Category Archives: Event

SCB Abacus

ไทยพาณิชย์ตั้งบริษัทลูก SCB Abacus 

SCB Abacus ถูกแยกออกมาเป็นบริษัทลูกเพื่อให้ทำงานได้คล่องตัว โดยจะยังเน้นให้บริการเฉพาะบริษัทภายในเครือไทยพาณิชย์เป็นหลัก ตัวอย่างโครงการที่ SCB Abacus จะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนธุรกิจของไทยพาณิชย์ ได้แก่พัฒนาระบบ Recommendation Engine ช่วยแนะนำบริการในแอพ SCB Easy, นำ AI มาช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัยที่เหมาะสมกับลูกค้าเป็นรายบุคคล โดยใช้อุปกรณ์ IoT มาช่วยเก็บข้อมูล, นำ AI มาช่วยคาดเดาปัญหาที่ลูกค้าจะโทรเข้ามายังคอลล์เซ็นเตอร์ เพื่อโอนสายไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง

SCB Abacus ได้ ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยก่อนหน้านี้ ดร.สุทธาภา เป็นรองผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ของธนาคารไทยพาณิชย์ ประวัติของ ดร.สุทธาภา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และระดับปริญญาเอกจากสถาบัน MIT ก่อนมาร่วมงานกับไทยพาณิชยื ดร.สุทธาภา เคยทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ที่กรุงวอชิงตันดีซี และผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังมาก่อน

จุดแข็งของ SCB Abacus คือการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ที่เคยทำงานในบริษัทระดับโลกมาร่วมทีม, การมีข้อตกลงกับสถาบัน MIT เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้งาน รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลของกลุ่ม SCB ที่มีอยู่แล้ว

SCB Abacus ยังตั้งคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายธุรกิจ เช่น ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล (อดีตผู้อำนวยการ สวทช.), ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร (ซีอีโอ ปตท.), คุณวิลาสินี พุทธิการันต์ (อดีตผู้บริหารระดับสูง AIS ส่วนงานบริการลูกค้า) และ ศ.ดร.เบ็นจามิน แวนรอย (มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด)

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)

ส่วนแนวทางการตั้ง SCB Abacus มองโจทย์ว่าบริษัทมีข้อมูลปริมาณมาก ทำอย่างไรจึงจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ได้ จึงตั้งใจแยกบริษัทออกมาทำงานขนานกับ DV โดยมีเป้าหมายเพื่อทดลองเรื่อง AI กับ Big Data เป็นหลัก ตอนนี้ข้อมูลที่ธนาคารมียังเป็นข้อมูลแบบ traditional ที่ธนาคารเคยเก็บไว้ เป็นข้อมูลทั่วๆ ไปว่าลูกค้าเป็นใคร ทำอะไรบ้าง ถือว่าเป็นข้อมูลพื้นๆ แต่ในอนาคต Abacus จะต้องไปไกลกว่านี้ ต้องมีข้อมูลแบบ unstructured ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของลูกค้า เพื่อนำไปต่อยอดบริการให้ได้กว้างไกลขึ้น เพื่อสร้าง predictive และ insight ใหม่ๆ ที่ธนาคารไม่เคยมีมาก่อน

การนำข้อมูล big data มาใช้บริหารความเสี่ยง จะยังช่วยให้ธนาคารบริหารสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาก มีอัตราหนี้เสีย (NPL) ไม่ถึง 2% ซึ่งธนาคารในประเทศไทยไม่เคยทำได้มาก่อน ในอีก 6 เดือนจากนี้น่าจะเห็นผลงานของ SCB Abacus

 

คุณคิดว่า…ดาราวัยรุ่นชายคนไหน พูดถึงแล้วนึกถึงเวสป้าที่สุด!

กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
ตัวแทนคนรุ่นใหม่กับสไตล์อันโดดเด่น

สาวกเวสป้าและนักสะสม ร่วมงานเปิดตัวเวสป้า พีเอ็กซ์ ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการถือกำเนิดสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมดีไซน์ไอคอน ในแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ ที่เสนอความต่างแห่งปี  NOT FOR EVERYONE. IS IT FOR YOU?  รถสกู๊ตเตอร์สุดคลาสสิกในตำนานกับ  Vespa PX Touring Edition จำนวนจำกัดเพียง 200 คันทั่วประเทศ   ทุกคันประดับเพลทเหล็กโลโก้เลขไทยตกแต่งด้านหน้าตัวรถ และเพลทเหล็กลิมิเต็ด อิดิชั่น ออกเดินทางอย่างมีสไตล์ด้วยเซตพรีเมี่ยมจัดพิเศษมากมาย  ทั้งกระเป๋าสะพายข้าง ธงติดรถ แก้วน้ำ เซตเข็มกลัด เซตโปสการ์ด หมวกกันน็อคสกรีนโลโก้ เข้าชุด วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 224,900 บาท

สำหรับ เวสป้า พีเอ็กซ์ ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น มาพร้อมดีไซน์สุดคลาสสิกเหนือกาลเวลาด้วยรายละเอียดการออกแบบ  ที่เน้นความเรียบง่าย โดยสานต่อแรงบันดาลใจจากเวสป้ารุ่น พีเอ็กซ์ ในตำนานที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุค 70  ซึ่ง
ยังคงครองใจและเป็นที่รักของสาวกเวสป้า ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน
สะดุดตาด้วยสีพิเศษ  สีฟ้าเงิน  Azzurro 70

โดดเด่นด้วยวัสดุโครงเหล็กแบบดั้งเดิม  ที่มอบความแข็งแรงทนทาน ให้ความรู้สึกอยากออกเดินทางในรูปแบบที่สะท้อนความเป็นตัวเอง มาพร้อมกับชิวด์สั้นบังลม สามารถบรรทุกสัมภาระด้วยตะแกรงโครเมี่ยมทั้งด้านหน้า-หลัง พิเศษยิ่งขึ้นด้วยการประดับเพลทเหล็กโลโก้เลขไทย   “๔๐” ในตำแหน่งด้านหน้ารถ ผลิตมาเพื่อจัดจำหน่ายในตลาดประเทศไทยเพียง 200  คันเท่านั้น

เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบสี่สิบปี ของการผลิตและจัดจำหน่ายเวสป้ารุ่นดังกล่าว และตกแต่งด้วยเพลทเหล็ก ลิมิเต็ด อิดิชั่น ต้องมนต์เสน่ห์ในทุกการเดินทางไปกับฟีเจอร์ดั้งเดิมในตำนาน  ที่แฟนพันธุ์แท้เวสป้าต่างรอคอย อาทิ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ เกียร์มือ 4 สปีด เบรกหลังที่เท้า ยางและล้ออะไหล่ที่ตัวถังด้านซ้าย โดยเวสป้า  พีเอ็กซ์ ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 224,900 บาท สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

เปิดตัวสาวกเวสป้าคนใหม่ล่าสุด  คุณกรรณ สวัสดิวัตน์  ณ อยุธยา ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่รักและหลงใหลในการขับขี่เวสป้า เผยโฉมอย่างเป็นทางการด้วยสุดยอดสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสุดคลาสสิกในตำนาน “เวสป้า พีเอ็กซ์ ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น (Vespa PX Touring Edition)” ที่ครองใจสาวกเวสป้า
มาตั้งแต่ยุค 70 ให้ทุกการเดินทางเปรียบเสมือนต้องมนต์เสน่ห์แบบเหนือกาลเวลาตามแบบฉบับความเป็นแบรนด์ไอคอนของคนทั่วโลก

ในโอกาสเดียวกันนี้  ยังร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการถือกำเนิดเวสป้า รุ่น  “พีเอ็กซ์  (PX) ” ซึ่งเป็นที่นิยม  ของสาวกเวสป้าทั่วโลกอีกด้วย และตอกย้ำ  แคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี   NOT FOR EVERYONE. IS IT FOR YOU?  ภายใต้บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เป็นเอกลักษณ์ด้วยกลิ่นอายการขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริงณ โมโตเพล็กซ์ แบงค็อก

สาวกเวสป้าและนักสะสมที่ชื่นชอบเวสป้า พีเอ็กซ์ ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เตรียมพบกับกิจกรรมความสนุกจากเวสป้าได้เร็วๆ นี้ ผม… ในฐานะหนึ่งในสาวกเวสป้าและตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการเดินทางในสไตล์ที่เป็นตัวเอง และต้องมนต์เสน่ห์ความคลาสสิกไร้ซึ่งกาลเวลาของรถเวสป้า พร้อมที่จะพาทุกท่านร่วมออกเดินทางและสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง” คุณกรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กล่าวทิ้งท้าย

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้จากตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน
Let the journey begin!
#VESPATHAILAND
#VESPAisit4u

www.vespa.co.th  หรือ
www.facebook.com/vespathailand

อิมแพ็ค เดินหน้า กล้าจัด

ครั้งแรกในเมืองไทย Thailand LGBT Expo

นำเทรนด์ จัดงานแนวใหม่เจาะตลาดชาวสีรุ้งทั้งไทยและต่างชาติยกกองทัพสินค้า บริการ และกิจกรรมจากแบรนด์ชั้นนำ

ด้วยความมั่นใจและเล็งเห็นในศักยภาพหลากหลายด้านของชาวสีรุ้ง ที่มีอัตราการเจริญเติบโตของประชากรที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่น่าจับตามองของนักการตลาด เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีรสนิยมดีและมีกำลังซื้อสูง ในปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าและบริการ รวมไปถึงสื่อต่างๆ ทั่วโลกต่างให้การสนับสนุนพร้อมเปิดเผยตนเองว่าเป็นมิตรกับกลุ่ม LGBT(เลสเบี้ยน,เกย์,คนรักสองเพศและคนข้ามเพศ) หรือกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ มากขึ้น

บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเหล่านี้ จึงร่วมมือกับองค์กรบางกอกเรนโบว์ พร้อมพันธมิตรเครือข่าย LGBT และผู้ผลิตสินค้าหรือบริการที่มีความเป็นมิตรต่อ LGBT ทั้งในและต่างประเทศ ทุ่มจัดงานยิ่งใหญ่ “Thailand LGBT Expo” เต็มพื้นที่ 5,000 ตรม. เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางในการนำเสนอสินค้า บริการ และกิจกรรมที่สร้างสรรค์ รวมไปถึงเป็นเวทีกลางเพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ยกทัพนำสินค้า,บริการและกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาว LGBT ไม่ว่าจะเป็น เกย์ เลสเบี้ยน ทอม ดี้ สาวประเภทสอง ผู้หญิง-ผู้ชายข้ามเพศ หรือบุคคลทั่วไปที่เปิดกว้างยอมรับในความเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็น บริการทางการเงิน ที่อยู่อาศัย สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ สุขภาพ ความงาม แพ็คเกจท่องเที่ยว โรงแรม สปา แอพพลิเคชั่นต่างๆ ฯลฯ

ภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด เช่น การประกวด Mr.Gay World Thailand 2018 เพื่อเฟ้นหาหนุ่มหล่อมากความสามารถไปประกวดต่อในเวทีระดับโลก การประชันความสามารถกันแบบสุดพลังกับการแข่งขัน “LGBT ก็ Talent” การอัพเดทเทรนด์แฟชั่นแบบอลังการกับ LGBT Fashion Show โชว์คอลเลคชั่นพิเศษสุดจากแบรนด์ชั้นนำ การประกวด “One Man One Women” เป็นหญิงก็สวย เป็นชายก็หล่อ การประกวด “Mr. Trans World & The Toms World” เวทีที่รวบรวมสาวหล่อไว้เยอะที่สุดในประเทศไทย” การประกวด Miss BBC World 2018” ประชันไหวพริบ สติปัญญาของสาวประเภทสอง การประชันความแซ่บ เผ็ดอย่างถึงพริกถึงขิงกับบนแคทวอล์ค กับการประกวด “Miss Queen Model” แดนซ์สุดมันส์กับปาร์ตี้แสนพิเศษที่รับเฉพาะผู้หญิง ใน “Lesla Party” และมาร่วมภาคภูมิใจกับความสำเร็จของชาว LGBT ไปกับนิทรรศการ “Hall of Fame” นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินชั้นนำ รวมไปถึงการเสวนาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในประเด็นสุดฮอต ที่ชาว LGBT ห้ามพลาด

ตอกย้ำความกล้าของผู้จัด นำเทรนด์งานแนวใหม่เจาะตลาดชาวสีรุ้งทั้งไทยและต่างชาติ ยกกองทัพสินค้า บริการ และกิจกรรมจาก แบรนด์ชั้นนำ Thailand LGBT Expo จะจัดขึ้นในวันที่ 25-28 มกราคม 2561 ณ อาคาร 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 10.00-20.00 น.

สนใจจองบูธหรือติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ที่
www.thailandlgbtexpo.com หรือ facebook.com/thailandlgbtexpo

ฉลอง 25 ปี สกว.ประกาศเดินหน้ากับบทบาท

“สร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต”
โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. จัดงาน 25 ปี สกว. ภายใต้แนวคิด “สร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต” จากการสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องจนเกิดองค์ความรู้ใหม่ เกิดนวัตกรรม นโยบาย พัฒนาชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต โดยการสร้างนักวิจัยทุกระดับ ซึ่งในปัจจุบันได้สร้างนักวิจัยมาแล้วราว 60,000 คน จากงานวิจัยกว่า 20,000 โครงการ และมีการสร้างความรู้จากงานวิจัยไปต่อยอดให้เกิดนวัตกรรม เพื่อการมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นพื้นฐานในการสร้างอนาคตของประเทศต่อไป

ภายในงานได้รับเกียรติจากพลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงานและปาฐกถานำ เรื่อง “ทิศทางและนโยบายการพัฒนาประเทศ โดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย” สรุปได้ว่าทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการสร้างระบบการวิจัยของประเทศที่เข้มแข็ง จึงจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ 20 ปีขึ้น มุ่งเน้นที่การปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ มีหลักการของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่พัฒนาบนพื้นฐานการวิจัยและนวัตกรรม มีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ นำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากงานวิจัย ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงในด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน
ผลงานของ สกว. ในช่วง25 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นข้อพิสูจน์อันดีว่าศักยภาพของบุคลากรการวิจัยของประเทศไทย สามารถผลิตงานวิจัยรวมถึงนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูง และสามารถนำไปใช้ได้จริงนั้นมีอยู่จำนวนมาก แต่เพื่อจะขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาอย่าง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน จะต้องอาศัยการผสานพลังวิจัยจากทุกภาคส่วนที่จะกระตุ้นให้เกิดผลงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงได้”
นอกจากนี้ งาน 25 ปีสกว. มีกิจกรรมและนิทรรศการ เช่น งานวิจัยท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริ   “แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย”   ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ 10
สปีชีส์เห็ดชนิดใหม่ของโลก ต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดอีโอดี และงานวิจัยที่พร้อมต่อยอดอีกมากมาย และยังมีการประชุมวิชาการ เสวนาหัวข้อพิเศษ เช่น

· สูงวัยอารมณ์ดี โดย ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน เมธีวิจัยอาวุโส สกว. รศ.ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข คุณสมเกียรติ ชินธรรมมิตร และ ผศ.ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

· ปฏิรูปประเทศด้วยนวัตกรรม โดย คุณจาง ควายทอง ประธานบริษัท ควายทอง นิว เอเนอร์จี จำกัด, คุณเฉลิมพล ปุณโณทก, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท CT Asia Robotics Co., Ltd., นาวาตรี ดร.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน

· Knowledge farm talk #3 “สถานการณ์ในปัจจุบันและทางออกสำหรับอนาคต” โดย รศ.ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รศ.ดร.พีระ เจริญพร ผศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง และ ผศ.ปกป้อง จันวิทย์

· รื้อร้างสร้างใหม่ ประวัติศาสตร์ไทยยุค 4.0 กับ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ดำเนินรายการโดย คุณคุณากร เกิดพันธ์ เป็นต้น

ภายในงานยังมีคลินิกวิจัยจาก สกว.ที่พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านงานวิจัย หรือสำหรับนักวิจัยมือใหม่อีกด้วย

ส่วนกิจกรรมพิเศษบนเวทีนอกจากการแสดงต่างๆแล้ว ร่วมพูดคุยกับ
น็อต วรฤทธิ์ และปอย ตรีชฎา 2 นักแสดง ที่นำงานวิจัยไปพัฒนาต่อยอด
เป็นผลิตภัณฑ์ , กิจกรรมพูดพร่ำฮัมเพลง กับ พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง พร้อมกับการเปิดตัว WiTThai season2 กับนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ แทนไท ประเสริฐกุล และ อาบัน สามัญชน ที่จะทำให้เรื่องวิทยาศาสตร์ยากๆ กลายเป็นเรื่องง่าย มีการจัดการแสดงทั้งหมด 2 วันคือ
วันที่ 25-26 สิงหาคม 2560  ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 2

มูลนิธิสัมมาชีพ มอบรางวัลต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2560

รางวัลต้นแบบสัมมาชีพ คัดเลือกผู้นำธุรกิจ
วิสาหกิจชุมชน-เอสเอ็มอี-บุคคลต้นแบบบุคคลและธุรกิจต้นแบบที่โดดเด่น

มูลนิธิสัมมาชีพจึงก่อเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือร่วใจของบุคคลสำคัญจากหลากหลาย สาขาอาชีพ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดำเนินการนำธรรมะและองค์ความรู้ที่ดีงาม ให้เข้าถึงกลุ่ม คนทุกสาขาอาชีพมุ่งเน้นการทำมาหากินอย่างสุจริตเพื่อพัฒนาจิตของตนให้ไปในการทางที่ ถูกต้อง อันจะเป็นการสร้างสังคมที่น่าอยู่ต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจและสังคมไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสัมมาชีพเต็มพื้นที่ อันจะช่วยนำประเทศไทยไปสู่สังคมอุดมสุขอย่างแท้จริง มูลนิธิสัมมาชีพ มอบรางวัล-ประกาศเกียรติคุณต้นแบบสัมมาชีพ เชิดชูผู้นำธุรกิจ ครั้งที่ 5 พร้อมวางรากฐานสร้างผู้นำที่แข็งแกร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย

มูลนิธิสัมมาชีพ จัดงานมอบรางวัลต้นแบบสัมมาชีพ ประกาศเกียรติคุณและยกย่องเชิดชูบุคคลสัมมาชีพ ครั้งที่ 5 คัดเลือกบุคคลและธุรกิจต้นแบบที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับจากสังคม พร้อมวางรากฐานสร้างผู้นำที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจและสังคมไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสัมมาชีพเต็มพื้นที่ อันจะช่วยนำประเทศไทยไปสู่สังคมอุดมสุขอย่างแท้จริง

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการการจัดงานกล่าวว่า การจัดงานมอบรางวัล “ต้นแบบสัมมาชีพ” มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องเชิดชูบุคคลและธุรกิจต้นแบบที่มีความโดดเด่น เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากสังคมในการประกอบอาชีพโดยสุจริตและดำเนินธุรกิจตามหลักสัมมาชีพโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคและสังคมบนแนวทางสัมมาชีพอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้มูลนิธิสัมมาชีพจัดให้มีรางวัลบุคคลสัมมาชีพแห่งปีตั้งแต่ปี 2552 และในปี 2559 จึงได้ขยายให้มีรางวัลเพิ่มขึ้นอีก 2 รางวัล คือรางวัล SMEs-สัมมาชีพ และวิสาหกิจชุมชน-สัมมาชีพ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์เพื่อสร้างสัมมาชีพให้เต็มพื้นที่ดังปรัชญาของมูลนิธิ “สร้างให้เต็ม เติมรากฐานให้แข็งแกร่ง” สำหรับบุคคลสัมมาชีพแห่งปีเปรียบเสมือนต้นแบบที่สัมผัสได้และมีตัวตนอีกทั้งยังเป็นผู้จุดประกายสร้างพลังและแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคมทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขา อาชีพ ในการตั้งมั่นและยึดถือการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมตามหลักสัมมาชีพ ด้วยการรับฟังและการเรียนรู้ผ่านการปาฐกถาพิเศษการถ่ายทอดแนวคิดและหลักการดำเนินชีวิตที่ดีงามของบุคคลสัมมาชีพ ด้วยอาวุธสำคัญ คือ ประสบการณ์และคมปัญญาที่จะส่งผลให้กับผู้คนในสังคมมีพลังขับเคลื่อนความฝันของตนเองสู่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ดีต่อไป

โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นผู้มอบรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพประจำปี 2560 ซึ่งบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ ในปีนี้ได้แก่ นายตง ธีระนุสรณ์กิจ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่

“ผู้ที่จะได้รับรางวัลนับเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ได้รับการยอมรับจากสังคมในการประกอบอาชีพอย่างซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในการปฏิบัติตนที่ดีต่อบุคคลอื่น ยึดหลักการทำธุรกิจบนความถูกต้องดีงาม คำนึงถึงการรักษาสภาวะแวดล้อมและไม่เอาเปรียบผู้อื่น รวมทั้งเป็นผู้บริหารที่บริหารธุรกิจให้เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีความสามารถในการฝ่าฟันอุปสรรคความยากลำบากจากวิกฤติการณ์มาได้” นายประเสริฐ กล่าว

 

ทั้งนี้ที่ผ่านมามีบุคคลชั้นนำในสังคมไทยได้รับเกียรติเป็นบุคคลสัมมาชีพแล้ว 4 ท่าน ได้แก่ บุคคลสัมมาชีพประจำปี 2552 นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารเครือสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ,บุคคลสัมมาชีพ ประจำปี 2553 นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มน้ำตาลมิตรผล จำกัด ,บุคคลสัมมาชีพ ประจำปี 2554 นายไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบุคคลสัมมาชีพ ประจำปี 2555 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำหรับงานในปีนี้จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 – 13.30 น. ณ โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park (สุขุมวิท22)

ด้าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ กล่าวว่า การจัดงานมอบรางวัล ต้นแบบสัมมาชีพ มีจุดเริ่มต้นมาจากปรัชญาการดำเนินงานของมูลนิธิสัมมาชีพที่มีความเชื่อมั่นว่า สังคมไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเกิดผู้นำสัมมาชีพในทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำภาคธุรกิจซึ่งเป็นผู้นำที่มีหลักคิด ทัศนคติ และมีทักษะในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และเป็นพลังอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสัมมาชีพเต็มพื้นที่ อันจะช่วยนำประเทศไทยไปสู่สังคมอุดมสุขที่เป็นจริงได้ สำหรับเรื่องสัมมาชีพนั้นถือเป็นแนวคิดที่สำคัญที่สุด บ้านเมืองหรือประเทศจะร่มเย็นเป็นสุขได้ก็ต่อเมื่อมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ซึ่งสัมมาชีพก็คืออาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่นไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ ฉะนั้นเวลาเกิดสัมมาชีพเต็มพื้นที่ จึงเกิดความร่มเย็นเป็นสุข เศรษฐกิจก็ดี จิตใจก็ดี สังคมก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี

ดังนั้น เพื่อให้สัมมาชีพเต็มพื้นที่เกิดขึ้นได้จริงอย่างที่คนคิดดีทำดีหวังไว้ การมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง “บุคคลสัมมาชีพ” แห่งปี จึงดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 ในปีนี้ โดยมีเป้าหมายให้ความคิดและการกระทำของบุคคลสัมมาชีพ กลายแบบอย่างอันดี ทอันควรที่ปฏิบัติได้จริงแก่สังคม

Free ทุกรายการ แรลลี่รถยนต์และจักรยาน สุพรรณหรรษา

กิจกรรมแรลลี่รถยนต์ และจักรยาน
เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว

สุพรรณหรรษา เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ  ของทั้ง 4 จังหวัด เส้นทาง สุพรรณ กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี ที่สำคัญ คือ Free ทุกรายการ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัด การแข่งขันแรลลี่รถยนต์
และ จักรยาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ในจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ซึ่งการแข่งขันแรลลี่รถยนต์จะแข่งขันช่วงระหว่างวันที่ 12-16 กันยายน เส้นทาง สุพรรณบุรี – นครปฐม – ราชบุรี – กาญจนบุรี – สุพรรณบุรี รวมระยะทาง 750 กิโลเมตร

ส่วนแรลลี่จักรยาน แข่งขันวันที่ 17 กันยายน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทาง 40 กิโลเมตร


จังหวัดสุพรรณบุรี จัดงานแถลงข่าว  การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา : แข่งขันแรลลี่รถยนต์ และจักรยาน “สุพรรณหรรษา” ชูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี และกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้ขับรถยนต์ กลุ่มผู้รักการปั่นจักรยาน และกลุ่มครอบครัว โดยมี นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว ณ ห้องอโนมา 3 ชั้น 3 โรงแรมอโนมาแกรนด์กรุงเทพฯ

นายเสฐียรพงศ์  มากศิริ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี

นายเสฐียรพงศ์  มากศิริ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เผยว่า จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 เป็นกลุ่มจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ การเดินทางสะดวกสบายมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลายเช่น น้ำตกไทรโยค อุทยานแห่งชาติพุเตย ฯลฯ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ

จังหวัดสุพรรณบุรีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวภายในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ขึ้น โดยใช้กิจกรรมการแข่งขัน แรลลี่รถยนต์ และจักรยาน เป็นสื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจการท่องเที่ยวได้ทราบว่าจังหวัดสุพรรณบุรี และกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่สวยงาม ตระการตา น่าประทับใจ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวแบบบุคคลและครอบครัว และยังมีบริการทางการท่องเที่ยวที่สะดวกพร้อมที่จะบริการนักท่องเที่ยวในแบบองค์กรและหมู่คณะ สะดวกต่อการจัดการท่องเที่ยวหลายประการ อีกทั้งมีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กิจกรรมประเพณี ที่น่าตื่นตาตื่นใจทัดเทียมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วประเทศไทย

สุพรรณหรรษา การแข่งขันแรลลี่รถยนต์และจักรยาน

นายธนเสฏฐ์ สุชามาลาวงษ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี เผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวถือเป็นปัจจัยหลักของรายได้เข้าสู่ชุมชนและจังหวัด จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ มาโดยตลอด โดยจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดมาโดยตลอดทุกปี ดังนั้น จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จึงมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว การบริการด้านการท่องเที่ยว การคมนาคมที่สะดวกสบาย โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ฯลฯ จากความพร้อมดังกล่าว จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จึงมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จึงได้มีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมการแข่งขันแรลลี่รถยนต์และจักรยานเป็นสื่อ ในการนำกลุ่มผู้รักการท่องเที่ยวทางรถยนต์ และกลุ่มผู้รักการปั่นจักรยานได้ร่วมเดินทางท่องเที่ยวไปแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1

นางระพีพร คำสกุล ผู้แทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า กิจกรรมที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้มี 2 กิจกรรมด้วยกัน คือ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการแข่งขันแรลลี่รถยนต์เป็นการจัดการแข่งขันแรลลี่รถยนต์เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของทั้ง 4 จังหวัด ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ซึ่ง
จะกำหนดจุดทำกิจกรรม RC ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งเส้นทางในการแข่งขันแรลลี่รถยนต์จะใช้เส้นทางเริ่มต้นจากจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี แล้วมาสิ้นสุดที่สุพรรณบุรี ระยะทางทั้งหมดรวม 750 กิโลเมตร ส่วนกิจกรรมที่ 2 เป็นกิจกรรมการแข่งขันแรลลี่จักรยาน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางทั้งหมด 40 กิโลเมตร จุดหมายปลายทางคือจุดตั้งต้น

“ผู้เข้าร่วมแข่งขันแรลลี่รถยนต์จะได้สัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีน ในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี โดยจุดท่องเที่ยวที่เป็น TC ในแต่ละสถานที่จะมีไฮไลต์ประจำจุดที่จะสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็นอุทยานมังกรสวรรค์ ตลาดร้อยปีสามชุก วัดไผ่โรงวัว บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี อุทยานเขางู วัดหนองหอย จังหวัดราชบุรี องค์พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม และปราสาทเมืองสิงห์ วัดถ้ำเสือ จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนผู้เข้าร่วมแข่งขันแรลลี่จักรยานจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศของความงามแห่งธรรมชาติของเขื่อนกระเสียว เขื่อนดินที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศไทย และชมความสมบูรณ์ของผืนป่าหนึ่งเดียวในเมืองสุพรรณ ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง พร้อมกับกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินดาราที่จะมาสร้างสีสันให้การแข่งขันครั้งนี้คึกคักสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น”

ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันแรลลี่รถยนต์และจักรยาน “สุพรรณหรรษา” สามารถ เข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
เว็บไซต์   www.rallyhappysuphan.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ: rallyhappysuphan

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประสานงานกิจกรรมฯ
แรลลี่รถยนต์ โทร. 08-1453-1770, 08-6412-0514
และฝ่ายประสานงานกิจกรรมแรลลี่จักรยาน
โทร. 06-2416-9656, 08-6399-2892

YEC 7 จังหวัดผนึกพันธมิตรร่วมพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย

เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจ
ภายในภาคตะวันออก ณ.โรงแรมเดอะเวโรน่า @ทับลาน จ.ปราจีนบุรี

เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา Toptotravel มีโอกาสไปร่วมงาน กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC 7 จังหวัดภาคตะวันออก ผนึกพันธมิตร พัฒนาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC ส่งเสริม และการสนับสนุนเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ ทั้ง 7 จังหวัดภาคตะวันออก พร้อมด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก หอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี และสมาคมท่องเที่ยวประจีนบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เตรียมความพร้อมของนักธุรกิจรุ่นใหม่สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการเปิดโอกาสดีๆ ให้กับตัวเองไปกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและกลุ่ม YEC ที่มีเครือข่ายทั้งทางมิตรภาพและธุรกิจที่เข้มแข็งทั่วประเทศ ในการประสานงานแบบเป็นเครือข่าย ภายในงาน มีการแสดงตัวอย่างของกลุ่ม YEC ของหอการค้าจังหวัดเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานต่อไป

YEC 7 จังหวัดภาคตะวันออก@Verona ปราจีนบุรี วันที่ 19-20 สิงหาคม 2560

วัตถุประสงค์ YEC 7 จังหวัดภาคตะวันออก  เพื่อพบปะทำความรู้จักกันและ กันมาร่วมสานสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนความคิด ระหว่างสมาชิก  YEC  ของแต่ละจังหวัด ในภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจภาย
ในภาคตะวันออกให้เติบโตและมั่นคง และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมของของพวกเราชาวภาคตะวันออก  ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ตามหา Cowboy And Cowgirl กิจกรรมประจำปีของภาคตะวันออกกับการประกวด Cowboy And Cowgirl Popular Vote ภูเขา ต้นไม้ โอโซน และดนตรีโฟล์คซอง รอต้อนรับเพื่อนๆจะดีแค่ไหนถึงได้พบปะเพื่อนๆ บนท่ามกลางธรรมชาติ และสถานที่งดงามในแบบมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา มีแต่พวกเราที่เข้าใจกัน

ถ้าพูดถึงด้านการค้า กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC 7 จังหวัด ประกอบไปด้วย 1.ปราจีนบุรี  2. จันทบุรี  3. ฉะเชิงเทรา
4.ชลบุรี   5.สระแก้ว 6. ระยอง 7. ตราด

นายทิวา วัชรกาฬ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดปราจีนบุรี

นายทิวา วัชรกาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจในการทำธุรกิจกันมากขึ้น ด้วยความสามารถกล้าคิด กล้าตัดสินใจ รวมทั้งยังมองเห็นช่องทางธุรกิจต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ และยิ่งถ้าผู้ใหญ่อย่างเรา ให้การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจรุ่นใหม่ เชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาธุรกิจและการท่องเที่ยวให้ประสานกันได้อย่างลงตัว

ผลิตและจำหน่ายโดย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกบินทร์ร่วมใจ
นายดำริห์ รัตนชินกร นายกสมาคมท่องเที่ยวปราจีนบุรี

นายดำริห์ รัตนชินกร นายกสมาคมท่องเที่ยวปราจีนบุรี กล่าวว่า การรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC 7 จังหวัดภาคตะวันออก ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ พวกเขาจะได้ใช้ความรู้ ใช้ประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยน เพื่อพัฒนาธุรกิจ การท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนเอง และสามารถเชื่อมโยงต่อยอดให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น และในฐานะของนายกสมาคมท่องเที่ยวปราจีนบุรี ยินดีที่ได้ต้อนรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ จะสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีความแปลกใหม่และก้าวหน้า เพื่อความยั่งยืนต่อไป

สานสัมพันธ์ภาคตะวันออกครั้งที่ 2 YEC EAST 3 Verona at Tublan ปราจีนบุรี YECEast#2

กิจกรรมต่างๆ เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเดอะเวโรน่า @ทับลาน จ.ปราจีนบุรี  กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC 7 จังหวัดภาคตะวันออก พร้อมด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก หอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี และสมาคมท่องเที่ยวประจีนบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ ทั้ง 7 จังหวัดภาคตะวันออก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก หอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี และสมาคมท่องเที่ยวประจีนบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC 7 กับบรรยากาศกิจกรรมแบบ อยู่เมื่องไทยก็เหมือนได้ไปอิตาลี  ที่จะมาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมของพวกเราชาวภาคตะวันออก  ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ตามหา Cowboy And Cowgirl กิจกรรมประจำ
ปีของภาคตะวันออก

เดอะ เวโรน่า แอท ทับลาน (Verona at Tublan)  ตั้งอยู่ใน อำเภอนาดี จ.ปราจีนบุรี  แรงบันดาลใจมาจากเมืองเวโรน่า แห่งแคว้นเวเนตโต้ ประเทศอิตาลี ต้นกำเนิดนวนิยาย โรมิโอ & จูเลียต ที่มีชื่อของโลก ให้กลายเป็นดินดินแดนแห่งรักในเมืองไทย เดอะเวโรน่าแอททับลาน ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา ที่มีอากาศ บริสุทธิ์

เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน ตั้งอยู่ ถนนสาย 304 หลักกิโลเมตรที่ 32-33
ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติทับลาน เส้นทางเดียวกับทางไป อำเภอวังน้ำเขียวโดนใช้เส้น จ.ปราจีนบุรี ปัจจุบันเปิดให้เข้าพรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน
251 ม.6 ต.บุพราหมณ์  อ.นาดี  จ.ปราจีนบุรี  25220
เบอร์โทรศัพท์ : 096 324 4423
แฟกซ์ : 037-218736
http://www.veronaattublan.com

 

 

สัมผัสไลฟ์สไตล์สุดหรู TrueSphere

TrueSphere First Year Together Anniversary

มาร่วมฉลอง สัมผัสไลฟ์สไตล์สุดหรู TrueSphere First Year Together Anniversary   เพื่อฉลองหนึ่งปีเเรกแห่งความสำเร็จของ  TrueSphere
ยกระดับการบริการให้เป็น First-Class Experience ที่ให้การดูแลแบบตัว
ต่อตัว

TrueSphere Apple Excellence บริการสำหรับลูกค้าบุคคลที่จะช่วยจัดการ และดูแลทุกปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Apple ได้อย่างมืออาชีพจากพนักงานทรูสเฟียร์ที่เข้ารับการอบรมโดยตรงจาก Apple

TrueCoffee Nitro Cold Brew กาแฟพรีเมี่ยม ด้วยนวัตกรรมการชงกาแฟสุดพิเศษ และก้าวเข้าสู่ปีที่  2 นี้  ด้วยการเพิ่มบริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  Watson  Analytics เฉพาะลูกค้าธุรกิจ  หรือลูกค้าองค์กรของกลุ่มทรู ให้สามารถเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคสำหรับลูกค้าองค์กรได้อย่างชาญฉลาด

ทั้งหมดนี้  เป็นความตั้งใจจริงที่จะสานต่อพันธกิจของ TrueSphere ในการสร้างสรรค์บริการสู่ First Class Experience มอบประสบการณ์เหนือระดับ สร้างความเป็นเลิศด้วยบริการคอนเวอร์เจนซ์  ที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และที่สำคัญคือการบริการลูกค้าอย่างเหนือระดับผ่านทรูสเฟียร์  8  สาขาทั่วประเทศ

เอ็มควอเทียร์
เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์
เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต
เมกาบางนา ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
เดอะมอลล์ บางกะปิ
บลูพอร์ต หัวหิน
ทรู แบรนดิ้ง ช้อป สยามพารากอน

ดร. ปพนธ์  รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า

“เพราะลูกค้าคือคนสำคัญที่สุด ดังนั้นการดูแลมอบความสุขแก่ลูกค้าที่อยู่กับเรามาตลอด จึงเป็นสิ่งเรายึดมั่นมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทรูสเฟียร์ เฟิร์สคลาส โค–เวิร์คกิ้ง สเปซ แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ได้รองรับลูกค้าด้วยการบริการเหนือระดับ และแก้ไขทุกปัญหาของลูกค้ามาแล้วกว่า 300,000 คน รวมทั้งยังเดินหน้าพัฒนาบริการใหม่ๆให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าตลอดเวลา

ดร. ปพนธ์  รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น
นายฐานพล มานะวุฒิเวช  ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ก

นายฐานพล มานะวุฒิเวช  ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มทรูยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลความสุขของลูกค้าที่ใช้ทุกบริการอย่างต่อเนื่องผ่าน “ทรูยู” ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

ด้านสิทธิพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า จะเน้นไปในเรื่อง “กินดื่ม–ช็อปปิ้ง และท่องเที่ยว” เช่น ส่วนลดร้านค้า, ร้านอาหารต่าง ๆ และ ส่วนที่ด้านบริการ เช่น บริการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน เช่น บริการรถลาก กรณีรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ, บริการรถรับส่งที่สนามบิน, บริการส่งของ เป็นต้น ซึ่งมอบให้กับกลุ่มลูกค้า ทรูแบล็คการ์ดเท่านั้น โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บริการของกลุ่มทรูที่มีสิทธิใน “ทรูการ์ด” มีมากกว่า 2 ล้านราย เป็นทรูแบล็คการ์ด 3 แสนราย และทรูเรดการ์ด 1.7 ล้านราย ทรูสเฟียร์ถือเป็นบริการเหนือระดับที่ให้กับลูกค้าทรูแบล็คการ์ดซึ่งตอบโจทย์ทั้งในด้านสิทธิพิเศษ และด้านบริการ โดยไม่ได้มีเป้าหมายแค่สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า แต่เป็นการยกระดับการบริการให้เป็น First-Class Experience ที่ให้การดูแลแบบตัวต่อตัว จากการเปิดให้บริการมาเป็นเวลา 1 ปี ได้เสียงตอบรับที่ดีมาโดยตลอด มั่นใจว่า ทรูสเฟียร์จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มฐานลูกค้าทรูแบล็คการ์ดให้เติบโตขึ้นไป อีกด้วย

First Class Experience

สิทธิพิเศษที่เหนือระดับ  จากทรูแบล็คการ์ดพร้อมชวนลูกค้า  โพสต์ภาพความประทับใจ ณ.ทรูสเฟียร์ลุ้นสัมผัสไลฟ์สไตล์สุดหรูจากโรงแรมชั้นนำ

TrueSphere ครบรอบ 1 ปี ชวนโพสต์ภาพความประทับใจ ลุ้นสัมผัสไลฟ์สไตล์สุดหรูจาก 8 โรงแรมชั้นนำ

พิเศษ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จการให้บริการครบ 1 ปี ทรูยูชวนลูกค้าทรูแบล็คการ์ดคนสำคัญร่วมฉลองวาระพิเศษ
ด้วยการโพสต์ภาพความประทับใจที่ทรูสเฟียร์สาขาใดก็ได้ผ่านเฟสบุ๊ค เเละ อินสตาแกรม พร้อมติดแฮชแทค
#truesphere #Firstyeartogether #TrueBlackCard ตั้งเเต่วันนี้จนถึง 16 กันยายน 2560  รับสิทธิ์สัมผัสไลฟ์สไตล์สุดหรูจากโรงแรมดัง 8 แห่ง ได้แก่

1. Kataliya Mountain Resort & Spa เชียงราย
2. Crest Resort & Pool Villa ภูเก็ต
3. Dusit D2 เขาใหญ่, Foto Hotel ภูเก็ต
4.Kalima Resort & Spa ภูเก็ต
5.Thavorn Palm Beach Resort ภูเก็ต
6. The Vijitt Resort ภูเก็ต
7. The Vijitt Resort ภูเก็ต
8.Asita Eco Resort อัมพวา


สอบถามข้อมูลได้ทาง TrueYou Call Center โทร 0-2999-5555
และ 1236 ตั้งแต่ 5 กันยายน เป็นต้นไป
www.trueyou.co.th

ครั้งแรก งานทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีพระดับเหมียวชลินตาร์

ค่ำคืนแสนพิเศษ Meowchelin Season 2
ภายใต้ดินเนอร์สุดหรู

มิ้นต์  ชาลิดา –  ปั้นจั่น ปรมะ ควงคู่แมวสุดรักร่วมกิจกรรม  Fancy  Feast Meowchelin Season 2 แลเซเลบริตี้ที่คุณต้องเซอร์ไพรส์ภายในงาน Meowchelin Season 2 เสิร์ฟความอร่อยตัวจริง และสถานที่สวยหวาน
สุดพรีเมียมยิ่งกว่าใคร แทนความรักความห่วงใยให้น้องเหมียวตัวโปรด
ด้วย   FancyFeast  ที่มีความอร่อยสุดพิถีพิถัน มีให้เลือก เนื้อสัมผัสสุด
เย้ายวน 4 รูปแบบ   ให้เค้าทานได้ทุกวันไม่มีเบื่อ  เลือกเสิร์ฟความอร่อย
ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เสิร์ฟความอร่อยตัวจริงสุดพรีเมียมยิ่งกว่าใคร แทนความรักความห่วงใยให้น้องเหมียวตัวโปรด ด้วย FancyFeast ที่มีความอร่อยสุดพิถีพิถัน มีให้เลือกเนื้อสัมผัสสุดเย้ายวน 4  รูปแบบ ให้น้องเหมียวสุดเลิฟ เค้าทานได้ทุกวันไม่
มีเบื่อ และเลือกเสิร์ฟความอร่อยได้ตลอด 24 ชั่วโมง

มิ้นต์ ชาลิดา  และ  ปั้นจั่น ปรมะ ควงคู่แมวสุดรักร่วมกิจกรรม Fancy Feast Meowchelin Season 2 น้องคามิเลีย แมวตัวโปรดมาร่วมดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้านหนุ่มปั้นจั่น ได้นำ น้องปุยฟ้า มาร่วมดินเนอร์ร่วมกัน



เพราะใส่ใจ จึงรู้ใจ มีความรักแมวเหมือนกัน ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย เลยได้โอกาสควงสาวสวย  มิ้นต์  ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง มาร่วมงาน เหมียวชลิน
ซีซั่น 2  กิจกรรมความสุขของคนรักแมวที่จะได้สัมผัสช่วงเวลาพิเศษในการร่วมโต๊ะอาหารกับน้องแมวคู่ใจ  เป็นกิจกรรมดีๆ ที่ แฟนซี ฟีสต์ผลิตภัณฑ์อาหารแมวเกรดพรีเมียม เมนูสุดพิเศษแสนอร่อย ที่นำเข้า จากสหรัฐอเมริกา แต่ละเมนูผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เค้าได้อร่อยกับเนื้อสัมผัส และรสชาติสุดพิเศษ ซึ่งจัดขึ้น เป็นปีที่ 2 เพื่อต่อยอดความสำเร็จอย่างล้นหลามจากปีที่แล้ว

บรรยากาศของงานครั้งนี้ มีความสุดพิเศษมาก สัมผัสประสบการณ์ที่เน้นการตกแต่งสไตล์ กาล่าดินเนอร์สุดหรู ในคอนเซ็ปต์  เอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ โดยปูพรมชมพู ให้เจ้าของและน้องแมว ได้เดินเฉิดฉาย  เข้าสู่งาน พร้อมเสิร์ฟอาหารมื้อพิถีพิถัน ที่คัดสรรเป็นพิเศษ  เพื่อเค้าที่คุณรัก ซึ่งแต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจากความอร่อยของแฟนซี ฟีสต์ทั้ง 9 รสชาติ โดยอาหารทุกจานที่เสิร์ฟเจ้าของและน้องแมว ได้ผ่านการรังสรรค์  โดยเชฟฝีมือดี ปรุงอย่างพิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อให้ได้รสชาติอร่อยถูกใจ ทั้งคนและแมว

อีกหนึ่งความเอ็กซ์คลูซีฟของงาน คือ การมาโชว์ตัวครั้งแรกของ  “ปุยฟ้า” น้องแมวคู่ใจ ปั้นจั่น  ปรมะ ที่เจ้าตัวเก็บมาเลี้ยง หลังจากไปเจอปุยฟ้าได้รับบาดเจ็บอยู่กลางถนนเอกมัย จึงพาไปรักษา ซึ่งคุณหมอตรวจพบว่ามีอาการสะโพกแตก เศษกระดูกตัดเส้นประสาทส่วนรับรู้การขับถ่าย อาจทำให้พิการขาหลังและขับถ่ายเองไม่ได้ แต่จากการรักษาอย่างเต็มที่ อยู่ 2-3 เดือน ก็ช่วยให้ปุยฟ้ากลับมาเดินได้อีกครั้ง

ทางด้าน มิ้นต์-ชาลิดา ที่มาร่วมงานเหมียวชลินเป็นครั้งที่2 พร้อมพาน้องคามิเลีย หนึ่งในน้องแมวคู่ใจ มาเปิดตัว ในงานนี้ เผยให้เห็นความน่ารักมุ้งมิ้งที่สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนในงาน โดยคามิเลีย  เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซีย อายุ 2  ปี เป็นน้องเล็กสุด ในบรรดาแมวทั้ง 4 ตัว  ของมิ้นต์  นิสัยขี้เล่น ส่วนเมนูโปรดต้องยกให้อาหารเปียก เพราะได้กลิ่นหอมเมื่อไรเป็นต้องวิ่งมา  เป็นตัวแรก

ภายในงานยังมีผู้โชคดีอีก 9 คน ที่ร่วมกิจกรรมกับแฟนซี ฟีสต์ผ่านทาง www.facebook.com/FancyFeastThailand และได้สิทธิ์ในการพาน้องแมวมาร่วมดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับปั้นจั่นและมิ้นต์ พร้อมลิ้มรสความอร่อยล้ำของเมนูพิเศษที่แฟนซี ฟีสต์จัดมาให้ฟินทั้งคนและแมว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเติมเต็มความรักความผูกพันของคนรักแมว และการมอบรางวัลให้กับสุดยอดเจ้าของแมว ที่ดูแลน้องเหมียวด้วยความรักในแบบฉบับของตัวเอง อาทิเช่น รางวัลเจ้าของจอมอ้อน, รางวัลเจ้าของขี้เล่น, รางวัล เจ้าของสายแบ๊ว ที่ล้วนแล้วตรงใจคนรักแมวสุดๆ

มิ้นต์ ชาลิดา พาน้องคามิเลีย แมวตัวโปรดมาดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยกัน ด้าน หนุ่มปั้นจั่น ก็ได้นำ น้องปุยฟ้า มาร่วมดินเนอร์สุดพิเศษ เช่นกัน สุดท้ายขอฝากกิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้กับคนรักแมว

ติดตามข่าวสารได้ ทางเฟซบุ๊ก FancyFeastThailand
www.facebook.com/FancyFeastThailand

 

Little Sprouts Runway 2017 ๙ ตามที่พ่อทำ จากหมื่นวันที่พ่อสร้าง

ครั้งแรกของเมืองไทย การแสดง
แฟชั่นโชว์ ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์

เพื่อน้อมสำนึกรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐแก่แผ่นดินและพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยทรงพระปรีชาสามารถในศาสตร์สาขานานับอเนกอนันต์ นำความผาสุกร่มเย็นเป็นอยู่ที่ดีมาสู่ชีวิตของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าผ่านศาสตร์ของพระราชาโดยเฉพาะ “แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ภายใต้พระบารมีตลอด 70 ปีของการครองราชย์จึงทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจไทยทั้งชาติและทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานมากที่สุดในโลก แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำของเมืองไทย นำโดย อมลระดา ทรงพัฒนาศิลป์ เจ้าของ แบรนด์ La Famille และ สายวลี สาครจิตร เจ้าของ แบรนด์ La Lune ร่วมกับอีก 5 แบรนด์ดัง ได้แก่ Cara Kids / Alisa / Little Bella / Fairy Fay และ Baby captain

จึงได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว
“Little Sprouts Runway ๒๐๑๗ : ๙ ตามที่พ่อทำ จากหมื่นวันที่พ่อสร้าง” การแสดงเดินแฟชั่นโชว์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ครั้งแรกของเมืองไทย ผ่านเรื่องราวโครงการพระราชดำริที่ทรงคุณค่ายิ่งใหญ่และมีความหมายต่อความรักและความผูกพัน อีกทั้งยังเป็นแนวทางตามที่พระองค์  ทรงทำคุณความดีตลอดพระชนม์ชีพขึ้น​อมลระดา ทรงพัฒนาศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีรินพัฒน์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ La Famille เผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ว่า งาน Little Sprouts Runway ๒๐๑๗ : ๙ ตามที่พ่อทำ จากหมื่นวันที่พ่อสร้าง

 

ในงานนี้ มีการการแสดงเดินแบบแฟชั่นโชว์เด็กจากแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำของเมืองไทยหลายแบรนด์ดังในบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลายโครงการจาก 4,000 กว่าโครงการตลอด 70 ปี ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเหน็ดเหนื่อย ตรากตรำลำบากพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนอาณาประชาราษฎรชาวไทยทั่วทุกหมู่เหล่าในทุกถิ่นที่ทุรกันดาร ตลอดจนก่อเกิดเป็นโครงการพระราชดำริที่ช่วยพลิกฟื้นผืนป่า เป็นแหล่งชุบชีวิต สร้างรายได้เศรษฐกิจสู่ชาวไทยและประเทศไทยตราบถึงทุกวันนี้ สิ่งที่พระองค์ท่านทำเพื่อพวกเรานั้น
มิอาจเทียบได้กับสิ่งที่พวกเราคิดทำ  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระเมตตามหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเราชาวไทย 

วันนี้ เราจึงอยากจะร่วมใจกันจัดงานที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่พวกเราชาวไทยมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยนำการเดินแฟชั่นโชว์มาประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ครั้งแรกของเมืองไทย  กับการผสมผสานกับการถ่ายทอดเรื่องราวโครงการพระราชดำริที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งใหญ่และอยู่ในความทรงจำของพวกเราถึงสิ่งที่ในหลวง  รัชกาลที่ 9  ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์หลายต่อหลายบทเพลงล้วนไพเราะทั้งท่วงทำนองและเนื้อร้อง แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการดนตรีในฐานะคีตราชันย์อีกทั้งยังสามารถนำมาสอดประสานกับการแสดงแบบแฟชั่นโชว์ของเยาวชน ตลอดจนนักแสดงรุ่นใหม่  ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันในงานนี้ ให้สามารถน้อมนำแนวคำสอนของพระองค์ท่านไปปรับใช้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข สมดังแนวคิดของการจัดงานที่ว่า ๙ ตาม
ที่พ่อทำ จากหมื่นวันที่พ่อสร้าง”



สายวลี สาครจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีรินพัฒน์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ La Lune กล่าวถึงรูปแบบของการจัดงานครั้งสำคัญนี้ว่า “จากแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ใพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่การแสดงแบบแฟชั่นโชว์แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำ ส่งต่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงศาสตร์ของพระราชาที่ทรงคุณค่า รวมด้วยการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์จากนักร้องมีชื่อเสียง ซึ่งพิธีเปิดมีการแสดงพิเศษจาก เก่ง ธชย แสดงขับเสภาโหมโรง และการแสดงโชว์ปิดจากศิลปินระดับประเทศร่วมกับนักร้องประสานเสียงและนักแสดงที่ผ่านการออดิชั่นในโครงการและโชว์ชุด Finale ของทุกแบรนด์

ภายในงานมีการแสดงเดินแฟชั่นโชว์โดยเด็ก ๆ กว่า 200 ชีวิต ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์กับพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ
เพลงชะตาชีวิต – พระมหาชนก ตอนที่ 1 เพลงสายฝน-โครงการฝนหลวง เพลงใกล้รุ่ง – กังหันน้ำชัยพัฒนา เพลงยิ้มสู้ – ด้านการเกษตร (หญ้าแฝก แกล้งดิน แก้มลิง) เพลงยามเย็น – โครงการหลวง เพลงเกาะในฝัน – ด้านการกีฬา เพลง Oh I Say – ด้านการศึกษา เพลง Still on my mind – การถ่ายภาพ เพลง Echo – คีตราชชันต์ เพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงแสงเทียน – เศรษฐกิจพอเพียง เพลงแผ่นดินของเรา – พระมหาชนก ตอนที่ 2 โดยทุกบทเพลงพระราชนิพนธ์บรรเลงโดยวงดุริยางค์ทหารเรือและโชว์พระมหาชนกทั้ง 2 ตอนได้นักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่คือ ยอร์ช ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ นำแสดง ขับร้องการแสดงชุดพระมหาชนกโดย เก่ง ธชย และเหล่าศิลปิน
อีกมากมาย ได้แก่ จอห์นนิเฟอร์ The Voice, เข้ม ศุภกิจ The Voice, อ้น กันณพงศ์ The Voice, ไตเติ้ล สุทธิชาติ The Voice, โอ๊ด จีรวุฒิ The Voice, สวย สโรชา The Voice, ฝ้าย อาภาภัทร The Voice, แต๊ก วิชย The Voice, ทีม วรัสสรร AF8, ฟาง กฤติยาภรณ์ (นักร้องรางวัลพระราชทาน) และ Saxpackgirl ร่วมด้วยการแสดงพิเศษ บทเพลงของพ่อจาก โดม ปกรณ์ ลัม นอกจากนี้ยังมีการประกวดภาพวาดระบายสี หัวข้อ ‘พระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9” ทั้ง 9 ด้านนั้นของในหลวง นิทรรศการและการแสดงผลงานภาพวาดดังกล่าว โดยจัดแสดงภาพวาดของผู้ชนะการประกวดทั้งหมด 9 เรื่องจะจัดแสดงในส่วนนิทรรศการด้านหน้างาน และผลงานภาพวาดจาก
ผู้เข้าประกวดทุกชิ้นจะนำมาฉายในจอ LED บนเวทีในช่วง Final Show   และบูธพิเศษของ มูลนิธิคุณพุ่ม


ทั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานยังมอบเป็นพระราชกุศล เข้ามูลนิธิคุณพุ่มเพื่อช่วยเหลือเด็กพิเศษอีกด้วย

​ทั้งนี้งาน Little Sprouts Runway ๒๐๑๗ :
๙ ตามที่พ่อทำ จากหมื่นวันที่พ่อสร้า
จะจัดขึ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 ศกนี้
ผู้สนใจเข้าชมสามารถซื้อบัตรได้ตั้งแต่ปลายเดือน สิงหาคมเป็นต้นไปที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ หรือ โทรสอบถามรายละเอียดการจองบัตรได้ที่ โทร.090-990-9292