เปิดพิกัดลับ! สุขทันทีที่เที่ยวพัทลุง เสน่ห์ Unseen ที่ต้องมาเช็คอิน

Toptotravel มีโอกาสร่วมทริปสุขทันที……ที่เที่ยวตรังและพัทลุง วันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 โดย ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว(ช.ส.ท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ โดยจะเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปจังหวัดพัทลุง โดยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 31 ทักษิณารัถย์ ถึงพัทลุงช่วงเช้า

10 จุดห้ามพลาด เมื่อมาเมืองลุง
📍 1 สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ
บางครั้งเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่เเค่ความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ของการเดินทางเพิ่มมาด้วยภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ของจังหวัดพัทลุง เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย ที่ไม่เพียงจะช่วยเติมพลังใจด้วยความงดงามของภาคใต้แต่ยังมีสถานทึ่ที่หลากหลายให้ทุกท่านไปเที่ยวชม สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษาฯ

สะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือ สะพานเอกชัย คนในพื้นที่บอกว่าในอดีตถนนเส้นนี้ชื่อว่า ถนนสายบ้านไสกลิ้ง-บ้านหัวป่า สมัยก่อนเป็นทางลูกรังซึ่งต้องปิดซ่อมบ่อยในช่วงน้ำหลาก จังหวัดจึงลงทุนสร้างใหม่เนื่องจากนักร้องชื่อดัง เอกชัย ศรีวิชัย มาช่วยระดมทุนสร้างในช่วงแรก “สะพานเอกชัย” สะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึงประมาณ 5.5 กม. เชื่อมระหว่างทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กับ อ.ระโนด จ.สงขลา

มาเมืองลุงทั้งที หากคุณเป็นสายเที่ยวธรรมชาติที่รักความสงบ “ฮิลใจในเมืองลุง” จังหวัดพัทลุง คือคำตอบ สะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นสะพานข้ามทะเลสาปที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ( ยาว 5.5 กม. ) ชาวบ้านนิยมเรียกสะพานนี้ว่า สะพานเอกชัย (ตามชื่อนักร้องดัง เอกชัย ศรีวิชัย ) มีจุดชมวิวธรรมชาติทะเลน้อยที่สวยงาม ชมควายน้ำ และนกน้ำ มีเลนสำหรับปั่นจักรยานและจุดพักรถชมวิว ที่ยาวมาก แต่มีไฮไลท์ระดับโลกที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่างน่าอัศจรรย์

สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือ สะพานเอกชัย
ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

📍2 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
อันซีนธรรมชาติ ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ชมยอยักษ์ ขึ้นหอคอยชมวิวมุมสูง 360 องศา ชมทุ่งดอกบัวทะเลน้อย ในพื้นที่ทะเลน้อยมีบัวสายพันธ์หลักๆ อยู่ 4 ชนิด ได้แก่ บัวหลวง บัวบา บัวเผื่อน และบัวสาย ซึ่ง บัวแดง เป็นสายพันธุ์ที่มีมากที่สุดในทะเลน้อยแห่งนี้ ที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งในหลายจุดของทะเลน้อย และในยามค่ำคืนจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่วทั้งผืนน้ำแห่งนี้

นอกจากนี้ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ยังมีสาหร่ายข้าวเหนียว ที่เป็นพรรณไม้น้ำชนิดหนึ่งที่ออกดอกกระจายในรอบๆ และยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำด้วย เราจะเห็นดอกบัวจะเริ่มบานในช่วงเช้า ประมาณกลางเดือน ก.พ – พ.ค. ของทุกปี)ดินแดนแห่งวิหค และพื้นที่ชุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง

📍3 พายเรือกระด้งชมยอยักษ์ ท่าเรือสำเภาไทย คลองท่าสำเภา
ไม่ต้องไปไกลถึงเวียดนาม ไปสนุกกันเลย สัมผัสธรรมชาติกับวิถีชีวิตชุมชนแบบใกล้ชิดเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษที่กำลังรอให้ทุกคนไปสัมผัส ณ “คลองท่าสำเภา” ในตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

สำเภาไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจ.พัทลุง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ check-in ใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่ก็มาแรงในจ.พัทลุง พิกัด สะพานท่าสำเภา ชัยบุรี เมืองพัทลุง

คลองท่าสำเภา คือสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงผู้คนและสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำใสสะอาดที่ไหลตรงมาจากเทือกเขาบรรทัด ทำให้สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยความเขียวขจีของสวนผลไม้ บรรยากาศร่มรื่น และยังเป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่เราจะได้เห็นภาพ “ยอยักษ์” อันเป็นเอกลักษณ์ตั้งตระหง่านอยู่ริมคลอง ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

พิกัด สะพานท่าสำเภา ชัยบุรี เมืองพัทลุง
พร้อมแล้วจ้า เปิดบริการทุกวัน
จ่ายเพียงคนละ 100 /รอบ
เริ่ม 8.30 – รอบสุดท้าย 16.00 น
โทรจอง 0819045260

📍 4 จุดห้ามพลาด ป่าสาคู Pasagu Craft Cafe
PASAGU มีทั้ง Craft Cafe และ Workshop ให้ได้ร่วมสนุก ทำพวงกุญแจผ้าครามพัทลุง เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ ทำเบอร์เกอร์ข้าวสังข์หยด แล้วพักยกกินโกโก้ท้องถิ่นกับบราวนีแป้งสาคู ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองของเจ้าบ้าน ตั้งอยู่ในป่าสาคู มีพื้นที่กว้างร่มรื่น เป็นคาเฟ่ และ space สำหรับทำ workshop ต่างๆ ต้นสาคูหรือสาคูแท้ เป็นผลผลิตจาก “ต้นปาล์มสาคู” พืชท้องถิ่นของภาคใต้ โดยพื้นที่ที่พบ และปลูกมากอยู่ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พร้อมชมและชิมการสาธิตการทำขนมสาคูน้ำกะทิสด

Slow Bar Cafè คาเฟ่ที่ให้บริการทั้งขนม เครื่องดื่ม รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำผ้ามัดยอม ทำงานคราฟท์ เป็นต้น การเเฟเป็นเเบบคั่วมือเเละยังมีสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติที่จะซื้อเป็นของฝากสุดประทับใจ ถ้าพูดถึงป่าสาคูเเล้วไม่ได้ทานเมนูเกี่ยวกับสาคูหรือซื้อสาคูกลับบ้านถือว่าไปไม่ถึงที่

กาแฟคั่วมือคาเฟ่ Slow Bar Cafè
241 ป่าสาคู ม.11 ถนน4340 สะพานคลองขี้ค่าง
ตำบล โตนดด้วน อำเภอควนขนุน พัทลุง 93110

Line oa :https://lin.ee/d9nsara
พิกัด :https://maps.app.goo.gl/qoCiBvP2LoPXQb5v7
ติดถนนสายควนขนุนพัทลุง ห่างกับตลาดสวนไผ่ 800 เมตร

📍 5 วัดวัง ลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง
วัดวัง ลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดและอยู่คู่เมืองพัทลุงมาตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำ พิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุงในอดีต ปัจจุบันวัดวังยังคงเป็นวัดสำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาในวาระต่าง ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมงามล้ำให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม

วัดวัง อยู่คู่เมืองพัทลุงมาตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุงในอดีต จนกระทั่งได้มีการยกเลิกพิธีดังกล่าวไป ทั้งนี้ มีการสันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ไม่ทราบศักราชที่แน่ชัด สำหรับชื่อของ “วัดวัง” นั้น มีที่มา 2 นัยด้วยกัน กล่าวคือ นัยหนึ่งว่าทางทิศใต้ของวัดมีวังน้ำที่ลึกมาก เรียกว่า “หัววัง” จึงเรียกกันว่า วัดวัง ส่วนอีกนัยหนึ่งกล่าวว่า เพราะตั้งอยู่ใกล้กับ “วังเจ้าเมืองพัทลุง” จึงเรียกว่าวัดวังนั่นเอง


ปัจจุบันวัดวังยังคงเป็นวัดสำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาในวาระต่าง ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมงามล้ำให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม น่าชม – พระอุโบสถ อันเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หลังคาทรงไทยมุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ด้านหน้ามีมุขเด็จยื่นออกมา ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่น บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและเทพชุมนุม และบริเวณระเบียงคดโดยรอบมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางต่าง ๆ ประดิษฐานเรียงรายทั้งสิ้น 108 องค์ – ธรรมาสน์ จำหลักไม้ลายทองรูปดอกไม้พรรณพฤกษา โดยรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อทรงพระราชอุทิศในงานพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2453 ตู้พระธรรมลายรดน้ำ ซึ่งเก็บรักษาไว้ในกุฏิเจ้าอาวาส ลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมแบบขาสิงห์ เขียนลายรดน้ำกนกก้านแย่งประกอบลายสัตว์ นับเป็นศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่น่าสนใจ

“เมื่อคราวสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ ในรัชกาลที่ ๒ สืบต่อมาจากรัชกาลที่ ๑ โปรดให้เรียกพระยาหัวเมืองบางท่าน ซึ่งมีพระยาพัทลุง (ทองขาว) ได้รับการเรียกให้ไปเป็นนายกองช่วยดูแลคณะช่างด้วย เมื่อจะถวายบังคมลากลับ ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานคณะช่างที่เขียนจิตกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มาเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ภายในอุโบสถวัดวังด้วย ภาพที่ปรากฏในปัจจุบัน ซึ่งบางส่วนก็ชำรุดไปบ้าง ต่อมาพระยาพัทลุงทับ บุตรพระยาพัทลุงทองขาว ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๔

ปัจจุบันวัดวัง เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าเยี่ยมชม “บูชาพระธาตุเจดีย์ สดุดีเจ้าเมือง เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ภาพวาดจิตรกรรม ความทรงจำ มรดกเมือง และการท่องเที่ยว ๒๕๔ ปี วิถีเมืองพัทลุงลำปำ”

เรียบเรียงโดย :พระธนพล กตคุณโพธิ

📍6 มนต์เสน่ห์ตลาดใต้โหนด
มนต์เสน่ห์ตลาดใต้โหนด เดินชมตลาดวิถีชุมชนกึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของดีเมืองพัทลุงเป็นตลาดที่รวมสินค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชนไว้มากมาย ทั้งอาหาร เครื่องใช้

ต้นโหนด ในภาษาท้องถิ่นภาคใต้ เมื่อเริ่มแรกนั้น หลาดใต้โหนด เป็นแค่เพียงสถานที่อ่านหนังสือของเด็กๆ และชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมถึงเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านศิลปะเท่านั้น ต่อมาก็ได้มีโครงการตลาดท้องถิ่น เพื่อให้ชาวบ้านนำสินค้าปลอดสารพิษ พร้อมทั้งอาหารพื้นเมืองต่างๆ มาขาย ทำให้ในปัจจุบันนั้น มีร้านค้ามากกว่า 100 ร้านเลยทีเดียว โดยจะมีขายไปตั้งแต่ ผักสด ผลไม้สด อาหารพื้นเมือง ขนมพื้นเมืองที่หารับประทานได้ยาก และสินค้าแฮนด์เมคต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินดี มีสุข

ตลาดใต้โหนด ต่างไปจากตลาดชุมชนอื่นๆ ที่นี่เน้นการตกแต่งร้านค้า และพื้นที่ของตลาดใช้วัสดุจากธรรมชาติมาดัดแปลงและออกแบบเป็นมิตรกับธรรมชาติ เพื่อให้มีความทันสมัย โดยการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการคิดค้นภาชนะใส่สินค้า โดยจะให้นำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ทำให้กลายเป็น ภาชนะสุดเก๋ๆ เพื่อลดการใช้โฟมและพลาสติก ทุกเมนูราคาสบายกระเป๋า นอกจากจะได้กินของอร่อยๆ และช้อปปิ้งที่ ตลาดใต้โหนด นัยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อน และทำให้เอกลักษณ์ของที่นี่คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน แม้ว่าในส่วนของตลาดจะเปิดแค่วันอาทิตย์ แต่บริเวณตลาดยังมีโซนของร้านกาแฟและเครื่องดื่ม ที่เปิดให้บริการทุกวัน

ตลาดพื้นบ้านแห่งเมืองพัทลุง มีทั้งอาหารพื้นเมือง ขนมพื้นเมืองที่หาทานยาก ผักสด ผลไม้สดของชาวบ้านเพียบเลย ร่มรื่น บรรยากาศน่าเดิน มีโซนให้เลือกนั่งทานอาหารเยอะมาก

ตลาดใต้โหนดเปิดทุกวันอาทิตย์ 08.00-15.00 น.
📍อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
https://maps.app.goo.gl/in8LQPyksiyK71YC6
ช่วงเวลาแนะนำ: เช้าหรือเย็น (แดดไม่ร้อน ถ่ายรูปสวย)

📍7 ร้านลานนา วอเตอร์ไซด์ ชมวิวเขาอกทะลุ เก็บภาพจุดเช็คอิน
“เซเว่น เขาอกทะลุ” เซเว่นเขาอกทะลุซังในพัทลุงแต่ยังเป็นจุดเช็คอินที่สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ที่เดินทางผ่านไปมานักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพัทลุงอิ่มท้องพร้อมไปต่อ

โทร. 084 0623334
เปิดทุกวัน 11:00 – 23:300 น.
ร้านลานนา วอเตอร์ไซด์
LINE: lanna212

พิกัด : ถ.มโนราห์ (บายพาส) ต.ควนมะพร้าว จ.พัทลุง
(เส้นถนนบายพาส ขับลงสะพาน ร้านอยู่ซ้ายมือ)
📍https://maps.app.goo.gl/cikcYADZWvFDnDrZA

📍8 ทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี
ร้าน “ทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี”
รสชาติของอาหารพัทลุงแท้ๆ ที่นี่เลย ร้านทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี ต้องอยู่กลางทุ่งนาทุ่งประดู่เรียงร้านอาหารที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศกลางทุ่งนา ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ให้วิวหลักล้าน สดชื่น พร้อมรสชาติอาหารที่อร่อยตามมาตรฐานบ่าววี (อร่อยแน่นอน) ที่นี่เป็นสาขาที่เปิดกลางทุ่งนา ไม่ใช่ร้านในเมือง แต่ก็เป็นที่นิยมของทุกครอบครัว

ร้านทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี ถือเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้มารับประทาน ในราคาแบบบ้านเป็นกันเอง รสชาติหรอยไว้คอย บริการ อย่างเมนูแกงส้ม ใยบัว มันขี้หนู หัวมะพร้าว ปลาแขยง ปลาดุกร้า ไข่ปลาดุกทรงเครื่อง น้ำพริกแมงดาสะตอเผา และอาหารพื้นบ้านอื่นๆตามใจเลือของลูกค้า ที่มีตลอดทั้งปี อย่างกุ้งก้ามกราม 3 น้ำ และแกงส้มปลาน้ำจืดอีกหลายชนิด

ทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี
ติดต่อ : 092 8145262,091 0493949
🍽️ พิกัด : ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
📍แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/e4odPmmh4E25ySjc8?g_st=ic

📍9 ถ้ำน้ำลอดเขาแดง
“ถ้ำน้ำลอดเขาแดง” ถ้ำหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดินและน้ำฝน จนทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ มีดินตะกอนทับถมและน้ำขังพื้นล่าง ในสมัยก่อนชาวบ้านได้ลอดเข้าไปหามูลค้างคาวเพื่อใช้เป็นปุ๋ยในการทำนาเป็นอีกสถานที่มหัศจรรย์

ถ้ำน้ำลอดเขาแดง หรือถ้ำลอดเขาแดง ตั้งอยู่ภายในวัดเขาแดงตะวันออก ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง ที่นี่เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย หน้าถ้ำมีพระพุทธรูปปางนาคปรกให้ได้สักการะก่อนเข้าไปในถ้ำ ภายในถ้ำแยกออกเป็นถ้ำเล็กๆ หลายถ้ำ ตามผนังถ้ำบางจุดจะมีน้ำใสไหลซึมออกมา ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้กับถ้ำ

ในถ้ำมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย สีเหลืองทองอร่าม พร้อมด้วยพุทธสาวกทั้งเบื้องซ้ายและเบื้องขวา ประดิษฐานอยู่บนก้อนหินของถ้ำ เป็นพระพุทธรูปที่มีความวิจิตรงดงาม ทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เป็นอีกจุดไฮไลท์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด

การเดินทางสะดวกสบาย เนื่องจากถ้ำน้ำลอดเขาแดง ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ หากมีโอกาสมาเที่ยวพัทลุง อย่าลืมแวะมาเที่ยวชมความมหัศจรรย์ของถ้ำน้ำลอดเขาแดงสักครั้ง

ถ้ำน้ำลอดเขาแดง
ที่อยู่ : ตำบลพญาขัน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
พิกัด : ถ้ำน้ำลอดเขาแดง
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

📍10 ร้านอาหารเคียงทะเล เทอเรส พัทลุง – Kieng Ta Lay
เคียงทะเล พัทลุง (Kieng Ta Lay) ร้านอาหารพื้นบ้านฟิวชั่นรสแซ่บ และบรรยากาศริมทะเลลำปำสวย ๆ แถมได้ความสุขจากลมทะเลที่พัดเย็น ๆ

ปักหมุดมาเลย: ร้านอาหารเคียงทะเล เทอเรส
ริมหาดแสนสุข ลำปำ อ.เมือง พัทลุง ไม่มีสาขา
https://goo.gl/maps/iS4oTa7vTmLobho79
🚗 เส้นทางมาร้าน จากตัวเมืองพัทลุง ตรงมาเส้นทางถนนอภัยบริรักษ์ มุ่งหน้าสู่ลำปำ เข้าได้ 2 ทาง

ปิดท้ายทริปที่ร้าน เคียงทะเล เทอเรส ลำปำ อาหารทะเลสดๆ จากเรือ ทั้งปูม้า กุ้ง และปลาหมึก ในราคามิตรภาพที่หาไม่ได้ในเมืองพัทลุง

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนของจังหวัดตรังและพัทลุง ไปสู่สาธารณชนอย่างสร้างสรรค์ ตอกย้ำศักยภาพการท่องเที่ยวภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี และเติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณการสนับสนุนจาก
ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช

ร้านอาหารเกาหลีแท้ ทรูจาจัง

ร้านอาหารเกาหลี รสชาติต้นตำรับ จาจัง/จัมปง เส้นสด ทำใหม่ทุกวัน กิมจิโฮมเมด อร่อยปลอดสาร อาหารราคาไม่แพง ทานได้บ่อยบรรยากาศร้านสไตล์เกาหลี 

ร้านอาหารเกาหลีแท้ รสชาติต้นตำรับ จากเชฟเกาหลีเเท้ๆ ‍ ทุกเมนูผ่านการคิดค้นสูตรจาก “เชฟเกาหลี” รสชาติเข้มข้นสไตล์เกาหลีแท้ ราคาไม่แรงที่ตั้งใจให้ทุกมื้อ ไฮไลท์ของที่นี่คือคือเส้นสด เหนียวนุ่ม ราดซอสให้ฉ่ำมาก เวลาซู้ดเส้น คือฟีลเกาหลีแทร่ๆ และสาวแซ่บห้ามพลาด ’จัมปง‘ บะหมี่ซุปทะเล เผ็ด ร้อน จัดจ้าน เครื่องถึง 

ทรูจาจัง เป็นมื้อที่คุณอยากนั่งอยู่นานกว่าปกติ ซึ่งบางมื้อ…เราไม่ได้อยากกินให้หายหิวแต่อยากกินเพื่อหยุดความวุ่นวายของทั้งวันอยากมีโต๊ ะเล็ก อาหารร้อน ๆ วางอยู่ตรงหน้าและช่วงเวลาที่ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องคิดอะไรต่อ

ถ้าวันนี้อยากให้มื้อหนึ่ง เป็นพื้นที่ปลอดภัยของใจต้นตำรับเกาหลีที่แท้ทรู เส้นสด อร่อย เหมือนยกจากเกาหลีมาเสิร์ฟ

True Jjajang Korean Food มี 6 สาขา ใครสะดวกที่ไหน ไปทานกันได้เลย 
มีหลายเมนูให้เลือก เริ่มต้นเพียง 75 บาท 

📌สาขา1 . สาขาเจริญกรุง77   เปิด 24 ชั่วโมง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/59DL3yKL4CiWFMWbA…

📌สาขา2. สาขาคลองสาน  เปิด 08.00 น. – 00.00 น.
ชั้น 2 บุฟเฟ่ต์เปิด 11.30 น.-20.30 น.
(ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ข้างวัดอนงค์ จอดรถฟรีหน้าร้าน) 

พิเศษสาขานี้มีบุฟเฟต์หมูย่าง 249.-
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/84g9bu25DqtfsH3f7…

📌สาขา3. สาขาบางโพ เปิด 11.00 น. – 22.00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ass6HoRuVSsgdoqL6?g_st=ipc

📌สาขา4. สาขาทาวน์อินทาวน์

เปิด 11.00 น. – 22.00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XGtBZj11z3qZApzm8?g_st=ipc

📌สาขา5. สาขาทองหล่อ เปิด 24 ชั่วโมง
https://maps.app.goo.gl/wkso2Str5K3Pzc9L8?g_st=ipc

📌สาขา6. สาขาศรีนครินทร์  เปิด 11.00 น. – 22.00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VR4KDQEvsV5EnvsA7?g_st=ipc

#ชัญญ่าว่าดี #toptotravel

เกาะลิบง จังหวัดตรัง ไม่ได้มีดีแค่เที่ยว

เกาะลิบง จังหวัดตรัง ไม่ได้มีดีแค่เที่ยว แต่คือการเที่ยวแบบ “Meaningful Travel”ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เทรนด์ใหม่ที่นักเที่ยวต้องเช็คอิน!!

ปัจจุบันการท่องเที่ยวกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนแปลงไป อย่างมาก นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังมองหาที่พักผ่อนที่ไม่เพียงแค่เติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ต้องช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเดินทางที่ไปเพื่อเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เน้นเที่ยวแบบมีความหมายไม่ใช่แค่การเติมเต็มความสุขให้ตัวเอง แต่ยังเป็นการสร้างโอกาส ความเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืนให้กับชุมชนที่เราไปเยือน

การเที่ยวที่มากกว่าการท่องเที่ยว และเป็นการเติมเต็มชีวิตด้วยการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม บนเกาะลิบง จังหวัดตรัง จึงเป็นการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่ที่พบว่า เป็นเกาะแห่งมนต์เสน่ห์ที่ อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เกาะที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง แหล่งชมนกทะเลหายาก มากด้วยหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งอาหารของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น บนเกาะและรอบเกาะยังมีความหลากหลายของระบบนิเวศ มีพื้นที่ป่าดิบชื้น น้ำตก ชายหาด ป่าชายเลน ฯลฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวเน้นธรรมชาติที่ลดการปล่อยคาร์บอน

โดยหากคิดถึงเกาะลิบง จุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัสด้วยตา เช่น หอชมพะยูน, สะพานหิน, หาดหญ้าคา, สันหลังมังกร, ปืนเขาบาตูดูพะยูน, สำรวจร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ถ้ำชาวเล, อุโมงค์ป่ายาง ซึ่งนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เกาะลิบงยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมจากชุมชน ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นถิ่น รสชาติท้องถิ่นกับเมนูข้าวยำ ที่สำคัญยังได้สนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพภายในชุมชนอีกด้วย เพราะเกาะลิบงเป็นพื้นที่พัฒนาชุมชนแบบองค์รวมภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” งานด้านการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ภารกิจหลักของธนาคารออมสิน ในการเดินหน้าบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม


โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเกาะลิบง ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ และการท่องเที่ยวให้กับชุมชนด้วย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึงพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่คนในชุมชน พร้อมส่งเสริม การกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่พื้นที่ชนบท แต่เป็นการค้นหาความหมายของเกาะแห่งมนต์เสน่ห์ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชน เที่ยวที่นี่ต้องใช้หัวใจ ไม่ใช่แค่สายตา แล้วจะได้ประสบการณ์ที่ลึกและมีความหมายยิ่งขึ้น ในรูปแบบ“Meaningful Travel” ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น

สามารถดูรายละเอียดได้ทาง : https://ebookservicepro.com/showcase/2025/Libong/

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง


ชวนให้สัมผัสกับพลังแห่งดอกไม้แบบ 4 มิติ เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ จองบัตรเข้าชมได้ทาง Zipevent

นิทรรศการพลังแห่งดอกไม้ WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดระยอง ที่จะทำให้ดอกไม้ในใจคุณกลับมาผลิบานอีกครั้ง ให้ทุกก้าวของคุณได้สัมผัสพลังอันอ่อนโยนแต่ทรงอานุภาพ ของดอกไม้นานาชนิด ผ่านประสบการณ์ 4 มิติ – แสง สี เสียง และกลิ่น พร้อมปลุกทุกความรู้สึกให้กลับมา สดชื่น อ่อนโยน อบอุ่น และเติมพลังให้หัวใจแข็งแรงกว่าเดิมอีกครั้ง เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. จองบัตรได้ที่ Zipevent

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition จัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึง มิถุนายน 2569 เล่าเรื่องราวผ่าน 3 ธีมหลัก ของพลังแห่งดอกไม้

  1. Hope Theme – ดอกไม้แห่งความหวัง เหมือนแสงยามเช้า…ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
  2. Heart Theme – ดอกไม้แห่งความรัก อบอุ่นจากดอกไม้ที่โอบกอด…พาคุณสัมผัสความรักที่ไร้เงื่อนไข ลึกซึ้งกว่าที่เคย
  3. Heal Theme – ดอกไม้แห่งการเยียวยา ให้ใจได้พัก…เพื่อกลับมาผลิบานใหม่อย่างงดงามยิ่งกว่าเดิม

พร้อมนำทางโดย “น้อง Hug” มาสคอตดอกเดซี่สุดน่าฮัก ที่คอยส่งต่อความอบอุ่น พาคุณ “หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง” ที่จะทำให้หัวใจเบ่งบานขึ้นอีกครั้ง

Hope Theme: When Flowers Bring Hope ดอกไม้แห่งความหวัง เมื่อดอกไม้นำพาความหวังกลับคืนมา เหมือนแสงเช้าวันใหม่…ค่อยๆ ลอดผ่านกลีบดอกไม้โทนสี เหลือง–ทองอ่อน อุ่นใจเหมือนแสงอาทิตย์แรกของวัน แสงอ่อนค่อย ๆ เคลื่อนไหว ปลุกหัวใจที่อ่อนล้าให้กลับมาสดใส กลิ่นดอกไม้หอมละมุน ประหนึ่งเสียงกระซิบจากธรรมชาติว่า “วันนี้…คุณเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว”

11 ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด

  1. Seeds of Future – เมล็ดพันธุ์สู่การเติบโต เคาน์เตอร์รูปกระถางต้นอ่อน สัญลักษณ์ของการลงมือ “ปลูกความหวัง” ในชีวิต
  2. Light of Hope – อุโมงค์ดอกไม้อัศจรรย์ เดินเข้าสู่นิทรรศการผ่านอุโมงค์ไม้ไผ่ที่บิดเกลียวอย่างงดงาม ปลายทางคือแสงแรกของความหวัง…ที่พร้อมโอบรับคุณอย่างอ่อนโยน
  3. Bug Eye View – โลกในมุมมองของแมลง ยืน ณ จุดชมวิวแรก เสมือนโบยบินอยู่เหนือมวลดอกไม้ในป่าใหญ่
  4. Hope Garden – อ้อมกอดของดอกไม้ พื้นที่ดีไซน์เป็น “รังนก” ที่อ่อนโยนซ้อนล้อมรอบตัวผู้มาเยือน สื่อถึงรังที่อบอุ่นให้กำลังใจและความสดใสเพื่อเป็นจุดเริ่มใหม่ของชีวิต
  5. Tree of Hope – ต้นไม้แห่งความหวัง ต้นไม้ยักษ์แห่งจิตวิญญาณ ศูนย์กลางของนิทรรศการ ที่ออกแบบเพื่อถ่ายทอดพลังของ ความหวัง กลีบดอกและแสงสีบนพุ่มไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโทน เหลือง–ทองอบอุ่น เหมือนแสงเช้าวันใหม่ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมามีพลังอีกครั้งต้นไม้จะ “พูด” กับผู้มาเยือนผ่านภาพฉายบนพุ่มไม้ยักษ์ และการเคลื่อนไหวของแสง เสมือนธรรมชาติกำลังกระซิบว่า “วันนี้…คุณเริ่มใหม่ได้”
  6. Children’s Dream – ปลุกความฝันในวัยเด็ก ดอกไม้ที่โค้งเรียงกันเป็นวาฬยักษ์ สัญลักษณ์แห่งจินตนาการ และความฝันที่ไร้ขอบเขต เชิญชวนให้เราย้อนกลับไปแตะเสียงของความฝันในวัยเด็ก ปลุกให้มันกลับมาหายใจอีกครั้ง… และเติบโตเป็นความจริงในวันนี้
  7. Blooming Horizon – ของขวัญจากพระเจ้า Immersive Room ที่ออกแบบเหมือนกล่องของขวัญซ้อนกัน พร้อมกระจกหลายด้าน ให้คุณเห็น “ความงามในแบบของตัวเอง” สะท้อนออกมาอย่างมั่นใจ และงดงามในแบบที่เป็นคุณ
  8. The Power of Flower Show – Immersive Motion Mapping เดินทางผ่าน 3 ซีซั่น พลังแห่งดอกไม้ Hope – Heart – Heal แสง สี เสียง และกลิ่นหอมละมุน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 3 มุมมองของฤดูกาลแห่งดอกไม้ – Hope, Heart, Heal ให้คุณได้สัมผัสความหมายที่ซ่อนอยู่… พร้อมปลุกหัวใจให้ผลิบานอย่างไม่รู้โรย
  9. Immersive Art Room – นิทรรศการดิจิตอล 360° ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของพรรณไม้ ผ่านประสบการณ์ภาพและเสียงแบบ 360 องศา ราวกับเดินอยู่ในความคิดของธรรมชาติ ที่กำลังออกแบบ “ดอกไม้ของวันพรุ่งนี้” ดอกไม้ที่ไม่ได้บานแค่ในวันนี้…แต่บานในจินตนาการ เพื่อรอวันที่คุณพร้อมจะมองเห็นมัน
  10. Flower Art & Craft Workshop – สร้างชิ้นงานแห่งแรงบันดาลใจกลับบ้าน ร่วมลงมือสร้างงานศิลปะจากดอกไม้ ที่สะท้อนพลังในหัวใจของคุณ เพื่อเก็บความรู้สึกแห่งการผลิบานกลับไปดูแลต่อ
  11. Harumiki House – คาเฟ่สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น หอม หวาน สดชื่นทุกคำ สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมเสิร์ฟ ความหอม ฉ่ำ จากฟาร์มสู่เมนูพิเศษ ให้คุณ “ชอป ชม ชิม” เลือกของฝากสุดน่ารัก เพลิดเพลินกับบรรยากาศอบอุ่น และ ลิ้มรสความสุขในทุกคำ

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้
● เปิดเข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
● เวลา 10:00 – 20:00 น.
● ณ WONDARA อาคารพัฒนานิทัศน์
(ภายในสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ) จ.ระยอง

Google Map:
https://maps.app.goo.gl/Hu1xnQtydLQctsURA?g_st=ipc
● ราคาบัตรเข้าชม

  • วันธรรมดา 120 บาท
  • เสาร์–อาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ 150 บาท
    ● จองบัตรได้ทาง Zipevent : https://www.zipeventapp.com/e/WONDARA-EXHIBITION
    ● สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : Facebook / TikTok / IG : WONDARA
#WONDARA #thepowerofflower
#ImmersiveExhibition
#แลนด์มาร์กแห่งใหม่ระยอง
#toptotravel

A Festive Afternoon to Remember at Café Claire

คาเฟ่ แคลร์ (Café Claire) ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ
คริสต์มาสปี 2025 ปีนี้พิเศษจริงๆ เพราะทีมงาน Toptotravel มีโอกาสมาชิม Festive Afternoon Tea ที่ได้รับแรงบันดาลใจชุดน้ำชายามบ่ายธีมคริสต์มาสของเปิดประสบการณ์น้ำชายามบ่ายในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก เต็มอิ่มกับเทศกาลแห่งความสุข ช่วงบ่ายแห่งเทศกาลที่น่าจดจำ ณ คาเฟ่แคลร์ 

เชฟเรมี เวอริเยร์ (Chef Remi Verrier)

จิบชาหอมกรุ่นในบรรยากาศอบอุ่นต้อนรับเทศกาลใหม่ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเสน่ห์แห่งฤดูกาล ลิ้มลองรสชาติที่ยอดเยี่ยม ช่วงเวลาอันแสนประทับใจ และความสุขในการต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปด้วยกัน

Festive Afternoon Tea เซตนี้ถูกรังสรรค์อย่างประณีตโดย เชฟเรมี เวอริเยร์ (Chef Remi Verrier) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของปลายปีที่อบอุ่นหัวใจ ทั้งความสุข ความเงียบสงบ และความหมายอันลึกซึ้งของฤดูกาล ทุกเมนูจึงกลายเป็นถ้อยคำแห่งรสชาติ ที่ชวนให้เราใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างผ่อนคลาย

เมนูของคาว เริ่มต้นด้วย Petite Gold Nest ที่ให้สัมผัสนุ่มนวลและกลมกล่อมในคำเล็ก ๆ ตามด้วย Golden Truffle Whispers ที่เผยมิติความหรูหราผ่านกลิ่นทรัฟเฟิลอันลุ่มลึก และ Royal Ember Duck ที่ชูรสนัวของเนื้อเป็ดเคล้ากลิ่นเครื่องเทศ

ชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาลนี้ พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2026 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในวันหยุดกับคนพิเศษ

ของหวาน Snow-Kissed Tranquility สีขาวดุจหิมะบนยอดมะพร้าว พร้อมด้วย Festive Macaron (Morello Cherry) ที่ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน และความเปรี้ยวหวานแผ่วเบาของเชอร์รี่ที่เติมความสดใสให้เพดานปาก ทั้งสองชิ้นนี้ช่วยสร้างจังหวะที่อ่อนหวาน ทำให้แต่ละคำกลายเป็นเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่อบอุ่นในบ่ายช่วงฤดูหนาว Luminous Embrace (Candle) คือผลงานที่ทั้งงดงามและเปี่ยมความหมาย ราวกับเทียนที่ส่องประกายท่ามกลางค่ำคืนคริสต์มาส ดั่งสัญลักษณ์แห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ A Gift of Red Radiance เปรียบเสมือนของขวัญสีแดงที่มอบความยินดีและความปิติของฤดูกาล โอบล้อมบ่ายฤดูหนาวด้วยความละมุน Enchanted Winter Wood (The Forest) ความแฟนตาซีมาในรูปของป่าสนพาจินตนาการให้เดินลึกเข้าสู่ป่าฤดูหนาว The Deer of Eden ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกวางเรนเดียร์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ปิดท้ายด้วย Earl’s Blossom Scone การเดินทางผ่านรสชาติ ที่ค่อย ๆ พาเรากลับสู่ความสงบ อุ่น และอ่อนโยนของฤดูหนาวอีกครั้ง

Snow-Kissed Tranquility
Luminous Embrace (Candle)

ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งเทศกาล กับความพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน  ต้อนรับด้วยคาราวานเมนูของหวานและของคาวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษในธีมคริสต์มาส เสิร์ฟพร้อมชาคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศคาเฟ่สุดหรู ที่ช่วยเติมเต็มรสชาติแสนอร่อย ในบรรยากาศที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ในช่วงเวลาแห่งความสุขยามบ่ายที่ประณีต เหมาะสำหรับการสังสรรค์และช่วงเวลาส่งท้ายปี

แวะมาสัมผัสประสบการณ์อันเหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศแสนงดงาม พร้อมอร่อยกับชุดน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea ได้ทุกวันที่ Café Claire ~ Oriental Residence Bangkok 

More information contact 02 125 9080
Reserve now: +66 (0) 2125 9000 | cafeclaire@oriental-residence.com

#CafeClaire  #FestiveSeason #AfternoonTea #toptotravel

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 SORRY

หลังปล่อยซิงเกิลแรก “Thank You” พี่อาร์ต วศิน วรณพฤกษ์ ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง หรือที่หลายคนคุ้นเคยในนามแด็ดดี้ของน้องหมีเนย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ 20 วันยอดวิวทะลุ 2 แสนวิวสบายๆ

“ผมต้องขอบคุณพี่น้อง FC ที่เปิดใจต้อนรับนักร้องสูงวัย (หัวเราะ) ทุกคนให้การต้อนรับพี่อาร์ตอย่างอบอุ่นครับ”

พี่อาร์ตกล่าวต่อไปว่า ปีใหม่นี้จะมีของขวัญมอบให้ FC ทุกคน กับซิงเกิลพิเศษที่ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมนักร้องหนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ ”ใช่แล้วครับ ค่าย Allery1 Records เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษซิงเกิล 2 ของผม ชื่อเพลง ”SORRY” เพลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างรอเข้าห้องอัด ทางค่ายเลยส่งไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมกับครูก้อง บ้าน AF เพื่อให้การร้องแข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ทางค่ายส่งไปออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ระดับซูเปอร์โมเดล The Face Men Thailand กุน กิตติคุณ เพื่อให้รูปร่าง เฟิร์มมากขึ้น และก็ต้องขอบคุณ APEX Beauty ศูนย์ความงามครบวงจร ที่เข้ามาช่วยดูแลผิวหน้า เพิ่มความมั่นใจ โดยคุณหมอโจ้ พญ.รัตติยา พี่ตื่นเต้นมากกับ OligioX นวัตกรรมยกกระชับล่าสุด ทำเสร็จเฟี้ยวเลย (หัวเราะ) คือ ทางค่ายอยากให้ FC ของพี่อาร์ตได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในทุกสกิล ทุกมิติ ทรงผมยังไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนไหม พี่ชอบสกินเฮดเพราะจะได้ดูไม่แก่ (หัวเราะ) ด้านการแต่งกาย Stylist ส่ง Ref มาดูแล้ว โอ้วววว Sugar Daddy มาก (หัวเราะ) ฝากติดตามด้วยนะครับ“ อาร์ต วศิน กล่าวทิ้งท้าย

วันนี้แอดมินขอสปอยล์ FC กรุบกริบๆ นะครับ ฝากติดตาม ผลงานของพี่อาร์ต วศิน กับซิงเกิล 2 เร็ว ๆ นี้

บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยสดใส!


พิเศษรับลมหนาว แบบซอง เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา!  ลมหนาวมาเยือน…อย่าปล่อยให้สุขภาพอ่อนแอ! ช่วงนี้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแล ผิวพรรณให้สวยสดใส ไม่หมองคล้ำแม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแห้งและเย็น

โปรโมชั่นพิเศษ รับลมหนาว บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด จัดโปรโมชั่นต้อนรับลมหนาวด้วย “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ 100% แบบซองพกพาสะดวก ขนาด 6 เม็ด ราคาพิเศษ เพื่อช่วยดูแลทุกคนให้สุขภาพดีและแข็งแรง เพียงซองละ 39 บาท (จากปกติ 49 บาท) และพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก ALL member รับส่วนลดเพิ่มอีก 1 บาท ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 3 มกราคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

2 คุณประโยชน์ครบถ้วน: สุขภาพแข็งแรงและผิวสวยกระจ่างใส
“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” (B Shine NaturC) วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% โดดเด่นด้วยอะเซโรลา เชอร์รี่สกัดมากถึง 1000 มก.ต่อเม็ด มาจากผลสด 4000 มก. เข้มข้น 4 เท่า และที่พิเศษกว่าเดิมคือการ เพิ่มปริมาณสารสกัดจากทับทิมมากถึง 70 มก. ซึ่งสารสกัดจากทับทิมนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยเรื่อง ปกป้องผิวจากแสงแดด ลดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวสว่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ดังนั้น สูตรใหม่นี้จึงมอบ 2 คุณประโยชน์แบบครบถ้วน ทั้งการ เสริมภูมิคุ้มกันป้องหวัด/ภูมิแพ้ และช่วยให้ ผิวสวยสดใสสุขภาพดี ยิ่งขึ้น บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ยังมีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิด ที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง เช่น ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ และแคโรทีนอยด์ ทานง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

ด้วยความเป็นวิตามินซีธรรมชาติ 100% ทำให้ร่างกายสามารถ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี และคงอยู่ในร่างกายได้นาน ทั้งยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูงที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร มื้อเช้าหรือเย็น เหมาะสำหรับทั้งวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ

สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” ได้ที่ www.bshine.co.th, FB : B Shine และ Line : @Bshine

เปิดตัว โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เดินเกมรุกต่อเนื่องเปิดตัว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” คาดดันรายได้กลุ่มโรงแรมปี 2569 ทะลุ 8,000 ล้าน

กลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LHMH) ผู้บริหารเครือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย เดินเกมรุกครั้งสำคัญส่งท้ายปี 2568 ด้วยการเปิดตัว “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” (Grande Centre Point Prestige Bangkok) มูลค่าลงทุน 4,500 ล้านบาท Prestige Tier แห่งที่ 2 ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ชูกลยุทธ์ Experience Marketing ตอบโจทย์ เทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์มากกว่าราคา เตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ต่อเนื่อง คาดดันรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2569 ทะยานแตะ 8,000 ล้านบาท

คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเติบโตของ “กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลและกำลังซื้อสูง” (High Spending) จากยุโรป ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อตลาดโรงแรม 4 – 5 ดาว ในทำเลศักยภาพ ทำให้โจทย์ของการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมทวีความท้าทาย ไม่ได้วัดกันที่จำนวนห้องพักหรือราคา แต่แข่งขันกันที่ว่าใครจะสามารถส่งมอบ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” ที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ซึ่งถือเป็นโอกาสของกลุ่มฯ ที่เน้นลงทุนเชิงคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลศักยภาพสูง การออกแบบบริการที่มีเอกลักษณ์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

“ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเรา ในปีนี้เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เปิดตัว 2 โรงแรมใหม่ ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โรงแรมระดับ Prestige Tier แห่งแรกของแบรนด์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในย่านราชประสงค์ ที่ผสานความหรูหราสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) เข้ากับเสน่ห์ของศิลปะไทยร่วมสมัย มอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายสูงสุดใจกลางมหานคร ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอของเราไปอีกขั้น ในฐานะผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย ที่มีความเข้าใจในหัวใจของความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างร่วมสมัย”

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวถึง ความพิเศษของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ได้ใช้งบลงทุน 4,500 ล้านบาท โดยวางจุดยืนให้เป็นโรงแรมในกลุ่ม ‘Prestige Tier’ หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้โรงแรมโดดเด่นยิ่งขึ้น คือตั้งอยู่เคียงคู่กับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการแรกของแบรนด์เปิดตัวไปเมื่อปี 2551 จึงตั้งใจออกแบบให้เป็น “Twin Towers” รวมกันแล้วกว่า 1,000 ห้อง สะท้อนเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ จากจุดเริ่มต้นสู่ความหรูหราระดับโลก”

ทั้งนี้ คุณกิตติยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า “ได้รับกระแสการตอบรับดีมาก ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 80% และมียอดจองเข้าพักล่วงหน้าช่วงไฮซีซันจนถึงต้นปีหน้าสูงถึง 90% ทำให้เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2568 จะอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาทและด้วยทิศทางของตลาดท่องเที่ยวที่ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทางเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 ปี 2569 มีแผนเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ซึ่งเป็น Limited Tier แห่งที่ 2 ในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ต่อจากแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยสวนน้ำขนาด 20,000 ตารางเมตร จึงคาดการรายได้ในปี 2569 ของกลุ่มโรงแรมเติบโตไปอยู่ที่กว่า 8,000 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2571 ทางกลุ่มจะเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ ตั้งอยู่ใจกลางเยาวราชในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่ากับว่าในปี 2571 บริษัทจะมีโรงแรมเปิดครบ 11 แห่ง รวมกว่า 5,000 ห้อง และคาดว่าจะสร้างรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท”

ด้าน คุณเมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เผยถึงแผนการตลาดของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ว่า “จะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่มนักเดินทางธุรกิจระดับพรีเมียม ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่ม High-Spending และ Long-haul Tourists จากยุโรป สหราชอาณาจักร ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และรัสเซีย ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมุ่งขยายฐานประชุมสัมมนา อีเวนต์ และจัดเลี้ยง เพื่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย”

“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเรา คือ Experience Marketing โดยเน้นให้ความสำคัญกับทุก Touch Point ของการเข้าพัก ตั้งแต่การออกแบบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์บรรยากาศภายในโรงแรม ไปจนถึงการออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแขกผู้เข้าพักในทุกกลุ่ม”

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ได้รับการกล่าวถึงและยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง คือ การให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทางเรามีทีม Social Listening ที่รับฟังความคิดเห็นจากแขกที่เข้าพัก ที่โรงแรมทั้ง 9 สาขาของ เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในทุกช่องทางแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกนำไปยกระดับบริการได้ทันที ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าใหม่ นำไปสู่การออกแบบบริการและที่พักที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความใส่ใจนี้พิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักจริงซึ่งมีคะแนนสูงในทุกช่องทางทั้งทาง OTA และ Social media”

คุณประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวถึงจุดเด่นของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางย่านราชประสงค์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส 2 สถานี คือ สถานีราชดำริ และสถานีชิดลม ภายในออกแบบอย่างหรูหรา โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากความสะดวกสบายในการพักผ่อนแล้ว ยังพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มองหาที่พักหรูในโลเคชั่นที่ดีที่สุด ทั้งลูกค้าต่างชาติและไทย ที่ให้ความสำคัญกับบริการมาตรฐาน กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพื้นที่กว้างและฟังก์ชันครบ นักธุรกิจยุคใหม่ที่ผสมงานกับการพักผ่อน (Bleisure) และกลุ่ม Urban Staycation ที่ต้องการเติมพลังในที่พักพรีเมียมใจกลางเมือง ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนลูกค้าแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อน 70% และเป็นการเดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจอีก 30%”

ทั้งนี้ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และเพนต์เฮาส์ จำนวน 509 ห้อง แขกผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามได้จากห้องพักทุกห้อง ทั้งวิวเมืองย่านราชประสงค์ที่เต็มไปด้วยสีสัน หรือวิวพื้นที่สีเขียวของสนามราชกรีฑาสโมสร (RBSC) ห้องพักทุกห้องจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ครบครัน อาทิ สมาร์ท ทีวี, เครื่องชงกาแฟแคปซูล Nespresso, ไดร์เป่าผม Dyson และชุดผลิตภัณฑ์

อาบน้ำจาก LRL นอกจากนี้ ยังพร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยผ่านร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Chef Man Restaurant ร้านกวางตุ้งชื่อดังที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ การันตีคุณภาพด้วยเมนูติ่มซำและเป็ดย่างสูตรพิเศษ หรือจะเป็น Brass House Bangkok รูฟท็อปแจ๊ซบาร์ในสไตล์การตกแต่งยุค1920s สุดคลาสสิก พร้อมวิวเมืองยามค่ำคืน เสิร์ฟอาหารไทยร่วมสมัยสไตล์แคสชวลรสชาติต้นตำรับ พร้อมเพลิดเพลินกับค็อกเทลซิกเนเจอร์ และดนตรีแจ๊ซบรรเลงสด Bloom & Brew Café คาเฟ่คอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในสไตล์โมเดิร์น พร้อมบริการอาฟเตอร์นูนที

“ทางโรงแรมยังตอบโจทย์ Wellness Lifestyle มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจเพลิดเพลินกับ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ Let’s Relax Onsen & Spa ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สำหรับแขกที่เข้าพัก โรงแรมมีพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ ครอบคลุม 2 ชั้น ทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้ายาว 50 เมตร ชมวิวเมืองแบบพาโนรามา ฟิตเนส อุปกรณ์พรีเมียม TechnoGym และ Steam Sauna ให้บริการ โดยมีคลาสออกกำลังกาย เช่น มวยไทย โยคะ รองรับทุกความต้องการ สนุกผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัวที่ Games Room อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ที่รวบรวมทั้งบอร์ดเกม เกมอาร์เคด และเกมส์ออนไลน์ อีกทั้งยังมีบริการ Kids Club พร้อมของเล่นเสริมพัฒนาการจาก Plan Toy ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน”

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม ได้ที่

        • Website: https://grandecentrepointprestige.com/

        • Line@: @gcpprestige

        • Facebook: @gcpprestige

        • Instagram: grandecentrepoint.gcpprestige

        • Email: prestige@gcphotels.com

        • เบอร์โทรศัพท์ : 02 124 1888
#toptotravel

สาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมงเพาะขายพันธุ์ปลาหายากแม่น้ำโขง

คุณสาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด หนองคาย เจ้าของ วิภาวรรณ ฟาร์ม ดูแลฟูมฟักพันธุ์แบบผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ ก่อนส่งขายแบบมืออาชีพ จากเพาะขายพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง สู่เกษตรผสมผสาน แนวทางอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืนของเกษตรกร จังหวัดหนองคาย

ปัจจุบันทำเกษตรผสมผสานด้วยการเพาะขายพันธุ์ปลาและกบ และเลี้ยงสัตว์ พร้อมนำมูลสัตว์และเศษพืชผักมาผลิต กลับมาใช้ทุกกิจกรรม ทั้งยังแปรรูปปลาและกบเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างมูลค่า เสริมรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน…

เจ้าของฟาร์มรายนี้เริ่มต้นจากการเพาะพันธุ์ปลาน้โขงหายาก เพราะมองว่าใช้เวลาเลี้ยงไม่นานก็มีรายได้แล้ว พันธุ์ปลาแม่น้ำโขงที่กำลังจะสูญพันธุ์ ที่เพาะ-ขาย ได้แก่ปลาชะโอน ปลาคัง ปลากดเหลือง พันธุ์ปลาที่เพาะขายจะเน้นชนิดที่คนอีสานตอนล่างรู้จักและนิยมกินเพราะตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

โดยพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดคือปลากดเหลือง ปลาชะโอน และปลาชะโอน จะเพาะในบ่อซีเมนต์ก่อนแล้วย้ายไปอนุบาลในบ่อดิน ตอนนี้มีบ่อทั้งสองชนิดรวมกัน แล้วจะคัดแยกพ่อ-แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ไว้เพื่อใช้ขยายพันธุ์ในแต่ละรุ่นต่อไป

คุณสาธิต บอกว่า ปลาชะโอน ได้รับความนิยมมาก คุณสมบัติที่ดีของชะโอนแม่น้ำโขง คือ มีขนาดใหญ่ จำนวน 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม จึงทำให้เป็นจุดเด่นของความต้องการจากลูกค้า ทั้งผู้บริโภคและพ่อค้า อีกประการเนื่องจากปลาชะโอน แม่น้ำโขง หนองคาย ที่โตตามธรรมชาติมีขนาดเล็กมาก ต่างจากปลาเลี้ยง จึงทำให้ผู้บริโภคสนใจปลาเลี้ยงมากกว่า

คุณสาธิต ไม่ได้เพาะขายพันธุ์ปลาเป็นรายได้เท่านั้น ยังเพิ่มความรู้เปิดโอกาสให้เกษตรกร ศีกษาดูงาน สอนเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาชะโอน และปลาแม่น้ำโขงที่หายาก มีจุดเด่นตรงการคัดสายพันธุ์ของพ่อ-แม่ที่แข็งแรง มีการเจริญเติบโตดีแล้วนำมาผสมไขว้ เพื่อทำให้ลูกปลามีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ทั้งขนาดและเนื้อ มีความทนทานต่อโรค สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ที่ใช้เลี้ยง

สนใจเรียนรู้ ศึกษา รายละเอียดกับคุณลุงสาธิตได้ที่
Facebook : วิภาวรรณ ฟาร์ม
โทร 081 965 4756

พัฒนพงษ์ พงษ์ทองเจริญ ผู้อำนวยการ ททท. กรุงโซล

เที่ยวเมืองไทยครองใจชาวเกาหลีใต้ ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) และจุดหมายปลายทางระดับโลก

ภารกิจหลักของ ททท. กรุงโซล คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยในตลาดเกาหลีใต้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเกาหลีให้เดินทางมายังประเทศไทย โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้านตลาดประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย ณ กรุงโซล เพื่อสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย

เกาหลีใต้ หนึ่งในดินแดนที่คนไทยเคยเดินทางไปท่องเที่ยว ภาระกิจการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยเพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยขอเป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวและร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ในการสร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและมีความหมายไปพร้อมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสร้างรายได้ กระจายประโยชน์อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนร่วมกัน

โดย นายพัฒนพงษ์ พงษ์ทองเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำกรุงโซล ที่ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศไทย และแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการท่องเที่ยวประเทศไทยของทั้งนักท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand พร้อมตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายการท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ และส่งเสริมให้เกิดการเดินทางตลอดทั้งปีอย่างต่อเนื่อง

นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ให้ความสนใจจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเชียงใหม่คือเมืองแห่งธรรมชาติ เมืองสุขภาพ และเมืองศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มักเดินทางซ้ำ หากสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืน

#toptotravel
#ผู้อำนวยการทททกรุงโซล

เที่ยวทั่วไทย อร่อยไปทั่วโลก Lifestyle