ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย… ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย

ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว#toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

“GIT” ผนึกกำลัง จัดสัมมนาวิชาการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย

“GIT” ผนึกกำลัง DITP – GIA – eBay จัดสัมมนาวิชาการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย ในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 74

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมพันธมิตรระดับโลกอย่าง GIA และ eBay เตรียมจัดสัมมนาวิชาการและกิจกรรมภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 74 ระหว่างวันที่ 9 – 11 กันยายน 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

เพื่อเสริมองค์ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจตลอด 3 วัน อาทิ
●Gemstone Color Stability Testing – การพัฒนาระบบทดสอบด้วย LED และผลกระทบจากการฉายรังสีต่ออัญมณี
●Titanium in Jewelry – วัสดุใหม่ ความเป็นไปได้ใหม่ในการออกแบบและผลิต
●Grow Your Gems & Jewelry Business Globally with eBay – กลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านอีคอมเมิร์ซ
●Jade Markets in Southeast Asia and Origin Determination – ทิศทางตลาดหยกและการพิสูจน์แหล่งกำเนิด
●From Pure Gold to Durable Gold / Beyond the Shine – นวัตกรรมทองคำ 24K ความแข็งแรงสูง และโลหะมีค่าเพื่อความยั่งยืน
●If AI Can Do Everything, What’s Still Ours? – บทบาทของมนุษย์ในยุคที่ AI เข้ามามีส่วนในอุตสาหกรรม
●Emerald Color Mapping for Gemological Applications และ Beyond the 4Cs – บทเรียนจากอุตสาหกรรมเพชรสู่วงการพลอยสี
●From Cultural Spirits through the Journey of Jewels – มุมมองด้านศิลปะและจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมในงานเครื่องประดับ
●The Legacy of Pearl Testing at GIA และ The Impact of Fluorescence on Diamond Appearance โดยผู้เชี่ยวชาญจาก GIA สหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายจาก Lotus Gemology ในหัวข้อ Lab Notes & Field Notes และการเสวนาเจาะลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์อัญมณีขั้นสูง เทคโนโลยี AI การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงแนวทางความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ถือเป็นหนึ่งในเวทีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญระดับโลก จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง สร้างมูลค่าการค้าและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ทาง QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Bangkok Gems & Jewelry Fair
Instagram: bkkgemsofficial
เว็บไซต์: www.bkkgems.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน
คุณรุ่งอรุณ จันทร์ขอนแก่น โทร. 02 634 4999 ต่อ 631

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว

เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
ขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน
ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชน หลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 

ทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ
เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ

เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง

เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ

กิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด
ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด

ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิคอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านการค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ


ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)

สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ลานขนมไทยชั้น1 แหล่งรวมขนมโบราณหาทานยากจากทั่วประเทศ เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด และขนมทองม้วนสด ทำสดใหม่ส่งกลิ่นหอมทั่วลาน

โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ ศูนย์รวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทองเงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเดินเลือกซื้อหรือชมงานหัตถศิลป์ไทย

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 

ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช

THAINIQUE
ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)
ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess
….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE# ADVENTURE อย่างประทับใจ ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด การันตีความพิเศษ

ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร (จากกรมการท่องเที่ยว) นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหรา โรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ

ปิดทริปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ นับเป็นการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแสงสีริมน้ำ ความครึกครื้นของสตรีทฟู้ดระดับโลก และการพักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์สัมผัสแสงสีและความมีชีวิตชีวา ยามค่ำคืน ทานอาหารค่ำที่ เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยแสงไฟจากสถานที่สำคัญ ทั้งพระปรางค์วัดอรุณฯ สะพานพระราม 8 และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แสงสีริมน้ำสร้างบรรยากาศคลาสสิก ปนความโรแมนติกได้อย่างลงตัว  ปิดท้ายมื้อค่ำประสบการณ์ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส (Chao Phraya Princess) ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศตระการตาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

เยาวราช  ย่านอาหารที่ไม่เคยหลับไหล (สตรีทฟู้ดเยาวราช)ตะลุยย่านการค้าและอาหารที่ไม่เคยเงียบเหงา กลิ่นหอมของอาหารจานด่วนริมทาง ทั้งก๋วยจั๊บ หมูกรอบ ขนมหวาน และร้านอาหารระดับมิชลิน guide ปลุกความคึกคักตลอดแนวถนน แสงไฟนีออนหลากสีสันและผู้คนที่ขวักไขว่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเยาวราชได้อย่างมีเสน่ห์

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก

โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown) ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดาย

โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์

ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโครงการ I’m Chinatown ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกรเพียงไม่กี่นาที เดินทางไปสตรีทฟู้ดเยาวรา ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกรมีที่จอดรถ
โทร : 022208999 

รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง

ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต
ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์

สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญ คือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค
ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: ล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต

กิจกรรม: ชมสาธิตและทดลอง “ตกปู ตักปู มัดปู” ปูทะเลเลี้ยง

กิจกรรม: ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค

กิจกรรม: สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก

เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด