Category Archives: Lifestyle

ฮารุนะ ผงผักพรีไบโอติก นวัตกรรมใหม่ดูแลลำไส้

นวัตกรรม Haruna ผงผักพรีไบโอติค ที่ทำมาจากธรรมชาติ 100% โดยใช้นวัตกรรม แป้งทนย่อย (Resistant Starch) ทำให้แป้งสามารถทนทานต่อกรดในกระเพาะ และการดูดซึมในลำไส้เล็กและกลายเป็นอาหารให้จุลินทรีในลำไส้ใหญ่ เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ ให้เป็นปกติ ทำให้ลำไส้แข็งแรงและ ทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น

นายนที ศิริธรรมวัฒน์ ในฐานะ กรรมการ ได้ไปขอสนับสนุนทุนจาก NIA (สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ) เพื่อทดสอบประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบว่า “ผงผักพรีไบโอติก” สามารถช่วยเรื่องการปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ และลดอาการท้องผูกได้ดีมากโดยมีผลงานวิจัย บริษัท วีทีเค อินโนกรุ๊ป จำกัด บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน การทำอาหารเสริม ได้พัฒนาสูตร “ผงผักพรีไบโอติก” มาเพื่อดูแลลูกของกรรมการท่านนึงที่ท้องผูก หาหมอทานยาอะไรก็ไม่หายจนน้องหายท้องผูกแบบธรรมชาติ

  1. จากการทดสอบในระบบลำไส้จำลอง (Gut Model) : ผงผักนี้ สามารถสร้างจุลินทรีในลำไส้เพิ่ม ในจำนวนที่สมดุล และส่งผลให้ ลำไส้มีค่ากรดไขมันห่วงโซ่สั้น (Post Biotic) ใกล้เคียงกับลำไส้ที่แข็งแรง
  2. มีการทดสอบกับผู้ใช้ที่เป็นเด็ก สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ 98.4% (คือแก้อาการท้องผูกได้ดีมาก)
    ทางบริษัท จึงได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ฮารุนะ” Haruna ผงผักพรีไบโอติคแก้ปัญหาท้องผูก ที่สื่อถึงความเบาสบาย ทุกวันและเริ่มจำหน่ายโดยเริ่มที่ กลุ่มตลาดกลุ่มแรกคือ เด็กอายุ ครึ่งปี – 8 ปี (จากค่าสถิติ มีเด็กท้องผูก ในไทย จำนวนประมาณ 700,00 คน ต่อปี)
    การจัดจำหน่ายได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีได้นำผลิตภัณฑ์เข้าประกวดในโครงการ ต่าง เช่น
    1.โครงการ “นิลมังกร” The Reality ธุรกิจนวัตกรรมแห่งประเทศไทย
    โดย NIA
  • เข้ารอบ Final 12 ทีมสุดท้าย
  1. โครงการประกวด “สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2022 ” โดย Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านเศรษฐกิจ
    ซึ่งในขณะช่วงที่ประกวด ทางบริษัท สังเกตุว่า “ผงผักฮารุนะ” นอกจากจะสามารถแก้อาการท้องผูกเด็กได้แล้ว
    “ผงผักฮารุนะ” ช่วย ฟื้นฟูลำไส้ และลดอาการท้องผูก “ผู้ใหญ่” ได้อีกด้วย โดยมีผู้ใหญ่ที่ ท้องผูกมา 10ปี , 20 ปี , 40 ปี ทานแล้วขับถ่ายดีขึ้น จนเป็นลูกค้าประจำ และประเทศไทยขนาดตลาดผู้ใหญ่ที่ท้องผูก มีเยอะกว่าเด็กหลายเท่า
    ทางบริษัทฯ พัฒนาและทำ Packaging ผลิตภัณฑ์ใหม่แบบ “ซองซาเช่เล็ก” พกทานได้สะดวกเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ และแบบเยลลี่เริ่มจำหน่าย ปลายปี 2566 ทาง Online และร้านขายยาทั่วไป เพื่อให้คนไทยรับประทานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ดี มีลำไส้ที่แข็งแรง ในราคาไม่แพง จับต้องได้
    ฮารุนะ จากผลการวิจัย Clinical Study กับผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง กับ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ผลช่วยผู้ป่วยได้ดีมากและยังช่วยลดการทานยา ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นการช่วยเศรษฐกิจประเทศอีกทาง
    ปัจจุบัน ฮารุนะ เป็น Startup ไทย ด้าน Healthtech ที่อยู่ช่วง ระดมทุน
    และ Scale up ทั้งตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศ
    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ ผลิตภัณฑ์ Haruna ผงผักพรีไบโอติคได้ที่ ร้านขายยา เพจเฟสบุค HarunaThailand
    หรือ www.HarunaThailand.com
#ฮารุนะ #ผงผักพรีไบโอติก #นวัตกรรมดูแลลำไส้
#toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Love for Every Bar’

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Love for Every Bar’ แคมเปญ ส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์สังคมดี 

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย บริษัทในเครือ The Hershey Company ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Love for Every Bar” ที่มุ่งยกย่องพลังความมุ่งมั่น และบทบาทสำคัญของผู้หญิงในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ “Celebrate #HerSHE” และ “She Inspires” ที่เคยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ตอกย้ำความตั้งใจของเฮอร์ชีส์ในการสนับสนุนและเชิดชูพลังของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการให้ของขวัญแบบดั้งเดิมด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย

Love for Every Bar: พื้นที่เล็ก ๆ ให้บอกความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ เพราะบางครั้งการพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เฮอร์ชีส์จึงพลิกโฉมช็อกโกแลตแท่งคลาสสิคให้กลายเป็นผืนผ้าแคนวาสดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความชื่นชมและส่งต่อกำลังใจ แพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชันภายใต้แคมเปญ “Love for Every Bar” ชวนให้ผู้บริโภคก้าวข้ามการให้ของขวัญแบบเดิม ๆ ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยเปลี่ยนถ้อยคำแห่งกำลังใจให้กลายเป็นข้อความเฉพาะบุคคลที่มีความหมาย สามารถเก็บไว้เป็นความทรงจำและแบ่งปันต่อได้

Love for Every Bar จึงไม่ใช่แค่ของขวัญ แต่คือประสบการณ์แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เพียงสแกน QR Code บนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน หรือเข้าไปที่ celebratehershe.com/th ก็สามารถสร้างข้อความพิเศษเพื่อมอบให้กับผู้หญิงคนสำคัญได้อย่างง่ายดาย

เติมความพิเศษเฉพาะบุคคลด้วยพลัง AI เฮอร์ชีส์เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ดิจิทัลที่ช่วยให้การส่งต่อความรักและความชื่นชมมีสีสันมากยิ่งขึ้น ผ่าน QR Code บนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน ได้แก่

การ์ดการ์ตูนดิจิทัลสร้างสรรค์ด้วย AI: ผู้ส่งสามารถอัปโหลดภาพถ่าย แล้วให้ระบบ AI แปลงเป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารัก จากนั้นเพิ่มข้อความส่วนตัว โดยตัวการ์ตูนจะกล่าวข้อความนั้นถึงผู้รับโดยตรง การ์ดสามารถดาวน์โหลดและแชร์เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้

ข้อความ AR แบบอินเทอร์แอคทีฟเต็มอรรถรส: เติมเสน่ห์แห่งเวทมนตร์ดิจิทัลด้วยฟีเจอร์ Augmented Reality (AR) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ส่งเลือกข้อความสำเร็จรูปที่เปี่ยมด้วยความหมายจากใจโดยผู้รับ เพียงสแกนช็อกโกแลตแท่งจริงด้วยสมาร์ตโฟน ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงที่ทั้งสร้างความประทับใจและแชร์ต่อได้

 ‘Love for Every Bar’ เตรียมสร้างสีสันที่ Siam Square Oneเนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ เฮอร์ชีส์เตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษที่ Siam Square One เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานรับช็อกโกแลตลิมิเต็ดอิดิชันฟรี พร้อมทดลองสร้างคาแรกเตอร์การ์ตูนของตัวเองแบบใกล้ชิด ไฮไลต์พิเศษคือ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เห็นคาแรกเตอร์และข้อความของตนเองปรากฏบนจอยักษ์ใจกลางกรุงเทพฯ สร้างช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่เชื่อมโลกจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน ร่วมส่งต่อพลังบวกต่อเนื่องทางออนไลน์

นอกจากกิจกรรมออฟไลน์แล้ว Hershey Thailand ยังชวนร่วมสนุกผ่านกิจกรรม Lucky Draw บน Facebook และ Instagram ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เพียงซื้อช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ หรือแชร์ E-Card ที่คุณสร้าง ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเฮอร์ชีส์

ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมได้ที่
เพจ Facebook และ Instagram ของ Hershey Thailand
Say It Your Way with Hershey’s ให้ เฮอร์ชีส์ แทนความในใจ

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี  “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ “รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ครบรอบ 15 ปี โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งที่ผ่านมา รฟฟท. มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยในปัจจุบัน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ดำเนินมาตรการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” สำหรับบุคคลทั่วไป 40 บาท และ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา 30 บาท โดยใช้บัตร EMV Contactlass Card ทุกธนาคาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก มีผู้ใช้บริการเดินทางด้วยบัตร EMV Contactless Card เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 คน/วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมผลักดันให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งทางรางในราชอาณาจักรไทย โดยได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม

อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 15 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน และไว้วางใจเดินทางโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา บริษัทฯจึงได้จัดบูธกิจกรรม มอบเครื่องดื่มจากกาแฟพันธุ์ไทย จำนวน 1,500 แก้วฟรี สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 13 ตั้งแต่เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok
พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

เปิดพิกัดลับ! สุขทันทีที่เที่ยวตรัง สัมผัสเสน่ห์ Unseen ที่ต้องมาเช็คอิน

Toptotravel มีโอกาสร่วมทริปสุขทันที ที่เที่ยวตรังและพัทลุง วันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 จัดกิจกรรมดังกล่าว โดย ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว(ช.ส.ท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ โดยเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปจังหวัดพัทลุง โดยเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 31 ทักษิณารัถย์ ถึง จังหวัดพัทลุง ในช่วงช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น

กิจกรรมดังกล่าว นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ Unseen จังหวัดตรัง เที่ยวครบรส มีทะเลใสกิ๊ง ใต้น้ำอลังการ มีป่าสมบูรณ์ มีเมืองน่ารัก ของตรัง เป็นสถานที่รวบรวมพื้นที่ธรรมชาติที่โดดเด่นไว้ทั้ง ทะเลแหวก อุโมงค์ต้นโกงกาง และป่าโกงกาง คาเฟ่ สตรีทอาร์ท ของกินเพียบ เดินทางถึงตรัง แวะชม Street Art กันตัง ต่อด้วยผจญภัยปีนเขาจมป่า บ้านน้ำราบ ชมป่าโกงกางรูปหัวใจ ล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง ทะเลแหวก และธรรมชาติที่รายล้อมเมื่อได้นั่งชิลล์ชมบรรยากาศดังกล่าว

📍 10 จุดห้ามพลาด เที่ยวธรรมชาติเมืองตรัง เมืองที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

📍 1 สวนลุงเวศน์ นาหมื่นศรี
บางครั้งเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่เเค่ความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ของความงดงามของสวนดอกไม้ และคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
สวนลุงเวศน์ที่ตรังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ค่าเล่าเข้าสวนเพียง 50บาท แนะนำให้ไปตอนเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนในตอนกลางวัน เหมาะสำหรับการพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน

สายถ่ายรูปห้ามพลาดดดด ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ เมืองตรังก็มีสวนดอกไม้สวยๆไห้ถ่ายรูปจ้าาา “ สวนลุงเวศน์ “ สวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในภาคใต้ มีดอกไม้ไห้ชมหลากหลายสายพันธุ์ สีสันสดใส มีหลากหลายโซนให้ถ่ายรูป บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ วิวทุ่งนา วิวภูเขา วิวสวนดอกไม้ ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม

ค่าบริการเข้าชมสวน ผู้ใหญ่ ท่านละ 50 บาท
เด็ก ท่านละ 20 บาท
📍FB เพจ : สวนลุงเวศน์
⏰เวลา เปิด/ปิด : 06.00 – 19.00 น.
☎️โทร : 096 634 8204
📌พิกัด : ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
📌พิกัด GPS : https://maps.app.goo.gl/4kixMKh8B6zweKzq9

📍2 ถ้ำเขาช้างหาย
อันซีนธรรมชาติ เป็นถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยสลับซับซ้อนกันเป็นจำนวนมาก
เขาช้างหายอยู่ภายใต้เขาหินปูนเล็ก ๆ เรียกว่า เขาช้างหาย เป็นภูเขาโดเดี่ยวกลางที่ราบลุ่ม ภายในมีโถงถ้ำเล็กใหญ่อยู่ประมาณ 6 ห้อง มีหินงอกหินย้อยที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก บางส่วนยังคงก่อตัวอยู่ ภายในถ้ำได้รับการปรับปรุงทางเดิน จัดแต่งแสงไฟจำลองใว้ให้สำหรับผู้มาเที่ยวถ้ำ

มีตำนานเล่าว่า เมื่อขบวนช้างของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไปร่วมงานก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เดินทางมาถึงบริเวณเขาลูกนี้ แม่ช้างเชือกหนึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก ขบวนจึงหยุดพักรอที่เชิงภู แม่ช้างคลอดลูกเป็นพลายตัวงาม และวิ่งเล่นซุกซนตามประสาลูกช้าง จนแตกตื่นไปทั้งกระบวน ลูกช้างจึงวิ่งเตลิดเข้าไปในถ้ำ หมอควาญจุดไต้เข้าไปตามหาแต่ก็ไม่พบเจอ เนื่องจากภายในถ้ำมีพื้นที่ต่างระดับกัน อีกทั้งหินงอก หินย้อยจำนวนมาก ก็เป็นม่านพรางเอาไว้ ลูกช้างจึงหายเข้าไปในถ้ำ จึงเรียก ถ้ำช้างหายตั้งแต่นั้นมา

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้ำเขาช้างหาย สมัยก่อนในยุคที่เมืองนครศรีธรรมราชกำลังรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา มีการคิดจะสร้างพระเจดีย์ และได้ประกาศให้นำทรัพย์สมบัติมาบรรจุไว้ เลยทำให้กลุ่มนักแสวงบุญนำทรัพย์สมบัติไปยังเมืองนครศรีธรรมราช แต่ก็ได้มาหยุดพักกันในพื้นที่และได้มีช้างเชือกหนึ่งคลอดลูกออกมาระหว่างทาง ซึ่งต่อมาก็ได้มีเรียกหนองน้ำในบริเวณนี้ว่า หนองช้างหยก

ถ้ำเขาช้างหาย จังหวัดตรัง
ที่อยู่ : ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
พิกัด : https://goo.gl/maps/iTbgMfJJUHyrHzWb6
เปิดให้เข้าชม : เวลา 08.30-16.30 น

📍3 ไร่มีตาลตะวัน
มัลดีฟเมืองตรัง ร้านอาหารกลางน้ำใน อ.นาโยง จ.ตรัง ที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสายอาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหรอยแรง ใครอยากทานอาหารพื้นถิ่น เค้าก็ทำได้ถึงเครื่องถึงใจแบบฉบับปักษ์ใต้แท้ๆ กุ้งปู อาหารทะเลก็สด น้ำจิ้มสูตรลับ ของทางร้านก็แซ่บ หรือจะเป็นอาหารอีสานรสจัดจ้าน

ไร่มีตาลตะวัน เปิดโซนลานกางเต้นท์ ใกล้ๆ กับร้านอาหารด้วยนะคะ สามารถเช่าเป็นเต้นท์ใหญ่ได้ มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลมให้ หรือใครจะนำเต้นท์มากางเองก็จะคิดแค่ค่ากางเต้นท์ค่ะ สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่ม จากร้านอาหาร มาทานที่เต้นท์ได้เลย ส่วนใครที่ชอบตกปลา สามารถตกได้ที่สระใกล้ลานกางเต้นท์ หรือจะมาพายเรือคายัคใสเล่น ในสระสีเขียวมรกตโซนร้านอาหาร มีการจัดพื้นที่สวนอย่างสวยงามสำหรับถ่ายรูป รวมทั้งมีสระน้ำเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ให้ได้พายเรือคายัก หรือให้อาหารปลาเพื่อความผ่อนคลาย ส่วนอาหารที่จำหน่ายก็มีหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ได้แก่ อาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน อาหารทะเล หมูกระทะ สเต๊ก พิชซ่า โรตี น้ำผลไม้ กาแฟสด น้ำแข็งไส รวมถึงไอศกรีม

ไร่มีตาลตะวัน อยู่ไม่ไกลจากท้องทุ่งนาหมื่นศรี และเขาช้างหาย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดตรัง แวะมาพักผ่อน ทานอาหาร หรือแคมปปิ้ง มาประชุมหรือจัดเลี้ยงแวะมาชิล
พิกัด: นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
​พิกัด: ไร่มีตาลตะวัน นาหมื่นศรี ตรัง
https://maps.app.goo.gl/oNGa6YFzZTynP3Um7
สำรองที่นั่ง: 094 6524289
เปิดให้บริการ: ะเวลา10:30 น – 20:30 น

แนะนำส่วนของลานกางเต้นท์
คิดต่อ-เช่าเต้นท์ขนาดใหญ่ 550. บาท (มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลมให้)
-นำเต้นท์มาเอง คนละ 100. บาท

📍 4 ชมสถานีรถไฟกันตัง สถานีสุดท้ายของทางรถไฟฝั่งอันดามัน
ลักษณะคลาสสิก อาคารเรือนไม้คล้ายเรือปั้นหยา สถานีรถไฟกันตัง ที่เที่ยว ที่ถ่ายรูป สไตล์วินเทจ สุดทางรถไฟสายใต้ทะเลอันดามัน

สถานีรถไฟกันตัง ตั้งอยู่ในตำบลกันตัง อำเภอกันตัง เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามัน เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 ในอดีตเส้นทางรถไฟสายนี้เคยใช้เป็นท่าในการรับส่งสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ความโดดเด่นของสถานีรถไฟกันตัง ตัวอาคารที่มีเอกลักษณ์ เป็นอาคารไม้สีเหลืองตัดกับสีน้ำตาลเข้มวินเทจมากๆ และเมื่อได้เดินเข้าไปในสถานีสิ่งที่สัมผัสได้คือกลิ่นไอของอดีตที่ยังคงครุกรุ่นอยู่ตามทุกซอกมุมของสถานี สถานีรถไฟกันตังนับว่าเป็นสถานีรถไฟเล็กๆ ที่มีความสวยงามคลาสสิค จึงไม่น่าแปลกใจที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนสถานีรถไฟกันตังเป็นโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2539

ภายในบริเวณ สถานีกันตัง ก็ยังมีร้านกาแฟ ให้แวะพักนั่งจิบกันชิลๆ ด้วยค่ะ ซึ่งตัวร้านก็จะออกแบบในสไตล์วินเทจๆ ให้เข้ากันกับตัวสถานีรถไฟด้วยค่ะ แต่ถ้าพูดถึงมุมถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยค่ะว่า มีเพียบ ทั้งบริเวณหน้าร้านกาแฟ รวมถึงบริเวณรอบๆ สถานีเช่นเดียวกัน

สถานีรถไฟกันตัง ตรัง
ที่อยู่ : ถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
พิกัด : https://goo.gl/maps/cBo8D2nPH2SRqbsr8
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

📍 5 นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบ เที่ยวรอบเทศบาลตรัง
มาเที่ยวเมืองตัง การนั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวรอบเมืองตรังเป็นกิจกรรมยอดฮิต
ดีไซน์คลาสสิคที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดตรัง มีที่เดียวในไทย เป็นโปรแกรมยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวควรมาลองกันสักครั้ง ซิ่งสนุกสุดมันส์ขับชมรอบเมือง ทั้งพาถ่ายรูปมุมเก๋ 3 มิติ เดินเที่ยวตลาดนัด ศาลเจ้า และที่เที่ยวมุมอื่นๆ อีกมากมาย

อยากให้ทุกคนได้ลองมานั่งรถเล่นกัน บอกเลยสนุกแน่นอน คันนึงสามารถนั่งได้ 4-6 คนสามารถปักหมุดสถานที่ประจำจังหวัดให้ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาไปได้ มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของตรัง ที่คนในพื้นที่พาไปแบบสะดวกรวดเร็วทันใจสนใจอยากลองมานั่งรถตุ๊กๆ​ หัวกบชมเมืองตรังสนนราคาไม่แพง​ คันละ​ 250​ บาท​ นั่งได้​ 5​ คน​ ตกคนละ​ 50​ บาท/ชั่วโมงเท่านั้น​ เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้ยั่งยืน​

อยากให้ทุกคนได้ลองมานั่งรถเล่นกัน บอกเลยสนุกแน่นอน คันนึงสามารถนั่งได้ 4-6 คนสามารถปักหมุดสถานที่ประจำจังหวัดให้ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาไปได้ มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของตรัง ที่คนในพื้นที่พาไปแบบสะดวกรวดเร็วทันใจสนใจอยากลองมานั่งรถตุ๊กๆ​ หัวกบชมเมืองตรังสนนราคาไม่แพง​ คันละ​ 250​ บาท​ นั่งได้​ 5​ คน​ ตกคนละ​ 50​ บาท/ชั่วโมงเท่านั้น​ เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้ยั่งยืน​

นั่งตุ๊กๆ หัวกบ เที่ยวตรัง 080 3291868
ID.Line. 080 3291868

📍6 ล่องแพน้ำราบ กินปูดูเกาะหัวใจ ที่บ้านน้ำราบ

ที่นี่มีกิจกรรมล่องแพ กินปูม้า และอาหารบนแพเพื่อพาไปดูทะเลแหวกซึ่งเป็นการจัดโดยวิสาหกิจชุมชน ล่องแพบ้านน้ำราบ ภายใต้เครื่องหมายSHAกินปูดูวิว ชิลล์มาก ถ้ามาเที่ยวบ้านน้ำราบ กินปูได้ทั้งปี แพจะพาไปชมวิวป่าโกงกางสองข้างทางไปจนถึงจุดชมทะเลแหวกและภูเขา ชุมชนต่อยอดด้วยการทำธนาคารปูม้าและไข่หมึก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจูงมือครอบครัวนั่งเรือ และล่องแพปล่อยหมึกและปล่อยปูลงกลับคืนสู่ทะเล

เที่ยวบ้านน้ำราบ กินปูได้ทั้งปี บ้านน้ำราบ เป็นชุมชนริมชายฝั่ง จังหวัดตรัง นักท่องเที่ยวมาเยือน ก็จะได้ชมธนาคารปูกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงล่องแพบ้านน้ำราบ อ.กันตัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวนิเวศป่าชายเลน มีกิจกรรมล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง ทะเลแหวก เขาจมป่า และเกาะหัวใจ (ใช้โดรน)

โดยมีค่าบริการหลากหลายตามขนาดแพ (เล็ก กลาง ใหญ่) และจำนวนคน (เริ่มต้น 5 คนขึ้นไป) หรือเหมาลำ มีทั้งแบบรวมอาหารและไม่รวมอาหาร ราคาต่อคนเริ่มต้นที่ประมาณ 480 – 1,380 บาท (กรณีจัดทริปมาเป็นกลุ่มใหญ่) ขณะล่องแพ ชมวิว แนะนำปูม้านึ่งเนื้อหวาน สดใหม่ เติมได้ตลอด น้ำจิ้มอร่อย แกงส้มรสจัดจ้าน, เมนูอาหารใต้ท้องถิ่นที่จัดเต็มปิดท้ายด้วยผลไม้และขนมครกที่ทุกท่านประทับใจอย่างแน่นอน เพลงคาราโอเกะ สนุกสนานตลอด 3 ชั่วโมง แนะนำจองล่วงหน้ากับวิสาหกิจชุมชน บ้านน้ำราบ ชอบสุดคิอทานข้าวบนแพล่องชมสองฝั่งป่าโกงกาง บรรยากาศดีมาก #Amazingthailand

ติดต่อสอบถามจองแพที่นี่
เที่ยวบ้านน้ำราบกับพี่อู๊ด ล่องแพ ล่องพายคายัค
ติดต่อสอบถาม ล่องเรือ&ล่องแพ
เบอร์โทรติดต่อและ@ไลน์
ทักสอบถามรายละเอียดได้เลย เจ้านี้ดีงามมาก เสริปปูแบบจุกๆๆ
087 2778017 (พี่อู๊ด)

📍7 อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอสิเภา
เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ต้อนรับช่วงไฮซีซัน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ที่ “เขาแบนะ” อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ริมหน้าผา และลึกเข้าไปในซอกลับ รวมทั้งชมไม้ป่า และฝูงปลานานาชนิด

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ ที่ “เขาแบนะ” ซึ่งตั้งอยู่ในป่าเขาหินปูนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินจากที่ทำการอุทยานฯ ผ่านทุ่นทางเดินลอยน้ำไปยังจุดเทียบเขาแบนะ แบ่งทางออกเป็น 2 ด้าน คือ ทางทิศใต้และทางทิศเหนือของเขาแบนะ ทางทิศใต้ของเขาแบนะ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินลอดอุโมงค์ขนาดเล็กและขึ้นบันไดไปยัง “จุดชมพะยูน” ซึ่งมองเห็นพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล ร่องน้ำการเดินเรือ และวิถีชีวิตของชาวประมง รวมถึงแหลมหยงหลำและเกาะมุกด์

เส้นทางนี้ยังสามารถเดินต่อไปลงสู่ชายหาด มีจุดถ่ายภาพก้อนหินรูปหัวใจ หากเดินทางทุ่นทางเดินลอยน้ำไปทางเหนือ และจะพบกับภาพเขียนสีโบราณ ที่มีอายุประมาณ 4,000 ถึง 2,000 ปี เลยทีเดียว

นอกจากนี้ เดินต่อไปจะถึงจุดขึ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติใหม่ มีระยะทาง 850 เมตร ตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับฝูงปลาๆ นานาชนิด โขดหินรูปร่างแปลกตา ภายในเส้นทางยังมีจุดแวะพักและจุดชมวิวให้ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์รับลมทะเล และเก็บภาพความประทับใจ เมื่อเดินใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเส้นทาง จะมีจุดลงเดินชายหาด เพื่อนั่งพักได้อย่างสบายอีกด้วย รวมระยะทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ 1,160 เมตร

ห้ามพลาดหาโอกาสสบตากับ “พะยูน” ชมภาพเขียนสีโบราณ วิถีชีวิตชาวประมง วิวท้องทะเลแสนงาม พรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดตลอดเส้นทางเปิดใหม่ ที่ “เขาแบนะ”

สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – Hat Chao Mai National Park

📍8 วังเทพทาโร อำเภอห้วยยอด
วังเทพทาโร ตั้งอยู่ใน อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางศิลปะจากไม้เทพทาโร ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่มีความสำคัญในภาคใต้ โดยมีการปลูกต้นเทพทาโรในพื้นที่กว่า 25 ไร่ ซึ่งก่อตั้งโดย นายจรูญ แก้วละเอียด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและอนุรักษ์พันธุ์ไม้

วังเทพทาโรนั้น ไม่ใช่สถานที่ที่เป็นปราสาทพระราชวังแต่อย่างใดนะคะ แต่เป็นที่อยู่อาศัยของ “มังกรไม้” มากมายนับไม่ถ้วน ใช่แล้วค่ะ มังกรตัวใหญ่ยักษ์ที่ทุกคนเห็นในรูปนั้นเป็นผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษไม้นับร้อยนับพันชิ้นเลยทีเดียว และทั้งหมดนี้เป็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นจากมือบวกกับความคิดสร้างสรรค์ของครูจรูญผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ จนกระทั่งกลายมาเป็นผลงานเทพมังกรให้เราได้ชื่นชมกันค่ะ ซึ่งตอนที่เราได้เห็นมังกรไม้เหล่านี้ครั้งแรกต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นแบบสุด ๆ ไปเลย ใครจะไปคิดว่าเศษกิ่งไม้และท่อนไม้เมื่อรวมกันจะกลายมาเป็นผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ยักษ์

ภายในวังเทพทาโรมีการตกแต่งโดยนำไม้เทพทาโรมาดัดแปลงเป็นมังกรขนาดเล็กและใหญ่ รวมแล้วมีมังกรมากกว่า 89 ตัว นอกจากนี้ยังมีฐานเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำธูปหอมเทพทาโรและจำหน่ายของที่ระลึก

วังเทพทาโร ที่เที่ยวตรัง ชมงานศิลปะจาก ต้นเทพทาโร พันธุ์ไม้ในถิ่นใต้
ที่ตั้ง: หมู่ 5 บ้านนาเหมร ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
(สังเกตใกล้ทางเข้าถ้ำเลเขากอบ)
ค่าเข้า: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 18.00 น. (หรือ 08.30 – 17.30 น. ตามแหล่งข้อมูล)

📍9 แห่งเดียวในไทย! พระนอนทรงเทริดมโนราห์ อายุนับพันปี
วัดภูเขาทอง มีพระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุกว่า 1,000 ปีเป็นพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานองค์เดียวที่พบในประเทศ ปัจจุบันยังคงสง่างามและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่นับถือครูหมอมโนราห์และประชาชนทั่วไป

ตามประวัติเล่าว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 1493 เจ้าหน่อและนางเลือดขาว ได้รับข่าวว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 2 ผู้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช กำลังเตรียมบูรณะซ่อมแซมพระบรมธาตุ เจ้าหน่อและนางเลือดขาว จึงได้รวบรวมเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดเพื่อนำไปถวายเป็นพุทธบูชาโดยตั้งใจจะบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเมืองนคร แต่เมื่อเดินทางมาถึงเมืองตรัง บริเวณเขาชุมทองหรือวัดภูเขาทองในปัจจุบัน ทราบข่าวว่าพระบรมธาตุได้สร้างเสร็จ เจ้าหน่อและนางเลือดขาวจึงนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดบรรจุไว้ในถ้ำที่เขาชุมทอง(ภูเขาทอง)และเขาหลักจันทร์ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง

ไฮไลท์สุดอลังการที่ทุกคนต้องมาเห็นด้วยตาคือ พระพุทธสีหไสยาสน์เทริดมโนราห์ หรือพระนอนทรงเครื่องมโนราห์ขนาดใหญ่ โดดเด่นและหาดูได้ยากมาก เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีเฉพาะที่วัดภูเขาทองแห่งนี้ประชาชนที่มีเชื้อสายมโนราห์ รวมทั้งประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ เดินทางไปกราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานหรือพระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันทางวัดเก็บโบราณวัตถุจัดแสดงไว้ในศาลาหน้าที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และก่อสร้างอุโบสถใหม่ที่มีรูปแบบศิลปกรรมผสมผสานระหว่างไทยประเพณีกับแนวคิดสมัยใหม่ได้อย่างสวยงาม เรียกกันว่าโบสถ์แก้ว เพราะผนังและประตูทุกด้านเป็นกระจก ส่วนที่รอบอุโบสถมีจารึกเรื่องราวทางพุทธศาสนาไว้บนแผ่นหินอ่อน ก่อนจะสร้างพระนอนทรงเทริดมโนราห์ขึ้นมา 2 องค์เพื่อปิดปากถ้ำ และสร้างพระพุทธรูปทรงเทริดมโนราห์อีกนับสิบองค์ไว้ที่วัดต่างๆ ทั้งใน อ.เมืองตรัง อ.ห้วยยอด และ อ.นาโยง จ.ตรัง แต่ต่อมาถูกทุบทำลายจนเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงพระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทองเพียงองค์เดียว

วัดภูเขาทอง ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง
พิกัด: MPW8+99V ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง จ.ตรัง 92000

📍10 พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอำเภอกันตัง เดิมเป็น “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง” ตัวบ้านเป็นลักษณะเรือนไม้ 2 ชั้น ภายในตัวบ้าน จะมีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเท่าตัวจริงของพระยารัษฎาฯ และมีการประดับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่าน ตอนที่ท่านยังมีชีวิต รวมถึงแสดงอัตชีวประวัติและผลงานของพระยารัษฎาฯ บรรยากาศรอบตัวเรือนมีความร่มรื่น พิพิธภัณฑ์จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล หากสงสัยตรงส่วนไหน เจ้าหน้าที่จะคอยอธิบายรายละเอียดทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พิกัด 1 ถ.หน้าค่ายพิทักษ์ อ.กันตัง จ.ตรัง
(หลังสำนักงานเทศบาลเมืองกันตัง)
เวลาเปิด – ปิด :วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)
เวลา 09:30 – 16:00 น. ไม่มีค่าเข้าชม
โทร. 075 251100 โรงเรียนกันตังพิทยากร (มัคคุเทศก์)

📍11 โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมืองตรัง
พักผ่อนอย่างสบายใจกลางเมืองโรงแรมเรือรัษฎา ทริปนี้เที่ยวสองจังหวัด เลือกพักโรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง โดยห้องพักเก๋ไก๋ของที่นี่ได้รับการตกแต่งอย่างทันสมัย ครบครันด้วยทีวีจอแบนพร้อมอุปกรณ์ชงชาและกาแฟ แต่ละห้องมีพื้นที่นั่งเล่นและห้องน้ำในตัวพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ และสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ห้องสวย สะอาด บรรยากาศดีมาก

Rua Rasada Hotel มีห้องจัดประชุม สนามฝึกซ้อมไดร์ฟกอล์ฟ และสนามเทนนิส ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนได้ที่สปาของโรงแรมซึ่งมีทั้งห้องซาวน่าและบริการนวดผ่อนคลายที่โรงแรม มีจุดบริการอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด 4 แห่ง ห้องอาหารประการังให้บริการอาหารเอเชียและอาหารตะวันตก สมุทธารา เลานจ์, Poolside Bar และ Pier 88 บริการเครื่องดื่มและอาหารทานเล่น

Rua Rasada Hotel อยู่ติดกับย่านธุรกิจใจกลางเมืองและใช้เวลาเดินเพียงระยะสั้น ๆ จากแหล่งช้อปปิ้ง คู่รักชอบทำเลนี้เป็นพิเศษ
โรงแรมเรือรัษฎา มีสิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม – 2 สระว่ายน้ำ – รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี – ที่จอดรถฟรี – รถรับส่งสนามบิน – ศูนย์ออกกำลังกาย – อุปกรณ์ชงชา/กาแฟในทุกห้องพัก – บาร์ ที่บรรยากาศดีมากๆๆ

โรงแรมเรือรัษฎา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร ให้บริการห้องพัก 217 ห้อง ภายในแต่ละห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กว้างขวาง สะอาด ภายในโรงแรมยังมีบริการภัตตาคาร เลาจน์ สนามเทนนิส ซาวน่า สระว่ายน้ำ ห้องอบไอน้ำ และห้องฟิตเนส พนักงานให้บริการด้วยความเป็นมิตร สามารถให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

โรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง
โทร. 𝟎𝟕𝟓 𝟐𝟐𝟔𝟗𝟗𝟗, 𝟎𝟔𝟏 𝟒𝟐𝟖𝟗𝟏𝟓𝟑
𝐋𝐈𝐍𝐄 : @𝐫𝐮𝐚𝐫𝐚𝐬𝐚𝐝𝐚

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนของจังหวัดตรังและพัทลุง ไปสู่สาธารณชนอย่างสร้างสรรค์ ตอกย้ำศักยภาพการท่องเที่ยวภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี และเติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ สุขทันทีที่เที่ยวตรัง​ ​เที่ยวแบบชิลๆคูลๆ
จัดโดย ชมรมสื่อมวลชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช

ร้านอาหารเกาหลีแท้ ทรูจาจัง

ร้านอาหารเกาหลี รสชาติต้นตำรับ จาจัง/จัมปง เส้นสด ทำใหม่ทุกวัน กิมจิโฮมเมด อร่อยปลอดสาร อาหารราคาไม่แพง ทานได้บ่อยบรรยากาศร้านสไตล์เกาหลี 

ร้านอาหารเกาหลีแท้ รสชาติต้นตำรับ จากเชฟเกาหลีเเท้ๆ ‍ ทุกเมนูผ่านการคิดค้นสูตรจาก “เชฟเกาหลี” รสชาติเข้มข้นสไตล์เกาหลีแท้ ราคาไม่แรงที่ตั้งใจให้ทุกมื้อ ไฮไลท์ของที่นี่คือคือเส้นสด เหนียวนุ่ม ราดซอสให้ฉ่ำมาก เวลาซู้ดเส้น คือฟีลเกาหลีแทร่ๆ และสาวแซ่บห้ามพลาด ’จัมปง‘ บะหมี่ซุปทะเล เผ็ด ร้อน จัดจ้าน เครื่องถึง 

ทรูจาจัง เป็นมื้อที่คุณอยากนั่งอยู่นานกว่าปกติ ซึ่งบางมื้อ…เราไม่ได้อยากกินให้หายหิวแต่อยากกินเพื่อหยุดความวุ่นวายของทั้งวันอยากมีโต๊ ะเล็ก อาหารร้อน ๆ วางอยู่ตรงหน้าและช่วงเวลาที่ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องคิดอะไรต่อ

ถ้าวันนี้อยากให้มื้อหนึ่ง เป็นพื้นที่ปลอดภัยของใจต้นตำรับเกาหลีที่แท้ทรู เส้นสด อร่อย เหมือนยกจากเกาหลีมาเสิร์ฟ

True Jjajang Korean Food มี 6 สาขา ใครสะดวกที่ไหน ไปทานกันได้เลย 
มีหลายเมนูให้เลือก เริ่มต้นเพียง 75 บาท 

📌สาขา1 . สาขาเจริญกรุง77   เปิด 24 ชั่วโมง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/59DL3yKL4CiWFMWbA…

📌สาขา2. สาขาคลองสาน  เปิด 08.00 น. – 00.00 น.
ชั้น 2 บุฟเฟ่ต์เปิด 11.30 น.-20.30 น.
(ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ข้างวัดอนงค์ จอดรถฟรีหน้าร้าน) 

พิเศษสาขานี้มีบุฟเฟต์หมูย่าง 249.-
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/84g9bu25DqtfsH3f7…

📌สาขา3. สาขาบางโพ เปิด 11.00 น. – 22.00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ass6HoRuVSsgdoqL6?g_st=ipc

📌สาขา4. สาขาทาวน์อินทาวน์

เปิด 11.00 น. – 22.00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XGtBZj11z3qZApzm8?g_st=ipc

📌สาขา5. สาขาทองหล่อ เปิด 24 ชั่วโมง
https://maps.app.goo.gl/wkso2Str5K3Pzc9L8?g_st=ipc

📌สาขา6. สาขาศรีนครินทร์  เปิด 11.00 น. – 22.00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VR4KDQEvsV5EnvsA7?g_st=ipc

#ชัญญ่าว่าดี #toptotravel

A Festive Afternoon to Remember at Café Claire

คาเฟ่ แคลร์ (Café Claire) ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ
คริสต์มาสปี 2025 ปีนี้พิเศษจริงๆ เพราะทีมงาน Toptotravel มีโอกาสมาชิม Festive Afternoon Tea ที่ได้รับแรงบันดาลใจชุดน้ำชายามบ่ายธีมคริสต์มาสของเปิดประสบการณ์น้ำชายามบ่ายในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก เต็มอิ่มกับเทศกาลแห่งความสุข ช่วงบ่ายแห่งเทศกาลที่น่าจดจำ ณ คาเฟ่แคลร์ 

เชฟเรมี เวอริเยร์ (Chef Remi Verrier)

จิบชาหอมกรุ่นในบรรยากาศอบอุ่นต้อนรับเทศกาลใหม่ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเสน่ห์แห่งฤดูกาล ลิ้มลองรสชาติที่ยอดเยี่ยม ช่วงเวลาอันแสนประทับใจ และความสุขในการต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปด้วยกัน

Festive Afternoon Tea เซตนี้ถูกรังสรรค์อย่างประณีตโดย เชฟเรมี เวอริเยร์ (Chef Remi Verrier) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของปลายปีที่อบอุ่นหัวใจ ทั้งความสุข ความเงียบสงบ และความหมายอันลึกซึ้งของฤดูกาล ทุกเมนูจึงกลายเป็นถ้อยคำแห่งรสชาติ ที่ชวนให้เราใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างผ่อนคลาย

เมนูของคาว เริ่มต้นด้วย Petite Gold Nest ที่ให้สัมผัสนุ่มนวลและกลมกล่อมในคำเล็ก ๆ ตามด้วย Golden Truffle Whispers ที่เผยมิติความหรูหราผ่านกลิ่นทรัฟเฟิลอันลุ่มลึก และ Royal Ember Duck ที่ชูรสนัวของเนื้อเป็ดเคล้ากลิ่นเครื่องเทศ

ชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาลนี้ พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2026 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในวันหยุดกับคนพิเศษ

ของหวาน Snow-Kissed Tranquility สีขาวดุจหิมะบนยอดมะพร้าว พร้อมด้วย Festive Macaron (Morello Cherry) ที่ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน และความเปรี้ยวหวานแผ่วเบาของเชอร์รี่ที่เติมความสดใสให้เพดานปาก ทั้งสองชิ้นนี้ช่วยสร้างจังหวะที่อ่อนหวาน ทำให้แต่ละคำกลายเป็นเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่อบอุ่นในบ่ายช่วงฤดูหนาว Luminous Embrace (Candle) คือผลงานที่ทั้งงดงามและเปี่ยมความหมาย ราวกับเทียนที่ส่องประกายท่ามกลางค่ำคืนคริสต์มาส ดั่งสัญลักษณ์แห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ A Gift of Red Radiance เปรียบเสมือนของขวัญสีแดงที่มอบความยินดีและความปิติของฤดูกาล โอบล้อมบ่ายฤดูหนาวด้วยความละมุน Enchanted Winter Wood (The Forest) ความแฟนตาซีมาในรูปของป่าสนพาจินตนาการให้เดินลึกเข้าสู่ป่าฤดูหนาว The Deer of Eden ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกวางเรนเดียร์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ปิดท้ายด้วย Earl’s Blossom Scone การเดินทางผ่านรสชาติ ที่ค่อย ๆ พาเรากลับสู่ความสงบ อุ่น และอ่อนโยนของฤดูหนาวอีกครั้ง

Snow-Kissed Tranquility
Luminous Embrace (Candle)

ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งเทศกาล กับความพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน  ต้อนรับด้วยคาราวานเมนูของหวานและของคาวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษในธีมคริสต์มาส เสิร์ฟพร้อมชาคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศคาเฟ่สุดหรู ที่ช่วยเติมเต็มรสชาติแสนอร่อย ในบรรยากาศที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ในช่วงเวลาแห่งความสุขยามบ่ายที่ประณีต เหมาะสำหรับการสังสรรค์และช่วงเวลาส่งท้ายปี

แวะมาสัมผัสประสบการณ์อันเหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศแสนงดงาม พร้อมอร่อยกับชุดน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea ได้ทุกวันที่ Café Claire ~ Oriental Residence Bangkok 

More information contact 02 125 9080
Reserve now: +66 (0) 2125 9000 | cafeclaire@oriental-residence.com

#CafeClaire  #FestiveSeason #AfternoonTea #toptotravel

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 SORRY

หลังปล่อยซิงเกิลแรก “Thank You” พี่อาร์ต วศิน วรณพฤกษ์ ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง หรือที่หลายคนคุ้นเคยในนามแด็ดดี้ของน้องหมีเนย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ 20 วันยอดวิวทะลุ 2 แสนวิวสบายๆ

“ผมต้องขอบคุณพี่น้อง FC ที่เปิดใจต้อนรับนักร้องสูงวัย (หัวเราะ) ทุกคนให้การต้อนรับพี่อาร์ตอย่างอบอุ่นครับ”

พี่อาร์ตกล่าวต่อไปว่า ปีใหม่นี้จะมีของขวัญมอบให้ FC ทุกคน กับซิงเกิลพิเศษที่ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมนักร้องหนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ ”ใช่แล้วครับ ค่าย Allery1 Records เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษซิงเกิล 2 ของผม ชื่อเพลง ”SORRY” เพลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างรอเข้าห้องอัด ทางค่ายเลยส่งไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมกับครูก้อง บ้าน AF เพื่อให้การร้องแข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ทางค่ายส่งไปออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ระดับซูเปอร์โมเดล The Face Men Thailand กุน กิตติคุณ เพื่อให้รูปร่าง เฟิร์มมากขึ้น และก็ต้องขอบคุณ APEX Beauty ศูนย์ความงามครบวงจร ที่เข้ามาช่วยดูแลผิวหน้า เพิ่มความมั่นใจ โดยคุณหมอโจ้ พญ.รัตติยา พี่ตื่นเต้นมากกับ OligioX นวัตกรรมยกกระชับล่าสุด ทำเสร็จเฟี้ยวเลย (หัวเราะ) คือ ทางค่ายอยากให้ FC ของพี่อาร์ตได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในทุกสกิล ทุกมิติ ทรงผมยังไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนไหม พี่ชอบสกินเฮดเพราะจะได้ดูไม่แก่ (หัวเราะ) ด้านการแต่งกาย Stylist ส่ง Ref มาดูแล้ว โอ้วววว Sugar Daddy มาก (หัวเราะ) ฝากติดตามด้วยนะครับ“ อาร์ต วศิน กล่าวทิ้งท้าย

วันนี้แอดมินขอสปอยล์ FC กรุบกริบๆ นะครับ ฝากติดตาม ผลงานของพี่อาร์ต วศิน กับซิงเกิล 2 เร็ว ๆ นี้

บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยสดใส!


พิเศษรับลมหนาว แบบซอง เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา!  ลมหนาวมาเยือน…อย่าปล่อยให้สุขภาพอ่อนแอ! ช่วงนี้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแล ผิวพรรณให้สวยสดใส ไม่หมองคล้ำแม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแห้งและเย็น

โปรโมชั่นพิเศษ รับลมหนาว บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด จัดโปรโมชั่นต้อนรับลมหนาวด้วย “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ 100% แบบซองพกพาสะดวก ขนาด 6 เม็ด ราคาพิเศษ เพื่อช่วยดูแลทุกคนให้สุขภาพดีและแข็งแรง เพียงซองละ 39 บาท (จากปกติ 49 บาท) และพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก ALL member รับส่วนลดเพิ่มอีก 1 บาท ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 3 มกราคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

2 คุณประโยชน์ครบถ้วน: สุขภาพแข็งแรงและผิวสวยกระจ่างใส
“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” (B Shine NaturC) วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% โดดเด่นด้วยอะเซโรลา เชอร์รี่สกัดมากถึง 1000 มก.ต่อเม็ด มาจากผลสด 4000 มก. เข้มข้น 4 เท่า และที่พิเศษกว่าเดิมคือการ เพิ่มปริมาณสารสกัดจากทับทิมมากถึง 70 มก. ซึ่งสารสกัดจากทับทิมนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยเรื่อง ปกป้องผิวจากแสงแดด ลดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวสว่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ดังนั้น สูตรใหม่นี้จึงมอบ 2 คุณประโยชน์แบบครบถ้วน ทั้งการ เสริมภูมิคุ้มกันป้องหวัด/ภูมิแพ้ และช่วยให้ ผิวสวยสดใสสุขภาพดี ยิ่งขึ้น บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ยังมีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิด ที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง เช่น ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ และแคโรทีนอยด์ ทานง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

ด้วยความเป็นวิตามินซีธรรมชาติ 100% ทำให้ร่างกายสามารถ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี และคงอยู่ในร่างกายได้นาน ทั้งยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูงที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร มื้อเช้าหรือเย็น เหมาะสำหรับทั้งวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ

สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” ได้ที่ www.bshine.co.th, FB : B Shine และ Line : @Bshine

เปิดตัว โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เดินเกมรุกต่อเนื่องเปิดตัว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” คาดดันรายได้กลุ่มโรงแรมปี 2569 ทะลุ 8,000 ล้าน

กลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LHMH) ผู้บริหารเครือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย เดินเกมรุกครั้งสำคัญส่งท้ายปี 2568 ด้วยการเปิดตัว “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” (Grande Centre Point Prestige Bangkok) มูลค่าลงทุน 4,500 ล้านบาท Prestige Tier แห่งที่ 2 ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ชูกลยุทธ์ Experience Marketing ตอบโจทย์ เทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์มากกว่าราคา เตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ต่อเนื่อง คาดดันรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2569 ทะยานแตะ 8,000 ล้านบาท

คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเติบโตของ “กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลและกำลังซื้อสูง” (High Spending) จากยุโรป ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อตลาดโรงแรม 4 – 5 ดาว ในทำเลศักยภาพ ทำให้โจทย์ของการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมทวีความท้าทาย ไม่ได้วัดกันที่จำนวนห้องพักหรือราคา แต่แข่งขันกันที่ว่าใครจะสามารถส่งมอบ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” ที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ซึ่งถือเป็นโอกาสของกลุ่มฯ ที่เน้นลงทุนเชิงคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลศักยภาพสูง การออกแบบบริการที่มีเอกลักษณ์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

“ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเรา ในปีนี้เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เปิดตัว 2 โรงแรมใหม่ ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โรงแรมระดับ Prestige Tier แห่งแรกของแบรนด์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในย่านราชประสงค์ ที่ผสานความหรูหราสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) เข้ากับเสน่ห์ของศิลปะไทยร่วมสมัย มอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายสูงสุดใจกลางมหานคร ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอของเราไปอีกขั้น ในฐานะผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย ที่มีความเข้าใจในหัวใจของความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างร่วมสมัย”

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวถึง ความพิเศษของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ได้ใช้งบลงทุน 4,500 ล้านบาท โดยวางจุดยืนให้เป็นโรงแรมในกลุ่ม ‘Prestige Tier’ หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้โรงแรมโดดเด่นยิ่งขึ้น คือตั้งอยู่เคียงคู่กับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการแรกของแบรนด์เปิดตัวไปเมื่อปี 2551 จึงตั้งใจออกแบบให้เป็น “Twin Towers” รวมกันแล้วกว่า 1,000 ห้อง สะท้อนเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ จากจุดเริ่มต้นสู่ความหรูหราระดับโลก”

ทั้งนี้ คุณกิตติยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า “ได้รับกระแสการตอบรับดีมาก ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 80% และมียอดจองเข้าพักล่วงหน้าช่วงไฮซีซันจนถึงต้นปีหน้าสูงถึง 90% ทำให้เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2568 จะอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาทและด้วยทิศทางของตลาดท่องเที่ยวที่ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทางเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 ปี 2569 มีแผนเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ซึ่งเป็น Limited Tier แห่งที่ 2 ในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ต่อจากแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยสวนน้ำขนาด 20,000 ตารางเมตร จึงคาดการรายได้ในปี 2569 ของกลุ่มโรงแรมเติบโตไปอยู่ที่กว่า 8,000 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2571 ทางกลุ่มจะเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ ตั้งอยู่ใจกลางเยาวราชในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่ากับว่าในปี 2571 บริษัทจะมีโรงแรมเปิดครบ 11 แห่ง รวมกว่า 5,000 ห้อง และคาดว่าจะสร้างรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท”

ด้าน คุณเมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เผยถึงแผนการตลาดของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ว่า “จะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่มนักเดินทางธุรกิจระดับพรีเมียม ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่ม High-Spending และ Long-haul Tourists จากยุโรป สหราชอาณาจักร ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และรัสเซีย ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมุ่งขยายฐานประชุมสัมมนา อีเวนต์ และจัดเลี้ยง เพื่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย”

“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเรา คือ Experience Marketing โดยเน้นให้ความสำคัญกับทุก Touch Point ของการเข้าพัก ตั้งแต่การออกแบบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์บรรยากาศภายในโรงแรม ไปจนถึงการออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแขกผู้เข้าพักในทุกกลุ่ม”

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ได้รับการกล่าวถึงและยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง คือ การให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทางเรามีทีม Social Listening ที่รับฟังความคิดเห็นจากแขกที่เข้าพัก ที่โรงแรมทั้ง 9 สาขาของ เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในทุกช่องทางแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกนำไปยกระดับบริการได้ทันที ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าใหม่ นำไปสู่การออกแบบบริการและที่พักที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความใส่ใจนี้พิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักจริงซึ่งมีคะแนนสูงในทุกช่องทางทั้งทาง OTA และ Social media”

คุณประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวถึงจุดเด่นของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางย่านราชประสงค์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส 2 สถานี คือ สถานีราชดำริ และสถานีชิดลม ภายในออกแบบอย่างหรูหรา โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากความสะดวกสบายในการพักผ่อนแล้ว ยังพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มองหาที่พักหรูในโลเคชั่นที่ดีที่สุด ทั้งลูกค้าต่างชาติและไทย ที่ให้ความสำคัญกับบริการมาตรฐาน กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพื้นที่กว้างและฟังก์ชันครบ นักธุรกิจยุคใหม่ที่ผสมงานกับการพักผ่อน (Bleisure) และกลุ่ม Urban Staycation ที่ต้องการเติมพลังในที่พักพรีเมียมใจกลางเมือง ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนลูกค้าแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อน 70% และเป็นการเดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจอีก 30%”

ทั้งนี้ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และเพนต์เฮาส์ จำนวน 509 ห้อง แขกผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามได้จากห้องพักทุกห้อง ทั้งวิวเมืองย่านราชประสงค์ที่เต็มไปด้วยสีสัน หรือวิวพื้นที่สีเขียวของสนามราชกรีฑาสโมสร (RBSC) ห้องพักทุกห้องจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ครบครัน อาทิ สมาร์ท ทีวี, เครื่องชงกาแฟแคปซูล Nespresso, ไดร์เป่าผม Dyson และชุดผลิตภัณฑ์

อาบน้ำจาก LRL นอกจากนี้ ยังพร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยผ่านร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Chef Man Restaurant ร้านกวางตุ้งชื่อดังที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ การันตีคุณภาพด้วยเมนูติ่มซำและเป็ดย่างสูตรพิเศษ หรือจะเป็น Brass House Bangkok รูฟท็อปแจ๊ซบาร์ในสไตล์การตกแต่งยุค1920s สุดคลาสสิก พร้อมวิวเมืองยามค่ำคืน เสิร์ฟอาหารไทยร่วมสมัยสไตล์แคสชวลรสชาติต้นตำรับ พร้อมเพลิดเพลินกับค็อกเทลซิกเนเจอร์ และดนตรีแจ๊ซบรรเลงสด Bloom & Brew Café คาเฟ่คอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในสไตล์โมเดิร์น พร้อมบริการอาฟเตอร์นูนที

“ทางโรงแรมยังตอบโจทย์ Wellness Lifestyle มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจเพลิดเพลินกับ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ Let’s Relax Onsen & Spa ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สำหรับแขกที่เข้าพัก โรงแรมมีพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ ครอบคลุม 2 ชั้น ทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้ายาว 50 เมตร ชมวิวเมืองแบบพาโนรามา ฟิตเนส อุปกรณ์พรีเมียม TechnoGym และ Steam Sauna ให้บริการ โดยมีคลาสออกกำลังกาย เช่น มวยไทย โยคะ รองรับทุกความต้องการ สนุกผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัวที่ Games Room อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ที่รวบรวมทั้งบอร์ดเกม เกมอาร์เคด และเกมส์ออนไลน์ อีกทั้งยังมีบริการ Kids Club พร้อมของเล่นเสริมพัฒนาการจาก Plan Toy ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน”

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม ได้ที่

        • Website: https://grandecentrepointprestige.com/

        • Line@: @gcpprestige

        • Facebook: @gcpprestige

        • Instagram: grandecentrepoint.gcpprestige

        • Email: prestige@gcphotels.com

        • เบอร์โทรศัพท์ : 02 124 1888
#toptotravel

สาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมงเพาะขายพันธุ์ปลาหายากแม่น้ำโขง

คุณสาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด หนองคาย เจ้าของ วิภาวรรณ ฟาร์ม ดูแลฟูมฟักพันธุ์แบบผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ ก่อนส่งขายแบบมืออาชีพ จากเพาะขายพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง สู่เกษตรผสมผสาน แนวทางอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืนของเกษตรกร จังหวัดหนองคาย

ปัจจุบันทำเกษตรผสมผสานด้วยการเพาะขายพันธุ์ปลาและกบ และเลี้ยงสัตว์ พร้อมนำมูลสัตว์และเศษพืชผักมาผลิต กลับมาใช้ทุกกิจกรรม ทั้งยังแปรรูปปลาและกบเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างมูลค่า เสริมรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน…

เจ้าของฟาร์มรายนี้เริ่มต้นจากการเพาะพันธุ์ปลาน้โขงหายาก เพราะมองว่าใช้เวลาเลี้ยงไม่นานก็มีรายได้แล้ว พันธุ์ปลาแม่น้ำโขงที่กำลังจะสูญพันธุ์ ที่เพาะ-ขาย ได้แก่ปลาชะโอน ปลาคัง ปลากดเหลือง พันธุ์ปลาที่เพาะขายจะเน้นชนิดที่คนอีสานตอนล่างรู้จักและนิยมกินเพราะตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

โดยพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดคือปลากดเหลือง ปลาชะโอน และปลาชะโอน จะเพาะในบ่อซีเมนต์ก่อนแล้วย้ายไปอนุบาลในบ่อดิน ตอนนี้มีบ่อทั้งสองชนิดรวมกัน แล้วจะคัดแยกพ่อ-แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ไว้เพื่อใช้ขยายพันธุ์ในแต่ละรุ่นต่อไป

คุณสาธิต บอกว่า ปลาชะโอน ได้รับความนิยมมาก คุณสมบัติที่ดีของชะโอนแม่น้ำโขง คือ มีขนาดใหญ่ จำนวน 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม จึงทำให้เป็นจุดเด่นของความต้องการจากลูกค้า ทั้งผู้บริโภคและพ่อค้า อีกประการเนื่องจากปลาชะโอน แม่น้ำโขง หนองคาย ที่โตตามธรรมชาติมีขนาดเล็กมาก ต่างจากปลาเลี้ยง จึงทำให้ผู้บริโภคสนใจปลาเลี้ยงมากกว่า

คุณสาธิต ไม่ได้เพาะขายพันธุ์ปลาเป็นรายได้เท่านั้น ยังเพิ่มความรู้เปิดโอกาสให้เกษตรกร ศีกษาดูงาน สอนเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาชะโอน และปลาแม่น้ำโขงที่หายาก มีจุดเด่นตรงการคัดสายพันธุ์ของพ่อ-แม่ที่แข็งแรง มีการเจริญเติบโตดีแล้วนำมาผสมไขว้ เพื่อทำให้ลูกปลามีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ทั้งขนาดและเนื้อ มีความทนทานต่อโรค สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ที่ใช้เลี้ยง

สนใจเรียนรู้ ศึกษา รายละเอียดกับคุณลุงสาธิตได้ที่
Facebook : วิภาวรรณ ฟาร์ม
โทร 081 965 4756