Category Archives: Event

HUAWEI P10 และ P10 Plus ในไทยอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกล้อง Leica หน้า-หลัง

Huawei P10 และ P10 Plus มาแล้วคร้า

Huawei P10 และ P10 Plus มาแล้วคร้า!! ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องรอคอยกันนานจริงๆ กับ Huawei P10 และ P10 Plus เพราะวันนี้ได้มาทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย โดยเอามาวางจำหน่ายด้วยกัน 3 รุ่น และเริ่มเปิดให้จองในวันที่ 17-26 มีนาคม นี้ ส่วนจะมีรุ่นอะไรและราคาเท่าไหร่บ้าง ก็ลองมาดูกันเลยHuawei P10 Series จะต่อยอดความสำเร็จและสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดสมาร์ทโฟนโลกอีกครั้งด้วยนวัตกรรมสมาร์ทโฟนที่ร่วมพัฒนาขึ้นกับไลก้าทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง พร้อมชูสุดยอดฟีเจอร์ถ่ายภาพระดับสตูดิโอ ต่อยอดความเป็นผู้นำด้านกล้อง พร้อมเผยสีสันใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร่วมมือกับPantone Color Institute ผู้นำด้านสีของโลกเพื่อตอบโจทย์ในด้านดีไซน์มากยิ่งขึ้น

 

มาชมบรรยากาศ การเปิดตัวพร้อมปาร์ตี้สุดสนุก  กับสุดยอดสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพ กับคุณสมบัติระดับสตูดิโอถ่ายภาพหัวเว่ย P10 และ P10 Plus คือ สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องหน้าจากไลก้า เช่นเดียวกับกล้องหลังเลนส์คู่ผสานเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ล้ำสมัยที่สุดของโลกเพื่อการสร้างสรรค์ภาพพอร์ทเทรทที่แฝงความเป็นงานศิลปะร่วมสมัยตามแบบฉบับของภาพถ่ายไลก้า หัวเว่ย P10 และ P10 Plus มาพร้อมอุปกรณ์และคุณสมบัติทุกอย่างระดับสตูดิโอถ่ายภาพมืออาชีพ

เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าแบบ 3 มิติ ที่สามารถตรวจจับลักษณะต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ  ฟีเจอร์การปรับแสง – มีอัลกอริทึ่มการตรวจจับอัตโนมัติซึ่งสามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของแสงสว่างแวดล้อมและปรับค่าคอนฟิเกอร์เรชั่นของการถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ ทั้ง การปรับสมดุลสีขาวอัตโนมัติ ความเร็วชัตเตอร์ และอื่น ๆ ถ่ายภาพได้สวยเฉียบในทุกสภาพแวดล้อม  ฟีเจอร์ปรับภาพแต่งพอร์เทรท – มีอัลกอริทึ่มการสร้างภาพที่อาศัยข้อมูลจากการวิจัยอย่างละเอียดในเรื่องรูปทรงของใบหน้าและสีผิวที่แตกต่างและหลากหลาย ใช้ฟีเจอร์การปรับแต่งภาพพอร์เทรทให้สมบูรณ์แบบได้ตามความต้องการเฉพาะและเป็นธรรมชาติ

ฟีเจอร์ถ่ายภาพโบเก้ ที่สวยเหมือนงานศิลปะ – มีอัลกอริทึ่มจึงมีความชัดตื้นชัดลึกที่สามารถสร้างสีสันที่คมชัด สดใสให้กับภาพถ่าย พร้อมทำให้ฉากหลังเบลอ เป็นภาพพอร์เทรทสไตล์โบเก้ที่สวยสะดุดตา นอกจากนัน ยังสามารถหาจุดโฟกัสภาพใหม่หลังจากกดชัตเตอร์

สเปคของ Huawei P10
หน้าจอแบบ FHD ขนาด 5.1 นิ้ว กระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 5
ระบบปฏิบัติการ AndroidTM 7.0 ครอบทับด้วย EMUI 5.1
CPU ชิป Kirin 960 (64-bit) Octa-core
GPU Mali-G71 MP8
RAM 4GB
พื้นที่เก็บข้อมูล 32GB และ 64GB รองรับ MicroSD สูงสุด 256GB
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิเซล รูรับแสง F 1.9
กล้องหลังคู่ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F 2.2 แบตเตอรี่ 3,200 mAh พร้อม SuperCharge

สเปคของ Huawei P10 Plus
หน้าจอแบบ FHD ขนาด 5.5 นิ้ว กระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 5
ระบบปฏิบัติการ AndroidTM 7.0 ครอบทับด้วย EMUI 5.1
CPU ชิป Kirin 960 (64-bit) Octa-core
GPU Mali-G71 MP8
RAM 4GB
พื้นที่เก็บข้อมูล 64GB รองรับ MicroSD สูงสุด 256GB
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิเซล รูรับแสง F 1.9
กล้องหลังคู่ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงF1.8
แบตเตอรี่ 3,750 mAh พร้อม SuperCharge

ราคา
Huawei P10 ความจุ 32GB ราคาอยู่ที่ 17,900 บาท
Huawei P10 ความจุ 64GB ราคาอยู่ที่ 19,900 บาท
Huawei P10 Plus ความจุ 64GB ราคาอยู่ที่ 23,900 บาท

HUAWEI P10 และ P10 Plus ในไทยอย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นกล้องไลก้าทั้งหน้า/หลัง และฟีเจอร์ถ่ายภาพพอร์ทเทรทระดับสตูดิโอ
พร้อมเปิดพรีออเดอร์ 17 – 26 มีนาคมนี้

Kolour in The Park 2017 ร่วมค้นหาคำตอบกับประสบการณ์ปาร์ตี้ที่ไม่เหมือนใคร

คุณจะหลงรัก เทศกาลดนตรีกลางแจ้ง
แนวเฮาส์และเทคโนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

เราไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ  เพราะใครๆ ก็คงรู้จักเทศกาลดนตรีกลางแจ้งอย่าง Kolour in The Park 2017  เรานอกจากชอบดูหนังแล้ว ฟังเพลงก็ยังเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ชื่นชอบมาเช่นกัน House Music  เป็นดนตรีเต้นรำที่ถือกำเนิดในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980  เป็นดนตรีเต้นรำที่เก่าแก่มากที่สุด เพลงอิเล็กโทรนิกแดนซ์  เป็นอีกแนวดนตรีหนึ่งที่ชอบฟังนะทั้งคึกคักสนุกสนาน จิตตื่นตัว ความหวือหวา หัวใจเต้นเร็วขึ้น และแน่นอนว่า เต้นมันขึ้นด้วย

บรรยากาศที่ไทยเวคพาร์คลำลูกกาคลอง 6 สวยน่าเล่นสุด

เทศกาลดนตรีกลางแจ้งอย่าง Kolour in The Park 2017  แนวดนตรีเพลงในแนวเฮาส์ และเทคโน เดินชิมอาหารหรูระดับกูร์เมต์  สินค้าผลงานศิลปะ และงานประดิษฐ์ การแสดง นิทรรศการศิลปกรรม ภาพเขียนแนวกราฟฟิตี้ บริการนวดผ่อนคลาย หรือแม้แต่ นั่งชมวิว กรือจะว่ายน้ำในบึง

งานวันนี้ ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ  มารวมเข้ากับจังหวะแบบเฮ้าส์มาสนุกกันโยกหัวแบบสุดเหวี่ยงอีกครั้งในปีนี่จัดขึ้นครั้งที่ 3 พิเศษกว่าที่เคย ครั้งยกระดับเป็นเทศกาลดนต รี ในแนวเฮาส์ และเทคโนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เหล่าสาวกเพลง House และ Techno ได้ออกสเต็ป เต้น กันอย่างจุใจ ในบรรยากาศริมน้ำสุดชิล ที่ห้อมล้อมไปด้วยทุ่งหญ้า และนาข้าว ณ Thai Wake Park  ย่านลำลูกกา ปทุมธานี

ส่วนช่วงบ่ายๆ อากาศไม่ร้อนมาก พวกเราเดินชมบรรยากาศของงาน โดยรอบ  มีอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมมากมาย ที่เริ่มขึ้นในเวลา 16.00 น.
สักห้าโมงเย็น สาวกเริ่มเต้น พอสาวกเหนื่อยเหนื่อยแล้ว สาวกก็ถือโอกาส
ที่จะได้ดูไปจิบเบียร์เย็นๆ ไปในบรรยากาศเป็นกันเอง  สามารถไปพักทานอาหาร ว่ายน้ำ หรือนวดฟรี เพื่อเติมพลังกันได้  ยังไม่หมดยังมีกิจกรรม
เพลินๆ อย่างนิทรรศการศิลปะ  ผลงานกราฟฟิตี้ และการแสดง ให้ร่วมชมตามไปเลือกกันได้ตามใจชอบ

สำหรับคนที่ชืนชอบกีฬาทางน้ำอย่าง เวคบอร์ด ที่นี่แจ่มมากๆ  รู้ไหมว่าเวคบอร์ดไม่ใช่สโนว์บอร์ดที่ใช้เล่นบนน้ำและไม่ใช่เพียงสกีน้ำที่แค่ยืนหันข้างเท่านั้น ความจริงก็คือ กีฬาประเภทที่ถูกพบว่ามีจุดเริ่มต้นที่แท้จริงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

เห็นบรรยายในหน้าอีเวนต์แล้วจะร้องอื้อหือกับความเคลมแรง

Kolour In The Park สถานที่อาจดูเหมือนไกล คนไม่มีรถมีแท็กซี่ไว้บริการจัดว่าเป็นอีเว้นท์ภายใต้แนวคิดของ  Kolour  (ฅัลเลอร์) ที่มีเป้าหมายในการนำเสนอซาวน์สด ใหม่ และเพิ่มประสบการณ์ปาร์ตี้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ให้คอเพลงคนไทยได้สนุกไปพร้อมกัน ปีนี้ก็ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดย Kolour เพื่อเป็นการขยายฐานผู้ฟังเพลงในแนวเฮาส์ และเทคโน ทุกคนที่เข้าร่วมงานได้สัมผัสอะไรใหม่ๆ  เพิ่มมากขึ้นจากครั้งก่อน เพื่อตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้จัดงานใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียว ที่เน้นเฉพาะดนตรีในแนวเฮาส์ เทคโน และอิเล็กโทรนิก้าเข้าด้วยกัน

เอาจริงเค้าจัดมาหลายครั้งแล้ว ถ้าใครยังไม่รู้จัก เราแนะนำให้ไปลองฟัง
เพลงอิเล็กโทรนิกในไทย  KOLOUR IN THE PARK 2017  พบกับเหล่าศิลปินดีเจดังระดับโลก สุดเจ๋งอย่าง
Tube & Berger, Wankelmut, Adana Twins, Autograf, Animal Trainer, ATMA, Ava Asante, Roman Rauch, Sameed, Oliver Osborne และเราคิดว่าคงเป็นอีกงานที่คนแน่นเอี้ยด เพราะมี Line Up ทั้ง ศิลปินไทย อย่าง Nakadia, X0809, Koish, Ekception, Dan Buri, Sunju Hargun, Boris Rubin, DOTT & Ellie, Absolud, Dark White, Tek Harrington และที่ขาดไม่ได้คือ Coran ที่จะพาคุณไปพบกับความมันส์ตลอดทั้งงาน



นึกภาพเทศกาลดนตรีแนวเฮาส์ เทคโน และ อิเล็กโทรนิก้า ที่ ฅัลเลอร์  (Kolour) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเว้นต์และปาร์ตี้แบบเต็มวันมือวางอันดับต้นของไทย ได้ประกาศเผยการจัดงาน ฅัลเลอร์  อิน  เดอะ  พาร์ค (Kolour In The Park)  ประจำปีครั้งที่ 3  โดยที่ผ่านมางาน ฅัลเลอร์ อิน
เดอะ พาร์ค  ถือเป็นเทศกาลดนตรีกลางแจ้งแนวเฮาส์ และ เทคโนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับเป็นเทศกาลดนตรีในแนวเฮาส์และเทคโนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย



ฅัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค จะย้อนตำนานงานปาร์ตี้กลางวันที่สนุกสุดเหวี่ยง ภายใต้บรรยากาศที่แสนผ่อนคลายบริเวณริมบึง ร่วมกับเหล่าศิลปินแนวเฮาส์และเทคโนชั้นนำของโลกที่ต่างตบเท้าเข้ามาสร้างความสุขในงาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเก่าที่ขอกลับมาเยือนเวทีในไทย และศิลปินใหม่ที่เพิ่งมาเปิดการแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เติมความสมบูรณ์แบบด้วย สิ่งน่ารื่นรมณ์อีกมากมาย อาหารหรูระดับกูร์เมต์ ตลาดสินค้าผลงานศิลปะและงานประดิษฐ์ การแสดง นิทรรศการศิลปกรรม ภาพเขียนแนวกราฟฟิตี้ บริการนวดผ่อนคลาย หรือแม้แต่จะว่ายน้ำในบึง นอกจากนี้ ยังมีบรรดาดีเจมือหนึ่งของกรุงเทพฯ ตามไปร่วมสร้างความสุขในงานอีกด้วย

โคราน มาโลนีย์ หนึ่งในดีเจแนวเฮาส์และเทคโนที่โด่งดังที่สุดในกรุงเทพฯ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ฅัลเลอร์ ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า

“เรารู้สึกตื้นเต้นสุดๆ สำหรับการจัดงาน ฅัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ครั้งที่สามนี้ ซึ่งตั้งแต่ที่เราเริ่มจัดเทศกาลดนตรีมา ถือได้ว่า ฅัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ได้นำเสนอประสบการณ์อันน่าจดจำไม่รู้ลืมให้กับนักฟังเพลงชาวไทยมาโดยตลอด เป็นงานที่โด่งดังที่สุดของเรา  เป็นการนำเสนอ  แนวเพลงหัวก้าวหน้าในสถานที่ที่สวยจับใจ  มาพร้อมกับศิลปะ กิจกรรมมากมาย และอาหารลิ้มรสหลากหลายในระดับกูร์เมต์ นักออกแบบตกแต่งภายในสุดเก๋า ของวงการเพลงแนวเฮาส์และเทคโนในประเทศไทยนั้นเติบโตขึ้นมาก และเราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างความเติบใหญ่”

ร่วมค้นหาคำตอบกับ ฅัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค เป็นอีเว้นต์หนึ่งในซีรี่ส์อันหลากหลายภายใต้แนวคิดของฅัลเลอร์ ที่มีเป้าหมายและความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียว ซึ่งนั่นก็คือ การนำเสนอซาวน์ใหม่สด และประสบการณ์ในปาร์ตี้ที่ไม่เหมือนใครสู่ผู้เสพดนตรีในประเทศไทย ไปพร้อมๆ กับการขยายฐานผู้ฟังเพลงในแนวเฮาส์และเทคโน ทีมงานที่ประกอบไปด้วยหลากเชื้อชาติหลายวัฒนธรรม ทั้งชาวไทยและเทศที่พำนักในไทย มาร่วมงานกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และภูมิหลังทั้งในเรื่องงานดนตรี งานบันเทิง และงานรื่นเริงยามราตรี เพื่อตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้จัดงานที่ใหญ่ที่สุด  เพียงรายเดียวที่เน้นเฉพาะดนตรีในแนวเฮาส์ เทคโน และอิเล็กโทรนิก้า

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดจากงานฅัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ทางทีมงานฅัลเลอร์กำลังวางแผนพัฒนาปาร์ตี้ฉีกแนวสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิดแบบ “อันเดอร์กราวด์” อาทิ ฅัลเลอร์ แวร์เฮาส์ (Kolour Warehouse) และ
ฅัลเลอร์ ซันเดย์ส  (Kolour Sundays)

ในค่ำคืนนี้ กันถ้าเป็นคนรักเสียงดนตรีที่หลากหลาย เราแนะนำให้ลองไปเยือน Kolour In The Park งานเฟสติวัลเอาท์ดอร์ที่มาพร้อมกับสไตล์ดนตรี House & Techno โดยงานในปี 2017 จะจัดถึง 2 วัน พร้อมกับไลน์อัพสุดยิ่งใหญ่ แบ่งออกเป็น 3 เวทีด้วยกัน โดยงาน จัดวันที่ 18-19 มีนาคม ตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงดึกที่ Thai Wake Park

ในงานจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ: Graffiti Exhibition, Custom Light Show, Pro Wakeboard Showcase, Arts และ Craft Market, Gourmet Food Vendors & Food Trucks, Art Installations, Swimming Games และกิจกรรมมากมายมีผู้สนับสนุนหลักอย่าง singha corporation



สำหรับลูกค้าที่เดินทางมา นำรถมาฅัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค  มีสถานที่จอดรถไว้บริการที่วัดเกตุประภา โดยทางเราจะมีรถรับ-ส่งเพื่ออำนวยความสะดวกฟรีทั้ง 2 วันค่ะ   หรือสามารถส่งผู้โดยสารได้ที่จุดรับ-ส่ง บริเวณหน้าโรงงานกระดาษได้ตั้งแต่ เวลา 9.00-12.00 น.  ไปสนุกกับเสียงเพลงมันส์ๆ กันเยอะๆ

ห้ามพลาดงานที่หนึ่งปีมีครั้งเดียวอย่างนำซาวด์ดนตรีหลากหลายแนวมารวมกันใน Kolour in the Park 2017   โดยจะมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 18-19 มีนาคม 2560 ณ บึงไทยเวคพาร์ค ลำลูกกาคลอง 6 จังหวัดปทุมธานี

โดยจะมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 18-19 มีนาคม 2560 ณ บึงไทยเวคพาร์ค ลำลูกกาคลอง 6 จังหวัดปทุมธานี
ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ทาง   www.kolourinthepark.com
ราคาปกติสำหรับบัตรผ่านเข้างานทั้งสองวันจะอยู่ที่ 1,900 บาท และจะปรับขึ้นเป็น 2,100 บาทในช่วงสุดท้ายก่อนงานจะเริ่ม

หากซื้อบัตรหน้างานราคาจะอยู่ที่ 2,500 บาท   และสำหรับบัตรวันเดียวนั้น
(เลือกวันเสาร์ หรืออาทิตย์)    ราคาจะอยู่ที่ 1,550 บาทเท่ากัน

สถานที่
ไทยเวคพาร์ค ลำลูกกา สนามกีฬา ศูนย์กีฬา และสถานที่จัดแข่งกีฬา
ใน Lam Luk Ka, Pathum Thani, Thailand

 

รองนายกรัฐมนตรีมอบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าอบรมโครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัย และพิธีเปิดเทศกาลบิ๊กฮอลิเดย์ 2017

ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัย
เทศกาลบิ๊กฮอลิเดย์  2017

 

มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับ สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม จัดโครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัยและช่วยเหลือคนจมน้ำ เพื่อถวายเป็น พระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ เปิดคอร์สเรียนว่ายน้ำฟรีแก่ประชาชนผู้สนใจจำนวน 999 คนโดยใช้หลักสูตรอเมริกันเรดคอร์สซึ่งเป็นหลักสูตรการช่วยชีวิตทางน้ำซึ่งสวนสยาม  มีความเชี่ยวชาญมากว่า 37  ปี โดยผู้เรียนจะสามารถว่ายน้ำเป็น ช่วยเหลือตัวเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้เมื่อประสบภัยทางน้ำ ดำเนินการสอนโดยครูฝึกสอนวุฒิปริญญาตรีพลศึกษา พร้อมรับมอบใบประกาศเกียรติคุณเมื่อจบหลักสูตร



พิธีมอบประกาศนียบัตรโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัย และช่วยชีวิตคนจมน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ในหลวงรัชกาลที่ 9

วันที่18 มีนาคม 2560  เวลา15.00 น.  ที่ อาคารบาซาร์ สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ  โดยฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีมอประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าอบรมโครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัยและช่วยชีวิตคนจมน้ำ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพิธี

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรโครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัยและช่วยชีวิตคนจมน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงานดังกล่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา/มูลนิธิส่งเสริมลูกเสือแห่งประเทศไทยและ siam park city สวนสยามร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาชนคนไทย ตลอดรัชสมัยที่ทรงครองสิริราชสมบัติ

โครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัยและช่วยชีวิตคนจมน้ำ จัดขึ้น โดยมีครูฝึกสอน จากสวนสยามที่มีความชำนาญในหลักสูตร America Red Cross

สำหรับโครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัยและช่วยชีวิตคนจมน้ำ จัดขึ้น โดยมีครูฝึกสอน จากสวนสยามที่มีความชำนาญในหลักสูตร America Red Cross สอนให้กับผู้สนใจจำนวน 999 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่อายุน้อยที่สุดคือ 7 ปี และอายุมากที่สุด 72 ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้สถิติการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของกลุ่มเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปีและเด็กมักจะเสียชีวิตพร้อมกันหลายคนเนื่องจากไม่รู้วิธีการเอาตัวรอดในน้ำและวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง โครงการดังกล่าวจัดสอนว่ายน้ำและทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำโดยครูฝึกสอนจากสวนสยามที่มีความชำนาญในหลักสูตรอเมริกา

Big Holiday 2017 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

พร้อมกันนี้ได้ทำพิธีเปิดเทศกาล  Big Holiday 2017 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้  สมาชิกในครอบครัว  รวมถึงนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้พักผ่อนร่วมกันในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 มีนาคม ถึง 7 พฤษภาคม 2560


สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ

โดยจะมีกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดเทศกาล นอกจากนี้ สวนสยามยังได้มอบโปรโมชั่นพิเศษแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติผู้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย สามารถซื้อบัตร  Si-Am Big Pack ในราคาพิเศษ เพียง 500 บาท จากราคาปกติ 900 บาท ซื้อบัตรครั้งเดียว  สามารถใช้บริการสวนน้ำ
และเครื่องเล่นทุกชนิดได้ไม่จำกัดรอบตลอดทั้งวัน



สนุกสุดเหวี่ยงไปกับเครื่องเล่นสุดมันส์ ชุ่มฉ่ำไปกับทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ ให้บริการสวนน้ำที่มีทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกรับรองโดยกินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดส ที่มีทั้งธารน้ำวน ธารน้ำตก สไลเดอร์ยักษ์ ซูปเปอร์สไปรัล และเครื่องเล่นทางน้ำใหม่ล่าสุดสำหรับครอบครัว Si-Am Lagoon จากบริษัท Proslide ผู้ผลิตระดับโลกจากประเทศแคนาดา ซึ่งจะเปิดให้บริการภายในเทศกาลสงกรานต์

 

นอกจากนี้ สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ ยังให้บริการสวนสนุกซึ่งพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเล่นมาตรฐานสากลระดับโลกกว่า 30 ชนิด อาทิ
วอร์เท็กซ์ รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านใหญ่ที่สุด1  ใน2 ของโลก, ไจแอ้นดร็อป ยักษ์ตกตึกที่สูงที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้, ล็อกฟลูมล่องแก่งขนาดยักษ์จากประเทศเยอรมันนี, แอฟริกาแอดเวนเจอร์ ท่องป่าแอฟริกา, แกรนด์แคนยอนเอ๊กเพรส รถไฟหัวม้า, บูมเมอแรงรถไฟเหาะตีลังกาถอยหลังยอดนิยม ฯลฯ

สวนสยามทะเลกรุงเทพ เป็นสวนสนุกและสวนน้ำ ตั้งอยู่ที่  ถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว บนเนื้อที่ 300 ไร่ ได้ฉายาว่า ทะเลกรุงเทพ
คำขวัญคือ สวนสยาม โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม

สอบถามเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์
โทร.0-2919-7200 ต่อ 308, 309
คุณพรศรี 090-8801070
www.facebook.com/siamparkcity.fanpage/

งานนี้มีเฮ ใส่บิกินีแล้ว Dance ไปพร้อมๆ กัน เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต

 เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต
@Westwonder Waterpark

 

West Wonder ที่นี่เป็น สวนน้ำแห่งใหม่ และแห่งเดียว กลางเมืองกาญจนบุรี มีสไรเดอหลายแบบ เยอะดี สีสรร สวยงาม เป็นหนึ่งในสถานที่ จัดงานใหญ่ เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต ให้คุณเตรียมจดลงปฏิทิน จะได้มั่นใจได้ว่าไม่พลาดการแสดงสดจากศิลปินคนโปรดแน่นอน

จะหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว กาญจนบุรีเค้าก็มีที่เที่ยว สามารถตอบโจทย์ครบในจังหวัดเดียว ขนาดเดือนนี้เข้าสู่หน้าฝน แต่ที่เที่ยวเปิดใหม่อย่าง Westwonder Waterpark สวนน้ำแห่งใหม่ใหญ่สุดในกาญจนบุรี ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา ยังมียอดคนเข้าเที่ยวเยอะสุดๆ ที่นี่เค้ามีอะไรดี เราตามไปที่ สวนน้ำ West Wonder ดินแดนมหัศจรรย์ตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ทีพื้นที่กว้าง สวนน้ำน่าเล่น มีเครื่องเล่นให้เลือกเยอะ การเดินทางสะดวกห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพียง 2 กิโลเมตร

เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต เป็นอีกหนึ่งเทศกาลดีๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่แวดล้อมไปด้วยวิวของสายน้ำ ภูเขา ทัศนียภาพที่สวยงาม ผสมผสานกับความเป็นฮิปปี้ยิ่งทำให้งานดนตรี  มาใส่บิกินี แล้ว Dance ไปพร้อมๆ กัน
เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต
วันที่ 6 พฤษภาคม 2560
เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่  10 มีนาคม นี้ เป็นต้นไป
ที่ All Ticket / 7-11 กว่า 11,000 สาขา ทั่วประเทศ
หรือ ทาง On-line ที่  www.allticketthailand.com

ซื้อบัตรตั้งแต่วันที่ 10-16 มีนาคม นี้…ลดทันที!!!  เหลือเพียงใบละ 800 บาท

บัตร ราคา 1,000 บาท…พิเศษ มา 5 จ่าย 4
(ซื้อพร้อมกัน 5 ใบ ลดเหลือใบละ 800 บาท)
ตั้งแต่ 17 มีนาคม เป็นต้นไป
พบกับศิลปินคุณภาพคอนเสิร์ตสุดมันส์…พร้อมศิลปินสุดฟิน Slot machine ,Thaitanium ,Aof Pongsak ,Seasonfive ,7Days Crazy และ ทีม DJ.TNT / DJ.Suraboon พร้อมด้วย Mc สุดเซ็กซี่ Nicky พริตตี้เงินล้าน…สนุกชุ่มฉ่ำในสวนน้ำ ที่ West Wonder Water Park กาญจนบุรี…แล้วพบกัน!!!

รายละเอียดเพิ่มเติมที่
www.allticketthailand.com
Call centre : 02 7117788

 

การเดินทางอันน่าอัศจรรย์ไปยังประเทศที่น่าเหลือเชื่อ HOLAI Fly Me To Mexico

เปิดประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับสู่ เม็กซิโก

HOLAI Fly Me To Mexico  สหรัฐเม็กซิโก (United Mexican States) เป็นประเทศที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง รัฐบาลมีการสนับสนุนทางการค้าระหว่างประเทศ  โดยเฉพาะการส่งออก ที่มีการเติบโตติดอันดับ 1 ใน 15 ประเทศผู้ส่งออกสูงสุดของโลก

ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์  ถือว่าเป็นสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เปิดเส้นทางบินใหม่สู่เม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก

ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์ จัดงาน  HOLA! Fly Me To Mexico  เชิญร่วมเปิดประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ มร.เฉิน หลิ่ง ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย สายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ กล่าวว่า สายการบิน “ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์” ถือว่าเป็นสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องบินประจำการทั้งสิ้นมากกว่า 700 ลำ และมีเครือข่ายการบินที่กว้างขวางครอบคลุมกว่า 1,062 จุดหมายปลายทาง ใน 177 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการบินสู่ทวีปเอเชีย, ยุโรป, อเมริกา, ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย อีกทั้งยังมีสถิติการบินอย่างปลอดภัยต่อเนื่องกว่า 17.14 ล้านชั่วโมง ซึ่งในปี ค.ศ.2016 ที่ผ่านมาได้ให้การบริการแก่ผู้โดยสารไปแล้วกว่า 115 ล้านคน และปัจจุบันมีเที่ยวบินไทย – จีน โดยออกจากกรุงเทพฯ, เชียงใหม่ และภูเก็ต จำนวน 260 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เฉลียวันละ 20 เที่ยวบินต่อวัน สู่ 10 เมืองเด่นของประเทศจีน ได้แก่ เมืองกวางเจา, เซินเจิ้น, ซัวเถา, หนานหนิง, กุ้ยหลิน, ฉางซา, อู่ฮั่น, เจิ้งโจว, กุ้ยหยาง และเสิ่นหยาง

เมื่อปี ค.ศ.2016 ได้เปิดเส้นทางบินใหม่ จำนวน 2 เที่ยวบิน คือ (7 ธันวาคม 2016) บินทุกวันเส้นทางสู่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา และ (10 ตุลาคม 2016) สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน เส้นทางสู่เมืองอะดิเลท ประเทศออสเตรเลีย

และในปี ค.ศ.2017 ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์ มีนโยบายที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ เมืองเม็กซิโก ซีตี้ ประเทศเม็กซิโก สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คือในวันจันทร์, พฤหัสบดี และเสาร์ (ขาไป) วันอังคาร์, ศุกร์ และอาทิตย์ (ขากลับ) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 26 ชั่วโมง (รวมเวลาในการต่อเครื่องที่กวางเจา และกวางเจา-เม็กซิโก จะแวะที่แวนคูเวอร์ ประมาณ 1 ชั่วโมง) ซึ่งสามารถประหยัดเวลาได้ถึง 7-14 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางด้วยสายการบินอื่นๆ และสำหรับเครื่องบินที่ใช้ คือ กรุงเทพฯ-กวางเจา ใช้เครื่องบิน 737-800 และกวางเจา-เม็กซิโก ใช้เครื่อง 787 Dream Liner โดยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ จะมีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน ศกนี้
พร้อมราคาโปรโมชั่นชั้นประหยัด เริ่มต้นที่ 35,730 บาท (รวมภาษี) เท่านั้น

ตลาดหลักๆ ของเส้นทาง กรุงเทพฯ- เม็กซิกัน คือ ชาวเม็กซิกันที่อาศัยอยู่ในไทย รวมถึงนักธุรกิจชาวไทยและชาวเม็กซิกันที่มีการค้าระหว่าง
ไทย-เม็กซิโก ถือว่าตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลักของเส้นทางนี้ เพราะปัจจุบันมีนักธุรกิจทั้งจีนและเม็กซิกัน เดินทางไปมามากขึ้น และยังเป็นการเชื่อมเครือข่ายการบินของ ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์ ให้กว้างขวาง ครอบคลุมมากขึ้น เพราะในปัจจุบันเส้นทางในอเมริกาเหนือไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์ มีให้บริการมากถึง 6 เมืองด้วยกัน คือ ลอสแอนเจลิส, ซานฟรานซิสโก, นิวยอร์ค, แวนคูเวอร์, โตรอนโต และล่าสุด เม็กซิโก ซีตี้ ประเทศเม็กซิโก

ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์ ถือว่าเป็นสายการบินจีนที่ทันสมัย ให้บริการด้วยเครื่องบินที่ทันสมัย เครื่องใหม่ สะอาด ปลอดภัย การบริการแบบ FULL SERVICE AIRLINES ในขณะที่ความได้เปรียบในเรื่องเวลาในการรอเปลียนเครื่อง ซึ่งแต่ละเส้นทางใช้เวลาในการต่อเครื่องเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณเท่านั้น และราคาที่ดึงดูดใจ ยังคงเป็นจุดขาย เนื่องจากมีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งประหยัด และสะดวกสบาย และในเร็วๆ นี้ ไชน่า เซาท์เทอร์น แอร์ไลน์ ยังมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กวางเจา-เวียงจันทร์ ประเทศ สปป.ลาว และกวางเจา-โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา อีกด้วย มร.เฉิน หลิ่ง กล่าวปิดท้าย

งานแถลงข่าวเปิดเส่นทางการบินใหม่  ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย สาขาบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์  ,มร.จาน เชน วู อุปจีนประเทศไทย,ไฆเม บีร์กิลิโอ นัวลาร์ด ชานเชช   เอกอัครทูตสหรัฐเม็กซิโกประจำประเทศไทย และ จาน ชิน หง ผู้อำนวยการท่องเที่ยวจีน  ประจำสำนักงานกรุงเทพฯ

จัดงาน เพื่อเผยแพร่ข่าวสารการเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ประเทศเม็กซิโก
ณ ห้องอาหารเม็กซิกาโน่

โรงแรมแบรนด์ท์ ในค่ำคืน
วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2560

เปิดนิทรรศการ คน เงิน ผี สิ่งเหล่านี้เป็นการเคลื่อนไหวของประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี

 จิม ทอมป์สัน เรียนเชิญร่วมงานแถลงข่าวเปิดนิทรรศการ  People, Money, Ghosts (Movement as Metaphor)

นิทรรศการสื่อผสมที่นำเสนอเรื่องราวการอพยพย้ายถิ่นและพลวัตทางสังคมจาก 3 กลุ่มศิลปินอาเซียน   กลุ่มศิลปินอาเซียน มุ่งสำรวจว่าการเดินทางกับการอพยพของประชากรและอุตสาหกรรมทั้งหลาย แนวคิดทฤษฎีกับความเชื่อทางจิตวิญญาณ สุนทรียะกับวิทยาการ และตัวศิลปินเอง มีส่วนสร้างโลกของเราขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในและนอกเหนือภูมิภาค  ที่เราเรียกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภาวะดังกล่าวปรากฏชัดในการสร้างผลงานของศิลปินผู้แสดงงานครั้งนี้

นิทรรศการนี้จึงเกี่ยวกับกระบวนการของการเคลื่อนย้ายด้วยตัว นิทรรศการเองเฉก  เช่นบานพับที่พลิกแพลงได้หลายทิศทางโดยขึ้นกับตัวงานศิลปะแต่ละชิ้น มากกว่าตัวคำถามภายในชิ้นงานที่เปล่งเสียงได้ทั้งที่นี่และทุกหนแห่ง ผลงานจัดแสดงทั้งหมดของล้วนสร้างขึ้นในพื้นที่ห่างไกลความคุ้นชิน กล่าวคือไม่ใช่เมืองอันเป็น บ้าน ของศิลปิน และต่างได้รับอิทธิพลจากความหมายจำเพาะของพื้นที่ทั้งในแง่มุมเชิงประวัติศาสตร์กับโลกร่วมสมัย ผลงานในนิทรรศการคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายทั้งในฐานะประสบการณ์และวัตถุแห่งการสืบค้นวิจัยทางศิลปะ ศิลปินแต่ละคนเลือกคำถามและประเด็นซึ่งเชื่อมโยงกับการไร้ถิ่นฐานของผู้คน ความพลิกผันเปลี่ยนแปลงในเมืองหลวงของดินแดนอื่น และผลกระทบสืบเนื่องอันหลอกหลอนของสิ่งเหล่านั้น ในฐานะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ร่วมสมัย พื้นที่ในความสนใจเหล่านี้  จึงเป็นกระจกส่องสะท้อน  ทั้งประสบการณ์ส่วนตัวในการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน
ของศิลปิน  และกระบวนการทำงานของพวกเขา


People, Money, Ghosts ผลงานเหล่านี้ ผ่านการคัดสรรโดยภัณฑารักษ์ชาวออสเตรเลีย อาศัยอยู่พนมเปญ โรเจอร์ เนลสันพูดคุยเกี่ยวกับงานนิทรรศการ โดย  คุณกฤติยา กาวีวงศ์ – ผู้อำนวยการ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน มิสเตอร์โรเจอร์ เนลสัน ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ

ศิลปิน : ไขว สัมนาง, เอมี เลียน &เอ็นโซ คามาโช, เหงียน ธี ธันห์ ไม ได้นำเสนอเรื่องราว การอพยพย้ายถิ่นและพลวัตทางสังคม และการอพยพย้ายถิ่นของประชากรและอุตสาหกรรมต่างๆที่เป็นดั่งฟันเฟืองสำคัญในการสร้างและขับเคลื่อนพลวัตทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงศิลปะร่วมสมัยที่สามารถแพร่ขยายแบบไร้พรมแดนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอด้วยศิลปะในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งแฝงไว้ด้วยแนวคิด ทฤษฎี ความเชื่อทางจิตวิญญาณ และผลกระทบอันสืบเนื่อง จากการโยกย้ายในลักษณะเหนือจริง (Surreal) อาทิ


ศิลปะแบบจัดวาง  (Installation Art)
ประติมากรรมวิดีโอ  (Video Sculpture)
ศิลปะคอลลาจ  (Collage Art)

ไขว สัมนาง ศิลปินชาวกัมพูชา เอมี เลียน และ เอ็นโซ คามาโช ศิลปินคู่ ชาวฟิลิปปินส์ และ เหงียน ธี ธันห์ ไม ศิลปินชาวเวียดนาม จัดนิทรรศการPeople, Money, Ghosts (Movement as Metaphor)   ศิลปะสื่อผสม ภายใต้คอน
เซปท์ คน เงิน ผี เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการเคลื่อนไหวขอประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี

ศิลปินได้นำเสนอผลงานในรูปแบบความเป็นท้องถิ่นพร้อมกับปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก เช่น ศิลปินชาวฟิลิปปินส์นำเสนอผลงานในรูปแบบ “ผีกระสือ” เป็นรูปแบบประติมากรรมวิดีโอ เพื่อสะท้อนถึงตัวตนที่เคลื่อนย้ายอพยพมากกว่าสงบนิ่งที่บ้าน และผลงานเหล่านี้ ผ่านการคัดสรรโดยภัณฑารักษ์ชาวออสเตรเลีย อาศัยอยู่พนมเปญ โรเจอร์ เนลสัน เริ่มจัดแสดง

นิทรรศการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2560   ตั้งแต่ 9.00 – 20.00 น. ณ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน  ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการ โปรเจ็คต์ทั้งสองของ ไขวสัมนาง (KhvaySamnang)มุ่งสำรวจการเคลื่อนย้ายในบริบทของประเทศกัมพูชาที่ขยายใหญ่ขึ้น– Yantra Man (2015) เป็นการสำรวจประวัติศาสตร์ที่ถูกหลงลืมในวงกว้างเกี่ยวกับทหารกัมพูชาผู้ถูกส่งไปร่วมรบให้กองทัพฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ตัวงานประกอบด้วยการจัดวางประติมากรรมเหล็ก โดยโมทีฟที่ปรากฏในชิ้นงานคือพระเครื่องที่เป็นเครื่องรางและผ้ายันต์แบบเขมร ตัวงานมุ่งพิเคราะห์การสะท้อนไปมาระหว่างประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ของเหล่าทหาร และประสบการณ์ร่วมสมัยของคนที่ต้องทำงานไกลบ้าน –Rubber Man (2014) ประกอบด้วยวิดีโอหนึ่งจอที่บันทึกการแสดงของตัวศิลปิน และจัดวางบนประติมากรรมไม้ที่นำเสนอบนดินร่วนแดง ชนิดเดียวกับที่พบได้ในจังหวัดรัตนคีรีทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชา งานชิ้นนี้สำรวจผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และ
จิตวิญญาณ ของการเพาะปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกล่าว


ศิลปินคู่ เอมี เลียน &เอ็นโซ คามาโช (Amy Lien &Enzo Camacho) ร่วมกันเสนอผลงานชุดใหม่ด้วยรูปแบบที่เธอและเขาเรียกว่า ‘ประติมากรรมวิดีโอ’ (video sculpture)– งานศิลปะชุดนี้สำรวจรูปลักษณ์และตัวตนของสิ่งคล้ายผีที่มีผู้พบเจอตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งมีชีวิตในตำนานที่แยกร่างโดยทิ้งส่วนขาไว้ในป่า (ทั้งในความหมายตรงตัวและโดยเปรียบเทียบ) ในขณะที่ส่วนหัวกับเครื่องในบินผ่านเมืองสร้างความตื่นกลัวให้ชาวบ้าน ในไทยเรียกสิ่งมีชีวิตนี้ว่ากระสือ (krasue) ในขณะที่กัมพูชาใช้ชื่อ เอิบ (arb) จุดเริ่มต้นความสนใจของศิลปินที่มีต่อร่างกลายพันธุ์ชนิดนี้คือ
มานานังกาล (manananggal) ของฟิลิปปินส์ และศิลปินเลือกนำเสนอ
กระสือ/เอิบ/มานานังกาล ในรูปสัญลักษณ์อย่างบทกวีที่สะท้อนสัมผัสของตัวตนที่ผันแปรไม่หยุดนิ่ง เป็นสัมผัสของตัวตนที่ไร้ศูนย์กลางตายตัว ตัวตนที่เคลื่อนย้ายอพยพมากกว่าสงบนิ่งที่ ‘บ้าน’ หรือสถานที่จำเพาะ และแข็งขืนต่อการจำแนกประเภทด้วยตรรกะและเหตุผล ศิลปินเสนอว่าสิ่งมีชีวิตนี้ถือเป็น ‘สัตว์ประหลาดโอเพ่นซอร์ส’ (open-source monster) โดยหยิบยืมคำศัพท์ที่สื่อความถึงซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต และ/หรือพัฒนาต่อโดยผู้ใช้ มาช่วยอธิบายคุณลักษณะ–ชิ้นงานทั้งสามที่แยกส่วนชัดเจนทว่าสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน (และโต้ตอบระหว่างกันอย่างเงียบเชียบ) สร้างขึ้นใหม่เพื่อนิทรรศการครั้งนี้โดยเฉพาะ


Day by Day (2014-7) โดยเหงียน ธี ธันห์ ไม (Nguyen ThiThanh Mai) สำรวจประสบการณ์ผู้อพยพของชุมชนชาวเวียดนามไร้รัฐที่ใช้ชีวิตในหมู่บ้านลอยน้ำในประเทศกัมพูชาและเวียดนาม ชุมชนดังกล่าวต้องประสบความยากแค้นนานหลายทศวรรษ ทั้งถูกกวาดล้างระหว่างช่วงสงครามอเมริกันในเวียดนามและภายใต้การปกครองของเขมรแดงในกัมพูชา และถูกปฏิเสธสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องทั้งการศึกษาและสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน อันเป็นผลสืบเนื่องจากการไม่สามารถเข้าถึงเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมายในแต่ละชาติ โปรเจ็คต์นี้ประกอบด้วยวิดีโอความยาวหนึ่งชั่วโมง จัดวางร่วมกับ ‘บัตรประชาชน’ ปลอม และชุดคอลลาจภาพถ่ายดิจิตอลติดตั้งในกระท่อมทางมะพร้าวหลังเล็กที่สร้างขึ้นในพื้นที่ของแกลเลอรี   ผลงานทุกชิ้นที่จัดแสดงคราวนี้ล้วนมีศักยภาพในการสะท้อนเข้าหาสภาพแวดล้อมร่วมสมัย และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่จมอยู่ใต้พื้นผิว ศิลปินในไทยจำนวนมากเองก็รับเอาวิถีปฏิบัติเยี่ยงผู้อพยพหรือชนเผ่าพเนจรไว้กับตัว ซึ่งโดยปริยายพวกเขาได้สำแดงปลดเปลื้องให้เห็นความรู้สึกของประสบการณ์ในระดับภูมิภาค (pan-regional) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ซุกซ่อนไว้ มากกว่าตัวตนที่มีเขตแดนจำกัดของชาติที่ตนเองสังกัดอยู่


เกี่ยวกับศิลปินและภัณฑารักษ์
ไขว สัมนาง (เกิดปี 2525, พำนักในพนมเปญ) คือหนึ่งในศิลปินสาขาทัศนศิลป์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศกัมพูชา เขาทำงานทั้งด้านเพอร์ฟอร์มานซ์, ภาพถ่าย, วิดีโอ, ศิลปะจัดวาง และยังสนอกสนใจสำรวจประเด็นชวนถกเถียงทั้งด้านการเมือง สังคม กับความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ในกัมพูชากับที่อื่นๆ “ถ้าพูดถึงไม่ได้ แล้วเราจะแสดงให้เห็นได้อย่างไร?”


เอมี เลียน (เกิดปี 2530, พำนักในมะนิลาและนิวยอร์ก) และ เอ็นโซ คามาโช (เกิดปี 2528, พำนักในมะนิลาและเบอร์ลิน) คือคู่ศิลปินที่ทำงานร่วมกันเป็นการเฉพาะตั้งแต่ปี 2552 – ผลงานศิลปะที่พวกเขาให้คำอธิบายด้วยน้ำเสียงจิกกัดว่า “ไม่ใคร่เจาะจงสื่อที่ใช้” มักใช้วิดีโอกับการจัดวางที่เลียนแบบสุนทรียะออนไลน์และสภาพแวดล้อมยามวิกาล ด้วยความสนใจของพวกเขาคือสภาวะกึ่งกลาง (liminal circumstance)เช่น ตัวตนที่ยึดโยงลักษณะระหว่างเพศ กิจกรรมที่คาบเกี่ยวระหว่างสันทนาการกับการใช้แรงงาน หรือผลงานที่อยู่ระหว่างความจริงจังกับความเสียดเย้ย


เหงียน ธี ธันห์ ไม (เกิดปี 2526, พำนักในเว้) อธิบายไว้ว่า “แนวความคิดเกี่ยวกับการต่อสู้ดิ้นรน กับความสนใจต่อความรู้สึกที่แสดงออกได้ยากและถูกกดทับไว้ คือแกนกลางในการสร้างงานศิลปะของฉัน” เธอทำงานโดยใช้สื่อหลากหลาย สำรวจอุปสรรคที่ปัจเจกบุคคลหรือชุมชนต้องเผชิญ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและลงพื้นที่วิจัยระยะยาว ในระยะแรกเริ่มเธอได้รับความสนใจจากผลงานที่เกี่ยวพันกับร่างกายของผู้หญิงและประสบการณ์ที่มีเรื่องเพศเป็นพื้นฐาน แต่ผลงานต่อเนื่องที่กำลังทำอยู่อันว่าด้วยชุมชนชาวประมงไร้รัฐในเวียดนามและกัมพูชา นำเสนอประเด็นซ้อนทับระหว่างเรื่องสิทธิความเป็นพลเมืองและประวัติศาสตร์ของสงครามอเมริกันในคาบสมุทรอินโดจีน


โรเจอร์ เนลสัน (Roger Nelson) ทำงานในฐานะนักประวัติศาสตร์ศิลป์และภัณฑารักษ์อิสระผู้พำนักในกรุงพนมเปญ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกที่ University of Melbourneปี 2560ผลงานวิจัยของเขาศึกษาคำถามที่มีต่อความเป็นสมัยใหม่และสภาวะร่วมสมัยในงานศิลปะ โดยใช้ประเทศกัมพูชาและภูมิภาคโดยรอบเป็นกรณีศึกษา โรเจอร์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการร่วมของวารสารวิชาการเล่มใหม่ Southeast of Now: Directions in Contemporary and Modern Art in Asia ซึ่งตีพิมพ์โดย NUS Press ของ National University of Singapore เขาเขียนบทความวิชาการให้วารสารหลายเล่ม เช่น Stedelijk Studies นิตยสารศิลปะเนื้อหาเข้มข้น เช่น Art Asia Pacific รวมถึงหนังสือและสูจิบัตินิทรรศการศิลปะจำนวนมาก โรเจอร์ทำหน้าที่ภัณฑารักษ์นิทรรศการและโปรเจ็คต์อื่นๆ ทั้งในออสเตรเลีย กัมพูชา สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม


งานเปิดตัวนิทรรศการอย่างเป็นทางการ
People, Money, Ghosts (Movement as Metaphor) นิทรรศการกลุ่มแสดงผลงานศิลปะโดย: ไขว สัมนาง (พนมเปญ) / เอมี เลียน & เอ็นโซ คามาโช (มะนิลา, เบอร์ลิน และนิวยอร์ก) / เหงียน ธี ธันห์ ไม (เว้)


คัดสรรโดย โรเจอร์ เนลสัน(พนมเปญ)
ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน, กรุงเทพมหานคร
7 มีนาคม ถึง 18 มิถุนายน 2560, เปิดให้เข้าชมทุกวัน 9.00 – 20.00 น.
เสวนากับศิลปินและภัณฑารักษ์ ในวันอังคารที่ 7 มีนาคม เวลา 16.30 น.
พิธีเปิดนิทรรศการวันที่ 7 มีนาคม เวลา 18.30 น.

 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 20.00 น.
เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
หมายเลขโทรศัพท์: 02-612-6741
อีเมล์: artcenter@jimthompsonhouse.com
เฟซบุ๊ก: the Jim Thompson Art Center
เว็บไซต์: www.jimthompsonartcenter.org

เปิดตัวผลไม้เกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากเกาหลี ที่ Gourmet Market

ลิ้มรสผลไม้เกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากประเทศเกาหลี

ไปเที่ยวเกาหลี  หลายๆ คนถามว่าผลไม้สด ของเกาหลี มีอะไรน่าทานบ้าง หรือถ้าไปเที่ยวประเทศเกาหลี ซื้ออะไรเป็นของฝากดี วันนี้ Toptotravel ตัวเลือกมหาศาลค่ะ เกาหลีจัดเป็นประเทศที่ ช็อปได้สนุกสนาน ทั้งเครื่องสำอาง เสื้อผ้า แฟชั่น อาหารแลละผลไม้สด  ราคาสินค้าอยู่ตรงกลางระหว่าง ญี่ปุ่นกับจีนสินค้าเกาหลี มีคุณภาพดีกว่าสินค้าจีน ผลไม้สดในช่วงหน้าหนาวของเกาหลี สตอเบอรรี่ ลูกใหญ่ ส้มสาลี่ลูกใหญ่มีรสหวานเช่นกัน  นับเป็นของฝากได้อย่างดี แต่ในตอนนี้ไม่ต้องนั่งรอของฝากจากใคร เพียงมาที่ Gourmet market จะได้ลิ้มรสผลไม้เกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากเกาหลี

เริ่มต้นใหม่ในเดือนมีนาคมแบบนี้ บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายผลไม้ เกรดพรีเมี่ยมทุกชนิด  ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดงานแถลงข่าว วัชมนฟู้ด จับมือแบรนด์  อิพมาชุม นำเข้าผลไม้ซุปเปอร์พรีเมี่ยมเบอร์ใหญ่สุดจากเกาหลี

บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้ เกรดพรีเมี่ยมทุกชนิด

ครั้งแรก!! ในไทย ความฮอตฮิตของผลไม้เมืองหนาว ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่มผลไม้เกาหลีระดับราชา ที่คัดสรรมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ นำทีมโดยผลไม้แบรนด์ชั้นนำจากเกาหลี บินมาเสิร์ฟความอร่อยถึงที่ ในงาน Korea New Variety Fresh Fruit ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เดอะมอลล์บางกะปิ มีผลไม้จากเกาหลีมาให้ช้อป ชิม กันอย่างจุใจพร้อมทั้งกิจกรรมมากมายในงาน

สตอเบอรี่ (จุ๊ก-ฮยัง), สตอเบอรี่ (ซอล-ฮยัง)

ส้มแมนดารินเกาหลี (ชองเฮฮยัง), ส้มเชจูเกาหลี (ฮัลลาบง)

สาลีหิมะเกาหลี (ซิงโก แพร์)ที่การันตีจากยอดขายอันดับ 1 ตลอดกาล ว่าเด็ดที่สุดในเกาหลี

หลายปีที่ผ่านมากระแสเกาหลีฟรีเวอร์ ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเล็งเห็นถึงสีสันที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขันตลาดนำเข้าผลไม้ของไทย แต่ถึงกระนั้น แบรนด์ “อิพมาชุม” เอง ไม่ได้เน้นขายพรีเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันไม่มีพรีเซ็นเตอร์) เพราะทางแบรนด์เชื่อมั่นในความโดดเด่นของสินค้า และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ ส้มแมนดารินเกาหลี และส้มเซจู ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ชุ่มคอ อีกทั้งยังแคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก และยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี, สาลี่หิมะเกาหลี มีเนื้อที่ละเอียดกว่า สาลี่ที่นำเข้าจากประเทศจีน มีความกรอบ อร่อย เนื้อฉ่ำหวาน เปลือกบาง สามารถเก็บเกี่ยวได้ระหว่างเดือน ธันวาคม – เมษายน และตัวที่โดดเด่น และมียอดการสั่งซื้อสูงที่สุดคือ สตอเบอรี่พันธุ์จุ๊กฮยัง (ปลูกในโซนภาคเหนือ ของประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการปลูกสตอเบอรี่ที่สุด) เป็นสตอเบอรี่เกรดพรีเมี่ยมที่ขายดีที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ฮ่องกงและสิงคโปร์ ด้วยระบบการจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด จึงหมดห่วงเรื่องความสดใหม่ ของสินค้า ด้วยรสชาติหอมหวานเนื้อนุ่ม เก็บเกี่ยวได้ในช่วง ธันวาคม เมษายน



บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลไม้เกรดพรีเมี่ยมทุกชนิด เบอร์ 1ของประเทศไทยด้วยประสบการณ์กว่า 30ปีนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมี่ยม จาก แบรนด์ “อิพมาชุม” แบรนด์ชั้นนำ อันดับ 1 ของประเทศเกาหลีใต้ โดยการันตีจากยอดการจัดส่งผลไม้ ถึงร้อยละ 50 ทั่วประเทศ ได้แก่ สตอเบอรี่จุ๊กฮยัง, สตอเบอรี่ซอลฮยัง, ส้มแมนดาริน (ซองเฮอยัง), ส้มเซจู (ฮัลลาบง), และสาลี่หิมะเกาหลี หวังเจาะกลุ่มผู้บริโภค กรุงเทพและปริมณฑล ตั้งแต่เกรด B ขึ้นไป วางจำหน่ายที่ กูร์เมต์มาร์เก็ต (Gourmet Market), โฮมเฟรชมาร์ท (HomeFreshMart) ทุกสาขา, เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี

คนไทยได้รับประทานผลไม้ชั้นดีแต่ราคาสามารถเข้าถึงได้พร้อมเผยทิศทางการทำการตลาด เพื่อส่งเสริมการค้า ระหว่างไทย – เกาหลี กลยุทธ์มัดใจผู้บริโภคชาวไทยแบบ โคเลียสไตล์

นายภาวิน จียาศักดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วัชมนฟู้ดจำกัด

บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัดเป็นผู้ให้ข้อมูล ขอเชิญร่วมเปิดมิติใหม่ แห่งการบริโภคผลไม้ กับรสชาติที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

งานแถลงข่าวเปิดตัวผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมี่ยมจาก  ประเทศเกาหลี
ณ เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยร่วมมือกับ อิพมาชุม แบรนด์ชั้นนำอันดับ 1 เรื่องการส่งออกผลไม้เกาหลี  นายภาวิน จียาศักดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วัชมนฟู้ดจำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคผลไม้ในไทยให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าที่ดีกว่า ผนวกกับเทรนด์เกาหลีที่มีกระแสอยู่เรื่อยๆ บริษัทจึงจับมือกับอิพมาชุม นำเข้าผลไม้เกรดพรีเมี่ยมจากประเทศเกาหลี ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี่จุ๊กฮยัง สตรอว์เบอร์รี่ซอลฮยัง ส้มแมนดารินซองเฮอยัง ส้มเซจูฮัลลาบง และสาลี่หิมะเกาหลี ตนรับลองว่าผลไม้ดังกล่าวด้วยรสชาติที่แปลกใหม่คนไทยต้องติดใจอย่างแน่นอนส่วนเรื่องราคาหากเปรียบเทียบผลไม้ของตนกับต่างประเทศในสายพันธ์เดียวกัน พบว่ามีราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้คนไทยได้รับประทานผลไม้ชั้นดีแต่ราคาสามารถเข้าถึงได้ ด้านสถานที่จำหน่ายปัจจุบันมุ่งเน้นบริเวณของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในอนาคตอาจมีการขยาดตลาดสู่ต่างจังหวัดใหญ่ๆ หากได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 9 – 15 มีนาคม 2560  เป็นต้นไป
ณ Gourmet Market ชั้น G สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ
สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Vachamon food

ปากแดง คือชนะเลิศ โม คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2016

มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน
(Miss International Queen) การประกวดสาวประเภทสอง นานาชาติระดับโลก

น้องโม  จิรัชยา สิริมงคลนาวิน มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส  2016  คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2016 เวทีสาวทรานส์เจนเดอร์อันดับ 1 ของโลก
พกพาความสวยอวดสายตาชาวโลก   คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2016 เวทีสาวทรานส์เจนเดอร์อันดับ 1 ของโลก

ไม่มีงานประกวดใดๆ ที่จะทำให้สาวๆ มองค้อน หนุ่มๆ มองค้างได้เท่าการประกวดสุดฮอต ที่สุดแห่งการประกวดทรานส์เจนเดอร์ (transgender) ที่ไม่ว่าจะลงรายละเอียดตรงไหนก็สวยล้ำ เลอค่าไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด การแต่งกาย การออกแบบฉากไฟแสงสีอลังการระดับโกอินเตอร์ก็ยังต้องยอม กับเวทีนี้ Miss International Queen 2016 เปลี่ยนการประกวดให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันคว้ามงกุฎ ที่ต้องชัดเจนด้วยความสามารถ ความมั่นใจ ศักยภาพที่เป็นตัวตนล้วนๆ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยาและคณะกรรมการและผู้ให้การสนับสุนนทุกคนล้วนหวังขยายกลุ่มผู้ชม และส่งให้เป็นเวทีแห่งการยอมรับที่เปิดกว้างให้ทรานส์เจนเดอร์ได้ยืนอย่างทรนง ตามธีมการประกวดครั้งนี้  Stand Proud ที่ส่อแววว่ากรรมการจะเครียดหนักด้วยผู้เข้าประกวด 24 คนจาก 19 ประเทศล้วนพกดีกรีความฮอต สวยสง่าและสามารถ

แฟนคลับสายประกวด ได้พบกับนางงามผู้เข้าประกวดกันทั้ง 24 คนจาก 19 ประเทศ เปิดตัวที่ เซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพ เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 27-28 ก.พ. เข้าพักที่ โรงแรมวู้ดแลนด์ รีสอร์ท พัทยา เพื่อเริ่มต้นกิจกรรมเก็บตัวนางงามระหว่าง 1-9 มี.ค. ก่อนขึ้นเวทีประกวดจริง ในวันที่ 10 มี.ค. ผู้เข้าประกวดทั้ง 24 คนสดใส อบอุ่นด้วยการต้อนรับจากแฟนคลับชาวไทย แม้มาจาก 19 ประเทศที่แตกต่างก็มา Stand Proud  บนเวทีเดียวกันอย่างภาคภูมิ
เวที Miss International Queen

วันนี้เป็นเสมือนสถาบันในกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ทั่วโลก ว่าจะเชื่อมั่นได้ในคุณภาพของคนที่ผ่านเวทีนี้ ต้องเข้มเรื่องศักยภาพในความเป็นตัวตน การอยู่ร่วมในสังคม นอกจากความสวยงามอย่างหญิงที่เราเน้นตลอดเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ยุคแห่งการเรียกร้องได้ผ่านไปแล้ว สาวทรานส์เจนเดอร์จากเวทีนี้ต้องเป็นผู้ที่มั่นใจ ก้าวออกไปผงาดอย่างเป็นตัวของตัวเองโดยแท้จริง,” คุณอลิสา พันธุศักดิ์ ประธานคณะกรรมการจัดการประกวดกล่าว

เวทีประกวดที่สนับสนุนพื้นที่ยืนอย่างภาคภูมิ: Stand Proud
นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่กองประกวดได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจาก บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศไทย และเป็นบริษัทในกลุ่มแอกซ่า ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจประกัน การเงิน และบริหารสินทรัพย์ระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ประกัน อันดับ 1 ของโลก 8 ปีซ้อน โดย มร. เดวิด โครูนิช ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติมาร่วมในงานเปิดตัวครั้งนี้ “แนวคิดในการจัดการประกวด Miss International Queen เน้นการเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างของบุคคล ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่เชื่อในตัวตนของคุณ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดด้านความรับผิดชอบองค์กร และการดำเนินงานด้านความเสมอภาคและหลากหลายขององค์กร ที่กรุงไทย-แอกซ่า เชื่อมั่นและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนให้ทุกคนมีที่ยืนหยัดอย่างภาคภูมิ Stand Proud

ในความแตกต่างที่เราทุกคนมี กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นบริษัทฯ
มีนโยบายที่เชื่อมั่นในความหลากหลายหรือ Diversity and Inclusion ในหลาย ๆ ด้านทั้งการคัดสรรบุคลากร โดยพิจารณาจากศักยภาพในการทำงาน การพัฒนาบุคลากร สวัสดิการพนักงานที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม

ดร. เสรี วงษ์มณฑา ประธานคณะกรรมการอำนวยการประกวด กล่าวถึงผู้เข้าประกวดว่า “ทุกคนต่างเป็นตัวแทนของความภาคภูมิใจ ทั้งของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศของตน การเข้าประกวดใดก็ตาม ย่อมสะท้อนความกล้าหาญ ความพร้อมในการแสดงออก และยังเป็นทูตวัฒนธรรมจากประเทศของตนมาเชื่อมสัมพันธ์ ที่จะทำให้เราทุกคนจดจำด้วยไมตรีที่มีต่อกัน

การเป็นเสมือนทูตวัฒนธรรมนี้ คุณฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “ประเทศไทยมีความพร้อมและภาครัฐได้วางเป้าหมายชัดเจน การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนที่มีความแตกต่างหรือ diversity ด้วยวัฒนธรรมอันดีงามที่มีเอกลักษณ์และอ่อนน้อม ทั้งนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบ่งเป็นหลายภาคส่วน หนึ่งในนั้น ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เป็นที่ยอมรับในฝีมือของทีมแพทย์ องค์ประกอบอื่นๆ และมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทย ประกอบกับวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวของเรา ดึงให้นักท่องเที่ยวกลับมาอย่างประทับใจ รู้สึกเสมือนบ้านแห่งที่สอง ไม่แปลกแยก แม้ในความแตกต่างก็ตาม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของเราทุกคนในฐานะเจ้าของบ้าน จึงเป็นการร่วมมือกันทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

คุณกฤษ พัฒนสาร ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่นำผู้คนหลากหลายเดินทางไปสู่จุดหมาย ที่เปิดเส้นทางใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งนี้ ได้จัดทริปพาสาวทั้ง 24 คนล่องใต้สู่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาจากสนามบินอู่ตะเภา นำผู้เข้าประกวดจาก 19 ประเทศแสดงความสามารถพิเศษกันในวันที่ 4 มีนาคม และข้ามไปเยือนความงามของเกาะหลีเป๊ะในวันที่ 5 “แอร์เอเชียยินดีที่ได้เป็นผู้นำทุกคนเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน สู่เป้าหมายโดยปลอดภัย และเป็นทูตวัฒนธรรมที่นำเสนอความงามท้องถิ่นสู่สายตาผู้มาเยือนทั้ง 24 คน และได้สัมผัสภาคใต้และเกาะหลีเป๊ะอันสวยงามของไทย

สุดพิเศษโดยคุณโอ๊ต ร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเลนส์ กับ Miss International Queen โมเม้นท์แห่งชีวิตของสาวๆ ในการประกวดครั้งนี้ ได้โอ๊ต ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี ช่างภาพคนไทยที่รู้จักในวงการอย่างกว้างขวางในหมู่ช่างภาพ ทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันประจําอยู่ที่กรุงเทพฯ และกรุงลอนดอน ได้เข้าร่วมบันทึกประสบการณ์ ความทรงจําของทุกนางผ่านเลนส์กล้อง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและสื่อถึงอารมณ์ ความหวัง ความฝัน ในการมาขึ้นเวทีคว้ามงกุฎ Miss International Queen ครั้งหนึ่งในชีวิต โดยคุณโอ๊ตมารัวชัตเตอร์สนั่นเก็บเสี้ยวชีวิตแห่งความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของสาว 24 นางแบบจัดเต็ม! โดยพบกับจังหวะชีวิตเหล่านั้น และเรื่องราวส่วนตัว วินาทีสุดพราวด์ (proud) ของเหล่าผู้เข้าประกวดบนเวทีประกวดชิงมงกุฎได้ในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคมนี้  ณ โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา

การประกวดรอบสุดท้ายจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เป็นกำลังใจให้การสนับสนุนสาว ทรานส์เจนเดอร์ผู้มาเยือนบ้านเราทั้ง 24 คนด้วยกัน

ล่าสุดเธอได้คว้ามงกุฏระดับโลก น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2016 คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2016 เวทีสาวทรานส์เจนเดอร์อันดับ 1 ของโลก สวยเยอร์ไหนมาดูกัน

น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน
อายุ 24 ปี ส่วนสูง 175 ซม. สัดส่วน : 32-24-34 เรียนจบปริญญาตรี ด้านออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ไม่ใช่แค่ความสวยเพียงอย่างเดียวต้องเพียบพร้อมไปด้วยความฉลาด มีความสามารถ และมีไหวพริบแก้ปัญหา  โม จิรัชยา ศิริมงคล ตัวแทนสาวไทย คว้ามงกุฏไปครอง พร้อมรางวัลเงินสด 450,000 บาท  ส่วนรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นาตาลี เดอ โอลิเวียร่า หมายเลข 17 ประเทศบราซิล  รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ แอนเดรีย กอลยาโซ หมายเลข 19 ประเทศเวเนซุเอล่า

ปากสีแดง คือ ชนะเลิศ แฟนนางงามชาวไทยมีความสุขไปอีก ส่วนรองอันดับ 1 และ 2 คือสาวงามจากบราซิลและเวเนซุเอล่า

Toptotravel ขอแสดงความยินดีกับ น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน ด้วยนะคะ
สามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าชมได้ที่
www.tiffany-show.co.th หรือ Thai Ticket Major
ติดตามการถ่ายทอดสดทางไทยทีวีสีช่อง 7 ได้ตั้งแต่เวลา 23.00 น.
หรือชมผ่าน Facebook Live ได้ทาง www.missinternationalqueen.com (เวลาประกวดที่โรงละคร 21.00 – 23.30 น.)

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ยินดีให้บริการข้อมูลเพิ่มเติมที่
พิตอน คอมมิวนิเคชั่น 02-9542602-4
ชลวรรณ เต้ 0897809948 chonlawon@PITONbiz.com
บูรณี ต้น 0994196324 buranii@PITONbiz.com
ชณานิศ นิศ 0949514415 chayanis@PITONbiz.com
ณิชานันท์ แอ้ 0813456978 nichanan@PITONbiz.com

บริษัท ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จำกัด 038 421 700-5
ประชาสัมพันธ์ บริษัททิฟฟานี่โชว์ พัทยา
คุณดวงหทัย (ปอยจัย) 084 362 8257
pr@tiffany-show.co.th

Bangkok Gourmet Festival 2017

ครั้งนี้ ชม ชิม ช้อป อาหารไทยที่อร่อยติดอันดับโลก

วันนี้แอดมีโอกาส ได้ไปงานเกี่ยวกับอาหารระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทย  เป็นการชิมรสชาติอาหารจากปลายจวักของบรรดาเซเลบริตี้เชฟต้นตำรับขนานแท้  ยิ่งใหญ่ และนักชิม  ห้ามพลาดงานนี้ จากหลากหลายร้านที่มาเข้าร่วมงาน Bangkok Gourmet Festival 2017  กับการรวมตัวของ เชฟระดับโลกและขอประเทศไทยร้านเด็ดร้านดังที่บินมาปรุงให้ชิมกันที่สยามพารากอน สัมผัสสุดยอดประสบการณ์อาหารระดับโลก กับเทศกาลอาหารนานาชาติยิ่งใหญ่

เทศกาล Bangkok Gourmet Festival 2017 จะนำเสนออาหารนานาชาติกว่า 60 ร้านค้า ผสมผสานทั้งร้านอาหารต่างประเทศชั้นเลิศกับอาหารรสชาติดั้งเดิมของไทยจากทั้งห้าภาค เต็มอิ่มจุใจกับอาหารแบบพอดีคำ (bite size) จากร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งและร้านอาหารชั้นนำที่เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคในเรื่องของรสชาติและรูปแบบการนำเสนอและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเข้าร่วมงาน โดยจะมีเมนูสุดพิเศษจากร้าน Iron Chef Table, Savelberg, Osha, Ginza Sushi Ichi, J’aime by Jean-Michel Lorain, Lenzi Tuscan Kitchen, Crostini Italian Restaurant, Honmono Sushi, Saffron, Benjarong Thai Cuisine, The Reflexions, Upstairs Mikkeller, Indus, Cuisine de Garden, Lobster & Oyster, ห้องอาหารจากโรงแรมสุโขทัย และร้านอาหาร
ชั้นนำมากมาย

คุณองอาจ ประภากมล – กรรมการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ และประธานการจัดงาน Bangkok Gourmet Festival 2017

พลาดไม่ได้กับการชิมอาหารสุดพิเศษจากเชฟมิชลินสตาร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Alvin Leung เชฟมิชลินสตาร์สามดาวเจ้าของฉายา Demon Chef จากร้าน Bo Innovation จากฮ่องกง เชฟมิชลินสตาร์สามดาวชื่อดังจากชิคาโก้อย่าง เชฟ Curtis Duffy ที่มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกพร้อมกับเมนูสุดพิเศษจากร้าน Grace และเชฟ Guillaume Galliot จากร้าน The Tasting Room ในมาเก๊า

งานครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมด้านอาหารทั้งของไทยและนานาชาติเป็นครั้งแรกของทรูเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลิ้มรสอาหารจากร้านอาหารชื่อดังที่ทรูได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าร่วมสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยและอาหารนานาชาติในราคาสุดพิเศษและสนุกสนานพร้อมกับได้รับความรู้ไปกับกิจกรรมต่างๆ ในงานพบกันในงาน Bangkok Gourmet Festival 2017 อย่างจุใจ 3 วันเต็ม ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยาม พารากอน ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 10:00-22:00 น. ค่าบัตรผ่านประตู 200 บาท (บัตรเข้างานราคา 200 บาท สามารถใช้จ่ายในงานได้มูลค่า 200 บาท)



คุณองอาจ ประภากมล – กรรมการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ และประธานการจัดงาน Bangkok Gourmet Festival 2017 นำทีมเชฟมิชลินสตาร์ และเซเลบริตี้เชฟ กับบรรยากาศ ความอร่อยระดับโลกมาถึงเมืองไทยแล้ว  60 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก ภายในงานนั้นยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีเลคโทรลักซ์ เป็นผู้สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับร้านไฟน์ไดนิ่งและบนเวที รวมถึง “Kuche” (คูเช่อร์) luxury built in kitchen จาก SB Design Square  พร้อมพบบูธสุดเก๋

เพื่อให้ผู้หลงรักในศิลปะและความอร่อยของอาหารได้มีโอกาสลิ้มลองกันโดยไม่ต้องเดินทางไปทั่วโลก เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของวงการอาหารอีกงานหนึ่งที่ไม่ควรพลาดได้กระทบไหล่เชฟดังๆและฝีมือดีเป็นที่ยอมรับระดับโลกพร้อมได้ชิมอาหารจากเชฟโดยไม่ต้องบินไปไกล โด้เชื่อว่างานนี้ ทรู วิชั่นส์ จัดเต็มเอาใจคนชอบทานได้ชิมของอร่อยจากเชฟตัวจริง ใครสะดวกแล้วมาเจอกันในงาน Bangkok Gourmet Festival 2017

ผู้ร่วมงานจะได้ชิมอาหารสุดพิเศษจากฝืมือเชฟ มิชลินสตาร์สามดาว อย่าง Alvin Leung จากร้าน Bo Innovation ที่ฮ่องกงและเชฟ  Curtis Duffy จากร้าน Grace ที่ชิคาโก้ รวมถึงเชฟจากร้านชื่อดังในไทย เช่น เชฟ Henk Savelberg จากร้าน Savelberg, เชฟบุญธรรม ภาคโพคโพธิ์จากร้าน Honmono Sushi, เชฟปู ปริดา ธีระพงษ์จากร้าน โอชา และร้านชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย

รวมไปถึงการแสดงทำอาหารจากบรรดาเซเลบริตี้เชฟและเทคนิคไวน์แพริ่ง จากผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ สำหรับคนชอบทำอาหาร ในงานก็จะมีโซนขายวัตถุดิบปรุงอาหารชั้นยอด

ในงาน ทุกท่านจะได้พบกับ นักชิมจะได้พบกับเชฟระดับโลกแบบตัวเป็นๆที่จะบินมาปรุงให้เราได้ชิมกันกับรายชื่อสุดยอดเชฟชื่อดังระดับโลก อย่าง

เชฟ Henk Savelberg เชฟมิชลิน 1 ดาว จากร้าน Savelberg Thailand
เชฟ Amerigo Sesti เป็นเชฟประจำห้องอาหาร J’AIME by Jean-Michel Lorain
เชฟ ปูริดา ธีระพงษ์ Executive Chef จากร้าน Osha
เชฟ Guillaume Galliot เชฟมิชลิน 2 ดาว ร้าน The Tasting Room ในมาเก๊าเป็น 1 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก
เชฟ Alvin Leung (ฉายาเชฟปีศาจ) เชฟมิชลิน 3 ดาว เจ้าของร้านอาหาร Bo Innovation จากประเทศ ฮ่องกง
เชฟบุญธรรม ภาคโพคโพธิ์ จากร้าน Honmono Sushi
เชฟ Masakazu Ishibashi จากร้าน Ginza Sushi Ichi,
เชฟ Curtis Duffy เชฟมิชลิน 3 ดาว เจ้าของร้าน Grace ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

เอาใจคนชอบของหวานจาก ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลโฮมเมดอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมสุโขทัย  PAUL, Below Eleven, Coco Delight และ Haagen Dazs สำหรับคนที่รักขนม อย่าลืมแวะมาชิมกันได้ที่งาน Bangkok Gourmet Festival 2017

งานระดับโลกแบบนี้ก็ต้องมาพร้อมกับเครื่องดื่มระดับโลกอย่าง Acqua panna S. Pellegrino Chang, Mekhong, Remy Martin, HOBS, และ Village Farm Winery

ส่วนเครื่องดื่มน้นไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล ที่มากันครบผลิตภัณฑ์ต่างๆไม่ว่าเครื่องครัวและวัตถุดิบต่างๆมาให้เลือกซื้อกันอย่าง Electrolux, Kuche, True Select, Siam Food, Thai Aree และอีกมากมาย

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เหนือชั้นกับร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งสุดหรูกว่า 60 ร้านที่ขนกองทัพพ่อครัวรางวัลการันตีจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งเชฟมิชลิน ทั้งเชฟกระทะเหล็ก มาโชว์ฝีไม้ลายมือในการทำอาหารระดับรางวัลที่โดนใจลิ้น จากนักชิมนานาชาติภายในงาน  เป็นการชิมรสชาติอาหารจากปลายจวักของบรรดาเซเลบริตี้เชฟต้นตำรับขนานแท้ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคมนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเสียค่าเข้าชม 200 บาท แต่สามารถเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายภายในงานได้เต็มจำนวน พร้อมลุ้นรับโชคใหญ่เป็นมือถือไอโฟนรุ่น i7Plus ทองคำแท้จาก Gold Elite Paris มูลค่ากว่า 2 แสนบาท

อย่าลืม ชวนกันมา เทศกาลอาหารนานาชาติ ที่รวบรวมอาหารนานาชาติกว่า 60 ร้านมาไว้ที่เดียวกัน
งานนี้จัด  3 วันเท่านั้น 3-5 มีนาคม 2560 ที่รอยัลพารากอน ฮอลล์  ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
แบงคอก กูร์เมต์ เฟสติวัล 2017 Bangkok Gourmet Festival 2017  กิน ดื่ม ช้อป กับร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งชื่อดัง ร้านอาหารไทยชั้นเลิศ และร้านค้าต่างๆ รวมกว่า 60 ร้าน พร้อมพบเชฟมิชลินสตาร์ระดับโลก เซเลบริตี้เชฟ มาสเตอร์เชฟ ให้ทุกคนได้เฉลิมฉลองกับความสุขตลอด 3 วันเต็ม

เพียงกิน ดื่ม ช้อป ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปที่งาน Bangkok Gourmet Festival 2017
มีสิทธิลุ้นรับ iPhone7 plus Elite Gold Paris มูลค่ากว่า 2 แสนบาทแล้วจำนวน 1 รางวัล

#BangkokGourmetFestival2017 #BangkokGourmetFestival #BGF2017 #BGF

อาฟเตอร์นูนที ไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่สุดของโลก

ดื่มด่ำอรรถรสเสน่ห์แห่งชา อาฟเตอร์นูน ที ราชประสงค์ ร่วมกับ
ธนาคารกรุงเทพ ชวนยลสุนทรียศาสตร์ของอารยะชนชั้นสูงทั่วโลก

การจิบชายามบ่าย เป็นเวลาในช่วงของการผ่อนคลายอิริยาบถ ชา นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ บางคนชอบกินกับขนมหวาน ปัจจุบัน ชา เป็นเครื่องดื่มถ้วยโปรดของใครหลายๆ คน และชา  ยังเป็นเครื่องดื่มที่มีศิลปะ แต่ละประเทศล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรม และศิลปะการชงชาที่ประณีต งดงาม และรสชาติดี ในแบบที่แตกต่างกันออกไป ให้ทุกท่านได้สัมผัส ความเพลิดเพลินและรสชาติที่โดดเด่นจากชาติและขนมหวานจากทั่วทุกมุมโลก
ไฮ ที จูบิลี่ แอท ราชประสงค์ (High Tea Jubilee @ Ratchaprasong) อาฟเตอร์นูน ที สะท้อนวิถีเรื่องราวการใช้ชีวิตของชาวตะวันออกและชาวตะวันตก ที่คัดสรรใบชารสเลิศ  สู่การจับคู่ของว่างและขนมนานาชนิดจนเกิดเป็นเซตเมนูยามบ่าย “อาฟเตอร์นูนทีเซต” เปรียบดังสะพานระหว่างมื้ออาหาร ที่ผสานวัตถุดิบและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละชนชาติจนก่อเกิดเป็นอัตลักษณ์เด่นโดย “ย่านราชประสงค์” ในฐานะศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ครบวงจรใจกลางของกรุงเทพฯ ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ ผู้สนับสนุนกิจกรรมด้านความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ระดับพรี่เมี่ยม และ 8 ทีรูม จากโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่ และศูนย์การค้าภายในย่านฯ หยิบยกเสน่ห์แห่งรสนิยมของอารยธรรมการดื่มน้ำชาจากหลากหลายประเทศ มาเสิร์ฟความรื่นรมย์ท่ามกลางบรรยากาศแห่งฤดูร้อน ดื่มด่ำกับสุนทรียะแห่งการดื่มชาได้อย่างเต็มที่ กับเทศกาล ไฮ ที จูบิลี่ แอท ราชประสงค์ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซัมเมอร์ ที ปาร์ตี้” ให้คุณได้ดับร้อนไปกับชุดชายามบ่ายหลากหลายสไตล์ เคียงคู่กับเมนูขนมหวานที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันพร้อมให้ลิ้มลองรสชาติแห่งความสมบูรณ์แบบ
ราชประสงค์ บางกอก ดาวน์ทาวน์ (Ratchaprasong Bangkok Downtown) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ครบวงจร ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ โดยนำเสนอความสมบูรณ์พร้อมทางด้านสินค้าและบริการที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของนักท่องเที่ยว ทั้งช้อปปิ้ง วัฒนธรรม และการกินดื่ม โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์การกินดื่มย่านราชประสงค์ ได้สร้างสรรค์ออกมาหลากหลายรูปแบบ จนเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยเฉพาะ เทศกาล ไฮ ที จูบิลี่ แอท ราชประสงค์ (High Tea Jubilee @ Ratchaprasong) เทศกาลดื่มชาที่รวมวัฒนธรรมการดื่มชาอันมีเอกลักษณ์ โดดเด่น และคัดสรรเฉพาะแบรนด์ชาระดับโลก โดยได้ร่วมมือกับ 8 ทีรูมจากโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่ และศูนย์การค้าภายในย่านราชประสงค์ ได้แก่

1. โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
2. โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
3. โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ
4. โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ
5. โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
6. โรงแรมเดอะเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
7. 1823 ทีเลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์
8. ทไวนิงส์ ที บูทีค

มาร่วมนำเสนอซัมเมอร์ ที ปาร์ตี้ (Summer Tea Party) ให้คุณได้ดับร้อนด้วยชา ที่รสชาติดีที่สุด เสิร์ฟพร้อมเมนูคาว เมนูหวาน และซิกเนเจอร์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รังสรรค์โดยสุดยอดเพสตรี้เชฟและทีมาสเตอร์ที่กลั่นกรองความคิด คิดค้นสูตร ผ่านการผสานแรงบันดาลใจ โดยนำวัฒนธรรมการดื่มชาของชนชั้นสูงจากประเทศต่างๆ อาทิ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส โมร็อกโก และจีน เป็นต้น มาสร้างสรรค์จนได้เครื่องดื่มชา ขนมคาวและขนมหวาน มาเรียงรายตกแต่งสวยงามบน อาฟเตอร์นูน ทีเซต เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัส ความเพลิดเพลินและรสชาติที่โดดเด่นจากชาติและขนมหวานจากทั่วทุกมุมโลก โดยซิกเนเจอร์ทีเซ็ทของแต่ละห้องอาหาร

1. ล็อบบี้ เลานจ์ โรงแรมอนันตรา สยาม การบรรจบกันของรสชาติที่ลงตัวจาก 2 ซีกโลกการคัดสรรชาอันดับ 1 ของโลก สัญชาติฝรั่งเศส มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า163 ปี อย่างชา มาคิยาจ แรส์ (MARIAGE FRERES) นำมาปรุงแต่งใหม่ด้วย 3 กลิ่น  แสดงถึงเอกลักษณ์ไทย มาพร้อมเรื่องราวการรังสรรค์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ให้เล่าต่อไม่รู้จบ อาทิ ชาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกคู่บ้านคู่เมืองของสยามที่งดงามที่สุดอย่าง ชา Eléphant Blanc เอลเลฟอง บลองค์ (ช้างเผือก) ให้กลิ่นลาเวนเดอร์ และกุหลาบ ที่ลงตัว เสิร์ฟเฉพาะที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เท่านั้น

ชาเขียวที่ปลูกและเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียวในหนึ่งปีจากดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย  นำมาผสมกับดอกไม้ น้ำผึ้ง ขิง และกลิ่นดอกกุหลาบของฝรั่งเศส อย่าง
ชา Lune Rouge ลูนรูจ (พระจันทร์สีแดง) ชาที่ถูกรังสรรค์มาจากความหลงใหล วัดอรุณฯ ยามค่ำคืน ที่เปรียบเสมือนความสว่างไสวที่สวยงามของ ชา Temple De L’aube ตอปล์ เดอ โลบ (วัดอรุณ) โดยนำ ชาเขียวรสชาติละมุนละไม ผสมกับดอกไม้กลิ่นต่างๆ ของฝรั่งเศส รวมถึงผลไม้ตระกูลซีตัสที่เหมาะกับการรับประทานในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ เลม่อน ส้ม และผลไม้ป่า ผสานกันอย่างลงตัวจนได้กลิ่น และรสสัมผัสความหอมหวานที่เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยชาทั้ง 3 กลิ่นเสิร์ฟพร้อมกับเมนูของทานเล่นจากชาติอิตาลีอย่าง Pizzetta หรือพิซซ่าขนาดเล็ก ตามด้วยขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสอย่าง มองบลังค์  (Mont Blanc) และ กาเนอเล่รสราสเบอรี่ (Rasberry Canelé)

พบความลงตัวของชุด Afternoon Tea ที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและไทยอย่างลงตัว
ทั้งแบบ  Set  ในราคา 850 บาท++ เปิดบริการเฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.00 – 18.00 น.
และ แบบ Buffet ในราคา 950 บาท ++
เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 14.00 – 18.00 น.
ณ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร. 0-2126-8866

2,ซิงก์ เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
คลายร้อนไปกับการจิบชาพร้อมขนมเลิศรสเกรดพรีเมียม
เมื่อพูดถึง “ฝรั่งเศส” หลายคนคงนึกถึงขนมอบหรือขนมหวานที่ออกจากเตาอบแบบร้อนๆ ที่มีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงทั่วโลกอย่าง มาการอง ครัวซอง หรือ ขนมมิลล์เฟย โดย เชฟธวัช ประทุมพวง พ่อครัวเบเกอรี่และทีมเบเกอรี่ แห่งซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ได้นำแรงบันดาลใจ ร่วมสร้างสรรค์
ชุดน้ำชาสไตล์ฝรั่งเศส  โดยนำเสนอชาเกรดพรีเมียมจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง TWG ให้ลิ้มรสถึง 2 สไตล์ เสิร์ฟทั้งร้อนและเย็น รับประทานเคียงคู่กับเมนูคาวหวานที่ล้วนเป็นเมนูยอดนิยมของชาวฝรั่งเศส

เริ่มที่ชาดำรสเข้มอบอวลด้วยกลิ่นเบอร์กาม็อต สโมกี้ เอิร์ล เกรย์ แนะนำให้ทานคู่กับ เมนูของคาว ได้แก่ เทอร์รีนตับเป็ด ทูน่าทาร์ทาร์ และ แซลมอนรมควันราดซอสซาวร์ครีม ต่อด้วยเมนูของหวาน อาทิ มาการองสูตรเฉพาะ เอแคลร์รสช็อคโกแลต ขนมปารีสเบรสต์สอดไส้ครีมเฮเซลนัท และมิลล์เฟยวานิลลา ที่เชฟได้เลือกสรรให้ทานคู่กับชาแดงกลิ่นหอมสดชื่นอย่าง อิเทอร์นัล ซัมเมอร์ เมนูไฮไลท์ในชุดน้ำชา ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ มาการองสูตรพิเศษ ขนาดมินิที่มีเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในสอดไส้ด้วยครีมหลากหลายรสชาติ

ละมุนลิ้นไปกับรสชาติสไตล์ต้นตำรับใน “ชุดน้ำชาสไตล์ฝรั่งเศส” ราคา 699 บาท ++ สำหรับ 2 ท่าน
ซิงก์ เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการเวลา 14.00 – 17.00 น.
สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร.0-2100-6255

3. จิบมนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อนแบบไทยแท้ กับ ชุดน้ำชายามบ่าย จากเอราวัณ ที รูม
เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ความเป็นไทยอย่างไรก็ชนะใจทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ  ได้อย่างอยู่หมัด
ครั้งนี้เชฟ อัจฉรา โตอัสมิ หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร เอราวัณ ที รูม ผู้มีประสบการณ์การทำงานด้านอาหาร
มานานกว่า 22 ปี

ดึงความเป็นไทยมาผสมผสานกับวัฒนธรรมการจิบชาแบบตะวันตกอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยการเลือกชาสมุนไพรไทย ที่มีสรรพคุณคลายร้อนอย่างชาตะไคร้ ชาใบเตย และชาอัญชัน เคียงคู่กับของว่างชาววังอย่างกุ้งห่อสไบ ลูกชิ้นหมูปิ้ง ช่อม่วงไส้ปู ข้าวตังหน้าตั้ง และปีกไก่ทอด
ปิดท้ายด้วยของหวานแบบไทยโบราณนานาชนิดที่จัดมาให้เข้ากับฤดูร้อนไทยอย่างแท้จริง อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมครก ขนมมันสำประหลังขนมเบื้อง และขนม หม้อแกง เพลิดเพลินไปกับเสน่ห์แห่งรสชาติความเป็นไทยสไตล์ยุโรปใน ชุดน้ำชายามบ่าย  ราคาสุทธิ 600 บาท
ณ เอราวัณ ที รูม ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก
ติดกับโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ
เปิดให้บริการเวลา 14.30 น. – 18.00 น.
สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่ง โทร. 02-254-6250
อีเมล restaurants.bangh@hyatt.com

4.บัลโคนี่ เลานจ์ เติมความสดชื่นด้วยชามินต์และชาผลไม้ ความสมบูรณ์แบบช่วงฤดูร้อน
ราชอาณาจักรโมร็อกโก ดินแดนที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังแห่ง อารยธรรมอาหรับที่หลายคนคงอยากไปเยี่ยมเยือนเพื่อสัมผัสความงามของบ้านเมืองและวัฒนธรรมต่างๆ โดย “ชุดน้ำชาสไตล์โมร็อกโก” นี้ เชฟไซฟุล ฮุดะ (Chef Saiful Huda) หัวหน้า พ่อครัวเบเกอรี่ จากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ


นำเสนอภายใต้ธีม Ester Afternoon High Tea เพื่อต้อนรับ  เทศกาลอีสเตอร์ที่กำลังจะมาถึงในช่วงซัมเมอร์ ทั้งนี้ ได้นำวิถีชีวิตของชาวโมร็อกโกที่ชื่นชอบการดื่มชามินต์ แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชุดไฮทียามบ่าย โดยคัดสรรชาเบลนด์พิเศษ ได้แก่ ชา 2 ชนิดที่ได้รับ ความนิยม อาทิ Moroccan Tea ที่มีความหอมของมิ้นท์ ดื่มแล้วชุ่มคอ ชาตัวที่ 2 คือ Grand Wedding Tea เป็นชาผสมเมล็ดทานตะวันกลิ่นผลไม้รวมที่มีกลิ่นหอมหวานของผลไม้ เสิร์ฟคู่อาหารคาวหวานภายในชุด Signature Baked Marble Cheese Cake, Belgium Chocolate Truffle, Blue Berry Scone ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมการจิบชาวของชาวโมร็อกโกแบบดั้งเดิม
ชุดน้ำชาสไตล์โมร็อกโก ราคา 550 บาท++ สำหรับ 1 ท่าน และ 850 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน
ณ บัลโคนี่ เลานจ์ ชั้นล็อบบี้  โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
เปิดบริการเวลา 14.30 – 17.30 น. สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร. 02-656-0444 ต่อ 647

4.อาร์บาร์ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ผสมผสานรสชาติสไตล์ซัมเมอร์
สู่ศิลปะการจิบชาเพื่อสุขภาพเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมา  เพื่อให้ลงตัวกับช่วงเวลาซัมเมอร์ของปีได้อย่างลงตัวกับ
ชากลิ่นกุหลาบและวนิลาของฝรั่งเศส ให้รสชาติหอมละมุน โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบ เสิร์ฟคู่กับ
ของว่างอย่างแซลมอนรมควัน แซนด์วิช  ไส้ปูอัดในช่วงซัมเมอร์ และขนมปังขนมปังโฮลวีทหน้าอกเป็ดบด เสิร์ฟพร้อมกับขนมหวานเพื่อสุขภาพอย่างช็อกโกแลตทรัฟเฟิล ที่ทำจากดาร์กซ็อกโกแลตแท้ที่ทานแล้วไม่อ้วน อีกทั้งยังช่วยปลุกให้หายง่วงยามบ่าย ปิดท้ายด้วยขนมที่เหมาะกับหน้าร้อนอย่างมูสมะม่วงที่รับรองว่าทานแล้วจะหายร้อนอย่างแน่นอน

ลิ้มลองรสชาติ “อาร์บาร์ อาฟเตอร์นูน ที เชต” ในราคา 750 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน
ณ อาร์บาร์ ชั้น 1 โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เวลา 14.00 – 17.00 น.
สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร.02-125-5105

5. เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ถอดรหัสนิยามแห่งการดื่มชาตามตำนานแห่งเซนต์ รีจิส
ร่วมสัมผัสนิยามแห่งการบริการที่หรูหราเหนือระดับครั้งใหม่ของชุดน้ำชายามบ่าย ณ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยการจิบชายามบ่ายจะถือเป็นการคงไว้ซึ่งประเพณีอันสง่างามของตระกูลแอสเตอร์ ซึ่งแขกสามารถเพลิดเพลินกับชาหลากหลายรสชาติในบรรยากาศแสนสบายดื่มด่ำกับทัศนียภาพของกรุงเทพฯ พร้อมเพลิดเพลินกับการจิบชา ณ ระเบียงด้านนอกของสกาย เลานจ์

โดยครั้งนี้ เดอะ เซนต์ รีจิส นำเสนอนำเสนอชารสชาติเยี่ยมหลากหลายชนิดจาก TWG อาทิ 1837 Black, Vanilla Bourbon, Silver Moon รวมทั้งเมนูคาวและหวานที่มีให้เลือก 2 สไตล์ทั้งตะวันตกและไทย อาทิ เมี่ยงคำ กระทงทองทูน่า ช่อม่วงไส้ปลา อีกทั้งเมนูอาหารตามแบบฉบับการจิบชาน้ำชายามบ่ายของผู้ดีตะวันตก อาทิ สโคนต้นตำรับแทรกด้วยลูกเกด มาพร้อมครีมเนื้อหนา และแยมผลเบอรี่ ตบท้ายยามบ่ายของวันด้วยของหวานอย่างขนมชั้น ขนมสอดไส้ มูสช็อกโกแลต และทาร์มะม่วง ร่วมสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ดั้งเดิมกับการจิบน้ำชายามบ่าย สะท้อนความหรูหราผ่านกาลเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ ณ เดอะ เซนต์ รีจิส นิวยอร์กถ่ายทอดสู่

โรงแรมเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ในราคา 1,500 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน
เปิดให้บริการเวลา 14.00 น. – 17.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่เดอะ ดรอว์อิ้ง รูม โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
โทร. 02-207-7777
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.stregisbangkok.com

7. เฮลโหลซัมเมอร์ ตื่นเต้นกับสุนทรีย์แห่งชากับ 1823 ที เลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์
สัมผัสสุนทรียรสแห่งชาชั้นสูงจากทวีปยุโรป กับที่สุดแห่งทีเลานจ์สุดหรูแห่งแรกและแห่งเดียวของโลกโดย รอนเนอเฟลด์ ณ เกษร วิลเลจ กับทีเซตรับซัมเมอร์ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ Voilà l’Été! (วัวลา เล็ตเต้)


โดดเด่นด้วยของคาวรสเลิศเริ่มจากโครเก็ตเนื้อปูคุณภาพดีแสนอร่อยคลุกเคล้าด้วยซอสแอปเปิลแคปซิคั่มและคาร์เวียร์ แซนวิช แตงกวาครีมชีสเพสโต สตรอเบอรี่กาสปาโชกุ้ง ตามด้วยแซลมอนรมควัน ผสานซอสสูตรพิเศษออนท๊อปด้วยสาหร่ายคมบุและคาร์เวียร์ และในส่วนของหวานรังสรรค์ สโคนเสิรฟพร้อมแยมสตรอเบอรี่และค๊อตครีมสูตรต้นตำรับ เยลลี่ผลไม้ชุ่มฉ่ำ เวอร์รีนข้าวเหนียวมะม่วง พุดดิ้งมะพร้าว และมะม่วงสดออนท๊อปด้วยโฟมจากชาจัสมินเพิร์ลเสริฟในถ้วยแก้วสุดเก๋ ซอลท์คาราเมลครีมพัฟเยลลี่แพชชั่นฟรุตส์สูตรพิเศษ และปิดท้ายด้วยซัมเมอร์มาการองหอมหวานสูตรซิกเนเจอร์
สัมผัสสุนทรียรสแห่งชาชั้นสูงจากทวีปยุโรป กับ Voilà l’Été!  (วัวลา เล็ตเต้)
ราคาเซตละ 1,370++ บาท สำหรับ 2 ท่าน
1823 Tea Lounge by Ronnefeldt  (1823 ทีเลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์)
ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษร
เปิดให้บริการเวลา 10.00-20.00น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   โทร. 02-656-1086

8.ทไวนิงส์ ละเลียดจิบชาจากประเทศจีน แบบต้นตำรับผู้ดีอังกฤษ
ครั้งแรกของ Afternoon tea set ที่จับคู่มาพร้อมกับ Iced tea สุดสดชื่นต้อนรับซัมเมอร์กับ 2 เบลนด์พิเศษ จาก ทไวนิงส์ Berry Blush summer delight และ Blue paradise iced tea รวมทั้งชาเบลนด์พิเศษ ที่ผสมผสานระหว่างรสชาติของผลไม้ และสมุนไพรอย่างลงตัว โดยนำเสนอ 2 รสชาติ  ได้แก่ Exotic Mango & Ginger green tea

การผสมผสานความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องของชาสมุนไพรของทไวนิงส์ ที มาสเตอร์ ที่นำใบอ่อนชาเขียวคุณภาพดีจากมณฑลที่ผลิตชาเขียว ได้ดีของประเทศจีน นำมานึ่งเพียงเล็กน้อยเพื่อคงความหอมของใบชา จากนั้นจึงผสมกับมะม่วงและขิงอ่อน เมื่อนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมตามสูตรลับของทไวนิงส์จะได้ชาเขียวรสนุ่นที่มีความหอมหวานของมะม่วงและความชุ่มคอของขิง และ Berry Blush เครื่องดื่มสมุนไพรที่ปราศจากคาเฟอีน จากความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของสมุนไพรที่ทำงานกับทไวนิงส์มากกว่า 23 ปี นำความหอมหวานซ่อนเปรี้ยว ของบลูเบอรี่ ราสเบอรี่ และแบล็คเคอเร้นท์ มาผสมกับดอกไม้ชนิดต่างๆ ใส่น้ำผึ้งเล็กน้อยยิ่งทำให้รสชาติกลมกล่อม หรือจะนำมาประยุกต์เป็นเครื่องดื่มเย็น ก็ให้ความสดชื่น

ทไวนิงส์ ที บูทีค พร้อมนำเสนอเมนูขนมหวาน เสริ์ฟพร้อมกับชาสมุนไพร อาทิ มินิ ราสเบอรี่ ชีสเค้ก (Mini Raspberry cheese cake) มูสโยเกิร์ตส้ม (Orange Yoghurt Mousse) และ มูสสตรอเบอรี่ (Strawberry Mousse)   ให้ซัมเมอร์นี้ได้ ดื่มด่ำไปกับชาสมุนไพรดับร้อนได้อย่างปลิดทิ้ง อบอวลกลิ่นอายความเป็นต้นตำรับวัฒนธรรมการดื่มชาพร้อมเชทโปรโมชั่นพิเศษ Summer Afternoon Tea Set
เสริฟคู่  ชาเย็น 2 แก้ว จาก 1,589 บาท  สิทธิพิเศษ  สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ
ส่วนลดสูงสุด 20% เหลือ ราคา 1,272 บาท

ณ ทไวนิงส์ ที บูทีค ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร. 02-613-1230

เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ High Tea Jubilee @ Ratchaprasong  เทศกาลชาสุดหรู  ครั้งแรกของย่านราชประสงค์  กับ ไฮ ที จูบิลี่ แอท ราชประสงค์ จิบชา แบบนานาชาติ  สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับ Signature High Tea เพื่อลิ้มลองสุดยอดรสนิยมการดื่มชายามบ่าย หรือเลือกดื่มด่ำกับเครื่องดื่มชาและขนมจากร้านอาหารชื่อดังภายในย่านฯ พร้อมรับส่วนลด 5-15% อาทิ  The Mandarin Oriental Shop, Tea Lounge, Kuppadeli, CC Café, Camelot, Chaho, Crepes & Co, Harajuku Café Crepes, Ampersand Boutique, Emack & Bolio’s, Gelate, Mr.Jones  เป็นต้น  จัดขึ้นพิเศษ เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2560

สามารถดูรายละเอียดแคมเปญหรือโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่
www.bkkbowntown.com
www.facebook.com/HeartOfBangkok