𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 สุขุมวิท 47

กิน กิน เป็นร้านอาหารไทยที่หยิบวัตถุดิบและเมนูอาหารไทย นำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ และทุกจานยังคงแฝงรสชาติแบบไทยๆ ไว้อยู่ชัดเจน เมื่อเจ้าของเรือ คอลแลบกับทีมเชฟชั้นครู อาหาร “ร้านกินกิน” ทั้งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติเริ่มจากทำเรื่องประมงที่ระยองมาตั้งแต่ปี 1975 รวมแล้ว 50 กว่าปี  สิ่งสำคัญทุกเมนูจึงสด อร่อย คุณลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติเข้าคิวกันแน่น  ประตูสู่ความร่ำรวยทางวัฒนธรรมอาหารแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อาหารไทยขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติหลากหลายแต่กลมกล่อมความร่ำรวยและรุ่งเรืองผ่านกาลเวลามานับร้อยปี ทุกจานมีเสน่ห์ของตัวเองอย่างชัดเจนได้หล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารของไทยและจากชาติต่างๆ เข้ารวมกันไว้อย่างลงตัวและสวยงาม

KINKIN กินกิน Sukhumvit 47

ร้านอาหารไทยซีฟู๊ดที่รสชาติแซ่บ & กลมกล่อม 𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 ใช้วัตถุดิบคุณภาพผสมเทคนิคของเชฟชั้นเทพทำให้กลิ่นและรสชาติเย้ายวนเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญเค้าเน้นเรื่องถึงวัตถุดิบ

TOTAL THAI TASTE  คือ ความครบรสของอาหารไทย เมี่ยงคำ น่าจะเป็นอาหารอย่างเดียวในโลกที่มีครบทั้ง 8 รส คือ เปรี้ยว (sour), หวาน (sweet), มัน (fat), เค็ม (salty), เผ็ด (pungent), ขม (bitter), ฝาด (astringent) และ กลมกล่อม (savory) รสอาหารของกินกินโททอลไทยเทสต์ยังคงคุณค่าของความเป็นไทยไว้ โดยสอดแทรกเครื่องปรุงและเทคนิคในแต่ละยุคสมัยให้เข้ากันอย่างกลมกลืน ผ่านความตั้งใจในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีจากภาคต่างๆ สู่ฝีมือปรุงอาหารของทีมเชฟให้เกิดเป็นความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิตผ่านวัฒนธรรมอาหาร

หัวใจหลักเบื้องหลังความอร่อยของร้านนี้ที่ทำให้แตกต่างจากร้านซีฟูดทั่วไป คือ เจ้าของร้านเริ่มต้นจากการเป็นพ่อค้าขายวัตถุดิบอาหารทะเลโดยตรง จับปู กุ้ง หมึก มาด้วยตัวเอง มีความเข้าใจคุณภาพวัตถุดิบจากต้นทางอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอาหารทุกจานของร้านนี้จึงเริ่มต้นจาก “ของสด” ไม่ใช่ของสต๊อก บางวันขายดี กุ้งแม่น้ำหมด ต้องสั่งซัพพลายเออร์มาส่ง 2 ถึง 3 รอบ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมนูบางอย่างถึงหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปเร็วหรือโทรเช็กกับทางร้านก่อนว่าของยังมีอยู่หรือไม่ ร้านกินกินเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ที่นั่งประมาณ 10–40 ที่นั่ง แล้วแต่ช่วงเวลา เหมาะทั้งมากินจริงจัง นัดเพื่อน หรือพานักท่องเที่ยวต่างชาติมาฝากท้อง ช่วงค่ำหรือวันหยุดอาจต้องเผื่อเวลารอหรือโทรจอง

ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด”

แนวคิดของร้านจากทะเลถึงโต๊ะอาหาร ใช้วัตถุดิบคุณภาพ บวกกับเทคนิคของเชฟชั้นครูทำให้ดึงเสน่ห์ของอาหารไทยบ้านๆ ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอาหารไทยและซีฟูดที่เน้นรสจัด เข้มข้น เพื่อให้ถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ตาม กินกิน ไม่ได้ขายแค่ข้าวผัดปูหรือซีฟูดสด แต่ขาย “ความเข้าใจวัตถุดิบทะเลไทยอย่างแท้จริง” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจานอาหาร รสชาติอาหารชัด เข้มข้น และจริงใจ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารไทยและซีฟูดแบบไม่ลดทอนรส และเข้าใจว่าความสด คือหัวใจของอาหารทุกจาน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ร้านกิน กิน ถึงกลายเป็นร้านโปรดของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

อีกอย่างที่เราชอบจานแรก เมนูข้าวผัดปู ต้นตำรับข้าวผัดปู ที่หอมข้าวผัดติดกระทะ ข้าวร่วนเรียงเม็ด มาพร้อมเนื้อปูหวานสด เสริฟกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตร 50 ปี เป็นจานชูโรงและต้นเหตุที่ทำให้หลายคนยอมมาต่อคิว ข้าวผัดเรียงเมล็ดสวย หนึบ หอมกลิ่นกระทะ ใช้ข้าวเสาไห้ผัดกับไข่ไก่และเนื้อปูก้อนแกะสดกับส่วนกรรเชียงแบบไม่หวงของ รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปูเด่นชัด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแบบครบถ้วน ทั้งแตงกวา มะนาว และพริกน้ำปลา น้ำจิ้มซีฟูดพริกเขียวที่ให้มาช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เป็นข้าวผัดปูที่เรียบง่ายแต่มั่นใจในวัตถุดิบและเทคนิค อีกจานที่อยากให้ลองสั่ง ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด” ที่ไม่ว่าจะกินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เมนูต่อมา ผัดกระเพราะปู กุ้งอบวุ้นเส้นหอมกรุ่น คะน้าปลาเค็ม และปูดอง ในส่วนของของหวานมะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด และเครื่องดื่มก็มีหลากหลายให้เลือก

จากจุดเริ่มต้นของร้านซีฟู้ดคุณภาพดี ตั้งอยู่แค่ปากซอยสุขุมวิท 47 จาก BTS พร้อมพงษ์ เดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยดีไซน์ ชั้น1 และ ชั้น 3 บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างมีรสนิยมด้วยเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี สามารถจัดเลี้ยงได้ 30-40 ท่าน ใครชอบอาหารไทยรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน และซีฟู้ดสดจริง ต้องมาโดนที่ 𝗞𝗜𝗡 𝗞𝗜𝗡 สักครั้ง

มะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด

ปักหมุด/เส้นทาง กินกิน สุขุมวิท 47
Google map: https://maps.app.goo.gl/NPrkQn8F3qde4PuT9

พิกัดร้าน ปากซอยสุขุมวิท 47 Sukhumvit 47 (BTS- Promphong) ช่วงเวลาเปิด-ร้าน 11.00-19.00 น.
จอดด้านหลังร้าน ที่จอดจะเลยร้านไป 4 คูหา มีช่องตึกขับเข้าเป็นเจอที่จอดรถ 

สามารถนำบัตรมาสแตมป์ได้ที่ร้าน 1 ชม ชม ถัดไป ชมละ 40 บาท ข่วงเวลา 19.00-22.30 น.
แนะนำ จอดที่ศูนย์การค้า Rain hill ก่อนถึงปากซอยสุขุมวิท 47 สามารถซื้อของภายในศูนย์และสแตมป์บัตรจอดรถได้ตามเงื่อนไขห้าง”

กิน กิน สุขุมวิท 47
ที่อยู่: 855 ถนนสุขุมวิท (ปากซอยสุขุมวิท 47) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดบริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.
FB: https://www.facebook.com/kinkinfood/?locale=th_TH 

Instagram: instagram.com/kinkinfood
โทร: 085 5519956

เริ่มแล้ว เทศกาลใหญ่รับฤดูร้อน Amazing Big Holiday 2026

สยามอะเมซิ่งพาร์ค เปิดมุมพักผ่อนใหม่ สวนลอยฟ้าปอดแห่งใหม่กรุเทพฯ

14 มีนาคม 2569 นางสาวกัลยา บุญแดง ผู้อำนวยการเขตคันนายาว เป็นประธานพิธีเปิดเทศกาล Amazing Big Holiday 2026 และสวนลอยฟ้า “ปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ” โดยมี ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ และผู้บริหารสยามอะเมซิ่งพาร์คให้การต้อนรับ

เช็คอินที่เดียว เที่ยวคุ้ม รวมสวนน้ำและสวนสนุก  ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค พักผ่อนคลายร้อนในสวนน้ำกว้างขวาง สไลเดอร์หลากหลายเหมาะสำหรับทุกวัย และ ทะเลเทียมใหญ่ที่สุดในโลก รับรองโดย กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดส เอาใจคนรักการผจญภัย ในสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมาตรฐานสากล ห้ามพลาด รถไฟเหาะ 2 ตัวท็อป Vortex กับ Boomerang เครื่องเล่นสำหรับครอบครัวยอดฮิต Log Flume นั่งเรือล่องไปตามสายน้ำ มีเครื่องเล่นหลายสไตล์อีกเพียบ รอให้ทุกคนมาสนุกด้วยกันตลอดซัมเมอร์นี้ แวะเก็บภาพมุมสวยๆ ไม่ซ้ำใครในบางกอกเวิลด์ เหมือนได้ย้อนยุคไปในวันวานที่เมืองบางกอกสวยคลาสสิกที่สุด

พิเศษสุดรับซัมเมอร์นี้ สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ให้ได้สูดอากาศบริสุทธิ์กับสวนลอยฟ้า “ปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ” ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ ชมวิวทะเล-กรุงเทพฯ จากมุมสูงกันได้เต็มตา ได้ภาพประทับใจไม่ซ้ำใครกลับบ้านกันไปแน่นอน

พบกับกิจกรรมไฮไลท์เฉพาะซัมเมอร์ ที่สยามอะเมซิ่งพาร์คที่เดียว Aqua Cardio Boxing ออกกำลังกายกลางทะเล-กรุงเทพฯ ที่ผสมผสานมวยไทยเข้ากับจังหวะเพลง, โชว์พิเศษจากเหล่ามาสคอตสุดน่ารัก นำทีมโดย น้องไซ กับ พี่แอม พร้อมเพื่อนรักทั้ง 5, ดนตรียามเย็นสร้างความครื้นเครงในสวนสนุก ห้ามพลาดฉลองปีใหม่ไทยในเทศกาลสงกรานต์ 

เทศกาล Amazing Big Holiday 2026 เริ่มแล้ววันนี้  – 4 พฤษภาคม 2569
โปรโมชั่นบัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นเพียง 270 บาท จากปกติ 1,000 บาท เที่ยวทั้งวัน รวมผ่านประตู, สวนน้ำ, และเครื่องเล่นในสวนสนุก คุ้มที่สุดต้องซื้อล่วงหน้าที่ ticket.siamamazingpark.com สำหรับเด็กซื้อหน้าเคาน์เตอร์ ราคาเพียง 200 บาท (สูง 101-130 ซม. ), เด็กสูงไม่เกิน 100 ซม., อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และ ผู้พิการ เข้าใช้บริการฟรีได้ทุกวัน

เที่ยวสุดฟินแล้วยังได้ร่วมชิงโชค ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถจักรยานยนต์ Vespa, voucher ที่พักพร้อมอาหาร อมรพันธ์วิลล่า ระยอง, voucher ที่พักโรงแรม Lullaby The Sea Hua Hin รวม 21 รางวัล มูลค่า 238,725 บาท ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.siamamazingpark.com

สยามอะเมซิ่งพาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.)เดินทางสะดวก ด้วยรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู สถานีนพรัตน์ ต่อรถสาธารณะมาอีกเพียง 1.5 กม. เท่านั้น และ มีที่จอดรถยนต์ในร่มกว่า 1,000 คัน

สอบถามเพิ่มเติม Line @siamamazingpark หรือ โทร. 02 1054294
ภาพสวนน้ำ สวนสนุก บางกอกเวิลด์ และสวนลอยฟ้า
“ปอดแห่งใหม่ของกรุงทพฯ”

ไซมิส แอสเสท เปิดตำรับ ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง ที่ร้านมารี กีมาร์

“ไซมิส แอสเสท” เปิดตำรับ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง” ที่ร้าน “มารี กีมาร์”
เมื่อฤดูร้อนเวียนกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารไทย “มารี กีมาร์” หนึ่งในธุรกิจอาหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ชวนสัมผัสเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้กับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน โดย เชฟปิ๊ก – คณิน สินพันธ์ Executive Chef ของร้าน ที่คัดสรรวัตถุดิบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว

ร้านอาหาร “มารี กีมาร์” ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล ขณะที่เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุก ๆ ปี ในโอกาสนี้ คุณอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด และ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติให้ร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถันข้าวแช่ปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตใน ภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่น สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยผ่านภาชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหาร พร้อมลำดับการรับประทานแบบโบราณ แบ่งออกเป็น 3 สำรับ

สำรับแรก : ของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา
เริ่มต้นมื้อด้วยเมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” ของว่างขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่าน ก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

สำรับที่สอง : ข้าวแช่ตำรับไทยกับเครื่องเคียง 8 อย่าง
หัวใจสำคัญของเมนูคือ ข้าวแช่ ที่เชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถัน ก่อนแช่ใน น้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน

เสิร์ฟคู่กับ เครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ได้แก่

  • ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา
  • หอมแดงสอดไส้ปลา
  • พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา
  • พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ เอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์
  • ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน
  • ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู
  • หมูฝอยทอดกรอบ
  • ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ

    สำรับสุดท้าย : ของหวานฤดูร้อน
    ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อน “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่ใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อน
    นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารี 1 กล่อง ในราคา 1,299 บาท
ส้มฉุนมะยงชิด

เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ (รับประทานที่ร้านเท่านั้น)
ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่สนใจสามารถมาลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่
ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28
โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.
สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง โทร 090-234-5822
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marieguimarbkk.com

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส”

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” โปรแรงรับซัมเมอร์ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเสีย คืนผิวสดใส พร้อมบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรง พิเศษสุดคุ้ม 1 แถม 1 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขาและข้อเข่าซึ่งเป็นกลไกหลักในการเคลื่อนไหว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นร่างกายจะเผชิญกับภาวะการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนและคอลลาเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่ปัญหาข้อเสื่อมและความเจ็บปวดในการดำเนินชีวิต บีไชน์จึงคัดสรรนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูด้วย “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ที่รวมประสิทธิภาพการบำรุงข้อต่อและผิวพรรณไว้ในหนึ่งเดียว

บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส (Bshine Dipeptide Collagen Plus) คือ “ขั้นสุดของคอลลาเจน” ที่ดูแลได้มากกว่าแค่ผิวพรรณ ด้วยการผสาน 5 คุณประโยชน์หลัก เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ อันประกอบด้วย

1. ไดเปปไทด์คอลลาเจนจากปลา 7,000 มก. : นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด ดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป โดยสกัดเฉพาะคู่จำเพาะ PO และ OG ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบำรุงลึกถึงระดับเซลล์เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์

2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น : สุดยอดผลไม้ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และลดการอักเสบของไขข้อ

3. สารสกัดจากว่านหางจระเข้ : ช่วยเติมความชุ่มชื้น สมานแผล และเสริมสร้างอิลาสตินให้ผิวและเส้นผมแข็งแรง

4. วิตามินซี : ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยให้ผิวใส พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด

5. วิตามินอี : บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ป้องกันการอักเสบ และดูแลสุขภาพเล็บให้เงางาม

ด้วยสูตรเข้มข้นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวสวย ตึงกระชับ และลดเลือนริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังเน้นการเสริมสร้างมวลกระดูกและข้อเข่าให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากภาวะข้อเข่าเสื่อมและบรรเทาอาการปวดเข่าอย่างตรงจุด สะดวก ง่าย ได้สุขภาพทุกวัน เพียงรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายในน้ำดื่ม 200 มล. หรือผสมลงในเครื่องดื่มและอาหารที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นชา, กาแฟ, น้ำผลไม้, ซุป หรือโยเกิร์ต โดยไม่ทำให้รสชาติเดิมเปลี่ยนแปลง และมั่นใจได้ในคุณภาพพรีเมี่ยมที่ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

โปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณห้ามพลาด! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่น “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาพิเศษเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 78 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 มีนาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Website: https://bshine.co.th/
Facebook: B Shine และ Line: @Bshine

ยงยุทธ ดิลกศักดากุล จาก Sol House Bangkok

Sol House Bangkok สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว ..ที่ควรรู้จัก
สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว พร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันระดับพรีเมียมพร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง และยังมีมุมถ่ายรูปสวยไม่ว่าจะจัดแบบพิธีเช้าแบบไทย หรือจะจัดแบบงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสได้ภาพสวยแน่นอน และนอกจากความหรูหราแล้วที่นี่ยังมีความโรแมนติก และยังมีโซนสวนด้านนอกที่โอบล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีขาวของตัวอาคารได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ การสร้างช่วงเวลาที่ดีร่วมกันในวันสำคัญของชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น นอกจากจะสร้างความทรงจำที่ดีให้กับคู่บ่าวสาว ยังสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงาน

หนึ่งในคนที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุดคือ คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ เนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ แต่สามารถจัดเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง เป็นพื้นที่ที่คู่บ่าวสาว แสดงออกถึงรสนิยม ความคิด และไลฟ์สไตล์ผ่าน Sol House Bangkok

นอกจากนี้ การจัดงานแต่งงานมีการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบที่ไม่ใหญ่ งบประมาณสมเหตุสมผล กระชับงบไม่บานปลาย ที่สำคัญเทรนด์ที่มาแรงคือการจัดงานในสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่โรงแรม โดยมี Wedding Planner Organizer คุมต้นทุนและรันคิวงาน หนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงานและงานอีเวนท์ที่น่าสนใจ c ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 แต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ถือเป็น Wedding Venues ที่ไม่ควรมองพลาด ภายใต้การบริหารงานของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่เอาใจว่าที่บ่าวสาวที่ไม่ได้ต้องการความเรียบหรูอลังการ แต่ต้องการความเรียบง่าย เก๋ มีความโมเดิร์น และอยากได้พื้นที่แบบกว้างขวาง

จุดเด่นของที่นี่ คือสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น ความโค้งที่ดูแปลกตา แต่ให้ความโรแมนติกและอบอุ่น ไม่ว่าจะถ่ายรูปตรงมุมไหนรูปที่ออกมาจะสวยและน่าประทับใจสามารถจัดงานแต่งแบบไทย แบบจีน และแบบฝรั่ง และมุสลิม รวมถึงแขกในงานรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าที่นี่สามารถเปลี่ยนงานแต่งในฝันของคุณให้เป็นจริง

เมื่อธุรกิจดีขึ้น จึงขยับขยายทำอพาร์ทเมนต์ โรงแรม Apartelle Jatujak Hotel แต่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิดทำให้ธุรกิจชะงัก จึงเป็นที่มาของการคิดทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่อิงกับต่างประเทศ 100 %
“ช่วงโควิด ทุกอย่างยากไปหมด จึงคิดว่าจะทำอะไรดี ที่ธุรกิจไปได้ด้วยและไม่อิงกับต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น Sol House Bangkok เนรมิตพื้นที่สู่ความล้ำเลิศแห่งอนาคต รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ”

ที่นี่เป็นที่ดินเก่า ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลาดพร้าว ด้วยพื้นฐานการทำธุรกิจโรงแรมและนำเข้าสินค้าให้กับสถานประกอบการหลายแห่ง ทำให้คุ้นชินกับดีไซเนอร์ จึงมีความได้เปรียบในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างหรูหราสวยงาม แม้ครั้งแรกจะคิดเปิดเป็นสตูดิโอเท่านั้น แต่ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานานนับสิบปีนำเสนอ จึงเปลี่ยนเป็นธุรกิจรับจัดงานแต่งงานและการบริการงานอีเวนท์ต่างๆ แบบครบวงจร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโซล เฮ้าส์ แบงคอค

Sol House Bangkok ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 38 เข้าซอยมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สถานที่แห่งนี้มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบวงจร โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นโถงทางเข้าสำหรับลงทะเบียน จุดรับแขก ห้อง A Little Red Room สไตล์โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างก่อนหรือหลังพิธีการ รวมถึงห้องงานหมั้น Oliver & Owen และ ส่วนของ Hall ใหญ่ และ ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดวน และห้องส่งตัวหนึ่งห้องนอนที่แตกต่างจากที่อื่น ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างเพื่อสะดวกต่อการบันทึกภาพระหว่างพิธีการ

คุณยงยุทธ กล่าวถึงกระแสตอบรับ ว่า “ที่นี่ เปิด เดือนตุลาคมปี 2568 งานที่ได้รองรับไปแล้ว มีงานถ่ายละครของบริษัท แกรมมี่ ซึ่งจัดฉากใหญ่เป็นงานแต่งงาน การจัดปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้า ส่วน งานหลักคือ งานแต่งงาน ผลตอบรับค่อนข้างดี 3-4 เดือนมีคู่รักจองเข้ามาประมาณ 30 คู่

The news Wedding Destination
จากจุดที่แบรนด์โรงแรมใหม่ชื่อดัง เคยเป็นคำตอบหลัก วันนี้อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการแต่งงานที่ขาดไม่ได้เลย คือ สถานที่จัดงานที่เสริมแกร่งด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง ที่ราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลักการในการทำธุรกิจของผม หลายๆ ครั้งเราเริ่มต้นจากความชอบ บ่งบอกถึงสไตล์ของเราและคนรัก จากจุดเริ่มต้น ตรงนี้เหมือนธุรกิจใหม่ แต่เราก็ไม่ใช่มือใหม่ ในวงการนำเข้าเรานำเข้าวัสดุก่อสร้างโรงแรมมาหลายแห่ง ส่วนดีไซเนอร์มืออาชีพ มีประสบการณ์มามาก ซึ่งการบริหารงานค่อนข้างมั่นใจว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จัดเตรียมให้สำหรับ คู่บ่าวสาว ค่อนข้างสมบูรณ์ งานจัดเลี้ยงตัวเองอาจจะใหม่แต่มีพาร์ทเนอร์ที่ทำงานทางด้านออกาไนซ์มานาน ซึ่งทีมงานที่มาที่นี่ไม่ใหม่ ทีมรันคิว ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าสิบปี ด้วยจำนวนวคู่บ่าวสาวนับพันคู่ การจัดเดคคอเรชั่นต่างๆ โดยพาไปชมเบื้องหลังทุกอย่าง ตั้งแต่การหาโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบ”

คุณยงยุทธ ยังกล่าวต่อว่า ด้วยความที่ Sol House ศูนย์กลางของสถานที่จัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพ เราคิดว่าเราทำสิ่งที่ทำเต็มที่ให้กับลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล และการเลือกซัพพลายเออร์ต่าง ๆ รองรับทุกฟังก์ชันการจัดงานอีเวนต์ได้หลากหลาย ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์แบบ สามารถปรับขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ พร้อมออกแบบไฟเพดานและทีมที่มีประสบการณ์ในการจัดงานมานับสิบปี ซึ่งที่ฮอลล์ใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 250 – 300 คน ดีไซน์และตกแต่งพื้นที่ใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบ Luxury Experience ที่แตกต่างกว่าสถานที่จัดงานอื่น ที่นี่ที่เดียวคุณสามารถปรึกษา Wedding Planner & Organizer ที่สามารถมอบความพิเศษทั้งความประทับใจและความบันเทิงไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบครบจบทุกพาร์ทเนอร์ในที่เดียว”

สามารถสอบถามหรือติดต่อทาง Facebook : Sol House Bangkok
Line : @solhouse , Instragram : SolHouseBangkok

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ The Heritage Grand Khon Kaen

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 

ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ฮารุนะ ผงผักพรีไบโอติก นวัตกรรมใหม่ดูแลลำไส้

นวัตกรรม Haruna ผงผักพรีไบโอติค ที่ทำมาจากธรรมชาติ 100% โดยใช้นวัตกรรม แป้งทนย่อย (Resistant Starch) ทำให้แป้งสามารถทนทานต่อกรดในกระเพาะ และการดูดซึมในลำไส้เล็กและกลายเป็นอาหารให้จุลินทรีในลำไส้ใหญ่ เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ ให้เป็นปกติ ทำให้ลำไส้แข็งแรงและ ทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น

นายนที ศิริธรรมวัฒน์ ในฐานะ กรรมการ ได้ไปขอสนับสนุนทุนจาก NIA (สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ) เพื่อทดสอบประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบว่า “ผงผักพรีไบโอติก” สามารถช่วยเรื่องการปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ และลดอาการท้องผูกได้ดีมากโดยมีผลงานวิจัย บริษัท วีทีเค อินโนกรุ๊ป จำกัด บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน การทำอาหารเสริม ได้พัฒนาสูตร “ผงผักพรีไบโอติก” มาเพื่อดูแลลูกของกรรมการท่านนึงที่ท้องผูก หาหมอทานยาอะไรก็ไม่หายจนน้องหายท้องผูกแบบธรรมชาติ

  1. จากการทดสอบในระบบลำไส้จำลอง (Gut Model) : ผงผักนี้ สามารถสร้างจุลินทรีในลำไส้เพิ่ม ในจำนวนที่สมดุล และส่งผลให้ ลำไส้มีค่ากรดไขมันห่วงโซ่สั้น (Post Biotic) ใกล้เคียงกับลำไส้ที่แข็งแรง
  2. มีการทดสอบกับผู้ใช้ที่เป็นเด็ก สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ 98.4% (คือแก้อาการท้องผูกได้ดีมาก)
    ทางบริษัท จึงได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ฮารุนะ” Haruna ผงผักพรีไบโอติคแก้ปัญหาท้องผูก ที่สื่อถึงความเบาสบาย ทุกวันและเริ่มจำหน่ายโดยเริ่มที่ กลุ่มตลาดกลุ่มแรกคือ เด็กอายุ ครึ่งปี – 8 ปี (จากค่าสถิติ มีเด็กท้องผูก ในไทย จำนวนประมาณ 700,00 คน ต่อปี)
    การจัดจำหน่ายได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีได้นำผลิตภัณฑ์เข้าประกวดในโครงการ ต่าง เช่น
    1.โครงการ “นิลมังกร” The Reality ธุรกิจนวัตกรรมแห่งประเทศไทย
    โดย NIA
  • เข้ารอบ Final 12 ทีมสุดท้าย
  1. โครงการประกวด “สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2022 ” โดย Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านเศรษฐกิจ
    ซึ่งในขณะช่วงที่ประกวด ทางบริษัท สังเกตุว่า “ผงผักฮารุนะ” นอกจากจะสามารถแก้อาการท้องผูกเด็กได้แล้ว
    “ผงผักฮารุนะ” ช่วย ฟื้นฟูลำไส้ และลดอาการท้องผูก “ผู้ใหญ่” ได้อีกด้วย โดยมีผู้ใหญ่ที่ ท้องผูกมา 10ปี , 20 ปี , 40 ปี ทานแล้วขับถ่ายดีขึ้น จนเป็นลูกค้าประจำ และประเทศไทยขนาดตลาดผู้ใหญ่ที่ท้องผูก มีเยอะกว่าเด็กหลายเท่า
    ทางบริษัทฯ พัฒนาและทำ Packaging ผลิตภัณฑ์ใหม่แบบ “ซองซาเช่เล็ก” พกทานได้สะดวกเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ และแบบเยลลี่เริ่มจำหน่าย ปลายปี 2566 ทาง Online และร้านขายยาทั่วไป เพื่อให้คนไทยรับประทานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ดี มีลำไส้ที่แข็งแรง ในราคาไม่แพง จับต้องได้
    ฮารุนะ จากผลการวิจัย Clinical Study กับผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง กับ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ผลช่วยผู้ป่วยได้ดีมากและยังช่วยลดการทานยา ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นการช่วยเศรษฐกิจประเทศอีกทาง
    ปัจจุบัน ฮารุนะ เป็น Startup ไทย ด้าน Healthtech ที่อยู่ช่วง ระดมทุน
    และ Scale up ทั้งตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศ
    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ ผลิตภัณฑ์ Haruna ผงผักพรีไบโอติคได้ที่ ร้านขายยา เพจเฟสบุค HarunaThailand
    หรือ www.HarunaThailand.com
#ฮารุนะ #ผงผักพรีไบโอติก #นวัตกรรมดูแลลำไส้
#toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Love for Every Bar’

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Love for Every Bar’ แคมเปญ ส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์สังคมดี 

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย บริษัทในเครือ The Hershey Company ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Love for Every Bar” ที่มุ่งยกย่องพลังความมุ่งมั่น และบทบาทสำคัญของผู้หญิงในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ “Celebrate #HerSHE” และ “She Inspires” ที่เคยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ตอกย้ำความตั้งใจของเฮอร์ชีส์ในการสนับสนุนและเชิดชูพลังของผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการให้ของขวัญแบบดั้งเดิมด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย

Love for Every Bar: พื้นที่เล็ก ๆ ให้บอกความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ เพราะบางครั้งการพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เฮอร์ชีส์จึงพลิกโฉมช็อกโกแลตแท่งคลาสสิคให้กลายเป็นผืนผ้าแคนวาสดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความชื่นชมและส่งต่อกำลังใจ แพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชันภายใต้แคมเปญ “Love for Every Bar” ชวนให้ผู้บริโภคก้าวข้ามการให้ของขวัญแบบเดิม ๆ ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยเปลี่ยนถ้อยคำแห่งกำลังใจให้กลายเป็นข้อความเฉพาะบุคคลที่มีความหมาย สามารถเก็บไว้เป็นความทรงจำและแบ่งปันต่อได้

Love for Every Bar จึงไม่ใช่แค่ของขวัญ แต่คือประสบการณ์แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เพียงสแกน QR Code บนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน หรือเข้าไปที่ celebratehershe.com/th ก็สามารถสร้างข้อความพิเศษเพื่อมอบให้กับผู้หญิงคนสำคัญได้อย่างง่ายดาย

เติมความพิเศษเฉพาะบุคคลด้วยพลัง AI เฮอร์ชีส์เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ดิจิทัลที่ช่วยให้การส่งต่อความรักและความชื่นชมมีสีสันมากยิ่งขึ้น ผ่าน QR Code บนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน ได้แก่

การ์ดการ์ตูนดิจิทัลสร้างสรรค์ด้วย AI: ผู้ส่งสามารถอัปโหลดภาพถ่าย แล้วให้ระบบ AI แปลงเป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารัก จากนั้นเพิ่มข้อความส่วนตัว โดยตัวการ์ตูนจะกล่าวข้อความนั้นถึงผู้รับโดยตรง การ์ดสามารถดาวน์โหลดและแชร์เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้

ข้อความ AR แบบอินเทอร์แอคทีฟเต็มอรรถรส: เติมเสน่ห์แห่งเวทมนตร์ดิจิทัลด้วยฟีเจอร์ Augmented Reality (AR) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ส่งเลือกข้อความสำเร็จรูปที่เปี่ยมด้วยความหมายจากใจโดยผู้รับ เพียงสแกนช็อกโกแลตแท่งจริงด้วยสมาร์ตโฟน ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงที่ทั้งสร้างความประทับใจและแชร์ต่อได้

 ‘Love for Every Bar’ เตรียมสร้างสีสันที่ Siam Square Oneเนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ เฮอร์ชีส์เตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษที่ Siam Square One เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานรับช็อกโกแลตลิมิเต็ดอิดิชันฟรี พร้อมทดลองสร้างคาแรกเตอร์การ์ตูนของตัวเองแบบใกล้ชิด ไฮไลต์พิเศษคือ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เห็นคาแรกเตอร์และข้อความของตนเองปรากฏบนจอยักษ์ใจกลางกรุงเทพฯ สร้างช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่เชื่อมโลกจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน ร่วมส่งต่อพลังบวกต่อเนื่องทางออนไลน์

นอกจากกิจกรรมออฟไลน์แล้ว Hershey Thailand ยังชวนร่วมสนุกผ่านกิจกรรม Lucky Draw บน Facebook และ Instagram ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เพียงซื้อช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ หรือแชร์ E-Card ที่คุณสร้าง ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเฮอร์ชีส์

ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมได้ที่
เพจ Facebook และ Instagram ของ Hershey Thailand
Say It Your Way with Hershey’s ให้ เฮอร์ชีส์ แทนความในใจ

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี  “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ “รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ครบรอบ 15 ปี โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งที่ผ่านมา รฟฟท. มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยในปัจจุบัน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ดำเนินมาตรการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” สำหรับบุคคลทั่วไป 40 บาท และ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา 30 บาท โดยใช้บัตร EMV Contactlass Card ทุกธนาคาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก มีผู้ใช้บริการเดินทางด้วยบัตร EMV Contactless Card เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 คน/วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมผลักดันให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งทางรางในราชอาณาจักรไทย โดยได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม

อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 15 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน และไว้วางใจเดินทางโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา บริษัทฯจึงได้จัดบูธกิจกรรม มอบเครื่องดื่มจากกาแฟพันธุ์ไทย จำนวน 1,500 แก้วฟรี สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 13 ตั้งแต่เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok
พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

Alley 1 Reccords ปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY”

ขุนพลทางดนตรี บรรจงสร้าง “SORRY” ให้ อาร์ต วศิน และ เอส ชัยณรงค์ ถ่ายทอดในช่วงวันแห่งความรัก พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม

Alley 1 Reccords ค่ายเพลงคุณภาพ เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY” โดยได้ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ และ เอส-ชัยณรงค์ พรหมบุบผา ร่วมถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับฟังในช่วงวันแห่งความรักปีนี้ สำหรับเรื่องนี้ผู้บริหารค่าย ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข เปิดเผยว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ อาร์ต วศิน ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งนอกจากความสามารถทางดนตรีแล้วเขาก็มีฐานแฟนคลับผู้ติดตามในโชเชียลมีเดียไม่น้อย ในฐานะคุณพ่อของน้องเนย หรือ แด๊ดดี้ของหมีเนย เพลง “SORRY” ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของเขา หลังจากซิงเกิลแรก เพลง “THANK YOU” แนว Pop Soul ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ มียอดวิวสูงสุดของค่าย จริงๆ แล้วทีมงานตั้งใจให้ “SORRY” เป็นภาคต่อของ ”THANK YOU”
ที่ อาร์ต วศินไม่ได้มาคนเดียว ชวนนักร้องอีกหนึ่งคนมาด้วยคือ หนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ จาก The Voice Thailand ซีซั่น 6 ที่ร่วมงานกับค่ายมาตั้งแต่เริ่มต้น 2 คนนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือแบกความฝันมากว่าครึ่งชีวิต ฝันที่จะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ มีผลงานที่แฟนๆ ชื่นชอบ ทางเราเห็นถึงความตั้งใจ เลยสานฝันให้พวกเขา ได้ทำตามความฝันให้สำเร็จ

นอกเหนือจากความพิเศษของเพลง “SORRY” แนวเพลง Rock Soul ที่มีกลิ่นอายความเป็น Disco เบาๆ แล้ว ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข ยังกล่าวต่อไปว่า “Music Video เพลงนี้ที่เหมือนหนังสั้นเรื่องนึง ทุกคนจะต้องซาบซึ้งในความรักของคนสองคนที่ยังรักกันมากแต่ไปต่อไม่ได้ เขาใช้เวลาในคืนสุดท้ายด้วยกัน เราใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 5 วัน เพื่อให้ได้ภาพที่สวย เท่ ดู อาร์ต ร่วมสมัยสไตล์ Mid-Century Modern โดยผู้กำกับภาพชื่อดังอย่าง ต้น พูนพัฒน์ วัฒนสินธุ์“

“Alley1 ตั้งใจทำมาก หวังว่าทุกคนจะชอบ พบกันช่วงวันแห่งความรักนี้ค่ะ” ต่าย ไพลินธร ผู้บริหารค่ายกล่าวทิ้งท้าย

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก Lifestyle