Category Archives: Hotel

มอนท์เอซัวร์ จับมือ แอคคอร์ เปิดตัว “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” แห่งแรกในไทยบนเกาะภูเก็ต

โรงแรมระดับโลกสู่ “มอนท์เอซัวร์”
โครงการแลนด์มาร์คซูเปอร์ไฮเอนด์ขนาด 454 ไร่


MontAzure โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต

“มอนท์เอซัวร์” (MontAzure) โครงการแบบผสมผสานซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ได้รับรางวัลมากมายในระดับสากล บนหาดกมลา เกาะภูเก็ต เปิดตัว “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” (MontAzure Lakeside) โครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ มูลค่า 2,000 พันล้านบาท พร้อมจับมือ “แอคคอร์” (Accor) และแบรนด์โรงแรมห้าดาวในเครือ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์” (MGallery Residences) มาเป็นผู้บริหารงานภายใต้คอนเซ็ปต์โรงแรมและเรสซิเดนซ์

“M” ใน MGallery สื่อถึง “Memorable” (ประสบการณ์ที่น่าจดจำ) และ “Magical” (น่ามหัศจรรย์) ซึ่งผู้เข้าพักที่มาเยือนจะได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทาง ณ จุดหมายปลายทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศตามถนนหนทาง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงได้รื่นรมย์กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง…

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” (MGallery Residences, MontAzure Lakeside) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของโครงการมอนท์เอซัวร์ (Heart of MontAzure) แวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติจากเชิงเขาสู่ชายหาดกมลา เชื่อมต่อการใช้ชีวิตอันเป็นส่วนตัวภายในห้องชุดกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างลงตัว ตัวโครงการสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ ประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย ทะเลสาบและสวนภูมิทัศน์ที่คงไว้ตามธรรมชาติ ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำกับรูปแบบวันพักผ่อนในบรรยากาศและกลิ่นอายของลมทะเล กับผืนทรายขาวละเอียดของหาดกมลาท่ามกลางทิวเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ พร้อมเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตราฐานสากลและการบริการระดับโรงแรมห้าดาวแบบครบวงจร

โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซค์ ประกอบด้วยห้องชุดขนาดกว้างขวางรวม 236 ยูนิต ในแบบสตูดิโอ (Studio) และ 1 ห้องนอน (One Bedroom) ภายในตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนองค์ประกอบตามธรรมชาติของเกาะภูเก็ต เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะของโครงการ ลูกค้าสามารถเลือกวิวทะเลสาบ วิวภูเขาหรือวิวทะเล ผ่านหน้าต่างและระเบียงขนาดใหญ่ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ต้องการห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อห้องชุดเพื่อสร้างห้องขนาดใหญ่อีกด้วย

นอกจากนั้น ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ เจ้าของห้องชุดจะได้รับบริการระดับพรีเมียม และสิทธิประโยชน์จากโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลกในเครือแอคคอร์ ในฐานะสมาชิกระดับวีไอพีอีกด้วย

ภายในโครงการฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตราฐานโรงแรมห้าดาวอย่างเอ็มแกลเลอรี ไม่ว่าจะเป็นศาลาพักผ่อน ลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง ห้องโยคะ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งยังรองรับลูกค้าที่มาพักผ่อนพร้อมครอบครัว ด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 สระ สระว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกาย (lap pool) สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มพร้อมสระว่ายน้ำเด็ก และคลับสำหรับคุณหนู ๆ นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหาร ที่ให้บริการตลอด
วัน (all-day dining) บาร์เครื่องดื่มที่สระน้ำ (Pool bar) ห้องฟิตเนส และ
คลับเฮาส์

เจ้าของห้องชุดสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ยังได้รับบริการสุดพิเศษในแบบฉบับ เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์

นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหาร โครงการมอนท์เอซัวร์ กล่าวว่า “ด้วยสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา และทำเลที่ตั้งที่สมบูรณ์แบบบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ทั้งยังได้ “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์”หนึ่งใน พรีเมี่ยมแบรนด์ของ แอคคอร์ มาเป็นทีมบริหาร ทำให้เรามั่นใจว่า “มอนเอซัวร์ เลคไซด์” เป็นโครงการที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนทั้งในด้านการบริการและผลตอบแทนในอนาคตอย่างแน่นอน”

ด้าน มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์ กล่าวว่า “โครงการมอนท์เอซัวร์ เลคไซด์ นับเป็นโอกาสที่ลงตัวในการเปิดตัว “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” ครั้งแรกในประเทศไทย โดย “เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์” เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่เน้นการนำเสนอเรื่องราวและความงดงามของสถานที่นั้น ๆ ซึ่งโครงการมอนเอซัวร์มีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและเงียบสงบ สะท้อนเสน่ห์ของเกาะภูเก็ตได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่า การร่วมมือของ เอ็มแกลลอรี กับ มอนท์เอซัวร์ จะสร้างประสบการณ์อันเป็นที่จดจำให้แก่ผู้เข้าพัก และยกระดับคุณภาพที่อยู่อาศัยในภูเก็ตให้เหนือระดับยิ่งขึ้น”

มร.แพทริค บาสเซ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและมัลดีฟส์

ทั้งนี้ โครงการมอนท์เอซัวร์ อาณาจักรมิกซ์ยูสมูลค่ากว่าหมื่นห้าพันล้าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 454 ไร่ บนหาดกมลา ประกอบไปด้วย ที่พักส่วนตัวระดับลักซัวรี่ คอนโดมิเนียมริมทะเล รีสอร์ตระดับ 5 ดาว ไลฟ์สไตล์มอลล์ และศูนย์สุภาพ รวมถึงร้านอาหารและบีชคลับบนชายหาดมลา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับอีกมากมาย โดยมอนท์เอซัวร์ได้รับรางวัลระดับภูมิภาครวมถึง “Best Mixed-Use DevelopmentThailand” จากเวที Asia Property Awards อีกด้วย

เอ็มแกลลอรี เรสซิเดนซ์ นับเป็นแบรนด์โรงแรมระดับไฮเอนด์ล่าสุดที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับมอนท์เอซัวร์ หลังจาก คาเฟ่เดลมาร์ (Cafe del Mar) ทวินปาล์ม เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ (Twinpalms Residences MontAzure) และ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท (InterContinental Phuket Resort) ซึ่งมีกำหนดจะเปิดในปีนี้ ผู้พักอาศัยที่ “เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์” สามารถเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารและบีชคลับบนหาดกมลาที่อยู่ภายในโครงการมอนท์เอซัวร์ ลูกค้าสามารถเดินหรือใช้บริการรถรับ-ส่งฟรีไปยังชายหาดได้อีกด้วย

เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Accor Ownership Benefits Program ในสถานะ “VVIP” และได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกแพลตตินั่มของ Le Club AccorHotels พร้อมส่วนลด 20% และอัพเกรดห้องพักสำหรับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก

“เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์”
ราคาเริ่มต้น 7.2 ล้านบาท มีกรรมสิทธิ์ถือครองแบบสมบูรณ์ (Freehold)
พร้อมการบริหารในรูปแบบโรงแรมสำหรับนักลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม
www.montazure.com
อีเมล sales@montazure.com หรือโทร +66 93 624 8800

ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel)

ยินดีต้อนรับ….สู่สถานที่พักผ่อนอันน่าทึ่งของครอบครัว ตื่นรับอรุณพร้อมชมวิว ทุ่งนาขั้นบันได…ใจกลางโรงแรม หลวงพระบางเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของลาว ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ศิลปะและหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รวมไปถึงผลผลิตสดใหม่จากทุ่งนาและฟาร์ม

“พูลแมน หลวงพระบาง” (Pullman Luang Prabang Hotel) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว กำลังถูกยกให้เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศลาว เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เพิ่งเปิดมาได้ 9 เดือน ด้วยพื้นที่ 100 ไร่ ความสูงของอาคาร 2 ชั้น ถูกออกแบบใสในรูปแบบเรียบง่าย ที่นี่จัดเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีสวยงาม ตั้งอยู่ท่าม กลางธรรมชาติ ธารน้ำ ภูเขาโอบล้อม รวมไปถึงทุ่งนาขั้นบันไดบริเวณใจกลางโรงแรม เป็นคอลเลกชั่นล่าสุดของ แบรนด์พูลแมน อันโด่งดังของเครือ Accor กลางหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก

ภายในโรงแรมมีพื้นที่ห้องจัดประชุมใหญ่ที่สุด ในหลวงพระบาง ใครอยากมาเที่ยวหลวงพระบาง แล้วได้ฟีลเก๋หลายๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวคนอาจจะเห็นว่ามีการเปิดตัวของโรงแรมใหม่ๆ คับคั่งมากหน้าหลายตา บางที่มาพร้อมกับจุดขายเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้ง การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงดีไซน์และการตกแต่งที่เป็นจุดสำคัญในการทำให้ผู้เข้าพักประทับใจ


ที่สุดของบริเวณ Lobby พร้อรับบริการ

เรียนรู้กับการใช้ชีวิต เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก ด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน จึงทำให้ภาพรวมของ พูลแมน หลวงพระบาง รีสอร์ท ที่มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

พูลแมน หลวงพระบาง ให้บริการห้องพักรวม 123 ห้อง ในรูปแบบโลว์ไรส์ (low-rise) มีทั้งแบบห้องสวีท ไปจนถึงพูลวิลล่าขนาด 2 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ออกแบบตกแต่งสไตล์ Laos Contemporary อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องพักทันสมัยครบครัน พนักงานที่นี่เค้าสามารถเข้าใจภาษาไทย ได้รับความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวเรื่อยมาตั้งแต่เปิดให้บริการโดยในส่วนของห้องพักมี ให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละแบบ พร้อมพักผ่อนในห้องพักสุดหรูอย่างเต็มที่เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

หลังจาก เช็คอินที่ล็อบบี้ พร้อม Welcome Drink ด้านหน้าโรงแรมล็อบบี้และที่จอดรถอยู่ฝั่งเดียวกับตัวตึก ตรงบริเวณล็อบบี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเราจะเห็นร้าน Junction Bar รวมถึงมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่เราสามารถนั่งเล่นอินเตอร์เนต

โดยรีวิวนี้ Toptotravel จะแบ่งเป็น ห้องพัก, สระว่ายน้ำ และห้องประชุม , อาหารเช้า และ สปา นะคะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย


รูปแบบห้องพัก + สิ่งอำนวยความสะดวก
ให้รางวัลกับร่างกายและให้ของขวัญกับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อน วันนี้เ
Toptotravel มีโอกาสได้มาพักห้องพรีเมี่ยมดีลักซ์ Premium Deluxe Room ห้องใหญ่มากที่พักมี 2 ชั้น จากทั้งหมด 4 ห้อง ของตัวตึกโรงแรม ตกแต่งในรูปแบบ เน้นความเป็นไม้และสีสันสว่าง สไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของล้านนา ห้องน้ำใหญ่ ต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิว ห้องน้ำมีฝักบัวอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ และเลือกได้ระหว่างเตียงขนาดคิงไซส์ที่หรูหรา 1 เตียง หรือเตียงขนาดนอนได้สองคน 2 เตียง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องพักได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วน มินิบาร์ อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ ตู้นิรภัยในห้องพัก ไดร์เป่าผม เครื่องชั่งน้ำหนัก เตารีด เครื่องรับโทรทัศน์จอแบน พร้อมช่องรายการดาวเทียม โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย

เปิดเข้ามาห้องน้ำก็จะนอนแช่น้ำ จากห้องน้ำ แช่น้ำไปเห็นวิวสระว่ายน้ำและสนามหญ้า และทุ่งนาขั้นบันไดใจกลางโรงแรม ส่วนการเดินทางไปจุดต่างๆ ภายในโรงแรม สามารถกดเรียกปุ๊บแทบจะมาทันที ห้องพักที่นี่ใช้ระบบคีย์การ์ดจนถึงเข้าห้องพัก ค่อนข้างปลอดภัยแน่นอน ถ้าขี้เกียจเดิน โรงแรมเค้ามีการส่ง ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว

เรื่องหมอนและเตียง นี่คิดว่าคือจุดเด่น หมอนนอนแล้วไม่ปวดคอ อันนี้ตัวชัญญ่าเอง ค่อนข้างประทับใจเลย กลับจากมาเที่ยวเหนื่อยๆ นอนบนเตียงและหมอนดีๆ คือช่วยให้เราหายเหนื่อยได้เร็วมาก นอกจากนี้ ในห้องเค้ายังมีตู้เซฟไว้ให้เราใส่ของมีค่า มีทีวี มีราวแขวนเสื้อที่ให้ไม้แขวนมาเหลือเฟือ และมีไวไฟสัญญาณแรงๆ เล่นเน็ตเร็วปรี๊ดมาก สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่โรงแรมให้มาคือค่อนข้างครบ

เมื่อเราเดินเข้ามายังตัวโรงแรม ด้านหน้าโรงแรม เราจะเห็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Junction Bar ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนที่นำคุณไปสู่มุมมองของนาข้าวขั้นบันได ส่วนด้านหน้าโรงแรมนั้นมีที่จอดรถ รวมถึงถ้า ใครเช่ารถมาไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถเลย อีกสิ่งหนึ่งที่เก๋คือ ห้องพักที่นี่มีทั้งแอร์และพัดลมติดเพดาน แอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าใครแพ้แอร์ ก็เปิดหน้าต่าง + เปิดพัดลมได้เลยส่วนห้องน้ำทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก สบู่ ยาสระผม และครีมนวดผมในตัว ที่ดีและประทับใจมากคือ ทุกห้องของที่นี่ฝักบัวแรงสะใจ อันนี้ชอบมากๆ เพราะปกติถ้าฝักบัวไม่แรง นี่จะเฟลกับการอาบน้ำ

ในส่วนห้องพัก มีการออกแบบให้แขกได้รับอารมณ์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืน ให้ความสำคัญที่ความสะดวกสบาย พักแล้วรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง Facilities ครบมาก ที่นี่มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระด้วยกัน

บรรยากาศดี การบริการ เน้นความน่ารักเป็นกันเองของพนักงาน ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ให้บริการด้วยใจ แต่คงไว้ซึ่งมาตราฐานระดับสากล โรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลก ของตกแต่งที่เลือกใช้ก็สื่อถึงวัฒนธรรมของลาว จึงทำให้ภาพรวมของตัวรีสอร์ท มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นหลวงพระบางดั้งเดิม เป็นที่ประทับใจของแขกที่มาพักทุกเชื้อชาติ

อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร L’Atelier ห้องอาหารริมทะเลสาบ อาหารเช้าที่ห้องอาหาร มีบริการอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลหรือแบบบุฟเฟต์ All-Day Dining อยู่แล้ว เมนู A La Carte มีอาหารหลากหลาย ทั้งลาว ไทย และ ตะวันตก อาหารของที่นี่ได้จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (farm-to-table) โรงแรมใช้วัตถุดิบท้องถิ่นออร์แกนิกตามฤดูกาล สมุนไพรลาว ผักและผลไม้เมืองร้อนที่ปลูกในสถานที่ของโรงแรม รวมถึงเก็บเกี่ยวข้าวจากทุ่งนาขั้นบันไดภายในรีสอร์ทมาใช้ในร้านอาหาร

“The Junction” เลานจ์ และห้องสมุดที่ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง ศูนย์ออกกำลังกายตลอด 24 ชั่วโมง สปา คิดส์คลับ สระว่ายน้ำ 3 แห่ง
พร้อมพูลบาร์ “H2O” และพื้นที่จัดการประชุมและกิจกรรมที่สามารถรองรับได้ถึง 300 คน ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางเพลิดเพลินกับการพักผ่อนแล้ว เปิดประสบการณ์กับโปรแกรมท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่หลากหลายที่ทางโรงแรมจัดให้อย่างเต็มอิ่ม อาทิ โยคะยามเช้า ไทชิ บนดาดฟ้าของรีสอร์ท

ขอบคุณข้อมูลต่างของโรงแรม ด้วยการดูแลและแนะนำของ :
Khun : Supatta Noimuang (ZII)
Director of Sales Marketing
Khun : Sheila May Reas Buenafe
PR & Marketing Communication Manager

Khun : Supatta Noimuang (ZII) and Khun : Sheila May Reas Buenafe

สุดท้าย Toptotravel ขอพาไปชม พูลแมน สปากันค่ะ ตรงนี้เราขอเข้าไปชมบรรยากาศ และ พูดคุยกับ คุณณันท์นภัส ไกรหิรัฐปวีร์ SPA & WELLNESS MANAGER

สรุปทุกอย่างดีงาม ตามท้องเรื่องในระดับห้าดาวของโรงแรมพูลแมน
พูลแมน สปา ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Pullman Hotels and Resort หลวงพระบาง อยู่ด้านในสุดของโรงแรม โดยมีแนวคิดว่า เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวแลความเงียบสงบ รู้สึกผ่อนคลาย

พูลแมน สปา ประกอบด้วยห้องทรีทเมนท์ทั้งหมด 6 ห้อง แต่ละห้องสร้างแบ่งแยกจากกันเป็นสัดส่วน ทุกห้องทาสีขาวสะอา ห้องทรีทเมนท์ออกแบบอย่างเรียบง่ายหรูหราด้วยการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ คุณณันท์นภัส เล่าให้ Toptotravel ฟังในขณะพาเราเดินเข้าเยี่ยมชม บริเวณภายใน พูลแมน สปา เราเรียกห้องทรีทเมนท์เป็นตึก 1 -3 เป็นห้องเตียงคู่ ตึก 4 เป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับการนวด ตึก 5 เป็นห้องนวดไทยมี 4 เบาะ สำหรับนวดไทยโดยเฉพาะ และตึกสุดท้ายก็จะเป็นห้องนวดเท้าซึ่งสามารถทำเล็บ

… ด้วยสนนราคาที่ไม่แพง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้บริการ โดยเฉพาะกับฝีมือการนวดของเทอราปิส ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านประสบการณ์มาอย่างดี ทำให้ พูลแมนสปา ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกว่าต้องจองกันล่วงหน้า เพราะคิวยาวอย่างไรก็ตาม หากมาเที่ยวที่ หลวงพระบาง และอยากทดลองฝีมือการนวดของเทอราปิสชาวลาว ระดับพรีเมี่ยม ต้องลองแวะเข้ามา แล้วจะประทับใจ

ที่นี่ พูลแมน สปา….หากใครต้องการอยากไปหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมการจองบริการสปา ที่นี่เปิดทุกวัน 10.00 -21.00 น.
ลูกค้าจากภายนอกโรงแรมสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยติดต่อผ่าน
โอเปอร์เรเตอร์ของโรงแรม Pullman Luang Prabang

พูลแมน หลวงพระบาง คือการคงไว้ซึ่ง วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืนของชาวหลวงพระบางที่เป็นรากฐานของเมืองมาตั้งแต่โบราณ โดยได้เชื่อมต่อกับกลิ่นอายของหลวงพระบางเอาไว้ในทุกย่างก้าวของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์การบริการที่เป็นพันธมิตรกับท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การทำฟาร์มและสวนครัวแบบยั่งยืนภายในโรงแรม และการคิดค้นเมนูอาหารจากวัตถุดิบขึ้นชื่อในพื้นที่ ควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษ์โลก Planet 21 ที่เครือข่าย Accor ทั่วโลก

เคล็ดลับอย่างแรก ถ้าเราคิดจะมาพักโรงแรมในเครือ ACCOR แนะนำให้จองห้องพักโดยตรงกับเว็บไซต์ เพราะนอกจากเว็บโรงแรมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่ครบครัน เว็บไซต์หน้าตาดีแล้ว คือเราจะได้เรทห้องพักที่ถูกกว่าที่อื่นๆ อย่างแน่นอน

เรื่องทำเลที่ตั้งของ Pullman Luang Prabang
Amazing huge room. Lovely staff. Great pool and nice restaurant.
สัมผัสวิถีลาวบทใหม่ที่ พูลแมน หลวงพระบาง ได้แล้ววันนี้
Pullman Luang Prabang
Ban Pong Wanh, 06000 LUANG PRABANG LAO PDR
Tel: +856 71 211 112
อีเมล H9112@accor.com

สรุปบทสัมภาษณ์ของ ทวีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร TK Palace

วันนี้….หากใครก้าวเข้าไปยังโรงแรม ทีเค พาเลซ จะสัมผัสได้ถึงโฉมใหม่ของสถานที่แห่งนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า เรื่องราวของผู้ชายชื่อทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม ประธานกรรมการบริหาร ทีเค. จุดเริ่มต้นจาก ความตั้งใจที่ต้องการพัฒนาโรงแรม ที.เคใหญ่ขึ้น และเป็นหนึ่งในกิจการโรงแรมที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดใน ย่านแจ้งวัฒนะ พร้อมให้บริการอย่างดีที่สุด

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม เริ่มเล่าให้ฟังว่า … ย้อนหลังไป 3 ปีที่แล้ว จนถึงในปัจจุบัน จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ ทีเค. โดยมองเรื่องของวิสัยทัศน์ก่อนว่า วันนี้ การทำธุรกิจอะไรก็ตาม ต้องไม่มีอะไรเหมือนกัน ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อสร้างจุดขาย

ผู้ชายคนนี้มีเบื้องหลังแนวคิดการทำธุรกิจอย่างไร?
จุดเริ่มต้นในธุรกิจนี้ วิสัยทัศน์ของผม มีเพียงแค่การอยู่รอด และช่วงสามปีต่อจากนี้ไป เราคิดกันว่า น่าจะมีโรงแรมที่ไม่เหมือนคนอื่น เน้นเรื่องของ Green hotel เราลงทุน กับการปลูกต้นไม้ทั้งหมด 10 กว่าล้านบาท และนำสถาปนิก ปรับเปลี่ยนดีไซน์ทุกส่วนในพื้นที่ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น ล็อบบี้ ห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ต้นไม้ พรม วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องพัก ปรับเปลี่ยนใหม่ให้มีความทันสมัย

ผมคาดหวังว่า โรงแรมเราจะกลายเป็นหนึ่งในกิจการ โรงแรมที่ดีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ขณะเดียวกัน มีเพื่อนที่คอยสนับสนุนและพร้อมจะลงทุนไปด้วยกัน โดยการร่วมทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อนที่พูดถึงคือ นิ่มซี่เส็ง ซึ่งประกอบธุรกิจมาสามสิบกว่าปี ผมโชคดีที่มีนายทุนเป็นเพื่อนสนิท ให้แบบไม่มีข้อแม้ เหมือนเป็นเพื่อนและเป็นผู้ที่มีพระคุณกับโรงแรมของเรา”

การทำธุรกิจโรงแรมในวันนี้ ต้องมีวิสัยทัศน์ มองหลายมิติ โรงแรมมีลักษณะผสมผสาน เพื่อให้มาตรฐานสากล โรงแรมส่วนมากคนมีทุนสูง มีเงินเยอะเป็นเจ้าของ โดยจ้าง GM เข้ามาบริหาร เขาก็จะบอกกับ GM ว่า จะต้องทำยอดให้ได้สมมติเดือนละ 30 ล้าน ทีนี้ GM กับลูกน้อง Relation ไม่ค่อยมี GM ต้องปั้นเงินให้ได้ เพื่อนำพาตัวเองให้รอด การทำงานไปกดดันกับลูกน้อง ลูกน้องก็อยู่ยาก และลาออกในที่สุด สำหรับที่ ทีเค เจ้าของจะยืนอยู่เคียงข้างคู่กับลูกน้องเสมอ เพราะผมเชื่อว่าในอนาคตเราจะเติบใหญ่ขึ้น และโตกว่านี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน

แนวคิดการบริหารโรงแรมหลังผุดอาคารหรู
คุณทวีศักดิ์ เล่าว่า …เราสร้างอาคารใหม่โดยกลุ่มเป้าหมาย ผมมองว่าถนนแจ้งวัฒนะเป็นย่านคนรวย แต่จะพบว่าที่ถนนแห่งนี้ ไม่มีโรงแรมระดับที่ว่าเข้ามาแล้วประทับใจ สำหรับเรา ผลตอบรับคือลูกค้าค่อนข้างพอใจพร้อมสัมผัสลุคใหม่กับทีเค บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้พักผ่อนควบคู่ไปกับการทำงาน ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น การประชุมหรือสัมมนา สามารถดำเนินธุรกิจ จนประสบความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมของสังคมไทย

ด้วยพื้นที่ใช้สอย และในอนาคต จะใช้นโยบายการสร้างความแตกต่างเรื่อยๆ …คัดเกรดลูกค้า และสร้างแรงจูงใจ รวมถึงงานดีไซน์ที่ถูกออกแบบตกแต่งมาอย่างดี อย่างล็อบบี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของโรงแรมทีเค ถามว่าเหนื่อยมั๊ย? กับการลงทุน ต้องยอมรับว่าเหนื่อย แต่ทุกวันนี้พอใจกับกระแสตอบรับของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดหนึ่งจะเลือกได้ว่า…จะรับลูกค้ากลุ่มไหน?

ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย 60% ที่เหลือ คือต่างชาติและแขกที่เป็นเอเย่นต์ คอร์เปอร์เรท ณ วันนี้ ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้ไม่ cover เงินกู้ มองแบบนักเศรษฐศาสตร์ที่มองสองทาง ทั้ง direct และ indirect ไดเรคคือ ทางตรง และอินไดเรค ที่จะมาจากรถไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดทางให้ลูกค้าเข้ามา ….นี่คือเป้าหมาย”

คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม

ภายใน 3 ปี โรงแรมต้องขายตัวเอง 50% ขึ้นไป รายได้เดือนหนึ่งสุมมติ 30 ล้าน โรงแรมต้องขายตัวเองได้ 20 ล้าน นอกนั้นเซลล์ขาย ถ้าทำได้จะสบายในระยะยาว การที่เราจะบริหารจัดการไปได้ ต้องอยู่ที่สินค้าอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้วบอกต่อ วันนี้มีการพัฒนาเรื่องของอาหาร มี F&B ช่วย จะบริการเพียงห้องพักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประชุมสัมมนา จึงจะถึงเป้า 30 ล้านใน 3 ปีข้างหน้า

อย่าไรก็ดี ด้วยพื้นที่ใช้สอย ตระหง่านบนพื้นที่ 30ไร่ ริมถนนแจ้งวัฒนะ โรงแรมใช้พื้นที่เต็มจำนวนทั้งหมด โดยในปัจจุบัน ราคาซื้อขายกัน 500,000 บาท 10 ไร่ 2,000 ล้าน เลยหนี้ ในแต่ละวันแอคทีฟเก็บเงินได้
ทุกวัน ถือเป็นทรัพย์แอคทีฟ ทำให้มีมูลค่าทางธุรกิจสูงและทรัพย์สิน ซึ่งผมเป็นหนี้ 1,500 ล้านบาท จะผ่อนไป 3-40 ปีมั๊ย? สมกับความตั้งใจและโดยฝีมือของสถาปนิก ภายใต้แนวคิดที่ผสมผสานธรรมชาติ มนุษย์ ด้วยเหตุผลโรงแรมของเรามีพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เรามีจุดแข็งที่จะแข่งขันกับโรงแรมในเมืองที่มีพื้นที่น้อย

ดังนั้น ในยุคนี้ งานบริการ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ผมจะเน้นเรื่องเพื้นที่
สีเขียว สวนสวยเป็นเรื่องสำคัญ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเริ่มเห็นภาพลักษณ์ใหม่ เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้าด้านหน้าโรงแรม สีเขียวโดดเด่น ส่วนด้านใน Lobby โดยเฉพาะส่วนของคอฟฟี่ช็อปในปัจจุบัน ถูกปรับให้เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท พร้อมประดับตกแต่งสวนสวยสีเขียว มีระเบียงไม้สุดชิค และที่สำคัญ มีการผสมผสานกันระหว่างอาคารสมัยใหม่อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของธุรกิจโรงแรม ส่วนสำคัญที่สุด คือ งานบริการ ซึ่งนั่นหมายถึง บุคลากรของโรงแรม ซึ่งผู้บริหารโรงแรมทีเคฯ กล่าวถึงปัญหาและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลเช่นกัน คุณทวีศักดิ์ กล่าวว่า “วันนี้เหมือนกับการก้าวกระโดด โรงแรมเราไปถึง 5 ดาว แต่บุคลากรยังตามไม่ทัน ซึ่งในเวลานี้่ แม้กระทั่งเจ้าของยังตามไม่ทัน บางครั้งนอนตื่นมายังคิดว่าฝันไปรึเปล่า!

สิ่งที่ดีที่สุด คือเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลาการ ทุกสิ่งทุกอย่างเติบโตไปถึงจุดหนึ่ง แต่ถ้าบุคลากรของเรายังช้า ต้องมีการอบรมและพัฒนาการทำงาน การปรับตัวให้ทันยุคสมัย เพราะวัฒนธรรมของโรงแรมเราคือต้องการให้พนักงาน win win กับเราด้วย ทุกคนไม่ได้ทำงานเพราะเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่พนักงานทุกท่านทำด้วยสปิริต ซึ่งโรงแรมมีการดูแลด้านสวัสดิการอย่างเต็มที่ มีงบห้าล้านเป็นสวัสดิการของพนักงาน อีกทั้งเงินเดือนจะพิจารณาปรับขึ้นตลอด เพราะเจ้าของไม่ได้หวังวันนี้ เจ้าของหวังอีกสามปี เพราะการไม่ได้หวัง พนักงานช่วยเต็มร้อย การทำงานในปัจจุบันมีไลน์กลุ่มกับลูกน้องทั้งหมด จะดูเสมอว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมได้ประสบการณ์มากมายจากการทำงานร่วมกับพนักงานตรงนี้ ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้ร่วมงานที่มีความหลากหลาย ได้ศึกษาคนและอารมณ์ของคน รวมไปถึงการฝึกคนหรือพนักงานบริการให้มีความอดทน รักในงานบริการ ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน และสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมให้น่าอยู่

ผู้บริหาร ทีเค พาเลซ กล่าวถึง แนวนโยบายด้านการตลาดว่า แนวทางการทำตลาดในลักษณะของไลฟ์สไตล์ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การใช้ช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ที่ผ่านมา ในเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่พีคที่สุดถึง1,200 ห้อง/ไนท์ ซึ่งมาจากการปรับเรื่องข้อมูลออนไลน์และช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1,500 รูมไนท์ ข้อดีของการขายออนไลน์คือขายห้องอย่างเดียวไม่ต้องกังวลถึงเรื่อง เบรกฟาสต์

โรงแรมตั้งมา 25 ปีแล้ว ผมทำงานตั้งแต่ปี 2 สมัยเรียน ม.เกษตร จนจบเศรษฐศาสตร์และจบ MBA ม.เกษตร เช่นกัน วัคซีนค่อนข้างแข็งแรง มีปัญหาเข้ามาก็พร้อมที่รับมือ

การทำงานทุกอย่าง หากเราทำด้วยใจก็จะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด โดยเฉพาะงานด้านบริการจะต้องคำนึงถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราจะต้องบริการลูกค้าอย่างที่เราคาดหวังว่าเราจะได้รับการบริการเช่นเดียวกัน….ทำธุรกิจอะไรก็ตามต้องต่อยอดไปได้หรือไม่ อยู่ที่การคิด การใช้สมอง และอย่าคิดระยะสั้น ต้องมองระยะยาวไม่ใช่การขายไปวันๆ ธุรกิจโรงแรมต้องเข้ามาคลุกคลีจึงจะเห็นปัญหา แต่เรากลับสนุกกับปัญหาได้อยู่กับลูกค้า ชินกันคุ้นเคยกันไปหมด อยู่กันแบบสบายๆ แต่ละเดือนวันนี้ลูกค้าอยู่ที่ 80 % ถือว่าถึงจุดที่โอเคแล้ว

“อยากบอกว่า ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวอย่างมหาศาล เพื่อรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”

ทุกวันนี้ เงินหายากไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน พฤติกรรมต้องเปลี่ยนให้ทัน ต้องคิดว่าเทคโนโลยีเข้ามาแล้วจะแก้กับมันอย่างไร ไม่ใช่พอเทคโนโลยีเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองไม่เอาแล้วไม่ได้” คุณทวีศักดิ์ กล่าวท้ายสุด

สถานที่ : โรงแรม TK.Palace Hotel & Convention
ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ
ที่อยู่: 54/7 ถนน แจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้อง เขต หลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์: 02 574 1588

แผนที่คลิ๊ก
https://goo.gl/maps/8mCDCoZ7GZQgPzP5A


โนโวเทล สุวรรณภูมิ จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าประจำปี 2561

เวิล์ด มิวสิค แอท โนโวเทล

เมื่อเร็วๆ นี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต นำโดย คริสตอฟ เจอโฟรย์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไป จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าประจำปี 2561 ในธีม “เวิล์ด มิวสิค แอท โนโวเทล” จำลองบรรยากาศงานคอนเสิร์ตระดับโลก ณ ห้องสุวรรณภูมิ

แกรนด์บอลรูม โดยมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากนักแสดงหน้าเหมือนศิลปินดังจากไทยและต่างประเทศ อาทิ เลดี้ กาก้า, บีเอ็นเค 48, ไมเคิล แจ็คสัน, มาดอนน่า, เบิร์ด ธงไชย, หญิงลี และติ๊ก ชีโร่ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมาย โดยมีรางวัลใหญ่คือตั๋วเครื่องบินไป-กลับเมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น พร้อมที่พักโรงแรมเมอร์เคียว ซับโปโรและไอบิซ สไตล์ ซัปโปโร ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลนี้ได้แก่  Vanak Choup (ที่ 4 จากซ้าย),  First Secretary of the Royal Embassy of Cambodia งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณ, พันธมิตรทางธุรกิจและสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนที่ดีตลอดมา

เมื่อเร็วๆ นี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต นำโดย คริสตอฟ เจอโฟรย์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไป จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าประจำปี 2561 ในธีม “เวิล์ด มิวสิค แอท โนโวเทล” จำลองบรรยากาศงานคอนเสิร์ตระดับโลก ณ ห้องสุวรรณภูมิ

แกรนด์บอลรูม โดยมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากนักแสดงหน้าเหมือนศิลปินดังจากไทยและต่างประเทศ อาทิ เลดี้ กาก้า, บีเอ็นเค 48, ไมเคิล แจ็คสัน, มาดอนน่า, เบิร์ด ธงไชย, หญิงลี และติ๊ก ชีโร่ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมาย โดยมีรางวัลใหญ่คือตั๋วเครื่องบินไป-กลับเมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น พร้อมที่พักโรงแรมเมอร์เคียว ซับโปโรและไอบิซ สไตล์
ซัปโปโร ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลนี้ได้แก่  Vanak Choup (ที่ 4 จากซ้าย),  First Secretary of the Royal Embassy of Cambodia งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณ, พันธมิตรทางธุรกิจและสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนที่ดีตลอดมา

ภาพที่ 2 ดร. เทเรซา วิรัชนีพรหมสุนทร (กลาง) อุปนายก สภาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซาและสุวัฒน์ เบญจธรรมธร (ที่ 2 จากขวา) มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีแก่ คริสตอฟ เจอโฟรย์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป พร้อมวอนมี โร (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดและบุญสิตา เปล่งฮวด (ซ้ายสุด) ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย ภาคองค์กร

ภาพที่ 3 พรเลิศ กาญจนนิตย (ที่ 9 จากซ้าย) รักษาการประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินและกลุ่มสมาชิกให้เกียรติร่วมงาน โดยมี คริสตอฟ เจอโฟรย์ (ที่ 5 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปและวราภรณ์ ใจการ (ซ้ายสุด) ผู้จัดการฝ่ายขาย สายการบิน ให้การต้อนรับ


ภาพที่ 4 เจอราลด์ ฮูการ์ดี้ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้จัดการโรงแรมและพรรณพิมล วงศ์ทองศรี (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ, กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที มอบของรางวัลแก่ผู้โชคดี โดยมี โตชิคุนิ คาชิวากิ (ขวาสุด) ผู้จัดการทั่วไป สายการบิน ออลนิปปอนแอร์เวย์ สำนักงานกรุงเทพฯ ร่วมมอบรางวัลบัตรโดยสารไปกลับกรุงเทพฯ-โตเกียว

ภาพที่ 5 วอนมี โร (กลาง) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดและปริม เฮลด์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย มอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดการแสดงลิปซิงค์, รองอันดับหนึ่งและสอง

 ภาพที่ 6 จากซ้ายไปขวา: อัญชลี ศรีมานพ – ผู้บริหารระดับสูง บริษัทมิตซูบิชิอิเล็คทริคกันยงวัฒนา จำกัด, สุดา เหมสมัน – ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด, ปริม เฮลด์ – ผู้อำนวยการฝ่ายขายโรงแรมและอภิรดี วรรณวงศ์สอน – กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภิภาดี จำกัด

ภาพที่ 7 พรกมล อำนรรฆสรเดช (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการกองบริการพิเศษ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)และกลุ่มสายการบิน ร่วมงาน


ภาพที่ 8 การแสดงชุดเลดี้ กาก้า

เปิดลายแทง…ทริป “หลงรักษ์ประจวบ”

เริ่มแล้ว ทริป  “หลงรักษ์ประจวบ”
ตอน จากภูผาสู่สมุทร

มาเที่ยวอีกครั้ง  หนีไปดับร้อน ที่กุยบุรี มันชิลดี  3 วัน 2 คืน มาสร้างสีสัน กระตุ้นต่อมการท่องเที่ยวกับเส้นทาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ถึง อำเภอกุยบุรี

เอาจริงๆ กุยบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศ ใช้เวลา
ในการเดินทาง แปร๊ปเดียว เพียงแค่ 40 นาที จากหัวหิน  ทริปนี้เรามีโอกาสเยี่ยมชมที่พักสวยๆ ที่กุยบุรี ด้วยความการตกแต่งทีงดงามน่ารัก มีสไตล์อย่าง วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท และ วาฏิกา รีโซวิลล่า เป็นสถาให้ความสะดวกสบายเคียงคู่ไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง   ที่นี่มีร้านอาหารซีฟู้ดต่างๆ  ที่พัก มีราคาไม่ทำร้ายกระเป๋าสตางค์
กันมากสักเท่าไหร่

เรามาเริ่มเปิดลายแทง “หลงรักษ์ประจวบ” เมืองท่องเที่ยวทรงคุณค่าระดับนานาชาติ ที่นี่เต็มไปด้วย ความสนุกสนาน ตื่นเต้นของกิจกรรมต่างๆ  ที่ทำให้ผู้มาเยือนสนุปแบบไม่ซ้ำ  สำหรับผู้ที่รักการดำน้ำดูปลาสวยงาม
ดูปะการัง พร้อมความสวยงามของโลกธรรมชาติใต้ทะเล ที่มีความสวย
งามไม่แพ้ทะเลใดในโลก

อำเภอกุยบุรี ค่อนข้างสงบเงียบ ธรรมชาติสวยงาม ที่นี่เป็นส่วนตัวหน่อยๆ
มีอาหารทะเลสดๆ ให้อร่อยกันจุใจรวมไปถึงมีที่พักพูลวิลล่า นอนพักผ่อนสบายๆ ให้ได้ชิลล์ ทริปนี้เราพักที่ วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท

Vartika Adventure Retreatic Resort
วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท
ที่ตั้งอยู่ในเขตบ่อนอก อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หัวใจหลักของ วาฏิกา คือ การอนุรักษ์รักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรีนโฮเทล)

โรงแรม วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท

ทริปหลงรักษ์ประจวบ ตอน จากภูผาสู่สมุทร  เกิดขึ้นจากlสุดยอดแนวคิดของคุณอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ประจวบ คีรีขันธ์  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียง ชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพและมีความพร้อมบนพื้นฐานของเอกลักษณ์สนับสนุนแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ  ลด
การสิ้นเปลืองพลังงาน และลดมลพิษทางอากาศ

ทริบหลงรักษ์ประจวบ คุณอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว นำพาคณะนำชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ อาทิ  ท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน  การใช้ลิงกังเก็บมะพร้าวจากต้น ดูแล้วหลงเสน่ห์ในความเรียบง่าย และเงียบสงบของกุยบุรีอย่างแน่นอน

หลังจากเช็คอิน ที่โรงแรม ข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ทานอาหารกลางวัน
ณ.ห้องอาหารบ่อนอก  ห้องอาหารอยู่ข้างสระน้ำ บรรยากาศดี ตั้งอยู่ใน
วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 6.30 – 22.00 น.  อิ่มจัดเต็มแล้ว พร้อมเดินทางเพื่อชมวิถีชาวบ้าน  ด้วยการใช้ลิงเก็บมะพร้าว ด้วยความชำนาญ มาต่อด้วยเยี่ยมชมหมู่บ้าน Otop “บ้านหัวตาลแถว”  OTOP  เพื่อการท่องเที่ยว บ้านหัวตาลแถว ชมกลุ่มเกษตรกรทำผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว บรรยากาศของที่นี่เป็นไปอย่างคึกคัก พวกเราเลือกซื้อสินค้าอย่างสนุกสนาน

 

ทริปนี้ได้มีโอกาส ได้พบนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน  ร่วมให้สัมภาษณ์และนำเที่ยวครั้งนี้ด้วยตนเอง  กิจกรรมท่องเที่ยว 8 อำเภอ ของ จ. ประจวบคีรีขันธ์ พูดคุยและแนะนำการท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ  เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ทะเล เกิดความมั่นคงทางอาหาร ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย

ต่อด้วยผลิตภัณฑ์์ยอดนิยม คือ การปลูกบ้านปลา มะพร้าว ทำสาหร่าย การทำน้ำปลากู้โลก กิจกรรมและโครงการต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบใกล้ชิดธรรมชาติกับบรรยากาศสวนป่าเขตร้อน ที่นี่เป้นทำให้ชาวบ้านมีอาหารบริโภคอย่างพอเพียง เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีนำไปสู่ความมีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งพาตนเอง ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ชายฝั่งทะเลกุยบุรีให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้องและควบคู่ไปกับการฟื้นฟูบูรณะทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ เกิดความสมดุล และแก้ปัญหาข้อพิพาทต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดไป

เช้าวันที่สอง รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ไปต่อค่ะ ใครเป็นขาเที่ยวสายทะเลแล้วล่ะก็! ไต้องไปขึ้นเรือนำเที่ยวที่ สะพานสราญวิถี  เรือออกเดินทางไปเกาะจาน  เกาะท้ายทรีย์ และ เกาะเหลือบกัน  หลายคนคงทำหน้างงๆ  เกาะน้องใหม่มาแรงในฤดูนี้ แซงโค้ง เพราะธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทะเลใส ฟ้าสวย ที่สุดแสนจะยั่วยวนจิตใจ ให้ได้อดหยิบบีกินีสวย ไปใส่หน้ากากดำน้ำแล้วก้มลงไปดูปะการังสีสวย และเกิดคำถามขึ้นมาทันทีที่

ทริบหลงรักษ์ประจวบ โดยคุณอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว นำพาคณะนำชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ

นายอุดมสุข  นิ่มเซียน  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริหารแบบให้รีสอร์ทอยู่ร่วมกับชุมชนรอบข้างได้อย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลรายได้และอาชีพให้กับชาวบ้านท้องถิ่น  มีความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ทะเล เกิดความมั่นคงทางอาหาร ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
ซึ่งชาวบ้านมีภูมิลำเนาไม่ไกลจากเมืองชายทะเลสุดคลาสสิค

ริมทะเลสีสันยามเย็น BBQ ปิ้ง ย่าง @วาฎิกา บีชเราก็เพิ่งรู้!  ที่นี่เป็นที่เที่ยวดำน้ำแห่งใหม่ของ จ. ประจวบคีรีขันธ์  เป็นจุดดำน้ำตื้นของเหล่านักท่องเที่ยว สำหรับใครที่อยากไปชื่นชมธรรมชาติ ที่นี่แหละ เป็นสวรรค์ของคนรักท้องทะเลทางฝั่งอ่าวไทยและ แหล่งดำน้ำที่มีปะการังและสัตว์ทะเลอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย

 

สำหรับใครที่อยากไปชื่นชมธรรมชาติ เกาะท้ายทรีย์  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ การดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ. ประจวบคีรีขันธ์ สามารถเดินเล่นและดำน้ำดูปะการัง โดยไม่อนุญาตให้เดินเที่ยวชมในส่วนอื่นๆ ของเกาะ เนื่อง จากเป็นเกาะที่ได้รับสัมปทานการทำรังนก

นอกจากนี้ ไม่ไกลจาก พื้นที่บริเวณโดยรอบ มีธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่สวย งามเช่นกัน  และไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม ที่ตั้ง ราคา รวมถึงแนวความคิด  และการจัดการของผู้บริหาร ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น ดำน้ำ ชมทิวทัศน์ทางน้ำ ดูพระอาทิตย์ตก ตกปลา มีที่ปิ้งย่างฯลฯ

กิจกรรม  กินลม ห่มทราย หรือเรียกง่ายๆ ว่า สปาทราย ที่ วาฏิกา รีโซวิลล่า  เป็นอีก1 กิจกรรมเพื่อสุขภาพยอดฮิต หรือ ไฮไลท์ที่จะจัดต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยขจัดสารพิษ เสริมสร้างสมดุลให้กับร่างกายและผิวพรรณเปล่งปลั่ง  ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแถบชายทะเลเมดิ
เตอร์เรเนียน เรียกว่า ทะเลบำบัด ใครไปเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสมาพักผ่อนที่วาฏิกา กุยบุรี แห่งนี้

CR ภาพ : www.thainewsvision.com โดยคุณพาฝัน  ปิ่นทอง

น้ำปลากู้โลก เป็นอีกหนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อและมีรสชาติดี มาทั้งทีท่านนายกฯ
พาเปิดลายแทงและเผยความลับของ ชื่อและที่มาอันเวอร์วัง และแสดงการทำน้ำปลากู้โลกด้วยตัวท่านเอง ซึ่งเรื่องของชื่อนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เกิดจาก การต่อสู้ของกลุ่มประมงชายฝั่ง และการอนุรักษ์ชายฝั่งที่มีการ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง เรื่องการทำประมงปลาเล็ก เช่นปลากะตัก  ปลาไส้ตัน และ เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างเรือพานิชย์และเรือเล็กชายฝั่ง จึงมีความคิดริเริ่มการทำน้ำปลา โดยขอความอนุเคราะห์ไปยังหน่วยส่งเสริมกรมทรัพยา กรทะเล มีการเรียนและการสอน จนเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนของกรรมวิธีที่มาของชื่อ น้ำปลากู้โลก

วิธีการทำน้ำปลากู้โลก นั้นไม่ยากอย่างที่คุณคิด!
1. ใช้ปลาท้องถิ่นได้ทุกชนิดไม่ว่าจะน้ำจืดหรือน้ำทะเล
2 เกลือสมุทร สาเหตุเกลือสมุทรเป็นเกลือที่มีไอโอดีนและให้ความเค็มได้ดี 3 ผลไม้ให้ความหวานและจุลินทรีย์  (เราใช้สับปะรด)  สาเหตุที่ใช้ผลไม้
นอกจากให้ความหอมและยังให้ความหวานแทนน้ำตาลนำมาหมักรวมกันวางโอ่งตากแดดไว้ กลางแจ้งเป็นเวลา 8-1 ปี ก็จะได้น้ำปลา ที่อร่อยหอมหวาน ค่าโซเดียมที่ต่ำและปลอดสารเคมีอีกด้วย
-นายอิฐธิรัตน์ จันทร หรือพี่โอ๊ต กล่าว



มาปิดท้ายทริป  หลงรักษ์ประจวบไม่มีจบนี้ด้วยการ.คืนความสุข และความสมดุล ให้กับ ท้องทะเล กับโครงการ. 9,999 ล้านดวงใจ พื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

ตื่นเต้นกับความสนุกสนานและชมความความสวยงามของธรรมชาติเท่านั้น ที่วาฏิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท  ยังมีความสะดวกสบาย และความสนุกสนานตื่นเต้น ของกิจกรรมต่างๆ ที่ทางรีสอร์ทจัดสรรมาให้กับผู้มาเยือน แถมไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย รีบมาตักตวงความสนุก ความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เราเชื่อว่าคุณจะหลงรักษ์ประจวบ  แบบ..ไม่มีจบเหมือนเราอย่างแน่นอน


ขอบคุณข้อมูลและทริปสุดพิเศษ  : คุณอุดมสุข นิ่มเซียน
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
FB: udomsuk nimcean

#หลงรักษ์ประจวบไม่มีจบ
#เมืองท่องเที่ยวทรงคุณค่าระดับนานาชาติ
#สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สะดุดตา ต้องใจ จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ ความหรูหราสไตล์ล้านนา

Chantra Khiri Chalet Chiang Mai

ชมวิวจิบชา ท่ามกลางธรรมชาติ  โอบล้อมด้วยขุนเขาที่จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ ห้องอาหาร และ  รีสอร์ตสไตล์ไทยล้านนาประยุกต์ หรูหรา คลาสสิก

การพักผ่อน กับเส้นทางในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน แม้จุดหมายปลายทางอาจจะเป็น สถานที่ หรือจังหวัดเดียวกันก็ตาม แต่ระหว่างทางนั้นเราต่างเจอสภาพแวดล้อม ปัญหาและอุปสรรค ซึ่งเป็นแบบทดสอบชีวิตที่ไม่เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้จะหลอหลอมสร้างให้คุณเป็นคนแบบคุณ
แก้ปัญหาแบบคุณและเก่งในแบบของคุณอากาศร้อนแบบนี้ถ้าได้หลับตานึกถึงสถานที่คลายร้อน เชื่อเลยค่ะ จังหวัด เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในคำตอบ
ของคนส่วนใหญ่  แน่นอนค่ะที่  จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ ความหรูหราสไตล์ล้านนา  ดูเข้าตาสุดในจุดนี้  มีจุดหมายแล้ว ถ้าไม่พูดถึงที่พักคงไม่ได้ จันตราคีรี ชาเลต์  ที่พักชื่อเก๋สุด ฮิป ผสมผสานกันระหว่าง วิศวกรรมและงานศิลปะอย่างลงตัว

จันตรา มาจากอักษร จ หมายถึง วาสนา และอักษร ต หมายถึง ทรัพย์ เมื่อรวมกันเป็นจันตราหมายถึง ทรัพย์งาม คีรี หมายถึงภูเขา จันตราคีรี จึงมีความหมายถึงทรัพย์งามบนขุนเขา โดยก่อตั้งขึ้นอันเนื่องจากโดยคุณเกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ผู้ก่อตั้งมาเที่ยวแล้วชอบที่ดินผืนนี้ เมื่อซื้อไว้แล้วก็เลยเปิดเป็นห้องอาหาร เนื่องจากชอบทำอาหารเป็นทุนเดิม

อีกหนึ่งอัตลักษณ์ของโลโก้คือประกอบไปด้วย 3 ภาษา คือ อักษรธรรมล้านนาหรือตัวเมือง ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยคุณเกรียงศักดิ์เล่าว่า “ที่ใช้ตัวเมืองหรืออักษรธรรมล้านนาประกอบเข้ามาด้วย สะท้อนถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเชียงใหม่อันเป็นสิ่งที่น่าหวงแหน”

ห้องพักของแต่ละหลังมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป บ้านพักส่วนตัวหรู 5 หลัง จันศรี, จันแก้ว, ยวงจัน, ร้อยจัน และจันเป็ง สร้างขึ้นด้วยไม้สักและไม้เนื้อแข็งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “หลองข้าวของชาวล้านนา” หลองข้าวเป็นของคู่กับบ้านเรือนของคนล้านนา ใช้สำหรับเก็บข้าวเปลือกไว้กินได้ตลอดปีที่เหลือจึงแบ่งขาย “หลองข้าว” สะท้อนถึงความมั่นคงของครัวเรือน ความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน หากชุมชนหรือครัวเรือนใด ประกอบด้วยหลองข้าวขนาดใหญ่แสดงถึงสถานะทางเศรษฐกิจ การถือครองที่ดินเพื่อการเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรเพื่อการเกษตรและทักษะในการผลิตของเกษตรกร หลองข้าวมีลักษณะเฉพาะเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง เราจึงเอาหลองข้าวมาเป็นแบบของบ้านพักหรูสุดคลาสสิก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์กลิ่นอายอารยธรรมล้านนา กระเบื้องเคลือบและโถเซรามิกจากแหล่งเลื่องชื่อของประเทศไทย รวมไปถึงภาพวาดสีน้ำจิตรกรรมไทยล้านนา โคมไฟระย้า โดยในแต่ละหลังจะมีช้างไม้แกะสลักบอกหมายเลขของหลองข้าวซึ่งชาวล้านนามีความเชื่อว่าช้างเป็นสัตว์มงคลอีกด้วย บรรยากาศในจันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ ยังรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานา เช่น ต้นลิ้นจี่ซึ่งเป็นผลไม้เลื่องชื่อของเมืองเหนือ ดอกไม้เมืองเหนือ เช่น อโศกแดงและเหลือง ดอกข่า กล้วยไม้ ดอกพุด จำปี มะลิและอัญชัน น้ำตกและปลาคาร์ป รีสอร์ตตั้ง อยู่บนพื้นที่ 6 ไร่พร้อมวิวภูเขาสวยอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

จันศรี Chan Sri Villa
บ้านพักสไตล์หลองข้าว 2 ชั้นจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนาในอดีต ขนาด 100 ตารางเมตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนั่งเล่นดูโอ่โถง ห้องน้ำและบาร์ ชั้นบนเป็นห้องนอนแบบเตียงเดี่ยว สไตล์มุ้ง 4 เสาเพดานสูงประยุกต์ให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของหลองข้าว มีห้องน้ำและระเบียงชมวิวแมกไม้ เขียวขจี ราคา 5,900 บาท/คืน (รวมอาหารเช้า)

จันแก้ว Chan Kaew Villa
บ้านพักสไตล์หลองข้าว 2 ชั้นจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนาในอดีต ขนาด 98 ตารางเมตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและบาร์ ชั้นบนเป็นห้องนอนแบบเตียงคู่ สไตล์มุ้ง 4 เสาเพดานสูงประยุกต์ให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของหลองข้าว มีห้องน้ำและระเบียงชมวิวแมกไม้ เขียวขจี ราคา 5,900 บาท/คืน (รวมอาหารเช้า)

ยวงจัน Yuang Chan Villa
บ้านพักสไตล์หลองข้าว 2 ชั้นจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนาในอดีต ขนาด 180 ตารางเมตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและบาร์ ชั้นบนเป็นห้องนอนแบบเตียงเดี่ยว 2 ห้องนอน สไตล์มุ้ง 4 เสาเพดานสูงประยุกต์ให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของหลองข้าว มีห้องน้ำและระเบียงชมวิวพานอรามาแห่งขุนเขาและแมกไม้ เหมาะสำหรับการเข้าพักเป็นหมู่คณะเพื่อนหรือครอบครัวเป็นต้น ราคา 10,100 บาท/คืน (รวมอาหารเช้า)

ร้อยจัน Roi Chan Villa
บ้านพักสไตล์หลองข้าว 2 ชั้นจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนาในอดีต ขนาด 180 ตารางเมตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและบาร์ ชั้นบนเป็นห้องนอนแบบเตียงเดี่ยว 1 ห้องนอนและแบบเตียงคู่ 1 ห้องนอน สไตล์มุ้ง 4 เสา เพดานสูงประยุกต์ให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของหลองข้าว มีห้องน้ำและระเบียงชมวิวพานอรามาแห่งขุนเขาและแมกไม้ เหมาะสำหรับการเข้าพักเป็นหมู่คณะ เพื่อนหรือครอบครัวเป็นต้น พร้อมลานพื้นที่ส่วนกลางด้านนอก เตาผิงไว้บริการในฤดูหนาว เหมาะสำหรับสังสรรค์ยามค่ำคืนหรือโอกาสพิเศษสำหรับเพื่อนหรือครอบครัวเป็นต้น ราคา 10,100 บาท/คืน (รวมอาหารเช้า)

จันเป็ง Chan Peng Villa
บ้านพักสไตล์หลองข้าว 2 ชั้นจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนาในอดีต ขนาด 274 ตารางเมตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและบาร์ ชั้นบนเป็นห้องนอนแบบเตียงเดี่ยว 1 ห้องนอนและแบบเตียงคู่ 1 ห้องนอน สไตล์มุ้ง 4 เสา เพดานสูงประยุกต์ให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของหลองข้าว มีห้องน้ำและระเบียงชมวิวพานอรามาแห่งขุนเขาและแมกไม้ พร้อมลานพื้นที่ส่วนกลางด้านนอก พร้อมเตาผิงไว้บริการในฤดูหนาว เหมาะสำหรับสังสรรค์ยามค่ำคืนหรือโอกาสพิเศษสำหรับหมู่คณะเพื่อนหรือครอบครัวเป็นต้น ราคา 14,850 บาท/คืน (รวมอาหารเช้า)

คุณเกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ตั้งใจออกแบบโลโก้ของรีสอร์ต

คุณเกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ นักเดินทางและนักธุรกิจ ผู้รักการปลูกต้นไม้และเลี้ยงสัตว์ เกิดที่จังหวัดสระบุรี จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระดับปริญญาตรีจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ  และระดับปริญญาโท  สาขาการจัดการจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาจากความสุขหลายรูปแบบในชีวิตและมีความฝันว่าหากสักวันหนึ่งความสุขในรูปแบบที่ชอบจะส่งผ่าน ทำให้คนอื่นรอบกายมีความสุขด้วยบ้างคุณเกรียงศักดิ์ก็จะทำ ความสุขในการเดินทางท่องเที่ยวและปรารถนาความสุขแบบเรียบง่ายตามทางผ่านที่ไป ครั้งหนึ่งเคยเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ มีโอกาสได้คุยกับเจ้าของที่ดินสวนลิ้นจี่แห่งนี้ เลยคิดอยากลงหลักปักฐานที่นี่ อาจมีร้านอาหารเล็ก ๆ เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร หลัง ๆ พอเปิดห้องอาหารเสร็จเพื่อน ๆ ยุให้เปิดเป็นบ้านพักสไตล์ล้านนาบ้าง ทนแรงยุไม่ไหวจึงเปิดจันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ ตามสไตล์ที่ชื่นชอบเป็นส่วนตัว และอยากท้าทายความสามารถของตัวเองเช่นกัน

จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่  เกิดจาก คุณเกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ตั้งใจออกแบบโลโก้ของรีสอร์ตเองในวันหนึ่งขณะนั่งคุมงานก่อสร้างโดยวาดขึ้นจากวิวภูเขาตรงหน้าหากยืนบริเวณสระว่ายน้ำในปัจจุบันแล้วหันหน้าออกไปทางภูเขา ซึ่งวิวภูเขาดังกล่าวเป็นวิวภูเขาสวยทางด้านหลังของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยนั่นเอง ซึ่งถือว่าถ้าหากมาที่จันตราคีรีแล้วจุดนี้ถือเป็นหนึ่งไฮไลท์ที่คุณลูกค้าไม่ควรพลาดการชมวิวมุมสวยๆ พักผ่อนกับบรรยากาศที่สวยและสุดโรแมนติก

จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ รีสอร์ตหรูโอบล้อมด้วยทิวเขาที่งดงามของดอยสุเทพ-ปุย ประกอบด้วยบ้านพัก/ห้องพัก 2 โซน ได้แก่ บ้านพักสไตล์หลองข้าวล้านนา 5 หลังซึ่งจำลองมาจากหลองข้าวหรือยุ้งข้าวของชาวเหนือประยุกต์ให้มีความทันสมัยแฝงไปด้วยกลิ่นอายและเอกลักษณ์ภูมิปัญญาการปลูกเรือนอยู่อาศัยของชาวล้านนา และในส่วนของห้องพักแบบตะวันตก จำนวน 14 ห้องภายในอาคารร่วมสมัย 3 ชั้น ตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์ 5 ดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปแบบนีโอ โคโลเนียลผสมผสานจุดเด่นของความเป็นเชียงใหม่

ห้องอาหารจันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่
ห้องอาหารไทยรสจัดจ้านมีเมนูหลากหลายทั้งอาหารไทยภาคกลางและอาหารเหนือสูตรเฉพาะของจันตราคีรี ใช้วัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่นและสวนผักออร์แกนิคของรีสอร์ต ให้บริการทั้งโซนด้านในและด้านนอกขนาดกว่า 50 ที่นั่ง ตกแต่งแบบล้านนาประยุกต์  ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวระหว่างเรือนไม้สักเพดานสูงให้ความรู้สึกโปร่งสบาย โคมไฟระย้าสวยหรู ประตูไม้สักอายุหลายร้อยปีสไตล์โปรตุเกส กระเป๋าเดินทางเก๋สไตล์โคโลเนียล กวางไม้แกะสลักสีแดงที่บาร์ รวมไปถึงโซฟาและเก้าอี้บุผ้าลายสีสดและกระจกบานใหญ่ที่ทำให้ลูกค้าทุกท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ภายนอกได้แบบพาโนรามาผ่านทางสระว่ายน้ำไร้ขอบวิวภูเขาหลักล้านด้านหน้า

มาต่อกันที่เมนู  ออร์เดิร์ฟเมือง หมี่ผัดผักกระเฉด น้ำพริกกะปิ มัสมั่นเนื้อ แกงส้มชะอมกุ้ง ต้มข่าไก่ แกงเขียวหวาน น้ำพริกกะปิปลาทู ออสเตรเลียริบอายจิ้มแจ่ว ซี่โครงหมูย่างบาร์บีคิว เป็นต้น ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีให้เลือกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นไวน์ แชมเปญ ค็อกเทล หรือชา กาแฟหอมกรุ่น อร่อยถูกใจมาก

พิกัดอยู่ไม่ไกล ห้องอาหารจันตราคีรี
เปิดให้บริการทุกวัน  ตั้งแต่เวลา  7.00 น. – 22.00  น.

Home

 

เปิดตำนานเชฟชื่อดัง เม็กซิกาโน่

เปิดตัว “Carlos’s Creation Menu”
พร้อมเสิร์ฟเมนูสุดพิเศษ เป็นประจำทุกเดือน
ที่ทุกท่านต้องห้ามพลาด!

เปิดตำนานอาหารแม็กซิกัน รสต้นตำรับ พร้อมเทคนิคการปรุงอาหารแบบ
โมเดิร์สุดอลังการ “เม็กซิกาโน่” (Mexicano) ห้องอาหารเม็กซิกันที่มีชื่อเสียงระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์​โดยโรงแรมแรมแบรนดท์ กรุงเทพฯ ​เพิ่มความจัดจ้านบทใหม่ให้กับอาหารเม็กซิกันแท้

เปิดตัว  Carlos’s Creation Menu  เมนูสุดว้าว!  ที่จะรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ให้สายชิมได้ลิ้มรสกันเป็นประจำทุกเดือน แบบไม่ซ้ำ โดย “เชฟคาร์ลอส  บราโว” เม็กซิกันเชฟชื่อดังในตำนาน พร้อมสาดสีสันความสนุกสนานให้มากกว่าที่เคย ด้วยความบันเทิงแปลกใหม่ ซัลซ่าแดนซ์  (Salsa Dance)  ที่จะทำให้รู้สึกอยากลุกขึ้นเต้นตาม ซึ่ง “เม็กซิกาโน่” เติมเต็มช่วงเวลาที่ดีที่สุดให้กับผู้มาเยือนได้รับประทานอาหารอร่อย รสชาติดี พร้อมได้พักผ่อนแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน ภายใต้กลิ่นอายของบรรยากาศงานรื่นเริงที่มีแต่ความสนุกสนาน

เชฟคาร์ลอส บราโว เม็กซิกันเชฟชื่อดังในตำนาน

“เชฟคาร์ลอส  บราโว” เม็กซิกันเชฟชื่อดังในตำนาน

เม็กซิกาโน่ (Mexicano) ห้องอาหารเม็กซิกัน ที่มีชื่อเสียงระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์ ​เป็นห้องอาหารยอดนิยม ที่มีบริการที่เป็นกันเอง สัมผัสกับอาหารแม็กซิกันรสต้นตำรับแบบพรีเมี่ยมที่ทั้งอร่อยกว่าและหลากหลายกว่าอาหารแม็กซิกันแบบทั่วๆ ไป ​เพิ่มความจัดจ้านบทใหม่ให้กับอาหารเม็กซิกันแท้

“Carlos’s Creation Menu” จะถูกรังสรรค์ขึ้นโดย “เชฟคาร์ลอส บราโว” มาสเตอร์เชฟแห่งห้องอาหารเม็กซิกาโน่ ผู้มีสัญชาติเม็กซิกันแท้ ๆ และคร่ำหวอดในวงการอาหารมาอย่างยาวนาน โดยจะถ่ายทอดฝีมือของเขาสู่เมนูพิเศษในแต่ละเดือนแบบไม่ซ้ำกัน และจัดจ้านกว่าเดิม ตั้งแต่ขั้นตอนการเฟ้นหาวัตถุดิบที่แปลกใหม่และมีคุณภาพมากที่สุด วิธีปรุงที่พิถีพิถัน และวิธีการนำเสนออาหารแต่ละจานที่ครีเอทมากยิ่งขึ้นจนต้องอยากมาเช็คอิน

นอกจากนั้น Mexicano Restaurante  มีเครื่องดื่มให้เลือกนานาชนิด
ดนตรีสดจากวงแม็กซิกันด้วยแถมด้วยวงดนตรีแม็กซิกันที่มาร้องเพลงให้
ฟังกันแบบสดๆ สนุกสุดเหวี่ยงไปกับวงดนตรีละตินของเราที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินจนลืมเวลา วงดนตรีสดสไตล์ละติน แบบฟูลแบนด์ แห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่จะมาโชว์พลังเสียงอันเร้าใจเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งความบันเทิง   และโชว์สุดพิเศษในเทศกาลสำคัญต่าง ๆ อย่าง ซัลซ่าแดนซ์ (Salsa Dance) ที่จะทำให้รู้สึกอยากลุกขึ้นเต้นตาม

 

มาลองอร่อยไม่ซ้ำใครสุดยอดอาหารแม็กซิกันรสต้นตำรับ ทุกคนต้องห้ามพลาด  ต้นตำรับที่ดีที่สุดประกอบกับกรรมวิธีการปรุงอาหาร วัตถุดิบและการจัดจานแบบโมเดิร์นโดยเชฟ Carlos’s Creations  ด้านเมนูอาหารต่างติดใจในรสชาติเผ็ดๆ แถมยังทำให้ลิ้นชา แต่เชื่อว่าน้อยคนที่จะรู้ที่มาของและเครื่องดื่มก็อลังการไม่แพ้บรรยากาศร้าน มาชมความพิเศษของเมนูอาหารและเครื่องดื่มกับความแปลกใหม่ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบ กรรมวิธีการปรุงแบบสมัยใหม่และการจัดจานที่สวยงามมากๆ

Mr.Eric Hallin : General Manager Rembrandt Hotel@Towers Bangkok

เชฟคาร์ลอส บราโว” มาสเตอร์เชฟแห่งห้องอาหารเม็กซิกาโน่ ผู้มีสัญชาติเม็กซิกัน

ซัลซ่าแดนซ์ (Salsa Dance)

เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ “เม็กซิกาโน่” คัดสรรบรรดาเตอร์กีล่า ชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกันไว้ที่บาร์แห่งนี้ ​ โดยบาร์เทนเดอร์มากประสบการณ์จะแสดงลีลาวาดลวดลายภายในบริเวณบาร์ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด เมนูเครื่องดื่มที่พลาดไม่ได้ของเม็กซิกาโน่ ได้แก่ La Hacienda Margarita , Margarita El Rey, Copa Especial La Hacienda and La Fruta Margarita และ Mexicano’s Pisco Sour

มาชมเมนูอาหารสุดพิเศษเซ็ตแรก ต้อนรับซัมเมอร์ เดือนเมษายน 2561
1 CAMARONES EN AGUACHILE Y TARTAR DE AGUACATE กุ้งแช่อิ่มกรุบกรอบกับอะโวคาโดทาร์ทาร์รสกลมกล่อม

2.GORDITA DE COCHINITA PIBIL
แป้งข้าวโพดทอดสอดไส้หมูผัดปรุงรสจัดจ้าน

3.HUACHINANGO CON ALMEJAS Y CHORIZO A LA VERACRUZANA
ปลากะพงแดงเนื้อชุ่มฉ่ำกับหอยสด ๆ และไส้กรอกโชริโซสไตล์เบรากุซ

4.FILETE DE RES CON MOLE NEGRO Y HABANERO
เนื้อสันในนำเข้าเกรดพรีเมี่ยมย่างจนหอมกรุ่น เสิร์ฟมาพร้อมซอสแบล็คโมล และพริกฮาบาเนโร

5.TORRIJA DE TRES LECHES
เค้กสุดนุ่มชุ่มช่ำไปด้วยนม ขนมหวานสไตล์เม็กซิกันแท้

โดยรวมแล้ว อาหารแม็กซิกันของ Mexicano Restaurante อร่อยง่าย เฉียบขาดด้วยรสชาด และยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว  @REMBRANDT HOTEL BANGKOK, สุขุมวิท 18 อาหารจานเด่นของแม็กซิโกที่หลายคนอาจจะพอรู้จัหรือแม้แต่เป็นเมนูโปรด ด้วยความง่ายและอร่อยเครื่องเคียงที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ในอาหารเม็กซิกัน กลิ่นอายแม็กซิกัน ที่รสชาดจัดจ้าน ไม่แพ้สีสัน

ห้ามพลาด หากไปเยือนเพราะความพิเศษของร้าน Mexicano Restaurante ตั้งแต่บรรยากาศร้านที่ชั้น4 ของโรงแรม พร้อมกับการตกแต่งร้านแบบแม็กซิกันของ Mexicano Restaurante ที่ผสมผสานกับการตกแต่งสไตล์สมัยใหม่ที่สวยจนสามารถเป็นแลนมาร์คย่อมๆ ที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ถูกปากชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างแน่นอน

ชวนเพื่อนๆ ชิมอาหารแม็กซิกันแบบต้นตำรับภายใต้บรรยากาศแบบแม็กซิกันแท้ๆ มาชนแก้วด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ เม็กซิกาโน่” ตั้งอยู่ภายในโรงแรมแรมแบรนด์ กรุงเทพฯ (ชั้น 1) สุขุมวิท ซอย 18 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00 – 24.00 น.​ มีวงดนตรีเม็กซิกันบรรเลงสดทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) นอกจากนั้น ยังมี “เอล บรันซ์” (El Brunch) ให้เลือกอิ่มอร่อยในมื้อสายทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 ­– 15.00 น.
ราคา 800​ บาท และ  เด็ก ราคา 200 บาท

บริการจัดเลี้ยงส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และเทศกาลอาหารที่น่าตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งปี สำรองที่นั่ง  โทร. 02 261 7100 mexicano@rembrandtbkk.com
Website: http://www.rembrandtbkk.com/restaurants/
Facebook: https://www.facebook.com/Mexicanobkk

ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นของร้านเม็กซิกาโน่ และ โรงแรมแรมเบรนดท์
สุขุมวิท 18กรุงเทพฯ
https://www.rembrandtbkk.com/restaurants/ และ www.facebook.com/rembrandtbkk

#mexicanobkk #rembrandtbkk #mexicanfood #foodie #bangkok #mexican #brunch #family

For advance reservations email us at
Location: โรงแรม Rembrandt Hotel Bangkok, สุขุมวิท 18

แมริออทเอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์สาทร วิสต้า ครบรอบ 9 ปี

เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปี

งานเลี้ยงสุดเอ็กคลูซีฟในบรรยากาศสนุกสนาน เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 9 ปีแห่งความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตร ทางธุรกิจ และสื่อมวลชนคนสำคัญของเราเข้าร่วมงาน สำหรับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของโรงแรมฯ โอกาสดีๆ แบบนี้ ในการแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจแก่แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าคนสำคัญที่ให้ความไว้วางใจและความผูกผันที่เรามีให้แก่กันมาตลอดเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสต่อยอดมิตรภาพอันแน่นแฟ้นนี้และสร้างความสำเร็จร่วมกันต่อไปในภายภาคหน้า



ตลอด 9 ปี แมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า ได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสทุกความสะดวกสบายของคำว่า “บ้าน” อย่างแท้จริง เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ระดับห้าดาวภายใต้แบรนด์แมริออทให้บริการห้องพักรายวันและรายเดือน มีห้องพัก 186 ห้องบนอาคารสูง 32 ชั้น ทั้งหมดเป็นห้องสวีทตั้งแต่หนึ่งถึงสามห้องนอน กว้างขวางและครบครันด้วยเฟอร์นิเจอร์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ชุดครัวและเครื่องครัว ห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นสัดส่วนพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารนานาชาติ โมโม่ คาเฟ่ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ และฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจบนถนนสาทรใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงและช่องนนทรี ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงของมหานครกรุงเทพฯ

สำหรับค่ำคืนแห่งความพิเศษฉลองครบรอบ 9 ปี ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนเอ็กซ์คลูซีพ มร. อเล็กซานเดอร์ โชว์, ผู้จัดการทั่วไป แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า นำทีมผู้บริหารและเพื่อนพนักงานให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเลี้ยงริมสระน้ำในช่วงเย็น ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต่างเพลิดเพลินไปกับการลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษที่ทางห้องอาหาร MoMo Cafe ของโรงแรมฯ รังสรรค์มาเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดง street dance จากทีมนักเต้นมากความสามารถและวงดนตรีสดที่ขนเอาเพลงฮิตจากยุค 90’s มาขับกล่อมสร้างสีสันให้ได้สนุกสนานมอบความสุขตลอดค่ำคืนแห่งการฉลองครั้งใหญ่นี้

มร. อเล็กซานเดอร์ โชว์, ผู้จัดการทั่วไป แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า

ความเพลิดเพลินยังไม่หมดเพียงเท่านี้ มร. อเล็กซานเดอร์ โชว์, ผู้จัดการทั่วไป แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า แสดงความขอบคุณไปยังเพื่อนพนักงานของเราทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเยี่ยม เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่ช่วยเป็นกำลังเสริมความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กรตลอดระยะเวลากว่า 9 ปีที่ผ่านมา” มร. อเล็กซานเดอร์ โชว์, ผู้จัดการทั่วไป แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า -กล่าว

แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ระดับห้าดาวใจกลางย่านธุรกิจอย่างสาทร ออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางและนักธุรกิจที่กำลังมองหาที่พักอาศัยที่สะดวกสบายและมีระดับ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับระดับโรงแรม 5 ดาวมาตรฐานแบรนด์ระดับโลกอย่างแมริออท

ในปีที่ผ่านมา แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้าได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของโรงแรมในฐานะเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ชั้นนำที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ อาทิ ประกาศนียบัตรแห่งความเป็นเลิศจากเว็บไซด์ TripAdvisor ประจำปี 2560, รางวัลชนะเลิศ Guest Review Award ประจำปี 2560 จากเว็บไซด์จองห้องพักออนไลน์บุคกิ้งดอทคอม รวมถึงรางวัลเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ระดับหรูหราประจำปี 2560 จากทางลักซูรี่ ทราเวล ไกด์ เป็นต้น

ติดตามข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ของทางโรงแรม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-343-6789
www.facebook.com/marriottsathornvista

ไปลองเถิด แล้วจะติดใจ!

MoMo Cafe
ในโรงแรม Marriott Sathorn Vista 

Totptotravel มีโอกาสได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ MOMO CAFÉ – MARRIOTT EXECUTIVE APARTMENTS SATHORN VISTA  โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ถนนสาทรใกล้ สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงและช่องนนทรีท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งในซอยสวนพลู ซึ่งเป็นย่านที่มีประวัติอันยาวนานแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เสน่ห์ของที่นี่เต็มไปด้วยความร่มรื่นเงียบสงบ แม้จะอยู่ใจกลางย่านธุรกิจอย่างสาทร ร้านอยู่ชั้น1 ฝั่งตรงข้าม Lobby ภายในห้องอาหาร โล่งโปร่งสบาย ด้วยกระจก รอบด้านทำให้สามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศด้านนอกที่ร่มรื่น และไลฟ์สไตล์ ของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา  โดยส่วนตัวแล้วชอบที่ตั้งของโรงแรม ที่นี่หาง่าย เดินทางสะดวกใจกลางสาทรเข้า ซอยสาทร 3 (ซอยสวนพลู) ประมาณ 20 เมตร เลือกนั่งตามใจปรารถนา ในห้องแอร์ มีที่นั่งทั้งแบบเก้าอี้มาตรฐาน โซฟา และเก้าอี้บาร์

 

Totptotravel มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นของ Momo Cafe บุฟเฟ่ต์ และ A-La-Carte  ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Living,Modern Eating  เต็มอิ่มจุใจทั้งคอซีฟู้ดและมีทเลิฟเวอร์กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ เชฟยีราฟ เชฟสุวิรัตน์ นำยงกุล Executive Chef  ได้เลือกเอาเมนูอาหารนานาชาติน่าทานมากมายหลายรายการ ด้วยการบรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ตลอดจนรังสรรค์เมนูจานเด็ดสุดพิเศษที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้ห้องอาหารโมโม่ คาเฟ่ เรามาลองดูหน้าตาอาหารกันดีกว่าค่ะ ว่าจะกระตุ้นต่อมหิวกันได้แค่ไหน

Buffet นานาชาติ ที่ MoMo Cafe ที่ Toptotravel ยกให้ว่าดีและเหมาะสมกับราคาที่สุดในเวลานี้  มีไลน์อาหารน่าทานมากมายหลายรายการให้บริการ อยากให้รีบมาทานด่วนๆ  มาแล้วปลื้มมากได้อารมณ์แบบกินยังไงก็ไม่หมด

สเต๊ก กับหอยนางรมแบบเต็มๆ ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบ Lamp Steak หอมนวลลิ้นละมุนละมัย รวมถึงสเต็กวากิว สเต็กทูน่า ที่เอาใจสายเนื้อ  หอมกรุ่น นุ่ม
ส่วนซีฟู้ดก็มาเต็ม ทั้งกุ้ง หอยแมลงภู่ หอยนางรมสดๆ ที่นี่เลอค่ามาก เนื้อหวานและน้ำจิ้มเด็ดค่ะ

ส่วนเมนูที่ เป็นกุ้งจะเป็นกุ้งแบบเต็มปากเต็มคำเนื้อแน่นๆ หอยนางรมเป็น
อีกหนึ่งอาหารยอดนิยมของลูกค้าหลายท่าน  ตามด้วยอาหารญี่ปุ่นอย่างแซลมอนซาชิมิ ซูชิและซาชิมิระดับพรีเมี่ยมนี่สุดยอด  มุมสลัดผักออร์แกนิก เมนูที่ตักเองได้ทั้งหมด ซีฟู้ด สลัด ยำ ข้าวผัด  ขนมหวาน เครื่องดื่ม รวมถึงการบริการ เรียกว่าเต็มที่ไม่มียั้ง ดูแล้วท้องน่าจะร้องไปตามๆ กัน

สำหรับอาหารจานหลักอย่าง สเต็กเนื้อวากิว จะเป็นการปรุงสดจากครัว โดยสามารถเลือกรับประทานได้จากเมนูอย่างไม่จำกัด พนักงานรับออเดอร์จากเรา ค่อยๆ ทำค่อยๆย่าง รออาหารแป๊ปนึง ไม่ว่าจะเป็น พิเศษกว่านั้น Momo Cafe ลูกค้าสั่งปรุง ร้อนจานต่อจานแค่หอยนางรมสดกะเนื้อวากิวก็คุ้มแล้ว

บรรดารายการอาหารที่ เชฟยีราฟ ได้คัดสรรค Yellowfin Tuna เกรดพรีเมี่ยม หรือ BBQ Pork Spare Ribs พร้อมซอสโฮมเมดสตูรเด็ดของทางร้าน  หอยนางรมสดคัดคุณภาพส่งตรงจากประเทศเกาหลี หอยแมลงภู่จาก ประเทศนิวซีแลนด์ กุ้ง และ ปูม้าสดเนื้อแน่น เสริฟ์พร้อมน้ำจิ้มหลายรสชาติ รวมไปถึงน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านแบบไทยอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมี่ยม

นอกจากนั้นยังมี อาหารไทยรสจัดจ้าน ที่มีทั้ง  ต้มยำ ลาบ รวมไปถึงผัดเผ็ดทำเลและน้ำพริกต่างๆ แต่อย่า ลืมเก็บท้องไว้ปิดท้ายด้วยขนมหวานที่มีทั้งขนมไทยต่างๆ ไปจนถึงขนมเค้ก ขนมอบนานาชนิดมากมายด้วยนะคะ


ห้องอาหาร โมโม่ คาเฟ่ ถือเป็นตัวแทนของคนที่มีแนวคิดรุ่นใหม่ ไม่เน้นความหรูหรา แต่แฝงด้วยความมีสไตล์ เชื่อว่าที่นี่จะเป็นที่ๆ ทำให้วันพักผ่อนธรรมดาของเรากลายเป็นวันพิเศษได้แน่นอนนับว่าเราได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า บางทีการไปเที่ยวก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องออกเดินทางไกลเสมอไป บางครั้งการมา นั่งพักผ่อนที่สบายๆ ทานอาหารอร่อยๆ ไม่ต้องเดินทางกันไกลมากก็สนุกและคุ้มค่าได้เหมือนกัน และครั้งนี้นอกจากได้พักผ่อนกันแล้ว ยังได้เต็มอิ่ม ใครไปก็เดินดูให้ดีก่อน แล้วค่อยๆ ตักกัน เดี๋ยวจะพุงระเบิดซะก่อน กินได้ฟินๆยาวๆ 4 ชม. ทานกันให้พุงแตกไปเลย

โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ ณ.ห้องอาหาร MoMo Café อิ่มเพลินจุใจในราคาสบายกระเป๋าเพียงท่านละ 899++ บาท ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ลิ้มลองทุก 2 เดือน

Surf and Turf Buffet Dinner : บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ รวมดื่ม
เวลา 18:00-22:00 น.  ร้านโมโม่ คาเฟ่ – MoMo Café  ชั้น Lobby

Marriott Executive Apartments Sathorn Vista
โรงแรม แมริออท เอ็กเซกคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สาทร วิสต้า Marriott Executive Apartments Sathorn Vista
1 ซอยสาทร 3 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120
1 Sathorn Soi 3, South Sathorn Rd., Bangkok 10120 Thailand
โทร : 02 343 6789
website: www.marriott.com
Facebook Page: www.facebook.com/marriottsathornvista

 

Crave ห้องอาหารเพื่อคนเทรนดี้

เปิดให้บริการแล้วนะ
Backyard Grill by Crave

สืบเนื่องจาก Toptotravel ได้มีโอกาสตอบรับคำเชิญ เข้าเยี่ยมชม และร่วมชิมอาหาร ในโรงแรม Aoft สุขุมวิท11  ที่ร้านอาหาร เครฟ (Crave ) กับเมนูอร่อยสไตล์สตรีทฟู้ด  ที่เราไปชิมมาแล้วอยากแนะนำ  เมนูสุดอร่อยที่ไม่ควรพลาด

กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไประยะหนึ่ง โรงแรม Aoft สุขุมวิท11
มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบโดยทั่วกันว่า ห้องอาหาร CRAVE
Backyard Grill by Crave 
เปิดให้บริการอีกครั้ง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 61
เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันแปลกใหม่สำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวยามค่ำ
คืนในซอยสุขุมวิท 11 และยังรวมไปถึงแขกที่พักที่โรงแรม อลอฟอีกด้วย

Aoft สุขุมวิท11 เปิดโรงแรมมามากกว่า 100 โรงแรม อลอฟคือหนึ่งในแบรนด์ของแมริออท ที่นำเสนอสิ่งแปลกใหม่มาสู่จุดหมายปลายทางต่างๆแบรนด์อลอฟ นำเสนอเทคโนโลยีล้ำยุค ประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสไตล์ที่ทันสมัย มีโรงแรมให้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลกได้มาสัมผัสถึงความเก๋ของที่นี่ตั้งแต่สไตล์การแต่งร้านที่ดูทันสมัย คอนเซ็ปต์ของร้าน CRAVE WINE BAR & RESTAURANT คือ การเนรมิตรร้านให้กลายเป็นสถานที่สังสรรค์และแฮงค์เอ้าท์ของชาวกรุงฯ ทุกเพศทุกวัยลูกค้าที่เข้ามาได้ทดลองอะไรใหม่ๆ



Backyard Grill by Crave  ร้านอาหารแบบป๊อปอัพ  ที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง แบบ  “live grill”  โดยชื่อของร้านมาจากตัวสถานที่เอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ OutDoor ของห้องอาหารหลักของโรงแรม  บรรยากาศและประสบการณ์แปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากที่อื่น  การออบแบบครัวเปิด คุณจะได้นั่งรับประทานอาหารโดยสัมผัส
บรรยากาศแบบชิวๆ ในขณะที่มองออกไปเห็นวิวอันสวยงามและแสง สี ในยามค่ำคืนรอบๆ ตัวเมืองกรุงเทพฯ

ดังนั้น  สิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ของร้านแฮงค์เอ้าท์ดีๆ สักร้าน จะเป็นอะไรไปไม่ได้ หากไม่ใช่เครื่องดื่ม! และรับประกันเลยว่า เครื่องดื่มทุกแก้วเติมความสดชื่นและมีประโยชน์แน่นอน  กับเมนูอาหาร ที่มีรสชาติแบบไทย ภายใต้แนวคิด (The East meets West) โดยจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างเครื่องเทศของไทยและเอเชีย บนวัตถุดิบคุณภาพอย่างเนื้อและผักย่างบนเตาแบบและเสริฝแบบ “Rustic Stylel”

นอกจากจะมีบรรยากาศสุดชิลเหมาะแก่การมานั่งเล่น และมีเมนูอาหารแปลกๆ แหวกๆ ให้ลองทานแล้ว เมนูดริ้งของที่นี้ก็ไม่เป็นสองลองใครนะค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องรสชาติและหน้าตา พรีเซ็นเทชั่นที่สวยงาม มาพร้อมกับลูกเล่นแพรวพราวที่จะทำให้หลายคนอดใจไม่ไหว  ถ้ามีโอกาสมานั่งผ่อนคลายเพิ่มความกระชุ่มกระชวยสวยเกร๋ของที่นี่  ต้องหยิบมือถือมาแชะๆๆ
รูปรัวๆ เก็บไว้ก่อนจะดื่มแน่ๆ


แวะมานั่งพักผ่อน เครฟ ไวน์ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์ สักครั้ง  วางใจได้ถึงการบริการและฝีมือในแบบฉบับไทยเหมาะกับพาครอบครัว นัดเพื่อน ๆ ไปทานกันเยอะ ๆ มาก ๆ อร่อยคุ้มราคา ที่ Crave Wine Bar & Restaurant  (เครฟ ไวน์ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์) ในซอยสุขุมวิท 11

 



Backyard Grill by Crave
ตั้งอยู่ที่ชั้น 8 ของโรงแรมโรงแรมอลอฟท์ สุขุมวิท 11
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์ดินเนอร์ แบบผ่อนคลาย
โดยราคาอาหารเริ่มต้นที่ 160++ บาท ถึง 360++ บาท เท่านั้น
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.00 น.
สอบถามติดต่อ : www.alofhotel.com
fb.aloftbkk@alofthotels.com

BACKYARD GRILL BY CRAVE   located on the 8th floor of Aloft Hotel Bangkok – Sukhumvit  11 from 6-10 PM.
#Bangkok #AloftBangkok #Valentines #AloftHotels