GFC (เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์) ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์สำหรับมีบุตรยากแบบครบวงจร

GFC เผยไทยมีแนวโน้มอัตราการเจริญพันธุ์เหลือ 1.5 เทียบเคียงประเทศญี่ปุ่น
เกิดจากความพร้อมมีบุตรอายุเกิน 35 ปี ส่งผลให้เข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก
พร้อมเปิดตัว Eeva เทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนที่แม่นยำมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย GFC (เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์) ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์สำหรับมีบุตรยากแบบครบวงจร ระบุอัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยลดลงเหลือเพียง 1.5 เทียบเคียงกับประเทศญี่ปุ่น

เนื่องจากกลุ่มคนวัยทำงานตัดสินใจมีลูกในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่งผลให้อยู่ในภาวะมีบุตรยาก จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วยพร้อมเปิดตัว Eeva เทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนใหม่ล่าสุดซึ่งนำมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีประสิทธิภาพแม่นยำ สามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 70 %เมื่อเทียบค่ามาตรฐานทั่วไป

นายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (GFC)

นายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (GFC) ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเปิดเผยว่า จากผลการสำรวจและสถานการณ์ของประชากรในปัจจุบันประเทศไทยเป็น 1ใน23 ประเทศที่มีงานวิจัยระบุว่า ในอีก 80 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรจะลดลงจาก 71 ล้านคน เหลือเพียง35 ล้านคน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ค่านิยมการอยู่เป็นโสด ผู้หญิงมีความสามารถและการศึกษาสูงขึ้น ต้องการทำงานสร้างฐานะเป็นอันดับแรก ชะลอเรื่องการแต่งงานมีครอบครัวประกอบกับข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุขพบว่าสถิติทางสาธารณสุขของอัตราการเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate – TFR) ของประเทศไทยลดลงเหลือเพียง 1.5 ซึ่งเป็นอัตราเทียบเคียงกับประเทศญี่ปุ่น และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ในอนาคตประเทศไทยจะประสบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานและก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวจากการที่กลุ่มคนวัยทำงานตัดสินใจมีบุตรในช่วงอายุที่มากขึ้น ประกอบกับความเครียดจากการทำงาน ทำให้คู่สมรสหลายคู่ต้องหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์จากปัจจัยดังกล่าว GFC ในฐานะที่ปรึกษาและศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่เปิดดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 5มองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจและแสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์ของไทยโดยพบว่าในปี 2562 การให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศราว4,500 ล้านบาท

“ปัจจุบันความก้าวหน้าของวิทยาการทางการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทช่วยด้านการเจริญพันธุ์นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีศักยภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มลูกค้าของ GFC เป็นคนไทยประมาณ90% ส่วนอีก10% เป็นกลุ่มที่สามีหรือภรรยาเป็นคนไทยกับคนต่างชาติ”

นพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ กรรมการบริหาร/ กรรมการด้านการเงินและพัฒนาธุรกิจ

ด้าน รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศริริราชและประธานกรรมการบริหาร เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (GFC) กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการมีบุตรยากของคนไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปีเนื่องจากรอความพร้อมด้านการเงิน หน้าที่การงาน ส่งผลให้แต่งงานช้าลง โดยความต้องการมีบุตรอายุเฉลี่ยอยู่ที่35 – 40 ปีซึ่ง85% ของคู่สมรสจะสามารถมีบุตรได้ภายใน 1 ปี หลังการแต่งงานและ 95% ของคู่สมรสจะมีบุตรได้ภายใน 2 ปี หากเกินช่วงเวลาดังกล่าวจะถูกจัดในภาวะมีบุตรยากซึ่งการมีบุตรตอนอายุมากโดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุ 35ปี ขึ้นไปความสมบูรณ์ของไข่จะมีน้อยและคุณภาพไข่ไม่ดี ส่วนผู้หญิงที่อายุเกิน 48ปี
ไม่ควรท้องด้วยวิธีธรรมชาติ

เนื่องจากเป็นช่วงที่สุขภาพและความพร้อมของร่างกายไม่สมบูรณ์เต็มที่เหมือนช่วงวัยหนุ่มสาวส่งผลให้เด็กที่เกิดมีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมได้ดังนั้นการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะวิธีทำเด็กหลอดแก้วและNGS เพื่อตรวจความสมบูรณ์ของโครโมโซม

รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศริริราชและ
ประธานกรรมการบริหาร เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (GFC)

พญ. ปรวัน ตั้งธรรมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ของ Genesis Fertility Center และผู้ก่อตั้งเพจ มีลูกยาก ปรึกษา หมอมิ้งค์
กล่าวเสริมว่า GFC มีเทคโนโลยีชื่อ Eeva ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนใหม่ล่าสุด ที่ GFC Clinic นำมาใช้แห่งแรกในประเทศไทย โดยมีใช้ในต่างประเทศมาประมาณ 5 ปี ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถเลือกตัวอ่อนได้มีประสิทธิภาพและแม่นยำ เนื่องจากมีการนำระบบ AI มาใช้ในการตรวจจับการเติบโตของตัวอ่อน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดในการนำมาฝังตัว ซึ่งเมื่อทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการตรวจ NGS จะสามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์สูงถึง73%เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่อื่นซึ่งมีอัตราตั้งครรภ์อยู่ที่ประมาณ30-50% สำหรับจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือการเป็นตู้เลี้ยงตัวอ่อนแยกของแต่ละเคส โดยตู้เลี้ยง 1ตู้สำหรับ1 คนไข้ ไม่ใส่รวมปะปนกัน เพื่อลดการรบกวน พร้อมควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เพราะเราให้ความสำคัญกับความสำเร็จของคนไข้เป็นอันดับแรก พญ.ปรวัน ตั้งธรรม -กล่าว

พญ.ปรวัน ตั้งธรรมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ของ Genesis Fertility Center
และผู้ก่อตั้งเพจ มีลูกยาก

พร้อมกันนี้ ยังได้สร้างช่องทางในการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจ โดยได้ทำ
การไลฟ์สดผ่านทางเพจเฟซบุ้กทุกๆ 2 สัปดาห์ เน้นเนื้อหาเหมือนคุณหมอมา
จัดรายการวิทยุให้ฟัง เพื่อให้คนที่มีปัญหาหรือต้องการ สอบถามข้อมูล ได้เข้ามาถาม-ตอบกันแบบสดๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.genesisfertilitycenter.co.th
หรือที่เฟซบุ้ก www.facebook.com/GFC.Bangkok/

ททท. ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวหลังวิกฤต COVID 19 “มั่นใจไทยเที่ยวได้”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยว และการเดินทางภายในประเทศ หลังวิกฤต COVID-19 ระลอกใหม่ ภายใต้แนวคิด “ไทยพร้อมเที่ยว…มั่นใจไทยเที่ยวได้” ระหว่างเดือนธันวาคม – เมษายน 2564 นี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางด้วยความรู้สึกมั่นใจในผู้ประกอบการไทยที่พร้อมดูแล รับผิดชอบ และให้ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยได้เป็นอย่างดี เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับฤดูกาลการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงนี้

นาย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า วิกฤต COVID-19 ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างเผชิญกันอยู่นี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวมากถึง 17.64% ตามรายงานภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ปี 2562 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วิกฤต COVID-19 ครั้งนี้ ทำให้การท่องเที่ยวภายในประเทศต้องหยุดชะงัก อัตราการเข้าพักโรงแรมเหลือเพียง 0-5% จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศเอง และนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourism Visa (STV) เท่านั้น ส่งผลให้ธุรกิจสายการบิน และโรงแรมประสบปัญหารุนแรงที่สุดตั้งแต่เคยมีมา

เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย และสร้างความเข้าใจในกระบวนการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourism Visa (STV) พร้อมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการคัดกรอง และการกักตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม STV นี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกระแสที่สร้างความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของการท่องเที่ยว การเข้าพักโรงแรม และการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นอย่างมาก

ททท. จึงเร่งดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ในช่วงก่อนฤดูกาลการท่องเที่ยวที่จะมาถึงนี้ ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจโดยใช้ช่องทาง Online และ Social Media ต่าง ๆ รวมถึงผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร ทั่วประเทศจัดกิจกรรม เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้ตลาดท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง อาทิ สายการบิน Thaismile ร่วมสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางและสนับสนุนตั๋วเครื่องบิน ไป – กลับ ในประเทศ, บัตรเครดิต KTC ร่วมประชาสัมพันธ์พร้อมมอบส่วนลดพิเศษให้แก่ลูกค้า ทั้งตั๋วเครื่องบิน รถเช่า และที่พัก ผ่านช่องทาง KTC World Travel Service, บริษัทเทเวศประกันภัย มอบประกันโควิดผ่านกิจกรรมของโครงการ, Chic Car Rent ร่วมสร้างความมั่นใจในการเดินทาง พร้อมโปรโมชั่นรถเช่าราคาสุดพิเศษ, แคมเปญแจกที่พักในกิจกรรม Free Gift ผ่านแอพพลิเคชั่น TrueYou รวมถึงโรงแรมสุดหรูในเครือ Cape & Kantary Hotels และ Baba Beach Club ที่ร่วมเป็นพันธมิตร

ทั้งนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านการทำ Influencer Marketing โดย KOLs Bloggers Influencers และ Nano Influencers จำนวนมาก เพื่อให้เกิดกระแสความต้องการเดินทางภายในประเทศ ทั้งท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง

สามารถติดตาม www.facebook.com/munjaithaitiewdai เพจที่จะให้ความรู้กับให้นักท่องเที่ยวชาวไทย เรื่องการดูแล และป้องกันตนเองให้ห่างไกลจาก COVID-19 สร้างความเข้าใจในมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว หรือ SHA ตอกย้ำความมั่นใจในกระบวนการการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourism Visa (STV) และเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งต่อไป ผ่านคอนเท้นต์ และกิจกรรมออนไลน์มากมาย

เปิดแนวคิด นโยบายเรือนจำท่องเที่ยว

อายุตม์ สินธพพันธุ์
อธิบดีกรมราชทัณฑ์

จากนโยบาย ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในการพัฒนาพื้นที่เรือนจำทัณฑสถานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะด้านต่างๆ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหลังพ้นโทษได้อย่างยั่งยืน จนปรากฏผลเป็นรูปธรรม และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดโครงการเรือนจำท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “Cook & Coff @ราชบุรี ท่องเที่ยวเกษตรวิถี…คืนคนดีสู่สังคม”
ล่าสุด อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สานต่อนโยบาย รมว.ยุติธรรม ในการนำพื้นที่บริเวณโดยรอบเรือนจำเพื่อใช้ประโยชน์ ทั้งเพื่อสร้างความหวังและประกายแห่งความเชื่อมั่นที่ดีของสังคมในการหยิบยื่นโอกาสให้ผู้ต้องขังให้กลับตัว แก้ไขสิ่งผิด มีรายได้เลี้ยงตนเอง และยังเพื่อทำให้พื้นที่เรือนจำก่อให้เกิดประโยชน์ รวมถึงเตรียมนำเรือนจำท่องเที่ยวมาจัดนิทรรศการในงาน นิทรรศการกรมราชทัณฑ์ ที่เรือนจำกลางคลองเปรมในเดือนพฤษภาคมนี้อีกด้วย

ทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์
โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการฝึกอบรม ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ พัฒนาพื้นที่เรือนจำ-ทัณฑสถานเปิดทุกจังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อเป็นประโยชน์ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ จากจำนวนเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ปัจจุบัน ได้เริ่มมีการนำร่องใช้พื้นที่เรือนจำชั่วคราวและด้านหน้าเรือนจำที่มีพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินในการนำร่องปรับเป็นเรือนจำท่องเที่ยว นำร่อง 5 แห่งในปี 2563 และ ในปี 2564 เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม 24 แห่ง
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงที่มาของเรือนจำท่องเที่ยวว่า เรือนจำท่องเที่ยวเกิดจากนโยบายของ พณ.รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีจำนวน 143 แห่ง เรือนจำท่องเที่ยวเราใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณเรือนจำชั่วคราวและหน้าเรือนจำที่มีด้านหน้า ด้านข้าง เพื่อปรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว คำว่าเรือนจำท่องเที่ยว ไม่ใช่หมายถึงท่องเที่ยวในเรือนจำ แต่หมายถึงพื้นที่ด้านหน้าเรือนจำ เหมือนคำโบราณที่เรียกว่า หับเผย หับแปลว่าปิด เผยแปลว่าเปิดออก เหมือนประตูคุก ที่ท่องเที่ยวบางที่อยู่ที่หน้าเรือนจำชั่วคราว บางที่อยู่หน้าเรือนจำ ส่วนเรือนจำที่ทำแล้ว ได้แก่ เรือนจำชั่วคราวดอยคาจังหวัดเชียงราย เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้งจังหวัดเพชรบุรี เรือนจำชั่วคราวเขาระกำจังหวัดตาก เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วจังหวัดระยอง และที่เรือนจำชั่วคราวสวรรคโลก หลักการคือ เราทำพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ มีการฝึกเรื่องทำอาหาร ทำกาแฟให้กับผู้ต้องขัง ก็นำมาด้านหน้าให้มีร้านกาแฟของเรือนจำแต่ละแห่ง Cook &Coffในพื้นที่นั้นอาจจะมีการประกอบอาหาร ขายกาแฟ และพื้นที่ที่ทำเกษตรพอเพียง โครงการพระราชทาน โคก หนอง นา น้ำใจแห่งความหวังด้วย รองรับธุรกิจการบริการและท่องเที่ยวในอนาคต เพื่อเป็นแหล่งศึกษาโครงการพระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่”

สร้างอาชีพ สร้างรายได้
ในแต่ละพื้นที่ของเรือนจำท่องเที่ยว จะถูกปรับแปลงโฉมให้เหมาะสมตามโลเคชั่น และเพื่อให้เป็นที่สนใจและน่าเข้ามาท่องเที่ยวของประชาชน
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า “โดยในปี 2563 ได้มีการดำเนินการนำร่องมาแล้ว 5 แห่ง และปี 2564 จะมีเพิ่มเติม 24 แห่ง ซึ่งตอนนี้ รมว. ยุติธรรม เปิดไว้ 2 แห่ง ต้องเรียนว่ามีเรือนจำอีกหลายแห่งที่ทำล่วงหน้าไปแล้ว อย่างที่สวรรคโลก ซึ่งกิจกรรมเรือนจำท่องเที่ยวมีหลายกิจกรรมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่อย่าง
ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง มีกิจกรรมอาชาบำบัด โดยการนำม้ามาให้ประชาชนขี่ในช่วงเวลาว่าง หรือการบำบัดเด็กพิเศษ โดยมีผู้ต้องขังเป็นผู้จูงม้าโดยแต่ละแห่ง
จะมีการประกอบอาหาร การทำร้านกาแฟ ร้านค้าผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้ต้องขังจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งการฝึกการประกอบอาหารถือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขัง” เพื่อสร้างทักษะความชำนาญในสถานที่ปฏิบัติงานจริง และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขังให้กับผู้ที่มาเยี่ยมถือเป็นการสร้างรายได้จากการฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังภารกิจการคืนคนดีสู่สังคม เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างโอกาสการยอมรับจากสังคมภายนอก

ยกเรือนจำท่องเที่ยวร่วมโชว์
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า การสร้างความประทับใจให้กับประชาชนที่มาท่องเที่ยว location แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน บางแห่งมีบึงน้ำกว้าง เช่น เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ก็จะมีกิจกรรมกีฬาทางน้ำ มีพายเรือคายัค มีการขายสเต็ก ด้านเปิดทัณฑสถานห้วยโป่งมีการจำหน่ายผัดไท แต่ละแห่งมีความแตกต่างไม่เหมือนกันซึ่งในประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน จะมีงานนิทรรศการกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจำหน่ายสินค้าหลายอย่างส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์จากการฝึกอาชีพของผู้ต้องขัง ปกติจะจัดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว แต่เรื่องเรือนจำท่องเที่ยว ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีการนำมาจัดนิทรรศการร่วมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายหลายโซน อาทิ การแข่งขันการทำอาหารโดยทัณฑสถานหญิงแต่ละแห่งแข่งขันการทำผัดไท ทำไข่พะโล้ ส่วนทัณฑสถานชาย จะมีการแข่งทำราดหน้า หมูปิ้ง ผัดซีอิ๊วเป็นต้น และที่สำคัญมีการแสดงผลผลิตจากโครงการพระราชทาน เศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา น้ำใจแห่งความหวัง “และที่แตกต่าง คือ โซนจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์กรมราชทัณฑ์ที่แตกต่างกัน เช่น ไม้ชิงชัง ไม้ประดู่ ไม้พะยูง รวมถึงงานดีไซน์ใหม่ๆ
ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้ทำ MOU กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ ซึ่งจะทำให้รูปแบบงานดีไซน์ดีขึ้นจากในอดีตในส่วนภาคใต้
เช่น นราธิวาส ยะลา ปัตตานี การเดินทางค่อนข้างไกล จึงไม่ค่อยได้นำสินค้า
ขึ้นมาร่วมจำหน่ายในงาน ส่วนใหญ่จะจัดนิทรรศการในพื้นที่ภาคใต้แต่ปีนี้
จะนำขึ้นมาจัดแสดง และจำหน่ายด้วยที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม”

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เดินหน้าสู่การดำเนินงานปีที่ 10

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เดินหน้าสู่การดำเนินงานปีที่ 10 อย่างยิ่งใหญ่ จัดกิจกรรมสุดพิเศษ! ทั้งกิจกรรมการตลาดออนไลน์ และออฟไลน์ รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งมอบความสุขให้แก่ผู้โดยสาร และประชาชน

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ที่จะถึงนี้บริษัทจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในการดำเนินงานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่มีมาตรฐานในระดับสากลตามวิสัยทัศน์ของบริษัท โดยได้นำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ที่บริษัทผ่านการรับรองเข้ามาใช้ทั้งในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง จนทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐาน ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสาร และรายได้มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมมากกว่า 190 ล้านคน และรายได้รวมกว่า 6,000 ล้านบาท รวมทั้งในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทได้ดำเนินการมาตรการต่างๆตามนโยบายของกรมการขนส่งทางราง และกระทรวงคมนาคม จนสามารถสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้แก่ผู้โดยสารได้เป็นอย่างมาก

ดังนั้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จ และการก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในการดำเนินงาน บริษัทจึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษ! ทั้งกิจกรรมการตลาดออนไลน์ ออฟไลน์ รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสังคม ( CSR ) ส่งมอบความสุขให้แก่ผู้โดยสาร และประชาชน โดยเริ่มจากการเปิดตัวกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ทีมที่ประกอบด้วยเหล่าคนดังทั้งพระเอกช่อง 3เด่นคุณ งามเนตร, มิสไทยแลนด์เวิล์ด 2019-2020 เกรซ นรินทร , นักแสดงช่อง 7 ซูกัส บัณฑวิช และอาธ กษิดิ์ธัช มณีพันธุ์ ทายาทผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มาร่วมประชาสัมพันธ์การให้บริการและกิจกรรมการตลาดตลอดทั้งปี และเพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ บริษัทได้ผลิต Video Viral ครบรอบ 10 ปีของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 และเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้ร่วมสนุกตั้งชื่อ Video Viral เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ผ่านทางเฟสบุ๊ค Airport Rail Link ( Official Page ) ลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมกันนี้ในวันเดียวกันยังมีกิจกรรมการตลาดแบบออฟไลน์แจกผ้าเช็ดทำความสะอาด (Refreshing Wipe) จำนวน 10,000 ชิ้น มูลค่าชิ้นละ 65 บาท ฟรี ให้แก่ผู้โดยสารทุกคนที่ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท และสถานีมักกะสัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

นอกจากนั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ณ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน และได้เชิญชวนหน่วยงานภายนอกใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม รวมทั้งหน่วยงานพันธมิตร ร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อประโยชน์สาธารณกุศลกับมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ได้มีแผนการจัดกิจกรรมการตลาดแบบออฟไลน์เอาใจผู้โดยสารตามแต่ละสถานี โดยเตรียมส่งคาราวานดารา นายแบบ เน็ตไอดอล คนดัง 10 คน ออกแจกเจลแอลกอฮอล์ ฟรี ที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสาร และลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ข้อกำหนดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางรางอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสุข และปลอดภัยในการใช้บริการ

ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม ( CSR ) ซึ่งเป็นนโยบายที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ทั้งในพื้นที่ชุมชน และโรงเรียนใกล้เคียงพื้นที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รวมถึงพื้นที่ห่างไกลในต่างจังหวัด เช่นล่าสุดเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา “Lost & Found สานฝันเพื่อน้อง ปี 2” มอบวัสดุอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมปรับปรุงอาคารเรียนอเนกประสงค์ ให้แก่โรงเรียนบ้านหัวแม่โถ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 10 นี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอีกครั้ง โดยเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมแบบทุกมิติ ทั้งการมอบเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นให้แก่กรมราชทัณฑ์ , มอบข้าวสาร และอาหารแห้งให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 , มอบรถวีลแชร์ให้แก่โรงพยาบาลสงฆ์ และมอบทุนการศึกษาให้แก่มูลนิธิสงเคราะห์ชาวไทย เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งทุกโครงการจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้

ทั้งนี้บริษัทยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งมั่นเพื่อเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่มีมาตรฐานในระดับสากลเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก และปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไป

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

รพ.ยันฮี ประกาศความพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13:45 น. โรงพยาบาลยันฮี จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมเพื่อก้าวสู่ตลาดออนไลน์ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวใหม่ล่าสุด เพื่อนำร่องสู่ตลาดออนไลน์ โดยมีนพ.สรรพสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการบริษัท ยาอินไทย จำกัด เป็นประธาน ร่วมด้วย นางสาวปิยลักษณ์ อุดมชาติ กรรมการบริษัท เอฟโวชั่นสกิน จำกัด นพ.วัสสะ วัชรากร หัวหน้าศูนย์แพทย์ทางเลือกและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลยันฮี และแขกผู้มีเกียรติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ห้องรับรองแผนกแพทย์ทางเลือก และเวชศาสตร์ชะลอวัย ชั้น 7 โรงพยาบาลยันฮี กรุงเทพฯ

นพ.สรรพสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการบริษัท ยาอินไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท ยาอินไทย จำกัด บริษัท ในเครือ รพ.ยันฮีเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และยาสมุนไพร ให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมายาวนานโดยโรงพยาบาลยันฮีถือเป็นโรงพยาบาลชั้นนำที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยมายาวนานกว่า 34ปี ได้มองเห็นโอกาสต่อยอดความคิดที่ว่าเราสามารถย่อโลกทั้งใบ ให้ใกล้กันได้เพียงปลายนิ้ว โดยมีเป้าหมายคืออยากเห็นคนไทยได้มีสุขภาพดี ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ผ่านคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งเรามั่นใจว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ยันฮีเป็น Online Health Hospital and Digital Marketing Product ชั้นนำของเมืองไทย

การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 2 ผู้นำ ที่มีความสามารถคนละศาสตร์ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ยันฮี ได้จับมือ บริษัท เอฟโวลูชั่นสกิน จำกัด ผู้มีประสบการณ์ทางด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์มากว่า 10 ปี อีกหนึ่งแรงสำคัญในการผลักดันผลิตภัณฑ์ของโรงพยาบาลยันฮี ให้ก้าวเข้าสู่ Platform Online Marketing อย่างเต็มรูปแบบเพื่อเป็นสะพานเชื่อมให้ผู้บริโภค ได้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และรวดเร็ว

นางสาวปิยลักษณ์ อุดมชาติ (คุณนุ้ย) กรรมการบริษัท เอฟโวลูชั่นสกิน จำกัด

นางสาวปิยลักษณ์ อุดมชาติ (คุณนุ้ย) กรรมการบริษัท เอฟโวลูชั่นสกิน จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันทิศทางการตลาดของอาหารเสริมในเมืองไทยจะเปลี่ยนไปไม่เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคต้องการแล้ว แต่ผู้บริโภคจะคำนึกถึงเรื่องความปลอดภัย ความมั่นใจ และผลข้างเคียงที่จะตามมามากขึ้น ซึ่งรพ.ยันฮีได้สร้างความมั่นใจ เชื่อใจ และสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยในสินค้าและบริการของโรงพยาบาลตลอดมาด้วยการทำงานที่เป็นระบบ ตั้งแต่การระดมความคิด คิดค้นและวิจัยจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยมาตรฐานและจรรยาบรรณทางการแพทย์ เพื่อสรรหา ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้บริโภค ทำให้สามารถวางใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของโรงพยาบาล เป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ภายในงาน มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใหม่ล่าสุดของโรงพยาบาลยันฮี
“ยันฮีอัลติเมท แอล-คาร์นีทีน (YANHEE ULTIMATE L-CARNITINE)” วิตามินรีเซ็ตรูปร่างโดยนพ.วัสสะ วัชรากร หัวหน้าศูนย์แพทย์ทางเลือกและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “ยันฮีอัลติเมท แอล-คาร์นีทีน” เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่อยากมีรูปร่างอย่างที่ใจต้องการ เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องการปรับระบบเผาผลาญร่างกายโดยตรง ด้วยความจริงใจ และความใส่ใจของทีมแพทย์ ที่เน้นแก้ปัญหาอย่างถูกจุดให้กับผู้บริโภค โดยคำนึกถึงความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญที่สุดของการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี เพื่อดูแลสุขภาพของคุณ

ติดต่อสั่งสินค้าได้ที่ บริษัทเอฟโวลูชั่นสกิน จำกัด
โทร052-009599หรือ 090-3184615

ลาลามูฟ ส่งความรักมอบความสุขถึงหน้าบ้านอย่างปลอดภัย

ลาลามูฟ LALAMOVE บริการรับ–ส่งสินค้าตามความต้องการ (on-demand delivery service)ตลอด 24 ชั่วโมง อาสาเป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งส่งความรักมอบความสุขถึงหน้าบ้านอย่างปลอดภัยปรับลดอัตราค่าบริการเริ่มต้น มอบส่วนลดค่าบริการและโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าพารท์เนอร์ชื่อดังอีกมากมายต้อนรับเทศกาลแห่งความรักมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการในฐานะผู้ให้บริการขนส่งมืออาชีพที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ลาลามูฟ LALAMOVEพร้อมส่งมอบความรักในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยอัตราค่าบริการเริ่มต้นพิเศษขนส่งโดยรถมอเตอร์ไซค์ เริ่มต้นเพียง 36 บาทและไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นจากงานขนส่ง(ค่า GP) อีกทั้งธุรกิจต่างๆ สามารถไว้วางใจในความสะดวกและความปลอดภัยของสินค้าของลาลามูฟด้วยบริการกล่องโครงเหล็กกันน้ำ เก็บอุณหภูมิร้อนและเย็น สำหรับขนส่งสินค้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ขนมเค้ก และช่อดอกไม้ สำหรับสิ่งของชิ้นใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเซตเค้กชุดบุฟเฟต์สำหรับปาร์ตี้ หรือลูกโป่ง สามารถเรียกใช้บริการขนส่งด้วยรถยนต์ 5 ประตู เริ่มต้นเพียง 130 บาทเท่านั้น และสำหรับธุรกิจที่ต้องการขนย้ายสินค้าจำนวนมาก สามารถเรียกใช้บริการขนส่งด้วยรถกระบะตู้ทึบหรือรถกระบะโครงเหล็กสูงได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 310 บาท

นอกจากนี้ ลาลามูฟยังยกทัพรวมร้านเด็ด ดีลดัง พร้อมส่วนลดพิเศษจากร้านค้าพาร์ทเนอร์คัดสรรของขวัญพิเศษร่วมกับร้านค้าชื่อดัง อาทิThe Rolling Pinn, Balloon Bar, Homm Flower และ Flower Lab by Chanana ส่งความรักมอบความสุขถึงหน้าบ้านอย่างปลอดภัย บริการไวจัดส่งภายใน 24 ชั่วโมง

พิเศษสำหรับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ตั้งแต่วันที่ 8 – 15 กุมภาพันธ์ 2564 ลาลามูฟ มอบส่วนลดพิเศษค่าบริการทุกประเภท รองรับบริการขนส่งของขวัญทุกรูปแบบตั้งแต่ ของขวัญ ช่อดอกไม้ ลูกโป่ง ตลอดจนของตกแต่งบ้าน โดยแบ่งเป็น ส่วนลดสำหรับรถจักรยานยนต์50 บาท ส่วนลดสำหรับรถยนต์5ประตู 100 บาท

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น LALAMOVE ได้แล้ววันนี้ ทั้งโทรศัพท์มือถือระบบ Android และ IOS และสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจการขนส่งเพื่อเพิ่มยอดขายทางธุรกิจ ด้วยบริการขนส่งมืออาชีพ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lalamove.com/thailand/bangkok/th/corporate

Queen of Bakery at Khaoyai ราชินีเบเกอรี่ที่เดียวในเขาใหญ่

ใครตั้งใจแวะไปหาความสดชื่น สูดอากาศบริสุทธิ์ที่เขาใหญ่ มองหาคาเฟ่น่ารัก นั่งสบาย เหมือนอยู่เมืองนอกมีมุมถ่ายรูปเยอะบอกได้เลยว่า ควีนออฟเบเกอรี่ราชินีเบเกอรี่ ลองแวะมานั่งชิลๆ ที่นี่ดู แล้วคุณจะติดใจ! ที่เดียวในเขาใหญ่ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว แถมการเดินทางง่าย รับประกันความฟินอย่างแน่นอน!

แนะนำคาเฟ่สุดชิค สไตล์เจ้าหญิง สไตล์เจ้าหญิงที่ดูน่ารักฟรุ้งฟริ้ง ในบรรยากาศเมืองนอก ท่ามกลางสวนดอกไม้ เริ่มต้นกันที่ร้าน Queen of Bakery at Khaoyai อยู่ติด ถนนธนะรัชต์ กม.ที่ 18 ตรงข้ามร้านอาหาร Roma

ร้านกาแฟเขาใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศดีโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติเดินขึ้นมาอีกหน่อยอย่ารอช้าเปิดประตูเข้ามา ก็จะพบกับเคาร์เตอร์บาร์ ร้านบรรยากาศดี น่านั่ง โรแมนติก รวมไปถึงคาเฟ่เบเกอรี่น่ารักๆ มีมุมถ่ายภาพเก๋ๆ มาไว้ให้ทุกท่าน จิบน้ำชาทานเค้กไปด้วย ให้อารมณ์เหมือนนั่งทานในคาเฟ่ในเทพนิยาย เป็นร้านที่เอาไว้สำหรับหลบหนีความวุ่นวาย ภายในร้านเงียบสงบ เย็นสบาย การตกแต่งเน้นความเรียบง่าย แต่แอบมุ้งมิ้งเน้นสีสันพาสเทลกับหลากหลายเมนูที่คัดสรรมาเสิร์ฟเข้าไปด้านในภายในยังคงมาตกแต่งสวยหรู สีขาว หรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบยุโรป เพิ่มความกว้างและสร้างมิติภายในร้านให้ดูโดดเด่นด้วยกระจกโดยรอบ เติมสีสันด้วยดอกไม้สวยหวาน ได้ฟิลเจ้าหญิงแบบสุดๆ จนลืมไปเลยว่านี่คือ เขาใหญ่

มาถึงเมนูแนะนำกันบ้างดีกว่า ที่นี่เค้าเน้นเบเกอรี่สดใหม่สไตล์โฮมเมด ที่มาพร้อมเครื่องดื่มหลากสไตล์ อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของทางร้าน ที่ทำออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ยกให้..Croissant กรอบนอกนุ่มใน หอมเนยจากฝรั่งเศส เกรดพรีเมี่ยม โดยเน้นวัตถุดิบที่เลือกใช้ ล้วนใส่ใจในความออร์แกนิกจากธรรมชาติ

Queen’s Signature พูดถึงร้านควีน ลูกค้าส่วนใหญ่นึกถึง Croissant กรอบนอกนุ่มใน หอมเนย จากฝรั่งเศสเกรดพรีเมี่ยม ที่สำคัญทางร้านยังมีเมนูขนมเค้ก ชีสเค้กและครัมเบิ้ลกรุบกรอบ เมนู : Honey Berry Cheese Pie ส่วนใครชอบทานช็อกโกแลต White Chocolate Cheese Cake เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งที่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มทุกวัยเลยค่ะ มาเที่ยวเขาใหญ่ทั้งทีต้องไม่พลาด

เครื่องดื่มของควีนออฟเบเกอรี่ เน้นไปในฟีลเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น ที่ใช้ Base เป็นชา และกาแฟ มาผสมผสานกับผลไม้กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ มีหลายมิติในแก้วเดียว มีทั้งรสชาติที่ไปทางหวาน และไปทางอมเปรี้ยว อย่าง Queen of Rose เครื่องดื่มกลิ่นกุหลาบหวานหอมอร่อยชื่นใจ ดื่มแล้วแฮปปี้ หรือใครชอบช็อกโกแลตอร่อยๆ ต้องเมนู Brownie Lava Smoothie หรือจะเป็นเมนู Vanila white male รสออกนมๆ ถ้าชื่นชอบรสผลไม้ออกรสเปรี้ยว แนะนำเมนู Blueberry milk yogurt หรือถ้าชอบความสดชื่น ซ่าส์ๆ แก้วนี้สีสันสดใส เมนู Rainbow Soda เมนูโซดาเป็นเมนูยอดนิยม เพราะสดชื่น และที่แอบเก๋ด้วยกิมมิคน่ารักอย่างกลีบกุหลาบสีหวาน ตอบโจทย์เพราะเครื่องดื่มแต่ละชนิดของที่นี่คือดีจริงๆ ทุกอย่างมีแต่ความสวยงาม

Queen of Bakery at Khaoyai อยู่ติด ถนนธนะรัชต์ กม.ที่ 18 ตรงข้ามร้านอาหาร Roma

Queen of Bakery at Khaoyai
พิกัด: ติดถนนธนะรัชต์ กม.ที่18 ตรงข้ามร้านอาหาร Roma
☎062-545-2354
Open Daily 08-00 am.-17.00pm. ร้านเปิดบริการทุกวัน

https://www.facebook.com/pages/category/Bakery/Queen-of-Bakery-At-Khao-Yai-109506723965261/

#QueenofBakeryatKhaoyai #CaféKhaoyai #SHAKhaoyaimodel #toptotravel

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

วันที่ 25 มกราคม 2564 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน และทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

PenLaos เป็นลาว ร้านอาหารของชุมชน เพื่อชุมชน

มาเขาใหญ่หนึ่งคืน ต้องมีมื้อหนึ่งที่ ร้าน เป็นลาว PenLaos
รู้จัก ร้านเป็นลาว ร้านอาหารแนวอีสานที่ชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเขาใหญ่ ด้วยเพราะความอร่อยของรสชาติอาหารและความเก๋าในไอเดียต่างๆ ที่รังสรรค์ให้ร้านเป็นลาว อยู่ยงคงกระพันมานานเกือบยี่สิบปีแถมยังเป็นหนึ่งในร้านอาหารอีสานที่เข้ามานั่งในหัวใจของนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือน เรียกว่า สักครั้งหนึ่งถ้ามาเขาใหญ่ ต้องมาทานที่ “เป็นลาว”

PenLaos เริ่มต้นจากขนาดเล็กๆ เมื่อปี 2009 เกือบจะสิบสองปีแล้ว เต้เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่กรุงเทพฯ คุณพ่อเป็นคนโคราชคุณแม่เป็นคนเมืองกาญจน์ แต่มาอยู่เขาใหญ่ เพราะตามเจ้านายเก่ามาอยู่เกือบยี่สิบปีมาแล้วตอนนั้นเขาใหญ่ยังไม่เจริญ เส้นหลักคือเส้นธนะรัชต์ แต่ร้านเป็นลาว เป็นเส้นผ่านศึกอนุกูลกุดคล้า ตอนนั้นมีแค่พรีโมและมีปาริโอ้ เขาใหญ่โตมาจากการเป็นเมืองอิตาเลียนด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างขึ้นมาและเป็นที่สนใจของ นักท่องเที่ยว ถ้าไม่นับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อคนมาอยู่มากขึ้นที่ดินก็มีราคาสูงขึ้น ความที่ต้องย้ายตามนายมาเขียนหนังสืออยู่ที่เขาใหญ่ เหงาๆ หาอะไรทำ ตอนนั้นอยู่มูลนิธิอมตะ ต่อมาลูกน้องที่เคยอยู่ฟาร์มฮัก แต่ก่อนเต้เป็นผู้จัดการฟาร์มฮัก เต้จบกฎหมาย เคยเป็นทนายความ และเป็นผู้จัดการฟาร์มฮักสมัยก่อนในรุ่นแรกๆ ทำอยู่ห้าปี ก่อนจะมาอยู่มูลนิธิอมตะ ต่อมาฟาร์มปิด ลูกน้องเก่าๆ ถามว่าคุณเต้ทำอะไรกันดี เราชอบกินส้มตำและแถวนี้มีแต่อาหารอิตาเลียน ก็เลยมาขายส้มตำดีกว่า เปิดวันแรกก็ขายได้สามสิบบาท นึกในใจตอนนั้นมีแต่แมวเดิน ก็นึกว่าจะรอดหรือเปล่า (หัวเราะ) เริ่มต้นร้านจากขนาดเพียง 3 X 3

พันชนะ วัฒนเสถียร : ร้านเป็นลาว

คุณพันชนะ เล่าให้ฟังต่อว่า เต้ตั้งชื่อ เป็นลาวเพราะคุณย่าทวดเป็นคนลาว และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คิดว่า คนไทยชอบดูถูกคนลาวก็ไม่มีอะไรที่จะ respresent ความเป็นอาหารได้ดีเท่ากับคำว่าเป็นลาว เพราะลาวก็หมายถึงอีสาน เราคิดง่ายๆ และชอบที่เป็นสองพยางค์ จำง่าย ตอนแรกก็จะตอตำ ตอเต้ จน มาถึงเป็นลาว
ตอนนั้นเป็นร้านเล็กๆ เล็กมากๆ แค่ 3×3 ไม่มีที่นั่งด้วย แบบซื้อกลับบ้านส่วนใหญ่ก็ซื้อกันเอง อุดหนุนกันเองทำการทดลองอยู่หกเดือน ทุกเสาร์อาทิตย์
พอมั่นใจว่ามีคนมาซื้อกับแล้ว ตอนนั้น ก็มีไก่ย่าง ปลาช่อนเผาห่อใบยอ ส้มตำนิดหน่อย ก็ขายพอได้ จึงขอที่คุณวิกรม มาทำ ก็เป็นร้านเก่าจนถึงปัจจุบัน”

PenLaos เมนู

ร้าน PenLaos ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรในชุมชน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานคือความเข้าใจในสถานการณ์ รับรู้ และพร้อมเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างไม่เบียดเบียนป่า ลดการพึ่งพาหาเลี้ยงชีพในป่า และทำการเกษตรแบบปลูกพืชระยะสั้นซึ่งเป็นพืชผักอินทรีย์ไร้สารพิษเป็นลาวของเราก็ซื้อพืชผักหลายอย่างที่ใช้ในร้านเพื่อสนับสนุนชุมชนที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่าแห่งนี้บางครั้งคุณลูกค้าจึงได้ผักแกล้มเป็นใบชะพลูบ้าง ดอกอัญชันบ้าง คละๆ กันไปและยังนำคนเจเนอเรชั่นต่างๆ ในชุมชนมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่เด็กๆ ที่อยากหารายได้ระหว่างเรียน พร้อมเรียนรู้ วัยทำงานที่ขยันขันแข็ง และวัยผ่านประสบการณ์

เมนูเด็ดของ PenLaos คือ ตำโคราช (ตำไทยใส่ปลาร้า) ตำมั่ว แกงลาว ซุปหน่อไม้ น้ำตกหมู น้ำตกคอหมู น้ำตกเนื้อ ไก่ย่าง ไก่ทอดกระเทียม ผัดหมี่โคราช*

ตำหลวงพระบาง
จานนี้เด็ดสุด ด้วยน้ำปลาร้าปรุงสำเร็จ และน้ำยำปลาร้าสูตรโฮมเมด ไม่ใส่สารกันบูด แบบเดียวกับที่ปรุงขายในร้านใส่ ขวดจำหน่ายไปฟินต่อกันที่บ้าน ตำหลวงพระบางสำหรับคนกินปลาร้าและกะปิ

ตำหลวงพระบาง

ผัดหมี่โคราชPenLaos
ใช้น้ำปรุงสูตรเฉพาะของทางร้าน ผัดกับเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่ม ให้รสชาติซึมเข้าไปในเส้น รสชาติกลมกล่อม

ผัดหมี่โคราช

ลาบปลาดุกPenLaos
ลาบเป็นแบบแห้งๆ โดยการนำปลาดุกไปย่างจนหอมแล้วแกะเอาเฉพาะเนื้อไปปั่นกับข่า นำมาคั่วจนแห้ง ปรุงรสเค็ม แซ่บกำลังดี  

ลาบปลาดุก

หมูสามชั้นทอด หรือ คอหมูย่างผัดแจ่ว

หมูสามชั้นทอด น้ำจิ้มแจ่ว
ต้มแซ่บไก่บ้าน

แนะนำ ไก่ย่างต้องสั่งเลยจ้าเป็นลาวมีดิลิเวอร์รี่ตลอดๆ แต่ตอนนี้จัดโปรเพิ่ม ทั้งฟรีทั้งเหมา ส่งแบบยกเข่ง จะย่างจะทอดจะตำ พร้อมส่งฟรี 5กิโลเมตร จากร้าน ขั้นต่ำ 500 บาท กิโลเมตรที่ 6-10 เหมาค่าส่ง 50 บาทกิโลเมตรที่ 11 เป็นต้นไป กิโลเมตรละ 20 บาทเด้อ

สำหรับสถานการณ์ในช่วงนี้ ร้านเป็นลาว ยังเปิดให้บริการตามวันและเวลาเดิม ตามประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ลูกค้าที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังสามารถเข้าพักโรงแรมได้ขั้นตอนการตรวจจะเข้มข้นขึงขังอยู่สักหน่อยเพื่อความปลอดภัยของคุณลูกค้าค่ะ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะรีบแจ้งให้ทราบ โปรโมชั่นจากเป็นลาว เพียงเอาปิ่นโตหรืออุปกรณ์มาใส่เมื่อสั่งอาหารกลับบ้าน รับส่วนลดไปเลย 10% เป็นลาว: 700 เมตร ก่อนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การันตีความอร่อยได้จากแถวรถที่จอดยาวเหยียดหน้าร้านริมถนน

สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดที่ PenLaos
พิกัด : https://g.page/Penlaos?share
ที่อยู่ :  56 หมู่ 17 ถนนธนะรัชต์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา
ร้านเปิดบริการ : 09.30 – 18.00 น.
โทร : 08-3461-3666
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/penlaosthailand/

The Printing House Poshtel โรงแรม เดอะ ปริ๊นติ้งเฮาส์

The Printing House Poshtel ที่พักแนว Poshtel ย่านถนนดินสอ ใกล้ถนนสายประวัติศาสตร์ราชดำเนิน ก้าวแรกที่ ได้สัมผัสที่พักแห่งนี้ ดูเรียบหรู คลาสสิค โล่ง โปร่งสบาย โซนห้องพักมีให้บริการหลากหลายแบบ ทั้งแบบห้องพักรวมหญิงและห้องพักรวมชาย , ห้องดีลักซ์เตียงใหญ่โอ่โถง ไปจนถึง ห้องพักไซส์ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ภายในห้องพักจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พักยังบริการที่พักหลายรูปแบบ – บาร์ – ร้านอาหาร – คาเฟ่ ตามไลฟ์สไตล์คุณ และบริการอินเทอร์เน็ตพร้อมให้บริการอีกด้วย

ห้องพัก The Printing House Poshtel
-Private Room ห้องพักส่วนตัวที่สามารถพักได้ 2 คน (มีห้องน้ำในตัว)
-Family Room ห้องพักส่วนตัวที่สามารถพักได้ 4 คน (ไม่มีห้องน้ำในตัว)
-Bunk Bed ห้องพักแบบที่นอนรวม โดยจะมีตั้งแต่แบบ 4 เตียง จนถึง 8 เตียง
(มีทั้งแบบที่มีห้องน้ำในตัว และ แบบที่ไม่มีห้องน้ำในตัว)

บริเวณด้านนอก จะมีห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ สำหรับคนที่พักแบบ Bunk beds มีห้องน้ำรองรับเยอะพอสมควร ไม่ต้องกลัวว่าจะแย่งกัน และมีการแบ่งแยก ชาย/หญิง

Private Room
ห้องพัก Bunk beds และ Deluxe rooms
  • ชั้น 1-2 : ห้องอาหาร All day dining เปิด 7:30 – 22:00 น.
  • ชั้น 2 : ห้องอาหารเช่นกัน ส่วนตัวกว่าชั้นล่างมี Live brand
  • ชั้น 3-4 : ห้องพัก Bunk beds และ Deluxe rooms
  • ชั้น 5 : นั่งทานอาหาร และมีบาร์เครื่องดื่ม บรรยากาศวิวชั้นบน มี Live brand (วงดนตรี)
  • ชั้น 6 : Rooftop เห็นบรรยากาศยามค่ำคืน บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ (ภูเขาทอง / อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)
  • ราคาห้องพักแบบ Bunk beds เริ่มต้น เตียงละ 650 บาท
  • มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ แยกชาย/หญิง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักแบบ Bunk beds
  • ราคาห้องพักแบบ Deluxe เริ่มที่ประมาณ 2,400 บาท (ราคาจะลด/เพิ่ม ตามช่วงเวลา)
ร้าน The Letter Press ตั้งอยู่ที่ชั้น 1-2 โรงแรมเดอะปริ๊นติ้งเฮาส์

The Letter Press Cafe & Restaurant
ร้าน The Letter Press ตั้งอยู่ที่ชั้น 1-2 โรงแรมเดอะปริ๊นติ้งเฮาส์
พิซซ่า มาเกอร์ริต้า เป็นพิซซ่าที่ใส่ส่วนประกอบที่ชาวอิตาเลียนถือว่าเป็นของสำคัญต่ออาหารอิตาเลียนคือ มะเขือเทศ เนยแข็งมอซซาเรลล่า น้ำมันมะกอก และใบโหระพาฝรั่ง ฟิซซ่าตำรับนี้เป็นสูตรคลาสสิค เคียงคู่กันมากับ พิซซ่า นาโปลี นาต้า (pizza napoletana) ที่ใส่เพียงมะเขือเทศและชีส เลยทีเดียว

Rungravee Raksaksakul
General ManagerTHE PRINTING HOUSE POSHTEL

เติมความสดชื่นกับเมนูเครื่องดื่มจาก The Letter Press
ชามะขาม
อัญชันน้ำผึ้งมะนาว
ชาบ๊วยแดง
เก๊กฮวยและคาโมมาย
ตะไคร้ดอกคำฝอย
ตะไคร้ลิ้นจี่

เมนูแนะนำห้องอาหาร The Letter Press Cafe & Restaurant  
-สลัดซี่โครงหมูอบ 450 บาท
-ข้าวผัดปลาร้า 150 บาท
-ข้าวเหนียวไก่ย่างจิ้มเเจ่ว 150 บาท
-ข้าวเหนียวหมูย่าง จิ้มเเจ่ว 200 บาท
-พิซซ่า เเฮม เห็ด – พิซซ่า บาร์บีคิวไก่ 340 บาท (2หน้า)
-ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง (1สกูป) 75 บาท

สลัดซี่โครงหมูอบ 450 บาท
ข้าวผัดปลาร้า 150 บาท
ข้าวเหนียวไก่ย่างจิ้มเเจ่ว 150 บาท
ข้าวเหนียวหมูย่าง จิ้มเเจ่ว 200 บาท
พิซซ่า เเฮม เห็ด – พิซซ่า บาร์บีคิวไก่ 340 บาท (2หน้า)
ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง (1สกูป) 75 บาท

เครื่องดื่มที่เราประทับใจ อดไม่ได้ที่จะต้องถามถึงส่วนผสม ที่บอกได้เลยว่าไม่เคยลองจากที่ใดมากก่อน

The orchard granita
กลิ่นหอมแบบเบาๆ กลิ่นพีชตัดด้วยความเปรี้ยวของเลมอน
เสริ์ฟพร้อม lauretana sparkling water /ราคา 280 บาท

Berry fizzy
มิกซ์เบอร์รี่พูเร่ เพิ่มด้วยอโรม่าไซรัป ลาเวนเดอร์ เปรี้ยวอมหวาน
เสริ์ฟพร้อม lauretana sparkling water/ ราคา280 บาท

ส่วนเมนูเครื่องดื่มมีทั้งซอฟดริ้ง คอกเทล ม็อคเทล สั่งได้ตามใจชอบเครื่องดื่มแนะนำ
Pretty Lady Home (mocktails)
Press Sky Bar (mocktails)
Golden Mountain (cocktails)
Flaming Lamborgini (cocktails)

The Press Sky Bar : บาร์ลับย่านพระนคร
วันนี้เอาใจสายชิล มาต่อที่ชั้น 6 Rooftop @ The Printing House Poshtel
มาต่อที่ชั้น 6 เป็น Rooftop บรรยากาศดี เหมาะแก่การมาแฮ้งเอ้าท์เป็นอย่างยิ่ง ด้วยมุมที่เห็ยวิวอบบ 360 องศา ทำให้ทุกมุมชมบรรยากาศ บาร์ลับย่านพระนคร กับบรรยากาศดี วิวสวยและอาหารอร่อย เมนูอาหารของ The Printing House Postel บรรยากาศมื้อค่ำ วิวหลักล้าน ที่ Press Sky Bar @ The Printing Poshtel สำหรับงานเลี้ยงขนาดกระทัดรัดสไตล์ New normal ปาร์ตี้ได้ ปลอดภัยด้วย ฟินไปกับบรรยากาศสวยๆ วิวพระนคร รับประทานอาหารเคล้าดนตรีไพเราะ ที่ Press Sky Bar ชั้น 5, 6 โรงแรม เดอะปริ๊นติ้งเฮ้าส์

เรียกว่าอาหารรสจัดจ้านในย่านนี้ สำหรับ Press Sky Bar แห่งนี้ ที่เป็นทั้งที่พัก ร้านอาหาร และ Sky Bar ย่าน ถนนดินสอ ที่บอกเลยว่าสายชิลถูกใจแน่นอน เพราะนอกจากได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสบายๆ สามารถมานั่งชิลชมวิวพระอาทิตย์ตกพร้อมกับแสงสวยๆ โดยรอบมองไปไม่ไกลเห็นวัดภูเขาทอง สะพานพระราม8 พระบรมมหาราชวัง

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.printinghouseposhtelbkk.com
140 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงชา เขตพระนคร ใกล้ถนนข้าวสาร
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 092 364 7495
FB : The Printing House Poshtel
Website :www.printinghouseposhtelbkk.com
Location : 40 Dinso Road (0.35 mi) Bangkok, Thailand 10200
Google Map : https://goo.gl/maps/J45kNgYDaKueGRkk8
ที่จอดรถ : ศาลเจ้าพ่อเสือ (มีค่าบริการ)

#skybar #pressskybar #บาร์ลับ #พระนคร #poshtel #ภูเขาทอง #TheLetterPress #บาร์ลับย่านพระนคร #rooftop #skybar #ร้านอาหาร

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก Lifestyle ทันทุกกระแสข่าว การเงิน อสังหาฯ IT บันเทิง แฟชั่น ความงาม