ชวนทุกคนมาสัมผัสพลังของการ Recycle/ Upcycle ผ่านงานศิลปะVintage & Greens

From Junk To Joy เปลี่ยนเศษวัสดุให้กลายเป็นความสุข ผ่านงานศิลปะที่ใส่ใจโลกท่ามกลางกระแสรักษ์โลกที่กำลังเติบโต “ขยะ” อาจไม่ใช่สิ่งไร้ค่าอีกต่อไป หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบ

วันนี้ Toptotravel มีโอกาสเข้าร่วม กิจกรรม From Junk To Joy โดย Vintage & Greens คือหนึ่งในเวิร์กช็อปที่ชวนทุกคนมาสัมผัสพลังของการ Recycle/ Upcycle ผ่านงานศิลปะ พร้อมปลุกจิตสำนึกในการลดขยะและดูแลโลกอย่างยั่งยืน

กิจกรรมเริ่มต้น อย่างอบอุ่นด้วย Welcome Drink และขนมโฮมเมด ก่อนพาผู้เข้าร่วมไปรู้จักกับ Vintage & Greens พื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและความคิดสร้างสรรค์

ที่นี่ก่อตั้งโดย คุณสมรรัตน์ จันทรสุเทพ อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ผู้ผันตัวจากโลกสื่อสารมาสู่งานศิลปะเชิงอนุรักษ์ ด้วยแรงบันดาลใจในการ “ให้คุณค่าใหม่กับสิ่งเก่า” เธอได้นำของสะสมและวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นผลงาน Scrapbook และงานตกแต่งสไตล์วินเทจที่ไม่เพียงสวยงามแต่ยังสะท้อนแนวคิดการลดขยะและลดภาระของโลกอย่างเป็นรูปธรรม

บรรยากาศของ Vintage & Greens โดดเด่นด้วยบ้านและสวนสไตล์อังกฤษที่แสนร่มรื่น โอบล้อมด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ เติมเต็มความสดชื่นให้ผู้เข้าร่วมได้ผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางเสียงดนตรีเบา ๆ และกลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย จาก Young Living ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ ก่อนจะค่อย ๆ เตรียมตัวเข้าสู่ช่วงกิจกรรมสร้างสรรค์
ไฮไลต์ของเวิร์กช็อปคือการลงมือทำ Scrapbook จากวัสดุเหลือใช้และภาพถ่ายส่วนตัว เปลี่ยนความทรงจำให้กลายเป็นงานศิลปะเพียงหนึ่งเดียวในโลก พร้อมเรียนรู้การนำ “ของเหลือ” มาสร้าง “คุณค่าใหม่” อย่างสร้างสรรค์

ช่วงพักเบรก ผู้ร่วมกิจกรรมได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติในสวนสีเขียว จิบชาอุ่น ๆ รับประทานของว่างท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ก่อนเข้าสู่ห้อง Junk and Journey ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ชวนทุกคนมอง “ขยะ” ในมุมใหม่-ไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโลก

กิจกรรมนี้ยังสอดแทรกแนวคิดเพื่อความยั่งยืนที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น

  • การแยกขยะอย่างถูกวิธีภายในบ้าน
  • การนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลง (Reuse/Upcycle/DIY)
  • การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดภาวะโลกร้อน
    ปิดท้ายเวิร์กช็อปด้วยกิจกรรมเล็ก ๆ แต่เปี่ยมความหมาย การปลูกต้นไม้ในกระถางดินเผา เป็นที่ระลึก เพื่อนำกลับไปดูแลต่อที่บ้าน เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นดูแลโลกจากมือของเราเอง

    กิจกรรม From Junk To Joy ไม่ได้เป็นเพียงเวิร์กช็อปงานศิลปะ แต่คือการจุดประกายแนวคิดว่า “การเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น อาจเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัวเรา” ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Creative Workshop

สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเพจ Vintage & Greens https://www.facebook.com/vintageandgreensbkk
หรือโทร. 094 3277799 (คุณสมรรัตน์)

#VintageAndGreens #CreativeWorkshop #toptotravel
#ArtWorkshop #DIYCrafts #Scrapbook #CreativeLife

ทาโร x สำนักหอสมุดกลาง มศว  จัดเวิร์กชอปครูนิวเทรนด์จาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ


สร้างสรรค์บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

ทาโร ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินหน้าสร้างสรรค์โลกแห่งการเรียนรู้ ยกระดับห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment  ภายใต้โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” เปลี่ยนห้องเรียนให้ “สนุก คิดเป็น ทำเป็น” สไตล์ Active Learning  มอบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ 100 โรงเรียนทั่วประเทศ  พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กชอป เสริมไอเดียคุณครู เสริมทักษะพร้อมสุขภาพที่ดี สอดแทรกแนวคิดรักษ์โลกรับกระแสโลกร้อน พร้อมเปิดเวทีเสวนาบอร์ดเกมกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทาโร” (TARO)  ผู้นำขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 40 ปี มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากปลาทะเลแท้ ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทาโรได้ดำเนินกิจกรรมที่สอดแทรกทั้งสารประโยชน์และความสนุกสนานไปยังกลุ่มเด็ก ๆ และยังคงเดินหน้าพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชนไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ทาโร ได้ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดโครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” ขึ้น โดยมีคุณครูจากโรงเรียนทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ามาจนเต็มโควตา 100 โรงเรียน ภายใน 3 ชั่วโมง สะท้อนถึงความสำคัญในการพัฒนาห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สอดรับแนวทางการพัฒนาเด็กยุคดิจิทัล     

“ท่ามกลางเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว เด็ก ๆ ในปัจจุบันอาจใช้เวลากับ  Gadget มากเกินไปจนทำให้เกิด ภาพเด็กๆ ก้มหน้าอยู่กับจอมือถือ หรือแท็บเล็ต จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพตา ตลอดจนปัญหาสมาธิสั้นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บอร์ดเกมเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนบทเรียนยาก ๆ หรือเรื่องที่น่าเบื่อให้สนุกและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดช่องว่างระหว่างครูและเด็กไปพร้อม ๆ กัน” นางสาวรุ่งนภา กล่าว

ชู Edutainment สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม 
นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เพราะสุขภาพที่ดีมาจากการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เนื้อหาสำคัญในสื่อบอร์ดเกม สารอาหาร เชื่อมร่าง สร้างอวัยวะ (Nutrition Pathway) ที่พัฒนาขึ้น จึงสอดแทรกสาระเรื่องสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เชื่อมโยงถึงประโยชน์ในการซ่อมแซม และการสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลต่อการเลือกกินอาหารที่ถูกต้องตามโภชนาการ ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก  ๆ ตอกย้ำจุดยืนของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี   

นางสาวรุ่งนภา กล่าวเสริม นอกจากนี้ ทาโร ได้ต่อยอดพันธกิจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรม  “ทาโร รักษ์โลก กับการ์ดเกม 3R จับคู่กู้โลกกับทาโร” ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) โดยใช้การ์ดเกมเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจได้ง่าย สนุก และสามารถนำไปต่อยอดสร้างพฤติกรรมการจัดการขยะให้ถูกวิธี ช่วยลดปัญหาขยะ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ ลดโลกร้อน ลดมลภาวะได้อย่างยั่งยืน  บอร์ดเกมของเราได้รับการพัฒนาและออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ Edutainment ที่สนุก และมีสาระสอดแทรกไปพร้อมกัน ตลอดจนกระตุ้นให้เด็กๆ รู้จัก สังเกต คิด วิเคราะห์ วางแผน รวมถึงการเล่นเป็นทีม จึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ครูนิวเทรนด์มีเครื่องมือสำหรับช่วยการเรียนการสอนที่สนุก มีประสิทธิภาพ ไม่จำเพาะเจาะจงเนื้อหาพื้นฐาน แต่จะยังพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีทักษะรอบด้าน พร้อมวิ่งไปในโลกที่หมุนเร็วขึ้นใบนี้ได้” 

สำนักหอสมุดกลางมศว ย้ำภารกิจหนุนครูนิวเทรนด์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ชูจุดยืนหอสมุดสีเขียว ของ มศว ที่เป็นศูนย์รวม e-book มากมายที่นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้โดยง่าย ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดูแลรักษา ภายใต้บรรยากาศหอสมุดที่เป็น Green Library โดยเราใช้ไฟฟ้าที่ผลิตด้วย Solar cell ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ที่มีการจัดแบ่งโซนนิ่งสำหรับ Multimedia มี Netflix ให้ดู มีเกมส์ให้เล่น มีห้องคาราโอเกะให้ผ่อนคลาย มีโซน co-space ในการประชุม ทำงานกลุ่ม รวมถึงมีโซนบอร์ดเกมมากมายหลากหลายประเภท หอสมุดกลางวันนี้จึงเป็น Safe zone ของนิสิตของเรา 

ทางด้าน อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมของเด็กในเจนแอลฟา ที่เติบโตในยุคดิจิทัล “ครูนิวเทรนด์” หรือ ครูยุคใหม่ จึงต้องปรับบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอน ด้วยการหาเครื่องมือหรือตัวช่วยต่าง ๆ ที่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สนุกและมีสาระ (Our Edutainment Community) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างสนุก รู้จักการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วมกับคลาสเรียน  สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้ง 4 ด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

สำนักหอสมุดกลาง มศว มีบทบาทเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการห้องสมุดสีเขียว ที่มุ่งเน้นจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน ผ่านมาตรการต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้กับอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร สอดคล้องกับพันธกิจ “ทาโร รักษ์โลก” ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือ ระหว่าง ทาโร และ หอสมุดกลาง มศว ในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ  สู่สังคม ร่วมเพาะบ่มความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนรุ่นใหม่ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน     

เวิร์กชอปบอร์ดเกม จุดประกายไอเดียครู 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์”  จัดขึ้นที่ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) มีคุณครูจาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเตรียมอุดมน้องเกล้า, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, โรงเรียนหัวหินวิทยา, โรงเรียนอนุบาลสารคาม, โรงเรียนเซนต์โยเซฟระยะอง เป็นต้น เข้าร่วมเวิร์กชอปสื่อการสอนผ่านบอร์ดเกมและเกมการ์ด ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ผ่านการคิดและทดลองเล่นจริง พร้อมรับใบประกาศนียบัตรที่รับรองร่วมกันจากทาโร และสำนักหอสมุดกลาง มศว นอกจากนั้นทุกโรงเรียนยังได้รับสื่อบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดในห้องเรียนได้ทันที   ภายในงานยังได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษ “การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมบอร์ดเกมการศึกษา” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เกี่ยวกับการนำบอร์ดเกมมาเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่โลกบอร์ดเกมการศึกษา” โดย อาจารย์ ดร. ไตร อัญญโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  โดยได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา เทคนิคการใช้เกมเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูที่เข้าร่วมเวิร์กชอปในครั้งนี้นำไปประยุกต์ใช้กิจกรรมรมการเรียนการสอนต่อไป  ร่วมด้วย นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด และ นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้  

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากจากทาโรได้ที่
Facebook:ทาโร กินสนุกดี https://www.facebook.com/Tarokinsanookdee 

#บอร์ดเกม #การ์ดเกม #ทาโรกินสนุกดี #ทาโรปลาเส้นแซ่บ
#ทาโรปลาแผ่นแซ่บ

อัปเดตมุมมองและทิศทางธุรกิจของ Scoot ในปี 2026

อัปเดตมุมมองและทิศทางธุรกิจของ Scoot ในปี 2026
น้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า แนวโน้มราคาจะไป หลายคนเริ่มมองหาโซลูชันการเดินทางที่คุ้มค่า Scoot คือสายการบินราคาประหยัดในเครือของ Singapore Airlines เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 และควบรวมกิจการกับ Tigerair Singapore ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 โดยยังคงชื่อแบรนด์ Scoot เอาไว้เพื่อมุ่งหน้าสู่การเติบโตบทใหม่ขององค์กร ปัจจุบัน Scoot ให้บริการด้วยเครื่องบินที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพจำนวนมากกว่า 50 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner, เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูลเครื่องบินลำตัวเดี่ยว และเครื่องบิน Embraer E190-E2 โดยให้บริการครอบคลุมกว่า 80 ปลายทางใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป ล่าสุด Scoot สายการบิน Low-Cost Carrier (LCC) ในเครือ Singapore Airline แถลงแผนธุรกิจ Scoot ปี 2026

Mr. Lee Yong Sin Vice President, Pricing, Ancillaries & Sales ของ Scoot ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2567 โดยมีบทบาทในการดูแลด้านการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคา (Pricing) การบริหารรายได้จากบริการเสริม (Ancillary) และ การขาย (Sales) ในระดับโลกของสายการบิน ก่อนหน้านี้ เขาเคยดำรงตำแหน่ง Vice President, Sales ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขายของ Scoot ในตลาดทั่วโลก

ในประเทศไทย Scoot ให้บริการเที่ยวบินสู่กรุงเทพฯ (BKK) ภูเก็ต (HKT) กระบี่ (KBV) เชียงใหม่ (CNX) เกาะสมุย (USM) และหาดใหญ่ (HDY) และด้วยการเปิดตัวบริการเที่ยวบินใหม่สู่เชียงราย (CEI) (5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทำให้ Scoot มีบริการเที่ยวบินสู่ประเทศไทยรวม 111 เที่ยวต่อสัปดาห์

ปัจจุบัน Scoot ไม่ได้เป็นแค่สายการบินราคาประหยัด (low-cost carrier หรือ LCC) ทั่วไป แต่เป็นสายการบินที่มีใจรักในการเดินทาง ที่เชื่อมั่นในพลังแห่งการเชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมจากหลากหลายมุมโลกเข้าด้วยกัน พร้อมเดินหน้าค้นหาโอกาสใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ในฐานะสายการบินราคาประหยัดชั้นนำระดับนานาชาติที่ได้รับรางวัลมามากมาย โดย Scoot มุ่งมั่นที่จะให้บริการที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ พร้อมทางเลือกการเดินทางที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย ราบรื่น และคุ้มค่าให้กับผู้โดยสารทุกท่าน

Scoot ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 80 จุดหมายปลายทางใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป รูปแบบเครือข่ายแบบ hub-and-spoke ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายสำคัญได้อย่างสะดวก เอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กลุ่มประเทศอาเซียน) เส้นทางระยะไกล (ยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง)

นอกจากนี้ Scoot ยังขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ทั้ง Singapore Airlines และสายการบินระดับโลกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย:
การเดินทางด้วยบัตรโดยสารใบเดียว (single-ticket itinerary)
การโอนสัมภาระอย่างต่อเนื่อง (seamless baggage transfer)
เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายเส้นทางบินที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเส้นทางบินตรง

ด้านฝูงบิน Scoot วางกลยุทธ์โดยเลือกใช้ประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับระยะทางและความต้องการของเส้นทางบิน โดยประกอบด้วย
เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ต้องการความจุสูงและความสะดวกสบาย
เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูล A320/A321 สำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงระยะกลางในภูมิภาค
เครื่องบิน Embraer E190-E2 สำหรับเส้นทางภูมิภาค เมืองรอง และเส้นทางที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม

เครื่องบิน Embraer E190-E2 ถือเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของ Scoot จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล โดย Scoot ได้รับมอบเครื่องบินลำแรกในเดือนเมษายน 2567 และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือนพฤษภาคม 2567 การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ Scoot สามารถขยายเครือข่ายไปยังตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรในเส้นทางที่มีความต้องการไม่สูงมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ในอีกด้านหนึ่งรูปแบบเครือข่ายแบบ hub-and-spoke ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายสำคัญได้อย่างสะดวก
เอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กลุ่มประเทศอาเซียน)
เส้นทางระยะไกล (ยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง)

นอกจากนี้ Scoot ยังขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ทั้ง Singapore Airlines และสายการบินระดับโลกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นScoot ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 80 จุดหมายปลายทางใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป

รูปแบบเครือข่ายแบบ hub-and-spoke ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายสำคัญได้อย่างสะดวก
เอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กลุ่มประเทศอาเซียน)
เส้นทางระยะไกล (ยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง)

นอกจากนี้ Scoot ยังขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร ทั้ง Singapore Airlines และสายการบินระดับโลกอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย:
การเดินทางด้วยบัตรโดยสารใบเดียว (single-ticket itinerary)
การโอนสัมภาระอย่างต่อเนื่อง (seamless baggage transfer)
เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายเส้นทางบินที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเส้นทางบินตรง

ในด้านฝูงบิน Scoot วางกลยุทธ์โดยเลือกใช้ประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับระยะทางและความต้องการของเส้นทางบิน โดยประกอบด้วย
เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ต้องการความจุสูงและความสะดวกสบาย
เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูล A320/A321 สำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงระยะกลางในภูมิภาค
เครื่องบิน Embraer E190-E2 สำหรับเส้นทางภูมิภาค เมืองรอง และเส้นทางที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม

เครื่องบิน Embraer E190-E2 ถือเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของ Scoot จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล โดย Scoot ได้รับมอบเครื่องบินลำแรกในเดือนเมษายน 2567 และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือนพฤษภาคม 2567 การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ Scoot สามารถขยายเครือข่ายไปยังตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรในเส้นทางที่มีความต้องการไม่สูงมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอน

การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องใ นส่วนของธุรกิจการเดินทางด้วยบัตรโดยสารใบเดียว (single-ticket itinerary) การโอนสัมภาระอย่างต่อเนื่อง (seamless baggage transfer) เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายเส้นทางบินที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเส้นทางบินตรง

ในด้านฝูงบิน Scoot วางกลยุทธ์โดยเลือกใช้ประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับระยะทางและความต้องการของเส้นทางบิน โดยประกอบด้วย
เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ต้องการความจุสูงและความสะดวกสบาย
เครื่องบิน Airbus A320 ตระกูล A320/A321 สำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงระยะกลางในภูมิภาค
เครื่องบิน Embraer E190-E2 สำหรับเส้นทางภูมิภาค เมืองรอง และเส้นทางที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม

เครื่องบิน Embraer E190-E2 ถือเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของ Scoot จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล โดย Scoot ได้รับมอบเครื่องบินลำแรกในเดือนเมษายน 2567 และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในเดือนพฤษภาคม 2567 การนำเครื่องบินรุ่นนี้มาใช้งานช่วยให้ Scoot สามารถขยายเครือข่ายไปยังตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรในเส้นทางที่มีความต้องการไม่สูงมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอน

E190-E2 ยังเป็นเครื่องบินลำตัวเดี่ยวที่มีเสียงเงียบและประหยัดพลังงานมากที่สุดในกลุ่มเดียวกัน โดยสามารถลดการปล่อยคาร์บอนและการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับเครื่องบิน E-Jets รุ่นก่อนหน้า ด้วยเทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ การออกแบบปีกแบบใหม่ และนวัตกรรมที่ทันสมัย

Scoot เลือกใช้รูปแบบการให้บริการแบบยืดหยุ่น โดยแตกต่างจากสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสที่รวมบริการไว้ในแพ็กเกจเดียว Scoot เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารสามารถเลือกบริการเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ เช่น

ScootPlus ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านบริการลำดับความสำคัญ น้ำหนักสัมภาระที่มากขึ้น อาหาร และ Wi-Fiตัวเลือกการอัปเกรดที่นั่ง เช่น Stretch Seats และ Preferred Seats Scoot Café ที่มีเมนูอาหารบนเครื่องที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านอาหารที่หลากหลาย Scoot ยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับผู้เดินทางที่วางแผนการเดินทางด้วยตนเองตลอดทั้งเส้นทาง โดยประกอบด้วย

ระบบจองตั๋วและจัดการการเดินทางผ่านมือถือ การเช็กอินออนไลน์เพื่อลดการพึ่งพาการให้บริการที่สนามบิน แชตบอต AI “Marvie” สำหรับให้ข้อมูลและช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์ม ScootHub บนเครื่องบินที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านความบันเทิงและการเชื่อมต่อระหว่างการเดินทาง

ทั้งหมดนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีการใช้งานมือถือและดิจิทัลในระดับสูง

ด้านความยั่งยืน
Scoot มุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management) และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Positive Impact on Society)

ด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)
Scoot มุ่งรักษาฝูงบินที่มีความทันสมัยเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสียงรบกวน
ตั้งเป้าหมายในการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ให้ได้ 5% ภายในปี 2573
ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง เช่น การปรับเส้นทางบินและลดน้ำหนักเครื่องบิน การเข้าร่วมโครงการ CORSIA ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนที่ไม่สามารถลดได้ด้วยเทคโนโลยีหรือการดำเนินงาน

ด้านการบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management)
Scoot ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งแสวงหาแนวทางอย่างต่อเนื่องในการลดของเสีย ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการทำงานแบบดิจิทัลตัวอย่างเช่น Scoot ลดการใช้กระดาษผ่านการใช้แบบฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ นำระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินงานและลดข้อผิดพลาด รวมถึงให้ข้อมูลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์แก่ลูกเรือผ่านระบบ Electronic Flight Bag สำหรับนักบิน และแอปพลิเคชัน SKY สำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดย Scoot ยังคงมองหาโอกาสในการนำหลักการ 5R มาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการดำเนินงานด้านดิจิทัล
Scoot Mobile Appจองตั๋วและเช็กอินผ่านมือถือได้ทุกที่ เพื่อให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับเปลี่ยนการจองได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการเลือกที่นั่ง การเพิ่มสัมภาระ และการตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi รวมถึงติดตามข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์ผ่านการแจ้งเตือน

Mobile and web check-in
บริการเช็กอินผ่านมือถือและเว็บไซต์ของ Scoot เปิดให้ใช้งานตั้งแต่ 48 ชั่วโมง ถึง 1.5 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางสำหรับเที่ยวบินที่กำหนด พร้อมบริการ Scoot-to-Gate ที่ช่วยให้ผู้โดยสารที่มีสิทธิ์สามารถข้ามขั้นตอนเคาน์เตอร์เช็กอิน และเข้าสู่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขึ้นเครื่องได้โดยตรง

Marvie chatbot
ค้นหาเที่ยวบิน ตรวจสอบรายละเอียดการจอง และรับความช่วยเหลือผ่านระบบดิจิทัลแบบ mobile-first พร้อมให้บริการผ่านเว็บไซต์ Scoot, WhatsApp และ WeChat และรองรับการตอบคำถามทั่วไปในภาษาอังกฤษ จีนตัวย่อ และจีนตัวเต็ม

WeChat
แพลตฟอร์มการจองผ่าน WeChat ของ Scoot ช่วยให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ผู้โดยสารสามารถจองตั๋ว ชำระเงินผ่าน WeChat Pay จัดการการจอง และเช็กอินได้ภายในระบบเดียว เพียงสแกนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ โปรโมชั่น กิจกรรม และการเปิดเส้นทางบินใหม่

ScootHub
แพลตฟอร์มความบันเทิงบนเครื่องบินที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านอุปกรณ์มือถือ เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2563 เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของสายการบินโลว์คอสต์

การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Positive Impact on Society)
ที่ Scoot พนักงานได้รับการส่งเสริมให้มีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกนอกเหนือจากหน้าที่การงาน และสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility) “Painting Hearts Yellow” บริษัทได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำงานอาสาสมัคร เช่น การเข้าร่วมงานเลี้ยงประจำปีกับองค์กร Children’s Wishing Well หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริจาคของ Scoot เช่น Scoot ‘n’ Swap Flea Market ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักภายในองค์กร ทั้งนี้ บริษัทสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านนโยบายต่าง ๆ เช่น การให้วันลาเพื่อทำกิจกรรมอาสาสมัคร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม www.FlyScoot.com

The Hidden Salon By Tammy Tony & Guy

แทมมี่ จากช่างผม โทนี่แอนด์กาย สู่ The Hidden Salon
หน้าร้อนปีนี้ ได้เวลาเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนลุคกันดีกว่า โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยากพลิกคาแรกเตอร์แบบเดิม ลองมาดูเทรนด์ทรงผมใหม่ล่าสุดด้วยกัน ที่ร้านทำผมในสวนที่ในเรือนไทยสีขาว ตั้งอยู่ในโครงการ Heritage Villa ประดิพัทธ์ 13 ไม่ว่าใครที่เข้ามาในร้านจะต้องประทับใจกับการตกแต่งร้านที่ดูดี ที่เน้นความโปร่งโล่งสบายด้วยสีขาวสะอาดตา เรียบง่ายบรรยากาศร่มรื่นมีความเป็นส่วนตัวสูง ที่ร้านทำผม The hidden salon ทำผมสวยถูกใจแถมยังสามารถนำสัตว์เลี้ยงมาได้

Toptotravel มีโอกาสพูดคุย กับ คุณแทมมี่ – วรินทร ตันวริศกุล เจ้าของร้าน
The Hidden Salon ซึ่งอยู่ในโครงการ Heritage Ville ประดิพัทธ์ ซอย 13 เข้าซอยมาประมาณ 100 เมตร อยู่ในศาลาเรือนไทยสีขาว เห็นรั้วสีเขียวเลี้ยวเข้ามาได้เลยสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศร่มรื่น สบายๆ ชิลๆ จะชื่นชอบ ที่มาของชื่อร้าน เนื่องจากอยู่ในซอย ซึ่งลึกลับนิดหนึ่งแต่เข้ามาแล้วจะค้นพบว่า มีความน่ารัก ความร่มรื่นอยู่ในนี้

พาไปพูดคุยกับ คุณแทมมี่ ถึงแรงบันดาลใจเส้นทางการเติบโตและเคล็ดลับที่เขาอยากส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีฝันเดียวกันกับ วรินทร ตันวริศกุล (แทมมี่) ช่างผมจากประสบการณ์จริงในวงการซาลอน ของ โทนี่แอนด์กาย TONI & GUY คนส่วนใหญ่จะรู้จักว่าเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เส้นผมชื่อดัง ชื่อนี้มีที่มาจากบุคคลซึ่งพลิกวงการแฟชั่นผมให้ทันสมัย การได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลก มีผลต่อแนวคิดหรือวิธีการทำงานของตัวเอง ที่นี่ให้บริการ ทั้งตัด ดัด ทำสี ยืดเคราติน และสปาผม ทางร้านใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาดัดยืด ที่มีเทคโนโลยีเฉพาะ ช่วยไม่ให้ผมไม่เสียหาย แถมยังบำรุงเส้นผมทำผมสวยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากอิตาลี

ด้วยประสบการณ์การทำงานในซาลอนที่ผ่านมากว่า 30 ปี ทำให้มองเห็นจุดอ่อนและจุดแข็งในการทำธุรกิจซาลอน ทำให้ตัดสินใจทำตามความฝัน  การันตีดีกรีผลงานการยืดและดัด จากอดีตช่างผม จากโทนี่แอนด์กาย TONI & GUY ที่เคยสร้างความฮือฮาให้กับวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง จากการรังสรรค์แฟชั่นทรงผมร่วมกับหลากหลายแบรนด์ไฮเอนด์บนรันเวย์ และการสนับสนุนโชว์ในงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก ลอนดอน แฟชั่น วีก  

ประสบการณ์เรื่องผม แทมมี่ เล่าว่า หัวใจสำคัญเทรนด์การดูแลผมของร้าน The hidden salon คือ อ่านความต้องการของลูกค้า พูดคุยสนทนาเพื่อค้นหาความเป็นสไตล์ของลูกค้า เน้นทุกการบริการซาลอน ให้คำปรึกษาการทำสีผม ทำไฮไลท์ และการออกแบบทรงผม ไม่ว่าจะเป็นการตัด และดัดวอลลุ่ม ทั้งหญิงและชาย รวมทั้งการบริการทรีทเม้นท์เส้นผมและดูแลหนังศีรษะแบบพรีเมี่ยม พร้อมด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ผมคุณภาพ รวมไปถึงดูแลจัดทรงเส้นผมให้สวยงามออกมาเป็นทรงยอดนิยม ให้เหมาะกับบุคลิกของแต่ละท่านซึ่งทรงผมในแต่ละทรง ผ่านการคิดค้นอย่างประณีตเพื่อให้คงความงามและสามารถจัดทรงได้เองอย่างอิสระ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ คุ้มค่า และความปลอดภัย ของลูกค้า

แทมมี่ เคยเป็นกรรมการตัดสินงานผมและทำงานแฮร์โชว์ แฟชั่นโชว์ ที่อังกฤษ สิงคโปร์ สไตลิสต์และทำโชว์ ของโทนี่ แอนด์กาย ตามคอนเซปต์ ปัจจุบัน เปิดร้านและรับสอนเป็นแบบไพรเวทคลาส

“อันดับแรกทที่ลูกค้าเข้ามา เรามองคาแลคเตอร์ลูกค้าก่อน หลังจากนั้นเราก็ให้คำปรึกษาลูกค้า คุยกับลูกค้า เเรื่องทรงผม แชร์ไอเดียกันระหว่างช่างกับลูกค้า ชอบแบบไหน เหมาะกับเขาหรือเปล่า เรามีหน้าที่ออกแบบทรงผมให้เข้ากับลูกค้าแต่ละคนที่เข้า ปัจจุบัน The hidden salon ให้บริการ และรับสอนเป็นแบบไพรเวทคลาส ส่งต่อสู่คนในทุกยุคทุกสมัยผ่านการสอนการออกแบบทรงผม และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ที่พร้อมจะมอบความงามที่เพอร์เฟกต์ที่สุด มอบความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงสู่ความนำสมัย ด้วยทรงผมที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง ดูแลด้วยตนเองได้ เพียงแค่สระแล้วเป่าให้แห้ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดทรงยาก 

Facebook Fanpage : The Hidden Salon ,
Google Map : The Hidden Salon BKK

The hidden salon
ช่างแทมมี่ 093 6396355

#thehiddensalonbkk #ร้านทำผมประดิพัทธ์13
#จองคิวล่วงหน้า #toptotravel #ชัญญ่าว่าดี

𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 สุขุมวิท 47

กิน กิน เป็นร้านอาหารไทยที่หยิบวัตถุดิบและเมนูอาหารไทย นำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ และทุกจานยังคงแฝงรสชาติแบบไทยๆ ไว้อยู่ชัดเจน เมื่อเจ้าของเรือ คอลแลบกับทีมเชฟชั้นครู อาหาร “ร้านกินกิน” ทั้งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติเริ่มจากทำเรื่องประมงที่ระยองมาตั้งแต่ปี 1975 รวมแล้ว 50 กว่าปี  สิ่งสำคัญทุกเมนูจึงสด อร่อย คุณลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติเข้าคิวกันแน่น  ประตูสู่ความร่ำรวยทางวัฒนธรรมอาหารแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อาหารไทยขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติหลากหลายแต่กลมกล่อมความร่ำรวยและรุ่งเรืองผ่านกาลเวลามานับร้อยปี ทุกจานมีเสน่ห์ของตัวเองอย่างชัดเจนได้หล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารของไทยและจากชาติต่างๆ เข้ารวมกันไว้อย่างลงตัวและสวยงาม

KINKIN กินกิน Sukhumvit 47

ร้านอาหารไทยซีฟู๊ดที่รสชาติแซ่บ & กลมกล่อม 𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 ใช้วัตถุดิบคุณภาพผสมเทคนิคของเชฟชั้นเทพทำให้กลิ่นและรสชาติเย้ายวนเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญเค้าเน้นเรื่องถึงวัตถุดิบ

TOTAL THAI TASTE  คือ ความครบรสของอาหารไทย เมี่ยงคำ น่าจะเป็นอาหารอย่างเดียวในโลกที่มีครบทั้ง 8 รส คือ เปรี้ยว (sour), หวาน (sweet), มัน (fat), เค็ม (salty), เผ็ด (pungent), ขม (bitter), ฝาด (astringent) และ กลมกล่อม (savory) รสอาหารของกินกินโททอลไทยเทสต์ยังคงคุณค่าของความเป็นไทยไว้ โดยสอดแทรกเครื่องปรุงและเทคนิคในแต่ละยุคสมัยให้เข้ากันอย่างกลมกลืน ผ่านความตั้งใจในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีจากภาคต่างๆ สู่ฝีมือปรุงอาหารของทีมเชฟให้เกิดเป็นความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิตผ่านวัฒนธรรมอาหาร

หัวใจหลักเบื้องหลังความอร่อยของร้านนี้ที่ทำให้แตกต่างจากร้านซีฟูดทั่วไป คือ เจ้าของร้านเริ่มต้นจากการเป็นพ่อค้าขายวัตถุดิบอาหารทะเลโดยตรง จับปู กุ้ง หมึก มาด้วยตัวเอง มีความเข้าใจคุณภาพวัตถุดิบจากต้นทางอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอาหารทุกจานของร้านนี้จึงเริ่มต้นจาก “ของสด” ไม่ใช่ของสต๊อก บางวันขายดี กุ้งแม่น้ำหมด ต้องสั่งซัพพลายเออร์มาส่ง 2 ถึง 3 รอบ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมนูบางอย่างถึงหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปเร็วหรือโทรเช็กกับทางร้านก่อนว่าของยังมีอยู่หรือไม่ ร้านกินกินเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ที่นั่งประมาณ 10–40 ที่นั่ง แล้วแต่ช่วงเวลา เหมาะทั้งมากินจริงจัง นัดเพื่อน หรือพานักท่องเที่ยวต่างชาติมาฝากท้อง ช่วงค่ำหรือวันหยุดอาจต้องเผื่อเวลารอหรือโทรจอง

ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด”

แนวคิดของร้านจากทะเลถึงโต๊ะอาหาร ใช้วัตถุดิบคุณภาพ บวกกับเทคนิคของเชฟชั้นครูทำให้ดึงเสน่ห์ของอาหารไทยบ้านๆ ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอาหารไทยและซีฟูดที่เน้นรสจัด เข้มข้น เพื่อให้ถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ตาม กินกิน ไม่ได้ขายแค่ข้าวผัดปูหรือซีฟูดสด แต่ขาย “ความเข้าใจวัตถุดิบทะเลไทยอย่างแท้จริง” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจานอาหาร รสชาติอาหารชัด เข้มข้น และจริงใจ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารไทยและซีฟูดแบบไม่ลดทอนรส และเข้าใจว่าความสด คือหัวใจของอาหารทุกจาน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ร้านกิน กิน ถึงกลายเป็นร้านโปรดของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

อีกอย่างที่เราชอบจานแรก เมนูข้าวผัดปู ต้นตำรับข้าวผัดปู ที่หอมข้าวผัดติดกระทะ ข้าวร่วนเรียงเม็ด มาพร้อมเนื้อปูหวานสด เสริฟกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตร 50 ปี เป็นจานชูโรงและต้นเหตุที่ทำให้หลายคนยอมมาต่อคิว ข้าวผัดเรียงเมล็ดสวย หนึบ หอมกลิ่นกระทะ ใช้ข้าวเสาไห้ผัดกับไข่ไก่และเนื้อปูก้อนแกะสดกับส่วนกรรเชียงแบบไม่หวงของ รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปูเด่นชัด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแบบครบถ้วน ทั้งแตงกวา มะนาว และพริกน้ำปลา น้ำจิ้มซีฟูดพริกเขียวที่ให้มาช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เป็นข้าวผัดปูที่เรียบง่ายแต่มั่นใจในวัตถุดิบและเทคนิค อีกจานที่อยากให้ลองสั่ง ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด” ที่ไม่ว่าจะกินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เมนูต่อมา ผัดกระเพราะปู กุ้งอบวุ้นเส้นหอมกรุ่น คะน้าปลาเค็ม และปูดอง ในส่วนของของหวานมะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด และเครื่องดื่มก็มีหลากหลายให้เลือก

จากจุดเริ่มต้นของร้านซีฟู้ดคุณภาพดี ตั้งอยู่แค่ปากซอยสุขุมวิท 47 จาก BTS พร้อมพงษ์ เดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยดีไซน์ ชั้น1 และ ชั้น 3 บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างมีรสนิยมด้วยเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี สามารถจัดเลี้ยงได้ 30-40 ท่าน ใครชอบอาหารไทยรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน และซีฟู้ดสดจริง ต้องมาโดนที่ 𝗞𝗜𝗡 𝗞𝗜𝗡 สักครั้ง

มะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด

ปักหมุด/เส้นทาง กินกิน สุขุมวิท 47
Google map: https://maps.app.goo.gl/NPrkQn8F3qde4PuT9

พิกัดร้าน ปากซอยสุขุมวิท 47 Sukhumvit 47 (BTS- Promphong) ช่วงเวลาเปิด-ร้าน 11.00-19.00 น.
จอดด้านหลังร้าน ที่จอดจะเลยร้านไป 4 คูหา มีช่องตึกขับเข้าเป็นเจอที่จอดรถ 

สามารถนำบัตรมาสแตมป์ได้ที่ร้าน 1 ชม ชม ถัดไป ชมละ 40 บาท ข่วงเวลา 19.00-22.30 น.
แนะนำ จอดที่ศูนย์การค้า Rain hill ก่อนถึงปากซอยสุขุมวิท 47 สามารถซื้อของภายในศูนย์และสแตมป์บัตรจอดรถได้ตามเงื่อนไขห้าง”

กิน กิน สุขุมวิท 47
ที่อยู่: 855 ถนนสุขุมวิท (ปากซอยสุขุมวิท 47) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดบริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.
FB: https://www.facebook.com/kinkinfood/?locale=th_TH 

Instagram: instagram.com/kinkinfood
โทร: 085 5519956

เริ่มแล้ว เทศกาลใหญ่รับฤดูร้อน Amazing Big Holiday 2026

สยามอะเมซิ่งพาร์ค เปิดมุมพักผ่อนใหม่ สวนลอยฟ้าปอดแห่งใหม่กรุเทพฯ

14 มีนาคม 2569 นางสาวกัลยา บุญแดง ผู้อำนวยการเขตคันนายาว เป็นประธานพิธีเปิดเทศกาล Amazing Big Holiday 2026 และสวนลอยฟ้า “ปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ” โดยมี ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ และผู้บริหารสยามอะเมซิ่งพาร์คให้การต้อนรับ

เช็คอินที่เดียว เที่ยวคุ้ม รวมสวนน้ำและสวนสนุก  ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค พักผ่อนคลายร้อนในสวนน้ำกว้างขวาง สไลเดอร์หลากหลายเหมาะสำหรับทุกวัย และ ทะเลเทียมใหญ่ที่สุดในโลก รับรองโดย กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดส เอาใจคนรักการผจญภัย ในสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมาตรฐานสากล ห้ามพลาด รถไฟเหาะ 2 ตัวท็อป Vortex กับ Boomerang เครื่องเล่นสำหรับครอบครัวยอดฮิต Log Flume นั่งเรือล่องไปตามสายน้ำ มีเครื่องเล่นหลายสไตล์อีกเพียบ รอให้ทุกคนมาสนุกด้วยกันตลอดซัมเมอร์นี้ แวะเก็บภาพมุมสวยๆ ไม่ซ้ำใครในบางกอกเวิลด์ เหมือนได้ย้อนยุคไปในวันวานที่เมืองบางกอกสวยคลาสสิกที่สุด

พิเศษสุดรับซัมเมอร์นี้ สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ให้ได้สูดอากาศบริสุทธิ์กับสวนลอยฟ้า “ปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ” ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ ชมวิวทะเล-กรุงเทพฯ จากมุมสูงกันได้เต็มตา ได้ภาพประทับใจไม่ซ้ำใครกลับบ้านกันไปแน่นอน

พบกับกิจกรรมไฮไลท์เฉพาะซัมเมอร์ ที่สยามอะเมซิ่งพาร์คที่เดียว Aqua Cardio Boxing ออกกำลังกายกลางทะเล-กรุงเทพฯ ที่ผสมผสานมวยไทยเข้ากับจังหวะเพลง, โชว์พิเศษจากเหล่ามาสคอตสุดน่ารัก นำทีมโดย น้องไซ กับ พี่แอม พร้อมเพื่อนรักทั้ง 5, ดนตรียามเย็นสร้างความครื้นเครงในสวนสนุก ห้ามพลาดฉลองปีใหม่ไทยในเทศกาลสงกรานต์ 

เทศกาล Amazing Big Holiday 2026 เริ่มแล้ววันนี้  – 4 พฤษภาคม 2569
โปรโมชั่นบัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นเพียง 270 บาท จากปกติ 1,000 บาท เที่ยวทั้งวัน รวมผ่านประตู, สวนน้ำ, และเครื่องเล่นในสวนสนุก คุ้มที่สุดต้องซื้อล่วงหน้าที่ ticket.siamamazingpark.com สำหรับเด็กซื้อหน้าเคาน์เตอร์ ราคาเพียง 200 บาท (สูง 101-130 ซม. ), เด็กสูงไม่เกิน 100 ซม., อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และ ผู้พิการ เข้าใช้บริการฟรีได้ทุกวัน

เที่ยวสุดฟินแล้วยังได้ร่วมชิงโชค ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถจักรยานยนต์ Vespa, voucher ที่พักพร้อมอาหาร อมรพันธ์วิลล่า ระยอง, voucher ที่พักโรงแรม Lullaby The Sea Hua Hin รวม 21 รางวัล มูลค่า 238,725 บาท ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.siamamazingpark.com

สยามอะเมซิ่งพาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.)เดินทางสะดวก ด้วยรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู สถานีนพรัตน์ ต่อรถสาธารณะมาอีกเพียง 1.5 กม. เท่านั้น และ มีที่จอดรถยนต์ในร่มกว่า 1,000 คัน

สอบถามเพิ่มเติม Line @siamamazingpark หรือ โทร. 02 1054294
ภาพสวนน้ำ สวนสนุก บางกอกเวิลด์ และสวนลอยฟ้า
“ปอดแห่งใหม่ของกรุงทพฯ”

ไซมิส แอสเสท เปิดตำรับ ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง ที่ร้านมารี กีมาร์

“ไซมิส แอสเสท” เปิดตำรับ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง” ที่ร้าน “มารี กีมาร์”
เมื่อฤดูร้อนเวียนกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารไทย “มารี กีมาร์” หนึ่งในธุรกิจอาหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ชวนสัมผัสเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้กับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน โดย เชฟปิ๊ก – คณิน สินพันธ์ Executive Chef ของร้าน ที่คัดสรรวัตถุดิบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว

ร้านอาหาร “มารี กีมาร์” ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล ขณะที่เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุก ๆ ปี ในโอกาสนี้ คุณอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด และ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติให้ร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถันข้าวแช่ปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตใน ภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่น สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยผ่านภาชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหาร พร้อมลำดับการรับประทานแบบโบราณ แบ่งออกเป็น 3 สำรับ

สำรับแรก : ของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา
เริ่มต้นมื้อด้วยเมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” ของว่างขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่าน ก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

สำรับที่สอง : ข้าวแช่ตำรับไทยกับเครื่องเคียง 8 อย่าง
หัวใจสำคัญของเมนูคือ ข้าวแช่ ที่เชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถัน ก่อนแช่ใน น้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน

เสิร์ฟคู่กับ เครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ได้แก่

  • ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา
  • หอมแดงสอดไส้ปลา
  • พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา
  • พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ เอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์
  • ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน
  • ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู
  • หมูฝอยทอดกรอบ
  • ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ

    สำรับสุดท้าย : ของหวานฤดูร้อน
    ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อน “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่ใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อน
    นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารี 1 กล่อง ในราคา 1,299 บาท
ส้มฉุนมะยงชิด

เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ (รับประทานที่ร้านเท่านั้น)
ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่สนใจสามารถมาลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่
ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28
โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.
สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง โทร 090-234-5822
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marieguimarbkk.com

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส”

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” โปรแรงรับซัมเมอร์ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเสีย คืนผิวสดใส พร้อมบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรง พิเศษสุดคุ้ม 1 แถม 1 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขาและข้อเข่าซึ่งเป็นกลไกหลักในการเคลื่อนไหว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นร่างกายจะเผชิญกับภาวะการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนและคอลลาเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่ปัญหาข้อเสื่อมและความเจ็บปวดในการดำเนินชีวิต บีไชน์จึงคัดสรรนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูด้วย “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ที่รวมประสิทธิภาพการบำรุงข้อต่อและผิวพรรณไว้ในหนึ่งเดียว

บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส (Bshine Dipeptide Collagen Plus) คือ “ขั้นสุดของคอลลาเจน” ที่ดูแลได้มากกว่าแค่ผิวพรรณ ด้วยการผสาน 5 คุณประโยชน์หลัก เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ อันประกอบด้วย

1. ไดเปปไทด์คอลลาเจนจากปลา 7,000 มก. : นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด ดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป โดยสกัดเฉพาะคู่จำเพาะ PO และ OG ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบำรุงลึกถึงระดับเซลล์เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์

2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น : สุดยอดผลไม้ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และลดการอักเสบของไขข้อ

3. สารสกัดจากว่านหางจระเข้ : ช่วยเติมความชุ่มชื้น สมานแผล และเสริมสร้างอิลาสตินให้ผิวและเส้นผมแข็งแรง

4. วิตามินซี : ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยให้ผิวใส พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด

5. วิตามินอี : บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ป้องกันการอักเสบ และดูแลสุขภาพเล็บให้เงางาม

ด้วยสูตรเข้มข้นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวสวย ตึงกระชับ และลดเลือนริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังเน้นการเสริมสร้างมวลกระดูกและข้อเข่าให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากภาวะข้อเข่าเสื่อมและบรรเทาอาการปวดเข่าอย่างตรงจุด สะดวก ง่าย ได้สุขภาพทุกวัน เพียงรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายในน้ำดื่ม 200 มล. หรือผสมลงในเครื่องดื่มและอาหารที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นชา, กาแฟ, น้ำผลไม้, ซุป หรือโยเกิร์ต โดยไม่ทำให้รสชาติเดิมเปลี่ยนแปลง และมั่นใจได้ในคุณภาพพรีเมี่ยมที่ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

โปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณห้ามพลาด! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่น “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาพิเศษเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 78 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 มีนาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Website: https://bshine.co.th/
Facebook: B Shine และ Line: @Bshine

ยงยุทธ ดิลกศักดากุล จาก Sol House Bangkok

Sol House Bangkok สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว ..ที่ควรรู้จัก
สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว พร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันระดับพรีเมียมพร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง และยังมีมุมถ่ายรูปสวยไม่ว่าจะจัดแบบพิธีเช้าแบบไทย หรือจะจัดแบบงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสได้ภาพสวยแน่นอน และนอกจากความหรูหราแล้วที่นี่ยังมีความโรแมนติก และยังมีโซนสวนด้านนอกที่โอบล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีขาวของตัวอาคารได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ การสร้างช่วงเวลาที่ดีร่วมกันในวันสำคัญของชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น นอกจากจะสร้างความทรงจำที่ดีให้กับคู่บ่าวสาว ยังสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงาน

หนึ่งในคนที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุดคือ คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ เนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ แต่สามารถจัดเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง เป็นพื้นที่ที่คู่บ่าวสาว แสดงออกถึงรสนิยม ความคิด และไลฟ์สไตล์ผ่าน Sol House Bangkok

นอกจากนี้ การจัดงานแต่งงานมีการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบที่ไม่ใหญ่ งบประมาณสมเหตุสมผล กระชับงบไม่บานปลาย ที่สำคัญเทรนด์ที่มาแรงคือการจัดงานในสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่โรงแรม โดยมี Wedding Planner Organizer คุมต้นทุนและรันคิวงาน หนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงานและงานอีเวนท์ที่น่าสนใจ c ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 แต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ถือเป็น Wedding Venues ที่ไม่ควรมองพลาด ภายใต้การบริหารงานของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่เอาใจว่าที่บ่าวสาวที่ไม่ได้ต้องการความเรียบหรูอลังการ แต่ต้องการความเรียบง่าย เก๋ มีความโมเดิร์น และอยากได้พื้นที่แบบกว้างขวาง

จุดเด่นของที่นี่ คือสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น ความโค้งที่ดูแปลกตา แต่ให้ความโรแมนติกและอบอุ่น ไม่ว่าจะถ่ายรูปตรงมุมไหนรูปที่ออกมาจะสวยและน่าประทับใจสามารถจัดงานแต่งแบบไทย แบบจีน และแบบฝรั่ง และมุสลิม รวมถึงแขกในงานรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าที่นี่สามารถเปลี่ยนงานแต่งในฝันของคุณให้เป็นจริง

เมื่อธุรกิจดีขึ้น จึงขยับขยายทำอพาร์ทเมนต์ โรงแรม Apartelle Jatujak Hotel แต่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิดทำให้ธุรกิจชะงัก จึงเป็นที่มาของการคิดทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่อิงกับต่างประเทศ 100 %
“ช่วงโควิด ทุกอย่างยากไปหมด จึงคิดว่าจะทำอะไรดี ที่ธุรกิจไปได้ด้วยและไม่อิงกับต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น Sol House Bangkok เนรมิตพื้นที่สู่ความล้ำเลิศแห่งอนาคต รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ”

ที่นี่เป็นที่ดินเก่า ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลาดพร้าว ด้วยพื้นฐานการทำธุรกิจโรงแรมและนำเข้าสินค้าให้กับสถานประกอบการหลายแห่ง ทำให้คุ้นชินกับดีไซเนอร์ จึงมีความได้เปรียบในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างหรูหราสวยงาม แม้ครั้งแรกจะคิดเปิดเป็นสตูดิโอเท่านั้น แต่ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานานนับสิบปีนำเสนอ จึงเปลี่ยนเป็นธุรกิจรับจัดงานแต่งงานและการบริการงานอีเวนท์ต่างๆ แบบครบวงจร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโซล เฮ้าส์ แบงคอค

Sol House Bangkok ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 38 เข้าซอยมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สถานที่แห่งนี้มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบวงจร โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นโถงทางเข้าสำหรับลงทะเบียน จุดรับแขก ห้อง A Little Red Room สไตล์โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างก่อนหรือหลังพิธีการ รวมถึงห้องงานหมั้น Oliver & Owen และ ส่วนของ Hall ใหญ่ และ ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดวน และห้องส่งตัวหนึ่งห้องนอนที่แตกต่างจากที่อื่น ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างเพื่อสะดวกต่อการบันทึกภาพระหว่างพิธีการ

คุณยงยุทธ กล่าวถึงกระแสตอบรับ ว่า “ที่นี่ เปิด เดือนตุลาคมปี 2568 งานที่ได้รองรับไปแล้ว มีงานถ่ายละครของบริษัท แกรมมี่ ซึ่งจัดฉากใหญ่เป็นงานแต่งงาน การจัดปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้า ส่วน งานหลักคือ งานแต่งงาน ผลตอบรับค่อนข้างดี 3-4 เดือนมีคู่รักจองเข้ามาประมาณ 30 คู่

The news Wedding Destination
จากจุดที่แบรนด์โรงแรมใหม่ชื่อดัง เคยเป็นคำตอบหลัก วันนี้อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการแต่งงานที่ขาดไม่ได้เลย คือ สถานที่จัดงานที่เสริมแกร่งด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง ที่ราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลักการในการทำธุรกิจของผม หลายๆ ครั้งเราเริ่มต้นจากความชอบ บ่งบอกถึงสไตล์ของเราและคนรัก จากจุดเริ่มต้น ตรงนี้เหมือนธุรกิจใหม่ แต่เราก็ไม่ใช่มือใหม่ ในวงการนำเข้าเรานำเข้าวัสดุก่อสร้างโรงแรมมาหลายแห่ง ส่วนดีไซเนอร์มืออาชีพ มีประสบการณ์มามาก ซึ่งการบริหารงานค่อนข้างมั่นใจว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จัดเตรียมให้สำหรับ คู่บ่าวสาว ค่อนข้างสมบูรณ์ งานจัดเลี้ยงตัวเองอาจจะใหม่แต่มีพาร์ทเนอร์ที่ทำงานทางด้านออกาไนซ์มานาน ซึ่งทีมงานที่มาที่นี่ไม่ใหม่ ทีมรันคิว ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าสิบปี ด้วยจำนวนวคู่บ่าวสาวนับพันคู่ การจัดเดคคอเรชั่นต่างๆ โดยพาไปชมเบื้องหลังทุกอย่าง ตั้งแต่การหาโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบ”

คุณยงยุทธ ยังกล่าวต่อว่า ด้วยความที่ Sol House ศูนย์กลางของสถานที่จัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพ เราคิดว่าเราทำสิ่งที่ทำเต็มที่ให้กับลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล และการเลือกซัพพลายเออร์ต่าง ๆ รองรับทุกฟังก์ชันการจัดงานอีเวนต์ได้หลากหลาย ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์แบบ สามารถปรับขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ พร้อมออกแบบไฟเพดานและทีมที่มีประสบการณ์ในการจัดงานมานับสิบปี ซึ่งที่ฮอลล์ใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 250 – 300 คน ดีไซน์และตกแต่งพื้นที่ใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบ Luxury Experience ที่แตกต่างกว่าสถานที่จัดงานอื่น ที่นี่ที่เดียวคุณสามารถปรึกษา Wedding Planner & Organizer ที่สามารถมอบความพิเศษทั้งความประทับใจและความบันเทิงไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบครบจบทุกพาร์ทเนอร์ในที่เดียว”

สามารถสอบถามหรือติดต่อทาง Facebook : Sol House Bangkok
Line : @solhouse , Instragram : SolHouseBangkok

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ The Heritage Grand Khon Kaen

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 

ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน