Category Archives: Travel

Travel-Food-Drink-Party

เปิดพิกัดลับ! สุขทันทีที่เที่ยวตรัง สัมผัสเสน่ห์ Unseen ที่ต้องมาเช็คอิน

Toptotravel มีโอกาสร่วมทริปสุขทันที ที่เที่ยวตรังและพัทลุง วันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 จัดกิจกรรมดังกล่าว โดย ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว(ช.ส.ท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ โดยเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปจังหวัดพัทลุง โดยเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 31 ทักษิณารัถย์ ถึง จังหวัดพัทลุง ในช่วงช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น

กิจกรรมดังกล่าว นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ Unseen จังหวัดตรัง เที่ยวครบรส มีทะเลใสกิ๊ง ใต้น้ำอลังการ มีป่าสมบูรณ์ มีเมืองน่ารัก ของตรัง เป็นสถานที่รวบรวมพื้นที่ธรรมชาติที่โดดเด่นไว้ทั้ง ทะเลแหวก อุโมงค์ต้นโกงกาง และป่าโกงกาง คาเฟ่ สตรีทอาร์ท ของกินเพียบ เดินทางถึงตรัง แวะชม Street Art กันตัง ต่อด้วยผจญภัยปีนเขาจมป่า บ้านน้ำราบ ชมป่าโกงกางรูปหัวใจ ล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง ทะเลแหวก และธรรมชาติที่รายล้อมเมื่อได้นั่งชิลล์ชมบรรยากาศดังกล่าว

📍 10 จุดห้ามพลาด เที่ยวธรรมชาติเมืองตรัง เมืองที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล

📍 1 สวนลุงเวศน์ นาหมื่นศรี
บางครั้งเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่เเค่ความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ของความงดงามของสวนดอกไม้ และคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
สวนลุงเวศน์ที่ตรังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ค่าเล่าเข้าสวนเพียง 50บาท แนะนำให้ไปตอนเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนในตอนกลางวัน เหมาะสำหรับการพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน

สายถ่ายรูปห้ามพลาดดดด ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ เมืองตรังก็มีสวนดอกไม้สวยๆไห้ถ่ายรูปจ้าาา “ สวนลุงเวศน์ “ สวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในภาคใต้ มีดอกไม้ไห้ชมหลากหลายสายพันธุ์ สีสันสดใส มีหลากหลายโซนให้ถ่ายรูป บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ วิวทุ่งนา วิวภูเขา วิวสวนดอกไม้ ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม

ค่าบริการเข้าชมสวน ผู้ใหญ่ ท่านละ 50 บาท
เด็ก ท่านละ 20 บาท
📍FB เพจ : สวนลุงเวศน์
⏰เวลา เปิด/ปิด : 06.00 – 19.00 น.
☎️โทร : 096 634 8204
📌พิกัด : ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
📌พิกัด GPS : https://maps.app.goo.gl/4kixMKh8B6zweKzq9

📍2 ถ้ำเขาช้างหาย
อันซีนธรรมชาติ เป็นถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยสลับซับซ้อนกันเป็นจำนวนมาก
เขาช้างหายอยู่ภายใต้เขาหินปูนเล็ก ๆ เรียกว่า เขาช้างหาย เป็นภูเขาโดเดี่ยวกลางที่ราบลุ่ม ภายในมีโถงถ้ำเล็กใหญ่อยู่ประมาณ 6 ห้อง มีหินงอกหินย้อยที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก บางส่วนยังคงก่อตัวอยู่ ภายในถ้ำได้รับการปรับปรุงทางเดิน จัดแต่งแสงไฟจำลองใว้ให้สำหรับผู้มาเที่ยวถ้ำ

มีตำนานเล่าว่า เมื่อขบวนช้างของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไปร่วมงานก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เดินทางมาถึงบริเวณเขาลูกนี้ แม่ช้างเชือกหนึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก ขบวนจึงหยุดพักรอที่เชิงภู แม่ช้างคลอดลูกเป็นพลายตัวงาม และวิ่งเล่นซุกซนตามประสาลูกช้าง จนแตกตื่นไปทั้งกระบวน ลูกช้างจึงวิ่งเตลิดเข้าไปในถ้ำ หมอควาญจุดไต้เข้าไปตามหาแต่ก็ไม่พบเจอ เนื่องจากภายในถ้ำมีพื้นที่ต่างระดับกัน อีกทั้งหินงอก หินย้อยจำนวนมาก ก็เป็นม่านพรางเอาไว้ ลูกช้างจึงหายเข้าไปในถ้ำ จึงเรียก ถ้ำช้างหายตั้งแต่นั้นมา

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้ำเขาช้างหาย สมัยก่อนในยุคที่เมืองนครศรีธรรมราชกำลังรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา มีการคิดจะสร้างพระเจดีย์ และได้ประกาศให้นำทรัพย์สมบัติมาบรรจุไว้ เลยทำให้กลุ่มนักแสวงบุญนำทรัพย์สมบัติไปยังเมืองนครศรีธรรมราช แต่ก็ได้มาหยุดพักกันในพื้นที่และได้มีช้างเชือกหนึ่งคลอดลูกออกมาระหว่างทาง ซึ่งต่อมาก็ได้มีเรียกหนองน้ำในบริเวณนี้ว่า หนองช้างหยก

ถ้ำเขาช้างหาย จังหวัดตรัง
ที่อยู่ : ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
พิกัด : https://goo.gl/maps/iTbgMfJJUHyrHzWb6
เปิดให้เข้าชม : เวลา 08.30-16.30 น

📍3 ไร่มีตาลตะวัน
มัลดีฟเมืองตรัง ร้านอาหารกลางน้ำใน อ.นาโยง จ.ตรัง ที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสายอาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหรอยแรง ใครอยากทานอาหารพื้นถิ่น เค้าก็ทำได้ถึงเครื่องถึงใจแบบฉบับปักษ์ใต้แท้ๆ กุ้งปู อาหารทะเลก็สด น้ำจิ้มสูตรลับ ของทางร้านก็แซ่บ หรือจะเป็นอาหารอีสานรสจัดจ้าน

ไร่มีตาลตะวัน เปิดโซนลานกางเต้นท์ ใกล้ๆ กับร้านอาหารด้วยนะคะ สามารถเช่าเป็นเต้นท์ใหญ่ได้ มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลมให้ หรือใครจะนำเต้นท์มากางเองก็จะคิดแค่ค่ากางเต้นท์ค่ะ สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่ม จากร้านอาหาร มาทานที่เต้นท์ได้เลย ส่วนใครที่ชอบตกปลา สามารถตกได้ที่สระใกล้ลานกางเต้นท์ หรือจะมาพายเรือคายัคใสเล่น ในสระสีเขียวมรกตโซนร้านอาหาร มีการจัดพื้นที่สวนอย่างสวยงามสำหรับถ่ายรูป รวมทั้งมีสระน้ำเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ให้ได้พายเรือคายัก หรือให้อาหารปลาเพื่อความผ่อนคลาย ส่วนอาหารที่จำหน่ายก็มีหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ได้แก่ อาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน อาหารทะเล หมูกระทะ สเต๊ก พิชซ่า โรตี น้ำผลไม้ กาแฟสด น้ำแข็งไส รวมถึงไอศกรีม

ไร่มีตาลตะวัน อยู่ไม่ไกลจากท้องทุ่งนาหมื่นศรี และเขาช้างหาย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดตรัง แวะมาพักผ่อน ทานอาหาร หรือแคมปปิ้ง มาประชุมหรือจัดเลี้ยงแวะมาชิล
พิกัด: นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
​พิกัด: ไร่มีตาลตะวัน นาหมื่นศรี ตรัง
https://maps.app.goo.gl/oNGa6YFzZTynP3Um7
สำรองที่นั่ง: 094 6524289
เปิดให้บริการ: ะเวลา10:30 น – 20:30 น

แนะนำส่วนของลานกางเต้นท์
คิดต่อ-เช่าเต้นท์ขนาดใหญ่ 550. บาท (มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลมให้)
-นำเต้นท์มาเอง คนละ 100. บาท

📍 4 ชมสถานีรถไฟกันตัง สถานีสุดท้ายของทางรถไฟฝั่งอันดามัน
ลักษณะคลาสสิก อาคารเรือนไม้คล้ายเรือปั้นหยา สถานีรถไฟกันตัง ที่เที่ยว ที่ถ่ายรูป สไตล์วินเทจ สุดทางรถไฟสายใต้ทะเลอันดามัน

สถานีรถไฟกันตัง ตั้งอยู่ในตำบลกันตัง อำเภอกันตัง เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามัน เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 ในอดีตเส้นทางรถไฟสายนี้เคยใช้เป็นท่าในการรับส่งสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ความโดดเด่นของสถานีรถไฟกันตัง ตัวอาคารที่มีเอกลักษณ์ เป็นอาคารไม้สีเหลืองตัดกับสีน้ำตาลเข้มวินเทจมากๆ และเมื่อได้เดินเข้าไปในสถานีสิ่งที่สัมผัสได้คือกลิ่นไอของอดีตที่ยังคงครุกรุ่นอยู่ตามทุกซอกมุมของสถานี สถานีรถไฟกันตังนับว่าเป็นสถานีรถไฟเล็กๆ ที่มีความสวยงามคลาสสิค จึงไม่น่าแปลกใจที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนสถานีรถไฟกันตังเป็นโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2539

ภายในบริเวณ สถานีกันตัง ก็ยังมีร้านกาแฟ ให้แวะพักนั่งจิบกันชิลๆ ด้วยค่ะ ซึ่งตัวร้านก็จะออกแบบในสไตล์วินเทจๆ ให้เข้ากันกับตัวสถานีรถไฟด้วยค่ะ แต่ถ้าพูดถึงมุมถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยค่ะว่า มีเพียบ ทั้งบริเวณหน้าร้านกาแฟ รวมถึงบริเวณรอบๆ สถานีเช่นเดียวกัน

สถานีรถไฟกันตัง ตรัง
ที่อยู่ : ถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
พิกัด : https://goo.gl/maps/cBo8D2nPH2SRqbsr8
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

📍 5 นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบ เที่ยวรอบเทศบาลตรัง
มาเที่ยวเมืองตัง การนั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวรอบเมืองตรังเป็นกิจกรรมยอดฮิต
ดีไซน์คลาสสิคที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดตรัง มีที่เดียวในไทย เป็นโปรแกรมยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวควรมาลองกันสักครั้ง ซิ่งสนุกสุดมันส์ขับชมรอบเมือง ทั้งพาถ่ายรูปมุมเก๋ 3 มิติ เดินเที่ยวตลาดนัด ศาลเจ้า และที่เที่ยวมุมอื่นๆ อีกมากมาย

อยากให้ทุกคนได้ลองมานั่งรถเล่นกัน บอกเลยสนุกแน่นอน คันนึงสามารถนั่งได้ 4-6 คนสามารถปักหมุดสถานที่ประจำจังหวัดให้ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาไปได้ มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของตรัง ที่คนในพื้นที่พาไปแบบสะดวกรวดเร็วทันใจสนใจอยากลองมานั่งรถตุ๊กๆ​ หัวกบชมเมืองตรังสนนราคาไม่แพง​ คันละ​ 250​ บาท​ นั่งได้​ 5​ คน​ ตกคนละ​ 50​ บาท/ชั่วโมงเท่านั้น​ เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้ยั่งยืน​

อยากให้ทุกคนได้ลองมานั่งรถเล่นกัน บอกเลยสนุกแน่นอน คันนึงสามารถนั่งได้ 4-6 คนสามารถปักหมุดสถานที่ประจำจังหวัดให้ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาไปได้ มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของตรัง ที่คนในพื้นที่พาไปแบบสะดวกรวดเร็วทันใจสนใจอยากลองมานั่งรถตุ๊กๆ​ หัวกบชมเมืองตรังสนนราคาไม่แพง​ คันละ​ 250​ บาท​ นั่งได้​ 5​ คน​ ตกคนละ​ 50​ บาท/ชั่วโมงเท่านั้น​ เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้ยั่งยืน​

นั่งตุ๊กๆ หัวกบ เที่ยวตรัง 080 3291868
ID.Line. 080 3291868

📍6 ล่องแพน้ำราบ กินปูดูเกาะหัวใจ ที่บ้านน้ำราบ

ที่นี่มีกิจกรรมล่องแพ กินปูม้า และอาหารบนแพเพื่อพาไปดูทะเลแหวกซึ่งเป็นการจัดโดยวิสาหกิจชุมชน ล่องแพบ้านน้ำราบ ภายใต้เครื่องหมายSHAกินปูดูวิว ชิลล์มาก ถ้ามาเที่ยวบ้านน้ำราบ กินปูได้ทั้งปี แพจะพาไปชมวิวป่าโกงกางสองข้างทางไปจนถึงจุดชมทะเลแหวกและภูเขา ชุมชนต่อยอดด้วยการทำธนาคารปูม้าและไข่หมึก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจูงมือครอบครัวนั่งเรือ และล่องแพปล่อยหมึกและปล่อยปูลงกลับคืนสู่ทะเล

เที่ยวบ้านน้ำราบ กินปูได้ทั้งปี บ้านน้ำราบ เป็นชุมชนริมชายฝั่ง จังหวัดตรัง นักท่องเที่ยวมาเยือน ก็จะได้ชมธนาคารปูกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงล่องแพบ้านน้ำราบ อ.กันตัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวนิเวศป่าชายเลน มีกิจกรรมล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง ทะเลแหวก เขาจมป่า และเกาะหัวใจ (ใช้โดรน)

โดยมีค่าบริการหลากหลายตามขนาดแพ (เล็ก กลาง ใหญ่) และจำนวนคน (เริ่มต้น 5 คนขึ้นไป) หรือเหมาลำ มีทั้งแบบรวมอาหารและไม่รวมอาหาร ราคาต่อคนเริ่มต้นที่ประมาณ 480 – 1,380 บาท (กรณีจัดทริปมาเป็นกลุ่มใหญ่) ขณะล่องแพ ชมวิว แนะนำปูม้านึ่งเนื้อหวาน สดใหม่ เติมได้ตลอด น้ำจิ้มอร่อย แกงส้มรสจัดจ้าน, เมนูอาหารใต้ท้องถิ่นที่จัดเต็มปิดท้ายด้วยผลไม้และขนมครกที่ทุกท่านประทับใจอย่างแน่นอน เพลงคาราโอเกะ สนุกสนานตลอด 3 ชั่วโมง แนะนำจองล่วงหน้ากับวิสาหกิจชุมชน บ้านน้ำราบ ชอบสุดคิอทานข้าวบนแพล่องชมสองฝั่งป่าโกงกาง บรรยากาศดีมาก #Amazingthailand

ติดต่อสอบถามจองแพที่นี่
เที่ยวบ้านน้ำราบกับพี่อู๊ด ล่องแพ ล่องพายคายัค
ติดต่อสอบถาม ล่องเรือ&ล่องแพ
เบอร์โทรติดต่อและ@ไลน์
ทักสอบถามรายละเอียดได้เลย เจ้านี้ดีงามมาก เสริปปูแบบจุกๆๆ
087 2778017 (พี่อู๊ด)

📍7 อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอสิเภา
เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ต้อนรับช่วงไฮซีซัน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ที่ “เขาแบนะ” อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ริมหน้าผา และลึกเข้าไปในซอกลับ รวมทั้งชมไม้ป่า และฝูงปลานานาชนิด

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ ที่ “เขาแบนะ” ซึ่งตั้งอยู่ในป่าเขาหินปูนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินจากที่ทำการอุทยานฯ ผ่านทุ่นทางเดินลอยน้ำไปยังจุดเทียบเขาแบนะ แบ่งทางออกเป็น 2 ด้าน คือ ทางทิศใต้และทางทิศเหนือของเขาแบนะ ทางทิศใต้ของเขาแบนะ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินลอดอุโมงค์ขนาดเล็กและขึ้นบันไดไปยัง “จุดชมพะยูน” ซึ่งมองเห็นพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล ร่องน้ำการเดินเรือ และวิถีชีวิตของชาวประมง รวมถึงแหลมหยงหลำและเกาะมุกด์

เส้นทางนี้ยังสามารถเดินต่อไปลงสู่ชายหาด มีจุดถ่ายภาพก้อนหินรูปหัวใจ หากเดินทางทุ่นทางเดินลอยน้ำไปทางเหนือ และจะพบกับภาพเขียนสีโบราณ ที่มีอายุประมาณ 4,000 ถึง 2,000 ปี เลยทีเดียว

นอกจากนี้ เดินต่อไปจะถึงจุดขึ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติใหม่ มีระยะทาง 850 เมตร ตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับฝูงปลาๆ นานาชนิด โขดหินรูปร่างแปลกตา ภายในเส้นทางยังมีจุดแวะพักและจุดชมวิวให้ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์รับลมทะเล และเก็บภาพความประทับใจ เมื่อเดินใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเส้นทาง จะมีจุดลงเดินชายหาด เพื่อนั่งพักได้อย่างสบายอีกด้วย รวมระยะทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ 1,160 เมตร

ห้ามพลาดหาโอกาสสบตากับ “พะยูน” ชมภาพเขียนสีโบราณ วิถีชีวิตชาวประมง วิวท้องทะเลแสนงาม พรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดตลอดเส้นทางเปิดใหม่ ที่ “เขาแบนะ”

สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – Hat Chao Mai National Park

📍8 วังเทพทาโร อำเภอห้วยยอด
วังเทพทาโร ตั้งอยู่ใน อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางศิลปะจากไม้เทพทาโร ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่มีความสำคัญในภาคใต้ โดยมีการปลูกต้นเทพทาโรในพื้นที่กว่า 25 ไร่ ซึ่งก่อตั้งโดย นายจรูญ แก้วละเอียด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและอนุรักษ์พันธุ์ไม้

วังเทพทาโรนั้น ไม่ใช่สถานที่ที่เป็นปราสาทพระราชวังแต่อย่างใดนะคะ แต่เป็นที่อยู่อาศัยของ “มังกรไม้” มากมายนับไม่ถ้วน ใช่แล้วค่ะ มังกรตัวใหญ่ยักษ์ที่ทุกคนเห็นในรูปนั้นเป็นผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษไม้นับร้อยนับพันชิ้นเลยทีเดียว และทั้งหมดนี้เป็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นจากมือบวกกับความคิดสร้างสรรค์ของครูจรูญผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ จนกระทั่งกลายมาเป็นผลงานเทพมังกรให้เราได้ชื่นชมกันค่ะ ซึ่งตอนที่เราได้เห็นมังกรไม้เหล่านี้ครั้งแรกต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นแบบสุด ๆ ไปเลย ใครจะไปคิดว่าเศษกิ่งไม้และท่อนไม้เมื่อรวมกันจะกลายมาเป็นผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ยักษ์

ภายในวังเทพทาโรมีการตกแต่งโดยนำไม้เทพทาโรมาดัดแปลงเป็นมังกรขนาดเล็กและใหญ่ รวมแล้วมีมังกรมากกว่า 89 ตัว นอกจากนี้ยังมีฐานเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำธูปหอมเทพทาโรและจำหน่ายของที่ระลึก

วังเทพทาโร ที่เที่ยวตรัง ชมงานศิลปะจาก ต้นเทพทาโร พันธุ์ไม้ในถิ่นใต้
ที่ตั้ง: หมู่ 5 บ้านนาเหมร ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
(สังเกตใกล้ทางเข้าถ้ำเลเขากอบ)
ค่าเข้า: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 18.00 น. (หรือ 08.30 – 17.30 น. ตามแหล่งข้อมูล)

📍9 แห่งเดียวในไทย! พระนอนทรงเทริดมโนราห์ อายุนับพันปี
วัดภูเขาทอง มีพระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุกว่า 1,000 ปีเป็นพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานองค์เดียวที่พบในประเทศ ปัจจุบันยังคงสง่างามและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่นับถือครูหมอมโนราห์และประชาชนทั่วไป

ตามประวัติเล่าว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 1493 เจ้าหน่อและนางเลือดขาว ได้รับข่าวว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 2 ผู้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช กำลังเตรียมบูรณะซ่อมแซมพระบรมธาตุ เจ้าหน่อและนางเลือดขาว จึงได้รวบรวมเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดเพื่อนำไปถวายเป็นพุทธบูชาโดยตั้งใจจะบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเมืองนคร แต่เมื่อเดินทางมาถึงเมืองตรัง บริเวณเขาชุมทองหรือวัดภูเขาทองในปัจจุบัน ทราบข่าวว่าพระบรมธาตุได้สร้างเสร็จ เจ้าหน่อและนางเลือดขาวจึงนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดบรรจุไว้ในถ้ำที่เขาชุมทอง(ภูเขาทอง)และเขาหลักจันทร์ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง

ไฮไลท์สุดอลังการที่ทุกคนต้องมาเห็นด้วยตาคือ พระพุทธสีหไสยาสน์เทริดมโนราห์ หรือพระนอนทรงเครื่องมโนราห์ขนาดใหญ่ โดดเด่นและหาดูได้ยากมาก เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีเฉพาะที่วัดภูเขาทองแห่งนี้ประชาชนที่มีเชื้อสายมโนราห์ รวมทั้งประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ เดินทางไปกราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานหรือพระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันทางวัดเก็บโบราณวัตถุจัดแสดงไว้ในศาลาหน้าที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และก่อสร้างอุโบสถใหม่ที่มีรูปแบบศิลปกรรมผสมผสานระหว่างไทยประเพณีกับแนวคิดสมัยใหม่ได้อย่างสวยงาม เรียกกันว่าโบสถ์แก้ว เพราะผนังและประตูทุกด้านเป็นกระจก ส่วนที่รอบอุโบสถมีจารึกเรื่องราวทางพุทธศาสนาไว้บนแผ่นหินอ่อน ก่อนจะสร้างพระนอนทรงเทริดมโนราห์ขึ้นมา 2 องค์เพื่อปิดปากถ้ำ และสร้างพระพุทธรูปทรงเทริดมโนราห์อีกนับสิบองค์ไว้ที่วัดต่างๆ ทั้งใน อ.เมืองตรัง อ.ห้วยยอด และ อ.นาโยง จ.ตรัง แต่ต่อมาถูกทุบทำลายจนเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงพระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทองเพียงองค์เดียว

วัดภูเขาทอง ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง
พิกัด: MPW8+99V ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง จ.ตรัง 92000

📍10 พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอำเภอกันตัง เดิมเป็น “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง” ตัวบ้านเป็นลักษณะเรือนไม้ 2 ชั้น ภายในตัวบ้าน จะมีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเท่าตัวจริงของพระยารัษฎาฯ และมีการประดับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่าน ตอนที่ท่านยังมีชีวิต รวมถึงแสดงอัตชีวประวัติและผลงานของพระยารัษฎาฯ บรรยากาศรอบตัวเรือนมีความร่มรื่น พิพิธภัณฑ์จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล หากสงสัยตรงส่วนไหน เจ้าหน้าที่จะคอยอธิบายรายละเอียดทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พิกัด 1 ถ.หน้าค่ายพิทักษ์ อ.กันตัง จ.ตรัง
(หลังสำนักงานเทศบาลเมืองกันตัง)
เวลาเปิด – ปิด :วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)
เวลา 09:30 – 16:00 น. ไม่มีค่าเข้าชม
โทร. 075 251100 โรงเรียนกันตังพิทยากร (มัคคุเทศก์)

📍11 โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมืองตรัง
พักผ่อนอย่างสบายใจกลางเมืองโรงแรมเรือรัษฎา ทริปนี้เที่ยวสองจังหวัด เลือกพักโรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง โดยห้องพักเก๋ไก๋ของที่นี่ได้รับการตกแต่งอย่างทันสมัย ครบครันด้วยทีวีจอแบนพร้อมอุปกรณ์ชงชาและกาแฟ แต่ละห้องมีพื้นที่นั่งเล่นและห้องน้ำในตัวพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ และสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ห้องสวย สะอาด บรรยากาศดีมาก

Rua Rasada Hotel มีห้องจัดประชุม สนามฝึกซ้อมไดร์ฟกอล์ฟ และสนามเทนนิส ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนได้ที่สปาของโรงแรมซึ่งมีทั้งห้องซาวน่าและบริการนวดผ่อนคลายที่โรงแรม มีจุดบริการอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด 4 แห่ง ห้องอาหารประการังให้บริการอาหารเอเชียและอาหารตะวันตก สมุทธารา เลานจ์, Poolside Bar และ Pier 88 บริการเครื่องดื่มและอาหารทานเล่น

Rua Rasada Hotel อยู่ติดกับย่านธุรกิจใจกลางเมืองและใช้เวลาเดินเพียงระยะสั้น ๆ จากแหล่งช้อปปิ้ง คู่รักชอบทำเลนี้เป็นพิเศษ
โรงแรมเรือรัษฎา มีสิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม – 2 สระว่ายน้ำ – รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี – ที่จอดรถฟรี – รถรับส่งสนามบิน – ศูนย์ออกกำลังกาย – อุปกรณ์ชงชา/กาแฟในทุกห้องพัก – บาร์ ที่บรรยากาศดีมากๆๆ

โรงแรมเรือรัษฎา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร ให้บริการห้องพัก 217 ห้อง ภายในแต่ละห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กว้างขวาง สะอาด ภายในโรงแรมยังมีบริการภัตตาคาร เลาจน์ สนามเทนนิส ซาวน่า สระว่ายน้ำ ห้องอบไอน้ำ และห้องฟิตเนส พนักงานให้บริการด้วยความเป็นมิตร สามารถให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

โรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง
โทร. 𝟎𝟕𝟓 𝟐𝟐𝟔𝟗𝟗𝟗, 𝟎𝟔𝟏 𝟒𝟐𝟖𝟗𝟏𝟓𝟑
𝐋𝐈𝐍𝐄 : @𝐫𝐮𝐚𝐫𝐚𝐬𝐚𝐝𝐚

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนของจังหวัดตรังและพัทลุง ไปสู่สาธารณชนอย่างสร้างสรรค์ ตอกย้ำศักยภาพการท่องเที่ยวภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี และเติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ สุขทันทีที่เที่ยวตรัง​ ​เที่ยวแบบชิลๆคูลๆ
จัดโดย ชมรมสื่อมวลชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช

เปิดพิกัดลับ! สุขทันทีที่เที่ยวพัทลุง เสน่ห์ Unseen ที่ต้องมาเช็คอิน

Toptotravel มีโอกาสร่วมทริปสุขทันที……ที่เที่ยวตรังและพัทลุง วันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 โดย ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว(ช.ส.ท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ โดยจะเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปจังหวัดพัทลุง โดยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 31 ทักษิณารัถย์ ถึงพัทลุงช่วงเช้า

10 จุดห้ามพลาด เมื่อมาเมืองลุง
📍 1 สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ
บางครั้งเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่เเค่ความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ของการเดินทางเพิ่มมาด้วยภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ของจังหวัดพัทลุง เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย ที่ไม่เพียงจะช่วยเติมพลังใจด้วยความงดงามของภาคใต้แต่ยังมีสถานทึ่ที่หลากหลายให้ทุกท่านไปเที่ยวชม สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษาฯ

สะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือ สะพานเอกชัย คนในพื้นที่บอกว่าในอดีตถนนเส้นนี้ชื่อว่า ถนนสายบ้านไสกลิ้ง-บ้านหัวป่า สมัยก่อนเป็นทางลูกรังซึ่งต้องปิดซ่อมบ่อยในช่วงน้ำหลาก จังหวัดจึงลงทุนสร้างใหม่เนื่องจากนักร้องชื่อดัง เอกชัย ศรีวิชัย มาช่วยระดมทุนสร้างในช่วงแรก “สะพานเอกชัย” สะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึงประมาณ 5.5 กม. เชื่อมระหว่างทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กับ อ.ระโนด จ.สงขลา

มาเมืองลุงทั้งที หากคุณเป็นสายเที่ยวธรรมชาติที่รักความสงบ “ฮิลใจในเมืองลุง” จังหวัดพัทลุง คือคำตอบ สะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นสะพานข้ามทะเลสาปที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ( ยาว 5.5 กม. ) ชาวบ้านนิยมเรียกสะพานนี้ว่า สะพานเอกชัย (ตามชื่อนักร้องดัง เอกชัย ศรีวิชัย ) มีจุดชมวิวธรรมชาติทะเลน้อยที่สวยงาม ชมควายน้ำ และนกน้ำ มีเลนสำหรับปั่นจักรยานและจุดพักรถชมวิว ที่ยาวมาก แต่มีไฮไลท์ระดับโลกที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่างน่าอัศจรรย์

สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือ สะพานเอกชัย
ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

📍2 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
อันซีนธรรมชาติ ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ชมยอยักษ์ ขึ้นหอคอยชมวิวมุมสูง 360 องศา ชมทุ่งดอกบัวทะเลน้อย ในพื้นที่ทะเลน้อยมีบัวสายพันธ์หลักๆ อยู่ 4 ชนิด ได้แก่ บัวหลวง บัวบา บัวเผื่อน และบัวสาย ซึ่ง บัวแดง เป็นสายพันธุ์ที่มีมากที่สุดในทะเลน้อยแห่งนี้ ที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งในหลายจุดของทะเลน้อย และในยามค่ำคืนจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่วทั้งผืนน้ำแห่งนี้

นอกจากนี้ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ยังมีสาหร่ายข้าวเหนียว ที่เป็นพรรณไม้น้ำชนิดหนึ่งที่ออกดอกกระจายในรอบๆ และยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำด้วย เราจะเห็นดอกบัวจะเริ่มบานในช่วงเช้า ประมาณกลางเดือน ก.พ – พ.ค. ของทุกปี)ดินแดนแห่งวิหค และพื้นที่ชุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง

📍3 พายเรือกระด้งชมยอยักษ์ ท่าเรือสำเภาไทย คลองท่าสำเภา
ไม่ต้องไปไกลถึงเวียดนาม ไปสนุกกันเลย สัมผัสธรรมชาติกับวิถีชีวิตชุมชนแบบใกล้ชิดเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษที่กำลังรอให้ทุกคนไปสัมผัส ณ “คลองท่าสำเภา” ในตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

สำเภาไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจ.พัทลุง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ check-in ใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่ก็มาแรงในจ.พัทลุง พิกัด สะพานท่าสำเภา ชัยบุรี เมืองพัทลุง

คลองท่าสำเภา คือสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงผู้คนและสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำใสสะอาดที่ไหลตรงมาจากเทือกเขาบรรทัด ทำให้สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยความเขียวขจีของสวนผลไม้ บรรยากาศร่มรื่น และยังเป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่เราจะได้เห็นภาพ “ยอยักษ์” อันเป็นเอกลักษณ์ตั้งตระหง่านอยู่ริมคลอง ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

พิกัด สะพานท่าสำเภา ชัยบุรี เมืองพัทลุง
พร้อมแล้วจ้า เปิดบริการทุกวัน
จ่ายเพียงคนละ 100 /รอบ
เริ่ม 8.30 – รอบสุดท้าย 16.00 น
โทรจอง 0819045260

📍 4 จุดห้ามพลาด ป่าสาคู Pasagu Craft Cafe
PASAGU มีทั้ง Craft Cafe และ Workshop ให้ได้ร่วมสนุก ทำพวงกุญแจผ้าครามพัทลุง เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ ทำเบอร์เกอร์ข้าวสังข์หยด แล้วพักยกกินโกโก้ท้องถิ่นกับบราวนีแป้งสาคู ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองของเจ้าบ้าน ตั้งอยู่ในป่าสาคู มีพื้นที่กว้างร่มรื่น เป็นคาเฟ่ และ space สำหรับทำ workshop ต่างๆ ต้นสาคูหรือสาคูแท้ เป็นผลผลิตจาก “ต้นปาล์มสาคู” พืชท้องถิ่นของภาคใต้ โดยพื้นที่ที่พบ และปลูกมากอยู่ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พร้อมชมและชิมการสาธิตการทำขนมสาคูน้ำกะทิสด

Slow Bar Cafè คาเฟ่ที่ให้บริการทั้งขนม เครื่องดื่ม รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำผ้ามัดยอม ทำงานคราฟท์ เป็นต้น การเเฟเป็นเเบบคั่วมือเเละยังมีสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติที่จะซื้อเป็นของฝากสุดประทับใจ ถ้าพูดถึงป่าสาคูเเล้วไม่ได้ทานเมนูเกี่ยวกับสาคูหรือซื้อสาคูกลับบ้านถือว่าไปไม่ถึงที่

กาแฟคั่วมือคาเฟ่ Slow Bar Cafè
241 ป่าสาคู ม.11 ถนน4340 สะพานคลองขี้ค่าง
ตำบล โตนดด้วน อำเภอควนขนุน พัทลุง 93110

Line oa :https://lin.ee/d9nsara
พิกัด :https://maps.app.goo.gl/qoCiBvP2LoPXQb5v7
ติดถนนสายควนขนุนพัทลุง ห่างกับตลาดสวนไผ่ 800 เมตร

📍 5 วัดวัง ลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง
วัดวัง ลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดและอยู่คู่เมืองพัทลุงมาตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำ พิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุงในอดีต ปัจจุบันวัดวังยังคงเป็นวัดสำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาในวาระต่าง ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมงามล้ำให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม

วัดวัง อยู่คู่เมืองพัทลุงมาตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุงในอดีต จนกระทั่งได้มีการยกเลิกพิธีดังกล่าวไป ทั้งนี้ มีการสันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ไม่ทราบศักราชที่แน่ชัด สำหรับชื่อของ “วัดวัง” นั้น มีที่มา 2 นัยด้วยกัน กล่าวคือ นัยหนึ่งว่าทางทิศใต้ของวัดมีวังน้ำที่ลึกมาก เรียกว่า “หัววัง” จึงเรียกกันว่า วัดวัง ส่วนอีกนัยหนึ่งกล่าวว่า เพราะตั้งอยู่ใกล้กับ “วังเจ้าเมืองพัทลุง” จึงเรียกว่าวัดวังนั่นเอง


ปัจจุบันวัดวังยังคงเป็นวัดสำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาในวาระต่าง ๆ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมงามล้ำให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม น่าชม – พระอุโบสถ อันเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หลังคาทรงไทยมุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ด้านหน้ามีมุขเด็จยื่นออกมา ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่น บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและเทพชุมนุม และบริเวณระเบียงคดโดยรอบมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางต่าง ๆ ประดิษฐานเรียงรายทั้งสิ้น 108 องค์ – ธรรมาสน์ จำหลักไม้ลายทองรูปดอกไม้พรรณพฤกษา โดยรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อทรงพระราชอุทิศในงานพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2453 ตู้พระธรรมลายรดน้ำ ซึ่งเก็บรักษาไว้ในกุฏิเจ้าอาวาส ลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมแบบขาสิงห์ เขียนลายรดน้ำกนกก้านแย่งประกอบลายสัตว์ นับเป็นศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่น่าสนใจ

“เมื่อคราวสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ ในรัชกาลที่ ๒ สืบต่อมาจากรัชกาลที่ ๑ โปรดให้เรียกพระยาหัวเมืองบางท่าน ซึ่งมีพระยาพัทลุง (ทองขาว) ได้รับการเรียกให้ไปเป็นนายกองช่วยดูแลคณะช่างด้วย เมื่อจะถวายบังคมลากลับ ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานคณะช่างที่เขียนจิตกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มาเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ภายในอุโบสถวัดวังด้วย ภาพที่ปรากฏในปัจจุบัน ซึ่งบางส่วนก็ชำรุดไปบ้าง ต่อมาพระยาพัทลุงทับ บุตรพระยาพัทลุงทองขาว ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๔

ปัจจุบันวัดวัง เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าเยี่ยมชม “บูชาพระธาตุเจดีย์ สดุดีเจ้าเมือง เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ภาพวาดจิตรกรรม ความทรงจำ มรดกเมือง และการท่องเที่ยว ๒๕๔ ปี วิถีเมืองพัทลุงลำปำ”

เรียบเรียงโดย :พระธนพล กตคุณโพธิ

📍6 มนต์เสน่ห์ตลาดใต้โหนด
มนต์เสน่ห์ตลาดใต้โหนด เดินชมตลาดวิถีชุมชนกึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของดีเมืองพัทลุงเป็นตลาดที่รวมสินค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชนไว้มากมาย ทั้งอาหาร เครื่องใช้

ต้นโหนด ในภาษาท้องถิ่นภาคใต้ เมื่อเริ่มแรกนั้น หลาดใต้โหนด เป็นแค่เพียงสถานที่อ่านหนังสือของเด็กๆ และชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมถึงเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านศิลปะเท่านั้น ต่อมาก็ได้มีโครงการตลาดท้องถิ่น เพื่อให้ชาวบ้านนำสินค้าปลอดสารพิษ พร้อมทั้งอาหารพื้นเมืองต่างๆ มาขาย ทำให้ในปัจจุบันนั้น มีร้านค้ามากกว่า 100 ร้านเลยทีเดียว โดยจะมีขายไปตั้งแต่ ผักสด ผลไม้สด อาหารพื้นเมือง ขนมพื้นเมืองที่หารับประทานได้ยาก และสินค้าแฮนด์เมคต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินดี มีสุข

ตลาดใต้โหนด ต่างไปจากตลาดชุมชนอื่นๆ ที่นี่เน้นการตกแต่งร้านค้า และพื้นที่ของตลาดใช้วัสดุจากธรรมชาติมาดัดแปลงและออกแบบเป็นมิตรกับธรรมชาติ เพื่อให้มีความทันสมัย โดยการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการคิดค้นภาชนะใส่สินค้า โดยจะให้นำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ทำให้กลายเป็น ภาชนะสุดเก๋ๆ เพื่อลดการใช้โฟมและพลาสติก ทุกเมนูราคาสบายกระเป๋า นอกจากจะได้กินของอร่อยๆ และช้อปปิ้งที่ ตลาดใต้โหนด นัยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อน และทำให้เอกลักษณ์ของที่นี่คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน แม้ว่าในส่วนของตลาดจะเปิดแค่วันอาทิตย์ แต่บริเวณตลาดยังมีโซนของร้านกาแฟและเครื่องดื่ม ที่เปิดให้บริการทุกวัน

ตลาดพื้นบ้านแห่งเมืองพัทลุง มีทั้งอาหารพื้นเมือง ขนมพื้นเมืองที่หาทานยาก ผักสด ผลไม้สดของชาวบ้านเพียบเลย ร่มรื่น บรรยากาศน่าเดิน มีโซนให้เลือกนั่งทานอาหารเยอะมาก

ตลาดใต้โหนดเปิดทุกวันอาทิตย์ 08.00-15.00 น.
📍อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
https://maps.app.goo.gl/in8LQPyksiyK71YC6
ช่วงเวลาแนะนำ: เช้าหรือเย็น (แดดไม่ร้อน ถ่ายรูปสวย)

📍7 ร้านลานนา วอเตอร์ไซด์ ชมวิวเขาอกทะลุ เก็บภาพจุดเช็คอิน
“เซเว่น เขาอกทะลุ” เซเว่นเขาอกทะลุซังในพัทลุงแต่ยังเป็นจุดเช็คอินที่สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ที่เดินทางผ่านไปมานักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพัทลุงอิ่มท้องพร้อมไปต่อ

โทร. 084 0623334
เปิดทุกวัน 11:00 – 23:300 น.
ร้านลานนา วอเตอร์ไซด์
LINE: lanna212

พิกัด : ถ.มโนราห์ (บายพาส) ต.ควนมะพร้าว จ.พัทลุง
(เส้นถนนบายพาส ขับลงสะพาน ร้านอยู่ซ้ายมือ)
📍https://maps.app.goo.gl/cikcYADZWvFDnDrZA

📍8 ทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี
ร้าน “ทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี”
รสชาติของอาหารพัทลุงแท้ๆ ที่นี่เลย ร้านทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี ต้องอยู่กลางทุ่งนาทุ่งประดู่เรียงร้านอาหารที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศกลางทุ่งนา ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ให้วิวหลักล้าน สดชื่น พร้อมรสชาติอาหารที่อร่อยตามมาตรฐานบ่าววี (อร่อยแน่นอน) ที่นี่เป็นสาขาที่เปิดกลางทุ่งนา ไม่ใช่ร้านในเมือง แต่ก็เป็นที่นิยมของทุกครอบครัว

ร้านทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี ถือเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้มารับประทาน ในราคาแบบบ้านเป็นกันเอง รสชาติหรอยไว้คอย บริการ อย่างเมนูแกงส้ม ใยบัว มันขี้หนู หัวมะพร้าว ปลาแขยง ปลาดุกร้า ไข่ปลาดุกทรงเครื่อง น้ำพริกแมงดาสะตอเผา และอาหารพื้นบ้านอื่นๆตามใจเลือของลูกค้า ที่มีตลอดทั้งปี อย่างกุ้งก้ามกราม 3 น้ำ และแกงส้มปลาน้ำจืดอีกหลายชนิด

ทุ่งนาข้าว กับข้าวบ่าววี
ติดต่อ : 092 8145262,091 0493949
🍽️ พิกัด : ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
📍แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/e4odPmmh4E25ySjc8?g_st=ic

📍9 ถ้ำน้ำลอดเขาแดง
“ถ้ำน้ำลอดเขาแดง” ถ้ำหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดินและน้ำฝน จนทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ มีดินตะกอนทับถมและน้ำขังพื้นล่าง ในสมัยก่อนชาวบ้านได้ลอดเข้าไปหามูลค้างคาวเพื่อใช้เป็นปุ๋ยในการทำนาเป็นอีกสถานที่มหัศจรรย์

ถ้ำน้ำลอดเขาแดง หรือถ้ำลอดเขาแดง ตั้งอยู่ภายในวัดเขาแดงตะวันออก ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง ที่นี่เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย หน้าถ้ำมีพระพุทธรูปปางนาคปรกให้ได้สักการะก่อนเข้าไปในถ้ำ ภายในถ้ำแยกออกเป็นถ้ำเล็กๆ หลายถ้ำ ตามผนังถ้ำบางจุดจะมีน้ำใสไหลซึมออกมา ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้กับถ้ำ

ในถ้ำมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย สีเหลืองทองอร่าม พร้อมด้วยพุทธสาวกทั้งเบื้องซ้ายและเบื้องขวา ประดิษฐานอยู่บนก้อนหินของถ้ำ เป็นพระพุทธรูปที่มีความวิจิตรงดงาม ทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เป็นอีกจุดไฮไลท์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด

การเดินทางสะดวกสบาย เนื่องจากถ้ำน้ำลอดเขาแดง ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ หากมีโอกาสมาเที่ยวพัทลุง อย่าลืมแวะมาเที่ยวชมความมหัศจรรย์ของถ้ำน้ำลอดเขาแดงสักครั้ง

ถ้ำน้ำลอดเขาแดง
ที่อยู่ : ตำบลพญาขัน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
พิกัด : ถ้ำน้ำลอดเขาแดง
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

📍10 ร้านอาหารเคียงทะเล เทอเรส พัทลุง – Kieng Ta Lay
เคียงทะเล พัทลุง (Kieng Ta Lay) ร้านอาหารพื้นบ้านฟิวชั่นรสแซ่บ และบรรยากาศริมทะเลลำปำสวย ๆ แถมได้ความสุขจากลมทะเลที่พัดเย็น ๆ

ปักหมุดมาเลย: ร้านอาหารเคียงทะเล เทอเรส
ริมหาดแสนสุข ลำปำ อ.เมือง พัทลุง ไม่มีสาขา
https://goo.gl/maps/iS4oTa7vTmLobho79
🚗 เส้นทางมาร้าน จากตัวเมืองพัทลุง ตรงมาเส้นทางถนนอภัยบริรักษ์ มุ่งหน้าสู่ลำปำ เข้าได้ 2 ทาง

ปิดท้ายทริปที่ร้าน เคียงทะเล เทอเรส ลำปำ อาหารทะเลสดๆ จากเรือ ทั้งปูม้า กุ้ง และปลาหมึก ในราคามิตรภาพที่หาไม่ได้ในเมืองพัทลุง

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนของจังหวัดตรังและพัทลุง ไปสู่สาธารณชนอย่างสร้างสรรค์ ตอกย้ำศักยภาพการท่องเที่ยวภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี และเติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณการสนับสนุนจาก
ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช

เกาะลิบง จังหวัดตรัง ไม่ได้มีดีแค่เที่ยว

เกาะลิบง จังหวัดตรัง ไม่ได้มีดีแค่เที่ยว แต่คือการเที่ยวแบบ “Meaningful Travel”ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เทรนด์ใหม่ที่นักเที่ยวต้องเช็คอิน!!

ปัจจุบันการท่องเที่ยวกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนแปลงไป อย่างมาก นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังมองหาที่พักผ่อนที่ไม่เพียงแค่เติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ต้องช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเดินทางที่ไปเพื่อเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เน้นเที่ยวแบบมีความหมายไม่ใช่แค่การเติมเต็มความสุขให้ตัวเอง แต่ยังเป็นการสร้างโอกาส ความเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืนให้กับชุมชนที่เราไปเยือน

การเที่ยวที่มากกว่าการท่องเที่ยว และเป็นการเติมเต็มชีวิตด้วยการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม บนเกาะลิบง จังหวัดตรัง จึงเป็นการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่ที่พบว่า เป็นเกาะแห่งมนต์เสน่ห์ที่ อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เกาะที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง แหล่งชมนกทะเลหายาก มากด้วยหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งอาหารของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น บนเกาะและรอบเกาะยังมีความหลากหลายของระบบนิเวศ มีพื้นที่ป่าดิบชื้น น้ำตก ชายหาด ป่าชายเลน ฯลฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวเน้นธรรมชาติที่ลดการปล่อยคาร์บอน

โดยหากคิดถึงเกาะลิบง จุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัสด้วยตา เช่น หอชมพะยูน, สะพานหิน, หาดหญ้าคา, สันหลังมังกร, ปืนเขาบาตูดูพะยูน, สำรวจร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ถ้ำชาวเล, อุโมงค์ป่ายาง ซึ่งนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เกาะลิบงยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมจากชุมชน ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นถิ่น รสชาติท้องถิ่นกับเมนูข้าวยำ ที่สำคัญยังได้สนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพภายในชุมชนอีกด้วย เพราะเกาะลิบงเป็นพื้นที่พัฒนาชุมชนแบบองค์รวมภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” งานด้านการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ภารกิจหลักของธนาคารออมสิน ในการเดินหน้าบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม


โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเกาะลิบง ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ และการท่องเที่ยวให้กับชุมชนด้วย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึงพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่คนในชุมชน พร้อมส่งเสริม การกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่พื้นที่ชนบท แต่เป็นการค้นหาความหมายของเกาะแห่งมนต์เสน่ห์ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชน เที่ยวที่นี่ต้องใช้หัวใจ ไม่ใช่แค่สายตา แล้วจะได้ประสบการณ์ที่ลึกและมีความหมายยิ่งขึ้น ในรูปแบบ“Meaningful Travel” ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น

สามารถดูรายละเอียดได้ทาง : https://ebookservicepro.com/showcase/2025/Libong/

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง


ชวนให้สัมผัสกับพลังแห่งดอกไม้แบบ 4 มิติ เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ จองบัตรเข้าชมได้ทาง Zipevent

นิทรรศการพลังแห่งดอกไม้ WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดระยอง ที่จะทำให้ดอกไม้ในใจคุณกลับมาผลิบานอีกครั้ง ให้ทุกก้าวของคุณได้สัมผัสพลังอันอ่อนโยนแต่ทรงอานุภาพ ของดอกไม้นานาชนิด ผ่านประสบการณ์ 4 มิติ – แสง สี เสียง และกลิ่น พร้อมปลุกทุกความรู้สึกให้กลับมา สดชื่น อ่อนโยน อบอุ่น และเติมพลังให้หัวใจแข็งแรงกว่าเดิมอีกครั้ง เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. จองบัตรได้ที่ Zipevent

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition จัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึง มิถุนายน 2569 เล่าเรื่องราวผ่าน 3 ธีมหลัก ของพลังแห่งดอกไม้

  1. Hope Theme – ดอกไม้แห่งความหวัง เหมือนแสงยามเช้า…ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
  2. Heart Theme – ดอกไม้แห่งความรัก อบอุ่นจากดอกไม้ที่โอบกอด…พาคุณสัมผัสความรักที่ไร้เงื่อนไข ลึกซึ้งกว่าที่เคย
  3. Heal Theme – ดอกไม้แห่งการเยียวยา ให้ใจได้พัก…เพื่อกลับมาผลิบานใหม่อย่างงดงามยิ่งกว่าเดิม

พร้อมนำทางโดย “น้อง Hug” มาสคอตดอกเดซี่สุดน่าฮัก ที่คอยส่งต่อความอบอุ่น พาคุณ “หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง” ที่จะทำให้หัวใจเบ่งบานขึ้นอีกครั้ง

Hope Theme: When Flowers Bring Hope ดอกไม้แห่งความหวัง เมื่อดอกไม้นำพาความหวังกลับคืนมา เหมือนแสงเช้าวันใหม่…ค่อยๆ ลอดผ่านกลีบดอกไม้โทนสี เหลือง–ทองอ่อน อุ่นใจเหมือนแสงอาทิตย์แรกของวัน แสงอ่อนค่อย ๆ เคลื่อนไหว ปลุกหัวใจที่อ่อนล้าให้กลับมาสดใส กลิ่นดอกไม้หอมละมุน ประหนึ่งเสียงกระซิบจากธรรมชาติว่า “วันนี้…คุณเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว”

11 ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด

  1. Seeds of Future – เมล็ดพันธุ์สู่การเติบโต เคาน์เตอร์รูปกระถางต้นอ่อน สัญลักษณ์ของการลงมือ “ปลูกความหวัง” ในชีวิต
  2. Light of Hope – อุโมงค์ดอกไม้อัศจรรย์ เดินเข้าสู่นิทรรศการผ่านอุโมงค์ไม้ไผ่ที่บิดเกลียวอย่างงดงาม ปลายทางคือแสงแรกของความหวัง…ที่พร้อมโอบรับคุณอย่างอ่อนโยน
  3. Bug Eye View – โลกในมุมมองของแมลง ยืน ณ จุดชมวิวแรก เสมือนโบยบินอยู่เหนือมวลดอกไม้ในป่าใหญ่
  4. Hope Garden – อ้อมกอดของดอกไม้ พื้นที่ดีไซน์เป็น “รังนก” ที่อ่อนโยนซ้อนล้อมรอบตัวผู้มาเยือน สื่อถึงรังที่อบอุ่นให้กำลังใจและความสดใสเพื่อเป็นจุดเริ่มใหม่ของชีวิต
  5. Tree of Hope – ต้นไม้แห่งความหวัง ต้นไม้ยักษ์แห่งจิตวิญญาณ ศูนย์กลางของนิทรรศการ ที่ออกแบบเพื่อถ่ายทอดพลังของ ความหวัง กลีบดอกและแสงสีบนพุ่มไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโทน เหลือง–ทองอบอุ่น เหมือนแสงเช้าวันใหม่ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมามีพลังอีกครั้งต้นไม้จะ “พูด” กับผู้มาเยือนผ่านภาพฉายบนพุ่มไม้ยักษ์ และการเคลื่อนไหวของแสง เสมือนธรรมชาติกำลังกระซิบว่า “วันนี้…คุณเริ่มใหม่ได้”
  6. Children’s Dream – ปลุกความฝันในวัยเด็ก ดอกไม้ที่โค้งเรียงกันเป็นวาฬยักษ์ สัญลักษณ์แห่งจินตนาการ และความฝันที่ไร้ขอบเขต เชิญชวนให้เราย้อนกลับไปแตะเสียงของความฝันในวัยเด็ก ปลุกให้มันกลับมาหายใจอีกครั้ง… และเติบโตเป็นความจริงในวันนี้
  7. Blooming Horizon – ของขวัญจากพระเจ้า Immersive Room ที่ออกแบบเหมือนกล่องของขวัญซ้อนกัน พร้อมกระจกหลายด้าน ให้คุณเห็น “ความงามในแบบของตัวเอง” สะท้อนออกมาอย่างมั่นใจ และงดงามในแบบที่เป็นคุณ
  8. The Power of Flower Show – Immersive Motion Mapping เดินทางผ่าน 3 ซีซั่น พลังแห่งดอกไม้ Hope – Heart – Heal แสง สี เสียง และกลิ่นหอมละมุน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 3 มุมมองของฤดูกาลแห่งดอกไม้ – Hope, Heart, Heal ให้คุณได้สัมผัสความหมายที่ซ่อนอยู่… พร้อมปลุกหัวใจให้ผลิบานอย่างไม่รู้โรย
  9. Immersive Art Room – นิทรรศการดิจิตอล 360° ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของพรรณไม้ ผ่านประสบการณ์ภาพและเสียงแบบ 360 องศา ราวกับเดินอยู่ในความคิดของธรรมชาติ ที่กำลังออกแบบ “ดอกไม้ของวันพรุ่งนี้” ดอกไม้ที่ไม่ได้บานแค่ในวันนี้…แต่บานในจินตนาการ เพื่อรอวันที่คุณพร้อมจะมองเห็นมัน
  10. Flower Art & Craft Workshop – สร้างชิ้นงานแห่งแรงบันดาลใจกลับบ้าน ร่วมลงมือสร้างงานศิลปะจากดอกไม้ ที่สะท้อนพลังในหัวใจของคุณ เพื่อเก็บความรู้สึกแห่งการผลิบานกลับไปดูแลต่อ
  11. Harumiki House – คาเฟ่สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น หอม หวาน สดชื่นทุกคำ สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมเสิร์ฟ ความหอม ฉ่ำ จากฟาร์มสู่เมนูพิเศษ ให้คุณ “ชอป ชม ชิม” เลือกของฝากสุดน่ารัก เพลิดเพลินกับบรรยากาศอบอุ่น และ ลิ้มรสความสุขในทุกคำ

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้
● เปิดเข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
● เวลา 10:00 – 20:00 น.
● ณ WONDARA อาคารพัฒนานิทัศน์
(ภายในสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ) จ.ระยอง

Google Map:
https://maps.app.goo.gl/Hu1xnQtydLQctsURA?g_st=ipc
● ราคาบัตรเข้าชม

  • วันธรรมดา 120 บาท
  • เสาร์–อาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ 150 บาท
    ● จองบัตรได้ทาง Zipevent : https://www.zipeventapp.com/e/WONDARA-EXHIBITION
    ● สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : Facebook / TikTok / IG : WONDARA
#WONDARA #thepowerofflower
#ImmersiveExhibition
#แลนด์มาร์กแห่งใหม่ระยอง
#toptotravel

เปิดตัว โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เดินเกมรุกต่อเนื่องเปิดตัว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” คาดดันรายได้กลุ่มโรงแรมปี 2569 ทะลุ 8,000 ล้าน

กลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LHMH) ผู้บริหารเครือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย เดินเกมรุกครั้งสำคัญส่งท้ายปี 2568 ด้วยการเปิดตัว “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” (Grande Centre Point Prestige Bangkok) มูลค่าลงทุน 4,500 ล้านบาท Prestige Tier แห่งที่ 2 ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ชูกลยุทธ์ Experience Marketing ตอบโจทย์ เทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์มากกว่าราคา เตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ต่อเนื่อง คาดดันรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2569 ทะยานแตะ 8,000 ล้านบาท

คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเติบโตของ “กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลและกำลังซื้อสูง” (High Spending) จากยุโรป ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อตลาดโรงแรม 4 – 5 ดาว ในทำเลศักยภาพ ทำให้โจทย์ของการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมทวีความท้าทาย ไม่ได้วัดกันที่จำนวนห้องพักหรือราคา แต่แข่งขันกันที่ว่าใครจะสามารถส่งมอบ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” ที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ซึ่งถือเป็นโอกาสของกลุ่มฯ ที่เน้นลงทุนเชิงคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลศักยภาพสูง การออกแบบบริการที่มีเอกลักษณ์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

“ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเรา ในปีนี้เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เปิดตัว 2 โรงแรมใหม่ ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โรงแรมระดับ Prestige Tier แห่งแรกของแบรนด์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในย่านราชประสงค์ ที่ผสานความหรูหราสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) เข้ากับเสน่ห์ของศิลปะไทยร่วมสมัย มอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายสูงสุดใจกลางมหานคร ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอของเราไปอีกขั้น ในฐานะผู้นำธุรกิจโรงแรมไทย ที่มีความเข้าใจในหัวใจของความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างร่วมสมัย”

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวถึง ความพิเศษของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ได้ใช้งบลงทุน 4,500 ล้านบาท โดยวางจุดยืนให้เป็นโรงแรมในกลุ่ม ‘Prestige Tier’ หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้โรงแรมโดดเด่นยิ่งขึ้น คือตั้งอยู่เคียงคู่กับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการแรกของแบรนด์เปิดตัวไปเมื่อปี 2551 จึงตั้งใจออกแบบให้เป็น “Twin Towers” รวมกันแล้วกว่า 1,000 ห้อง สะท้อนเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ จากจุดเริ่มต้นสู่ความหรูหราระดับโลก”

ทั้งนี้ คุณกิตติยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการเปิดตัวโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า “ได้รับกระแสการตอบรับดีมาก ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 80% และมียอดจองเข้าพักล่วงหน้าช่วงไฮซีซันจนถึงต้นปีหน้าสูงถึง 90% ทำให้เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมในปี 2568 จะอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาทและด้วยทิศทางของตลาดท่องเที่ยวที่ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทางเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 ปี 2569 มีแผนเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ซึ่งเป็น Limited Tier แห่งที่ 2 ในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ต่อจากแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยสวนน้ำขนาด 20,000 ตารางเมตร จึงคาดการรายได้ในปี 2569 ของกลุ่มโรงแรมเติบโตไปอยู่ที่กว่า 8,000 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2571 ทางกลุ่มจะเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ ตั้งอยู่ใจกลางเยาวราชในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่ากับว่าในปี 2571 บริษัทจะมีโรงแรมเปิดครบ 11 แห่ง รวมกว่า 5,000 ห้อง และคาดว่าจะสร้างรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท”

ด้าน คุณเมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เผยถึงแผนการตลาดของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ว่า “จะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่มนักเดินทางธุรกิจระดับพรีเมียม ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่ม High-Spending และ Long-haul Tourists จากยุโรป สหราชอาณาจักร ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และรัสเซีย ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมุ่งขยายฐานประชุมสัมมนา อีเวนต์ และจัดเลี้ยง เพื่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย”

“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเรา คือ Experience Marketing โดยเน้นให้ความสำคัญกับทุก Touch Point ของการเข้าพัก ตั้งแต่การออกแบบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์บรรยากาศภายในโรงแรม ไปจนถึงการออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแขกผู้เข้าพักในทุกกลุ่ม”

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ได้รับการกล่าวถึงและยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง คือ การให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทางเรามีทีม Social Listening ที่รับฟังความคิดเห็นจากแขกที่เข้าพัก ที่โรงแรมทั้ง 9 สาขาของ เครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในทุกช่องทางแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกนำไปยกระดับบริการได้ทันที ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าใหม่ นำไปสู่การออกแบบบริการและที่พักที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความใส่ใจนี้พิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักจริงซึ่งมีคะแนนสูงในทุกช่องทางทั้งทาง OTA และ Social media”

คุณประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวถึงจุดเด่นของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ว่า “ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางย่านราชประสงค์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส 2 สถานี คือ สถานีราชดำริ และสถานีชิดลม ภายในออกแบบอย่างหรูหรา โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากความสะดวกสบายในการพักผ่อนแล้ว ยังพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มองหาที่พักหรูในโลเคชั่นที่ดีที่สุด ทั้งลูกค้าต่างชาติและไทย ที่ให้ความสำคัญกับบริการมาตรฐาน กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพื้นที่กว้างและฟังก์ชันครบ นักธุรกิจยุคใหม่ที่ผสมงานกับการพักผ่อน (Bleisure) และกลุ่ม Urban Staycation ที่ต้องการเติมพลังในที่พักพรีเมียมใจกลางเมือง ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนลูกค้าแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อน 70% และเป็นการเดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจอีก 30%”

ทั้งนี้ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และเพนต์เฮาส์ จำนวน 509 ห้อง แขกผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามได้จากห้องพักทุกห้อง ทั้งวิวเมืองย่านราชประสงค์ที่เต็มไปด้วยสีสัน หรือวิวพื้นที่สีเขียวของสนามราชกรีฑาสโมสร (RBSC) ห้องพักทุกห้องจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ครบครัน อาทิ สมาร์ท ทีวี, เครื่องชงกาแฟแคปซูล Nespresso, ไดร์เป่าผม Dyson และชุดผลิตภัณฑ์

อาบน้ำจาก LRL นอกจากนี้ ยังพร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยผ่านร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Chef Man Restaurant ร้านกวางตุ้งชื่อดังที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ การันตีคุณภาพด้วยเมนูติ่มซำและเป็ดย่างสูตรพิเศษ หรือจะเป็น Brass House Bangkok รูฟท็อปแจ๊ซบาร์ในสไตล์การตกแต่งยุค1920s สุดคลาสสิก พร้อมวิวเมืองยามค่ำคืน เสิร์ฟอาหารไทยร่วมสมัยสไตล์แคสชวลรสชาติต้นตำรับ พร้อมเพลิดเพลินกับค็อกเทลซิกเนเจอร์ และดนตรีแจ๊ซบรรเลงสด Bloom & Brew Café คาเฟ่คอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนออาหารไทยร่วมสมัยในสไตล์โมเดิร์น พร้อมบริการอาฟเตอร์นูนที

“ทางโรงแรมยังตอบโจทย์ Wellness Lifestyle มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจเพลิดเพลินกับ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ Let’s Relax Onsen & Spa ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สำหรับแขกที่เข้าพัก โรงแรมมีพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ ครอบคลุม 2 ชั้น ทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้ายาว 50 เมตร ชมวิวเมืองแบบพาโนรามา ฟิตเนส อุปกรณ์พรีเมียม TechnoGym และ Steam Sauna ให้บริการ โดยมีคลาสออกกำลังกาย เช่น มวยไทย โยคะ รองรับทุกความต้องการ สนุกผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัวที่ Games Room อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ที่รวบรวมทั้งบอร์ดเกม เกมอาร์เคด และเกมส์ออนไลน์ อีกทั้งยังมีบริการ Kids Club พร้อมของเล่นเสริมพัฒนาการจาก Plan Toy ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน”

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม ได้ที่

        • Website: https://grandecentrepointprestige.com/

        • Line@: @gcpprestige

        • Facebook: @gcpprestige

        • Instagram: grandecentrepoint.gcpprestige

        • Email: prestige@gcphotels.com

        • เบอร์โทรศัพท์ : 02 124 1888
#toptotravel

สาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมงเพาะขายพันธุ์ปลาหายากแม่น้ำโขง

คุณสาธิต คำกองแก้ว อดีตข้าราชการกรมประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด หนองคาย เจ้าของ วิภาวรรณ ฟาร์ม ดูแลฟูมฟักพันธุ์แบบผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ ก่อนส่งขายแบบมืออาชีพ จากเพาะขายพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง สู่เกษตรผสมผสาน แนวทางอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืนของเกษตรกร จังหวัดหนองคาย

ปัจจุบันทำเกษตรผสมผสานด้วยการเพาะขายพันธุ์ปลาและกบ และเลี้ยงสัตว์ พร้อมนำมูลสัตว์และเศษพืชผักมาผลิต กลับมาใช้ทุกกิจกรรม ทั้งยังแปรรูปปลาและกบเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างมูลค่า เสริมรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน…

เจ้าของฟาร์มรายนี้เริ่มต้นจากการเพาะพันธุ์ปลาน้โขงหายาก เพราะมองว่าใช้เวลาเลี้ยงไม่นานก็มีรายได้แล้ว พันธุ์ปลาแม่น้ำโขงที่กำลังจะสูญพันธุ์ ที่เพาะ-ขาย ได้แก่ปลาชะโอน ปลาคัง ปลากดเหลือง พันธุ์ปลาที่เพาะขายจะเน้นชนิดที่คนอีสานตอนล่างรู้จักและนิยมกินเพราะตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

โดยพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดคือปลากดเหลือง ปลาชะโอน และปลาชะโอน จะเพาะในบ่อซีเมนต์ก่อนแล้วย้ายไปอนุบาลในบ่อดิน ตอนนี้มีบ่อทั้งสองชนิดรวมกัน แล้วจะคัดแยกพ่อ-แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ไว้เพื่อใช้ขยายพันธุ์ในแต่ละรุ่นต่อไป

คุณสาธิต บอกว่า ปลาชะโอน ได้รับความนิยมมาก คุณสมบัติที่ดีของชะโอนแม่น้ำโขง คือ มีขนาดใหญ่ จำนวน 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม จึงทำให้เป็นจุดเด่นของความต้องการจากลูกค้า ทั้งผู้บริโภคและพ่อค้า อีกประการเนื่องจากปลาชะโอน แม่น้ำโขง หนองคาย ที่โตตามธรรมชาติมีขนาดเล็กมาก ต่างจากปลาเลี้ยง จึงทำให้ผู้บริโภคสนใจปลาเลี้ยงมากกว่า

คุณสาธิต ไม่ได้เพาะขายพันธุ์ปลาเป็นรายได้เท่านั้น ยังเพิ่มความรู้เปิดโอกาสให้เกษตรกร ศีกษาดูงาน สอนเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาชะโอน และปลาแม่น้ำโขงที่หายาก มีจุดเด่นตรงการคัดสายพันธุ์ของพ่อ-แม่ที่แข็งแรง มีการเจริญเติบโตดีแล้วนำมาผสมไขว้ เพื่อทำให้ลูกปลามีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ทั้งขนาดและเนื้อ มีความทนทานต่อโรค สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ที่ใช้เลี้ยง

สนใจเรียนรู้ ศึกษา รายละเอียดกับคุณลุงสาธิตได้ที่
Facebook : วิภาวรรณ ฟาร์ม
โทร 081 965 4756

พัฒนพงษ์ พงษ์ทองเจริญ ผู้อำนวยการ ททท. กรุงโซล

เที่ยวเมืองไทยครองใจชาวเกาหลีใต้ ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) และจุดหมายปลายทางระดับโลก

ภารกิจหลักของ ททท. กรุงโซล คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยในตลาดเกาหลีใต้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเกาหลีให้เดินทางมายังประเทศไทย โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้านตลาดประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย ณ กรุงโซล เพื่อสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย

เกาหลีใต้ หนึ่งในดินแดนที่คนไทยเคยเดินทางไปท่องเที่ยว ภาระกิจการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยเพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยขอเป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวและร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ในการสร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและมีความหมายไปพร้อมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสร้างรายได้ กระจายประโยชน์อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนร่วมกัน

โดย นายพัฒนพงษ์ พงษ์ทองเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำกรุงโซล ที่ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศไทย และแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการท่องเที่ยวประเทศไทยของทั้งนักท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand พร้อมตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายการท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ และส่งเสริมให้เกิดการเดินทางตลอดทั้งปีอย่างต่อเนื่อง

นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ให้ความสนใจจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเชียงใหม่คือเมืองแห่งธรรมชาติ เมืองสุขภาพ และเมืองศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มักเดินทางซ้ำ หากสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืน

#toptotravel
#ผู้อำนวยการทททกรุงโซล

โรงแรม วารานา กระบี่ โรงแรมต้นแบบเพื่อความยั่งยืนของโลก

‘วารานา’ ที่มาของความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะการออกแบบของทุกพื้นที่มีความหมายและได้ประโยชน์สูงสุด การมาพักที่นี่ถือเป็นเปิดประสบการณ์ใหม่การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพ กับโรงแรมที่ออกแบบทุกองค์ประกอบด้วยหัวใจแห่งความยั่งยืน จากแนวคิด “การใช้ชีวิตอย่างสมดุล” สู่ดีไซน์ร่วมสมัยที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

การเข้าพักเริ่มต้นด้วยการ Check-in เลือก Welcome Drink จากตู้เย็น เลือกดื่มน้ำสมุนไพรท้องถิ่น ก่อนที่พนักงานต้อนรับจะพาเรานั่งรถตุ๊กๆไฟฟ้า EV เพื่อแนะนำสถานที่โดยรอบของโรงแรม และส่งยังห้องพัก แนะนำข้อมูลต่างๆ ขอโรงแรมโดยละเอียด โรงแรมนี้เปิดใหม่ได้ไม่นานมีพื้นที่ขนาดใหญ่เราพักอาคาร 2 ห้อง 228 จากห้องพักมองเห็นสระว่ายน้ำ OLYMPIC POOL ขนาดสระ 7 x 50 ม. สำหรับว่ายน้ำแบบแข่งขันว่ายน้ำ และความลึกสูงสุดที่ 3 ม. สามารถดำน้ำฝึกสกิล Freediving มีฟินให้ใช้ Paddle board ให้พาย และมี Sea Scooter ให้เล่นไม่ต้องกังวลเพราะมีไลฟ์การ์ด สแตนบายในช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ กิจกรรมที่เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมคลาสไม่เหมือนกัน สามารถดูได้จากบอร์ดกิจกรรมและโปรแกรมตอนเช็คอิน

โรงแรมนี้มีเรื่องความยั่งยืน Wellness Hotel และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทุกท่านที่มาพักจะได้สัมผัสกับประสบการณ์พักผ่อนแบบ ‘เวลเคชัน’ ท่ามกลางวิวอันงดงามของภูเขาและทะเลอันดามัน ทั้งยังเปิดรับแนวคิดการเป็นที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่นี่มีการจัดการอย่างยั่งยืนเอาใจสายรักตัวเองและรักโลกและสังเกตได้จากทุกอย่างภายในโรงแรม เน้นการพักผ่อน อากาศดี มีกิจกรรม ออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพตนเองอย่างยั่งยืนด้วยวิถีธรรมชาติ
บำบัด

โรงแรมวารานา ออกแบบด้วยแนวคิด Minimal Luxury เน้นความเรียบง่าย แต่ยังคงความสวยงาม หรูหราและทันสมัยมากด้วยประโยชน์ใช้สอย อาคารที่พักแยกออกเป็น 6 หลังมีห้องพักจำนวน 141 ห้อง โดยมีห้องหลากหลายรูปแบบ อันได้แก่ Presidential Suite, Three Bedroom Suite Pool Access, Horizon Suite, Luxe Plus, Luxe Room โรงแรมวารานาจึงสอดคล้องกับนโยบาย BCG Model หรือการพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนเพราะ ‘เรา’ อยากเป็นจุดแวะพักที่อยู่ในความทรงจำของผู้มาเยือนด้วยประสบการณ์การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบการเติมเต็มแรงบันดาลใจในชีวิต ด้วยการดูแลสุขภาพกายและใจ แล้วยังได้ร่วมจับมือดูแลรักษ์โลกไปพร้อมกัน”

นอกเหนือจากการห้องพักที่ทันสมัย สะดวกสบาย แล้ว สิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ ภายในห้องพักยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ประณีตและให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พรมปูพื้นที่ถักทอด้วยเส้นใยที่ผลิตจากขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ใช้แล้ว โซฟาบุจากผ้าที่ทอจากเส้นด้ายที่ผลิตจากเศษผ้ารีไซเคิล โคมไฟทำจากไม้ไผ่ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว จึงเป็นทางเลือกในการใช้วัสดุอย่างยั่งยืน เฟอร์นิเจอร์ไม้บางชิ้นผลิตจากเศษไม้เก่าที่กําลังจะกลายเป็นขยะ โดยผ่านกระบวนการ ออกแบบและแปรสภาพเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่เป็นการสร้างชีวิตใหม่ที่มีคุณค่าให้กับเศษไม้

เรื่องอาหาร ใช้วัตถุดิบจากสวนปลูกเอง และยังสนับสนุนสินค้าจากคนท้องถิ่น คัดมาแล้วว่าปลอดสารพิษ สดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นซีฟู๊ดจากเรือประมง เนื้อสัตว์จากฟาร์มออแกนิก นำมาใช้ในส่วน ห้องอาหาร

โรงแรม วารานา กระบี่ เน้น “เรื่องกิน คือ เรื่องใหญ่” ความพิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบและจัดการเรื่องโภชนาการอาหาร ที่ทำให้สุขภาพกายดีไปพร้อมกับความอร่อยด้วยอาหารเช้าโฮมเมด สร้างความประทับใจเรื่องราว “Food Story”ด้วย ไฮไลท์ของเมนูไข่จากแม่ไก่เลี้ยงปล่อยอิสระตามธรรมชาติ น้ำผลไม้แยกกาก เครื่องดื่มดีทอกซ์ ชา กาแฟออแกนิค ขนมปังแป้งหมัก (Sour Dough) เชื้ออายุ 200 ปี มาจากหมู่บ้านสวิส ครัวซอง ชีส แยมผลไม้ เนยถั่ว อะโวคาโด้ เป็นวัตถุดิบพิเศษ และเพื่อมอบประสบการณ์ในการกินที่หลากหลาย โดยมีห้องอาหารให้เลือกถึง 6 แห่ง


KIN : The Taste of Asian เป็นห้องอาหารหลักที่เน้นอาหารไทยจากมิชิลินเชฟ เดวิด ทอมป์สัน อาหารจีนที่รังสรรค์เมนู โดยเชฟป้อม กระทะเหล็ก

NOOK : All Day Dining ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม ชา กาแฟ และเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่ทุกวัน

SALA : Mediteranean Cuisine สัมผัสกับบรรยากาศยามอาทิตย์อัสดงจนถึงยามราตรี เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและอาหารสไตล์ทาปาสร่วมสมัย

SIP : บาร์เครื่องดื่มและอาหารว่างริมสระว่ายน้ำ

CLUB VARANA: Afternoon Tea, Lounge


THE BEACH CLUB อาหาร ดนตรี ริมหาด เมนูพิซซาเตาฟืน พาสต้า สลัดต่างๆ อาหารทะเลจากชุมชมประมง สถานที่จัด งานเลี้ยงรองรับได้ 300 คน กิจกรรม
บีชวอลเลบอล พายเรือ ปิงปอง และกิจกรรมอื่นอีกมากมาย

สุขภาพดี = ความสุข คือ หัวใจของการมาพักผ่อนที่โรงแรม วารานา กระบี่ อาหารอร่อยและปลอดสารเคมีทำให้สุขภาพกายแข็งแรง ความสุขทำให้จิตใจเบิกบาน จึงเป็นที่มาของ FAA Spa และ NAAM Wellness แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย


วัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอาหารจะเน้นจัดหาในท้องถิ่นหรือในระยะรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตร โดยเน้นวัตถุดิบที่ปลอดภัยและปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี นอกจากนั้นยังมีแปลงผักและสมุนไพร ที่บุคลากรในโรงแรมช่วยกันปลูกและดูแล เป็นแปลงเกษตรปลอดสารที่ใช้ปุ๋ยจากใบไม้แห้ง เศษวัชพืชและเศษอาหารที่ผ่านการคัดแยกมาทำการหมักเป็นปุ๋ย ซึ่งเป็นการจัดการขยะมูลฝอยภายในโรงแรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืนและยังเป็นการช่วยลดขยะอินทรีย์
เข้าสู่ระบบขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste)


FAA Spa & Onsen (ฟ้าสปา) โดมสปาทรงสามเหลี่ยมสมดุล เพราะเชื่อว่าธรรมชาติมีพลังพิเศษ จึงได้นําศาสตร์ความรู้แพทย์แผนไทยมาปรับใช้ในรูปแบบที่ทันสมัยให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน ให้บริการนวดแบบผ่อนคลายหรือแบบรักษา นวดไทย นวดน้ำมัน นวดรักษาอาการเจ็บ อาหารไม่ย่อย นอนไม่หลับ มีห้องสตีมและห้องซาวน่า โดยเน้นการใช้สมุนไพรไทยในการอบตัว นอกจากนี้ยังมีออนเซ็นที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติ โดยมีบ่อแช่ตัวเพิ่มวิตะมินดีกลางแจ้ง ทั้งอุณหภูมิร้อนและเย็น ทั้งนี้น้ำในบ่อจะมีมวลขนาดเล็กของออกซิเจนแทรกอยู่ เป็นผลจากการนํานวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีมาเติมออกซิเจนลงไป
ซึ่งจะทำให้สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก

NAAM Wellness แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ผสมผสานธรรมชาติบําบัดกายและจิตผ่านเรื่องราวของน้ำ ใน 10 ขั้นตอน DIY ( Do it yourself ) เช่น การพอกโคลน อบสตีมสมุนไพร ว่ายทวนกระแส แช่ออนเซ็น แช่น้ำเย็น บ่อลอยสมาธิ ซึ่งขั้นตอนการทำธาราบําบัดนี้ (Hydrotherapy) ได้ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ สำหรับ NAAM Wellness โดยเฉพาะ ประกอบด้วย 10 ขั้นตอน
เป็นการใช้น้ำในการรักษาและบรรเทาอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขจัดสารพิษ และช่วยทำให้หลับสบาย ทำให้ผ่อนคลายและเป็นการรักษาสุขภาพองค์รวม ปัจจุบันนี้ธาราบําบัดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกายภาพบําบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู

SWIM – SPORTS – ACTIVITIES – EXCURSION
FAB ฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครันในสไตล์ฟังก์ชันนอลยิม ที่ได้มาตรฐานสากลที่นักกีฬาอาชีพใช้ นอกจากนี้ยังมีสตูดิโอ
อเนกประสงค์รองรับผู้ใช้บริการได้มากถึง 60 คน สำหรับการออกกําลังกายประเภทตางๆ เช่น มวยไทย โยคะ ดนตรีบําบัด
(Sound Healing) โดยเทรนเนอร์มืออาชีพ บริเวณโดยรอบโรงแรมได้ออกแบบถนนที่สามารถเชื่อมต่อกันใช้เป็นลู่วิ่งรวมระยะทางโดยรอบยาว 1 กิโลเมตร ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆเพิ่มเติม อาทิเช่น เกมวิบากสปาตั้น สตรีทยิม ผนังฝึกปีนหน้าผา ลานโยคะกลางแจ้ง ลานหินกรวดสำหรับนวดฝาเท้า เป็นต้น
SWIM อีกไฮไลท์หนึ่งสำหรับกิจกรรมกลางแจงคือสระว่ายน้ำต่างระดับจำนวน 4 สระ อันได้แก่สระสำหรับเด็ก สระสำหรับผู้ใหญ่ สระนวด และสระโอลิมปิกความยาว 50 เมตร มาตรฐานโอลิมปิก จำนวน 7 ลู่

โรงแรมวารานา กระบี่ ได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนมาใช้สระโอลิมปิกในการฝึกซ้อมประจำสัปดาห์ โดยทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อร่วมพัฒนาการท่องเที่ยว เช่น การจัด ทริปพิเศษให้ลูกค้า นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือสัมผัสวิถีชาวเล เยี่ยมชมธนาคารปู และทดลองเพ้นท์ผ้า และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

โรงแรมวารานา กระบี่ มีเป้าหมายเพื่อจัดการขยะมูลฝอยภายในโรงแรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน รวมทั้งปลูกฝังจิตสํานึกให้บุคลากรของโรงแรมมีความรู้ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของการลดและคัดแยกขยะโดยการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยหลักการ 1A3R : Avoid ,Reduce , Reuse , Recycle คือการเลี่ยง ลด ใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ตัวอย่างเช่น การเลิกใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมและทดแทนด้วยการใช้ปิ่นโต บรรจุอาหารสำหรับแขกนําไปรับประทานในระหว่างทัศนศึกษานอกสถานที่ลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวด้วยการใช้ขวด น้ำ ที่ให้บริการในห้องพักและร้านอาหารเป็นขวดแก้วทั้งหมด หลีกเลี่ยงการใช้ขวดพลาสติกเล็กๆ ที่บรรจุสบู่เหลวและแชมพูใช้ขวดปั๊มแบบรีฟิล เพื่อลดการ
ใช้วัสดุสิ้นเปลือง

รายละเอียดเพิ่มเติม
FB : Varana Hotel Krabi

Tel : 075-656989
Reservation: 065 928 6852
rsvn@varanahotel.com
Website: varanahotel.com/kkt
Map : maps.app.goo.gl/e3oNeVJ8d9XY5uQb8

𝗧𝗵𝗲 𝗕𝗲𝗮𝗰𝗵 𝗖𝗹𝘂𝗯 𝗞𝗹𝗼𝗻𝗴 𝗠𝘂𝗮𝗻𝗴

ทริปนี้ที่จังหวัดกระบี่ ที่ THE BEACH CLUB บรรยากาศริมทะเล พิซซ่าอร่อย พระอาทิตย์ตกดินที่นี่สวยสะกดใจ ใครกำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ริมทะเล แนะนำเลย ร้านนี้ตรงข้าม โรงแรม วารานา กระบี่ บรรยากาศสบายๆ ลมทะเลเย็น วันนี้มีฝนปรอยๆๆ นั่งชิลได้ทั้งกลางวันและชาวงเย็น ถ้าฝนไม่ตกช่วงพระอาทิตย์ตก บอกเลยว่าวิวหลักล้าน

วันนี้ Toptotravel มาทานอาหารค่ำที่ THE BEACH CLUB KRABI อาหารอร่อย วิวคือดีมาก ส่วนตัวชอบ-3 เมนูนี้
Protein Bowl : สลัด
Pizza :pramaham and Andaman Seafood
Shish Kebab Chicken : เคบับไก่

Protein Bowl : สลัด
Pizza :pramaham and Andaman Seafood
Shish Kebab Chicken : เคบับไก่

พิซซ่าที่นี่อร่อยมาก แป้งบางกรอบส่วนตรงขอบนุ่มกำลังดี อบร้อนในเตาฟืนแบบอิตาเลียน อาหารที่นี่คุณภาพดี ใช้ผักสดออร์แกนิค เน้นใช้วัตถุดิบ อาหารทะเลจากท้องถิ่น พร้อมเสิร์ฟความอร่อย มื้อกลางวันและมื้อเย็นริมทะเล ติดทะเลแบบเดินไม่กี่ก้าวถึงทราย มุมดี แสงสวย เมนูมีหลากหลายด้วย มาที่นี่ แนะนำพิซซ่าเตาฟืนที่นี่อร่อยมาก ลองไปหลายเมนู ทุกจาน อาหารจานใหญ่ อร่อยมาก

The Beach นั่งชิลล์ริมชายหาดวิวสวยมากๆๆ ลมเย็นสบาย ใส่บิกินี่หรือชุดว่ายน้ำพักผ่อนหย่อนใจ บริเวณมีสระว่ายน้ำ มีบริเวณให้นั่งๆ นอนๆ เล่นน้ำ ตากแดด บีชคลับ ริมทะเลในบรรยากาศแสนผ่อนคลาย ที่นี่เสิร์ฟค็อกเทลเย็น พิซซ่าเตาถ่าน พร้อมเสียงเพลงจาก DJ ตอนเย็นวิวพระอาทิตย์ตก คือสวยมาก อยากให้ลองมาสัมผัสเองถึงจะรู้ว่ามันดี ที่นี่ เหมาะสำหรับการนัดพบเพื่อนฝูง หรือเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการพักผ่อนริมทะเล สัมผัสบรรยากาศโรแมนติก เพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ท่ามกลางทะเลสวยและบรรยากาศสุดพิเศษ

ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินของที่นี่สวยสะกดใจ เป็นอีกหนึ่งที่ฮีลใจ เข้าพักที่ VARANA ข้ามถนนจากหน้าโรงแรมมาที่ THE BEACH CLUB ริมทะเล เพียงเดินออกมาจากโรงแรมไม่ถึง 100 เมตร จะมี Beach Club & restuarant บรรยากาศ ท้องฟ้ากับวิวทะเล เดินเหยียบพื้นทราย ฟังเพลงจากดีเจ ไปพร้อมกับเสียงคลื่นซัดชายฝั่ง ตัวร้านตั้งอยู่ติดหาด วิวทะเลแบบพาโนรามา นั่งรับลมธรรมชาติได้เต็มที่ มีทั้งโซนอินดอร์และเอาท์ดอร์ โต๊ะริมหาด คือไฮไลท์ของที่นี่เลย รับรองว่าฟินมากๆ คะ

𝗧𝗵𝗲 𝗕𝗲𝗮𝗰𝗵 𝗖𝗹𝘂𝗯 𝗞𝗹𝗼𝗻𝗴 𝗠𝘂𝗮𝗻𝗴
Experience the perfect blend of good vibes, international cuisine, delightful desserts, and refreshing tropical drinks.
This beachside retreat is ideal for socializing, from relaxed gatherings to lively pool parties.

ร้านอาหารติดทะเล รสชาติอาหารอร่อย พนักงานให้บริการดีมาก
มาเที่ยวกระบี่ อย่าแวะมาชิมและชมวิวสวยๆ ได้ที่
THE BEACH Club Krabi
258 Moo 3, Tambon Nongtalay Krabi, Thailand,
โทร. 075 656 858

การท่องเที่ยวแห่งมาเลเซียจัดงาน Global Tourism Meet 2025

ขับเคลื่อนแคมเปญ Visit Malaysia 2026 ปุตราจายา การประชุมการท่องเที่ยวระดับโลก 2025: มาเลเซีย เตรียมเป็นเจ้าภาพงานธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ขับเคลื่อนแคมเปญ Visit Malaysia 2026 ปุตราจายา 

วันที่ 1 ตุลาคม 2025 – การท่องเที่ยวแห่งมาเลเซียจัดงาน Global Tourism Meet 2025  ซึ่งเป็นงานธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่คาดว่าจะกลายเป็นการรวมตัวสำคัญของอุตสาหกรรม งานนี้จะเชื่อมต่อผู้ซื้อระหว่างประเทศจำนวน 600 คน และผู้แทนสื่อ 100 คนจากทั่วโลก กับผู้ขายชาวมาเลเซียจำนวน 400 รายที่เป็นตัวแทนของโรงแรม ตัวแทนท่องเที่ยว สายการบิน และผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบรวมอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 3 ตุลาคม 2025 ที่ศูนย์การค้าระดับโลกกัวลาลัมเปอร์ 

โดยโปรแกรมสามวันนี้มุ่งเสริมสร้างตำแหน่งของมาเลเซียในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ผู้คนชื่นชอบ พร้อมปูทางสำหรับ Visit Malaysia 2026 (VM2026) ซึ่งประเทศตั้งเป้าหมายผู้มาเยือนระหว่างประเทศจำนวน 47 ล้านคน ตลอดงาน ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) กิจกรรมเครือข่ายที่มีผลกระทบสูง กิจกรรมจับคู่ธุรกิจเชิงกลยุทธ์

วายบี ดาทุก ไครุล ฟิรเดาส์ อัคบาร์ ข่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานนี้ว่า “Global Travel Meet 2025 เป็นมากกว่าแค่กิจกรรม แต่เป็นเวทีที่เปลี่ยนความคิดไปสู่การปฏิบัติ งานนี้ถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการจุดประกายพลังใหม่และขับเคลื่อนแรงผลักดันที่แข็งแกร่งสู่ปีข้างหน้า ผ่านความพยายามร่วมกันของรัฐบาล ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และพันธมิตร ในการบรรลุเป้าหมายอันทะเยอทะยานของเราสำหรับ VM2026”

ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสายการบินในมาเลเซีย เช่น มาเลเซียแอร์ไลน์ แอร์เอเชีย และบาติกแอร์ Global Travel Meet 2025 จึงจัดขึ้นผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสมาคมการท่องเที่ยว

สมาคมการท่องเที่ยวและการเดินทางชาวอินเดียมาเลเซีย (MITTA) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญอื่นๆ ภาคการท่องเที่ยวของมาเลเซียแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วง ไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

ในปี 2567 มาเลเซียได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38.0 ล้านคน เพิ่มขึ้น 31.1% เมื่อเทียบกับปี 2566 และเพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดใหญ่ในปี 2562 ตลาดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวสูงสุด ประกอบด้วยสิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน ไทย บรูไน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และจีน ไทเป แรงกระตุ้นเชิงบวกนี้ ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2568   เฉพาะ เดือนมกราคม ถึง กรกฎาคม ประเทศมาเลเซีย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 24.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 16.8%   เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน