Category Archives: ข่าวประชาสัมพันธ์

ทาโร x สำนักหอสมุดกลาง มศว  จัดเวิร์กชอปครูนิวเทรนด์จาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ


สร้างสรรค์บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

ทาโร ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินหน้าสร้างสรรค์โลกแห่งการเรียนรู้ ยกระดับห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment  ภายใต้โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” เปลี่ยนห้องเรียนให้ “สนุก คิดเป็น ทำเป็น” สไตล์ Active Learning  มอบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ 100 โรงเรียนทั่วประเทศ  พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กชอป เสริมไอเดียคุณครู เสริมทักษะพร้อมสุขภาพที่ดี สอดแทรกแนวคิดรักษ์โลกรับกระแสโลกร้อน พร้อมเปิดเวทีเสวนาบอร์ดเกมกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทาโร” (TARO)  ผู้นำขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 40 ปี มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากปลาทะเลแท้ ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทาโรได้ดำเนินกิจกรรมที่สอดแทรกทั้งสารประโยชน์และความสนุกสนานไปยังกลุ่มเด็ก ๆ และยังคงเดินหน้าพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชนไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ทาโร ได้ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดโครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” ขึ้น โดยมีคุณครูจากโรงเรียนทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ามาจนเต็มโควตา 100 โรงเรียน ภายใน 3 ชั่วโมง สะท้อนถึงความสำคัญในการพัฒนาห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สอดรับแนวทางการพัฒนาเด็กยุคดิจิทัล     

“ท่ามกลางเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว เด็ก ๆ ในปัจจุบันอาจใช้เวลากับ  Gadget มากเกินไปจนทำให้เกิด ภาพเด็กๆ ก้มหน้าอยู่กับจอมือถือ หรือแท็บเล็ต จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพตา ตลอดจนปัญหาสมาธิสั้นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บอร์ดเกมเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนบทเรียนยาก ๆ หรือเรื่องที่น่าเบื่อให้สนุกและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดช่องว่างระหว่างครูและเด็กไปพร้อม ๆ กัน” นางสาวรุ่งนภา กล่าว

ชู Edutainment สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม 
นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เพราะสุขภาพที่ดีมาจากการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เนื้อหาสำคัญในสื่อบอร์ดเกม สารอาหาร เชื่อมร่าง สร้างอวัยวะ (Nutrition Pathway) ที่พัฒนาขึ้น จึงสอดแทรกสาระเรื่องสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เชื่อมโยงถึงประโยชน์ในการซ่อมแซม และการสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลต่อการเลือกกินอาหารที่ถูกต้องตามโภชนาการ ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก  ๆ ตอกย้ำจุดยืนของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี   

นางสาวรุ่งนภา กล่าวเสริม นอกจากนี้ ทาโร ได้ต่อยอดพันธกิจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรม  “ทาโร รักษ์โลก กับการ์ดเกม 3R จับคู่กู้โลกกับทาโร” ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) โดยใช้การ์ดเกมเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจได้ง่าย สนุก และสามารถนำไปต่อยอดสร้างพฤติกรรมการจัดการขยะให้ถูกวิธี ช่วยลดปัญหาขยะ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ ลดโลกร้อน ลดมลภาวะได้อย่างยั่งยืน  บอร์ดเกมของเราได้รับการพัฒนาและออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ Edutainment ที่สนุก และมีสาระสอดแทรกไปพร้อมกัน ตลอดจนกระตุ้นให้เด็กๆ รู้จัก สังเกต คิด วิเคราะห์ วางแผน รวมถึงการเล่นเป็นทีม จึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ครูนิวเทรนด์มีเครื่องมือสำหรับช่วยการเรียนการสอนที่สนุก มีประสิทธิภาพ ไม่จำเพาะเจาะจงเนื้อหาพื้นฐาน แต่จะยังพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีทักษะรอบด้าน พร้อมวิ่งไปในโลกที่หมุนเร็วขึ้นใบนี้ได้” 

สำนักหอสมุดกลางมศว ย้ำภารกิจหนุนครูนิวเทรนด์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ชูจุดยืนหอสมุดสีเขียว ของ มศว ที่เป็นศูนย์รวม e-book มากมายที่นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้โดยง่าย ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดูแลรักษา ภายใต้บรรยากาศหอสมุดที่เป็น Green Library โดยเราใช้ไฟฟ้าที่ผลิตด้วย Solar cell ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ที่มีการจัดแบ่งโซนนิ่งสำหรับ Multimedia มี Netflix ให้ดู มีเกมส์ให้เล่น มีห้องคาราโอเกะให้ผ่อนคลาย มีโซน co-space ในการประชุม ทำงานกลุ่ม รวมถึงมีโซนบอร์ดเกมมากมายหลากหลายประเภท หอสมุดกลางวันนี้จึงเป็น Safe zone ของนิสิตของเรา 

ทางด้าน อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมของเด็กในเจนแอลฟา ที่เติบโตในยุคดิจิทัล “ครูนิวเทรนด์” หรือ ครูยุคใหม่ จึงต้องปรับบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอน ด้วยการหาเครื่องมือหรือตัวช่วยต่าง ๆ ที่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สนุกและมีสาระ (Our Edutainment Community) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างสนุก รู้จักการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วมกับคลาสเรียน  สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้ง 4 ด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

สำนักหอสมุดกลาง มศว มีบทบาทเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการห้องสมุดสีเขียว ที่มุ่งเน้นจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน ผ่านมาตรการต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้กับอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร สอดคล้องกับพันธกิจ “ทาโร รักษ์โลก” ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือ ระหว่าง ทาโร และ หอสมุดกลาง มศว ในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ  สู่สังคม ร่วมเพาะบ่มความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนรุ่นใหม่ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน     

เวิร์กชอปบอร์ดเกม จุดประกายไอเดียครู 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์”  จัดขึ้นที่ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) มีคุณครูจาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเตรียมอุดมน้องเกล้า, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, โรงเรียนหัวหินวิทยา, โรงเรียนอนุบาลสารคาม, โรงเรียนเซนต์โยเซฟระยะอง เป็นต้น เข้าร่วมเวิร์กชอปสื่อการสอนผ่านบอร์ดเกมและเกมการ์ด ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ผ่านการคิดและทดลองเล่นจริง พร้อมรับใบประกาศนียบัตรที่รับรองร่วมกันจากทาโร และสำนักหอสมุดกลาง มศว นอกจากนั้นทุกโรงเรียนยังได้รับสื่อบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดในห้องเรียนได้ทันที   ภายในงานยังได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษ “การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมบอร์ดเกมการศึกษา” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เกี่ยวกับการนำบอร์ดเกมมาเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่โลกบอร์ดเกมการศึกษา” โดย อาจารย์ ดร. ไตร อัญญโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  โดยได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา เทคนิคการใช้เกมเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูที่เข้าร่วมเวิร์กชอปในครั้งนี้นำไปประยุกต์ใช้กิจกรรมรมการเรียนการสอนต่อไป  ร่วมด้วย นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด และ นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้  

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากจากทาโรได้ที่
Facebook:ทาโร กินสนุกดี https://www.facebook.com/Tarokinsanookdee 

#บอร์ดเกม #การ์ดเกม #ทาโรกินสนุกดี #ทาโรปลาเส้นแซ่บ
#ทาโรปลาแผ่นแซ่บ

ฮารุนะ ผงผักพรีไบโอติก นวัตกรรมใหม่ดูแลลำไส้

นวัตกรรม Haruna ผงผักพรีไบโอติค ที่ทำมาจากธรรมชาติ 100% โดยใช้นวัตกรรม แป้งทนย่อย (Resistant Starch) ทำให้แป้งสามารถทนทานต่อกรดในกระเพาะ และการดูดซึมในลำไส้เล็กและกลายเป็นอาหารให้จุลินทรีในลำไส้ใหญ่ เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ ให้เป็นปกติ ทำให้ลำไส้แข็งแรงและ ทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น

นายนที ศิริธรรมวัฒน์ ในฐานะ กรรมการ ได้ไปขอสนับสนุนทุนจาก NIA (สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ) เพื่อทดสอบประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบว่า “ผงผักพรีไบโอติก” สามารถช่วยเรื่องการปรับสมดุลจุลินทรีในลำไส้ และลดอาการท้องผูกได้ดีมากโดยมีผลงานวิจัย บริษัท วีทีเค อินโนกรุ๊ป จำกัด บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน การทำอาหารเสริม ได้พัฒนาสูตร “ผงผักพรีไบโอติก” มาเพื่อดูแลลูกของกรรมการท่านนึงที่ท้องผูก หาหมอทานยาอะไรก็ไม่หายจนน้องหายท้องผูกแบบธรรมชาติ

  1. จากการทดสอบในระบบลำไส้จำลอง (Gut Model) : ผงผักนี้ สามารถสร้างจุลินทรีในลำไส้เพิ่ม ในจำนวนที่สมดุล และส่งผลให้ ลำไส้มีค่ากรดไขมันห่วงโซ่สั้น (Post Biotic) ใกล้เคียงกับลำไส้ที่แข็งแรง
  2. มีการทดสอบกับผู้ใช้ที่เป็นเด็ก สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ 98.4% (คือแก้อาการท้องผูกได้ดีมาก)
    ทางบริษัท จึงได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ฮารุนะ” Haruna ผงผักพรีไบโอติคแก้ปัญหาท้องผูก ที่สื่อถึงความเบาสบาย ทุกวันและเริ่มจำหน่ายโดยเริ่มที่ กลุ่มตลาดกลุ่มแรกคือ เด็กอายุ ครึ่งปี – 8 ปี (จากค่าสถิติ มีเด็กท้องผูก ในไทย จำนวนประมาณ 700,00 คน ต่อปี)
    การจัดจำหน่ายได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีได้นำผลิตภัณฑ์เข้าประกวดในโครงการ ต่าง เช่น
    1.โครงการ “นิลมังกร” The Reality ธุรกิจนวัตกรรมแห่งประเทศไทย
    โดย NIA
  • เข้ารอบ Final 12 ทีมสุดท้าย
  1. โครงการประกวด “สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2022 ” โดย Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านเศรษฐกิจ
    ซึ่งในขณะช่วงที่ประกวด ทางบริษัท สังเกตุว่า “ผงผักฮารุนะ” นอกจากจะสามารถแก้อาการท้องผูกเด็กได้แล้ว
    “ผงผักฮารุนะ” ช่วย ฟื้นฟูลำไส้ และลดอาการท้องผูก “ผู้ใหญ่” ได้อีกด้วย โดยมีผู้ใหญ่ที่ ท้องผูกมา 10ปี , 20 ปี , 40 ปี ทานแล้วขับถ่ายดีขึ้น จนเป็นลูกค้าประจำ และประเทศไทยขนาดตลาดผู้ใหญ่ที่ท้องผูก มีเยอะกว่าเด็กหลายเท่า
    ทางบริษัทฯ พัฒนาและทำ Packaging ผลิตภัณฑ์ใหม่แบบ “ซองซาเช่เล็ก” พกทานได้สะดวกเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ และแบบเยลลี่เริ่มจำหน่าย ปลายปี 2566 ทาง Online และร้านขายยาทั่วไป เพื่อให้คนไทยรับประทานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ดี มีลำไส้ที่แข็งแรง ในราคาไม่แพง จับต้องได้
    ฮารุนะ จากผลการวิจัย Clinical Study กับผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง กับ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ผลช่วยผู้ป่วยได้ดีมากและยังช่วยลดการทานยา ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นการช่วยเศรษฐกิจประเทศอีกทาง
    ปัจจุบัน ฮารุนะ เป็น Startup ไทย ด้าน Healthtech ที่อยู่ช่วง ระดมทุน
    และ Scale up ทั้งตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศ
    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อ ผลิตภัณฑ์ Haruna ผงผักพรีไบโอติคได้ที่ ร้านขายยา เพจเฟสบุค HarunaThailand
    หรือ www.HarunaThailand.com
#ฮารุนะ #ผงผักพรีไบโอติก #นวัตกรรมดูแลลำไส้
#toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

Alley 1 Reccords ปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY”

ขุนพลทางดนตรี บรรจงสร้าง “SORRY” ให้ อาร์ต วศิน และ เอส ชัยณรงค์ ถ่ายทอดในช่วงวันแห่งความรัก พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม

Alley 1 Reccords ค่ายเพลงคุณภาพ เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY” โดยได้ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ และ เอส-ชัยณรงค์ พรหมบุบผา ร่วมถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับฟังในช่วงวันแห่งความรักปีนี้ สำหรับเรื่องนี้ผู้บริหารค่าย ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข เปิดเผยว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ อาร์ต วศิน ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งนอกจากความสามารถทางดนตรีแล้วเขาก็มีฐานแฟนคลับผู้ติดตามในโชเชียลมีเดียไม่น้อย ในฐานะคุณพ่อของน้องเนย หรือ แด๊ดดี้ของหมีเนย เพลง “SORRY” ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของเขา หลังจากซิงเกิลแรก เพลง “THANK YOU” แนว Pop Soul ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ มียอดวิวสูงสุดของค่าย จริงๆ แล้วทีมงานตั้งใจให้ “SORRY” เป็นภาคต่อของ ”THANK YOU”
ที่ อาร์ต วศินไม่ได้มาคนเดียว ชวนนักร้องอีกหนึ่งคนมาด้วยคือ หนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ จาก The Voice Thailand ซีซั่น 6 ที่ร่วมงานกับค่ายมาตั้งแต่เริ่มต้น 2 คนนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือแบกความฝันมากว่าครึ่งชีวิต ฝันที่จะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ มีผลงานที่แฟนๆ ชื่นชอบ ทางเราเห็นถึงความตั้งใจ เลยสานฝันให้พวกเขา ได้ทำตามความฝันให้สำเร็จ

นอกเหนือจากความพิเศษของเพลง “SORRY” แนวเพลง Rock Soul ที่มีกลิ่นอายความเป็น Disco เบาๆ แล้ว ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข ยังกล่าวต่อไปว่า “Music Video เพลงนี้ที่เหมือนหนังสั้นเรื่องนึง ทุกคนจะต้องซาบซึ้งในความรักของคนสองคนที่ยังรักกันมากแต่ไปต่อไม่ได้ เขาใช้เวลาในคืนสุดท้ายด้วยกัน เราใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 5 วัน เพื่อให้ได้ภาพที่สวย เท่ ดู อาร์ต ร่วมสมัยสไตล์ Mid-Century Modern โดยผู้กำกับภาพชื่อดังอย่าง ต้น พูนพัฒน์ วัฒนสินธุ์“

“Alley1 ตั้งใจทำมาก หวังว่าทุกคนจะชอบ พบกันช่วงวันแห่งความรักนี้ค่ะ” ต่าย ไพลินธร ผู้บริหารค่ายกล่าวทิ้งท้าย

สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร ได้จัดการประชุมประจำเดือน

สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร ได้จัดการประชุมประจำเดือนขึ้นด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยมิตรภาพ ความรู้ และความประทับใจของสมาชิกทุกท่าน

ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายกรับเลือก ศรีสองรัก ชัยสิทธิ์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ว่าด้วยการพิมพ์ธนบัตร” ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากการทำงานในฐานะผู้แทนหนึ่งเดียวประจำภูมิภาคของบริษัท เดอร์ ลา รูย์ (De La Rue) บริษัทผู้ผลิตธนบัตรเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีประสบการณ์ร่วมงานกับธนาคารกลางในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก สร้างความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองที่น่าสนใจให้แก่สมาชิกเป็นอย่างยิ่ง

นอกเหนือจากการประชุมและการบรรยายทางวิชาการแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้มจากกิจกรรมจับฉลากของขวัญต้อนรับปีใหม่ รวมถึงเซอร์ไพรส์พิเศษเพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบวันแต่งงานของสมาชิก ซึ่งสะท้อนถึงสายใยแห่งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความเป็นครอบครัวของสโมสร

การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ความสุข และความสามัคคี สอดคล้องกับอุดมการณ์ของโรตารีในการสร้างสรรค์สังคมผ่านการบริการ มิตรภาพ และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

วศิน วรรณพฤกษ์ คว้ารางวัล “กินรีทอง” มหาชน ครั้งที่ ๑๑

วศิน วรรณพฤกษ์ คว้ารางวัล “กินรีทอง” มหาชน ครั้งที่ ๑๑ สาขาบุคคลต้นแบบตัวอย่างสังคม

องค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และชมรมปันน้ำใจ อุ่นไอรักได้จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “กินรีทอง” มหาชน ครั้งที่ ๑๑ เพื่อยกย่องบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นและมีคุณธรรมในหลากหลายสาขาอาชีพ โดยในปีนี้ คุณวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลใน สาขาต้นแบบบุคคลตัวอย่างในสังคม จากความสำเร็จในการบริหารงานควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีให้แก่สังคมไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจากเจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูงและศิลปินดาราชื่อดังเข้าร่วมรับรางวัลในสาขาต่างๆ อย่างคับคั่ง อาทิ กันตพงศ์ รังษีสว่าง (ปลัด พม.), กัน จอมพลัง,  รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ, ไตรภพ ลิมปพัทธ์, มารุต สาโรวาท, ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา, หนึ่ง-จักรวาล  เสาธงยุติธรรม, วิว-วรรณรท สนธิไชย, ศรราม น้ำเพชร, ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ธนเดช ประดิษฐ์ รวมถึงศิลปินวัยรุ่นสุดฮอต พูห์ (Pooh) และ พาเวล (Pavel) เป็นต้น

อาร์ต วศิน เปิดเผยความรู้สึกว่า cในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจส่วนตัว แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินงานอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบุคลากรและสังคมต่อไป

พิธีมอบรางวัลในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙ ณ ศูนย์การค้า TERMINAL ๒๑ พระราม ๓ โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นผู้นำในการพัฒนาชาติและสร้างความภาคภูมิใจในคุณค่าความเป็นไทยสืบไป

กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 11 คนดีต้นแบบสังคมไทย
โดย องค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ องค์กรส่งเสริมธุรกิจไทยอาเซียน, ชมรมปันน้ำใจ อุ่นไอรัก และ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3 จัดงานประกาศรางวัล กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569

บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยสดใส!


พิเศษรับลมหนาว แบบซอง เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา!  ลมหนาวมาเยือน…อย่าปล่อยให้สุขภาพอ่อนแอ! ช่วงนี้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแล ผิวพรรณให้สวยสดใส ไม่หมองคล้ำแม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแห้งและเย็น

โปรโมชั่นพิเศษ รับลมหนาว บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด จัดโปรโมชั่นต้อนรับลมหนาวด้วย “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ 100% แบบซองพกพาสะดวก ขนาด 6 เม็ด ราคาพิเศษ เพื่อช่วยดูแลทุกคนให้สุขภาพดีและแข็งแรง เพียงซองละ 39 บาท (จากปกติ 49 บาท) และพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก ALL member รับส่วนลดเพิ่มอีก 1 บาท ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 3 มกราคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

2 คุณประโยชน์ครบถ้วน: สุขภาพแข็งแรงและผิวสวยกระจ่างใส
“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” (B Shine NaturC) วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% โดดเด่นด้วยอะเซโรลา เชอร์รี่สกัดมากถึง 1000 มก.ต่อเม็ด มาจากผลสด 4000 มก. เข้มข้น 4 เท่า และที่พิเศษกว่าเดิมคือการ เพิ่มปริมาณสารสกัดจากทับทิมมากถึง 70 มก. ซึ่งสารสกัดจากทับทิมนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยเรื่อง ปกป้องผิวจากแสงแดด ลดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวสว่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ดังนั้น สูตรใหม่นี้จึงมอบ 2 คุณประโยชน์แบบครบถ้วน ทั้งการ เสริมภูมิคุ้มกันป้องหวัด/ภูมิแพ้ และช่วยให้ ผิวสวยสดใสสุขภาพดี ยิ่งขึ้น บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ยังมีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิด ที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง เช่น ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ และแคโรทีนอยด์ ทานง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

ด้วยความเป็นวิตามินซีธรรมชาติ 100% ทำให้ร่างกายสามารถ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี และคงอยู่ในร่างกายได้นาน ทั้งยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูงที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร มื้อเช้าหรือเย็น เหมาะสำหรับทั้งวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ

สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” ได้ที่ www.bshine.co.th, FB : B Shine และ Line : @Bshine

เปิดตัว โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เดินเกมรุกต่อเนื่องเปิดตัว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” คาดดันรายได้กลุ่มโรงแรมปี 2569 ทะลุ 8,000 ล้าน

กลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LHMH) ผู้บริหารเครือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย เดินเกมรุกครั้งสำคัญส่งท้ายปี 2568 ด้วยการเปิดตัว “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” (Grande Centre Point Prestige Bangkok) มูลค่าลงทุน 4,500 ล้านบาท Prestige Tier แห่งที่ 2 ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ชูกลยุทธ์ Experience Marketing ตอบโจทย์ เทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์มากกว่าราคา เตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ต่อเนื่อง คาดดันรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2569 ทะยานแตะ 8,000 ล้านบาท

คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเติบโตของ “กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลและกำลังซื้อสูง” (High Spending) จากยุโรป ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อตลาดโรงแรม 4 – 5 ดาว ในทำเลศักยภาพ ทำให้โจทย์ของการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมทวีความท้าทาย ไม่ได้วัดกันที่จำนวนห้องพักหรือราคา แต่แข่งขันกันที่ว่าใครจะสามารถส่งมอบ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” ที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ซึ่งถือเป็นโอกาสของกลุ่มฯ ที่เน้นลงทุนเชิงคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลศักยภาพสูง การออกแบบบริการที่มีเอกลักษณ์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

“ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเรา ในปีนี้เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เปิดตัว 2 โรงแรมใหม่ ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โรงแรมระดับ Prestige Tier แห่งแรกของแบรนด์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในย่านราชประสงค์ ที่ผสานความหรูหราสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) เข้ากับเสน่ห์ของศิลปะไทยร่วมสมัย มอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายสูงสุดใจกลางมหานคร ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอของเราไปอีกขั้น ในฐานะผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย ที่มีความเข้าใจในหัวใจของความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างร่วมสมัย”

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวถึง ความพิเศษของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ได้ใช้งบลงทุน 4,500 ล้านบาท โดยวางจุดยืนให้เป็นโรงแรมในกลุ่ม ‘Prestige Tier’ หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้โรงแรมโดดเด่นยิ่งขึ้น คือตั้งอยู่เคียงคู่กับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการแรกของแบรนด์เปิดตัวไปเมื่อปี 2551 จึงตั้งใจออกแบบให้เป็น “Twin Towers” รวมกันแล้วกว่า 1,000 ห้อง สะท้อนเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ จากจุดเริ่มต้นสู่ความหรูหราระดับโลก”

ทั้งนี้ คุณกิตติยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า “ได้รับกระแสการตอบรับดีมาก ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 80% และมียอดจองเข้าพักล่วงหน้าช่วงไฮซีซันจนถึงต้นปีหน้าสูงถึง 90% ทำให้เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2568 จะอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาทและด้วยทิศทางของตลาดท่องเที่ยวที่ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทางเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 ปี 2569 มีแผนเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ซึ่งเป็น Limited Tier แห่งที่ 2 ในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ต่อจากแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยสวนน้ำขนาด 20,000 ตารางเมตร จึงคาดการรายได้ในปี 2569 ของกลุ่มโรงแรมเติบโตไปอยู่ที่กว่า 8,000 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2571 ทางกลุ่มจะเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ ตั้งอยู่ใจกลางเยาวราชในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่ากับว่าในปี 2571 บริษัทจะมีโรงแรมเปิดครบ 11 แห่ง รวมกว่า 5,000 ห้อง และคาดว่าจะสร้างรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท”

ด้าน คุณเมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เผยถึงแผนการตลาดของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ว่า “จะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่มนักเดินทางธุรกิจระดับพรีเมียม ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่ม High-Spending และ Long-haul Tourists จากยุโรป สหราชอาณาจักร ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และรัสเซีย ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมุ่งขยายฐานประชุมสัมมนา อีเวนต์ และจัดเลี้ยง เพื่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย”

“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเรา คือ Experience Marketing โดยเน้นให้ความสำคัญกับทุก Touch Point ของการเข้าพัก ตั้งแต่การออกแบบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์บรรยากาศภายในโรงแรม ไปจนถึงการออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแขกผู้เข้าพักในทุกกลุ่ม”

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ได้รับการกล่าวถึงและยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง คือ การให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทางเรามีทีม Social Listening ที่รับฟังความคิดเห็นจากแขกที่เข้าพัก ที่โรงแรมทั้ง 9 สาขาของ เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในทุกช่องทางแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกนำไปยกระดับบริการได้ทันที ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าใหม่ นำไปสู่การออกแบบบริการและที่พักที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความใส่ใจนี้พิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักจริงซึ่งมีคะแนนสูงในทุกช่องทางทั้งทาง OTA และ Social media”

คุณประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวถึงจุดเด่นของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางย่านราชประสงค์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส 2 สถานี คือ สถานีราชดำริ และสถานีชิดลม ภายในออกแบบอย่างหรูหรา โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากความสะดวกสบายในการพักผ่อนแล้ว ยังพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มองหาที่พักหรูในโลเคชั่นที่ดีที่สุด ทั้งลูกค้าต่างชาติและไทย ที่ให้ความสำคัญกับบริการมาตรฐาน กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพื้นที่กว้างและฟังก์ชันครบ นักธุรกิจยุคใหม่ที่ผสมงานกับการพักผ่อน (Bleisure) และกลุ่ม Urban Staycation ที่ต้องการเติมพลังในที่พักพรีเมียมใจกลางเมือง ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนลูกค้าแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อน 70% และเป็นการเดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจอีก 30%”

ทั้งนี้ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และเพนต์เฮาส์ จำนวน 509 ห้อง แขกผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามได้จากห้องพักทุกห้อง ทั้งวิวเมืองย่านราชประสงค์ที่เต็มไปด้วยสีสัน หรือวิวพื้นที่สีเขียวของสนามราชกรีฑาสโมสร (RBSC) ห้องพักทุกห้องจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ครบครัน อาทิ สมาร์ท ทีวี, เครื่องชงกาแฟแคปซูล Nespresso, ไดร์เป่าผม Dyson และชุดผลิตภัณฑ์

อาบน้ำจาก LRL นอกจากนี้ ยังพร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยผ่านร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Chef Man Restaurant ร้านกวางตุ้งชื่อดังที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ การันตีคุณภาพด้วยเมนูติ่มซำและเป็ดย่างสูตรพิเศษ หรือจะเป็น Brass House Bangkok รูฟท็อปแจ๊ซบาร์ในสไตล์การตกแต่งยุค1920s สุดคลาสสิก พร้อมวิวเมืองยามค่ำคืน เสิร์ฟอาหารไทยร่วมสมัยสไตล์แคสชวลรสชาติต้นตำรับ พร้อมเพลิดเพลินกับค็อกเทลซิกเนเจอร์ และดนตรีแจ๊ซบรรเลงสด Bloom & Brew Café คาเฟ่คอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในสไตล์โมเดิร์น พร้อมบริการอาฟเตอร์นูนที

“ทางโรงแรมยังตอบโจทย์ Wellness Lifestyle มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจเพลิดเพลินกับ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ Let’s Relax Onsen & Spa ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สำหรับแขกที่เข้าพัก โรงแรมมีพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ ครอบคลุม 2 ชั้น ทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้ายาว 50 เมตร ชมวิวเมืองแบบพาโนรามา ฟิตเนส อุปกรณ์พรีเมียม TechnoGym และ Steam Sauna ให้บริการ โดยมีคลาสออกกำลังกาย เช่น มวยไทย โยคะ รองรับทุกความต้องการ สนุกผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัวที่ Games Room อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ที่รวบรวมทั้งบอร์ดเกม เกมอาร์เคด และเกมส์ออนไลน์ อีกทั้งยังมีบริการ Kids Club พร้อมของเล่นเสริมพัฒนาการจาก Plan Toy ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน”

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม ได้ที่

        • Website: https://grandecentrepointprestige.com/

        • Line@: @gcpprestige

        • Facebook: @gcpprestige

        • Instagram: grandecentrepoint.gcpprestige

        • Email: prestige@gcphotels.com

        • เบอร์โทรศัพท์ : 02 124 1888
#toptotravel

สาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมงเพาะขายพันธุ์ปลาหายากแม่น้ำโขง

คุณสาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด หนองคาย เจ้าของ วิภาวรรณ ฟาร์ม ดูแลฟูมฟักพันธุ์แบบผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ ก่อนส่งขายแบบมืออาชีพ จากเพาะขายพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง สู่เกษตรผสมผสาน แนวทางอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืนของเกษตรกร จังหวัดหนองคาย

ปัจจุบันทำเกษตรผสมผสานด้วยการเพาะขายพันธุ์ปลาและกบ และเลี้ยงสัตว์ พร้อมนำมูลสัตว์และเศษพืชผักมาผลิต กลับมาใช้ทุกกิจกรรม ทั้งยังแปรรูปปลาและกบเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างมูลค่า เสริมรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน…

เจ้าของฟาร์มรายนี้เริ่มต้นจากการเพาะพันธุ์ปลาน้โขงหายาก เพราะมองว่าใช้เวลาเลี้ยงไม่นานก็มีรายได้แล้ว พันธุ์ปลาแม่น้ำโขงที่กำลังจะสูญพันธุ์ ที่เพาะ-ขาย ได้แก่ปลาชะโอน ปลาคัง ปลากดเหลือง พันธุ์ปลาที่เพาะขายจะเน้นชนิดที่คนอีสานตอนล่างรู้จักและนิยมกินเพราะตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

โดยพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดคือปลากดเหลือง ปลาชะโอน และปลาชะโอน จะเพาะในบ่อซีเมนต์ก่อนแล้วย้ายไปอนุบาลในบ่อดิน ตอนนี้มีบ่อทั้งสองชนิดรวมกัน แล้วจะคัดแยกพ่อ-แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ไว้เพื่อใช้ขยายพันธุ์ในแต่ละรุ่นต่อไป

คุณสาธิต บอกว่า ปลาชะโอน ได้รับความนิยมมาก คุณสมบัติที่ดีของชะโอนแม่น้ำโขง คือ มีขนาดใหญ่ จำนวน 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม จึงทำให้เป็นจุดเด่นของความต้องการจากลูกค้า ทั้งผู้บริโภคและพ่อค้า อีกประการเนื่องจากปลาชะโอน แม่น้ำโขง หนองคาย ที่โตตามธรรมชาติมีขนาดเล็กมาก ต่างจากปลาเลี้ยง จึงทำให้ผู้บริโภคสนใจปลาเลี้ยงมากกว่า

คุณสาธิต ไม่ได้เพาะขายพันธุ์ปลาเป็นรายได้เท่านั้น ยังเพิ่มความรู้เปิดโอกาสให้เกษตรกร ศีกษาดูงาน สอนเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาชะโอน และปลาแม่น้ำโขงที่หายาก มีจุดเด่นตรงการคัดสายพันธุ์ของพ่อ-แม่ที่แข็งแรง มีการเจริญเติบโตดีแล้วนำมาผสมไขว้ เพื่อทำให้ลูกปลามีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ทั้งขนาดและเนื้อ มีความทนทานต่อโรค สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ที่ใช้เลี้ยง

สนใจเรียนรู้ ศึกษา รายละเอียดกับคุณลุงสาธิตได้ที่
Facebook : วิภาวรรณ ฟาร์ม
โทร 081 965 4756

วศิน วรรณพฤกษ์ รับรางวัล ผู้ส่งเสริมและสนับสนุน ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบุคคลดีเด่นที่ได้รับรางวัล “คุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ” ประจำปี 2568 ในสาขา “ผู้ส่งเสริมและสนับสนุน ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ” สาขาหนึ่งของรางวัล “ซึ่งมอบให้กับบุคคลหรือองค์กรที่สร้างคุณประโยชน์และทำความดีต่อสังคมไทยอย่างโดดเด่น เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีงาม เช่น การพัฒนาสังคม การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการทำจิตอาสา

โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 แล้วสำหรับปีนี้ รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ทำความดีและสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมอย่างโดดเด่น จัดขึ้นโดยมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีค่านิยมที่ดีงามตามหลักปรัชญา ส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ศึกษา คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ พัฒนาสังคม อนุรักษ์วัฒนธรรม สืบสานศาสนา ส่งเสริมกีฬา และมุ่งมั่นจิตอาสาแบบบูรณาการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานเอกชน นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมรับรางวัล โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในงาน และนายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

วศิน วรรณพฤกษ์ คว้ารางวัลผู้บริหารงานการตลาดภาครัฐ จากเวที ASIA TOP AWARDS 2025

งานประกาศรางวัล ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4 เพื่อยกย่องบุคลากร-องค์กร วัตถุประสงค์ในการจัดงานในปีนี้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนามูลค่าเศรษฐกิจ เป็น Soft Power อันทรงพลัง ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การแพทย์ สุขภาพและความงาม อสังหาริมทรัพย์ เพื่อขับเคลื่อน และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกด้าน พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศใน ภูมิภาคเอเชีย และ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ไทย-จีน จึงมีการแต่งตั้งฑูต จากโครงการ ASIA TOP AWARDS จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ที่ Phenix Grand Ballroom ภายใต้ธีม “Soft Power & Wellness Grand Tourism” การประกาศเกียรติคุณครั้งนี้มี ศิลปิน ดารา นักร้อง ทั่วทั้งเอเชีย อาทิ ไทย จีน เกาหลี ฮ่องกง อินโดนีเซีย พม่า เวียตนาม มาเลเซีย เป็นต้น

ผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชน ที่มีผลงานดีเด่นถูกเสนอชื่อให้ขึ้นรับรางวัล หนึ่งในนั้น คือ นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสึแดง ขึ้นรับรางวัลผู้บริหารงานการตลาดภาครัฐยอดเยี่ยม ขึ้นรับรางวัลนี้ 3 ปีติดต่อกัน

“เป็นเกียรติสำหรับผมและครอบครัวมากครับ ผมได้รับรางวัลนี้ 3 ปีติดต่อกัน คือกำลังใจที่วิเศษในการทำงาน ผมจะตั้งใจที่จะใช้ความรู้ ความสามารถ และหัวใจ ปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม และยึดหลักการธรรมาภิบาล เพื่อยกระดับการให้บริการให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น มุ่งหวังที่จะให้ประชาชนแถวชานเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความเท่าเทียมและมีความสุขในการได้รับบริการระบบขนส่งสาธารณะทางราง รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ขอบคุณครับ” นายวศิน กล่าวทิ้งท้าย