Category Archives: ข่าวประชาสัมพันธ์

ไท่ห่าวซือ ไทยอร่อย ของฝากแสนอร่อย จากไทยสู่ต่างแดน

เคยได้ยินชื่อนี้มั้ย? แบรนด์ “ไทยอร่อย” หรือ ไท่ห่าวชือ ที่ภาษาจีน แปลว่า “อร่อย” ของฝากแสนอร่อยยอดนิยมจากไทยสู่ต่างแดน ไท่ห่าวซือ 泰好吃 แบรนด์ “ไทยอร่อย” เข้าร่วมสนับสนุน งานมอบรางวัล สานสัมพันธ์ไทย-จีน “The Headlines Person Of The Year Awards 2019” ครั้งที่ 7

บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด (Thai Hao Chue Group Co.,Ltd.) แบรนด์ “ไทยอร่อย” ผู้ผลิตผลไม้ฟรีซดราย อันดับหนึ่งของไทย ร่วมกับ บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จัดงาน มอบรางวัลสานสัมพันธ์ไทย-จีน “Thailand Headlines Person Of The Year Awards 2019” ครั้งที่ 7 เพื่อมอบรางวัลเชิดชูบุคคลดีเด่นแห่งปี ซึ่งมีเหล่าคนดังทั้ง ไทย-จีน ร่วมเดินพรมแดงเข้ารับรางวัลกันอย่างล้นหลาม รวมถึงศิลปินเซเลบริตี้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ทรู ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ไท่ห่าวชือ หรือ แบรนด์ “ไทยอร่อย” เป็นแบรนด์แรกที่ทำให้คนจีนรู้จักทุเรียนหมอนทองอบกรอบ และผลไม้ไทยอบกรอบอีกหลายชนิด และได้รับความนิยมชื่นชอบทั้งในตลาดไทย และจีน มาเป็นเวลานาน

บริษัทฯ จึงร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนบุคคลที่ทำความดีทุกสาขา เสมือนสินค้าของบริษัทฯ ที่จะรักษาคุณภาพตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ และการผลิตทุกขั้นตอน จนได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด

ภายในงาน บริษัทฯ ได้นำสินค้าของบริษัทฯ แจกความอร่อยให้กับแฟนคลับของศิลปินไทย – จีน เรียกว่า อร่อยกันทั้งงานไปเลย

บริษัทฯ ได้ขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ เยอรมัน ทวีปอเมริกา อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุ่มประเทศเอเชีย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

แบรนด์ “ไทยอร่อย” หรือ ไท่ห่าวชือ ที่ภาษาจีน แปลว่า “อร่อย” วันนี้จะอร่อยไปทั่วโลก มีทั้ง ทุเรียนอบกรอบ , มะม่วงอบแห้ง ,สับปะรดภูแลอบแห้ง ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสมะพร้าว ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสทุเรียน ,เนื้อมะพร้าวน้ำหอมอบกรอบ , ขนุนทองประเสริฐอบกรอบ ,ลูกอมรสทุเรียน , สาหร่ายสอดไส้ทุเรียน , และเนื้อจระเข้อบแห้ง ทั้งเนื้อสุก และ รสพริกไทยดำ ซึงเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคทั้งชาวไทย และต่างชาติ จนต้องซื้อเป็นของฝากแสนอร่อย จากไทย….สู่ต่างแดน

สำหรับเมืองไทย มีวางจำหน่ายที่ 7-11 ทั้ง 1,300 สาขา
Big C ราชดำริ Big C พัทยาใต้ และ Big C พัทยาเหนือ
Shopเซ็นทรัลมารีน่า #Shopสวนนงนุช #Shopเซ็นทรัลหาดใหญ่
#Shopเอเซียทีคโกดัง4ตรอก1-2

ติดตามความอร่อย และ สอบถามข้อมูลได้ที่
Fan page : https://www.facebook.com/thaihaochuegroup/
เว็บไซด์ : https://thaihaochuegroup.com/th

ททท.ร่วมกับ ปณท สมาคมขัวศิลปะเชียงราย นำร่อง “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า โครงการตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชนด้วย QR Code “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” ดังกล่าว สามารถกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมาสู่จังหวัดเชียงรายได้ และตู้ไปรษณีย์เหล่านี้ถือเป็นผลงานศิลปะระดับ Master Piece ของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากแต่ละตู้เป็นชิ้นงานที่รังสรรค์จากศิลปินเชียงราย และยังสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย อีกทั้งเป็นตู้ไปรษณีย์แห่งเดียวของประเทศไทยที่วาดภาพศิลปะลงบนตู้ไปรษณีย์

ทั้งนี้ ททท. สำนักงานเชียงราย ยังมีแผนดำเนินการประชาสัมพันธ์ตู้ไปรษณีย์และทำการตลาดส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวชมตู้ไปรษณีย์ “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” ตามสถานที่ตั้งต่างๆ และให้นักท่องเที่ยวร่วมสนุกโดยการเช็คอินถ่ายภาพคู่กับตู้ไปรษณีย์ 5 ตู้ ต่างสถานที่กัน และต้องเป็นตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ต่างอำเภอกันอย่างน้อย 2 อำเภอ และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย แล้วรับรางวัลจาก ททท. สำนักงานเชียงราย และ ปณท ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563

         

สำหรับตู้ไปรษณีย์ดังกล่าวหลังจากการจัดนิทรรศการนี้จบลง ทาง ปณท จะได้นำไปติดตั้งตามสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทั่วจังหวัดเชียงราย เพื่อใช้งานจริง ได้แก่

  1. วัดร่องขุ่น
  2. สิงห์ปาร์คเชียงราย
  3. หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ (หอนาฬิกาพุทธศิลป์)
  4. ตลาดไนท์บาร์ซ่า
  5. อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
  6. สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ
  7. พระตำหนักดอยตุง
  8. สามเหลี่ยมทองคำ
  9. จุดผ่านแดนถาวรแม่สาย (วัดพระธาตุดอยเวา)
  10. วัดห้วยปลากั้ง
  11. พิพิธภัณฑ์บ้านดำ
  12. ไร่ชาฉุยฟง
  13. ตลาดเชียงของ (ชายแดนไทย-สปป.ลาว)
  14. วัดแสงแก้วโพธิญาณ
  15. ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน

สอบถาม ติดต่อได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงราย
โทร. 0 5371 7433, 0 5374 4674-5
ปณท เชียงราย โทร. 0 5371 1616 ต่อ 11

กกท. ปฐมนิเทศนักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเพื่อการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือและจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 สนับสนุนทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2562 มีผู้ได้รับทุนการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 272 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 34,840,400 บาท

นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย

นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และในฐานะผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานการเปิดงานการอบรมปฐมนิเทศและทำสัญญานักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562 กล่าวว่า กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นอีกกองทุนหนึ่ง ที่ช่วยสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษาที่เป็นนักกีฬาและบุคลากรกีฬา ที่มีผลงานทางด้านการแข่งขันกีฬาเป็นที่ประจักษ์และมีผลการเรียนที่ดี ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้ผลักดัน และให้การดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

โดยให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ ในลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายรายเดือน , ค่าบำรุงการศึกษา แต่ละภาคการศึกษาตามที่ระเบียบกระทรวงการคลังกำหนด และยังเพิ่มโอกาสการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป ในกรณีที่ผู้ขอรับทุนรายนั้น ๆ มีความสามารถ ด้านการศึกษาและกีฬาตามที่หลักเกณฑ์กำหนด

นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ กล่าวต่อว่า สำหรับปีการศึกษา 2562 นี้ กองทุนฯได้ประสานขอความร่วมมือไปยังสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ในการให้ความช่วยเหลือ ผลักดันนักกีฬาที่ได้รับทุน ให้สามารถฝึกซ้อม แข่งขัน ศึกษาเล่าเรียนควบคู่กันไปจนจบการศึกษา กรณีพบว่านักกีฬาคนใด เกิดปัญหา ในระหว่างศึกษา เช่น เวลาเรียนไม่เพียงพอ ไม่มีคะแนนเก็บเนื่องจาก ไม่ได้ทำกิจกรรมหรือส่งรายงาน หรือเกิดปัญหาอื่น ๆ ก็ตาม ทั้ง 2 หน่วยงาน จะได้ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬา เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งจะส่งผลให้นักกีฬาลดความกังวล และมีสมาธิมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬามากยิ่งขึ้น

นายพงศ์ภรณ์ สุวิทยารักษ์ (แบนซ์) ม.ธรรมศาสตร์รังสิต กีฬา เทควันโด

ในการพิจารณาให้การสนับสนุนทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2562 มีผู้ได้รับทุนการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 272 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 34,840,400 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ยื่นขอรับทุนทั้งหมด จำนวน 209 คน ได้รับพิจารณาให้นักกีฬาทีมชาติ เยาวชนทีมชาติ และนักกีฬาที่อยู่โครงการในแผนการพัฒนาของสมาคมกีฬา จำนวน 160 คน และบุคลากรกีฬา จำนวน 1 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 161 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 34,840,400 บาท
สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ยื่นขอรับทุนทั้งหมด 52 จังหวัด 112 คน ได้รับการพิจารณาให้ทุนตามประกาศฯ กองทุน รวมทั้งสิ้นจำนวน 111 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 6,395,400 บาท ทุนต่อเนื่อง อีกจำนวน 291 คน

เพื่อให้นักกีฬาและบุคลากรกีฬา ที่ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับ ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของกองทุน จึงจัดให้มีการอบรม ปฐมนิเทศ ให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน”

ระดมทุน ซื้อเครื่องมือแพทย์ห้อง ICU รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19

พุทธศาสนิกชนแห่ร่วมบุญ ระดมทุน ซื้อเครื่องมือแพทย์ห้อง ICU รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่19

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ลานชมวิวสวนรุกขชาติ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ โดยโครงการมหายานเพื่อการสงเคราะห์ (อโรคยามหายาน) ร่วมกับวัดธรรมปัญญารามบางม่วง โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 โครงการธรรมะในสวน สถานีวิทยุ โทรทัศน์ธรรมาธิปไตย และเครือข่ายประชาชน ร่วมจัดพิธีทักษิณานุปทานอุทิศให้กับบรรพบุรุษ ตอบแทนคุณแผ่นดิน และทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ประจำห้อง ICU

โดยมีพระเทพเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (ธรรมยุติ) พระคณานัมธรรมเมธาจารย์ เจ้าคณะใหญ่ อนัมนิกายแห่งประเทศไทย พระราชวิสุทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (มหานิกาย) องสรภาณอนัมพจน์ เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ องสภาณมธุรส ปลัดขวาคณะสงฆ์อนัมนิกาย เจ้าอาวาส วัดถาวรวราราม กาญจนบุรีร่วมงาน โดยมีนายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวักาญจนบุรีเป็นประธานเปิดงาน มีหน่วยงานข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ร่วมบุญในครั้งนี้อย่างล้นหลาม อาทิ พลเอก ธนเดช เหลืองทองคำ , พล. ต. จิโรจน์ แสนทิตย์ , พ.ท. (ญ)วีรวัลย์ นะอ่อน ,คุณขนิษฐา เกียรติพชรพล , คุณธีระพงษ์ ทรงคาศรี , คุณธนากร ศิริสวัสดิ์วงษ์ , คุณกุมรินทรา พานโคตรทูล , คุณสรวิศ สุนทรวิศรุต , คุณกนิษฐา พราหมณ์สเน่ห์

พลเอก ธนเดช เหลืองทองคำ , พล. ต. จิโรจน์ แสนทิตย์ , พ.ท. (ญ)วีรวัลย์ นะอ่อน ,คุณขนิษฐา เกียรติพชรพล , คุณธีระพงษ์ ทรงคาศรี , คุณธนากร ศิริสวัสดิ์วงษ์ , คุณกุมรินทรา พานโคตรทูล , คุณสรวิศ สุนทรวิศรุต , คุณกนิษฐา พราหมณ์สเน่ห์

โดยยอดจากการระดมทุนในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 4,244,506.50 บาท (สี่ล้านสองแสนสี่หมื่นสี่พันห้าร้อยหกบาทห้าสิบสตางค์)โดยมอบให้กับ พระเทพเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (ธ) และส่งมอบให้กับ นพ.สมชาย ไวทิตานันท์ ผอ. รพ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ปฏิบัติการฉุกเฉินห้อง ICU ต่อไป

องสรภาณอนัมพจน์ เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ กล่าวถึงที่มาของการจัดระดมทุนในครั้งนี้ว่า
“สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2555 โดยพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (อดีตเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย แห่งประเทศไทยรูปที่ 11 ได้นำคณะพุทธศาสนิกชนร่วมมอบพระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (จำลอง) “

เพื่อประดิษฐาน ณ โรงพยาบาลท่าม่วง (ชื่อเดิม) อีกทั้งได้นำจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาล และ
โรงพยาบาลดังกล่าว

ในปี 2543 ได้รับงบประมาณขยายเป็น รพ. ขนาด 120 เตียง และได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกให้ก่อสร้างอาคาร “สกลมหาสังฆปริณายก” ปี 2556 ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19พระราชทานนาม โรงพยาบาล จากเดิม โรงพยาบาลท่าม่วง เป็น โรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19

ปัจจุบัน เป็น รพ. ชุมชนแม่ข่าย M2 ขนาด 120 เตียง รองรับบริการประชาชนใน อำเภอท่าม่วงและอำเภอใกล้เคียง รับการส่งต่อจาก รพสต .ในเครือข่าย และ รพ.ใกล้เคียงในจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยจำนวนผู้ป่วย ที่เพิ่มสูงขึ้นและอัตรากำลังเรื่องเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

อาทิ เครื่องมือช่วยหายใจ อุปกรณ์ประจำเตียงผู้ป่วย และอื่น ๆ ยังขาดแคลนอีกจำนวนมาก ทางโรงพยาบาลจึงได้มีมติในการระดมทุนผ่านสื่อ วิทยุและโทรทัศน์ โดยมอบหมายอาตมา เป็นผู้ดำเนินการจัดหาทุน เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลไว้เป็นกองทุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์โดยเฉพาะ ห้อง ICU ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ ”

เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง กล่าวต่อว่า “ในวันนี้ เจตนาเพื่อพาญาติโยมสร้างห้องไอซียูถวายให้กับรพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ตอนนี้ตึกสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์หลัก วันนี้เราได้ระดมไปส่วนหนึ่ง ยังเหลืออีกส่วนหนึ่ง ต้องการจำนวนสิบเตียง

ซึ่งตอนนี้ยังไม่ครบ ก็อยากให้ญาติโยมทุกท่านได้มีส่วนร่วม หลังจากนี้สามารถบริจาคกับรพ.โดยตรง หากแม้นผ่านมา ที่รพ.ขอให้ท่านได้แวะมาบริจาคด้วยตัวเองได้เลย ขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ได้ร่วมอนุโมทนาบุญร่วมกันและขอให้ประสบสำเร็จเพื่อให้สมพระเกียรติถวายเป็นสังฆบูชาแก่องค์สมเด็จพระสังฆราช สกลสังคปรินายก สังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”

ด้าน นพ.สมชาย ไวทิตานันท์ ผอ. รพ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เปิดเผยว่า “สำหรับเตียงที่ใช้ในห้องไอซียู 1 เตียงใช้งบประมาณ 1.5 ล้านบาท เริ่มแรกทางโรงพยาบาลเปิดสี่เตียงซึ่งต้องใช้งบ 6 ล้านบาท ปกติรพ. ชุมชนจะไม่มีเตียงไอซียู แต่รพ.สมเด็จพระสังฆราช เปิดเตียงไอซียู เพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอท่าม่วงและระแวกใกล้เคียงเข้ามารับบริการได้ในรพ. เพื่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือโคม่า”

“ขอบคุณ ผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาคทอดผ้าป่าในวันนี้ เงินที่ได้รับจะนำไปเปิดเตียงไอซียู แต่ทอดผ้าป่าในวันนี้ยังไม่เพียงพอที่จะเปิดเตียงไอซียูสี่เตียง ซึ่งสี่เตียงต้องใช้เงินประมาณหกล้านบาท ที่ได้ในวันนี้คือ สี่ล้านกว่าบาท
ยังขาดอีกล้านกว่าบาท หากท่านใดมีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่โรงพยาบาลโดยตรง” ผอ.รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 กล่าวในตอนท้าย

กรมกิจการผู้สูงอายุ เปิดมหกรรมตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุ

ยกระดับสร้างอาชีพผู้สูงอายุให้มีรายได้

อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (นางไพรวรรณ พลวัน) เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุ

​วันนี้ (9 เม.ย. 62) เวลา 11.00 น. อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (นางไพรวรรณ พลวัน) เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุแสดงศักยภาพ นำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ สนับสนุนกิจกรรมทางสังคมของผู้สูงอายุให้เกิดการสร้างงาน อาชีพและรายได้ พร้อมทั้งอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ภูมิปัญญาไทยไว้กับอนุชน โดยมี รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ) หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ องค์กรผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

​ผู้สูงอายุเป็นทุนทางสังคมที่มีศักยภาพเพราะเป็นผู้ที่มีทั้งภูมิความรู้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญา สมควรส่งเสริมให้เป็นทรัพยากรที่เข้มแข็งและมีคุณค่าให้ยาวนานที่สุด โดยนำจุดแข็งนี้มาสร้างโอกาสในการพัฒนาสังคม กิจกรรมที่เป็นประโยชน์นี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีความสุขได้บริหารกาย จิต สังคม เป็นบุคคลที่พัฒนาไปตามกาลสมัยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พึ่งตนเองได้และสามารถเป็นพลังให้การพึ่งพาแก่ชุมชนและสังคม ปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้สูงอายุที่เป็นภูมิปัญญาและมีชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกผู้สูงอายุ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีความรู้และมีจิตอาสาพร้อมจะถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม กว่า 20,000 คน แต่อาจยังขาดโอกาส ขาดพื้นที่ในสังคม ขาดงบประมาณ และช่องทางในการเผยแพร่ ภูมิปัญญา ทำให้สังคมเข้าไม่ถึงความรู้ที่มีคุณค่าในขณะที่ผู้เป็นภูมิปัญญาผู้สูงอายุต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บ้านเมือง เพื่อส่งเสริมการนาศักยภาพ ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุมาถ่ายทอดต่อคนทุกวัยในสังคม

​กรมกิจการผู้สูงอายุ เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุจึงได้จัดงานตลาดนัดคลังปัญญาขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมแก่บุคคลอื่นเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน และส่งเสริมการนำประสบการณ์ ความรู้ของผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยส่งเสริมการทำงานหรือสร้างอาชีพ/รายได้เสริมด้วยภูมิปัญญาให้แก่ผู้สูงอายุและประชาชน

เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุแสดงศักยภาพ นำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ประกอบด้วย การแสดงดนตรี ศิลปะของผู้สูงอายุ กิจกรรมร่วมสนุกกับการถ่ายทอดภูมิปัญญาผู้สูงอายุ บูธจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ และนิทรรศการแสดงผลงานด้านผู้สูงอายุ กว่า 90 บูธ ได้แก่ บูธถ่ายทอดภูมิปัญญ อาทิ ตะกร้าสานจากเส้นพลาสติก เพนท์ถุงผ้า การทำขนมหยกมณี น้ำยาล้านจานสมุนไพร บูธจำหน่ายสินค้า ประเภทเสื้อผ้า ผ้าพื้นเมือง เครื่องใช้ สมุนไพร อาทิ ผ้าไหม ผ้าภูอัคนี เครื่องประดับราชาวดี เครื่องจักสาน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร และงานประดิษฐ์จากดินไทย

ซึ่งงานตลาดนัดคลังปัญญาผู้สูงอายุจัดระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2562
ณ.อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

ณ.อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#วันผู้สูงอายุแห่งชาติ๒๕๖๒

งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” เสด็จฯ ทรงเปิด “นิทรรศการวิทยาศาสตร์ฮาลาล”ในงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440” ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า โดยภายในเป็นโอกาสอันดีที่ “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ได้จัดให้มีการนำเสนองานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย เป็นการเผยแพร่ความรู้เรื่องอิสลามกับวิทยาศาสตร์ฮาลาล ตามแนวทางของท่านนบี มูฮัมหมัด (ซ.ล)

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติเป็นประธานฝ่ายนิทรรศการ โดย แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ในส่วนแรกเป็นส่วนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชาภิเษก” ซึ่งน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณและพระราชคุณูปการของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 10 มาจัดแสดงพร้อมทั้งเผยแพร่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรมุสลิมไทยอย่างกว้างขวาง

และส่วนที่สอง นิทรรศการ “สิ่งต้องห้ามและต้องสงสัยตามหลักศาสนา” เป็นการจัดแสดงนิทรรศการฮาลาลและหะรอมขึ้น รวมถึงเป็นการจำลองพิพิธภัณฑ์หะรอม (สิ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม) ซึ่งนิทรรศการดังกล่าวเป็นการรวบรวมผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ วัตถุดิบ สารเคมี ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค อุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ที่มีแหล่งที่มาของวัตถุดิบมาจากหะรอมมาจัดแสดง

โดยนิทรรศการทั้งสองส่วนนี้เป็นนิทรรศการ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำมาจัดแสดงเพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้พี่น้องชาวมุสลิมและประชาชนทั่วไป ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป