน 16 กลุ่ม จำนวน 180 ครอบครัว  ในจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์

นายอรุษ นวราช  เล่าว่า  นอกจากมาท่องเที่ยว พักผ่อนแล้ว ทุกคนที่เข้ามาสวนสามพราน  จะได้แรงบันดาลใจ จากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ จากการทำงานขับเคลื่อนสามพรานโมเดลของสวนสามพรานร่วมกับเกษตรกรและภาคส่วนต่างๆ   ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตปัจจัยการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การตลาด การพัฒนาต่อยอด และบอกเล่า  โดยพื้นที่หลายส่วนมีการบริหารจัดการ ภายใต้แบรนด์ Patom  อาทิ Patom Organic Farm, Patom Organic Village, Patom Organic Café, Patom Spa,  Patom  Shop   รวมถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ Patom    ซึ่งนำวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม มาแปรรูปเป็นของกินของใช้ และ Body Care Products  มาตรฐาน GMP ภายใต้แนวคิด Organic Living ด้วย    โดยในด้านความรู้  ยังมีการก่อตั้งสามพรานโมเดล อะคาเดมี่  โดยมีพื้นที่สำนักงานติดกับตลาดสุขใจ  เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการ องค์กรที่อยากจะนำ สามพรานโมเดลไปขยายผล ไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเอง”

ในวันเปิดบ้าน “58 ปี  ก้าวใหม่สวนสามพราน สู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง”    นอกจากมีการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี เรื่อง Change ที่พนักงาน และ เกษตรกรอินทรีย์  เป็นผู้เล่าเรื่องการเรียนรู้ การปรับตัว กับการเปลี่ยนแปลง และคุณค่าที่เกิดขึ้นกับตนเอง ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีการเปิดพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่มาเยือนได้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ด้วย  เริ่มจากหมู่บ้านปฐม   ที่ปรับเปลี่ยนศูนย์แสดงวัฒนธรรมไทย (หมู่บ้านไทย) มาเป็น “ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ”  หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ที่ยึดหลักปัจจัย 4 ผ่านการทำกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ สร้างประสบการณ์    โดยมีกิจกรรมให้เลือกทำ เพื่อเรียนรู้ระบบอาหาร ตั้งแต่การผลิต  การทำปัจจัยการผลิต การแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย   โดยมี 3 เส้นทาง ให้เลือกเรียนรู้ คือเส้นทางข้าวอินทรีย์ เส้นทางกล้วยอินทรีย์   และเส้นทางสมุนไพรอินทรีย์

ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม   ที่ได้มีพัฒนาสวนผลไม้เก่า 30 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นออร์แกนิกฟาร์ม  เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวฟาร์มที่อิงกับวัตถุดิบตามฤดูกาล  ให้เป็นที่พักผ่อนแนวธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองกิจกรรม เพื่อทำ Workshop การทำเกษตรอินทรีย์เบื้องต้น รวมถึงมาทำอาหาร   และได้สัมผัสกับรสชาติอาหารจากพืชผักธรรมชาติ สด สะอาดปลอดภัย แตกต่างจากพืชผักที่ขายในตลาดทั่วไปด้วยตนเอง  ทั้งนี้ในวันเปิดบ้านสวนสามพราน ได้มีการพานั่งเรือข้ามไปฝั่งฟาร์ม พร้อมให้ทุกคนสัมผัสแปลงอินทรีย์ ที่มีการปลูกพืชหลากหลาย    และชิม ชาสมุนไพร ออร์แกนิก  และสัมผัสประสบการณ์การเล่น สไลเดอร์โคลน  ด้วย

ตลาดสุขใจ   ภายในสวนสามพราน ทุกคนที่มาเยือนยังจะได้เรียนรู้ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม หรือสามพรานโมเดล  นั่นคือ ตลาดสุขใจ  ที่เปิดมา 9 ปี แล้ว  ทำให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์  ได้รู้จัก เข้าใจผู้บริโภค  ขณะที่ผู้บริโภค ก็ได้เข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์ด้วย 

Circular Economy  ในวันเปิดบ้าน  สวนสามพรานยังแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากมีการพัฒนาพื้นที่ให้ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีใดๆ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ IFOAMมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555  ภายในพื้นที่สวนสามพราน
ยังมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ   

ตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy   มีการจัดการขยะจากอาหาร (Food Waste Management)  โดยขยะจากในห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ส่วนกิจกรรม จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทำชีวภัณฑ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ทำไบโอแก๊สใช้ในกิจกรรมย้อมผ้า ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผู้ที่เข้ามาสวนสามพรานสามารถมาเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จากฐานสาธิต และสถานีทดลองการทำปุ๋ยหมักในหมู่บ้านปฐม   ที่มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ พร้อมสอนทำ และแนะนำรูปแบบ  ให้นำกลับไปทำที่บ้านได้ 

ตลอด 58 ปี สวนสามพรานได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลบริหารธุรกิจ Hall of Fame ประเภทแหล่งท่องเที่ยวแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง  โดยสวนสามพรานยังเปิดให้มีการศึกษาดูงานทั้งด้านการบริหารจัดการขยะ Zero Waste การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์กรแห่งการเรียนรู้  การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม  สวนสามพราน บนพื้นที่ 130 ไร่  ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ยังคงแน่วแน่ และมีความตั้งใจที่จะให้ทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม ได้ทำหน้าที่จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล ครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ   ผู้สนใจมาท่องเที่ยว มาพักผ่อน และมาค้นหาแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สำหรับตนเอง ทีมงาน หรือครอบครัว

สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสวนสามพรานมาได้ที่
โทร.034-322-588-93  หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com

นีออน ไวท์ จับมือเกาหลี รุกตลาดสกินแคร์ในไทย

ตลาดสกินแคร์ระอุ ผู้ประกอบการไทยจับมือนักลงทุนเกาหลี เปิดโรงงานผลิตที่เกาหลี ชูจุดเด่น การใช้สมุนไพรสูตรแท้ของเกาหลี วางแผนเตรียมรับออเดอร์ผลิตแบบ OEM ในอนาคต พร้อมเตรียมขยับ เข้ารุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านเร็วๆนี้

นายธนกฤต โรจนตรีภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีออน ไวท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์แบรนด์ “นีออน” เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทเข้ามาทำตลาดผลิตภัณฑ์ ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์แบรนด์ “นีออน” มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับจากตลาดด้วยดี ล่าสุด บริษัทได้ร่วมทุนกับ นาง อี ยาง วัน (Mrs. Yang Wan Lee), ผู้อำนวยการบริษัท ฮวาชินเทค จำกัด ในการเปิดบริษัท นีออน ไวท์ (เกาหลี) จำกัด เพื่อมาดูแลเรื่องการผลิต สินค้าทั้งหมดภายใต้แบรนด์นีออน

“แรกเริ่มที่เราเข้ามาทำตลาด เป็นการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เราจึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการจำหน่ายจากเดิมมาเป็นระบบ ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งการร่วมทุนกับทาง นาง อี ยาง วัน ในครั้งนี้ บริษัท นีออน ไวท์ (เกาหลี) จะเป็นฐานการผลิตสินค้าทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ นีออน รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมีออกมาด้วย โดยเราจะเป็นเจ้าแรก ที่ใช้สารสกัดจาก สมุนไพรเกาหลี ที่ได้รับการรับรองการอยู่ในระดับสีเขียวจาก `EWG (Environment Working Group) ใน ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของนีออน ไม่เกิดอาการแพ้เพราะส่วนผสมที่มีความปลอดภัยสูงใช้แล้วเห็นผลจริงคุณภาพการผลิตสินค้าได้รับการรับรองจาก Guiness World Record ” นายธนกฤตกล่าว

สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมา นีออนสามารถทำได้ประมาณ150-200 ล้านบาทต่อปี โดยในปีหน้าได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500ล้านบาท หรือโต
ขึ้นจากที่ผ่านมาประมาณ 300% และมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะ ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วได้ผลดี ประกอบกับเมื่อมีการร่วมทุนกับทางเกาหลี ก็จะมีการขยายไลน์ การผลิตให้มากขึ้น รวมถึงยังมีแผนการที่จะทำตลาดแบบ OEM และแผนการทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วยในส่วนของตลาดความงามในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา นายธนกฤตมองว่า มีการเติบโตที่สูงมาก และยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ว่าที่ผู้สูง อายุหลายคนหันมาให้ความใส่ใจในการดูแลตัวเองไม่แต่เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังสนใจดูแลผิวพรรณ ให้ดูดีอีกด้วย ซึ่งทำให้นีออนไวท์มองว่า จะยังมีช่องทางการทำตลาดได้อีกมากเช่นกัน ความหลากหลายของ ช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้ผู้บริโภคสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ดี แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการราย ใหม่ๆ เข้ามาในธุรกิจตลอดเวลา แต่หากผู้ประกอบการเหล่านั้นไม่มีความพร้อม และไม่ได้เรียนรู้อย่าง แท้จริงถึงความต้องการของผู้บริโภค ก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายนัก คงเหลือเพียงผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และมีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้า รวมถึงช่องทาง การจัดจำหน่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

​“ผู้ประกอบการหลายรายที่เข้ามายังขาดความรู้ในตัวสินค้าและความต้องการตลาดอย่างจริงๆจังๆ กับสภาพตลาดในปัจจุบันที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น มีความฉลาดเลือกที่จะบริโภคสินค้าที่ดี และมีคุณภาพ สำหรับนีออนไวท์ เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อผู้บริโภค ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผล ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของนีออนอย่าง ต่อเนื่องต่อไป”
-นายธนกฤต โรจนตรีภูมิ กล่าวเสริม

​ส่วนการทำตลาดนับจากนี้ไป สำหรับตลาดในประเทศ นีออนไวท์ จะยังคงเน้นการจำหน่ายผ่าน ระบบตัวแทน แต่จะมีการปรับปรุงระบบที่เป็นโนว์ฮาวของทางบริษัทที่ได้พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งจะทำให้การ จัดจำหน่ายของตัวแทนมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผลลัพธ์ในการจำหน่ายที่ดีขึ้น สามารถวัดผลความสำเร็จ ได้อย่างชัดเจน ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเสริมช่องทางออฟไลน์เข้ามา นอกจากนี้ นีออนไวท์ ยังมองหา ช่องทางที่จะขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า อีกด้วย​

รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ www.neonwhitethailand.com
ติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊ก A NEON

Oasis spa Chiangmai Lanna

รีเฟรชร่างกาย เพิ่มพลังให้ตัวเองดั่งร่ายมนต์

Touch of Nature ออแกนิคทรีตเมนท์หนึ่งเดียวจาก OASIS SPA เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา เป็นสปาที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกว่าเป็นสปาหรูระดับพรีเมียม ผสมผสานการนวดหลายแบบเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะไปสปา เราควรทำความรู้จักกับสปาชนิดที่เราเลือกทำให้ดีเสียก่อนเพื่อความเหมาะสมกับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน

หลังจากที่เลือกทรีตแม้นท์ตามต้องการ ร่างกายเหนื่อยล้าจากการทำงาน ที่ต้องเผชิญมลภาวะในแต่ละวัน จัดเวลาให้ตัวเองด้วยการทำสปา เพราะการทำสปาก็เปรียเหมือนกับการพักผ่อนที่ดีที่สุดให้ร่างกาย ผิวพรรณ ชีวิตสาวทำงาน นั่งทำงานจนหลังแข็ง ปวดหัวกับชีวิตไม่เว้นแต่ละวัน เลือกสปาดีๆ เป็นรางวัลชีวิตที่เราทุกคนสมควรได้รับกันดีกว่า

คุณเฟิร์ส ผู้จัดการสาขา และทีมงานจาก เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา
วันนี้ เลือกโปรแกรม Touch Of Nature ออแกนิคทรีตเมนท์หนึ่งเดียวจาก OASIS SPA
ส่วนห้องสปาเราเป็นห้องคู่ กว้างขวาง เป็นส่วนตัว มีห้องแต่งตัว อุปกรณ์ครบ
อุกรณ์เครื่องให้ก่อน-หลัง อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย

Touch of Nature
โปรแกรม Touch of Nature อันเลื่องชื่อมานาน แบ่งขั้นตอน หมาะสำหรับใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์นวดหน้าหรือนวดตัว 4 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการสครับผิวด้วยมะพร้าวออร์แกนิค 30 นาที ตามด้วยการนวดอโรม่าด้วยน้ำมันมะพร้าวออแกนิค 60 นาที ทำทรีตเมนท์หน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวออแกนิก 30 นาที และปิดท้ายด้วยการนวดเน้นคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุดในส่วนที่ต้องการ 30 นาที เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และความนุ่มลื่นให้กับผิว

โปรแกรมทรีตเมนท์ดูแลทั่วร่างกายจาก โอเอซิส สปา คอร์สโปรแกรมที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายด้วยธรรมชาติ 60 นาที เป็นการนวดด้วยออยมะพร้าวทั่วทั้งตัวซึมเข้าสู่ผิวได้โดยง่าย คลายอาการปวดเมื่อย การนวดแบบพิถีพิถัน เพิ่มความชุ่มชื้นและฃ่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของผิว ช่วยชลอการเกิดริ้วรอย การสครับขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยเรื่องผ่อนคลายความตรึงเครียด และยังบำรุงเล็บให้แข็งแรง เป็นอีกหนึ่งคอร์สที่น่าสนใจสำหรับทุกคนที่อยากดูแลตัวเอง

น้ำมันมะพร้าวออแกนิก ช่วยผ่อนคลาย เป็นผลิตผลจากธรรมชาติแท้ๆ ถือเป็นวัตถุดิบที่ช่วยทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ลงหลายสิบปี เป็นน้ำมันที่ได้จากไขมันในเนื้อสีขาวของลูกมะพร้าว แวดวงการดูแลผิวพรรณ ต่างให้การยอมรับว่าน้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ

มารีเฟรชร่างกาย เพิ่มพลังให้ตัวเองง่ายๆ ดั่งร่ายมนต์ OASIS SPA

Oasis Spa Lanna ห้องทำทรีตเมนท์ บรรยากาศที่นี่สบาย พร้อมบรรยากาศส่วนตัว เหมือนได้มาพักตากอากาศที่ต่างจังหวัด ห้องนวดที่นี่แบ่งเป็นห้องวิลล่าเป็นสัดส่วน ภายในห้องมีอ่างอาบน้ำ ห้องสตรีม ห้องอาบน้ำไว้พร้อม
สปาในบ้านย้อนยุคหลังใหญ่ใกล้วัดพระสิงห์ บน ถนนสามล้านจังหวัดเชียงใหม่ ตกแต่งแบบล้านนาร่วมสมัยที่สะท้อนความอลังการในยุคทองแห่งล้านนา ด้วยแบบฉบับของสปาที่คิดค้นสูตรการดูแลสุขภาพและผิวพรรณผสมผสานศาสตร์แบบตะวันออกและ ตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น แวดล้อมด้วยสวนสวยร่มรื่นและเป็นส่วนตัว นอกจากคลายเครียดแล้วสามารถลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย พร้อมการบริการของพนักงานผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรมจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปา อันมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวทุกสาขาทั่วประเทศ

Touch Of Nature ทรีตเมนส์ดูแลทั่วร่างกายจาก โอเอซิส สปา (Oasis Spa)

บรรยากาศโดยรอบทั้งภายในและภายนอก เอกลักษณ์โดดเด่น แวดล้อมด้วยสวนสวยร่มรื่นและเป็นส่วนตัว นอกจากคลายเครียดแล้ว ที่สำคัญสามารถลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ด้วย พร้อมการบริการของพนักงานผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรมจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปาอันมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวทุกสาขาทั่วประเทศ

ห้องทำทรีตเม้นต์แบบวิลล่าส่วนตัว
ทรีตเมนท์หน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวออแกนิก

Toptotravel เลือกส่วนหลัง ไหล่ และสะบัก
นวดเฉพาะส่วน 30 นาที (เลือกได้จุดเดียว) โดยจะมีให้เลือก ดังนี้
1.ส่วนบ่า คอ ศรีษะ
2.ส่วนหลัง ไหล่ และสะบัก
3.ส่วนเอว บั้นเอวและสะโพก
4.ส่วนขาเข่า ข้อเข่า
5.ส่วนเท้า ฝ่าเท้า

Toptotravel ขอขอบคุณ คุณเอิร์ธ สายสว่าง
ที่ แนะนำใช้บริการที่ เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา คอร์สสปาคอร์ส​: Touch of Nature ระยะเวลา: 2 ชั่วโมง 30 นาที ทรีตเมนส์ดูแลทั่วร่างกาย ให้ความชุ่มชื่นกับผิวทั่วร่างกายและผิวบนใบหน้า โอเอซิสสปาอันมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวทุกสาขาทั่วประเทศ

Oasis Spa Lanna, Chiang Mai is the ideal place for relaxation – perfect for those who enjoy indulging their senses!
สปาคอร์ส​: Touch of Nature
ระยะเวลา: 2 ชั่วโมง 30 นาที ราคา: 5,900 บาท ++

สถานที่ เดอะโอเอซิสสปา ล้านนา เปิดให้บริการทุกวัน
The Oasis Spa Lanna สาขา วัดพระสิงห์
ที่อยู่ : 4 ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ : 053920111 , 053920123
เว็บไซต์ : http://www.oasisspa.net

OPERA กวางตุ้ง ศิลปะโบราณอันน่าหลงใหล

“งิ้ว” ในภาษาอังกฤษคือ “โอเปร่า (Opera)” ซึ่งสำหรับ “ไชนีส โอเปร่า (Chinese Opera)” ในจีนนั้นจะคนในเมืองหรือในชนบทก็ได้ดูเหมือนกัน คณะศิลปะการแสดงงิ้วกวางตุ้งแห่งประเทศไทย
โดยผู้รับผิดชอบรายการงิ้วในค่ำคืนนี้ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2551
โดยนาง โจวยั่วหมิง อดีตประธานของคณะฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมวัฒนธรรมงิ้วกวางตุ้งในประเทศไทย และสนับสนุนกระชับความสัมพันธ์อันดีให้เพื่อนชาวไทยรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการเรียนร้องงิ้วกวางตุ้ง โดย คุณหลี่เซี่ยซิ่วเหลียน คุณเหอลี่ฉือ และคุณจูซิ่วหลิง ผู้เป็นสมาชิกหลักของคณะ จะร้องงิ้วกวางตุ้งสองบท เล่นดนตรีประกอบการร้องโดยวงดนตรีจีน โดยคุณโจวเหิงกับคุณโจวเสี่ยวจูน เป็นผู้นำ ทุกท่านคงรู้ว่าเราไม่ใช่นักร้องงิ้วมืออาชีพ เราหวังว่าการแสดงในครั้งนี้จะมีส่วนร่วมในการกุศล และได้มีโอกาสสนับสนุนและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ถ้าพูดถึงความลี้ลับและความมีเสน่ห์ของจีนโบราณ แทบไม่มีศิลปะรูปแบบใดที่เทียบได้กับ อุปรากรจีน ด้วยเครื่องแต่งกายที่วิจิตรตระการตา เสียงร้องสูงแสบหู อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสลับกับเสียงฆ้องและท่าทางการร่ายรำอันละเอียดอ่อนที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ แม้จะถูกท้าทายจากรูปแบบสันทนาการสมัยใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ศิลปะการแสดงดั้งเดิมของจีน ในรูปแบบอุปรากรกวางตุ้ง ก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไปในฮ่องกง ในฐานะศิลปะวิชาที่สวยงามและยืนยงคู่กาลเวลา

อุปรากรกวางตุ้ง เป็นรูปแบบของอุปรากรจีนที่สำคัญประเภทหนึ่งซึ่งได้รับการยกย่องและเป็นรูปแบบศิลปะที่มีผู้ชื่นชอบ โดยรวมในตำนานดนตรีและละครจีนเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นรูปแบบการแสดงที่มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความหมายในเชิงสัญลักษณ์ โดยได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้ชมทางตอนใต้ของจีน และบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อุปรากรกวางตุ้ง ถูกรวมเข้าไว้ในรายการมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก้ในปี 2009

ดังนั้น เมื่อเสียงดนตรีเริ่มขึ้นการแสดงและความ เพลิดเพลินกับอุปรากรกวางตุ้งเริ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษากวางตุ้ง หรือคุ้นเคยกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์และตำนานปรัมปราของจีนซึ่งใช้เขียนละครเหล่านี้ขึ้น การแสดงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะนำความสนุกสนานมาให้แล้ว ด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจของเครื่องแต่งกายสีสันสดใส การจัดเวทีอย่างวิจิตรตระการตา และรูปแบบการร้องที่เป็นเอกลักษณ์อันมีชื่อเสียง หากคุณสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงงิ้วที่มีชื่อเสียงที่สุด

เนื่องจากภาษาที่แตกต่างและการขาดแคลนของคำอธิบาย งิ้วกวางตุ้งจึงยากที่จะสร้างความสนใจและความเข้าใจของผู้ชมในประเทศไทย ครั้งนี้ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากท่านภริยาเอกอัครราชทูตจีนและอาจารย์หลินเจียเหวิน ซึ่งเป็นอาจารย์งิ้วกวางตุ้ง โดยเขียนเรื่องราวงิ้วจัดแสดงในคืนนี้ อีกทั้งแปลเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถือเป็นโอกาสที่ดีได้สืบสานและส่งเสริมงิ้วกวางตุ้งของจีนในประเทศไทยให้คงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ มาดามพันเผิง ภริยา ฯพณฯ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ท่านเอกอัครราชทูตและภริยาเอกอัครราชทูตจากสถานทูตต่างๆ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมชมการจัดแสดงในไทยในช่วงวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยกิจกรรมราตรีในค่ำคืนนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อช่วยต่อผู้ด้อยโอกาสในสังคมเรา รายได้รวมทั้งหมดจำนวน 600,000 บาท ร่วมบริจาคมอบให้กับ มูลนิธิชัยพฤกษ์และสมาคมสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย

ขอขอบคุณ อาจารย์งิ้วกวางตุ้ง ท่านหลินเจี้ยนเหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะ

สำหรับกิจกรรม การแสดง งิ้วกวางตุ้ง ในค่ำคืนนี้
ขอขอบคุณ อาจารย์งิ้วกวางตุ้ง ท่านหลินเจี้ยนเหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะ ขอขอบคุณคณะศิลปะ จีนฟังหัว ฮ่องกง ประเทศจีน และนักแสดงทุกท่าน ที่มาถึงกรุงเทพฯ เพื่อการแสดงการแลกเปลี่ยนจากฮ่องกงแห่งจีน ยังช่วยออกแบบการจัดเวทีและโปสเตอร์

อันยองฮาเซโย 안녕하세요

มาเติมความรักกันให้เต็มที่ ที่ให้ความรู้สึกโรแมนติกยิ่งขึ้นไปอีก ไปเที่ยวชมดอกไม้สวยๆ กับที่พักสุดหรูโรแมนติก

อ่านรีวิวคนอื่นมานักต่อนักแล้ว คราวนี้ขอรีวิวของตัวเองบ้าง เป็นครั้งแรกของเรากับการได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ (ปกติไปแบบต่างคนต่างไป) ขอเริ่มด้วย เกาะเชจูทริปนี้ มาพร้อมกันที สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาเตอร์JEJU AIR (BOEING 737-800) สายการบินเจจู เป็นสายการบินชั้นนําที่พัฒนา ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยการปรับปรุงราคาให้มีความยุติธรรมแก่ลูกค้า

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ไปคะ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า การเดินทางของ toptotravel 4 วัน 2 คืน กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับทริปต่างประเทศที่เกาะทริปสั้นๆ เกาะเชจู เกาะที่สำคัญมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของเกาหลีใต้ พื้นใหญ่ส่วนใหญ่ครอบคลุมเกาะเชจูเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดช็อลลาใต้ ยังเป็นโลเคชั่นที่ถ่ายทำซีรีย์ดังๆ หลายเรื่อง มาเที่ยวเกาะแห่งนี้ รับรองว่าได้เจอความรักและความโรแมนติก

Toptotravel ทริปเดินทางด้วยสายการบิน Jeju Air นั่ง 5 ชม. ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) ไม่ต้องไปต่อเครื่อง เลือกเดินทางมาช่วงเดือน สิงหาคม 2562 คงไม่ต้องบอกนะว่าอากาศ ร้อนแค่ไหน ลืมบอกท่าอากาศยานที่เรามาครั้งนี้ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาหลีใต้รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน

เกาะเชจู จัดเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดฮิตของคนเกาหลี ใครคิดใส่กางเกงขายาวมาเปลี่ยนได้เลย ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทริปนี้ไปไหนกันมาบ้าง Tototravel เริ่มต้นที่สนามบิน สุวรรณภูมิราวๆ เที่ยงคืน เพื่อรอขึ้นเครื่องในเวลาตี 2 กว่าๆ พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง ก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ไม่นานแสงยามเช้าก็ส่องเข้ามากระทบตาถึงแล้วเกาะเชจู

ไม่นานนักมาถึงเกาะเชจู ที่เกาหลีใต้ เหมาะกับการมาเที่ยวกับบริษัททัวร์มาด้วยราคาและค่าเดินทาง รวมค่าอาหาร ค่าบริการนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ รวมอยู่แล้ว เกาะเชจูเหมาะกับการซื้อทัวร์มาเที่ยวมากกว่าการแบกเป้มาเที่ยว
ด้วยตนเอง ด้วยราคาสุดประหยัด

ระหว่างเครื่องลง ลองหยิบหนังสือต่างๆที่ทาง JEJU AIR ใส่ไว้ตรงหน้าที่นั่ง ขึ้นมาดูข้อมูลต่างๆ ของเยอะเลยคะ ใครอยากซื้อตั๋วเข้าที่เที่ยว ในราคาพิเศษสามารถเรียกแอร์ได้เลย

ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ Topototravel ใช้วิธีซื้อทัวร์ดีดี อาหารการกินในทัวร์รวมทุกมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บอกแล้วไงคะว่ามากับทัวร์ คือดีจบครบทุกอย่าง จองจากงานท่องเที่ยว และเลือกโปรแกรมจากอินเตอร์เน็ต ระบุวันเดินทาง พร้อมชำระเงิน จากนั้นได้ใบ booking มา ทีมทัวร์ส่งเอกสารนัดหมายการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่สนามบิน
มีเจ้าหน้าที่ ไกด์ รถบัส ต้อนรับให้บริการเต็มรูปแบบ อยากให้ทุกท่านไปสัมผัสความสวยงามของเกาะเชจู ด้วยตาของท่านเองนะคะ

จุดหมายแรก รถบัสมารับแล้วหิวคะ ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน คือ การไปกินข้าว เพราะตอนนี้ท้องร้อง มาทานอาหารกันที่ ชิมอาหารพื้นเมือง และเริ่มท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่เราเลือกไว้ โดยมีไกด์สาวสวย คุณแพรวา ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำตลอดทริปการเดินทาง เริ่มไปชมสถานที่ท่องเที่ยวได้เลยคะ

Camellia Hill
สวนดอก Camellia หรือ ทงแบ็ก(동백) ในภาษาเกาหลี เป็นสวนพฤกษชาติที่มีดอกคาเมเลียประมาณ 6000 ต้น มากกว่า 500 สายพันธุ์ ปลูกอยู่ในสวน ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ซึ่งจะแข่งกันชูช่ออวดโฉมกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ถ้าใครมา
ที่เกาะเชจูในฤดูหนาว จะเห็นดอกทงแบ็กบานอยู่เต็มไปหมด

Jeju Hello Kitty Island
ที่นี่จัดการแสดงเรื่องราว Hello Kitty หรือพูดง่ายๆว่า ทั้งตึกนั้นเป็น “คิตตี้” เมื่อเราซื้อตั๋วแล้ว จะมี แผนผังนำเที่ยวให้เรา ภายในร้านจะเป็น แนวสีสันสวยสดใส แต่จะเน้น Kitty ป็นสวนสนุกที่ตกแต่งด้วยรูปแบบ Kitty ทั้งหมด โดยจุดท่องเที่ยวหลักๆ คือ Movie Hello Kitty 4D ด้านในมี 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีขนาดพื้นที่ใหญ่ มีกิจกรรมให้ได้สนุกสนานเพลิดเพลินสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญคือมีคาเฟ่ที่ชื่อ Hello Kitty Cafe นั่งชิลล์กับกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ กับขนมหวานในธีมฮัลโหลคิตตี้ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคิตตี้กับโลกสีชมพูหวานแหวว

O’Sulloc Green Tea Farm And Museum ไร่ชาโอซุลลอค
ดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติทําให้เป็นที่ปลูกชาเขียวคุณภาพสูงของเกาะเชจู นอกจากจะได้ชมวิวไร่ชาเขียวสวยๆ ความน่าสนใจของที่นี่เริ่มจากโครงสร้างตึกที่มองดูคล้ายๆ ถ้วยชาวางอยู่ตรงกลาง

โดยมีทุ่งชาเขียว โอบล้อมเอาไว้ เรียกว่าเป็นการออกแบบที่เก๋มาก ด้านในพิพิธภัณฑ์ก็มีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมการชงชาของเกาหลี ขนมและเครื่องดื่ม ดื่มชาเขียวทั้งแบบร้อนและเย็น ไอติม แน่นอนว่าทุกเมนูทำจากชาเขียวคุณภาพระดับพรีเมียมจากไร่ เป็นสวรรค์ของคนรักชาเขียว ที่นี่ก็น่าทานมากถามว่าคุ้มค่าไหม สำหรับร้านนี้บอกเลย ถ้าใครชอบถ่ายรูป ชอบมุมชิวๆ ร้านนี้ ต้องมา เลยคะ คาเฟ่น่านั่งมากค่ะ คือบรรยากาศดี ปิดท้าย ด้วย…ไอติมชาเขียวของที่นี่นะมันดีมาก เรียกว่าเป็นร้านยอดฮิตของคนเกาหลีเลย

ที่เกาะเชจูจะเจอหินคุณปู่ได้ตามสถานที่และข้างทางทั่วไปเลย

โชว์กายกรรม (CIRCUS WORLD SHOW)
ชมโชว์กายกรรม สุดยอดกายกรรม โชว์กายกรรมสด ๆ การแสดงความสามารถของนักแสดงในการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้ชม มีทั้ง แสง สี เสียง ท่านจะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และหวาดเสียว ไปพร้อมๆกัน เช่น โชว์ลอดห่วง โชว์ต่อตัว เป็นต้น แต่ไฮไลท์ของโชว์นี้ คือ มอเตอร์ไซค์ผาดโผนในพื้นที่จำกัด

วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple)
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบัง และอยู่ใกล้กับวัดโบมุนซา โดดเด่นในเรื่องของการขอพรเรื่องสุขภาพ การมีบุตร และเงินทอง เป็นอีกวัดที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ มาเที่ยวชมและถ่ายภาพกับวิวสวยๆ หลังจากอิ่มอาหารกลางวันกันแล้วกันแล้ว ไปต่อที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล

สุดท้ายคือ การขอพรเรื่องเงินทองกับรูปปั้น วิธีการขอพรคือลูบหน้าท้องรูปปั้นแล้วทำท่าโกยเงินเข้ากระเป๋าถือเรา จากนั้นก็ปิดกระเป๋าเราให้เรียบร้อย เหมือนประมาณว่าเงินทองจะเข้ากระเป๋าถ่ายรูปเล่นก่อน ถ้าไปช่วงแดด ดีดี รับรองวิวจะสวยมากเลยทีเดียว ฮวงจุ้ยดีที่สุดในเกาะเชจู เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกทะเล ในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวเกาะเชจูนับถือ

ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งเป็นพระประธานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านบนเกาะเชจู และชาวเกาหลีใต้ที่นับถือศาสนาพุทธ และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเล นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นพระสังกัจจายน ซึ่งหากได้ลูบพุงก็จะรํ่ารวยเงินทอง และบริเวณโดยรอบท่านจะได้พบกับพระพุทธเจ้ามีพระสงฆ์สาวกจำนวน 500 รูป ซึ่งแต่ละรูปก็จะมีลักษณะหน้าตาที่แตกต่างกันไปท่านจะได้พบกับวิถีการทําบุญของชาวเกาหลีใต้ที่แตกต่างกับวัฒนธรรมไทย

ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center) มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ผ่านผลงานการวิจัยมากมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ประเทศเกาหลีใต้ มีสรรพคุณช่วยลดไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือด ตีบ แตก ตัน สามารถล้างสารพิษในร่างกาย เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานและทำให้อายุยืนแบบชาวเกาหลี ซึ่งกำลังเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากคนในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ” Seongeup Folk Village
การเดินทางไปตามเส้นโปรแกรมการท่องเที่ยวนี้เราได้แวะไปหาอาจุมม่าที่ หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ หมู่บ้านโบราณอายุมากกว่า 300 ปี ที่นี่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง เป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิมของชาวเกาะเชจู ในอดีตที่นี่เป็นศูนย์กลางด้านการปกครองของเกาะ

ด้วยเอกลักษณ์ของการสร้างบ้านที่นี่ คือใช้ดินเหนียวผสมมูลม้า ยึดก้อนหินก้อนอิฐเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้าง วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ และประวัติความเป็นมาต่างๆ โอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่หมักในไหที่วางเรียงรายกันอยู่ตามบ้านเรือน ที่นี่ไม่ใช่ไหกิมจิจะเป็น ไหสำหรับหมักโอมีจา หรือ แบล็คราสเบอร์รี่ ที่จะมีการผลิตโดยตรงเฉพาะบนเกาะเชจูนี้เท่านั้น

วิธีการชาวบ้านจะนำผลเบอรี่ป่า มาใส่ลงไปในไหพร้อมกับน้ำผึ้ง และหมักไว้สามปี ก่อนที่จะนำมารับประทานได้ รสชาติหวานอมเปรี้ยว และในสมัยก่อนเคยถูกใช้วินิจฉัยอาการเจ็บป่วย และรักษาอาการเจ็บคอ ไอเรื้อรัง ปัจจุบันนี้ก็เป็นสินค้าที่ผู้มาเยี่ยมเยือนมักซื้อกลับไปรับประทาน และซื้อเพื่อเป็นของฝาก ลืมบอก…เรื่องราวและข้อมูลต่างๆ บนเกาะเชจูให้ฟัง โดยคุณแพรวา ไกด์สาวสวย คอยแปลเป็นไทย ใครมาที่นี่ต้องไม่พลาดได้ของดีกลับบ้าน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อควา แพลนเนท (Aqua Planet Jeju)
AQUA PLANET พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เปิดโลกใต้ท้องทะเลเอาใจเด็กๆ และคนรักโลกทะเล สำหรับเส้นทาง ภายใน ที่บอกว่าระยะทาง ยาวหลาย กิโลเมตร มการแสดงสัตว์น้ำและถ่ายรูปเพลิดเพลิน กับตู้ปลาขนาดมหึมาที่มีความสูงถึง 8.5 เมตร แต่เอาเข้าจริงเดินเพลินๆ สวยๆ มารู้ตัวอีกทีก็ ถึงทางออกเสียแล้ว ทางออกจะร้านของฝาก ให้เลือกซื้อกัน ถ้าใครไม่สนใจของฝาก ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ไปทางออกได้เลย ควรจะเผื่อเวลาเดินเล่นในนี้ ราวๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้เลยนะคะ ยิ่งถ้ามาช่วง ที่ได้ชมการแสดงต่างๆ อาจจะต้องเผื่อเวลาให้มากกว่านี้นะคะ

เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak)
จากนั้นเดินทางสู่ เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak) เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ เป็นสถานที่โด่งดังที่ผู้คนมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น เป็นหนึ่งใน 10 สถานที่สวยงามในเกาะเชจู

ปล่องภูเขาไฟซองซานอิลจุลบง อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้ ที่ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก เป็นปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว เราจะต้องเดินขึ้นไปเพื่อชมปล่องภูเขาไฟ เดินขึ้นประมาณ 1 กม. วิวระหว่างทางเดินขึ้นสวยมาก และพอขึ้นไปจะเห็นปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ ใครมาเกาะเชจูก็ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนะ ในบริเวณนี้มีที่สวยงามแห่งหนึ่งของเกาะเชจู โดยที่นี่มีชาดหายที่เป็นหินสีดำที่เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมของกลุ่มแฮนยอ และเกาะเชจูเพราะได้รับรางวัลเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศเกาหลีใต้ จึงจะมีเหรียญรางวัลให้เราได้ถ่ายรูป

อากาศวันนี้ เย็นสบายเกาะเชจู วิวดี อากาศดี เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจมาก หรือจะไปออกเดทสไตล์คู่รักก่อนอื่นเราเริ่มการเที่ยวที่นี่ ด้วย เดินลงไปที่ พิพิธภัณฑ์แฮนยอ

พิพิธภัณฑ์แฮนยอ ( Haenyeo Museum )
แฮนยอ คือนักดำน้ำที่ลงไปเก็บอาหารทะเลบริเวณรอบๆ ชายฝั่งของเกาะ
เชจูด้วยวิธีการตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลีผู้หญิงวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งบนเกาะเจจู ที่มีอาชีพดำน้ำจับสัตว์ทะเล ด้วยอุปกรณ์สามัญธรรมดา ไฮไลท์ของแฮนยอคือจุดที่ดำลงไปจะลึกเกือบร้อยเมตร แต่แฮนยอก็ดำลงไปได้โดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจน แสดงให้เห็นว่าพวกเธอนั้นมีความแข็งแกร่ง
ส่วนอาหารที่หามาได้นั้นก็มีหลากหลายทั้งสาหร่าย หอยเป๋าฮื้อ เม่นทะเล หมึกยักษ์ ฯลฯ อันสะท้องถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล

แฮนยอ ลงไปเก็บอาหารบริเวณรอบๆชายฝั่งของเกาะเชจู ชุดดำน้ำดั้งเดิมของแฮนยอ กล่าวได้ว่า แฮนยอ นี่ถือเป็นนางเงือกแห่งห้องทะเลเลย หลายๆคนอาจจะเคยเห็นตามในซีรีย์บ้างที่มีหญิงสูงอายุดำน้ำหาอาหารทะเลกัน แบบที่ไม่ต้องใช้ถังอ๊อกซิเจนเลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเล่าเรื่องราวต่างๆของ แฮนยอ ให้ได้รู้ถึงความเป็นมาและวิถีชีวิตมาแล้วจะรู้สึกทึ่งกับชีวิตของเหล่าแฮนยอสุดๆ อาชีพดำน้ำเก็บหอย เก็บสาหร่าย แต่ที่น่าสนใจก็คือ เหล่าอาจุมม่า มีเพียงชุดสีดำเท่ๆ กับการกลั้นหายใจที่ยาวนาน และน้ำทะเลอันเย็นเฉียบ

มาถึงมื้อค่ำ อาหารเย็นพร้อมเสริฟด็วยเมนู ย่างอาหารเกาหลีมักจะมาคู่กันนะคะ อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน คือ “หมูย่างเกาหลี” ซัมกย็อบซัล เป็นอาหารที่นิยมของชาวเกาหลี โดยการนําหมูสามชั้นไปย่างบนแผ่นโลหะที่ถูกเผาจนร้อน ซัมกย็อบซัลจะเสริฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ

ได้แก่ กิมจิ พริกเขียว กระเทียมหั่นบางๆ พริกไทยป่น เกลือ และนํ้ามันงา ถึงแมวาซัมกยอบซัลจะมีการเตรียมการที่สุดแสนจะธรรมดา คือไม่ได้มีการหมักหรือมีส่วนผสมที่หลากหลาย แตวาถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว นับว่าพลาดไม่จากนั้นพาทุกท่านเเข้าพักที่โรงแรมของทริปค่ำคืนนี้มีชื่อว่า Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาดตรงล๊อปบี้ มีมินิมาร์ท
เดินจากโรงแรมประมาณ 10 นาที มีชายหาดและร้านสะดวกซื้อริมทะเล

Sea & Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ มี 5 ชั้น โรงแรมใหม่ สะอาด

ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer)
พร้อมเสิร์ฟทุกท่านด้วยเมนู ซีฟู๊ดนึ่งสไตล์เกาะเชจู (Seafood Steamer) ประกอบไปด้วยหอย และกุ้ง เกาะเชจูขึ้นชื่อด้วยอาหารทะเลสดๆ อยากให้ทุกท่านได้ลิ้มความหอมหวานของหอย เสิร์ฟด้วยข้าวสวยและเครื่องเคียงต่างๆ ขาย โซจู เบียร์ เครื่องดื่ม กับแกล้ม มาม่าเกาหลี สามารถออกไปเดินเล่นนอกโรงแรมได้ หน้า รร เป็นถนน อีกฝั่งเป็นทะเล

อาหารเช้า รับประทานที่โรงแรม อาหารเช้าของชาวเกาหลีประกอบไปด้วยข้าวสวย ข้าวต้มซุป ผักปรุงรส กิมจิ (ผักดองเกาหลี) ไส้กรอก และผลไม้ เป็นหลัก

ยงดูอัมร็อค หรือ โขดหินรูปหัวมังกร
โขดหินรูปหัวมังกร ยงดูอัมร็อค หรือโขดหินรูปหัวมังกร หินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อนของคลื่นลมทะเล มีรูปทรงเหมือนหัวมังกรกำลังอ้าปาก โขดหินรูปหัวมังกรเป็นเพราะมีเรื่องเล่าว่าที่บริเวณนี้มีมังกรอาศัยอยู่และได้ขโมยลูกแก้วที่สำคัญประจำเกาะ ทำให้เทพฮัลลาโกรธและวางแผนหลอกล่อให้มังกรขึ้นมาจากใต้น้ำ พอหลอกสำเร็จ เทพก็ได้เสกเอาลูกแก้วคืน มังกรพยายามจะแย่งคืนแต่ก็ไม่ทัน โดนสาปซะก่อนเลยกลายเป็นหินอยู่
ในท่าอ้าปากเพราะต้องการจะขโมยลูกแก้วคืน เป็นหนึ่งจุดที่มาถ่ายรูปสวย โขดหินรูปหัวมังกรหรือชื่อในภาษาเกาหลีคือยงดูอัมร็อก เป็นโขดหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะ โดยรูปร่างที่มองเห็นในปัจจุบันนั้นเกิดจากก้อน ที่นี่มีร้านปลาหมึกย่างที่อร่อย

หินเหล่านี้ได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน จนทำให้มีสภาพและรูปทรงที่มองดูคล้ายกับหัวมังกรที่กำลังอ้าปากผุดขึ้นมาจากท้องทะเล
วันนี้ ที่มาเที่ยว ดินแดนแห่งทุ่งหญ้า ท้องฟ้า และสายลมเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้.ที่น่าโอบกอดสำหรับคนที่ชอบมองวิวทะเล บอกเลยที่นี่ ให้คุณนั่งชิววว ฟังเสียงคลื่นได้ทั้งวัน แถมได้จิบกาแฟ พร้อมขนมทานได้อย่างมีความสุข พร้อมฟังเพลง แม้จะเป็นภาษเกาหลี แต่ก็ทำ ให้ ใจลอยพร้อมหลงรัก สถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลสุดฮอตของเกาหลีใต้ ยังพบเจอสิ่งมีชีวิตในทะเลที่หลากหลาย

ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู (Raisin Tree Center)
ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู ศูนย์สมุนไพรที่ได้รับการจดลิขสิทธิ์เป็นสมุนไพรที่ทั่วโลกยอมรับ รวมถึงสถาบันต่างๆ ว่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพดีที่สุดในการบำรุง และดูแลตับ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขับล้างดี
ท็อกสารพิษออกจากร่างกาย เช่น แอลกอฮอล์ สารกันบูด สีผสมอาหาร ฯลฯ

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่ง สินค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop)ช้อป
อย่าง Duty Free และในตัวเมืองชิคๆ เครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆของเกาหลีetude , the face shop , skin food , innisfree และอื่นๆ มากมาย อย่างแหล่งช้อปปิ้ง Jeju Jungang Shopping Mall เป็นร้านค้าที่เปิดขาย
กันอยู่ในทางเดินใต้ดิน มีประตูทางเข้าออกหลายประตู ที่น่าสนใจก็คือ ประตู 11 เป็นที่ว่าการของเกาะเชจู เปิดให้เข้าด้านในด้วยนะคะ แต่ต้องเสียค่าเข้าค่ะ แต่จะเดินเล่นถ่ายรูปด้านหน้าก็สวยดี

สุดท้ายและก็ถึงเวลาเดินทางกลับประเทศไทย กับการเดินเที่ยว เกาะเชจู ก่อนจะจบทริป Toptotravel ได้มาเที่ยวที่จุดสุดท้าย เพราะคุณเกาะเชจู แตกต่างกว่าที่ไหนๆ จนวันนี้ที่มีโอกาส มาสัมผัสดินแดนมรดกโลกเกาะเชจู จบลง แล้วและหวังว่ารีวิวนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อทุกๆคนในการมาเที่ยวเกาะเจจู ซึ่งสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ เกาะเชจูโดยรถบัสนั้นเราว่าสะดวกสุดๆ

ขอบคุณ เครื่องทริปทัวร์ ราคาถูกกับ True World Travel ทัวร์ถูกมาก
ราคา 6,200 บาท ทำให้ Toptotravel เดินทางมาเที่ยว เกาะเจจู ได้ใน
ราคาถูกมาก รู้อย่างนี้แล้วจะรออะไร บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง

ใครสนใจ เข้าไปดูได้ที่
True World Travel 022862732-34

Face Book:
https://www.facebook.com/TrueWorldTravelFanpage/?ref=br_rs
Hotline 0988277522 , 098-8277825-26

Post-Dinner VINIFERA

Vinifera Wine Bar & Restaurant

อาหารสไตล์ฝรั่งเศสสุดหรูที่ไม่ได้ดูดีแค่หน้าตา “อาหารอร่อย บรรยากาศดี การบริการดีเยี่ยม”

เริ่มต้นเดือนสิงหาคม เรื่องความอร่อยกันดีกว่า ไม่ว่าจะอร่อยกันแบบไทย จีน หรืออเมริกัน รสชาติใดรสชาติหนึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความสุขอันน่าจดจำ ที่ทำให้กลายเป็นเมนูอาหารที่ไม่ธรรมดา วันนี้เรามีโอกาสมาลองอาหารสไตล์ Home Cooking แบบฝรั่งเศส ภายใต้การรังสรรค์ของเชฟมากฝีมืออย่างเชฟอดุลย์ ที่ได้ดึงเอาเสน่ห์และเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสมาเสิร์ฟความอร่อยในบรรยากาศร้านร่วมสมัย โดยเลือกนำเสนอเมนูอาหารที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน แต่คัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดีมารังสรรค์เมนูที่หลากหลาย

Vinifera Wine Bar & Restaurant

คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ กรรมการผู้จัดการร้าน Vinifera

จึงเป็นโอกาสอันดีที่เรา Toptotravel ได้โอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนเธอที่ร้าน VINIFERA คุณโซฟี ( Sophie Tanapura) ร้านอาหารฝรั่งเศส VINIFERA แห่งนี้เปิดให้บริการจากความตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของ คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ กรรมการผู้จัดการร้าน กล่าวว่า แรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ร้าน VINIFERA ของคุณโซฟี เธอมักใช้เวลาอยู่กับการการทำอาหารและการร้องเพลง หรือเรียกว่า การสร้างสรรค์อาหาร เราใช้วัตถุดิบทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจากทั่วเมืองไทย ใช้เทคนิคและคอนเซปต์ของการปรุงอาหารฝรังเศสแบบดั้งเดิม แม้ต้นทางจะเป็นเพียงไอเดียบริษัทนำเข้าไวน์และต้องการมีหน้าร้านขายไวน์เท่านั้น ต่อมาจึงจุดประกายความคิดสู่การมีสถานที่ทดลองไวน์ให้ลูกค้าได้มาลิ้มลอง จนกระทั่งต่อยอดกลายเป็นร้านอาหารฝรังเศสอย่างมั่นใจ ประสบการณ์ที่ฝรั่งเศส ซึ่งคนในครอบครัวได้ใช้ชีวิตและศึกษาที่นั่นมาก่อน และตัวเองเป็นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส มีความหลงใหล ไม่ใช่แค่การเปิดร้านเป็นงานอดิเรก แต่ว่าอยากทำไปตลอดชีวิตค่ะ

อาหารทุกจาน เน้นเสิร์ฟเมนูต้นตำรับฝรั่งเศสเหมือนนั่งในร้านจากแคว้น​ Alsace ประเทศฝรั่งเศส ที่ใช้หัวใจและความหลงใหลในกลิ่นอายฝรั่งเศสมาทำธุรกิจ แม้ต้นทางจะเป็นเพียงไอเดียบริษัทนำเข้าไวน์และต้องการมีหน้าร้านขายไวน์เท่านั้น ต่อมาจึงจุดประกายความคิดสู่การมีสถานที่ทดลองไวน์ให้ลูกค้าได้มาลิ้มลอง ชวนหลงใหล จิบไวน์สุดคัดสรร เคล้าอาหารเลิศรส บนพื้นที่สีเขียวรายล้อม

Cold Cuts&Cheese Platter

สำหรับอาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน จากการรังสรรค์ของเชฟอดุลย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญอาหารหลากหลายประเภท และมีประสบการณ์ในการทำร้านอาหารฝรั่งเศสมาก่อน โดยเฉพาะเมนูของหวานที่สามารถโชว์ฝีมือได้เทียบเท่าคนฝรั่งเศส จนมีลูกค้าออเดอร์อยู่เสมอ

หอยทากตัวใหญ่เนื้อแน่น : Escargots A La Bourgigno
Smoked Salmon Salad

เนื้อวากิว นำเข้าจาก ออสเตรเลีย เมนูปรุงด้วยเนื้อวัววากิว ให้รสสัมผัสที่วิเศษสุดอร่อยจนลืมไม่ลง ต่อด้วยเมนูที่ทำจากขากบ และเมนูที่โชว์ความเป็นอาหารฝรั่งเศสขนานแท้อย่าง Escargots A La Bourgigno หอยทากฝรั่งเศสอบเนย เพิ่งเคยกินหอยทากฝรั่งเศสอบเนยเป็นครั้งแรก ตัวหอยสีดำเนื้อนุ่มตัวกลม ได้รสเค็มมันของเนย เนื้อหอยกรอบนุ่มคล้ายเห็ด ที่ทางร้านเฟ้นหาตัวหอยเนื้อนุ่มตัวกลมนำเข้าจากเบอร์กันดี ให้ความรู้สึกกรอบนุ่มคล้ายเห็ด ปรุงรสด้วยเนยให้เค็มมันพอดี มีการเซ็ตติ้งกับซอสอย่างลงตัว และยังมีเมนูพิเศษชวนให้คนที่ยังไม่กล้ากินหอยทากได้ลิ้มลองผ่านเมนูพัฟเอสคาโก้

Mushroom soup
เชฟอดุลย์
Baby Chicken
Spaghetti Tom Yum Goong
Apple strudel
Creme Brulee

ของหวาน ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมื้ออาหารของชาวฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้อาหารทุกมื้อจึงต้องปิดท้ายด้วยของหวานเสมอ ซึ่งทุกเมนู ได้ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกๆ รายละเอียด แล้วต้องไม่ลืมที่จะปิดท้ายด้วยของหวาน ที่จะช่วยเติมเต็มให้มื้อสุดพิเศษนี้ยิ่งประทับใจไปกับมนต์เสน่ห์แห่งความอร่อยอย่างไม่รู้ลืม

Vinifera ร้านอาหารที่คงกลิ่นอายฝรั่งเศสที่นี่ที่เดียว ด้วยบรรยากาศของร้านที่เป็นกันเอง มานั่งชิลกับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว หรือมาคนเดียว เพื่อผ่อนคลายกันสักหน่อยก่อนกลับบ้าน เป็นไอเดียที่ดี บรรยากาศที่นี่มันเป็นอะไรที่วิเศษมากๆ เลยคะ สนามหญ้าเขียวๆ เพราะสถานที่เหล่านี้คุณไม่ได้เห็นแค่ด้วยตา แต่มันต้องสัมผัสด้วยความรู้สึก เวลาที่นั่งทานอาหารอยู่ที่นี่ ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปจริงๆ มันสงบ Vinifera เป็นอีกหนึ่งสถานที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่มีแต่ความสุขมากเลยคะ

แฟรงค์สเต็ก : Flank Steak & Grilled Vegetables and French Fries

เมนูพิเศษ สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง ให้เป็น “เมนูต้อนรับวันแม่” สื่อถึงความอบอุ่นแห่งสายใยรัก ที่ทั้งเชฟมือทองได้ร่วมกันรังสรรค์ อันเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับเชฟอดุลย์ มาถึงอาหารจานหลักกัสุดยอดเมนู สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง นั่นเองคะ

หน้าร้าน Vinifera
สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง

Vinifera เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสอยู่ในซอย 54 โชคชัย 4 ภายในร้านจะมีการติดแอร์เย็นฉ่ำ ใครที่อยากจะนั่งแบบเย็นๆ พร้อมกับนั่งฟังเพลงเพราะๆ ไปด้วยก็สามารถเลือกนั่งภายในร้านได้เลย ส่วนร้านอาหารซึ่งมี 2 ชั้น โดยปกติจะเปิดชั้นล่างเป็นหลัก ส่วนชั้นบนเน้นเอาไว้ทำกิจกรรมต่างๆ อย่างกิจกรรม wine and cheese tasting เสริมด้วยบรรยากาศร้านซึ่งถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ง่าย ด้วยบรรยากาศสบายๆ ของร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่คงความร่วมสมัย ให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนกินข้าวที่บ้าน เน้นการตกแต่งแบบโมเดิร์น แต่แฝงไว้ซึ่งเฟอร์นิเจอร์กึ่งวินเทจ ให้ความรู้สึกน้อยแต่มาก ผสมผสานกับโทนสีอบอุ่นอย่าง ขาว เทา ดำ ร้าน vinifera เข้าทางซอย นาคนิวาส 57 ได้นะคะ อยู่ทางหลัง Central Festival Eastville เลี่ยงรถติดแวะมาจิบไวน์ ทานอาหารที่ vinifera ด้วยกันนะคะ

สำหรับใครอยากหาร้านอาหารชิลๆ บรรยากาศดี อาหารอร่อย
และราคาไม่แพงมาก อยากให้ไปลองที่นี่ดูค่ะ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ 087 328 2090
โปรโมชั่นดีดีติดตามที่
Facebook : https://web.facebook.com/viniferabkk/

ประกาศผล 10 Young Bloggers ผู้ชนะการแข่งขัน Story Curator

โปรโมตชุมชนวัฒนธรรม โครงการ
Thailand Village Academy 2019

โรงแรม SC Park กรุงเทพฯ, โครงการ THAILAND VILLAGE ACADEMY ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, เว็บไซต์ Hello Local.travel และ Readme.me จัดงานประกาศผล 10 Young Bloggers ผู้ชนะจากการแข่งขัน Story Curator โปรโมตชุมชนวัฒนธรรมไทย

โดยมีบล็อกเกอร์เยาวชนจำนวน 1,423 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลกสมัครร่วมกิจกรรม และทางโครงการได้คัดเลือกบล็อกเกอร์เยาวชนผู้เข้ารอบสุดท้าย Finalist 44 คน จาก 17 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อังกฤษ รัสเซีย เนปาล สิงคโปร์ มาเลเซีย ภูฏาน อิสราเอล อิตาลี ยูเครน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู ออสเตรเลีย ตูนิเซีย ไนจีเรีย และประเทศไทย
มาร่วมภารกิจแข่งขันใน 22 ชุมชนของไทย ระหว่างวันที่ 24-29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยภารกิจการแข่งขันคือ ผู้แข่งขันจะได้ใช้ชีวิตในชุมชน 6 วัน เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นไทยกับ Local Hero หรือนักปราชญ์ชุมชนอย่างใกล้ชิด และผู้แข่งขันจะต้องคัดสรร นำเสนอเรื่องราวชุมชน The Village Story โปรโมตสร้างแรงบันดาลใจผ่านสื่อออนไลน์
โดยผู้ที่ได้รับรางวัล Most Talented Story Curation ทั้งหมดมีดังนี้

Young Bloggers ชาวต่างชาติ ที่ได้รับรางวัล Most Talented Story Curation สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
• อันดับ 1 Mr.Jian Le Tan จากประเทศ มาเลเซีย ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 100,000 บาท
โปรโมตชุมชนบ้างเชียง จังหวัด อุดรธานี
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 44.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 2 Ms.Pema Choden Tenzin จากประเทศ ภูฏาน ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 70,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนบ้านภู จังหวัด มุกดาหาร
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 43.75 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 3 Ms.Madhurima Dutta จากประเทศ อินเดีย
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท
โปรโมตชุมชนตำบลบ้านแหลม จังหวัด สุพรรณบุรี
คะแนนจากคณะกรรมการ
จำนวน 43.66 คะแนน
คะแนน Social Engagement
จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 1 Mr.Jian Le Tan จากประเทศ มาเลเซีย ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 100,000 บาท โปรโมตชุมชนบ้างเชียง จังหวัด อุดรธานี
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 44.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 2 Ms.Pema Choden Tenzin จากประเทศ ภูฏาน
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 70,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนบ้านภู จังหวัด มุกดาหาร
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 43.75 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 3 Ms.Madhurima Dutta จากประเทศ อินเดีย
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท
โปรโมตชุมชนตำบลบ้านแหลม จังหวัด สุพรรณบุรี
คะแนนจากคณะกรรมการ
จำนวน 43.66 คะแนน
คะแนน Social Engagement
จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 4 Ms.Hofit Kim Cohen จากประเทศ อิสราเอล
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 41.10 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน
• อันดับ 5 Ms.Wadi Victoria Ben-Hirki จากประเทศ ไนจีเรีย
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนชุมชนพรหมโลก จังหวัดนครศรีธรรมราช
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 40.73 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

Young Blogger ชาวไทยที่ได้รับรางวัล Most Talented Story Curation สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
• อันดับ 1 นางสาวศรัณยา ตั้งทิวาพร ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 100,000 บาท
โปรโมตชุมชนตำบลบ้านแหลม จังหวัด สุพรรณบุรี
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 44.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 2 นางสาวกัญญาวีร์ จงจิตสำราญ
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 70,000 บาท
โปรโมตชุมชนแหลมสัก จังหวัดกระบี่
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 42.75​ คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 3 นายกิติพัฒน์ อุ่นเมือง ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 50,000 บาท
โปรโมตชุมชนบ้านลาวเวียง จังหวัด อุตรดิตถ์
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 42.50 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50คะแนน

• อันดับ 4 นายวรชัย สิงห์สมบุญ ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท
โปรโมตชุมชนสรรพยา จังหวัด ชัยนาท
คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 42.16 คะแนน
คะแนน Social Engagement จำนวน 50 คะแนน

• อันดับ 5 นางสาว ลัคนา ศานติยานนท์
ได้รับเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท
โปรโมตชุมชน ชุมชนหล่อโย จังหวัด เชียงราย​
คะแนนจากคณะกรรมการ
จำนวน 40.41 คะแนน
คะแนน Social Engagement
จำนวน 50 คะแนน

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “บล็อกเกอร์เยาวชนทุกคนสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวของวัฒนธรรมและวิถีชุมชนเป็นอย่างมาก ทุกคนได้เห็น ได้กิน ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน นี่คือจุดหมายสูงสุดของการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวเยาวชนค่ะ พวกเขาต้องการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ททท. มั่นใจว่า ผลงานสร้างสรรค์ของนักเล่าเรื่อง The Story Curators
ทั้ง 44 คนนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลกอยากเดินทางมาเที่ยว มาสัมผัสดินแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทย และสร้างโอกาสให้ชุมชนมีรายได้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว และชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

คุณทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า
“ปราชญ์ชุมชนทุกคนในฐานะ Local Guru ได้ทำหน้าที่ของการเป็นนักเล่าเรื่อง บอกเล่าประสบการณ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ถ่ายทอดให้เยาวชนนักเดินทางได้เรียนรู้ และช่วยเผยแพร่ ส่งต่อเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ปราชญ์ชุมชนทุกคน ในฐานะเจ้าบ้านผู้เป็นเจ้าของทุนทางวัฒนธรรม เกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับบล็อกเกอร์เยาวชนทุกคน และนับจากนี้ ทุกชุมชนพร้อมที่จะเปิดบ้านให้เป็นจุดหมายปลายทางของการเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยต่อไป”