Category Archives: Lifestyle

โฟร์โมสต์ ฮีโร่ สเตชั่น Foremost Hero Station ครั้งแรกใจกลางเมือง!!!

ส่ง ฮีโร่ ของครอบครัวกลับบ้านพร้อมกันทั่วไทย สงกรานต์สุข ปี 3

ร่วมเดินทางกลับบ้านกับโฟร์โมสต์ ด้วยขบวนรถโค้ชสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โฟร์โมสต์นมโคแท้ 100% อยากเห็นครอบครัวคนไทย  แข็งแรงแบบ 100% ขอชวนคนไทยทุกคนร่วมส่งฮีโร่กลับบ้าน

นมโค 100% เหมือนกันหมด จริงเหรอ?
นมโคแม้จะผลิตจากน้ำนมดิบ 100% เหมือนกัน แต่มาตรฐานการผลิตที่ต่างกัน ก็ทำให้คุณค่าและคุณภาพของนมต่างกัน โฟร์โมสต์นมโคไทย มาตรฐานเนเธอร์แลนด์อยู่คู่ครอบครัวไทยมากว่า 60 ปีโดย บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่ง ฮีโร่ ของครอบครัวกลับบ้านพร้อมกันทั่วไทยคณะผู้บริหารและดารา ร่วมตีธงปล่อยคาราวาน โฟร์โมสต์ พากลับบ้าน สงกรานต์สุข ปี 3 เพื่อส่งฮีโร่ ของครอบครัวกลับบ้านพร้อมกันทั่วไทย

โฟร์โมสต์  ขอร่วมอยู่เคียงข้างครอบครัวคนไทย  ให้มีความแข็งแรง 100%
จับมือ เกรท – วรินทร ร่วมส่ง ฮีโร่ ผู้เสียสละของครอบครัวตัวจริงให้แข็งแรง 100%กลับบ้านพร้อมกันทั่วไทย ในแคมเปญ “โฟร์โมสต์ พากลับบ้าน สงกรานต์สุข ปี3

ในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทุกครอบครัวไทยจะได้มีโอกาสพบปะหรืออยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โฟร์โมสต์ จึงจับมือ “เกรท – วรินทร ปัญหกาญจน์” ดาราหนุ่มยอดกตัญญู ผู้เป็น “ฮีโร่” ของครอบครัวตัวจริง มาร่วมส่ง “ฮีโร่” ผู้เสียสละกลับบ้านพร้อมกันทั่วไทย ในบรรยากาศแสนอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ โฟร์โมสต์ ได้เนรมิต “โฟร์โมสต์ ฮีโร่ สเตชั่น (Foremost Hero Station)” สถานีขนส่งใจกลางเมืองเป็นครั้งแรก!!! ที่มาพร้อมกับรถโดยสารปรับอากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับวีไอพี ที่สะอาดเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ โฟร์โมสต์ยังได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ รสจืด น้ำนมโคแท้ 100% มามอบให้ดื่มกันฟรีๆ ตลอดการเดินทาง เสมือนเป็นของขวัญให้ผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์  โฟร์โมสต์ผลิตภัณฑ์นมที่อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมากว่า 60 ปี โดยบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ผุด “โฟร์โมสต์ ฮีโร่ สเตชั่น” (Foremost Hero Station) สถานีขนส่งใจกลางเมืองเป็นครั้งแรก!!! ที่ยกขบวนรถโดยสารปรับอากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับวีไอพี สะอาด เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมจัดเต็มกับผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ รสจืด น้ำนมโคแท้ 100% ที่มามอบให้เหล่าฮีโร่ดื่มกันฟรีๆ ตลอดการเดินทาง โดยได้จับมือ “เกรท – วรินทร ปัญหกาญจน์” ดาราหนุ่มยอดกตัญญู หนึ่งในตัวแทนของความเป็น “ฮีโร่” ของครอบครัวตัวจริง ร่วมส่งเหล่า “ฮีโร่” กลับบ้านพร้อมกันทั่วไทย ในบรรยากาศแสนอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ สนามมอเตอร์ สปอร์ต แลนด์

คุณพิมจันทร์  วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัม
พิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “โฟร์โมสต์” กล่าวว่า…

เพราะเข้าใจถึงความจำเป็นหลายๆ อย่าง ที่ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องเสียสละเดินทางจากถิ่นฐานบ้านเกิด และบุคคลอันเป็นที่รัก เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือการหารายได้เพื่อที่จะส่งกลับไปจุนเจือครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น “โฟร์โมสต์” ในฐานะผลิตภัณฑ์นมไทยมาตรฐานเนเธอร์แลนด์ ที่อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมากว่า 60 ปี ที่มีเป้าหมายไม่เพียงแค่ต้องการที่จะสนับสนุนให้คนไทยมีร่างกายที่แข็งแรงผ่านโภชนาการที่ดีเท่านั้น แต่ยังต้องการร่วมส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้แข็งแรง 100% อีกด้วย จึงขอเชิดชูความเสียสละของเหล่าฮีโร่เหล่านี้ ด้วยการสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมดีๆ

คุณเกรท – วรินทร ปัญหกาญจน์ ดาราหนุ่มยอดกตัญญู ผู้เป็น “ฮีโร่” ของครอบครัวตัวจริง กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมส่งเหล่า “ฮีโร่” กลับบ้านพร้อมกันทั่วไทยในวันนี้ ด้วยความ มุมานะ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ จนทำให้ผมก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวงการบันเทิงอยู่ทุกวันนี้ อาจจะทำให้ผมเป็น “ฮีโร่” ในดวงใจของใครหลายๆ คน แต่ในขณะเดียวกันความสำเร็จดังกล่าวอาจเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งนั่นก็คือ “ครอบครัว” หากไม่มีครอบครัวที่คอยให้กำลังใจ เป็นทั้งที่พึ่ง ให้ความอบอุ่น คอยเป็นกำลังใจ และให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ก็อาจจะไม่มี เกรท – วรินทร ในวันนี้ ฉะนั้นผมจึงเชื่อว่า ครอบครัว  คือสิ่งสำคัญที่สุด พ่อและแม่คือ  “ฮีโร่”  ตัวจริง และ ครอบครัว คือ แรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้ผมกลายเป็น “ฮีโร่” ในดวงใจของคนอื่นๆ และในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง  ผมจึงอยากขอเชิญชวนทุกๆ คน ใช้ช่วงเวลาอันมีค่า  ร่วมกับบุคคลอันเป็นที่รัก และให้ความดูแลเอาใจใส่สุขภาพซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะกับการสรรหาสิ่งดีๆ ที่มีประโยชน์กับร่างกายอย่างเช่น น้ำนมโคแท้ 100% ที่ดื่มได้ทุกคนครับ”

ในนามของ  โฟร์โมสต์ โดยบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสร้างสรรค์คุณค่าให้กับสังคมไทย เพื่อสถาบันครอบครัวที่แข็งแรง และมีสุขภาพดี เราเชื่อว่าสงกรานต์นี้จะมีแต่ความสุข เมื่อทุกคนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน โฟร์โมสต์ขอร่วมอยู่เคียงข้างครอบครัวคนไทยให้มีความแข็งแรง 100%” คุณพิมจันทร์ กล่าว

นอกจากนี้ โฟร์โมสต์ ยังได้จัดทำไวรัลวิดีโอชวนกลับบ้านในวันสงกรานต์สุดซึ้ง ภายใต้ชื่อ ฮีโร่ ซึ่งถูกสร้างและดำเนินเรื่องราวจากเค้าโครงจริง โดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้สังคมฉุกคิดว่า สุดท้ายแล้วความแข็งแรงแบบ 100% ของสถาบัน “ครอบครัว” คือสิ่งสำคัญที่สุด เริ่มออกอากาศพร้อมกันทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้ ผ่านช่องทาง www.facebook.com/ForemostMomTalk และ www.youtube.com/Foremostforlife

ติดตามภาพบรรยากาศกิจกรรมส่ง “ฮีโร่” ของครอบครัวกลับบ้าน
พร้อมกันทั่วไทย ในแคมเปญ “โฟร์โมสต์ พากลับบ้าน สงกรานต์สุข ปี3”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.ForemostForLife.com/Hero
และ Foremost Family Facebook Fanpage

 

 

พิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน รุ่นที่ ๑๓/๖๐ วัดใหม่สิริกมลาวาส

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สามเณร หน่อเนื้อของสมณะ หมายถึงนักบวชชายในพระพุทธศาสนาที่มีอายุน้อย ยังมิได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ คำว่า สามเณร เป็นศัพท์เฉพาะในพระพุทธศาสนา เป็นศัพท์บัญญัติที่ใช้เรียกนักบวชในพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ ไม่สาธารณะทั่วไป

ผู้ที่จะบวชเป็นสามเณร เป็นโอกาสที่เหล่ากุลบุตรจะได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ธรรมะและปฏิบัติธรรมเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ทางพระวินัยกำหนดอายุอย่างต่ำไว้ประมาณ 7 ขวบซึ่งพอช่วยเหลือตัวเองได้ พระวินัยระบุว่าพอจะไล่กาไล่ไก่ได้ ส่วนสูงไม่มีกำหนดไว้ ผู้มีอายุไม่เกิน 20 ปีจะบวชเป็นสามเณรตลอดไป ไม่บวชเป็นภิกษุก็ได้



วัดใหม่สิริกมลาวาส จัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน รุ่นที่ ๑๓/๖๐ ระหว่างวันที่  ๖-๓๐ เมษายน ๒๕๖๐  โดยพระครูโชติญาณประยุต พระอุปัชฌาย์ (เจ้าอาวาส) ดำเนินการโดย พระอาจารย์ คำนวน กนตสีโล และพระมหาธีรวัฒย์ ธีรวฒฑโน ณ.วัดใหม่สิริกมลาวาส ( วัดใหม่เสนา) วังหิน กรุงเทพฯ

โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนรุ่นที่ 13/60 ได้จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 แล้วดำเนินโครงการโดยพระอาจารย์ คำนวน กนตสีโลและพระมหาธีรวัฒย์ ธีรวฒฑโน วัดใหม่สิริกมลาวาส ( วัดใหม่เสนา)วังหิน ลาดพร้าว กรุงเทพฯพระอาจารย์ คำนวน กนตสีโลได้กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยมีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยาเสพติด เกม และอบายมุข





ดังนั้นในช่วงปิดภาคเรียนหากเยาวชนได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาโดยผ่าน
การบวช การอบรม การฝึกจิตใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนควรที่ผู้ใหญ่จะร่วมกันสนับสนุนคนละไม้ละมือเพื่อให้ลูกหลานได้มีจิตใจที่อ่อนโยน มีระเบียบวินัยในการดำรงชีวิตต่อไปมากยิ่งขึ้น

ลีวายส์® เนรมิตลานหน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า

เปิดตัวลีวายส์®ออเร้นจ์แท็บ (Orange Tab) ฟื้นตำนานสินค้าป้ายส้มสัญลักษณ์ของความมีสไตล์ของเหล่านักปฏิวัติพร้อมการเดินทางครั้งใหม่ของตระกูลลีวายส์®501®

ลีวายส์®เปิดตัวลีวายส์®ออเร้นจ์แท็บ (Orange Tab) ปลุกวิญญาณหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เคยฝากไว้ในยุค 60S ให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมการเดินทางครั้งใหม่ของตระกูลลีวายส์®501®  นำทัพโดยรุ่น 501® Skinny

สิ่งที่ลีวายส์®ปรับเปลี่ยนจะกลายเป็นมรดกและมีคุณค่ากับแบรนด์ซึ่งเกิดจากการที่ทุกคนที่ให้ความสำคัญกับเราผ่านการสวมใส่แสดงออกถึงตัวตน

พื้นที่ของเหล่าหมู่ชนในช่วง 60S – 70S


501®Skinny
ลีวายส์®ได้ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะรุ่นไอคอนตลอดกาลอย่างลีวายส์® 501® ที่มีการปรับเปลี่ยนโฉมกว่า 40 ครั้ง ภายใน 144 ปีที่ผ่านมา ลีวายส์®ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาสินค้าให้เข้ากับยุคสมัย โดยได้ปลุกตำนานไอคอน ยอดฮิตนำมาปรับโฉม (Remaster) ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ชื่นชอบความเข้ารูป (skinny) อย่างรุ่น 501®CT(Customized & Tapered) ที่นำเอาตำนาน 501® มาปรับโฉมเข้ารูปเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นต้นแบบและแก่นของ 501® ที่มีกระดุมเป็นเอกลักษณ์ (Button Fly) และรุ่น 505C ที่ปรับโฉมมาจาก ยีนส์ชาวร็อคอย่างลีวายส์®505
ขากางเกงถูกออกแบบให้ดูสลิมและเข้ารูปมากขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกด้วยสไตล์เอวสูง โดยในปีนี้ได้สร้างสรรค์อีกหนึ่งไอคอนใหม่ ลีวายส์® 501® สกินนี่(Levi’s® 501® Skinny)

การออกแบบและปรับโฉมที่ใช้เวลากว่า 18 เดือนมีการรับฟังแนวคิดจากแฟนๆ ทั่วโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่โรงทอผ้ายีนส์โคนมิลล์ เพื่อยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของผ้ายีนส์ 501® ที่แท้จริง ทำให้ 501®Skinny เอกลักษณ์ของเนื้อผ้ายีนส์ที่สามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่สวมใส่ได้จริงทั้งชายและหญิง ด้วยต้นขาและปลายขาเข้ารูปพร้อมรอยขาดแบบวินเทจ

Orange Tab
จากจุดเริ่มต้นของการถือกำเนิดกางเกงยีนส์ตัวแรกในปี 1873 ที่กลายเป็นเครื่องแบบของคนงานเหมือง สู่ยุค 1969 แห่งการปฏิวัติทางวัฒนธรรม ลีวายส์® ในยุคนั้นได้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นออเร้นจ์แท็บขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนักปฏิวัติด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ราคาเหมาะสม ทำให้ลีวายส์®ออเร้นจ์แท็บกลายเป็นต้นแบบของสตรีทแฟชั่น
มีอิทธิพลต่อการแต่งกายกระแสหลัก 90% ของคนในยุคนั้น ถ้าไม่ได้ใส่
ลีวายส์® ก็จะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย ท่ามกลางกระแสเรียกร้องที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ชื่อเสียงและตำนานของ ออเร้นจ์แท็บ ยังคงเป็นที่รู้จักในหมู่นักสะ
สมและคนรักยีนส์ ในปีนี้ลีวายส์®ได้ปลุกตำนานและสร้างสรรค์กางเกงยีนส์ยอดฮิตจากช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างออเร้นจ์แท็บ มาผลิตใหม่ด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม ทั้งเนื้อผ้า รูปทรง ตลอดจนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นับเป็นครั้งแรกที่ลีวายส์®ผลิตยีนส์สไตล์ดั้งเดิมซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากออกมาอีกครั้ง โดยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือป้ายแท็บลีวายส์® สีส้มซิปยี่ห้อ Talon ใช้การเย็บย้ำบาร์แท็คแทนการตอกหมุด มีวิธีการตัดเย็บแบบเรียบง่าย “Line Eight Construction” ใช้ด้าย เป็นสีโทนเดียวทั้งตัว มีหูร้อยเข็มขัด 7 หูมากกว่าแบบมาตรฐาน กระดุมทำจากทองแดง มีกระเป๋าหลังที่ใหญ่กว่าปกติการเดินตะเข็บในแบบคู่ที่ใช้โทนสีที่ตัดกัน และป้ายหนังด้านหลังถูกตีพิมพ์ด้วยหมึกสีดำเป็นครั้งแรก

คอลเลกชั่นลีวายส์®ออเร้นจ์แท็บแฝงด้วยกลิ่นอายของเหล่าบุปผาชนเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หรือสาวกลีวายส์®ที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์วินเทจ รวมถึงผู้ที่มองหาความมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใครมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สำหรับผู้ชาย รุ่น 510 Skinny ทรงเอวต่ำสวมใส่สบายและตัดเย็บให้แนบกระชับ และ 505C แบบขาสั้นสวมใส่สบาย สำหรับผู้หญิง รุ่น 721 High Rise เอวสูงเข้ารูปตกแต่งด้วยรอยขาด และกระโปรงทรงเอซิปหน้า นอกจากนี้ยังมีแจ็คเก็ตยีนส์กระดุมแป๊กกับเสื้อยืดคอกลมลาย Iconic ซึ่งทุกสินค้ามีเอกลักษณ์ป้ายส้มและจุดเด่นต่าง ๆ ตามแบบวินเทจในอดีต

Levi’s 501® Tailor Truck
และเพื่อให้ลูกค้าลีวายส์®ในประเทศไทยได้สัมผัสกับตำนานยิ่งใหญ่ พบกับลีวายส์® 501® Tailor Truck ออกเดินทางไปให้ลูกค้าได้ร่วมสัมผัสกับลีวายส์®ออเร้นแท็บคอลเลกชั่นและลีวายส์® 501® สกินนี่ พร้อมย้อนกลับไปในอดีตภายใต้บรรยากาศในยุค 60S ตื่นตาไปกับโซนเวอร์ชวลเรียลลิตี้ (Virtual Reality) ของยูเรก้าแล็บ (Eureka Lab) ศูนย์คิดค้นออกแบบและวิจัยกางเกงยีนส์ ลีวายส์® ด้วยประสบการณ์เสมือนจริงแบบ 360 องศา

สนุกกับการตกแต่งยีนส์ที่แสดงออกถึงตัวตนของตัวเองกับโซน Levi’s® Tailor Shop พร้อมรับป้ายทอ (Patch) ที่ระลึกจัดทำขึ้นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะสามารถติดตามตารางการเดินทางของ Levi’s 501®Tailor Truck ฟื้นตำนานสินค้าลีวายส์® ป้ายส้ม สัญลักษณ์ของความมีสไตล์ของเหล่านักปฏิวัติพร้อมสัมผัสประวัติศาสตร์ยีนส์เคลื่อนที่กับลีวายส์® 501® Tailor Truck

บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำในการให้บริการด้านการขยายตลาด โดยมุ่งเน้นในภูมิภาคเอเชีย และแบรนด์ลีวายส์® สัญลักษณ์แฟชั่นยีนส์ชั้นนำระดับโลก  นำโดย มร. ปีเตอร์ ฮอร์นบี  รองประธานกรรมการ กลุ่มสินค้าแฟชั่น บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด และ วรรณภาณี ทัศนาญชลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน THE LAUNCH OF LEVI’S® REMASTER AND LEVIS® ORANGE TAB COLLECTION

เปิดตัวแคมเปญ ลีวายส์® รีมาสเตอร์ (Levi’s® Remaster) นำสินค้ายอดนิยมอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีสไตล์ในยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรมและเสรีภาพกลับมาปรับโฉมใหม่อีกครั้ง นำโดยลีวายส์®ออเร้นจ์แท็บ (Orange Tab) หรือลีวายส์®ป้ายส้ม ปลุกวิญญาณหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เคยฝากไว้ในยุค 60S และลีวายส์® 501® สกินนี่ (Levi’s® 501® Skinny) น้องใหม่ในตระกูลลีวายส์® 501® ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงนับเป็นการปรับโฉมกางเกงในตำนานครั้งล่าสุดของลีวายส์®ลีวายส์® ได้เนรมิตลานหน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ให้เป็นเสมือนพื้นที่ของเหล่าหมู่ชนในช่วง 60S – 70S มารวมตัวกันเพื่อแสดงออกถึงเสรีภาพผ่านสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ตามกระแสใคร โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่ลีวายส์® 501® Tailor Truck อันประกอบไปด้วยโซนเวอร์ชวลเรียลลิตี้ (Virtual Reality) ของยูเรก้าแล็บ (Eureka Lab) ศูนย์คิดค้นออกแบบและวิจัยกางเกงยีนส์ลีวายส์® ด้วยประสบการณ์เสมือนจริงแบบ 360 องศา พร้อมนิทรรศการที่จะพาคุณย้อนกลับไปในอดีตผ่านตำนานในปีต่าง ๆ ของยีนส์501® รวมถึงการจัดแสดงกางเกงยีนส์ 501® ลิมิเต็ด เอดิชั่น ประจำปี 2017 นี้ โดยมี หนุ่มเต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในฐานะที่เคยไปบุกยูเรก้าแล็บซานฟรานซิสโก้ ถิ่นกำเนิดของยีนส์ลีวายส์® ปิดท้ายด้วยแฟชั่นโชว์จากบรรดานายแบบนางแบบที่นำสินค้าคอลเลกชั่นนี้มามิกซ์แอนด์ แมทช์ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยมี จอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ รับหน้าที่พิธีกร

คุณวรรณภาณี ทัศนาญชลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “แคมเปญลีวายส์® รีมาสเตอร์ นี้เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของลีวายส์® จากจุดเริ่มต้นของการถือกำเนิดกางเกงยีนส์ตัวแรกในปี 1873 ที่กลายเป็นเครื่องแบบของคนงานเหมือง สู่ปี 1969 แห่งการปฏิวัติทางวัฒนธรรม โดยลีวายส์® ได้เลือกนำยีนส์ไอคอนรุ่นที่เป็นตำนานอย่าง ลีวายส์®ออเร้นจ์แท็บ และ ลีวายส์® 501® สกินนี่ มาปรับโฉมใหม่ภายใต้การดำเนินงานของเหล่าดีไซน์เนอร์ผู้เชี่ยวชาญการตัดเย็บยีนส์ของลีวายส์® ซึ่งจะยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายอันเป็นของเอกลักษณ์ในยุคนั้นผสานเข้ากับความนิยมของผู้สวมใส่ในปัจจุบัน”

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อเสียงและตำนานของออเร้นจ์แท็บ ที่ยังคงเป็นที่รู้จักในหมู่นักสะสมและคนรักยีนส์เป็นอย่างดี ในปีนี้ลีวายส์®ได้ปลุกตำนานและสร้างสรรค์กางเกงยีนส์ยอดฮิตจากช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานออเร้นจ์แท็บ มาผลิตใหม่ด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม ทั้งเนื้อผ้า รูปทรง ตลอดจนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นับเป็นครั้งแรกที่ลีวายส์®ผลิตยีนส์สไตล์ดั้งเดิมซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากออกมาอีกครั้ง โดยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือป้ายแท็บลีวายส์® สีส้ม ซิปยี่ห้อ Talon ใช้การเย็บย้ำบาร์แท็คแทนการตอกหมุด มีวิธีการตัดเย็บเรียบง่ายแบบ “Line Eight Construction” ใช้ด้ายเป็นสีโทนเดียวทั้งตัว มีหูร้อยเข็มขัด 7 หูมากกว่าแบบมาตรฐาน กระดุมทำจากทองแดง มีกระเป๋าหลังที่ใหญ่กว่าปกติ การเดินตะเข็บในแบบคู่ที่ใช้โทนสีที่ตัดกัน และป้ายหนังด้านหลังถูกตีพิมพ์ด้วยหมึกสีดำเป็นครั้งแรก”

ภายในงานได้รับความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติผู้ชื่นชอบยีนส์ อาทิ วิภาวี คอมันตร์, นาขวัญ รายนานนท์, รพีพร วงศ์ทองคำ, ปณิธี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ อุ้ม ลักขณา วัธนวงส์ศิริ

เพื่อให้ลูกค้าลีวายส์®ในประเทศไทยได้สัมผัสกับตำนานยิ่งใหญ่ในครั้งนี้
ลีวายส์® ได้ส่ง ลีวายส์® 501® Tailor Truck ออกเดินทางไปให้ลูกค้าได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง พร้อมจัดแคมเปญยิ่งใหญ่ประจำปี ‘ลีวายส์®เท่วันนี้ ลุ้นใส่ลีวายส์®ฟรี 10 ปี’ เพียงซื้อสินค้าลีวายส์® 1 ชิ้น สามารถรับสิทธิลุ้นใส่ลีวายส์®ฟรี 10 ปี ตั้งแต่ วันที่ 17 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2560 สามารถติดตามรายละเอียดการร่วมกิจกรรม และ ตารางการเดินทางของ ลีวายส์® 501® Tailor Truck ได้ที่

www.levisthailand.com
www.facebook.com/levis.thailand
หรือ แฮชแท็ก #LevisOrangeTab #LiveinlevisTH

 

บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2017 ปีที่ 10

สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่  สร้างปรากฏการณ์รันเวย์แฟชั่นวีคครั้งสำคัญของเอเชีย!

การจัดงาน BIFW 2017 ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ทรูมูฟเอช 4 G+, ผลิตภัณฑ์วาโก้ มูด,  บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทเอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน),  บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โอซิม (ประเทศไทย) จำกัด, ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย), โรงแรม วี โฮเต็ล กรุงเทพฯ, นิตยสารฮาร์เปอร์ส บาซาร์, โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ, เครื่องสำอางแมค และผลิตภัณฑ์ผมลอรีอัล ปรากฏการณ์แฟชั่นวีคครั้งสำคัญของประเทศไทย


Guo Pei, 23 มี.ค. เวลา 19.00 น. ที่สยามพารากอน
งาน BIFW 2017 ครั้งนี้ ขอมอบมงให้กับ Guo Pei (กัว เป่ย) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกพิเศษแก่งสมาพันธ์ห้องเสื้อชั้นสูง แบรนด์โอต์ กูตูร์ระดับโลกของดีไซเนอร์สาวชาวจีน ผู้สร้างสรรค์อาภรณ์สีเหลืองอร่ามสุดอลังการที่ Rihanna ใส่เดินพรมแดงในงาน Met Gala 2016 และได้ยกย่องว่าเป็น Queen of the Night เชียวนะ โดย Guo Pei จะขนชุดคอลเลคชันล่าสุดจากงาน Paris Fashion Week มาโชว์เปิดรันเวย์ เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ สำหรับชาวไทย


กัวเป่ย  ดีไซเนอร์ชาวจีนชื่อดังระดับโลก ร่วมงานเสวนา The Ideaopolis Talk by Guopei and BFS จัดร่วม  กับ  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อให้กลุ่มดีไซเนอร์เลือดใหม่ของไทยได้รับรู้ถึงการทำงานของวงการแฟชั่นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่พลาดไม่ได้คือการจัดแสดงผลงานการออกแบบของนักศึกษาแฟชั่นจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบไทย ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ

Guo Pei  ดีไซเนอร์โอต์ กูตูร์ชาวจีน คนแรกและคนเดียวที่ได้รับการยกย่องและยอมรับจากวงการแฟชันปารีสให้ร่วมโชว์ในงาน Fashion Week Paris Haute-Couture เป็นประจำทุกปี และยังเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลของโลกที่คัดเลือกโดย Time Magazine สำหรับโชว์เปิดรันเวย์แฟชั่นวีคโดย Guo Pei ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์โอต์ กูตูร์ จากดีไซเนอร์สัญชาติจีนชื่อดังระดับโลก ผู้ออกแบบชุดราตรีสุดอลังการที่ศิลปินชื่อดังอย่าง “ริฮานน่า” ใส่ร่วมงาน The Met Gala 2015 นั้น ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ยกขบวนเสื้อผ้าคอลเลคชั่นสุดอลังการมาร่วมโชว์ในงานนี้โดยเฉพาะ


ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า

“สำหรับการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2017 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ป็นครั้งแรก ที่เราผนึกกำลังของ 3 ศูนย์การค้าเพื่อแสดงศักยภาพความเป็นหนึ่งเดียวของการเป็นผู้นำแฟชั่นของเอเชีย ครั้งนี้เราได้สร้างสรรค์ให้ทั้ง 3 ศูนย์ฯ เต็มไปด้วยกิจกรรมและข้อมูลความรู้ต่างๆ ในแวดวงแฟชั่นที่เรียกได้ว่าครบทุกมิติ ทั้งรันเวย์แฟชั่นโชว์ 4 วันในโดม ที่พาร์ค พารากอน ส่วนที่สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่เราจะจัดให้เป็นแหล่งรวมของกูรูและผู้คนในวงการแฟชั่น ที่จะมาสร้างสีสัน พูดคุย บอกเล่าประสบการณ์การทำงานในวงการแฟชั่นไทยทุกมุมมอง โดยทั้ง 3 ศูนย์การค้าถูกแบ่งคอนเซ็ปต์ชัดเจนตามคาแร็คเตอร์ เริ่มต้นจากสยามพารากอน คือ Runway พื้นที่การสร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ในระดับเวิลด์คลาส สยามเซ็นเตอร์ คือ Real Way พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์งานแฟชั่นที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และ สยามดิสคัฟเวอรี่ คือ My Way พื้นที่การสร้างสรรค์แฟชั่นในเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบสไตล์ของตัวเอง


เพื่อเชื่อมโลกแฟชั่นเข้ากับโลกของโซเชียลมีเดียด้วยการ Live 360 องศา งานนี้จะสามารถรับชมแฟชั่นโชว์ตลอดการจัดงานแบบเรียลไทม์

ผ่าน www.siamparagon.co.th/bifw

และทาง www.youtube.com/ParagonCorner

พร้อมทั้งจัดพื้นที่พิเศษให้สามารถรับชมแฟชั่นโชว์ผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด VR ที่ช่วยให้ทุกคนได้รับชมแฟชั่นโชว์เสมือนได้เข้าไปนั่งชมอยู่ริมขอบรันเวย์จริงๆ อีกด้วยและเหล่าแฟชั่นนิสต้ายังสามารถติดตามการรายงานเทรนด์ส่งตรงจากรันเวย์จากเหล่า BIFW2017 Influencers by HuaweiP10 กว่า 10 คน คอยอัพเดทแฟชั่นผ่านโซเชี่ยลมีเดียส่วนตัวของพวกเขา

สำหรับแบรนด์แฟชั่นและไทยดีไซเนอร์ที่จะร่วมแสดงโชว์ในรันเวย์แฟชั่นวีคสุดอลังการ ภายใต้โดมสุดอลังการ ณ พาร์ค พารากอน ตลอด 4 วันเต็ม
ระหว่างวันที่ 23-26 มีนาคม 2560 มีทั้งหมด 11 โชว์ ได้แก่ Guo Pei, ISSUE presented by Wacoal Mood, The Spirit of Thai Designers Proud to be Thai Proud to wear Thai by Paragon Department Store, Tube Gallery,
ASAVA presented Purra, Vatanika presented by CITI, NAGARA presented by TAT, AbsoluteSiam presented by TrueMove H 4G+ (โดย 3 แบรนด์Adhoc, House of PB, Shaka), La Boutique, Fri27Nov. และ Milin presented by Maserati

ส่วนกิจกรรมแฟชั่นต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นที่สยามเซ็นเตอร์ ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริม Young Thai Designer อย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างไม่สิ้นสุด บนรันเวย์ที่  เอเทรี่ยม 1 สยามเซ็นเตอร์ พร้อมประเดิมโชว์แรกกับ “IAMSIAM_ISH Fashion Show” ที่จะมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทยกับการแสดงความเป็นตัวตนของเหล่า Nodels ที่ผ่านการคัดสรรจากโปรเจค IAMSIAMISH นำเสนอผ่านแฟชั่น S/S Collection 2017 จากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ
ของเมืองไทย, Fuse Present Tabasco x Q Design and  Play,  แฟชั่นโชว์Runway Road Fashion Show No.2 Curate by Jitsing Somboon ผลงานสร้างสรรค์จากนักศึกษา 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ ม.ศิลปากร, ม.ศรีนครินทรวิโรฒ, ม.รังสิต และ ม.กรุงเทพ ผ่านการคัดสรรโดย จิตต์สิงห์ สมบุญ ดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย และผลงานแฟชั่นโชว์ FASH by Srinakharinwirot University ผลงานจากนักศึกษา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ, Fashion Designer Network โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ ม.เกษตรศาสตร์, CIDI Chanapatana Fashion Show  รวมไปถึงแฟชั่นโชว์จาก Young Thai Designer รุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงกับแบรนด์ KANAPOTAUNSORN ของคณาพจน์ อุ่นศร และแบรนด์ Vinn Patararin ของ 2 ดีไซเนอร์วิณ โชคคติวัฒน์ และ ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ซึ่งเป็น 2 แบรนด์แฟชั่นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากเหล่าแฟชั่นนิสต้านอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปอีกต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น Bazaar Fashion Talk “Dress Code”, 65 Model Academy Present Super Model Workshop, Travel Bar Workshop by Wacoal Mood และ Sephora Highlight of
The Season

ในส่วนของสยามดิสคัฟเวอรี่  ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม  ชวนทุกคนสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำไปกับ  Style Factory ชวนคนรักแฟชั่นมาสนุกกับการ
ครีเอทลุคสุดชิคผ่านนวัตกรรม  ดิจิทัล แฟชั่น พรีเซนเทชั่นที่บริเวณ ชั้น M His Lab กับคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 หลากคอลเลคชั่นจากอินเตอร์แบรนด์ภายในสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่นำมาให้ทุกคนได้ลองมิกซ์แอนด์แมทช์ เสื้อผ้าแอคเซสเซอรี่ ผ่านดิจิทัล แฟชั่น พรีเซนเทชั่น ให้ได้เห็นลุคเสมือนจริงก่อนจับจองเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ยังชวนคุณสุภาพบุรุษมา grooming สไตล์การแต่งตัวให้หล่อเนี้ยบกับ BIFW Gentlemen’s Grooming Lounge by PUR•SUIT ที่ชั้น G Her Lab ตลอดจนอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆกับ Bazaar Fashion Talk    Trend of Design จากกูรูชื่อดังที่ My Kitchen ชั้น 4 Play Lab ทั้งนี้เหล่าแฟชั่นนิสต้าสามารถเข้ามาอัพเดทเทรนด์และสัมผัสกับประสบการณ์แห่งแฟชั่นได้ตลอดทุกวันที่สยามดิสคัฟเวอรี่

ที่สุดของงานแฟชั่นวีค ซึ่งระดมพลคนแฟชั่นทุกแขนง  มาร่วมแสดงพลังสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบครบทุกเรื่องแฟชั่น ทั้งในรูปแบบรันเวย์แฟชั่นโชว์ แฟชั่นเอ็กซ์ซิบิชั่น และการจัดเสวนาเรื่องที่ครอบคลุมครบทุกวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบจนจบโชว์ ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้เหล่าดีไซเนอร์เลือดใหม่จากสถาบันการศึกษาต่างๆ มาจัดแสดงผลงานตลอดทั้งสัปดาห์ในงาน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2017

Bangkok International Fashion Week 2017

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการแฟชั่นไทย กับการรวมตัวของไทยดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นชั้นนำกว่า 36 แบรนด์ เพื่อร่วมแสดงโชว์ในงานแฟชั่นวีค  ที่เกิดจากการผนึกกำลังของ 3 ศูนย์การค้าชั้นนำอย่างสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียมจัดงาน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2017 (Bangkok International Fashion Week 2017) ปรากฏการณ์ทางแฟชั่นมิติใหม่แบบรอบด้าน เนรมิตแฟชั่นวีคสุดอลังการเนื่องในโอกาสครบ 10 ปี ของที่สุดแห่งรันเวย์แฟชั่นโชว์งานหนึ่งของประเทศไทย

โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-26 มีนาคม 2560
ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่

Merz Silky Matte Lips ลิปสติกแบรนด์ใหม่ Charmer Clinic

Merz Silky Matte Lips
เมอรซ์  ซิลกี้  แมท ลิป

ครั้งแรกในประเทศไทย เมอรซ์ ซิลกี้ แมท ลิป ลิปสติกเนื้อแมท ติดทนนานมากกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อริมฝีปากสวยสดใส ตอบโจทย์สาวยุคใหม่ ที่มีความทันสมัย ชัดเจน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย กับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Merz Silky Matte Lips (เมอรซ์ ซิลกี้ แมท ลิป) ผลิตภัณฑ์ในเครือ Charmer Clinic คลินิกความงามซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการ 5 สาขา ด้วยกัน

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Merz Silky Matte Lips (เมอรซ์ ซิลกี้ แมท ลิป) ผลิตภัณฑ์ในเครือ Charmer Clinic

ล่าสุด จัดงานเปิดตัวลิปสติกใหม่ ภายใต้แบรนด์ Merz ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติโดดเด่น ด้วยเม็ดสีแน่น ติดทนนานมากกว่า 12 ชั่วโมง และไม่ทำให้ปากแห้ง ริมฝีปากสวยสดใส ไม่ดำคล้ำ พร้อมให้ความชุ่มชื้นด้วยวิตามินอี ที่ช่วยบำรุง เติมเต็มปากสวย อิ่มน้ำ แก้ไขทุกปัญหาของ ลิปเนื้อแมท ตอบโจทย์สาวยุคใหม่ที่มีความชัดเจน บ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ

บริษัท บีสลิม เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง “Merz” ลิปสติกใหม่ล่าสุดแบรนด์ในเครือ Charmer Clinic คลินิกความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีกระแสอย่างต่อเนื่อง ก่อตั้งและบริหารงาน โดย คุณนันท์นภัส อัครวงษ์ภาคิน ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจด้านคลินิกความงาม ล่าสุดลุยตลาดเครื่องสำอางเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงไทย ที่ต้องการสวยแบบปลอดภัย

ด้วยราคา ที่สมเหตุสมผล โดยในครั้งนี้ได้จัดงาน “Thank you Party” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Merz Silky Matte Lips อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของ Merz Silky Matte Lips
(เมอรซ์ ซิลกี้ แมท ลิป) ที่ติดทนนานมากกว่า 12 ชั่วโมง ไม่ทำให้ปากแห้ง ริมฝีปากสวยสดใส ไม่ดำคล้ำ พร้อมให้ความชุ่มชื้นด้วยวิตามินอี ที่ช่วยบำรุง เติมเต็มปากสวย อิ่มน้ำ โชว์เสน่ห์เรียวปากได้อย่างมั่นใจ พร้อมตอบโจทย์ทุกปัญหาของลิป เนื้อแมท สำหรับเวิร์กกิ้งวู้แม้น ที่มีคาแร็กเตอร์ เปรี้ยว เท่ห์ ทันสมัย ชัดเจน เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ทุกโอกาส ภายในงาน ยังได้รับเกียรติจากดาราชื่อดัง แซมมี่ เคาวเวลล์ พร้อมเหล่าหนุ่มหล่อ Secret Guys และ Fashion Dance และกิจกรรมถ่ายภาพ  Photo Magnet สนุกสนานกับบรรยากาศปาร์ตี้ สุดคลาสสิก แสนอบอุ่น ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น ณ เดอะพุด การ์เด้น เลียบทางด่วนรามอินทรา-เกษตรนวมินทร์


แบรนด์ Merz (เมอรซ์) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชั้นนำ ที่ได้รับการยอมรับ
จากกลุ่มสาวๆ ยุคใหม่ที่รักสวยรักงาม และมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะ เปรี้ยว ซ่า เท่ห์ ท้าทาย มีเสน่ห์ โดยในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Merz Silky Matte Lips สู่ตลาดความงามอย่างเป็นทางการ ชูจุดขายด้วยเนื้อลิปสติกที่มาพร้อมคุณภาพสีนำเข้าจากอเมริกาโดยไม่ทำให้ปากแห้งแตก หรือคล้ำดำ ผสานส่วนผสมโซเดียมไฮยาลูโรเนต หรือ ไฮยารูลอนิค เอซิด ที่ช่วยเติมเต็มร่องลึก ทำให้ปากดูอิ่มไม่เป็นร่อง เหมือนเติมฟิลเลอร์ให้ริมฝีปาก และวิตามินอี ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น จากญี่ปุ่น ทำให้ปากไม่แห้งดำคล้ำ ซึ่งขณะนี้มีให้เลือกกว่า 12 เฉดสี ได้แก่ Orange Joop, Lovly Pink, Pink Rosie, Mocha Choco, Sugar Brown,  Peach Nudy, Fever Glam, Secret Love, Red Wine, Please me, Muffin Brick, Red Rose

คุณนันท์นภัส อัครวงษ์ภาคิน กล่าวว่า Merz ได้ให้ความสำคัญในการ เลือกใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุด มีคุณภาพสูง เพื่อให้ผู้หญิงไทยสวย ปลอดภัย ในราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งมีประสิทธิภาพเดียวกันแต่ราคาสูงมาก นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มีแผนการผลิต ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์เพิ่มเติมในกลุ่มเมคอัพ เช่น Eyeliner ซึ่งมีแผนในการจำหน่ายในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจด้านความงาม และประสบความสำเร็จ กับ  Charmer Clinic คลินิกความงาม  ปัจจุบัน มี 5 สาขา ต้องการขยายธุรกิจในกลุ่มเครื่องสำอางค์ และสกินแคร์ เพื่อรองรับกับกระแสด้านความงามที่ยังได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างโตเนื่อง โดยวางแผนด้านการตลาดเน้นการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก  รวมถึงโซเชียลมีเดีย ที่ได้รับความนิยม และสำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขาย ไว้ที่ 5-10 % โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการขายเช่นโปรโมชั่นต่างๆ และการสะสมแต้มรับสิทธิ์แลกซื้อสินค้าในเครือ โดยใช้ช่องทางการขายออนไลน์, ตัวแทนจำหน่าย, และคาดว่าจะวางจำหน่ายที่ ร้าน Evenandboy ในเร็วๆ นี้

พบกับผลลัพธ์อันน่าประทับใจ เพื่อเสน่ห์แห่งเรียวปาก แต้มสีสันสวยสดใส ด้วยผลิตภัณฑ์ Merz Silky Matte Lips ราคาแท่งละ 350 บาท  พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษมากมาย และสะสมแต้ม สามารถนำมาแลกเป็นสินค้าในเครือ

พิเศษสุด! สำหรับตัวแทนจำหน่าย ที่มียอดขายสูงสุด รับสิทธิ์ลุ้นรับทองคำ และตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น

ในวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ณ เดอะพุด การ์เด้นเลียบทางด่วนรามอินทรา-เกษตรนวมินทร์
ติดตามรายละเอียดได้ที่   FB: Merz cosmetics

เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ AAS Harley-Davidson(R) of Bangkok ย่านวิภาวดี รังสิต

ขอต้อนรับ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
AAS Harley-Davidson® of Bangkok

เปิดโชว์รูม AAS Harley-Davidson(R) of Bangkok  ย่านวิภาวดี  รังสิตค็อก ไรเดอร์ ทุ่มงบกว่า 400 ล้าน  เปิดโชว์รูม ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ย่านวิภาวดี-รังสิต เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2560 

Totptotravel เข้าร่วมงาน แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอเมริกัน ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson®) ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรมาตรฐานระดับสากลแห่งที่ 6 ของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “AAS Harley-Davidson® of Bangkok” บนถนนวิภาวดี-รังสิต โดย AAS Harley-Davidson® of Bangkok เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม

โดย  โลโก้ AAS Harley Davidson® ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนุมาน
ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครเอกของวรรณคดีรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งหนุมานถือเป็นลิงที่มีฤทธิ์มาก ได้ชื่อว่าเป็นอมตะ มีความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ ทำงานที่มอบหมายได้สำเร็จเสมอ มีความเฉลียวฉลาด รอบรู้ มีวินัย แต่ก็ยังเป็นตัวแทนของความสนุกสนาน

บริษัท แบงค็อก ไรเดอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอเมริกัน ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson®) ได้เปิดโชว์รูม  และศูนย์บริการครบวงจรมาตรฐานระดับสากลแห่งที่ 6 ของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ AAS Harley-Davidson® of Bangkok บนถนนวิภาวดี-รังสิต โดย AAS Harley-Davidson® of Bangkok เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม  รวมถึงตั้งเป้าบุกเบิกลูกค้ากลุ่มใหม่ซึ่งเป็น Young Generation พร้อมมุ่งนำเสนอไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ของชาวสองล้อแบบครบวงจรบนพื้นที่ให้บริการที่กว้างขวางและทันสมัยที่สุดในประเทศไทย

จากความสำเร็จของโชว์รูม ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน สาขาแรกของบริษัทในเครือที่พัทยาภายใต้ชื่อ Harley-Davidson® of Pattaya ที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2559 ซึ่งได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม และในการเปิดตัวครั้งนั้นเองก็ยังถือเป็นการเปิดตลาดในภาคตะวันออก  อย่างเป็นทางการครั้งแรกของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน อีกด้วย

มิสเตอร์ ปีเตอร์ แม็คเคนซีย์ กรรมการผู้จัดการ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน เขตตลาดเศรษฐกิจใหม่ในเอเชีย กล่าวว่า ฮาร์เล่ย์ – เดวิดสัน มีการเติบโตอย่างเหลือเชื่อในประเทศไทย ต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนๆ ฮาร์เล่ย์ ที่ให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีตลอดมา ฮาร์เล่ย์ – เดวิดสัน เองนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะของตัวแทนแห่งอิสรภาพ ความเป็นปัจเจกชนแต่เต็มไปด้วยการแสดงออกของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นฉันพี่น้องระหว่างเพื่อนผู้หลงใหลในสิ่งเดียวกันนั่นก็คือการได้ครอบครองและขับขี่ฮาร์เล่ย์ฯ ที่จะนำพาพวกเขาไปสู่อิสรภาพที่ไม่สามารถหาได้จากแบรนด์รถจักรยานยนต์อื่นใด เราขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสกับประสบการณ์ ที่ไม่เหมือนใคร  ในโชว์รูม  AAS Harley-Davidson® of Bangkok แห่งนี้


บริษัท แบงค็อก ไรเดอร์ จำกัด โดย คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์มาอย่างยาวนาน ได้สานต่อนโยบายที่วางไว้ พร้อมเชื่อมั่นเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยเฉพาะตลาดในกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก จึงทุ่มงบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท เปิดโชว์รูม Flagship Dealership และศูนย์บริการแห่งใหม่ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อันทันสมัย บนถนนวิภาวดี-รังสิต บนพื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตรภายใต้ชื่อ “AAS Harley-Davidson® of Bangkok”

คุณอนุวัชร เผยว่า  สำหรับโชว์รูม AAS Harley-Davidson® of Bangkok แห่งนี้ เปรียบเสมือน Homequarter (บ้านหลังที่ 2) ของชาวไบค์เกอร์
ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ความชอบที่เหมือนกัน เราจะสร้างโชว์รูม

แห่งนี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ของชาวสองล้อที่ครบครัน ทั้งในส่วนของโชว์รูมและศูนย์บริการซึ่งเราจะเน้นระบบการทำงานและเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ให้สมกับเป็นศูนย์บริการที่ได้รับการคาดหมายจาก  ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน อเมริกาว่าจะเป็น Flagship Dealership  แห่งใหม่ของภูมิภาคนี้  นอกจากนั้นทางเรายังมีความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับฮาร์เล่ย์ฯแก่ลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้าง และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์

กับลูกค้า และที่จะขาดไม่ได้เลย  คืองานบริการที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาถึงโชว์รูมแห่งนี้

สำหรับภายในพื้นที่โชว์รูมมีการจัดแสดงรถฮาร์เล่ย์ฯ รุ่นล่าสุด สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น อุปกรณ์การขับขี่ และอุปกรณ์ตกแต่งรถมากมายพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่หลงใหลในแบรนด์ไม่แพ้กัน ศูนย์บริการเองก็สามารถรองรับรถที่จะเข้ามาใช้บริการได้เดือนละกว่า 400 คัน โดยทีมงานที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ นอกจากนี้ภายในโชว์รูมยังมี Exclusive Customer Lounge ไว้บริการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นพิเศษอีกด้วย

ในส่วนของสมาชิก H.O.G (Harley-Davidson Owners Group) มีห้องรับรองโดยเฉพาะได้รับการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมี่ยม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ครบครันเพื่อให้บริการกลุ่ม

ผู้ขับขี่ฮาร์เล่ย์ฯ รวมถึงเป็นศูนย์กลางสังคมของผู้ขับขี่ ฮาร์เล่ย์ – เดวิดสัน ประเทศไทย ที่จะรองรับการพบปะสังสรรค์ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการสร้างสาธารณะประโยชน์แก่สังคมอีกด้วย”

“อีกหนึ่งในไฮไลท์มากมายในงานนี้ คือแอพลิเคชัน AAS H-D ที่ได้รวบรวมเอาข้อมูลสินค้าบริการ การนัดหมายเข้ารับบริการซ่อมบำรุง ข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ มาไว้เพียงปลายนิ้วสัมผัสแล้ว ที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับสมาชิก  H.O.G Chapter ในกลุ่มของ  AAS Harley-Davidson® of Bangkokและ Pattaya ก็คือสิทธิพิเศษในการใช้บริการกับ partner อันหลากหลายของเราตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ  ฟิตเนส และโรงแรมชื่อดังต่างๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์แห่งอิสรภาพแบบฮาร์เล่ย์ในสไตล์ของAAS Harley-Davidson® ที่รับรองว่าจะไม่มีที่ใดเหมือนแน่นอน”คุณอนุวัชร กล่าว


AAS Harley-Davidson® of Bangkok ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนวิภาวดีรังสิต (ติดซอยวิภาวดีรังสิต 66)
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
www.aasharley-davidsonbangkok.com
https://www.facebook.com/aasharleybangkok
IG: @aasharleybkk
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02 521 4545

เปิดรถ Ferrari 488 Spider คู่ใจ ดร.ยุ้ย กันธิชา ฉิมศิริ

เซเลบริตี้ นักแข่งหญิงคนเดียวในเอเซีย
ไปแข่งรถในสนามระดับโลก

หากความสนใจในตัวเธอนั้น  มาจากเพียงแค่ รูปร่างหน้าตา  หรือตำแหน่ง
Mrs International 2016 ในแวดวงสังคมชั้นสูงแล้วละก็ คุณคงพลาดอะไรดีๆ ไปแน่ๆ เพราะนั่นอาจเป็นแค่เงาสะท้อนจากแสงแฟลชวูบวาบหากตัวตนเนื้อแท้ของเธอ กับชีวิตที่ตกตะกอน เอกลักษณ์ที่สร้างจากตัวตน

ผู้หญิงคนนี้ชื่อ ดร.กันธิชา ฉิมศิริ  ชื่อเล่น ยุ้ย นักธุรกิจ ดารา นางแบบ พิธีกร นักสะสมรถยนต์ นางงาม MRS. INTERNATIONAL 2016 คนแรกของไทย คว้ามาทั้งสิ้น 3 รางวัล คือ ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม, นางงามบุคลิกภาพยอดเยี่ยม ,สตรีผู้ประสบความสำเร็จแห่งปี บทบาทล่าสุด  ประเดิมเปิดฤดูกาลสนามแรก เธอจะลงแข่งรถเฟอร์รารี่  488 Challenge Racing Asia Pacific 2017  ซึ่งรายการนี้สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทั่วโลก ผ่านสถานีช่องกีฬาอันดับ 1 ของโลก  อย่าง  FOX Sport News  เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะเธอเป็นหญิงไทยคนแรก เพียงคนเดียวกับตำแหน่งนางงาม ที่จะลงสนาม
ในฐานะนักแข่ง ในสนามแรกในวันที่ 6-8 เมษายน  2560 ที่ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาแล้ว

เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณยุ้ย  ดร.  กันธิชา ฉิมศิริ
MRS. INTERNATIONAL 2016 ถ้าให้พูดถึง เรื่องความสามารถแล้วเธอคน
นี้กำลังจะเป็นนักแข่งรถผู้หญิงคนเดียวในเอเซีย ที่ขับรถเร็วที่สุด  เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวย ความเก่ง ความสามารถ ในแบบของตัวเอง เธอชอบความท้าทาย และความเร็วเป็นทุนเดิม ได้มีโอกาสทำตามฝันอย่างเต็มที่ด้วยศักยภาพ และการสนับสนุนของสามี


ดร กันธิชา ฉิมศิริ (ยุ้ย) กับสามีชาวเยอรมัน อเล็กซานเดอร์ ปาเป้

หลังจากการประกวด ฝันที่เป็นจริงวันนี้เธอผู้หลงไหล มอเตอร์สปอร์ต
อีกมุมหนึ่งสวมบทบาทของนักแข่งรถในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ยุ้ยเป็นผู้หญิงไทย เพียงหนึ่งเดียว  ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน  BMW  Driving   Academy Maisach ประเทศเยอรมนี  เธอเป็นนักแข่งรถ และชอบสะสมรถ Ferrari
ในปีนี้เธอพร้อมแล้วกับการลงแข่ง 7 สนามทั่วโลก  รวมถึงเอเชียแปซิฟิค

 ดร. กันธิชา ฉิมสิริ  ถือว่าเป็นแบบอย่างของผู้หญิงเก่งที่ประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์การประกวด MRS. INTERNATIONAL 2016
เซเลบริตี้ นักแข่งหญิงคนเดียวในเอเซีย ที่เป็นตัวอย่างของสาวไทยมากความสามารถ เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหลายๆ คน ที่แบ่งเวลาได้อย่างลงตัว นอกจากเรื่องครอบครัว ความสวย เธอยังชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคม รวมไปถึงการแข่งรถ ถึงขนาดตั้งใจบินไปฝึกอบรมที่ประเทศอิตาลี ต้นกำเนิด รถสปอร์ตหรูอย่าง Ferrari

มาเปิดรถ Ferrari คู่ใจ MRS. INTERNATIONAL 2016 สวยและเก่ง คือ ผู้หญิงแห่งยุค 2017 กันค่ะ อีกด้านหนึ่งของคุณยุ้ย เธอยังชื่นชอบ มอเตอร์สปอร์ต วันนี้กับการเป็นเจ้าของรถคันใหม่ล่าสุด Ferrari 488  Spider ด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์ วี8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ วางกลางลำตัว ให้กำลังสูงสุด 660 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 77.4 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัทช์ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 3 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ภายใน 8.7 วินาที

คุณยุ้ย ดร. กันธิชา ฉิมศิริ MRS. INTERNATIONAL 2016

ยุ้ย เลือก Ferrari 488 Spider เพราะสมรรถภาพที่เหนือชั้น ความเร็วที่ท้าทาย ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม ความปลอดภัยสูงสุด รูปลักษณ์สวยงาม

ปัจจุบัน ดร.กันธิชา ฉิมศิริ ชอบเดินทางทั้งภายในและต่างประเทศ ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ตื่นเต้น ท้าทาย การแข่งรถจึงตอบโจทย์ ของการเป็นสาวนักผจญภัย การเป็นนักแข่งรถสปอร์ตหรูสาวไทยคนแรก และนางงามคนแรกของโลก ในสนามแข่ง เป็นผู้หญิงไทยที่สร้างชื่อเสียงให้คนไทย มีมาตรฐานการทำงาน และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การแข่งขันระดับเวิลด์คลาสอย่างรถเฟอร์รารี่ หรูหราลงตัว กับบทบาทของ ดร.กันธิชา ฉิมศิริ  กับการประลองความเร็วกับรถยนต์สปอร์ตหรูได้ไปแข่งรถในสนามระดับโลก

เข้าช่วงฤดูกาล การแข่งขันรถยนต์หรูซุปเปอร์คาร์ อย่าง เฟอร์รารี่  488 (Ferrari 488 Challenge Racing ) กันแล้ว วันนี้ Toptotravel มีโอกาสได้พูดคุยกับ สาวสวยมากความสามารถกับ 7 สนามทั่วทั้งทวีปเอเชียแปซิฟิค และยุโรป ทีีพร้อมลงสนามตลอดปี 2017 โดยทั้งสามี ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางบริษัทคาวาลลิโน มอเตอร์ และ กลุ่มพันธมิตร ขอแสดงความยินดี และขอเป็นผู้ร่วมสนับสนุนให้ คุณยุ้ย  กันธิชา  ฉิมศิริ  เป็นนักขับชาวไทยผู้หญิงคนแรกในรายการ 488 Challenge Racing Asia Pacific 2017 ตลอดทั้งฤดูกาล

ตารางการแข่งขันแข่งรถเฟอร์รารี่
7 สนามทั่วโลก รวมถึงเอเชียและแปซิฟิค ปี 2017
(Ferrari 488 Challenge Racing Asia Pacific 2017)

1, 6-8 เม.ย 2017 กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

2, 27-29 พค. 2017 กรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

3, 9-11 มิ.ย. 2017 มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน

4, 7-9 ก.ค. 2017 บริเวณแถบภูเขาฟุจิ ประเทศญี่ปุ่น

5, 25-27 สิงหาคม 2017 สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย

6, 15-17 กันยายน 2017 สนามฟอร์มูล่าวัน ประเทศสิงคโปร์ (F1GP)

7, 26-29 ตุลาคม 2017 สนาม มูเจลโล่ ประเทศอิตาลี

การแข่งรถ Ferrari 488 Challenge Racing Asia Pacific 2017
รายการนี้สามารถรับชมการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านสถานีช่องกีฬาอันดับหนึ่งของโลก  FOX Sport News กว่า 100 ประเทศ สำหรับประเทศเอเชียและแปซิฟิค รับชมการถ่ายทอดได้แก่ ประเทศ บรูไน กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย อินโดนีเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ เวียดนาม และประเทศไทย

ทีมงาน Beauty charity project

ร่วมสัมภาษณ์ ทีมงาน Beauty charity projectขอเชิญชวนแฟนคลับ คุณยุ้ย ตลอดจนพี่น้องชาวไทย ที่ชื่นชอบการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรถยนต์หรูหรา สง่างาม ม้าลำพองกับรถเฟอร์รารี่

สามารถติดตามชมได้ตามช่องกีฬา Fox sport news หรือ ติดตามไปเชียร์ได้สนามแข่งจริงตามตารางการแข่งขันด้านบน  คุณจะได้อรรถรส ความตื่นตา ตื่นใจยิ่งขึ้น และสามารถติดตามตารางการแข่งรถและรายละเอียดต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.ferrari.com/en_th/

ถ้าพูดถึง รถยนต์หรู จากยุโรป รับรองว่าต้องมีการเอ่ยถึง Ferrari  รวมอยู่อย่างแน่นอนที่สุด คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เราก็รู้อยู่แล้วว่าการผลิต ท้ายรถอันบางเฉียบ พ่วงด้วยความสวยงาม นวัตกรรมทางยานยนต์ที่ล้ำหน้าคู่แข่งเพราะรถแบรด์นี้ พิสูจน์มาหลายร้อยปีแล้วว่า รถยนต์  Ferrari 488 Spider เอกลักษณ์ของสุนทรียะในการขับขี่ที่เหนือชั้น และได้รับการตอบรับที่ดีในมุมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เราจะเห็นความสวยงาม ลวดลายโค้งเว้าทำให้รถดูมีเอกลักษณ์ สมรรถนะดีเยี่ยม และลวดลายเหล่านั้นถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้รถยนต์  Ferrari 488  ทั้งระบบเกียร์ ระบบขับเคลื่อน ระบบกันสะเทือน และท่อไอเสีย ถือเป็นการดีไซน์อันเลอค่า  แบบใครก็เถียงไม่ได้ทีเดียว ตอบสนองแรงเร้าของเท้าขวา ทำให้ Ferrari 488 Spider สร้างภาพลักษณ์ผู้ที่ให้ เป็นเจ้าของได้อย่างดี และถ้าถามว่าในประเทศไทย เราจะหารถ Ferrari ครบทุกรุ่นพร้อมทั้งบริการได้จากไหน คำตอบที่เป็นตัวเลือกอันดับ 1 คงต้องเป็น บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด

Ferrari Best Luxury Supercar in The World
Ferrari ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 รุ่น ทุกรุ่นที่ผลิตล้วนเป็นที่สุดของซูเปอร์คาร์  ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางยานยนต์ที่ล้ำหน้าคู่แข่ง จึงทำให้ได้เปรียบคู่แข่งในตลาดอย่างมาก ประกอบกับการตอบรับที่ดีของผู้ใช้ซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย คาวาลลิโนเล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ขยายตัวมากขึ้นโชว์รูม และศูนย์บริการขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถรองรับรถยนต์เฟอร์รารี่ที่มีอยู่ในบ้านเรากว่า 500 คัน

คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน่ มอเตอร์ จำกัด

คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน่ มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้ารถเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน  วันนี้ดิฉันรู้สึกยินดี และขอแสดงความยินดี ที่คุณยุ้ยได้เป็นตัวแทนของคนไทย และยังเป็น ผู้หญิงไทยคนแรกในสนามการแข่ง ขันรถซุปเปอร์คาร์ “Ferrari 488 Challenge Racing Asia Pacific 2017” เป็นสนามแข่งระดับโลก และภูมิใจที่เธอเลือกรถ  Ferrari 488 Spider 

“เฟอร์รารี่ มี ประวัติมายาวนาน เกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี่ มิใช่ใครจะไปขับได้ การขับต้องผ่านการฝึกฝนและมีใบใบอนุญาตขับขี่ หรือ license เฉพาะของ เฟอร์รารี่ เท่านั้น บริษัท คาวาลลิโน่ มอเตอร์ จำกัด ยินดีสนับสนุน ดร กันธิชา ฉิมศิริ (ยุ้ย) และขอเป็นกำลังใจให้เธอนำชัยชนะมาสู่ประเทศไทยขอให้เธอได้ขึ้นโพเดี่ยม เปิดแชมเปญ ฉลองชัยทุกสนาม ด้วยค่ะ ”

คาวาลลิโน มอเตอร์ 2124 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม

คาวาลลิโน มอเตอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย และซ่อมบำรุงรถยนต์เฟอร์รารี่แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย รู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นไปกับการแข่งขันรายการนี้ด้วย รวมถึงในวันนี้เราได้มีนักแข่งหญิงไทยคนแรกที่ได้ร่วมลงสนามชิงชัยในรายการ Ferrari 458 Challenge

คาวาลลิโน มอเตอร์ เป็นผู้แทนจำหน่าย และซ่อมบำรุงรถยนต์ เฟอร์รารี่ เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้การถือหุ้น และบริหารงานโดย คุณวุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และรองประธานกรรมการ บริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เป็นประธานกรรมการ คุณเฉลิม อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยาม ไวน์เนอรี จำกัด และประธานกรรมการบริษัท เรดบูล ประเทศอังกฤษ จำกัด เป็นประธานบริษัท

ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ FERRARI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ขอบคุณสถานที่:  บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด
ที่อยู่: 2124 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม 10310
โทรศัพท์: 0-2319-6109
โทรสาร: 0-2319-6110
อีเมล: info@cavallino.co.th
เว็บไซต์: www.cavallino.co.th
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์
เวลา 09:00-18:00, เสาร์ เวลา 10:00-15:00

 

งานนี้มีเฮ ใส่บิกินีแล้ว Dance ไปพร้อมๆ กัน เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต

 เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต
@Westwonder Waterpark

 

West Wonder ที่นี่เป็น สวนน้ำแห่งใหม่ และแห่งเดียว กลางเมืองกาญจนบุรี มีสไรเดอหลายแบบ เยอะดี สีสรร สวยงาม เป็นหนึ่งในสถานที่ จัดงานใหญ่ เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต ให้คุณเตรียมจดลงปฏิทิน จะได้มั่นใจได้ว่าไม่พลาดการแสดงสดจากศิลปินคนโปรดแน่นอน

จะหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว กาญจนบุรีเค้าก็มีที่เที่ยว สามารถตอบโจทย์ครบในจังหวัดเดียว ขนาดเดือนนี้เข้าสู่หน้าฝน แต่ที่เที่ยวเปิดใหม่อย่าง Westwonder Waterpark สวนน้ำแห่งใหม่ใหญ่สุดในกาญจนบุรี ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา ยังมียอดคนเข้าเที่ยวเยอะสุดๆ ที่นี่เค้ามีอะไรดี เราตามไปที่ สวนน้ำ West Wonder ดินแดนมหัศจรรย์ตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ทีพื้นที่กว้าง สวนน้ำน่าเล่น มีเครื่องเล่นให้เลือกเยอะ การเดินทางสะดวกห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพียง 2 กิโลเมตร

เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต เป็นอีกหนึ่งเทศกาลดีๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่แวดล้อมไปด้วยวิวของสายน้ำ ภูเขา ทัศนียภาพที่สวยงาม ผสมผสานกับความเป็นฮิปปี้ยิ่งทำให้งานดนตรี  มาใส่บิกินี แล้ว Dance ไปพร้อมๆ กัน
เลิฟ กาน เถอะ คอนเสิร์ต
วันที่ 6 พฤษภาคม 2560
เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่  10 มีนาคม นี้ เป็นต้นไป
ที่ All Ticket / 7-11 กว่า 11,000 สาขา ทั่วประเทศ
หรือ ทาง On-line ที่  www.allticketthailand.com

ซื้อบัตรตั้งแต่วันที่ 10-16 มีนาคม นี้…ลดทันที!!!  เหลือเพียงใบละ 800 บาท

บัตร ราคา 1,000 บาท…พิเศษ มา 5 จ่าย 4
(ซื้อพร้อมกัน 5 ใบ ลดเหลือใบละ 800 บาท)
ตั้งแต่ 17 มีนาคม เป็นต้นไป
พบกับศิลปินคุณภาพคอนเสิร์ตสุดมันส์…พร้อมศิลปินสุดฟิน Slot machine ,Thaitanium ,Aof Pongsak ,Seasonfive ,7Days Crazy และ ทีม DJ.TNT / DJ.Suraboon พร้อมด้วย Mc สุดเซ็กซี่ Nicky พริตตี้เงินล้าน…สนุกชุ่มฉ่ำในสวนน้ำ ที่ West Wonder Water Park กาญจนบุรี…แล้วพบกัน!!!

รายละเอียดเพิ่มเติมที่
www.allticketthailand.com
Call centre : 02 7117788

 

เปิดนิทรรศการ คน เงิน ผี สิ่งเหล่านี้เป็นการเคลื่อนไหวของประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี

 จิม ทอมป์สัน เรียนเชิญร่วมงานแถลงข่าวเปิดนิทรรศการ  People, Money, Ghosts (Movement as Metaphor)

นิทรรศการสื่อผสมที่นำเสนอเรื่องราวการอพยพย้ายถิ่นและพลวัตทางสังคมจาก 3 กลุ่มศิลปินอาเซียน   กลุ่มศิลปินอาเซียน มุ่งสำรวจว่าการเดินทางกับการอพยพของประชากรและอุตสาหกรรมทั้งหลาย แนวคิดทฤษฎีกับความเชื่อทางจิตวิญญาณ สุนทรียะกับวิทยาการ และตัวศิลปินเอง มีส่วนสร้างโลกของเราขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในและนอกเหนือภูมิภาค  ที่เราเรียกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภาวะดังกล่าวปรากฏชัดในการสร้างผลงานของศิลปินผู้แสดงงานครั้งนี้

นิทรรศการนี้จึงเกี่ยวกับกระบวนการของการเคลื่อนย้ายด้วยตัว นิทรรศการเองเฉก  เช่นบานพับที่พลิกแพลงได้หลายทิศทางโดยขึ้นกับตัวงานศิลปะแต่ละชิ้น มากกว่าตัวคำถามภายในชิ้นงานที่เปล่งเสียงได้ทั้งที่นี่และทุกหนแห่ง ผลงานจัดแสดงทั้งหมดของล้วนสร้างขึ้นในพื้นที่ห่างไกลความคุ้นชิน กล่าวคือไม่ใช่เมืองอันเป็น บ้าน ของศิลปิน และต่างได้รับอิทธิพลจากความหมายจำเพาะของพื้นที่ทั้งในแง่มุมเชิงประวัติศาสตร์กับโลกร่วมสมัย ผลงานในนิทรรศการคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายทั้งในฐานะประสบการณ์และวัตถุแห่งการสืบค้นวิจัยทางศิลปะ ศิลปินแต่ละคนเลือกคำถามและประเด็นซึ่งเชื่อมโยงกับการไร้ถิ่นฐานของผู้คน ความพลิกผันเปลี่ยนแปลงในเมืองหลวงของดินแดนอื่น และผลกระทบสืบเนื่องอันหลอกหลอนของสิ่งเหล่านั้น ในฐานะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ร่วมสมัย พื้นที่ในความสนใจเหล่านี้  จึงเป็นกระจกส่องสะท้อน  ทั้งประสบการณ์ส่วนตัวในการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน
ของศิลปิน  และกระบวนการทำงานของพวกเขา


People, Money, Ghosts ผลงานเหล่านี้ ผ่านการคัดสรรโดยภัณฑารักษ์ชาวออสเตรเลีย อาศัยอยู่พนมเปญ โรเจอร์ เนลสันพูดคุยเกี่ยวกับงานนิทรรศการ โดย  คุณกฤติยา กาวีวงศ์ – ผู้อำนวยการ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน มิสเตอร์โรเจอร์ เนลสัน ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ

ศิลปิน : ไขว สัมนาง, เอมี เลียน &เอ็นโซ คามาโช, เหงียน ธี ธันห์ ไม ได้นำเสนอเรื่องราว การอพยพย้ายถิ่นและพลวัตทางสังคม และการอพยพย้ายถิ่นของประชากรและอุตสาหกรรมต่างๆที่เป็นดั่งฟันเฟืองสำคัญในการสร้างและขับเคลื่อนพลวัตทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงศิลปะร่วมสมัยที่สามารถแพร่ขยายแบบไร้พรมแดนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอด้วยศิลปะในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งแฝงไว้ด้วยแนวคิด ทฤษฎี ความเชื่อทางจิตวิญญาณ และผลกระทบอันสืบเนื่อง จากการโยกย้ายในลักษณะเหนือจริง (Surreal) อาทิ


ศิลปะแบบจัดวาง  (Installation Art)
ประติมากรรมวิดีโอ  (Video Sculpture)
ศิลปะคอลลาจ  (Collage Art)

ไขว สัมนาง ศิลปินชาวกัมพูชา เอมี เลียน และ เอ็นโซ คามาโช ศิลปินคู่ ชาวฟิลิปปินส์ และ เหงียน ธี ธันห์ ไม ศิลปินชาวเวียดนาม จัดนิทรรศการPeople, Money, Ghosts (Movement as Metaphor)   ศิลปะสื่อผสม ภายใต้คอน
เซปท์ คน เงิน ผี เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการเคลื่อนไหวขอประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี

ศิลปินได้นำเสนอผลงานในรูปแบบความเป็นท้องถิ่นพร้อมกับปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก เช่น ศิลปินชาวฟิลิปปินส์นำเสนอผลงานในรูปแบบ “ผีกระสือ” เป็นรูปแบบประติมากรรมวิดีโอ เพื่อสะท้อนถึงตัวตนที่เคลื่อนย้ายอพยพมากกว่าสงบนิ่งที่บ้าน และผลงานเหล่านี้ ผ่านการคัดสรรโดยภัณฑารักษ์ชาวออสเตรเลีย อาศัยอยู่พนมเปญ โรเจอร์ เนลสัน เริ่มจัดแสดง

นิทรรศการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2560   ตั้งแต่ 9.00 – 20.00 น. ณ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน  ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการ โปรเจ็คต์ทั้งสองของ ไขวสัมนาง (KhvaySamnang)มุ่งสำรวจการเคลื่อนย้ายในบริบทของประเทศกัมพูชาที่ขยายใหญ่ขึ้น– Yantra Man (2015) เป็นการสำรวจประวัติศาสตร์ที่ถูกหลงลืมในวงกว้างเกี่ยวกับทหารกัมพูชาผู้ถูกส่งไปร่วมรบให้กองทัพฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ตัวงานประกอบด้วยการจัดวางประติมากรรมเหล็ก โดยโมทีฟที่ปรากฏในชิ้นงานคือพระเครื่องที่เป็นเครื่องรางและผ้ายันต์แบบเขมร ตัวงานมุ่งพิเคราะห์การสะท้อนไปมาระหว่างประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ของเหล่าทหาร และประสบการณ์ร่วมสมัยของคนที่ต้องทำงานไกลบ้าน –Rubber Man (2014) ประกอบด้วยวิดีโอหนึ่งจอที่บันทึกการแสดงของตัวศิลปิน และจัดวางบนประติมากรรมไม้ที่นำเสนอบนดินร่วนแดง ชนิดเดียวกับที่พบได้ในจังหวัดรัตนคีรีทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชา งานชิ้นนี้สำรวจผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และ
จิตวิญญาณ ของการเพาะปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกล่าว


ศิลปินคู่ เอมี เลียน &เอ็นโซ คามาโช (Amy Lien &Enzo Camacho) ร่วมกันเสนอผลงานชุดใหม่ด้วยรูปแบบที่เธอและเขาเรียกว่า ‘ประติมากรรมวิดีโอ’ (video sculpture)– งานศิลปะชุดนี้สำรวจรูปลักษณ์และตัวตนของสิ่งคล้ายผีที่มีผู้พบเจอตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งมีชีวิตในตำนานที่แยกร่างโดยทิ้งส่วนขาไว้ในป่า (ทั้งในความหมายตรงตัวและโดยเปรียบเทียบ) ในขณะที่ส่วนหัวกับเครื่องในบินผ่านเมืองสร้างความตื่นกลัวให้ชาวบ้าน ในไทยเรียกสิ่งมีชีวิตนี้ว่ากระสือ (krasue) ในขณะที่กัมพูชาใช้ชื่อ เอิบ (arb) จุดเริ่มต้นความสนใจของศิลปินที่มีต่อร่างกลายพันธุ์ชนิดนี้คือ
มานานังกาล (manananggal) ของฟิลิปปินส์ และศิลปินเลือกนำเสนอ
กระสือ/เอิบ/มานานังกาล ในรูปสัญลักษณ์อย่างบทกวีที่สะท้อนสัมผัสของตัวตนที่ผันแปรไม่หยุดนิ่ง เป็นสัมผัสของตัวตนที่ไร้ศูนย์กลางตายตัว ตัวตนที่เคลื่อนย้ายอพยพมากกว่าสงบนิ่งที่ ‘บ้าน’ หรือสถานที่จำเพาะ และแข็งขืนต่อการจำแนกประเภทด้วยตรรกะและเหตุผล ศิลปินเสนอว่าสิ่งมีชีวิตนี้ถือเป็น ‘สัตว์ประหลาดโอเพ่นซอร์ส’ (open-source monster) โดยหยิบยืมคำศัพท์ที่สื่อความถึงซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต และ/หรือพัฒนาต่อโดยผู้ใช้ มาช่วยอธิบายคุณลักษณะ–ชิ้นงานทั้งสามที่แยกส่วนชัดเจนทว่าสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน (และโต้ตอบระหว่างกันอย่างเงียบเชียบ) สร้างขึ้นใหม่เพื่อนิทรรศการครั้งนี้โดยเฉพาะ


Day by Day (2014-7) โดยเหงียน ธี ธันห์ ไม (Nguyen ThiThanh Mai) สำรวจประสบการณ์ผู้อพยพของชุมชนชาวเวียดนามไร้รัฐที่ใช้ชีวิตในหมู่บ้านลอยน้ำในประเทศกัมพูชาและเวียดนาม ชุมชนดังกล่าวต้องประสบความยากแค้นนานหลายทศวรรษ ทั้งถูกกวาดล้างระหว่างช่วงสงครามอเมริกันในเวียดนามและภายใต้การปกครองของเขมรแดงในกัมพูชา และถูกปฏิเสธสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องทั้งการศึกษาและสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน อันเป็นผลสืบเนื่องจากการไม่สามารถเข้าถึงเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมายในแต่ละชาติ โปรเจ็คต์นี้ประกอบด้วยวิดีโอความยาวหนึ่งชั่วโมง จัดวางร่วมกับ ‘บัตรประชาชน’ ปลอม และชุดคอลลาจภาพถ่ายดิจิตอลติดตั้งในกระท่อมทางมะพร้าวหลังเล็กที่สร้างขึ้นในพื้นที่ของแกลเลอรี   ผลงานทุกชิ้นที่จัดแสดงคราวนี้ล้วนมีศักยภาพในการสะท้อนเข้าหาสภาพแวดล้อมร่วมสมัย และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่จมอยู่ใต้พื้นผิว ศิลปินในไทยจำนวนมากเองก็รับเอาวิถีปฏิบัติเยี่ยงผู้อพยพหรือชนเผ่าพเนจรไว้กับตัว ซึ่งโดยปริยายพวกเขาได้สำแดงปลดเปลื้องให้เห็นความรู้สึกของประสบการณ์ในระดับภูมิภาค (pan-regional) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ซุกซ่อนไว้ มากกว่าตัวตนที่มีเขตแดนจำกัดของชาติที่ตนเองสังกัดอยู่


เกี่ยวกับศิลปินและภัณฑารักษ์
ไขว สัมนาง (เกิดปี 2525, พำนักในพนมเปญ) คือหนึ่งในศิลปินสาขาทัศนศิลป์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศกัมพูชา เขาทำงานทั้งด้านเพอร์ฟอร์มานซ์, ภาพถ่าย, วิดีโอ, ศิลปะจัดวาง และยังสนอกสนใจสำรวจประเด็นชวนถกเถียงทั้งด้านการเมือง สังคม กับความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ในกัมพูชากับที่อื่นๆ “ถ้าพูดถึงไม่ได้ แล้วเราจะแสดงให้เห็นได้อย่างไร?”


เอมี เลียน (เกิดปี 2530, พำนักในมะนิลาและนิวยอร์ก) และ เอ็นโซ คามาโช (เกิดปี 2528, พำนักในมะนิลาและเบอร์ลิน) คือคู่ศิลปินที่ทำงานร่วมกันเป็นการเฉพาะตั้งแต่ปี 2552 – ผลงานศิลปะที่พวกเขาให้คำอธิบายด้วยน้ำเสียงจิกกัดว่า “ไม่ใคร่เจาะจงสื่อที่ใช้” มักใช้วิดีโอกับการจัดวางที่เลียนแบบสุนทรียะออนไลน์และสภาพแวดล้อมยามวิกาล ด้วยความสนใจของพวกเขาคือสภาวะกึ่งกลาง (liminal circumstance)เช่น ตัวตนที่ยึดโยงลักษณะระหว่างเพศ กิจกรรมที่คาบเกี่ยวระหว่างสันทนาการกับการใช้แรงงาน หรือผลงานที่อยู่ระหว่างความจริงจังกับความเสียดเย้ย


เหงียน ธี ธันห์ ไม (เกิดปี 2526, พำนักในเว้) อธิบายไว้ว่า “แนวความคิดเกี่ยวกับการต่อสู้ดิ้นรน กับความสนใจต่อความรู้สึกที่แสดงออกได้ยากและถูกกดทับไว้ คือแกนกลางในการสร้างงานศิลปะของฉัน” เธอทำงานโดยใช้สื่อหลากหลาย สำรวจอุปสรรคที่ปัจเจกบุคคลหรือชุมชนต้องเผชิญ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและลงพื้นที่วิจัยระยะยาว ในระยะแรกเริ่มเธอได้รับความสนใจจากผลงานที่เกี่ยวพันกับร่างกายของผู้หญิงและประสบการณ์ที่มีเรื่องเพศเป็นพื้นฐาน แต่ผลงานต่อเนื่องที่กำลังทำอยู่อันว่าด้วยชุมชนชาวประมงไร้รัฐในเวียดนามและกัมพูชา นำเสนอประเด็นซ้อนทับระหว่างเรื่องสิทธิความเป็นพลเมืองและประวัติศาสตร์ของสงครามอเมริกันในคาบสมุทรอินโดจีน


โรเจอร์ เนลสัน (Roger Nelson) ทำงานในฐานะนักประวัติศาสตร์ศิลป์และภัณฑารักษ์อิสระผู้พำนักในกรุงพนมเปญ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกที่ University of Melbourneปี 2560ผลงานวิจัยของเขาศึกษาคำถามที่มีต่อความเป็นสมัยใหม่และสภาวะร่วมสมัยในงานศิลปะ โดยใช้ประเทศกัมพูชาและภูมิภาคโดยรอบเป็นกรณีศึกษา โรเจอร์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการร่วมของวารสารวิชาการเล่มใหม่ Southeast of Now: Directions in Contemporary and Modern Art in Asia ซึ่งตีพิมพ์โดย NUS Press ของ National University of Singapore เขาเขียนบทความวิชาการให้วารสารหลายเล่ม เช่น Stedelijk Studies นิตยสารศิลปะเนื้อหาเข้มข้น เช่น Art Asia Pacific รวมถึงหนังสือและสูจิบัตินิทรรศการศิลปะจำนวนมาก โรเจอร์ทำหน้าที่ภัณฑารักษ์นิทรรศการและโปรเจ็คต์อื่นๆ ทั้งในออสเตรเลีย กัมพูชา สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม


งานเปิดตัวนิทรรศการอย่างเป็นทางการ
People, Money, Ghosts (Movement as Metaphor) นิทรรศการกลุ่มแสดงผลงานศิลปะโดย: ไขว สัมนาง (พนมเปญ) / เอมี เลียน & เอ็นโซ คามาโช (มะนิลา, เบอร์ลิน และนิวยอร์ก) / เหงียน ธี ธันห์ ไม (เว้)


คัดสรรโดย โรเจอร์ เนลสัน(พนมเปญ)
ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน, กรุงเทพมหานคร
7 มีนาคม ถึง 18 มิถุนายน 2560, เปิดให้เข้าชมทุกวัน 9.00 – 20.00 น.
เสวนากับศิลปินและภัณฑารักษ์ ในวันอังคารที่ 7 มีนาคม เวลา 16.30 น.
พิธีเปิดนิทรรศการวันที่ 7 มีนาคม เวลา 18.30 น.

 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 20.00 น.
เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
หมายเลขโทรศัพท์: 02-612-6741
อีเมล์: artcenter@jimthompsonhouse.com
เฟซบุ๊ก: the Jim Thompson Art Center
เว็บไซต์: www.jimthompsonartcenter.org

ปากแดง คือชนะเลิศ โม คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2016

มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน
(Miss International Queen) การประกวดสาวประเภทสอง นานาชาติระดับโลก

น้องโม  จิรัชยา สิริมงคลนาวิน มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส  2016  คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2016 เวทีสาวทรานส์เจนเดอร์อันดับ 1 ของโลก
พกพาความสวยอวดสายตาชาวโลก   คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2016 เวทีสาวทรานส์เจนเดอร์อันดับ 1 ของโลก

ไม่มีงานประกวดใดๆ ที่จะทำให้สาวๆ มองค้อน หนุ่มๆ มองค้างได้เท่าการประกวดสุดฮอต ที่สุดแห่งการประกวดทรานส์เจนเดอร์ (transgender) ที่ไม่ว่าจะลงรายละเอียดตรงไหนก็สวยล้ำ เลอค่าไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด การแต่งกาย การออกแบบฉากไฟแสงสีอลังการระดับโกอินเตอร์ก็ยังต้องยอม กับเวทีนี้ Miss International Queen 2016 เปลี่ยนการประกวดให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันคว้ามงกุฎ ที่ต้องชัดเจนด้วยความสามารถ ความมั่นใจ ศักยภาพที่เป็นตัวตนล้วนๆ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยาและคณะกรรมการและผู้ให้การสนับสุนนทุกคนล้วนหวังขยายกลุ่มผู้ชม และส่งให้เป็นเวทีแห่งการยอมรับที่เปิดกว้างให้ทรานส์เจนเดอร์ได้ยืนอย่างทรนง ตามธีมการประกวดครั้งนี้  Stand Proud ที่ส่อแววว่ากรรมการจะเครียดหนักด้วยผู้เข้าประกวด 24 คนจาก 19 ประเทศล้วนพกดีกรีความฮอต สวยสง่าและสามารถ

แฟนคลับสายประกวด ได้พบกับนางงามผู้เข้าประกวดกันทั้ง 24 คนจาก 19 ประเทศ เปิดตัวที่ เซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพ เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 27-28 ก.พ. เข้าพักที่ โรงแรมวู้ดแลนด์ รีสอร์ท พัทยา เพื่อเริ่มต้นกิจกรรมเก็บตัวนางงามระหว่าง 1-9 มี.ค. ก่อนขึ้นเวทีประกวดจริง ในวันที่ 10 มี.ค. ผู้เข้าประกวดทั้ง 24 คนสดใส อบอุ่นด้วยการต้อนรับจากแฟนคลับชาวไทย แม้มาจาก 19 ประเทศที่แตกต่างก็มา Stand Proud  บนเวทีเดียวกันอย่างภาคภูมิ
เวที Miss International Queen

วันนี้เป็นเสมือนสถาบันในกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ทั่วโลก ว่าจะเชื่อมั่นได้ในคุณภาพของคนที่ผ่านเวทีนี้ ต้องเข้มเรื่องศักยภาพในความเป็นตัวตน การอยู่ร่วมในสังคม นอกจากความสวยงามอย่างหญิงที่เราเน้นตลอดเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ยุคแห่งการเรียกร้องได้ผ่านไปแล้ว สาวทรานส์เจนเดอร์จากเวทีนี้ต้องเป็นผู้ที่มั่นใจ ก้าวออกไปผงาดอย่างเป็นตัวของตัวเองโดยแท้จริง,” คุณอลิสา พันธุศักดิ์ ประธานคณะกรรมการจัดการประกวดกล่าว

เวทีประกวดที่สนับสนุนพื้นที่ยืนอย่างภาคภูมิ: Stand Proud
นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่กองประกวดได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจาก บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศไทย และเป็นบริษัทในกลุ่มแอกซ่า ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจประกัน การเงิน และบริหารสินทรัพย์ระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ประกัน อันดับ 1 ของโลก 8 ปีซ้อน โดย มร. เดวิด โครูนิช ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติมาร่วมในงานเปิดตัวครั้งนี้ “แนวคิดในการจัดการประกวด Miss International Queen เน้นการเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างของบุคคล ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่เชื่อในตัวตนของคุณ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดด้านความรับผิดชอบองค์กร และการดำเนินงานด้านความเสมอภาคและหลากหลายขององค์กร ที่กรุงไทย-แอกซ่า เชื่อมั่นและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนให้ทุกคนมีที่ยืนหยัดอย่างภาคภูมิ Stand Proud

ในความแตกต่างที่เราทุกคนมี กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นบริษัทฯ
มีนโยบายที่เชื่อมั่นในความหลากหลายหรือ Diversity and Inclusion ในหลาย ๆ ด้านทั้งการคัดสรรบุคลากร โดยพิจารณาจากศักยภาพในการทำงาน การพัฒนาบุคลากร สวัสดิการพนักงานที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม

ดร. เสรี วงษ์มณฑา ประธานคณะกรรมการอำนวยการประกวด กล่าวถึงผู้เข้าประกวดว่า “ทุกคนต่างเป็นตัวแทนของความภาคภูมิใจ ทั้งของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศของตน การเข้าประกวดใดก็ตาม ย่อมสะท้อนความกล้าหาญ ความพร้อมในการแสดงออก และยังเป็นทูตวัฒนธรรมจากประเทศของตนมาเชื่อมสัมพันธ์ ที่จะทำให้เราทุกคนจดจำด้วยไมตรีที่มีต่อกัน

การเป็นเสมือนทูตวัฒนธรรมนี้ คุณฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “ประเทศไทยมีความพร้อมและภาครัฐได้วางเป้าหมายชัดเจน การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนที่มีความแตกต่างหรือ diversity ด้วยวัฒนธรรมอันดีงามที่มีเอกลักษณ์และอ่อนน้อม ทั้งนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบ่งเป็นหลายภาคส่วน หนึ่งในนั้น ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เป็นที่ยอมรับในฝีมือของทีมแพทย์ องค์ประกอบอื่นๆ และมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทย ประกอบกับวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวของเรา ดึงให้นักท่องเที่ยวกลับมาอย่างประทับใจ รู้สึกเสมือนบ้านแห่งที่สอง ไม่แปลกแยก แม้ในความแตกต่างก็ตาม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของเราทุกคนในฐานะเจ้าของบ้าน จึงเป็นการร่วมมือกันทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

คุณกฤษ พัฒนสาร ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่นำผู้คนหลากหลายเดินทางไปสู่จุดหมาย ที่เปิดเส้นทางใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งนี้ ได้จัดทริปพาสาวทั้ง 24 คนล่องใต้สู่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาจากสนามบินอู่ตะเภา นำผู้เข้าประกวดจาก 19 ประเทศแสดงความสามารถพิเศษกันในวันที่ 4 มีนาคม และข้ามไปเยือนความงามของเกาะหลีเป๊ะในวันที่ 5 “แอร์เอเชียยินดีที่ได้เป็นผู้นำทุกคนเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน สู่เป้าหมายโดยปลอดภัย และเป็นทูตวัฒนธรรมที่นำเสนอความงามท้องถิ่นสู่สายตาผู้มาเยือนทั้ง 24 คน และได้สัมผัสภาคใต้และเกาะหลีเป๊ะอันสวยงามของไทย

สุดพิเศษโดยคุณโอ๊ต ร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเลนส์ กับ Miss International Queen โมเม้นท์แห่งชีวิตของสาวๆ ในการประกวดครั้งนี้ ได้โอ๊ต ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี ช่างภาพคนไทยที่รู้จักในวงการอย่างกว้างขวางในหมู่ช่างภาพ ทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันประจําอยู่ที่กรุงเทพฯ และกรุงลอนดอน ได้เข้าร่วมบันทึกประสบการณ์ ความทรงจําของทุกนางผ่านเลนส์กล้อง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและสื่อถึงอารมณ์ ความหวัง ความฝัน ในการมาขึ้นเวทีคว้ามงกุฎ Miss International Queen ครั้งหนึ่งในชีวิต โดยคุณโอ๊ตมารัวชัตเตอร์สนั่นเก็บเสี้ยวชีวิตแห่งความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของสาว 24 นางแบบจัดเต็ม! โดยพบกับจังหวะชีวิตเหล่านั้น และเรื่องราวส่วนตัว วินาทีสุดพราวด์ (proud) ของเหล่าผู้เข้าประกวดบนเวทีประกวดชิงมงกุฎได้ในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคมนี้  ณ โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา

การประกวดรอบสุดท้ายจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เป็นกำลังใจให้การสนับสนุนสาว ทรานส์เจนเดอร์ผู้มาเยือนบ้านเราทั้ง 24 คนด้วยกัน

ล่าสุดเธอได้คว้ามงกุฏระดับโลก น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2016 คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2016 เวทีสาวทรานส์เจนเดอร์อันดับ 1 ของโลก สวยเยอร์ไหนมาดูกัน

น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน
อายุ 24 ปี ส่วนสูง 175 ซม. สัดส่วน : 32-24-34 เรียนจบปริญญาตรี ด้านออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


ไม่ใช่แค่ความสวยเพียงอย่างเดียวต้องเพียบพร้อมไปด้วยความฉลาด มีความสามารถ และมีไหวพริบแก้ปัญหา  โม จิรัชยา ศิริมงคล ตัวแทนสาวไทย คว้ามงกุฏไปครอง พร้อมรางวัลเงินสด 450,000 บาท  ส่วนรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นาตาลี เดอ โอลิเวียร่า หมายเลข 17 ประเทศบราซิล  รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ แอนเดรีย กอลยาโซ หมายเลข 19 ประเทศเวเนซุเอล่า

ปากสีแดง คือ ชนะเลิศ แฟนนางงามชาวไทยมีความสุขไปอีก ส่วนรองอันดับ 1 และ 2 คือสาวงามจากบราซิลและเวเนซุเอล่า

Toptotravel ขอแสดงความยินดีกับ น้องโม จิรัชยา สิริมงคลนาวิน ด้วยนะคะ
สามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าชมได้ที่
www.tiffany-show.co.th หรือ Thai Ticket Major
ติดตามการถ่ายทอดสดทางไทยทีวีสีช่อง 7 ได้ตั้งแต่เวลา 23.00 น.
หรือชมผ่าน Facebook Live ได้ทาง www.missinternationalqueen.com (เวลาประกวดที่โรงละคร 21.00 – 23.30 น.)

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ยินดีให้บริการข้อมูลเพิ่มเติมที่
พิตอน คอมมิวนิเคชั่น 02-9542602-4
ชลวรรณ เต้ 0897809948 chonlawon@PITONbiz.com
บูรณี ต้น 0994196324 buranii@PITONbiz.com
ชณานิศ นิศ 0949514415 chayanis@PITONbiz.com
ณิชานันท์ แอ้ 0813456978 nichanan@PITONbiz.com

บริษัท ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จำกัด 038 421 700-5
ประชาสัมพันธ์ บริษัททิฟฟานี่โชว์ พัทยา
คุณดวงหทัย (ปอยจัย) 084 362 8257
pr@tiffany-show.co.th