Canopy เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ Canopy Bangkok Sukhumvit

แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) ประกาศเปิดรับจองห้องพักแล้ววันนี้ ก่อนเตรียมเปิดประตูต้อนรับนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เอนด์ “แคโนปี” (Canopy) ในฐานะโรงแรมบูทีคระดับไฮเอนด์ ภายใต้เครือโรงแรมฮิลตัน (Hilton) ที่ปักหมุดเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานดีไซน์ที่มีเรื่องราวหลากมิติ เข้ากับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่พิถีพิถัน และพื้นที่สังสรรค์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของย่านสุขุมวิท เพื่อมอบความรู้สึกอบอุ่นดั่งบ้านหลังที่สองให้แก่นักเดินทาง ควบคู่ไปกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ณ จุดหมายปลายทางที่น่าค้นหา

Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ออกแบบโดยสตูดิโอ AvroKO จากนิวยอร์ก หยิบยกแรงบันดาลใจของย่าน “อโศก” หนึ่งในย่านศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิตของกรุงเทพมหานครได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยุคแรกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทอด โดยโรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกเพียง 600 เมตร และใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางไปยังร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของโรงแรมที่สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้กับถนนสุขุมวิท กับอาคารแฝดสองตึกที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานลอยฟ้า (Skybridge) เหนือลานกลางแจ้ง (Courtyard) โอบล้อมด้วยความงดงามของสีบรอน์ซอันสะดุดตารอบตัวอาคาร สะท้อนแนวคิด “แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น” อันเป็นหัวใจของ Canopy ที่ดึงเอาเสน่ห์จากท้องถิ่นมาเล่าใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย นอกจากนั้น โรงแรมแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนอันอบอุ่นสำหรับนักเดินทาง และจุดพบปะสังสรรค์อันมีชีวิตชีวา ผ่านงานดีไซน์มีรายละเอียดของเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิง การสอดแทรกกลิ่นอายของอโศก ไปจนถึงการรังสรรคฺพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาภายในโรงแรมอย่างเพลิดเพลิน

สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ดังนี้:

· คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน

· เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม

· กระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด

แพ็กเกจเปิดตัว “Asoke Unlocked” เปิดให้สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป คลิกเพื่อจองห้องพักที่ https://www.hilton.com/en/hotels/bkkthpy-canopy-bangkok-sukhumvit/

มื้อพิเศษที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส เอ็นจอยโมเมนต์ดี ๆ บุพเฟ่ต์ในโรงแรมระดับพรีเมียม


ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

แวะมาอัพเดท ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องอาหารแห่งนี้พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ด้วยคอนเซปต์บุฟเฟต์ที่รวบรวมรสชาติจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไลน์อาหาร ทั้งอาหารไทย จีน นานาชาติ และของหวาน เรียกได้ว่าพลิกโฉมกันทุกสเตชั่นเลยทีเดียว ลิ้มลอง Breakfast Buffet ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ดื่มด่ำกับเสน่ห์อาหารไทยที่หาทานยากและบุฟเฟต์นานาชาติกว่า 100 เมนู ที่ “ห้องอาหารเปรมประชากร” ที่คัดสรรทั้งเมนูไทยและนานาชาติอย่างหลากหลาย ไลน์อาหารเยอะหลากหลายละลานตา คุ้มค่ามากๆ ทานไม่อั้นในราคาสบายกระเป๋าน่ากินทุกเมนู

จัดเต็มเมนูอาหารสไตล์ไทยรสเข้มข้น ทั้ง “ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ” สูตรซิกเนเจอร์ เมี่ยงคำ น้ำพริกผักสด ขนมจีนน้ำยาหลากชนิด และเมนูต้นตำรับที่ปรุงอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสายกินจริงจังและสายชิลแบบเต็มอิ่ม

อาหารจีน : เป็ดย่าง หมูแดง ซาลาเปา ติ่มซำ และออเดิร์ฟจีนอีก
อาหารญี่ปุ่น : ซาซาซิ ซูชิ โรล เครื่องเคียงหลากหลายเมนู
Spaghetti : สปาเกตตี้ สามารถเลือกเส้น เลือกซอสได้ตามใจชอบเลย
Teppanyaki : ทำสดใหม่ทั้ง สเต็กเนื้อ หมู ไก่ หอยแมลงภู่ ปลา
Asian Food : ขนมจีนแกงต่าง ๆ เมี่ยงคำ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวสต้มยำ
Dessert : ขนมหวาน ไอศกรีม เค้ก หลากหลาย

ปิดท้ายมื้ออร่อย ด้วยที่สุดของของหวานตำรับไทย ผลไม้ และไอติมกะในตำนาน
เรียกว่าครบจบทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป ในบรรยากาศเรียบหรูที่การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก เหมาะสำหรับทุกการสังสรรค์ มื้อกลางวัน 790 บ. | มื้อเย็น 890 บ.

สอบถามและจอง ห้องอาหารเปรมประชากร
พิกัด: ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชัน หลักสี่
แผนที่เดินทาง: https://maps.app.goo.gl/iUzuQe9NnCWPbqt69
LINE: @miraclegroup

#miraclegrandconventionhotel
#ห้องอาหารเปรมประชากร
#InternationalBuffet #toptotravel #PremiumBuffet #ชัญญ่าว่าดี

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyaiนอนหลับสบาย…ขยายครอบครัว แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ ใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอน

คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ในบทบาทผู้บริหารกิจการโรงแรมผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ นอกจากนี้ คุณประไพพิศ ยังเป็นเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องนอน Homematt แบรนด์ที่นอนอยู่ที่สมุทรปราการ เดิมชื่อ โฮมแมต หลังจากนั้น สามีก็คิดแบรนด์ใหม่ขึ้นมา ชื่อ ลินคอร์น มีโชว์รูมอยู่ที่ CDC ที่นอนเราส่งทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนกิจกรรมการประกวดนางงามมาตลอดสามปีด้วย ที่นอนของเรามีทุกแบบ มีระบบสปริงที่ตอนนี้นิยมใช้ตามโรงแรมต่างๆ พอคเกตสปริงแยกอิสระ เมื่อไม่นานมานี้ เราร่วมกับคุณมะปราง ลูกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำแบรนด์ที่นอนสองแบรนด์สำหรับผู้ป่วยออทิสติกและบุคคลทั่วไป ออกแบบที่นอน ปลอกหมอน โดยร่วมกับกองทุนออทิสติค   

แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเราทุกคน ที่เรามาอยู่เขาใหญ่ เราคิดว่าเรามาพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ น้ำ ป่า ของที่นี่ ทุกอย่างที่เราทำเกิดจากความรัก อยากบ้านหลังนี้ แกรนด์สิริ เป็นบ้านหลังที่สองของลูกค้าที่มาพักของทุกคน วันหนึ่งคิดว่า เมื่อมีค่าใช้จ่าย อยากให้มีรายได้เข้าจึงเริ่มปรับปรุง มีตึกหลังที่ หนึ่ง สอง การเป็นอยู่ของพวกเราจะอยู่ด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัย เราพึ่งพาชาวบ้าน ชาวบ้านพึ่งพาเรา มีกิจกรรมอะไรที่ช่วยได้ ก็จะเข้าไปสนันสนุน หรือของกินของใช้ แกรนด์สิริ รีสอร์ท มีห้อง 70 ห้อง เป็นตึก 2 ตึก และเป็นบ้าน 6 หลัง พื้นที่ 20 ไร่ เรามีสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล สนามฟุตซอล มีสระว่ายน้ำ พื้นที่โดยรอบลูกค้าสามารถขี่จักรยาน กรุ๊ปเคยมีการจัดวิ่งที่นี

แกรนด์สิริ รีสอร์ท กรีนโฮเทล ร่วมกับสถาบัน มีการเก็บคาบอนไดออกไซด์ อาหารที่ลูกค้าทานเหลือเรามีการชั่งกิโลทุกวัน ร่วมมือกับภาคส่วนการท่องเที่ยวด้วย โดยของเราจัดเป็นสามดาว ก็เริ่มทำให้เป็นกรีน ก็ปรับไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ง่ายในการทำแต่เราจะทำให้ดีที่สุดลูกค้ามาได้พักผ่อน ออกกำลังกายและกิจกรรมร่วมกัน ส่วนห้องประชุมสัมมนามีสองห้อง ห้องใหญ่รองรับลูกค้าได้ 200 ท่าน ส่วนห้องเล็ก 20 ถึง 40 ท่าน

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyai จากจุดเริ่มต้น ครอบครัว คิดว่าจะทำแค่ที่พักผ่อนสำหรับเพื่อนๆ และครอบครัว ที่จะมาท่องเที่ยวเขาใหญ่ “หลังจากนั้น เมื่อเปิดใช้บริการ ณ ช่วงนั้นก็จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจ และมีการแนะนำจากเพื่อนๆ ที่เคยมาพัก เข้ามาก็เห็นโลเกชั่นและพื้นที่ไม่ได้ไกลจากเขาใหญ่ ที่นี่มองเห็นทิวเขา มีต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ถูกใจและได้รับความนิยมเพราะห้องพักค่อนข้างหลากหลาย
สิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว เริ่มต้นตอนนี้พนักงาน สินค้าทุกชนิด จะซื้อและสนับสนุนสินค้าของชุมชนอย่างผักออแกนิก ไก่อารมณ์ดี ทางโรงแรม มีการแยกขยะ เริ่มจากการนำจานหลุมมาใช้ จานเดียวสามารถใส่ได้หลายอย่าง ก็จะทำให้ลดการใช้ภาชนะได้มากขึ้น อนาคตคิดว่าจะทำแชมพู สบู่ และน้ำก็ปรับเป็นขวดแก้ว

มาที่เรื่องของแหล่งท่องเที่ยวในเขาใหญ่  ต้องยอมรับว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าโลว์
ซีซั่น แต่จริงๆ แล้ว ในฤดูฝน ที่นี่ฝนตกจะชุ่มฉ่ำ ทิวเขาเขียวขจี ซึ่งสวยงามมาก
มีลมพัดเอื่อยๆ ตลอดทั้งวัน อากาศจะผิดจากกรุงเทพฯ อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน มาสัมผัสความชุ่มชื่นของเขาใหญ่ ที่นี่มีต้นไม้เขียวขจีและอากาศของที่ได้ชื่อว่าเป็นโอโซนธรรมชาติของเขาใหญ่

…หลังจากมีการเปิดให้บริการ ผลตอบรับ กลุ่มลูกค้ารู้สึกว่ามีความพอใจ โดยเฉพาะแบบการเข้าพักเป็น หมู่คณะติดต่อเข้าพักค่อนข้างดี และทางโรงแรม จึงมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติมห้องพักอยู่เรื่อยๆ มีห้องพักแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และเน้นด้านการบริการเป็นหลัก มีการเพิ่มเติมในส่วนของอาคาร หลังจากนั้นเราก็มีการเพิ่มเติมในส่วนของห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น มีห้องดีลักซ์ ห้องแกรนด์ดีลักซ์ ห้องแฟมิลี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายในเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ ประไพพิศ จารุวดีรัตนา และทีมผู้บริหารยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การเปิดกว้างและพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทีมงาน ลูกค้า เสมอมา


นอกเหนือจากการให้บริการอย่างมืออาชีพที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิถีชีวิตของยุคสมัยนี้มีความขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค หรือสื่อต่าง ๆ การท่องเที่ยวและการเลือกที่พัก ต้องสามารถอยู่ในราคาที่จ่ายได้ โดยที่นักท่องเที่ยวมานอนพักแบบให้มี Wifi ห้องมีการดีไซน์ ที่นอนนุ่มๆ มีฟังก์ชันภายในห้องให้ครบ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็พอใจแล้ว เป็นการตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์ของสิ่งที่เขาต้องการสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ฉีกกฏของการเข้าพักที่มีให้เลือกหลากหลาย ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก เน้นกลุ่มครอบครัวและวัยทำงาน

โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ บ้านหลังที่ 2 ของทุกคน ที่พักสไตล์ รร จัดเลี้ยงสัมนา สิ่งสันธนาการ พร้อมสรรพ ในที่นี้ที่เดียวจบ ที่อยู่: 777​ Moo.7 Moo​ si PakChong​, นครราชสีมา 30450 ☎️ 044-300-345 📲 063-749-6868, 063-754-6868 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64ySFuZMSvhJHUxr6?g_st=ipc

ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way”

ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า

ZEEKR ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way” นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐและ ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวไทยรูปแบบใหม่ที่สอดรับยุทธศาสตร์ “Value Over Volume” ของ ททท. และยกระดับมาตรฐานการเดินทางท่องเที่ยวโดยยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ตลาดในประเทศ  

อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand

อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR ได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทยในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยจะก้าวข้ามจากแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียม สู่การเป็น Premium Lifestyle Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การเดินทางเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ การจับมือกับ ททท. ในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Trust) ได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า ZEEKR ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยสมรรถนะชั้นสูงควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งยังเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง สามารถตอบสนองต่อทุกความต้องการเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่จะสะท้อนตัวตนได้ เพราะ ZEEKR เชื่อมั่นว่าทุกการเดินทางควรเป็นประสบการณ์ที่พิเศษไม่แพ้จุดหมายปลายทาง ความร่วมมือกับ ททท. ในการนำเสนอแคมเปญนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่คนไทย และเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจด้วยยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก ZEEKR” 

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตผ่านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม     ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume”

โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั้งภายในประเทศและจากทั่วโลก  นอกจากนี้ ททท. ยังส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ด้านการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยังลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยความร่วมมือกับ ZEEKR ครั้งนี้ ททท. จะทำหน้าที่คัดสรรเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ “Hidden Destination” ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น ขณะที่ ZEEKR จะสนับสนุนการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าตลอดเส้นทาง ภายใต้แนวคิด “ZEEKR คือ Puzzle Piece ของการเดินทางแบบ Premium Experience” โดย ททท. และ ZEEKR จะร่วมผลิตซีรีส์คอนเทนต์ “Travel the ZEEKR Way” ที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่

Northern Escape: การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางภาคเหนือ ทั้งภูสูงและสายน้ำที่โอบล้อมรอบกาย ช่วยเยียวยาจิตใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สัมผัสความหมายที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรม ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม

Isaan Stories: สัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา สร้างพลังเชิงบวกไปพร้อมกับเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งอดทน ผ่านการบอกเล่าจากวิถีชีวิต ดนตรี อาหารและสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นแดนอิสาน

Southern Serenity: กางมือออกกว้างๆ แล้วหายใจให้เต็มปอด สูดกลิ่นอายแห่งท้องทะเล และชื่นชมความงดงามตระการตาของหมู่เกาะทะเลใต้ ให้เสียงคลื่นและผืนน้ำช่วยฮีลร่างกายและจิตใจไปพร้อมกับการเดินทางที่จะเติมเต็มทุกประสบการณ์ชีวิต

Urban Retreat: ค้นพบมุมมองใหม่ที่ไม่เคยเจอ จากการเดินทางง่ายใช้เวลาเพียงสั้นๆ ครบจบทั้งการเช็คอินจุดถ่ายรูปมุมลับที่โลกยังไม่รู้ สนุกสนานไปกับประสบการณ์ใหม่จากเมืองที่ผสานอดีตกับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวของกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง 

ซึ่งการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวที่ลงตัวไปกับทุกเส้นทางอย่างเหนือระดับ พร้อมเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ ททท. ทั้งอนุสาร อสท. และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผสานกับความแข็งแกร่งจากการนำ KOLs ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ The Zecret Revealer, The Zecret Insider และ The Zecret Visualizer มาร่วมสร้างคอนเทนต์ เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับภูมิภาค ผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์เชิงคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ

แคมเปญ Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way จะดำเนินไปเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 – กุมภาพันธ์ 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งปี 2569 นี้ ททท. ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวน 202.42 ล้านคน รายได้ 1.07 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ ZEEKR ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

ทำความรู้จัก สำนักเทศน์แหล่อิสานพระมหาสมเกียรติ วัดบ้านหนองกก-หนองยาว

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต มีตำแหน่ง ประธานสงฆ์ ที่วัดหนองกก-หนองยาว โดยปัจจุบันท่านจำพรรษา อยู่ที่วัดหนองกก-หนองยาว พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน เจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านการ เทศน์มหาชาติ และ เทศน์แหล่ประยุกต์ ผู้สืบทอดคำสอนที่เปลี่ยนธรรมะให้เข้าถึงง่าย ช่วยจุดประกายความคิดและเยียวยาจิตใจ สร้างความเฮฮาตลอดการเทศน์ ยิ่งกว่านั้น เป็นการเทศน์ที่มีเนื้อหาทันสมัยท่านใช้กลวิธีที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัยปรับใช้ในชีวิต

พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านเกิดใน ครอบครัว ทีรักโยมบิดาชื่อคุณพ่อบุดดี ที่รักโยมมารดชื่อคุณแม่น้อย ที่รัก พระมหาสมเกียรติ เกิดเมื่อศุกร์ ที่ 24 เดือน ธันวาคม ปีมะโรง พ.ศ.2519 ณ บ้านเลขที่ 111 บ้านหนองปลิง ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้องหมด 5 คน คือ
1.นายบุญนาย ที่รัก 2.นายบุญพราน ที่รัก
3.นายหนูแดง ที่รัก4.นางจิณณพัติ ที่รัก5.พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต (ที่รัก)​

พระมหาสมเกียรติ เกิดในครอบครัวเกษตรกรรม ได้รับการศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนบ้านหนองปลิง จบชั้นประถม 6 โยมพ่อขอร้องให้ท่านบวชเณร เมื่อปี พ.ศ. 2532 วัดบ้านค้อนิมิตร ตำบลโคกสะอาด ถือเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างโดยมีหลวงพ่อญาครูคำมูล เป็นผู้นำศรัทธาญาติโยมทั้งด้านการก่อสร้าง ด้านปริยัติการศึกษามีสำนักเรียนธรรมบาลีสามเณรน้อยได้รับการศึกษาพร้อมทั้งการอบรมบ่มนิสัย จากหลวงพ่อญาครูคำมูล เป็นอย เนื่องจากอุปนิสัยของสามเณรน้อยเป็นคนขยันหมั่นเพียร อ่อนน้อมถ่อมตนใฝ่เรียนรู้ บวชเณร 3 พรรษา ท่านก็สามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้เร็จ ซึ่งใน 3 พรรษาแห่งการเป็นสามเณรน้อยนี้ ได้มีโอกาสปนนิบัติรับใช้ท่านญาครูคำมูล อย่างใกล้ชิด

พระอาจารยม์หาสมเกียรติ เป็นพระรูปหนึ่งที่ควรยกย่องว่าเป็นสุดยอดของพระภิกษุอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดยทำหน้าที่สืบทอดภาษาถิ่น สอดแทรกคำสอน และหล่อหลอมความสามัคคีผ่านประเพณีดั้งเดิม นิยมเทศน์ในงานบุญประเพณี โดยเฉพาะ บุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) และบุญกฐิน ซึ่งช่วยดึงดูดให้คนในชุมชนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วม ได้เงินมาไม่เคยสะสมเป็น สะพานบุญ ให้กับชาวพุทธอย่างแท้จริง

จากจุดเริ่มต้น ศิษย์เรียนเทศน์แหล่อิสานกับ พระอธิการพรชัย พระนักเทศน์แหล่อิสานชื่อดัง แห่งสำนักวัดหนองกก-หนองยาว ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม การศึกษาเทศน์แหล่อิสาน ของท่านพระอาจารย์มหาสมเกียรติ จึงได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับได้ชื่อใหม่ว่า เณรหล่า (ลูกชายหล่าของพ่อออก-แม่ออก) ณ วัดหนองกก-หนองยาว นี้เอง ด้วยสามเณรหล่าเป็นคนขยัน ปรนนิบัติ รับใช้ครูบาอาจารย์ ตั้งใจฝึกฝน หมั่นหัดท่องทำนองแหล่ จึงเป็นที่เมตตาของครูบาอาจารย์ ในปี พ.ศ.2535 สามเณรหล่าจึงมีโอกาสได้ขึ้นธรรมาสน์แสดงธรรม และก็ไม่ได้ทำให้ครูอาจารย์ผิดหวัง แสดงธรรมได้เป็นที่ถูกอกถูกใจญาติโยมจึงเป็นที่รักและเคารพของโยมพ่อออกแม่ออกมากยิ่งขึ้น

บทบาทพระสงฆ์กับสังคมไทย ในอดีตพระคือ แกนนำของหมู่บ้านการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผ่านการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้ภาษาเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับอำนาจเหนือธรรมชาติที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้ล่วงรู้ถึงการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของชาวบ้านเพื่อที่จะคุ้มครองชาวบ้านจากภัยทั้งปวงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในการพึ่งพาอาศัยกัน ประยุกต์ธรรมะเข้ากับแนวคิดการดำเนินชีวิต มีคุณงามความดีและปฏิบัติชอบอยู่ในระเบียบของพระพุทธศาสนา และช่วยเผยแพร่ศาสนาขององค์พระพุทธเจ้ามาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

การพัฒนา วัดหนองกก-หนองยาว พระมหาสมเกียรติ ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมและคณะสงฆ์พัฒนาวัดหนองกก-หนองยาว อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน งานด้านการเผยแผ่ศาสนา ท่านเป็นเจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ รับกิจนิมนต์แสดงธรรมเทศนาและเทศน์แหล่อีสาน ตามงานบุญประเพณีและงานอุทิศส่วนกุศลต่างๆ ทั่วภาคอีสานการอนุรักษ์วัฒนธรรม บทบาทของท่านมีส่วนสำคัญในการสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการเทศน์แหล่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวอีสาน สืบต่อไป

วัดหนองกก-หนองยาว อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
FB Page : สำนักเทศน์เสียงพระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
FB : พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
ไลน์แอด @mahasomkiat (ใส่@นะครับ)
TikTok @phramahasomkiat

อาร์ต วศิน ผู้บริหาร รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. คว้าเกียรติยศ รางวัล ‘ศิลปินดีเด่น’ ประจำปี 2569

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เข้ารับรางวัลเกียรติยศในสาขา ศิลปินดีเด่น ประจำปี 2569 ณ เวทีประกาศรางวัล “นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร” ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา

การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและศักยภาพของคุณอาร์ต ในฐานะบุคลากรคุณภาพที่สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

ภายหลังจากการขึ้นรับรางวัล คุณอาร์ต ได้เผยถึงความรู้สึกส่วนตัวว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะกรรมการที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจ รางวัลนี้นอกจากจะเป็นกำลังใจสำคัญแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้ผมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่บริหารองค์กรอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

สำหรับเวทีงานรางวัลเกียรติยศ “นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร” จัดขึ้นโดยรายการดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง เพื่อยกย่องปูชนียบุคคล ศิลปินอาวุโส และบุคคลผู้ทรงคุณค่าจากหลากหลายวงการที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งวงการบันเทิง ศิลปะ นาฏศิลป์ รวมถึงประชาชนผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อสังคม

สีสันแห่งท้องทะเล Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่าย รังสรรค์โดย โรแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือ Avalon

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของโลกซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี กับวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) สำหรับปีนี้โรงแรมฯขอพาทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิดความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเล ผ่านขนมหวานรููปทรงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ผสานผลไม้ตามฤดููกาลของไทยในรููปแบบร่วมสมัยและประณีตต และหัวใจหลักของแคมเปญในครั้งนี้คือการร่วมมือกันระหว่างโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ และ Avalon แบรนด์เครื่องประดับที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของอัญมณีธรรมชาติและงานฝีมือชั้นสูง กับคอลเลกชัน Sea Soul

โดยการหยิบยกแนวคิดการนำเปลือกหอยที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยลดของเสียและสะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ผลงานบางส่วนจากคอลเลกชัน Sea Soul จะถูกนำมาจัดแสดงภายในโรงแรมฯ เพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกซื้อเครื่องประดับที่สะท้อนความงดงามของวัสดุจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงการบริโภคอย่างยั่งยืน

ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ณ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงความสวยงามใต้ท้องทะเลอย่าง ขนมรูปม้าน้ำ เปลือกหอย ปะการัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างสีสันของปะการัง สิ่งมีชีวิตนานาชนิด เพื่อให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะ และส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความงดงามของท้องทะเลคงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ราคาเริ่มต้น 1,490 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

แคมเปญยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน อาทิ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สวนผักออร์แกนิกบนดาดฟ้าชั้น 26 และระบบแยกขยะรวมถึงการรีไซเคิลอย่างครบวงจร

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255
หรืออีเมล์: diningcgcw@chr.co.th ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0 2100 1234

คู่ดูโอ้ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา เตรียมความเสริฟความม่วนออนทัวร์ยุโรป


วันนี้ทึมงาน Toptotravel ได้รับเกียรติจาก ศิลปิน เอม อภัสรา และ แมน เจษฎา หมอลำไอดอล บอกเล่าถึงผลงานและโปรแกรมการแสดง โดยมีโปรแกรม เดินสายตะลุยยุโรปพบ FC ชาวไทยในต่างแดน โชว์ผลงานเพลงที่โด่งดังจากเพลงฮิตติดหูมากมาย ที่สร้างปรากฏการณ์ บอกเล่าเรื่องราวก่อนเข้าห้องอัดเสียง โดยคู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เตรียมความพร้อมเสริฟความม่วนออนทัวร์ยุโรป ปลายเดือน มิถุนายน 69 นี้

มรดกภูมิปัญญาทางด้านศิลปะหมอลำ ซึ่งเป็นสุดยอดเพลงพื้นบ้านทางภาคอีสาน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง โดดเด่นที่สุดของภาคอีสานจนสามารถยึดเอาเป็นอาชีพได้ผู้ที่จะเป็นหมอลำได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถสูง มีสติปัญญาดี มีทั้งศาสตร์และศิลป์และมีความจำเป็นเลิศ

สำหรับ เอม อภัสรา (ดนิตา มาบุญธรรม) นักร้องหมอลำสาวดาวจรัสฟ้า ลูกทุ่งหมอลำหญิงชาวไทย ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นตัวแทนของคนอีสานที่มีชื่อเสียงจากผลงานเพลงลูกทุ่งอีสาน ภาษาของคนอีสาน ที่บอกเล่าชีวิต ความรัก ความเจ็บปวด และความหวัง มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ยอดฮิตมากมาย เช่น ลมส่าคนหลายใจ, ฮักอ้ายหลายตายกะซ่าง, และ ชมรมบ่ย่านผัว ท็อปไลน์-ไดมอนด์ (หรือ ท็อปไลน์มิวสิค) เป็นค่ายเพลงลูกทุ่งและหมอลำระดับตำนานของไทยสร้างชื่อเสียงในระดับสากล เดินทางไปแสดงและถ่ายทอดศิลปะการลำในหลายประเทศทั่วโลก

จากความสำเร็จของ แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์ เจ้าของเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งไทย นายเจษฎา โชควิเศษ เป็นนักร้องลูกทุ่ง ลีลาเด็ด เสียงดีจากเวทีประกวด ชิงช้าสวรรค์ อดีตนักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินเต็มตัวและมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักในวงการเพลงลูกทุ่ง ที่แฟนคลับให้กำลังใจอย่างล้นหลาม สร้างชื่อเสียงในระดับสากลที่จะนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นออนทัวร์ในยุโรป

ด้วยความพร้อมในทุกด้าน ปีนี้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ ทั้งคู่จับคู่กันเป็นศิลปินคู่ขวัญในวงการเพลงลูกทุ่งและหมอลำ ถ่ายทอดบทเพลงร่วมกันได้รับความนิยมในฐานะคู่ขวัญสายม่วน ใครจะคิดว่าวันหนึ่งดนตรีพื้นบ้านจากภาคอีสานอย่าง ‘หมอลำ’ ที่มีสำเนียงการร้องและเอื้อนแบบหมอลำอีสานแท้แท้ ที่จับใจได้รับความนิยม ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ไกลถึงสากลโลก จนได้มีโอกาสทัวร์เพื่อบรรเลงไปที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรป รวมถึงงานเทศกาลต่างๆ ในต่างประเทศ มีความสดใหม่และความงามแบบดั้งเดิมผสมรวมกันอย่างกลมกล่อม งานปาร์ตี้ที่เปิดเพลงหมอลำ ตระเวนทัวร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พัฒนากลายมาเป็น คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

ทั้งสองศิลปิน ลูกทุ่งหมอลำที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด บินลัดฟ้า นำโชว์ความเป็นอีสานให้กระหึ่มการออนทัวร์ยุโรป มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเดินสายทัวร์ยุโรป โดยบอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานและเบื้องหลังการเข้าห้องอัดให้แฟนๆ การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้เรียกได้ว่า “ซาวน์ดนตรีสดจัดเต็ม” โชว์แต่ละครั้ง กินเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โดยคู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​และ แมนเจษฎา ทั้งร้อง ทั้งเต้นยังดูฟิตและแข็งแรง เช่นเดียวกับการแสดงบนเวทีที่ไม่ใช่แค่แสงสีเสียงและแดนเซอร์จำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น การมาดู คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ ไม่ได้ดูแค่หมอลำเท่านั้นมาสร้างความสุขให้คนดู ทำให้แฟนคลับของไม่ได้มีแค่รุ่นราวคราวเดียว

แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์ ศิลปินสายเอนเตอร์เทรน เจ้าของเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งไทย ผลงานเพลงของเขามักมาพร้อมจังหวะสนุก เป็นคนทำงานหนัก และเก็บหอมรอมริบ ทำให้ก้าวต่อไปของเขาหลังจากประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว เจ้าของบทเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุกสนาน แนวลูกทุ่ง/หมอลำ ที่มักออกทัวร์คอนเสิร์ตมีผลงานเพลงประจำตัวที่สร้างชื่อเสียงคือเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งเดินทางตระเวนแสดงสดทั่วประเทศเป็นจำนวนหลายร้อยโชว์ ทั่วโลก

ปลายเดือน มิถุนายน 69 นี้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอม อภัสรา ​และ แมน เจษฎา บอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานแฟนเพลงทั่วโลก สามารถติดตามผลงานเดี่ยวของแต่ละคนได้ โดย เอม อภัสรา มีผลงานเพลงฮิต เจ้าของเสียง “ส่ำผู้ชาย บ่งึด” และ “ชมรมบ่ย่านผัว” ส่วน แมน เจษฎา เป็นนักร้องหนุ่มเสียงดีจากเวทีประกวดชิงช้าสวรรค์ ที่มีผลงานเพลงเช่น ยืนไห้ในรถแห่”และ “รอวันเธอว่าง”

กาล่า ดินเนอร์ การกุศล เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข

อิ่มใจ อิ่มบุญ กับ กาล่า ดินเนอร์ การกุศลเพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ ครั้งที่ 3 (2569)

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) ณ โรงแรมพูลแมน
คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) และคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย และที่ปรึกษา ม.น.ข. ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ “ราชินีคู่ราชัน” คู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงองค์อุปถัมภิกามูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมก์ (ม.น.ข.)…ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. นำถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงรับ ม.น.ข. ไว้ใน “พระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 จวบจนปัจจุบัน

นายวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ ประธานดําเนินงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสศึกษาตามสมควรแก่ศักยภาพ ภายใต้โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (72 พรรษา) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดย ม.น.ข.
ได้ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําเสนอบทเพลงยอดนิยมของวงดนตรีสุนทราภรณ์

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงาน และชื่นชมถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ ม.น.ข. ที่ได้ดำเนินการจัดหาทุนการศึกษามาอย่างยาวนานถึง 65 ปี เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก และเยาวชนที่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ได้ศึกษาจนจบหลักสูตรตามสมควรแก่ศักยภาพ มามากกว่า 25,000 คน ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า ม.น.ข. ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณูปการต่อการช่วยเหลือสังคม เป็นอย่างยิ่งการสร้างสะพานบุญของ ม.น.ข. โดยความร่วมมือกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ ในค่ำคืนนี้เป็นการตอบแทนผู้มี จิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุน ม.น.ข. ให้ได้รับความเพลิดเพลินกับดนตรี และเสียงเพลงอันไพเราะได้เป็นอย่างดียิ่งรวมทั้ง เป็นการสร้างความผูกพันที่มีต่อ ม.น.ข. อีกโสตหนึ่งด้วย

ภายในงาน แขกผู้มีเกียรติจะได้รับฟัง และรับชมดนตรี จากวงดนตรีสุนทราภรณ์อย่างจุใจถึง 33 บทเพลง โดยถ่ายทอดบทเพลงอันอมตะผ่านศิลปินสุนทราภรณ์ ทั้งคลื่นลูกเก่า และคลื่นลูกใหม่ ศิลปินรับเชิญ อาทิ เม้า-คุณสุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ) ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัตสัน เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ วิ-ดร.วิรัช ศรีพงษ์ และนักร้องกิตติมศักดิ์อีกหลายท่าน

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป

กาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ

SHEEP ดึง POLCASAN ต่อยอดสู่คอลเลคชั่นเคสมือถือ

SHEEPแบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทย เผยโฉมเคสคอลเลคชั่นล่าสุด SHEEP × POLCASAN โดย SHEEP นำ Polcasan คาแรกเตอร์ชื่อดัง มาพัฒนาเป็น Phone Case Collection ที่เป็นเคสยัยซังครั้งแรกของโลก พร้อมต่อยอดสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์ไอเท็ม ที่สะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และวัฒนธรรมแฟนด้อมยุคใหม่

อภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด กล่าวว่า การร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงนำคาแรคเตอร์ “โพก้าซัง” มาต่อยอดบนสินค้า แต่สะท้อนแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ไทย × คาแรคเตอร์ไทย ที่มี DNA ร่วมกันอย่างชัดเจน และสามารถเติบโตไปด้วยกันในตลาดไลฟ์สไตล์ Polcasan เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นลูกของ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ขณะที่ SHEEP คือแบรนด์ที่เชื่อในการแสดงตัวตนผ่านสิ่งของในชีวิตประจำวัน เรามองว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ควรทำหน้าที่แค่ใช้งาน แต่ต้องสะท้อนตัวตนและความรู้สึกของผู้ใช้ได้จริง

“Polcasan” เป็นลูกครึ่งผสมกันระหว่าง หมีโพลาร์-วาฬออร์กา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มแฟนด้อมคอลเลคชั่น SHEEP × POLCASAN เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ความทรงจำดี ๆ ของแฟนด้อมที่ได้เห็นยัยซังมาในรูปแบบของเคสมือถือที่อยู่ใกล้ๆตัวทุกคน SHEEP อยากให้ทุกคนเชื่อในจินตนาการของตัวเองผ่าน Polcasan Collection เพราะทุกไอเดียมักเริ่มจากจินตนาการเล็กๆ โดยSHEEP ดีไซน์ลายเส้นแบบ Doodle ภายใต้คอนเซ็ปต์ Doodle The Confidence ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายเส้นอิสระของสีเทียนและความกล้าในวัยเด็กที่ไม่กลัวถูกผิด โดยเคส Polcasan ถ่ายทอด ออกมา2 ลายให้เลือก ลาย I am Polcasan กับลาย Polcasan รองรับ iPhone รุ่น 11 – 17 และ Samsung Galaxy S23 Ultra – S26 Ultra  ตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ในการขยายจาก “เคสมือถือ” สู่ “Lifestyle Accessories Brand” ที่ผสานแฟชั่น เทคโนโลยี และวัฒนธรรมป๊อปเข้าด้วยกัน

“เราเชื่อว่า คอลเลคชั่น SHEEP × POLCASAN คืออีกก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยยุคใหม่ ที่นำคาแรคเตอร์มาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมผลักดันงานดีไซน์และศักยภาพการผลิตของไทย สู่ระดับสากล” คุณอภินันท์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านบรรยากาศภายในงาน SHEEP : Doodle The Confidence จัดขึ้นที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตล์บางกะปิ ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ห้องเรียนแห่งจินตนาการ” พร้อมผนังกระดาษกราฟสำหรับร่วมสร้างสรรค์ลายเส้น โต๊ะเรียน เก้าอี้ และโซนจัดแสดงเคสในรูปแบบล็อกเกอร์นักเรียน ภายในงานยังมี “เต-ตะวัน” และ “นิว-ฐิติภูมิ” ร่วมพูดคุยพร้อมด้วย POLCASAN และ Special Friend อย่าง “สำรวย” และ “อะโวเชี่ยน” ที่มาร่วมโชว์พิเศษและสร้างโมเมนต์อบอุ่นกับแฟนคลับสะท้อนพลังของแฟนด้อมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์และการสร้างแบรนด์ยุคใหม่

พบกับ SHEEP × POLCASAN เคสยัยซังครั้งแรกของโลก  ได้ทั้ง 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store  3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ร้านAppleSheep 8 สาขา ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์ ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,  ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์  ,  เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่ หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่  www.applesheepth.com,Line: @applesheep, 
Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา, Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก Lifestyle