ไปเที่ยวทะเล จังหวัดระนองกัน

ไปเที่ยวทะเล จังหวัดระนองกันค่ะ เราจะไปดูกันนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง ที่นี่คือที่สุดของความของท้องทะเลงดงาม สด ดิบ ธรรมชาติสุดๆ เเละมีเเนวปะการังที่งดงาม หลากหลาย และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

​“คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง” คำขวัญเมืองระนอง เมืองที่เพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติที่งามสงบ ทั้งภูเขา ทะเล น้ำแร่ และอากาศที่บริสุทธิ์ ในอดีตการเดินทางไปจังหวัดระนอง ดูจะเป็นเรื่องยากพอสมควร กับการต้องขับรถฝ่าทางโค้งขึ้นสู่เขาที่สลับซับซ้อน

แต่ในปัจจุบัน… นอกจากการเดินทางทางรถยนต์แล้ว ยังมีเที่ยวบิน บินตรงจากกรุงเทพฯ ถึงระนอง วันละถึง 5 เที่ยวบิน ทำให้ ระนอง ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่พร้อมแล้วสำหรับการให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมแล้วสำหรับการอ้าแขนรับอรุณ ไปพร้อมกับนักเดินทางท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก


ปัจจุบัน สำหรับคนเดินทาง จังหวัดระนอง” มีโรงแรมให้เลือกในหลายระดับหลายเลทราคา ทั้ง 5 จนถึงโฮสเทล รวมถึงโรงแรม ฟาร์มเฮาส์ ระนอง ภายใต้การบริหารงานโดย คุณจุฑาพรรค์ มหพันธุ์ หนึ่งในผู้บริหารโรงแรมรุ่นลูก ที่เข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัว โรงแรมที่ดีไซน์จากกิจการเดิมของครอบครัว ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู

​“นุ่นไม่ค่อยได้ให้สัมภาษณ์เท่าไหร่ ปกติจะเป็นคุณแม่ พอดีคุณแม่ไม่ค่อยสบายคะ” คุณนุ่น – จุฑาพรรค์ มหพันธุ์ ประธานกรรมการผู้จัดการ โรงแรมฟาร์มเฮาส์ระนอง ออกตัวเมื่อเริ่มการสนทนาถึงที่มาของโรงแรมแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมถนน เลขที่ 311/1 ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์, บางนอน อำเภอเมืองระนอง จ. ระนอง

​ด้วยความที่โลเคชั่นของโรงแรม เป็นลักษณะทางยาวลึกลงไป ด้านติดถนนเป็นร้านอาหารสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว และอาหารเช้าสำหรับแขกของโรงแรม ส่วนอีกมุมหนึ่งเป็นร้าน ก.ไก่ ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่อาหาร ของที่ระลึกของดีประจำจังหวัด เราค่อยๆ เดินลงไปจะผ่านอาคารโรงแรมเดิม ก่อนจะถึงตึกใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จได้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
​จุดเริ่มต้นของฟาร์มเฮ้าส์ระนอง

​คุณนุ่น เล่าว่า ธุรกิจเริ่มต้นของครอบครัวทำฟาร์มไก่ไข่หมูสุกร ประมาณ 30-40 ปี มีประมาณ 2,000 แม่พันธ์ ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่เริ่มทำธุรกิจฟาร์ม เราเห็นว่ากระแสการเติบโตเปลี่ยนแปลงไป และระนองเองธุรกิจการท่องเที่ยวบูมขึ้น จึงเปลี่ยนจากการทำเกษตรกรรมเป็นการเพิ่มอุตสาหกรรมการบริการบ้างที่เห็นการตกแต่งบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม การดีไซน์เป็นเมือนโมเดิร์นฟาร์ม จะตกแต่งด้วยแผงไข่หรือไม้ที่ตกแต่งเป็นฟาร์มไก่ที่เราเลิกเล้าไก่ไป อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี ไม้จึงมีรูมาก ถูกเจาะน็อตเข้ากับฐาน นำมาตกแต่งทั้งโรงแรม ตัวร้านก.ไก่ ร้านอาหารด้วย เพื่อให้มีกลิ่นไอของการเป็นฟาร์ม

โรงแรมนี้ทำมา 3 ปี มีสองตึก ตึกใหม่กับตึกเก่า ตัวตึกใหม่เพิ่งเปิดให้บริการเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตึกเก่ามีทั้งหมด 30 ห้อง ราคาอยู่ที่ 1,400 กว่าบาท ส่วนตึกใหม่มี 41 ห้อง อยู่ที่ 2,000 บาท ถ้า Low season จะลดลงมา 20 %
คุณนุ่นเล่าต่อว่า “ตอนแรกคิดจะทำเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่เมื่อทำถึงจุดหนึ่งแล้วก็พบว่า ระนองเมื่อมีแขกเข้ามา ก็อยากดูแลแขกดี ๆ เหมือนเป็นเจ้าบ้าน ก็คิดว่าท้ายที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็รับแขกเยอะ เพราะคุณแม่เป็นที่ปรึกษาของหลายองค์กร ทั้งของจังหวัดเอง สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง หอการค้า แขกเพื่อนเราที่มาเที่ยวระนอง นุ่นจึงอยากพัฒนาคุณภาพของห้องให้ดีขึ้น จากเมื่อก่อนที่คิดว่า ให้เตียงดี ให้นอนสบายพอ ก็เพิ่มศักยภาพให้มากขึ้น”

Family Hotel
ภายหลังจาก จบจากรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คุณนุ่น เลือกที่จะเรียนต่อด้านการทำอาหารแบวิชาชีพของรร.ดุสิตธานี และฝึกงานในทุกฝ่ายของโรงแรมระดับห้าดาว นั่นทำให้เธอได้นำประสบการณ์ด้านการบริหารงานมาพัฒนาศักยภาพของโรงแรม ฟาร์มเฮาส์ ระนอง อย่างมีประสิทธิภาพ

“…. จริงๆ แล้ว เราชอบงานบริการอยู่แล้ว คุณแม่ก็ชอบ อืม.. เรียกว่า เป็นคนเฟรนด์ลี่มากกว่า คิดว่าน่าจะสนุกถ้ามาทำตรงนี้ได้พบปะคนใหม่ๆ ได้มอบประสบการณ์ดีดีในการมาเที่ยวระนอง เพราะก่อนหน้านี้ระนองเป็นเหมือนเมือง Hideaway เป็นเมืองในเขา คือมาแล้ว ต้องผ่านเขาเข้ามาให้ได้แล้วจึงจะมาถึงระนอง ความที่ไม่ได้มีการพัฒนาเรื่องของอุตสาหกรรมการบริการ เมื่อได้เข้ามาจึงอยากจะพัฒนาให้คนรู้สึกว่า มาระนองแล้วมีคุณภาพ มาพักก็มีคุณภาพ ทานอาหารก็ได้ทานอาหารที่ดี เพราะอากาศเราดีอยู่แล้ว น้ำเราก็ดี จึงมาทำตรงจุดนี้เพิ่ม ทำแล้วผลตอบรับดี กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม กลุ่มครอบครัวเข้ามา จะเห็นคุณตา คุณยาย พาลูกหลานมา เหมือนเป็น Family Hotel มากกว่า exspectation โรงแรม แต่ละที่ลูกค้าอาจมองว่า ถ้าคุณไปพัก รร.สามดาว ต้องเป็นแบบนี้ แต่นักท่องเที่ยวเข้ามาที่นี่ ข้อดีคือ เราเจอลูกค้าที่ค่อนข้างสบายๆ ด้วยความเป็นธีมส์รึเปล่าไม่รู้ เขาอาจจะไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ถ้าดูตาม Facility ที่มี ที่นี่จัดอยู่ในระดับ สี่ดาว แต่ถ้าดูตามดาวใน OTA BOOKING AGODA ประมาณนี้”

ด้านการบริหารงาน
คุณนุ่น กล่าวถึงการบริหารงาน “ ด้านการบริหารงาน โชคดี คือเริ่มจากห้องพักน้อยๆ ทำให้เราฝึกบริหารงานในสิ่งที่ไม่ซ้ำซ้อนไม่วุ่นวาย จึงทำทุกอย่างให้ดูง่ายมาตลอด นั่นคือข้อดี

เมื่อมาถึงจุดนี้ นุ่นมองว่า นุ่นเคยไปทำงานโรงแรมมาก่อน ทำหลายฝ่าย
ทั้ง front reservation แต่เราก็ไม่ได้เป็น standard เหมือนโรงแรมเป๊ะๆ ไม่ใช่ห้าดาวที่ต้องเข้มงวดหรือตึงจนเกินไป ทำให้บรรยากาศเบาๆ สบายๆ ไป และพอเรียนทำอาหารด้วยก็ได้เข้าไปอยู่ในครัว ยุโรป อินเดีย เบเกอรี่ ไปทำงานรร.ห้าดาวประมาณ 1 ปี แต่ทำในหลายๆ ฝ่าย เป็นโรงแรมห้าดาว ทำให้ได้ประสบการณ์ของห้าดาว เพื่อมาปรับใช้กับสามดาว

ถ้าเรามองว่า… เราเป็นแค่สามหรือสี่ดาว ก็สามารถนำการบริการบางอย่างที่ควรจะใช้ในห้าดาวมาใช้กับตรงนี้เพื่อไม่ให้ขาดการใส่ใจ เพราะส่วนใหญ่จะมองว่า พอทำโรงแรมไม่ใช่ห้าดาวจะทำคุณภาพการบริการต่ำ แต่ถ้าคิดว่าจะทำให้ถึงจุดนั้นเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดออกไปก่อน ไม่ว่าจะกี่ดาว สิ่งที่กลับมาลูกค้าก็จะรู้สึกว่าเหนือความคาดหมายที่จะได้สิ่งที่เขาคิดไว้”
ความท้าทายของการบริหารงานเพราะเมืองระนอง เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยว มักนึกถึงบ่อน้ำร้อน หรือไม่ก็ข้ามแดนไปฝั่งพม่า สิ่งที่ท้าทายสำหรับการบริหารงาน

คือ อาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย คุณนุ่น บอกว่า…” มาจากคุณแม่ที่อยากให้คนที่เข้ามาที่ระนองได้ทานทุกอย่างครบ เราเคยว่า พาเพื่อนไปที่ไหน ๆ แล้วก็ต้องไปหา ร้านขึ้นชื่อของสถานที่นั้น ๆ เพื่อให้ครบ แสดงว่ามาถึง จึงทำไอเดียตรงนี้ขึ้นมา ว่า อาหารเช้า น่าจะมีหลายๆ อย่าง เพื่อให้คนที่มาได้ทาน น้ำพริกที่เอามาทำก็มาจากเกาะเหลา รสชาติของคุณแม่ที่นุ่นได้ทานมาตั้งแต่เด็ก ๆ อะไรที่เราเคยทาน คุณแม่ก็จะทำแนวการบริหารงาน

ผู้บริหาร รุ่นใหม่ กล่าวถึง แนวทางบริหารโรงแรมว่า

“… การทำงานตอนนี้เน้นคำว่า ความสุขก่อน เราค้นพบว่า ท้ายที่สุด ถ้าเราไม่มีใจจะทำอะไรสักอย่าง ไม่รักและไม่เข้าใจในสิ่งๆ นั้นที่จะส่งมอบออกไป ก็จะไม่มีความสุขในการทำงาน ท้ายที่สุดในการทำงานความสุขสำคัญที่สุด เพราะถ้ามีความสุขน้อง ๆ ก็จะทำงานด้วยความจริงใจ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดออกไป เราจึงเน้นส่วนนี้ของพนักงานมาก”

ท้ายสุด คุณนุ่น กล่าวว่า “…..ระนองยังมีความเป็นธรรมชาติ และเป็นความสงบ ถ้าคุณรู้สึกว่าอยู่ในเมืองหรืออยู่ในการเล่น social ที่วุ่นวายมาตลอด อยากให้มองว่าระนองเป็นจุดพักผ่อนที่ดีมาก ๆ เมื่อมาที่นี่จะได้ refresh กับกิจกรรมธรรมชาติทุกอย่างที่ระนองมีให้ไปพร้อมกับความสะดวกสบายที่มีมากขึ้นในตอนนี้ ระนองเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา มีธรรมชาตที่ครบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ทะเล น้ำแร่ ภูเขา อยากให้ลองมาพักผ่อนที่ดี ที่นี่มีอากาศที่ดี น้ำดี อาหารดี อยากให้ระนองเป็นเมืองที่สบายๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง”

ระนอง ในวันนี้ ไม่ใช่เมือง Hide Away อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเมืองที่ควรค่าแก่การค้นหา เมืองที่ประกอบไปด้วย คุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์… แล้วคุณพร้อมหรือยัง ที่จะเข้าไปเยือน… เมือง “ระนอง”

#อาหารเช้าพื้นเมืองระนอง
#ระนองRanong #FarmHouseRanong
#ฟาร์มเฮ้าส์ระนอง

ป่าชายเลนผืนใหญ่ สู่มรดกโลก

ป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา และมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิด เรียนรู้และเรียนรู้กับประสบการณ์ เพราะที่ผ่านมาเรียนรู้กับสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ไม่ใช่ แยกแยะจนเลือกได้ สิ่งที่ชอบที่สุด วันนี้อยากชวนมาท่องเที่ยว ป่าชายเลนระนอง ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value)

นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน จังหวัดระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ที่นี่เหมือนเป็นแค่จุดเล็กๆ ของสังคมที่ไม่มีใครเห็นหรือให้ความสนใจ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ กระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ ด้วยพื้นที่พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่

นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

วันนี้ Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้มีโอกาส พบ นายวิจารณ์ มีผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ระนอง)

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้ สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น แสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยา และชีววิทยา ที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

จุดเด่นของพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์มรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล คือป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่กั้นระหว่างไทยกับเมียนมา มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งพันธุ์สัตว์และพืช รวม 500 ชนิดให้เรียนรู้ และสัมผัสกับประสบการณ์ที่มีคุณค่าสากลที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value) นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยป่าชายเลน ระนอง เข้าหลักเกณฑ์ในการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการส่งให้พิจารณา”

ภารกิจหลักของศูนย์ ฯ

ด้วยคุณค่าสากลที่โดดเด่น กับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดม สมบูรณ์ของป่า ชนิดพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่น เช่นแม่หอบ และชนิดพันธุ์พืชที่ใกล้
สูญพันธุ์หลายชนิด เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นแสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาที่กำลังเกิดขึ้นที่สำคัญในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของบนบก แหล่งน้ำจืด ระบบนิเวศ ชายฝั่งและทะเลรวมไปถึงสังคมพืชและสัตว์ เป็นโอกาสให้รัฐหรือประชาชนในท้องถิ่นได้ประกาศคุณค่าแหล่งมรดกสู่นานาชาติ

Toptotravel และทีมสื่อมวลชนได้ร่วมเดินทางสู้เส้นทาง มีโอกาสรู้จักความใหญ่โตของป่าชายเลน จนทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง ด้วยสายพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง หลายคนคงยังไม่รู้ว่า ศูนย์วิจัยป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการ ให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในเรื่องความสำคัญของป่าชายเลนโดยในแต่ละปีมีผู้เข้ามาทัศนศึกษา ประมาณ 10,000 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เรื่องของเรื่อง คือ แหล่งมรดกโลกจะได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนรับการคุ้มครอง ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติและก่อให้ เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการ คุ้มครองมรดก
จนปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนทางด้านวิชาการในการ อนุรักษ์ คุ้มครองป้องกันและการบริหารจัดการมรดก ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง

ทำอย่างไร ป่าชายเลนระนอง จึงจะไปสู่มรดกโลก ซึ่งขั้นตอนการประกาศเป็นมรดกโลก ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก การจัดทำเอกสารเพื่อ บรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (TentativeList) ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะ อนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติและคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

ประการที่สอง ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีก่อนจากนั้นจะส่งต่อไปยังคณะ กรรมการมรดกโลกในต่างประเทศพิจารณา หากเห็นชอบแล้ว จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป

ระหว่างที่ Toptotravel ล่องเรือเพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของ ระบบนิเวศหลากหลาย ได้สืบสายการเรียนรู้ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เคียงคู่ ป่าชายเลนระนอง อย่างน่าทึง ที่นี่เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ป่าชายเลน สนับสนุนให้ความ ร่วมมือและร่วมศึกษาวิจัยกับสถาบันอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่นชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลน จำนวน 24 ชนิด

ความแตกต่างของ ชนิดพันธุ์สัตว์ กุ้ง หอย ปู ปลา ตะกวด งู ลิง แสม นาก ปลา ตีน รวมทั้งนก ชนิดต่างๆ ป่าชายเลน จังหวัดระนองกระจายอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ มี พื้นที่ประมาณ 161,919 ไร่ นับเป็นป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก

ไม่รู้ทำไม ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลนพื้นที่รับผิดชอบ ลักษณะที่ราบชายฝั่งทะเล ลักษณะชายฝั่งแบบจมตัว (submerged shoreline) มีที่ราบชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณกว้าง มีปริมาณฝนเฉลี่ย 4,078.26 มม. (พ.ศ.2546-2555) ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน มีปริมาณฝน เฉลี่ย ประมาณ 600 มม. ต่อเดือน

การท่วมถึงของน้ำทะเล น้ำทะเลท่วมถึง สม่ำเสมอ (SemidiurnalTide) โดยมีความแตกต่างของน้ำ(Tidal range) ในช่วงน้ำเกิด (Spring Tide) เท่ากับ 4.2 เมตรนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยในหลายด้าน เช่น ผลวิจัยชี้ชัดว่าป่าชายเลนระนอง มีศักยภาพดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สรุปคือ ป่าชายเลนช่วยลดความรุนแรงของคลื่นสึนามิ ความเสียหายจากคลื่น สึนามิต่อป่าชายเลนบริเวณบ้าน หาดทรายขาว ของ อำเภอ สุขสำราญ

1.พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณตั้งแต่ริมฝั่งทะเล ลึกเข้าไป ประมาณ 70 เมตรคลื่นสึนามิทำลายจนหมดสิ้นพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณ 70-110 เมตร จากชายฝั่ง ได้ รับความเสียหายบางส่วนพื้นที่ป่าชายเลน ตั้งแต่บริเวณ 110-150 เมตร ไม่พบว่ามีต้นไม้ถูกทำลายและยังเป็นสถานที่สวยงามตามธรรมชาติ

หลังจากได้ฟังเรื่องราว ที่มาของป่าชายเลนสู่มรดกโลก ในห้องบรรยาย ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้เรียนรู้ ผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ความรักที่ยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ ความรับผิดชอบที นายวิจารณ์ มีผล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญ การพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอด เทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่3 (ระนอง) พื้นที่บริเวณสำนักงาน 66 ไร่ สวนรุกขชาติ เนื้อที่ 150 ไร่ ป่าชายเลนบริเวณคลองตำโหงง เนื้อที่ 13,500 ไร่ จังหวัดระนอง จึงได้วางแผนเตรียมความพร้อม ทั้งชุมชน วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ลงลึกถึงเยาวชนในสถาบันการศึกษา ที่จะเป็นกำลังสำคัญ รักษาป่าชายเลน เพื่อให้ได้รับการพิจารณาเป็นป่ามรดกโลกแห่งใหม่ ในเร็วๆ นี้

“ …. ป่าชายเลนของระนอง สมบูรณ์มากและใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่สำคัญป่าที่ระนองมีความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชและสัตว์ สาเหตุเพราะที่นี่มีปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของป่าชายเลน ฝนแปดแดดสี่คงเคยได้ยินเมืองระนองเป็นแบบนั้น มีฝนแปดเดือนแล้งแค่สี่เดือน เพราะฉะนั้นแปดเดือนมีปริมาณน้ำฝนมากทำให้ป่าชายเลนเจริญเติบโตดี

สองเพราะพื้นที่ชายฝั่งระนองเป็นพื้นที่ราบ น้ำทะเลท่วมตามน้ำขึ้นและน้ำลงแตกต่างกันถึง 4 เมตร การที่น้ำทะเลท่วมถึง 4 เมตรทำให้ป่าชายเลนกระจายไปได้ไกลและเจริญเติบโตได้ดี และมีลำคลองเล็ก ๆ เชื่อมต่อกันออกไปอีกเป็นลักษณะพิเศษกว่าที่อื่น

เรื่องแหล่งประมงก็สำคัญมาก อดีต ในปี 2519 ป่าชายเลนของระนองเป็นป่าสัมปทาน ให้เอกชนมาสัมปทาน ระยะยาว 15 ปี มีการตัดไม้ แต่หลังจากนั้นปี 1996 รัฐบาลปิดป่าชายเลนทั่วประเทศให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ แต่อนุโลมให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินได้ ที่สำคัญหลังจากที่เราอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ ตอนนี้ถือเป็นแหล่งประมงที่สมบูรณ์ปัจจุบันจับปูดำได้ถึงสองร้อยตัน เพิ่มขึ้นมาก เพราะป่าสมบูรณ์ขึ้น ทำรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น ที่ผ่านมา ป่าชายเลนลดความรุนแรงของคลื่นลมจากสึนามิได้ด้วย ด้วยเพราะสังคมของรากไม้โกงกางประสานกันแน่นทำให้เกิดความเสียหายบางส่วนเท่านั้น เราก็บอกชาวบ้านว่า ต้องช่วยกันปลูกป่าชายเลนจะช่วยในเรื่องของการเป็นกำบังคลื่นลมได้

ด้านความสวยงามทางธรรมชาติ ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศน์ที่สวยงาม ช่วงน้ำขึ้นเป็นสภาพแบบหนึ่งและน้ำลงก็จะเห็นอีกแบบหนึ่ง สามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เพียงแต่ว่าถ้านั่งเรือเยี่ยมชมต้องสอบถามมาล่วงหน้าเพื่อเช็คระดับน้ำ”

การจัดการด้านการท่องเที่ยวป่าชายเลน
ผอ. ศูนย์ ฯ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ โดยทางเราจะประสานกับเรือชาวบ้าน เพื่อนำนักท่องเที่ยว เที่ยวชมป่าชายเลนได้ เป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน

โดยคิดราคาลำละ 2,000 บาท เป็นเรือใหญ่ นั่งได้ 14 คน การจัดการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip ใช้เวลาในการล่องเรือ 2 ชั่วโมง ก็จะพาไปคลองบางโขง ชมป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ไปชมต้นโกงกางยักษ์ ไปแวะชุมชนชาวเลบ้านเกาะเหลา ซึ่งปัจจุบันมีชาวประมงอยู่ราว 200 คน หากสนใจสามารถติดต่อได้

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ มีจำนวนน้อยและต้องเน้นในเรื่องงานวิจัย การจัดการด้านท่องเที่ยว ยังไม่มีงบพัฒนาด้านการท่องเที่ยวลงมา หากมีลงมาการจัดเรือนำเที่ยว คงจะหาเรือให้เล็กลงและมีราคาที่ถูกลงได้”

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากร

ป่าชายเลนที่3 (ระนอง)

ร้านกระบี่ ติ่มซำ ไสไทย

เปิดรอบแรกแข่งกินขนมจีบ “กินจุ กินไว” สุดคึกคัก
ทำท้องให้ว่างแล้วตรงมาที่นี่ ร้านกระบี่ ติ่มซำ
คนรักติ่มซำไม่ควรพลาด…. ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการกิน

ขนมจีบ เตรียมเฮ!!

ภาพจำเก่าๆ ของติ่มซำ อาหารเช้ายอดนิยม ในตัวเมืองกระบี่ เช้านี้มาเติมพลังยามเช้า ก่อนลุยงาน กับอาหารหลากหลายสไตล์ ทั้งติ่มซำ ซาลาเปา โจ๊ก อาหารจานเดียว โดยในทริปครั้งนี้ Toptotravel เดินทางไปยัง จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดในภาคใต้ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังถ้ำ และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ เป็นอีกหนึ่งทริปที่ทุกคนไม่ควรพลาด

เปิดตำนานความอร่อยมานาน ร้านกระบี่ ติ่มซำ เปิดบริการมานานหลายปี ปัจจุบันเปิดให้บริการในพื้นที่ จ.กระบี่ มากถึง 5 สาขา ประกอบด้วยสาขา อ.เมือง ตรงข้าม รพ.กระบี่ สาขา อ.เมือง ตรงข้ามวิทยาลัยการอาชีพกระบี่ สาขาปากทางวัดถ้ำเสือ สาขาเหนือคลอง และสาขาล่าสุดคือสาขาไสไทย เลขที่ 651 หมู่ 5 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ เพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ ไสไทย เพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาใหม่ ทางร้านจึงจัดทำโครงการ กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่ ขึ้นลิ้มรสความอร่อยและความอร่อยได้ทุกสาขา

ที่นั่งเยอะ คนแน่น ถ้าถามว่าร้านนี้มีอะไรเด็ด ก็ต้องนึกถึงครัวอาหารเช้าที่นี่ ติ่มซำยามเช้า, เช้านี้ต้องติ่มซำ, มื้อเช้า อิ่มอร่อย ที่กระบี่ติ่มซำ เพราะความ
ที่ร้านติ่มซำ จึงเปิดยิงยาวตั้งแต่หกโมงเช้า จนถึงบ่ายสามโมง อยากกินสูตรขนมจีบรสเด็ด พร้อมเคล็ดลับเพิ่มความอร่อยหรือดื่มอะไรก็มีหมด นางพรเพ็ญ เวทย์วัฒนะ ผจก.ร้านกระบี่ติ่มซำ อ.เมือง จ.กระบี่ กล่าวว่า ร้านกระบี่ติ่มซำ เป็นร้านอาหารเช้ารายใหญ่ เพื่อให้เข้ากับรสชาดลิ้นคนไทยทั้งของคาวและของหวาน รวมถึงเป็นแหล่งรวมหลายๆ อารยธรรมทั้งไทยปักษ์ใต้ และไสไทย ย่านนี้คือทำเลที่ดีที่สุดร้านหนึ่ง ใน จ.กระบี่ ติ่มซำไม่ใช่ดังแค่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาตินั่งเครื่องบินบินตรงมาที่กระบี่ เพื่อมากินโดยเฉพาะเมนูยอดฮิตเมื่อมากินติ่มซำต้องไม่พลาดสั่ง ขนมจีบ จุดเด่น คือ ขนมจีบกลมกล่อมหอมอร่อย นึ่งสุกร้อนๆ เคล็ดลับความอร่อยสูตรเฉพาะ และ ซาลาเปา สูตรพิเศษของทางร้านเกิดเป็นความอร่อยที่ลงตัวตามแบบฉบับของ กระบี่ติ่มซำ

งานแถลงข่าวโครงการ “กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่

วันนี้ toptotravel ได้รับเกียรติจาก คุณพรเพ็ญ เวทย์วัฒนะ ผจก.ร้านกระบี่ติ่มซำ ร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่” โครงการจัดการแข่งขันการกินขนมจีบ เนื่องด้วยทางร้าน กระบี่ติมซำ มองเห้นความสำคัญของการกินอาหารมื้อเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญ อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และเข้าใจกระบวนการผลิตอาหารของทางร้านที่มีความสดใหม่ โดยไม่ใช้สารเคมีในการปรุงแต่ง ภายใต้เครื่องจักรที่ทันสมัย
จึงอยากให้ประชาชนทุกท่าน มีโอกาสในการเข้าชมกระบวนการผลิต พร้อมชิมอาหารปรุงใหม่ และต้องการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไป หันมารับประทานอาหารมื้อเช้ามากยิ่งขึ้น จึงผลิตสินค้าสำหรับมื้อเช้าที่สามารถทำทานเองที่บ้านแบบง่ายๆ และปลอดภัยจารสารเคมี ทางร้านจึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น

“ครอบครัวเรา ชอบไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เวลาไปแล้วมักจะนึกถึงคนที่เรารัก และอยากให้คนที่เรารัก รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่มาอุดหนุนเรามานานได้เดินทางไปเที่ยวด้วยกัน นอกจากนั้นเราก็อยากให้ลูกค้าใหม่ได้เข้ามาลองชิม ซึ่งปัจจุบันลูกค้าต่างชาติเข้ามาลองกินบุฟเฟ่ต์ เขาก็ชอบ เพราะเป็นอาหารที่อุ่นร้อนตลอด เขาทานและได้นั่งนึ่งเองแบบร้อนๆ ลูกค้าเล็งเห็นถึงความสด ใหม่และสะอาด ความปลอดภัยของอาหาร เราจึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้เป็นการขอบคุณลูกค้าแล้ว ยังนับเป็นสีสันใหม่ๆ ของเมืองกระบี่ ที่จะทำให้คนได้เข้ามาสัมผัสมากขึ้น”


นางพรเพ็ญ กล่าวต่อว่า การเป็นผู้ผลิต ทำให้ “กระบี่ติ่มซำ ไสไทย” มีความได้เปรียบในการบริหารต้นทุน แม้ว่าการให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ในราคาเพียง 159 บาท อาจจะมีกำไรไม่มากนัก แต่ทางร้านหวังให้กระบี่ติ่มซำเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะสาขานี้สามารถรองรับทัวร์ที่มาจากทั่วสารทิศทั้งคนไทยและต่างชาติ ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารและชมการผลิตขนมจีบในห้องกระจกได้ด้วย และที่ไม่มีการจำกัดเวลาของบุฟเฟ่ต์ เนื่องจากพบว่า พฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารเช้าและเที่ยง จะมีความเร่งรีบ ไม่ได้นั่งนานเหมือนการรับประทานอาหารเย็นหรืออาหารค่ำอยู่แล้ว


สำหรับแผนทางธุรกิจ ในปีนี้จะมีกิจกรรมแข่งกินขนมจีบไปจนถึง เดือนกันยายน 2562 ซึ่งเป็นการเริ่มสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ “กระบี่ติ่มซำ” ในวงกว้าง และปีหน้าจะทำการลงทุนเครื่องผลิตซาลาเปา ส่วนปีต่อไป จะทำการลงทุนในส่วนของเครื่องผลิตเส้น พร้อมกับการมองหาพันธมิตรในการขยายสาขา โดยหวังว่าจะมีร้าน “กระบี่ติ่มซำ” อยู่ในทั่วประเทศ แต่จะเริ่มในทำเลที่มองเห็นศักยภาพ เช่น เชียงใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการตั้งศูนย์ผลิตของกระบี่ติ่มซำในภาคเหนือ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก และที่ปรึกษา โครงการ ม.ล. กานตพงษ์ วรวุฒิ อบต.ไสไทย ท่านนายก ท่านรองนายก และ คณะผู้ติดตาม พี่น้องสื่อสารมวลชน ทุกแขนง คณะครูอาจารย์ คณะกรรมการ
สปอนเซอร์ จากทุกบริษัทฯ ห้างร้าน คณะกรรมการ เพื่อเชิญชวนผู้รักการกินจากทั่วประเทศลงสมัครเข้าแข่งขัน อีกทั้งยังกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้ชิมอาหารอร่อย สด สะอาด และปลอดภัยในราคาประหยัด ของจังหวัดกระบี่


“เราคาดหวังว่า กิจกรรมนี้จะมีการตอบรับที่ดี เพื่อส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีของเมืองกระบี่ ที่สามารถผูกโยงแหล่งท่องเที่ยวในตัวจังหวัดได้อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวลานปูดำ เขาขบาบน้ำ ถนนคนเดิน ท่าปอมคลองสองน้ำ และอีกมาก

การจัดกิจกรรมการแข่งขันท้าแข่ง กินขนมจีบ 5 นาที ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร ก็แข่งได้ ด่วน! รับเพียง 40 ท่าน เท่านั้น
ประชาชนทั่วไป ค่าสมัคร 370.-
นักเรียน นักศึกษา ค่าสมัคร 250.-
รุ่นเยาวชน ค่าสมัคร 100.- (ชิงทุนการศึกษา 1,500.-)


รับเสื้อฟรีในวันแข่งขัน
รางวัล: ลุ้น ทริป และตั๋วเครื่องบินจากสายการบินแอร์เอเชีย
เปิดรับสมัคร วันที่ 5 ธันวาคม 2562
จบการแข่งขัน วันที่ 8 กันยายน 2562

1) ทริปตะลุยหิมะฮอกไกโด จำนวน 4 รางวัล

2) ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กระบี่-เชียงใหม่ พร้อมที่พัก จำนวน 4 รางวัล

3) ตั๋วที่พักกระบี่ 1 คืน และทานฟรีบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ 5 ครั้ง จำนวน 4 รางวัล

กระบี่ ติ่มซำ ร้านที่อัดแน่นด้วยคุณภาพความอร่อย เช้าๆแบบนี้จะมีเมนูอะไรน่าทานกันบ้าง ในราคาสบายๆ ใครผ่านมาผ่านไปเป็นต้องแวะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก

กระบี่ติ่มซำ อีกหนึ่งร้านเด็ดที่หลายท่านไม่ควรพลาด หลังจากอิ่มท้องแล้วประกาศผลการแข่งขัน “กินจุ กินไว ลุ้นฮอกไกโล/เชียงใหม่” รอบคัดเลือก ครั้งที่ 1 มาชมประกาศผลการแข่งขัน “กินจุ กินไว ลุ้นฮอกไกโล/เชียงใหม่”

รุ่นเยาวชน
รางวัลที่1 ทุนการศึกษา มูลค่า 1,500.-
ด.ญ. ณิชากร ชูขำ รับประทานขนมจีบได้ 33 ลูก

รางวัลที่2 ทุนการศึกษา มูลค่า 1,000.-
ด.ช. พัชรพล ณ นคร รับประทานขนมจีบได้ 30 ลูก

รางวัลที่2 ทุนการศึกษา มูลค่า 1,000.-
ด.ญ. กัลยกร อยู่เดช รับประทานขนมจีบได้ 30 ลูก

รางวัลที่3 ทุนการศึกษา มูลค่า 500.-
ด.ญ. เมธาวี แก้วเล็ก รับประทานขนมจีบได้ 27 ลูก

ร้านกระบี่ ติ่มซำ แค่ชื่อร้านก็รู้แล้วว่าโดดเด่น ร้านกระบี่ ติ่มซำ สุดยอดร้านอาหารอร่อยอันเก่าแก่และมีชื่อเสียง ของจังหวัดกระบี่ ทางร้านจัดทำโครงการ “กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่” โดยจะเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป เข้าร่วมการแข่งขัน กินติ่มซำ โดยถ้าคุณชื่นชอบในการกินกินได้มาก และกินได้ไว กิจกรรม “กินจุ กินไว ลุ้นไป ฮอกไกโด/เชียงใหม่”

กระบี่ ติ่มซำ พบอาหารอร่อย บรรยากาศเป็นกันเอง
ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสมัครได้ที่ร้านกระบี่ติ่มซำ

ร้านกระบี่ติ่มซำ ไสไทย
651 หมู่ที่4 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
ผ่านทาง www.krabidimsum.com

ติดต่อสอบถามได้ที่ 081 970 7073

นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรรับต้นปี วัดธรรมปัญญารามบางม่วง

ปีนี้ใครยังไม่มาหา พระแม่กวนอิมเสวยสุขอย่าได้รอช้า…
พระแม่กวนอิมปางเสวยสุข หนึ่งเดียวในไทย ยิ่งใหญ่ในโลก

วัดแห่งนี้ได้เป็น ๑ ใน ๙ แห่งของสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดนครปฐม โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเส้นทางท่องเที่ยวจาริกแสวงบุญศาสนาสำคัญ ๙ แห่ง สักการะพระปฏิมา และพระบรมธาตุ จังหวัดนครปฐม โดยกรมการศาสนาและกระทรวงวัฒนธรรม และยังเป็นวัด ในคู่มือไหว้พระ ๙ แห่ง ของ สำนักงาน
การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดนครปฐม

วัดธรรมปัญญารามบางม่วง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นวัดที่มีพระแม่กวนอิม ปางนอน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือมีความยาวถึง 21 เมตร หล่อด้วยทองเหลือง และพระพักตร์ (ใบหน้า) หล่อด้วยทองคำแท้ ประดิษฐานบนมหาวิหาร ถ้ำพระโพธิสัตว์ ที่ได้สร้างขึ้นมาให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นที่พึ่งทางใจ ให้แก่สาธุชนที่เคารพ ศรัทธา ในพระบารมี และมหาปณิธาน ของพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม

วัดแห่งนี้ยังสร้างมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็น จุดเด่น โดยเฉพาะ พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า ผู้เปรียบเสมือนจอมแห่งแพทย์ มากราบไหว้ขอพร จากพระยูไลเนื้อเงินองค์ใหญ่ เป็นพระประธานในเรื่องของสุขภาพ เขาเรียกว่า หลวงพ่อยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจอมแพทย์ หรือ เภสัช ที่แปลว่า หมอยา ทำให้คนพ้นจากทุกข์ทางใจ อีกองค์หนึ่งคือพระโพธิสัตว์กวนอิม ก็ทำให้พ้นทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ สามารถมาอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ตรุษจีนที่วัด ปีนี้ สิ่งพิเศษสุด คือ การอธิษฐานชื่อฝาก กับ องค์ พระยูไลไภษัชฯ เป็นธรรมเนียมมาหลายชั่วอายุคนและเป็นต้นฉบับด้วย เรามีตำราที่เป็นของที่ครูบาอาจารย์สืบทอดมาอยู่ภายใต้การบูชาดาวพระนพเคราะห์ ฝากกับองค์เอี๊ยะซือ หรือเซียวไจเอี่ยวสิ่ว สลัดสะเดาะห์และเสริมให้มีอายุมั่นขวัญยืน เซียวไจเอี่ยวสิ่ว ให้มาอธิษฐานขอพรบารมีจากพระหมอยา หรือผู้เป็นเทวดาแห่งแพทย์ ที่จะช่วยสลัดปัดเป่าเคราะห์โศกและจะช่วยเสริมดวงชะตาบารมีให้เพิ่มพูน ชื่อนีเป็นรหัสที่อยากให้ญาติโยมได้มาฝากดวงกับท่านตลอดปี 12 เดือน 100 บาทต่อ 1 เดือน 12 เดือนก็ 1,200 บาท เราทำเพื่อชีวิตตัวเอง ตรงนี้อยากให้ได้มีโอกาสมาฝากดวง

มหายานวัดแรกและวัดเดียวในจังหวัดนครปฐม
องวินัยธร พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว ปัจจุบันคือ องสรภาณอนัมพจน์ มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส

ปีนี้อาจารย์จะเปิดให้ท่านทั้งหลายมาปิดเงิน ปิดทอง พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ถวายที่องค์พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า เราไม่ได้เปิดโอกาสนี้มาหลายปีแล้ว

สำหรับคนปีชง ปีนี้ ต้องอธิบายแบบนี้ โยมนึกถึงผลส้มที่ลอยอยู่ในอากาศที่ว่างเปล่า ด้านหนึ่งเจอแสดงอาทิตย์ อีกด้านหนึ่งมืด ด้านที่เจอแสงอาทิตย์จะสว่างไสวรุ่งเรือง ด้านตรงกันข้ามคือด้านมืด ปีชงคือด้านมืดนั่นเอง ในรอบจักราศี กว่าจะเวียนมานั้น ปีนี้มาตรงกันข้ามดวงดาวที่มืดปีนี้คือ ปี มะเส็ง ปีนี้ให้ระวัง ตามตำราถือว่าดวงอ่อนเพราะพลังมืด แสงอาทิตยส่องปีกุน ปีกุนถ้าเฮงก็เฮงเลย ถ้าไม่เฮงก็ทรงเลยเพราะเจอกับพลังแสงอาทิตย์
ปีอ่อนพลังคือ ปีมะเส็ง คนจีนจะถือว่าปีนี้จะไม่ควรลงทุน การค้าจะมีอุปสรรคเสียมากกว่าได้ วิธีที่จะทำคือ เพิ่มพลังบุญด้วยการบำเพ็ญการบริจาค เช่น อาสาสมัคร การช่วยเหลือสังคมด้วย อาจไม่ให้เป็นเงินก็ให้เป็นแรง สำรวมคำพูด การกระทำ ต้องมีศีล ระวังเพราะบางครั้งคำพูดอาจจะนำภัยมาสู่ตัวได้ อารมณ์เวลาพูดออกไป คนที่เกิดปีชง อาจพูดดี แต่คนฟังอาจจะแปลสารผิด เพราะพลังอ่อน แทนที่จะพูดได้เงิน กลับกลายเป็นเสียเงินเป็นต้น ต้องสำรวม และเสริมพลังใจด้วยการสวดมนต์ภาวนา ให้มาเข้าพิธีค่ำคืนวันที่ 4 ถือว่าเป็นยามแรก ที่วัดธรรมปัญญาราม บางม่วง นี้ โยมจะได้มีพลังบุญเพิ่มเข้ามา แล้วทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น

ขอเชิญแก้ปีชง และกราบขอพร โดยปีชง ๒๕๖๒ ได้แก่
-ปีมะเส็ง (งูเล็ก)
-ปีกุน (หมู)
-ปีวอก (ลิง)
-ปีขาล (เสือ)
ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วง พระยูไล ไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (หลวงพ่อเงิน) บริเวณด้านหลัง บรรยากาศริมน้ำ สงบมากๆ กราบพระยูไลและพระแม่กวนอิม พรใดที่ประเสริฐสุด ก็หาสู้สติมิได้ พระยูไลที่หล่อด้วยเนื้อเงินองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชน ให้ชาวพุทธได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีผู้คนจำนวนมากทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เดินทางมากราบไหว้ ขอพร วัดแห่งนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกมากมาย ที่ทำให้ผู้คนต่างพากันมากราบไหว้ คือ พระยูไลไภษัชฯ

ระฆังจากประเทศเวียดนาม เข้าประเทศไทยเพื่อนำไปไว้ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วง นครปฐม

พระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ได้หล่อขึ้นตามตำราพระพุทธศาสนามหายาน ไหว้หลวงพ่อทันใจ ไหว้ขอพร พระโพธิ์สัตว์ทั้งสองยาม คือ สุริยันโพธิสัตว์ จันทราโพธิสัตว์ พระแม่กวนอิมปรางนอน หมดทุกทข์ หมดโศกขอพรเทพเจ้าประจำราศี ปีเกิด เทพเจ้าขุนพลทั้ง 12 องค์ อธิฐานจิตต่อแมนดาล่าทราย มนฑลศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นตามแบบพระสงฆ์ลามะ ขอพรหมอเทวดาฮั่วท้อเชียงซือ เทพเจ้าโชคลาภทั้ง 5 องค์ โหงวโห่วไฉ่ซิ่ง เทพเจ้าโชคลาภไช่ฉิ่งเอี๊ยะมีที่เคารพกราบไหว้ของชาวบ้านคือศาลเจ้าที่ก้ำเทียนไต่ตีและศาลพญามังกรเขียว เจ้าแห่งมหาสมุทร

สวยที่สุดในเมืองไทย ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มรดกแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน สุ่ยซั้งกวนอิม แม่กวนอิมปางเสวยสุข

ไปทุกครั้งประทับใจทุกครั้ง..สาธุ สาธุ สาธุ
วัดธรรมปัญญารามบางม่วง ตำบลบางช้าง
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ติดต่อสอบถามได้ที่ : 085-1779169




ร้านผู้พันคณิต หมูกะทะ สาขาลาดปลาเค้า14

อร่อยแค่ไหน? ต้องลองไปชิม หมูกะทะผู้พันคณิต

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศเริ่มเย็นลง Totptotravel ทำให้คิดถึงบรรยากาศการกินปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ Toptotravel มาร้านนี้เป็นครั้งที่สองเพราะอร่อยคุ้นลิ้น อากาศแบบเริ่มดีนี้ อยากชวนเพื่อนๆ มาปิ้งๆ ย่างๆ หมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้า 14

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติและบรรยากาศ ของ การนั่งปิ้งย่าง อาหารสดจากเตาถ่านร้อนๆ อย่างหมูกะทะ ย่านลาดปลาเค้ามีให้เลือกหลายร้าน แต่….สำหรับ toptotravel ต้องเลือกตวามอร่อยที่แตกต่าง อาหารค่ำเย็นนี้ จึงอยากขอขอนำเสนอ หมูกะทะแสนอร่อย ที่เสริฟแบบเป็นเซ็ทไม่เหมือนใคร ที่ร้านหมูกะทะ ผู้พันคณิต ตั้งอยู่ทึ่ริมถนนลาดปลาเค้า ซ. 14 ที่ร้านผู้พัน หมูกะทะ และที่ร้านนี้มีดีอะไรบ้าง ตามมาชิมกันเลยคะ

ก่อนอื่น Toptotravel พามาทำความรู้จักกับ เจ้าของร้านคือ ท่านผู้พันคณิต บุคคลที่ต้นคิด และทำหน้าที่เสริฟเมนูหมูกะทะแห่งนี้ พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์ ข้าราชการหนุ่มใหญ่จาก กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ผู้พันคณิต เดินออกมาทักทายด้วยรอยยิ้ม และอัธยาศัยไมตรี ภายหลังจากเดินไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่นเรียบร้อย หมูกระทะรสเด็ดจากฝีมือผู้พันคณิต สุดยอดน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนใคร น้ำซุปสุดยอดความอร่อย สดด้วยวัตถุดิบสรรหาเพื่อนักชิม “… ร้านเล็กๆ แต่ทำทุกอย่างด้วยใจครับ” … ผู้พันออกตัวเมื่อเริ่มต้นการสนทนา

“… ผมเริ่มทำหมูกะทะขาย ตั้งแต่ปี 2556 ในตอนนั้น ยังขายอยู่ในแฟลตทหารวังหิน อยากหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ทำเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ เพราะในช่วงเวลาในตอนนั้น ผมประสบปัญหาสุขภาพ จากประสบอุบัติเหตุ รถชนกันสามคันรวด ซึ่งผมเองเป็นคันสุดท้าย โดยที่ผมต้องชดใช้เขาทั้งหมด ร่วมสองแสนกว่าบาท หลังจากวันนั้น ผมตระเวนหาเงินมาเพื่อชดใช้เขา จนกระทั่งผมมาเจอผู้ใหญ่ใจดี เขาเป็นเจ้าของ ร้านหมูกะทะรุ่งนภาที่จังหวัดปทุมธานี คลองเจ็ด เขาถามผมว่า สู้มั้ย? ถ้าสู้เข้ามาเรียนรู้สูตรหมูกะทะจากเขา ผมตอบเขาทันทีว่า…สู้ครับ

ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม
เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

….หลังเข้าไปเรียนรู้ไม่นาน ผมมีโอกาสมาเปิดร้านหมูกะทะ ของตนเอง และนำสูตรมาดัดแปลงปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น”

ด้วยอัธยาศัย…ความมุ่งมั่นและมานะอดทน เพียรพยายาม ทำให้ร้านหมูกะ เดิมที่เคยขายอยู่ภายในแฟลต เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ในย่านนั่น เรียกร้องให้ออกมาหาพื้นที่ขายด้านนอก ปี 2560 ร้านผู้พันคณิต หมูกระทะ จึงเริ่มถือกำเนิดขึ้นบริเวณริมถนนลาดปลาเค้า

ผู้พันคณิต เล่าพลางคีบกุ้งตัวโต วางบนเตาควันจางๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น “ผมทำร้านเสริมรายได้ เพื่อเลี้ยงครอบครัวไป ปลดหนี้ ในตอนนี้ดีขึ้น เมื่อก่อนร้านจะเล็กกว่ามมากนี้ เมื่อลูกค้ามากขึ้นและอากาศไม่โล่ง พอดีจังหวะที่ร้านขายๆ ว่างจึงเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น แต่พื้นที่นี้ก็ยังเช่าเขาแต่ยังพอประมาณเรายังสู้ไหวครับ

… ความพิเศษของ ร้านหมูกะทะผู้พันคณิต เอกลักษณ์เด่นของร้านคนจะนึกถึง สูตรหมูนุ่ม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่ไม่เหมือนใคร มีสองรส น้ำจิ้มหมูรสชาติจะเป็นสีแดง ซีฟู้ดของร้านจะทำสดๆ ทุกอย่าง ไม่ใช่น้ำส้มปลอมปนใช้มะนาว พริกสด ด้านหมูสูตรของทางร้านหมักเอง ที่ร้านจะไม่ใช้กุ้งตัวเล็ก เลือกเฉพาะที่ไซส์ใหญ่ที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามารับประทานแล้วได้ของดีมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าจะนำกุ้งตัวเล็กๆ ปิ้งไปก็หดไป”

และที่ไม่เหมือนใคร คือ การเสริฟหมูกระทะเป็นชุด ไม่ได้จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ เหมือนกับร้านทั่วไป โดยในหนึ่งเซ็ท มี หมูนุ่ม หมูเบคอน ตับ ปลาหมึก กุ้งใหญ่ ส่วนของผักประกอบด้วย ผักบุ้ง ผักกาด กะหล่ำปลี แครอท เห็ดหอม วุ้นเส้น จะเสริฟเป็นเซ็ท มี 3 ราคา เซ็ทเล็ก 250 เซ็ท กลาง 300 เซ็ทใหญ่ 350 แถมน้ำอัดลมขวดใหญ่ นอกจากนั้นก็ยังมีโปรดีดๆ ไม่ว่าจะเป็นสะสมคูปอง 10 แถม 1 หรือถ้าสั่งหลายชุดก็แถมเป็นพิเศษ


พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

ผู้พันคณิต เล่าต่อว่า “ผมทำทุกอย่างด้วยใจ หากลูกค้าสั่งในระแวกใกล้เคียง ไม่เกิน 2-3 กิโลเมตรก็จะไม่คิดค่าส่ง ก็จะมีกระทะ น้ำซุป เรียกว่าทุกอย่าง ที่ผ่านมาเคยมีทางโรงเรียนสั่งเข้ามาเป็นชุด 80-100 ชุดก็จะไปส่งไปจัดการให้ เสร็จงานเราก็เก็บกลับ ส่วนใหญ่ส่งให้ในระแวกนี้อย่าง ลาดปลาเค้า ลาดพร้าว-วังหิน นาคนิวาส โชคชัย4 แต่ถ้าไกลกว่านี้ไปไม่ไหว เพราะลูกค้าจะรอนานเกินไปหากมีส่งหลายเจ้า และส่วนใหญ่จะสั่งในเวลาเดียวกัน คำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้ามากกว่า ที่อื่นอาจจะทำอาหารอย่างอื่นเสริม เช่น ส้มตำ หรือปิ้งย่าง เพื่อเรียกลูกค้า แต่สำหรับผม อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติของหมูกระทะที่นี่ อยากทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำหลายๆ อย่าง แต่คุณค่าทางอาหารไม่ดี ซึ่งเมื่อทำตรงนี้ดีและเด่นเพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกค้าได้รับความประทับใจและได้รับสิ่งที่ดีดีกลับไปอย่างแท้จริง ”

ด้วยความที่ในทุกวัน หลังเลิกงาน ผู้พันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้ามาดูแลลูกค้าด้วยตัวเองพร้อมกับภรรยา ทำให้มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

“ลูกค้ามีหลายกลุ่ม มีทั้งมากับเพื่อน กับแฟน กับครอบครัว ตอนนี้รับลูกค้าได้ 33 โต๊ะ ประมาณ 100 กว่าคน หากต้องการดูรายละเอียดเข้าไปที่ Page facebook หมูกระทะผู้พันคณิตได้เลย”

“… สิ่งที่ผมคุยกับภรรยาอยู่ คือ ผมอยากให้เด็กที่เรียนดีในระดับชั้นเรียน วันที่ประกาศผลเรียนได้ที่ 1 อยากให้มาทานที่นี่ฟรีเลย อยากให้เขาภูมิใจ ให้เขาเป็นเยาวชนของชาติที่ดีที่สุดสิ่งที่ผมหวังคือ อยากให้ธุรกิจตรงนี้อยู่ไปนาน ๆ ให้ความอร่อยสู่ผู้บริโภคได้มากที่สุด ผมจึงคิดในราคาที่ไม่แพง อยากให้ทุกคนมีโอกาสลิ้มลองอย่างทั่วถึง ในระแวกนี้ไม่มีใครขายในราคานี้หรือแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบุฟเฟต์ ในอนาคตอยากขยายสาขาออกไปแต่อยู่ในระแวกใกล้เคียงนี้”

เราหันมองไปภายในร้าน ติดป้ายไว้ว่า “งดรับทิป” อดไม่ได้ที่สอบถาม ผู้พันว่า “ผมอยากให้ลูกน้องบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ด้วยใจ บริการอย่างเท่าเทียมกันทุกคน และไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับคนให้ด้วย เพราะผมถือว่า… ลูกค้าที่เข้ามาทานหมูกระทะผู้พันคณิต ผมถือว่าเป็นทิปที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว”

ผู้พันคณิต กล่าวท้ายสุดว่า “ทำร้านตรงนี้ยอมรับว่าเหนื่อยครับ แต่เรามีกำลังใจให้กันและกัน ผมอยากให้ครอบครัวมีความสุข อยากให้ลูกมีความสุข อยากให้ภรรยามีความสุข ครอบครัวผมไม่เคยมีมาก่อน ต้องทำทุกอย่าง แต่เมื่อประสบความสำเร็จ จะเป็นสิ่งที่มองไปข้างหน้าแล้วทุกคนจะภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ”
พันเอก คณิต รัสมิภูตานนท์

…. คุยไป ก็ปิ้งย่างกันไป ทั้งรสชาติของน้ำจิ้มสองสูตรพิเศษ หมูนุ่มได้ที่ กุ้งตัวโตตรงหน้า ถือว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ

ต้องไปชิม หมูกระทะผู้พันคณิต เป็นหมูกระทะที่มอบความอร่อย พกพาความสดใหม่ สะอาดของวัตถุดิบ กับสูตรน้ำจิ้มหมูกระทะ และ สูตรน้ำจิ้มซีฟู๊ด ที่มีความกลมกล่อมเข้มข้นไม่เหมือนใคร พร้อมให้บริการทั้งที่ร้าน และส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านท่าน…..คุณพร้อมหรือยังที่จะมาพบกับหมูกระทะสุดอร่อย.

ร้านหมูกระทะผู้พันคณิต เลขที่ 23 ถนนลาดปลาเค้า ซอย 14
แขวงจระเข้บัว กทม.
ตรงข้ามโรงเรียนกัลยาวิทย์ เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 – 22.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โทร 091 993 1491 , 091993 1498

FB: www.facebook.com/pages/หมูกระทะ ผู้พันคณิต

เล็บสวยเป๊ะปัง อุปกรณ์สะอาด สีแบรนด์เนมแท้ ย่านห้วยขวาง

KS Nail แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครบนปลายเล็บ สวยเป๊ะปัง อุปกรณ์สะอาด สีแบรนด์เนมแท้ งานพิถีพิถัน ประณีต

สาวๆ ย่านตลาดนัดกลางคืนห้วยขวาง เคยมาทำเล็บร้านนี้กันมั้ยคะ?
KS Nail เป็นร้านทำเล็บ ย่านห้วยขวาง เดินจากรถไฟใต้ดินนิดเดียว ที่เราอยากพาสาวๆ ไปรู้จักเหลือเกินที่นี่เจ้าของร้านสวย น่ารัก ให้คำแนะนำดี เหมาะมากสำหรับใครไม่มีเวลาช่วงกลางวัน…ชื่นชอบการทำเล็บเจลเป็นชีวิตจิตใจ เหตุที่ต้องทาสีเจล เพราะการทาเล็บสีธรรดา มันไม่ปัง มันไม่ว้าว!! ยื่นคำขาด ของเค้าดีจริงอันนี้ คือเกิดกับตัวเองจริงๆ ทาแล้วเนียนติดแล้วเนียน โป๊ะ สวย โดนใจ ใส่ใจในแต่ละขั้นตอน และการลงลวดลาย งานเล็บออกมาก็ปราณีตตรงใจสุดๆ เก็บดีเทลลวดลายเล็กๆ น้อยๆ ให้อย่างสวยงาม สายวิ้งวับฉบับญี่ปุ่นก็ทำได้นะเออ เลยมาแบ่งปันรีวิว

KS Nail เป็นอีกหนึ่งร้านทำเล็บ ที่ดูแลดีสุดๆ มีช่างเพ้นท์เล็บบริการดี งานคุณภาพ ด้วยเล็บสวยๆ เดินจากรถไฟใต้ดิน ลงสถานีห้วยขวางดิน เพียง 5 นาที ชอบที่สุดคือร้านนี้ใส่ใจเรื่องความสะอาดเครื่องมือมากค่ะ ทำเล็บสวย ตัดหนังสวยสะอาดมาก ถูกใจสุดๆ ที่เราอยากพาสาวๆ ไปรู้จักเหลือเกิน การทำสปาเท้าก็เป็นเรื่องที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่าการทำสปามือหรือสปาส่วนอื่นๆ เลยนะ เพราะเท้าคู่นี้แหละที่พาเราไปพบเจอกับอะไรมากมาย ถูกใช้งานหนักมากที่สุดในร่างกายแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่เท้าของเรา ด้วยการทำสปาเท้าให้สวยเนียนนุ่มกันด้วยแพ็คเกจสปาพร้อมทาสีเล็บเจลกัน

ที่นี่ คุณก้อย เจ้าของร้านที่รักการทำเล็บ ให้คำแนะนำเรื่องการทำสปาเท้า ซึ่งรวมอยู่ในแพ็คเกจทำเล็บมือ+ตัดเล็บ+ตัดหนัง โดยสปาเท้าของที่นี่จะเป็นการขัดสครับฝ่าเท้า แช่น้ำแร่และน้ำนมให้ผิวเท้าของเราเนียนนุ่มชุ่มชื่น พร้อมโชว์เท้าคู่สวยได้อย่างมั่นใจ ร้านให้บริการ Skin Purifying Organic Spa Treatment ยังสามารถทำสปามือ เท้า หรือทรีตเมนต์สปามือ ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากต่างประเทศ โดยทางร้านได้แนะนำเคล็ดลับดีๆ แนะนำให้เล็บสาว ๆ กลับมาสวยปิ๊งดูสุขภาพดีแถมยังติดทน เน้นเรื่องการ
ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างสีเจลโดยเฉพาะเทลงบนสำลีและห่อด้วยฟอยด์ การจะล้างสีเจลออกเนี่ยเราควรจะไปทำที่ร้านที่มีมาตรฐานและใช้ขั้นตอนที่
ถูกวิธีค่ะ เพราะว่าการล้างค่อนข้างมีความสำคัญจะช่วยถนอมเล็บเราและ
ไม่ทำให้เล็บเราเปราะบาง ฉีกง่ายสาวๆ ก็จะมีเล็บที่สวย สุขภาพดี ไม่พังอีกต่อไปแล้ว พอรู้ครบขั้นตอนแล้ว เราขอตัวไปทำเล็บก่อน อยากสวยแล้ว

โดดเด่นด้านการดีไซน์ รวมถึงเป็นผู้นำเทรนด์ในการตกแต่งเล็บไม่ทำร้ายหน้าเล็บและไม่ทำให้เล็บเหลืองด้วย รวมไปถึงทั้งบรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งเรียบๆ แต่สวยงาม แถมตลอดการรับบริการทันใจ อุปกรณ์สะอาด มีเก้าอี้นวดไฟฟ้ากว่าจะรู้ตัวอีกที เล็บก็ถูกตกแต่งด้วยสีเจล อย่างสวยงาม ชอบที่สุดคือร้านนี้ใส่ใจเรื่องความสะอาดเครื่องมือมากค่ะ ทำเล็บสวย ตัดหนังสวยสะอาดมาก ถูกใจสุดๆจ้า นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับคนชอบทำสปาเล็บที่ต้องลองแวะเวียนไปสักครั้ง

ดังน้ัน ร้านทำเล็บโดยส่วนใหญ่มีลูกค้าเป็นกลุ่มผู้หญิงที่รักสวยรักงาม สาวๆ ควรเลือกร้านที่แบรนด์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ผลิตภัณฑ์ล้างสีเจลคุณภาพโดยเฉพาะ

อยากมีเล็บสวยสไตล์ใหม่ๆจากทางร้านลองไปแวะดูได้ ติดแล้วเนียน ไม่โป๊ะ ทำเล็บออกมาได้หรูหราไฮโซ เป็นธรรมชาติเหมือนเล็บจริงมากเลย ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพก็เป็นอีกส่วนที่สาว ๆ ต้องใส่ใจเลยค่ะ เพราะหากสาว ๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพสีเจลก็จะล้างออกยาก และต้องขูดเล็บนานถึงจะออก ทำให้หน้าเล็บเราพังได้

แอบกระซิบว่าตอนนี้ ที่ร้านเขามีโปรโมชั่นสปา ราคาพิเศษอยู่ด้วยนะ
โปรช่วงนี้…. ก่อนวาเลนไทม์ โทรจองคิวต่ออะคิลิก ติดแล้วเนียน ไม่โป๊ะ เป็นธรรมชาติเหมือนเล็บจริงมากเลย ก่อนเวลา 20:00 น.
ดีตรงที่ ฟรีทาเจลค่ะ

บริการทำเล็บอย่างครบวงจรด้วยทีมงานระดับมืออาชีพเปิดบริการทุกวัน กลับดึกแค่ไหนก็สามารถอยากให้เล็บคุณสวยดูดี เทรนดี้กันทุกวันเปิดตั้งแต่เวลา 18:00-05:00 น. (เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด)

แนะนำ : คิวลูกค้าทำเล็บค่อยข้างเยอะ ก่อนไปลองโทรจองคิวกันก่อน ด้วยนะค่ะ
สนใจโทรหรือแอดไลน์มาจองคิวล่วงหน้ากันเองนะคะ
Tel : 095-5839235
line : ksnailsalon
IG : ks_nail_salon

สปามือเท้า #เพ้นท์เล็บ #ทำเล็บ #ต่อเล็บ
#ทาเจล #เล็บสวยเป๊ะปัง
#ย่านตลาดนัดกลางคืนห้วยขวาง


สำนักพุทธฯ เตรียมจัดงาน “การแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ ครั้งที่ 10”

วันที่ 7 มกราคม 2562 เวลา 15.00 น. อาคารหอประชุมมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมสำนักงานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แถลงข่าวการจัดการแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ ครั้งที่ 10 และ นิทรรศการภายใต้ชื่องาน 47 ปี “วิถีปริยัติ ศรัทธาก้าวไกล น้อมใจจิตอาสา” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 มกราคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่พุทธมณฑล จ.นครปฐม

โดยมี พระครูสุวรรณสรานุกิจ ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 10 องสรภาณอนัมพจน์ (ดร.พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว) ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 14 หลวงจีนสังฆรักษ์สัญชัย เสี่ยซัง ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 13 พระมหาวิจิตร กลยาณจิตโต ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 1 และนายนายสิทธา มูลหงษ์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าว

นายสิทธา มูลหงษ์ ผอ. กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงที่มาของงานว่า “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญทั่วประเทศ จำนวนทั้งหมด 407 โรง 40,000 กว่ารูป การสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมนั้น นอกจากสนับสนุนงบประมาณไม่ว่าจะส่วนของการจัดการศึกษา การบริหารจัดการ การดูแลอัฐบริขารความสะดวกต่าง ๆ ของสามเณรนักเรียนทั้งหมดแล้ว ยังจัดงบประมาณ ในการจัดมหกรรมฯ
ในครั้งนี้

การแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ จัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี ในปีนี้เป็นปีที่ 10 โดยหมุนเวียนไปจัดในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ในปี้นี้ครบ 47 ปี ของการก่อตั้งโรงเรียน พระปริยัติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นวาระพิเศษ จึงได้มาจัดที่ส่วนกลาง คือที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภายในงานจะได้พบกับการกิจกรรมแข่งขันทั้งสิ้นถึง 51 รายการ มีทั้งการจัดการแข่งขันวิชาการที่เป็นความรู้ และเรื่องของทักษะ ช่างฝีมือ และนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย”

ผอ.สำนักพุทธศาสนศึกษา กล่าวต่อว่า “การจัดงานในครั้งนี้นอกจากเปิดโอกาสให้ครูบาอาจารย์ สามเณร ได้มีโอกาสแสดงความรู้ ความสามารถต่าง ๆ แล้ว ลูก ๆ สามเณร ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศยังมีโอกาสได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดโลกทัศน์กัน ที่สำคัญคือเป็นการเตรียมน้อง ๆ สามเณรที่จะได้รับการประเมินในระดับประเทศอย่าง โอเน็ต และที่สำคัญที่สุดคือ การได้ประชาสัมพันธ์โรงเรียนพระปริยัติธรรมให้สาธารณชนได้ทราบว่า เป็นโรงเรียนทางเลือก โรงเรียนทางรอดให้กับสังคมไทย เพราะลูกๆ สามเณรเหล่านี้ เมื่อโตขึ้นไปก็จะได้ไปสร้างชาติ ก็ปรากฏให้เห็นคนสำคัญของชาติมากมาย

เพื่อเป็นการแสดงถึงศักยภาพในการจัดงาน การเรียนและการสอนในโรงเรียนซึ่งการจัดงานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เรียนในโรงเรียนปริยัติธรรมสามัญศึกษาเท่านั้น แต่ยังเปิดให้เด็ก ๆ และผู้ปกครอง เข้ามาเยี่ยมชมงานได้ คาดว่าเข้ามาร่วมไม่ต่ำกว่า 5,000 คน รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและผู้สนับสนนุมากมาย”

นายสิทธา มูลหงษ์ กล่าวท้ายสุดว่า “จะเห็นว่าสังคมแห่งความเปลี่ยนแปลงมีความไม่ปลอดภัยหลายอย่าง หากลูกๆ พร้อมที่จะตัดสินใจเข้ามาดูรายละเอียดด้วยตัวเอง เราจัดการศึกษาตั้งแต่ ม. 1 – ม. 6 ทุกอย่างฟรีทั้งหมด อุปกรณ์การเรียนการสอน ทุนการศึกษา อาหารการกิน เครื่องอัฐบริขาร อยากเชิญชวนลูกๆ ผู้ชายและพ่อแม่ผู้ปกครอง หากอยากศึกษาธรรมะไปพร้อมกับทักษะชีวิตต่าง ๆ และเรียนอย่างมีความสุข อย่างปลอดภัย ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โรงเรียนพระปริยัติธรรมพร้อมเปิดรับ”

พระครูสุวรรณสรานุกิจ ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 10 เปิดเผยว่า”โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญนี้ การเรียนการสอนจะเหมือนกับโรงเรียนข้างนอกทุกประการ เป็นโรงเรียนที่นำเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียน
การจัดการศึกษา ปัจจุบันมี 3 แผนก คือแผนกธรรม แผนกบาลีและแผนกสามัญศึกษา การจัดการทั้งสามแผนกนั้น มุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นคนดีและคนเก่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของชาติ

โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ปัจจุบันใน 407 โรง มีนักเรียนทั้งหมด 40,000 กว่ารูป ศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของโรงเรียน 14 กลุ่มทั่วประเทศ

คุณลักษณะพิเศษ คือ ผู้เรียนเป็น พระภิกษุ และสามเณรเท่านั้น จบแล้วสามารถศึกษาต่อได้ในระดับอุดมศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ หากผู้ปกครองต้องการนำลูกหลานเข้ามาศึกษา สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด และสำนักงานคณะสงฆ์ประจำจังหวัดได้ทั่วประเทศที่ใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น”

“อยากเชิญชวนประชาชน ผู้ปกครองท่านทั้งหลาย ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมงานแข่งขันทักษะวิชาการและนิทรรศการในครั้งนี้ รวมถึงอยากฝากญาติโยมทั้งหลาย หากอยากนำลูกชายมาบวชเรียน สามารถติดต่อมาที่นี่ หรือ ไปที่กลุ่มโรงเรียนทั้ง 14 กลุ่มวัด” ซึ่งกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้น มีทั้งสิ้น 30 กิจกรรมรวม 51 รายการ ประกอบด้วย การแข่งขันเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรม การแข่งขันตอบปัญหาวิชาภาษาบาลี การแข่งขันตอบปัญหาวิชาพระพุทธศาสนา การแข่งขันวิชาสามัญ 8 กลุ่มสาระการเรียนรรู้ การแข่งขันบรรยายธรรมภาคภาษาไทย ภาคภาษาอังกฤษ การแข่งขันวาดภาพ การแข่งขันแต่งบทกลอน การแข่งขันคัด่ลายเมือภาษาไทย การแข่งขันการทำหนังสั้น การแข่งขันโครงการวิทยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ เป็นต้น ตลอดทั้งนิทรรศการการแสดงผลงานด้านวิชาการของครูเรียนจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ

ซึ่งงานนี้จะแสดงถึงศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้ประชาชนได้รับรู้และเป็นการศึกษาทางเลือกให้กับเยาวชนชายไทย ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ผู้ปกครองที่สนใจให้บุตรหลานมาบวชเรียนสามารถ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทร. 02-441 7950


พระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์ปูนปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก ฉลองครบ 10 ปี

อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก ฉลองครบ 10 ปี พระพิฆเนศ หรือพระพิฆเนศวร ถือได้ว่าเป็นเทพที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์มาก วันนี้เรามีโอกาสเข้าร่วมงานไหว้ขอพรพระพิฆเนศ งานครบรอบ 10 ปี อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลก

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561 ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร เป็นประธาน ในงานครบรอบ 10 ปี อุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก เชิญชวนประชาชนเสริมบารมีรับปีใหม่ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพิฆเณศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีหน้าตักกว้าง 9 เมตรสูง 15 เมตร เมตร และได้รับการยกย่องจากเลขาธิการศาสนสัมพันธ์ฮินดูโลกว่าเป็นพระพิฆเณศที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกันนั้นก็จะประกอบพิธีเบิกเนตรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ซึ่งมีมหาเมตตามหากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ พร้อมเชิญชวนทุกท่านมาเสริมความเป็นสิริมงคลเสริมดวงชะตาราศีรับปีใหม่กันที่อุทยานพระพิฆเณศจังหวัดนครนายก ตลอดปี 2562


สุพัชชา สมบูรณ์ฐานะ ผู้จัดการอุทยานพระพิฆเณศ จ.นครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยนอกจากจะมีการไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ภายในอุทยานฯ แล้ว ในช่วงการจัดงานยังมีพิธีสำคัญโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการก่อตั้ง ทาง อุทยานพระพิฆเณศ จะกำหนดให้มีการจัดงานบวงสรวงสักการะ องค์พระพิฆเณศองค์ใหญ่ และพระโพธิสัตว์กวนอิม และยังมีการกำหนดให้มีพิธีสวดโซฮา ขึ้นในวันที่ 30 ธันวาคม เป็นพิธีสำคัญในการเสริมก็ตาต่อบารมีให้กับประชาชนทั่วไป มีความเชื่อกันว่าบุคคลใดที่ได้เข้าไปอยู่ในพิธีสวดโซฮาและ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าทำงานประสบความสำเร็จครอบครัวพบแต่ความสุข

ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร กล่าวถึงพิธีการบวงสรวงองค์พระพิฆเณศ ณ อุทยานพระพิฆเณศ

ม.ล.ภัทรสุดา กิติยากร กล่าวถึงพิธีการบวงสรวงองค์พระพิฆเณศ ณ อุทยานพระพิฆเณศ ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับผู้ที่มาร่วมพิธีและเดินทางมาสักการะขอพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมด้วยพิธีเบิกเนตรองค์พระแม่กวนอิม ปางประธานพร ผู้ซึ่งมีมหาเมตตามหากรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ เพื่อผู้ที่มาขอพรที่อุทยานพระพิฆเณศได้พ้นจากความทุกข์ในชีวิตด้วยมหาเมตตาแห่งองค์พระโพธิสัตว์และประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองจากการสักการะเทพเจ้าแห่งความสำเร็จเทพเจ้าแห่งการประทานพร พระพิฆเนศวร ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง พร้อมกล่าวอวยพร เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ขอให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สมความปราถนาทุกประการ พร้อมกล่าวเชิญชวนทุกท่านมาเสริมความเป็นสิริมงคลเสริมดวงชะตาราศีรับปีใหม่กันที่อุทยานพระพิฆเณศ จังหวัดนครนายก

ม.ล.อรุณกลม วรวุฒิ กล่าวถึง ความประทับใจ ณ อุทยานพระพิฆเณศ
ที่มีความงดงาม พร้อมด้วย องค์พระแม่กวนอิม ปางประธานพร ที่ได้เบิกเนตรในวันนี้ และขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจ สร้างทานบารมี เสริมดวงชะตา รับปีใหม่ 2562 และเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ขออวยพรให้
ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สมความปราถนาทุกประการ

อุทยานพระพิฆเณศ นครนายก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเณศขนาดใหญ่มหึมา ที่มีความสูงถึง 9 เมตร เป็นองค์ปูนปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2551 ซึ่งในปีพ.ศ.2561

โดยภายในอุทยานฯ แห่งนี้จะมีพระพิฆเณศองค์ใหญ่ 2 ปาง ตั้งอยู่ใกล้กัน ซึ่งทุกท่านจะพบกับความสวยงามและความยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมองค์พระพิฆเณศปางต่าง ๆ จำนวน 108 ปาง ที่ครบสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตลอดจนหอมหาเทพ ซึ่งประดิษฐานมหาเทพสูงสุดทั้ง 3 พระองค์ ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ รูปปั้นฤๅษีปางต่าง ๆ ตำหนัก3 มหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ให้ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามาสักการบูชาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกันอีกด้วย

เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเองและครอบครัว เที่ยวกันได้ทุกเพศทุกวัย

อุทยานพระพิฆเณศ จังหวัดนครนายก ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร ‭088-914-1987‬




โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ผู้สนับสนุนการทำศัลยกรรมให้กับรายการ “Let me in Thailand 4 Reborn”

เพราะปัญหาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต !!
รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” และ “โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ” จากประเทศเกาหลีใต้ จึงช่วยเนรตมิตให้สาวฝาแฝดที่มีปัญหาขากรรไกรบิดเบี้ยวบี้ จนทำให้เธอต้องปวดขากรรไกรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากให้เธอได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นสาวสุขภาพดี พร้อมพ่วงด้วยความสวยที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาอย่างแน่นอน

ว้าว สวยมากเลย ทั้งใบหน้าที่เปลี่ยนไป และลุคที่ปังมากขึ้น
พลิกโฉมครั้งสำคัญ ที่เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง!!

บี๋ พิมพิกา หญิงสาวจากครอบครัวขายลอตเตอรี่ที่ลืมตาดูโลกมาพร้อม
กับพี่ชายฝาแฝดที่หน้าตาคล้ายกันอย่างกับแกะ แต่เธอมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับขากรรไกร ทำให้เธอปวดขากรรไกรอยู่ตลอดเวลาและในอนาคตอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพขอเธอมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายการ
“Let me in Thailand 4 Reborn”

รายการ “Let me in Thailand 4 Reborn” ร่วมกับ ศัลยแพทย์โอชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ได้เห็นถึงปัญหาสำคัญข้อนี้ จึงเลือกให้เธอได้ทำศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งถ้าเธอทำศัลยกรรมเธอจะกลายไปมีใบหน้าที่ไม่ความคล้ายคลึงกับพี่ชายอีกต่อไป กลายเป็น “แฝดหนีฝา” แต่สิ่งดีที่เกิดขึ้นกับเธอ คือปัญหาสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งครั้งนี้เธอได้ทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น ผ่าตัดขากรรไกร, ปรับรูปหน้า โหนกแก้ม กราม คาง แก้ไขปัญหาคางยื่น ฟันไม่สบกัน, ศัลยกรรมจมูกให้ได้ทรงสวยรับกับใบหน้า, เย็บกล้ามเนื้อตาให้ดวงตาดูสดใสโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ, ฉีดฟิลเลอร์ใบหน้าเติมร่องลึกให้เต็ม และฉีดเสต็มเซลล์ ให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ซึ่งหลังจากทำศัลยกรรมแล้วเธอจะกลายเป็นสาวสุขภาพดี
ที่เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเธอเอง มั่นใจในการหางานที่เหมาะสม และจะเปิดโอกาสในอาชีพ ช่วยยกระดับชีวิตของเธอและครอบครัวได้อย่างแน่นอนไม่ว่าจะปัญหาด้านสุขภาพ คางยื่น คางยาว จมูกไม่มีดั้ง หรือ
ปัญหาใดๆ ก็ตาม คุณสามารถสวย หล่อ เพอร์เฟ็คได้อย่างปลอดภัย กับ
ทีมศัลยแพทย์มืออาชีพจากโรงพยาบาลบาโนบากิ ได้อย่าง “บี๋ พิมพิกา”
เช่นนี้ได้ง่ายๆ

http://line.me/ti/p/@thaibanobagi

ซึ่งงานนี้รับประกันว่าจะเป็นสาวสวยสุขภาพดี มั่นใจ พร้อมก้าวสู่โลกกว้าง
เพื่อหางานทำที่เหมาะสมกับตัวเธอและช่วยยกระดับชีวิตครอบครัวของเธอได้อย่างแน่นอน

ติดต่อจองคิวปรึกษาฟรีในประเทศไทย
ที่บาโนบากิ ทองหล่อ ซอย 3

Tel : 02-392-2890
Mobile : 099-112-4777

#LetMeInThailand4
#LetMeInReborn #banobagi
#โรงพยาบาลบาโนบากิ
#หมอโอเจ้าเดิม

พม. ร่วมกับ กคช.เดินหน้าโครงการออมเวลา นำร่องเขตชุมชนดินแดง

วันนี้ (26 ธันวาคม 2561) เวลา 14.00 น. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายปรเมธี วิมลศิริ) เป็นประธานเปิดโครงการออมเวลา จิตอาสาใส่ใจพัฒนาสังคม โดยมี นางไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การเคหะแห่งชาติ และผู้อยู่อาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 เข้าร่วมในพิธีเปิด

 โดยจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มคนในพื้นที่ดูแลซึ่งกันและกันในรูปแบบธนาคารเวลาเพื่อเปิดการดำเนินงานพื้นที่นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยใช้รูปแบบของธนาคารเวลา โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 200 คน  ณ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดีรังสิต ตัดกับถนนอโศก – ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

นายปรเมธี กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากการเคหะแห่งชาติ กองทุนการออมแห่งชาติศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง และเทศบาลตำบลช่องลม อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่อาคารโครงการฟื้นฟูชุมชนเมืองดินแดง ระยะที่ 1 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่นำร่อง มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพื่อยกระดับระบบการดูแลผู้สูงอายุ และระบบการให้บริการด้านสวัสดิการผู้สูงอายุให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทุกคนทุกวัยในการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะขยายการดำเนินงานธนาคารเวลาให้ครบทั้ง 50 เขต กรุงเทพมหานคร

ซึ่งการดำเนินโครงการธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ได้สนับสนุนพื้นที่ที่ดำเนินงานโครงการธนาคารความดีเข้าร่วมการเป็นพื้นที่นำร่องและมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมเป็นพื้นที่นำร่อง รวมมีพื้นที่นำร่องโครงการธนาคารเวลาในส่วนภูมิภาคจำนวน 42 พื้นที่ 28 จังหวัด

นายปรเมธี กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการออมเวลา จิตอาสาใส่ใจพัฒนาสังคม เป็นการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการจัดสวัสดิการ และการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ซึ่งธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ เป็น 1 ในมาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่อง สังคมผู้สูงอายุ โดยศึกษารูปแบบการดำเนินงานธนาคารเวลาในต่างประเทศนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมดูแลซึ่งกันและกัน

โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยจิตอาสาจะได้รับการดูแลหรือการตอบแทนอื่น ๆ ตามเวลาจำนวนที่สะสมไว้โดยการดำเนินการที่ชุมชน อาคารแปลงจี ดินแดง ประกอบด้วยกิจกรรมสร้างสุขฝึกอาชีพ การตรวจสุขภาพ การจัดบริการรับ – ส่ง ไปโรงพยาบาล การให้คำปรึกษา ดูแลความสะอาดภายในห้องผู้สูงอายุ สำหรับผู้อยู่อาศัย จำนวนทั้งสิ้น 956 คน เป็นผู้สูงอายุจำนวน 252 คน และมีจิตอาสาธนาคารเวลา จำนวน 21 คน

“ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงขอฝากทุกท่านได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้คนในสังคมร่วมดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้ และขอให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุร่วมกันต่อไป และขอเชิญชวนผู้สนใจ เข้าร่วมเป็นจิตอาสาโครงการธนาคารเวลา

โดยสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟสบุ๊ค ธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ หมายเลข 0-2642-4306 หรือ สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300” นายปรเมธี กล่าวตอนท้าย

นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า แม้โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จะเป็นโครงการใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ แต่ผู้อยู่อาศัยในอาคารเป็นผู้อยู่อาศัยเดิมที่มาจากโครงการเคหะชุมชนดินแดง ซึ่งถือเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่กันมายาวนานกว่า 50 ปี ดังนั้นการอยู่อาศัยร่วมกันของคนในชุมชนจะเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ที่คอยดูแลพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เมื่อมีโครงการธนาคารเวลาเข้ามา ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดจิตอาสาให้เข้ามาดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1

ปัจจุบันมีผู้อยู่อาศัยในโครงการฯ 956 คน แบ่งออกเป็นผู้สูงอายุ 252 คน ผู้พิการ 12 คน และผู้ป่วยติดเตียง 1 คน ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการธนาคารเวลาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากคณะกรรมการเฉพาะกิจอาคารโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จำนวน 12 คน มีอาสาสมัครที่จะเข้ามาเป็นจิตอาสาคอยให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ 20 คน และจะมีการรับสมัครอาสาสมัครในโครงการธนาคารเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับผู้สูงอายุในโครงการฯ ต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาโครงการธนาคารเวลา สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟซบุ๊กธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 0 2642 4306 หรือ สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT Hot!! คนดัง บันเทิง เซเลบ แฟชั่น ความงาม