อบก. หนุนท้องถิ่น ลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero


อบก. หนุนท้องถิ่น ลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero จัดแคมเปญท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำทั่วไทยพร้อมมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City ตั้งเป้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำยั่งยืน

(กรุงเทพมหานคร 28 สค. 2569) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเสริมพื้นที่ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 33 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ รวมทั้ง Net Zero Pathway จำนวน 15 เทศบาล และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลกว่า 120,000 บาท โดยมี นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพมหานคร

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เปิดเผยว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เห็นถึงความสำคัญและได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและกำหนดทิศทางการดำเนินงานในอนาคต เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 จึงได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การสนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด

ทั้งนี้ อบก. เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยสนับสนุนให้แสดงเจตนารมณ์ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และจัดทำแผนมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Pathway) ในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวให้ชุมชนของตนเอง ผ่านการจัดทำโครงการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 17 จังหวัด ภาคใต้ 8 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ และโครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมืองชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เทศบาลตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลวัดประดู่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลหลักเมือง จังหวัดราชบุรี เทศบาลเมืองบางกะดี จังหวัดปทุมธานี เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลตำบลดีลัง จังหวัดลพบุรี เทศบาลตำบลตลาดเกรียบ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี เทศบาลตำบลสุนทรภู่ จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลหนองควาย จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลเหมืองจี้ จังหวัดลำพูน

นอกจากนี้ อบก. ยังเล็งเห็นความสำคัญภาคการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในหลากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน อบก. จึงเร่งการสื่อสารเชิงรุกประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำในพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ผ่านการจัดโครงการประกวด Green Awareness Digital Campaign : “เที่ยวไทย ไม่ทิ้งคาร์บอน” (Thailand Carbon-Free Tourism) พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักรู้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างเทรนด์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานบริการของ อบก. เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ เข้าถึงเรื่องสังคมคาร์บอนต่ำ การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ การจัดการก๊าซเรือนกระจก และการร่วมสื่อสารประเด็นลดก๊าซเรือนกระจกในวงกว้าง

โอกาสนี้ อบก. ได้จัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 34 แห่ง โครงการ Net Zero Pathway จำนวน 15 แห่ง และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 120,000 บาท ให้กับผู้ชนะการประกวดจากประเภทต่าง ๆ รวมจำนวน 10 ทีม จากผลงานการประกวด 141 คลิป จากทั่วประเทศ แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม คาปิบาร่าแมน รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม มาดิวัยรุ่น รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม สร้างสรรค์สุข รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท รางวัลชมเชย จำนวน 4 ทีม ได้แก่ ทีม Maitree Verb , ทีม กรีนเที่ยวไทย ทีม DCC รักโลก และ ทีม เถาวัลย์พันขา รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท

นอกจากนี้ ยังรางวัล Popular Vote อีก 3 รางวัล โดย Popular Vote อันดับ 1 ได้แก่ ทีม Carbon Free Day รับโล่พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท ส่วน Popular Vote อันดับ 2 ได้แก่ ทีม Children_s Dreams รับโล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และ Popular Vote อันดับ 3 ได้แก่ ทีม EcoX รับโล่พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาทสำหรับผลงานคลิปท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ยูทูป อบก.

https://www.youtube.com/playlist?list=PLDdE4QindTPw

10+10 MICE Adventure ลุยน้ำ เลาะป่า ท้าคลื่น ชื่นมื่นเมืองเก่า เที่ยวผจญภัย เส้นทาง ระยอง – พัทยา

ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart เส้นทางที่ 8 ชลบุรี-ระยอง นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route  เติมความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชนและวัฒนธรรมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นลุยน้ำ พายคายัค ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการนันทนาการ จากกรมการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กว่า 3,800 ไร่ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ป่าดึกดำบรรพ์กลางน้ำ”  ลอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณ ตื่นตากับความสวยงาม และ Unseen ไปกับแพหญ้าหนังหมา ผืนหญ้าใหญ่ลอยน้ำที่สามารถไปยืนได้ โดยมี คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง ให้การต้อนรับคณะเดินทาง 

คุณดนัย สรรพศรี ผอ.การสวนพฤกษศาสตร์ ระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง (ตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งรวบรวมพรรณไม้ภาคตะวันออกที่มีความอุดมสมบูรณ์ระดับชาติ บนพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติธรรมดา แต่ยังมีประโยชน์รอบด้านทั้งในเชิงนิเวศ การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน

สัมผัสบรรยากาศสุด Unseen ที่ อุโมงค์เสม็ดโบราณ พายเรือคายัคลอดผ่านซุ้มต้นเสม็ดขาวอายุกว่าร้อยปี สัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านใบไม้สีเขียว ท่ามกลางอากาศร่มรื่น สดชื่น และความเงียบสงบที่ชวนให้ผ่อนคลายสุดๆ 

ค่าเช่าคายัค ชม.ละ 100 บาท นั่งได้ 2-3 คน นะคะ ที่นี่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
ที่นี่….มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ (Recreational Attraction Standard) คือเกณฑ์การประเมินคุณภาพจาก กรมการท่องเที่ยว ที่กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นสำหรับพักผ่อน หย่อนใจ และให้ความรู้ เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก หรือสวนสาธารณะ นอกจากจะมีจุดไฮไลท์ในการพายเรือคายัครอดอุโมงค์ต้นเสม็ดขาวโบราณแล้ว ยังมีจุดลอดสะพานไม้ ที่ผู้พายเรือคายัคต้องเอนตัวลงนอนเพื่อลอดไปให้ได้ เรียกรอยยิ้มให้แก่ผู้มาผจญภัยเป็นอย่างมาก 

“ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของสวนพฤกษ์ฯ “ เจ้าหน้าที่บอกกับเราตั้งแต่แรกเข้าสู่ภายใน จริงดังว่า ในอดีตที่เคยมาแล้ว เมื่อปีก่อน ระดับน้ำยังไม่ขึ้นขนาดนี้ บางพื้นที่ของสภาพป่าดึกดำบรรพธ์กลางน้ำที่เห็นยังไม่สามารถนำเรือเข้ามาได้ แต่วันนี้นอกจากจะนำเรือเข้ามาได้ บางจุดยังสามารถลุยน้ำเข้าไปชื่นชมได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

หลังจากทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน เจ๊หน่องแซ่บเว่อร์ เป็นการเยี่ยมชมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส โดยขบวนรถพ่วงข้าง ร่วมย้อนเวลาหาอดีตที่ชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส เปลี่ยนโหมดมาเสพงานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เดินเล่นชิลๆ ชมบ้านเรือนโบราณและวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากกรมการท่องเที่ยว 

เที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส (นั่งรถพ่วงข้างย้อนวันวาน) หากกำลังมองหาทริปสโลว์ไลฟ์ที่ได้ทั้งสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมและดื่มด่ำประวัติศาสตร์ การนั่ง รถพ่วงข้างท่องเที่ยวชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแส ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบรรยากาศย้อนยุค ขบวนรถพ่วงข้างจะพาแล่นลัดเลาะไปตามบ้านไม้โบราณริมน้ำ สัมผัสวิถีชีวิตอันเงียบสงบและเป็นกันเองของชาวบ้านในชุมชน

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชมจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของปากน้ำประแส ทั้งศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเรือหลวงประแส (เรือรบปลดประจำการที่ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์) เสน่ห์ท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ และขนมโบราณฝีมือคนในพื้นที่ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกับมุมสวยๆ ตลอดเส้นทาง

ก่อนจะมาสูดโอโซนให้เต็มปอดที่ทุ่งโปรงทอง ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเท้าลัดเลาะสะพานไม้ศึกษาธรรมชาติท่ามกลาง ป่าชายเลนและทุ่งโปรงทอง สีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา ฮีลใจได้ดีที่สุดและร่วมกันปล่อยปูเพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่ป่าชายเลนตลอดไป 

กิจกรรมเดินเท้าบนสะพานไม้ลัดเลาะ “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลนสุดอันซีนระยองวันนี้มาแวะเช็คอินถ่ายรูปที่ทุ่งโปร่งทอง จ.ระยอง บอกเลยว่าแสงสวยมาก โชคดีที่ไปช่วงแดดออกกำลังดี ทำให้ยอดใบของต้นโปรงทองกระทบกับแสงแดดจนกลายเป็นสีเขียวอมทองอร่ามตาไปทั่วทั้งทุ่ง ตัดกับสีของสะพานไม้เก่าแก่ ให้ฟีลธรรมชาติ

แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะไม่แข็งเกินไป ได้รูปออกมาปังแน่นอน แถมอากาศเดินสบายไม่ร้อนด้วย ใครยังไม่เคยมา แนะนำให้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เดินเล่นรับลม ชมธรรมชาติที่ทุ่งโปร่งทอง ชาร์จพลังให้เต็มที่ 

หลังจากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อน โดยพักกันที่ โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม 

โรงแรม เบย์ บีช รีสอร์ท จอมเทียน (Bay Beach Resort Jomtien) ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรม จากกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงคุณภาพความปลอดภัยและการบริการที่เชื่อถือได้ โดยมีข้อดีและจุดเด่นสำคัญ ดังนี้:มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง ได้รับการตรวจประเมินทั้งด้านระบบความปลอดภัย อาคารสถานที่ ความสะอาด และสุขอนามัยตามเกณฑ์ของกรมการท่องเที่ยว ช่วยให้ผู้เข้าพักมั่นใจได้ในคุณภาพทำเลดีติดหาดจอมเทียน ตั้งอยู่ตรงข้ามชายหาด เพียงเดินข้ามถนนก็ถึงหาดจอมเทียน สะดวกต่อการเดินเล่น ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือทำกิจกรรมริมทะเลความสะดวกสบายในการเดินทางและหาของกิน อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ร้านอาหาร ร้านขายยา และใกล้ตลาดประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องฟิตเนส ห้องอาหารที่รองรับบุฟเฟต์เช้าหลากหลาย รวมถึงระเบียงส่วนตัวในห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลหรือวิวเมืองรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม มีห้องพักกว้างขวาง เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางแบบคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก และกลุ่มเพื่อน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้ใช้รถเข็น

วันที่สองของการเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันเหมาะสำหรับการพักผ่อนที่มีสันทนาการหลากรูปแบบ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พาเราไปท้าคลื่นกันด้วยกิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน โดยคุณอมรา วิจิตรหงส์ เจ้าของอมรา วอเตอร์สปอร์ต โรงเรียนสอนกีฬาวินเซิร์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย 

กิจกรรม Sup Board ที่ Amara Watersports ริมหาดจอมเทียน
เปิดประสบการณ์ทางน้ำสุดชิลและฟินไปกับคลื่นลมทะเลที่ Amara Watersport จุดเช็กอินสายแอคทิวิตี้ริมหาดจอมเทียน-นาจอมเทียน  เรียนรู้ง่าย มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: มือใหม่ไม่ต้องกังวลเพราะมีครูฝึกคอยสอนพื้นฐานการพายและการทรงตัวอย่างใกล้ชิด ทำให้เริ่มต้นพายได้สบายๆ

บรรยากาศสุดชิลล์ ได้ทั้งความชิล ถ่ายรูปสวยเป๊ะปัง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอุปกรณ์และบริการครบครัน ทางร้านเตรียมอุปกรณ์ safety เสื้อชูชีพ และมีสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายไว้รองรับครบถ้วน

ปิดท้ายด้วยการเก็บขยะชายหาด นำมาผลิตเป็นของประดับ เครื่องใช้ เที่ยวแบบฟื้นสร้าง จากขยะที่เก็บจากทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ (ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมริมชายหาดบ้านอำเภอ

แนวคิดเที่ยวแบบฟื้นสร้าง (Regenerative Tourism): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือการรวมกลุ่มทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณชายหาดบ้านอำเภอ

การแปรรูปขยะทะเล โดยการนำขยะพลาสติกและเศษวัสดุที่เก็บได้จากชายหาดมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ณ โรงรีไซเคิลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เพื่อชุบชีวิตขยะให้กลายเป็นของประดับ ของใช้ และของมีค่า เพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure: เป็นหนึ่งในจุดจอดและทำกิจกรรมไฮไลท์ของเส้นทางท่องเที่ยวแนวผจญภัยและอนุรักษ์ (เช่น เส้นทางชลบุรี-ระยอง ของ กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism) ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความสนุกของกิจกรรมทางน้ำ และร่วมทำประโยชน์คืนสู่ธรรมชาติ

กิจกรรม FAM Trip 10+10 MICE Adventure Work Hard x Play Smart
จัดโดยกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นมิติใหม่ของการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ให้เข้ากับกลุ่มตลาดไมซ์ (MICE) เพื่อตอบโจทย์คนทำงานและองค์กรรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมแบบเดิมๆ มาสู่การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจความพิเศษไฮไลต์ของกิจกรรมผสาน Work & Play อย่างลงตัวเปลี่ยนกรอบการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรม Team Building ในห้องแอร์เดิมๆ ให้กลายเป็นการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ผจญภัยที่ตื่นเต้นและสร้างความผูกพันในทีม (Team Bonding) เส้นทางท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ครอบคลุมทั้งสายลุย สายธรรมชาติ และสายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่น เส้นทางพิษณุโลก-สุโขทัย (ล่องแก่ง ผจญภัยถ้ำ ปีนผาชุมชน สัมผัสมรดกโลก) หรือเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคี (Networking) เป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 

เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยว MICE Adventure ที่ใช้งานได้จริงในระดับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และกระจายรายได้: เน้นทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น นำอัตลักษณ์และกิจกรรมผจญภัยในพื้นที่มาสร้างคุณค่าใหม่ ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างมีทิศทาง

#กรมการท่องเที่ยว #DOT #MICEAdventureRoute

ทริปสุดฟิน FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” เชียงใหม่ – ลำพูน

เหนือกว่าที่คิด ลุยกว่าที่เคย เปิดเส้นทาง MICE Adventure เชียงใหม่–ลำพูน กรมการท่องเที่ยว ชวนคนทำงานสายกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ MICE Adventure ณ ชุมชนบ้านสบวิน ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ องค์กร บริษัท และหน่วยงานยุคใหม่ (MICE) ที่ต้องการจัดกิจกรรม Team Building, Outing หรือ Incentive Trip ที่แตกต่าง มีพลัง และคุ้มค่าเงินทุนมากที่สุด

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route ระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2569

FAMTRIP “Work Hard Play Smart ADVENTURE” หนีงานมาเติมพลังสมองและหัวใจกับทริปสุดมันส์แบบ Slow Life แต่แอดเวนเจอร์สุดๆ สัมผัสความงามของวัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติแบบแนบชิดในสองจังหวัดพี่น้อง เชียงใหม่ – ลำพูน ทริปเดียวที่ครบเครื่องเรื่องเที่ยว กิน และเรียนรู้

เปิดประสบการณ์ด้วยภารกิจพิชิต “พระธาตุศรีเมืองปง” ณ วัดอรัญญาวาส อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ท้าทายความฟิตด้วยการเดินขึ้นบันไดกว่า 900 ขั้น พร้อมชมความโดดเด่นของโลหะปราสาท แห่งที่ 2 ของไทย แห่งที่ 4 ของโลก

มุ่งหน้าสู่ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้และเรือจำลองสัมผัสเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน เพราะหลายคนมักจะนึกถึงที่นี่แค่เรื่องการล่องแพหรือเล่นน้ำกับช้าง แต่ยังมีกิจกรรม การทำของเล่นไม้และเรือจำลอง และเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยการ ล่องแพไม้ไผ่ลำน้ำแม่วาง แวะเล่นน้ำกับช้าง

วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้

ทันทีที่แพเริ่มออกตัว สายน้ำแม่วางที่ไหลเย็นจัดจะค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาทักทายฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า ความรู้สึกเย็นวาบนั้นช่วยปลุกความสดชื่นได้อย่างประหลาด ละอองน้ำกระเซ็นโดนผิวเป็นระยะตามแรงปะทะของแก่งเล็กๆ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา ความรู้สึกตอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบน แพไม้ไผ่ที่พาดเรียงกันเป็นลำ แล้วปล่อยให้มันลอยไปตามกระแสน้ำแม่วาง เป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้กดปุ่มหยุดเวลาให้ชีวิตที่เร่งรีบได้เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะของธรรมชาติ

ไฮไลต์ที่สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ คือกิจกรรมใกล้ชิดกับ “น้องช้าง” ทั้งการอาบน้ำและให้อาหารช้าง เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสความน่ารักของช้างอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศของชุมชนบ้านสบวิน

ความสนุกที่ชุมชนบ้านสบวิน (อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่) ขอยกให้เป็นหนึ่งในพิกัดลุยธรรมชาติที่ สนุก มันส์ และฮีลใจสุดๆ โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดอย่างการ “เล่นน้ำกับน้องช้าง” ท่ามกลางลำน้ำแม่วางที่ไหลเย็นฉ่ำ ยิ่งถ้าได้มาเจอบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าฟินจนไม่อยากกลับบ้าน

จากเชียงใหม่เดินทางต่อสู่จังหวัดลำพูน เปลี่ยนโหมดสู่ Active Adventure ด้วยการปั่นจักรยานชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยว โดยชุมชนตำบลอุโมงค์ เรียนรู้วิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมลงมือทำเมนูสร้างสรรค์อย่าง “ไส้อั่วลำไย”

การชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน คือกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสสวนลำไย GI พันธุ์แท้ เช่น เบี้ยวเขียวและสีชมพู เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และชิมอาหารท้องถิ่นสร้างสรรค์อย่างไส้อั่วลำไย ในบรรยากาศวิถีชุมชนที่อบอุ่น

ช่องทางการติดต่อ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์
โทรศัพท์: 062-324-7951 หรือ 083-766-5150
ติดต่อคุณคณาวุฒิ ติปิน – ประธานชุมชน
Facebook Page: การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์

ปิดท้ายเส้นทางด้วยการ สักการะพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และแวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญชัยและประตูท่านาง หนึ่งในประตูเมืองโบราณที่สะท้อนเรื่องราวของนครหริภุญชัย การไปสักการะพระธาตุหริภุญชัยในวันที่ฝนตก ทำให้บรรยากาศที่สงบ เงียบสงบ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาที่แตกต่างจากวันแดดแรง แม้จะมีความเปียกชื้น แต่ความงดงามอลังการขององค์พระธาตุสีทองอร่ามที่ตัดกับท้องฟ้าครึ้มฝน และประกายหยาดน้ำฝนบนหลังคาวิหารศิลปะล้านนา ก็เป็นภาพจำที่ประทับใจและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนเมืองลำพูน

ก่อนกลับสนามบินเชียงใหม่ ไกด์เล่าถึง ประตูเมืองลำพูน เราต้องย้อนไปถึงอดีตอันรุ่งเรืองของ นครหริภุญชัย เมืองโบราณที่มีผังเมืองอันเป็นเอกลักษณ์รูป หอยสังข์ โดยมี แม่น้ำกวง โอบล้อมเป็นคูเมืองธรรมชาติทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกมีการขุดคูเมืองขึ้นมาเชื่อมต่อกันในอดีตลำพูนมีประตูเมืองหลักอยู่ 5 ประตู ซึ่งแต่ละประตูทำหน้าที่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจซ่อนอยู่เชื่อกันว่าเป็นท่าเรือที่พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ทรงใช้เสด็จประทับเรือเมื่อครั้งเดินทางมาถึงเมืองลำพูน ปัจจุบันกำแพงเมืองโบราณจะเหลือเพียงบางส่วน แต่อิฐเก่าสีส้มที่เรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง ก็ยังคงบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของราชธานีแห่งแรกในภาคเหนือได้อย่างงดงาม แม้ในวันที่สายฝนโปรยปรายลงมา

ก่อนกลับ… มาถ่ายรูปเก็บ “ความสุขร่วมกัน”เมื่อฝนเริ่มซา เม็ดฝนบนใบไม้และโคมไฟล้านนาจะสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกและเหมาะมากสำหรับการบันทึกภาพความทรงจำร่วมกันก่อนจบทริปเมืองลำพูน เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกลับกลับกรุงเทพฯ

10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

ทริปสุดฟิน FAMTRIP Work Hard Play Smart ADVENTURE เชียงใหม่ – ลำพูน
#DOT #กรมการท่องเที่ยว #MICE #เชียงใหม่ #ลำพูน

ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

“ครู” ทั้งนี้โดยศัพท์คำว่า ครู มาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า “หนัก” อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย ท่านเป็นดังดวงประทีปทางปัญญาให้แก่ศิษย์คอยประคับประคอง ส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกวิถีทาง บางคนถึงให้จำกัดของคำว่าครู คือ แม่คนที่ 2 

ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สาขาพญาไท และ  บองมาร์เช่) เหรัญญิก สมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ และงานสาธารณกุศลหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ที่ท่านได้เสียสละและอุทิศเวลาทำเพื่อสังคม ควบคู่กับการเป็นแม่พิมพ์ของชาติมากว่า 30 ปี ผลงานการเขียนหนังสือ “ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู” คือผลงานที่สะท้อนความเป็นครูในแบบ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์

“ความสุขนั้นหาง่ายมาก ถ้าเราเปิดใจเปิดตามองไปสิ่งใกล้รอบๆตัวเรา แต่เรามักมองหาความสุขที่อยู่ไกลตัว ยิ่งไกลเรายิ่งมองหา แล้วบอกว่านั่นคือความสุข”

นี่คือแบบอย่างของครูวัย 82 ที่ชื่อ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ขอเชิดชู ในวันครู 2563

กรมการท่องเที่ย จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart”

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุมและการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ โดยเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City

ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทาง นครราชสีมา–นครนายก นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure – Nature – Culture – Community – Sustainability-CSR

เริ่มต้นที่ จ.นครนายก เปิดโหมด Adventure กับกิจกรรม ล่องแก่งเขื่อนขุนด่าน สัมผัสความสนุกและความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง สามารถล่องแก่งได้ตลอดปีจุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานหลังเขื่อนขุนด่านปราการชลเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วง 2-7 กิโลเมตรใช้เวลาในการล่อง 1-2 ชั่วโมง

หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก

ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยบรรยากาศภูเขา ลำธาร และพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

เป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นชาติพันธุ์ลาว ทั้งภาษา อาหารพื้นบ้าน การแต่งกาย การแสดงพื้นบ้าน มีการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ปั่นจักรยานลัดเลาะสวนหมากและสวนดอกดาหลา เรียนรู้การทำจานกาบหมากเพื่อลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

ช่วงค่ำเปิดประสบการณ์ Night Safari ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ Night safari ส่องสัตว์กลางคืนที่เขาใหญ่ กิจกรรมประจำที่ไปทุกครั้งก็ต้องเเวะทำทุกครั้ง รอบนี้ถือว่าเจอสัตว์หลากหลาย ทั้งหมาจิ้งจอก พญากระรอกบิน เเละนกกลางคืน สนุกดีได้ลุ้นตลอดทาง กิจกรรม Night Safari (ส่องสัตว์ยามค่ำคืน) ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าบริการ 600 บาทต่อคัน (นั่งได้ไม่เกิน 8-10 คน) ให้บริการวันละ 2 รอบ คือเวลา 19:00 น. และ 20:00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยต้องติดต่อจองที่ศูนย์บริการนักก่อนเวลา 18:00 น. สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืน

ก่อนพักผ่อน ณ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว โรงแรมสไตล์รีสอร์ท 4 ดาว โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ การตกแต่งเน้นโทนสีสบายตา พื้นที่ส่วนกลางร่มรื่น และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย

เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว

เช้าวันใหม่มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพกังหันลมยักษ์และอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานหรือรถกอล์ฟ พร้อมเรียนรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

ก่อนเติมความสนุกที่ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กับกิจกรรม ATV ยิงธนู และปืนเลเซอร์ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ (Khao Yai Farm Village) และ ฟาวน์เท่น ทรี รีสอร์ท (Fountain Tree Resort) เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนในเครือเดียวกัน ตั้งอยู่ที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยที่นี่เป็นหนึ่งในพิกัดยอดฮิตสำหรับกลุ่มครอบครัว แก๊งเพื่อน และการจัดสัมมนาองค์กร (Company Outing) เพราะรวมทั้งฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตรและโซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดมันส์ไว้ในที่เดียว

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

● Soft Adventure: เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
Activity: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล

● Soft Adventure “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน/มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท)

Activity1: เรียบรู้การประดิษฐ์จานกาบหมากเพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้ขยะเพื่อความยั่งยืน
Activity2: นั่งซาเล้งลุยสวนหมาก ส้มโอ ไร่สวนผสม

CSR Activity: ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า
● Soft Adventure: “Night Safari” ส่องสัตว์ป่า
ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

● Soft Adventure: “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง”
ตั้งอยู่ตำบลคลองไผ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

Activity 1: ปั่นจักรยาน รับลมชมวิว กังหันลมยักษ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง (มาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ)
Activity 2: นั่งรถขึ้นจุดชมวิวเขายายเที่ยง/ CSR ยิงเมล็ดพันธุ์
Activity 3: เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

● Soft Adventure “เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร)
เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ สถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรสำหรับครอบครัว สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ (แกะ, กระต่าย, หมู, วัว)
Activity: ลุยขับ ATV ยิงธนู ปืนเพนท์บอลและปืนเลเซอร์

● อิ่มอร่อยกับเมนูจากร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวและพักโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จากกรมการท่องเที่ยว


10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart เป็นแคมเปญใหม่จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ในไทย ให้กลุ่มนักเดินทางสายธุรกิจและองค์กรได้เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมสัมมนาทั่วไปมาผสานกิจกรรมท่องเที่ยวและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างชาญฉลาดไฮไลต์ความสนุก & รูปแบบกิจกรรมผสาน Work & Play: เน้นกิจกรรม Soft Adventure, Team Building และ Workshop เรียนรู้วิถีชุมชน ที่ช่วยปลุกพลังการทำงาน เติมไอเดียใหม่ๆ และกระชับความสัมพันธ์ในทีมมิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure 10+10 MICE Adventure

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัท นำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว

เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง

ปิดท้ายที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

#toptotravel #กรมการท่องเที่ยว
#SoftAdventure # WorkHardxPlaySmart