All posts by Shanya

เปิดประสบการณ์ตามหาความสุขแบบได้สุขภาพ ที่ THANN Wellness Destination

ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น (THANN Wellness Destination) จ.พระนครศรีอยุธยา 
หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่มากกว่าแค่การนอนหลับพักผ่อน แต่เป็นการ “Reset” ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ อย่างแท้จริง ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น (THANN Wellness Destination) จ.พระนครศรีอยุธยา คือหมุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม รีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาว  ในรูปแบบ Holistic Wellness แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ขับรถจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษๆ สัมผัสความผ่อนคลายระดับพรีเมียม ที่พักที่เหมาะกับ คนรักสุขภาพ สักครั้งนึงในชีวิต THANN Wellness Destination ที่พัก 5 ดาว รูปแบบ Wellnessไม่ไกลกรุงเทพฯ 

ทริปท่องเที่ยวนี้ ออกแบบมาอย่างสมดุล และดีเยี่ยม ได้ทั้งการทำงานร่วมกับสื่อมวลชนและการพักผ่อนเชิงสุขภาพ (Wellness) ท่ามกลางธรรมชาติของอยุธยา ดื่มด่ำกับความหรูหราที่ผสานอย่างลงตัวกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บรรยากาศริมแม่น้ำน้อย ที่โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี ทุกการพักผ่อนคือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่เพียงเติมเต็มความสงบให้จิตใจ แต่ยัง
ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพลัง ด้วยประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ ท่ามกลางความสมดุลของธรรมชาติและความสงบอันเป็นเอกลักษณ์ สัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าการผ่อนคลายเป็นการฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ จิตใจ อย่างแท้จริง รีสอร์ทตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบ

THANN Wellness Destination อยุธยา มีห้องพักทั้งหมด 6 รูปแบบ
(รวมทั้งหมด 47 ห้อง)

Deluxe – ห้องดีลักซ์ ขนาดเริ่มต้นประมาณ 64 ตร.ม. มองเห็นวิวแม่น้ำ   

Suite – ห้องสวีท ขนาดประมาณ 80 ตร.ม. พร้อมพื้นที่นั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน 

Treehouse – บ้านต้นไม้ ดีไซน์โปร่งโล่ง ได้บรรยากาศธรรมชาติ   

One Bedroom Pool Villa – พูลวิลล่า 1 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว
ขนาดประมาณ 124 ตร.ม.

Two Bedrooms Pool Villa (Type A) – พูลวิลล่า 2 ห้องนอน
สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ขนาดประมาณ 213 ตร.ม.   

Two Bedrooms Pool Villa (Type B) / Multi-Bedroom Pool Villa – วิลล่าขนาดใหญ่พิเศษ (สูงสุดถึง 3 ห้องนอน) พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง  เครื่องหอม ครีม สบู่ แชมพู ฯลฯ ในรีสอร์ตแห่งนี้ใช้ของ THANN  ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในคุณภาพระดับพรีเมียม  

THANN Wellness Destination Ayutthaya สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับสปาและทรีตเมนต์ระดับสากลต่อยอดความเชี่ยวชาญจากแบรนด์ THANN ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยใช้ผลิตภัณฑ์สปาธรรมชาติคุณภาพสูง พร้อมเทอราปิสผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลให้อย่างพิถีพิถัน ฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ และจิตใจที่ THANN Wellness Destination ที่พักที่เหมาะกับ คนรักสุขภาพ สักครั้งนึงในชีวิต THANN Wellness Destination ที่พัก 5 ดาว รูปแบบ Wellness ไม่ไกลกรุงเทพฯ เพราะขับรถไปเพียง 1 ชั่วโมงเศษจาก กทม. โดยไม่ต้องเข้าไปยังตัวเมืองอยุธยา ที่นี่มีความเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ นับเป็นสถานที่ซึ่งห่างไกลจากความวุ่นวาย

ช่วงเวลาที่ดีในการแจก Refreshing Drink สไตล์ THANN เพื่อให้ผ่อนคลายจากการเดินทางความพิเศษของ Refreshing Drink สไตล์ THANN อยู่ที่การ
นำปรัชญา Holistic Wellness (สุขภาวะแบบองค์รวม) มาผสมผสานเข้ากับศาสตร์แห่งสมุนไพรและพฤกษชาติอย่างลงตัว  ส่วนผสมจากสมุนไพรและพฤกษชาติตามธรรมชาติเมนูเครื่องดื่มเน้นการใช้สมุนไพรไทย ผลไม้สด และ
ชาพรีเมียม โดยไม่มีสารเคมีปรุงแต่งหรือน้ำตาลสังเคราะห์ เพื่อให้ร่างกายได้
รับประโยชน์จากธรรมชาติแท้ ๆ  รสชาติเพื่อการผ่อนคลาย THANN มีความเชี่ยวชาญด้านสุคนธบำบัด (Aromatherapy)  นำเอกลักษณ์ของกลิ่นสมุนไพร เช่น ตะไคร้, ใบเตย, ดอกอัญชัน, ส้ม หรือขิง มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นทั้งประสาทสัมผัส รสชาติ และกลิ่น ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายตั้งแต่จิบแรกสดชื่น  เรียกได้ว่าขับรถมาเหนื่อยๆ ก็รู้สึกดีขึ้นเลย ฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ

Afternoon Tea ริมแม่น้ำน้อย บ่ายนี้พักใจจากความวุ่นวาย ลองให้เวลาตัวเองกับชุดน้ำชาที่ค่อยๆละเมียดในทุกคำ ทั้งของหวาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังร้อยเรียงเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านขนมและเครื่องดื่มในทุกคำ เหมาะสำหรับการนัดพบคนพิเศษ หรือการใช้เวลาในวันหยุดอย่างมีคุณค่า ความประณีตสะท้อนวัฒนธรรมขนมและของว่าง ในชุดได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยดึงเอกลักษณ์กลิ่นอายท้องถิ่นหรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาผสมผสาน กับศาสตร์การทำเบเกอรี่ร่วมสมัย

พิเศษ สิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี เติมเต็มวันหยุดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยการเดินชมงานศิลปะหรือโบราณวัตถุล้ำค่า ช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจหลังอิ่มอร่อยกับชุดน้ำชา คุ้มค่ากับประสบการณ์ในราคาเพียง 1,000 บาท/ต่อชุด ได้ทั้งความเพลิดเพลินด้านรสชาติและประสบการณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่กันไปบรรยากาศริมแม่น้ำ

เงื่อนไขและข้อกำหนด
– กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า เท่านั้น
– กำหนดให้สั่งชุดน้ำชายามบ่ายท่านละ 1 ชุด
– ให้บริการเฉพาะ วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

ลองไปสัมผัสโซน Aromatherapy Bath หรือ ออนเซนของ THANN Wellness Destination ด้วยตัวเอง ถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่ทำให้การพักผ่อนครั้งนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ  การได้แช่น้ำปรับอุณหภูมิสลับไปมา 3 ระดับ พร้อมสูดกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยเอกลักษณ์สไตล์  THANN ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นประสบการณ์การ  “Reset”  ร่างกายและจิตใจที่หาจากที่อื่นได้ยากมาก

 – Aromatherapy Bath ผ่อนคลายกับบ่อแช่ตัวที่อุณหภูมิต่างกัน 3 ระดับ  พร้อมผ่อนคลายกับกลิ่นหอมจากน้ำมันระเหยที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจการสลับแช่น้ำในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน 3 ระดับ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดสะสมตื่นตัวและผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว

 – Salt Therapy Room ศาสตร์การบำบัดด้วยเกลือ (Halotherapy)
บรรเทาอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงแก้ปัญหาโรคผิวหนัง หรือผื่นแพ้ต่างๆ

 – Spa Treatment เพื่อความผ่อนคลายที่มีให้เลือกกว่า 12 รายการ สถานที่กว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย เน้นโทนสีธรรมชาติ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมผลิตภัณฑ์ห้องน้ำเต็มรูปแบบจากแบรนด์ THANN

 – คลาสออกกำลังกาย กิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย และกิจกรรมสันทนาการ

เพราะชีวิตที่ดี คือ  ชีวิตที่พบความสมดุลจากภายใน กิจกรรม Wellness ฟรีตลอดวันตารางกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย เช่น โยคะ, พิลาทิส, ฟิตเนส, คลาสออกกำลังกายในน้ำ (Aqua Exercise), รวมถึงการทำเวิร์กช็อปต่าง ๆ

อาหารเช้า และอาหารเย็น  มาภายใต้คอนเซปต์ Farm to Table เน้นวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลและปลอดสาร มื้อกลางและเย็นจะเสิร์ฟมาเป็นเมนูเซ็ตจำนวน

3 คอร์ส ที่เราสามารถเลือกจานหลักได้ เช่น แซลมอนกับเส้นแองเจิลแฮร์ในซอสพอนสึส้มยูสุ หรือเต้าหู้ทอดซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล  หรือ สปาเก็ตตีต้มยำกุ้งล็อบสเตอร์แคนาเดียน ซึ่งเมนูจะสลับเปลี่ยนทุกวันเพื่อให้ไม่รู้สึกจำเจ

อาหารเช้าและอาหารเย็นของ THANN Wellness Destination (อยุธยา) จากประสบการณ์ของผู้เข้าพักและจุดเด่นของห้องอาหาร   คอนเซปต์อาหารของที่นี่เน้น Farm to Table วัตถุดิบสดใหม่ ปลอดสารพิษ และคำนึงถึงสุขภาพ (Holistic Wellness) จุดเด่นคือแพเกจที่พักส่วนใหญ่เป็นแบบ All-Inclusive ที่ให้ผู้เข้าพักสามารถสั่งเมนูต่าง ๆ ได้แบบ Full Course ไม่อั้น มื้อเช้า (Breakfast)ให้บริการแบบสั่งจากเมนู (A La Carte Order) ทำสดใหม่จานต่อจาน ควบคู่กับไลน์บุฟเฟต์เครื่องดื่ม ผลไม้ ชา/กาแฟ และเบเกอรี่เมนูไฮไลต์:ข้าวต้มหอยเชลล์ (Scallop Rice Soup) เมนู Signature ยอดฮิต รสชาตินุ่มนวล หอมน้ำซุป และใช้หอยเชลล์ตัวโตสดหวาน   ข้าวต้มเห็ดแชมปิญองไข่ปลาแซลมอน / ข้าวต้มปลากะพง: สำหรับคนชอบเมนูเบา ๆ ยามเช้า   อาหารเช้าสไตล์ตะวันตก & ไทย ไข่เบเนดิกไส้กรอกเป็ด, ขนมปังอบชีสหน้าเห็ดแชมปิญองและแฮม, แพนเค้กเบคอน  รสชาติกลมกล่อม ไม่หนักเกินไป ปริมาณพอดีต่อจาน ทำให้ลองชิมได้หลากหลายเมนู   

ส่วนมื้อเย็น  เสิร์ฟเป็น Fine Dining Course โดยเชฟจะจัดเสิร์ฟ Starter/Soup ให้ก่อน แล้วให้เลือกสั่ง Main Course และ Dessert
ได้ตามใจชอบ

เมนูไฮไลต์ Australian Ribeye Steak / Pork Chop เนื้อออสเตรเลียย่างมาอย่างดี นุ่มมาก รสชาติตรงตามมาตรฐานพรีเมียม Lobster Tail Risotto รีซอตโต้กุ้งล็อบสเตอร์เข้มข้น เนื้อกุ้งเด้งหวานเมนูสปาเก็ตตี & อาหารไทย: สปาเก็ตตีต้มยำกุ้งล็อบสเตอร์, แซลมอนซอสพอนสึส้มยูสุ หรือเซ็ตอาหารไทยรสจัดจ้าน  ของหวาน มีให้เลือกทั้งขนมไทยฟิวชัน และเบเกอรี่พรีเมียมเสิร์ฟปิดท้ายมื้อ   วัตถุดิบคุณภาพสูงระดับ 5 ดาว การจัดจานสวยงามประณีต รสชาติเน้นความสมดุล ไม่จัดจ้านเกินไปจนเสียสุขภาพ แต่ยังคงความอร่อยไว้ได้อย่างลงตัว

สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเชิงสุขภาพ (Holistic Wellness) แบบเหนือระดับริมแม่น้ำน้อย จ.อยุธยา ขับรถจากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงเศษ ก็จะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันเงียบสงบ พร้อมการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

รอบนี้ THANN Wellness Destination จับมือกับ Toptotravel มอบส่วนลดราคาพิเศษสุดคุ้ม เพียงใช้โค้ด DTW-toptotravel เมื่อสั่งจองห้องพัก

โปรโมชันราคาพิเศษสำหรับ 2 ท่าน (1 คืน) มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ:

1-Room with Breakfast Package
ราคาพิเศษเพียง 5,500 บาท
เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการพักผ่อนสบาย ๆ พร้อมอิ่มอร่อยกับมื้อเช้าสดใหม่คุณภาพพรีเมียม

2-All-Inclusive Package
ราคาพิเศษเพียง 15,500 บาท
จัดเต็มความผ่อนคลายแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งห้องพัก อาหารคุณภาพระดับ Fine Dining ครบทุกมื้อ (รวมถึงมื้อเย็นสุดพิเศษ) พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม Wellness และสปาทรีตเมนต์แบบเต็มอิ่ม

ระยะเวลาการจอง: ตั้งแต่วันนี้ – 15 ตุลาคม 2569
ระยะเวลาเข้าพัก: สามารถเข้าพักได้ถึง 20 ธันวาคม 2569

วิธีการรับสิทธิ์: แอด Line OA: @thannwellness
แจ้งโค้ด DTW-toptotravel กับเจ้าหน้าที่เพื่อรับราคาสุดพิเศษนี้ได้ทันที!

โอกาสดี ๆ แบบนี้อย่ารอช้า มาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับที่  THANN Wellness Destination อยุธยาด้วยกันนะคะ 

THANN Wellness Destination Address
ริมแม่น้ำน้อย บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
Contact: 035 910 910

Website: www.thannwellness.com/
Map: https://maps.app.goo.gl/nqeXbCPAGJEyZSUEA

#THANN #THANNSanctuary #THANNWellnessDestination
#THANNThailand #Spa #WellbeingMoment #toptotravel

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย… ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย

ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว#toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

“GIT” ผนึกกำลัง จัดสัมมนาวิชาการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย

“GIT” ผนึกกำลัง DITP – GIA – eBay จัดสัมมนาวิชาการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย ในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 74

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมพันธมิตรระดับโลกอย่าง GIA และ eBay เตรียมจัดสัมมนาวิชาการและกิจกรรมภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 74 ระหว่างวันที่ 9 – 11 กันยายน 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

เพื่อเสริมองค์ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจตลอด 3 วัน อาทิ
●Gemstone Color Stability Testing – การพัฒนาระบบทดสอบด้วย LED และผลกระทบจากการฉายรังสีต่ออัญมณี
●Titanium in Jewelry – วัสดุใหม่ ความเป็นไปได้ใหม่ในการออกแบบและผลิต
●Grow Your Gems & Jewelry Business Globally with eBay – กลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านอีคอมเมิร์ซ
●Jade Markets in Southeast Asia and Origin Determination – ทิศทางตลาดหยกและการพิสูจน์แหล่งกำเนิด
●From Pure Gold to Durable Gold / Beyond the Shine – นวัตกรรมทองคำ 24K ความแข็งแรงสูง และโลหะมีค่าเพื่อความยั่งยืน
●If AI Can Do Everything, What’s Still Ours? – บทบาทของมนุษย์ในยุคที่ AI เข้ามามีส่วนในอุตสาหกรรม
●Emerald Color Mapping for Gemological Applications และ Beyond the 4Cs – บทเรียนจากอุตสาหกรรมเพชรสู่วงการพลอยสี
●From Cultural Spirits through the Journey of Jewels – มุมมองด้านศิลปะและจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมในงานเครื่องประดับ
●The Legacy of Pearl Testing at GIA และ The Impact of Fluorescence on Diamond Appearance โดยผู้เชี่ยวชาญจาก GIA สหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายจาก Lotus Gemology ในหัวข้อ Lab Notes & Field Notes และการเสวนาเจาะลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์อัญมณีขั้นสูง เทคโนโลยี AI การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงแนวทางความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ถือเป็นหนึ่งในเวทีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญระดับโลก จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง สร้างมูลค่าการค้าและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ทาง QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Bangkok Gems & Jewelry Fair
Instagram: bkkgemsofficial
เว็บไซต์: www.bkkgems.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน
คุณรุ่งอรุณ จันทร์ขอนแก่น โทร. 02 634 4999 ต่อ 631

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
ขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน
ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 

ทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง

เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ

กิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด
ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด

ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านการค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ


ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)

สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช

THAINIQUE
ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)
ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess
….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE# ADVENTURE อย่างประทับใจ ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด การันตีความพิเศษ

ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร (จากกรมการท่องเที่ยว) นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหรา โรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ

ปิดทริปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ นับเป็นการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแสงสีริมน้ำ ความครึกครื้นของสตรีทฟู้ดระดับโลก และการพักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์สัมผัสแสงสีและความมีชีวิตชีวา ยามค่ำคืน ทานอาหารค่ำที่ เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยแสงไฟจากสถานที่สำคัญ ทั้งพระปรางค์วัดอรุณฯ สะพานพระราม 8 และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แสงสีริมน้ำสร้างบรรยากาศคลาสสิก ปนความโรแมนติกได้อย่างลงตัว  ปิดท้ายมื้อค่ำประสบการณ์ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส (Chao Phraya Princess) ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศตระการตาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

เยาวราช  ย่านอาหารที่ไม่เคยหลับไหล (สตรีทฟู้ดเยาวราช)ตะลุยย่านการค้าและอาหารที่ไม่เคยเงียบเหงา กลิ่นหอมของอาหารจานด่วนริมทาง ทั้งก๋วยจั๊บ หมูกรอบ ขนมหวาน และร้านอาหารระดับมิชลิน guide ปลุกความคึกคักตลอดแนวถนน แสงไฟนีออนหลากสีสันและผู้คนที่ขวักไขว่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเยาวราชได้อย่างมีเสน่ห์

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก

โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown) ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดาย

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโครงการ I’m Chinatown ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกรเพียงไม่กี่นาที เดินทางไปสตรีทฟู้ดเยาวรา ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกรมีที่จอดรถ
โทร : 022208999 

รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง

ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต
ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์

สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญ คือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค
ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

กิจกรรม: ชมสาธิตและทดลอง “ตกปู ตักปู มัดปู” ปูทะเลเลี้ยง

กิจกรรม: ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด

อบก. หนุนท้องถิ่น ลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero


อบก. หนุนท้องถิ่น ลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero จัดแคมเปญท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำทั่วไทยพร้อมมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City ตั้งเป้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำยั่งยืน

(กรุงเทพมหานคร 28 สค. 2569) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเสริมพื้นที่ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 33 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ รวมทั้ง Net Zero Pathway จำนวน 15 เทศบาล และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลกว่า 120,000 บาท โดยมี นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพมหานคร

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เปิดเผยว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เห็นถึงความสำคัญและได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและกำหนดทิศทางการดำเนินงานในอนาคต เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 จึงได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การสนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด

ทั้งนี้ อบก. เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยสนับสนุนให้แสดงเจตนารมณ์ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และจัดทำแผนมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Pathway) ในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวให้ชุมชนของตนเอง ผ่านการจัดทำโครงการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 17 จังหวัด ภาคใต้ 8 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ และโครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมืองชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เทศบาลตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลวัดประดู่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลหลักเมือง จังหวัดราชบุรี เทศบาลเมืองบางกะดี จังหวัดปทุมธานี เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลตำบลดีลัง จังหวัดลพบุรี เทศบาลตำบลตลาดเกรียบ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี เทศบาลตำบลสุนทรภู่ จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลหนองควาย จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลเหมืองจี้ จังหวัดลำพูน

นอกจากนี้ อบก. ยังเล็งเห็นความสำคัญภาคการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในหลากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน อบก. จึงเร่งการสื่อสารเชิงรุกประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำในพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ผ่านการจัดโครงการประกวด Green Awareness Digital Campaign : “เที่ยวไทย ไม่ทิ้งคาร์บอน” (Thailand Carbon-Free Tourism) พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักรู้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างเทรนด์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานบริการของ อบก. เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ เข้าถึงเรื่องสังคมคาร์บอนต่ำ การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ การจัดการก๊าซเรือนกระจก และการร่วมสื่อสารประเด็นลดก๊าซเรือนกระจกในวงกว้าง

โอกาสนี้ อบก. ได้จัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 34 แห่ง โครงการ Net Zero Pathway จำนวน 15 แห่ง และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 120,000 บาท ให้กับผู้ชนะการประกวดจากประเภทต่าง ๆ รวมจำนวน 10 ทีม จากผลงานการประกวด 141 คลิป จากทั่วประเทศ แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม คาปิบาร่าแมน รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม มาดิวัยรุ่น รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม สร้างสรรค์สุข รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท รางวัลชมเชย จำนวน 4 ทีม ได้แก่ ทีม Maitree Verb , ทีม กรีนเที่ยวไทย ทีม DCC รักโลก และ ทีม เถาวัลย์พันขา รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท

นอกจากนี้ ยังรางวัล Popular Vote อีก 3 รางวัล โดย Popular Vote อันดับ 1 ได้แก่ ทีม Carbon Free Day รับโล่พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท ส่วน Popular Vote อันดับ 2 ได้แก่ ทีม Children_s Dreams รับโล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และ Popular Vote อันดับ 3 ได้แก่ ทีม EcoX รับโล่พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาทสำหรับผลงานคลิปท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ยูทูป อบก.

https://www.youtube.com/playlist?list=PLDdE4QindTPw

10+10 MICE Adventure ลุยน้ำ เลาะป่า ท้าคลื่น ชื่นมื่นเมืองเก่า เที่ยวผจญภัย เส้นทาง ระยอง – พัทยา

ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart เส้นทางที่ 8 ชลบุรี-ระยอง นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route  เติมความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชนและวัฒนธรรมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นลุยน้ำ พายคายัค ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการนันทนาการ จากกรมการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กว่า 3,800 ไร่ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ป่าดึกดำบรรพ์กลางน้ำ”  ลอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณ ตื่นตากับความสวยงาม และ Unseen ไปกับแพหญ้าหนังหมา ผืนหญ้าใหญ่ลอยน้ำที่สามารถไปยืนได้ โดยมี คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง ให้การต้อนรับคณะเดินทาง 

คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง (ตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งรวบรวมพรรณไม้ภาคตะวันออกที่มีความอุดมสมบูรณ์ระดับชาติ บนพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติธรรมดา แต่ยังมีประโยชน์รอบด้านทั้งในเชิงนิเวศ การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน

สัมผัสบรรยากาศสุด Unseen ที่ อุโมงค์เสม็ดโบราณ พายเรือคายัคลอดผ่านซุ้มต้นเสม็ดขาวอายุกว่าร้อยปี สัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านใบไม้สีเขียว ท่ามกลางอากาศร่มรื่น สดชื่น และความเงียบสงบที่ชวนให้ผ่อนคลายสุดๆ 

ค่าเช่าคายัค ชม.ละ 100 บาท นั่งได้ 2-3 คน นะคะ ที่นี่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
ที่นี่….มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ (Recreational Attraction Standard) คือเกณฑ์การประเมินคุณภาพจาก กรมการท่องเที่ยว ที่กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นสำหรับพักผ่อน หย่อนใจ และให้ความรู้ เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก หรือสวนสาธารณะ นอกจากจะมีจุดไฮไลท์ในการพายเรือคายัครอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณแล้ว ยังมีจุดลอดสะพานไม้ ที่ผู้พายเรือคายัคต้องเอนตัวลงนอนเพื่อลอดไปให้ได้ เรียกรอยยิ้มให้แก่ผู้มาผจญภัยเป็นอย่างมาก 

“ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของสวนพฤกษ์ฯ “ เจ้าหน้าที่บอกกับเราตั้งแต่แรกเข้าสู่ภายใน จริงดังว่า ในอดีตที่เคยมาแล้ว เมื่อปีก่อน ระดับน้ำยังไม่ขึ้นขนาดนี้ บางพื้นที่ของสภาพป่าดึกดำบรรพธ์กลางน้ำที่เห็นยังไม่สามารถนำเรือเข้ามาได้ แต่วันนี้นอกจากจะนำเรือเข้ามาได้ บางจุดยังสามารถลุยน้ำเข้าไปชื่นชมได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

หลังจากทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน เจ๊หน่องแซ่บเว่อร์ เป็นการเยี่ยมชมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส โดยขบวนรถพ่วงข้าง ร่วมย้อนเวลาหาอดีตที่ชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส เปลี่ยนโหมดมาเสพงานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เดินเล่นชิลๆ ชมบ้านเรือนโบราณและวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากกรมการท่องเที่ยว 

เที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส (นั่งรถพ่วงข้างย้อนวันวาน) หากกำลังมองหาทริปสโลว์ไลฟ์ที่ได้ทั้งสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมและดื่มด่ำประวัติศาสตร์ การนั่ง รถพ่วงข้างท่องเที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบรรยากาศย้อนยุค ขบวนรถพ่วงข้างจะพาแล่นลัดเลาะไปตามบ้านไม้โบราณริมน้ำ สัมผัสวิถีชีวิตอันเงียบสงบและเป็นกันเองของชาวบ้านในชุมชน

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชมจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของปากน้ำประแส ทั้งศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเรือหลวงประแส (เรือรบปลดประจำการที่ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์) เสน่ห์ท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ และขนมโบราณฝีมือคนในพื้นที่ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกับมุมสวยๆ ตลอดเส้นทาง

ก่อนจะมาสูดโอโซนให้เต็มปอดที่ทุ่งโปรงทอง ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเท้าลัดเลาะสะพานไม้ศึกษาธรรมชาติท่ามกลาง ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทอง สีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา ฮีลใจได้ดีที่สุดและร่วมกันปล่อยปูเพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่ป่าชายเลนตลอดไป 

กิจกรรมเดินเท้าบนสะพานไม้ลัดเลาะ “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลนสุดอันซีนระยองวันนี้มาแวะเช็คอินถ่ายรูปที่ทุ่งโปร่งทอง จ.ระยอง บอกเลยว่าแสงสวยมาก โชคดีที่ไปช่วงแดดออกกำลังดี ทำให้ยอดใบของต้นโปรงทองกระทบกับแสงแดดจนกลายเป็นสีเขียวอมทองอร่ามตาไปทั่วทั้งทุ่ง ตัดกับสีของสะพานไม้เก่าแก่ ให้ฟีลธรรมชาติ

แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะไม่แข็งเกินไป ได้รูปออกมาปังแน่นอน แถมอากาศเดินสบายไม่ร้อนด้วย ใครยังไม่เคยมา แนะนำให้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เดินเล่นรับลม ชมธรรมชาติที่ทุ่งโปร่งทอง ชาร์จพลังให้เต็มที่ 

หลังจากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อน โดยพักกันที่ โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม 

โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน (Bay Beach Resort Jomtien) ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม จากกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงคุณภาพความปลอดภัยและการบริการที่เชื่อถือได้ โดยมีข้อดีและจุดเด่นสำคัญ ดังนี้:มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง ได้รับการตรวจประเมินทั้งด้านระบบความปลอดภัย อาคารสถานที่ ความสะอาด และสุขอนามัยตามเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว ช่วยให้ผู้เข้าพักมั่นใจได้ในคุณภาพทำเลดีติดหาดจอมเทียน ตั้งอยู่ตรงข้ามชายหาด เพียงเดินข้ามถนนก็ถึงหาดจอมเทียน สะดวกต่อการเดินเล่น ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือทำกิจกรรมริมทะเลความสะดวกสบายในการเดินทางและหาของกิน อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ร้านอาหาร ร้านขายยา และใกล้ตลาดประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องฟิตเนส ห้องอาหารที่รองรับบุฟเฟต์เช้าหลากหลาย รวมถึงระเบียงส่วนตัวในห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลหรือวิวเมืองรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม มีห้องพักกว้างขวาง เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางแบบคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก และกลุ่มเพื่อน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้ใช้รถเข็น

วันที่สองของการเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันเหมาะสำหรับการพักผ่อนที่มีสันทนาการหลากรูปแบบ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พาเราไปท้าคลื่นกันด้วยกิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน โดยคุณอมรา วิจิตรหงส์ เจ้าของอมรา วอเตอร์สปอร์ต โรงเรียนสอนกีฬาวินเซิร์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย 

กิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน
เปิดประสบการณ์ทางน้ำสุดชิลและฟินไปกับคลื่นลมทะเลที่ Amara Watersport จุดเช็กอินสายแอคทิวิตี้ริมหาดจอมเทียน-นาจอมเทียน  เรียนรู้ง่าย มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: มือใหม่ไม่ต้องกังวลเพราะมีครูฝึกคอยสอนพื้นฐานการพายและการทรงตัวอย่างใกล้ชิด ทำให้เริ่มต้นพายได้สบายๆ

บรรยากาศสุดชิลล์ ได้ทั้งความชิล ถ่ายรูปสวยเป๊ะปัง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอุปกรณ์และบริการครบครัน ทางร้านเตรียมอุปกรณ์ safety เสื้อชูชีพ และมีสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายไว้รองรับครบถ้วน

ปิดท้ายด้วยการเก็บขยะชายหาด นำมาผลิตเป็นของประดับ เครื่องใช้ เที่ยวแบบฟื้นสร้าง จากขยะที่เก็บจากทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ (ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมริมชายหาดบ้านอำเภอ

แนวคิดเที่ยวแบบฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการรวมกลุ่มทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณชายหาดบ้านอำเภอ

การแปรรูปขยะทะเล โดยการนำขยะพลาสติกและเศษวัสดุที่เก็บได้จากชายหาดมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ณ โรงรีไซเคิลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เพื่อชุบชีวิตขยะให้กลายเป็นของประดับ ของใช้ และของมีค่า เพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure: เป็นหนึ่งในจุดจอดและทำกิจกรรมไฮไลท์ของเส้นทางท่องเที่ยวแนวผจญภัยและอนุรักษ์ (เช่น เส้นทางชลบุรี-ระยอง ของ กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism) ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความสนุกของกิจกรรมทางน้ำ และร่วมทำประโยชน์คืนสู่ธรรมชาติ

กิจกรรม FAM Trip 10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart
จัดโดยกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นมิติใหม่ของการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ให้เข้ากับกลุ่มตลาดไมซ์ (MICE) เพื่อตอบโจทย์คนทำงานและองค์กรรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมแบบเดิมๆ มาสู่การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจความพิเศษไฮไลต์ของกิจกรรมผสาน Work & Play อย่างลงตัวเปลี่ยนกรอบการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรม Team Building ในห้องแอร์เดิมๆ ให้กลายเป็นการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ผจญภัยที่ตื่นเต้นและสร้างความผูกพันในทีม (Team Bonding) เส้นทางท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ครอบคลุมทั้งสายลุย สายธรรมชาติ และสายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่น เส้นทางพิษณุโลก-สุโขทัย (ล่องแก่ง ผจญภัยถ้ำ ปีนผาชุมชน สัมผัสมรดกโลก) หรือเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคี (Networking) เป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 

เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure ที่ใช้งานได้จริงในระดับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และกระจายรายได้: เน้นทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น นำอัตลักษณ์และกิจกรรมผจญภัยในพื้นที่มาสร้างคุณค่าใหม่ ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างมีทิศทาง

#กรมการท่องเที่ยว #DOT #MICEAdventureRoute

ทริปสุดฟิน FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” เชียงใหม่ – ลำพูน

เหนือกว่าที่คิด ลุยกว่าที่เคย เปิดเส้นทาง MICE Adventure เชียงใหม่–ลำพูน กรมการท่องเที่ยว ชวนคนทำงานสายกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ MICE Adventure ณ ชุมชนบ้านสบวิน ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ องค์กร บริษัท และหน่วยงานยุคใหม่ (MICE) ที่ต้องการจัดกิจกรรม Team Building, Outing หรือ Incentive Trip ที่แตกต่าง มีพลัง และคุ้มค่าเงินทุนมากที่สุด

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route ระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2569

FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” หนีงานมาเติมพลังสมองและหัวใจกับทริปสุดมันส์แบบ Slow Life แต่แอดเวนเจอร์สุดๆ สัมผัสความงามของวัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติแบบแนบชิดในสองจังหวัดพี่น้อง เชียงใหม่ – ลำพูน ทริปเดียวที่ครบเครื่องเรื่องเที่ยว กิน และเรียนรู้

เปิดประสบการณ์ด้วยภารกิจพิชิต “พระธาตุศรีเมืองปง” ณ วัดอรัญญาวาส อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ท้าทายความฟิตด้วยการเดินขึ้นบันไดกว่า 900 ขั้น พร้อมชมความโดดเด่นของโลหะปราสาท แห่งที่ 2 ของไทย แห่งที่ 4 ของโลก

มุ่งหน้าสู่ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้และเรือจำลองสัมผัสเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน เพราะหลายคนมักจะนึกถึงที่นี่แค่เรื่องการล่องแพหรือเล่นน้ำกับช้าง แต่ยังมีกิจกรรม การทำของเล่นไม้และเรือจำลอง และเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยการ ล่องแพไม้ไผ่ลำน้ำแม่วาง แวะเล่นน้ำกับช้าง

วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้

ทันทีที่แพเริ่มออกตัว สายน้ำแม่วางที่ไหลเย็นจัดจะค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาทักทายฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า ความรู้สึกเย็นวาบนั้นช่วยปลุกความสดชื่นได้อย่างประหลาด ละอองน้ำกระเซ็นโดนผิวเป็นระยะตามแรงปะทะของแก่งเล็กๆ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา ความรู้สึกตอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบน แพไม้ไผ่ที่พาดเรียงกันเป็นลำ แล้วปล่อยให้มันลอยไปตามกระแสน้ำแม่วาง เป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้กดปุ่มหยุดเวลาให้ชีวิตที่เร่งรีบได้เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะของธรรมชาติ

ไฮไลต์ที่สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ คือกิจกรรมใกล้ชิดกับ “น้องช้าง” ทั้งการอาบน้ำและให้อาหารช้าง เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสความน่ารักของช้างอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศของชุมชนบ้านสบวิน

ความสนุกที่ชุมชนบ้านสบวิน (อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่) ขอยกให้เป็นหนึ่งในพิกัดลุยธรรมชาติที่ สนุก มันส์ และฮีลใจสุดๆ โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดอย่างการ “เล่นน้ำกับน้องช้าง” ท่ามกลางลำน้ำแม่วางที่ไหลเย็นฉ่ำ ยิ่งถ้าได้มาเจอบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าฟินจนไม่อยากกลับบ้าน

จากเชียงใหม่เดินทางต่อสู่จังหวัดลำพูน เปลี่ยนโหมดสู่ Active Adventure ด้วยการปั่นจักรยานชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยว โดยชุมชนตำบลอุโมงค์ เรียนรู้วิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมลงมือทำเมนูสร้างสรรค์อย่าง “ไส้อั่วลำไย”

การชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน คือกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสสวนลำไย GI พันธุ์แท้ เช่น เบี้ยวเขียวและสีชมพู เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และชิมอาหารท้องถิ่นสร้างสรรค์อย่างไส้อั่วลำไย ในบรรยากาศวิถีชุมชนที่อบอุ่น

ช่องทางการติดต่อ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์
โทรศัพท์: 062-324-7951 หรือ 083-766-5150
ติดต่อคุณคณาวุฒิ ติปิน – ประธานชุมชน
Facebook Page: การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์

ปิดท้ายเส้นทางด้วยการ สักการะพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และแวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญชัยและประตูท่านาง หนึ่งในประตูเมืองโบราณที่สะท้อนเรื่องราวของนครหริภุญชัย การไปสักการะพระธาตุหริภุญชัยในวันที่ฝนตก ทำให้บรรยากาศที่สงบ เงียบสงบ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาที่แตกต่างจากวันแดดแรง แม้จะมีความเปียกชื้น แต่ความงดงามอลังการขององค์พระธาตุสีทองอร่ามที่ตัดกับท้องฟ้าครึ้มฝน และประกายหยาดน้ำฝนบนหลังคาวิหารศิลปะล้านนา ก็เป็นภาพจำที่ประทับใจและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนเมืองลำพูน

ก่อนกลับสนามบินเชียงใหม่ ไกด์เล่าถึง ประตูเมืองลำพูน เราต้องย้อนไปถึงอดีตอันรุ่งเรืองของ นครหริภุญชัย เมืองโบราณที่มีผังเมืองอันเป็นเอกลักษณ์รูป หอยสังข์ โดยมี แม่น้ำกวง โอบล้อมเป็นคูเมืองธรรมชาติทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกมีการขุดคูเมืองขึ้นมาเชื่อมต่อกันในอดีตลำพูนมีประตูเมืองหลักอยู่ 5 ประตู ซึ่งแต่ละประตูทำหน้าที่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจซ่อนอยู่เชื่อกันว่าเป็นท่าเรือที่พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ทรงใช้เสด็จประทับเรือเมื่อครั้งเดินทางมาถึงเมืองลำพูน ปัจจุบันกำแพงเมืองโบราณจะเหลือเพียงบางส่วน แต่อิฐเก่าสีส้มที่เรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง ก็ยังคงบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของราชธานีแห่งแรกในภาคเหนือได้อย่างงดงาม แม้ในวันที่สายฝนโปรยปรายลงมา

ก่อนกลับ… มาถ่ายรูปเก็บ “ความสุขร่วมกัน”เมื่อฝนเริ่มซา เม็ดฝนบนใบไม้และโคมไฟล้านนาจะสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกและเหมาะมากสำหรับการบันทึกภาพความทรงจำร่วมกันก่อนจบทริปเมืองลำพูน เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกลับกลับกรุงเทพฯ

10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

ทริปสุดฟิน FAMTRIP Work Hard Play Smart ADVENTURE เชียงใหม่ – ลำพูน
#DOT #กรมการท่องเที่ยว #MICE #เชียงใหม่ #ลำพูน

ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

“ครู” ทั้งนี้โดยศัพท์คำว่า ครู มาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า “หนัก” อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย ท่านเป็นดังดวงประทีปทางปัญญาให้แก่ศิษย์คอยประคับประคอง ส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกวิถีทาง บางคนถึงให้จำกัดของคำว่าครู คือ แม่คนที่ 2 

ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สาขาพญาไท และ  บองมาร์เช่) เหรัญญิก สมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ และงานสาธารณกุศลหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ที่ท่านได้เสียสละและอุทิศเวลาทำเพื่อสังคม ควบคู่กับการเป็นแม่พิมพ์ของชาติมากว่า 30 ปี ผลงานการเขียนหนังสือ “ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู” คือผลงานที่สะท้อนความเป็นครูในแบบ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์

“ความสุขนั้นหาง่ายมาก ถ้าเราเปิดใจเปิดตามองไปสิ่งใกล้รอบๆตัวเรา แต่เรามักมองหาความสุขที่อยู่ไกลตัว ยิ่งไกลเรายิ่งมองหา แล้วบอกว่านั่นคือความสุข”

นี่คือแบบอย่างของครูวัย 82 ที่ชื่อ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ขอเชิดชู ในวันครู 2563

กรมการท่องเที่ย จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart”

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุมและการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ โดยเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City

ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทาง นครราชสีมา–นครนายก นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure – Nature – Culture – Community – Sustainability-CSR

เริ่มต้นที่ จ.นครนายก เปิดโหมด Adventure กับกิจกรรม ล่องแก่งเขื่อนขุนด่าน สัมผัสความสนุกและความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง สามารถล่องแก่งได้ตลอดปีจุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานหลังเขื่อนขุนด่านปราการชลเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วง 2-7 กิโลเมตรใช้เวลาในการล่อง 1-2 ชั่วโมง

หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก

ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยบรรยากาศภูเขา ลำธาร และพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

เป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นชาติพันธุ์ลาว ทั้งภาษา อาหารพื้นบ้าน การแต่งกาย การแสดงพื้นบ้าน มีการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ปั่นจักรยานลัดเลาะสวนหมากและสวนดอกดาหลา เรียนรู้การทำจานกาบหมากเพื่อลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

ช่วงค่ำเปิดประสบการณ์ Night Safari ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ Night safari ส่องสัตว์กลางคืนที่เขาใหญ่ กิจกรรมประจำที่ไปทุกครั้งก็ต้องเเวะทำทุกครั้ง รอบนี้ถือว่าเจอสัตว์หลากหลาย ทั้งหมาจิ้งจอก พญากระรอกบิน เเละนกกลางคืน สนุกดีได้ลุ้นตลอดทาง กิจกรรม Night Safari (ส่องสัตว์ยามค่ำคืน) ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าบริการ 600 บาทต่อคัน (นั่งได้ไม่เกิน 8-10 คน) ให้บริการวันละ 2 รอบ คือเวลา 19:00 น. และ 20:00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยต้องติดต่อจองที่ศูนย์บริการนักก่อนเวลา 18:00 น. สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืน

ก่อนพักผ่อน ณ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว โรงแรมสไตล์รีสอร์ท 4 ดาว โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ การตกแต่งเน้นโทนสีสบายตา พื้นที่ส่วนกลางร่มรื่น และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย

เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว

เช้าวันใหม่มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพกังหันลมยักษ์และอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานหรือรถกอล์ฟ พร้อมเรียนรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

ก่อนเติมความสนุกที่ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กับกิจกรรม ATV ยิงธนู และปืนเลเซอร์ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ (Khao Yai Farm Village) และ ฟาวน์เท่น ทรี รีสอร์ท (Fountain Tree Resort) เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนในเครือเดียวกัน ตั้งอยู่ที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยที่นี่เป็นหนึ่งในพิกัดยอดฮิตสำหรับกลุ่มครอบครัว แก๊งเพื่อน และการจัดสัมมนาองค์กร (Company Outing) เพราะรวมทั้งฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตรและโซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดมันส์ไว้ในที่เดียว

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

● Soft Adventure: เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
Activity: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล

● Soft Adventure “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน/มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท)

Activity1: เรียบรู้การประดิษฐ์จานกาบหมากเพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้ขยะเพื่อความยั่งยืน
Activity2: นั่งซาเล้งลุยสวนหมาก ส้มโอ ไร่สวนผสม

CSR Activity: ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า
● Soft Adventure: “Night Safari” ส่องสัตว์ป่า
ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

● Soft Adventure: “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง”
ตั้งอยู่ตำบลคลองไผ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

Activity 1: ปั่นจักรยาน รับลมชมวิว กังหันลมยักษ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง (มาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ)
Activity 2: นั่งรถขึ้นจุดชมวิวเขายายเที่ยง/ CSR ยิงเมล็ดพันธุ์
Activity 3: เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

● Soft Adventure “เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร)
เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ สถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรสำหรับครอบครัว สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ (แกะ, กระต่าย, หมู, วัว)
Activity: ลุยขับ ATV ยิงธนู ปืนเพนท์บอลและปืนเลเซอร์

● อิ่มอร่อยกับเมนูจากร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวและพักโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จากกรมการท่องเที่ยว


10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart เป็นแคมเปญใหม่จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ในไทย ให้กลุ่มนักเดินทางสายธุรกิจและองค์กรได้เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมสัมมนาทั่วไปมาผสานกิจกรรมท่องเที่ยวและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างชาญฉลาดไฮไลต์ความสนุก & รูปแบบกิจกรรมผสาน Work & Play: เน้นกิจกรรม Soft Adventure, Team Building และ Workshop เรียนรู้วิถีชุมชน ที่ช่วยปลุกพลังการทำงาน เติมไอเดียใหม่ๆ และกระชับความสัมพันธ์ในทีมมิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure 10+10 MICE Adventure

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัท นำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว

เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง

ปิดท้ายที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

#toptotravel #กรมการท่องเที่ยว
#SoftAdventure # WorkHardxPlaySmart